หมอทศพร เรียกร้อง กกต. จัดเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่ หลังพบความวุ่นวาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548608

09 พ.ค. 2566

หมอทศพร เรียกร้อง กกต. จัดเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่ หลังพบความวุ่นวาย

หมอทศพร จุดเทียนไม่พอใจ กกต. จี้ จัดเลือกตั้งใหม่ เหตุเลือกตั้งล่วงหน้าวุ่นวายมีปัญหา พร้อมเรียกร้องลาออกหลังจัดเลือกตั้งเสร็จ เตรียมเดินสายถือรูปประธาน และ เลขาฯ กกต.โชว์ประท้วงทั่งประเทศ

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นพ.ทศพร เสรีรักษ์  ผู้สมัคร ส.ส. แพร่ พรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ กกต.แก้ไขความผิดพลาด และแสดงความรับผิดชอบ กรณี เกิดปัญหาในการเลือกตั้งล่วงหน้า โดยขอให้ยกเลิกการเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะจำนวนผู้ลงทะเบียน 2 ล้านเสียง ขณะนี้มั่วไปหมดและไม่มีหลักประกันว่าจะส่งไปยังเขตที่ถูกต้อง รวมถึงมีปัญหา บกพร่องหลายเขต 

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ร้องเรียนกกต.นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ร้องเรียนกกต.

พร้อมยกตัวอย่าง ว่าในจังหวัด 1 ทางภาคเหนือ มีการนำบัตรจังหวัดแพร่และจังหวัดอุตรดิตถ์ ไปหย่อนไว้ ในที่เดียวกัน ซึ่งเบอร์ 4 ของจังหวัดแพร่ตรงกับเบอร์ 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งคำถามว่าใครจะรับประกันได้  พร้อมเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่ให้เรียบร้อย จากนั้นขอให้ กกต. ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ร้องเรียนกกต.นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ร้องเรียนกกต.

นพ.ทศพร กล่าวอีกว่า ตนจะนำรูปของนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. และนายแสวงบุญมี เลขาธิการ กกต. เดินโชว์ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่าไม่กี่วันจะมีการเลือกตั้ง ก็ยังไปดูงานต่างประเทศมีปัญหามากมาย และเมื่อ 4-5 วันที่ผ่านมา และยังให้การตั้งผู้สังเกตการณ์ เป็นค่าใช้จ่ายของพรรค ซึ่งหากคำนวณว่าต้องจ่ายค่าจ้างผู้สังเกตการเลือกตั้งทุกหน่วยจะต้องใช้งบประมาณถึง 33 ล้านบาท ในขณะที่กำหนดให้พรรคการเมืองมีค่าใช้จ่าย เพียง 40 ล้านบาท

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ร้องเรียนกกต.นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ร้องเรียนกกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ทศพร  ยังได้นำ เทียน มาเรียงเป็นอักษร กกต.วาง ที่ด้านหน้าบริเวณที่แถลงข่าว เพื่อจุดแสดงความไว้อาลัยต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เดินเข้ามาบอกว่า จุดเทียนบริเวณนี้ไม่ได้ แต่นายแพทย์ทศพรยืนยันว่าไม่ได้มีอันตรายใดๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ยังยืนยันว่า ทางอาคารไม่ได้อนุญาตให้จุดเทียน และขอให้ใช้พื้นที่ด้านนอกอาคารแทน ในที่สุด นพ.ทศพร ยอมถอยไม่จุดแต่ ได้ทำท่าจุดเพียงเทียน 1 เล่ม  เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ให้สื่อถ่ายภาพเท่านั้น

ชาวบ้านหลั่งน้ำตาเจอ ‘เมียสนธยา’ ลงพื้นที่เขต 6 รอเวลา ‘เพื่อไทย’ รับชัยชนะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548605

09 พ.ค. 2566

ชาวบ้านหลั่งน้ำตาเจอ 'เมียสนธยา' ลงพื้นที่เขต 6 รอเวลา 'เพื่อไทย' รับชัยชนะ

‘เมียสนธยา’ ลงพื้นที่ถี่โค้งสุดท้าย บุกทุกซอกซอย ชาวบ้านดีใจน้ำตาไหลรอ ‘เพื่อไทย’ กลับมาเป็นรัฐบาล แก้ปัญหายากจน

วันที่ 9 พ.ค. นางสุกุมล คุณปลื้ม ภรรยาของนายสนธยา คุณปลื้ม ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 6 เบอร์ 8 พรรคเพื่อไทย พร้อมทีมงาน เดินลุยพบปะประชาชนในพื้นที่ บางพระ ศรีราชา แหลมฉบัง เกาะสีชัง ผลักดันนโยบายเพื่อไทยถึงมือชาวบ้าน

ซึ่งประชาชนส่วนมากสะท้อนความเป็นห่วงรายได้-รายจ่าย ค่าน้ำค่าไฟ และอยากให้ดูแลผู้สูงวัยให้ดี สอดคล้องกับพรรคเพื่อไทย เพราะมีนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล , ค่าแรง 600 บาท , ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ , ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค ตอบโจทย์ชาวชลบุรีแน่นอน

นางสุกุมล ระบุว่า ประชาชนเชื่อมือ เชื่อมั่น และจะไม่เสียสมาธิกับเรื่องต่างๆในโค้งสุดท้ายนี้ ประกอบกับตนมุ่งนำเสนอผลงานและประสบการณ์ ถือเป็นเครื่องการันตีว่าจะเข้ามาแก้ปัญหา หลังจากนี้แม้ใกล้เลือกตั้งเข้าเต็มที ยิ่งต้องลุยหนัก ทุกตรอกซอกซอย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประมงท้องถิ่น ชุมชนแหลมฉบังเก่า บางพระ บ้านห้วยกุ่ม บ้านพงกะปลั่ง เขาไม้แดง เขาหินใหญ่ ห้วยท่าไทร เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ บรรยากาศชาวบ้านต่างดีใจที่ได้พบนางสุกุมล บางคนถึงขั้นร้องไห้ อยากให้เพื่อไทยได้รับชัยชนะกลับมาเป็นรัฐบาลโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมามีชีวิตยากลำบาก และมองว่าเพื่อไทยเป็นพรรคที่เข้าใจคนยากจนมากที่สุด 
นอกจากนั้น ระหว่างเดินหาเสียงในพื้นที่ หมู่ 10 ต.สุรศักดิ์ นางสุกุมลได้พบครูเก่าตอนสมัยเรียนโรงเรียนเซนต์ปอลคอนแวนต์ เข้ามาให้กำลังใจลูกศิษย์ จน นางสุกุมลดีใจโผเข้าไปกอดครูและหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ

ชาวชลบุรีดีใจเจอนางสุกุมล คุณปลื้มชาวชลบุรีดีใจเจอนางสุกุมล คุณปลื้มนางสุกุมล คุณปลื้ม ลงพื้นที่เขต 6 ชลบุรีนางสุกุมล คุณปลื้ม ลงพื้นที่เขต 6 ชลบุรี

เส้นทางผู้นำ : ‘วราวุธ’ ตั้ง สสร. ร่างรธน.ใหม่ฉบับประชาชน เพิ่มโอกาสประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548600

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

09 พ.ค. 2566

เส้นทางผู้นำ : ‘วราวุธ’ ตั้ง สสร. ร่างรธน.ใหม่ฉบับประชาชน เพิ่มโอกาสประเทศ

เลือกตั้ง2566 : ‘ท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา’ สัมภาษณ์พิเศษผ่านรายการ ‘Road to The Future เส้นทางผู้นำ’ ลั่น ตั้งสสร.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับประชาชนภายใน 100 วัน มั่นใจเป็นแคนดิเดตนายกฯที่สร้างโอกาสประเทศ ดึงโลกทั้งใบมาเสิร์ฟใคนไทย

