‘นิรโทษกรรม’ รวม’มาตรา 112′ ด้วยหรือไม่ จี้ เพื่อไทย ก้าวไกล ตอบให้ชัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552844

05 ก.ค. 2566

'นิรโทษกรรม' รวม'มาตรา 112' ด้วยหรือไม่ จี้ เพื่อไทย ก้าวไกล ตอบให้ชัด

อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ จี้ เพื่อไทย – ก้าวไกล ตอบให้ชัด กฎหมาย’นิรโทษกรรม’ รวม’มาตรา 112′ ด้วยหรือไม่

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ตั้งคำถาม ถึงพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล จะจัดการอย่างไร เรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม จี้ อธิบายให้ชัดว่า คดีที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางการเมือง ครอบคลุม การแสดงออกที่ผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วย หรือไม่

นิพิฏฐ์ โพสต์ในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาสำคัญว่า หากพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล เห็นว่า  คดีตาม มาตรา112 เป็นการแสดงออกทางการเมือง และคิดจะนิรโทษกรรม จะเป็นการเริ่มต้นจุดจบของรัฐบาลหลงจากได้อ่านข้อตกลงร่วมของพรรคก้าวไกล และ พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2566 ข้อที่ 4 ความว่าร่วมกันให้ความเห็นชอบกฎหมายสำคัญเพื่อประชาชน ซึ่งรวมถึงการนิรโทษกรรมคดีแสดงออกทางการเมือง

ปัญหา ที่จะเกิดขึ้น คือ คดีแสดงออกทางการเมือง คือ อะไร ที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรชุดก่อนๆ  เคยพิจารณาเรื่องคดีการเมืองมาแล้ว แต่หาข้อยุติไม่ได้ จนนำไปสู่ กม.นิรโทษกรรมสุดซอย  และกลายเป็นจุดจบของรัฐบาล ในฐานะประชาชน จึงต้องการให้พรรคก้าวไกล และ พรรคเพื่อไทย แสดงออกให้ชัดว่า คดีการเมืองที่จะร่วมมือกันนิรโทษกรรม คือ คดีอะไร เพื่อคนไทยจะได้ตัดสินใจได้ ว่า

ควรสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ และที่สำคัญ เป็นสาระสำคัญที่สมาชิกรัฐสภาจะใช้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย

ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2566 ในการแถลงความร่วมมือจัดตั้งรับบาลระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยยืนยันร่วมกันว่าจะให้ความเห็นชอบกฎหมายสำคัญเพื่อประชาชน ซึ่งรวมถึงการนิรโทษกรรมคดีแสดงออกทางการเมือง และการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ร่างพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก และร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามที่พรรคก้าวไกลเสนอ

‘พิธา’ รวย 85 ล้าน แจงยิบที่มาทรัพย์สินบอกยันเสื้อ เนคไท ระบุสถานะชัดว่าโสด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552831

05 ก.ค. 2566

'พิธา' รวย 85 ล้าน แจงยิบที่มาทรัพย์สินบอกยันเสื้อ เนคไท ระบุสถานะชัดว่าโสด

เปิดกรุสมบัติ ‘พิธา’ รวย 85 ล้าน แจงละเอียดยิบที่มาทรัพย์ หนี้สิน เงินเดือน บอกยันจำนวนเสื้อ เนคไท รองเท้า และใบจอง รถ Tesla ที่สำคัญระบุสถานะชัดเจนว่า โสด

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายราย โดยรายชื่อน่าสนใจ คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2566 โดยนาย “พิธา” มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 85,023,720 บาท หนี้สินรวม 20,740,176 บาท   พร้อมแจ้งสถานะโสด โดยแจ้งว่าหย่าเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2562 จึงทำให้ “พิธา” แจ้งบัญชีทรัพย์สินในส่วนของตนเพียงส่วนเดียวเท่านั้น 

รายละเอียดทรัพย์สิน “พิธา” มีดังนี้

  • เงินสด 1,800,000 บาท
  • เงินฝาก 27 บัญชี 286,045.7 บาท
  • เงินลงทุน 1,346,698.98 บาท
  • เงินให้กู้ยืม 15,000,000 บาท ให้แก่นายภาษิณ ลิ้มเจริญรัตน์ พี่น้องร่วมบิดามารดา ร่วมบิดาหรือร่วมมารดา วันที่ให้กู้ยืม 15 ธ.ค.63
  • ที่ดิน 1 แปลง 18,000,000 บาท ต.วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 14 ไร่ ได้มา 10 เม.ย.2560
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด คลองตันเหนือ วัฒนา กทม. 15,000,000 บาท
  • ยานพาหนะ รถยนต์ 1 คัน คันละ 2 ล้านบาท ได้มาปี 2566 รถจักรยานยนต์ 2 คัน จักรยานไฟฟ้า 1 คัน 2,140,000 บาท
  • สิทธิและสัมปทาน 19,413,985.5 บาท
  • ทรัพย์สินอื่น 12,036,990 บาท เช่น โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง สูท 16 ตัว เนคไท 76 เส้น รองเท้า 21 คู่ นาฬิกา 10 เรือน พระเครื่อง 8 องค์
  • แจ้งสถานภาพโสด หย่าเมื่อ 9 ธ.ค. 2562 และมีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย 1 คน

