ตอบแล้ว ทำไม ‘วิทยา’ รทสช. ลงชิง ‘รองประธานสภาคนที่1’ สู้ ‘ปดิพัทธ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552776

04 ก.ค. 2566

ตอบแล้ว ทำไม ‘วิทยา’ รทสช. ลงชิง 'รองประธานสภาคนที่1' สู้ 'ปดิพัทธ์'

วิทยา แก้วภราดัย รทสช. ตอบแล้ว ลงชิง รองประธานสภาคนที่1 สู้ ‘ปดิพัทธ์’ เพราะไม่เห็นด้วยกับหลายนโยบายของก้าวไกล มีทั้ง ม.112-แบ่งแยกดินแดน-เปลี่ยนวันชาติ ชี้ วันนอร์ นั่งประธานสภา ส่งสัญญาณ เพื่อไทย ไม่ได้ถอย แต่เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ แล้วก็หมดจาน

ที่รัฐสภา นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้า และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) เปิดเผยหลังประชุมรัฐสภา และพลาดตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่1 ว่า ตัวเลขของพรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันดี พร้อมยืนยันการเสนอชื่อตัวเองในวันนี้ ก็เพื่อแสดงท่าทีว่าพรรครวมไทยสร้างชาติไม่สนับสนุนนโยบายหลายอย่างของพรรคก้าวไกล

 จึงพร้อมที่จะยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยเฉพาะการแก้ไข มาตรา 112 การแบ่งแยกดินแดน และการเปลี่ยนวันชาติ ซึ่งหลายๆ เรื่องพรรครวมไทยสร้างชาติและประชาชนรับไม่ได้ ตนจึงมีหน้าที่สะท้อนการทำงานอีกส่วนหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว

ส่วนผลคะแนนที่ได้และมีทั้งงดออกเสียง และไม่ลงคะแนนนั้น ส่วนตัวไม่มีปัญหาใดๆ เพราะไม่ได้มีการหารือจริงจังกับแต่ละพรรค ซึ่งสิ่งที่ออกมาเป็นการแสดงท่าทีของพรรครวมไทยสร้างชาติ หากใครเห็นด้วยและคิดแบบนี้ก็ให้เดินตามมา แต่หากไม่เห็นด้วยและยังไม่มั่นใจ ก็ไม่เป็นไร

เพื่อไทยชนะก้าวแรก

นายวิทยา ยังมองว่า  นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ และว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย เพียงแค่แยกออกมาจากพรรคเพื่อไทย และมีความสัมพันธ์ดีกว่าพรรคก้าวไกล จึงมองว่าเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยได้ชัยชนะในก้าวที่หนึ่ง ส่วนก้าวที่สองและสาม ก็จะดูออกว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“ผมรู้จักกับอาจารย์วันนอร์ ตั้งแต่อยู่พรรคความหวังใหม่ จนสุดท้ายอยู่พรรคเพื่อไทย จึงมีความผูกพันสูงมากกว่าพรรคก้าวไกล ดังนั้นงานนี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ถอย แต่เป็นการเดินทีละก้าว แล้วกินข้าวทีละคำ แล้วก็หมดจาน” นายวิทยา กล่าว

ส่วนคะแนนที่ ‘หมออ๋อง’ นายปดิพัทธิ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกล ได้ 312 เสียงนั้น ก็ถือว่าพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลไม่แตกแถว แต่ขอให้รักษาไปจนถึงวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แล้วให้คาดการณ์ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

“จะประคองคะแนน 312 เสียง ไปจนถึงวันโหวตนายกฯ ได้หรือไม่ ก็อยู่ที่การประคองความรู้สึกกัน เพราะวันนี้ความรู้สึกได้เริ่มผ่อนคลายลงมา ไม่ก้าวร้าว เพราะทีแรกจะเอาหมดทุกอย่าง ก้าวซะไกล กินเกินถ้วยชาม สุดท้ายก็แยกถ้วยชามมาให้อาจารย์วันนอร์ชามหนึ่ง ต่อไปก็ต้องรู้จักแบ่งปันคนอื่นจิตใจไม่คับแคบก็อยู่กันได้นาน แต่หากคับแคบก็จะเป็นบทเรียนไปเรื่อยๆ เป็นธรรมชาติของสรรพสัตว์ในโลก” นายวิทยา กล่าว

ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีการเสนอแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีแข่งพรรคจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ เพราะวันนี้ก็มีการเสนอชื่อแข่งรองประธานสภาฯ นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการหารือ แต่เรื่องการลงแข่งรองประธานสภาในวันนี้ ตนได้มีการหารือภายในพรรค ซึ่งพรรคก็เห็นด้วย

