ปริญญา ซัด กกต. ตั้งปม ‘พิธา’ ถือหุ้นสื่อ   – ชี้นำ สว.  ไม่ให้โหวตนายกฯ 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552982

06 ก.ค. 2566

ปริญญา ซัด กกต. ตั้งปม 'พิธา' ถือหุ้นสื่อ   - ชี้นำ สว.  ไม่ให้โหวตนายกฯ 

อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   ปริญญา เทวานฤมิตรกุล เปรียบกกต. วางระเบิดเวลาไว้ให้หัวหน้าพรรคก้าวไกล ปม “พิธา” ถือหุ้นสื่อ แต่กลับไม่ดำเนินการใด ๆ ปล่อยให้กลายเรื่องที่ต้องตีความเข้าข่ายขัดคุณสมบัติ เข้าทางสว. ที่ใช้เป็นธงนำไม่ไหวตให้

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   เปิดเผยว่า  ประเด็นที่จะมีผลต่อการโหวตให้กับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ต่อการขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ข้ออ้างเรื่องคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของนายพิธา ที่สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) จะนำมาใช้เป็นข้ออ้าง ที่จะไม่โหวตสนับสนุน  เรื่องนี้ต้องตั้งคำถามกลับไปถามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าเหตุใด จึงออกมาเปิดประเด็นเรื่องนี้  

ว่าจะดำเนินคดีนายพิธากรณีถือหุ้นสื่อ แต่กลับยังไม่เริ่มกระบวนการให้นายพิธาได้แก้ข้อกล่าวหา   สิ่งที่กกต. ทำไว้และทิ้งเรื่องไว้  เหมือนเป็นการทำให้เกิดข้อครหาหรือเกิดมลทิน จนสว.สามารถนำมาเป็นข้ออ้าง ดังนั้น กกต.ควรเปิดโอกาสให้นายพิธาได้หักล้าง และดำเนินการตรวจสอบไปตามกระบวนการก่อนจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี    สถานการณ์ของนายพิธา  ต่อการขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือต้องการเสียงโหวตจาก สว. ที่ขั้นต่ำคือ  65 เสียง  หากปล่อยให้มีการฟรีโหวตโดยไม่มีใครกดปุ่ม หรือชี้นำสั่งการส.ว. เชื่อว่านายพิธาจะมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี 

‘ไหม ศิริกัญญา’ ยืนยัน กล่าวคำ ‘ถวายสัตย์ปฏิญาณตน’ จนจบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552974

06 ก.ค. 2566

‘ไหม ศิริกัญญา’ ยืนยัน กล่าวคำ 'ถวายสัตย์ปฏิญาณตน' จนจบ

‘ไหม ศิริกัญญา‘ ยืนยันกล่าวคำ ‘ถวายสัตย์ปฏิญาณตน’ จนจบ หลัง ‘ศรีสุวรรณ’ เตรียมร้อง ป.ป.ช. สอบ ระบุ เจ้าหน้าที่สภา ส่งสัญญาณให้ ‘ประธานสภาฯ’ พูดนำก่อนทีละประโยค เลยหันไปสะกิดแจ้ง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’

ควันหลงเปิดประชุมสภานัดแรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร(สส.) ต้องกล่าวคำ ‘ถวายสัตย์ปฏิญาณตน’ แต่บังเอิญมีคนตาดีอย่าง ศรีสุวรรณ จรรยา ออกมาร้องเรียนว่าในวันนั้น มีแกนนำพรรคก้าวไกลไม่กล่าวคำปฏิญาณตนจนจบ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก ‘ไหม ศิริกัญญา’ ที่ถูกกล่าวหาแล้ว 

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้แจงว่าถึงกรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เตรียมไปร้อง ป.ป.ช. ในวันพรุ่งนี้ เพื่อขอให้สอบจริยธรรม ‘ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล’ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ก่อนปฎิบัติหน้าที่ สส. ได้มีการกล่าวปฏิญาณตน ในที่ประชุมสภาฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.115 บัญญัติไว้หรือไม่ ว่า ปกติปฏิญาณตน ต้องให้ประธานสภาฯ กล่าวนำ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณให้หยุด เพื่อให้ประธานสภาฯ กล่าวนำทีละบรรทัด

“เลยชะงักและหันไปสะกิดแจ้งนายพิธา ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กัน ยืนยันว่า ได้พูดทวนและปฏิญาณไปจนจบ ตามขั้นตอนของสภาฯ”