นายวราวุธ ศิลปอาชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคชาติไทยพัฒนา  ให้สัมภาษณ์พิเศษผ่านรายการ ‘Road to The Future เส้นทางผู้นำ’ ทางเนชั่นทีวี โดยย้ำถึงนโยบายของพรรคในการเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องเริ่มกระบวนการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญภายใน 100 วัน โดยมีทุกภาคส่วนอยู่ในสสร. เพื่อออกแบบรัฐธรรมนูญที่เหมาะกับสังคมไทยในปัจจุบัน เพื่อเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง เหมือนกับรธน. 2540 ที่มี่นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี

นายวราวุธ ย้ำถึงนโยบายการแก้ปัญหาปากท้อง โดยเฉพาะเรื่องค่าไฟ ในระยะสั้นสถานการณ์ความร้อนจะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านี้ ดังนั้นจะในช่วง 1 ไตรมาส รัฐบาลจะต้องอุดหนุนค่า Ft ให้กับประชาชน 50 % ระยะกลางสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์ลูฟท็อปให้ประชาชนและขายไฟให้กับรัฐ สวนระยะยาว จะเจรจาผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนในการลดปริมาณกำไร เพื่อให้ค่าไฟถูกลง

เส้นทางผู้นำ : ‘วราวุธ’ ตั้ง สสร. ร่างรธน.ใหม่ฉบับประชาชน เพิ่มโอกาสประเทศ

นายวราวุธ บอกถึงอากาศที่ร้อนมากอยู่ในขณะนี้ว่าจะร้อนยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคทำมาตลอด 4 ปี คือเรื่องคาร์บอนเครดิต สภาวะโลกร้อน ซึ่งมีนโยบายในการตั้งเอเชียแปซิฟิกคาร์บอนเครดิตเซ็นเตอร์จะเร่งทำให้เกิดเร็วที่สุดเพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดจากสภาวะโลกร้อน


“ไม่ว่าเป็นคนรุ่นใหม่หรือคนรุ่นใหญ่ ชาติไทยพัฒนาเปิดโอกาสให้คนเข้ามาทำงานร่วมกัน พรรคเรามีความคิดที่ก้าวหน้า เปิดกว้าง ยอมรับในความเห็นที่แตกต่างซึ่งเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตัริย์ทรงเป็นพระประมุข ไม่จำเป็นว่าคุณจะอายุเท่าไรถ้ามีความคิดที่ทันสมัย เปิดรับความแตกต่าง มองเห็นการเมืองสร้างสรรค์ที่สาดโคลนกันไปมา เราเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่และทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะอายุเท่าไร และเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” 

เส้นทางผู้นำ : ‘วราวุธ’ ตั้ง สสร. ร่างรธน.ใหม่ฉบับประชาชน เพิ่มโอกาสประเทศ

เส้นทางผู้นำ : ‘วราวุธ’ ตั้ง สสร. ร่างรธน.ใหม่ฉบับประชาชน เพิ่มโอกาสประเทศ
พรรคของท่านมีนโยบายเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพและเกณฑ์ทหารอย่างไร?

นายวราวุธ กล่าวว่า การเกณฑ์ทหารมีปัญหา 2 เรื่องคือ 1.เรื่องสิทธิมนุษยชน และ 2 .เรื่องโอกาสของวัยรุ่นที่หายไปเมื่อเขาต้องเป็นทหารเกณฑ์ คิดว่าเรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรม เริ่มจากการเปิดให้มีการสมัคร เมื่อสมัครไม่เพียงพอการเกณฑ์ทหารต้องมีสวัสดิการรองรับเพิ่มขึ้น มีการฝึกอาชีพ สร้างรายได้ให้เขา มีการฝึกซ้อนที่มีมาตรฐาน ไม่มีการกลั่นแกล้ง และต้องไม่มีทหารรับใช้ตามบ้านส่วนในระยะยาวจำนวนทหารอาจจะต้องลดลง แต่เมื่อลดแล้วต้องมีคุณภาพ ทหาร 1 นาย ต้องทำได้มากกว่า 1 อย่าง ต้องมีอุปกรณ์ที่ทันสมัย 

ส่วนการปฏิรูปกองทัพ นายวราวุธ กล่าวว่า นี่คือการปฏิรูประบบราชการซึ่งเป็นนโยบายของพรรค ต้องระบบดิจิทัลมาใช้ในงานราชการให้มากขึ้น เพื่อลดการใช้เอกสาร มีกฎกติกาที่เอื้อต่อการทำงานระบบออนไลน์ ใช้บล็อกเชน เอไอ เมื่อมีการปฏิรูประบบราชการก็จะทำให้การปฏิรูปกองทัพมีความเป็นไปได้มากขึ้น 

ส่วนการที่ห้ามทหารยุ่งเกี่ยวกับการเมืองนั้น นายวราวุธ กล่าวว่า ก็เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องตกลงกันในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้ สสร. ซึ่งต้องตกลงกันให้ได้ว่าจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไรภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่

เส้นทางผู้นำ : ‘วราวุธ’ ตั้ง สสร. ร่างรธน.ใหม่ฉบับประชาชน เพิ่มโอกาสประเทศ

พรรคของท่านมีนโยบายในการดำเนินคดีกับผู้ก่อรัฐประหารหรือไม่อย่างไร?

นายวราวุธ ตอบคำถามนี้ว่า ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า หลักของกฎหมายจะไม่เอาผิดย้อนหลังได้ แต่ถ้าเรื่องใดเป็นคุณสามารถย้อนหลังได้ เมื่อหลักกฎหมายเป็นแบบนี้หากไปเอาผิดย้อนหลังจะทำให้ระบบกฎหมายรวนทั้งหมด ซึ่งตนหมายถึงทุกเรื่องไม่ใช่แค่เรื่องการรัฐประหาร

“แต่หากจะให้มีการรับบทลงโทษย้อนหลังอย่างไร ก็ใช้กระบวนการของสสร.ที่ร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ว่าจะเอาอย่างไร เพราะเราเชื่อว่าการแก้ปัญหาประเทศทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วม” 

พรรคของท่านมีนโยบายในการปฏิรูปพลังงานอย่างไร?

นายวราวุธ กล่าวว่า เริ่มจากค่าไฟ ที่มีปัญหาหลักคือเรื่องเชื้อเพลิง อย่างไรที่เรียนว่า ระยะสั้น รัฐบาลต้องช่วยสนับสนุนค่าไฟให้ประชาชน 50% เป็นเวลา 1 ไตรมาส หรือ 3 เดือน เพราะอากาศจะร้อนขึ้นไม่ใช่แค่ปีนี้ ระยะกลาง ต้องสนับสนุนให้ประชาชนติดโซลาร์ลูฟท็อปในราคาที่จับต้องได้และสามารถขายไฟคืนรัฐได้ด้วย เพื่อเป็นแรงจูงใจ

ส่วนระยะยาวต้องทำแผนพลังงานใหม่ ปรับลดสัดส่วนการใช้ฟอสซิลและยกเลิกการใช้ให้ได้ในปี 2065 เพื่อสนับสนุนพลังงานสะอาด และขอเจรจากับโรงกลั่น – เอกชนให้ลดกำไรลง ซึ่งไม่ใช่การหักคอ เพราะหากทำแบบนั้นจะไม่มีใครมาลงทุนกับประเทศไทย มั่นใจว่าเจรจากับเอกชนได้ และยังต้องสร้างมิตรกับเพื่อนบ้าน

เส้นทางผู้นำ : ‘วราวุธ’ ตั้ง สสร. ร่างรธน.ใหม่ฉบับประชาชน เพิ่มโอกาสประเทศ

พรรคของท่านมีนโยบายในการแก้ปัญหาทุนสีเทา-ทุนผูกขาดอย่างไร?

