‘จารุณี’ ให้กำลังใจ ‘ลุงตู่’ เผยมีอุดมการณ์เดียวกัน รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549496

22 พ.ค. 2566

'จารุณี' ให้กำลังใจ 'ลุงตู่' เผยมีอุดมการณ์เดียวกัน รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์

‘ประยุทธ์’ ฉุนสื่อจี้ถามปล่อย สว.ฟรี ‘โหวตเลือกนายกฯ’ หรือไม่ ลั่นจำไว้ผมไม่ได้มีคำตอบอะไรทั้งสิ้น ด้าน ‘เปิ้ล จารุณี’ อดีตนางเอกดัง รุดให้กำลังใจ เผยมีอุดมการณ์เดียวกันรักสถาบัน

ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในฐานะที่ตั้งสว.มาจะบอกอะไรเกี่ยวกับท่าทีในการ ‘โหวตเลือกนายกฯ’ หรือไม่ว่า 

“ไม่ใช่เรื่องของผม เป็นเรื่องของกระบวนการกฎหมายที่จะว่ากันไป จะให้ผมพูดอะไรได้ล่ะ คำถามบางคำถามไม่ควรจะมาถามผม”

ประยุทธ์ ฉุนสื่อจี้ถามบ่อย สว.ฟรีโหวตนายกฯหรือไม่

เมื่อถามย้ำว่าจะให้สว.โหวตเลือกนายกฯได้อย่างอิสระใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียวว่า “ ผมไม่ตอบอะไรทั้งนั้น จำไว้นะ ผมไม่ได้มีคำตอบอะไรทั้งสิ้นกับคำถามที่ถามกันมาในวันนี้”

เปิ้ล จารุณี สุขสวัสดิ์ อดีตนางเอก ดารานักแสดงชื่อดัง มอบเมลอนให้กำลังใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิ้ล จารุณี สุขสวัสดิ์ อดีตนางเอก ดารานักแสดงชื่อดัง มอบเมลอนให้กำลังใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทั้งนี้ ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์จะเดินขึ้นลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังห้องประชุมชั้น 5 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีแฟนคลับมาสวมกอดให้กำลังใจ พร้อมกับร้องไห้ และระบุว่า ให้พล.อ.ประยุทธ์อดทนอย่าท้อ” ขณะที่พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า “อย่าไปอ่านโซเชียลมาก อาจจะทำให้ไม่สบายใจ”

นอกจากนี้ยังมี เปิ้ล จารุณี สุขสวัสดิ์ อดีตนางเอก ดารานักแสดงชื่อดัง มาให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ โดย น.ส.จารุณี เปิดเผยว่า รู้จักสมาชิก รทสช.หลายคน และมีความคิดเหมือนกันในการรักเคารพ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และดีใจที่มีโอกาสได้พบกับพล.อ.ประยุทธ์ โดยนำเมลอนมามอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ

เปิ้ล จารุณี อดีตนางเอกชื่อดัง ดารานักแสดงมากความสามารถเปิ้ล จารุณี อดีตนางเอกชื่อดัง ดารานักแสดงมากความสามารถ

จารุณี บอกไม่ต้องการเห็นชาติสูญสิ้นสลาย

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาไม่เคยแสดงออกในเชิงการเมือง การออกมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ในครั้งนี้ไม่กลัวจะถูกต่อต้านหรือ น.ส.จารุณี กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้ไม่เคยแสดงจุดยืนทางการเมือง แต่จุดยืนของตัวเองคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และไม่ต้องการเห็นชาติสูญสิ้นสลาย

แฟนคลับแห่ให้กำลังใจลุงตู่แฟนคลับแห่ให้กำลังใจลุงตู่

เมื่อถามว่า จุดยืนคือไม่เอาก้าวไกลใช่หรือไม่ น.ส.จารุณี กล่าวว่า พูดอย่างนั้นไม่ได้ แต่ส่วนตัวยืนยันเราไม่ต้องการไปเป็นทาสของสหรัฐฯหรือประเทศอื่นๆ เพราะปัจจุบันก็ลำบากอยู่แล้ว เราจะอยู่กันอย่างไรต่อไปได้ เมื่อถามว่าอนาคตจะเล่นการเมืองหรือไม่ น.ส.จารุณี กล่าวว่า ไม่ ถ้าคิดจะเข้าก็เข้ามาตั้งแต่ช่วงยังมีแรงแล้ว

‘รวมไทยสร้างชาติ’ ประกาศไม่ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ เสียงข้างน้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549493

22 พ.ค. 2566

‘รวมไทยสร้างชาติ’ ประกาศไม่ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ เสียงข้างน้อย

‘รวมไทยสร้างชาติ’ ถอดบทเรียนผลเลือกตั้ง2566 ‘เอกนัฏ’ ยัน ไม่เปลี่ยน ‘หัวหน้า-เลขาฯ’ ยังเดินหน้าทำงานการเมือง ประกาศไม่ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ เสียงข้างน้อยแข่ง ย้ำไม่หนุน รัฐบาล-นายกฯ แก้ ม.112

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) เปิดเผยว่า การประชุมกรรมการบริหารพรรควันนี้ ( 22 พ.ค ) เป็นการเชิญว่าที่ สส.ทั้ง 36 คนของพรรค มาพูดคุยเรื่องการถอดบทเรียนการเลือกตั้ง2566 วันนี้จึงจะยังไม่มีการกำหนดทิศทางการเมือง และการที่เพิ่งตั้งพรรค แล้วเป็นการเลือกตั้งครั้งแรก ได้รับเสียงเกือบ 5 ล้านเสียง จะกำชับให้ สส. ตั้งใจทำงานต่อไป

นายเอกนัฏ ยังยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ ยังอยู่กับพรรค เป็นสมาชิกพรรค และยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ส่วนการทำงานจะปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพราะการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยจะเน้นการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการสื่อสารที่แม่นยำ ชัดเจน

“ทั้งผู้บริหารพรรค และว่าที่ สส.จะวางแผนร่วมกัน ส่วนตำแหน่ง หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค ยังเป็นเหมือนเดิม”

ขิง เอกนัฏ เลขาฯ รทสช.ขิง เอกนัฏ เลขาฯ รทสช.

สำหรับกระแสข่าวลือว่าจะมีการเปลี่ยนให้นายเอกนัฏ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคนั้น นานเอกนัฏ บอกว่า ไม่มี ตนในฐานะเลขาพรรค และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค เปรียบเหมือนเสื่อผืนหมอนใบ ออกมาตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติตั้งแต่ต้นมาได้จนถึงทุกวันนี้

“ทุกที่นั่งทุกคะแนนเสียงในฐานะพรรคเกิดใหม่เริ่มจากศูนย์ ถือเป็นพรรคที่ประสบความสำเร็จ คะแนนที่ได้รับกว่า 4,700,000 เสียง เป็นต้นทุนที่ต้องนำไปพัฒนาต่อยอด ซึ่งจุดยืนแนวทางการทำงานไม่เปลี่ยน เหมือนเดิม และจะยังไม่ความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนผู้บริหารพรรค พร้อมย้ำผลการเลือกตั้งที่ได้ สส.มา 36 คน ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้ไปต่อได้”