นายวิทยา กล่าวปิดท้ายว่า หลังทราบผลลงคะแนนรองประธานสภาคนที่ 1 แล้ว นายปดิพัทธ์ได้เดินมาแสดงความยินดีกับตน ที่ได้แสดงความคิดเห็นอยู่ฝ่ายตรงข้าม ขณะที่ตนได้ให้กำลังใจกลับไป พร้อมบอกให้ใจเย็นๆ คิดอะไรให้รอบคอบ

พิธา ชื่นมื่นเสียงโหวต ‘รองประธานสภา’ มาครบ เชื่อเก้าอี้ นายกรัฐมนตรี ฉลุย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552775

04 ก.ค. 2566

พิธา ชื่นมื่นเสียงโหวต 'รองประธานสภา' มาครบ  เชื่อเก้าอี้ นายกรัฐมนตรี ฉลุย

หัวหน้าพรรคก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สุดพอใจ ผลการลงมติของ 8 พรรคร่วม ที่มอบให้ ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก 312 เสียง ขึ้นรองประธานสภาคนที่ 1 มองถือเป็นการ สะท้อนความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล ส่งสัญญาณปูทางไปถึงการโหวตนายกรัฐมนตรีราบรื่นแน่

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะว่าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร( คนที่ 1 ) แถลงข่าวร่วมกันภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติให้ความเห็นชอบนายปดิพัทธ์ ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 

นายพิธา   กล่าวว่า  ผลการลงมติของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ที่ได้มอบให้กับนายปดิพัทธ์ 312 เสียง
สะท้อนเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล  ที่สามารถรวบรวมเสียงได้ ไม่ให้แตกแถว และมีเอกภาพในการลงมติ 100% มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แม้จะมีการเสนอชื่อแข่งจากพรรครวมไทยสร้างชาติก็ตาม ถือเป็นทิศทางที่ดี ไม่มีปัญหาในความสัมพันธ์ของพรรคร่วมฯ ที่จะสามารถผลักดันข้อตกลงต่าง ๆ  สู่การจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จได้ต่อไป และมั่นใจว่า ผลการลงมติการเลือกประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ออกมา เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ตนเองจะประสบความสำเร็จในการเป็นนายกรัฐมนตรี 


นายพิธา   กล่าวว่า พรรคก้าวไกล รวมไปถึงรองประธานสภาทั้ง 2 คน ได้มีการพูดคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ  ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ที่จะช่วยกันผลักดันกฎหมายต่าง ๆ ทั้งกฎหมายสุราก้าวหน้า สมรสเท่าเทียม รวมถึงกฎหมายสำคัญอื่น ๆ ซึ่งรวมไปถึงการนิรโทษกรรม
“พร้อมน้อมนำพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานไว้ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเปิดประชุมรัฐสภา เมื่อวานนี้ (3 ก.ค.) โดยเฉพาะเรื่องชาติ และประชาชน ” นายพิธา  ระบุ

นายปดิพัทธ์   สันติภาดา  รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1  กล่าวว่า  ทุกอย่างสามารถดำเนินการไปได้ด้วยดี และแม้จะมีการเสนอชื่อนายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แข่งขัน แต่สุดท้าย ตนเองก็ได้รับความไว้วางใจจากสภาให้ทำหน้าที่ ยืนยันว่า คณะทำงาน จะมีการทำงานร่วมกัน เพื่อผลักดันภารกิจของสภาให้มีความก้าวหน้า โดยจะผสมผสานประสบการณ์ และความรู้ ความตั้งใจใหม่ ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อทำให้สภาก้าวหน้าต่อไป ประชาชนสามารถเข้ามาใช้งาน และเป็นส่วนหนึ่งของสภาไทยได้ 


“เมื่อได้รับความไว้วางใจจากสภาแล้ว ผมได้ยื่นเรื่องลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลแล้ว โดยจะเริ่มทำงานอย่างเป็นกลางตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเมื่อขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ เสร็จสิ้น ก็จะเร่งฟอร์มคณะทำงาน เพื่อทำงานโดยเร็ว โดยเฉพาะการปรับปรุงกระบวนการพิจารณากฎหมายให้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ”  นายปดิพัทธ์  กล่าว

พิธา ชื่นมื่นเสียงโหวต 'รองประธานสภา' มาครบ  เชื่อเก้าอี้ นายกรัฐมนตรี ฉลุย

การลงคะแนนเสียงรับรองประธานสภาผู้แทนราษฏร  และรองประธานสภาคนที่หนึ่ง รองประธานสภาคนที่สอง ซึ่งทั้ง 3 มาจาก 8  พรรคร่วมรัฐบาล ต่างได้รับคะแนนเสียงตรงตามเป้าหมาย 

ภาพโดย  NATIONPHOTO

เบื้องหลัง ‘ภูมิใจไทย’ โหวตเลือก ‘รองประธานสภาคนที่1’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552771

04 ก.ค. 2566

เบื้องหลัง ‘ภูมิใจไทย’ โหวตเลือก 'รองประธานสภาคนที่1'

