ถ่ายทอดสด แถลงลงนาม MOU ‘จัดตั้งรัฐบาล 2566’ ล่าสุด ชมสดได้ที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549455

22 พ.ค. 2566

ถ่ายทอดสด แถลงลงนาม MOU 'จัดตั้งรัฐบาล 2566' ล่าสุด ชมสดได้ที่นี่

ติดตามชมถ่ายทอดสด การลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน หรือ MOU จัดตั้งรัฐบาลล่าสุด ของ 8 พรรคการเมือง ก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง เป็นธรรม และพลังสังคมใหม่ ชมสดทางเพจ คมชัดลึก และ News Clear เย็นนี้

ไฮไลท์ข่าวการเมืองวันนี้ ทุกสปอตไลท์ฉายไปที่ช่วงเย็นวันนี้ที่โรงแรมคอนราด เป็นความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล 2566 อัพเดทล่าสุด ที่นำโดยพรรคก้าวไกล

ทีมประชาสัมพันธ์ของพรรคก้าวไกลแจ้งกับสื่อมวลชนว่า ในวันนี้ เวลา 16.30 น. จะมีการแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) จัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคก้าวไกล ที่ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด ประกอบด้วย 8 พรรคการเมือง 

ได้แก่ พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่ 

ซึ่ง MOU หรือ บันทึกข้อตกลงร่วมกันนี้ทำขึ้นเพื่อสร้างพื้นฐานในการจัดตั้งรัฐบาลและทำงานร่วมกันระหว่าง 8 พรรค ที่ทุกพรรคเห็นร่วมกันว่าภารกิจของรัฐบาลที่ทุกพรรคจะร่วมผลักดันประกอบไปด้วยวาระร่วมกัน 

ก่อนหน้านี้ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าประสานงานเจรจาร่วมรัฐบาล ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวชื่อ @Chaithawat_MFP ถึงผลการเจรจาเพื่อลงนามใน MOU วันนี้ (22 พ.ค.) ระบุว่า

“ผลการพูดคุยเพื่อจัดทำ MOU ร่วมกันในวันนี้ บรรลุผลไปได้ด้วยดีครับ พรรคก้าวไกลต้องขอขอบคุณหัวหน้าพรรคและแกนนำของทุกพรรคที่เราจะจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยโดยยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง พรุ่งนี้พวกเราจะแถลง MOU ในเวลาเดียวกันกับการประกาศ รปห. เมื่อ 9 ปีก่อน”

ถ่ายทอดสด แถลงลงนาม MOU 'จัดตั้งรัฐบาล 2566' ล่าสุด ชมสดได้ที่นี่

ขณะที่แฟนเพจพรรคก้าวไกล – Move Forward Party ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรภายใต้รัฐบาลก้าวไกล? MOU คืออะไร?

พรรคก้าวไกลยืนยันมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่า การจัดตั้งและร่วมรัฐบาลระหว่างพรรคการเมือง ควรต้องเอาวาระหรือนโยบายเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่กระทรวงหรือตำแหน่งเป็นตัวตั้ง

ในฐานะพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอันดับหนึ่ง เราได้เดินหน้าเพื่อเป้าหมายในการจัดตั้งรัฐบาลกับ 8 พรรคการเมือง (รวมทั้งหมด 313 คน) ที่เราเชื่อว่ามีอุดมการณ์และมุมมองต่ออนาคตประเทศไทยที่อยากเห็น ที่สอดคล้องกันในภาพรวม

ในเมื่อรัฐบาลก้าวไกลเป็นรัฐบาลผสม ที่ประกอบไปด้วยหลายพรรคการเมือง เราจำเป็นต้องเคารพความเห็นที่แตกต่างเชิงนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลอื่น โดยคำนึงถึงความไว้วางใจที่พรรคการเมืองเหล่านี้ ได้รับจากประชาชนมาผ่านคูหาเลือกตั้งเช่นกัน

ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความชัดเจนว่ารัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคก้าวไกลจะผลักดันวาระอะไรบ้าง เราแบ่งวาระออกเป็น 2 ส่วน

1. วาระ “ร่วม” ของทุกพรรคร่วมรัฐบาล (ระบุใน MOU)

  • วาระและนโยบายที่ทุกพรรคเห็นตรงกัน พร้อมผลักดันร่วมกันผ่านกลไกบริหารและนิติบัญญัติ และพร้อมรับผิดชอบร่วมกัน

2. วาระ “เฉพาะ” ของแต่ละพรรคการเมือง (ไม่ถูกระบุใน MOU)

  • วาระและนโยบายที่แต่ละพรรคขับเคลื่อนเอง เพิ่มเติมจาก (แต่ต้องไม่ขัดแย้งกับ) นโยบายใน MOU ผ่าน 2 กลไกหลัก
    • 2.1. ผลักดันผ่านกลไกบริหารของกระทรวงที่พรรคมีตัวแทนเป็นรัฐมนตรี เช่น (หากพรรคก้าวไกลบริหารกระทรวงศึกษาธิการ) นโยบายการศึกษานอกเหนือจากใน MOU ที่อยู่ในขอบเขตอำนาจของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ
    • 2.2. ผลักดันผ่านกลไกนิติบัญญัติของระบบรัฐสภาโดยผู้แทนราษฎรของพรรค เช่น กฎหมาย 45 ฉบับที่พรรคพร้อมเสนอสู่สภาทันทีที่สภาเปิด ไม่ว่าจะปรากฎอยู่ใน MOU หรือไม่


พรรคก้าวไกลเรายืนยันว่าจะพยายามเต็มที่ในการผลักดัน 300 นโยบายก้าวไกลที่เราสื่อสารกับประชาชนก่อนเลือกตั้งให้สำเร็จ โดยการพยายามบรรจุนโยบายเข้าไปใน วาระ “ร่วม” หรือ MOU ให้ได้เยอะที่สุด ในขณะที่นโยบายอะไรที่ไม่ถูกบรรจุใน MOU เราจะผลักดันต่อผ่านกระทรวงที่พรรคก้าวไกลบริหารและผ่านจำนวนผู้แทนราษฎร 152 คน ที่เรามีในสภาผู้แทนราษฎร

แม้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลลักษณะนี้อาจเป็นสิ่งใหม่สำหรับสังคมไทย แต่พรรคก้าวไกลเชื่อว่ากระบวนการดังกล่าวที่อ้างอิงจากหลายประเทศที่เป็นประชาธิปไตยทั่วโลก จะเป็นกระบวนการที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ในประเทศ ที่ยกระดับความมั่นใจของประชาชนต่อระบบการเมืองไทย และเพิ่มความชัดเจนกับประชาชนว่าในบริบทของรัฐบาลผสมที่ประกอบไปด้วยหลายพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาด้วยนโยบายที่ทั้งมีจุดร่วมและจุดต่างกัน รัฐบาลผสมนี้จะร่วมผลักดันและรับผิดชอบวาระอะไรเพื่อประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับช่องทางในการรับชมการถ่ายทอดสดการลงนาม MOU จัดตั้งรัฐบาล สามารถรับชมได้ผ่านช่องทางดังนี้