เมื่อถามว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ถอย เปิดทางให้พรรครวมไทยสร้างชาติไปร่วมรัฐบาล นายเอกนัฏ บอกว่า ไม่ได้คุยเรื่องนี้เลย และได้ยืนยันไปแล้ว เรามี 36 ที่นั่ง การชิงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่วาระของพรรค แต่จุดยืนของเราไม่ว่ากรณีใด หากรัฐบาลมีวาระไม่ว่าจะแก้หรือยกเลิกมาตรา 112 เราไม่เอาด้วย และจะไม่ยกมือให้นายกรัฐมนตรีที่จะไปแก้มาตรา 112

ส่วนเรื่องการฟอร์มจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่ภารกิจพรรค แต่พรรคมีหน้าที่ถอดบทเรียน และนำคะแนนเสียงที่ได้รับการเลือกตั้ง มาใช้วางแผนปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย และเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้

ในวันเดียวกันนี้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีม 8 พรรคลงนาม MOU จัดตั้งรัฐบาล 

ปธ.สภาเยาวชนกทม.ในฐานะ ‘คนรุ่นใหม่’ ส่งจม.น้อยอาสาช่วยงาน ‘ลุงตู่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549490

22 พ.ค. 2566

ปธ.สภาเยาวชนกทม.ในฐานะ 'คนรุ่นใหม่' ส่งจม.น้อยอาสาช่วยงาน ‘ลุงตู่’

ประธานสภาพัฒนาเยาวชนกรุงเทพมหานคร ยื่นจดหมายถึง ‘ลุงตู่’ บอกประทับใจ แม้ความเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ก็มีเหตุผลเสมอ พร้อมช่วยงาน ‘นายกฯ’ ในฐานะ ‘คนรุ่นใหม่’ ที่เทิดทูนสถาบันหลักของชาติ

ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)นายณัฐกานต์ สังขดี หรือ ฟลุค ประธานสภาพัฒนาเยาวชนกรุงเทพมหานคร ยื่นจดหมายจากคนรุ่นใหม่ถึง ‘ลุงตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายเกรียงยศ สุดลาภา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีใจความว่า

​​กระผม นายณัฐกานต์ สังขดี ประธานสภาพัฒนาเยาวชนกรุงเทพมหานคร ได้ติดตามการทำงานของท่านนายกรัฐมนตรี และคณะ มาตลอดระยะเวลาที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ได้เห็นท่านทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เป็นที่รักของท่านอย่างสุดกำลังความสามารถ และไม่เลือกปฏิบัติ

​​สภาพัฒนาเยาวชนกรุงเทพมหานคร ได้รับโอกาสและความเมตตาจากท่านและคณะในหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็น พี่เฮก เกรียงยศ สุดลาภา อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ได้มอบโอกาสและให้คำปรึกษาเรื่องการทำงานด้านเยาวชนตลอดเสมอมา

ประธานสภาเยาวชนกทม.  ยื่นจดหมายน้อยถึงพล.อ.ประยุทธ์ อาสาช่วยงาน ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เทิดทูนสถาบันหลักของชาติประธานสภาเยาวชนกทม. ยื่นจดหมายน้อยถึงพล.อ.ประยุทธ์ อาสาช่วยงาน ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เทิดทูนสถาบันหลักของชาติ

และคอยติดตามผลงานและให้กำลังใจในการทำงานด้านเยาวชนมาโดยตลอด และยังให้โอกาสได้พบท่านนายกรัฐมนตรีในห้องรับรอง เมื่อครั้งเวทีปราศรัยครั้งสุดท้ายที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และยังได้ชวนกระผมไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

กระผมประทับใจท่านนายกรัฐมนตรีเสมอมา แม้ความคิดเห็นจะไม่ตรงกันบ้างในหลายๆเรื่อง แต่ท่านนายกฯ ก็มีคำอธิบายที่มีเหตุและผลให้เสมอ ทำให้กระผมได้เข้าใจในมุมมองของผู้นำประเทศ และยินดีที่จะช่วยงานท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เทิดทูนสถาบันหลักของชาติ

​​

การจะเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชียมันอาจเป็นเรื่องยาก แต่ผมเชื่อว่าท่านนายกฯ อยากทำให้ประเทศไทยกลายเป็นเสือตัวที่ 1 ของเอเชีย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านนายกฯ ทำได้ ทำแล้ว ทำอยู่ และจะทำต่อ

​​สุดท้ายนี้ ผมขอให้ท่านยืนหยัดที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนที่รัก และผมขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยโปรดดลบันดาลให้ท่านนายกฯ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีกำลังกายและกำลังใจเต็มเปี่ยม เพื่อที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยต่อไป

เอกสารลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2566

เปิด MOU ‘จัดตั้งรัฐบาล 66’ บันทึกข้อตกลงร่วม 8 พรรค อ่านรายละเอียดที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549487

22 พ.ค. 2566

เปิด MOU ‘จัดตั้งรัฐบาล 66’ บันทึกข้อตกลงร่วม 8 พรรค อ่านรายละเอียดที่นี่

เปิดบันทึกข้อตกลงร่วม หรือ เอ็มโอยู MOU จัดตั้งรัฐบาล 2566 ของ 8 พรรคการเมือง ก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง เป็นธรรม พรรคพลังสังคมใหม่ อ่านรายละเอียดที่นี่

คมชัดลึก เกาะติดการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วม หรือ เอ็มโอยู (MOU) จัดตั้งรัฐบาล 2566 ที่มี่พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำรัฐบาล จับมือกับอีก 7 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แถลงว่า ในวันนี้เป็นวันที่สำคัญกับประวัติศาสตร์การเมืองไทย 2 – 3 นัย คือ ครบรอบวันรัฐประหารเมื่อปี 2557 และเป็นวันที่พวกเราเซ็น MOU ในการจัดตั้งรัฐบาล ถือเป็นวันหมุดหมายที่ดี สะท้อนความสำเร็จของสังคมไทย ที่สามารถเปลี่ยนผ่านกลับมาสู่ระบบประชาธิปไตย ผ่านระบบรัฐสภาอย่างสันติ 

เปิด MOU ‘จัดตั้งรัฐบาล 66’ บันทึกข้อตกลงร่วม 8 พรรค อ่านรายละเอียดที่นี่

“จุดประสงค์ในการทำบันทึกความเข้าใจร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล เป็นการรวบรวมวาระร่วมที่เราเห็นตรงกัน และพร้อมจะผลักดันผ่านกลไกของรัฐบาล และรัฐสภา ขณะเดียวกันเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ นี่เป็นจุดประสงค์ เมื่อรวมวาระ ความตั้งใจ การผลักดัน ความรับผิดชอบที่เสนอประชาชนคนไทยทั้งประเทศ” นายพิธา กล่าว

นายพิธา กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล ระหว่าง 8 พรรคร่วมรัฐบาล ดังกล่าว ทำเพื่อสร้างพื้นฐานของรัฐบาล และการทำงานร่วมกันระหว่างพรรค ทุกพรรคเห็นร่วมกันว่า

ภารกิจของรัฐบาลทุกพรรคที่จะผลักดันร่วมกันนั้น ต้องไม่กระทบกับรูปแบบของรัฐและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการดำรงอยู่ในสถานะ อันเป็นที่สักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ขององค์พระมหากษัตริย์ ดังนี้

1. ฟื้นฟูประชาธิปไตย รวมถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนให้เร็วที่สุด โดยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

2. ยืนยันและผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อรับประกันสิทธิสมรสสำหรับคู่รักทุกเพศ โดยจะไม่บังคับประชาชนที่เห็นว่าขัดแย้งกับหลักการของศาสนาที่ตนเองนับถือ

