‘ไอติม’ วอน สว. เลือกนายกฯ ตามโมเดลเลือก ‘บิ๊กตู่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549568

23 พ.ค. 2566

'ไอติม' วอน สว. เลือกนายกฯ ตามโมเดลเลือก 'บิ๊กตู่'

ไอติม’ เตือนความจำ สว. เลือก ‘พิธา’ เป็นนายกฯ เหมือนตอนเลือก ‘บิ๊กตู่’ เมื่อปี 62 เรียกร้องร่วมสร้างความเชื่อมั่น ‘นักลงทุน’ หลังหวั่นความไม่แน่นอนทางการเมือง

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยกตัวอย่างกรณีเมื่อปี 2562 สว. โหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 เพราะสามารถรวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งของสภา ครั้งนี้ปี 2566 จึงอยากขอให้ สว. ยึดหลักการเดิมที่ โดยเลือก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลผสมที่มี 8 พรรคการเมืองโดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ


พร้อมเรียกร้องให้ สว. ร่วมสร้างความเชื่อมั่นใจนักลงทุน ที่หลังการเลือกตั้งเกิดความไม่มั่นใจเกี่ยวกับการ “จัดตั้งรัฐบาล” ซึ่งพรรคก้าวไกลให้ความชัดเจน 2 เรื่อง คือ 

1. การลงนาม MOU ร่วมกัน 8 พรรคการเมือง 313 เสียง ซึ่งถือว่าเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มี สส. เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร 
2. การลงนามร่วมกันว่า ประเด็นวาระขั้นต่ำที่นำเสนอผ่าน MOU มีอะไรบ้าง พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญกับจำนวนสิ่งสนับสนุนที่เพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาล 

หากต้องการให้นักลงทุนมั่นใจมากขึ้น สว. ควรออกมายืนยันจะเคารพเสียงข้างมากของประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง สนับสนุนนายกรัฐมนตรีและพรรคการเมืองที่สามารถรวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามหลักประชาธิปไตยสากล เชื่อว่าจะเป็นทางออก ทำให้ทุกคนมั่นใจมากขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล

“พรรคก้าวไกลและพรรคร่วมรัฐบาลพร้อมพูดคุย ชี้แจง คลายข้อกังวลที่ สว. บางคนอาจจะมี ไม่ได้ต้องการเรียกร้องให้ สว. ต้องชื่นชอบเป็นการเฉพาะ แต่ขอเพียงเคารพเสียงของประชาชนด้วย” นายพริษฐ์กล่าว 

ขณะที่นายพิธา ยอมรับจากการพูดคุยกับนักลงทุน ขณะนี้กังวลตอนนี้เรื่องความไม่แน่นอนทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องศักยภาพของประเทศ เพราะที่ผ่านมาคนที่ชนะเลือกตั้งมีโอกาสที่จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นต้องเร่งสร้างความมั่นใจระบบการเมือง เรียกคืนเสถียรภาพของการลงทุนกลับมา

‘พิธา’ ชี้แจง ‘หุ้นตก’ หลังเลือกตั้ง สาเหตุการเมืองไทยไม่แน่นอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549563

23 พ.ค. 2566

'พิธา' ชี้แจง 'หุ้นตก' หลังเลือกตั้ง สาเหตุการเมืองไทยไม่แน่นอน

‘พิธา’ ชี้แจง ‘หุ้นตก’ หลังเลือกตั้ง นักลงทุนหวั่นการเมืองไทยไม่แน่นอน ยกตัวอย่าง พรรคชนะเลือกตั้งอดเป็น ‘นายกฯ’ ยืนยัน MOU สอดคล้องรธน. หลัง ‘ปิยบุตร’ โพสต์ไม่เห็นด้วย ยอมรับแถลงข่าวล่าช้า มีปรับแก้บางประเด็น

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณี “หุ้นตก” เป็นเพราะนักลงทุนกังวลหลังการเลือกตั้ง แต่จากการพูดคุยกับนักลงทุน สิ่งที่น่ากังวลตอนนี้ไม่ใช่เรื่องศักยภาพของประเทศ แต่เป็นความไม่แน่นอนทางการเมือง ความไม่แน่นอนของระบบประชาธิปไตย เพราะที่ผ่านมาคนที่ชนะเลือกตั้งมีโอกาสที่จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องเร่งสร้างความมั่นใจว่าระบบการเมืองมีความแน่นอน จึงจะสามารถคืนเสถียรภาพของการลงทุนกลับมาได้และสะท้อนเจตจำนงของประชาชนจะไม่ศูนย์เปล่า