นายวราวุธ กล่าวว่า  ปัญหาทุนสีเทาปัญหามาจากช่องโหว่ของกฎหมายหลายฉบับที่ใช้เวลาในการขอ ในการอนุมัติ และมีหลายหน่วยงานเป็นเจ้าภาพในเรื่องเดียวกัน ทำให้เกิดการทุจริตได้ โอกาสที่ทุนสีเทาเข้ามาจึงมีเต็มไปหมด หากใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาจะทำให้ทุนสีเขาเป็นสีขาวทั้งหมด

ส่วนกรณีทุนผูกขาด ส่วนตัวไม่ได้มองว่าเป็นทุนเล็กหรือใหญ่ แต่ต้องการให้การเกิดการแข่งขันอย่างเสรี และต้องมีความโปร่งใสในการทำกิจการ โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาเพื่อให้ทุกคนไม่ว่าเล็กหรือใหญ่สามารถตรวจสอบได้และมีข้อมูลเท่ากัน

“อยากให้นายกรัฐมนตรีคนต่อไปเป็นคนที่เพิ่มโอกาสให้ประเทศ เป็นคนที่สามารถนำโลกทั้งใบมาเสิร์ฟให้คนไทย คนคนนั้นอยากให้เป็นนายวราวุธ ศิลปอาชา”

ติดตามในรายการ Road to the Future : เส้นทางผู้นำ เวลา 17.25 น.  NationTV

‘พิธา’ ชี้แจงกรณีถือหุ้นสื่อมวลชน เผย ‘ไม่ใช่ของผม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548599

09 พ.ค. 2566

'พิธา' ชี้แจงกรณีถือหุ้นสื่อมวลชน เผย 'ไม่ใช่ของผม'

‘พิธา’ ชี้แจง ถือหุ้นสื่อมวลชน เป็นเพียงผู้จัดการมรดกเท่านั้น เชื่อถูกสกัดเพราะกระแส ‘พรรคก้าวไกล’ มาแรง ขออย่าหวั่นไหว

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีชี้แจงกรณี การถือหุ้นสื่อมวลชน ITV หลังนางเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เตรียมยื่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) 

นายพิธา ทวิตเตอร์ระบุว่า “ต่อกรณีหุ้น ITV ผมไม่มีความกังวลเพราะ ไม่ใช่หุ้นของผมเป็นของกองมรดก ผมเพียงมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดก และได้ปรึกษาและแจ้งต่อ ป.ป.ช. ไปนานแล้ว

ทีมกฎหมายพร้อมเตรียมการชี้แจงอยู่แล้วเมื่อ กกต.ส่งคำร้องมา

เรื่องนี้อาจมีเจตนาสกัด #พรรคก้าวไกล ซึ่งไม่ต้องการเห็นการ #ทลายทุนผูกขาด ในประเทศนี้”

นายพิธา กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่จะถูกสกัด เพราะขณะนี้พรรคก้าวไกลมาแรงที่สุด ขอให้ผู้สมัคร ทีมงาน หัวคะแนนธรรมชาติ และประชาชนผู้สนับสนุนทุกคน อย่าหวั่นไหว อย่าเสียสติกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ตนขอให้ทุกคนมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรจะมาขัดขวางก้าวไกลเราได้อีกแล้ว

'พิธา' ชี้แจงกรณีถือหุ้นสื่อมวลชน เผย 'ไม่ใช่ของผม'

‘นอท’ ฟาด ‘อ้น ทิพานัน’ หาเสียงแบบเอาเปรียบพรรคอื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548594

09 พ.ค. 2566

'นอท' ฟาด 'อ้น ทิพานัน' หาเสียงแบบเอาเปรียบพรรคอื่น

‘พรรคเปลี่ยน’ จี้กกต. ตรวจสอบ ผิดกฎหมายหรือไม่ กรณี ‘อ้น ทิพานัน’ เอาเปรียบพรรคอื่น ยิงเลเซอร์บนสะพานพระราม8

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือนอท หัวหน้าพรรคเปลี่ยน แสดงความคิดเห็นกรณีที่ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ภาพยิงเลเซอร์หาเสียงบนสะพานพระราม 8 โดยมองว่า เป็นการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ และขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหน้าที่ตรวจสอบว่า เป็นป้ายหาเสียงที่ใหญ่เกิดจากกฎหมายกำหนดหรือไม่ ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของราชการเพื่อประโยชน์ของพรรคทำได้หรือไม่ มองว่าเป็นการเอาเปรียบพรรคอื่น ไม่ละอาย

โดยระบุว่า “จ้า ทิพานันทำคนเดียวจ้า พรรคไม่เกี่ยวจ้าส่งหนังสือวันที่ 8 พ.ค. แต่กทม. รับหนังสือวันที่ 7 พ.ค. มัลติเวิร์สชัดๆ เหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียม โดนรังแก สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นในสังคมไทยอีกนานเท่านานถ้าเราไม่ช่วยกันหยุดมัน” และข้อความ “ไม่ใช่นายกรักษาการขออนุญาตใช้ได้ไหมครับ อยากประกาศว่าเปลี่ยนประเทศ กาบัตรสีเขียวเบอร์ 20 บ้าง เรียกว่าหาเสียงแบบไม่ได้มีความละอายเลยว่าเอาเปรียบชาวบ้าน”

นายพันธ์ธวัช เปิดเผยว่า เป็นความเหลื่อมล้ำหรือไม่ เพราะจากหนังสือขออนุญาตใช้สถานที่ปราศรัยหาเสียงบริเวณสวนหลวงพระราม 8 ส่งถึงผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 8 พ.ค. และมีการรับหนังสือวันที่ 7 พ.ค. ใช้เวลาแค่วันเดียว ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว หากพรรคการเมืองอื่นๆ จะขอใช้สถานที่และยิงเลเซอร์ไฟหาเสียงบนสะพานพระราม 8 ได้หรือไม่ พร้อมฝากประชาชนช่วยกันหยุดวงจรความเหลื่อมล้ำเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยไปอีก

ขณะที่ทางพรรครวมไทยสร้างชาติได้ออกหนังสือ ชี้แจง ไม่ได้ดำเนินการ น.ส.ทิพานัน ได้ขออนุญาตปลัดกรุงเทพมหานครด้วยจดหมายเป็นการส่วนตัว ไม่ได้หารือหรือแจ้งให้พรรคฯ ทราบหรือขออนุญาตผู้บริหารพรรคแต่อย่างใด ซึ่งทางพรรคฯได้ตำหนิและทำหนังสือตักเตือนพร้อมทั้งสั่งการให้หยุดดำเนินการดังกล่าวโดยทันที

'นอท' ฟาด 'อ้น ทิพานัน' หาเสียงแบบเอาเปรียบพรรคอื่น'นอท' ฟาด 'อ้น ทิพานัน' หาเสียงแบบเอาเปรียบพรรคอื่นคำชี้แจงจากพรรครวมไทยสร้างชาติคำชี้แจงจากพรรครวมไทยสร้างชาติ

เส้นทางผู้นำ : ‘สุวัจน์’ พร้อมเป็นนายกฯ ‘ชาติพัฒนากล้า’ อาสากู้วิกฤตชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548593

