มติ ‘ประชาธิปัตย์’ รอกกต.รับรอง 24 สส. ก่อนเคาะวันเลือก ‘หัวหน้าพรรค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549611

24 พ.ค. 2566

มติ 'ประชาธิปัตย์' รอกกต.รับรอง 24 สส. ก่อนเคาะวันเลือก 'หัวหน้าพรรค'

ประชุดนัดแรกหลังเลือกตั้ง2566 มีมติ ‘ประชาธิปัตย์’ รอกกต.รับรอง 24 สส. ก่อนเคาะวันเลือก ‘หัวหน้าพรรค’-กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

ที่ห้องแถลงข่าวพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการพรรคประชาธิปัตย์ ชุดรักษาการ ครั้งที่ 1 ว่า ที่ประชุมได้รับทราบการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่จำนวน 89,180 คน

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบกรณีที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตามข้อบังคับพรรคจะต้องมีการแจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันนี้และที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องนี้

เลือกหัวหน้าใหม่ใน 60 วัน

และจะต้องมีการดำเนินการตามข้อบังคับพรรคต่อไป โดยขั้นตอนสำคัญในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน 60 วัน

มติปชป.ยกเว้นหยั่งเสียง

โดยในส่วนของข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ ได้กำหนดไว้ว่าก่อนที่จะมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค จะต้องมีการเปิดให้มีการหยั่งเสียงเบื้องต้นจากสมาชิกทั่วทั้งประเทศ แต่ขณะนี้เรามีกลไกตัวแทนพรรค ตัวแทนจังหวัด และมีสาขาพรรคทั่วทั้งประเทศ ดังนั้นที่ประชุมจึงเสนอให้มีการยกเว้นข้อบังคับในเรื่องของการหยั่งเสียงเบื้องต้น

“ การหยั่งเสียงเบื้องต้นในเรื่องของการเลือกหัวหน้าพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองไม่ได้กำหนด แต่ข้อบังคับของพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับสมาชิกพรรค เมื่อมีการยกเว้นข้อบังคับพรรคข้อที่ 32 คือไม่มีการหยั่งเสียงเบื้องต้น เราก็จะมีขั้นตอนรับฟังสมาชิกพรรคทุกท่าน เหตุผลเพราะว่าเมื่อมีการเข้าสู่โหมดการเลือกหัวหน้าพรรคก็จะมีการเลือกประชุมใหญ่วิสามัญขณะนั้นซึ่งจะมีตัวแทนของพรรคทั่วประเทศเข้าร่วมเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

ประชุมคณะกรรมการพรรคประชาธิปัตย์ ชุดรักษาการ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2566ประชุมคณะกรรมการพรรคประชาธิปัตย์ ชุดรักษาการ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2566

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ถกเถียงเรื่องขององค์ประชุม เพื่อจะกำหนดองค์ประชุมในการเลือกหัวหน้าพรรค ซึ่งองค์ประชุมที่เป็นสาระสำคัญ คือตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนี้ประกาศ กกต.ยังไม่ได้มีการรับรองผลการเลือกตั้ง2566 จึงต้องมีการรอให้ กกต.รับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อน ส่วนองค์ประชุมอื่นๆ เป็นไปตามข้อบังคับพรรคทุกประการ

“ข้อบังคับพรรคข้อที่ 81 ในส่วนขององค์ประชุมกรรมการบริหารพรรค ก็จะมีอดีตกรรมการบริหารพรรคคือรักษาการชุดนี้เป็นองค์ประชุมร่วมด้วย อดีตหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรคอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็จะร่วมเป็นองค์ประชุม ในกรณีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคในรอบที่จะถึงด้วย สมาชิกที่เป็นอดีตรัฐมนตรี อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็เป็นองค์ประชุมที่สำคัญที่จะมีการเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะมากำหนดสัดส่วนขององค์ประชุมในการที่จะเลือกหัวหน้าพรรค” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

และการประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ (รักษาการ) จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายจะมีการนัดประชุมอีกรอบหนึ่ง เพื่อที่จะมากำหนดองค์ประชุม เพื่อกำหนด วันเวลา สถานที่ ในการดำเนินการกิจกรรมทางการเมืองวาระที่สำคัญคือการเลือกหัวหน้าพรรค

14 ก.ค. 66 ครบ 60 วัน ปชป.เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่

อนึ่งพรรคประชาธิปัตย์ นับเป็นสถาบันการเมืองเก่าแก่มีคุณูปการต่อประเทศไทยมากว่า 77 ปี มีระบบระเบียบขั้นตอสำคัญในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน 60 วัน นั่นหมายถึงจะครบ 60 วัน ในวันที่ 14 ก.ค.2566 นับตั้งแต่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคปชป. ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ทันทีที่รู้ผลเลือกตั้ง2566 อย่างไม่เป็นทางการว่าพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนเสียงต่ำกว่าเป้าหมาย หรือน้อยกว่า 52-53 เสียง

ประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์

งานใหม่ ‘เศรษฐา’ รีแบรนด์เพื่อไทย-ไม่มีใครทาบรับตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549602

24 พ.ค. 2566

งานใหม่ ‘เศรษฐา’ รีแบรนด์เพื่อไทย-ไม่มีใครทาบรับตำแหน่ง

‘เศรษฐา ทวีสิน’ ยันทำงานให้ ‘เพื่อไทย’ เตรียมรีแบรนด์พรรคใหม่หลัง เลือกตั้ง66 เดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชน ปัดยังไม่มีพรรคไหนทาบทามตำแหน่ง ปล่อย ‘ก้าวไกล’ พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลให้ได้เร็วที่สุด

