‘เพื่อไทย’ ยังไม่จบ ตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ รอชนะอย่างเป็นทางการก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551475

19 มิ.ย. 2566

'เพื่อไทย' ยังไม่จบ ตำแหน่ง 'ประธานสภา' รอชนะอย่างเป็นทางการก่อน

‘เพื่อไทย’ ให้ใจเย็นๆ รอ กกต. รับรอง สส. อย่างเป็นทางการ ยังไม่สาย ที่จะคุยเรื่องตำแหน่ง’ประธานสภา’ ตอนนี้ อย่าเพิ่งแย่งกัน

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ภูมิธรรม เวชชยชัย ยังไม่ถอย เรื่องตำแหน่งประธานสภา  บอกให้รอ กกต.รับรองผลเลือกตั้งก่อน พรรคใดชนะอันดับหนึ่งอย่างเป็นทางการ ค่อยมาคุยกัน มีเวลา 15 วัน
หลัง กกต. รับรอง สส. อย่างเป็นทางการ  ก้าวไกลวางตัวใครไว้  ยังไม่ใช่บทสรุปของคณะกรรมการร่วม เมื่อรู้ว่าใครชนะเลือกตั้ง อย่าแท้จริง จึงจะเปิดการเจรจา

ดูคลิปต์ได้ที่นี่ 

ตำแหน่งประธานสภา ต้องเจรจากันใหม่ หลัง กกต. รับรอง สส.อย่างเป็นทางการ

‘ชัยธวัช’ ขอบคุณ ‘เพื่อไทย’ ยอมถอย ‘ประธานสภาฯ’ บรรยากาศทำงานดีขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551461

19 มิ.ย. 2566

'ชัยธวัช' ขอบคุณ 'เพื่อไทย' ยอมถอย 'ประธานสภาฯ' บรรยากาศทำงานดีขึ้น

‘ชัยธวัช’ หารือ ‘เพื่อไทย’ ภายในสัปดาห์นี้ หลังยอมถอย เผยขอคุยภายในก่อน ใครนั่ง ‘ประธานสภาฯ’ คาด กกต. ประกาศรับรองผลเร็วๆนี้ เลือก ‘นายกฯ’ กลางเดือนหน้า

เริ่มชัดเจนแล้ว สำหรับตำแหน่ง “ประธานสภาฯ” ตกเป็นของพรรคก้าวไกล โดยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่มีท่าทีชัดเจน หลังออกมาให้สัมภาษณ์สนับสนุนพรรคอันดับ 1 นั่งตำแหน่งดังกล่าว 

นายชัยธวัช กล่าวว่า บรรยากาศการทำงานร่วมกันดีขึ้น ซึ่งภายในสัปดาห์นี้จะต้องพูดคุยกันอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ 

ส่วนใครจะได้นั่งประธานสภาฯ ต้องรอกระบวนการหารือภายในพรรคก่อน โดยในวันที่ 22 มิถุนายน จะมีการประชุมกับแกนนำทั้ง 8 พรรค คาดจะเป็นการประชุมหลังจากที่ กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว หากรับรอง สส. ภายในสัปดาห์นี้ ต้นเดือนหน้าก็จะมีการเปิดประชุมสภา และเลือกประธานสภา หากเป็นไปตามไทม์ไลน์ปกติ ก็จะมีการ “เลือกนายกรัฐมนตรี” กลางเดือนหน้า 

ส่วนวันที่ประชุมหัวหน้าพรรคจะมีการพูดคุยถึงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ยังไม่ถึงขนาดนั้น แต่จะเริ่มความชัดเจน ระหว่างประชุมคณะกรรมการเปลี่ยนผ่าน ระหว่างเตรียมจัดตั้งรัฐบาล เตรียมนโยบาย ซึ่งต้องรอหลังโหวตเลือกนายกรัฐมตรีถึงจะสามารถระบุตัวบุคคลได้

ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยมีเงื่อนไขอะไรหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ต้องรอพูดคุยอย่างเป็นทางการก่อน เมื่อ กกต. รับรอง สส. เป็นทางการแล้ว จะเดินจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น และจะไม่มีการปล่อยเป็นฟรีโหวตในวัน “เลือกประธานสภาฯ” แน่นอน พร้อมขอให้อย่าคิดไปไกลตามกระแสข่าวที่วิเคราะห์กันว่า การที่พรรคเพื่อไทยหลังยอมถอยเพราะ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อาจชวดตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีชัดเจน จะร่วมผลักดันนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี

‘ก้าวไกล’ วาง 2 เป้าหมายการศึกษา จากกรณีปัญหาของ หยก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551431

18 มิ.ย. 2566

'ก้าวไกล' วาง 2 เป้าหมายการศึกษา จากกรณีปัญหาของ หยก

แกนนำพรรค ก้าวไกล เตรียมนำกรณีของ หยก เป็นแนวทางการแก้ปัญหาระบบการศึกษาของไทย มีเป้าหมายไม่ผลักเยาวชนออกจากระบบการศึกษา

พรรคก้าวไกลมองกรณีของหยกเป็นเรื่องของ หลักการ ที่ต้องกำหนดร่วมกันสำหรับเยาวชนทุกคนในทุกสถานการณ์ในอนาคต
โดยแกนนำพรรคก้าวไกล ประกอบด้วย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, ปารมี ไวจงเจริญ ว่าที่ สส. บัญชีรายชื่อ

ได้พยายามพูดคุย ประสานกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจข้อเท็จจริง เพื่อหาทางออกโดยยึด 2 เป้าหมาย

เป้าหมายที่ 1 คือ เด็กและเยาวชนทุกคนได้เข้ารับการศึกษา ไม่ว่าสถานะของผู้ปกครองเป็นอย่างไร สำหรับกรณีหยก การติดต่อผู้ปกครองไม่ได้ไม่ควรเป็นเหตุในการปิดกั้นให้เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้เข้าถึงการศึกษา ไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม

โดยปัจจุบันมีหลายโรงเรียนที่พยายามวางแนวทางในการรับเด็กและเยาวชนให้เข้าศึกษา แม้อาจไม่มีผู้ปกครองที่สะดวกมามอบตัวด้วยตนเอง

เป้าหมายที่ 2 คือ เด็กและเยาวชนทุกคนปฏิบัติตามกติกาโรงเรียนที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมพูดคุยและออกแบบร่วมกัน โดยกระทรวงศึกษาธิการจะรับบทบาทเชิงรุกในการดูแลว่ากฎระเบียบเหล่านั้นต้องไม่ขัดหลักสิทธิมนุษยชน

เป้าหมายสูงสุดคือการไม่ทำให้ใครหลุดออกจากระบบการศึกษา และให้โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและโอบรับทุกคน

เพื่อไทยหวัง สัปดาห์นี้ เรื่องประธานสภาจะชัดเจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551419

18 มิ.ย. 2566

เพื่อไทยหวัง สัปดาห์นี้ เรื่องประธานสภาจะชัดเจน

8 พรรคร่วม ขยับวันประชุม เชื่อสัปดาห์นี้ จะมีความชัดเจน โดยเฉพาะตำแหน่งประธานสภา เพื่อเตรียมประชุม หลัง กกต.รับรอง สส. 95 %

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า การประชุมพรรคร่วม 8  พรรค ที่นัดหมายกันไว้ วันที่ 21 มิถุนายนนี้ ต้องขยับออกไปเป็นวันที่ 22 มิถุนายนแทน  เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะประกาศรับรอง สส. 95% ในวันเดียวกัน

ในส่วนของตำแหน่งประธานสภานั้น ทราบจากทีมเจรจาของพรรคเพื่อไทยว่าขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ หลังจากที่ได้คุยไว้กับพรรคก้าวไกลไปก่อนหน้านี้ ส่วนที่โฆษกพรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ โรม ออกมาระบุว่าตำแหน่งประธานสภาฯควรเป็นของพรรคก้าวไกลเพื่อขับเคลื่อนงานในสภานั้น