เมื่อถามถึงประเด็นที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ไม่เห็นด้วยบางประเด็นในเนื้อหา MOU นายพิธา เข้าใจความกังวลใจของนายปิยบุตร แต่ข้อความก็คือ ข้อความ ซึ่งเนื้อหาใน MOU ก็สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่น่ามีปัญหาอะไร 
 

ส่วนสาเหตุที่เมื่อวานนี้การแถลงข่าวเซ็น MOU ล่าช้ากเชื่ว่ากำหนด เพราะมีการแก้ไขเนื้อหาบางส่วน รวมถึงตัดประเด็นนิรโทษกรรมออกใช่หรือไม่ นายพิธา บอกว่า ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ล่าช้า รวมถึงประเด็นกัญชาที่ต้องมาแก้ในวินาทีสุดท้าย

หลังจากนี้จะเดินสายพบพี่น้องประชาชนกลุ่มต่างๆ ขณะที่คณะกรรมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลก็ไม่ได้มีเพียงพรรคก้าวไกล ในการพบปะหารือครั้งต่อไปจึงจะเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาฟังปัญหาจากผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อจัดทำนโยบายรวมแถลงต่อรัฐสภาและนำเอาผู้มีความรู้จริงมาบริหารกระทรวงที่เหมาะสม

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

เปิดเหตุผล สหรัฐฯ ไม่ขาย ‘เครื่องบินขับไล่ F-35’ ให้ไทย เตรียมคืนงบ 369 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549558

23 พ.ค. 2566

เปิดเหตุผล สหรัฐฯ ไม่ขาย 'เครื่องบินขับไล่ F-35' ให้ไทย เตรียมคืนงบ 369 ล้าน

เปิดเหตุผล ทำไม สหรัฐอเมริกา ไม่ขาย ‘เครื่องบินขับไล่ F-35’ ให้กองทัพอากาศไทย อ้าง ไม่พร้อมหลายด้าน เตรียมคืนงบ 369 ล้าน

แหล่งข่าวจากกองทัพอากาศ กล่าวถึงกรณี สหรัฐอเมริกา ไม่ขาย ‘เครื่องบินขับไล่ F-35’ ให้กองทัพอากาศไทยว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทูตสหรัฐอเมริกาได้เข้าพบ พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เพื่อชี้แจงความคืบหน้า โครงการจัดซื้อ F-35A ของกองทัพอากาศ ที่ร้องขอไปยังสหรัฐฯ

โดยเบื้องต้นได้บอกว่า ยังไม่ขายให้ ขอชะลอการซื้อขายไปก่อน โดยให้เหตุผลให้ กองทัพอากาศไทย ยังไม่มีความพร้อม ในเรื่องอาคารสถานที่ การรักษาความปลอดภัย โดยเขาจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลข่าวสาร เป็นอันดับแรก 

ทั้งนี้ เชื่อว่าทาง สหรัฐอเมริกา คงยังกังวลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับจีนเพียงแต่เขาไม่พูด บอกเพียงแค่ว่า ให้ทางกองทัพอากาศมีความพร้อมก่อนหากพร้อมเมื่อใดก็ให้มาคุยกันใหม่ 

เครื่องบินขับไล่ F-35เครื่องบินขับไล่ F-35

อย่างไรก็ตามทาง กองทัพอากาศ ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพียงแต่ต้องคืนงบ 369 ล้านบาท ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566

เครื่องบินขับไล่ F-35เครื่องบินขับไล่ F-35

เครื่องบินขับไล่ F-35เครื่องบินขับไล่ F-35

ขึ้นค่าแรง 450 บาท ‘พิธา’ ย้ำไม่ปรับทันที-มีหลักการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549556

