‘กลุ่มปกป้องสถาบัน’ หวิดปะทะชาวบ้าน หลังทำกิจกรรม #seve112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549423

21 พ.ค. 2566

'กลุ่มปกป้องสถาบัน' หวิดปะทะชาวบ้าน หลังทำกิจกรรม #seve112

กลุ่มปกป้องสถาบันทำกิจกรรม #seve112 ต่อต้านพรรคก้าวไกลเตรียมแก้ไขมาตรา112 หวั่นนำไปสุ่การยกเลิก เกือบปะทะชาวบ้านในตลาด ไม่พอใจไล่ออกจากพื้นที่

ช่วงเปลี่ยนผ่านจัดตั้งรัฐบาล ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ “รัฐบาลใหม่” แสดงจุดยืนแก้ไขมาตรา 112 กำลังร้อนระอุ เมื่อ สส. สว. หลายคนออกมาประกาศไม่สนับสนุน หากมีนโยบายดังกล่าว เช่น พรรคภูมิใจ , นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. , นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)

ชาวบ้านขับไล่กลุ่มปกป้องสถาบันชาวบ้านขับไล่กลุ่มปกป้องสถาบัน

ล่าสุดนางกัลยาณี จูปรางค์ หรือ ป้าอยุธยา พร้อมด้วยกลุ่มปกป้องสถาบัน จัดกิจกรรม #save112 ถือแผ่นป้ายรณรงค์คัดค้านการแก้ไข ยกเลิก มาตรา112 มีการเปิดเพลง เรารักแผ่นดิน พร้อมกับการประกาศ กลุ่มปกป้องสถาบัน ออกมาแสดงการคัดค้านการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 มีการเดินรณรงค์ไปตามถนนนเรศวร หน้าตลาดเจ้าพรหม

ขณะเดียวกันเกือบจะเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ระหว่างกลุ่มปกป้องสถาบันและกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง ออกมาชูเสื้อผ้าสีแดง พร้อมกับตะโกนต่อว่า ให้ไปจัดกิจกรรมที่อื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ของ สภ.พระนครศรีอยุธยา ที่มาดูแลความปลอดภัย ทั้งในเครื่องแบบต้องคอยเข้ามาห้ามปราม

ตัวแทนกลุ่มชาวบ้าน มองว่า เป็นการนำสถาบันมาสร้างกระแส ชาวอยุธยาก็รักสถาบัน ซึ่งเพิ่งผ่านการเลือกตั้งอยู่ระหว่างจัดตั้งรัฐบาล การออกมาเคลื่อนไหวทำให้เกิดความวุ่นวาย รัฐบาลยังไม่ได้เริ่มต้นทำงานเลย

ด้านป้าอยุธยา กล่าวว่า ยอมรับได้พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย แต่ที่ตนเอง พี่น้องคนอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียง ออกมาร่วมจัดกิจกรรมปกป้องสถาบัน เพราะพรรคก้าวไกลมีนโยบายที่จะแก้ไขมาตรา 112 อย่างชัดเจน อาจนำไปสู่การยกเลิกมาตรา112 ซึ่งหากเริ่มมีการแก้ไข กลุ่มปกป้องสถาบัน จะออกมารวมตัวกันคัดค้านในกรุงเทพมหานคร

สุทธิพร กองสุทธิผล

ป้าอยุธยา (เสื้อเหลือง)ป้าอยุธยา (เสื้อเหลือง)

กลุ่มปกป้องสถาบันทำกิจกรรม #save112กลุ่มปกป้องสถาบันทำกิจกรรม #save112

‘มัลลิกา’ แนะ ‘พิธา’ ถอดม.112 ‘โหวตเลือกนายกฯ’ ง่ายขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549419

21 พ.ค. 2566

‘มัลลิกา’ แนะ ‘พิธา’ ถอดม.112 ‘โหวตเลือกนายกฯ’ ง่ายขึ้น

‘มัลลิกา’ อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แนะ ‘พิธา’ ปลดล็อคด้วยตนเอง ถอดเรื่องแก้ไข-ยกเลิกม.112 ออกไป จะทำให้การ ‘โหวตเลือกนายกฯ’ ง่ายขึ้น พร้อมกางร่างฉบับก้าวไกล เจตนายกเลิกชัด!!