ถือเป็นความเห็นของบุคคล ไม่ใช่คณะเจรจา  เชื่อว่าเรื่องตำแหน่งประธานสภา จะไม่ใช่ชนวนขัดแย้งที่จะสร้างปัญหาหรือเป็นประเด็นในการทำร่วมกันระหว่างสองพรรค เพราะทุกอย่างต้องพูดคุยกันด้วยเหตุและผล

เมื่อทราบผลการรับรอง สส.จาก กกต.แล้ว ส่วนตัวมองว่าการหารือกันในสัปดาห์นี้ต้องเริ่มมีความชัดเจนทั้งในส่วนของตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะตำแหน่งประธานสภาฯ   เพราะเมื่อกกต.ประกาศ รับรอง สส.ครบ 95% และ สส.ทยอยรายงานตัวที่สภาแล้ว

พรรคร่วมก็ต้องมีแนวทางและทิศทางในการโหวตตำแหน่งประธานสภาหลังเปิดการประชุม

กกต. ประชาสัมพันธ์ พ.ร.ป. เลือกตั้ง มาตรา 143

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551409

18 มิ.ย. 2566

กกต. ประชาสัมพันธ์  พ.ร.ป. เลือกตั้ง  มาตรา 143

กกต. ย้ำ พ.ร.ป. เลือกตั้งมาตรา 143 มีโทษ ทั้งจำคุกไม่เกินสองปี ปรับสี่หมื่นบาท และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.แพร่ อินโฟกราฟฟิกความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง กรณี ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 143   พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง  สส. 2561    ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด ผู้สมัคร สส. จะมีผลอย่างไร

สาระสำคัญของมาตรานี้ว่าด้วยเรื่อง ผู้ใดกระทำการอันเป็นเท็จเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิด   ว่าผู้สมัครผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม   พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส 2561   ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี    หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี

สาระสำคัญ พ.ร.ป.เลือกตั้งฯ มาตรา 143สาระสำคัญ พ.ร.ป.เลือกตั้งฯ มาตรา 143

มีการตั้งข้อสังเกตว่าการชี้แจงข้อกฎหมายดังกล่าวสอดรับกับการตรวจสอบคุณสมบัติการเป็น  สส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ  กรณีถือหุ้น itv บริษัทไอทีวี จำกัด มหาชน

มีรายงานขณะนี้ มีผู้เห็นต่างมองว่าการยื่นตรวจสอบนายพิธาในกรณีดังกล่าวเป็นการนำข้อมูลเท็จมายื่นร้องเพื่อกลั่นแกล้งนายพิธา ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดผู้ที่ยื่นร้องต่อพนักงานสอบสวนแล้ว

‘เพื่อไทย’ จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้า ‘โคราชมหานคร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551336

16 มิ.ย. 2566

‘เพื่อไทย’ จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้า ‘โคราชมหานคร’

‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ เลขาฯเพื่อไทย นำทีม 13 สส.เพื่อไทย จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้า ‘โคราชมหานคร’ หลัง กกต.รับรอง สส. ทันที

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยแกนนำพรรค และว่าที่ สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ทั้ง 15 คน ประชุมร่วมกับภาคเอกชน 17 องค์กรของจังหวัดนครราชสีมา

นำโดย นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นายจิรพิสิษฐ์ รุจน์เจริญ ประธาน YECหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นายพงศ์ภูนาถ รุ่งเรือง ประธานเครือข่าย Young smart farmer จ.นครราชสีมา นายธีระ เอื้ออภิธร นายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุณธิดารัตน์ รอดอนันต์ ประธานสภา อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา 

คุณฐิติพรรณ จันทร์ประทักษ์ สมาพันธ์SME ไทยจังหวัดนครราชสีมา คุณณัฐพงษ์ ประสารศิวมัย นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดนครราชสีมา นายสหพล กาณจนเวนิช ตัวแทนประธานกรรมาธิการสถาปนิกอีสาน คุณผดุง จตุรภักดิ์ ประธานมูลนิธินักข่าวนครราชสีมา นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีนจังหวัดนครราชสีมา

พรรคเพื่อไทย  จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้าโคราชมหานครพรรคเพื่อไทย จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้าโคราชมหานคร

นายสุรวุฒิ เชิดชัย อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครราชสีมา และ คณะกรรมการหอการค้า เพื่อหารือเตรียมความพร้อม ในการพัฒนาเมืองนครราชสีมา ไปสู่ ‘โคราชมหานคร’

พรรคเพื่อไทย จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้าโคราชมหานคร

นายประเสริฐ กล่าวถึงผลการประชุมร่วมกันว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปไปในทิศทางเดียวกันว่าจะร่วมมือในทุกช่องทางเพื่อผลักดันการพัฒนาเมืองนครราชสีมาเพื่อไปสู่ ‘โคราชมหานคร’ โดยเร็ว ดังนี้ 

1. ให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างตัวแทนพรรคเพื่อไทย กับภาคเอกชน 13 องค์กรในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อผลักดันการพัฒนาเมืองโคราช สู่ ‘มหานครโคราช’ ให้ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อเร่งผลักดันให้ทุกโครงการเกิดขึ้นจริงและประสบความสำเร็จได้รวดเร็วที่สุด 

2. ให้มีการผลักดันภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายระดับชาติ

3. เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เห็นควรให้มีการดำเนินการใน 7 เรื่องดังนี้ 

3.1 ด้านการเกษตร โดยเน้นเรื่องผลผลิต การสนับสนุนเงินทุนเกษตรกรรุ่นใหม่ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ 

3.2 ด้านการคมนาคม โดยให้กรมทางหลวงเร่งดำเนินการก่อสร้างทางมอเตอร์เวย์ บางปะอิน-โคราช ให้แล้วเสร็จ และขอให้เปิดใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ในช่วง ปากช่อง- นครราชสีมา ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ สำหรับเรื่องสนามบินนครราชสีมา ที่ไม่ได้เปิดใช้ เรื่องการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ความเร็วสูง ให้กระทบกับพี่น้องประชาชนน้อยที่สุดรวมไปถึงเรื่องท่าเรือบก 

3.3 เรื่องการศึกษา ให้มีนโนยบายเรื่องโรงเรียนขนาดเล็กให้ชัดเจน 

3.4 ด้านการท่องเที่ยวและ Solf power โดนเน้นการท่องเที่ยวเรื่อง จีโอปาร์คโคราช การเตรียมความพร้อมในเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันกีฬา เอเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปี 2568 การจัดงานพืชสวนโลก การจัดงานแสดงดนตรี และเห็นควรให้โคราชมีศูนย์ประชุมระดับนานาชาติ 

3.5 ด้าน SME ขอให้มีการจัดตั้งกองทุน SME เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย รวมไปถึงการจัดตั้งสภา SME 

3.6 ด้านอสังหาริมทรัพย์ และอื่นๆ โดยมีมาตรการขยายเพดานวงเงินค่าโอนซื้อขายบ้านจาก เดิม 3 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท และทบทวนภาษีที่ดินให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน

‘เพื่อไทย’ จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้า ‘โคราชมหานคร’
‘เพื่อไทย’ จับเข่าคุย 17 องค์กรภาคเอกชน เดินหน้า ‘โคราชมหานคร’

“ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า เราต้องร่วมกันเตรียมความพร้อมที่จะเดินหน้าในโครงการต่างๆ ทันที ซึ่งหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง สส. อย่างเป็นทางการแล้ว ก็จะเร่งเดินหน้านำข้อสรุปที่ได้หารือกับภาครัฐ เพื่อดำเนินการโดยเร็วให้จังหวัดนครราชสีมา” นายประเสริฐกล่าว

เดินหน้า โคราชมหานครเดินหน้า โคราชมหานคร

ร้องศาลรัฐธรรมนูญสั่ง พิธา- พรรคก้าวไกล  ห้ามแตะต้อง ม. 112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551314