  • แฟนเพจ คมชัดลึก เวลา 15.30 น. ถ่ายทอดสดบรรยากาศก่อนการแถลงข่าว และ เวลา 16.30น. การแถลงข่าวตั้งแต่ต้นจนจบ
  • แฟนเพจ NewClear By คมชัดลึก เวลา 15.45 น. ถ่ายทอดสดบรรยากาศก่อนการแถลงข่าว และ เวลา 16.30น. การแถลงข่าวตั้งแต่ต้นจนจบ

บรรยากาศก่อนการแถลง

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fkomchadluek%2Fvideos%2F259917999943583%2F&show_text=false&width=560&t=0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการแถลงปรากฏว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ปรากฏตัวที่ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด เพื่อรอฟังการแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) จัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ด้วย

ถ่ายทอดสด แถลงลงนาม MOU 'จัดตั้งรัฐบาล 2566' ล่าสุด ชมสดได้ที่นี่

เวลา 16.40น. ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกรายงานจากโรงแรมคอนราดว่า ขณะนี้เลยฤกษ์ที่กำหนดไว้จะแถลงเวลา 16.30 น. แล้ว และรับแจงว่าการแถลงจะล่าช้าออกไปเล็กน้อย

เวลา 16.50น. เริ่มการแถลง

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fkomchadluek%2Fvideos%2F1100220184699558%2F&show_text=false&width=560&t=0

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fnewsclearbykomchadluek%2Fvideos%2F194771283511627%2F&show_text=true&width=560&t=0

‘ยิ่งลักษณ์’ โพสต์ เจ็บ ผลเลือกตั้ง สะท้อนปชช.ไม่ทนเผด็จการ

22 พ.ค. 2566

‘ยิ่งลักษณ์’ โพต์เจ็บ ผลเลือกตั้ง สะท้อนปชช.ไม่ทนเผด็จการ

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ในวันครบรอบ 9 ปีรัฐประหาร ชี้ ผลเลือกตั้ง 14 พ.ค. 66 สะท้อนว่า ประชาชนไม่ทนกับกลุ่มเผด็จการ ได้อำนาจมามิชอบ

22 พ.ค. 2566 เป็นวันครบรอบ 9 ปี การทำรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 และต่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าคสช. ต่อด้วยการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ในการบริหารประเทศนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ทว่าการครบรอบ 9 ปีรัฐประหาร เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อ 14 พ.ค. 2566 ที่ผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการมีพรรคก้าวไกลชนะมาเป็นอันดับ 1 และพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ 2 

1 คนที่ส่งเสียงบอกกับสังคมเสมอว่าเจ้าตัวได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารครั้งนั้นคือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกดำเนินคดีจำนำข้าวมูลค่าความเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท 

โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ในวันครบรอบรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ว่า  วันนี้เป็นวันครบรอบ9ปีของการ #รัฐประหาร ที่ความรู้สึกของดิฉันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศที่ถูกรุกไล่อย่างหนักจากฝ่ายเผด็จการ 

‘ยิ่งลักษณ์’ โพต์เจ็บ ผลเลือกตั้ง สะท้อนปชช.ไม่ทนเผด็จการ
‘ยิ่งลักษณ์’ โพต์เจ็บ ผลเลือกตั้ง สะท้อนปชช.ไม่ทนเผด็จการ

วันนี้ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นเครื่องสะท้อนแล้วว่าประชาชนไม่ทนกับกลุ่มคนที่ได้อำนาจมาโดยมิชอบอีกต่อไปแล้ว

ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยตกอยู่ภายในวังวนกับเงาของเผด็จการ การถูกไล่ล่า ความสิ้นหวังของพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาสังคม ปัญหาปากท้อง มีความยากลำบากในการทำมาหากิน ประเทศขับเคลื่อนไปอย่างไร้วิสัยทัศน์ ไร้ความเข้าใจในการบริหารเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้า

นี่คือผลพวงของการทำรัฐประหาร แย่งอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จากวันนี้เป็นต้นไป ดิฉันหวังว่าเราจะไม่เห็นการทำรัฐประหารอีกแล้ว

สุดท้ายนี้ดิฉันขอเอาใจช่วยให้เราได้รัฐบาลที่เป็น #ประชาธิปไตย เพื่อประชาชนและอำลารัฐประหารให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทยเสียที

อดีต กกต. เล่านาที ‘ยึดอำนาจ’ ‘รัฐประหาร’ 22 พ.ค. 57

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549449

22 พ.ค. 2566

อดีต กกต. เล่านาที 'ยึดอำนาจ' 'รัฐประหาร' 22 พ.ค. 57

ย้อนตำนาน ‘รัฐประหาร’ 22 พ.ค. 66 สมชัย ศรีสุทธิยากร เล่านาที ‘ยึดอำนาจ’ โดยพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผย.ทบ.ในขณะนั้น

9 ปี รัฐประหาร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง เล่านาทียึดอำนาจ 22 พ.ค. 2557 ผ่านเฟซบุ๊ก จากหนังสือ กกต. ม.44  เขียนโดย สมชัย ศรีสุทธิยากรมีเนื้อหาว่า

ประมาณ 15.30 น. ทุกคนกลับมาอยู่ในห้องประชุม  กกต.อีก 4 8น ถามว่าเขาว่าไปไหนมา เขาบอกว่าลงไปชั้นล่าง  ประธานถามว่าแล้วเป็นอย่างไรบ้าง  จึงบอกไปว่า สถานการณ์ไม่สู้ดี  วันนี้น่าจะมีเรื่อง  ประธานบอก ให้ใจเย็น ๆ รอดูกันไป เราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง

ก่อนการประชุมจะเริ่มต่อ นายสุเทพ และนายจตุพรได้เดินมาข้างหลังพล.อ. ประยุทธ์ กระซิบกระซาบบางอย่าง   พล.อ.ประยุทธ์ พูดกับที่ประชุมว่า “เขาขอเวลาผม 2-3 นาที  ที่ประชุมอนุมัตินะครับ”  ที่ประชุม เฮ อีกครั้ง ด้วยบุคลิกที่น่ารักของท่าน



พล.อ.ประยุทธ์ นายสุเทพ และ นายจตุพร สามคนไปยืนคุยกันที่มุมห้องห่างออกไปจากผู้อื่น  ไม่ได้ยินเสียงเขาคุยอะไรกัน แต่เห็นหน้าตาพยักเพยิด รับถ้อยรับคำกัน  ต่อหน้า ผบ.ทบ.นายจตุพร ก็ดูพูดจาสงบเสงี่ยมเรียบร้อย   ทั้งสามคนคุยกันแค่ 2-3 นาทีตามที่ขอ  เสร็จทุกคนกลับมานั่งที่โต๊ะของตน


“เขามาบอกว่าห้องน้ำสโมสรสกปรก ใครน่ะดูแล ให้ปรับปรุงหน่อย” 