ดร.มัลลิกา บุญมีตระะกูล มหาสุข อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชนwww.mallikafoundation.net ระบุว่า การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลและการหาเสียงต่อว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา (สว.)เพื่อโหวตเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นดูจะไม่ราบรื่น หากนายพิธาและพรรคก้าวไกลไม่ถอดนโยบายเรื่องการปฏิรูปสถาบันโดยผ่านการแก้ไขและยกเลิกกฎหมายอาญา ม.112 อันเป็นการรักษาความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร โดยการคุ้มครององค์พระประมุขของประเทศออกไป

“เพราะจากการที่สอบถาม สว.บางคนทราบว่าเงื่อนไขสำคัญคือติดขัดเรื่องนี้ เป็นสาระสำคัญหากนายพิธาและคณะปลดล็อคเรื่องนี้ออกไปก็เชื่อว่า สว.จะโหวตให้แล้วไปเดินหน้าเป็นนายกรัฐมนตรีจัดบุคคลเป็นคณะรัฐมนตรีเข้ากุมอำนาจบริหารประเทศได้”ดร.มัลลิกา กล่าว

ในฐานะเป็นอดีตสส. ทราบว่านายพิธาและคณะจะไปผลักดันการแก้ไข ม.112 ในสภาฯหลังจากที่ได้เสนอค้างไว้ในสมัยที่แล้ว ซึ่งไม่สามารถบรรจุเป็นวาระได้เพราะประธานสภานายชวน หลีกภัย เห็นว่ายังมีข้อโต้แย้งว่าขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ 

จากการตรวจทานเอกสารร่างกฏหมายโดยละเอียดจะเห็นชัดว่าการแก้ไขของพรรคก้าวไกลที่เสนอร่างฯไว้นั้นเป็นการยกเลิกการคุ้มครองสถาบันหลักของชาติโดยสิ้นเชิง มาตราที่เคยคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ว่าด้วย ม.112 ที่ระบุว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการฯมีโทษจำคุก 3-15 ปี ไม่มีปรับตรงนี้จะไม่มีอีกต่อไป แต่เขาจะเปลี่ยนเป็นมาตรา 135/5 หมิ่นในหลวงมีโทษเพียงจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 3 แสนบาท และมาตรา135/6 หมิ่นพระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนและปรับไม่เกิน 2 แสนบาท”

ดร.มัลลิกา บุญมีตระะกูล มหาสุข อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ดร.มัลลิกา บุญมีตระะกูล มหาสุข อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์

“นัยยะสำคัญของกฎหมาย หากโทษน้อยก็จะเหมือนกับบุคคลทั่วไป คือในกฎหมายอาญานั้นที่สุดของคดีสามารถเป็นเพียงการรอลงอาญาไม่ต้องติดคุกจริงหรือเป็นเพียงการปรับเท่านั้น แปลตรงๆคือกฎหมายของคณะเขาเปิดกว้างให้หมิ่นในหลวง พระราชินี องค์รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการได้โดยอาจไม่มีโทษ และในมาตรา 135/7 สามารถอ้างได้ คือ ถ้าวิจารณ์โดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะจะไม่มีความผิด มาตรา 135/8 ถ้าทำผิดหรือได้ดูหมิ่นไปแล้วแต่พิสูจน์ได้ว่าข้อมูลนั้นเป็นความจริงหรืออ้างได้ว่าเป็นความจริงและไม่ใช่เรื่องส่วนตัวก็ได้อันนี้ก็ไม่ต้องรับโทษ

มาตรา 135/9 เป็นความผิดอันยอมความได้ คือนำกฎหมายพิทักษ์องค์ประมุขออกจากหมวดความมั่นคงออกจากอาญาแผ่นดิน และผู้เสียหายก็ไม่ใช่ ในหลวง พระราชินี แต่ให้ถือว่าสำนักพระราชวังเป็นผู้เสียหายก็ให้ร้องทุกข์และเป็นคู่ความ แต่ในมาตรานี้ห้ามมีพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย(ห้ามลงชื่อ) ในฐานะคู่ความ คือตัดสิทธิไม่ให้ในหลวง พระราชินีซึ่งคือผู้เสียหายที่แท้จริงสู้คดี และมาตรา 198 ผู้ใดหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการตัดสิน คดีหรือการขัดขวางการพิจารณาคดีของศาลให้มีโทษปรับ 2 หมื่น-1.4 แสนบาท

ร่างฉบับแก้ไขของพวกเขาคือการให้พระมหากษัตริย์มีสถานะทางกฎหมายเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ดูหมิ่นไปแล้ว ไม่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ไม่เป็นความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการ และไม่เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ขณะที่รัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับกำหนดไว้ชัดเจนว่าพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ แล้วถ้าละเมิดได้เช่นนี้จะแปลว่าอะไร ล่ะ” ดร.มัลลิกา กล่าว