16 มิ.ย. 2566

ร้องศาลรัฐธรรมนูญสั่ง พิธา- พรรคก้าวไกล  ห้ามแตะต้อง ม. 112

ทนายความอิสระ เข้าร้อง ศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยสั่งให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 2 เลิกทำนโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  “ม.112”  เผยเคยคำร้องไปยังอัยการสูงสุดแล้ว แต่ไม่มีการสั่งการใด ๆ

ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ  นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ เข้ายื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยสั่งให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 2 ให้เลิกทำนโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  “ม.112” และขอให้เลิกการให้สัมภาษณ์  โฆษณาใด ๆ  โดยผู้ร้องอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 49  หากมีการพบเห็นการกระทำที่เข้าข่าย เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพอันอาจจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด  และได้ยื่นคำร้องไปแล้ว เมื่อ  10 พ.ค.  2566 เมื่อครบ 15 วันแล้ว  อัยการยังไม่ได้สั่งการใด ๆ  เป็นสิทธิที่จะยื่นร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ 

ผู้ร้องยกกรณี ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับกรณีที่กลุ่มบุคคลและองค์กรเครือข่ายได้เสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางกระทบกระเทือนถึงสถาบันหลักของชาติ ซึ่งในขณะนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้เลิกการกระทำอันกระทบกระเทือนสถาบัน เพื่อเป็นการหยุดยั้งไม่ให้ลุกลามจนเกิดอันตรายแก่สถาบัน    จึงเดินทางมายื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิธาและพรรคก้าวไกล เลิกการดำเนินการใด ๆ หรือการกระทำใดๆ เพื่อยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112  “ม112”  

รวมไปถึงให้เลิกแสดงความเห็น เลิกพูด เลิกเขียน เลิกพิมพ์ เลิกโฆษณษา และสื่อความหมายโดยวิธีอื่น เพื่อให้มีการยกเลิกหรือแก้ไข  ที่กระทำอยู่ในขณะนี้และจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นกับสถาบัน

นายธีรยุทธ  ระบุว่า   กรณีข้างต้นเป็นการกระทำที่มุ่งหวังผลประโยชน์ทางการเมือง จึงอาจเข้าข่ายมีเจตนาไม่สุจริต มีกระทบกระเทือน หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นำไปสู่การทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบอื่นหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นย่อมไม่ไกลเกินเหตุที่จะเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

“มีหลายประเด็นที่เห็นว่าเข้าข่าย ต้องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 19/2564 ที่ศาลวินิจฉัยไว้เบื้องต้นว่า การยกเลิกหรือการแก้ไขกฎหมายใด ที่มีไว้เพื่อห้ามไม่ให้ผู้ใดล่วงละเมิด หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำนั้นได้มีคำสั่งห้ามไปแล้วในคำวินิจฉัยดังกล่าว” นายธีรยุทธกล่าว 

นายธีรยุทธ กล่าวว่า คำร้องนี้แตกต่างจากคำร้อง ที่สำนักงานกกต.ตีตก ซึ่งคำร้องนั้นอ้างอิงถึงกฎหมาย พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ขณะที่คำร้องวันนี้ อ้างถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 เห็นเจตนารมย์ของศาลรัฐธรรมนูญว่า “เป็นการดับไฟตั้งแต่ต้นลม มิให้ความร้ายแรงนั้น จะพึงเกิดขึ้นในภายภาคหน้า” ส่วนพยานหลักฐานต่างๆที่ได้มาเรียนต่อศาล ขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล ที่จะชี้แนะต่อไป  ทั้งนี้ผู้ร้องทำคำร้อง 18 หน้า และเอกสารพยานหลักฐานทั้งหมด 98 แผ่น

กฎหมายหลายมาตรา ด่านโหด โจทย์หิน ‘พิธา’ สู่ตำแหน่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551306