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

09 พ.ค. 2566

เส้นทางผู้นำ : ‘สุวัจน์’ พร้อมเป็นนายกฯ ‘ชาติพัฒนากล้า’ อาสากู้วิกฤตชาติ

เลือกตั้ง 2566 : ‘สุวัจน์ ลิปตพัลลภ’ สัมภาษณ์พิเศษเนชั่น ‘Road to the Future : เส้นทางผู้นำ’ โชว์นโยบาย ‘ชาติพัฒนากล้า’ พร้อมป็นนายกรัฐมนตรี ลุยแก้ปัญหาปากท้อง หนุนเลือกตั้งผู้ว่าฯแต่ไม่ทุกจังหวัด ชู ยกระดับทหารเกณฑ์ให้มีเกียรติ กองทัพต้องปฏิรูปให้เหมาะกับบริบท 

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคชาติพัฒนากล้า นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับเนชั่นทีวีใน ‘รายการ Road to The Future เส้นทางผู้นำ’ ซึ่งเป็นรายการพิเศษเฉพาะการเลือกตั้ง 2566 ที่เชิญแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาสัมภาษณ์เท่านั้น

โดยนายสุวัจน์อาสากู้วิกฤตประเทศ เสนอนโยบาย งานดี มีเงิน ของไม่แพง โคราชโนมิกส์ และเสนอนโยบายแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ที่มุ่งมั่นแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ และประชาชนได้อย่างแท้จริง 

เส้นทางผู้นำ : ‘สุวัจน์’ พร้อมเป็นนายกฯ ‘ชาติพัฒนากล้า’ อาสากู้วิกฤตชาติ

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fnationinsight%2Fvideos%2F763511248755095%2F&show_text=false&width=560&t=0

จากนั้นผู้ดำเนินรายการ ให้นายสุวัจน์ สุ่มจับคำถามที่มาจากประชาชน ที่สะท้อนถึงปัญหาต่างๆและขอฟังแนวทางการแก้ไขปัญหา

มีจุดยืนอย่างไร ในระหว่าง2ขั้วอำนาจของโลก โดยที่ไทยยังได้รับประโยชน์สูงสุด ? 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า หลังเกิดปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด สงครามการค้า มีการแบ่งขั้วใหม่ทางเศรษฐกิจ ทำให้แต่ละประเทศต้องเลือกขั้ว บทบาทของไทย ในจุดยืนที่เหมาะสม ต้องเป็นมิตรกับทุกฝ่ายและต้องยืนอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี เมื่อเราเข้าได้กับทุกฝ่าย พร้อมกับอาศัยความร่วมมือกับอาเซียนเพื่อเป็นเกราะป้องกันผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้เรา ความมั่นคงในวันนี้ เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การจะทำให้มั่นคงได้ ต้องดำเนินนโยบายต่างประเทศให้เหมาะสม 

เส้นทางผู้นำ : ‘สุวัจน์’ พร้อมเป็นนายกฯ ‘ชาติพัฒนากล้า’ อาสากู้วิกฤตชาติ

บริบททางสังคมโลกในวันนี้เปลี่ยนไปจากอดีต เราจึงต้องอาศัยความเป็นมิตรกับหลายๆประเทศ เพื่อลดศัตรู สมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ ใช้ความเป็นผู้นำในอาเซียน ดำเนินนโยบาย เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้ามาแล้ว ผลจากการดำเนินนโยบายดังกล่าว ทำให้ไทยและประชาชนต่างได้รับผลประโยชน์ ในวันนี้ก็เช่นกัน ต้องเอาเกียรติภูมิ ที่เรามีอยู่แล้วกลับคืนมา เพื่อให้มาเป็นภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจของเราด้วยอีกทาง 

จุดยืนในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการทุกจังหวัด?

นายสุวัจน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการนั้น เห็นด้วย แต่อาจไม่ใช่จากทุกจังหวัด ในกทม. เป็นเมืองหลวง เมืองเศรษฐกิจ มีความสลับซับซ้อน ดังนั้นจึงต้องมีตัวแทนจากคนกทม.เข้าไปบริหารจัดการปัญหาต่างๆ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการ ต้องดูจังหวัดที่มีความเหมาะสม มีอัตลักษณ์เฉพาะ เช่น ภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยว มีอัตลักษณ์ชัดเจน มีทรัพยากร มีทะเล มีสถาปัตยกรรม มีแหล่งอาหาร มีวัฒนธรรม มีเรื่องซอฟท์ พาวเวอร์

ซึ่งถ้าได้ผู้ว่ามาจากการแต่งตั้ง อาจไม่เข้าใจในเรื่องเหล่านี้ เพราะมาแล้วก็ไป อาจขาดความต่อเนื่องทางการบริหาร เช่นเดียวกับ นครราชสีมา กำลังจะมีรถไฟความเร็วสูง มีทรัพยากร ถูกยกให้เป็น ดินแดน3มงกุฎ โคราชได้มรดกโลกมาแล้ว 2 มงกุฎ คือ 1.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 2.เขตชีวมณฑล ต.สะแกราช อ.ปักธงชัย และรอการประเมินรับรองอุทยานธรณีโลก หรือโคราชจีโอพาร์ค ขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานธรณีโลก

ซึ่งผู้ว่าราชการ ควรมาจากคนท้องถิ่น ที่มีความเข้าใจในเรื่องต่างๆได้ดี ทั้งนี้ยืนยันว่า เห็นด้วยกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกจังหวัดจะต้องมีการเลือกตั้ง ต้องดูทั้งความเหมาะสม โครงสร้างทางเศรษฐกิจ และทรัพยากร รวมทั้งเรื่องอื่นๆประกอบด้วย 

เส้นทางผู้นำ : ‘สุวัจน์’ พร้อมเป็นนายกฯ ‘ชาติพัฒนากล้า’ อาสากู้วิกฤตชาติ

เห็นด้วยหรือไม่กับการยกเลิกการเกณฑ์ทหารและการปฏิรูปกองทัพ? 

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคชาติพัฒนากล้า ตอบว่า ประเทศชาติต้องมีความมั่นคง มีทหาร เพียงแต่จะมีมากน้อยเพียงใด ต้องมาดู ในวันนี้ ทหารเกณฑ์ อาจถูกมองไปในทาง ไม่มีเกียรติ เพราะถูกนำไปใช้เป็นคนใช้ หรือ คนขับรถบ้าง เราต้องทำให้ทหารเหล่านี้ มีเกียรติ มีความก้าวหน้า หรือแม้แต่นำเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ หากผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว เมื่อไปสมัครงาน ทำให้เขารู้สึกมีแต้มต่อ

คนผ่านการเกณฑ์ทหารย่อมมีวินัย ความกตัญญู ความจงรักภักดี ถ้าเราทำให้ภาพลักษณ์เหล่านี้ยอมรับได้ ทำให้เขารู้สึกมีเกียรติ ศักดิ์ศรี ไปพร้อมกับการส่งเสริมอาชีพ เชื่อว่าน่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ 

การปฏิรูปกองทัพนั้น รัฐธรรมนูญมาตรา ระบุชัด รัฐต้องปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหาร กำลังพล ถ้าปฏิรูปกองทัพ ไม่ได้เป็นอะไรที่ไม่ดี เหมือนปฏิรูประบบส่วนราชการอื่นๆ บริบทความมั่นคง เปลี่ยนจากยุค50ปีที่แล้ว จากพรมแดน แต่วันนี้เราอยู่ในอาเซียน เรามีเพื่อนเยอะ มีนโยบายต่างประเทศเหมาะสม บทบาทในอาเซียน 

ดังนั้นความจำเป็นกำลังทหาร อาจจะลดน้อยลง เพราะขึ้นอยู่กับบริบท เราจะดำเนินนโยบายรักษาประเทศอย่างไร ทหารอย่างเดียว หรือ ต่างประเทศด้วย หรือว่า ไฮบริดคู่ขนาน ทำทั้ง2ส่วน ถ้าดำเนินนโยบายที่ถูกต้อง กองทัพก็ต้องดูว่า เป็นอย่างไร มีบุคลากรแค่ไหน กองทัพมีอยู่ปัจจุบัน เสริมสร้างศักยภาพประเทศได้เต็มที่หรือไม่ 

ถ้าทหารไม่ยุ่งการเมือง ที่เราพูดกันมาก เพราะมีบางส่วนมาเกี่ยวรัฐประหาร ยุ่งเกี่ยวการเมือง เมื่อไม่รบ ทหารแสดงบทบาทชัดเจนช่วงน้ำท่วม น้ำแล้ง หรือเกิดโรคระบาด ตนเห็นทหารไปช่วยเหลือชาวบ้าน แจกอาหาร ตั้งโรงครัว ถือเป็นภาพลักษณ์ที่ดี ในการใช้ศักยภาพของกองทัพและกำลังคน ให้เกิดประโยชน์ช่วยเหลือชาวบ้าน 

เส้นทางผู้นำ : ‘สุวัจน์’ พร้อมเป็นนายกฯ ‘ชาติพัฒนากล้า’ อาสากู้วิกฤตชาติ

คิดอย่างไรกับนโยบายประชานิยมที่ใช้งบประมาณสูงลิ่ว? 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า นโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า ให้ความสำคัญเรื่องประชานิยมเป็นลำดับสุดท้าย จากข้อมูลทางเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือนสูงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ไม่รู้จะไปเก็บภาษีจากส่วนไหนเพิ่ม งบลงทุนก็เหลือน้อย โครงสร้างทางสังคมเปลี่ยนไปเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ประกอบกับวันนี้ มีปัญหาค่าไฟ ค่าน้ำมันแพง เศรษฐกิจถดถอยอีก 

จากปัญหาดังกล่าว ประชานิยมควรเป็นสิ่งสุดท้ายที่ควรเลี่ยง เราอยากเอาเบ็ดไปให้ประชาชน มากกว่าการให้ปลา พรรคชาติพัฒนากล้า ไม่อยากสร้างภาระให้ลูกหลาน เราให้ความสำคัญประชานิยมน้อย แต่สิ่งที่ควรทำ นำเอาจุดแข็งด้านการท่องเที่ยว การเกษตร ซอฟท์พาวเวอร์ นำเอาจุดแข็งมาต่อยอด เสริมความเข้มแข็งให้ประชาชน และดึงรายได้ต่างๆเข้าประเทศดีกว่า เมื่อเขาเข้มแข็งแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องพึ่งประชานิยม

นายสุวัจน์ กล่าวในตอนท้ายว่า เหตุที่ต้องเลือกพรรคชาติพัฒนากล้า เพราะในวันนี้ประเทศอยู่ในความเสี่ยง ในวิกฤต แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตนเป็นส.ส.หลายสมัย รัฐมนตรีหลายกระทรวง มีประสบการณ์ทางการบริหาร จากประสบการณ์ที่มีคิดว่าจะบริหารจัดการให้ประเทศชาติพ้นจากวิกฤตได้ บ้านเมืองมีปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง ก็มีปัญหาเปรียบเหมือนก้อนกรวดในรองเท้า ทำให้การแก้ปัญหาประเทศต่างๆเดินไม่สะดวก

“พรรคชาติพัฒนากล้า มีจุดยืนชัด ไม่ทะเลาะกับใคร เดินทางสายกลาง ประณีประนอม ไม่สร้างความขัดแย้ง แต่จะสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้เกิดขึ้น ที่จะทำให้เกิดพลังในการแก้ปัญหา มองว่าตนก็มีความพร้อม ขอให้ไว้วางใจตนและพรรคชาติพัฒนากล้า จะกู้วิกฤตให้ประชาชนได้”นายสุวัจน์ กล่าว
 

ขอบคุณคลิปจาก Nation Insight

ติดตามในรายการ Road to the Future : เส้นทางผู้นำ เวลา 17.25 น. ทาง NationTV

‘ประธานกกต.’ พร้อมสู้ หากโดนฟ้อง มั่นใจทำงานสุจริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548583

09 พ.ค. 2566

'ประธานกกต.' พร้อมสู้ หากโดนฟ้อง มั่นใจทำงานสุจริต

‘ประธานกกต.’ มั่นใจทำงานสุจริต หากโดนฟ้องพร้อมสู้ ชี้ยังไม่มูลเหตุ ‘เลือกตั้ง’ เป็นโมฆะ ยอมรับเหตุการณ์ 7 พ.ค. พบความผิดพลาดบ้าง ยินดีให้ทุกภาคส่วนร่วมตรวจสอบ ด้าน ‘เลขากกต.’ เผย ยังไม่พบไม่มีการจ่าหน้าซอง

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เข้าร่วมกิจกรรม Big Day การเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 เพื่อเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.66 

นายอิทธิพร เปิดเผยว่า ตั้งเป้าผู้ออกมาใช้สิทธิ ไว้ที่ 80% ขึ้นไป ตั้งใจและจะประชาสัมพันธ์ให้มากที่สุดในทุกระดับ วันนี้เป็นการเปิดตัวจริงจังอีกครั้ง หวังว่าประชาชนจะพร้อมใจกันออกมาใช้สิทธิ ขอให้ดูกฎ กติกา ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้บัตรเสีย โดยตั้งเป้าว่าไม่อยากให้บัตรเสียเกิน 2% ซึ่งจะพยายามทำทุกวิถีทาง สร้างความมั่นใจ สร้างความเข้าใจให้ทุกคนได้ทราบก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง


ส่วนที่มีคนจะไปฟ้องร้องเอาผิด กกต. ตามมาตรา 157 หรือการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ หรือล้างไพ่ใหม่ นายอิทธิพร มองว่า เป็นแค่กระแสและความคิดของคนที่เห็นว่าการทำงานของ กกต. เป็นอย่างไร ซึ่งเป็นสิทธิที่จะดำเนินการได้ กกต. ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย และต้องปฏิบัติตามกฏหมาย เพราะเราเป็นเจ้าหน้าที่เป็นพนักงาน ถ้าเห็นว่าการทำงานของ กกต. บกพร่องและต้องได้รับการพิจารณา พร้อมสู้คดี ที่สู้เพราะเราปฏิบัติงานโดยสุจริต ตามกฎหมาย ตอนนี้ไม่มีปัจจัยที่ต้องเป็นห่วงว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ และการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม เสียงลงคะแนนเป็นอย่างไรก็เป็นเช่นนั้น

กกต.รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง กกต.รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

นายอิทธิพร กล่าวถึงความผิดพลาดเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อ 7 พ.ค. ที่ผ่านมาเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยวันที่ 14 พ.ค. ว่า ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งแล้วเกิดปัญหา จะต้องตรวจสอบหาสาเหตุและหาวิธีแก้ไขให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิของผู้ที่ใช้สิทธิไปแล้ว นั่นคือเป้าหมายหลัก ซึ่งกำชับสร้างความเข้าใจให้กับผู้ปฏิบัติงานว่า จุดไหนที่ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก ส่วนที่ กกต. ตกเป็นเป้าและถูกโจมตี ตนไม่รู้สึกตกเป็นเป้าและถูกถล่ม แต่อีกทางรู้สึกดีใจว่าการทำงานของเรามีคนช่วยตรวจสอบ ทั้งการทำงานของ กกต. และการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ดี ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ถ้าไม่มีการตรวจสอบจากภาคประชาชนโดยสื่อมวลชน การทำงานของ กกต. อาจไม่ 100%

ส่วนปัญหาการใส่รหัสหน้าซองผิดและการที่ไม่ได้จ่าหน้าซองเลย ประธาน กกต. กล่าวว่า คนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 2.2 ล้านคน มีข้อผิดพลาดแต่ไม่เยอะ พบว่ามีการกรอกเขตเลือกตั้งผิด ไม่ใช่กรอกรหัสไปรษณีย์ แต่เมื่อมีการหย่อนบัตรลงไปในหีบเลือกตั้งแล้ว หลัง 17.00 น. ก็จะมีการตรวจสอบแต่ละหน้าซองว่าถูกต้องหรือไม่ และจะแก้ไขแล้วส่งไปในจุดหมายที่ควรจะเป็น

นายแสวง เสริมว่า เมื่อเกิดปัญหาการจ่าหน้าซองผิด สำนักงาน กกต. ได้แจ้งไปยัง ผอ.เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ว่า ก่อนมอบบัตรให้กับไปรษณีย์ขอให้ตรวจหน้าซองก่อน เมื่อประสานไปทางไปรษณีย์ก่อนรับให้ตรวจนับว่าหน้าซองมีการกรอกตัวเลขหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วจนถึงวันนี้ ไม่พบว่า ไม่มีการจ่าหน้าซอง มีแต่การกรอกเกรดผิดก็ต้องมีกรรมการวินิจฉัย

ความคืบหน้าการร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้งหมด 101 เรื่อง โดย 38 เรื่อง เป็นการให้เงินซื้อเสียง อีก 34 เรื่อง เป็นการหลอกลวงใส่ร้าย (จากวันที่ 7 พ.ค. มี 92 เรื่อง) ทั้งนี้หากมีการร้องเรียนต้อเข้าไปตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง โดยคณะกรรมการประจำจังหวัด มีเวลาภายใน 20 วัน แต่หากยังไม่เสร็จ สามารถต่อเวลาได้อีกครั้งละ 15 วัน โดยขอมาทางเลขาฯ กกต. และต้องผ่านคณะอนุกรรมการ กกต. วินิจฉัยอีกครั้ง ถ้ามีเหตุเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเลือกตั้งก็จะรับเป็นคำร้องและดำเนินการตามระเบียบต่อไป ส่วนจะดำเนินการเสร็จก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน เพราะหากเป็นคำร้องแล้วการซื้อเสียงถือว่าผิดมาตรา 73 (1) ต้องมีการดำเนินคดีอาญาให้ใบส้มหรือไม่ หรือต้องไปศาล ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกร้องและผู้ถูกร้อง จะเร่งรัดไม่ได้ ให้เป็นไปตามขั้นตอน 

ส่วนความคืบหน้าที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งมติการขอใช้งบประมาณ เพื่อช่วยเหลือประชาชนเรื่องค่าไฟฟ้านั้น ประธาน กกต. ระบุว่า ทราบว่าจะมีการเสนอต่อที่ประชุม กกต. ในวันพฤหัสนี้

บัตรเลือกตั้ง 2 ใบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบนายอิทธิพร บุญประคองนายอิทธิพร บุญประคอง

ย้อนไทม์ไลน์ ปี2566 ‘ทักษิณ’ ประกาศ ‘อยากกลับบ้าน’ กี่ครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548578

09 พ.ค. 2566

ย้อนไทม์ไลน์ ปี2566 'ทักษิณ' ประกาศ 'อยากกลับบ้าน' กี่ครั้ง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก หรือปีแรกที่ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย ประกาศ ‘อยากกลับบ้าน’ หลังใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบาย ลี้ภัยต่างแดน ร่วม 17 ปี

ย้อนเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทยเมื่อปี 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือคปค.ที่มี “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในขณะนั้น เป็นหัวหน้าคณะ เข้ายึดอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ระหว่างร่วมการประชุมที่องค์การสหประชาชาติ ในมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

การรัฐประหารปี 2549  นำไปสู่การแต่งตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 24 พร้อมแต่งตั้ง “ครม.ขิงแก่” บริหารราชการแผ่นดิน แทนรัฐบาลทักษิณ

ทักษิณ ชินวัตร หลังยึดอำนาจ เขาถูกดำเนินคดีทางการเมืองมากมาย รวมถึงการถูกถอดยศ “พลตำรวจโท” และต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ โดยทักษิณ ออกจากประเทศไทย ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน

28 ก.พ. 2551 ทักษิณ ชินวัตร คุกเข่าก้มกราบแผ่นดินไทย 28 ก.พ. 2551 ทักษิณ ชินวัตร คุกเข่าก้มกราบแผ่นดินไทย

28 ก.พ. 2551 ทักษิณ ชินวัตร มีโอกาสกลับมาเหยียบแผ่นดินไทย เขาเดินทางด้วยเครื่องบินจากฮ่องกงถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เมื่อมาถึงเขาได้สวมกอด “ครอบครัว” และทักทายบุคคลที่มาต้อนรับ จากนั้นได้คุกเข่าก้มกราบแผ่นดินไทย กลายเป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์ และการกลับหนนั้นถือเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ “กลับบ้าน” มาเหยียบมาตุภูมิ

ตอดเวลาของการลี้ภัยต่างแดน ทักษิณ เดินทางเข้า-ออกในหลายประเทศ ทั้งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ, กัมพูชา, มหานครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ฮ่องกง, สิงคโปร์ และกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

17 ปีที่ผ่านมา ทักษิณดึงคนใน “ตระกูลชินวัตร” เข้ามามีบทบาททางการเมืองไทยหลายคน โดยคนในครอบครัวชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน คือ ทักษิณ ชินวัตร, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 นอกจากนั้นยังมี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 สามีของ เยาวภา (ชินวัตร) วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของทักษิณ

ล่าสุด อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก เดินเข้าสู่ถนนการเมืองตามรอยพ่อ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เพิ่งคลอดลูกชายคนที่2 ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ ชื่อเล่น ธาษิณ 

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก เดินเข้าสู่ถนนการเมืองตามรอยพ่อ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก เดินเข้าสู่ถนนการเมืองตามรอยพ่อ

อุ๊งอิ๊ง มักถูกถามถึงอนาคตของบิดาเรื่องการ “กลับบ้าน” อยู่เสมอทั้งจากสื่อมวลชนในประเทศ และต่างประเทศ

ตลอดปี2565 ทักษิณ เคยประกาศผ่านสื่อถึง 6 ครั้งว่า ‘อยากกลับบ้าน’ ไล่เลียงมาตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม,  2 มีนาคม , 19 กรกฏาคม ,23 กรกฏาคม .26 กรกฏาคม และวันที่ 29 กันยายน 

ล่าสุด ‘คมชัดลึก’ รวบรวมมาให้ว่าตั้งแต่ต้นปี2566 จนถึงปัจจุบัน ‘ทักษิณ’ กล่าวถึงการอยากกลับบ้าน กลับแผ่นดินเกิด กลับไทย มาแล้วกี่ครั้ง

ย้อนไทม์ไลน์ปี66 ทักษิณประกาศ ‘อยากกลับบ้าน’

24 ม.ค. 2566

ทักษิณ ประกาศจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษจะกลับบ้านในปี 2566

24 มี.ค. 2566

สำนักข่าวเกียวโด-สำนักข่าววนิเคอิ ประเทศญี่ปุ่ญ รายงานบทสัมภาษณ์ของ นายทักษิณ ชินวัตร ขอกลับบ้าน

  • กลับมารับโทษจำคุกในไทย
  • ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับครอบครัว
  • ไม่ว่าผลการเลือกตั้ง2566 จะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม
  • เหมือนติดอยู่ในคุกขนาดใหญ่มา 16 ปี
  • พวกเขากีดกันไม่ให้อยู่กับครอบครัว
  • ทุกข์ทรมานอีกครั้งในคุกที่เล็กกว่านั้น ก็ไม่เป็นไร
  • เลือกตั้ง2566เชื่อมั่นเพื่อไทยจะชนะ

9 พ.ค.2566

ทักษิณ โพสต์ ทวิตเตอร์Thaksin Shinawatra ขอกลับบ้าน

  • อยากกลับมาเลี้ยงหลาน
  • กลับไทยก่อนวันเกิด 26 ก.ค.66
  • 17 ปีที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว
  • ตอนแก่แล้ว

9 พ.ค.2566

ทักษิณ ทวิตซ้ำ กลับบ้านแน่

  • ไม่เป็นภาระพรรคเพื่อไทย
  • เข้าสู่กระบวนการกฎหมาย
  • ช่วงรัฐบาลรักษาการของพล.อ.ประยุทธ์
  • ตัดสินใจด้วยตัวเอง
  • ด้วยความรักผูกพันธ์กับครอบครัว
  • แผ่นดินเกิดและเจ้านายของเรา

นับรวม 19 ครั้ง ที่่ ‘ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย ประกาศ “อยากกลับบ้าน” กลับไทยหลังใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบายลี้ภัยต่างแดนร่วม 17 ปี

…กมลทิพย์ ใบเงิน…เรียบเรียง

โต้กลับ ‘แรมโบ้’ ยัน รทสช. จ่ายงบเลือกตั้งให้ผู้สมัครทุกคนตามกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548575

09 พ.ค. 2566

โต้กลับ 'แรมโบ้' ยัน รทสช. จ่ายงบเลือกตั้งให้ผู้สมัครทุกคนตามกฎหมาย

‘แรมโบ้’ ยืนยัน ผู้สมัคร รทสช. รับงบประมาณหาเสียงครบทุกคนตามกฎหมาย มองเป็นเรื่องส่วนบุคคล อย่าเหมารวม ด้าน ‘เสธหิ’ ฟาดไม่ใช่สถาบันการเงิน มีงบตามกติกา

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายเสกสกล อัตถาวงศ์ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะดูแลพื้นที่ภาคอีสาน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว คมชัดลึก ถึงกรณี สส.ในพรรครวมตัวร้องเรียนอ้างไม่ดูแล ไม่รักษาสัญญาเรื่องหาเสียงเลือกตั้งว่า ยืนยันพรรคให้เงินผู้สมัครตามกฎหมายเลือกตั้ง ไม่ได้ไปรับปากว่าจะให้ใครเท่าไหร่ ซึ่งไม่ทราบว่านายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ผู้สมัคร สส.เลย แกนนำร้องเรียนไปตกลงกับใคร แต่ไม่ใช่ตน ไม่ได้ประสานกันโดยตรง 

หลังจากนี้จะเรียกเข้ามาพูดคุยหรือไม่ เป็นเรื่องทางผู้ใหญ่ของพรรค ขณะเดียวกันคนที่ทำให้พรรคเสียหายหรือมีผลกระทบต่อพรรค ก็ต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาตามขั้นตอน และคิดว่าไม่เป็นความขัดแย้งภายในพรรค เพราะใกล้เลือกตั้งแล้ว ไม่มีผลกระทบ เป็นความรู้สึกส่วนบุคคลอย่าเอามาเป็นภาพรวม คนในพรรคส่วนใหญ่ยังเดินหน้า เพื่อสู้ให้ถึงวันเลือกตั้ง เป็นเพียงแค่บางคนที่รู้สึกไม่ได้ดั่งใจหรือไม่พอใจ ซึ่งมองว่าเป็นปัญาหาเล็กๆ และทุกพรรคก็มีปัญหากันหมด ทั้งนี้ขอให้กำลังใจทุกคน ทุกอย่างต้องทำตามภายใต้กรอบกฎหมาย
ผู้สมัคร รทสช. บุกพรรคทวงถามสัญญาผู้สมัคร รทสช. บุกพรรคทวงถามสัญญา

นายเสกสกล กล่าวเพิ่มเติม การหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ เน้นเรื่องประชาสัมพันธ์นโยบายและผลงานของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ไม่มีนโยบายใช้เงินซื้อเสียงจูงใจให้ประชาชน หรือทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือระเบียบกกต. เพราะเสี่ยงใบดำ-ใบแดง 

ดังนั้นเมื่อเห็นร่วมกันว่าเสียสละเป็นนักรบแล้ว สู้ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ เราต้องสู้ มีกำลัง มีงบเท่าไรก็แค่นั้น ทำตามกติกา ไม่ออกมาโวยวายเรียกร้องสร้างความเสียหายให้กับพรรค เหตุการณ์นี้มองว่าไม่น่ามีผลอะไร เพราะคนก็เข้าใจดีในภาคอีสานสมัคร 133 เขต ทุกคนต่างดีใจภูมิใจได้อยู่บ้านหลังเดียวกันและช่วยงานกับพล.อ.ประยุทธ์ และในฐานะเป็น 1 ผู้ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ยืนยันผู้สมัครได้รับงบทุกคนภายใต้กรอบของกฎหมาย 

นายเสกสกล อัตถาวงศ์นายเสกสกล อัตถาวงศ์

ส่วนจะเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งหรือไม่ นายเสกสกล กล่าวว่า ก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ทำได้ประโยชน์อะไร เคยบอกแล้ว อย่าไปทำอะไรที่กระทบภาพลักษณ์ต่อพรรค เพราะเราพร้อมที่จะออกมาสู้ช่วยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ สู้ตามกติกาขอคะแนนด้วยความบริสุทธิ์จากเสียงสวรรค์ คือ ประชาชน จึงมองว่าผู้สมัครบางคนอาจจะคิดว่า สู้ด้วยวิธีการเหมือนพรรคอื่นทำ แต่พรรคเราไม่ทำ 

ยังเชื่อมั่นว่า ประชาชนให้การตอบรับลงคะแนนให้กับพรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้บ้านเมืองกำลังแบ่งกันเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายที่กำลังคิดเปลี่ยนแปลงคิดร้ายต่อบ้านเมือง โดยอ้างประชาธิปไตย ซึ่งมองว่าเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม อีกฝ่ายที่เลือกลุงตู่กำลังสร้างความมั่นคงปกป้องสถาบันหลักของชาติ

“ค่าใช้จ่าย ค่าป้าย ค่าหาเสียง เราก็ดูแลทุกคน ขอให้เชื่อมั่น ไม่ต้องเก็บมาคิดว่าจะกระทบอะไร เพราะความนิยมในกระแสลุงตู่ในภาคอีสานยิ่งดีวันดีคืนพรรคมีความนิยมมากขึ้น อยากให้ผู้สมัครทุกคนตั้งใจเดินหาเสียงขอคะแนน ช่วยเสนอผลงานและนโยบายของพรรค อย่าห่วงเรื่องอื่น พรรคเราไม่มีอะไรทำผิดกฎหมาย” นายเสกสกลกล่าว

ด้านนายหิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธหิ ระบุว่า พรรคการเมืองไม่ใช่สถาบันการเงิน ดังนั้นการดูแลอาจไม่ครบถ้วน รวมถึงควรจะศึกษาอุดมการณ์และนโยบายของพรรคว่าเข้ากับความคิดของท่านหรือไม่ ด้านอื่นๆนั้นเราต้องการทำพรรคบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส อยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและกรรมการการเลือกตั้ง จึงไม่มีงบในการใช้จ่ายอะไรนอกเหนือจากกติกา เพราะพรรคมีอุดมการณ์และอุดมคติ ปกป้องสถาบัน รับใช้ชาติและประชาชน ไม่ต้องใช้งบประมาณมากมาย 

“ผู้ที่ต้องการเล่นการเมืองต้องพร้อมจริงๆ ถึงจะมาเล่นการเมือง เพราะการเมือง คือการเสียสละเพื่อให้ประชาชน คือการเสนอตัวมารับใช้ประชาชนไม่เป็นภาระให้ประชาชน”
นายหิมาลัย ผิวพรรณนายหิมาลัย ผิวพรรณ

ทำไม ‘ทักษิณ’ ประกาศ ‘กลับไทย’ เดือน ก.ค. ปี2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548573

09 พ.ค. 2566

ทำไม 'ทักษิณ' ประกาศ 'กลับไทย' เดือน ก.ค. ปี2566

‘ทักษิณ ชินวัตร’ มหาเศรษฐีระดับโลก ขอ ‘กลับไทย’ เดือน ก.ค.ปี2566 ในจังหวะชีวิตที่ ‘อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ ลูกสาวคนเล็ก มีโอกาสชิมลางในตำแหน่งผู้นำประเทศค่อนข้างสูง

กินหรูอยู่สบาย 17 ปี ชีวิตผู้ลี้ภัยในต่างแดนของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีระดับโลก และมีทรัพย์สินคงที

ข้อมูลจาก Forbes ได้มีการจัดอันดับ “มหาเศรษฐีทั่วโลก” ปี2565 ที่มีทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่าพันล้านบาท จำนวน 2,668 คน ในจำนวนนี้มี “เศรษฐีไทย” อยู่ในนั้นด้วย โดยเฉพาะ “ทักษิณ ชินวัตร” มีทรัพย์สินคงที่ เมื่อเทียบกับปี2564 คือมีทรัพย์สินที่ 2,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทย 67,142,000,000 บาท)และถูกจัดให้เป็น“มหาเศรษฐี” ในอันดับที่ 1,513 ของโลก

วิถีชายสูงวัย โหยหาครอบครัว

วิถีชายสูงวัยในต่างแดน แม้มีทรัพย์สินเงินทองล้นฟ้า แต่ลึกๆ ในใจทักษิณ “อยากกลับบ้าน” อยากกลับไทย อยากมาอยู่กันพร้อมหน้าครอบครัว เฉกเช่นเดียวกับชายสูงวัยทั่วไป ในวัยที่ร่วงโรย ธรรมชาติไม่ปราณี เขาก็ไม่ต่างจากนั้น แม้ร่ำรวยหรือยากจนก็อยากใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว

ทักษิณ แตกต่างจากชายไทยสูงวัย ตรงที่เขาเป็นอดีตผู้นำประเทศไทย เป็นมหาเศรษฐีระดับโลก และเรียกได้ว่ามีคนรักเขามากกว่าคนเกลียด หากสื่อลองยิงคำถามเหล่านี้และหาคำตอบจากปากคนอีสานและคนภาคเหนือ จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ทักษิณ คือผู้นำที่พวกเขาโหยหามาตลอด 17 ปี

อุ๊งอิุ๊ง แพททองธาร ชินวัตร ลูกสาวคนเล็กของทักษิณ ชินวัตรอุ๊งอิุ๊ง แพททองธาร ชินวัตร ลูกสาวคนเล็กของทักษิณ ชินวัตร

แต่ในมุมการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม นี้ แน่นอน ทักษิณ ถูกมองว่า การขอ “กลับบ้าน” ของเขา เป็นเพียงการหาเสียงช่วยพรรคเพื่อไทยและ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร” ลูกสาวคนเล็กเท่านั้น 

ทำไมต้องกลับบ้าน เดือน ก.ค.ปี2566

นี่ไม่ใช่ครั้งแร หรือปีแรกที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศเดินทางกลับประเทศไทยในเดือน กรกฏาคม 2566 เป็นช่วงเวลาที่คาดว่าจะเปิดประชุมสภา หลังเลือกตั้ง 2566 สิ้นสุดลง เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาได้แล้ว

ทักษิณให้เหตุผลถึงการ “กลับไทย” ว่าตัดสินใจเอง “ด้วยความผูกพันกับครอบครัว แผ่นดินเกิด และเจ้านายของเรา”

“ผมขออนุญาตอีกครั้ง ผมตัดสินใจแล้วว่าจะกลับบ้านไปเลี้ยงหลานภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนวันเกิดผมครับ ขออนุญาตนะครับ

เกือบ 17 ปีแล้วที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว ผมก็แก่แล้วครับ” ทักษิณทวีตข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์เช้าวันนี้ (9 พ.ค. 2566)

ทำไม 'ทักษิณ' ประกาศ 'กลับไทย' เดือน ก.ค. ปี2566

ต่อมาเวลา 10.20 น. นายทักษิณทวีตข้อความเพิ่มเติม โดยระบุว่า “ไม่ต้องกังวลว่าผมจะเป็นภาระพรรคเพื่อไทย ผมจะเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย และวันที่ผมกลับยังเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการของ พล.อ. ประยุทธ์ อยู่ ทั้งหมดคือการตัดสินใจของผมเองด้วยความรักความผูกพันกับครอบครัว/แผ่นดินเกิดและเจ้านายของเรา”

ทำไม 'ทักษิณ' ประกาศ 'กลับไทย' เดือน ก.ค. ปี2566

ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 ของไทย เป็นบิดาของ “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย (พท.) และมีแนวโน้มว่าหลังการเลือกตั้ง 2566 พรรคเพื่อไทยมีโอกาสจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนด้วยคะแนนเสียงจำนวนมากถึงขั้นจัดตั้งรัฐบาลตามผลโพลที่พรรคเพื่อไทยสำรวจ และสอดคล้องกับสารพัดโพล

ทักษิณ อ้อนคนไทยขอกลับก่อนวันเกิดของเขา นั่นหมายถึง ก่อนวันที่ 26 กรกฏาคม 2566 ที่เขามีอายุครบ 74 ปี เป็นผู้สูงอายุที่ชายสูงวัยค่อนประเทศตาร้อน เพราะเขามีหลานถึง 7 คนได้ชื่นชมยินดี เป็นใครบ้างจะไม่ “อยากกลับบ้าน” เพื่อมาอยู่กลางวงล้อมอันแสนอบอุ่นของลูกหลาน แม้จะต้องแลกด้วยการสิ้นอิสรภาพ แต่นั่นเป็นเงื่อนไขที่เขายอม ท่ามกลางกระแสดีลลับ ดีลลวงแผนกลับไทย

ทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร

เดือนกรกฏาคม จังหวะชีวิตเอื้ออำนวย หาก “อุ๊งอิ๊ง” ลูกสาวคนเล็กอาจจะกลายเป็นผู้นำประเทศ ทุกอย่างคงไม่เลวร้ายไปมากกว่าที่เขาบอกเหมือนติดคุกมา 16 ปี อย่างน้อยมีโอกาสร่วมฉลองวันเกิด 74 ปี ท่ามกลางครอบครัว พร้อมหน้าลูกหลาน และญาติมิตร ที่เขาโหยหามาตลอดระยะเวลา 17 ปี

…กมลทิพย์ ใบเงิน..เรียบเรียง