ที่ประชุมฮาครืน ในคำพูดของ ผบ.ทบ. ไม่มีใครนึกว่า อีกไม่กี่นาที จะไม่มีเสียงหัวเราะอะไรอีกแล้ว  

นาทีนี้ ผมขอยึดอำนาจ



“มันอึดอัดไปทั่วนะ จะไปทางนี้ก็ติด ทางโน้นก็ติด จะเลือกตั้งก็ไม่ได้ เลือกไปคนก็ไม่ยอมรับ รัฐบาลอยู่คนก็ชุมนุมประท้วง ไม่สงบเสียที  แล้วจะเอายังไงกันดี”  พลเอกประยุทธ์ เปรย

“ผมขอเสนอความเห็น ท่าน ผบ.ทบ. ประกาศกฎอัยการศึกแล้ว ตอนนี้เหมือนจมน้ำไปครึ่งตัว หากท่านตัดสินใจใช้กำลังทหารอีก ก็จะเหมือนจมน้ำเต็มตัว  ท่านควรอาศัยการประกาศกฎอัยการศึกเพื่อผลักดันการเลือกตั้งให้สำเร็จ เพื่อให้ตัวเองพ้นมาจากน้ำ”  นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ ตัวแทน นปช.กล่าว

“ไม่ต้องมาสอนผม เรื่องว่ายน้ำ ผมรู้ ผมว่ายเป็นตั้งแต่เด็กแล้ว”  ที่ประชุมฮาครืนอีกครั้ง    คุณวีระกานต์ ถึงกับเงียบไป

“รัฐบาล รัฐบาลจะทำอย่างไร  ยอมลาออกไหม”  พลเอกประยุทธ์ถามไปยัง คุณชัยเกษม ที่เป็นตัวแทนรัฐบาล

นายชัยเกษม นิติสิริ ตัวแทนรัฐบาล ตอบอย่างเหยาะแหยะไม่เต็มปากคำ เนื่องจากไม่ใช่ผู้มีอำนาจเต็มที่จะมาบอกว่ายอมลาออกหรือไม่ลาออก  และอาจด้วยการประเมินสถานการณ์ผิดคิดว่า ทหารคงไม่ยึดอำนาจ “คงไม่ลาออกละครับ”

ทุกคนในที่ประชุมเริ่มนิ่งเงียบ กับคำถามเชิงรุกฆาตของ ผบ.ทบ. และเริ่มเดาเหตุการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมา
พลเอกประยุทธ์ ถามไปยังคนอื่นๆ  “ใครมีความเห็นอะไรไหม”
ทุกคนนิ่ง

“กกต. ล่ะ  ส.ว. ล่ะ  มีความเห็นอะไรไหม”
ประธาน กกต.เอามือแตะตักของผม ในเชิงปราม ซึ่งผมรู้ความหมายดี จึงตอบไปว่า “กกต.ไม่มีความเห็นครับ”

“ส.ว. ไม่มีความเห็นครับ”  ประธาน สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย พูดประโยคเดียวกัน

“ว่าไง รัฐบาล จะยอมลาออกหรือเปล่า” คำถามรุกฆาตถูกถามออกไปเป็นครั้งที่สอง

นายชัยเกษม เอนตัวไปข้างหลังเป็นภาษาท่าทางเชิงป้องกันตัว แล้วตอบว่า “นาทีนี้ก็ยังคงไม่ลาออกหรอกครับ”

พลเอกประยุทธ์ ซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะโน้มกายไปข้างหน้า “ถ้าเช่นนั้น ผมก็ไม่มีทางออก เพื่อให้บ้านเมืองสงบ นาทีนี้ผมขอยึดอำนาจ  ทุกคนในห้อง อยู่ในห้องนี้แหละ ไม่ต้องไปไหน  กกต.ไม่เกี่ยว ส.ว.ไม่เกี่ยว  ออกไป”

เขารีบเก็บของเดินออกจากห้องประชุมพร้อม กกต. 4 คน  ส่วนคณะของ สว.มีแค่สองคนล่วงหน้า ลงบันได และเตรียมรถตู้หนึ่งคันรับออกจากจากอาคารสโมสรไปอย่างรวดเร็ว

เหมือนฉากในภาพยนตร์  ขณะที่เรากำลังจะเดินออกจากห้องประชุม  ทหารอาวุธครบในชุดพร้อมรบประมาณ 30 คน วิ่งเหยาะ ๆ สวนทางเข้ามาในห้องประชุม  ยืนล้อมกรอบ รัฐบาล และผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน

ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก สมชัย ศรีสุทธยากรภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก สมชัย ศรีสุทธยากร

อำนาจอยู่ในมือเขาแล้ว

‘จัดตั้งรัฐบาล’ พรรค ‘ก้าวไกล’ ไม่ยึดติดโควต้ารัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549441

22 พ.ค. 2566

'จัดตั้งรัฐบาล' พรรค 'ก้าวไกล' ไม่ยึดติดโควต้ารัฐมนตรี

เข้าใจธรรมชาติรัฐบาลผสม ผู้จัดการรัฐบาลพรรค ‘ก้าวไกล’ ยัน ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ยึดวาระตามนโยบายของแต่ละพรรค ย้ำ 313 เสียง เพียงพอ

ชัยธวัช ตุลาธน ผู้จัดการรัฐบาล พรรคก้าวไกลระบุว่าการจัดตั้งรัฐบาลคราวนี้ เป็นสิ่งใหม่สำหรับสังคมไทย แต่พรรคก้าวไกลเชื่อว่ากระบวนการดังกล่าวที่อ้างอิงจากหลายประเทศที่เป็นประชาธิปไตยทั่วโลก

จะเป็นกระบวนการที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ในประเทศ ที่ยกระดับความมั่นใจของประชาชนต่อระบบการเมืองไทย และเพิ่มความชัดเจนกับประชาชนว่าในบริบทของรัฐบาลผสมที่ประกอบไปด้วยหลายพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาด้วยนโยบายที่ทั้งมีจุดร่วมและจุดต่างกัน

รัฐบาลผสมนี้จะร่วมผลักดันและรับผิดชอบวาระอะไรเพื่อประชาชนยืนยันมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ว่าการจัดตั้งและร่วมรัฐบาลระหว่างพรรคการเมืองควรต้องเอาวาระหรือนโยบายเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่กระทรวงหรือตำแหน่งเป็นตัวตั้ง

ในฐานะพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอันดับหนึ่ง เราได้เดินหน้าเพื่อเป้าหมายในการจัดตั้งรัฐบาลกับ 8 พรรคการเมือง รวมทั้งหมด 313 คน ที่เราเชื่อว่ามีอุดมการณ์และมุมมองต่ออนาคตประเทศไทยที่อยากเห็น ที่สอดคล้องกันในภาพรวม

รัฐบาลก้าวไกลเป็นรัฐบาลผสมที่ประกอบไปด้วยหลายพรรคการเมือง เราจำเป็นต้องเคารพความเห็นที่แตกต่างเชิงนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลอื่น โดยคำนึงถึงความไว้วางใจที่พรรคการเมืองเหล่านี้ได้รับจากประชาชนมาผ่านคูหาเลือกตั้งเช่นกัน