23 พ.ค. 2566

ขึ้นค่าแรง 450 บาท ‘พิธา’ ย้ำไม่ปรับทันที-มีหลักการ

‘พิธา’ ยันนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท ไม่ปรับทันที มีหลักการ ไม่ได้ขึ้นแบบกระชากตามใจตัวเอง ต้องฟังเสียงผู้ประกอบการ นายจ้าง-ลูกจ้าง ให้รอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ยันจำเป็นต้องขึ้นอย่างสม่ำเสมอโดยอัตโนมัติ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่พรรคก้าวไกล ถึงการเข้าหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ว่า คณะกรรมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ได้ไปประชุมกับสภาอุตสาหกรรม ซึ่งมีประเด็นที่หารือกันหลายเรื่อง ในเรื่องของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การสนับสนุน SME การหาแรงงานให้ตรงกับความต้องการของต่างประเทศ รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของค่าแรง การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

โดยพรรคก้าวไกลยืนยันว่า การขึ้นค่าแรงเพื่อบรรเทาทุกข์ ยังจะมีอยู่แน่นอน พรรคก้าวไกลหนุนที่ 450 บาท/วัน ส่วนพรรคเพื่อไทยหนุนที่ 400/วัน แต่ขณะเดียวกันไม่ได้นำเสนอต่อสื่อมวลชน ก็คือคำนึงถึงเรทของคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการ บางรายที่สนับสนุนสมทบเงินประกันสังคม 6 เดือนแรก หรือการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 2 เท่า 2 ปี สามารถที่จะหักภาษีได้ คือสิ่งที่พรรคก้าวไกลเสนอ

หรือแม้แต่การลดภาษีของธุรกิจ SME จาก 20 เปอร์เซ็นต์เป็น 15% จาก15% เป็น 10% ทั้งหมดคือภาพใหญ่ที่มีการประชุมกัน แต่ไม่ได้ผ่านสื่อมวลชน จึงเป็นการสร้างความเข้าใจผิดว่า เมื่อเป็นรัฐบาลผสม ค่าแรง 450 อาจจะทำไม่ได้ทันที ซึ่งไม่เป็นความจริง

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

และขณะนี้กำลังเดินหน้ารับฟังผู้ที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบ แต่ยังยืนยันกับประชาชนว่า ค่าแรงขั้นต่ำมีความจำเป็นที่จะต้องขึ้น และต้องขึ้นอย่างสม่ำเสมอโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์กันทั้ง 2 ฝั่ง

โดยมีหลักการว่าที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้มีการขึ้นค่าแรงบ่อยครั้ง นับตั้งแต่สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จึงอาศัยการคำนวนค่าเงินเฟ้อ และอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ รวมถึงประสิทธิภาพของแรงงานที่เพิ่มขึ้นจำนวนค่าแรงควรอยู่ที่ประมาณ 425-440 บาทต่อวัน พรรคก้าวไกลจึงได้เสนอ 450 บาท ควบคู่กับมาตรการดูแลผู้ประกอบการไปด้วย

พิธา ยืนยันว่า ไม่ได้ขึ้นค่าแรงตามใจตัวเอง ไม่ได้ขึ้นแบบกระชาก แต่ขึ้นแบบมีหลักการ หลักสากล ตอนนี้ยังมีเวลาก่อนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง ดังนั้นในเวลา 2 เดือนนี้ จึงต้องเดินสายรับฟังความคิดเห็นผู้ประกอบการ นายจ้าง-ลูกจ้างให้เข้าใจและรอบคอบ และเมื่อขึ้นค่าแรงแล้วจะได้ช่วยกันบริหารจัดการไม่ให้มีปัญหา ยันจำเป็นต้องขึ้นอย่างสม่ำเสมอโดยอัตโนมัติ

ชัดเจน ‘ประชาธิปัตย์’ ไม่ขวาง ‘ก้าวไกล’ ตั้งรัฐบาล ย้ำจุดยืน ค้านแก้ม.112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549538

23 พ.ค. 2566

ชัดเจน 'ประชาธิปัตย์' ไม่ขวาง ‘ก้าวไกล’ ตั้งรัฐบาล ย้ำจุดยืน ค้านแก้ม.112

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลั่นไม่ขวาง ‘ก้าวไกล’ ตั้งรัฐบาล ย้ำจุดยืน ปชป. ค้านแก้ไข ม.112 พร้อมทำหน้าที่ทุกสถานะให้สมบูรณ์ที่สุด

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าสำหรับการตั้งรัฐบาลขณะนี้ก็มีความชัดเจนว่า 8 พรรคได้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ก็ต้องเป็นไปตามนั้น

“จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อมีหน้าที่ทำอะไรก็ต้องทำหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์แบบที่สุดและประชาธิปัตย์เคยทำมาทุกหน้าที่อยู่แล้ว”อดีตหัวหน้าพรรคปชป.ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าสูตรพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวตอบว่าสิ่งนั้นยังไม่เกิดขึ้น ขณะนี้ต้องถือว่าพรรคก้าวไกลร่วมกับอีก 7 พรรคการเมืองก็ทำหน้าที่ในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ไปเป็นอุปสรรคให้พรรคแกนตั้งรัฐบาลได้ทำหน้าที่ไป และหวังว่าจะทำได้สำเร็จ 

ส่วนการโหวตในสภานั้นเป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ของพรรค ที่จะเป็นผู้พิจารณาซึ่งต้องรอ กกต.ให้การรับรองก่อน จะโหวตอย่างไรนั้น ตนไม่สามารถตอบล่วงหน้าได้ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประชาธิปัตย์ชุดใหม่หลักของพรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนอยู่แล้ว

ส่งไม้ต่อทีมผู้บริหารชุดใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ที่ประชุมพรรคจะเลือกคุณจุรินทร์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง นายจุรินทร์ กล่าวตอบว่า ตนคิดเพียงแต่ว่าจะส่งไม้ต่อให้คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ให้ดีที่สุดได้อย่างไร ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีการคุยกันในที่ประชุม คณะรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ในเรื่องจะวางมือทางการเมืองหรือไม่

นายจุรินทร์ กล่าวตอบว่า ตนไม่ขอก้าวล่วงท่านเลขาธิการ แต่ทั้งตนและเลขาฯรวมถึงคณะกรรมการบริหารพรรคทุกคนก็ยังต้องทำหน้าที่รักษาการต่อไปจนกว่าจะมีคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ตามข้อบังคับพรรค

ปชป.ค้านแก้ไขม.112

ส่วนจุดยืนของพรรคมีความชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งเรื่องมาตรา 112 จุดยืนในการทำหน้าที่พรรคการเมือง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดในทางการเมืองก็ตาม อันนี้มีความชัดเจนในตัวอยู่แล้ว และกลไกไหนที่เป็นผู้พิจารณาตัดสินเรื่องอะไรก็มีระบบระเบียบชัดเจนในตัวอยู่แล้ว

การโหวตในที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะเกิดขึ้น ก็เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณากันในที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคชุดใหม่ ในเรื่องของการตัดสินใจเรื่องอื่นทางการเมืองก็เป็นเรื่องที่ประชุมสมาชิกสภาและกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องร่วมกันพิจารณาโดยมีหลักชัดเจนอยู่แล้ว

ส่งต่อ ผู้นำปชป.ให้คนรุ่นใหม่

สำหรับบุคคลที่เหมาะสมจะมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของสมาชิกทุกคนที่จะต้องช่วยกันคิดและความสมัครใจของเจ้าตัว ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการต้องนับหนึ่งจากการประชุมวันพรุ่งนี้ ซึ่งผลการประชุมเป็นอย่างไรโฆษกพรรคจะนำมาแถลงให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

สิ่งหนึ่งที่ตนสามารถเรียนได้ในความเห็นส่วนตัว ควรจะได้มีการต่อยอดเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ใหม่ๆได้เข้ามาขับเคลื่อนพรรคได้มากขึ้น จากตนได้ดำเนินการมาช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรม ถัดจากนี้คนรุ่นใหม่ก็ควรจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังการประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เมื่อทราบผลเงิอกตั้ง2566 อย่างไม่เป็นทางการว่าปชป.มีคะแนนเสียงต่ำกว่าเป้าหมายที่พรรคคาดการณ์เอาไว้คือไม่ต่กกว่า 52 เสียง นั้น 

มีกระแสข่าวออกมาจากปชป.ว่าจะเสนอชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และมาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานวัตกรรมการเมือง เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สอดรับกับกระแสเรียกร้องของ ว่าที่ สส.คนรุ่นใหม่ของ ปชป.จาก 25 คน ที่สอบผ่านการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า น.ส.วทันยา เป็นผู้หนึ่งที่ได้ร่วมทีมรณณรงค์หาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.