“พิธา” มีเงินลงทุนทั้งหมด  65 รายการ โดยแจ้งเพิ่มเติมว่า รายการที่ 63 และ 64 ซึ่งเป็นเงินลงทุนในบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น มูลค่า 44,100 บาท และเงินลงทุนในบริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) จำนวน 830 หุ้น มูลค่า 41 บาท ผู้ยื่นในฐานะผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้รับมอบหมายจากทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ตาย ให้รับโอนหลักทรัพย์หุ้นนี้อันเป็นกองมรดกถือครองไว้แทนทายาทอื่น

ทรัพสินย์พิธาทรัพสินย์พิธา

ส่วนทรัพย์สินอื่นๆของ “พิธา”  มีดังนี้ หนังสือวิถีก้าวไกล, หนังสือความรักคือการตกหลุมรักหลายๆครั้ง, ไม่สนว่าเก่งมาจากไหน, ด้วยรักจากอนาคต พร้อมกัยแจ้งว่ามีใบจองรถ Tesla มูลค่า 5,000 บาท และสมาชิกราชกรีฑาสโมสร 1,500,000 บาท ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ อาทิ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง เสื้อ 28 รายการ สูท 16 รายการ เนคไท 76 รายการ รองเท้า 21 รายการ กล้อง 2 รายการ นาฬิกา 10 รายการ และพระเครื่อง 8 รายการ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

รายได้ต่อปีของ “พิธา” มีดังนี้ เงินเดือน 1,362,720 บาท นอกจากนั้นยังแจ้งว่ามีรายได้จากการขายคอนโดในปี 2563 จำนวน 13,673,506 บาท ขายรถยนต์ 2 คันในปี 2565 จำนวน 936,000 บาท และขายหนังสือ 431,712 บาท โดยมีรายจ่ายต่อปีเป็นค่าอุปโภค 2,400,000 บาท ค่าเบี้ยประกัน 80,973 บาท ค่าท่องเที่ยว 100,000 บาท และเงินบริจาค 5,793,000 บาท โดยมีค่าใช้จ่ายบุตร 561,985 บาท โดยแจ้งว่ารอบปีภาษีที่ผ่านมามีเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร 1,362,720 บาท

‘ประชาธิปัตย์’ 48 สาขาภาคอีสาน แถลง หนุน ‘อภิสิทธิ์’ หัวหน้าปชป.คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552806

04 ก.ค. 2566

‘ประชาธิปัตย์’ 48 สาขาภาคอีสาน แถลง หนุน ‘อภิสิทธิ์’ หัวหน้าปชป.คนใหม่

‘ประชาธิปัตย์’ 48 สาขา และตัวแทนภาคอีสาน ออกแถลงการณ์หนุน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’ ร่วมสร้างเอกภาพจากบุคลากรทุกรุ่น หวังเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมา

นับถอยหลังใกล้วันที่ 9 ก.ค. 2566 พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)จะจัดเลือกตั้ง ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’ แทนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่ลาออกจากหัวหน้าพรรค หลังพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้ง 2566 ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากสาขาและตัวแทนประชาธิปัตย์ในพื้นที่่ภาคอีสาน

ที่จ.ขอนแก่น ภายหลังการประชุมหารือร่วมกันของสาขาและตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) ทั้ง 48 แห่งได้แสดงจุดยืนเพื่อสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็น ‘หัวหน้าปชป.คนใหม่’

ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ จะมีการประชุมเพื่อเลือกหัวหน้า และคณะกรรมการบริหาร พรรคชุดใหม่ ในวันที่ 9 ก.ค. 2566 แทนชุดเดิม ซึ่งได้หมดวาระลงนั้น

พวกเราในฐานะสาขาและตัวแทนพรรคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน)ได้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดและประมวลความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากสมาชิกในระดับต่างๆ ซึ่งมี ข้อสรุปที่สอดคล้องกันว่าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นสถาบันทางการเมืองที่มีบทบาทอย่างสําคัญ ต่อการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ประชาชนจะสามารถยึดเหนี่ยวได้

‘ประชาธิปัตย์’ 48 สาขาภาคอีสาน แถลง หนุน ‘อภิสิทธิ์’ หัวหน้าปชป.คนใหม่
‘ประชาธิปัตย์’ 48 สาขาภาคอีสาน แถลง หนุน ‘อภิสิทธิ์’ หัวหน้าปชป.คนใหม่