เพื่อให้ประชาชนได้รับความชัดเจนว่ารัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคก้าวไกลจะผลักดันวาระอะไรบ้าง เราแบ่งวาระออกเป็น 2 ส่วน

วาระร่วม ของทุกพรรคร่วมรัฐบาล (ระบุใน MOU)

วาระและนโยบายที่ทุกพรรคเห็นตรงกัน พร้อมผลักดันร่วมกันผ่านกลไกบริหารและนิติบัญญัติ และพร้อมรับผิดชอบร่วมกัน
 

วาระเฉพาะ ของแต่ละพรรคการเมือง (ไม่ถูกระบุใน MOU)

วาระและนโยบายที่แต่ละพรรคขับเคลื่อนเอง เพิ่มเติมจาก (แต่ต้องไม่ขัดแย้งกับ) นโยบายใน MOU ผ่าน 2 กลไกหลัก

-ผลักดันผ่านกลไกบริหารของกระทรวงที่พรรคมีตัวแทนเป็นรัฐมนตรี เช่น (หากพรรคก้าวไกลบริหารกระทรวงศึกษาธิการ) นโยบายการศึกษานอกเหนือจากใน MOU ที่อยู่ในขอบเขตอำนาจของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ

-ผลักดันผ่านกลไกนิติบัญญัติของระบบรัฐสภาโดยผู้แทนราษฎรของพรรค เช่น กฎหมาย 45 ฉบับที่พรรคพร้อมเสนอสู่สภาทันทีที่สภาเปิด ไม่ว่าจะปรากฎอยู่ใน MOU หรือไม่

พรรคก้าวไกลเรายืนยันว่าจะพยายามเต็มที่ในการผลักดัน 300 นโยบายก้าวไกลที่เราสื่อสารกับประชาชนก่อนเลือกตั้งให้สำเร็จ โดยการพยายามบรรจุนโยบายเข้าไปใน วาระ ร่วม หรือ MOU ให้ได้เยอะที่สุด

ในขณะที่นโยบายอะไรที่ไม่ถูกบรรจุใน MOU เราจะผลักดันต่อผ่านกระทรวงที่พรรคก้าวไกลบริหารและผ่านจำนวนผู้แทนราษฎร 152 คน ที่เรามีในสภาผู้แทนราษฎร

ศุภโชค ศรีสุขจร ‘ชาติไทยพัฒนา’ นครปฐม เขต 1 ชนะเลือกตั้งเหมือนเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549434

21 พ.ค. 2566

ศุภโชค ศรีสุขจร ‘ชาติไทยพัฒนา’ นครปฐม เขต 1 ชนะเลือกตั้งเหมือนเดิม

เลือกตั้งใหม่ นครปฐม เขต 1 ‘ศุภโชค ศรีสุขจร’ ชาติไทยพัฒนา ชนะเหมือนเดิม แม้ ‘ก้าวไกล’ ได้คะแนนหน่วยเลือกตั้งที่ 10 เพิ่มอีก 211 คะแนน มีผู้มาใช้สิทธิ 515 คน จากผู้มีสิทธิ 943 คน ไม่ส่งผลต่อการเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 17.00 น.หน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขต 1 ม.8 ต.บางแขม ปิดหีบลงเพื่อรวบรวมเอกสารและเริ่มนับคะแนน หลัง กกต.มีคำสั่ง ให้ลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐมใหม่ เนื่องจากเหตุฝนตกหนักและลมพัดแรง สถานที่ลงคะแนนได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 จึงมีประกาศให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 21 พ.ค. 2566 ตั้งแต่ 08.00-17.00 น. เพื่อแสดงพลังของคนจ.นครปฐม อีกครั้งนั้น

การใช้สิทธิลงคะแนนใหม่ในวันนี้มีประชาชนออกมาใช้สิทธิประมาณ 515 คนเฉลี่ยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 54.61 % จาก 943 คน 

โดยมีน.ส.บุญเรือน ไทยวัฒนาธรรม ผอ.กกต.จ.นครปฐม นายศิริชัย เลี้ยงอำนวย ผอ.กต.เขตฯ นายยุทธนา โพธิวิหก ประธานกกต.เขตฯ 2. นางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ กกต.เขตฯ 3. นายศรีศักดิ์ สังข์เฉย กกต.เขตฯ ไปดูความเรียบร้อยการใช้สิทธิ

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.20 น.การนับคะแนนได้เสร็จสิ้นลง ผลการนับคะแนนปรากฎว่า

เบอร์ 1 น.ส.จารุพรรณ เพชรดี พรรคก้าวไกล 211 คะแนน

เบอร์ 2 นายศุภโชค ศรีสุขจร พรรคชาติไทยพัฒนา 162 คะแนน

เบอร์ 3 นายสุเทพ เข้มแข็งปรีชานนท์ พรรคประชาธิปัตย์ 3 คะแนน

เบอร์ 4 นายอภิรักษ์ สัตย์ชาพงษ์ พรรครวมแผ่นดิน 0 คะแนน

เบอร์ 5 นายสมชาย มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย 29 คะแนน

เบอร์ 6 นายพงศ์ธวัช เศรษฐพินิจ พรรคไทยสร้างไทย 4 คะแนน

เบอร์ 7 นายภาณุวิทย์ เอี้ยวโพธิเงิน พรรคเสรีรวมไทย 2 คะแนน

เบอร์ 8 นายมารุต บุญมี พรรคพลังประชารัฐ 7 คะแนน

เบอร์ 9 นายณัทกร แก้วพิจิตร พรรครวมไทยสร้างชาติ 74 คะแนน

เบอร์ 10 น.ส.อมรรัตน์ รุ่งเรือง พรรคภูมิใจไทย 0 คะแนน

เบอร์ 11 นายธีรพันธุ์ บุญเลิศฟ้า พรรคไทยภักดี 0 คะแนน

เบอร์ 12 นางสาวหฤทัย จตุรวัฒนา พรรคช่วยชาติ 0 คะแนน

ผู้ใช้สิทธิไม่ลงคะแนนเลือกผู้สมัครหมายเลขใด 13 ใบ บัตรดี 493 ใบ บัตรเสีย 9 ใบ รวมผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 515 คน