‘อนุทิน’ มอง ภาพรวมเปิดประชุมสภาวันแรก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เผย ‘ภูมิใจไทย’ ปล่อยฟรีโหวต เลือก ‘รองประธานสภาคนที่ 1’

ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ว่า มีผู้เสนอท่านเดียวซึ่งตามกฎก็ไม่ต้องลงคะแนน

โดยวันนี้ตนได้ให้ สส.ของพรรค ฟรีโหวต เพราะว่าเราไม่ได้เสนอชื่อ ก็เลยให้ลูกพรรคได้ใช้สิทธิ์ของตัวเองเต็มที่ 

ทั้งนี้การเลือก ประธานสภา และ รองประธานสภา ทั้ง 2 คน ในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่นานกว่าที่ควรจะเป็น เพราะมีการเขียนชื่ออาจจะเสียเวลาไป 2 ชั่วโมง 

แต่วันนี้ไม่มีอะไรดุเดือดเริ่มต้นก็ดีเรียบร้อยดี บรรยากาศสภาพทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อนุทิน อนุทิน

เบื้องหลัง ‘ภูมิใจไทย’ โหวตเลือก 'รองประธานสภาคนที่1'

ส่วนภาพการลงคะแนนวันนี้ สะท้อนถึงการโหวตนายกรัฐมนตรี หรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่าอย่าไปผูกกันเลยประธานสภาก็ประธานสภานายกฯก็นายกฯ

เมื่อถามว่าวันโหวตนายกรัฐมนตรี คิดว่าจะนานกว่านี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าขอให้ถึงวันนั้นก่อน

ขณะที่อนาคตการเมืองของพรรคภูมิใจไทยวางแผนไว้อย่างไรนั้นในอนุทินกล่าวว่า Have a good evening ส่วนในฐานะที่จะต้องเป็นผู้นำฝ่ายค้านนั้น นายอนุทิน กล่าวเพียงสั้นๆว่า ขอให้ถึงวันนั้นก่อน

วิษณุ  แนะ ก้าวไกล เพื่อไทย ยกเลิก ‘บ้านพักหลวง’ นายกรัฐมนตรี คุยกับ ผบ.ทบ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552764

04 ก.ค. 2566

วิษณุ  แนะ ก้าวไกล เพื่อไทย ยกเลิก 'บ้านพักหลวง' นายกรัฐมนตรี  คุยกับ ผบ.ทบ.

รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย   วิษณุ เครืองาม มองความเคลื่อนไหว ของ 2  พรรคใหญ่ ก้าวไกล เพื่อไทย  ต่อ  การแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ  ระบุในขั้นตอนยังต้องผ่านด่านสว.  ส่วนประเด็น “บ้านพักหลวง” ที่นายกรัฐมนตรีพำนัก เรื่องนี้สามารถหารือได้กับผู้บัญชาการทหารบก 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย   เปิดเผยว่า การที่พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยเห็นตรงกัน  ต่อการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการ “ปฏิรูปกองทัพ”  ทั้งร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ร่างพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก และ ร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  ถ้าหากทั้ง 2 พรรคได้เป็นรัฐบาลก็สามารถทำได้เลย แต่ในขั้นตอนกฎหมายเหล่านี้ต้องผ่านสมาชิกวุฒิสภา ( สว.) 


ส่วนการแก้กฎหมายเพื่อ  “ปฏิรูปกองทัพ”  จะมีความยากและถูกสกัดหรือไม่  ตนไม่ทราบในเรื่องนี้ เพราะในสว.ก็มีทหาร และ ผู้ที่ดูแลฝ่ายความมั่นคงอยู่  รวมถึงในสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรก็มีสิทธิเสนอในประเด็นดังกล่าว ด้านประเด็นบ้านพักหลวงของนายกรัฐมนตรี  เข้าข่ายเป็นเพียงระเบียบกระทรวงกลาโหม ระเบียบกองทัพบก และกองทัพเหล่าต่างๆ ที่ออกเอง  ไม่ใช่กฎหมาย     ถ้าจะเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต้องหารือกับผู้บัญชาการทหารบก 

“มันเป็นระเบียบของกองทัพบกซึ่งจะเป็นผู้ตัดสิน แต่คุณจะทำให้กองทัพบกเปลี่ยนใจมาตามคุณ อันนี้ก็แล้วแต่ไปพูดจากัน  ฝ่ายทหาร เป็นผู้ตัดสินใจ   ซึ่งระเบียบดังกล่าว เกิดขึ้นในสมัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ทบ. และรัฐบาลยุคทักษิณ ชินวัตร ซึ่งไม่ใช่ระเบียบที่ เขียนขึ้นเพื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  นายวิษณุ ระบุ

เปิด ‘ขั้นตอนเลือกนายกรัฐมนตรี’ พิธา ยังมีสิทธิวืด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552762

04 ก.ค. 2566

เปิด 'ขั้นตอนเลือกนายกรัฐมนตรี' พิธา ยังมีสิทธิวืด

‘ขั้นตอนเลือกนายกรัฐมนตรี’ ต้องกระทำในที่ประชุมรัฐสภา และมีเสียงสนับสนุนมากกว่า 376 เสียง ท้าทาย ‘พิธา’ ต้องหาจาก สว.