โดยนายศรีสุวรรณ โพสต์ข้อความระบุอ้างว่า ในพิธีกล่าวปฏิญาณตนครั้งแรกในรัฐสภา ต้องให้คำมั่นสัญญาจากที่ประชุม แต่ น.ส.ศิริกัญญา เหมือนจะไม่กล่าวปฏิญาณตน เพียงยิ้มและหันไปเล่นกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะช่วงที่ต้องกล่าวคำว่า

“ข้าพเจ้า จะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตเพื่อประโยชน์ ของประเทศชาติและประชาชน”

‘ชวน’ กรีด ลูกพรรค ใคร ‘กู้หน้าปชป.’ ได้ เหมาะนำทัพ ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552964

06 ก.ค. 2566

'ชวน' กรีด ลูกพรรค ใคร 'กู้หน้าปชป.' ได้ เหมาะนำทัพ 'หัวหน้าปชป.คนใหม่'

ชวน หลีกภัย ดึงสติ ประชาธิปัตย์ เจียมตัวได้แค่ 25 เสียง หากคิดจะร่วมตั้งรัฐบาล ควรคำนึงถึงอุมการณ์สุจริตตั้งแต่รุ่นก่อตั้งพรรค กรีดซ้ำสนามเลือกตั้งภาคใต้ ยังแพ้ ‘ลุงตู่’ ต้องรู้ตัวใครเหมาะนำทัพ ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’

ที่อาคารรัฐสภา นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค 9 ก.ค.นี้ ว่า เอาไว้ถามช่วงใกล้ๆ ตนพยายามที่จะหลีกเลี่ยง เพราะเห็นคนชอบพยายามมาออกสื่อและให้สัมภาษณ์ ทำให้มีข้อขัดแย้งโดยไม่จำเป็น 

ดังนั้นจึงพยายามลดความขัดแย้ง ให้เกียรติทุกคน บางคนพยายามมาสมัครเป็นหัวหน้า เช่น พ.ท.หญิงฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล สมาชิกพรรค ที่มาหาตนและกรรมการที่พรรค หรือหลายคนเขียนจดหมายมาบอกว่าอยากเป็น ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’ 

ใคร ‘กู้หน้าปชป.’ ได้เหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรค

ซึ่งข้อที่ได้ เห็นชัดคือประชาชนส่งไลน์มา แสดงความห่วงใย ดังนั้นผู้ที่พร้อมและต้องการสมัครจึงไม่อยากออกมาพูดล่วงหน้า ยกเว้นนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่แสดงจุดยืนสมัครชัดเจน และเคยลงสมัครมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นให้ไปรอดูวันเลือก ตนไม่ขอไปล่วงล้ำมากกว่านี้ และไม่ขอกล่าวถึงข้อเสนอเรื่องแก้ไขข้อบังคับพรรคเพื่อให้มีการเลือกหัวหน้าคนใหม่

ส่วนกรณีที่ลูกพรรคแสดงความเห็นในพื้นที่ส่วนตัว เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’ นั้น นายชวนกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มี 25 เสียง บัญชีรายชื่อมีเพียง 3 คนเท่านั้น

ต้องเจียมเนื้อเจียมตัวได้มาโดยคะแนนบริสุทธิ์ 900,000 เสียง เท่านั้นเอง แม้กระทั่งในพื้นที่ภาคใต้ยังแพ้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ

“เราต้องประมาณตัวเอง และรู้ตัวว่า คนเลือกเราน้อยแค่ไหน ถ้ารู้สถานการณ์รู้ความจริงอย่างนี้ ก็ต้องคิดว่าพรรคจะต้องได้คนประเภทใดมาแก้ปัญหา”

สู่ปีที่78 ปชป.ต้องทบทวนอุดมคติของพรรค

นายชวน กล่าวย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งมา 77 ปีย่างเข้าสู่ปีที่ 78 ความเชื่อเรื่องเลือกตั้งสุจริต ความเชื่อเรื่องไม่ซื้อเสียง ไม่ควรจะหายไป แม้ว่าสื่อจะมองเรื่องนี้น้อยลงแล้ว ถึงขั้นว่ายุคนี้ไม่สนใจเรื่องแบบนี้แล้ว ใครชนะเลือกตั้งก็จบ ไม่สนใจว่าจะซื้อเสียงมา ทางนี้ยืนยันว่าหากความเชื่อเหล่านี้ยังมีอยู่ประชาธิปไตย 91 ปีที่ผ่านมา เกือบจะพูดได้ว่าเราไม่ได้ไปสู่เป้าหมาย ตามอุดมคติ 