ส่วนผลคะแนนเลือกพรรคการเมืองปรากฎว่า

หมายเลข 1 พรรคใหม่ 2 คะแนน

หมายเลข 2 พรรค ประชาธิปไตยใหม่ 3 คะแนน

หมายเลข 3 พรรคเป็นธรรม 1 คะแนน

หมายเลข 5 พรรคพลังสังคมใหม่ 1 คะแนน

หมายเลข 8 พรรคแรงงานสร้างชาติ 1 คะแนน

หมายเลข 9 พรรคพลัง 4 คะแนน

หมายเลข 11 พรรคประชาชาติ 1 คะแนน

หมายเลข 12 พรรคไทยรวมไทย 1 คะแนน

หมายเลข 14 พรรคชาติพัฒนากล้า 1 คะแนน

หมายเลข 18 พรรคชาติไทยพัฒนา 35 คะแนน

หมายเลข 21 พรรคไทยภักดี 3 คะแนน

หมายเลข 22 พรรครวมไทยสร้างชาติ 75 คะแนน

หมายเลข 24 พรรคเพื่อชาติ 2 คะแนน

หมายเลข 25 พรรคเสรีรวมไทย 9 คะแนน

หมายเลข 26 พรรคประชาธิปัตย์ 3 คะแนน

หมายเลข 29 พรรคเพื่อไทย 66 คะแนน

หมายเลข 30 พรรคทางเลือกใหม่ 1 คะแนน

หมายเลข 31 พรรคก้าวไกล 279 คะแนน

หมายเลข 32 พรรคไทยสร้างไทย 4 คะแนน

หมายเลข 33 พรรคไทยเป็นหนึ่ง 1 คะแนน

หมายเลข 37 พรรคพลังประชารัฐ 5 คะแนน

หมายเลข 43 พรรคพลังสหกรณ์ 1 คะแนน

หมายเลข 56 พรรคประชาไทย 2 คะแนน

โดยมีบัตรเสีย 8 ใบ บัตรไม่เลือกพรรคใด 6 ใบ บัตรดี 501 ใบ

สำหรับผลการนับคะแนนเลือกตั้งครั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 อันดับที่ 1 ที่ยังคงเป็น นายศุภโชค ศรีสุขจร จากพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ทำคะแนนจากมหาชนไปได้ถึง 39,715 คะแนน

ตามต่อด้วย น.ส.จารุพรรณ เพชรดี จากพรรคก้าวไกล ที่มีคะแนน 26,893 คะแนน

ทั้งนี้พรรคชาติไทยพัฒนา มีคะแนนทิ้งห่างจากผู้สมัครพรรคก้าวไกล 12,822 คะแนน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยน ผู้ชนะเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 ยังเป็น นายศุภโชค ศรีสุขจร จากพรรคชาติไทยพัฒนา เหมือนเดิม

‘ชาวสัตหีบ’ พบพิรุธเลือกตั้งเขต 10 ชลบุรี ต้นขั้ว ‘บัตรเลือกตั้ง’ ถูกทิ้งขยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549433

21 พ.ค. 2566

'ชาวสัตหีบ' พบพิรุธเลือกตั้งเขต 10 ชลบุรี ต้นขั้ว 'บัตรเลือกตั้ง' ถูกทิ้งขยะ

‘ชาวสัตหีบ’ จี้ กกต.ชลบุรี แจง หลังพบพิรุธเลือกตั้งเขต 10 ชลบุรี ต้นขั้ว ‘บัตรเลือกตั้ง’ ถูกทิ้งกองขยะ รวมถึงเอกสารสรุปคะแนน บัตรเลือกตั้งสีเขียว-สีม่วง

เลือกตั้งจบ แต่ชาวสัตหีบ จ.ชลบุรี ไม่จบ หลังพบความผิดปกติการนับคะแนน ทั้งการขีดทับเลขคะแนน ก่อนใช้ปากกาเขียนใหม่หลุดเผยแพร่ในโลกออนไลน์ และจำนวนบัตรเสียและบัตรไม่เลือกผู้ใดยอดรวมไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง

ล่าสุดชาวบ้านที่ร่วมตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 10 พบต้นขั้วบัตรจำนวนมากใส่ถุงปนอยู่กับกองขยะที่เตรียมนำไปรวมกับขยะอุปกรณ์เลือกตั้ง 

ชาวบ้านที่เข้าไปร่วมตรวจสอบ เล่าว่า ตนกับเพื่อนมาเดินตรวจสอบรอบอาคารศูย์ประสานงานเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรี พบหน้าต่างเปิดอยู่บางจุดและพบถุงที่ใส่บัตรคล้ายกับบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นบัตรอะไร เนื่องจากอยู่ข้างนอก จึงไปแจ้งกับ กกต.เขต 10 ชลบุรีให้รับทราบ

ชาวสัตหีบร่วมตรวจสอบเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรีชาวสัตหีบร่วมตรวจสอบเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรี

ทาง กกต. แจ้งว่า จะไม่มีการเคลื่อนย้ายบัตร จะนำไปเก็บรวมไว้ในห้องเก็บบัตรลงคะแนนเลือกตั้งและเก็บอุปกรณ์บางส่วนกลับไปเก็บที่สำนักงาน กกต.ชลบุรี หลังจากนี้ จะให้ตัวแทนของแต่ละพรรคการเมือง เข้าไปสำรวจบริเวณด้านในอาคาร อุปกรณ์ เอกสาร ที่ไม่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยงานเก็บกลับไปที่สำนักงาน กกต.ชลบุรี


 
แต่หลังจากเปิดห้องเข้าไป กลับพบถุงพลาสติกจำนวนมากที่กองไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นบัตรต้นขั้ว แต่ตนสงสัยว่า บัตรบางฉบับไม่ได้เจาะรู จึงถามเจ้าหน้าที่อีกราย อีกฝ่ายตอบกลับมายืนยันว่าเจาะรูแล้ว บัตรร้อยเชือกอยู่ ซึ่งในถุงมีบัตรจำนวนมาก จึงไม่ได้แตะต้องถุง

ชาวบ้าน เล่าต่อว่า ขณะที่ร่วมกันตรวจสอบกับตัวแทนพรรคการเมืองหลายๆ พรรค ได้มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ ท่านเดิมแจ้งว่า บัตรดังกล่าวไม่ใช่บัตรต้นขั้ว บัตรเลือกตั้งมีขั้นตอนวิธีการเรียงลำดับ ซึ่งตนและเพื่อนได้เดินไปเจอเอกสารสรุปคะแนน ถูกวางกองไว้ที่พื้นเหมือนขยะ ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาห้ามไม่ให้ถ่ายรูป หรือนำไปเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก จึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อความโปร่งใส ซึ่งได้ถามว่า บัตรในถุงคือบัตรอะไร เจ้าหน้าที่ก็ตอบว่าเป็นบัตรเลือกตั้งที่ฉีกแล้ว จึงนำมารวมกันไว้ แต่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่อีกคนบอกว่าเป็นบัตรต้นขั้ว ซึ่งไม่ตรงกัน นอกจากนี้ยังพบบัตรเลือกตั้งสีเขียวกับสีม่วงภายในกองขยะและมีหีบบัตรเลือกตั้งอยู่ 1 หีบ อยู่ในกองขยะด้วยเช่นกัน

กิตติคม

ชาวสัตหีบร่วมตรวจสอบเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรีชาวสัตหีบร่วมตรวจสอบเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรี

ชาวสัตหีบร่วมตรวจสอบเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรีชาวสัตหีบร่วมตรวจสอบเขตเลือกตั้ง 10 ชลบุรี

กกต.นนทบุรี ยัน ‘ชัยเกษม นิติศิริ’ ใช้สิทธิเลือกตั้งช่วงเช้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549431