ที่พรรคเพื่อไทย เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมประชุมใหญ่ พร้อมยืนยันว่า ยังไม่มีพรรคใด หรือใครติดต่อเข้ามาเรื่องตำแหน่งทางการเมือง และเป็นมารยาท เพราะตนเองได้ทวีต และพูดไปแล้ว ต้องให้เกียรติให้พรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล และตนเองไม่ได้มีเบอร์คนของพรรคก้าวไกล และก็ไม่ได้หวังว่าก้าวไกลจะติดต่อมา ซึ่งเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องจัดตั้งรัฐบาลอย่างสง่างาม

รีแบรนด์พรรคเพื่อไทย

โดยวันนี้ได้มาประชุมกับว่าที่ สส. พรรคเพื่อไทย พูดคุยว่าขั้นตอนต่อไปจะทำอย่างไร ซึ่งทางพรรคเองก็ได้ทำนามบัตรให้ เพื่อเวลาไปไหนจะได้มีหัวกระดาษที่ชัดเจน ซึ่งในนามบัตรไม่ได้ระบุตำแหน่งนั้นเพราะว่าตนเองไม่ได้เรียกร้องตำแหน่งอะไร ไปไหนก็จะมีนามบัตรยื่นให้ เบอร์โทร สถานที่ทำงาน ที่สามารถติดต่อนัดหมายได้

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร  และ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร และ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย

เพราะ 30 ปี ที่ผ่านมา มีนามบัตรตลอด และวันนี้ชัดเจนว่าทำงานที่พรรคเพื่อไทย เพื่อมาดูการรีแบนด์ดิ้งพรรค การแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ยืนยันว่าไม่ได้ไปไหน และจะอยู่กับที่นี่

และยินดีทำงานทุกอย่างตามที่พรรคมอบหมาย ส่วนการรีแบนด์ดิ้ง พรรคเพื่อไทยจะออกมาในรูปแบบใดนายเศรษฐา ตอบว่าตอนนี้ยังไม่ทราบต้องไปพูดคุยหารือกัน

หนุนตั้งรัฐบาลได้เร็วที่สุด

และวันนี้ก็มาให้กำลังใจว่าที่ สส.ทุกคนที่ได้รับเลือก ที่ทำงานหนักตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ส่วนประเด็นที่พรรคก้าวไกลพยายามรวมเสียง สว. เพื่อจัดตั้งรัฐบาลนั้นแต่ไม่รู้จะได้หรือไม่ ซึ่งเศรษฐาได้เลี่ยงที่จะตอบ แต่ให้ไปดูที่ทวีตตนเอง

อุ๊งอิ๊ง และ เศรษฐาอุ๊งอิ๊ง และ เศรษฐา 

และบอกว่าตอนนี้ตนเองโฟกัสที่พรรคเพื่อไทย ส่วนจะจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่กำลังจัดตั้งกันอยู่ก็เป็นกำลังใจ และคิดว่าทุกคนต้องซัพพอร์ตเพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วที่สุด

“ให้เกียรติผู้ชนะ น้อมรับคำวิจารณ์ เดินหน้าทำงานต่อ”

เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวในงานสัมมนาพรรคเพื่อไทย ภายหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกว่า ตนในฐานะน้องใหม่ในเวทีการเมือง มีความซาบซึ้ง และขอขอบคุณผู้สมัครและทีมงานทุกคนจากใจ การเข้ามาในบ้านหลังใหม่และได้รับการต้อนรับ การตอบรับและได้รับการดูแลอย่างดีกว่าที่คิดไว้มาก

“ที่ผ่านมาในการปราศรัยลงพื้นที่เราประคับประคองกันเวลาขึ้นเวที ผมขอขอบคุณทุกคน ผมเสียดายที่หนึ่งวันไม่ได้มี 48 ชั่วโมง หากมีเวลามากกว่านี้ ผมพร้อมทำเต็มที่ และจากนี้ไม่ได้หนีไปไหน เรายังคงเดินหน้าทำงานและให้เกียรติผู้ชนะ และน้อมรับทุกคำวิจารณ์”เศรษฐา ทวีสิน กล่าวในที่สุด

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร และ เศรษฐา ทวีสิน 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ขุนพลพรรคเพื่อไทย อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และเศรษฐา ทวีสิน

เมินกระแสยื่นยุบพรรค ‘อุ๊งอิ๊ง’ ขอสื่อสารภายใน ‘เพื่อไทย’ ด้วยตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549600

24 พ.ค. 2566

เมินกระแสยื่นยุบพรรค ‘อุ๊งอิ๊ง’ ขอสื่อสารภายใน ‘เพื่อไทย’ ด้วยตัวเอง

แฟนคลับฮือฮา ‘อุ๊งอิ๊ง’ จูงมือบุตรสาวสุดน่ารัก เข้าร่วมประชุมพรรค บอกอยากมาสื่อสารด้วยตนเอง ไม่สน ‘เรืองไกร’ ยื่นยุบพรรคเพื่อไทย ชี้ กระแสมินต์ช็อก-ลิปติก มองเป็นสีสันหลังเลือกตั้งจบ-ไม่รับรีวิวสินค้านะคะ

ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมงามสัมนาผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ว่า แน่นอนว่าวันนี้จะต้องมีการพูดคุยประชุมกัน เพื่อจะรู้ว่าขั้นตอนต่อไปเราต้องทำอะไรบ้าง ทั้งนี้หัวหน้าพรรคและทีมงานได้ไปร่วมเซ็น MOU ซึ่งจะได้เล่าเหตุการณ์ร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบ เพราะการสื่อสารภายในพรรคเป็นสิ่งสำคัญ และตนอยากจะมาสื่อสารด้วยตนเอง

เมื่อถามว่า เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นกกต. ยุบพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เรื่องนากปรากฎภาพ ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ ,ปิยบุตร แสงกนกกุล และน.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้าไปร่วมงานหารือจัดตั้งรัฐบาลครั้งแรกเข้าข่ายครอบงำพรรคหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า กล่าวว่า เขาจะยุบพรรคการเมืองหรือ ก็ให้เขาว่าไป

‘อุ๊งอิ๊ง’ ไม่ได้รับรีวิวสินค้า

ส่วนกระแสมินต์ช็อก และลิปสติกฟีเวอร์ จนคนต้องซื้อตาม น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ทุกคนลองหรือยังปรากฎการณ์มินต์ช็อก และยอมรับว่ากระแสเกินคาดมาก แต่ตนมั่นใจว่ามินต์ช็อกที่นี่อร่อย รวมถึงกระแสลิปติกที่มีคนแห่ซื้อตามนั้น ยอมรับว่าตนใช้ลิปติดแบรนด์นั้นจริง และไม่ได้มีสปอนต์เซอร์แต่อย่างใด พร้อมพูดติดตลกว่า “ไม่ได้รับรีวิวสินค้านะคะ”

อุ๊งอิ๊ง และบุตรสาวอุ๊งอิ๊ง และบุตรสาว

เมื่อถามว่า เหตุใดถึงเกิดกระแสฟีเวอร์ทางการเมืองช่วงนี้ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า อาจเป็นเพราะการเมืองหนักๆ มาช่วงหนึ่ง พอมีเรื่องสนุกสนามเฮฮา จึงทำให้ใครหลายคนเข้ามาสนใจเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ได้พาบุตรสาวคนโตเข้ามาที่ทำการพรรคเพื่อไทย เรียกเสียงฮือฮาและรอยยิ้มจากบรรดาแฟนคลับที่มารอรับ นอกจากนี้พบว่าวันนี้น.ส.แพทองธาร ได้ลองชิมเมนูใหม่ คือมัทฉะลาเต้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดนิยม

อุ๊งอิ๊ง - บุตรสาวคนโตอุ๊งอิ๊ง – บุตรสาวคนโต

“เราไม่หวังส้มหล่น เราจะช่วยก้าวไกลตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ”

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวในงานสัมมนาพรรคเพื่อไทยว่า ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งอันดับสอง เราพร้อมที่จะสนับสนุนพรรคที่ชนะอันดับหนึ่งเสมอ เราไม่มีรอหวังส้มหล่น เราจะช่วยให้พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ ครั้งนี้เรามาร่วมทำงานกันต่อไป

หากการเลือกตั้งครั้งหน้ามาถึง เราจะทำอะไรให้ดีขึ้นบ้าง พร้อมขอให้ผู้สมัครใช้โซเชียลมีเดียให้มากขึ้น แต่การลงพื้นที่เล็กๆ การใกล้ชิดประชาชนยังมีความจำเป็รอยู่เช่นกัน ขอขอบคุณผู้สมัครทุกคนที่ทุ่มเททำงานกันอย่างหนักทุ่มเทแรงกายแรงใจมาโดยตลอด เพราะจะอีกกี่ปี โซเชียลมีเดียยังคงมีความสำคัญ อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าปราบมือให้ตัวเอง และเพื่อนๆ เราภูมิใจในพรรคเรา และภูมิใจในตัวเองด้วย

‘เพื่อไทย’ ขู่ไม่ร่วม ‘ตั้งรัฐบาล’ หาก ‘ก้าวไกล’ กินรวบตำแหน่งประธานสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549598

24 พ.ค. 2566

‘เพื่อไทย’ ขู่ไม่ร่วม 'ตั้งรัฐบาล' หาก 'ก้าวไกล' กินรวบตำแหน่งประธานสภา

‘อดิศร เพียงเกษ’ เพื่อไทย เสนอใช้เสียงในสภาฯ ชี้ขาดว่าคนของ ก้าวไกล-เพื่อไทย พรรคไหนจะได้นั่งเก้าอี้ ‘ประธานสภาฯ’ ขู่ไม่ร่วม ‘ตั้งรัฐบาล’ หาก ‘ก้าวไกล’ ดึงดันกินรวบทุกตำแหน่ง

ตั้งรัฐบาลก้าวไกลยังไปไม่ถึงฝัน เมื่อเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฏร ทั้งพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยต่างวาดหวังจะได้ตำแหน่งนี้เอาไว้กับพรรค ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย

อดิศร เพียงเกษ อดีตโฆษกผู้นำฝา่ยค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะว่าที่ สส.พรรคเพื่อไทย โต้กลับหลัง ปิยบุตร แสงกนกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ระบุพรรคก้าวไกลต้องไม่เสียตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ใครว่า ถ้าพรรคก้าวไกลอยากได้ทุกตำแหน่ง ต้องทำให้ได้เหมือนในสมัยพรรคไทยรักไทยที่ได้ 377 เสียง ที่จะชี้เป็นชี้เป็นชี้ตายในตำแหน่งไหนก็ได้