เหนือสิ่งอื่นใดพรรคประชาธิปัตย์ ดำรงสิ่งนี้มายาวนานถึง 77 ปี จึงควรจะรักษาไว้อย่างนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นผู้นำที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของ พรรคเราก็หวังว่าเขาจะทบทวน เรื่องอุดมคติของพรรค ที่ได้ประกาศไว้ ในอดีต

นายชวนยังมองว่า อยากให้หัวหน้าพรรคคนใหม่ สร้างความเป็นหนึ่งเดียว หลอมรวมและกอบกู้ความเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อย่าไปคิดว่าต้องรุ่นนั้นรุ่นนี้ บางเรื่องของใหม่ดีกว่าแต่บางเรื่อง ของเก่าที่ดีก็ต้องเก็บรักษาไว้ 

และตนเคยใช้คำว่าประเทศรุ่งเรืองเมื่อบ้านเมืองสุจริต สิ่งเหล่านี้จะเป็นอมตะแต่ในบางช่วงที่เปลี่ยนแปลง และน่าตกใจเหมือนช่วงที่ผ่านมา เราจะรักษาอะไรไว้หรือเปลี่ยนแปลงอะไร ผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคก็ต้องทำต่อไป 

แต่ชุดใหม่ก็ควรประกอบไปทุกรุ่นทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคต อดีตก็มีความดีงามปรากฏไว้ ไม่มีสิ่งดีงามก็อยู่ไม่ได้ถึง 77 ปี ต้องยอมรับ ว่าพรรคที่เกิดมาพร้อมกัน ล้มหายตายจาก แล้วมีอันเป็นไปกันหมด ถูกยุบ แต่เราอยู่ได้

ปชป.ถูกร้องยุบพรรค 2 ครั้ง

ทั้งที่ถูกร้องมา 2 ครั้ง และมีการจ่ายสินบนผู้พิพากษา ให้ตั้ง 30 ล้านแต่ท่านไม่รับเพราะเป็นคนตรง กรณีเช่นนั้นอย่างน้อยต้องจ่าย 150 ล้านบาท เพื่อผลที่จะยุบหรือไม่ยุบพรรคการเมือง ซึ่งถ้าอยากให้เห็นว่าฝ่ายการเมืองส่วนหนึ่ง มีพฤติกรรมฉ้อฉล ขณะที่อีกฝ่าย พยายามยึดความเที่ยงตรง

เชื่อทุกพรรคมีคนดี

ส่วนกรณีที่หากในอนาคต พรรคประชาธิปัตย์ไปร่วม จัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น อนาคตทางการเมืองของนายชวนจะเป็นอย่างไร นายชวนระบุเพียงว่า ตนก็เป็นห่วง ว่าสมาชิกบางส่วนไม่ค่อยสนใจ เรื่องนี้ อาจจะเป็นเพราะไม่รู้อดีตว่าเป็นอย่างไร ทำให้มองข้ามเรื่องนี้ไป แต่ตนเห็นด้วยว่าถ้าพรรคตั้งใจ แต่ทุกพรรคก็มีคนดีอยู่ จะไปเหมาทั้งหมดไม่ได้ และหากบางพรรคยังคงยึดมั่นและเชื่อคนโกงอยู่ ไปร่วมก็อันตราย แต่ทั้งนี้ยืนยันว่ายังไม่มีแนวโน้ม ว่าจะเป็นอย่างนั้น

'ชวน' กรีด ลูกพรรค ใคร 'กู้หน้าปชป.' ได้ เหมาะนำทัพ 'หัวหน้าปชป.คนใหม่'

ชวน หลีกภัย ได้หยิบ ไม้เซลฟี่ที่มีโทรศัพท์มือถือของสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่กำลังไลฟ์สดมาถือแล้วกล่าวขอบคุณ 9 แสนคะแนนเสียงชวน หลีกภัย ได้หยิบ ไม้เซลฟี่ที่มีโทรศัพท์มือถือของสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่กำลังไลฟ์สดมาถือแล้วกล่าวขอบคุณ 9 แสนคะแนนเสียง

ทั้งนี้ หลังการให้สัมภาษณ์ในชวนได้หยิบ ไม้เซลฟี่ ที่มีโทรศัพท์มือถือของสำนักข่าวแห่งหนึ่งที่กำลังไลฟ์สดอยู่ มาถือแล้วกล่าวขอบคุณ สำหรับ 9 แสนคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นคะแนนบริสุทธิ์ทำให้ตนได้เข้ามาทำงานในสภา อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเลือก ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’ และกรรมการบริหารพรรคยกชุด จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 9 ก.ค. 2566 นี้