ดร.มัลลิกา อธิบายว่าสาเหตุที่ สว.จำนวนมากอาจจะไม่โหวตให้หรือโหวตโน Vote No เพราะอำนาจหน้าที่ในการเป็น สว.ตามรัฐธรรมนูญที่สำคัญๆ คือ การกลั่นกรองกฎหมาย การพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตรงนี้คือหน้าที่หลักของเขาและนี่ยังไม่นับกรณีคุณสมบัติเรื่องการถือหุ้นสื่อด้วย แล้วถ้ารวมถึงหน้าที่ในฐานะปวงชนชาวไทยมีหน้าที่ตามมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ คือ องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้

มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญดังเช่นต้อง“พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิผลประโยชน์ของชาติและสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำคัญยิ่งคือมาตรา 1 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแก้ไขหรือยกเลิก ม.112 กลับเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมไทยอีกครั้ง หลังการเลือกตั้ง 2566 พรรคก้าวไกลมีคะแนนเสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง และอยู่ในขั้นตอนการฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคการเมือง 313 เสียง ซึ่งจะมีการแถลงในช่วงเย็นของวันจันทร์ที่ 22 พ.ค. 2566

‘ผลการเลือกตั้ง’ ประชาชนส่วนใหญ่พึงพอใจมาก พร้อมเลือก สส. คนเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549416

21 พ.ค. 2566

'ผลการเลือกตั้ง' ประชาชนส่วนใหญ่พึงพอใจมาก พร้อมเลือก สส. คนเดิม

‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจความพึงพอใจ ‘ผลการเลือกตั้ง66’ ประชาชนส่วนใหญ่พึงพอใจมาก และพร้อมเลือก สส. คนเดิมหากเลือกตั้งใหม่

ประชาชนส่วนใหญ่พึงพอผลการ “เลือกตั้ง66” ซึ่งเป็นผลสำรวจความคิดเห็นของ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เมื่อวันที่ 16-18 พ.ค. 66 จำนวน 1,310 ราย 

เมื่อถามถึงความพึงพอใจต่อผลการเลือกตั้ง สส.ในเขตเลือกตั้ง

ร้อยละ 59.08 ระบุว่า พอใจมาก 

ร้อยละ 26.87 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ 

ร้อยละ 8.86 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ 

ร้อยละ 5.19 ระบุว่า ไม่พอใจเลย

เมื่อถามถึงความพึงพอใจต่อผลการเลือกตั้ง สส. ในภาพรวมทั้งประเทศ

ร้อยละ 59.39 ระบุว่า พอใจมาก 

ร้อยละ 30.07 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ 

ร้อยละ 6.95 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ 

ร้อยละ 3.59 ระบุว่า ไม่พอใจเลย

เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนจะทำ หากวันนี้จะต้องไปลงคะแนนใหม่อีกครั้ง

ร้อยละ 86.49 ระบุว่า เลือกเหมือนเดิมทั้ง สส. แบบแบ่งเขต และ สส. แบบบัญชีรายชื่อ 

ร้อยละ 6.03 ระบุว่า เลือกใหม่หมดทั้ง สส. แบบแบ่งเขต และ สส. แบบบัญชีรายชื่อ 

ร้อยละ 3.13 ระบุว่า เลือกเหมือนเดิม เฉพาะ สส. แบบแบ่งเขต 

ร้อยละ 2.37 ระบุว่า จะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 

ร้อยละ 1.98 ระบุว่า เลือกเหมือนเดิม เฉพาะ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ

ผลสำรวจความพึงพอใจผลสำรวจความพึงพอใจ

‘เพื่อไทย’ ยืนยันชัด ‘ชัยเกษม นิติศิริ’ ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549417

21 พ.ค. 2566

'เพื่อไทย' ยืนยันชัด 'ชัยเกษม นิติศิริ' ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง66

เพื่อไทย ยันชัด ‘ชัยเกษม นิติศิริ’ ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 14 พ.ค.66 ย้ำแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คนของพรรคเพื่อไทยเคารพประชาธิปไตยและหวงแหนประชาธิปไตยกว่าสิ่งใด ไม่มีใครนอนหลับทับสิทธิอย่างแน่นอน

ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่สื่อบางฉบับรายงานข่าวผิดพลาด เรื่อง การไม่ไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งของนายชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ว่าไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอาการป่วยนั้น ขอชี้แจงว่า เป็นข้อมูลที่ผิดพลาดและคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง 

‘ชัยเกษม’ ใช้สิทธิเลือกตั้งช่วงเช้า

เนื่องจากในวันเลือกตั้ง นายชัยเกษม ได้เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ที่เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 52 บริเวณลานจอดรถหน้าพาราไดซ์ หรือปากซอยรัตนาธิเบศร์ 22 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี

แต่ที่ไม่ได้เดินทางไปใช้สิทธิในช่วงเวลา 13:00 น. ตามที่นัดหมายนักข่าวนั้น เพราะเนื่องจากเพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วย ร่างกายจึงยังไม่แข็งแรงเต็มที่ แพทย์จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนจำนวนมาก ทางพรรคเพื่อไทย จึงยกเลิกกำหนดการที่จะให้สื่อมวลชนไปทำข่าว จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่สับสนในข้อเท็จจริงได้

ชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย

“ขอยืนยันอย่างหนักแน่น แคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คนของพรรคเพื่อไทยเคารพประชาธิปไตยและหวงแหนประชาธิปไตยกว่าสิ่งใด ไม่มีใครนอนหลับทับสิทธิอย่างแน่นอนค่ะ”ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าว

เลือกตั้ง66 ส่อง ‘คนดังสอบตก สส.’ บ้านใหญ่-พรรคใหญ่ ตกเก้าอี้ระนาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549412

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

21 พ.ค. 2566

เลือกตั้ง66 ส่อง 'คนดังสอบตก สส.' บ้านใหญ่-พรรคใหญ่  ตกเก้าอี้ระนาว

เลือกตั้ง66 “คนดังสอบตก สส.” บ้านใหญ่ฐานมั่นคง หรือดารานักแสดงที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของประชาชน โดนพรรคเล็กหน้าใหม่ล้มทับกวาดเก้าอี้ สส. ได้ไม่น้อย พรรคที่มีเซเลบคนดังสอบตกมากที่สุดคือ พรรคพลังประชารัฐ มีใครกันบ้าง “คมชัดลึก” รวบรวมไว้ที่นี่

"อ๋อม" สกาวใจ พูลสัวสดิ์ นักแสดง“อ๋อม” สกาวใจ พูลสัวสดิ์ นักแสดง

“คนดังสอบตก สส.”

“อ๋อม” สกาวใจ พูลสัวสดิ์ นักแสดง

ลงสมัคร สส.กทม. เขต 13 เขตบึงกุ่ม (ยกเว้นแขวงคลองกุ่ม), เขตลาดพร้าว (ยกเว้นแขวงจรเข้บัว) เบอร์ 4 ในนาม “พรรคเพื่อไทย” ผลคะแนนในอันดับที่ 2 มีคะแนนอยู่ที่ 22,312 คะแนน หรือ 23.18% 

"ฟิล์ม" รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นักแสดง ศิลปิน“ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นักแสดง ศิลปิน

“ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นักแสดง ศิลปิน

ลงสมัคร สส.กทม. เขต 22 เขตสวนหลวง ประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน) เบอร์ 1 ในนาม “พรรคพลังประชารัฐ” สอบตก ผลคะแนนในอันดับ 6 มีคะแนน 2,113 คะแนน หรือ 2.28%

"ป๊อป" นิธิ บุญยรัตกลิน สามีนักแสดง“ป๊อป” นิธิ บุญยรัตกลิน สามีนักแสดง

“ป๊อป” นิธิ บุญยรัตกลิน สามีนักแสดง

ลงสมัคร สส.กทม. เขต 31 เขตทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน ในนาม “พรรคพลังประชารัฐ” “สส.สอบตก” ผลคะแนนได้อันดับ 6 คะแนน 2,088 หรือ 1.89% 

"แมน" ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ นักแสดง “แมน” ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ นักแสดง 
 

“แมน” ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ นักแสดง 

ลงสมัคร สส.กทม. เขต 12 เขตบางเขน (เฉพาะแขวงท่าแร้ง), เขตลาดพร้าว (เฉพาะแขวงจรเข้บัว), เขตสายไหม (เฉพาะแขวงออเงิน) ในนาม “พรรคภูมิใจไทย” “สส.สอบตก” ผลคะแนนได้อันดับ 9 ได้คะแนน 922 หรือ 0.87%

"ปราบ" ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง นักแสดง“ปราบ” ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง นักแสดง

“ปราบ” ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง นักแสดง

ลงสมัคร ส.ส.กทม. เขต 3 เขตยานนาวา บางคอแหลม เบอร์ 2 ในนาม “พรรคไทยภักดี”  

“สส.สอบตก” ผลคะแนนในอันดับ 11 มีคะแนนอยู่ที่ 465 คะแนน หรือ 0.57%

"คิง ก่อนบ่าย" ณภัทร ชุ่มจิตศรี อดีตนักแสดงตลก“คิง ก่อนบ่าย” ณภัทร ชุ่มจิตศรี อดีตนักแสดงตลก

“คิง ก่อนบ่าย” ณภัทร ชุ่มจิตศรี อดีตนักแสดงตลก

ลงสมัคร ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 ในนาม “พรรคพลังประชารัฐ”