พรรคเพื่อไทยยินดีสนับสนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีการแถลง นี่คือประเพณีของระบบประชาธิปไตย แต่เมื่อพรรคก้าวไกลได้ฝ่ายบริหารแล้ว จะไม่ให้พรรคอื่นไปดำรงตำแหน่งในฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องดูความเหมาะสมของแต่ละช่วงเวลาบางครั้ง เช่น กรณี ชวน หลีกภัย ประภานสภาฯ ได้ 60 กว่าเสียงยังได้เป็นประธานสภาฯ ซึ่งต้องดูถึงความเหมาะสม

อดิศร เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะมีความเหมาะสมมากกว่าในการดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร หากวัดจากบุคลากร แต่ทั้งนี้ข่าวที่ออกไปมีคำถามว่าแก่งแย่งกัน ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคประชาธิปไตยทั้งคู่ ดังนั้นตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปโหวตเลือกในสภาฯ 

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่พรรคเพื่อไทยจะสู้เต็มที่หรือดึงดัน แต่เนื่องจากไม่มีพรรคใดได้เสียงเกินครึ่ง ดังนั้นทางออกโดยการโหวตจึงเหมาะสม นอกจากนี้เพราะตำแหน่งประธานสภาฯ เป็นตำแหน่งที่เป็นหน้าเป็นตาไม่แพ้ฝ่ายบริหาร เมื่อฝ่ายบริหารได้คนหนุ่มไฟแรงเป็นนายกฯ แล้ว ซึ่งเหมาะสมกับสมัยนี้

ติงก้าวไกลไม่ควรกินรวบ

แต่ตำแหน่ง ‘ประธานสภาฯ’ พรรคก้าวไกลก็ไม่ควรกินรวบ พร้อมถามว่าเล่นสลากกินแบ่งเป็นหรือไม่ แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ถ้าพรรคก้าวไกลจังยังดื้อดัน สมมุติถ้าพรรคเพื่อไทยตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาลด้วย จะเดินหน้าต่อไปไม่ได้

เมื่อถามว่าตำแหน่ง ‘ประธานสภาฯ’ ต้องเป็นของพรรคก้าวไกล เพื่อการันตีมาตรา 112 จะได้เข้าสภานั้น อดิศร กล่าวว่า พรรคก้าวไกลต้องไปพูดคุยกันเองเพราะได้หาเสียงไว้ในเรื่องนี้ จนได้รับชัยชนะ ประชาชนก็ติดใจหาเสียงแทบเป็นแทบตายไปดูถูกดูแคลนพรรคอื่นว่าสู้ไปกล่าวไปพอตัวเองได้รับชัยชนะแล้วสิ่งที่ตัวเองพูดไว้จะเหมือนสู้ไปโกหกไปหรือไม่ ปิยบุตร จึงเป็นห่วงภาพลักษณ์ของพรรคก้าวไกล ยังไม่เป็นรัฐบาลเลยก็ทำอย่างนี้เสียแล้ว จะมีความเชื่อมั่นในอนาคตได้อย่างไร

ซึ่งเสียดายที่ ปิยบุตร ไม่ได้เข้าไปในสภาฯ ซึ่งหากจะเอาเรื่องเข้าสภาฯ จะถูกตรวจสอบจากสื่อสารมวลชน ดังนั้นกฎหมายทุกฉบับจะเข้าในสภาฯ ‘ประธานสภาฯ’ จะทำตามอำเภอใจไม่ได้ แต่ต้องทำตามรัฐธรรมนูญ ถ้าจะเป็นรัฐบาลอย่าห่วงเรื่องนี้ และขอสอนปิยบุตรว่า พรรคก้าวไกลได้ สส. มาหลายคนแล้ว หากไม่ได้ตำแหน่งประธานสภาฯ ก็ไม่เสียหายตายเสียจาก

‘จุรินทร์’ แท็กทีมกรรมการบริหารชุดเดิม ขอมติ เลือกหัวหน้า ปชป.คนที่ 9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549596

24 พ.ค. 2566

‘จุรินทร์’ แท็กทีมกรรมการบริหารชุดเดิม ขอมติ เลือกหัวหน้า ปชป.คนที่ 9

‘จุรินทร์’ แท็คทีม กก.บห.รักษาการ เตรียมขอมติ เลือก หัวหน้า ปชป.คนที่ 9 จะใช้มติอดีต สส. หรือ สส.ใหม่ กำหนดวันเลือก พร้อมพิจารณาร่นเวลาไม่ต้องเสียงสมาชิกทั่วประเทศ

ที่พรรคประชาธิปัตย์วันนี้มีกำหนดการนัดประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค โดยมีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม โดยมีกรรมการบริหารพรรค อดีต สส. รวมถึง ว่าที่ สส. เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง อาทิ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค นิพนธ์ บุญญามณี รักษาการรองหัวหน้าพรรค ชัยชนะ เดชเดโช ว่าที่ สส.นครศรีธรรมราช

สำหรับวาระการประชุม จะขอมติจากที่ประชุมว่า การกำหนดวันเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ จะใช้มติของ อดีต สส. หรือ สส.ใหม่ ทั้งนี้ หากใช้มติอดีต สส. ก็สามารถกำหนดวันเลือกหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคได้ทันที แต่ถ้าใช้มติ สส.ใหม่ ต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. รับรองผลก่อน จึงจะประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกได้

จุรินทร์ และ นิพนธ์ จุรินทร์ และ นิพนธ์

ขณะเดียวกัน ตามระเบียบข้อบังคับพรรคการเลือกหัวหน้าพรรค จะต้องมีขึ้นภายใน 60 วันหลังหัวหน้าพรรคลาออก เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 และในที่ประชุมวันนี้ อาจมีการยกเว้นข้อบังคับในการหยั่งเสียงหัวหน้าพรรคทั่วประเทศ เพื่อร่นระยะเวลาในการเลือก เหลือเพียงการแสดงวิสัยทัศน์เท่านั้น

จุรินทร์ แทงกั๊กลงชิงหน.ปชป.