ดังนั้นการเลือกกรรมการบริหารพรรค โดยเฉพาะตําแหน่ง หัวหน้าพรรค ที่ต้องทําหน้าที่นำพาองค์กรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั้งประเทศ จึงมีความสําคัญ และจําเป็นที่จะต้องได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และ มีหลักคิดที่จะสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติ และประชาชนได้

พวกเราจึงมีมติร่วมกันเพื่อนําเสนอต่อพรรคและเพื่อนสมาชิกทั่วประเทศดังนี้

1. พวกเราขอสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค และอดีตนายกรัฐมนตรี ให้ทําหน้าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนําพาองค์กรที่ได้ชื่อว่าเป็นสถาบันทางการเมืองแหง่นี้ ให้เกิดศรัทธา และความเชื่อมั่นที่ประชาชนสามารถยึดเหนี่ยวเพื่อรักษาระบอบการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต่อไป

2. พวกเราเห็นว่าบุคลากรทุกองค์ประกอบของพรรค ต่างมีคุณค่าตามสถานภาพและความรับผิดชอบจึงอยากเห็นความสามัคคีและความเป็นเอกภาพเพื่อร่วมกันพัฒนาองค์กร แห่งนี้ให้เป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้

3. พวกเราขอสนับสนุนทั้งอุดมการณ์ และประสบการณ์ของบุคลากรรุ่นเก่า และผสม ผสานกับบุคลากรรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาสืบทอดเจตนารมณ์ และอุดมการณ์ เพื่อความยั่งยืนของ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถือเป็นสถาบันทางการเมืองของประเทศต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อแสดงจุดยืนของ สาขาพรรค ตัวแทนพรรค และพี่น้องประชาชน ท้ังที่เป็น และไม่ไ่ด้เป็นสมาชิกพรรคจากพื้นที่ภาคตตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน)และขอเชิญชวนพี่น้องชาวประชาธิปัตย์ทุกท่านทั่วประเทศร่วมสืบทอดเจตนารมณ์ร่วมกัน

ด้วยจิตคารวะ

สาขา และ ตัวแทนจังหวัดภาคอีสาน ทั้ง 48 แห่ง ที่ประสานงานเบื้องต้น(ตามรายชื่อที่ปรากฏในแถลงการณ์)

‘ประชาธิปัตย์’ 48 สาขาภาคอีสาน แถลง หนุน ‘อภิสิทธิ์’ หัวหน้าปชป.คนใหม่

ยอดกดไลค์กระจาย คลิป ติ๊กต็อก ‘คุณหญิงสุดารัตน์’ โชว์ฟอร์มในสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552809

04 ก.ค. 2566

ยอดกดไลค์กระจาย คลิป ติ๊กต็อก 'คุณหญิงสุดารัตน์' โชว์ฟอร์มในสภา

การทำหน้าที่ในสภา ของหัวหน้าพรรคไทยสร้าง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ต่อการแสดงความเห็นก่อนที่จะมีการโหวต ตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฏร กลายเป็นคลิปไวรัลในสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์ม ติ๊กต็อก ที่ทำให้เห็นถึงความโดดเด่น ในภาคนักการเมืองในสภา

ผู้ใช้ TikTok สื่อสังคมออนไลน์   “Thailandebate การเมืองไทยไม่ตกเทรนด์”  เผยแพร่คลิป ที่แสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย และหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ที่ถูกกล่าวถึงจากการทำหน้าที่ในระหว่างการลงมติโหวตประธานสภาผู้แทนราษฏร   ” คุณหญิงสุดารัตน์เปิดสภาวันแรกก็เอาเลย”  ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ขอความชัดเจนจาก พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว กรณีการลงคะแนนโหวตเลือกตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาคนที่1 และ 2 โดยอยากให้มีความชัดเจนหลังการลงคะแนนลับ


“ขอให้ท่านประธานฯช่วยกรุณาวินิจฉัยว่า ประการที่ 1 จะให้ส.ส.เขียนชื่ออย่างเดียวใช่หรือไม่ ประการที่ 2 หากมีการสะกดชื่อผิดพลาด แต่อ่านออกว่าเป็นชื่อท่านใด จะอนุโลมให้หรือไม่  ประการที่3 การลงชื่อจะให้ไปเขียนที่คูหาด้านหน้าใช่หรือไม่ เพื่อป้องกันการโต้เถียงภายหลังจากที่มีการลงคะแนน”
 

ภายหลังที่มีการเผยแพร่คลิปดังกล่าว ในสังคมออนไลน์  มีผู้เข้าไปกดไลด์ 119.1K แสดงความคิดเห็นกว่า 1,155 ข้อความ อาทิ แม่เล่นดักหมดแล้วก็ผิดแผนกันเป็นแถวเลย / คุ้มค่ากับการรอคอยแม่ยายสุดยอดจริง ๆ ครับ / ไม่อยากให้คุณหญิงวางเมืองจากการเมืองเลย นักการเมืองมีฝีมือแบบนี้ / คุณหญิงไม่เคยทำให้ผิดหวัง วันนี้ที่รอคอย เป็นต้น