“สส.สอบตก” ผลคะแนนในอันดับ 5 ได้คะแนนอยู่ที่ 5,870 คะแนน หรือ 5.68% 

สมรักษ์ คำสิงห์ พรรคพลังประชารัฐสมรักษ์ คำสิงห์ พรรคพลังประชารัฐ
 

“คนดังสอบตก สส.” อีกหนึ่งคนที่เพิ่งลงสนามการเมือง อย่าง “สมรักษ์ คำสิงห์” พรรคพลังประชารัฐ นักแสดง อดีตนักกีฬาทีมชาติ

ลงสมัคร สส.เขต 11 ขอนแก่น  ในนาม “พรรคพลังประชารัฐ” “สส.สอบตก” ผลคะแนนได้อันดับ 5 คะแนน 1,271 หรือ 1.34% 

"เมธี"  เมธี อรุณ  นักร้องนำวงลาบานูน“เมธี”  เมธี อรุณ  นักร้องนำวงลาบานูน

“เมธี”  เมธี อรุณ  นักร้องนำวงลาบานูน

ลงสมัคร สส.เขต 2 นราธิวาส ในนาม “พรรคประชาธิปัตย์” “สส.สอบตก” ผลคะแนนได้อันดับ 2 คะแนน 17,447 หรือ 21.38%

“คนดังสอบตก สส.” เฉพาะพรรคพลังประชารัฐ แม้จะได้ สส.เขตรวม 39 ที่นั่ง แต่บัญชีรายชื่อได้คะแนนมาแค่หลัก 500,000 เท่านั้น เปลี่ยนเป็นเก้าอี้อย่างมากได้แค่สอง คือ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” กับ “สันติ พร้อมพัฒน์”

ส่วนพื้นที่อื่นๆ ไม่เหลือคะแนนบัญชีรายชื่อให้เลย เช่น กรุงเทพมหานครเขต 1 เดิมได้ “สส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ” ที่ย้ายขั้วไปเพื่อไทย รอบนี้บัญชีรายชื่อเขตนี้ได้แค่ 744 คะแนน, กรุงเทพมหานคร เขต 17 เจ้าของพื้นที่เดิม “ศิริพงษ์ รัสมี” ยังอยู่กับพรรครอบนี้ ได้คะแนน สส. เขตที่ 18,000+ แต่กลับได้คะแนนบัญชีรายชื่อแค่ 1,700+ แสดงให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯ ไม่เลือก “พล.อ.ประวิตร”

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

เมื่อได้คะแนนบัญชีรายชื่อน้อยกว่า สส. แบบแบ่งเขตมาก ส่งผลให้ “บิ๊กเนม” ของพรรคที่เข้าคิวอยู่ในบัญชีรายชื่อเป็น “คนดังสอบตก สส.” ไล่ตั้งแต่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ และนายอุตตม สาวนายน 

นอกจากพรรคพลังประชารัฐแล้ว ยังมี “คนดังสอบตก สส.” จากพรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน คือ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ และนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ 

ส่วน “คนดังสอบตก สส.” จากพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนางศรีนวล บุญลือ และบ้านใหญ่ฐานมั่นคงอย่าง นายวัน อยู่บำรุง จากพรรคเพื่อไทยก็เป็นคนดังที่ขึ้นชื่อ “คนดังสอบตก สส.” อันดับต้นๆ ส่วนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ จากพรรคไทยศรีวิไย์ ก็ชวดเก้าอี้ สส.เช่นกัน

‘เรืองไกร’ เตรียมยื่นหลักฐานเพิ่ม ‘พิธา’ ถือหุ้นสื่อ ITV

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549407

21 พ.ค. 2566

'เรืองไกร' เตรียมยื่นหลักฐานเพิ่ม 'พิธา' ถือหุ้นสื่อ ITV

‘เรืองไกร’ เตรียมหลักฐานเพิ่ม 2 รายการ ยื่นกกต.ปม ‘พิธา’ ถือหุ้นสื่อ ITV คาดส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเร็วๆนี้

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เตรียมส่งมอบหลักฐานเพิ่มเติมการ “ถือหุ้นสื่อITV”  ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันพุธนี้ 24 พ.ค.