เศรษฐา มั่นใจ สว. ฟังเสียงประชาชน โหวตให้ ‘พิธา’ ส่งขึ้นนายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552966

06 ก.ค. 2566

เศรษฐา มั่นใจ สว. ฟังเสียงประชาชน โหวตให้ 'พิธา' ส่งขึ้นนายกรัฐมนตรี

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เศรษฐา ทวีสิน ย้ำความเป็นแนวร่วมหนุน “พิธา” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี มั่นใจเสียงของพรรคไปในทางเดียวกัน หนุนหัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่มีทางเป็นอื่น ส่วนความกังวลเรื่องท่าทีสว. เชื่อท้ายที่สุด จะเข้าใจมติประชาชนโหวตให้

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย   เปิดเผยว่า  การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันพฤหัสที่   13 ก.ค.  แม้ว่าท่าทีของวุฒิสภาส่วนใหญ่ ยังไม่ให้การสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ขณะที่    นายพิธา  แสดงความั่นใจว่า  จะสามารถรวบรวมเสียงได้เกิน 376 เสียง  ในส่วนของพรรคเพื่อไทยขอเป็นกำลังใจให้ และย้ำว่าพรรคเพื่อไทย  จะไม่มีแถวแตกในการลงมติแน่นอน 

ขณะนี้   8   พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล มีเสียงในรัฐสภาแล้ว 312 เสียง ต้องการอีกกว่า 60-70 เสียง นายพิธา ก็จะได้รับความเห็นชอบ ดังนั้น จึงยังมีความหวัง และยังมั่นใจว่า นายพิธา จะได้รับเสียงสนับสนุนในรัฐสภา ส่วนเงื่อนไขของสว. ที่กังวลต่อนโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล จนอาจทำให้ สว.ฝืนหลักการเสียงข้างมากของ สส. และไม่ลงมติให้กับนายพิธา  ยังเชื่อว่าในวันที่มีการลงมติ สว. จะทำตามฉันทามติของประชาชน  คือฟังท่าทีของประชาชนส่วนใหญ่ ที่สนับสนุนนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี  ส่วนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ก็ให้เป็นไปตาม ข้อตกลง ที่ลงนามกันไว้ 

นายเศรษฐา  กล่าวด้วยว่า  การที่นายกิตติศักดิ์ รัตนะวราหะ สว. ระบุว่า พร้อมลงมตินายกรัฐมนตรีให้พรรคเพื่อไทย   ภายใต้แนวคิดที่พรรคเพื่อไทย  ต้องแยกตัวออกมาจากก้าวไกล  และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล    เห็นว่า พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล  มาจากฝ่ายประชาธิปไตย รวมถึงยังมีการลงนาม ระหว่าง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ซึ่งทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล  จับมือ ทำงานร่วมกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่มีความผิดใจกัน และเข้าใจว่า ความเห็นดังกล่าว เป็นเพียงความเห็นจากสว. เพียง 1 คนเท่านั้น    ยังเชื่อมั่นว่า ส.ว. อีกกว่า 200 คน จะยังคงสนับสนุนนายพิธา

‘ประยุทธ์’ นำรายชื่อประธานสภาฯและรองประธานสภาฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552962

06 ก.ค. 2566

'ประยุทธ์' นำรายชื่อประธานสภาฯและรองประธานสภาฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว

‘บิ๊กตู่’ เผยนำรายชื่อประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว พร้อมเปรยสั้น “ทำแล้วจ้ะ ทำแล้ว รอก่อนนะ”

วันที่ 6 ก.ค. ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงการนำชื่อประธานสภาและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ได้ตอบคำถามสั้นๆ ว่า “ทำแล้วจ้ะ ทำแล้ว รอก่อนนะ” ก่อนเดินเข้าไปยังตึกสันติไมตรี

‘ชวน’ กรีด ‘ปดิพัทธ์’ ออกตัวแรง เหมือนเป็น ‘ประธานสภาฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552950

06 ก.ค. 2566

‘ชวน’ กรีด ‘ปดิพัทธ์’ ออกตัวแรง เหมือนเป็น ‘ประธานสภาฯ’

‘ชวน’ ขออย่าจับผิด ‘บิ๊กป้อม’ นั่งหลับ แนะไปจับผิดคนไม่ประชุมดีกว่า ให้กำลังใจ ‘วันนอร์’ ดูแลสุขภาพ แซว ‘ปดิพัทธ์’ แสดงวิสัยทัศน์เหมือนเป็น ประธานสภาฯ เสียเอง ติดตลก บอก ‘พิเชษฐ์’ วันโหวตนายกฯ ไม่พูดคำสร้อย ประหยัดเวลา เชื่อสภาล่มจะหมดไป ชี้ตัวปัญหาเป็นรัฐบาลแล้ว