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ว่า  ดีใจที่พรรคเพื่อไทย และก้าวไกลตกลงกันได้ ในการเสนอชื่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร   ตำแหน่งประธานสภาเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ  ดีใจที่มีข้อยุติที่เป็นบวก และเป็นประโยชน์ต่อการเดินหน้าประชาธิปไตย ที่ประชาชนฝากความหวังไว้   ไม่อยากให้มีเรื่องอะไรให้ประชาชนผิดหวังอีก อยากให้คิดถึงความคาดหวังและประโยชน์ของประชาชน มากกว่าตำแหน่งของแต่ละพรรค 

คลิปคุณหญิงสุดารัตน์ 

3 เสียงปริศนาโผล่โหวต ‘หมออ๋อง’ ก้าวไกล ‘พิธา’ เผย นิมิตหมายที่ดีเลือกนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552801

04 ก.ค. 2566

3 เสียงปริศนาโผล่โหวต 'หมออ๋อง' ก้าวไกล 'พิธา' เผย นิมิตหมายที่ดีเลือกนายกฯ

‘พิธา’ เผย โหวตประธานและรองประธานสภาฯ แสดงเอกภาพพรรคร่วมไม่แตกแถว ขณะที่ ‘หมออ๋อง’ ได้เพิ่ม 3 เสียง ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ยืนยันเดินหน้ากฎหมายเพื่อประชาชน รวมถึงนิรโทษกรรมทางการเมืองที่ร่วมแถลง ‘เพื่อไทย’ เมื่อวานนี้

ภายหลังประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มีมติเลือก ประธานสภาฯ และ รองประธานสภาฯ 2 คน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล  กล่าวว่า น่าจะเป็นการยืนยันถึงเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 8 พรรค ที่สามารถจะรวบรวมเสียงไม่ให้แตกแถว มีเอกภาพในการโหวต 

สำหรับกรณีการเลือกรองประธานสภาคนที่ 1 คือ มีการโหวตแข่ง นายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ หมออ๋อง สส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล  ได้ 312 เสียง แต่เข้าใจว่าฝ่ายพรรคร่วม ทั้งพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ในฐานะประธานสภาชั่วคราว ไม่ได้ลงเสียง รวมถึงมี สส. ของพรรคที่ต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่และยังไม่มีสมาชิกที่จะขึ้นมาแทนได้ และยังมีสมาชิกของพรรคร่วมที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย

ตัวเลขที่ออกมาแสดงถึงเอกภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพวกเรา ซึ่งมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะเป็นทิศทางที่ดี ในการแถลงข่าวที่ผ่านมา สามารถที่จะผลักดันข้อตกลงต่างๆ ของพรรคจัดตั้งรัฐบาล เป็นแนวโน้มที่ดีมากในการเข้าสู่การจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

นายพิธา ยืนยัน กฎหมายสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องแรงงาน ชาติพันธุ์ สุราก้าวหน้า และสมรสเท่าเทียม จะไม่เป็นอุปสรรคในการผลักดันตามที่ได้แถลงร่วมกัน ส่วนที่ระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยที่มีการระบุยืนยันร่วมกันให้ความเห็นชอบกฎหมายสําคัญเพื่อประชาชน รวมถึงการนิรโทษกรรมคดีแสดงออกทางการเมือง และการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ร่างพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก และร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโหวตรองประธานสภาฯ คนที่1 มีเสนอชื่อ 2 ท่าน คือ นายประดิพัทธ์ จากพรรคก้าวไกล ได้ 312 เสียง และ นายวิทยา แก้วภราดัย จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ 105 เสียง งดออกเสียง 77 เสียง

โดยวันนี้ พล.ต.ท.วิโรจน์ ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว งดออกเสียง รวมถึงมี สส.ก้าวไกล ลาออกและไม่ได้เข้าร่วมประชุม ทำให้ฟากฝั่งพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเหลือ 309 เสียง แต่ปรากฎว่านายปดิพัทธ์ ได้รับคะแนนโหวต 312 เสียง เพิ่มมา 3 เสียง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตุว่า คะแนนที่อาจเป็นเสียงจากฝ่ายขั้วอำนาจเดิมหรือไม่ 

‘ก้าวไกล’ (กำลัง) พ่ายใน ‘เกมรุก’ ทางการเมือง สงครามชิง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ระทึก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552799

04 ก.ค. 2566

'ก้าวไกล' (กำลัง) พ่ายใน 'เกมรุก' ทางการเมือง สงครามชิง 'จัดตั้งรัฐบาล' ระทึก

หลังเกมชิงเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ตกเป็นของ ‘วันนอร์’ และ ‘พรรคเพื่อไทย’ ได้รองประธานสภาคนที่ 2 ไปครอง ถือเป็นข้อยุติชั่วคราวของเกม “ตบจูบ” ทางการเมืองระหว่าง ‘ก้าวไกล’ และ ‘เพื่อไทย’ ในฐานะแกนนำหลักที่จะร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ 8 พรรค ซึ่งเป็นเกมยืดเยื้อที่รอวันแตกหัก

เกมแย่งชิงเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ระหว่างพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ที่ได้ข้อยุติลง เมื่อ 4 ก.ค. 2566 เป็นช่วงเวลาของการ “ตบจูบ” ทางการเมืองของแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล เป็นเกมยื้อหลัง ‘ก้าวไกล’ ประกาศกร้าวจองเก้าอี้ประธานสภาในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นชนวนความขัดแย้งที่ค่อยๆ ปรากฎร่องรอยให้เห็นเป็นระยะๆ คำถามก็คือทำไมการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลถึงยากเย็น และไม่เป็นไปตามที่ประชาชนส่วนใหญ่อยากจะเห็น 

1) ย้อนไปดูการรุกทางการเมืองของ “ก้าวไกล” ค่อยๆ ดีวันดีคืนและเริ่มบ่งชี้ถึงชัยชนะหลังปล่อยแคมเปญเลือกตั้ง “มีเราไม่มีลุง” ซึ่งเสียงตอบรับดีจนเรตติ้งพุ่ง และสามารถดันคะแนนก้าวไกลกระเตื้องมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งสามารถฝ่าคำปรามาสเดินหน้าแซงกระแสแลนด์สไลด์เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยคะแนน 151 ที่นั่ง


2) คำประกาศก้อง “พร้อมเป็นนายกฯ ของทุกคน” ของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ในระหว่างปราศรัยโค้งสุดท้ายกลายเป็นปรากฎการณ์ที่กล่าวได้ว่า “พิธา” เป็น “ซุปตาร์” ขวัญใจมหาชนชาวด้อมส้ม ทุกจังหวัดที่เขาเดินทางไปขึ้นเวทีได้รับการต้อนรับอย่างล้นหลาม กระแสประชาธิปไตยอาบไปทั่วตัว “พิธา” และผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล 

3) ฝันของชาวด้อมส้มเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ พวกเขามั่นใจว่าในแคมเปญ “กาก้าวไกลประเทศไทยไม่เหมือนเดิม” จะมีนายกฯ คนที่ 30 ชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” นโยบายกว่า 300 นโยบายจะได้รับการผลักดันให้เป็นจริง โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างประเทศที่อุ้ยอ้ายให้ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

4) การรุกทางการเมืองจากก่อนการเลือกตั้ง กระทั่งเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลไม่ง่ายอย่างที่คิด เกมสกัด “พิธา” ถูกปล่อยออกมาเป็นระยะ ตั้งแต่การถือหุ้นไอทีวี ทีวีเสรีที่เสมือนตายไปแล้ว ถูกปลุกผีขึ้นมาทวงถาม “คุณสมบัติ” ว่าที่นายกฯ อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด และดูเหมือนทำให้เส้นทางนายกฯ ของ “พิธา” เริ่มสะดุด

5) ตามมาด้วยข้อหา “การเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล” ที่ผู้ร้องหมายมั่นให้นำไปสู่การยุบพรรค ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเมื่อ 26 มิ.ย. ให้สอบถามอัยการสูงสุดว่า มีคำสั่งรับหรือไม่รับดำเนินการคำร้องกรณี “พิธา” และพรรคก้าวไกลหาเสียงด้วยการเสนอให้แก้ไขมาตรา 112 และให้แจ้งต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

6) ผลการเลือกตั้งที่โหวตเตอร์เทคะแนนให้ “ก้าวไกล” ชนะ 14 ล้านเสียง กระทั่งสามารถรวบรวม สส.ฝ่ายค้าน 8 พรรคเดิมได้ 312 เสียง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรจนกลายเป็นผู้กำหนดเกม กลายเป็นว่า “เพื่อไทย” ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลกลับเป็นหอกข้างแคร่ใกล้ตัวที่คอยแซะ และโปรยตะปูเรือใบเกลื่อนถนน สร้างด่านโหดท้าทาย “พิธา” หนักข้อขึ้นทุกวัน

7) การเดินสายไปพบปะฐานเสียงในหัวเมืองต่างจังหวัดของ “พิธา” ก่อนหน้านี้ ถูกมองว่า “ก้าวไกล” กำลังใช้มวลชนด้อมส้มกดดัน สว. และพรรคร่วมไม่ให้แตกแถว (เลิกแซะ) เพื่อแลกเสียงโหวตนายกฯ 376 คะแนน ซึ่งเป็นเกมรุกของพรรคก้าวไกลที่ทำอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีคำอธิบายว่า เป็นการเดินทางขอบคุณ FC ก่อนจะไม่มีเวลาหลัง “รัฐบาลพิธา 1” ถูกทำคลอดออกมาแล้ว