16 มิ.ย. 2566

กฎหมายหลายมาตรา ด่านโหด โจทย์หิน 'พิธา' สู่ตำแหน่งนายกฯ

เรียงไทม์ไลน์ กางกฎหมาย หลายมาตรา ขวางทาง’พิธา’ สู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ชะรอย แนวร่วมอาจเลือกเดินทางสายเก่า

มีกฎหมายกี่มาตราที่ พิธา ต้องฝ่า ไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30  เริ่มกันที่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561  มาตรา 42 ที่กำหนดลักษณะบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใน(3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ  

ปฐมบทที่เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ร้องกกต. กรณีถือหุ้น itv ของพิธา มาวันนี้ อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า  กกต.มีอำนาจส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ ตามมาตรา 82 วรรคท้าย ของรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคท้ายรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคท้าย

คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งคณะกรรมการไต่สวนกรณี หุ้น itv ของพิธา มาตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน มีกำหนดระยะเวลา 20 วัน ขยายเวลาได้ สองครั้ง ครั้งละ 15 วัน รวมแล้ว กกต.มีเวลา 50 วัน ในการพิจารณากรณีนี้  นี่เป็นประเด็นที่ต้องลุ้นกันว่า หากมีการประกาศรับรอง สส.ในสัปดาห์หน้า จะมีชื่อ พิธา ด้วยหรือไม่
 

หากพิธา รอดเข้ามาสู่รัฐสภาได้ ด่านต่อไป คือรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ที่มีสาระสำคัญให้ สส. 1 ใน 10 เข้าชื่อยื่นให้ประธานสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคุณสมบัติ สส. และตราบใดที่ยังไม่มีคำวินิจฉัย เรื่องคุณมสบัติในการสมัคร สส. ก็ยังมีกฎหมายอีกหลายมตรา สกัดพิธา เป็นระยะ

ประกอบไปด้วยรัฐธรรมนูญ

มาตรา 89 ขาดคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี

มาตรา 98 (3) ต้องห้ามมิให้สมัคร สส. เพราะเป็นเจ้าเพราะถือหุ้นสื่อ

มาตรา 160 (6) ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี ตามมาตรา 98

ทั้งหมดนี้ เป็นไทม์ไลน์ที่จะเกิดขึ้นหลัง กกต. รับรองสส.ในสัปดาห์หน้า

แต่ในระหว่างที่ กกต. ยังไม่รับรอง สส. ก็ต้องไปดู กฎหมายเลือกตั้ง สส. มาตรา 132 ที่มีสาระสำคัญ ให้คณะกรรมการสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร ก่อนประกาศผลการเลือกตั้งได้  ถ้าคณะกรรมการสืบสวนหรือไต่สวนแล้วเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครผู้ใดกระทําการอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งนั้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม

หรือมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทํา สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลอื่นกระทําการดังกล่าว หรือรู้ว่ามีการกระทําดังกล่าวแล้วไม่ดําเนินการเพื่อระงับการกระทํานั้น มาตรานี้ก็มีความสำคัญ เพราะมีโทษถึงขั้น ยุบพรรคการเมือง

หลายวันก่อนหน้านี้ พิธา ดูมีท่าทีมั่นอกมั่นใจ เดินสาย ขอบคุณ  ทุกคะแนนที่เลือกพรรคก้าวไกล ในหลายจังหวัด แต่อานนท์ นำภา พรรคพวกเครือข่ายเดียวกัน กลับตั้งข้อสังเกตว่า นั่นไม่ใช่ก้าวย่างแบบธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า ถึงเวลาต้องเตรียมพร้อม

ป.ป.ช. สรุป ‘พิธา’ ยื่นบัญชีทรัพย์สินหุ้นไอทีวี – ผู้จัดการมรดก ตามคำสั่งศาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551302