‘พิธา’ เชื่อแก้ม.112 ‘ก้าวไกล’ ไม่โดดเดี่ยว หลัง ‘ทสท.-สร.’ ไม่แก้ไม่ยกเลิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549525

23 พ.ค. 2566

'พิธา' เชื่อแก้ม.112 'ก้าวไกล' ไม่โดดเดี่ยว หลัง 'ทสท.-สร.' ไม่แก้ไม่ยกเลิก

‘พิธา’ แว้นวินจยย. ประชุมสภาอุตสากรรม รับฟัง 6 ข้อเสนอกกร. เตรียมนำข้อมูลขึ้นค่าแรงถก ่เพื่อไทย’ ส่วนนโยบายแก้ม.112 ‘พิธา’ ไม่โดดเดี่ยว หลัง ‘ทสท.-สร.’ มีจุดยืนไม่แก้ไม่ยกเลิก

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่กังวลนโยบายแก้ไขมาตรา112 ของพรรค จะเป็นอุปสรรคต่อการจัดตั้งรัฐบาล หลังการทำ MOU 23 ข้อร่วมกับพรรคจัดตั้งรัฐบาล พบว่า ไม่มีประเด็นดังกล่าวอยู่ด้วย 

โดยในวงแถลงข่าวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประกาศ “ไม่เอาทั้งยกเลิกและแก้ไข” 

วันนี้นักข่าวถามย้ำนายพิธาอีกครั้ง จะมีผลกับการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพิธา ระบุว่า ไม่มีความกังวล เพราะได้พูดคุยกันตั้งแต่เวทีดีเบตแล้ว และก่อนเซ็น MOU พูดคุยกันอีกครั้งและเข้าใจว่าเป็นวาระเฉพาะของแต่ละพรรค 

“ไม่คิดว่าก้าวก่ายจะโดดเดี่ยวในการแก้ไขมาตรา112” เพื่อให้ความสัมพันธ์ของสถาบันกับประชาชนเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ส่วนเสียง สว.เลือกนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ยังดูไม่น่ามีปัญหา เท่าที่ทราบยังมองว่าเป็นเรื่องระบบมากกว่าตัวบุคคล ซึ่งจะก็ต้องประคับประคองไม่อยากให้ประเทศถึงทางตัน 

ส่วนตัวก็มีการพูดคุยกับคณะกรรมการที่เจรจากับ สว. มาแล้วส่วนหนึ่งแต่ยังไม่ขอเปิดเผย รวมถึงส่วนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจก็มีการติดต่อขอพบ ทั้งจากพรรคก้าวไกลเองติดต่อไปและจากพรรคร่วมที่ส่งคอนแท็กมาให้ติดต่อไป

นายพิธานั่งวินจยย.ประชุมร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยนายพิธานั่งวินจยย.ประชุมร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้นายพิธา เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์รับจ้างไปยัง สภาอุตสาหกรรม เพื่อหารือนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)และผู้บริหาร เรียกความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจให้กลับคืนมา ซึ่งถือเป็นหน่วยงานแรกของภาคธุรกิจ 

นายพิธา กล่าวว่า เป็นสัปดาห์แรกของการทำงานของคณะกรรมการเปลี่ยนผ่าน จึงมีการพูดคุยกับสภาอุตสาหกรรม เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ 6 ข้อที่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยได้นำเสนอไว้ และถือเป็นการได้กลับบ้านเก่าด้วย เพราะตนเองเคยทำงานที่นี้ 

วันนี้ได้แลกเปลี่ยนกันในนโยบายอุตสาหกรรมของรัฐบาลก้าวไกล ที่จะเน้นบรรเทาทุกข์ เน้นความเท่าเทียม และ เน้นความทันสมัย คือ ต้องแฟร์ พื้นฐานของประเทศต้องเฟิร์ม มีการเจริญเติบโตที่ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งหากพี่น้องนักธุรกิจและนักลงทุนฟังอยู่ จะเห็นภาพว่า เมื่อเศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากล่างขึ้นบน ไม่ใช่แข็งแรงแค่หัว ก็จะทำให้เกิดเศรษฐกิจภายในประเทศขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกซบเซา 

