‘ก้าวไกล’ เจรจาสว.โหวตพิธา ลุยแบ่งเก้าอี้รมต. มั่นใจเพื่อไทยไม่ถอนตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549670

25 พ.ค. 2566

'ก้าวไกล' เจรจาสว.โหวตพิธา ลุยแบ่งเก้าอี้รมต. มั่นใจเพื่อไทยไม่ถอนตัว

ตั้งรัฐบาล 66 : ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เผยเดินสายเจรจาสว.โหวตพิธานั่งนายกฯเป็นไปในทิศทางบวก ระบุ ตอนนี้กำลังเดินหน้าแบ่งกระทรวง เก้าอี้รมต. กับพรรคร่วมรัฐบาล มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยไม่ถอนตัว

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดแถลงความคืบหน้าการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล และชี้แจงข้อสงสัยเรื่องนโยบายต่างๆของพรรคก้าวไกล

โดยน.ส.ศิริกัญญา เปิดเผยว่า เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ส่วนเราจะทำอะไรต่อไปนั้นก็จะมีการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลในการแบ่งกระทรวงและดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งตำแหน่งต่างๆจะจัดสรรปันส่วนอย่างเป็นธรรม กระบวนการเจรจายังดำเนินต่อเนื่อง ยังไม่อยากให้ฟันธงเรื่องตัวเลข

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล

และนอกจากนี้ยังมีการหารือถึงนโยบายที่ยังเห็นต่างตามเอ็มโอยู อย่างเช่น ค่าแรง 450 บาท ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่ขัดข้องหากจะดำเนินนโยบาย รวมทั้งดิจิทัลวอลเลตของเพื่อไทย และนโยบายอื่นๆอีก แต่หากทำแล้วกระทบนโยบายอื่นก็จะมีแนวทางร่วมกันเพื่อแถลงต่อรัฐสภา

นอกจากนี้ น.ส.ศิริกัญญา ยังเปิดเผยด้วยว่ามีการเดินหน้าเจรจาสว.แล้ว 19 ท่าน เพื่อขอให้สนับสนุนให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งทิศทางไปในทิศทางบวก ที่มีบางคนออกมาส่งสัญญาณผ่านหน้าสื่อ พร้อมยืนยันว่าพรรคก้าวไกลต้องการตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันนโยบาย เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่จะร่างขึ้นมาใหม่ และทำรัฐสภาให้โปร่งใสมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2Fkomchadluek%2Fvideos%2F956142342323570%2F&show_text=false&width=560&t=0

ส่วนเอ็มโอยูการนำกัญชาไปเป็นยาเสพติดผลจะเป็นอย่างไรนั้น น.ส.ศิริกัญญา จะมีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพื่อทำให้เจ้าพนักงานยาเสพติดสามารถทำงานได้เต็มที่ และต้องคุ้มครองผู้ประกอบการ ผู้ปลูกที่ทำถูกต้อง แต่มีสุญญากาศของกฎหมายก็ต้องดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบขอให้วางใจ ซึ่งจะมีการออกประกาศต่อไป 

‘ก้าวไกล’ แจง 3 วาระร้อน ในฐานะประธานสภา ดันกฎหมายก้าวหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549659

24 พ.ค. 2566

'ก้าวไกล' แจง 3 วาระร้อน ในฐานะประธานสภา ดันกฎหมายก้าวหน้า

‘ก้าวไกล’ แจง 3 วาระ พร้อมผลักดันในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร ดันกฎหมายก้าวหน้า , แก้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยราบรื่น , สร้างรัฐสภาโปร่งใส ย้ำทำการเมืองไม่ใช่เพื่อตำแหน่ง แต่เพื่อการเปลี่ยนแปลง

เฟซบุ๊กเพจของ “พรรคก้าวไกล” ได้โพสต์ประเด็น 3 วาระที่พรรคก้าวไกลต้องการผลักดันในฐานะ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า พรรคก้าวไกลเดินทางบนเส้นทางการเมืองไม่ใช่เพื่อตำแหน่งหรืออำนาจ แต่เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง มี 3 วาระที่สำคัญมากของพรรคก้าวไกลที่เราจำเป็นต้องใช้สถานะ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการผลักดัน

วาระแรก: เพื่อผลักดันกฎหมายที่ก้าวหน้า

ตลอด 4 ปี ของสภาผู้แทนราษฎรภายใต้รัฐบาลประยุทธ์ 2 มีกฎหมายถูกเสนอเข้าสู่สภามากกว่า 478 ฉบับ แต่มีกฎหมายที่ผ่านสภาไปเพียงแค่ 78 ฉบับ เท่านั้น เฉลี่ยกฎหมาย 1 ฉบับใช้เวลาในการพิจารณากว่า 310 วัน และในจำนวนกฎหมาย 78 ฉบับที่ผ่าน เกือบทั้งหมดเป็นกฎหมายของ ครม. มีกฎหมายของ ส.ส. ซีกรัฐบาลผ่านเพียง 4 ฉบับเท่านั้น และไม่มีกฎหมายของภาคประชาชนที่ผ่านสภาเลย ทำให้เกิดสภาวะที่กฎหมายที่บังคับใช้อยู่ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคม ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน และไม่รองรับความท้าทายใหม่ ๆ ได้ดีเท่าที่ควร

กฎหมายส่วนใหญ่จาก 400 ฉบับที่ตกไป ไม่ใช่เพราะผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบ แต่กลับตกไปด้วยสาเหตุอื่น ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายที่รอบรรจุระเบียบวาระแต่ไม่ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณา 180 ฉบับกฎหมายที่ถูกประธานสภาวินิจฉัยว่าเป็นร่างกฎหมายการเงิน และนายกรัฐมนตรีปัดตกไม่นำเสนอเข้าสู่สภา 85 ฉบับ

มีกฎหมายที่สภาพิจารณาและถูกปัดตกไปจริง ๆ เพียง 45 ฉบับเท่านั้น เท่ากับว่าร่างกฎหมายที่ถูกนำเสนออีก 355 ฉบับ ถูกปัดตกไปด้วยกระบวนการที่ไม่มีประสิทธิภาพ และให้อำนาจดุลพินิจแก่ประธานสภาและนายกรัฐมนตรีเพียงแค่คนใดคนหนึ่ง กลับมีอำนาจมากกว่าเจตจำนงของผู้แทนประชาชนที่เหลือ