8) ทว่าพรรคเพื่อไทยไม่อาจสำรวมเก็บมารยาททางการเมืองอย่างที่ควรจะเป็นไว้ได้ เพราะในฐานะพรรคอันดับ 2 พวกเขาก็แอบหวังสูง เพราะต้องเข้าใจว่าการห่างเหินจากอำนาจมา 8-9 ปีนั้น ไม่ใช่วิสัยของพรรคการเมือง แต่จะกล่าวหากันในที่แจ้งว่าใครจะยอม “อดอยากปากแห้ง” ก็ดูจะให้ร้ายกันเกินไป 

9) แต่การเมืองก็คือการเมือง จึงเห็นตัวละครเพื่อไทยออกมาตีหน้าคนละบท ฝั่งหนึ่งปากหนุน “พิธา” เป็นนายกฯ และพร้อมส่งกำลังใจให้จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ ขณะที่ฝั่งแกนนำลายครามในพรรค อาทิ เฉลิม อยู่บำรุง อดิศร เพียงเกษ ฯลฯ ก็ออกมาขย่มขอเก้าอี้ “ประธานสภา” ซึ่งโน้มนำให้เข้าใจได้ว่าเพื่อไทยนั้นเก๋าเกมกว่า และใช้ยุทธวิธี “โดดเดี่ยวทางการเมือง” ก้าวไกลที่มั่นหน้าจนเกินไป

10) เก้าอี้ “ประธานสภา” ที่ตกเป็นของ “วันนอร์” จากพรรคประชาชาติ เป็นหนึ่งในสมการที่ตอกย้ำความพ่ายแพ้ของ “ก้าวไกล” เพราะต้องเข้าใจว่าสายสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาชาติ และเพื่อไทยนั้นสนิทชิดเชื้อจนแทบจะใช้เงินกระเป๋าเดียวกัน ขณะที่ “ปดิพัทธ์ สันติภาดา” ที่ยอมถอยมารับแค่ตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 ก็นับเป็นการพ่ายในเกมรุกของ “ก้าวไกล” อย่างไม่ต้องสงสัย

11) นับจากนี้ไปจึงไม่มีหลักประกันใดๆ ที่ทำให้ชาวด้อมส้มมั่นใจได้เลยว่า เสียงโหวตนายกฯ คนที่ 30 จะเทมาให้ “พิธา” ก้าวขึ้นเป็นผู้นำประเทศ  แต่อาจเกิดฉากทัศน์เลวร้ายสุดโดย “พรรคก้าวไกล” อาจถูกเขี่ยให้หลุดวงโคจรพรรคร่วมรัฐบาล กระทั่งถอยสุดกระดานไปทำหน้าที่ฝ่ายค้านเสียด้วยซ้ำ นั่นเพราะ “เพื่อไทย” ขาด “ก้าวไกล” ได้ แต่ “ก้าวไกล” ขาด “เพื่อไทย” ไม่ได้

12) ณ เวลานี้กล่าวได้ว่า “พรรคเพื่อไทย” ที่มีจำนวน สส. เป็นอันดับ 2 และห่างจาก “ก้าวไกล” แค่ 10 เสียง ถือไพ่เหนือกว่า และมีแนวโน้มจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแทน “ก้าวไกล” อีกด้วย ซึ่งฉากทัศน์นี้จะปรากฎชัดขึ้นเมื่อ “พิธา” ไม่ได้ไปต่อจากที่ประชุมรัฐสภา นั่นหมายถึงโอกาสที่ สว.จะยอมลดราวาศอกด้วยการเทคะแนนให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยก็เป็นไปได้สูง 

13) ขึ้นอยู่กับว่าเกมกดดันและการต่อรองระหว่างสองพรรคใหญ่จะรุนแรงถึงขั้นแตกหักจนเกิดการพลิกขั้ว กระทั่งบีบให้ “ก้าวไกล” จนแต้มและยอมถอยไปเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ เกมนี้อยู่ที่ “เพื่อไทย” โดยเฉพาะการส่งสัญญาณจากนายใหญ่อย่าง “ทักษิณ” ว่าจะวางหมากในเกมยาวของ “สงครามการเมือง 66” อย่างไร 

(คลิป) ปูมหลัง 3 ประธานสภาฯ ผู้สร้างตำนานในสนามการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552797

04 ก.ค. 2566

(คลิป) ปูมหลัง 3 ประธานสภาฯ ผู้สร้างตำนานในสนามการเมือง

ตามคาด มติพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลแถลงจุดยืน เคาะ “วันนอร์” วันมูหะหมัดนอร์ มะทา นั่งประธานสภา “ก้าวไกล-เพื่อไทย” ได้รองประธานสภา คนละ 1 ตำแหน่ง ทั้ง 3 คนเป็นใครมาจากไหน “คมชัดลึก” รวบรวมมาไว้ที่นี่