21 พ.ค. 2566

กกต.นนทบุรี ยัน ‘ชัยเกษม นิติศิริ’ ใช้สิทธิเลือกตั้งช่วงเช้า

กกต.จ.นนทบุรี ยืนยัน ‘ชัยเกษม นิติศิริ’ แคดดิเดตนายกคนที่ 3 พรรคเพื่อไทย ใช้สิทธิเลือกตั้ง 9.00 น. แต่ไม่ได้ยกเลิกหมายข่าวแจ้งสื่อไปใช้สิทธิ์บ่ายโมงครึ่ง ทำสื่อเข้าใจผิด

ย้อนอดีตในวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 พรรคเพื่อไทยแจ้งสื่อมวลชน ถึงการเดินทางออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งของ ชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย  โดยระบุว่าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ในช่วงเวลา 13.30 น.ในเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 52 บริเวณลานจอดรถหน้าพาราไดซ์ หรือปากซอยรัตนาธิเบศร์ 22 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ทำให้ผู้สื่อข่าวที่เดินทางไปดักรอนชัยเกษม ตามเวลานัดหมาย ที่ทางพรรคเพื่อไทยแจ้งมา จนกระทั่งหมดเวลาเลือกตั้ง ก็ไม่พบว่านายชัยเกษมได้เดินทางออกมาใช้สิทธิ์ ตามเวลาที่นัดหมายไว้

โดยไม่มีใครรู้ว่า แคนดิเดตนายกฯคนที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ก่อนเวลานัดหมายหรือเกิดอาการเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัวจนไม่สามารถเดินทางออกมาใช้สิทธิ์ได้

หลังเกิดความสับสนเกี่ยวกับการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งของ ชัยเกษม ทางพรรคเพื่อไทยได้ออกมาชี้แจงว่า ทางแพทย์ประจำตัวได้แนะนำให้เขาหลีกเลี่ยงการอยู่ในกลุ่มคนจำนวนมาก จึงทำให้เขาต้องเดินทางออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 09.00 น.แล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง กกต.จังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามความชัดเจนเกี่ยวกับการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งของ ชัยเกษม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ กกต.จังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า จากเรื่องดังกล่าว ทาง กกต.จังหวัดได้สอบถามไปยัง ผอ.เขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งได้รับคำยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 52 ว่า ชัยเกษม นิติศิริ ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์ในช่วงเช้าแล้ว 

แต่เรื่องที่ผู้สื่อข่าวเข้ามาสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยว่า ชัยเกษม เดินทางมาใช้สิทธิ์หรือยังนั้น ทางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย ไม่สามารถตรวจสอบให้ได้ และเป็นการนัดหมายกันเองส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดตามว่าชัยเกษม ยังไม่ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันดังกล่าว

และหลังจากชัยเกษม ได้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในช่วงเช้าแล้ว ก็ไม่ได้แจ้งยกเลิกหมายกำหนดการกับทางผู้สื่อข่าวเอง หรือแจ้งกับทางพรรคเพื่อไทย ประสานยกเลิกหมายกำหนดการดังกล่าว ทั้ง ๆ ที่เป็นระดับแกนนำคนสำคัญของพรรคที่มีผู้สื่อข่าวให้ความสนใจติดตามการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง2566

กกต.จ.นนทบุรี เปิดเผยอีกว่า ในส่วนของการตรวจสอบลายเซ็นต์ต้นขั้วของบัตรเลือกตั้ง ทั้งสองใบที่ผู้เดินทางไปใช้สิทธิ์จะต้องเซ็นต์รับบัตรเลือกตั้งนั้น โดยทั่วไปบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่สามารถยื่นตรวจสอบเองได้ นอกจากจะมีการร้องเรียนหรือมีการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อจะเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองต่าง ๆ ทาง กกต.จังหวัด จึงจะสามารถเข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้ ซึ่งในตอนนี้ทั้งต้นขั้วลายเซ็นต์ของบัตรเลือกตั้งรวมทั้งหีบบัตรคะแนนเลือกตั้งต่าง ๆ ถูกเก็บรักษาอยู่ที่สำนักงานเขตเลือกตั้งจนกว่าจะมีการรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการต่อไป

หอมกลิ่นปฏิวัติ? ‘สว.กิตติศักดิ์’ เมินทัวร์ลง ไม่เลือก ‘พิธา-ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549432

21 พ.ค. 2566

หอมกลิ่นปฏิวัติ? 'สว.กิตติศักดิ์' เมินทัวร์ลง ไม่เลือก 'พิธา-ก้าวไกล'

‘สว.กิตติศักดิ์’ เมินทัวร์ลงสืบประวัติ เรียนจบมัธยมปลาย หลังประกาศไม่เลือก ‘พิธา-ก้าวไกล’ ด้วยเหตุผล แตะม.112 เผยหอมกลิ่น ‘ปฏิวัติ’ โชยมา

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. อีก 1 เสียง ที่ยืนยันอย่างหนักแน่น ไม่โหวตเลือก “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”  เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 และตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่ถูกพูดถึงอย่างมาก ถึงขั้นสืบประวัติกันเลนทีเดียว

วันนี้ สว.กิตติศักดิ์ ส่งข้อความผ่านทางไลน์ ระบุว่า 

ประเทศไทยที่รักของฉัน
สว.กิตติศักด์ ต้องขยายบริเวณบ้านอีกเท่าตัวเพราะทัวร์มาลง มาเท่าไรยินดีต้อนรับถึงทัวร์ลงก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ เชิดชูคนดี โดยเฉพาะผู้ที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ พร้อมซัดคนชั่วขายชาติ เนรคุณแผ่นดิน

ส่วนพวกที่จะขุดคุ้ยประวัติของ สว.กิตติศักดิ์ เชิญตามสบายถ้าใจปรารถนา

สว.กิตติศักดิ์ เป็นเกษตรกร ชาวนาชาวไร่ เรียนจบแค่ ม.ปลาย ดีถมไปแล้ว ภูมิใจส่งลูกเรียนจบ ม.กรุงเทพฯ ไปสืบประวัติ สว.กิตติศักดิ์ ให้ลึกถึงความรู้น้อย แต่รัก “พระเจ้าแผ่นดิน” มากนะแก (!)

เคยเป็นครูฝึก “ลูกเสือชาวบ้าน” เป็นครูฝึก ทสปช.ให้คนไทยรักสามัคคีกัน จนได้เข้าเฝ้า “ในหลวงรัชกาลที่ 9” พร้อมพระราชินี และสมเด็จฯพระเทพรัตนราชสุดาฯ ณ จังหวัดกำแพงเพชร ราวปี 2522

หรือค้นประวัติ สว.กิตติศักดิ์ ได้ในทำเนียบฯสมาชิกสภานิติบัญญัติ และสมาชิกวุฒิสภา คุณสมบัติครบตามรัฐธรรมนูญ เชิญนะจ้ะ

เอาข่าวเด่นประเด็นร้อน สว.เราดีกว่า ต่างความคิด เห็นชอบต่างกันเป็นเรื่องปกติธรรมดา
 

แต่ที่ไม่ธรรมดาฝ่ายตรงข้ามเป็นใครไม่รู้ ปล่อยข่าวว่า สว.เรารับเงินคนละ 50 ล้านบาท เพื่อโหวตให้ “พิธา” เป็นนายกรัฐมนตรี (!)