ในสัญญาประชาคมที่ “พรรคก้าวไกล” ให้ไว้กับประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีกฎหมายอย่างน้อย 45 ฉบับของพรรคก้าวไกลที่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร เป็นกฎหมายการเมือง 11 ฉบับ กฎหมายสิทธิเสรีภาพ 8 ฉบับ กฎหมายปฏิรูปที่ดิน 8 ฉบับ กฎหมายปฏิรูประบบบริหารราชการ 8 ฉบับ กฎหมายบริการสาธารณะ 4 ฉบับ กฎหมายเศรษฐกิจ 4 ฉบับ กฎหมายสิ่งแวดล้อม 2 ฉบับ กฎหมายแรงงาน 2 ฉบับ กระบวนการนิติบัญญัติที่ก้าวหน้าจำเป็นอย่างยิ่งในการทำให้กฎหมายเหล่านี้ได้รับการพิจารณาอย่างมีประสิทธิภาพ

วาระที่สอง : เพื่อผลักดันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยเดินหน้าอย่างราบรื่น

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นวาระสำคัญ และถูกระบุไว้ใน MOU ของพรรคร่วมรัฐบาล การทำภารกิจนี้ให้ลุล่วง จะต้องผ่านการประชุมสภาหลายครั้ง และจะมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางในเนื้อหาที่มีความแหลมคม จำเป็นอย่างยิ่งที่ประธานสภาต้องมีเจตจำนงแน่วแน่ในการอำนวยการประชุมให้เดินหน้าไปอย่างราบรื่น เป็นที่ยอมรับของสมาชิกสภาทุกฝ่าย และนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้

วาระที่สาม : ก้าวไกลจะผลักดันหลักการ “รัฐสภาโปร่งใส” และ “ประชาชนมีส่วนร่วม” ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย

“รัฐสภาโปร่งใส” หรือ Open Parliament จะเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ อยู่ที่ประธานรัฐสภา พรรคก้าวไกลประกาศเจตจำนงแน่วแน่ว่าจะทำให้รัฐสภาไทยโปร่งใสมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในการมีส่วนร่วมและตรวจสอบกระบวนการนิติบัญญัติ โดยเริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุด

3.1 ถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการทุกคณะ ให้พี่น้องประชาชนติดตามได้ หรือหากไปไกลกว่านั้น ก็เป็นการรายงานบันทึกการออกเสียงลงมติต่าง ๆ ของผู้แทนราษฎรทุกคน โดยนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นระบบ เข้าถึงง่าย และรวดเร็ว เพื่อให้พี่น้องประชาชนติดตามการทำงานของผู้แทนของตนได้อย่างสะดวก ว่าในแต่ละประเด็น ผู้แทนของตนเองได้ลงมติออกเสียงไปอย่างไรบ้าง

3.2 ส่งเสริมการทำงานของสำนักงบประมาณรัฐสภา (Parliamentary Budget Office หรือ PBO) ในการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้งบประมาณแผ่นดินของหน่วยงานองค์กรต่างๆ เพื่อให้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์นั้นจะถูกใช้ไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน

3.3 ตั้งสภาเยาวชน หรือ Youth Parliament (ซึ่งอาจต่อยอดจากสภาเด็กและเยาวชนที่มีอยู่) ที่ขึ้นตรงกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยกำหนดให้สมาชิกสภาเยาวชนทุกคนมาจากการเลือกตั้งของเยาวชนทั่วประเทศ และกำหนดให้ข้อเสนอใดที่สภาเยาวชนลงมติเห็นชอบ ถูกบรรจุเป็นวาระที่รัฐสภาต้องรับไปพิจารณาต่อโดยอัตโนมัติ ด้วยสถานะเทียบเท่ากับร่างกฎหมายที่ประชาชน 10,000 คน สามารถร่วมกันลงชื่อเสนอสู่สภาได้ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน

พรรคก้าวไกลต้องการให้ผู้แทนราษฎรของเราดำรงตำแหน่งประธานสภา ไม่ใช่เพื่อตำแหน่ง แต่เราต้องการอำนาจเข้าไปเปลี่ยนแปลงรัฐสภาไทยให้สามารถออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ สามารถแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้จริง และเป็นรัฐสภาที่เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทำให้ระบอบประชาธิปไตยเข้มแข็ง

'ก้าวไกล' แจง 3 วาระร้อน ในฐานะประธานสภา ดันกฎหมายก้าวหน้า

‘พิธา’ ก้าวไกล จ่อเดินสายรับฟัง ‘นโยบายปีกแรงงาน’ 26 พ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549656

24 พ.ค. 2566

'พิธา' ก้าวไกล จ่อเดินสายรับฟัง 'นโยบายปีกแรงงาน' 26 พ.ค.

‘พิธา’ ก้าวไกล เตรียมเดินสายพบเครือข่ายแรงงาน พูดคุย รับฟัง ไขข้อข้องใจ ยืนยันคำมั่นสัญญา ใน ‘นโยบายปีกแรงงาน’ นำเสนอ ว่าที่ฝ่ายบริหารประเทศ

นายเซีย จำปาทอง ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลำดับที่ 4 ด้านแรงงาน โพสต์เฟซบุ๊ก ภาพพร้อมข้อความถึงกำหนดการของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล เตรียมเดินสายพบปะพี่น้องเครือข่ายแรงงานที่จังหวัดสมุทรปราการ ในวันศุกร์ที่ 26 พ.ค. 2566 นี้ โดยระบุข้อความว่า

“ก่อนการเลือกตั้งพวกเรา เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน พรรคก้าวไกล ไปรับฟังและนำเสนอนโยบาย แนวทางการทำงาน ให้กับกลุ่มแรงงาน สหภาพแรงงานหลายแห่ง

วันนี้การเลือกตั้งผ่านไปแล้วได้เวลามา ยืนยัน ทบทวน สิ่งที่พวกเรานำเสนอไป มาร่วมกันส่งเสียงของชนชั้นแรงงานให้ว่าที่ฝ่ายบริหารประเทศกันครับ”

'พิธา' ก้าวไกล จ่อเดินสายรับฟัง 'นโยบายปีกแรงงาน' 26 พ.ค.