ที่อาคารรัฐสภา นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้กำลังพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกโซเชียลโจมตีกรณีนั่งก้มหน้า พร้อมระบุว่า ฝ่ายค้านนั้นมีคนน้อย การที่พล.อ.ประวิตร มาประชุมด้วยตัวเองก็ต้องขอบคุณ ขออย่าไปจับผิดเลย ทุกคนนั่งนานมีสิทธิ์เมื่อย และ สส. หลายคนกลัวถูกจับผิด ไม่กล้าเข้ามาประชุม หรือถ้าเข้ามาก็รีบออกไป เพราะกลัวสื่อจะจับผิด ขอให้ไปจับผิดเรื่องที่เป็นสาระดีกว่า โดยเฉพาะคนที่ไม่มาประชุม

ทั้งนี้ มองว่า ในการโหวตนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นนั้น หากขานชื่อบุคคลที่ต้องการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว โดยไม่มีคำสร้อยเชื่อจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก เช่น ไม่พูดชื่อตนเองซ้ำ เห็นชอบหรือไม่เห็นด้วย หรือเห็นชอบอย่างยิ่ง ซึ่งเห็นได้จากเมื่อวันประชุมสภาฯ เลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านนั้น เสียเวลาไปหลายชั่วโมง เพราะมีคำว่า บัตรดี เพิ่มขึ้นมา 

ส่วนการเลือกนายกรัฐมนตรี  หรือ ‘นายกคนที่30’ จะมีขึ้นกี่ครั้งนั้น ไม่ได้มีกฎหมายห้าม ขอให้ไปถามประธานสภาฯ ถึงแนวปฏิบัติต่อไปจะดีกว่า

ชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ ชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ

นายชวน ยังกล่าวว่า ได้พูดคุย ได้ยินดีกับวันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่าที่ประธานสภาฯ และได้ขอให้ลูกน้องดูแลสุขภาพท่าน เพราะวัยสูงอายุ ถ้าไม่แข็งแรง จะทำให้มีปัญหา เนื่องจากต้องนั่งเป็นเวลานาน และเหนื่อยที่สุด คือ การนั่งฟัง เมื่อเสร็จเวรแล้วก็ต้องตามต่อ เพราะไม่รู้ว่าใครจะพูดไรต่อ ก็ขอให้กำลังใจนายวันมูหะมัดนอร์

ส่วนนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ว่าที่รองประธานสภาคนที่2 ที่กล่าววิสัยทัศน์บอกว่าจะทำตามพระบรมราโชวาท และทำตามที่ประธานสภาฯมอบหมาย แต่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ว่าที่รองประธานสภาคนที่1 แสดงวิสัยทัศน์เหมือนเป็นประธานเอง แต่หน้าที่ของรองประธานสภาฯ คือ รับมอบหมายจากประธานสภาฯ ถ้าจะทำอะไรที่เป็นพิเศษ จะต้องขออำนาจ หรือขออนุญาตจากประธานสภาฯ และปฏิบัติภารกิจตามที่สภากำหนดไว้ เพราะถือว่ามีความสำคัญ จะเห็นว่าเป็นงานหนัก ทั้งงานประชุมสภา หน่วยงานภายใน หน่วยงานย่อยที่อยู่ในการดูแลนั้นมีเยอะ 

ส่วนตัวได้เน้นย้ำกับเลขาธิการสภาฯ ให้พยายามรักษาศาสนาไว้ตามเดิม แม้ประธานสภาฯ จะเป็นมุสลิม รองประธานสภาฯ คนที่ 1 จะเป็นคริสต์ รองประธานสภาคนที่ 2 เป็นพุทธ ก็ตาม

ขณะที่ได้พูดคุยกับนายพิเชษฐ์ ที่ได้เข้ามาสวัสดี หลังวันโหวตเลือกประธานสภา ซึ่งตนเองได้พูดเล่นกับนายพิเชษฐ์ ว่า “ต่อไปถึงหน้าทำนา ใครจะหว่านข้าว ทำนาในสภา”

พร้อมกันนี้ นายชวนยังกล่าวถึง ปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ ว่า น่าจะไม่เป็นปัญหา และน่าจะลดลง เพราะตัวปัญหาได้ไปเป็นรัฐบาลเอง แต่เรื่องสำคัญคือ หัวหน้ารัฐบาลในอนาคต เป็นผู้แทนราษฎร หรือมีหัวหน้าพรรคการเมืองมารับผิดชอบด้วย เช่น พรรคเพื่อไทย ที่มีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล 