ส่วนนโนบายขึ้นค่าแรงจะเดินหน้าเหมือนเดิมหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า เรื่องเศรษฐกิจ บางเรื่องต้องรวดเร็วก็ต้องรวดเร็ว บางเรื่องที่จะต้องรอบคอบก็ต้องรอบคอบ และภายในสัปดาห์นี้ ก็จะไปหารือรับฟังกกร. สภาแรงงาน และสภา SME เพื่อให้เกิดการรับฟังอย่างรอบด้าน และนำไปเป็นข้อมูลพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยเพราะเป็นพรรคใหญ่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการขึ้นค่าแรง แต่ก็จะต้องเข้าใจว่าพี่น้องแรงงานไม่ได้ขึ้นมานาน จึงต้องศึกษาแพ็กเก็จที่สามารถบรรเทาการขึ้นค่าแรงที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เคยทำสมัยปี 2556 เพื่อให้ช่วยในการดูแลทั้งแรงงาน เจ้าของsme เจ้าของธุรกิจ และดูเรื่องความเท่าเทียม รวมถึงขีดความสามารถในการแข่งขันด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด

ส่วนที่ภาคเอกชนอยากให้ตั้งรัฐบาลก่อน ส.ค. นี้เป็นไปได้หรือไม่ นายพิธา ตอบว่า มีกรอบของกฎหมายอยู่ว่า กกต.จะรับรอง สส.เมื่อไร ถ้ารับรองเร็ว แล้วกระบวนการจัดตั้งเป็นไปได้แบบนี้ก็น่าจะเร็วขึ้น

นายพิธานั่งวินจยย.ประชุมร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยนายพิธานั่งวินจยย.ประชุมร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

‘วุฒิสภา’ ไม่ให้ความเห็นชอบ ‘ป.ป.ช.’ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549527

23 พ.ค. 2566

'วุฒิสภา' ไม่ให้ความเห็นชอบ 'ป.ป.ช.' คนใหม่

ผู้ได้รับการเสนอชื่อ เป็น ‘ป.ป.ช.’ คนใหม่ ขาดคุณสมบัติ ได้รับความเห็นชอบจาก ‘วุฒิสภา’ เพียง 41 คะแนน ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์

การประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ นายสถาพร วิสาพรหม รองประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ เป็นบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังจากที่คณะกรรมาธิการสามัญ  เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ที่มี พล.อ.อู้ด เบื้องบน ส.ว. เป็นประธานกมธ. พิจารณาแล้วเสร็จ

ผลปรากฏว่าที่ประชุมวุฒิสภาลงคะแนนเสียงให้ความเห็นชอบ นายสถาพร วิสาพรหม 41 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 138 คะแนน ไม่ออกเสียง 27 คะแนน  นายสถาพร ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา (น้อยกว่า 125 คะแนน) จึงเป็นผู้ไม่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช.

ก่อนการประชุมลับ นายประพันธุ์ คูณมี ส.ว. ในฐานะกมธ.ตรวจสอบประวัติ ได้นำเสนอรายงานช่วงหนึ่งว่า การตรวจสอบประวัติฯ ได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายสถาพร ที่ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  (ป.ป.ช.)  มาตรา 9(1) ที่กำหนดให้ต้องรับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษาไม่น้อยกว่า 5 ปี 

แต่ปัจจุบัน นายสถาพร รองประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และก่อนหน้านั้นดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์ในคดีชำนาญพิเศษ ไม่เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลใดมาก่อน ดังนั้นจึงไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ข้อร้องเรียนดังกล่าวเป็นจดหมายสนเท่ห์ ลงชื่อ ผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่นที่ 29 รุ่นเดียวกับนายสถาพร

‘วิษณุ’ กางรัฐธรรมนูญ สว.’โหวตเลือกนายกฯ’ ได้ถึง 11 พ.ค. 67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549524

23 พ.ค. 2566

'วิษณุ' กางรัฐธรรมนูญ สว.'โหวตเลือกนายกฯ' ได้ถึง 11 พ.ค. 67

‘วิษณุ’ มือกฏหมายกางรัฐธรรมนูญตอบชัด สว.‘โหวตเลือกนายกฯ’ ลากยาวได้ถึง 11 พ.ค. 67 แต่หลังจากนั้นใช้เสียงจาก สส.ในสภาโหวตนายกฯแทนเท่านั้น

นับถอยหลังใกล้เวลา ‘โหวตเลือกนายกฯ’ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนอำนาจในการ ‘โหวตเลือกนายกฯ’ ของสมาชิกวฺุฒิสภา(สว.) ตามมาตรา 272 ในบทเฉพาะการจะสิ้นสุดเมื่อใด เพราะมีการวิเคราะห์กันว่าพรรคก้าวไกลจะยื้อเวลาเลือกนายกฯไปจนกว่าสว.จะหมดอำนาจเลือกนายกฯ ว่า 