ทั้งนี้ รายละเอียดการเข้าพบเครือข่ายแรงงาน นายพิธาจะร่วมพูดคุย ไขข้อข้องใจ และยืนยันคำมั่นสัญญาใน ‘นโยบายปีกแรงงาน’ บริเวณด้านนอกหอประชุมเทศบาล ต.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เวลา 18.00-19.00 น. ของวันที่ 26 พ.ค. 2566

8 ว่าที่ สส.สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล พบแรงงาน8 ว่าที่ สส.สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล พบแรงงาน

‘ศิธา ทิวารี’ ทวีตขอโทษ ‘นพ.ชลน่าน’ ต่อไปไม่ล้ำเส้น-ไม่บีบคั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549649

24 พ.ค. 2566

‘ศิธา ทิวารี’ ทวีตขอโทษ ‘นพ.ชลน่าน’ ต่อไปไม่ล้ำเส้น-ไม่บีบคั้น

‘ศิธา ทิวารี’ แคนดิเดตนายกฯพรรคไทยสร้างไทย ทวีตขอโทษ ‘นพ.ชลน่าน’ แล้ว หลังทำให้ไม่สบายใจ ลั่น ต่อไปไม่ล้ำเส้น ไม่เร่ง ไม่บีบคั้น เรามาเดินหน้าต่อแบบพอดีๆ

การเมืองร้อนฉ่า วิวาทะแกนนำพรรคร่วม ‘ตั้งรัฐบาล’ เปิดศึกน้ำลาย ภายหลังจากที่ น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยสร้างไทย ตั้งคำถามในเวทีแถลง MOU จัดตั้งรัฐบาลของพรรคกา้วไกล และยังโพสต์เฟซบุ๊กพาดพิง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จนสร้างความไม่พอใจให้แก่ นพ.ชลน่าน

โดยเรียกร้องให้พรรคก้าวไกลเคลียร์เรื่องดังกล่าว ให้ น.ต.ศิธา ขอโทษ ล่าสุด น.ต.ศิธา ได้ทวีตข้อความ ขอโทษและขออภัยต่อกรณีถามคำถามในวันแถลง MOU ‘ตั้งรัฐบาล’

โดยข้อความทวีต ระบุว่า “MOU = เปิดตัวเป็นแฟนกัน #AdvanceMOU = จัดงานหมั้น ร่วมรัฐบาล= แต่งงานกันเป็นครอบครัว ผมก็เช่นเดียวกับพี่น้องประชาชนทั่วไปครับ

เราทนทุกข์กับการบริหารประเทศแบบลุงๆ มา 9 ปี เมื่อมีโอกาส ก็อยากจะเชียร์ให้ประเทศไทยของเราจัดตั้งรัฐบาลที่เป็น #ครอบครัวประชาธิปไตย ที่สง่างามให้ได้

โดยหลายคนมองว่า 8 พรรคนี้เหมาะสม และลงตัวที่สุด หากคำถามของผมมันล้ำหน้า (Advance) มากเกินไป จนทำให้ไม่สบายใจ ผมต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย”

ศิธา ทิวารี ทวีตขอโทษ นพ.ชลน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอก ต่อไปไม่ล้ำเส้น ไม่เร่ง ไม่บีบคั้นศิธา ทิวารี ทวีตขอโทษ นพ.ชลน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอก ต่อไปไม่ล้ำเส้น ไม่เร่ง ไม่บีบคั้น

น.ต.ศิธา ระบุด้วยว่า “คนรักกัน เป็นแฟนกันแล้ว คิดเกินเลยไป ก็ต้องถอยหลัง ผิดพลั้งไป ก็ต้องขอโทษ ต่อไปนี้ ไม่ล้ำเส้น ไม่เร่ง ไม่บีบคั้น เรามาเดินหน้าต่อแบบพอดีๆ ไปด้วยกันครับ” ซึ่งข้อความทวีตดังกล่าวมีประชาชนมารีทวีต และแสดงความเห็นอย่างต่อเนื่อง

ม็อบสีสันประชาธิปไตย ‘สว.กิตติศักดิ์’ ห่วงบ้านเมือง ห่วง ‘ม็อบชนม็อบ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549647

24 พ.ค. 2566

ม็อบสีสันประชาธิปไตย ‘สว.กิตติศักดิ์’ ห่วงบ้านเมือง ห่วง ‘ม็อบชนม็อบ’

ม็อบสีสันประชาธิปไตย ‘สว.กิตติศักดิ์’ ห่วงบ้านเมือง ห่วง ‘ม็อบชนม็อบ’ เป็นกำลังใจพรรคร่วม ‘ตั้งรัฐบาล’ ย้ำจุดยืนไม่เปลี่ยน แจงปมร่วมทริป ‘ลุงตู่’ ลุยพิจิตรบ้านเกิด

10 วันหลังการเลือกตั้ง2566 ประเทศไทยเข้าสู่โหมด ‘ตั้งรัฐบาล’ มีการเซ็น MOU 8 พรรคร่วมรัฐบาลไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2566 ท่ามกลางปมโหวตเลือกนายกฯ อาจจะมีเสียง สว.เห็นต่างไม่เลือก ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 นั้น ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก หนึ่งใน 250 สว.