3. ผลักดันการปฏิรูประบบราชการ ตํารวจ กองทัพ และกระบวนการยุติธรรม ให้สอดคล้องกับหลัก ประชาธิปไตย โดยยึดหลักความโปร่งใส ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน

4. เปลี่ยนการเกณฑ์ทหารแบบบังคับ เป็นระบบสมัครใจ ทั้งนี้ยังคงไว้ซึ่งกำลังทหารในยามศึกสงคราม

5. ร่วมผลักดันกระบวนการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยคํานึงถึงหลักการด้านสิทธิมนุษยชน การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงทบทวน ภารกิจของหน่วยงานและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคง

6. ผลักดันการกระจายอํานาจทั้งในแง่ภารกิจและงบประมาณ เพื่อให้ท้องถิ่นตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ ปราศจากการทุจริต

7. แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันโดยการสร้างระบบและวัฒนธรรมรัฐโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลรัฐในทุกหน่วยงาน

เปิด MOU ‘จัดตั้งรัฐบาล 66’ บันทึกข้อตกลงร่วม 8 พรรค อ่านรายละเอียดที่นี่
เปิด MOU ‘จัดตั้งรัฐบาล 66’ บันทึกข้อตกลงร่วม 8 พรรค อ่านรายละเอียดที่นี่

8. ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยยึดหลักเพิ่มรายได้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ํา และสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเป็นธรรม


9. ยกเครื่องกฎหมายเกี่ยวกับการทํามาหากิน และการดํารงชีวิตของประชาชน เช่น ตัด ลด หรือพักใช้ ชั่วคราวซึ่งใบอนุมัติ อนุญาตที่ไม่จําเป็นและเป็นอุปสรรคเพื่อปรับปรุงใหม่ ให้ความช่วยเหลือสภาพคล่อง ทางด้านการเงินและสร้างแต้มต่อให้กับ SME พร้อมกับมุ่งเน้นการเติบโต GDP ของ SME สนับสนุน อุตสาหกรรม และสินค้าไทยให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้
 

10. ยกเลิกการผูกขาดและส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมในทุกอุตสาหกรรม เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (พรรคประชาชาติขอสงวนสิทธิ์ในการไม่เห็นด้วยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเหตุผลด้านศาสนา)

11. ปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ ด้วยการผลักดันกฎหมายปฏิรูปที่ดิน กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม แก้ปัญหาแนวเขตป่าไม้และที่ดินของรัฐที่ทับซ้อนกับที่ดินของประชาชน รวมถึงการทบทวนคดีที่เป็นผลจากนโยบายทวงคืนผืนป่า

12. ปรับปรุงโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า การคํานวณราคา และกําลังการผลิตที่เหมาะสม เพื่อลดค่าครองชีพ ประชาชนและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน

13. จัดทํางบประมาณแบบใหม่ โดยเน้นใช้วิธีการจัดงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based budgeting)

14. สร้างระบบสวัสดิการดูแลประชาชนตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงวัย โดยคํานึงถึงความเหมาะสมและภาระทางการคลังระยะยาว

เปิด MOU ‘จัดตั้งรัฐบาล 66’ บันทึกข้อตกลงร่วม 8 พรรค อ่านรายละเอียดที่นี่

15. แก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเร่งด่วน

16. นํากัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษ โดยมีกฎหมายควบคุมและรองรับการใช้ประโยชน์จากกัญชา

17. ส่งเสริมเกษตรและปศุสัตว์ปลอดภัย คุ้มครอง รักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมการตลาด ส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยี และแหล่งน้ํา ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อวางแผนการผลิตและรักษาผลประโยชน์เกษตรกร ส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ

18. แก้ไขกฎหมายประมง ขจัดอุปสรรค เยียวยา ฟื้นฟู และพัฒนาอาชีพประมงให้ยั่งยืน

19. ยกระดับสิทธิแรงงานทุกอาชีพให้มีสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม และได้รับค่าแรงที่เป็นธรรมสอดคล้องกับค่าครองชีพและการเติบโตของเศรษฐกิจ

20.ยกระดับระบบสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ทั้งการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพ

21. ปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ํา และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

22. สร้างความร่วมมือและกลไกภายในและระหว่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นพิษ รวมถึงการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) โดยเร็วที่สุด

23. ดําเนินการนโยบายการต่างประเทศ โดยการฟื้นฟูบทบาทผู้นําของไทยในอาเซียน และรักษาสมดุลการเมืองระหว่างประเทศของไทยกับประเทศมหาอํานาจ

เปิด MOU ‘จัดตั้งรัฐบาล 66’ บันทึกข้อตกลงร่วม 8 พรรค อ่านรายละเอียดที่นี่

ทุกพรรคเห็นพ้องกันว่าจะร่วมกันบริหารประเทศด้วยแนวทางการปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ทุกพรรคจะคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของประชาชนทุกคน

2. ทุกพรรคจะทํางานโดยซื่อสัตย์สุจริต หากมีบุคคลของพรรคใดมีพฤติกรรมทุจริต คอร์รัปชัน ทุกพรรคจะ ยุติการดํารงตําแหน่งของบุคคลนั้นๆ ทันที

3. ทุกพรรคจะทํางานโดยให้เกียรติซึ่งกันและกัน จริงใจต่อกัน สนับสนุนการทํางานซึ่งกันและกัน โดยยึดถือ ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง มากกว่าผลประโยชน์ของพรรคใดพรรคหนึ่ง

4. ทุกพรรคมีสิทธิในการผลักดันนโยบายอื่นเพิ่มเติม แต่ไม่ขัดแย้งจากนโยบายในบันทึกข้อตกลงร่วมฉบับนี้โดยอาศัยอํานาจฝ่ายบริหารของรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทนของแต่ละพรรคการเมือง

5. ทุกพรรคมีสิทธิในการผลักดันนโยบายอื่นเพิ่มเติม แต่ไม่ขัดแย้งจากนโยบายในบันทึกข้อตกลงร่วมฉบับนี้โดยอาศัยอํานาจนิติบัญญัติของผู้แทนราษฎรที่สังกัดแต่ละพรรคการเมือง
 

บันทึกข้อตกลงร่วม หรือ เอ็มโอยู MOU จัดตั้งรัฐบาล 2566 ของ 8 พรรคการเมือง ก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง เป็นธรรม และพลังสังคมใหม่บันทึกข้อตกลงร่วม หรือ เอ็มโอยู MOU จัดตั้งรัฐบาล 2566 ของ 8 พรรคการเมือง ก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง เป็นธรรม และพลังสังคมใหม่

บันทึกข้อตกลงร่วม หรือ เอ็มโอยู MOU จัดตั้งรัฐบาล 2566 ของ 8 พรรคการเมือง ก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง เป็นธรรม และพลังสังคมใหม่บันทึกข้อตกลงร่วม หรือ เอ็มโอยู MOU จัดตั้งรัฐบาล 2566 ของ 8 พรรคการเมือง ก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง เป็นธรรม และพลังสังคมใหม่

บันทึกข้อตกลงร่วม หรือ เอ็มโอยู MOU จัดตั้งรัฐบาล 2566 ของ 8 พรรคการเมือง ก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง เป็นธรรม และพลังสังคมใหม่บันทึกข้อตกลงร่วม หรือ เอ็มโอยู MOU จัดตั้งรัฐบาล 2566 ของ 8 พรรคการเมือง ก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง เป็นธรรม และพลังสังคมใหม่