สว.จะมีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ ไปจนถึงวันที่ 11 พ.ค. 2567 แต่การทำหน้าที่ของ สว.ในเรื่องอื่นๆ สามารถทำต่อไปได้ และหากถึงเวลาหลังจากวันที่ 11 พ.ค. 2567  หากมีการเลือกนายกรัฐมนตรีก็เป็นหน้าที่ของ สส.เท่านั้น 

“และจะยืดระยะเวลาโหวตเลือกนายกฯอะไรไปขนาดนั้น ประเทศจะอยู่ไม่ได้ เพราะจะทำอะไรก็ต้อง ขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)”

‘สว.กิตติศักดิ์’ ไม่โหวต ‘พิธา’ ล้านเปอร์เซ็นต์ ม็อบหน้าสภากดดัน ‘ไม่มีผล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549520

23 พ.ค. 2566

'สว.กิตติศักดิ์' ไม่โหวต 'พิธา' ล้านเปอร์เซ็นต์ ม็อบหน้าสภากดดัน 'ไม่มีผล'

‘สว.กิตติศักดิ์’ ยืนยันไม่โหวต ‘พิธา’ สาเหตุแตะ ม.112 แม้ไม่ลงในMOU แต่ ‘พรรคก้าวไกล’ เดินเกมหยิบเข้าสภา เพราะกลัวกระแส ‘เดี๋ยวไม่แก้ เดี๋ยวไม่มีกู’ ส่วนผู้ชุมนุมหากมากดดัน สว. เชื่อไม่มีผล อุ๊บ!ตัวเลข สว. งดออกเสียง ลั่นมีเยอะกว่าฝ่ายสนับสนุน

ก่อนการประชุมสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. ที่ประกาศชัดเจน ไม่เลือก “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็น “นายกรัฐมนตรี” ยังคงยืนยัน จุดยืนเดิม คำไหนคำนั้น 

“ล้านเปอร์เซ็นต์ กิตติศักดิ์ ไม่โหวตให้นายพิธา มีหลักว่า การเมืองให้อยู่ในการเมือง” คำพูดของนายกิตติศักดิ์ยิ่งตอกย้ำ

ด้วยเหตุผลการแก้ไขมาตรา 112 เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งและนำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้งและเข่นฆ่าคนไทยด้วยกัน จึงไม่เห็นสมควรที่จะให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี 

การส่งตัวแทนชี้แจงเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา112 จะมีผลต่อการตัดสินใจหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ เห็นว่า เป็นการชี้เจตนาที่นายพิธาและพรรคก้าวไกลไปยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นทูตอเมริกามายุ่งเกี่ยวก้าวก่ายหรือเร่งรัดการเลือกตั้งของไทย ซึ่งโดยกติกามารยาทระหว่างประเทศ ไม่ควรทำอย่างยิ่ง 

การทำ MOU กับ 8 พรรคการเมือง แม้การแก้ไขมาตรา 112 จะไม่ได้ใส่ลง แต่นายพิธา ยืนยัน ยังจะยื่นเสนอเข้าสภา ซึ่งเป็นปัญหาของนายพิธาและพรรคก้าวไกลเคยหาเสียงไว้ ไม่ทำก็ไม่ได้ ไม่แก้ก็ไม่ได้ จนกระทั่งเกิด “เดี๋ยวไม่แก้ เดี๋ยวไม่มีกู” และ สว. เป็นฝ่ายนิติบัญญัติต้องกลั่นกรองผู้ที่จะมานำพวกเรา 

“คุณจะด่าใคร ด่าลุงด่าป้าด่าน้าด่าอา ผมไม่ว่า แต่ถ้าเลยขอบเขตไปแตะเบื้องสูง กิตติศักดิ์ไม่ยอมครับ” นายกิตติศักดิ์ กล่าว

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ

อย่างไรก็ตาม เย็นวันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมนัดรวมตัวกดดัด สว. โหวตนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายกิตติศักดิ์ ทราบเบื้องต้นว่ากลุ่มที่มาชุมนุมวันนี้มาด้วยความมิตรไมตรี เจตนาเพื่อมาแจ้งให้ สว.รับทราบว่า ต้องการอะไร ก็เป็นสีสันของประชาธิปไตยในการที่เห็นต่างหรือผู้ที่มาประท้วง หากมีการพูดจากันดีๆก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าจะมาข่มขู่กดดันนั้น “ไม่มีผล”