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ หนึ่งในสมาชิกวุฒิสภา(สว.) 250 คนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ระหว่างร่วมลงพื้นที่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย ที่จ.พิจิตร

กิตติศักดิ์ ระบุว่าการชุมนุมของเเนวร่วมธรรมศาสตร์ เเละ การชุมนุม ที่ไปชุมนุมเรียกร้องให้ สว.โหวตตามเสียงของประชาชน ที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวานที่ผ่านมาตนยินดีต้อนรับ ม็อบถือเป็นสีสันของประชาธิปไตย ตนยังได้มอบเบอร์มือถือของตนให้กับเเกนนำ สามารถประสานมาได้

ส่วนท่าทีในการโหวต พิธาเป็นนายกรัฐมนตรี เเน่นอนว่า สว.กิตติศักดิ์ พูดคำไหนคำนั้น ส่วน สว.คนอื่นๆ ตนไม่ทราบ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของ ให้กับผู้ประสพวาตภัย จ.พิจิตรพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของ ให้กับผู้ประสพวาตภัย จ.พิจิตร

สำหรับการชุมนุมมีทั้งคนเห็นด้วยเเละไม่เห็นด้วย กิตติศักดิ์ บอกว่า เป็นห่วงตรงนั้น เป็นห่วงความมั่นคงปลอดภัยของบ้านเมือง ถ้าม็อบต่อม็อบชนกัน บ้านเมืองจะเสียหาย เเละเป็นกำลังใจให้พรรคร่วมรัฐบาลตั้งรัฐบาลให้ได้ ไม่ว่าใครจะรวมกับใคร เเต่หลักการของตนเฉพาะ นายพิธา คนเดียว ส่วนคนอื่นๆ ตนไม่ขัดข้อง

แจงร่วมทริป ‘ลุงตู่’ ลุยพิจิตรบ้านเกิด

สำหรับการมาร่วมกับคณะของรักษาการนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่วันนี้ กิตติศักดิ์ แจกแจงว่า เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่บ้านอยู่จ.พิจิตร อีกทั้งวาตภัยครั้งนี้รุนเเรงมาก การให้ความช่วยเหลือในส่วนของวุฒิสภา จะมีเงินเยียวยาให้กับทางผู้ประสบวาตภัยทุกราย ที่ได้รับความเดือดร้อน

พล.อ.ประยุทธ์ รักษาการนายกฯ เยี่ยมผู้ประสพวาตภัยจ.พิจิตร เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2566พล.อ.ประยุทธ์ รักษาการนายกฯ เยี่ยมผู้ประสพวาตภัยจ.พิจิตร เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2566

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยพายุหมุนพัดถล่มพื้นที่บริเวณบ้านเนินปอ หมู่ 1 ต.เนินปอ  อ.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งโดมอาคารโรงเรียนวัดเนินปอ พังเสียหาย มีผู้เสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บ 18 คน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งมือให้การช่วยเหลือประชาชนด่วน

สส. ‘ก้าวไกล’ หายไป 1 เก้าอี้ ที่ ‘ปราจีนบุรี’ เขต 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549645

24 พ.ค. 2566

สส. 'ก้าวไกล' หายไป 1 เก้าอี้ ที่ 'ปราจีนบุรี' เขต 3

กกต. เตรียมประกาศผลการนับคะแนน อย่างเป็นทางการ ‘ก้าวไกล’ พลิกแพ้ที่ ‘ปราจีนบุรี’ เขต 3 สส.แบบแบ่งเขต ลดลง 1 เก้าอี้ ยอดรวมทั้งสองระบบ เหลือ 151 ที่นัง

รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต.ได้มีการตรวจสอบความถูกต้องของการนับคะแนนเลือกตั้งส.ส.ครบทั้ง 400 เขตแล้ว และเตรียมที่จะประกาศผลการคะแนนอย่างเป็นทางการ การรายงานผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ก่อนหน้านี้ในระบบ ECT REPORT แสดงจำนวนว่าพรรคก้าวไกลได้ 113 ที่นั่งและพรรคภูมิใจไทยได้ 67 ที่นั่งนั้น

เนื่องจากการลงข้อมูลในส่วนของผลการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ปราจีนบุรียังไม่สมบูรณ์ โดยจากรายงานประกาศกกต.ประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ปราจีนบุรี เรื่องผลการนับคะแนน สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง( สส. 6/1 ) นั้นพบว่านายสฤษดิ์ บุตรเนียร จากพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ทำให้จำนวนสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคก้าวไกลคือ112 ที่นั่ง  และพรรคภูมิใจไทย 68 ที่นั่ง  ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเพียงผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเท่านั้นยังไม่ใช่การพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต.

ภาพประกอบจาก กกต. ภาพประกอบจาก กกต.

โดยพบว่า จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,195,920 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 39,514,973 คน  คิดเป็นร้อยละ 75.71  โดยการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีบัตรดี 37,190,071 บัตร คิดร้อยละ 94.12 บัตรเสีย 1,457,899 บัตร คิดเป็นร้อยละ3.69 และไม่บัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด  866,885 บัตร คิดเป็นร้อยละ 2.19  ซึ่งผลการนับคะแนนพรรคเพื่อไทย ได้ สส. 112 คน 

พรรคก้าวไกล ได้ สส. 112 คน พรรคภูมิใจไทยได้ สส. 68 คน  พรรคพลังประชารัฐ ได้ สส. 39 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ส.ส. 23 คน  พรรคประชาธิปัตย์ ได้ส.ส. 22 คน พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ สส. 9 คน  พรรคประชาชาติ ได้ สส. 7 คน พรรคไทยสร้างไทย ได้ สส. 5 คน พรรคเพื่อไทรวมพลัง ได้ สฃ.ส. 2 คน และพรรคชาติพัฒนากล้า ได้ สส. 1 คน

ส่วนการเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มีบัตรดี  37,522,746 บัตร  คิดเป็นร้อยละ 94.96  บัตรเสีย 1,509,836 บัตร คิดเป็นร้อยละ 3.82 บัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด  482,303 บัตร คิดเป็นร้อยละ 1.22  โดยผลการคิดคำนวณ คะแนนค่าเฉลี่ยส.ส. 1คน คือ 375,227.34 คะแนน ทำให้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คนมาจาก 17 พรรคการเมือง   ประกอบด้วย

1. พรรคก้าวไกลได้คะแนน 14,438,851 คะแนน ได้ สส. 39 คน

2. พรรคเพื่อไทย ได้คะแนน 10,962,522 คะแนน ได้ สส. 29 คน

3. พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้คะแนน 4,766,408 คะแนน ได้ สส. 13 คน

4. พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนน 1,138,202 คะแนน ได้ สส.3 คน

5. พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนน 925,349 คะแนน ได้ สส. 3 คน

6. พรรคประชาชาติ ได้คะแนน 602,645 คะแนน ได้ส.ส. 2 คน

7. พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนน 537,625 คะแนน ได้ สส. 1 คน

8. พรรคเสรีรวมไทย ได้คะแนน 351,376 คะแนน ได้ สส. 1 คน

9. พรรคไทยสร้างไทย ได้คะแนน 340,178 คะแนน ได้ สส. 1 คน

10. พรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้คะแนน 273,428 คะแนน ได้ สส. 1 คน 

11. พรรคใหม่ ได้คะแนน 249,731 คะแนน ได้ สส. 1 คน พรรค

12. ชาติพัฒนากล้า ได้คะแนน 212,676 คะแนน ได้ สส. 1 คน

13. พรรคท้องที่ไทย ได้คะแนน 201,411 คะแนน ได้ สส. 1 คน

14. พรรคชาติไทยพัฒนา ได้คะแนน 192,497 คะแนนได้ สส. 1 คน

15.  พรรคเป็นธรรมได้คะแนน 184,817 คะแนนได้ สส. 1 คน 

16. พรรคพลังสังคมใหม่ ได้คะแนน 177,379 คะแนนได้ สส. 1 คน

17. พรรคครูไทยเพื่อประชาชนได้คะแนน 175,182 คะแนน ได้ สส. 1 คน

ภาพประกอบจาก กกต.ภาพประกอบจาก กกต.

เมื่อรวมจำนวน สส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อแล้ว พรรคก้าวไกล ได้ส.ส.รวม 151 คน พรรคเพื่อไทย 141 คน พรรคภูมิใจไทย 71 คน พรรคพลังประชารัฐ 40 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 คน พรรคประชาธิปัตย์ 25 คน  พรรคชาติไทยพัฒนา 10 คน พรรคประชาชาติ 9 คน พรรคไทยสร้างไทย 6 คน พรรคชาติพัฒนากล้า 2 คน   พรรคเพื่อไทรวมพลัง  2 คน  พรรคเสรีรวมไทย  พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรคท้องที่ไทย พรรคเป็นธรรม พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้สส.พรรคละ 1 คน

ไม่ขอเป็นเงื่อนไข ‘ศิธา ทิวารี’ ลั่นยินดีลาออกให้ กก.-พท.’ตั้งรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549641

24 พ.ค. 2566

ไม่ขอเป็นเงื่อนไข 'ศิธา ทิวารี' ลั่นยินดีลาออกให้ กก.-พท.'ตั้งรัฐบาล'

‘ศิธาทิวารี’ ลั่นยินดีลาออกจาก พรรคไทยสร้างไทย หากเป็นเงื่อนไขทำให้การจับมือ ก้าวไกล-เพื่อไทย ‘ตั้งรัฐบาล’ หยุดชะงัก ระบุ ผมยินดีลาออกให้ทันที

ควันหลงหลัง 8 พรรคจับมือ ‘ตั้งรัฐบาล’ จนเกิดกระแสเดือด นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีวิวาทะ กับ น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)

ล่าสุด 24 พ.ค.2566 น.ต.ศิธา ทิวารี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุ #พรรคไทยสร้างไทย พูดชัดเจนมาโดยตลอด ว่าเรายินดียกมือสนับสนุน ให้พรรคเพื่อไทย และ พรรคก้าวไกล ได้จับมือกันตั้งรัฐบาล ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล

ไม่ขอเป็นเงื่อนไข 'ศิธา ทิวารี' ลั่นยินดีลาออกให้ กก.-พท.'ตั้งรัฐบาล'

หากต้องการเสียงของไทยสร้างไทย เข้าร่วมรัฐบาล แต่ติดขัดที่ตัวผม ผมยินดีลาออกจากพรรคให้ทันที ยืนยันว่าเราไม่ใช่เงื่อนไข ที่จะทำให้ ปชต. ต้องหยุดชะงัก ครับ

ส่องธุรกิจครอบครัว ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ ตัวเต็ง รมต.ดีอีเอสจากก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549643

24 พ.ค. 2566

ส่องธุรกิจครอบครัว ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ ตัวเต็ง รมต.ดีอีเอสจากก้าวไกล

เปิดธุรกิจของครอบครัวของ ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ ตัวเต็งมาแรงนั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ จากพรรคก้าวไกล 

ชื่อของ “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ติดโผ ครม.โควตาจากพรรคก้าวไกล มีโอกาสจะได้นั่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กระทรวงดีอีเอส 

ณัฐพงษ์ หรือชื่อเล่นว่า เท้ง (ว่าที่)สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 13 มีตำแหน่งในพรรคก้าวไกลคือ รองเลขาธิการ ฝ่ายพัฒนาระบบข้อมูลและดิจิทัล เกิดวันที่ 18 พ.ค. 2530 ปัจจุบันอายุ 36 ปี จบปริญญาตรี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนทวีธาภิเศก

เป็นบุตรชายคนที่ 4 ของ นายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ชนันธร ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด และ ประธานกรรมการ บริษัท เรืองปัญญา เคหะการ จำกัด 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ณัฐพงษ์ เคยเป็นผู้บริหาร absolute.co.th ผู้ให้บริการคลาวด์ โซลูชัน ก่อนเข้ามาทำงานทางการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอนาคตใหม่ ก่อนจะย้ายมาพรรคก้าวไกลหลังอนาคตใหม่โดนยุบ และมีโอกาสนั่งเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ในปี 2562-2566 


บริษัท แอ๊บโซลูท เมเนจเม้นท์ โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ absolute.co.th

ABSOLUTE คือ รายแรกของไทย เมื่อปลายปี พ.ศ. 2554 ชนะเลิศรางวัล True Cloud Winner Project ABSOLUTE ได้รับการรับรองจาก SOFTWARE PARK (THAILAND) ว่าเป็น ERP on Cloud รายแรกของไทย ผ่านการประกวดจากโครงการ “True Cloud Winner Project” ซึ่งถือเป็นโครงการประกวด Cloud Software ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยได้รับ รางวัลชนะเลิศ 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