บันทึกข้อตกลงร่วม หรือ เอ็มโอยู MOU จัดตั้งรัฐบาล 2566 ของ 8 พรรคการเมือง ก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง เป็นธรรม และพลังสังคมใหม่บันทึกข้อตกลงร่วม หรือ เอ็มโอยู MOU จัดตั้งรัฐบาล 2566 ของ 8 พรรคการเมือง ก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง เป็นธรรม และพลังสังคมใหม่

เส้นทาง ‘ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์’ พลังด้อม คูมธี ฝ่าดงส้ม มาเป็น แดงเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549484

22 พ.ค. 2566

เส้นทาง 'ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์' พลังด้อม คูมธี ฝ่าดงส้ม มาเป็น แดงเดียว

ส่องเส้นทางการเมือง ‘ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์’ ใช้ พลังด้อม ‘คูมธี’ ฝ่าพลังด้อมส้ม มาเป็น สส. แดงหนึ่งเดียว 3 สมัย

ว่าที่ สส.หญิง หน้าใหม่ ไฟแรง จาก พรรคก้าวไกล ตบเท้า เข้าวิน ในศึกเลือกตั้ง 2566 กันอย่างคับคั่ง แต่มี สส.หญิง หนึ่งเดียวของพรรคเพื่อไทย ที่ถือเป็นแดงเดียว ที่สามารถฝ่าดงส้ม รักษาที่นั่ง สส. ในเขตเลือกตั้งที่ 20 ลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) กทม. ไว้ได้เป็นสมัยที่ 3 ห่างจากผู้สมัครพรรคก้าวไกล แบบเฉียดฉิว 4 คะแนน เท่านั้น

“ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์” หรือ อิ่ม คือผู้หญิงคนนั้น หาก กกต. รับรองแล้ว เธอจะเป็น สส.สมัยที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย ที่ผ่ากำแพงส้ม รักษาฐานที่มั่นได้สำเร็จ “อิ่ม ธีรรัตน์” เป็นใคร กับเส้นทางชีวิตทางการเมืองของเธอ คมชัดลึก สรุปมาให้แล้ว

อิ่ม ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์อิ่ม ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์

1. ”ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์” มีชื่อเล่นว่า อิ่ม เกิดเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2522 ปัจจุบันอายุ 44 ปี เป็นบุตรของนายวิบูล สำเร็จวาณิชย์ อดีต สก.เขตลาดกระบัง (ปี 2518) และนักธุรกิจผู้กว้างขวางในเขตลาดกระบัง มีพี่น้อง 8 คน เป็นคน กทม. โดยกำเนิด

2. เธอจบการศึกษาชั้นมัธยม จากโรงเรียนพรตพิทยพยัต, ระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, ปริญญาโท University of Wollongong, Master of International Business และปริญญาเอกจาก Central Queensland University, Professional Doctorate สาขา Education (Transdisciplinary Studies) ประเทศออสเตรเลีย

3. ก่อนเข้าสู่วงการการเมือง เธอเคยทำงานอยู่แผนกพัฒนาบุคลากร ฝ่ายยุทธศาสตร์การจัดการเรียนรู้แก่ผู้บริหารระดับสูง ธนาคารกสิกรไทย

4. จากนั้น เธอลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เป็นครั้งแรกในปี 2554 สังกัดพรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ 20 (เขตลาดกระบัง) อันเป็นฐานเสียงของครอบครัว และในปี 2562 เธอก็ยังรักษาที่นั่งไว้ได้

อิ่ม ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์อิ่ม ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์

5. ”อิ่ม ธีรรัตน์” ถือเป็น สส. ที่มีติ่ง หรือ แฟนด้อม มากที่สุดคนหนึ่ง จะเห็นได้จาก วันไหนที่เธอเข้าพรรค หรือ มีกำหนดการลงพื้นที่ จะมีน้องๆ มารอตั้งแต่เช้าตรู่ อยู่ยาวกันจนถึงค่ำ เพื่อพบปะให้กำลังใจเธอ รวมทั้งวัดจากแฮชแท็ก #สสอิ่ม ใน TikTok ที่มียอดเข้าชมมากกว่า 557 ล้านครั้ง (ตัวเลข ณ วันที่ 27 ม.ค. 2565) เคียงคู่กับ #สสน้ำ ที่มียอดเข้าชม 556.8 ล้านครั้ง

อิ่ม ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กับ แฟนด้อมอิ่ม ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กับ แฟนด้อม

6. จากกระแสความนิยมของทั้งสองคน “น้ำ จิราพร สินธุไพร” และ “อิ่ม ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์” รวมทั้งความคล้ายกัน และ โมเมนต์ของทั้งคู่เวลาอยู่เคียงข้างกัน จนกลายเป็น “คู่จิ้น” การเมือง ซึ่งเหล่าแฟนด้อมทั้งหลาย เรียกว่า “คูมธีคูมจิ”

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์-จิราพร สินธุไพรธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์-จิราพร สินธุไพร

7. วันที่ 21 ก.ค. 2565 เธอเป็นหนึ่งในผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงการบริหารราชการแผ่นดิน และปัญหาการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน

8. ในการเลือกตั้ง 2566 “อิ่ม ธีรรัตน์” ลงสมัคร และชนะการเลือกตั้ง โดยได้รับคะแนนเสียง 34,749 คะแนน ชนะ ชุมพล หลักคำ จากพรรคก้าวไกล 4 คะแนน จึงเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. เพียงคนเดียวจากพรรคเพื่อไทย ใน กทม.

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์

9. บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน “ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์” ที่ยื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อปี 2554 มีทรัพย์สิน 10,003,138.32 บาท รวมหนี้สิน 859,375 บาท

ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก : Dr.Theerarat (Aim) Samrejvanich 

‘จัดตั้งรัฐบาล’ ระวังสะดุดขา MOU มีปัญหา ‘นิรโทษกรรม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549477

22 พ.ค. 2566

'จัดตั้งรัฐบาล' ระวังสะดุดขา MOU มีปัญหา 'นิรโทษกรรม'

นักสังเกตการทางการเมือง เชื่อ ว่าเรื่องการ ‘นิรโทษกรรม’ คดีการเมือง จะสร้างปัญหาการ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ พรรคก้าวไกล

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ซึ่งเรียกตัวเองว่านักสังเกตการทางการเมือง หลังเลือกตั้ง  ตั้งข้อสังเกตเรื่องการนิรโทษกรรม คดีการเมือง ซึ่งมีอยู่ใน MOU การจัดตั้งรัฐบาล ว่า ไม่ใช่เรื่องที่จะขับเคลื่อนให้สัมฤทธิ์ผลได้โดยง่าย

นิพฏฐ์ ระบุว่าได้ อ่านคร่า;ๆ ทำนอง ว่า MOU จะมีเรื่องพรบ.นิรโทษกรรมคดีการเมืองด้วย  จึงมีความเห็นว่าเรื่องนิรโทษกรรม เคยมีการตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณา ทั้งใน และ นอกสภา หลายครั้ง แต่ไม่มีข้อยุติ จนเมื่อมีการนำเสนอพรบ.นิรโทษกรรม เข้าสู่สภา ก็กลายเป็นนิรโทษกรรมสุดซอย จึงมีการชุมนุมใหญ่ เป็นเหตุให้มีการยึดอำนาจ