อย่างไรก็ตาม จุรินทร์ ยังไม่ยืนยันว่า ตนเองจะกลับมาสมัครลงแข่งเป็นหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ แต่ยังคงทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคต่อไปจนกว่าจะมีกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่ต้องการจะส่งไม้ต่อให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่อย่างดีที่สุด และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนพรรค

24 พ.ค. 2566 ปชป.ประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม24 พ.ค. 2566 ปชป.ประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม

โดยในการประชุม อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนโดยเฉพาะเลขาธิการพรรค คณะทำงานของพรรคผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งทั้งหมด ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ และสาขาพรรคตัวแทนจังหวัดสมาชิกประชาธิปัตย์ทั่วประเทศที่ได้ช่วยกันทำหน้าที่ในช่วงการเลือกตั้งอย่างเต็มความสามารถไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไรตนในฐานะหัวหน้าพรรคก็พอใจ 

‘จุรินทร์’ แท็กทีมกรรมการบริหารชุดเดิม ขอมติ เลือกหัวหน้า ปชป.คนที่ 9

“และถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกคนที่ได้ทุ่มเทพลังทั้งหมดทั้งแรงรายแรงใจในการช่วยทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยความซาบซึ้งใจ จึงถือโอกาสนี้ ขอบคุณพี่น้องคนไทยทั้งประเทศที่ช่วยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาและหวังว่าในอนาคตประชาธิปัตย์จะได้มีโอกาสรับใช้ประชาชนอีกต่อไปในฐานะสถาบันทางการเมืองของประเทศ” จุรินทร์ กล่าว

เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาฯปชป.เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาฯปชป.

ทั้งนี้  จุรินทร์ ถือเป็นปาร์ตี้ลิสต์อันดับต้นๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งปี2562 เป็น สส.บัญชีรายชื่อมาแล้ว 5 สมัย เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ปี 2546 มานานถึง 16 ปี และได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 8 ด้วยคะแนนรวมกว่า 50.59%

นิพนธ์ นิพนธ์

77 ปีพรรคประชาธิปัตย์ สถาบันการเมืองที่มีอายุมากที่สุด กำหลังจะเข้าสู่โหมดเลือกหัวหน้าพรรคปชป.คนที่ 9 ท่ามกลางกระแสของคนรุ่นใหม่กำลังมาแรง

‘ศิริกัญญา’ ไม่ติดใจเป็นฝ่ายค้าน แต่เห็นใจ ปชช. เลือก ‘ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549593

‘ศิริกัญญา’ ไม่ติดใจเป็นฝ่ายค้าน แต่เห็นใจ ปชช. เลือก ‘ก้าวไกล

24 พ.ค. 2566

‘ศิริกัญญา’ ย้ำชัดไม่ติดใจ หากก้าวไกลเจอสถานการณ์เลวร้าย ต้องกลับเป็นฝ่ายค้าน แต่เห็นใจ ปชช. เลือก ‘ก้าวไกล’ พร้อมเชื่อมั่น ‘เพื่อไทย’ จะร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน ไม่ตั้งรัฐบาลแข่งแน่

‘ศิริกัญญา ตันสกุล ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล’ เผยกับคมชัดลึกโดยย้ำชัดว่าไม่ติดใจ หากพรรคก้าวไกลเจอสถานการณ์เลวร้าย และหากต้องกลับเป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

แต่ขณะเดียวกัน ศิริกัญญา ยังมีความรู้สึกว่าเห็นใจประชาชนที่ลงคะแนนเลือกพรรคก้าวไกล แต่ก็มีความเชื่อมั่นอยู่ว่าพรรคเพื่อไทย จะร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันกับพรรคก้าวไกล โดยไม่ตั้งรัฐบาลแข่งแน่นอน

‘ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ’ คร่ำหวอด กาแฟ สู่ คีย์แมน ต่างประเทศ ‘พิธา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549581

24 พ.ค. 2566

'ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ' คร่ำหวอด กาแฟ สู่ คีย์แมน ต่างประเทศ 'พิธา'

‘ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ’ ลูกไม้ใต้ต้น ‘สุรินทร์ พิศสุวรรณ’ จากผู้คร่ำหวอดวงการ กาแฟ สู่ทีมที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ ‘พิธา’

ชื่อของ “ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ” ได้รับความสนใจขึ้นมาทันที หลังจากที่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เอ่ยถึงกลางเวที ลงนาม MOU 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาล เพราะเขาถูกวางตัวให้เป็นคีย์แมน หนึ่งในทีมที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของรัฐบาลใหม่

หากเอ่ยชื่อ “ฟูอาดี้” หลายคนคงไม่คุ้นหูมากนัก แต่ถ้าเอ่ยถึงนามสกุล “พิศสุวรรณ” แล้วนั้น น่าจะพอคุ้นหูกันบ้าง เพราะฟูอาดี้ เป็นลูกชายคนโตของ “สุรินทร์ พิศสุวรรณ” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย และเลขาธิการอาเซียนชาวไทยคนที่ 2 “คมชัดลึก” จะพาไปรู้จักกับ “ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ” ผ่าน 10 ข้อ ว่าเส้นทางชีวิตของเขาเป็นอย่างไร จนมาเป็นหนึ่งในทีมต่างประเทศ รัฐบาลพรรคก้าวไกล