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ วันมูหะหมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่งประธานสภาแล้ว ขั้นตอนหลังโปรดเกล้าฯ  ประธานสภาในฐานะประธานรัฐสภา ต้องทำหน้าที่สำคัญ คือการกำหนดวาระการประชุมตาม ขั้นตอนเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ที่มีสาระสำคัญบังคับว่าในระหว่าง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งมีพิธา เป็นแคนดิเดตนายกฯจากพรรคอันดับหนึ่ง

การให้ ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี วให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา มติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามขั้นตอนเลือกนายก มาตรา159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียง มากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือ 376 เสียง

สำหรับรายชื่อนายกรัฐมนตรี ต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่เสนอไว้ตอนสมัครรับเลือกตั้ง สส. โดยพรรคการเมืองที่จะเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาได้ต้องมี สส. ไม่น้อยกว่า 5 % หรือ ไม่น้อยกว่า 25 คน ซึ่งประกอบไปด้วย พิธาจากพรรคก้าวไกล  เศรษฐาจากพรรคเพื่อไทย อนุทินจากพรรคภูมิใจไทย  พล.อ.ประวิตรจากพรรคพลังประชารัฐ  พล.อ.ประยุทธ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และ จุรินทร์จากพรรคประชาธิปัตย์

หากที่ประชุมรัฐสภา ไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรี จากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองได้ ให้สมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน จํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง แจ้งไว้ตามมาตรา 88 (นายกฯคนนอก)ได้

ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ ทั้งสองสภา ให้ยกเว้นได้ จึงกลับไป เริ่มดําเนินการ ตามขั้นตอนการเลือกนายกฯใหม่  โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง แจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้  นายกฯคนที่ 30 ของไทย จึงอาจพลิกจาก พิธา เป็นคนอื่นได้

โดยการเลือกนายกรัฐมนตรี จะใช้วิธีขานชื่อลงคะแนนโดยเปิดเปิดเผย ส่วนจะเริ่มจากสส.ก่อน หรือดำเนินการพร้อมกับ สว.ก็ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมรัฐสภา จะหารือกัน 

‘พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน’ นั่งรองประธานสภาฯ คนที่สอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552726

04 ก.ค. 2566

'พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน' นั่งรองประธานสภาฯ คนที่สอง

‘พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน’ นั่งรองประธานสภาฯ คนที่สอง ไร้คู่แข่ง หลัง ‘เพื่อไทย’ ชี้คุณสมบัติเหมาะสม ดีกรี สส. อาวุโส 5 สมัย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนการประชุม สส. “เพื่อไทย” ที่อาคารรัฐสภา เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนร่วมประชุมสภาฯ นัดแรก โดยในเวลา 08.35 น. ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล เดินทางมาถึง ก่อนเปิดเผยว่าคืนวานนี้ 3 ก.ค. 2566 กรรมการบริหารพรรคได้ประชุมกันผ่านโปรแกรมซูมออนไลน์เพื่อหาข้อสรุปถึงบุคคลที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นรองประธานสภาฯ คนที่สองว่าเป็น ส.ส.เชียงราย “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” ซึ่งจะแจ้งให้สมาชิกในที่ประชุมทราบต่อไป

จากนั้นเวลา 08.40 น. ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เดินทางมาถึง และได้ยืนยันเช่นเดียวกันว่ากรรมบริหารพรรคมีมติเสนอชื่อนายพิเชษฐ์ เป็นรองประธานสภาฯ คนที่สอง พร้อมระบุว่านายพิเชษฐ์ มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็น สส. อาวุโส 5 สมัย ทำงานในสภามาตลอด อภิปรายได้เป็นอย่างดี มีปฏิภาณไหวพริบ และได้แจ้งมติพรรคให้นายพิเชษฐ์ทราบแล้ว

เมื่อถามว่าจะทำให้ ส.ส.นครพนม นางมนพร เจริญศรี ซึ่งเป็นอีกรายชื่อที่มีกระแสข่าวว่าจะเป็นรองประธานสภาฯ น้อยใจหรือไม่ นายประเสริฐ บอกว่า “ไม่หรอก เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันว่ามีตำแหน่งเดียว”

'พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน' นั่งรองประธานสภาฯ คนที่สอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังนายประเสริฐ เข้าห้องประชุม ส.ส.สุรินทร์ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้เดินจูงมือนางมนพร มาที่ห้องประชุมก่อนกล่าวเชิงหยอกล้อว่า “ฝากถ่ายรูปผม คู่กับว่าที่รองประธานสภาฯ หน่อย จะได้อาศัยบารมีด้วย น้องสาวข่อยเด้ ส่งเข้าประกวด” 