ส่วนตัวไม่เชื่อเด็ดขาด สว. เราจะมีท่านใดไปรับเงินสินบนแลกกับความเสียหายของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้

ความลับไม่มีในโลก หากมีใครเอาเงินมาติดสินบน ต้องรู้ทั้งคนให้และคนรับ (!)

หากมีใครเอาเงินมาติดสินบน ขอให้มันฉิบหาย ตายไม่ดี เป็นมะเร็งทั้งคนให้และคนรับ อย่าได้ผุดได้เกิดมาเป็นคน

หากเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่จริง ขอให้ สว.ทุกคนเจริญรุ่งเรือง ยิ่งๆขึ้นไป

การเลือกผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย ต้องเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และไม่มีประวัติถูกกล่าวหาเป็นประชาธิปไตย แบบตะวันตก

ประเทศไทยเหมาะที่จะปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เท่านั้น

พรรคก้าวไกล ทำไมจงเกลียดจงชังพระมหากษัตริย์ ทั้งยังสนับสนุนให้คนไทยแตกแยกทะเลาะเบาะแว้ง แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวต่อพระราชวงศ์ ปฏิเสธไม่ได้

คุณพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล เลือกตั้งได้ สส.มา 152 ที่นั่งเป็นที่ทราบกันทั่วประเทศ

คุณพิธา กำลังรวบรวม สส.ให้ได้เกินครึ่ง คือ 251 คนขึ้นไป ทราบตามข่าวรวบรวม สส.เพื่อตั้งรัฐบาล ได้แล้ว 313 ที่นั่ง

หากจะตั้งนายกฯตาม มาตรา 272 ต้องใช้จำนวนกึ่งหนึ่งทั้ง สส.-สว. คือ 376 คน จาก 750 คน

เมื่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ให้ สว.มีอำนาจเลือกนายกฯด้วย 

สว.แต่ละท่านมีสิทธิที่จะเลือกแคนดิเดตนายกฯที่แต่ละพรรคส่งชื่อมา

สว.กิตติศักดิ์ เป็นเกษตรกรชาวนาชาวไร่ ไม่เลือกคุณพิธา ไม่รับเงิน 50 ล้านบาท หากจริงตามข่าวลือ

ตั้งแต่เกิดจนตายเห็น “พระเจ้าแผ่นดิน” ทำทุกอย่างเพื่อคนไทย ไม่มีเลือกที่รักมักที่ชัง แม้เชื้อชาติใดใต้พระบรมโพธิสมภาร

พิธา กับพวก ปิยะบุตร ช่อ ฯ มีคุณสมบัติเหล่านี้มั๊ย (!)

สว.กิตติศักดิ์ ความรู้น้อย เป็นเกษตรกรใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอย “ในหลวงรัชกาลที่ 9

ประกาศ “ไม่โหวต” ให้พิธา และพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล เด็ดขาด

ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

-พิธาและพรรคก้าวไกลแก้ มาตรา 112

-หากเลือกพิธาและพรรคก้าวไกล ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม คือ เกิดสงครามกลางเมืองแน่นอน

-ควาสัมพันธ์ระหว่างประเทศสั่นคลอน เพราะฝักไฝ่อเมริกา เราจะเสียเพื่อน จีน รัสเซีย ตะวันออกกลาง ฯ

ด้วยเหตุผลอีกมากมาย จึงไม่โหวตให้พิธา

โดยเฉพาะหอมกลิ่นปฏิวัติ โชยมา

โปรดฟังอีกครั้ง (!) (!) (!)
หอมกลิ่นปฏิวัติ? 'สว.กิตติศักดิ์' เมินทัวร์ลง ไม่เลือก 'พิธา-ก้าวไกล'

‘พิธา’ ขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวระยอง มั่นใจ MOU ฉลุย!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549428

21 พ.ค. 2566

‘พิธา’ ขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวระยอง มั่นใจ MOU ฉลุย!!

‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ แคนดิเดตนายกฯ ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวระยอง เลือก ‘ก้าวไกล’ ชนะยกจังหวัด สัญญาจะกลับมาอีก มั่นใจ MOU จัดตั้งรัฐบาล 22 พ.ค. ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แม้มีกระแสไม่พอใจบ้าง

เมื่อเวลา 16.20 น. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคตดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เดินทางมาถึงหน้าห้างแพชชั่น จ.ระยอง พร้อมปราศรัย บอกว่า ผมบอกคุณแล้วว่าเราทำได้ เราชนะแล้วยกจังหวัด

พิธา คนเดิมของชาวระยอง

จากนั้น พิธา แนะนำตัวกับประชาชนว่า “ผมพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกฯคนต่อไป และขอขอบคุณชาวระยองจากใจจริง และขอบอกกับทุกคนว่า ถึงแม้การเลือกตั้งจะจบไป แต่การเดินทางของพวกเราพึ่งเริ่มต้นขึ้น และขอใช้ความไว้วางใจทุกคะแนนในการทำให้ระยอง การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคตไปด้วยกัน 

และขอสัญญาว่าก่อนเลือกตั้งเป็นอย่างไรหลังเลือกตั้งก็เป็นเหมือนเดิม เรามาเฉลิมฉลองกันอย่างถ่อมตัว และอย่างติดดิน ก่อนหน้านี้พิธาเป็นอย่างไร เข้าทำเนียบรัฐบาลไป ก็จะเป็นคนเดิมของชาวระยองแน่นอน และขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะมาหาทุกคนบ่อยๆ”

พร้อมทั้งขอให้มาเฉลิมฉลองกันอย่างรับผิดชอบ มีวุฒิภาวะ ไม่ก่อให้เกิดความลำบากให้กับประชาขนคนอื่น ไม่ทำให้การจราจรติดขัด ช่วยดูแลซึ่งกันและกัน

อีกทั้งยังขอโทษประชาชน ที่ไม่ได้ไปพูดคุย ถ่ายรูป และแจกลายเซ็นต์ให้ แต่จะกลับมาอีกอย่างแน่นอน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยขอบคุณคะแนนเสียงชาวระยองที่เลือกก้าวไกลพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยขอบคุณคะแนนเสียงชาวระยองที่เลือกก้าวไกล

โดยการปราศรัยกับประชาชนที่มาต้อนรับที่หน้าห้างแพชชั่น ใช้เวลาประมาณ 7-8 นาที จากนั้นนายพิธา ก็ได้เดินทางออกจากหน้าห้างแพชชั่น

‘พิธา’ ขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวระยอง มั่นใจ MOU ฉลุย!!