ฟูอาดี้ พิศสุวรรณฟูอาดี้ พิศสุวรรณ

1. ”ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ” เกิดที่ จ.นครศรีธรรมราช มีชื่อเต็มว่า ฟูอาดี้ บิน อับดุล ฮาลีม พิศสุวรรณ ชื่อเล่นว่า ดี้ เป็นบุตรชายคนโตของ ดร.สุรินทร์ และนางอลิสา พิศสุวรรณ และมีน้องอีก 2 คน คือ ฮุสนี พิศสุวรรณ และ ฟลิกรี่ พิศสุวรรณ

2. จบปริญญาตรี สาขาการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดี.ซี. (Georgetown University in Washington DC)

ฟูอาดี้ พิศสุวรรณฟูอาดี้ พิศสุวรรณ

3. หลังจบปริญญาตรี เขาเริ่มทำงานที่ “Cohen Group” บริษัทที่ปรึกษาด้านการทหารของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาล บิล คลินตัน เป็นเวลา 3 ปี จากนั้น จึงกลับไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ด้านนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University)

4. ปัจจุบัน กำลังศึกษาในระดับปริญญาเอก ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (Oxford University) และเป็น Pre-Doctoral Fellow อยู่ที่สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ฟูอาดี้ พิศสุวรรณฟูอาดี้ พิศสุวรรณ

5. นอกจากนี้ ฟูอาดี้ ยังเป็นทีมรุ่นบุกเบิกของ Teach For Thailand องค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ทำงานด้านการศึกษาในประเทศไทย โดยปัจจุบันทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาฝ่ายยุทธศาสตร์

6. นอกจากทำงานด้านความคิด การทหารแล้ว “ฟูอาดี้” ยังมีความสนใจด้านกาแฟเป็นพิเศษ โดยเขาได้ร่วมก่อตั้ง “Beanspire Coffee” เริ่มทำงานกับชาวสวนกาแฟบนดอยในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ เชียงราย โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและส่งออกเมล็ดกาแฟ ในชื่อบรนด์ BEANSPIRE COFFEE

ฟูอาดี้ พิศสุวรรณฟูอาดี้ พิศสุวรรณ

เริ่มเส้นทางการเมือง

7. ช่วงแรกของการเข้าสู่ถนนสายการเมือง เขาตามรอยพ่อ ด้วยการสังกัดสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตรงกับช่วงเวลาที่พรรคก่อตั้งกลุ่ม “New Dem” ขึ้น หวังใช้เป็นแกนหลักในการ “ถ่ายเลือด” เข้าสู่ศักราชใหม่ แต่ท้ายที่สุด “New Dem” ก็ถึงคราวปิดฉากลง เมื่อ “เลือดใหม่” และ “เลือดเก่า” คิดเห็นสวนทางกัน เขาจึงตัดสินใจลาออกจากบทบาทสมาชิกพรรคด้วย

8. บทบาททางการเมืองของ “ฟูอาดี้” เริ่มต้นชัดเจน เมื่อร่วมกับ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” เพื่อผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ในนามของกลุ่ม “Re-solution” ภายใต้แคมเปญ “ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์”

9. เขารู้จักกับ “พิธา” เพราะเป็นรุ่นน้องเรียนที่ Harvard Kennedy School of Management เป็นวิทยาลัยภายใต้มหาวิทยาลัย Harvard โดยพิธาเรียนรุ่นปี 2011 ส่วนเขาเรียนรุ่นปี 2013 และเขาเป็นคนโพสต์ยืนยันเองว่า พิธา เป็นรุ่นพี่ของเขา หลังมีดราม่า พิธา ไม่ได้จบ Harvard

ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ แจงปม พิธา ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ แจงปม พิธา

10. วันที่ 22 พ.ค. 2566 ในการแถลงลงนาม MOU เพื่อการจัดตั้งรัฐบาล พิธา เปิดเผยบนเวทีว่า ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ จะเป็นหนึ่งในทีมต่างประเทศของรัฐบาลก้าวไกล โดยเบื้องต้นได้มอบหมายให้เขา ศึกษารายงานจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ว่าด้วยเรื่องของอันดับการส่งออกอาวุธให้พม่า ซึ่งไทยติดโผ “Top 5” ด้วย

ฟูอาดี้ พิศสวุรรณ-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกลฟูอาดี้ พิศสวุรรณ-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล

แนวคิด 3R ร่วมรัฐบาลก้าวไกล

  • R แรก Revive คือ ฟื้นฟู จะฟื้นฟูสถานะประเทศไทยในอาเซียน ชูธงนำแก้ปัญหาในภูมิภาค เช่น ปัญหาในเมียนมา ปัญหา PM2.5 เป็นต้น
  • R สอง Rebalance คือ สร้างสมดุล เมื่อก่อนหลายชาติมองไทยเป็นประชาธิปไตยไม่เต็มใบ ทำให้การคุยกับประเทศมหาอำนาจเอียงไปทางจีน ก็จะปรับให้มาตรงกลางมากขึ้น
  • R สาม Recalibrate คือ ปรับจุดยืนใหม่ ทำอย่างไรให้ไทยเป็นประเทศที่มีความรับผิดชอบต่อปัญหาต่างๆ ในนานาชาติ เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม, ปัญหาสภาวะอากาศ อาจไปพูดที่ยูเอ็น ถือธงนำมากขึ้น