ส่วนสาเหตุที่ นิรโทษกรรม ไม่ง่าย มีปัญหาที่พบ คือ

ไม่มีการบัญญัติไว้ในกฎหมายว่า คดีใด คือคดีการเมือง อาจจะอนุมานได้ว่า คดีกบฏ หรือ คดีล้มล้างการปกครอง คือ คดีการเมือง แต่การชุมนุมครั้งนั้น ไม่มีใครโดนข้อหาเหล่านี้ การนิรโทษกรรมจึงไม่มีใครได้ประโยชน์

คดีเผาสถานที่ราชการ หรือ สถานที่ของเอกชน ที่มีบางคนกล่าวว่า เผาไปเลยครับพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง  คดีเหล่านี้ ก็เคยถกเถียงกัน ว่า ไม่ใช่คดีการเมือง ประกอบทั้ง ผู้กระทำผิดก็พ้นโทษหมดแล้ว การนิรโทษกรรมจึงไม่มีประโยชน์

ที่มีปัญหามาก คือ คดีทุจริต ในบางรัฐบาล มีนักการเมือง รัฐมนตรี และ ข้าราชการ โดนจำคุกในคดีทุจริตมากที่สุด คดีเหล่านี้ ไม่ถือเป็นคดีการเมือง หากนิรโทษ เกิดการชุมนุมรอบใหม่แน่

กรรมการพิจารณาเรื่องนิรโทษกรรม เรามีข้อสรุปว่า ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง เราต้องเริ่มต้นจากหลักว่า 1. ค้นหาความจริง 2.เปิดเผยความจริง 3. จัดการกับความจริง 4.ลืม  เรื่องบางเรื่องมันต้องให้เวลาแก้ปัญหา อย่างอื่นมันนำมาใช้แก้ปัญหาไม่ได้ เวลา  คือยาสมานแผลที่ดีที่สุด

การลืม เป็นหลักสากลทั่วโลกในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ที่รัฐบาลหลายประเทศเขาทำสำเร็จแล้ว ความขัดแย้ง จะเริ่มตั้งแต่การค้นหาความจริง แต่หลายคน ไม่อยากให้ค้นหาความจริง ยิ่งค้นหา แล้ว นำความจริงมาเปิดเผยด้วย ก็เหมือนเอาบางคนมาแก้ผ้า ซึ่งไม่มีใครยอม ยิ่งหากว่าที่นายกรัฐมนตรี จะพ่วง คดี ม.112 เป็นคดีการเมืองด้วย ก็เหมือนเติมฟืนเข้าในกองไฟ

สิ่งที่ยากที่สุดตอนนี้ คือ การบริหารอารมณ์ของกองเชียร์ครับ  มันยากกว่าการพูดและโบกมือบนหลังคารถมาก ประเภท มีกรณ์ ไม่มีกู / มีกูไม่มีกรณ์ หรือ ฉันเกิดในรัฐบาล 9 ไกล  อย่าให้กองเชียร์ทำเลย ไม่งั้นอาจจะมี มีทิมไม่มีกู  มีกูไม่มีทิม บ้านเมืองก็ไปไม่ได้

เมื่อเรียกตัวเองว่า เป็นคนรุ่นใหม่ จึงไม่ควรสร้างประเทศนี้ ด้วยความโกรธแค้น ชิงชัง

ค้าน ‘ยุบพรรค’ ก้าวไกล รอมา 9 ปีแล้ว อย่าเล่น ‘เกมการเมือง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549469

22 พ.ค. 2566

ค้าน 'ยุบพรรค' ก้าวไกล รอมา 9 ปีแล้ว อย่าเล่น 'เกมการเมือง'

องค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เลื่อนยื่นคำร้อง ‘ยุบพรรค’ ก้าวไกล หลังคู่กรณีรอพบ ขอหยุดเล่น ‘เกมการเมือง’ เสียที เพราะรอมา 9 ปีแล้ว

นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความของ สิบตรี สุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ นำหลักฐาน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 3/2562 เกี่ยวกับการยุบพรรคไทยรักษาชาติ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่  19/2564 เกี่ยวกับการชุมนุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อ 10 สิงหาคม 2563 ที่ระบุว่า

การปฏิรูปสภาบันฯเท่ากับล้มล้างการปกครอง ทั้งหมด 88 หน้า มาให้กกต.ตรวจสอบว่าพรรคก้าวไกลมีความผิดเช่นเดียวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

โดยระบุว่าพรรคก้าวไกลได้ดำเนินการเพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะยกเลิกมาตรา 112 ให้สำเร็จ เป็นการกระทำอันอาจเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) หรือไม่ ซึ่งมีโทษสูงสุดคือยุบพรรค

สำหรับสาเหตุที่ต้องมายื่นหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นเพราะเห็นว่าในช่วงที่มีการเลือกตั้งเจ้าหน้าที่กกต.มีอำนาจเต็มที่หากนำเสนอตอนนั้นอาจจะเกิดความยุ่งยากของเจ้าหน้าที่ได้ ส่วนที่หลายคนมองว่าตนเองรับงานจากพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ นายธีรยุทธกล่าวว่า แล้วแต่คนจะมอง แต่วันนี้มาในฐานะประชาชนคนหนึ่ง

ขณะที่นายภัทรพงศ์ ศุภักษร และนายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผลอดีตคู่กรณี ของนาย ศรีสุวรรณ เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องคัดค้านคำร้องของนายศรีสุวรรณ ที่จะยื่นร้องในอนาคต พร้อมกล่าวถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ ยื่นหนังสือร้องเรียนที่เกิดขึ้นหลายครั้ง เพราะไม่อยากเห็นประเทศนี้เดินไปตามครรลอง ที่ไม่ปกติ ไม่อยากเห็นเกมการเมือง

จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากกต.จะพิจารณาทุกเรื่องร้องเรียน และระงับเรื่องราวร้องเรียนทั้งหลาย ทั้งของนายศรีสุวรรณและบุคคลอื่นๆ พร้อมขอให้กกต.ยึดหลักผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพราะการร้องเรียนไร้สาระอาจทำให้กระบวนการที่ต้องดำเนินต่อไปเกิดความชะงัก เพราะเรารอมา9ปี แล้ว

อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ​องค์การ​พิทักษ์​รัฐธรรมนูญ​ ซึ่งมีกำหนดเข้ายื่นร้องต่อ กกต.ในเวลา 10.00 น. เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และนางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า เข้าร่วมวงรับประทานอาหารดิวเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล อาจเข้าข่ายครอบงำ ชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองหรือพรรคการเมืองปล่อยให้บุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคมาครอบงำ

อันอาจเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 28 -​มาตรา 29 ของกฎหมายพรรคการเมือง เป็นเหตุให้ กกต.สามารถเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง ทั้ง 6 พรรคที่ร่วมหารือกันตั้งรัฐบาลได้ ตาม ม.92(3)  ได้เลื่อนการเข้าพบ กกต.ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

นอกจากนี้ยังมีนายธิติ ชัยนาม ประธานโครงการสี่เสาหลัก เดินทางมาที่ สำนักงาน กกต.เพื่อให้กำลังใจ นายศรีสุวรรณ เพราะมองว่าการแสดงออกของทุกคนเป็นสิทธิไม่ควรโดนบุคคลอื่นใช้กำลังโดย อ้างประชาธิปไตย เพราะนั่นคือประชาธิปไตยในคราบเผด็จการอย่างแท้จริง