จากนั้น 2555 แอ๊บโซลูท ก้าวเข้าสู่ กลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ตามมาด้วยปี 2556 เข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีความทันสมัย ที่พัฒนาระบบขายอสังหาริมทรัพย์ ระบบทรัพยากรบุคคล พัฒนา ระบบขายอสังหาริมทรัพย์ (Real-estate) สำหรับบริหารจัดการ งานขาย บ้าน, คอนโด ฯลฯ

โดยรองรับตั้งแต่การ ออกใบเสนอ ราคา, ใบจอง, สัญญา ฯลฯ ไปจนถึงการโอนกรรมสิทธิ์ และการ รับประกันบ้าน จากประสบการณ์ตรงของลูกค้า ที่ประสบปัญหาใน การบันทึกเวลาเข้า-ออก ของคนงานรายวัน บริษัทฯ จึงได้พัฒนา ระบบทรัพยากรบุคคล (HR) ที่ใช้การ สแกนใบหน้า (Face Recognition) ในการบันทึกเวลาเข้า-ออก เพื่อป้องกันปัญหาการ ทุจริต และแก้ปัญหาลายนิ้วมือขาดของคนงาน

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ณ วันที่ 24 พ.ค. 2566 รายชื่อกรรมการบริษัท แอ๊บโซลูท เมเนจเม้นท์ โซลูชั่นส์ จำกัด ไม่มีชื่อ นายณัฐพงษ์ อยู่ในบริษัทแล้ว แต่รายชื่อกรรมการประกอบด้วยบุคคลในตระกูลเรืองปัญญาวุฒิ โดยมีรายชื่อตามลำดับดังนี้ 

  • นางสาวณัฐพร จันทร์อินทร์
  • นายวิทวัส เรืองปัญญาวุฒิ
  • นางสาวศราริน เรืองปัญญาวุฒิ
  • นางสาวศรินญา เรืองปัญญาวุฒิ 

แอ๊บโซลูท เมเนจเม้นท์ โซลูชั่นส์ ตั้งอยู่ที่ ซ.เพชรเกษม 47/2แขวง/เขต บางแค กทม. จดทะเบียน เมื่อปี 2552 ทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท คือ ร้านขายปลีกเครื่องเล่นวีดิโอเกมและซอฟต์แวร์สำเร็จรูป มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการค้า หรือให้เช่าซอฟแวร์ธุรกิจ และออกแบบเขียนโปรแกรมของระบบงาน ล่าสุดบริษัทได้แจ้งเป็นประเภทธุรกิจ ร้านขายปลีกเครื่องเล่นวีดิโอเกมและซอฟต์แวร์สำเร็จรูป 

ส่วนผลประกอบการ ตั้งแต่ปี 2561-2565 จากข้อมูล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า บริษัท แอ๊บโซลูท เมเนจเม้นท์ โซลูชั่นส์ จำกัด มีรายได้ดังนี้

  • ปี 2561 รายได้รวม 7,606,896.94 บาท กำไร 438,189.56 บาท 
  • ปี 2562 รายได้รวม 8,753,648.03 บาท ขาดทุน 156,232.81 บาท 
  • ปี 2563 รายได้รวม 11,450,761.11 บาท กำไร 1,219,914.58 บาท 
  • ปี 2564 รายได้รวม 12,797,390.03 บาท กำไร 47,518.88 บาท 
  • ปี 2565 รายได้รวม 10,924,765.70 บาท ขาดทุน 2,350,774.19 บาท 


ขณะที่ บริษัท ชนันธร ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด และ บริษัท เรืองปัญญา เคหะการ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของครอบครัวเรืองปัญญาวุฒิ โดยการนำของ นายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ บิดาของนายณัฐพงษ์ ระบุข้อมูลในกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดังนี้

บริษัท ชนันธร ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด

จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อ 15 ส.ค. 2550 ด้วยทุนจดทะเบียน 500,000,000 บาท ประเภทธุรกิจ การซื้อและการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเอง เพื่อการพักอาศัย ที่ตั้งสำนักงานอยู่ที่ซอยเพชรเกษม 47/2 แขวงบางแค เขตบางแค เช่นเดียวกัน

รายชื่อกรรมการ ประกอบด้วย

  • นายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ
  • นางสุนา เรืองปัญญาวุฒิ
  • นางสาวศรินญา เรืองปัญญาวุฒิ

งบกำไรขาดทุน

  • 2560 รายได้รวม 383,374,907.24 บาท กำไร 18,091,987.75 บาท
  • 2561 รายได้รวม 396,302,580.98 บาท กำไร 7,977,285.45 บาท
  • 2562 รายได้รวม 306,874,952.08 บาท กำไร 9,068,091.00 บาท
  • 2563 รายได้รวม 487,265,225.25 บาท กำไร 11,792,166.31 บาท
  • 2564 รายได้รวม 576,581,199.68 บาท กำไร 14,912,133.45 บาท


บริษัท เรืองปัญญา เคหะการ จำกัด

จดทะเบียนจัดตั้ง 15 เม.ย. 2537 ด้วยทุนจดทะเบียน 120,000,000 บาท ประเภทธุรกิจ การซื้อและการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเองที่ไม่ใช่ เพื่อเป็นที่พักอาศัย

รายชื่อกรรมการ ประกอบด้วย

  • นายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ
  • นางสุนา เรืองปัญญาวุฒิ
  • นายวิทวัส เรืองปัญญาวุฒิ
  • นางสาวศราริน เรืองปัญญาวุฒิ

งบกำไรขาดทุน

  • 2560 รายได้รวม 134,787,405.63 บาท กำไร 7,582,280.13 บาท
  • 2561 รายได้รวม 126,244,457.14 บาท ขาดทุน 16,484,934.19 บาท 
  • 2562 รายได้รวม 125,770,775.38 บาท ขาดทุน 1,519,720.02 บาท
  • 2563 รายได้รวม 146,506,805.39 บาท กำไร 6,591,597.26 บาท
  • 2564 รายได้รวม 74,472,686.90 ขาดทุน 35,802,941.64 บาท 