ล่าสุดหลังการประชุมสภา “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” ได้ขึ้นนั่งรองประธานสภาฯ คนที่สอง เป็นที่เรียบร้อยโดยไร้คู่แข่ง เนื่องจากไม่มีพรรคใด เสนอชื่อรองประธานสภาฯ คนที่สองเข้าแข่งขัน

'พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน' นั่งรองประธานสภาฯ คนที่สอง

ปูมหลัง 3 ประธานสภา ‘วันนอร์’ หมออ๋อง พิเชษฐ์ นักสร้างตำนานในสนามการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552743

04 ก.ค. 2566

ปูมหลัง 3 ประธานสภา 'วันนอร์' หมออ๋อง พิเชษฐ์  นักสร้างตำนานในสนามการเมือง

เปิดปูมหลัง 3 ประธานสภา ‘วันนอร์’ -หมออ๋อง-พิเชษฐ์ ที่ไปที่มาไม่ธรรมดา เป็นนักสร้างตำนานในสนามการเมืองทุกคน ยึดมั่น ยืนหยัด ฝ่ายประชาธิปไตย

จบไปแล้วกับการเปิด ประชุมสภา เพื่อเลือก ประธานสภา ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ และเป็นไปตามที่คาดการณ์สำหรับ 3 คนที่จะเข้ามานั่งทำหน้าที่คุมบัลลังก์ในสภาสัปปายะสภาสถานตลอดเวลา 4 ปีหลังจากนี้ โดยประธานสภาตกเป็นของ “วันนอร์” หรือ วันมูหะมัดนอร์ มะทา จากพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกเสนอเชื่อเพียงหนึ่งเดียว ส่วนเก้าอี้รองประธานสภาคนที่ 1 ตกเป็นของ  “หมออ๋อง” ปดิพัทธ์ สันติภาดา จากพรรคก้าวไกล และ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน จากพรรคเพื่อไทย เป็นประธานสภาคนที่ 2 ทั้ง 3 คนนี้มีบทบาทสำคัญสำหรับทิศทางการเมืองหลังจากนี้อย่างเข้มข้น “คมชัดลึก” สรุปมาให้  

1. “วันนอร์” หรือ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาคนล่าสุด จากพรรคประชาชาติ  เข้าสู่การเมืองตั้งแต่ปี 2522 ผ่านการเป็นรัฐมนตรี 2 กระทรวงคือคมนาคมและมหาดไทย รวมไปถึงเคยรับตำแหน่งประธานสภาในปี 2539  

ก่อนที่จะเปลี่ยนเข้าสู่เส้นทางการเมือง “วันนอร์”  เคยรับราชการครูในพื้นที่จังหวัดภาคใต้มาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งเป็นครูใหญ่ อาจารย์ประจำวิทยาลัย และ รองอธิการบดี วิทยาลัยครูสงขลา หลังจากนั้นในปี 2522 เริ่มทำงานการเมือง โดยเริ่มในสังกัดพรรคกิจสังคม เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและแกนนำกลุ่มวาดะห์ 

วันมูหะมัดนอร์ มะทาวันมูหะมัดนอร์ มะทา

วันมูหะมัดนอร์ มะทา หรือ “วันนอร์” เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีในสมัยที่ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2547 ก่อนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี จากคำวินิจฉัยในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549 แต่ยังคงมีบทบาทให้คำแนะนำ ส.ส.กลุ่มวาดะห์  

ตลอดระยะเวลา 40 ในเส้นทางการเมือง วันมูหะมัดนอร์ มะทา แสดงจุดยืนในการสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยและต่อต้านระบบเผด็จการมาโดยตลอด ที่ผ่านมา “วันนอร์” ไม่เคยเห็นด้วยกับการมีอยู่ของ กอ.รมน. และการใช้กฏอัยการศึกในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใตเ โดยเขาเคยระบุว่า “กอ.รมน. ควรถูกยกเลิกไปนานแล้ว แต่มันมีการรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ในช่วงรัฐประหาร 2549 เมื่อก่อนที่ไทยยังมีภัยคอมมิวนิสต์”  

อย่างไรก็ตามในปี 2562  “วันนอร์” เคยถูกฝ่ายความมั่นคงฟ้องในข้อหายุยง ปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง เนื่องจากจัดเวทีเสวนา “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” โดยเข้าได้บอกเพียงว่าติดคุกเพราะทำเพื่อประชาชน ดีกว่าติดคุกเพราะโกงประชาชน 

2. หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา อายุ 42 ปี จากสัตวแพทย์ สู่สนามการเมือง  คู่ปรับ หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม หลังขึ้นเวทีดีเบตดุเดือดโชว์วิสัยทัศน์ก่อนเลือกตั้ง 2566 พบเคยดวลชิงชัยสนามเลือกตั้ง สส.เขต 1 พิษณุโลก เมื่อปี 2562 มาแล้ว พร้อมกับคว้าอันดับ 1  ล้ม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม จากพรรคประชาธิปัตย์ อดีต สส. 3 สมัย 

สำหรับ หมออ๋อง ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็นนักการเมืองปฏิบัติหน้าที่ฝ่านค้านที่โดดเด่น โดยเฉพาะการอภิปรายในสภา  เกี่ยวกับการการชุมนุมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ เมื่อ 27 ต.ค. 2563 โดยหมออ๋องได้อภิปรายว่า

“การพูดคุยเรื่องข้อเรียกร้องจากการชุมนุมนั้น รัฐสภาต้องเป็นคำตอบเพื่อให้การพูดคุยเรื่องนี้ปลอดภัยและตรงตามเจตนารมณ์ที่สุด นี่เป็นคำถามแห่งยุคสมัย ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่า จากบทสนทนาที่เราคุยกันในโต๊ะอาหาร วงเหล้า หรือในกลุ่มเพื่อนสนิท ตอนนี้กลับมาเป็นประเด็นทางสาธารณะ มันหมายความว่านี่คือคำถามแห่งยุคสมัย แทนที่ผู้ใหญ่จะใช้วิธีปิดปากปิดตา ปิดหู ทำไมเราไม่ทำหน้าที่ในการตอบ ในการถามกลับ หรือการทำให้ผู้ชุมนุมที่เป็นเยาวชนมีโอกาสได้พูดมากขึ้น เรื่องนี้ถ้ารัฐสภาของเราไม่ตัดสินใจให้ดี เราอาจจะเสียใจในภายในหลัง เพราะความรุนแรงรออยู่ที่ถนน”

แต่ประเด็นที่ทำให้ หมออ๋อง กลายเป็นดาวเด่นในสภา และถูกจับตามองจากสังคมมากที่สุด คือการอภิปรายเปิดโปงการทุจริตกองทัพ เส้นทางหักหัวคิวกู้บ้านพักทหาร ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงมาจากเหตุกราดยิงโคราช โดยเขาระบุว่าพบเงิน ไหลเวียนในบัญชี  “เสธ.”  จำนวนกว่า 181 ล้านบาท ภายในเวลาแค่ 38 วัน 

หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดาหมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา

3. พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย ดีกรี สส. 5 สมัย  กับลีลาการอภิปรายในสภาที่มีมีปฏิภาณไหวพริบตลอดเวลา โดยช่วงที่สร้างความฮือฮามากที่สุด คือการอภิปรายในสภาช่วงปี 2565 โดยนายพิเชษฐ์ ได้มีการสาปแช่งคนโกงกินในสภา กลังอภิปรายในประเด็นผูกขาดกิจการพลังงาน  ซึ่งเขาได้อภิปรายว่า “ผมขอสาปแช่งใครกินคำโต ฉลาดแยลยล ขอให้ 7 ชั่วโคตรมีอันเป็นไปมนทางที่เสื่อมเสียเลวร้าย หากคิดในทางที่ไม่มีต่อแผ่นดิน”

ปัจจุบัน พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อายุ 60 ปี  การทำงานที่ผ่านมาเคน นายกองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยภาคเหนือ และมีบทบาทในการนำผู้ชุมนุมเข้ากรุงเทพ เพื่อออกมาต้าน นายสนธิ ลิ้มทองกุล 

ส่วนผลงานด้านการเมือง พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เคยดำรงตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 2 สมัย และเคยเป็นที่ปรึกษา รมช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้คุณพิเชษฐ์ยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน 

 พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพานพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน

‘ปดิพัทธ์ สันติภาดา’ จาก สัตวแพทย์ สู่ ‘รองประธานสภาคนที่ 1’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552230

04 ก.ค. 2566

'ปดิพัทธ์ สันติภาดา' จาก สัตวแพทย์ สู่ 'รองประธานสภาคนที่ 1'

ส่องเส้นทางชีวิต หมออ๋อง ‘ปดิพัทธ์ สันติภาดา’ จาก สัตวแพทย์ สู่ นักการเมือง นั่งเก้าอี้ ‘รองประธานสภาคนที่ 1’ จาก พรรคก้าวไกล

ชื่อของ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ถูกค้นหามากเป็นอันดับหนึ่งในระยะนี้ เมื่อคว้าเก้าอี้ “รองประธานสภาคนที่ 1” จากพรรคก้าวไกล หลังจากลงชิงชัยกับ วิทยา แก้วภราดัย สส.จากพรรครวมไทยสร้างชาติ 