Key Point

  • นายพิธากล่าวว่า จากรายงานของนายทอม แอนดรูว์ ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมาขององค์การสหประชาชาติ (UN) เผยแพร่รายงานหัวข้อ ‘การค้าความตายพันล้านดอลลาร์: เครือข่ายอาวุธระหว่างประเทศ ที่เปิดโอกาสให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา’แล้วพบว่า โดยพบเป็นอาวุธจากประเทศไทย 28 ล้านดอลลาร์ (964,964,000 บาท) นั้น ตอนนี้ให้ทีมต่างประเทศของพรรค นำโดยนายฟูอาดี้ พิศสุวรรณ ค้นหาข้อมูลจากรายงานฉบับดังกล่าวเพิ่มเติม เพราะการขนส่งอาวุธเข้าไป จะต้องเพิ่มแรงกดดันและแรงจูงใจ ให้ทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา และทำให้ความเป็นประชาธิปไตยกลับสู่เมียนมา อันนำไปสู่ความเป็นเอกภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย

อ้างอิง : Thaipbs, The Momentum ขอบคุณภาพจาก : Fuadi Pitsuwan

ชุมนุมหน้ารัฐสภา จีั สว.เลือกนายกฯ ‘มายด์’ ลั่นไม่แก้ ม.112 เดี๋ยว ปชช. ทำเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549570

23 พ.ค. 2566

ชุมนุมหน้ารัฐสภา จีั สว.เลือกนายกฯ 'มายด์' ลั่นไม่แก้ ม.112 เดี๋ยว ปชช. ทำเอง

‘กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ’ เรียกร้อง สว.ต้องไม่สวนมติประชาชน เลือก ‘พิธา’ เป็นนายกฯ ด้าน’มายด์’ ลั่นไม่แก้ ม.112 เดี๋ยว ปชช. ทำเอง

กิจกรรม “สว.ต้องไม่สวนมติประชาชน” ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ตั้งแต่เวลา 17:00 น.- 20:00 น. เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เรียกร้องให้ สว.เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้มีการประชุมวุฒิสภา 

โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 กองร้อย ดูแลความเรียบร้อย มีการนำแผงเหล็ก มาวางบริเวณประตูทางเข้าฝั่งวุฒิสภา ส่วนพื้นที่ด้านในคุมเข้มรักษาความปลอดภัยเช่นกัน

ตัวแทนกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ระบุว่า เป้าหมายของกลุ่มต้องการแสดงจุดยืนชวนให้ สว. เลือก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาด้วยท่าทีดุดัน เป็นเวทีที่ไม่เน้นหนักมาก มีกิจกรรมให้เขียนจดหมายขอบคุณ สว. หรือ ชวนโหวตให้นายพิธา 

กิจกรรม สว.ต้องไม่สวนมติประชาชนกิจกรรม สว.ต้องไม่สวนมติประชาชน

สว. ที่ยังไม่ตัดสินใจ เวทีนี้จะมีการจัดกิจกรรมวิชาการ เพื่อเชิญชวนให้เข้าใจว่า “ทำไม สว.ต้องยืนข้างประชาชน และปีนี้เป็นปีสุดท้ายของ สว.ชุดนี้แล้ว จึงอยากให้โหวตให้นายพิธา”
   
ด้าน น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ แกนนำกลุ่มราษฎร เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ระบุว่า ก่อนหน้านี้มี สว.หลายคน มักพูดว่ามีเงื่อนไขหลายข้อที่ต้องพิจารณา ซึ่งกิจกรรมในวันนี้จะเป็นการย้ำเตือนว่า สว. ไม่ได้ มีอำนาจ ในการพิจารณาหรือพิเคราะห์สิทธิของประชาชน บทบาทหน้าที่ก็มีที่มาไม่ชอบธรรมตั้งแต่แรก ที่มาของ สว. ชุดนี้ ก็ยังเป็นข้อครหาแก่ประชาชน  
 

ส่วน สว. บางส่วนออกมาให้ความเห็นว่า การออกมาเรืยกร้องกดดันด้วยวิธีการชุมนุมไม่ได้เป็นผลดี มองว่า ไม่ควรจะมีความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับการชุมนุมของประชาชน จึงอยากให้เคารพสิทธิของประชาชน ยอมรับการชุมนุมกันในวันนี้เป็นการแสดงออกตามวิถีประชาธิปไตย ไม่ดุดัน ไม่ใช้ความรุนแรง เมื่อประชาชนพูดด้วยเหตุผล สภาก็ควรรับฟังเสียงของประชาชน 

น.ส.ภัสราวลี ยังมองว่า ใน mou ไม่มีประเด็น มาตรา112 นั้น เพราะพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคยังไม่มีท่าทีชัดเจนกับเรื่องนี้ หากบรรจุเรื่องนี้ลงในร่าง mou อาจจะเป็นการผูกมัดเกินไป แต่ส่วนตัวเชื่อ พรรคก้าวไกลจะผลักดันเรื่องนี้ภายใน4ปีนี้ แต่หากไม่เกิดขึ้นก็เชื่อว่าประชาชน จะเป็นผู้ผลักดันให้เกิดขึ้นเอง

น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์

กิจกรรม สว.ต้องไม่สวนมติประชาชนกิจกรรม สว.ต้องไม่สวนมติประชาชน

‘ไอติม’ วอน สว. เลือกนายกฯ ตามโมเดลเลือก ‘บิ๊กตู่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549568

23 พ.ค. 2566

'ไอติม' วอน สว. เลือกนายกฯ ตามโมเดลเลือก 'บิ๊กตู่'