‘อุ๊งอิ๊ง’ รีวิวเมนูใหม่ หลังสร้างไวรัล ‘มิ้นท์ช็อก’ สัปดาห์ก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549639

24 พ.ค. 2566

'อุ๊งอิ๊ง' รีวิวเมนูใหม่ หลังสร้างไวรัล 'มิ้นท์ช็อก' สัปดาห์ก่อน

‘อุ๊งอิ๊ง’ เปิดเมนูใหม่ ‘มัจฉะกรีนที’ พรรคเพื่อไทย หลังสร้างไวรัล ‘มิ้นท์ช็อก’ ร้านชงจนมือระวิง ด้าน ‘เศรษฐา’ ชิมแล้ว บอกเหมือนยาสีฟัน

ทุกครั้งที่ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่ทำการพรรค ไม่พลาดกับ เมนู “มิ้นท์ช็อก” จากร้านขายเครื่องดื่มด้านล่างที่ทำการพรรค จนเป็นไวรัล ขายดำขายดี ทำไม่ทันมาแล้ว 

วันนี้เมื่อ อุ๊งอิ๊ง และ ด.ญ.ธิธาร สุขสวัสดิ์ ลูกสาวคนโต เดินทางมาถึงตรงเข้าร้านทันที พร้อมกับสั่งเมนูใหม่ คือ  “มัจฉะกรีนที” (ชาเขียวใส่นม) เพราะเห็นจาก IG ของทางร้านแล้วน่าสนใจ และเขาว่ารสชาติอร่อย จากนั้นได้เข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อถอดบทเรียนการเลือกตั้ง พร้อมให้กำลังใจผู้สมัคร สส. 500 คน 
 

อุ๊งอิ๊ง ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มีการประชุมและคุยกัน ก็มาให้กำลังใจ และจะมีการรู้ว่าหนทางข้างหน้าต่อไปจะต้องทำอะไรบ้าง และให้ทีมหัวหน้าพรรคที่ไปเซ็น MOU ได้เล่าว่าเป็นอย่างไร และการสื่อสารมันสำคัญมากจึงต้องมาสื่อสารด้วยตัวเอง

ส่วนกรณีที่ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นยุบพรรคเพื่อไทยกรณีการเซ็น MOU ว่าเป็นการครอบงำพรรคกับศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมีคนอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคอย่างเช่น ธนาธร ปิยบุตร และ พรรณิการ์ ไปร่วมด้วยนั้น แพทองธาร ตอบว่า ก็ให้เข้าว่าไป 

ช่วงหนึ่ง ก่อนเข้าประชุม แพทองธาร ได้โชว์ “มัจฉะกรีนที” โดยบอกว่า “นี่ไม่ใช่มัจฉะธรรมดา แต่ใส่นมมอล์ตด้วย อร่อยนะ” 

 อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร

'อุ๊งอิ๊ง' รีวิวเมนูใหม่ หลังสร้างไวรัล 'มิ้นท์ช็อก' สัปดาห์ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังประชุมเสร็จสิ้น นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ได้แวะชิมเมนู “มิ้นท์ช็อก” พร้อมกับยอมรับว่า ส่วนตัวไม่ได้ชอบเครื่องดื่มประเภทนี้ ปกติจะดื่มช็อกโกแลตเย็นหรือกาแฟ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนถึงชอบ แต่วันนี้ขอมาทดลองชิม ทันทีที่ได้ชิมรู้สึกเหมือนช็อกโกแลตอาฟเตอร์มิ้นต์ ช็อกโกแลตกับมิ้นต์ไม่ได้เข้ากัน 

จากใจหากให้แนะนำตนอยากบอกว่าควรใส่มิ้นต์แค่ส่วนน้อยและที่เหลือเป็นช็อกโกแลต เพราะเวลาทานเข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนยาสีฟัน สำหรับความชอบมิ้นต์ช็อกนั้น ส่วนตัวเต็ม 10 ให้ 4 คะแนน
'อุ๊งอิ๊ง' รีวิวเมนูใหม่ หลังสร้างไวรัล 'มิ้นท์ช็อก' สัปดาห์ก่อน

'อุ๊งอิ๊ง' รีวิวเมนูใหม่ หลังสร้างไวรัล 'มิ้นท์ช็อก' สัปดาห์ก่อน

เส้นทาง ‘F-35’ เครื่องบินขับไล่ ประสิทธิภาพสูง ทำไม สหรัฐฯ ดับฝัน กองทัพไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549629

24 พ.ค. 2566

เส้นทาง 'F-35' เครื่องบินขับไล่ ประสิทธิภาพสูง ทำไม สหรัฐฯ ดับฝัน กองทัพไทย

เปิดประสิทธิภาพ เครื่องบินขับไล่ ‘F-35’ เครื่องบินรบสุดล้ำ ทำไม กองทัพไทย อยากได้ กับเหตุผลที่แท้จริง ที่สหรัฐฯ ดับฝัน

เมื่อสหรัฐอเมริกา ดับฝันไทย ด้วยการไม่ขาย “เครื่องบินขับไล่ F-35” ให้กองทัพอากาศ โดยยกเหตุผล เรื่องความไม่พร้อม ในเรื่องอาคารสถานที่, การรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลข่าวสาร เป็นอันดับแรก แต่เหตุผลหลัก หลายฝ่ายมองว่า สหรัฐฯ คงยังกังวลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับจีน

“F-35” เป็นเครื่องบินขับไล่ ที่หลายๆ ประเทศ ต่างต้องการมีไว้ประจำการในกองทัพของตัวเอง รวมถึงกองทัพไทยด้วย ด้วยขีดความสามารถสูง ติดตั้งอาวุธได้หลากหลายรูปแบบ จึงเป็นเครื่องบินรบที่กองทัพอากาศไทยอยากได้มากที่สุด แต่เส้นทางก็ไม่ราบเรียบ ทุ่มงบหลายร้อยล้าน สุดท้าย ก็ล่องหน