ส่วนผู้ที่แข่งขันเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ในสภา แต่มีสมาชิกอยู่ในสภาส่วนหนึ่ง ขณะที่พรรคก้าวไกล สมาชิกอยู่ในสภา ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร ไม่ได้เป็น สส. เมื่อเวลามีปัญหา ก็ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร จนประธานสภาฯ ต้องทำหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรี แจ้งถึงรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรค ว่าจะส่งผู้แทนมาประชุมกี่คน ที่ถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างหนัก เพราะไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว

“ผมเชื่อปัญหานี้จะหมดไป ความร่วมมือจะดีขึ้น การพูดมากจะลดลง เพราะที่ผ่านมาขอความร่วมมือผู้นำฝ่ายค้านให้ช่วย แต่ทำไม่ได้ แต่ผมเอง ที่เคยเป็นผู้นำฝ่ายค้านก็เคยทำได้ ครั้งนี้เข้าใจว่า ปัญหานี้จะหมดไป และน่าจะทำให้ประสิทธิภาพการประชุมราบรื่นมากขึ้น”อดีตประธานสภาฯ กล่าว

‘พิเชษฐ์’ เปิดไทม์ไลน์ โหวต ‘นายกคนที่30’ มีโอกาส 3 ครั้ง ชี้หากเลยลำบาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552944

06 ก.ค. 2566

‘พิเชษฐ์’ เปิดไทม์ไลน์ โหวต ‘นายกคนที่30’ มีโอกาส 3 ครั้ง ชี้หากเลยลำบาก

‘พิเชษฐ์’ ว่าที่รองประธานสภาคนที่2 เปิดไทม์ไลน์ โหวตหนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็น ‘นายกคนที่30’ มีโอกาส 3 ครั้ง หาก 13 ก.ค. ยังไม่ได้ เลือกต่อ 19-20 ก.ค ยัง ไม่ชัดสว.หนุนกี่เสียง ย้ำต้องทำตาม MOU 8 พรรค ชี้หากไม่ได้ลำบาก

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ว่าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กล่าวว่า ได้วางวันโหวตเลือก ‘นายกคนที่30’ เอาไว้ 13 ก.ค. ถ้าไม่ได้ก็จะให้เลือกรอบที่ 2 วันที่ 19 ก.ค. และรอบที่3 วันที่ 20 ก.ค. คาด 3 วันนี้ก็น่าจะเพียงพอได้นายกรัฐมนตรีแล้ว ถ้าไม่ได้ก็จะคุยกันใหม่

“โดยจะเปิดโอกาสให้ 3 ครั้งก่อน เพราะการเรียกประชุมบ่อยๆ และใช้สมาชิก 750 คนก็ค่อนข้างลำบาก เวลา 3 วันก็เยอะแล้วและอยากให้ได้ภายใน 3 วันนี้”

ส่วนกรณีถ้าหากกำหนดไว้ 3 ครั้งแรกแล้วยังไม่ได้นายกรัฐมนตรีจะมีการพูดคุยกันใหม่หรือพลิกให้พรรคเพื่อไทย มานำในการจัดตั้งรัฐบาล นายพิเชษฐ์ระบุว่าแล้วแต่ที่ประชุมรัฐสภาและที่ประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องทำตาม MOU ที่จะต้องจับมือกันไป ซึ่งต้องพูดคุยกันเป็นการภายในไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

นายพิเชษฐ์ ยอมรับว่ายังไม่ทราบจำนวนสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ที่แน่ชัดว่าจะสนับสนุนโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี

“แต่เท่าที่พูดคุยกับสว.มีเจตนาที่ดีที่ต้องการให้การจัดตั้งรัฐบาล สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ประเทศชาติจะได้เดินหน้าได้”ว่าที่รองประธานสภาคนที่ 2 ระบุ 

‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่ส่ง พีระพันธุ์ ชิงเก้าอี้’นายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552930

06 ก.ค. 2566

'รวมไทยสร้างชาติ' ไม่ส่ง พีระพันธุ์ ชิงเก้าอี้'นายกฯ'

‘รวมไทยสร้างชาติ’ ก่อมตัว 36 เสีรยงไม่เพียงพอ ส่งพีระพันธ์ุ ชิงเก้าอี้’นายกฯ’ ย้ำจุดยืน ไม่แก้ไข ม.112 ไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ยืนยันว่า ไม่มีแนวคิดส่ง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามที่มีกระแสข่าว แม้อยากจะเห็นเป็นนายกฯ เพราะพรรคมี 36 เสียง ไม่สามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้ อีกทั้งยังไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อยเพราะไม่สามารถบริหารงานได้