แต่สุดท้าย ชื่อของ “ปดิพัทธ์ สันติภาดา” ก็ถูกโหวตให้นั่งเก้าอี้ รองประธานสภาคนที่ 1 แบบลอยลำ คมชัดลึก พาไปทำความรู้จักกับ “หมออ๋อง” เป็นใครมาจากไหน ทำไมสุดท้ายจึงได้เป็นตัวเต็งในการชิงเก้าอี้ “ประธานสภา” ตำแหน่งที่หอมหวาน ที่ถูกหมายปองจากพรรคการเมือง

ปดิพัทธ์ สันติภาดาปดิพัทธ์ สันติภาดา

เส้นทางชีวิต “หมออ๋อง”

หมออ๋อง หรือ ปดิพัทธ์ สันติภาดา เกิดเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2524 ปัจจุบันอายุ 42 ปี เป็นคน จ.พิษณุโลก จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ก่อนเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวิทยาลัยศาสนศาสตร์ทรีนีตี้ ประเทศสิงคโปร์


ปดิพัทธ์ สันติภาดาปดิพัทธ์ สันติภาดา

สมัยเป็นนักศึกษา หมออ๋อง เคยเขียนบทความไว้ว่า ตอนผมอายุ 21 เรียนอยู่ปี 4 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยรณรงค์ให้คณะ ยกเลิกการรับน้องแบบโซตัส ห้องเชียร์ เปลี่ยนเป็นรับน้องสร้างสรรค์ผ่านกีฬา ค่าย กิจกรรมออกหน่วย และอื่นๆ แต่ตอนนั้น เขาแพ้โหวต

“มาวันนี้ ผมสู้กับอำนาจนิยมต่อไป บ้านใหญ่ การเมืองเก่า หัวคะแนน การซื้อเสียง อันเป็นจุดเริ่มต้นของอำนาจนิยมและการคอรัปชั่นทั้งหลาย ที่ทำลายประเทศไทยจนถึงวันนี้”

ปดิพัทธ์ สันติภาดา

เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นหมอ

จากการที่จบคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ เขาจึงเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นนายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ เป็นเวลา 2 ปี และทำงานด้านการพัฒนาเยาวชนและแก้ไขปัญหาสังคมกับสมาคมนักศึกษาคริสเตียนไทย ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปี  2561

ปดิพัทธ์ สันติภาดาปดิพัทธ์ สันติภาดา

จากสัตวแพทย์สู่นักการเมือง

หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา เริ่มเบนเข็มลงสนามการเมือง โดยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.ครั้งแรกในปี 2562 สังกัดพรรคอนาคตใหม่ เขต 1 จ.พิษณุโลก โดยได้หมายเลข 2 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ได้รับคะแนนเสียง 35,579 คะแนน ชนะ เศรษฐา กิตติจารุรักษ์ จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งได้คะแนน 23,682 คะแนน และชนะ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สส. 3 สมัย จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้คะแนน 18,613 คะแนน

จากนั้น หมออ๋อง ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ครั้งที่ 2 ในปี 2566 สังกัดพรรคก้าวไกล เขต 1 จ.พิษณุโลก โดยได้หมายเลข 9 เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ได้รับคะแนนเสียง 40,842 คะแนน มากเป็นอันดับหนึ่ง ทำให้ปดิพัทธ์ สันติภาดา ได้เป็น สส. สมัยที่สอง

ปัจจุบัน นายสัตวแพทย์ ปดิพัทธ์ สันติภาดา เป็นทั้งสัตวแพทย์และนักการเมืองชาวไทย สังกัดพรรคก้าวไกล และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลสัดส่วนภาคเหนือ รองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ได้แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินกับ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อปี 2562 มีทรัพย์สิน รวม 8,081,878 บาท และหนี้สิน รวม 1,355,588 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 6,726,290 บาท

ขอบคุณภาพ : Padipat Suntiphada – ปดิพัทธ์ สันติภาดา

ลอยลำ ‘ปดิพัทธ์ สันติภาดา’ นั่งเก้าอี้ ‘รองประธานสภาคนที่ 1’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552742

04 ก.ค. 2566

ลอยลำ 'ปดิพัทธ์ สันติภาดา' นั่งเก้าอี้ 'รองประธานสภาคนที่ 1'

ที่ ประชุมสภา เคาะเลือก ‘ปดิพัทธ์ สันติภาดา’ นั่ง รองประธานสภาคนที่ 1 ส่วน ‘พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน’ นั่งเก้าอี้ รองประธานสภาคนที่ 2 แบบไร้คู่แข่ง

ภายหลัง ที่ “ประชุมสภา” มีมติให้ “วันนอร์” นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ดำรงตำแหน่ง ”ประธานสภา” จากนั้น เป็นการเลือก รองประธานสภาคนที่ 1 ล่าสุด ที่ประชุมเลือก “ปดิพัทธ์ สันติภาดา” นั่งเก้าอี้ รองประธานสภาคนที่ 1 ด้วยคะแนน 312 เสียง

โดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อ “หมออ๋อง” ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 โดยนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เสนอชื่อ วิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท้าชิง ทำให้ ทั้ง 2 คน ต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์ก่อนการลงคะแนน

  บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

โดยนายปดิพัทธ์ แสดงวิสัยทัศน์ในการทำหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยหวังเห็นประชาชนกลับมามีความมั่นใจในสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง และจะทำให้สภาฯ กลับมามีตัวตน และศักดิ์ศรี ไม่อยู่ภายใต้อาณัติของฝ่ายบริหาร และเมื่อตนเอง ได้พิจารณาภารกิจของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของตน เป็น SMART Parliment พัฒนากระบวนการนิติบัญญัติให้มีประสิทธิภาพ มีมาตรการสากล เรียกความเชื่อมั่นจากทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ

นอกจากนั้น ยังพร้อมเสนอกระบวนการตรวจสอบนิติบัญญัติในการพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ ได้อย่างโปร่งใส ให้ประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ติดตามการพิจารณากฎหมายได้ และมีการรับฟังความคิดเห็นประกอบการพิจารณากฎหมายอย่างจริงจัง จึงขอความไว้วางใจจาก สส. และเชื่อว่า สส.ที่เคยร่วมงานกับตน จะมั่นใจในความเป็นกลางของตนเอง ในการทำหน้าที่ดังกล่าว พร้อมสัญญาว่า จะสนับสนุนการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ดีที่สุด และทำงานร่วมกับ สส.ทุกคน โดยปราศจากอคติ

  ปดิพัทธ์ สันติภาดา ปดิพัทธ์ สันติภาดา

ขณะที่ นายวิทยา แสดงวิสัยทัศน์ ระบุว่า พร้อมที่จะรักษาองค์กรนิติบัญญัติให้ทรงเกียรติ และศักดิ์สิทธิ์ ในการออกกติกา เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กติกา และกฎหมาย และเชื่อมั่นว่า หากตนได้ทำหน้าที่ตำแหน่งรองประธานสภาฯ ก็พร้อมทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง และเสมอภาค และทำงานร่วมกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ฟื้นความเชื่อมั่น และเกียรติภูมิของสภาได้ ให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นได้ แม้บางยุคสมัย ประชาชนจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับสภา แต่ สส.ก็จะต้องช่วยกันเพื่อความเชื่อมั่น ซึ่งตนเองหน้าทำหน้าที่อย่างดีที่สุด

  วิทยา แก้วภราดัยวิทยา แก้วภราดัย

ส่วน ตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 ไม่มีพรรคการเมืองเสนอชื่อเข้าชิง จึงทำให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.จากพรรคเพื่อไทย นั่งเก้าอี้รองประธานสภาคนที่ 2 แบบไร้คู่แข่ง

‘วิทยา แก้วภราดัย’ คู่ชิง ‘รองประธานสภา คนที่หนึ่ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552738

04 ก.ค. 2566

'วิทยา แก้วภราดัย' คู่ชิง 'รองประธานสภา คนที่หนึ่ง'

ประวัติ ‘วิทยา แก้วภราดัย’ คู่ชิง’รองประธานสภา คนที่หนึ่ง’ ข่ม ตัวเต็งจากพรรคก้าวไกล สภาผู้แทนราษฎรต้องลงคะแนนลับ

วิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง ตำแหน่งรองประธานสภาคน ที่หนึ่ง  แข่งกับ ปดิพัทธ์ สันติภาดา จากพรรคก้าวไกล ทำให้ต้องมีการลงคะแนนลับ เพื่อเลือกผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว  ตามข้อบังคับการประชุมสภา 2562 ข้อที่ 6  เป็นหนึ่งใน 9 สส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เข้าเป็นหนึ่งในแกนนำกปปส. 

วิทยา แก้วภราดัย เกิดเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2498 ชื่อเล่น น้อย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตรบัณฑิต จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะเรียนปี 4 วิทยาเป็นหนึ่งในนิสิตที่เข้าร่วมการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ขาในเหตุการณ์ 6 ตุลา พ.ศ. 2519 ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนาน 2 เดือน และต้องพักฟื้นที่บ้านอีก 7-8 เดือนจึงสามารถเดินได้เป็นปกติ และกลับเข้าเรียนต่อจนสำเร็จการศึกษา 

วิทยา ประกอบอาชีพทนายความก่อนเข้ามาเป็นนักการเมืองในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังทำหน้าที่ทีมกฎหมายให้พรรค เป็นสส.นครศรีธรรมราช 8 สมัย  เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

การเลือกตั้งปี 2562 วิทยา แก้วภราดัย ไม่ได้รับการเลือกตั้ง และลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2565 มาสมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติในลำดับที่  7 ผ่านเข้าสภา มาชิงตำแหน่งรองประธานสภา คนที่หนึ่ง