‘9 ปี รัฐประหาร’ ย้อนเหตุการณ์ รัฐประหาร ไทย วัน ก้าวไกล ลงนาม MOU

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549464

22 พ.ค. 2566

'9 ปี รัฐประหาร' ย้อนเหตุการณ์ รัฐประหาร ไทย วัน ก้าวไกล ลงนาม MOU

ย้อนเหตุการณ์ ‘9 ปี รัฐประหาร’ วัน ก้าวไกล ลงนาม MOU จัดตั้งรัฐบาล ส่งสัญญาณอะไร รัฐประหาร ในประเทศไทย เกิดมาแล้วกี่ครั้ง

นับถอยหลัง “พรรคก้าวไกล” เลือกเวลา 16.30 น. ของวันที่ 22 พ.ค. 2566 ในการแถลงลงนาม MOU ร่วมกับ 8 พรรคการเมือง ในการ “จัดตั้งรัฐบาล” ซึ่งเป็น วัน และ เวลาเดียวกับ เหตุการณ์ “รัฐประหาร” เมื่อ 9 ปีที่แล้ว กำลังส่งสัญญาณอะไร ทำไมถึงเลือกวันนี้ ในการ “ลงนาม MOU”

ย้อนกลับไป กับเหตุการณ์ “9 ปี รัฐประหาร” เกิดขึ้นหลังวิกฤตการณ์การเมือง ซึ่งเริ่มเมื่อเดือน ต.ค. 2556 เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ และอิทธิพลของ ทักษิณ ชินวัตร ในการเมืองไทย หลังรัฐประหาร 2549 เรียกว่าเป็นการ ขุดรากถอนโคน โค่นระบอบทักษิณ

รัฐประหาร 2557รัฐประหาร 2557

ย้อนเหตุการณ์ 9 ปี รัฐประหาร

1. นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เข้ารักษาการนายกรัฐมนตรี โดยมาจากการคัดเลือกลงมติจากคณะรัฐมนตรี ที่เหลือรอดจากคดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เข้ารักษาการวันที่ 7 พ.ค. 2557 ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด ให้พ้นสภาพการเป็นนายกฯรักษาการ สิ้นสุดลงวันที่ 7 พ.ค. 2557 วันเดียวกัน

2. วันที่ 20 พ.ค. 2557 เวลา 03:30 น. กำลังทหาร พร้อมอาวุธ เข้าควบคุมสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

3. เวลา 06:30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ กอ.รส. และออกคำสั่ง 12 ฉบับ เรียกตัวแทนจาก 7 ฝ่าย เข้าร่วมประชุมที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต

4. วันที่ 22 พ.ค. 2557 ในการประชุมร่วม 7 ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจยึดอำนาจ หลังตัวแทนรัฐบาล ยืนยันไม่ลาออก พร้อมสั่งจับกุมสมาชิกคณะรัฐมนตรี ตลอดจนแกนนำ กปปส., นปช. และพรรคการเมืองที่เข้าร่วมเจรจา ทั้งหมดถูกนำไปกักขัง ที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์

5. ต่อมา เวลา 16:30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศตั้ง “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” (คสช.) ยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการทันที

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

6. ผลของรัฐประหาร ทำให้สิทธิพลเมืองและสิทธิการเมืองถูกระงับ กองทัพมีอำนาจในการเมืองไทยมากขึ้น และมีการวางแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ซึ่งเท่ากับทำให้ประเทศเข้าสู่ยุคที่กองทัพชี้นำประชาธิปไตย

7. พล.อ.ประยุทธ์ เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ ว่า “การตัดสินใจยึดอำนาจเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิต เขาใช้เวลามากกว่า 6 เดือนเพื่อตัดสินใจ (แต่ดำเนินการมานานกว่า 3 ปี) ไม่ได้ตั้งใจไว้ล่วงหน้าว่าจะทำการรัฐประหาร เพียงแต่เขาไม่สามารถปล่อยให้ประเทศชาติเสียหายไปมากกว่านี้”  

8. ส่วนสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. (ในขณะนั้น) ก็ยอมรับว่า เขาพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ถอนรากถอนโคนอิทธิพลของทักษิณ และพันธมิตรนับแต่การชุมนุมทางการเมืองในปี 2553 เป็นประจำ ก่อนรัฐประหาร  

9. รัฐประหาร 2557 มีการคาดการณ์ว่า มีการเตรียมการมานานพอสมควร เนื่องจากได้มีการออกคำสั่งให้รายงานตัวแม้กระทั่งคนทำงานรับเหมาก่อสร้างคนหนึ่ง ที่ทหารสืบทราบมานานแล้วว่า เป็นผู้หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์

การทำ รัฐประหารการทำ รัฐประหาร

รัฐประหารในประเทศไทย เกิดมาแล้วกี่ครั้ง

  • รัฐประหาร 1 เม.ย. 2476 พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดสภาผู้แทนราษฎร พร้อมงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา
  • รัฐประหาร 20 มิ.ย. 2476 นำโดย พล.อ. พระยาพหลพลพยุหเสนา ยึดอำนาจรัฐบาล พระยามโนปกรณ์นิติธาดา
  • รัฐประหาร 8 พ.ย. 2490 นำโดย​ จอมพล​ ผิน ชุณหะวัณ ยึดอำนาจรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
  • รัฐประหาร 6 เม.ย. 2491 คณะนายทหารกลุ่มที่ทำการรัฐประหาร 8 พ.ย. 2490 จี้บังคับให้ พ.ต. ควง อภัยวงศ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมอบตำแหน่งต่อให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม
  • รัฐประหาร 29 พ.ย. 2494 นำโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง
  • รัฐประหาร 16 ก.ย. 2500 นำโดยจอมพล​ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม
  • รัฐประหาร 20 ต.ค. 2501 นำโดยจอมพล​ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจรัฐบาล จอมพล​ ถนอม กิตติขจร (ตามที่ตกลงกันไว้)
  • รัฐประหาร 17 พ.ย. 2514 นำโดย จอมพล​ ถนอม กิตติขจร ยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง
  • รัฐประหาร 6 ต.ค. 2519 นำโดย พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาล ม.ร.ว.​เสนีย์​ ปราโมช​
  • รัฐประหาร 20 ต.ค. 2520 นำโดย พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาล นายธานินทร์ กรัยวิเชียร
  • รัฐประหาร 23 ก.พ. 2534 นำโดย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ยึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ
  • รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 นำโดย พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
  • รัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 นำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการ​ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล (ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี หลัง น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร​ ถูก​ศาล​รัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง)