ส่วนการ ส่งวิทยา แก้วภราดัย สู้กับก้าวไกลในการโหวตรองประธานสภาคนที่ 1  เป็นการสู้เพื่อแสดงจุดยืน การโหวตประธานสภาฯจะใช้ เสียงส่วนมาก ในที่ประชุม ใครที่ถูกเสนอชื่อแล้วได้คะแนนมากสุดจะได้เป็น หรือหากไม่มีคู่แข่งก็ได้เป็นเลยโดยที่ไม่ต้องโหวตแข่ง ต่างจากการโหวตนายกฯที่ต้องได้คะแนนเสียงไม่ตํ่ากว่ากึ่งหนึ่ง(หรือ375) ของรัฐสภา หากเสนอชื่อมาคนเดียว ก็ไม่ได้เป็น จะได้เป็นก็ต่อเมื่อข้ามรั้ว 375 เสียงไปได้เท่านั้น

ดังนั้นในการโหวตรองประธานสภาฯ หากเราไม่ส่งคุณวิทยาฯ ไปแข่ง ก็เท่ากับสนับสนุนให้แคนดิเดตของพรรคก้าวไกลเป็นรองประธานสภาโดยอัตโนมัติ เราจึงส่งแข่ง เพื่อแสดงจุดยืนให้ชัด ถึงแม้ทราบดีอยู่แล้วว่าแทบจะไม่มีโอกาสชนะเลยก็ตาม

การแสดงจุดยืนว่า เราไม่รับนายกฯหรือรัฐบาลที่จะแก้หรือยกเลิก ม.112 สามารถทำได้ด้วยวิธีไม่โหวต โหวตไม่รับ หรืองดออกเสียงครับ ไม่ต้องส่งแข่งก็สู้ได้ (ต่างจากรองประธานสภาฯ)การไม่ส่ง ไม่โหวต หรืองดออกเสียง ด้วยกลไกการโหวตที่ไม่เหมือนกัน จึงมีผลไม่เหมือนกัน การจะได้เป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ไม่สำคัญไปกว่าการรักษาจุดยืน

รวมไทยสร้างชาติจะทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ สร้างความมั่นคงให้ชาติ สร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ สร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม ผดุงความยุติธรรม ให้ความเป็นธรรมแต่จะไม่แก้ ม. 112 ไม่แบ่งแยกดินแดน แต่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลงด้วยการเสริมเติมต่อจากสิ่งดี ๆที่มีอยู่แล้วในประเทศของเรา

ส่อง ‘เงินเดือนนายกรัฐมนตรี’ คณะรัฐมนตรี ไทย เทียบชัดๆ กับ อาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552926

06 ก.ค. 2566

ส่อง 'เงินเดือนนายกรัฐมนตรี' คณะรัฐมนตรี ไทย เทียบชัดๆ กับ อาเซียน

ส่อง ‘เงินเดือนนายกรัฐมนตรี’ เงินเดือนคณะรัฐมนตรี ไทย ได้เท่าไร เทียบชัดๆ กับ ประเทศอาเซียน สูง-ต่ำ กว่ากันแค่ไหน

แม้จะได้ตำแหน่ง “ประธานสภา” และ รองประธานสภาคนที่ 1 และ คนที่ 2 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องที่ยังคงต้องจับตาต่อไป หรือการจัดตั้งรัฐบาล และ โหวตตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีคนที่ 30” ในวันที่ 13 ก.ค. 2566 ซึ่งต้องลุ้นกันว่า จะตกเป็นของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ได้หรือไม่ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่หอมหวาน รวมทั้ง คณะรัฐมนตรี ทั้งหลาย ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งกันเท่าไร

คมชัดลึก พาส่อง “เงินเดือนนายกรัฐมนตรี” เงินเดือนคณะรัฐมนตรี ได้รับค่าตอบแทนจากการบริหารประเทศเท่าไร และเมื่อเทียบเคียงกับ “เงินเดือนนายกรัฐมนตรี” จากประเทศต่างๆ ประเทศไทยเรา สูง ต่ำ กว่าเขาเท่าไร

“เงินเดือนนายกรัฐมนตรี-เงินเดือนคณะรัฐมนตรี”

สำหรับเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งของ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี อ้างอิงจากข้อมูล จาก คู่มือข้าราชการการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปี 2562 มีรายละเอียดดังนี้