เครื่องบินขับไล่ F-35เครื่องบินขับไล่ F-35

เส้นทาง F-35 ก่อนสหรัฐฯ ดับฝันกองทัพไทย

“กองทัพอากาศ” แจงเหตุผลและความจำเป็น โครงการจัดซื้อเครื่องบินรบ F-35 จำนวน 1 ฝูงบิน เพื่อมาทดแทน 3 ฝูงบิน ที่ทยอยปลดประจำการ คือ F-5 และ F-16 เป็นเวลาอย่างน้อยอีก 40 ปี พร้อมกางแผนไทม์ไลน์ขั้นตอนความคุ้มค่า และระยะเวลากว่าเครื่องจะได้เข้าประจำการ เพื่อทดแทนอากาศยานเก่าที่จะต้องลาจาก

พล.อ.อ. นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ทอ.) พูดในหลายครั้งหลายหนว่า ไทยควรรีบซื้อในขณะนี้ ในช่วงที่ราคาเครื่องบินลดลง จากเดิมที่ 142 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลำ ลงมาเหลือ 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลำ

จนถึงวันดีเดย์ที่เข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 เมื่อบ่ายวันที่ 3 ส.ค. 2565 กรรมาธิการงบฯ 66 ก็ลงมติเห็นชอบ ด้วยคะแนน 45 ต่อ 22 เสียง และงดออกเสียง 1 ทำให้ “กองทัพอากาศ” ได้รับงบประมาณ 369 ล้านบาท นำไปจัดซื้อเครื่องบินรบ F-35A จำนวน 2 ลำ ระยะที่ 1

แต่การจะได้มาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงแม้จะมีงบประมาณในการจัดซื้อ แต่สุดท้ายแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับรัฐสภาสหรัฐฯ ที่จะอนุมัติขายให้ไทยหรือไม่ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไทยมีลุ้นอยู่ตลอด ว่าสหรัฐฯ จะขายให้หรือไม่ สุดท้ายสหรัฐฯ ก็ดับฝันกองทัพไทย และพร้อมคืนเงิน 369 ล้านบาท ทั้งหมด

เครื่องบินขับไล่ F-35เครื่องบินขับไล่ F-35

เปิดประสิทธิภาพ F-35

“F-35” หรือเรียกกันว่า เครื่องบินขับไล่ล่องหน เป็นของบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน ของสหรัฐฯ เป็นเครื่องบินรบรุ่นที่ 5 (Fifth Generation) ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก เริ่มขึ้นบินครั้งแรกในปี 2549 ปัจจุบันมี 3 รุ่น ได้แก่

  • F-35A – ออกแบบเพื่อใช้งานบินขึ้นลงปกติบนรันเวย์สนามบิน
  • F-35B – ออกแบบเพื่อใช้งานบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งบนเรือบรรทุกเครื่องบิน หรือภารกิจอื่นๆ ที่ไม่มีรันเวย์สำหรับเครื่องบิน
  • F-35C – ออกแบบเพื่อใช้งานบนเรือบรรทุกเครื่องบินโดยเฉพาะ มีปีกใหญ่กว่ารุ่นอื่นๆ

เครื่องบินขับไล่ F-35 ได้ชื่อว่าเป็นเครื่องบินล่องหน เนื่องจากคุณสมบัติสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับของเรดาร์ จึงสามารถเจาะลึกเข้าไปในน่านฟ้าของศัตรู โดยไม่ปรากฏบนจอเรดาร์ โดยเครื่องบิน F-35A รุ่นที่กองทัพอากาศไทยต้องการ มีคุณลักษณะเด่น ตามข้อมูลของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ดังนี้

  • แรงขับเคลื่อนขั้นสูง – 43,000 ปอนด์ ทำความเร็วได้สูงสุด 1.6 มัค หรือ 1,931 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีเพดานบินได้สูงสุด 50,000 ฟุต
  • ระบบเซนเซอร์ขั้นสูง – รวบรวมและแสดงข้อมูลได้มากกว่าเครื่องบินรบลำใดๆ ในประวัติศาสตร์ ทำให้นักบินได้เปรียบเชิงข้อมูล เพื่อตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในปฏิบัติการสู้รบ โดยแสดงผลผ่านหน้าต่างช่องมองของหมวกนิรภัย
  • ระบบศูนย์เล็งยิงติดหมวก – ระบุเป้าหมายและยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความสามารถในการล่องหน – หลีกเลี่ยงการตรวจจับด้วยเรดาห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เครื่องบินขับไล่ F-35เครื่องบินขับไล่ F-35

เปิดเหตุผล สหรัฐฯดับฝัน ไม่ขายเครื่องบิน F-35

นักวิชาการ มองว่า สหรัฐฯ คงต้องปฏิเสธขายเครื่องบินรบ F-35 ให้ประเทศไทย เหมือนกับการปฏิเสธตุรกีและไต้หวัน ปฏิเสธการขายเครื่องบินรบ F-35 ให้ตุรกี เพราะสนิทสนมกับรัสเซียเกินไป กลัวเทคโนโลยีจะหลุดไป รวมทั้ง ปฏิเสธการขายเครื่องบินรบ F-35 ให้ไต้หวัน เพราะมองว่าอาจถูกจีนยึดครองได้ทุกเมื่อ เทคโนโลยีใน F-35 ก็จะตกอยู่ในการครอบครองของจีน เช่นเดียวกับการปฎิเสธขายให้ไทย เพราะไทยสนิทสนมกับจีนพอสมควร และไทยซื้อยุทโธปกรณ์จากจีนหลายอย่าง เช่น เรือรบ เรือดำน้ำ รถถัง อาจทำให้เพิ่มความกังวลต่อสหรัฐฯ ในประเด็นความอ่อนไหวทางเทคโนโลยีของ F-35

ทั้งนี้ นับจนถึงปัจจุบัน สหรัฐฯ ส่งมอบ F-35 ไปแล้วราว 750 ลำ และจะขายให้กับกองทัพของประเทศที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดเท่านั้น โดยในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก สหรัฐฯ ขายให้แค่ 4 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และสิงคโปร์

อ้างอิง : วิกิพีเดีย,BBC