ไอติม’ เตือนความจำ สว. เลือก ‘พิธา’ เป็นนายกฯ เหมือนตอนเลือก ‘บิ๊กตู่’ เมื่อปี 62 เรียกร้องร่วมสร้างความเชื่อมั่น ‘นักลงทุน’ หลังหวั่นความไม่แน่นอนทางการเมือง

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยกตัวอย่างกรณีเมื่อปี 2562 สว. โหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 เพราะสามารถรวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งของสภา ครั้งนี้ปี 2566 จึงอยากขอให้ สว. ยึดหลักการเดิมที่ โดยเลือก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลผสมที่มี 8 พรรคการเมืองโดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ


พร้อมเรียกร้องให้ สว. ร่วมสร้างความเชื่อมั่นใจนักลงทุน ที่หลังการเลือกตั้งเกิดความไม่มั่นใจเกี่ยวกับการ “จัดตั้งรัฐบาล” ซึ่งพรรคก้าวไกลให้ความชัดเจน 2 เรื่อง คือ 

1. การลงนาม MOU ร่วมกัน 8 พรรคการเมือง 313 เสียง ซึ่งถือว่าเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มี สส. เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร 
2. การลงนามร่วมกันว่า ประเด็นวาระขั้นต่ำที่นำเสนอผ่าน MOU มีอะไรบ้าง พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญกับจำนวนสิ่งสนับสนุนที่เพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาล 

หากต้องการให้นักลงทุนมั่นใจมากขึ้น สว. ควรออกมายืนยันจะเคารพเสียงข้างมากของประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง สนับสนุนนายกรัฐมนตรีและพรรคการเมืองที่สามารถรวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามหลักประชาธิปไตยสากล เชื่อว่าจะเป็นทางออก ทำให้ทุกคนมั่นใจมากขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล

พรรคก้าวไกลและพรรคร่วมรัฐบาลพร้อมพูดคุย ชี้แจง คลายข้อกังวลที่ สว. บางคนอาจจะมี ไม่ได้ต้องการเรียกร้องให้ สว. ต้องชื่นชอบเป็นการเฉพาะ แต่ขอเพียงเคารพเสียงของประชาชนด้วย” นายพริษฐ์กล่าว 

ขณะที่นายพิธา ยอมรับจากการพูดคุยกับนักลงทุน ขณะนี้กังวลตอนนี้เรื่องความไม่แน่นอนทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องศักยภาพของประเทศ เพราะที่ผ่านมาคนที่ชนะเลือกตั้งมีโอกาสที่จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นต้องเร่งสร้างความมั่นใจระบบการเมือง เรียกคืนเสถียรภาพของการลงทุนกลับมา

‘พิธา’ ชี้แจง ‘หุ้นตก’ หลังเลือกตั้ง สาเหตุการเมืองไทยไม่แน่นอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549563

23 พ.ค. 2566

'พิธา' ชี้แจง 'หุ้นตก' หลังเลือกตั้ง สาเหตุการเมืองไทยไม่แน่นอน

‘พิธา’ ชี้แจง ‘หุ้นตก’ หลังเลือกตั้ง นักลงทุนหวั่นการเมืองไทยไม่แน่นอน ยกตัวอย่าง พรรคชนะเลือกตั้งอดเป็น ‘นายกฯ’ ยืนยัน MOU สอดคล้องรธน. หลัง ‘ปิยบุตร’ โพสต์ไม่เห็นด้วย ยอมรับแถลงข่าวล่าช้า มีปรับแก้บางประเด็น

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณี “หุ้นตก” เป็นเพราะนักลงทุนกังวลหลังการเลือกตั้ง แต่จากการพูดคุยกับนักลงทุน สิ่งที่น่ากังวลตอนนี้ไม่ใช่เรื่องศักยภาพของประเทศ แต่เป็นความไม่แน่นอนทางการเมือง ความไม่แน่นอนของระบบประชาธิปไตย เพราะที่ผ่านมาคนที่ชนะเลือกตั้งมีโอกาสที่จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องเร่งสร้างความมั่นใจว่าระบบการเมืองมีความแน่นอน จึงจะสามารถคืนเสถียรภาพของการลงทุนกลับมาได้และสะท้อนเจตจำนงของประชาชนจะไม่ศูนย์เปล่า

เมื่อถามถึงประเด็นที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ไม่เห็นด้วยบางประเด็นในเนื้อหา MOU นายพิธา เข้าใจความกังวลใจของนายปิยบุตร แต่ข้อความก็คือ ข้อความ ซึ่งเนื้อหาใน MOU ก็สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่น่ามีปัญหาอะไร 
 

ส่วนสาเหตุที่เมื่อวานนี้การแถลงข่าวเซ็น MOU ล่าช้ากเชื่ว่ากำหนด เพราะมีการแก้ไขเนื้อหาบางส่วน รวมถึงตัดประเด็นนิรโทษกรรมออกใช่หรือไม่ นายพิธา บอกว่า ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ล่าช้า รวมถึงประเด็นกัญชาที่ต้องมาแก้ในวินาทีสุดท้าย

หลังจากนี้จะเดินสายพบพี่น้องประชาชนกลุ่มต่างๆ ขณะที่คณะกรรมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลก็ไม่ได้มีเพียงพรรคก้าวไกล ในการพบปะหารือครั้งต่อไปจึงจะเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาฟังปัญหาจากผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อจัดทำนโยบายรวมแถลงต่อรัฐสภาและนำเอาผู้มีความรู้จริงมาบริหารกระทรวงที่เหมาะสม

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์