โดยมีหลักฐาน 2 รายการ คือ

1. ตารางรายชื่อผู้ถือหุ้น ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปี 2566 พร้อมเอกสารประกอบ

2. ตารางรายได้รวมของ ITV ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปี 2565 พร้อมเอกสารประกอบ (ยกเว้นปี 2555) 

นายเรืองไกร กล่าวว่า กรณีที่นายพิธา มีชื่อเป็นหุ้น ITV มาตั้งแต่ปี 2551 นั้น พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 62 วรรคสาม บัญญัติว่า “ทะเบียนผู้ถือหุ้นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าถูกต้อง

ITV เคยมีรายได้ปี 2549 ประมาณ 2,158 ล้านบาทเศษ ปี 2550 ประมาณ 352 ล้านบาทเศษ ซึ่งรายได้ปี 2549 และปี 2550 ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากธุรกิจสื่อ แต่ปีต่อๆมา รายได้ลดลงทุกปีมาจนถึงปัจจุบัน เพราะ สปน.บอกเลิกสัญญา แต่ ITV ไม่เห็นด้วย จึงมีการฟ้องร้องกันอยู่ในศาลปกครอง คดียังไม่ถึงที่สุด สัญาที่ถูกยกเลิกจะครบกำหนดวันที่ 3 กรกฎาคม 2568

นายเรืองไกร กล่าวว่า หลักฐานที่จะยื่นเพิ่มเติมในวันพุธที่ 24 พ.ค. น่าจะช่วยทำให้ กกต. พิจารณาได้เร็วขึ้น และน่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไปว่า นายพิธา เข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) หรือไม่

ฟัง ‘กรณ์ จาติกวณิช’ เล่าเบื้องหลัง ‘#มีกรณ์ไม่มีกู’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549398

20 พ.ค. 2566

ฟัง 'กรณ์ จาติกวณิช' เล่าเบื้องหลัง '#มีกรณ์ไม่มีกู'

‘#มีกรณ์ไม่มีกู’ ยังไม่จบ ‘กรณ์ จาติกวณิช’ เล่าเบื้องหลัง ยังไม่เคยตกลงร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับก้าวไกล เสียใจโดนด่าฟรี

กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า โพสต์เฟซบุ๊ก เล่าาที่มา #มีกรณ์ไม่มีกู ในหัวข้อ  “เรื่องจริง” ที่เกิดขึ้น  มีเนื้อหาว่าหลังการเลือกตั้ง เขาไปอยู่กับลูกที่ออสเตรเลีย จนเมื่อวานบ่ายสุวัจน์โทรแจ้งว่า ก้าวไกล ชวนเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล

เขาสรุปกันกับสุวัจน์ว่าจะคุยกันวันจันทร์ในที่ประชุมกก.บห. เพราะมีประเด็นสำคัญสำหรับเราคือ นโยบายสู้ทุนผูกขาดพลังงาน และจุดยืนไม่แก้ ม.112  โดยไม่เคยติดต่อร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับใครเลย เพราะเรามีเพียง 2 เสียง และไม่ได้แม้แต่คิดจะมีเงื่อนไขต่อรองอะไร

มีสื่อโทรหาเขาที่เมลเบิร์นว่า เข้าร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ เขาตอบไปว่ายัง ต้องคุยเรื่องนี้กันในวันจันทร์ (สื่อลงว่าเขา ‘กั๊ก’) 

กรณ์ยืนยันเหมือนเดิมว่า พรรคที่รวมเสียงข้างมากได้ ถึงจะมีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล นี่คือหลักประชาธิปไตยที่เป็นจุดยืนของเขา ชาติพัฒนากล้า พร้อมทำงานกับทุกพรรค แต่เราไม่แตะ ม.112 และเราต้องการเน้นแก้ปัญหาราคาพลังงาน



กรณ์บอกว่าโดนด่าฟรีจากทั้งขวาและซ้าย เขารับได้ทุกข้อกล่าวหา ทุกคำหยาบ ทุกข้อมูลเท็จ แต่ที่เสียใจคือผลกระทบที่มีต่อครอบครัวและคนที่เขารัก



การเมืองที่เขาสร้าง ไม่ได้สร้างบนความเกลียด ความกลัว แต่ทำบนความเชื่อ เชื่อที่อยากเห็นความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย 

ไม่ได้เหยียดเสียง 14 ล้านคน ‘แต๊งค์’ ลูกเลี้ยง ‘กรณ์’ ซัดปม #มีกรณ์ไม่มีกู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549385

20 พ.ค. 2566

ไม่ได้เหยียดเสียง 14 ล้านคน 'แต๊งค์' ลูกเลี้ยง 'กรณ์' ซัดปม #มีกรณ์ไม่มีกู

“แต๊งค์ พงศกร” ลูกเลี้ยง “กรณ์ จาติกวณิช” ซัดปม #มีกรณ์ไม่มีกู หลัง “พรรคก้าวไกล” ต่อสายหา “พรรคชาติพัฒนากล้า” จัดตั้งรัฐบาล ก่อนเจอขุดอดีตเคยเป่านกหวีด แถมเคยโหวตให้ “ลุงตู่” เป็นนายกฯ ตอนปี 62 ร้อนจนก้าวไกลก็ต้องล้มดีล