เงินเดือนนายกรัฐมนตรี

  • อัตราเงินเดือน 75,590 บาท
  • อัตราเงินประจำตัวแหน่ง 50,000 บาท
  • รวม 125,590 บาทต่อเดือน

รองนายกรัฐมนตรี

  • อัตราเงินเดือน 74,420 บาท
  • อัตราเงินประจำตำแหน่ง 45,500 บาท
  • รวม 119,920 บาทต่อเดือน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

  • อัตราเงินเดือน 73,240 บาท
  • อัตราเงินประจำตำแหน่ง 42,500 บาท
  • รวม 115,740 บาทต่อเดือน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง

  • อัตราเงินเดือน 72,060 บาท
  • อัตราเงินประจำตำแหน่ง 41,500 บาท
  • รวม 113,560 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ นอกจากเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งแล้วนั้น นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และ ข้าราชการการเมืองในตำแหน่งต่างๆ ยังสามารถเบิกค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล เบี้ยประชุม ได้อีกด้วย

เงินเดือนนายกรัฐมนตรี ประเทศต่างๆ (ดอลลาร์สหรัฐฯ)

  • จีน 19,448 (ดอลลาร์สหรัฐฯ)
  • กัมพูชา 29,290
  • ไทย 43,727
  • อินโดนีเซีย 50,460            
  • มาเลเซีย 60,311
  • ฟิลิปปินส์ 88,463
  • นอร์เวย์ 159,414
  • เกาหลีใต้ 182,461
  • สหราชอาณาจักร 205,298
  • ญี่ปุ่น 293,445
  • สหรัฐฯ 400,000
  • สิงโคโปร์   1,635,876

อย่างไรก็ตาม สำหรับ เงินเดือนนายกรัฐมนตรี และเงินประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีไทยทั้งปี (12 เดือน) คิดเป็น 43,727 ดอลลาร์สหรัฐ (ตามอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 22 พ.ค. 2566) นับว่าน้อยกว่าหลายประเทศในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ แต่มากกว่ากัมพูชาและจีน

‘สว.’ ตั้งเงื่อนไข ต้องไม่มี’พิธา’ และ ‘ก้าวไกล’ร่วมรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552920

06 ก.ค. 2566

'สว.' ตั้งเงื่อนไข ต้องไม่มี'พิธา' และ 'ก้าวไกล'ร่วมรัฐบาล

‘สว.’ขวางสุดตัว เลือกนายกฯคนที่ 30 ต้องไม่มี ‘พิธา’ ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรค’ก้าวไกล’ อ้างเป็นอันตรายต่อระบอบการปกครอง

ประพันธ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ให้สัมภาษณ์คมชัดลึก ถึงเงื่อนไขสำคัญในการโหวตเลือกนายกฯวันที่ 13 ก.ค. 2566 โดยอ้างว่า สว.ส่วนใหญ่ จะไม่โหวตให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯจากพรรคก้าวไกล ด้วยเหตผลหลัก จากความพยายามแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 มาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีพฤติการณ์ที่เป็นอันตรายต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุขหลายประการ โดย สว.จะคงหลักการนี้ไว้ จนกว่าจะมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ ไม่มีพิธา และพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาล จึงจะตัดสินใจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 

ประพันธ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภาประพันธ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา

ประพันธ์ เชื่อว่ารัฐบาลที่ไม่มีพรรคก้าวไกล มีพรรคเพื่อไทย ภูมิใจไทย และพลังประชารัฐก็สามารถบริหารประเทศได้แล้ว ส่วนใครจะมาจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อไม่มีก้าวไกล ก็ไม่ใช่เงื่อนไขที่สำคัญของ สว. ซึ่งเชื่อว่า พิธา ไม่มีทางรวมเสียงจาก สส. ได้พอตามเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ  สว. ที่สนับสนุนพิธา มีมากสุดไม่เกิน 20  เสียง

ประพันธ์ ยังย้ำว่า พรรคก้าวไกลไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ สูตรจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่ใช่เรื่องยาก หากพิธาและพรรคก้าวไกล ไม่ดันทุรัง เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่าสามารถโหวตเลือกนายกฯกี่ครั้ง ภายในระยะเวลากี่วัน



ส่วนการเดินทางกลับไทย ของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร หากกลับมาเข้ามาสู่กระบวนยุติธรรม ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะอายุมาก คงใช้เวลาไม่นาน และอดีตนายกฯทักษิณ ไม่ได้มีอิทธิพลทางการเมืองมากเหมือนในอดีตแล้ว