นอกจากนี้นายกิตติศักดิ์ยังกล่าวถึงทีมจัดตั้งรัฐบาลส่งตัวแทนเจรจา ว่า ขณะนี้ก็ยังไม่มีใครมาพูดคุยเจรจาด้วย อาจจะเป็นเพราะตนเป็น สว.ตัวเล็กๆคนหนึ่ง แต่จะคุยกับ สว.ผู้ใหญ่หรือไม่ ไม่ทราบ และในวันนี้ก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันนอกกรอบในกลุ่มของ สว.แต่อย่างใด

เสียง สว. ขณะนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ สนับสนุนนายพิธา ตามระบบกลไกของประชาธิปไตย และ งดออกเสียง วัดได้ว่า งดออกเสียงมากกว่า แต่ไม่ขอบอกตัวเลข

ส่วนกลุ่มที่ไม่โหวตให้นายพิธา ไม่มี จะเหลือแค่สนับสนุนและงดออกเสียง กิตติศักดิ์กล้าบอกชัดเจนว่า ไม่สนับสนุน ซึ่งเป็นเพียงคนเดียว แต่จะมีคนอื่นตามหรือไม่ ไม่ทราบ และสักวันหนึ่งกิตติศักดิ์จากโลกนี้ไปแล้ว ลูกหลานอาจจะนึกถึงก็ได้ว่า กิตติศักดิ์ตัดสินใจถูก

ส่วนกลุ่มชาวนาจะเห็นด้วยหรือไม่ ไม่บังอาจคิด แต่คนที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไม่เอาด้วยแน่นอน จะเห็นว่า การสนับสนุนให้กำลังใจตนมาจากทั่วประเทศ แต่ตนบอกว่า เราคนไทยด้วยกันไม่ควรทะเลาะฆ่ากันเอง เพราะฉะนั้นตนไม่สนับสนุนให้มีม็อบ

‘เลขาฯเพื่อไทย’ ปฎิเสธข่าว ‘พปชร.’ ยุบพรรค สส.เตรียมแห่มาเพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549505

22 พ.ค. 2566

'เลขาฯเพื่อไทย' ปฎิเสธข่าว 'พปชร.' ยุบพรรค สส.เตรียมแห่มาเพื่อไทย

เพื่อไทย ปฎิเสธข่าว พปชร.ยุบพรรค สส.เตรียมแห่มาเพื่อไทย ‘ประเสริฐ’ ยันหนักแน่น สนับสนุน ‘ก้าวไกล’ จัดตั้งรัฐบาล

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการวิเคราะห์ข่าวของผู้ดำเนินรายการรายหนึ่งระบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะลาออก เปิดทางสลายพรรคพลังประชารัฐ และ สส.ที่ได้รับการเลือกตั้งทั้งหมดจะเข้ามาสังกัดพรรคเพื่อไทย จะทำให้พรรคเพื่อไทยกลายเป็นพรรคที่ได้อันดับที่ 1 แทนนั้น พรรคเพื่อไทย ขอชี้แจงว่า

1.พรรคเพื่อไทยยังคงยืนยันในจุดยืนสนับสนุนพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่มีเปลี่ยนแปลงไปจากหลักการที่ได้ประกาศเอาไว้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 และจะสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี

2.พรรคเพื่อไทยไม่มีความเกี่ยวข้อง ไม่สามารถก้าวล่วงความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองอื่นได้

ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย

3.ตามที่มีข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะลาออก และจะส่งผลให้ ส.ส.ในพรรค ย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อไทย และเพื่อไทยจะเป็นพรรคอันดับหนึ่งแทนก้าวไกลนั้น ล้วนเป็นการ ‘คาดเดา’ ของผู้ดำเนินรายการและผู้สนับสนุนแนวคิดนี้เท่านั้น

ทั้งนี้ การคาดเดายังคงขัดกับความจริงในปัจจุบันของพรรคเพื่อไทย เราเป็นสถาบันการเมืองที่ยึดมั่นและเคารพต่อเสียงของพี่น้องประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และอีกหลายพรรคร่วมรัฐบาล จะร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคนี้ไปให้ได้ เพื่อรัฐบาลประชาธิปไตยที่พี่น้องประชาชนรอคอย