ปรากฏว่ามีสื่อมวลชนหลายสำนักข่าว มารอสัมภาษณ์พิธา ถึงเรื่อง MOU จัดตั้งรัฐบาลที่จะแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ พิธา บอกว่า เป็นไปได้ด้วยดี และกำลังจะกลับกรุงเทพมหานคร ไปพูดคุย ไม่น่ามีปัญหาอะไร

เมื่อถาม มีหลายพรรคการเมืองเริ่มไม่พอใจเนื้อหา MOU พิธา ตอบว่า ทุกอย่างยังเป็นไปได้ด้วยดี

สำหรับ กำหนดการที่จ.ระยอง จากเดิมจะมีคาราวานแห่ขอบคุณ แต่เนื่องจากเลยกำหนดเวลาการจัดกิจกรรม และมีประชาชนจำนวนมากมารอต้อนรับ ทำให้การจราจรติดขัด พรรคก้าวไกลจึงปรับแผนให้ พิธา  มาพบกับประชาชนบริเวณจุดเดียวคือหน้าห้างแพชชั่นฯ

พิธา กล่าวขอบคุณชาวระยองพิธา กล่าวขอบคุณชาวระยอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทั้ง จ.ชลบุรี และจ.ระยอง เป็นไปด้วยความวุ่นวาย และผิดแผนจากที่ทีมงานเตรียมไว้ ทั้งนี้ มีผู้สื่อข่าวหลายสำนักมารอเป็นจำนวนมาก เพื่อสอบถามประเด็นการเมือง เช่น กรณี MOU ที่มีเรื่องดราม่าเกี่ยวกับการร่วมรัฐบาลของพรรคชาติพัฒนากล้า , ประเด็นการแก้ ม.112 แต่ทีมงานแจ้งว่ายังไม่สะดวก เนื่องจากวันนี้ต้องการขอบคุณประชาชนเท่านั้น

ประชาชน จ.ระยอง ต้อนรับคาราวานรถแพ่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  แคนดิเดตนายกฯประชาชน จ.ระยอง ต้อนรับคาราวานรถแพ่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ

ทั้งคาราวานของพรรคก้าวไกลนำโดยพิธา ลิ้มเจริฐรัตน์ และแกนนำพรรคก้าวไกล พร้อมทั้ง ว่าที่ สส.ระยอง ถือเป็นจังหวัดที่ 4 หลังจากแห่คาราวานขอบคุณที่ จ.กทม. และ จ.นนทบุรี  และชลบุรี มาก่อนแล้ว

ด้อมส้มพรึบ! คนชลบุรี ฝ่าสายฝนรอต้อนรับ ‘พิธา’ ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549426

21 พ.ค. 2566

ด้อมส้มพรึบ! คนชลบุรี ฝ่าสายฝนรอต้อนรับ 'พิธา' ก้าวไกล

‘พิธา’ ก้าวไกล นำว่าที่ สส.ชลบุรี ขึ้นคาราวานรถแห่ขอบคุณคะแนนเสียง ที่ทำให้ชนะการเลือกตั้ง พร้อมขอโทษทำให้การจราจรติดขัด เผย มีแนวคิดแก้พ.ร.บ.สื่อฯ

กกต.ประกาศผลเลือกตั้ง2566 ชี้ชัด“พรรคก้าวไกล”มีคะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่ง และสร้างปรากฏการณ์ได้สส.ยกเขต หลายจังหวัด ล่าสุดมีความเคลื่องไหวของพรรคก้าวไกล ช่วงบ่ายวันที่ 21 พ.ค. 2566 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนติดเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล นำ ว่าที่ สส.ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ที่ชนะการเลือกตั้ง 7 เขต จาก10 เขต มาร่วมคาราวานขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนให้

คนชลบุรีฝ่าฝนตกหนักรอรับ“พิธา”

โดยเริ่มต้นที่ ตลาดใหม่หนองก้างปลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จุดนี้มีประชาชนสวมใส่เสื้อสีสัม และมีสัญลักษณ์สีส้มมารอต้อนรับ และให้กำลัง แม้จะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคของประชาชนที่มารอต้อนรับ พิธา ก้าวไกล

คนชลบุรี รอต้นรับ พิธา ก้าวไกล

จากนั้น 14.10 น.รถแห่ของ พิธา เดินทางมาถึงหน้าตลาดใหม่หนองก้างปลา และทักทายกับประชาชนที่มารอต้อนรับเต็มถนน และต่างพยายามส่งดอกไม้ โบกมือทักทาย และถ่ายรูปพิธา

พิธา มีแนวคิดแก้ไขพ.ร.บ.สื่อฯ

ช่วงหนึ่ง พิธา ปราศรัยบนรถแห่ ระบุว่า ขออภัยที่ทำให้การจราจรติดขัด และขอบคุณตำรวจจราจรทุกคนที่มาช่วยอำนวยความสะดวกในการเฉลิมฉลองของพรรคก้าวไกล และขอให้ช่วยกันดูแลเด็ก ผู้สูงอายุที่มาวันนี้ด้วย

พิธา ยังปราศรัย ถึงความต้องการจะผลักดัน แก้ไข พ.ร.บ.สื่อมวลชน เรื่องการดูแลสวัสดิการสื่อมวลชนด้วย เพราะมี ว่าที่ สส.ของพรรคที่เป็นอดีตสื่อมวลชนถึง 3 คน

สำหรับเส้นทางคาราวานที่ จ.ชลบุรี ออกจากตลาดใหม่หนองก้างปลา ไปตลาดสมาร์ทแลนด์ แม็คโครบ่อวิน และโลตัส บ่อวิน จ.ชลบุรี ระยะทางรวมเกือบ10 กิโลเมตร

ด้อมส้มพรึบ! คนชลบุรี ฝ่าสายฝนรอต้อนรับ 'พิธา' ก้าวไกล

หลังจากพิธา ขึ้นรถแห่มาได้ประมาณ 30 นาที และขบวนเคลื่อนมาได้ประมาณ 2 กิโลเมตร เขาได้เปลี่ยนไปขึ้นรถส่วนตัวเพื่อมุ่งหน้าไป จ.ระยอง เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ทันกำหนดการที่จ.ระยอง ในช่วงเวลา 15.00-16.00น. แต่ได้ผ่านช่วงโลตัสบ่อวิน จุดสุดท้ายของจ.ชลบุรี แต่พิธาไม่ได้ลงจากรถ ประชาชนจำรถได้ต่าวิ่งกรูเข้าไปที่รถเพื่อถ่ายรูปผ่านกระจกรถ

ด้อมส้มพรึบ! คนชลบุรี ฝ่าสายฝนรอต้อนรับ 'พิธา' ก้าวไกล

การจราจรในพื้นที่ ต.บ่อวิน ค่อนข้างหนาแน่น เพราะมีประชาชนมารอจำนวนมากและขับรถตาม ทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้ามากๆ

ด้อมส้มพรึบ! คนชลบุรี ฝ่าสายฝนรอต้อนรับ 'พิธา' ก้าวไกล

ทั้งนี้ตลอดเส้นทางที่เป็นจุดตามกำหนดการเดิม ทั้งแม็คโคร บ่อวิน และโลตันบ่อวิน มาประชาชนไปรอเจอ พิธากันเป็นจำนวนมาก