หลังจากชนะการเลือกตั้ง 2566 “พรรคก้าวไกล” เดินหน้าเป็นแกนนำ “จัดตั้งรัฐบาล” ได้ต่อสายหาเสียงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อย่าง “พรรคชาติพัฒนากล้า” ที่มี “นายกรณ์ จาติกวณิช” เป็นหัวหน้าพรรค กระทั่ง “พรรคก้าวไกล” ออกมาประกาศว่า สามารถดีล “พรรคชาติพัฒนากล้า” ร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว รวมเสียงตอนนี้ 316 เสียง 
 

ซึ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง #มีกรณ์ไม่มีกู ได้ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ทันที โดยความเห็นส่วนใหญ่ไม่พอใจ มองว่า “พรรคก้าวไกล” ผิดจุดยืน ทั้งที่เคยประกาศว่า จะไม่จับมือกับทุกพรรคการเมืองที่สืบทอดอำนาจเผด็จการ ทั้งแชร์ภาพ “นายกรณ์ จาติกวณิช” ในอดีต ที่เคยเป่านกหวีด ทั้งยังเป็นหนึ่งใน สส. ที่โหวตให้ “พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งปี 2562 ในฐานะ สส. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

ทำให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ได้ออกมา ขอโทษ และยอมรับทำทุกคนผิดหวัง ทั้งประกาศว่าการจัดตั้งรัฐบาลก้าวไกล จะทำบนพื้นฐานจุดยืนทางการเมือง ตามนโยบายหลักของพรรคที่ได้เคยหาเสียงไว้ และขอโทษพรรคชาติพัฒนากล้า ที่ต้องยุติการเจรจาครั้งนี้

ขณะที่ “แต๊งค์ พงศกร มหาเปาระยะ” ในฐานะลูกเลี้ยง ของ “กรณ์ จาติกวณิช” ได้ออกมาโพสต์ภาพที่มีข้อความบนอินสตาแกรมส่วนตัว “อย่าทะเลาะ อย่าตอบโต้กับผู้ที่มีสติปัญญาอ่อนด้อยกว่าเรา” พร้อมแคปชั่นว่า “เป็นกำลังใจให้คนที่ตั้งใจทำงานครับ #คนที่เขาหวังดีต่อประเทศชาติจริงๆก็ไปด่าเขาอยู่ได้

โพสต์นี้กลายเป็นข่าว ก็เริ่มมีทัวร์มาลง แต่ไปเป็นไรครับ .. ผมจะบอกว่า ผมไม่ได้หมายถึงคนส่วนมากนะ แล้วก็ไม่ได้เหยียดเสียงของคน 14 ล้านคนแน่นอน ผมหมายถึงบางคนที่ไม่มีเหตุผล แขวะ หรือ แซะ โดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริง บางคนก็นอกเรื่องไปแขวะเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะงั้นอย่าร้อนตัวกันไปเลยครับ หลายวันก่อนผมยังแสดงความยินดีกับก้าวไกลอยู่เลย อยากเห็นประเทศพัฒนาก้าวหน้าเหมือนกับทุกๆคนครับ”

ซัดปม #มีกรณ์ไม่มีกู ซัดปม #มีกรณ์ไม่มีกู

‘กกต.’ เตือน ‘แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2566 ‘ วันสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549383

20 พ.ค. 2566

'กกต.' เตือน 'แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2566 ' วันสุดท้าย

21 พ.ค. 2566 วันสุดท้าย ‘กกต.’ เตือน ต้อง ‘แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2566’ วันสุดท้าย ก่อนเสียสิทธิทางการเมือง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.  เตือน 21 พ.ค. 2566 วันสุดท้ายของการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สามารถแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2566 วันสุดท้ายในวันที่ 21 พฤษภาคม 2566

ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สามารถแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง2566 โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน

หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือแจ้งผ่านเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน stat.bora.dopa.go.th หรือทางแอปพลิเึชัน Smart Vote

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอแจ้งเตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และไม่แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วแต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุ อันสมควร จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิในการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  2.  สิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาซิกวุฒิสภา
  3. สิทธิในการสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
  4.  ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองและข้าราซการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
  5. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการ ผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

กกต.แจ้งเตือนเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2566  วันสุดท้าย 21 พ.ค. 2566 กกต.แจ้งเตือนเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2566 วันสุดท้าย 21 พ.ค. 2566

หากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้นับเวลาการจำกัดสิทธิจากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งใหม่
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือ บริการสายด่วน 1444

ด้อมส้มถล่ม! “พรรคใหม่” ขอถอยไม่ร่วมรัฐฯ แต่ยืนยันยกมือโหวต “พิธา” เป็นนายก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549381

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

20 พ.ค. 2566

ด้อมส้มถล่ม! "พรรคใหม่" ขอถอยไม่ร่วมรัฐฯ แต่ยืนยันยกมือโหวต "พิธา" เป็นนายก

“พรรคใหม่” ขอถอนตัวไม่ร่วมรัฐบาลกับ “พรรคก้าวไกล” หลังถูกโซเชียลถล่มยับปม ม.112 แต่ยืนยันจะยกมือโหวต “พิธา” เป็นนายก

“นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน” หัวหน้าพรรคใหม่ บอกถึงประเด็นดราม่าทางโซเชียลมีเดีย #ก็ไม่เอาพรรคใหม่ ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (19 พ.ค. 2566) มีโอกาสคุยกับรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่เป็นคนประสานให้เข้า “จัดตั้งรัฐบาล” “พรรคใหม่” จึงตัดสินใจขอถอนตัวเพราะมีความไม่สบายใจ ในการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ แต่ขณะนี้เดินทางมาทำธุระต่างจังหวัดจึงยังไม่มีโอกาสได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แฟนเพจเฟซบุ๊กพรรคก็ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งทีมงานที่ดูแลคาดว่าน่าจะถูกรีพอร์ตหลังโดนถล่ม

นายกฤดิทัศ แสงธนโยธิน หัวหน้าพรรคใหม่นายกฤดิทัศ แสงธนโยธิน หัวหน้าพรรคใหม่

ทั้งนี้ “นายกฤดิทัช” ยืนยันว่า “พรรคใหม่” ยังสนับสนุน “พรรคก้าวไกล” ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยการยกมือโหวตสนับสนุน “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการของประชาธิปไตย  สิ่งไหนที่ดำเนินการถูกต้องก็จะสนับสนุน ส่วนเรื่องมาตรา 112 พรรคใหม่ยังมีจุดยืนเหมือนเดิม

“ส่วนคลิปนั้นเป็นคลิปเก่าที่สมาชิกพรรคพูดถึง “ม.112” แต่ถูกขุดขึ้นมา ตามข้อเท็จจริงแล้วคลิปดังกล่าวเป็นความเห็นส่วนตัว ของคณะกรรมการบริหารคนนั้นซึ่งทางพรรคเองก็ไม่ได้เห็นด้วย” “นายกฤดิทัช” อธิบาย   

สำหรับ “นายกฤดิทัช” สำเร็จการศึกษาปริญญาโท จบเนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 63 อดีตคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงปี 2559-2562 ที่สภาทนายความ และอดีตกรรมการและเลขานุการสำนักทะเบียนสภาทนายความ ปี 2559-2562 เคยลงสมัคร สส.กทม. เขต 27 พรรคไทยศรีวิไลย์ แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

ร่วมกันตั้งพรรคการเมืองที่ชื่อว่า “พรรคใหม่” ร่วมกับกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “นักรบด่านเถื่อน” ของ “นายเกรียงไกร ไทยอ่อน” และหนึ่งในสมาชิก “นักรบด่านเถื่อน” ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ อาทิ “นายธนภัทร อุทุมพันธ์” ที่มักจะชอบไลฟ์สดตามด่านตำรวจ เป็นไม้เบื่อไม้เมากับตำรวจบ่อยครั้ง มีคดีหมิ่นประมาทและคดีร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการหลายคดี

“พรรคใหม่” ได้คะแนนเสียงเท่าไร


การเลือกตั้ง 2566 “พรรคใหม่” ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ อย่างไม่เป็นทางการ 246,177 หรือคิดเป็น 0.63 % ของทั้งหมด ส่งผู้สมัคร สส.ลงชิงชัย 14 คน แบ่งเป็น สส.แบ่งเขต 4 คน ในพื้นที่นครนายก และกำแพงเพชร และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 10 คน ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ได้เก้าอี้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 ที่นั่ง

สำหรับ “พรรคใหม่” ประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2565 โดยมีชื่อย่อภาษาไทย ว่า “ม.” และภาษาอังกฤษ NEW PARTY โลโก้พรรคเป็นรูปกำปั้นบนพื้นหลังสีน้ำเงิน และข้อความ “NEW พรรคใหม่”

นโยบายเด่นของ “พรรคใหม่” คือ ล้างบางทุจริต และการปฏิรูประบบราชการทุกหน่วยงาน การยกเลิกเครดิตบูโร การจำกัดสิทธิถือครองที่ดิน เพิ่มสวัสการที่อยู่อาศัย รักษาพยาบาล และกองทุนวัยรุ่นสร้างตัว ให้ผู้เรียนจบใหม่มีเงินทุนใช้ประกอบอาชีพ