จบไปแล้วกับการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฏร เพื่อเลือก “ประธานสภา” ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นประมุขในฝ่ายนิติบัญญัติ และเป็นไปตามที่คาดการณ์สำหรับ 3 คนที่จะเข้ามานั่งทำหน้าที่คุมบัลลังก์ในสภาสัปปายะสภาสถานตลอดเวลา 4 ปีหลังจากนี้  โดย “ประธานสภา” ตกเป็นของ “วันนอร์” หรือ วันมูหะมัดนอร์ มะทา จากพรรคประชาชาติ เป็นผู้ที่ถูกเสนอชื่อเพียงหนึ่งเดียว ส่วนรอง “ประธานสภา” คนที่ 1 ตกเป็นของ “หมออ๋อง” หรือ นพ.ปดิพัทธ์ สันติภาดา จากพรรคก้าวไกล และ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน จากพรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 คนเป็นใครมาจากไหน และมีความสำคัญทางการเมืองอย่างไร 

ชลน่าน รับ “โหวตนายกรัฐมนตรี” งานสุดหิน – ย้ำมีแผนเดียวส่ง ‘พิธา’ ขึ้นผู้นำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552793

04 ก.ค. 2566

ชลน่าน รับ "โหวตนายกรัฐมนตรี" งานสุดหิน - ย้ำมีแผนเดียวส่ง  'พิธา' ขึ้นผู้นำ

หัวหน้าพรรคเพือไทย มองการโหวตตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ แม้ว่าจะเป็นไปตามแนวทางของ 8 พรรคร่วม แต่ของแข็งที่กำลังจะเจอจากนี้ไปคือการ ” โหวตนายกรัฐมนตรี” ที่มีตัวแปรอยู่ที่เสียงหนุนจากสว.

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว   หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า  ผลโหวตที่ออกมาในตำแหน่ง  ประธานสภาผู้แทนราษฎร  และรองประธานสภาฯ ที่เป็นไปตามแนวทาง  ถือเป็นสิ่งที่น่าพอใจ
 อย่างไรก็ตามการโหวตนายกรัฐมนตรี  ที่จะมีขึ้นจากนี้เป็นการโหวตของที่ประชุมร่วมรัฐสภา ที่อาจจะไม่เหมือนกันกับ  500 เสียง  ของสส. ที่โหวตประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ  แต่ในส่วนของพรรคร่วมทั้ง 8 พรรค มั่นใจ ยืนหยัดที่จะสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี 

ทั้งนี้การ “โหวตนายกรัฐมนตรี” ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา มี 2 องค์ประกอบ คือ สส. 500 คน และ สว. อีก 250 คน ซึ่งการโหวตในแต่ละสภา คาดการณ์ได้ลำบาก โดยเฉพาะในส่วนของ สว.  ” ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการทำงานที่จะแสวงหาคะแนนให้ได้มากที่สุด ให้ได้ 376 เสียง    ไม่มีแผนสำรอง หากนายพิธา เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง แต่มีแผนเดียวที่ต้องร่วมกัน คือ แสวงหาคะแนนเสียงร่วมกันให้ได้”  นพ.ชลน่าน  กล่าว  

ยอมรับโดยดี ‘พิเชษฐ์’ เพื่อไทย ตัวการทำ ‘สภาล่ม’ ลั่น กู้ศักดิ์ศรีคืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552791

04 ก.ค. 2566

ยอมรับโดยดี ‘พิเชษฐ์’ เพื่อไทย ตัวการทำ ‘สภาล่ม’ ลั่น กู้ศักดิ์ศรีคืน

‘พิเชษฐ์’ รองประธานสภาคนที่2 ยอมรับตัวการทำ ‘สภาล่ม’ ลั่นพร้อมทำหน้าที่กู้ศักดิ์ศรีคืน จ่อเพิ่มเวลาขรก.-ปชช.เข้าหารือ เผย ถูก ‘ชวน’ อดีตประธานสภา แซว ทำเรื่องไว้เยอะ ระวังถูกเอาคืน

ที่รัฐสภา นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ว่าที่รองประธานสภาคนที่ 2 เปิดเผยว่า เพิ่งรู้ตัวเมื่อคืนว่าจะถูกเสนอชื่อ เป็นรองประธานสภาคนที่2 คิดว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะเห็นตนทำงานในสภามาโดยตลอด

ดังนั้นปัญหาต่างๆ ในสภาก็เห็นมาเยอะ และฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ถือว่าเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบกับฝ่ายตุลาการและฝ่ายบริหาร ซึ่งตนตั้งใจจะฟื้นคืน สภาผู้แทนราษฎรให้มีศักดิ์ศรีทั้งสมาชิกและองค์กร

“นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของฝ่ายประชาธิปไตย ที่จะฟื้นคืนชีพให้สภาผู้แทนราษฎร เป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้มากขึ้น และยืนยันว่าผมพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสภาล่มกฎหมาย”
 

และเรื่องรายงานต่างๆ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงฝ่ายนิติบัญญัติน้อยมาก โดยเฉพาะโอกาสที่จะนำเสนอปัญหาเข้าสภาฯ ตนทราบดี เพราะเป็น สส.เขต จึงอาจจะขอปรึกษากับประธานสภาฯ และรองประธานสภาคนที่1ในการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาแจ้งปัญหาหรือโครงการอย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อให้ สส. นำปัญหานั้นมาพูดคุยกับ แต่ละกระทรวง

ส่วนความมั่นใจเรื่อง การแก้ปัญหาสภาล่มนั้นตนมองว่าอยู่ที่การบริหารจัดการสมาชิก บริหารจัดการเวลาและจะพยายามทำให้สภาไม่ล่ม พร้อมกล่าวว่าที่ผ่านมา ตนก็เป็นหนึ่งคนที่ ทำให้เกิดปัญหาสภาล่ม

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ว่าที่รองประธานสภาคนที่ 2นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ว่าที่รองประธานสภาคนที่ 2

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมานายพิเชษฐ์ ค่อนข้างที่จะลุกประท้วงในการประชุมบ่อย ครั้งต่อไปใครจะมาทำหน้าที่แทน กลัวว่าจะโดนประท้วงเหมือนที่ตนเคยทำหรือไม่ นายพิเชษฐ์ ขำ ก่อนจะกล่าวว่าที่ผ่านมาตนก็เป็นหนึ่งคนที่ทำสภาล่มเยอะและนายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ ก็ได้แซวว่า “ทำเรื่องไว้เยอะ ระวังถูกเอาคืน”

สำหรับข้อกังวลเรื่องการแก้มาตรา 112 ตนมีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไรนั้น นายพิเชษฐ์กล่าวว่า อันดับแรกต้องผ่านคณะกรรมการประสานงาน 2 ฝ่ายก่อน แล้วถึงจะมาพิจารณาว่าเห็นสมควรบรรจุเข้าที่ประชุมหรือไม่

ส่วนที่ผ่านมามีกฎหมายหลายฉบับที่ประชาชนเขาชื่อและถูกตีตกไปนั้น นายพิเชษฐ์ ยืนยันว่า ทั้งสามคนเห็นความสำคัญ พ.ร.บ. ที่มาจากประชาชนอันดับแรกและจะพยายามผลักดันเข้าสภาให้เร็วที่สุด

‘หมออ๋อง’ พร้อมแล้ว นำสภาฯก้าวหน้า ประชาชนเข้าใช้บริการได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552786

04 ก.ค. 2566

'หมออ๋อง' พร้อมแล้ว นำสภาฯก้าวหน้า ประชาชนเข้าใช้บริการได้

‘หมออ๋อง’ ลาออกกรรมการบริหาร ‘พรรคก้าวไกล’ รับบทบาทท้าทาย ‘รองประธานสภาฯคนที่ 1’ ร่วมงาน ‘อ.วันนอร์’ พาสภาฯก้าวหน้า ไม่ปิดกั้นประชาชนเข้าใช้บริการ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ หมออ๋อง สส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล ขอบคุณหลังได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ด้วยคะแนนเสียง 312 เสียง

หมออ๋อง กล่าวว่า หากติดตามกันมา การ “เลือกประธานสภาฯ” เป็นที่หนักใจของทุกคน วันนี้ปรากฏว่าทุกอย่างดำเนินไปได้เรียบร้อยดี และคะแนนเสียงที่ตนได้รับ แม้จะมีการเสนอชื่ออีกคนหนึ่งมา แต่ก็เป็นบรรยากาศในการแข่งขัน แสดงวิสัยทัศน์ และโหวต ซึ่งคะแนนที่ออกมา ตนได้รับความไว้วางใจ 

สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือ ทางคณะทำงานมีข้อตกลงว่า ประธานสภาฯและทีมประธานสภาฯ จะดำเนินการในวาระอย่างไร เพื่อให้สภาไทยก้าวหน้า โปร่งใส เป็นของพี่น้องประชาชนมากขึ้น ส่วนตัวได้มีโอกาสคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เห็นตรงกันในหลากหลายมิติ จะผสมผสานระหว่างประสบการณ์ ความรู้ ความตั้งใจ เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งตนคิดว่าจะเป็นส่วนผสมมาก ทำให้สภาก้าวหน้าได้

นอกจากนี้จะทำให้สภาเป็นพื้นที่ทำให้สื่อมวลชนทำงานได้ดี ประชาชนเข้ามาใช้งานได้อย่างปลอดภัย รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง รู้สึกถึงอำนาจที่เขามีในสภาแห่งนี้

“บทบาทใหม่ที่ท้าทายมาก ตั้งใจว่าเมื่อได้รับความไว้วางใจจากสภาแล้ว ตนได้ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มต้นทำงานอย่างเป็นกลางตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” นายปดิพัทธ์กล่าว