แถลงจัดตั้งรัฐบาล แถลงจัดตั้งรัฐบาล

เปิดร่าง MOU ตั้งรัฐบาลก้าวไกล วันรัฐประหาร

  1. ฟื้นฟูประชาธิปไตย รวมถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนให้เร็วที่สุด โดยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
  2. เพื่อสร้างความสมานฉันท์ในสังคม ทุกพรรคจะร่วมผลักดันการอำนวยความยุติธรรมในคดีที่เกี่ยวข้องกับ การแสดงออกทางการเมืองผ่านกลไกของรัฐสภา
  3. ยืนยันและผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อรับประกันสิทธิสมรสสำหรับคู่รักทุกเพศ โดยจะไม่บังคับ ประชาชนที่เห็นว่าขัดแย้งกับหลักการของศาสนาที่ตนเองนับถือ
  4. ผลักดันการปฏิรูประบบราชการ ตำรวจ กองทัพ และกระบวนการยุติธรรม ให้สอดคล้องกับหลัก ประชาธิปไตย โดยยึดหลักความโปร่งใส ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน
  5. เปลี่ยนการเกณฑ์ทหารแบบบังคับ เป็นระบบสมัครใจ
  6. ผลักดันการกระจายอำนาจทั้งในแง่ภารกิจและงบประมาณ เพื่อให้ท้องถิ่นตอบสนองความต้องการของ ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ ปราศจากการทุจริต
  7. ร่วมผลักดันกระบวนการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยคำนึงถึงหลักการ ด้านสิทธิมนุษยชน การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงทบทวน ภารกิจของหน่วยงานและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคง
  8. ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยยึดหลักเพิ่มรายได้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโต อย่างเป็นธรรม
  9. ยกเครื่องกฎหมายเกี่ยวกับการทำมาหากิน และการดำรงชีวิตของประชาชน เช่น ตัด ลด หรือพักใช้ ชั่วคราวซึ่งใบอนุมัติ อนุญาตที่ไม่จำเป็นและเป็นอุปสรรคเพื่อปรับปรุงใหม่ ให้ความช่วยเหลือสภาพคล่อง ทางด้านการเงินและสร้างแต้มต่อให้กับ SME พร้อมกับมุ่งเน้นการเติบโต GDP ของ SME สนับสนุน อุตสาหกรรม และสินค้าไทยให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้
  10. ยกเลิกการผูกขาดและส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมในทุกอุตสาหกรรม เช่น เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์
  11. ปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ ด้วยการผลักดันกฎหมายปฏิรูปที่ดิน กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม แก้ปัญหาแนวเขตป่าไม้และที่ดินของรัฐที่ทับซ้อนกับที่ดินของประชาชน รวมถึงการทบทวนคดีที่เป็นผล จากนโยบายทวงคืนผืนป่า
  12. ปรับปรุงโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า การคำนวณราคา และกำลังการผลิตที่เหมาะสม เพื่อลดค่าครองชีพ ประชาชนและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
  13. จัดทำงบประมาณแบบใหม่ โดยเน้นใช้วิธีการจัดงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based budgeting)
  14. สร้างระบบสวัสดิการดูแลประชาชนตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงวัย โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและภาระ ทางการคลังระยะยาว
  15. แก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเร่งด่วน
  16. นำกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษ โดยมีกฎหมายควบคุมและรองรับการใช้ประโยชน์จากกัญชา
  17. ส่งเสริมเกษตรและปศุสัตว์ปลอดภัย คุ้มครอง รักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมการตลาด ส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยี และแหล่งน้ำ ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อวางแผนการผลิตและรักษาผลประโยชน์เกษตรกร ส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อให้ เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ
  18. แก้ไขกฎหมายประมง ขจัดอุปสรรค เยียวยา ฟื้นฟู และพัฒนาอาชีพประมงให้ยั่งยืน
  19. ยกระดับสิทธิแรงงานทุกอาชีพให้มีสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม และได้รับค่าแรงที่เป็นธรรมสอดคล้อง กับค่าครองชีพและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  20. ปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  21. สร้างความร่วมมือและกลไกภายในและระหว่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นพิษ รวมถึงการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) โดยเร็วที่สุด
  22. ดำเนินการนโยบายการต่างประเทศ โดยการฟื้นฟูบทบาทผู้นำของ อาเซียน และรักษาสมดุล การเมืองระหว่างประเทศของไทยกับประเทศมหาอำนาจ

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก วิกิพีเดีย

ถ่ายทอดสด แถลงลงนาม MOU ‘จัดตั้งรัฐบาล 2566’ ล่าสุด ชมสดได้ที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549455

22 พ.ค. 2566

ถ่ายทอดสด แถลงลงนาม MOU 'จัดตั้งรัฐบาล 2566' ล่าสุด ชมสดได้ที่นี่

ติดตามชมถ่ายทอดสด การลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน หรือ MOU จัดตั้งรัฐบาลล่าสุด ของ 8 พรรคการเมือง ก้าวไกล เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง เป็นธรรม และพลังสังคมใหม่ ชมสดทางเพจ คมชัดลึก และ News Clear เย็นนี้

ไฮไลท์ข่าวการเมืองวันนี้ ทุกสปอตไลท์ฉายไปที่ช่วงเย็นวันนี้ที่โรงแรมคอนราด เป็นความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล 2566 อัพเดทล่าสุด ที่นำโดยพรรคก้าวไกล

ทีมประชาสัมพันธ์ของพรรคก้าวไกลแจ้งกับสื่อมวลชนว่า ในวันนี้ เวลา 16.30 น. จะมีการแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) จัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคก้าวไกล ที่ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด ประกอบด้วย 8 พรรคการเมือง 

ได้แก่ พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่ 

ซึ่ง MOU หรือ บันทึกข้อตกลงร่วมกันนี้ทำขึ้นเพื่อสร้างพื้นฐานในการจัดตั้งรัฐบาลและทำงานร่วมกันระหว่าง 8 พรรค ที่ทุกพรรคเห็นร่วมกันว่าภารกิจของรัฐบาลที่ทุกพรรคจะร่วมผลักดันประกอบไปด้วยวาระร่วมกัน 

ก่อนหน้านี้ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าประสานงานเจรจาร่วมรัฐบาล ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวชื่อ @Chaithawat_MFP ถึงผลการเจรจาเพื่อลงนามใน MOU วันนี้ (22 พ.ค.) ระบุว่า

“ผลการพูดคุยเพื่อจัดทำ MOU ร่วมกันในวันนี้ บรรลุผลไปได้ด้วยดีครับ พรรคก้าวไกลต้องขอขอบคุณหัวหน้าพรรคและแกนนำของทุกพรรคที่เราจะจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยโดยยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง พรุ่งนี้พวกเราจะแถลง MOU ในเวลาเดียวกันกับการประกาศ รปห. เมื่อ 9 ปีก่อน”

ถ่ายทอดสด แถลงลงนาม MOU 'จัดตั้งรัฐบาล 2566' ล่าสุด ชมสดได้ที่นี่

ขณะที่แฟนเพจพรรคก้าวไกล – Move Forward Party ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรภายใต้รัฐบาลก้าวไกล? MOU คืออะไร?

พรรคก้าวไกลยืนยันมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่า การจัดตั้งและร่วมรัฐบาลระหว่างพรรคการเมือง ควรต้องเอาวาระหรือนโยบายเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่กระทรวงหรือตำแหน่งเป็นตัวตั้ง

ในฐานะพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอันดับหนึ่ง เราได้เดินหน้าเพื่อเป้าหมายในการจัดตั้งรัฐบาลกับ 8 พรรคการเมือง (รวมทั้งหมด 313 คน) ที่เราเชื่อว่ามีอุดมการณ์และมุมมองต่ออนาคตประเทศไทยที่อยากเห็น ที่สอดคล้องกันในภาพรวม

ในเมื่อรัฐบาลก้าวไกลเป็นรัฐบาลผสม ที่ประกอบไปด้วยหลายพรรคการเมือง เราจำเป็นต้องเคารพความเห็นที่แตกต่างเชิงนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลอื่น โดยคำนึงถึงความไว้วางใจที่พรรคการเมืองเหล่านี้ ได้รับจากประชาชนมาผ่านคูหาเลือกตั้งเช่นกัน

ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความชัดเจนว่ารัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคก้าวไกลจะผลักดันวาระอะไรบ้าง เราแบ่งวาระออกเป็น 2 ส่วน

1. วาระ “ร่วม” ของทุกพรรคร่วมรัฐบาล (ระบุใน MOU)

  • วาระและนโยบายที่ทุกพรรคเห็นตรงกัน พร้อมผลักดันร่วมกันผ่านกลไกบริหารและนิติบัญญัติ และพร้อมรับผิดชอบร่วมกัน

2. วาระ “เฉพาะ” ของแต่ละพรรคการเมือง (ไม่ถูกระบุใน MOU)

  • วาระและนโยบายที่แต่ละพรรคขับเคลื่อนเอง เพิ่มเติมจาก (แต่ต้องไม่ขัดแย้งกับ) นโยบายใน MOU ผ่าน 2 กลไกหลัก
    • 2.1. ผลักดันผ่านกลไกบริหารของกระทรวงที่พรรคมีตัวแทนเป็นรัฐมนตรี เช่น (หากพรรคก้าวไกลบริหารกระทรวงศึกษาธิการ) นโยบายการศึกษานอกเหนือจากใน MOU ที่อยู่ในขอบเขตอำนาจของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ
    • 2.2. ผลักดันผ่านกลไกนิติบัญญัติของระบบรัฐสภาโดยผู้แทนราษฎรของพรรค เช่น กฎหมาย 45 ฉบับที่พรรคพร้อมเสนอสู่สภาทันทีที่สภาเปิด ไม่ว่าจะปรากฎอยู่ใน MOU หรือไม่


พรรคก้าวไกลเรายืนยันว่าจะพยายามเต็มที่ในการผลักดัน 300 นโยบายก้าวไกลที่เราสื่อสารกับประชาชนก่อนเลือกตั้งให้สำเร็จ โดยการพยายามบรรจุนโยบายเข้าไปใน วาระ “ร่วม” หรือ MOU ให้ได้เยอะที่สุด ในขณะที่นโยบายอะไรที่ไม่ถูกบรรจุใน MOU เราจะผลักดันต่อผ่านกระทรวงที่พรรคก้าวไกลบริหารและผ่านจำนวนผู้แทนราษฎร 152 คน ที่เรามีในสภาผู้แทนราษฎร

แม้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลลักษณะนี้อาจเป็นสิ่งใหม่สำหรับสังคมไทย แต่พรรคก้าวไกลเชื่อว่ากระบวนการดังกล่าวที่อ้างอิงจากหลายประเทศที่เป็นประชาธิปไตยทั่วโลก จะเป็นกระบวนการที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ในประเทศ ที่ยกระดับความมั่นใจของประชาชนต่อระบบการเมืองไทย และเพิ่มความชัดเจนกับประชาชนว่าในบริบทของรัฐบาลผสมที่ประกอบไปด้วยหลายพรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาด้วยนโยบายที่ทั้งมีจุดร่วมและจุดต่างกัน รัฐบาลผสมนี้จะร่วมผลักดันและรับผิดชอบวาระอะไรเพื่อประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับช่องทางในการรับชมการถ่ายทอดสดการลงนาม MOU จัดตั้งรัฐบาล สามารถรับชมได้ผ่านช่องทางดังนี้

  • แฟนเพจ คมชัดลึก เวลา 15.30 น. ถ่ายทอดสดบรรยากาศก่อนการแถลงข่าว และ เวลา 16.30น. การแถลงข่าวตั้งแต่ต้นจนจบ
  • แฟนเพจ NewClear By คมชัดลึก เวลา 15.45 น. ถ่ายทอดสดบรรยากาศก่อนการแถลงข่าว และ เวลา 16.30น. การแถลงข่าวตั้งแต่ต้นจนจบ

บรรยากาศก่อนการแถลง

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fkomchadluek%2Fvideos%2F259917999943583%2F&show_text=false&width=560&t=0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการแถลงปรากฏว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ปรากฏตัวที่ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด เพื่อรอฟังการแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) จัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ด้วย

ถ่ายทอดสด แถลงลงนาม MOU 'จัดตั้งรัฐบาล 2566' ล่าสุด ชมสดได้ที่นี่

เวลา 16.40น. ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกรายงานจากโรงแรมคอนราดว่า ขณะนี้เลยฤกษ์ที่กำหนดไว้จะแถลงเวลา 16.30 น. แล้ว และรับแจงว่าการแถลงจะล่าช้าออกไปเล็กน้อย

เวลา 16.50น. เริ่มการแถลง

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fkomchadluek%2Fvideos%2F1100220184699558%2F&show_text=false&width=560&t=0

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fnewsclearbykomchadluek%2Fvideos%2F194771283511627%2F&show_text=true&width=560&t=0

‘ยิ่งลักษณ์’ โพสต์ เจ็บ ผลเลือกตั้ง สะท้อนปชช.ไม่ทนเผด็จการ

22 พ.ค. 2566

‘ยิ่งลักษณ์’ โพต์เจ็บ ผลเลือกตั้ง สะท้อนปชช.ไม่ทนเผด็จการ

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ในวันครบรอบ 9 ปีรัฐประหาร ชี้ ผลเลือกตั้ง 14 พ.ค. 66 สะท้อนว่า ประชาชนไม่ทนกับกลุ่มเผด็จการ ได้อำนาจมามิชอบ

22 พ.ค. 2566 เป็นวันครบรอบ 9 ปี การทำรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 และต่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าคสช. ต่อด้วยการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ในการบริหารประเทศนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ทว่าการครบรอบ 9 ปีรัฐประหาร เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อ 14 พ.ค. 2566 ที่ผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการมีพรรคก้าวไกลชนะมาเป็นอันดับ 1 และพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ 2 

1 คนที่ส่งเสียงบอกกับสังคมเสมอว่าเจ้าตัวได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารครั้งนั้นคือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกดำเนินคดีจำนำข้าวมูลค่าความเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท 

โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ในวันครบรอบรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ว่า  วันนี้เป็นวันครบรอบ9ปีของการ #รัฐประหาร ที่ความรู้สึกของดิฉันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศที่ถูกรุกไล่อย่างหนักจากฝ่ายเผด็จการ 

‘ยิ่งลักษณ์’ โพต์เจ็บ ผลเลือกตั้ง สะท้อนปชช.ไม่ทนเผด็จการ
‘ยิ่งลักษณ์’ โพต์เจ็บ ผลเลือกตั้ง สะท้อนปชช.ไม่ทนเผด็จการ

วันนี้ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นเครื่องสะท้อนแล้วว่าประชาชนไม่ทนกับกลุ่มคนที่ได้อำนาจมาโดยมิชอบอีกต่อไปแล้ว

ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยตกอยู่ภายในวังวนกับเงาของเผด็จการ การถูกไล่ล่า ความสิ้นหวังของพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาสังคม ปัญหาปากท้อง มีความยากลำบากในการทำมาหากิน ประเทศขับเคลื่อนไปอย่างไร้วิสัยทัศน์ ไร้ความเข้าใจในการบริหารเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้า

นี่คือผลพวงของการทำรัฐประหาร แย่งอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จากวันนี้เป็นต้นไป ดิฉันหวังว่าเราจะไม่เห็นการทำรัฐประหารอีกแล้ว

สุดท้ายนี้ดิฉันขอเอาใจช่วยให้เราได้รัฐบาลที่เป็น #ประชาธิปไตย เพื่อประชาชนและอำลารัฐประหารให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทยเสียที