มาดามเดียร์ – องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548695

10 พ.ค. 2566

มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.

วทันยา บุนนาค ” มาดามเดียร์” ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อม องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคฯ เดินสายช่วยผู้สมัครสส.ประชาธิปัตย์ วณิชชา ม่วงศิริ ,ชยิน พึ่งสาย ที่ลงสมัครเขตฝั่งธน “องอาจ” ระบุปราศรัยใหญ่”ประชาธิปัตย์”ศุกร์นี้ อภิสิทธิ์ ร่วม

น.ส.วทันยา บุนนาค ( มาดามเดียร์) ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ย่านบางบอน ช่วย น.ส.วณิชชา ม่วงศิริ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางบอน-จอมทอง-หนองแขม เบอร์ 9 หาเสียงเลือกตั้ง   โดยขึ้นรถแห่ไปที่ ซ.กำนันแม้น ทักทายประชาชนในหมู่บ้าน แล้วลงเดินตลาดพิบูลย์วิทย์ 6 พบปะผู้ค้า ประชาชนที่มาจับจ่าย  พร้อมฝากให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งคนทั้งพรรค

จากนั้น ไปต่อที่ซอยประชาอุทิศ 69 สมทบกับทีมของ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วย นายชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร เขตทุ่งครุ-ราษฎร์บูรณะ เบอร์ 7 หาเสียงเลือกตั้ง โดยย่านนี้มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่จำนวนมาก ทั้งยังเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันฟุตซอลกระชับมิตร เชื่อมสัมพันธ์ 4 มัสยิด

นายองอาจ กล่าว ถึงการหาเสียงโค้งสุดท้าย ซึ่งเหลืออีกเพียง 3 วัน ว่า เน้นไปทุกจุดที่ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สนับสนุนพรรค ก็พยายามไปกระตุ้นให้ใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด รวมทั้งชุมชนที่อาจจะยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ก็พยายามจะเข้าไปขอคะแนนเสียงให้การสนับหนุนพรรคประชาธิปัตย์ทั้งระบบเขต เบอร์ต่าง ๆ และบัญชีรายชื่อ เบอร์ 26  จะพยายามรณรงค์ในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มากที่สุด

ขณะเดียวกันการปราศรัยใหญ่วันศุกร์ที่ 12 พ.ค.  เป็นครั้งแรกที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรค จะมาขึ้นเวทีปราศรัยทิ้งทวนในวันสุดท้าย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นจุดแข็งของพรรคให้มากที่สุด คือความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพรรค และเรื่องนี้ทำให้ประชาชนให้การสนับสนุนพรรคมาโดยตลอด 77 ปี อีกทั้งที่ผ่านมาประชาชนก็มีความกังวลในเรื่องของการดูดและซื้อสส. ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความไม่สุจริต รวมถึงการซื้อเสียงด้วย และระบาดไปเกือบทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของการนำไปสู่การทำการเมืองที่ไม่สุจริต พรรคประชาธิปัตย์ก็พยายามจะเน้นสิ่งที่พรรคยึดถือมาโดยตลอดให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการสนับสนุนพรรค และเลือกผู้สมัครของพรรคทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ กกต. อย่างมาก จนกังวลว่าวันที่ 14 พ.ค. อาจจะมีปัญหาอีกนั้น  มองว่า การเลือกตั้งล่วงหน้ามีความบกพร่องหลายอย่างไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะ กกต. ชุดนี้ก็เคยผ่านการเลือกตั้งมาแล้วในปี 2562 ไม่ใช่ชุดที่มาใหม่ และทีมเจ้าหน้าที่ที่ทำงานก็ล้วนแต่มีประสบการณ์ในการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นข้อผิดพลาดต่าง ๆไม่ควรเกิดขึ้น

ขณะนี้ยังมีเวลาก่อนวันเลือกตั้ง เชื่อว่า กกต. เห็นข้อผิดพลาดแล้วควรรีบแก้ไข อย่าให้สิ่งที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งล่วงหน้าเกิดขึ้นอีก เพราะจะทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในผลการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นอันตรายมากต่อประชาธิปไตย ถ้าคนที่คุมกฎกติกาไม่สามารถรักษากติกาให้คนมีความรู้สึกเชื่อมั่นได้ ก็จะเป็นอันตรายมาก และถ้าคนไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ก็จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ทั้งที่พยายามรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

ด้าน น.ส.วทันยา กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงในหลายจังหวัด ว่า ประชาชนยังคงให้การตอบรับพรรคประชาธิปัตย์อย่างอบอุ่น โดยเฉพาะเวทีปราศรัยในโซนของจังหวัดภาคใต้ ถือว่ากระแสตอบรับและความเชื่อมั่นของคนใต้ต่อพรรคประชาธิปัตย์ยังคงมีอยู่สูงมาก ทั้งนี้แกนนำพรรคทุกคนก็พยายามจะเข้าไปช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้ได้คนทำงานมากที่สุด
 

มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.
มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.
มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.
มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.
มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.
มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.
มาดามเดียร์ - องอาจ ลุยฝั่งธนช่วยผู้สมัคร- โหม อภิสิทธิ์ร่วมปราศรัยใหญ่ปชป.

วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ย่านบางบอน ช่วย  วณิชชา ม่วงศิริ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางบอน-จอมทอง-หนองแขม เบอร์ 9 หาเสียงเลือกตั้ง  เช่นเดียวกับ องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วย ชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร เขตทุ่งครุ-ราษฎร์บูรณะ เบอร์ 7 หาเสียง

‘เสรีพิศุทธ์’ สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548694

10 พ.ค. 2566

'เสรีพิศุทธ์' สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง

เวทีหาเสียงพรรคเสรีรวมไทยที่นครพนมระอุ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคฯ ได้ทีถล่มยับปม ทิพานัน ศิริชนะ  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ  ยิงเลเซอร์หาเสียง บนสะพานพระราม 8 สับใช้ของหลวงหาเสียงอย่างชัดเจน

ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอปลาปาก จ.นครพนม  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และนายมังกร ยนต์ตระกูล รองหัวหน้าพรรค ประธานภาคอีสาน ได้เปิดเวทีปราศรัยช่วยนายชาญชัย จำคำปา  ผู้สมัคร สส.เขต 4 จ.นครพนม โดยมีผู้ร่วมรับฟังกว่า 8,000  คน โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  ปราศัยกรณี น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ  ยิงเลเซอร์หาเสียง บนสะพานพระราม 8 โดยที่ไม่มีความผิดใด ๆ เลย ทั้งที่ผิดระเบียบกกต.และเป็นการใช้ของหลวงหาเสียงอย่างชัดเจน ถือเป็นความไม่ยุติธรรมในการหาเสียง

ในขณะที่ผู้เกี่ยวข้องแต่พยายามแก้ต่างให้ว่าเป็นความบกพร่องโดยสุจริต แต่ถ้า น.ส.ทิพานัน ไม่ได้เป็นรองโฆษกรัฐบาล ไม่ได้อยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ จะทำได้หรือไม่  สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความไม่เสมอภาคในการหาเสียง และเป็นการใช้ช่องว่างของกฎหมาย  ขณะนี้ความผิดเกิดขึ้นแล้ว  เพราะถ้าทำได้ไม่ผิด พรรคเสรีรวมไทยก็จะขอทำบ้างจะได้หรือไม่  พรรคจะขออนุญาตยิงเลเซอร์หาเสียงตามตึกต่าง ๆ สะพานแขวนต่าง ๆ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

จะเห็นว่าตลอด 8 – 9 ปี ที่ผ่านมาในระบอบประยุทธ์ ได้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาอย่างต่อเนื่อง  ถ้าเป็นคนของรัฐบาลทำอะไรก็จะไม่ผิด แต่ถ้าอยู่ฝ่ายค้านทำอะไรก็ผิด   เป้าหมายของพรรคเสรีรวมไทย  คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รื้อองค์กรอิสระที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.หรือมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งหมด เพราะเห็นแล้วว่าตลอด 8 ปี ที่ผ่านมาองค์กรอิสระทั้งหลาย ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานฝ่ายตรงกันข้ามหรือผู้เห็นต่างมากน้อยแค่ไหน


“อยากให้ตัดใจจาก ลุงตู่  หรือพรรคการเมืองจากพรรคร่วมรัฐบาล มาเลือกลุงเสรี เอาไว้ลุยกับแก็งค์ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย เพราะเป็นคนที่กล้าต่อสู้กับสิ่งไม่ถูกต้อง ขนาดนักการเมืองขาใหญ่ในรัฐบาล ยังกล้าจัดการให้เห็นมาแล้ว นับประสาอะไรกับพวกขบวนการค้ายาเสพติด ขบวนการทุนจีนสีเทาหรือข้าราชการกังฉินที่เกาะกินประเทศมายาวนาน รับรองว่าถ้าได้เข้าไปเป็นรัฐบาล  ฟันไม่เลี้ยงแน่เพราะสโลแกนพรรคก็บอกแล้วว่าเสรีมีไว้ลุย”  พล.ต.อ.เสรี  ระบุ

'เสรีพิศุทธ์' สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง
'เสรีพิศุทธ์' สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง
'เสรีพิศุทธ์' สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง
'เสรีพิศุทธ์' สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง
'เสรีพิศุทธ์' สับ ทิพานัน ยิงเลเซอร์หาเสียงเข้าข่ายใช้ของหลวงหาเสียง

ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอปลาปาก จ.นครพนม  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และมังกร ยนต์ตระกูล รองหัวหน้าพรรค ประธานภาคอีสาน ได้เปิดเวทีปราศรัยช่วย ชาญชัย จำคำปา  ผู้สมัคร สส.เขต 4 จ.นครพนม 

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ ‘วีระ ลักษณวิศิษฏ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548693

10 พ.ค. 2566

'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์'

ครอบครัวลักษณวิศิษฏ์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พิธีพระราชทานเพลิงศพ คุณพ่อ วีระ พร้อมกล่าวสดุดี เป็นแบบอย่างที่ดีของครอบครัว สอนให้เป็นพลเมืองดี และทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมือง

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 66  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเพลิงศพ แก่ นายวีระ ลักษณวิศิษฏ์ บิดาของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ เมรุวัดเหมืองประชาราม อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา โดยมี นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธี และพระเทพปัญญาโมลีเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 

โดย นายจุรินทร์ ในฐานะบุตรชายคนโต เป็นตัวแทนของครอบครัวลักษณวิศิษฏ์  เผยว่า ครอบครัวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้า ล้นกระหม่อม และเป็นเกียรติอันสูงสุด แก่ผู้วายชนม์และวงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ แก่ นายวีระ ผู้เป็นบิดา 

พร้อมกับได้กล่าวไว้อาลัยต่อผู้เป็นบิดาเป็นครั้งสุดท้ายว่า นายวีระ เป็นผู้นำครอบครัวที่ดี มีเมตตากรุณา มีคุณธรรม ให้ความห่วงใย ดูแลและอบรมสั่งสอน บุตร-ธิดา ให้เป็นคนดี ให้การศึกษาที่ดี ทำให้ลูกทุกคน เป็นพลเมืองดีประกอบสัมมาอาชีพอันสุจริต เป็นผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและชาติบ้านเมือง อีกทั้งยังสั่งสอนให้ลูกหลานรู้จักการเสียสละ และความกตัญญู

การสูญเสียนายวีระ ถือเป็นการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของ ครอบครัวลักษณวิศิษฏ์ แต่คุณงามความดีที่นายวีระได้ทำไว้ จนเป็นแบบอย่างของครอบครัว และจะเป็นอนุสรณ์อันงดงามที่จารึกและประทับอยู่ในใจของสมาชิกครอบครัว ลักษณวิศิษฏ์และญาติสนิท มิตรสหาย ตลอดไป

'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์'
'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์'
'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์'
'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์'
'ในหลวง' โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์'

จับตา ‘รมว.มหาดไทย’ คนใหม่ หลัง ‘น้องสมศักดิ์’ หลุดปาก ‘เป็นของคนสุโขทัย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548691

10 พ.ค. 2566

จับตา 'รมว.มหาดไทย' คนใหม่ หลัง 'น้องสมศักดิ์' หลุดปาก 'เป็นของคนสุโขทัย'

‘พรรณสิริ’ ปราศรัย ‘เพื่อไทย’ ชนะ ได้เห็นคนสุโขทัยเป็น ‘รมว.มหาดไทย’ ขณะที่ ‘สมศักดิ์’ ตั้งเป้าทำตามฝันกวาด สส.ยกจังหวัด 4 เขต

วันที่ 10 พ.ค. 66 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ คณะกรรมการทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายรุ่งเรือง พิทยศิริ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้การเกษตร เทิดไท ฟาร์ม อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เพื่อปราศรัยช่วย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ผู้สมัคร สส.สุโขทัย เขต 1 เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย 

พรรคเพื่อไทยหาเสียงจังหวัดสุโขทัยพรรคเพื่อไทยหาเสียงจังหวัดสุโขทัย

น่าสนใจกับประเด็นที่นางพรรณสิริ ขึ้นปราศรัยเอ่ยปากหลังได้ยินแว่วๆว่า “ค่าพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์นอกจากมีคนสุโขทัยเข้าไปเป็น รมว.มหาดไทย”  หากเป็นเช่นนั้นจะยิ่งช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวสุโขทัยได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นขอให้ทุกคนเลือกพรรคเพื่อไทย ทั้ง 2 ใบ จะได้เกิดแลนด์สไลด์  

นอกจากนี้ในเขต 1 ที่รับผิดชอบอยู่ มีทั้งหมด 21 ตำบล ตนได้ลงพื้นที่ครบแล้ว เหลือเพียงไม่กี่วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง แต่ก็ยังลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพราะอยากพบปะกับพี่น้องชาวสุโขทัยให้ได้มากที่สุด 

นางพรรณสิริ กุลนาถศิรินางพรรณสิริ กุลนาถศิริ

ขณะที่พี่ชาย อย่างนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายอำนาจเดิมกำลังจะหมดอำนาจ ดังนั้นพวกเราต้องช่วยกัน ไม่ต่ออำนาจให้พวกเขาอีก ด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ ตัดอำนาจ สว.250เสียง โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนจะทำก็ตามความฝันให้สำเร็จด้วยการชนะทั้ง 4 เขตของจังหวัดสุโขทัย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

แฉ ‘พิธา’ วางอุบายหุ้นไอทีวี ใช้แผน โยนกระเบื้องล่อหยก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548689

10 พ.ค. 2566

แฉ ‘พิธา’ วางอุบายหุ้นไอทีวี  ใช้แผน โยนกระเบื้องล่อหยก

แฉ ‘พิธา’ วางอุบายหุ้นไอทีวี ใช้แผน โยนกระเบื้องล่อหยก ‘สามารถ’ เชื่อ หวังตัดสิทธิ์ ปลุกม๊อบ สร้างกระแสพรรคใหม่

วันนี้ (10 พฤษภาคม 2566) นายสามารถ  เจนชัยจิตรวนิช  อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  ยืนยันการพบข้อมูลว่า  นายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ยังคงถือหุ้นบริษัทไอทีวี  จำกัดมหาชน จนถึงปัจจุบัน   โดยชื่อ นายพิธา ปรากฎในบัญชีรายงานผู้ถือหุ้นหลักทรัพย์  ลำดับที่  6,121      

อีกทั้งบริษัทไอทีวีก็ยังคงดำเนินกิจการเป็นสื่อโทรทัศน์  สถานะเป็นนิติบุคคล  และเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์อยู่ และยังมีการส่งข้อมูลมาทางอีเมลล์ให้คนที่ถือหุ้น itv  ให้โอนค่าธรรมเนียม  จำนวน 9,518 บาท  มายังเลขบัญชีของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ประเทศไทยจำกัด  ธนาคารไทยพาณิชย์  สาขาถนนวิทยุ   ถ.วิทยุ   พร้อมกับสแกนสำเนาการโอนมาไปยังอีเมล์อีกด้วย 

นายสามารถ  กล่าวด้วยว่า  ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายพิธา  ได้ชี้แจงด้วย  เพราะหากเป็นมรดกจริง นั่นก็หมายความว่า  ตั้งแต่บิดาของนายพิธาเสียชีวิต   ก็มีการถือหุ้นในชื่อ นายพิธา มาโดยตลอด 

หากเป็นเช่นนั้นจริง  การเลือกตั้งในปี 2562  ที่ผ่านมา  คุณสมบัติการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ของนายพิธา  ก็ถือได้ว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ   หากส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย   ทุกอย่างก็จะย้อนหลังไปการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว  นายพิธา ต้องถูกตัดสิทธิ์   เรียกเงินคืน  เรียกเครื่องราชอิสริยาภรณ์คืน   ไม่ต่างจากอดีตกรณีนายธนาธร   จึงรุ่งเรืองกิจ  อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกตัดสินในการถูกหุ้น วี-ลัคมีเดีย  จำกัด  ที่ถูกมองว่าเป็นการถือหุ้นสื่อเช่นกัน     

แฉ ‘พิธา’ วางอุบายหุ้นไอทีวี  ใช้แผน โยนกระเบื้องล่อหยก

นายสามารถ  จึงไม่น่าแปลกใจที่เหตุใด ทั้งคู่จึงมีความพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ   โดยชอบอ้างเรื่องปากท้องของประชาชนมาบังหน้า    ในทางกลับกันยัง มองด้วยว่า  หากการถือหุ้นเป็นความตั้งใจ ก็ถือ เป็นกลอุบายแผน “โยนกระเบื้องล่อหยก” ที่นายพิธา  อาจยอมถูกตัดสินทางการเมือง  เพื่อหวังปลุกม๊อบลงถนน   เหมือนครั้งอดีต ที่นายธนาธร  ต้องยุบอนาคตใหม่  แล้วกลายมาเป็นพรรคก้าวไกล

“ ผมไม่แปลกใจ ทำไมทั้งนายพิธา  และนายธนาธร   พยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 60   เพราะตัวเองเป็นผู้ขัดแย้ง  เป็นผู้เดือดร้อน  มีส่วนได้เสียกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้   เป็นความพยายามแก้เพื่อพวกพ้องของตัวเองหรือไม่    ผมได้ข้อมูลนี้มานานแล้ว   แต่ผมรอให้ครบถ้วนก่อน  เพราะหากทำในช่วงนี้จะถูกมองได้ว่ากลั่นแกล้ง   หรือไปเรียกคะแนนความสงสารให้เขาหรือไม่   ผมเองก็ฟังได้ว่า มีการออกมาพูดว่า พรรคก้าวไกล กำลังจะโต  แต่ถูกเตะสะกัดขา   แต่แท้จริงแล้วมันไม่จริงหรอกครับ   มันน่าจะเกิดจากความตั้งใจ   ความสะเพร่า  หรือความพลั่งเผลอของตัวเองกันแน่..? “

นายสามารถ  กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า   กระแสของพรรคก้าวไกลขณะนี้ถือว่า  กระแสดีกว่า พรรคอนาคตใหม่ในอดีต   จึงขอฝากให้ประชาชนได้ติดตามอย่างใกล้ชิด  และฝากความหวังกับหน่วยงานรัฐที่จะต้องทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อแสวงหาความจริงให้ปรากฎด้วย

แฉ ‘พิธา’ วางอุบายหุ้นไอทีวี  ใช้แผน โยนกระเบื้องล่อหยก
แฉ ‘พิธา’ วางอุบายหุ้นไอทีวี  ใช้แผน โยนกระเบื้องล่อหยก
แฉ ‘พิธา’ วางอุบายหุ้นไอทีวี  ใช้แผน โยนกระเบื้องล่อหยก

‘กกต.’ เตือนแชร์ข่าว ชูวิทย์ ปูดเลือกตั้งล่วงหน้า เข้าข่ายผิดพรบ.คอมฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548688

10 พ.ค. 2566

'กกต.' เตือนแชร์ข่าว ชูวิทย์ ปูดเลือกตั้งล่วงหน้า เข้าข่ายผิดพรบ.คอมฯ

“กกต.” ออกประกาศชี้แจง กรณี “ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์” เผยแพร่ข้อมูล ระบุว่า หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งหาดใหญ่  มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง เกินจำนวนผู้ลงทะเบียนยอด  ข่าวดังกล่าวเป็นความเท็จ แจงผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนทั้ง 3 เขต   ไม่มีเขตใดใช้สิทธิเกิน

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง  (กกต. ) ทาง”กกต.” ได้ชี้แจงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์  แถลงข่าวโดยระบุว่า หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งในอ.หาดใหญ่   จ.สงขลา   มีผู้ลงทะเบียนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวน 2,047 คน แต่มีผู้มาใช้สิทธิในวันดังกล่าว จำนวน 2,628 คน   เกินจำนวนผู้ลงทะเบียน 581 คน  ข่าวดังกล่าวเป็นความเท็จ ทั้งนี้ อ.หาดใหญ่   มีเขตเลือกตั้งล่วงหน้า จำนวน 3 เขต    จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่มีเขตเลือกตั้งใด  มีจำนวนตรงกับจำนวนตัวเลขที่เป็นข่าว    และขอชี้แจงว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าทั้ง 3 เขต   ไม่มีเขตใดมีผู้มาใช้สิทธิเกินจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง 

“กกต.”  ขอเตือนว่า ผู้ใดแชร์ข่าวดังกล่าวด้วยวิธีการกดไลค์   กดแชร์ รีทวิต   รีโพสต์ ทางยูทูป ทางติ๊กต๊อก  ส่งต่อทางไลน์ไปยังกลุ่มต่าง ๆ หรือช่องทางสื่อสารอื่น ๆ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายกิตติ เรืองเริงกุลฤทธิ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครหาดใหญ่  อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา   ซึ่งรับผิดชอบการเลือกตั้งล่วงหน้าของจังหวัดสงขลา ในวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสงขลา ได้รายงานข้อมูลการใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งแล้ว จำนวน 9 เขตการเลือกตั้ง    จำนวนผู้มาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า เขตเลือกตั้งที่ 2 (ทน.หาดใหญ่+คลองอู่ตะเภา) ในเขตเลือกตั้ง จำนวนผู้ลงทะเบียน 182 คน มีจำนวนผู้มาแสดงตนออกเสียงลงคะแนน 182 คน เท่ากับ 100% 

นอกเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวนผู้มาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า จำนวน 8,734 คน จำนวนผู้มาแสดงตนออกเสียงลงคะแนน 8,086 คน เท่ากับ 92.58%  และมีพื้นที่ข้างเคียงรอบเขตเลือกที่ 2 ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 3 (คอหงส์+นาหม่อม+ทุ่งใหญ่+น้ำน้อย+พะวง+ทุ่งลุง+บ้านพร+คลองเปียะ) จำนวนผู้มาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง จำนวนผู้ลงทะเบียน 84 คน จำนวนผู้มาแสดงตนออกเสียงลงคะแนน 83 คน เท่ากับ 98.81% นอกเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวนผู้มาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า จำนวน 5,998 คน จำนวนผู้มาแสดงตนออกเสียงลงคะแนน 5,640 คน เท่ากับ 94.03% 


เขตเขตเลือกตั้งที่ 9 (ฉลุง+ทุ่งตำเสา+ควนลัง+คลองแห+คูเต่า+บางกล่ำ) จำนวนผู้มาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง จำนวนผู้ลงทะเบียน 67 คน จำนวนผู้มาแสดงตนออกเสียงลงคะแนน 62 คน เท่ากับ 92.54% นอกเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวนผู้มาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า จำนวน 2,980 คน จำนวนผู้มาแสดงตนออกเสียงลงคะแนน 2,777 คน เท่ากับ 93.19% ซึ่งยอดรวมทั้งหมดของจังหวัดสงขลา ไม่มีผู้มาใช้สิทธิเกินจากจำนวนที่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าไว้แต่อย่างใด การที่สื่อนำเสนอว่า “มีบัตรลงคะแนนเพิ่มมา 581 ใบ”  ไม่เป็นความจริง เป็นข่าวปลอมทั้งสิ้น

ศูนย์กลั่นกรองและต่อต้านข่าวสารที่มีผลกระทบต่อนโยบายและภาพลักษณ์ของเทศบาลนครหาดใหญ่  ระบุว่า ที่มีข่าวจับพิรุธโกงเลือกตั้งล่วงหน้า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไม่เป็นความจริง (ปลอม) ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

'กกต.' เตือนแชร์ข่าว ชูวิทย์ ปูดเลือกตั้งล่วงหน้า เข้าข่ายผิดพรบ.คอมฯ

ผู้ใหญ่ ‘รทสช.’ ยังเมินลูกพรรค ไม่ติดต่อแจงเรื่องค่าใช้จ่ายหาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548684

10 พ.ค. 2566

ผู้ใหญ่ 'รทสช.' ยังเมินลูกพรรค ไม่ติดต่อแจงเรื่องค่าใช้จ่ายหาเสียง

ผู้สมัคร สส.เลย เผย ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก ผู้ใหญ่ใน ‘รทสช.’ หลังเมื่อวานนำทัพทวงถามสัญญา ยืนยันไม่คิดทำลาย แต่ต้องการสื่อถึงหัวหน้า-เลขาพรรค

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ผู้สมัคร สส.เลย เปิดเผยถึงกรณีเมื่อวานนี้ (10พ.ค.) นำทีม ผู้สมัคร สส.ภาคอีสานและภาคเหนือ เดินทางมาที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หลังไม่ได้รับการดูแลจากพรรคเรื่อง หาเสียงเลือกตั้งว่า เมื่อวานเป็นตัวแทนมาขอความเห็นใจ โดยผู้สมัครคนอื่นเห็นว่าตนอาวุโสในพรรคจึงมาความช่วยเหลือ เนื่องจากไม่ได้รับค่าทำป้าย ค่าหาเสียง ค่ารถแห่ ค่าผู้ช่วยหาเสียง ตามที่ตกลงกัน แม้จะได้รับเงินแล้ว แต่ไม่ครบ เช่น ตกลงกันจะให้งวดละ 200,000 บาทแต่ได้รับมา 2 งวด ส่วนงวดที่ 3-4 กลับลอยแพ ในส่วนที่ยังไม่ได้รับนั้น งบประมาณยังไม่เกินกฎหมายกำหนด แจ้งไปทางพรรคแล้วไม่มีใครสนใจใยดี ขอไปที่พรรคไม่เจอใครเลย โทรศัพท์ไม่รับสาย และตนในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาสอนกระทรวงก็มาบ่นให้ฟัง 

นายปรีชา ยืนยัน ไม่ได้มาทำลายพัก แต่นำเสนอให้หัวหน้าและเลขาธิการพรรครับทราบ ใครตกลง ก็รับผิดชอบ เพราะการดูแลต้องมีบัญชีค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว เป็นระบบต้องจ่ายงวดละเท่าไร 

ส่วนข่าวที่ออกมา สร้างภาพลบให้พรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ นายปรีชาไม่ขอออกความเห็น เพราะมองว่า วัตถุประสงค์ที่นำเสนอ เพราะต้องการให้ผู้ใหญ่ดูแล ให้ผู้สมัครเดินได้ เดินให้คล่องกับพื้นที่ 

ส่วนกรณีที่สส.นครพนม ที่ออกมาด้วยนั้น ประกาศยุติการหาเสียง ก็เป็นเรื่องของแต่ละพื้นที่ ของแต่ละบุคคล แต่ส่วนตนยังเดินหน้าหาเสียงต่อ แม้ออกมาเช่นนี้ก็ไม่ทิ้งพื้นที่ ซึ่งให้อำนาจการตัดสินใจของประชาชน ตนเป็นนักต่อสู้อยู่แล้ว ทำงานเพื่อประชาชน เราไปทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนที่เขาฝากผีฝากไข้กับเราให้ไปพูดกับผู้ใหญ่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แบบนี้สถานการณ์พรรคเป็นอย่างไร ยังกลมเกลียวหรือไม่ นายปรีชาไม่ขอบตอบ แต่บอกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นผู้ใหญ่แต่ละภาคต้องลงมาดูแล ซึ่งเดิมปัญหาเกิดขึ้นในภาคอีสาน แต่สส.ภาคเหนือทราบข่าว จึงเข้าร่วมด้วยจนขณะนี้มีประมาณ 50 คนแล้ว แต่บางคนเปิดเผยหน้า กลัวจะไม่ได้ค่าใช้จ่าย ก็ไม่เข้าใจตอนเดือดร้อนบอกเรา พอโชว์บอกไม่ไป แต่ก็เป็นสิทธิของเค้า 

ย้อน ‘คดีหุ้นสื่อ’ จาก ‘ธนาธร’ ถึง ‘อุ๊งอิ๊ง-พิธา’ กลเกมนักเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548679

10 พ.ค. 2566

ย้อน 'คดีหุ้นสื่อ' จาก 'ธนาธร' ถึง 'อุ๊งอิ๊ง-พิธา' กลเกมนักเลือกตั้ง

ด้อมส้ม-แดง แทบซวนเซ เมื่อนักร้อง ยื่น กกต.สอบ ‘อุ๊งอิ๊ง-พิธา’ ถูกกล่าวหามีเอี่ยวถือหุ้นสื่อ ขาดคุณสมบัติผู้สมัคร สส. ย้อนอดีตนักการเมือง พัวพัน ‘คดีหุ้นสื่อ’ มีใครบ้าง?

อูณหภูมิการเมืองร้อนฉ่า ก่อนเลือกตั้งใหญ่ 14 พ.ค. 2566 เมื่อ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2566 ขอให้ตรวจสอบว่า ‘ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล(ก.ก.)ว่าเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) หรือไม่

เรืองไกร อ้างว่า พบข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่า ‘พิธา’ ถือหุ้นสื่อ บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) หรือ ITV โดยเจ้าตัวได้ออกมายอมรับเรื่องชื่อผู้ถือหุ้นอยู่ใน บมจ.ไอทีวี และเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อ ตามข้อมูลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแสดงไว้ และรายงานการประชุมของบริษัทเมื่อ 26 เม.ย. 2566 จึงถือว่าองค์ประกอบต่าง ๆ ครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว

‘พิธา’ ถูกร้องในช่วงกระแสพรรคก้าวไกลนำโด่ง ทิ้งห่างหลายพรรคการเมือง อีกทั้ง “ทิม พิธา” วัย 42 ปี ไม่เพียงแต่เป็น ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 1 ของพรรคก้าวไกล แต่ยังเป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพียงหนึ่งเดียวของพรรค อีกด้วย แน่นอนบรรดา ‘ด้อมส้ม’ อาจจะเสียอาการไปบ้าง

ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

“อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย เป็นอีกคนที่ ถูก “นักร้อง” ยื่นตรวจสอบปมถือหุ้นบริษัทเอสซี แอสเสท จำกัด(มหาชน) จำนวน 1,216,149,807 หุ้น โดยอ้างว่าวัตถุประสงค์การทำธุรกิจของ “เอสซี แอสเสท” อย่างน้อย 5 ข้อ อาจเข้าข่ายเป็นกิจการสื่อมวลชน

นอกจาก “อุ๊งอิ๊ง” ยังมีผู้สมัคร สส. ในศึกเลือกตั้ง 2566 อีกอย่างน้อย 130 คน ถูก กกต.กล่าวหาปม “ถือหุ้นสื่อ” ตามที่ ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ผู้สมัคร สส.นครนายก เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อ้างถึง ภายหลังเจ้าตัวโดน กกต.นครนายก ตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ปมถือหุ้น “เอไอเอส” 

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

2 พ.ค. 2566 ศาลฎีกาสั่งคืนสิทธิ์ให้ “ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” ลงสมัคร สส.ได้ชี้กกต.นครนายก ตีความปมถือหุ้น AIS ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์และไม่ชอบด้วยกฏหมายรัฐธรรมนูญ

ย้อน‘คดีหุ้นสื่อ’เจ้าของสถานีวิทยุชุมชน

ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ปี2562 มีนักการเมืองถูกร้อง “คดีหุ้นสื่อ”จำนวนมาก แต่ในจำนวนนี้ มีเพียง ‘นายรวิพล หินผาย’ เป็นผู้สมัคร สส. จ.อุดรธานี พลังท้องถิ่นไท เพียงรายเดียวที่ กกต.วินิจฉัยขาดคุณสมบัติก่อนประชาชนจะใช้สิทธิเลือกตั้ง  เนื่องจากเป็นเจ้าของสถานีวิทยุชุมชน เป็นการถือหุ้นสื่อมวลชน

นายรวิพล หินผาย ถุกกกต.เพิกถอนสิทธิลงสมัคร สส.นายรวิพล หินผาย ถุกกกต.เพิกถอนสิทธิลงสมัคร สส.

โดยไม่มีข้อโต้แย้งว่าไม่ได้เป็นเจ้าของคดีนี้ต่างจากผู้สมัคร สส.บางรายที่ถือหุ้นในบริษัทที่จดบริคณห์สนธิแจ้งวัตถุประสงค์บางข้อทำสื่อ แต่ความจริงทำธุรกิจอื่น ซึ่งเป็นปัญหาถูกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง และศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้ว่า ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้สมัคร สส.หรือไม่?

นายรวิพล หินผาย ผู้สมัคร สส. จ.อุดรธานี เขต 3 พรรคพลังท้องถิ่นไท ถือหุ้นและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด รวิพลเรดิโอ ทำวิทยุชุมชน ถูก กกต.ไม่ประกาศรับรองรายชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. นายรวิพล ได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง แต่ปรากฎว่าวันที่ 8 มี.ค.2562 ศาลฎีกายกคำร้อง

ยกฟ้อง‘คดีถือหุ้นสื่อ’

คดีเพิกถอนชื่อผู้สมัคร สส.ในการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 อันเนื่องมาจากขาดคุณสมบัติ กรณีเป็นเจ้าของ ถือครองหุ้นสื่อมวลชนได้แก่

  • คดีนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร สส. สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ 
  • นายคมสัน ศรีวนิชย์ ผู้สมัคร สส.อ่างทอง เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคประชาชาติ 
  • นายทวีป ขวัญบุรี ผู้สมัคร สส. เขตเลือกตั้ง 1 จ.ระยอง พรรคพลังประชารัฐ 
  • นายติณณ์ ศรีงาม ผู้สมัคร สส.กำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคนาคตใหม่ 
  • นายอรชุน ประสิทธิ์สมบัติ ผู้สมัคร สส.อ่างทอง พรรคประชาธิปัตย์ 
  • นายสุวัฒน์ชัย สวัสดี ผู้สมัคร สส. จังหวัดนครราชสีมา เขต 1 พรรคความหวังใหม่ 
  • คดีนายวิวิธชิตวัน สุวรรณรัตน์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคประชาธรรมไทย 

ผู้สมัคร สส. ทั้ง 7 รายศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิพากษาเมื่อวันที่ 4-19 มี.ค.2562 ว่า คำสั่งไม่ประกาศรับรองชื่อผู้สมัครของกกต.เป็นไปโดยชอบ ยกคำร้องคัดค้านของผู้ร้อง

‘ธนาธร’ติดบ่วง‘คดีหุ้นสื่อ’ดับฝันพ่อของฟ้า ลามสส.ทั้งสภา

หลังเลือกตั้งใหญ่ 25 มี.ค. 2562 ได้เพียง 2 วัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกกต. ให้ตรวจสอบการถือหุ้นสื่อของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ที่ห้ามผู้เป็น สส.เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ หรือไม่

นายพิธา และ นายธนาธรนายพิธา และ นายธนาธร

16 พ.ค. 2562 กกต. มีมติเอกฉันท์ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของ “ธนาธร” ให้สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 มาตรา 82 วรรคสี่ 

ด้วยพยานหลักฐาน บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ที่ “ธนาธร” ถือหุ้น เป็นบริษัทที่ระบุวัตถุประสงค์ในการยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ว่า ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน เมื่อพิจารณาจากงบการเงินของบริษัทพบว่ามีรายได้จากการขายนิตยสาร ให้บริการโฆษณาถือเป็นการประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชนและยังคงประกอบกิจการอยู่ ไม่มีการจดทะเบียนยกเลิกบริษัทหรือเสร็จการชำระบัญชี

ขณะที่สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น หรือ บอจ. 5 ที่ กกต.ได้รับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังปรากฏชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นตั้งแต่ปี 2558 จนถึงวันที่ 21 มี.ค. 2562 เมื่อ กกต.ประกาศเปิดสมัครรับเลือกตั้ง สส.วันที่ 4-8 ก.พ. 2562

“คดีถือหุ้นสื่อ” ของ “เอก-ธนาธร” เป็นเหตุให้พรรคอนาคตใหม่(ขณะนั้น)ยื่นหนังสือให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งรายชื่อ 41 สส. พรรคฝ่ายรัฐบาลให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แบ่งเป็น 2 ล็อต ล็อตแรก 30 คน ยื่นเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2562 ล็อตสอง 11 คน ยื่นเมื่อ 6 มิ.ย.2562

ฝ่ายค้านรอด ยกเว้น‘ก้าวไกล’ไม่รอด

28 ต.ค. 2563 ศาลได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง โดยวินิจฉัยในส่วนของ สส.ฝ่ายรัฐบาล 32 คนก่อน เห็นว่า สส.จำนวน 29 คน ไม่ได้ประกอบกิจการธุรกิจสื่อ และหนังสือพิมพ์ตามคำร้องมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3)

ขณะที่จำหน่ายคดีอีก 3 ราย คือ 1. พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ 2.ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล และ 3.นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ เนื่องจากพ้นสมาชิกภาพ สส.ไปแล้ว

ส่วน 32 สส.ฝ่ายค้านนั้น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า กรณีของนายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สส.พรรคก้าวไกล ขาดคุณสมบัติ สส. เนื่องจากถือหุ้นในบริษัทประกอบกิจการสื่อขัดรัฐธรรมนูญ เมื่อครั้งสังกัดพรรคอนาคตใหม่ แม้โอนหุ้นแล้วยังพบข้อพิรุธ และไม่ชี้แจงข้อเท็จจริง

ศาลฯ สั่งจำหน่ายคดี 3 รายคือ 1.พล.ท.พงศกร รอดชมภู 2.นายสุรชัย ศรีสารคาม และ 3. นายชำนาญ จันทร์เรือง เนื่องจากพ้นสมาชิกภาพส.ส.ไปแล้ว

ส่วน 28 สส. ฝ่ายค้านศาลยกคำร้อง เนื่องจากไม่ได้ประกอบกิจการธุรกิจสื่อมวลชน และหนังสือพิมพ์แต่อย่างใด

คดีถือหุ้นสื่อ บริษัทวีลัค มีเดียจำกัด จนเป็นเหตุให้ “ธนาธร” พ้นตำแหน่งสส.ปี2652 อาจจะมีข้อเท็จจริงแตกต่างไปจาก “อุ๊งอิ๊ง” แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เพราะ “เอสซี แอสเสท” เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่าทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ต่างจาก “วีลัค มีเดีย” ทำธุรกิจสิ่งพิมพ์โดยตรง

ทั้ง ‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร และ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ถูกกล่าวหา คดีถือหุ้นสื่อ ส่วนใครจะลิ่ว หรือร่วง หรือมีผลต่อการเลือกตั้ง 2566  หรือไม่ รอลุ้นการวินิจฉัยของกกต. 

…กมลทิพย์ ใบเงิน..เรียบเรียง

‘กรณ์’ ปราศรัยฝ่าสายฝน ขอคนสงขลา ‘วางหัวใจไว้กับจูรี’  

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548675

10 พ.ค. 2566

‘กรณ์’ ปราศรัยฝ่าสายฝน ขอคนสงขลา ‘วางหัวใจไว้กับจูรี’  

เลือกตั้ง66 : ‘กรณ์ จาติกวณิช’ นำชาติพัฒนากล้า ปราศรัยกลางสายฝนที่สงขลา หวังคนสงขลาเลือก ‘จูรี นุ่มแก้ว’ เข้าไปเป็นผู้แทน

จากปรากฎการณ์การปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งของพรรคชาติพัฒนากล้า ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เลือกตั้งของ นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 เบอร์ 8 ดาวติ๊กตอกชื่อดังขวัญใจคนใต้

โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิช นำทีมปราศรัย ท่ามกลางพายุฝนที่ถล่มลงมาอย่างหนัก เมื่อคืนวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา 

แต่ปรากฏว่าประชาชนที่เข้าร่วมรับฟังอย่างล้นหลาม เต็มพื้นที่สี่แยกสะพานดำ  ก็ไม่ยอมถอย ยังคงปักหลักฟังปราศรัยและส่งเสียงให้กำลังใจกันตลอดเวลา

‘กรณ์’ ปราศรัยฝ่าสายฝน ขอคนสงขลา ‘วางหัวใจไว้กับจูรี’  

ชาวบ้านบางคนกระโดดขึ้นบนเวทีประกาศออกไมค์ว่า คนหาดใหญ่ และ คนสงขลา รอผู้แทนแบบ จูรี มานาน ผู้แทนลูกชาวบ้าน ที่ต่อสู้ดิ้นรน จนประสบความสำเร็จในชีวิต เข้าใจหัวอกชาวบ้านที่เดือดร้อนจากการไม่ได้รับโอกาสที่ดี จากระบบที่ไม่เอื้อให้คนจนได้ลืมตาอ้าปาก และพวกเขาไม่สามารถพึ่งพาผู้แทนของตัวเองได้เลย   

นอกจากนี้ นายกรณ์ ยังได้สำทับเพิ่มเติมว่า ตลอดชีวิตการเป็นนักการเเมืองมาเกือบ 20 ปี ในยุค ๆ หนึ่ง จะมีคนแบบจูรี ไม่เกิน 1ถึง 2 คน จึงขอให้ชาวบ้านวางหัวใจไว้กับจูรีได้ แล้วช่วยกันเลือกคนแบบจูรี เข้าไปเป็นผู้แทน เพราะไม่แน่ว่า ตลอดชีวิตนี้ ท่านอาจจะไม่พบเจอคนแบบจูรีอีกเลย นี่คือ เพชรน้ำงาม ของคน สงขลา ที่มีความรู้ ความสามารถ ผ่านประสบการณ์ชีวิต ความยากลำบาก เพื่อไปสู่เป้าหมายของชีวิต คือเป็นผู้แทนที่สร้างสรรค์ ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง 

‘กรณ์’ ปราศรัยฝ่าสายฝน ขอคนสงขลา ‘วางหัวใจไว้กับจูรี’  

เขาจึงเลือกพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกันคือพรรคชาติพัฒนากล้า และแม้ว่าจะเจอวิชามารสารพัดรูปแบบ ตลอดช่วงการหาเสียง ทั้งกีดกันไม่ให้เข้าพื้นที่ ทั้งแอบอ้างแจกเงินชาวบ้านโดยอ้างว่าเป็นเงินจูรี รวมถึงการทำลายป้ายหาเสียง 

แต่จูรี ก็ยังเชื่อมั่นว่า  ไม่ว่าใครจะทำอะไรก็ตาม แต่เบอร์ 8 ของเขา เข้าไปอยู่ในหัวใจชาวบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงเบอร์ 14 ซึ่งเป็นเบอร์พรรคชาติพัฒนากล้าด้วย

‘กรณ์’ ปราศรัยฝ่าสายฝน ขอคนสงขลา ‘วางหัวใจไว้กับจูรี’  

และทันที ที่คลิปปราศรัยของจูรี ออกสู่โซเชียล ก็มีคนเข้าไปชมทะลุล้านวิวเพียงไม่กี่ชั่วโมง ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า การเมืองใหม่ได้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ ที่ จ.สงขลา และส่งผลสั่นสะเทือนไปทั่วภาคใต้ ทำให้พรรคการเมืองเก่าแก่ เจ้าของพื้นที่ตลอดกาลถึงกับสะเทือน  

จากนี้ไปอย่าได้กระพริบตา พายุจูรี จะพัดถล่มให้ฐานเก่าแก่ จมทะเล ได้หรือไม่ 14 พฤษภา มีคำตอบแน่นอน

เสากระโดง ‘สะพานพระราม 8’ ใหญ่กว่าป้ายหาเสียง 76 เท่า ทำไม รทสช. เลือกจุดนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548671

10 พ.ค. 2566

เสากระโดง 'สะพานพระราม 8' ใหญ่กว่าป้ายหาเสียง 76 เท่า ทำไม รทสช. เลือกจุดนี้

เสากระโดง ‘สะพานพระราม 8’ เสาสะพานที่ใหญ่กว่าป้ายหาเสียง 76 เท่า เปิดเหตุผลทำไม รทสช. ต้องยิงเลเซอร์ตัวอักษรชวนเลือกตั้งขึ้นไปด้านบน

เลเซอร์ตัวหนังสือหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยังมีกระแสดราม่าแรงไม่ตก เพราะทางฝั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่าไมได้ผิดเงื่อนไขการขึ้นป้ายหาเสียง ซึ่งดูเหมือนว่าจะยังย้อนแย้งกับอดีตคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างนายสมชัย ศรีสุทธิยากร  ที่ได้ระบุว่า ตัวอักษรหาเสียงที่ฉายไปยังเสากระโดง “สะพานพระราม 8” ของพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น เข้าข่ายผิดกฎหมาย เพราะ กกต. กำหนดขนาดของป้ายหาเสียงว่าให้ใหญ่ที่สุดไม่เกิน 1.30×2.45 เมตร ดังนั้น กรณีป้ายไฟใหญ่ที่ติดเสา “สะพานพระราม 8” จึงอาจเข้าข่ายเกินกว่าขนาดที่กำหนด 

  • ทำไมต้องใช้ “สะพานพระราม 8” ในการหาเสียง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.  อธิบายถึงกรณีการใช้พื้นที่ด้านบนสะพานพระราม 8 ในการหาเสียงของพรรคการเมืองในครั้งนี้ กับคมชัดลึก ว่า บริเวณเสากระโดงของ “สะพานพระราม 8” ค่อนข้างมีความโดดเด่นสามารถมองเห็นได้ในระยะไกลเพราะเสามีความสูงถึง 160 เมตร  ซึ่งในเชิงการตลาดสามารถทำให้คนถ่ายภาพและเกิดการแชร์ต่อๆ ไปได้ อีกทั้งในจุดดังกล่าวยังไม่เคยมีบริษัทเอกชนเจ้าไหนสามารถติดต่อและทำการยิงเลเซอร์ตัวหนังสือขึ้นไปบน “สะพานพระราม 8” ได้ ดังนั้น พรรครวมไทยสร้างชาติ ถือว่าเป็นพรรคแรกในประเทศไทยที่สามารถทำได้แบบนี้  หากมองในมุมการหาเสียงเพื่อเรียกคะแนนในโค้งสุดท้ายมองว่าไม่ได้มีผลมากหนัก แต่ตัวคนดำเนินการเองอาจจะได้ความภูมิใจที่ประสานขอยิงเลเซอร์ขึ้นไปบนเสากระโดงสะพานได้แบบนี้  เพราะยังไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน 

ภาพจากทวิตเตอร์อ้น ทิพานันภาพจากทวิตเตอร์อ้น ทิพานัน

  • เสากระโดงสะพานขนาดใหญ่กว่าป้ายหาเสียง 76 เท่า 

สำหรับ “สะพานพระราม 8” ถือว่าเป็นสะพานแขวนที่มีขนาดใหญ่  รูปเป็นสะพานขึงแบบอสมมาตรเสาเดี่ยว ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 13 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขนาดของ “สะพานพระราม 8” มีการออกแบบไว้ที่ความยาว 475 เมตรความ สูง 160 เมตร เฉพาะเสากระโดงผู้เชี่ยวชาญระบุว่าอาจจะกว้างมากถึง 1.50 เมตร หากลองเปรียบเทียบขนาดป้ายหาเสียง และขนาดของเสากระโดง “สะพานพระราม 8” จะเห็นว่า ขนาดแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยพื้นที่รวมของป้ายหาเสียงอยู่ที่ 3.12 ตารางเมตร ส่วนของเสากระโดงสะพานพระราม 8 จะอยู่ที่  240 ตารางเมตร ซึ่งเท่ากับว่าเสากระโดงจะมีขนาดใหญ่กว่าป้ายหาเสียงมากถึง 76 เท่า  และหากลองเอาป้ายหาเสียงขนาด 1.30 ม.x 2.45 ม.มาวางต่อ ๆ กันจะต้องใช้ป้ายมากถึง 76 ป้ายเลยทีเดียว 

  • สรุปยิงเลเซอร์ขึ้นเสากระโดง “สะพานพระราม 8” ผิดหลักเกณฑ์เลือกตั้งจริงหรือไม่ 

ส่วนกรณีที่สังคมเกิดการตั้งคำถามมากมายว่ากรณีดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่นั้นนายสมชัย อธิบายเพิ่มเติมว่า กกต.กำลังตีความผิดประเด็นไปว่าการหาเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์นับรวมการยิงเลเซอร์ข้อความด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วการใชสื่ออิเล็กทรอนิกส์หมายถึงการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย เฟสบุ๊ก ทวิตเตอร์ SMS เว็บไซต์ ซึ่งเป็นรูปแบบการหาเสียงเพื่อให้เข้าถึงทางไกล  ส่วนการยิงเลเซอร์นั้นไม่ถือว่าเป็นการหาเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์แต่มีสถานะเป็นป้ายหาเสียง เพราะจากรายละเอียดหนังสือขอใช้พื้นที่มีการระบุชัดเจนว่าจะขอใช้ทั้งหมด 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-12 พ.ค. แต่ละวันใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง หากกกต.ตีความว่าเป็นการหาเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์การหาเสียงบนบิลบอร์ดก็คงจะทำได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้การตีความของกกต.ไม่ได้เป็นแนวทางที่ทำให้ปัญหาจบ แต่กลับเป็นการสร้างปัญหามากกว่า เพราะตามกฎหมายแล้วกรณีใช้ป้ายหาเสียงเกินขนาดไม่ได้มีความผิดอะไร หาก กกต.เห็นก็ตักเตือนและแจ้งให้เอาป้ายลง หรือหากกต.จะต้องเอาลงเองก็สามารถไปเก็บค่าดำเนินการกับเจ้าของป้ายได้   

หนังสือขอใช้พื้นที่เลือกตั้งหนังสือขอใช้พื้นที่เลือกตั้ง