16 มิ.ย. 2566

ป.ป.ช.  สรุป  'พิธา' ยื่นบัญชีทรัพย์สินหุ้นไอทีวี  - ผู้จัดการมรดก ตามคำสั่งศาล

 เลขาธิการ “ป.ป.ช.” ระบุผลการตรวจสอบ ยื่นบัญชีทรัพย์สินของ “พิธา” พรรคก้าวไกล มีการยื่นเอกสารถือครอง”หุ้นไอทีวี ”  ในนาม “ผู้จัดการมรดก” ซึ่งมีเอกสารทางราชการคือคำสั่งศาล โดยยื่นก่อนเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 62 ขั้นตอนจากนี้คือตรวจสอบย้อนไปที่เอกสารต้นขั้วของศาล

นายนิวัติไชย เกษมมงคล  เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  เปิดเผยว่า ตามที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน และ หนึ่งในนั้นคือการยื่นเอกสารถือครองหุ้นไอทีวี   ในนาม “ผู้จัดการมรดก” ซึ่งมีเอกสารทางราชการคือคำสั่งศาล และหนี้การค้ำประกันตาม จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการยื่นก่อนเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งเป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามปกติ และได้มีการยื่นเข้ามาเพิ่มเติมเป็นใบหุ้นของไอทีวีที่มีเอกสารระบุชื่อเป็นของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จำนวน 42,000 หุ้น   มูลค่าประมาณ 42,000 บาท

มีหมายเหตุกำกับและเอกสารประกอบ   คือคำสั่งศาล มีนาคม  2550 ที่ได้ระบุว่า ให้นายพิธาเป็น ผู้จัดการมรดก  การโอนหุ้นของนายพิธา ป.ป.ช.ก็จะต้องตรวจสอบด้วยเช่นกันว่า มีการโอนเรียบร้อยเมื่อไหร่ โอนก่อนหรือโอนหลังพ้นจากตำแหน่ง  ซึ่งต้องดูว่าหลังจากพ้นตำแหน่งทรัพย์สินดังกล่าวยังอยู่หรือไม่ ถ้าพ้นแล้วแต่ทรัพย์สินยังอยู่ก็ต้องยื่น แต่ถ้าพ้นแล้วทรัพย์สินไม่อยู่ ก็ไม่ต้องยื่นตามกฎหมาย แต่ถ้ามีเหตุสงสัยอาจจะแค่สอบถาม เพราะหุ้นดังกล่าวมีมูลค่าเพียงแค่ 40,000 กว่าบาท ถ้าเทียบกับสัดส่วนที่ยื่นมา   ซึ่งเป็นทรัพย์สินจากการเป็นผู้จัดการมรดกรายการอื่น ถือว่าเป็นสัดส่วนที่เล็กน้อยมาก 

ส่วนกรณีการเป็นผู้จัดการมรดก นอกจากจะมีคำสั่งศาล  จะต้องตรวจสอบคำสั่งศาลเพิ่มเติม   ว่ามีหนังสือ
สำเนาหรือต้นขั้วที่มาจากคำสั่งศาลหรือไม่ เนื่องจากการตรวจสอบพบว่ามีเอกสารที่เกี่ยวข้อง มี 5 ชุด   และพบว่าเป็นเอกสารตั้งแต่ปี 50 ผ่านมาแล้วกว่า 15 ปี ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าปกติ เนื่องจากทางราชการปกติแล้วเอกสารจะต้องทำลายเอกสารในเวลา 10 ปี ซึ่งการจะไปค้นข้อมูลเก่าของแต่ละหน่วยงานอาจเป็นไปด้วยความยากลำบาก และได้รับการแจ้งว่าอยู่ระหว่างการตรวจค้นยังหาไม่พบ


ประเด็น  การแต่งตั้งผู้จัดการมรดกดังกล่าวไม่มีผู้ใดคัดค้าน ซึ่งจะต้องไปดูว่าในพินัยกรรมมอบทรัพย์สินให้ใครบ้าง เพราะว่านายพิธาอาจจะมีหน้าที่แค่เป็นคนแบ่งทรัพย์สินให้กับทายาท ซึ่งในประเด็นดังกล่าวป.ป.ช. ไม่ได้ขอเอกสารดังกล่า   วเพราะไม่เกี่ยวกับ ป.ป.ช. เนื่องจากบทบาทหน้าที่ของป.ป.ช.มีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ณ วันที่เข้าและพ้นจากตำแหน่งเท่านั้น  และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า หุ้นไอทีวี  เป็นของนายพิธา 100% เพราะไม่เห็นรายละเอียด ซึ่ง ป.ป.ช. จะรู้เพียงว่า เมื่อเข้ารับตำแหน่ง มีทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งนายพิธา ได้ยื่นในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกให้ ป.ป.ช.  แล้วเมื่อตอนเข้ารับตำแหน่ง  

เพื่อไทย-ก้าวไกล ได้ข้อยุติโควต้าตำแหน่ง ‘ประธานสภาฯ’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551294

16 มิ.ย. 2566

เพื่อไทย-ก้าวไกล ได้ข้อยุติโควต้าตำแหน่ง ‘ประธานสภาฯ’ แล้ว

‘ก้าวไกล’ เตรียมจัดประชุม ว่าที่ สส.ใหม่ สัปดาห์หน้า 3 วัน ติวเข้มทั้งระเบียบข้อบังคับ ร่างงบฯปี2567 ประมวลจริยธรรม สส. ขณะที่ มีรายงานว่า ‘พท.-ก.ก.’ ได้ข้อยุติ โควต้าตำแหน่ง ‘ประธานสภาฯ’ แล้ว

ที่พรรคก้าวไกล มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นการประชุมคณะกรรมการบริหารประจำสัปดาห์ โดยแกนนำพรรคมีทั้งเข้าประชุมที่พรรค และผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งนายพิธา ไม่ได้เดินทางเข้าพรรคแต่ ร่วมประชุมผ่านทางออนไลน์

สำหรับวาระประชุมเรื่องการอัพเดทสถานการณ์การเมือง เตรียมรับรองสส.-การเปิดสภาฯ – โหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร-โหวตนายกรัฐมนตรี

ก้าวไกล หวังได้ สส.เพิ่มเป็น 160 คน

ทั้งนี้ หากสัปดาห์หน้า กกต.ประกาศรับรองสส. มีข้อมูลว่าช่วงปลายสัปดาห์ ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล 151 ทั้งคนใหม่คนเก่า และบัญชีรายชื่อ ที่อาจจะขยับขึ้นอีกราว 10 คน รวมกว่า 160 คน

หากมี สส.บัญชีรายชื่อ หรือสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลาออกไปรับตำแหน่งฝ่ายบริหาร จะร่วมอบรมสัมมนาแบบเข้มข้นตลอด 3 วัน ติวเข้มเรื่องงานในสภาผู้แทนราษฎร กระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ และเตรียมพร้อมสำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567

ก้าวไกล นัด สส.รายงานตัว

พร้อมกับการเน้นย้ำเรื่อง ประมวลจริยธรรมของ สส. เพื่อให้การทำหน้าที่ในสภามีประสิทธิภาพมากที่สุด หากสัปดาห์หน้า กกต. ประกาศรับรอง สส. ช่วงเดียวกับการอบรมสัมมนา ว่าที่ สส.ป้ายแดง ของพรรคก้าวไกล จะไปรายงานตัวพร้อมกันหลังวันที่ 23 มิถุนายนนี้

ได้ข้อยุติใคร ‘ประธานสภาฯ’

ทั้งนี้ยังมีรายงานด้วย ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรระหว่าง พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย มีความเห็นตรงกัน ในทิศทางเดียวกันแล้ว มีสรุปได้ข้อยุติแล้ว แต่ยังไม่ได้ระบุตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง และเป็นที่น่าพอใจของทุกฝ่าย 

โดยต่างเชื่อมั่นว่าผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน จะเป็นผู้เหมาะสมที่ทุกฝ่ายยอมรับ ส่วนเรื่องตำแหน่ง ‘ครม.พิธา1’  ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งยังมีเวลาทำงานร่วมกันในคณะทำงานประสานงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล