เลือกตั้ง66 เดือด!! ‘สกลธี’ ประกาศจุดยืน พปชร. ไม่ร่วมงาน ‘พรรคชังชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547398

23 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 เดือด!! 'สกลธี' ประกาศจุดยืน พปชร. ไม่ร่วมงาน 'พรรคชังชาติ'

‘สกลธี’ ลุยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.เบอร์ 7 เขต 9 กทม. ดันโยบายพัฒนาพื้นที่ แก้ไขปัญหาจราจรติดหนึบ เชื่อมระบบขรส่งรถไฟฟ้า ช่วยปชช.กว่าหมื่นครัวเรือน ลั่นจุดยืน พปชร.ไม่ร่วมงานพรรคชังชาติ

นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหาร และหัวหน้าทีมผู้สมัคร สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ตลาดเช้าศิริเกษม หมู่บ้านเศรษฐกิจ เขตบางแค กทม. ร่วมกับนายเอกชัย ผ่องจิตร์ ผู้สมัคร สส.เขตการเลือกตั้งที่ 29 (บางแค-หนองแขม) หมายเลข 7 เพื่อพบปะประชาชน พร้อมชูนโยบายพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหาการจราจรติดหนึบ

นายสกลธี ระบุว่า บริเวณจุดนี้เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ในเขตบางแค เป็นหมู่บ้านยุคเก่าที่ปัญหาส่วนใหญ่คือบางจุดยังเป็นที่ของเอกชน ไม่ได้ยกให้เป็นที่สาธารณะ ทำให้ทาง กทม.ไม่สามารถเข้ามาพัฒนาดูแลในส่วนนี้ได้อย่างเต็มที่ 

อีกทั้งท่อระบายน้ำยังมีขนาดเล็ก ซึ่งในส่วนนี้ทางพรรค พปชร.จะใช้งบประมาณส่วนกลางเข้ามาดูแลในจุดนี้ อีกปัญหาคือการเดินทางของประชาชนที่จะเดินทางไปสถานีรถไฟฟ้า ปัจจุบันส่วนใหญ่ยังใช้รถส่วนตัวกันอยู่ ทำให้การจราจรติดขัด ในส่วนนี้ต้องมีขนส่งสายรอง (Feeder) ที่สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ เพื่อรับส่งประชาชนในอยู่บ้านย่านนี้กว่าหมื่นครัวเรือน เชื่อมระบบขนส่งสาธารณะ ไปยังสถานีรถไฟฟ้า

นายสกลธี ภัททิยกุล ลุยเขตบางแค ช่วยเบอร์ 7 หาเสียง

นายสกลธี ภัททิยกุล ลุยเขตบางแค ช่วยเบอร์ 7 หาเสียง

ในส่วนของสาธารณสุข ในพื้นที่นี้มีโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ของ กทม.อยู่ แต่ไม่มีรถเมล์รถสาธารณะผ่านทั้งที่เป็นโรงพยาบาลใหญ่รับผิดชอบดูแลพี่น้องถึง 5 เขต จึงจำเป็นต้องปรับเส้นทางรถ ขสมก.ให้สอดคล้องกับความจำเป็นของประชาชนมากขึ้น

“การลงพื้นที่วันนี้ได้รับการแสการตอบรับของประชาชนเป็นอย่างดี เพราะคุณเอกชัย ผ่องจิตร์ ผู้สมัครของเราลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยมาตลอด ทั้งนี้ทางพรรคมั่นใจในคุณสมบัติของผู้สมัครทุกคนที่พรรคเลือกมาว่าจะทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีทุกคน”

ในส่วนที่มีกลุ่มคนมาป่วนเวทีปราศรัยของพรรคพลังประชารัฐ และไปช่วยพรรคก้าวไกลหาเสียงนั้น นายสกลธีกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ย้อนแย้ง เพราะคนบางกลุ่มอยากให้มีประชาธิปไตยแต่ไปรบกวนการหาเสียงของพรรคการเมืองอื่น ตนมองมองว่าวันนี้ประเทศเข้าสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเต็มที่ ทุกคนลงเลือกตั้งด้วยกติกาเดียวกันก็ควรแข่งกันตามกติกา หมดเวลาปั่นวาทกรรมพรรคทหาร ฝ่ายเผด็จการแล้ว ให้ประชาชนตัดสินใจดีกว่าว่าอยากให้ใครเข้ามาดูแลมากกว่ากัน

จากนั้นนายสกลธีได้เดินทางไปตลาดเช้าวัดหนองแขม เพื่อช่วย นายมานพ มารุ่งเรือง ผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 28 (จอมทอง บางบอน หนองแขม) หมายเลข 1 โดยนายสกลธีกล่าวว่า ในเขตนี้ตนมั่นใจเต็มที่เพราะนายมานพเป็น ส.ข.มา 2 สมัย ดูแลพื้นที่เป็นอย่างดี เกาะติดปัญหา ใกล้ชิดประชาชน

ส่วนที่นายเศรษฐา ทวีสิน และพรรคเพื่อไทย บอกว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับ 2 ป.นั้นก็เป็นสิทธิของเขา ซึ่งต้องถามด้วยว่าเราจะอยากร่วมด้วยหรือเปล่า

“จุดยืนของพรรคพลังประชารัฐคืออยากก้าวข้ามความขัดแย้ง เราอยากเปิดโอกาสให้กับทุกฝ่าย อยากให้การหาเสียงของแต่ละพรรคเป็นไปด้วยดี ไม่มีการปะทะกันระหว่างพี่น้องประชาชน ให้ทุกคนรักกันเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไปรวมกับใครก็ได้ เราก็มีจุดยืนเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าพรรคไหนแนวทางไม่ตรงกัน ก็รวมกันไม่ได้ และพรรคที่มีนโยบายทำลายเศรษฐกิจ เราก็รวมด้วยไม่ได้เช่นกัน”

นายสกลธี ภัททิยกุล ช่วยผู้สมัคร สส. พรรคพลังประชารัฐหาเสียงนายสกลธี ภัททิยกุล ช่วยผู้สมัคร สส. พรรคพลังประชารัฐหาเสียง

แฟนคลับ ถ่ายภาพคู่ นายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำพรรคพลังประชารัฐแฟนคลับ ถ่ายภาพคู่ นายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำพรรคพลังประชารัฐ

สส. เพื่อไทย งัดนโยบาย ‘ลดค่าไฟทันที’ ชิงแต้มเลือกตั้ง66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547395

23 เม.ย. 2566

สส. เพื่อไทย งัดนโยบาย 'ลดค่าไฟทันที' ชิงแต้มเลือกตั้ง66

‘ศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร’ ผู้สมัคร สส.ธนบุรี พรรคเพื่อไทย ชูนโยบายลดค่าไฟฟ้า ทันทีหากได้เป็นรัฐบาล พ่วงลดค่าแก๊ส ค่าน้ำมันด้วย

พรรคเพื่อไทย ติวเข้มผู้สมัครสส. ทั่วประเทศ ให้ชูนโยบายลดค่าไฟทันที ที่กำลังเป็นกระแสฮอตในตอนนี้ เพื่อโกยแต้มช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 66 

สส. เพื่อไทย งัดนโยบาย 'ลดค่าไฟทันที' ชิงแต้มเลือกตั้ง66

หนึ่งในผู้สมัครสส.พรรคเพื่อไทย ที่ใช้วิธีการนี้ คือ นายศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เบอร์ 8 เขตธนบุรี คลองสาน บางปะกอก เร่งลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่เหลือก่อนเลือกตั้ง ซึ่งมีเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนเป็นจำนวนมาก  ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ได้รับเสียงประชาชนสะท้อนถึงความเดือดร้อนเรื่องค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น

โดยพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะลดค่าไฟฟ้าทันทีที่ได้เป็นรัฐบาล เพราะค่าไฟฟ้าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไข และยังมีนโยบายลดค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส รวมถึงเงินดิจิตอล 10,000 บาท ค่าแรง 600 บาท จบปริญญาตรีเงินเดือน 25,000 บาท ยกเลิกเกณฑ์ทหาร และนโยบายอื่นๆอีกมากมาย

สส. เพื่อไทย งัดนโยบาย 'ลดค่าไฟทันที' ชิงแต้มเลือกตั้ง66

นายศิลปวิชญ์ ย้ำว่าแม้ตนเองจะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ และจากการทำโพลผลจะออกมาในแนวทางที่ดี แต่ยืนยันว่าจะไม่หยุดที่จะลงพื้นที่หาเสียง พร้อมกับรับฟังปัญหาต่างๆของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเดือดร้อนอยู่ 

สส. เพื่อไทย งัดนโยบาย 'ลดค่าไฟทันที' ชิงแต้มเลือกตั้ง66

“ ผมเองเกิดที่คลองสาน ตั้งแต่เด็กจนโต ได้เห็นคนในพื้นที่มาโดยตลอด รับรู้ปัญหา ความเดือดร้อนต่างๆเป็นอย่างดี  ทั้งนี้เหลือเวลาอีก เพียง 20 วันจะถึงวันเลือกตั้ง แม้จะมีเสียงตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก แต่ยังมีเวลาให้ประชาชนตัดสินใจได้อีก  ดังนั้นผมเองจะต้องลงพื้นที่ให้หนักขึ้น ขอคะแนนเสียง ขอโอกาสให้ตนเองได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯเป็นปากเสียงให้กับคนในพื้นที่”ศิลปวิชญ์กล่าว

‘เทวัญ’ ดันโครงสร้างราคาน้ำมัน ช่วยเหลือปชช.สู้ ‘ค่าไฟแพง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547392

23 เม.ย. 2566

'เทวัญ' ดันโครงสร้างราคาน้ำมัน ช่วยเหลือปชช.สู้ 'ค่าไฟแพง'

‘เทวัญ’ ลุยหาเสียง ‘ชาติพัฒนากล้า’ เบอร์ 14 เปิด 12 นโยบายหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจ ชูปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ช่วยปชช.สู้ ‘ค่าไฟแพง’ เลิกอิงราคาสิงคโปร์ ต้องอิงราคาเมืองไทยน้ำมันจะถูกลง

เมื่อค่ำวานนี้(22 เม.ย. 2566)ที่โรงเรียนโยธินนุกูล ต.หนองไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พรรคชาติพัฒนากล้า เขต 1 อ.เมือง (เฉพาะ ต.ในเมืองทั้งหมด 98 ชุมชนเทศบาลนครนครราชสีมา , ต.โพธิ์กลาง และ ต.หนองไผ่ล้อม) หมายเลข 5 เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า แคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคชาติพัฒนากล้าคนที่ 3 เปิดเวทีปราศรัย โดยมีป้ายหาเสียง”เทวัญ เบอร์ 5 “ และป้ายพรรคมีรูปภาพ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคฯ กับนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคฯ เลือกพรรคแบอร์ 14 “ โดยมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่ นั่งฟังการปราศรัย 1,400 คน

เปิดนโยบายเฉพาะโคราช

นายเทวัญ กล่าว่าวันนี้การเมืองกําลังเข้มข้นโดยเฉพาะเศรษฐกิจเราจึงมีนโยบายหลาย ๆ นโยบายของโคราช เราเป็นพรรคการเมืองพรรคเดียวที่มีนโยบายสองแบบ คือ นโยบายทั่วประเทศ กับนโยบายเฉพาะโคราช เพราะเราถือว่าโคราชเป็นบ้านเรา เป็นที่กำเนิดของพรรคชาติพัฒนา ซึ่งเป็นนโยบายของคนโคราช

นโยบายอันแรก น้ํามัน ค่าไฟ แก๊ส ต้องถูกลง น้ํามันเป็นต้นเหตุแห่งของแพงทุกอย่าง และน้ํามันแพง มาจากปัจจัยสามอย่าง คือ 1.การกําหนดราคาน้ํามันดิบ คือ น้ํามันดิบ เราไปซื้อจากต่างประเทศอันนี้เราควบคุมไม่ได้

นโยบายพรรคชาติพัฒนากล้านโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า

นายเทวัญ ลิปตพัลลภนายเทวัญ ลิปตพัลลภ

2.ค่าการตลาด ก็คือปั๊มน้ํามัน เขาจะมีค่าเด็กปั้ม มีค่าใช้จ่าย 3.ที่เราสามารถควบคุมได้คือ ค่าการกลั้น หมายความว่าโรงกลั่นในประเทศไทย มีอยู่ 6 โรงทั่วประเทศ สมัยก่อนโรงกลั่นน้ํามันในประเทศ กำไรปีประมาณ 3,000 ล้าน แต่ช่วงที่น้ำมันแพงๆ ไม่ใช่ปีนะ 6 เดือนกำไรหมื่น 5,000 ล้าน เพราะราคาที่ตั้งเป็นราคาที่เราไปอิงจากสิงคโปร์ 

น้ำมัน เลิกไปอิงราคาสิงคโปร์

ดังนั้น ถ้าวันนี้พรรคชาติพัฒนากล้าได้มีโอกาสไปดูแลพี่น้องเราจะบอกเลิกไปอิงราคาสิงคโปร์ ต้องอิงราคาเมืองไทยน้ำมันก็จะราคาถูกลงแน่นอน จะถูกลงขนาดไหนจะว่ากันอีกที แต่ไม่มีทางที่จะถึง 33-35 บาท ต้องต่ำกว่า 30 แน่นอนพอน้ำมันถูกแก๊สก็จะถูกก็จะทำให้ต้นทุนลดลง ก็จะทำให้ค่าไฟ ที่พวกเราเสียทุกวันนี้ลดลงเหมือนกัน

เปิด12 นโยบายหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจ

ฉะนั้น อันดับแรกนโยบายของชาติพัฒนา คือ ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน เพื่อจะทำให้แก๊ส ค่าไฟ ถูกลงแน่นอน

นายเทวัญ กล่าว่าพรรคนำเสนอนโยบาย 12 นโยบาย ประกอบด้วย นโยบายเรื่องการที่จะสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่จะมาหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจที่จะนำไปสู่เม็ดเงินประมาณ 5 ล้านล้านบาท , นโยบายลดค่าใช้จ่าย จะจัดโครงสร้างภาษีใหม่ บุคคลเงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี , นโยบายสร้างเกษตรใหม่ที่จะเป็นแพลตฟอร์มใหม่ทางด้านเศรษฐกิจเป็นจุดแข็งของประเทศ , นโยบายสินเชื่อ จากปัญหาเรื่องเครดิต จะผ่อนคลายให้ทุกคนกลับมาใช้สินเชื่อกันได้ใหม่

นโยบายการใช้ระบบดิจิทัลมาปรับปรุงระบบราชการ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว รวดเร็ว โปร่งใส , นโยบายทางด้านการท่องเที่ยว ที่จะมาสร้างเงิน สร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มนักท่องเที่ยว 2 เท่า , นโยบายด้านพลังงานในเรื่องของราคาไฟฟ้าและราคาน้ำมัน , นโยบายด้านการศึกษา เพิ่มทักษะให้คนมีโอกาสทำงานมากขึ้น เด็กไทย 3 ภาษา , นโยบายทุนธุรกิจสร้างสรรค์ สูงสุดรายละ 1 ล้านบาท ไม่จำกัดวุฒิและวัย , นโยบายสูงวัยไฟแรง งานใหม่ 500,000 ตำแหน่ง , นโยบายอารยสถาปัตย์ปรับปรุงบ้าน 50,000 บาทให้ผู้สูงวัยและผู้พิการ , นโยบายมอเตอร์เวย์ทั่วไทย 4 ทิศ 2,000 กิโลเมตร ภายใต้แนวคิด “งานดี มีเงิน ของไม่แพง”

นโยบาย Koratnomics  โคราชโนมิกส์ พรรคชาติพัฒนากล้านโยบาย Koratnomics โคราชโนมิกส์ พรรคชาติพัฒนากล้า

รวมทั้งนโยบายเฉพาะของจ.นครราชสีมานโยบาย “Koratnomics” โคราชโนมิกส์ ซึ่งเป็นนโยบายเฉพาะในการพัฒนาโคราชและภาคอีสาน เอาเศรษฐกิจยุคทองกลับมา ประกอบด้วยนโยบาย 5 ด้าน คือ นโยบายการสร้างภาคอีสานให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ของโคราช , 2.นโยบายการสร้างระบบคมนาคมที่เข้มแข็งและทันสมัย , 3.นโยบายการสร้างให้โคราชอีสานเป็นดินแดนแห่งเมืองท่องเที่ยวที่เป็นอินเตอร์ , 4.นโยบายโคราชอีสานเป็นเมืองผลิตอาหารให้กับโลก และ สุดท้าย 5.นโยบายการแก้ไขปัญหาที่พี่น้องประชาชนประสบมากๆ คือ น้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำประปาไม่เพียงพอ หรือนโยบายโคราชเมืองน้ำไม่ท่วม น้ำไม่แล้ง ประปาเพียงพอ รวมทั้งเรื่องกัญชาเสรีไม่ 100% ต้องมีการควบคุมดูแล

เอากัญชาออกจากเยาวชนเอากัญชาออกจากเยาวชน

เอากัญชาออกจากเยาวชน

นายเทวัญ กล่าวช่วงการปราศรัยเรื่องนโยบายกัญชา เอากัญชาออกจากเยาวชน ว่า การเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค. 2566 พรรคชาติพัฒนากล้าเราจับได้หมายเลข 14 ให้นึกและจำให้ได้ก็กันแล้ว 14 ก.พ.คือวันแห่งความรัก หรือวาเลนไทม์ วันที่ 14 เม.ย.คือวันครอบครัว 14 พ.ค.วันเข้าคูหาเลือกตั้ง ส่วนที่ตนจับได้หมายเลข 5 ตรงกับจ.นครราชสีมาครบรอบ 555 ปี ส่วนเรื่องกัญชาเสรีไม่ 100% ต้องมีการควบคุมดูแล เผอิญตนได้เดินพบปะพี่น้องประชาชนร้านค้า

โดยตนเข้าไปอยู่ร้านหนึ่งที่ค้าขายกัญชาเข้าไปไม่ถึง 1 นาทีก็ต้องเดินออกจากร้าน เพราะมีความรู้สึกเมากัญชา ตนไม่เคยสูบบุหรี่ ไม่เคยสูบกัญชา ขนาดตนเข้าไปแล้วนาทีเดียวต้องเดินออก แล้วเด็กเล็กๆเห็นในทีวีไปนั่งสูบกัญชามันจะเป็นอย่างไร วันนี้ตนบอกแล้วว่า ถ้าตนเข้าสภาฯสิ่งแรกแน่นอนกัญชาต้องออกจากเยาวชน

เด็กไทยเรียน 3 ภาษาเด็กไทยเรียน 3 ภาษา

ชาติพัฒนากล้าลุยหาเสียงที่โคราชชาติพัฒนากล้าลุยหาเสียงที่โคราช

เจอกันที่ดอนเมือง ‘ประยุทธ์’ อวยพรให้ ‘ท็อป วราวุธ’ โชคดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547389

23 เม.ย. 2566

เจอกันที่ดอนเมือง 'ประยุทธ์' อวยพรให้ 'ท็อป วราวุธ' โชคดี

‘ลุงตู่-วราวุธ-มนัญญา’ บังเอิญเจอกันที่สนามบินดอนเมือง ต่างคนต่างบินหาเสียงช่วยลูกพรรค ทักทายอย่างเป็นกันเอง ‘ประยุทธ์’ อวยพรให้ ‘ท็อป วราวุธ’ โชคดี

เมื่อเวลา 08.40 น. ที่สนามบินดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ กำลังจะออกเดินทางไปยัง จ.พิษณุโลก เพื่อช่วยสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติหาเสียง

ในขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ก็เดินทางมาเพื่อขึ้นเครื่องไป จ.เชียงราย เพื่อช่วยลูกพรรคหาเสียงเช่นกัน

พล.อ.ประยุทธ์ และ ท็อป วราวุธ บังเอิญเจอกันที่สนามบินดอนเมือง กทม.พล.อ.ประยุทธ์ และ ท็อป วราวุธ บังเอิญเจอกันที่สนามบินดอนเมือง กทม.

โดยได้พบปะทักทายกันบริเวณประตูทางออก ที่ต่างคนต่างจะไปขึ้นเครื่อง พร้อมกับได้เจอ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากพรรคภูมิใจไทย ด้วย

ลุงตู่-วราวุธ-มนัญญา บังเอิญเจอกันที่สนามบินดอนเมือง กทม.ลุงตู่-วราวุธ-มนัญญา บังเอิญเจอกันที่สนามบินดอนเมือง กทม.

ทั้งนี้ มีประชาชนให้ความสนใจทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และนายวราวุธ โดยขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก โดยซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้อวยพร นายวราวุธ ว่าขอให้โชคดี

เจอกันที่ดอนเมือง 'ประยุทธ์' อวยพรให้ 'ท็อป วราวุธ' โชคดี
เจอกันที่ดอนเมือง 'ประยุทธ์' อวยพรให้ 'ท็อป วราวุธ' โชคดี
เจอกันที่ดอนเมือง 'ประยุทธ์' อวยพรให้ 'ท็อป วราวุธ' โชคดี
เจอกันที่ดอนเมือง 'ประยุทธ์' อวยพรให้ 'ท็อป วราวุธ' โชคดี

แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ

‘อุ๊งอิ๊ง’ นำโด่ง ‘ศรีสะเกษ’ อยากให้เป็นนายกฯ ทิ้งห่างทุกพรรค จาก ‘นิด้าโพล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547385

กฤษณะ ศรีทอง

23 เม.ย. 2566

'อุ๊งอิ๊ง' นำโด่ง 'ศรีสะเกษ' อยากให้เป็นนายกฯ ทิ้งห่างทุกพรรค จาก 'นิด้าโพล'

พรรคเพื่อไทย มีคะแนนนำโด่ง ทั้ง สส.แบบแบ่งเขต-สส.บัญชีรายชื่อ จากผลสำรวจ “นิด้าโพล” “อุ๊งอิ๊ง” นำโด่งที่คน “ศรีสะเกษ” จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “คนศรีสะเกษเลือกพรรคไหน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-19 เมษายน 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัด “ศรีสะเกษ”  กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 600 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนจังหวัดศรีสะเกษเลือกพรรคไหน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 95.0

ประชาชนศรีสะเกษจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 47.67 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) 
  • อันดับ 2 ร้อยละ 16.50 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล)
  • อันดับ 3 ร้อยละ 10.50 ระบุว่าเป็น นายเศรษฐา ทวีสิน (พรรคเพื่อไทย)
  • อันดับ 4 ร้อยละ 7.33 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 5 ร้อยละ 5.17 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
  • อันดับ 6 ร้อยละ 3.17 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)
  • อันดับ 7 ร้อยละ 3.00 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)
  • อันดับ 8 ร้อยละ 2.33 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
  • อันดับ 9 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย)
  • อันดับ 10 ร้อยละ 1.00 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์)

และร้อยละ 1.83 ระบุอื่น ๆ ได้แก่

  • นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า)
  •  น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา)
  • พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ)
  • นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ)
  • นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์)
  • นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี)

นิด้าโพลนิด้าโพล

สำหรับพรรคการเมืองที่คนศรีสะเกษจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 67.17 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย

อันดับ 2 ร้อยละ 15.83 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล

อันดับ 3 ร้อยละ 5.50 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ

อันดับ 4 ร้อยละ 4.50 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย

อันดับ 5 ร้อยละ 2.00 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย

อันดับ 6 ร้อยละ 1.67 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย

อันดับ 7 ร้อยละ 1.17 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์

อันดับ 8 ร้อยละ 1.00 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ

และร้อยละ 1.16 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคสร้างอนาคตไทย

ส่วนพรรคการเมืองที่คนศรีสะเกษจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 64.67 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย

อันดับ 2 ร้อยละ 16.33 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล

อันดับ 3 ร้อยละ 6.17 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ

อันดับ 4 ร้อยละ 3.83 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย

อันดับ 5 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย

อันดับ 6 ร้อยละ 2.17 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย

อันดับ 7 ร้อยละ 1.33 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์

อันดับ 8 ร้อยละ 1.00 ระบุว่า

ยังไม่ตัดสินใจ และร้อยละ 2.00 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคไทยภักดี พรรคกล้า พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคสร้างอนาคตไทย

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างทั้งหมดมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านอยู่จังหวัด “ศรีสะเกษ” ร้อยละ 48.33 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.67 เป็นเพศหญิง ตัวอย่าง ร้อยละ 10.50 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 18.83 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 19.67 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 28.00 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 23.00 อายุ 60 ปีขึ้นไป

ตัวอย่าง ร้อยละ 98.84 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 0.33 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.83 นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอื่น ๆ ตัวอย่าง ร้อยละ 30.17 สถานภาพโสด ร้อยละ 67.33 สมรส และร้อยละ 2.50 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่

ตัวอย่าง ร้อยละ 34.00 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 35.83 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 6.00 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 20.67 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 3.50 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

ตัวอย่าง ร้อยละ 8.50 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 13.83 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 15.50 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ ร้อยละ 19.67 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 20.17 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 18.17 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 4.16 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

ตัวอย่าง ร้อยละ 18.83 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 32.17 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 27.00 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 6.50 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 2.67 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 10.16 ไม่ระบุรายได้

ที่มา: นิด้าโพล

เลือกตั้ง66 : ‘ลุงป้อม’ เดินหน้าวิดีโอคอลหาเสียง อ้อนขอคะแนนเยาวชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547383

23 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 : 'ลุงป้อม’ เดินหน้าวิดีโอคอลหาเสียง อ้อนขอคะแนนเยาวชน

‘ลุงป้อม’ ยังคงใช้ วิดีโอคอลหาเสียงเลือกตั้ง เปิดใจกลุ่มเยาวชนชอบทำมากกว่าพูด-ลั่นพร้อมทำงานตอบแทนแผ่นดิน ชวนก้าวข้ามความขัดแย้ง มองคนไทยครอบครัวเดียวกัน อ้อนขอคะแนนกลุ่มเยาวชน

‘ลุงป้อม’ หรือ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ยังคงใช้ วิดีโอคอลหาเสียงเลือกตั้ง คู่ขนานไปกับการลงพื้นที่

เลือกตั้ง66 : 'ลุงป้อม’ เดินหน้าวิดีโอคอลหาเสียง อ้อนขอคะแนนเยาวชน

ล่าสุด เฟซบุ๊ก FC ลุงป้อม โพสต์คลิปตัวแทนเยาวชนจากสภาพัฒนาเยาวชนกรุงเทพฯ และเยาวชนกลุ่มสิทธิพลเมืองและสิทธิประชาธิปไตย พูดคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ผ่านวิดีโอคอล 

เนื่องจากพล.อ.ประวิตรเดินทางด้วยรถไฟจากสถานีบางซื่อ-นครราชสีมา เพื่อไปปราศรัยหาเสียงให้พรรคพลังประชารัฐที่จ.นครราชสีมา 

ทั้งนี้พล.อ.ประวิตรใช้เวลาช่วงที่เตรียมตัวก่อนขึ้นปราศรัยวิดีโอคอลกับตัวแทนเยาวชนทั้งสองกลุ่ม โดยตัวแทนเยาวชนแจ้งกับพล.อ.ประวิตรว่าวันนี้คนรุ่นใหม่สนใจการบริหารจัดการน้ำรวมทั้งมอตโต ”มีลุง ไม่มีแล้ง” ของพล.อ.ประวิตร

รวมถึงนโยบายการส่งเสริมซอฟท์พาวเวอร์ของประเทศในมุมมองของพล.อ.ประวิตร รวมทั้งติดตามการให้สัมภาษณ์ของพลเอกประวิตรในช่วงนี้ว่า ไม่มีครอบครัวและพร้อมทำงานให้บ้านเมืองในฐานะนายกรัฐมนตรีที่ต้องดูแลคนไทยทั้งประเทศ ขอถามว่าพล.อ.ประวิตรจะทำได้หรือไม่  

เลือกตั้ง66 : 'ลุงป้อม’ เดินหน้าวิดีโอคอลหาเสียง อ้อนขอคะแนนเยาวชน

ทำให้พล.อ.ประวิตรกล่าวแบบยิ้มๆว่า “โอ้โห การที่ผมไม่มีภรรยาและครอบครัวนั้น ผมไม่ได้นำภรรยามาช่วยบริหารประเทศ ตรงนี้ผมตัวเบาเพราะสามารถบริหารระบบภาพรวมของประเทศได้โดยไม่จำเป็นต้องมีภรรยามาช่วย เห็นได้จากในการบริหารจัดการในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.

 และคนที่จะเป็นนายกฯนั้นต้องมองว่าคนไทยเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว การก้าวข้ามความขัดแย้งนั้นตนต้องการให้คนไทยรักเป็นหนึ่งเดียวและสามัคคีกัน ในความคิดทางการเมืองของแต่ละคนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งและมีวาระอะไรก็ไปคุยกันในรัฐสภา”

นอกจากนี้ตัวแทนเยาวชนถามว่า พล.อ.ประวิตรรับราชการทหารมาทั้งชีวิต แล้วมาทำงานการเมืองในตำแหน่งรองนายกฯ,รมว.กลาโหมและรักษาการนายกฯ รวมทั้งจะเป็นแคนดิเดตนายกฯด้วย มีความแตกต่างอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “จะได้เป็นนายกฯหรือไม่ อยู่ที่พวกน้องๆว่าเลือกหรือไม่ หากไม่เลือกก็ไม่ได้เป็น แต่มั่นใจว่าหากจะให้ลุงเป็นนายกฯ ก็มั่นใจว่าจะบริหารประเทศให้คนไทยมีความสุขและเจริญได้ในอนาคต”

ตัวแทนเยาวชนถามว่า ปฏิเสธการดีเบตและไม่ค่อยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว เพราะชอบทำมากกว่าพูด หรือชอบพูดมากกว่าทำ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมชอบทำมากกว่าพูด” 

ตัวแทนเยาวชนถามว่า การทำงานในวันนี้ทำไปเพราะอยากทำหรือทำด้วยเหตุผลอื่น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมทำงานเพราะเป็นคนไทยคนหนึ่ง เกิดมาเพื่อแผ่นดินของบรรพบุรุษและรักษาแผ่นดินที่ต้องตอบแทนบุญคุณ ผมทำงานวันนี้เพื่อสถาบันและประชาชน ผมพร้อมและจะทำงานได้ เพราะมีใจบันดาลแรง”  

ทั้งนี้เยาวชนแจ้งกับตัวแทนเฟซบุ๊ค FC ลุงป้อม ว่า ติดตามเพจการเมืองอื่นๆ และติดตามเพจเฟซบุ๊ค FC ลุงป้อม มาระยะหนึ่งเพื่อติดตามข่าวสารและกิจกรรมของพล.อ.ประวิตร จนได้เห็นพล.อ.ประวิตรในอีกมุมมองหนึ่ง เพราะเพจนี้ได้รายงานความเคลื่อนไหวของพล.อ.ประวิตรไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศและมีการพูดคุยกับประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งๆที่ช่วงเวลาเดียวกันนั้น พล.อ.ประวิตรมีภารกิจในพื้นที่หนึ่ง แต่กลับวิดีโอคอลไปยังอีกพื้นที่ได้ในเวลาเดียวกัน และพล.อ.ประวิตรยังพูดคุยกับประชาชนได้ทันที

อย่างไรก็ตามกลุ่มเยาวชนยอมรับว่าก่อนหน้านี้พวกตนบูลลี่ภาพลักษณ์ของพล.อ.ประวิตร แต่เมื่อได้ติดตามเพจและได้พูดคุยกับเฟซบุ๊ค FC ลุงป้อมเพื่อขอพูดคุยกับพล.อ.ประวิตร ทำให้ประทับใจเพราะไม่คิดว่าจะได้นัดคุยจริงๆ ที่สำคัญพล.อ.ประวิตร ใจดีอบอุ่นทำให้พวกตนยิ้มและหัวเราะได้

‘ดีเบตเนชั่น เลือกตั้ง66’ ซัดกันนัว ‘ปู-ตู่’ ใครกันแน่ต้นตอค่าไฟแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547376

22 เม.ย. 2566

'ดีเบตเนชั่น เลือกตั้ง66' ซัดกันนัว 'ปู-ตู่' ใครกันแน่ต้นตอค่าไฟแพง

เวทีเนชั่นดีเบต เลือกตั้ง66 ดุเดือด ปมค่าไฟแพง เมื่อโต้เถียงกันว่า ใครคือต้นตอของค่าไฟแพง ระหว่างรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ปมค่าไฟแพง กลายเป็นประเด็นร้อนดุเดือดบนเวทีดีเบตนโยบายหาเสียงโค้งสุดท้ายก่อน “เลือกตั้ง 2566” ครั้งที่ 4 ในภาคเหนือ โดยเชิญ 8 แกนนำพรรคการเมือง เข้าร่วมงานดังกล่าว ภายใต้โครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” #นับถอยหลังวันพิพากษา ณ เวทีเกาะกลางอุทยานสวรรค์ จ.นครสวรรค์

'ดีเบตเนชั่น เลือกตั้ง66' ซัดกันนัว 'ปู-ตู่' ใครกันแน่ต้นตอค่าไฟแพง

โดยประเด็นค่าไฟแพงนี้ จุดประเด็นกันตั้งแต่รอบแรกที่ให้เวลาแต่ละพรรค 5 นาที พูดถึงนโยบายของพรรคตัวเอง ซึ่งมีบางพรรคที่พูดถึงนโยบายแก้ค่าไฟแพง 

เริ่มที่ นายอรรถวิชญ์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า นโยบายสำคัญตอนนี้คือ ของแพง และมีเรื่องของพลังงาน ค่าไฟแพง เพราะเราตั้งสำรองไฟเกิน ใครเป็นคนเซ็นสัญญา 5000 เมกะวัตต์ อยู่ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ และคนที่สองคือ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เซ็นก่อนยุบสภาให้ไปอีก 2 ที่ ให้กับบริษัทใหญ่

นายอรรถวิชญ์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้านายอรรถวิชญ์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

ขณะที่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า นโยบายพรรคพลังประชารัฐ หากได้เป็นรัฐบาล พล.อ.ประวิตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย บัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน เบี้ยสูงอายุเพิ่มให้ 60 ปี รับ 3 พันบาทต่อเดือน 70ปี รับ 4 พันบาทต่อเดือน อายุ 80 ปีขึ้นไปรับ 5 พันบาทต่อเดือน ลดค่าไฟบ้าน 2.50 บาทต่อหน่วย อุตสาหกรรม 2.70 บาทต่อหน่วย และจะทำให้ราคาน้ำมันลดลง นโยบายที่บอกเป็นนโยบายเร่งด่วน หวังช่วยเหลือประชาชน

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกลนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล

ขณะที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล บอกว่า เรานับถอยหลังสู่การพิพากษา เลือกก้าวไกล ไปจัดการทุนสีเทา ทลายทุนผูกขาด ที่ทำให้ไฟฟ้าแพง เหล้าเบียร์ไม่กี่เจ้า และยังมีระบบโทรคมนาคมแค่2เจ้า เรามาเพื่อเปลี่ยนแปลง ฐานราก

จากนั้นในช่วงที่ 2 เป็นการตอบคำถามจากกองบรรณาธิการสื่อเครือเนชั่นและทางบ้าน ซึ่งได้มีการเปิดคลิปคำถามถึง การลดต้นทุนผู้ประกอบการในประเทศโดยเฉพาะราคาพลังงาน

'ดีเบตเนชั่น เลือกตั้ง66' ซัดกันนัว 'ปู-ตู่' ใครกันแน่ต้นตอค่าไฟแพง

“น.ต.ศิธา ทิวารี” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า โครงสร้างค่าไฟบิดเบี้ยว ประเด็นแรกพลังงานที่ผลิตไฟฟ้าส่วนใหญ่มาจากแก๊ส ที่ประชาชนต้องเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะเอามาจากอ่าวไทย แต่ให้เอกชนผลิตปิโตรเคมี ทำให้ต้องสั่งเข้าจากต่างประเทศ จึงแพง 5 เท่า ต้นทุนผลิตสูงขึ้น 4.77 บาท แต่ลดให้ 0.07 สตางค์ ยังไงก็แพง และพลังงานเกินจำเป็น

น.ต.ศิธา ทิวารี" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย น.ต.ศิธา ทิวารี” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย

ทั้งนี้ แม้รัฐบาลเพื่อไทยอนุมัติ ต่อมาเกิดการรัฐประหาร แต่มีการปรับท่อน้ำเลี้ยงไปรัฐประหาร หมื่นกว่าเมกะวัตต์ ค่าไฟจะแพงกว่านี้ ครั้งนี้ต้องการพรรค นักการเมือง เลือกฝ่ายประชาธิปไตย จะได้ค่าไฟถูกๆ คืนมา

ขณะที่ “นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง แต่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มีการเซ็นเพิ่ม และขอโต้ เสธ.หิ พลังงานสะอาด ทำไมไปปล่อยเจ้าเดิม ทำไมไม่ให้ประชาชนทำโซลาร์รูฟ ถ้ารับซื้อ เหมือนที่ขายไป คนที่ได้ไป คือ ประชาชน แต่ปล่อยให้กับเอกชนรายเดิมรวยไปอีก

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ประจำภาคเหนือดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ประจำภาคเหนือ

ขณะที่ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ประจำภาคเหนือ ใช้สิทธิชี้แจง ว่า ขอให้ไปอ่านนโยบายพรรครวมไทยสร้างชาติ ในเรื่องของพลังงานภาคประชาชน ติดโซลาร์เซลล์ แล้วขายไฟกลับไปยังการไฟฟ้า และไม่รู้ที่พูดเป็นการลอก หรืออ่านละเอียดในเรื่องของพลังงาน

'ดีเบตเนชั่น เลือกตั้ง66' ซัดกันนัว 'ปู-ตู่' ใครกันแน่ต้นตอค่าไฟแพง

ส่วนนายอรรถวิชช์ กล่าวย้ำว่า บัญชีรายชื่อ เบอร์ 2 เป็นถึง รมว.พลังงาน ทำไมถึงแก้ไม่ได้ และไม่ต้องพูดอนาคต วันนี้ทำได้หรือไม่
'ดีเบตเนชั่น เลือกตั้ง66' ซัดกันนัว 'ปู-ตู่' ใครกันแน่ต้นตอค่าไฟแพง

เลือกตั้ง66 ‘ดีเบตเนชั่น’ นครสวรรค์เดือด ปม ปชต.เต็มใบ-ครึ่งใบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547375

22 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 'ดีเบตเนชั่น' นครสวรรค์เดือด ปม ปชต.เต็มใบ-ครึ่งใบ

ซัดกันนัว ‘เวทีดีเบตเนชั่น เลือกตั้ง66’ ที่นครสวรรค์ เสธฯหิ รวมไทยสร้างชาติ โดนรุมกินโต๊ะ ปมประชาธิปไตยเต็มใบ-ครึ่งใบ-ส.ว.

เดือดอีกแล้ว สำหรับ ‘เวทีเนชั่นดีเบต’ นโยบายหาเสียงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 4 พื้นที่ภาคเหนือ ณ เวทีเกาะกลางอุทยานสวรรค์ จ.นครสวรรค์ โดยเชิญ 8 แกนนำพรรคการเมือง เข้าร่วมงานดังกล่าว ภายใต้โครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” #นับถอยหลังวันพิพากษา 

เลือกตั้ง66 'ดีเบตเนชั่น' นครสวรรค์เดือด ปม ปชต.เต็มใบ-ครึ่งใบ

โดยในช่วงที่ 2 เป็นการตอบคำถามจากกองบรรณาธิการสื่อเครือเนชั่นและทางบ้าน แต่ดุเดือดไม่แพ้เวทีอื่นๆ ซึ่งในช่วงหนึ่งเกิดการพาดพิงกันในประเด็น “ค่าไฟแพง” ใครเป็นต้นเหตุ และจะแก้ไขปัญหาอย่างไร นอกจากนั้นยังพาดพิงไปถึงประเด็น “ประชาธิปไตยเต็มใบ-ครึ่งใบ”

ซึ่งพรรคที่โดนพาดพิงในประเด็นเหล่านี้มากที่สุด คือ รวมไทยสร้างชาติ โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ “เสธ.หิ” ในฐานะผู้ประสานงานพรรค ประจำภาคเหนือ ออกโรงชี้แจงเรื่องนี้

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ "เสธ.หิ" ในฐานะผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ประจำภาคเหนือดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ “เสธ.หิ” ในฐานะผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ประจำภาคเหนือ

โดย “นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ระบุว่า ส.ว. ที่มาจากแต่งตั้งโดยทหารต้องปิดสวิตช์ เพราะ ม.272 ไม่ควรเหนือรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะ ส.ว. มีสิทธิเลือกนายกฯ แต่เลือกตั้งครั้งนี้ต้องเอาเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ใครเสียงข้างมากก่อนตั้งรัฐบาล เพื่อให้ประชาธิปไตยเดินได้

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี" รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

“ต้องยึดครรลองให้ดี ส.ว. หลายคนอาการหนักมาก มีการบอกว่าใครเลือกมา เลือกคนนั้น ถือว่าบ้าแล้ว ต้องยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ถึงจะเดินได้ เพราะ ประชาธิปไตย ถือว่าเลวน้อยสุด ครั้งนี้วัดใจ ส.ว. ให้ใช้เสียงขข้างมากสภาชี้วัด ซึ่งเป็นครรลองประชาธิปไตย” นายอรรถวิชช์ กล่าว

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์" รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ขณะที่ “นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญทำได้ให้เป็นประชาธิปไตย ตามที่ประชาชน ต้องการ ซึ่งหลังเลือกตั้งให้พรรคการเมืองไปหารือ เพราะเป็นเจตนารมณ์ของประชาชน แต่อย่าลืมว่า ส.ว. เป็นบทเฉพาะกาล มีวาระ 5 ปี มีส.ว. หรือไม่เป็นรัฐธรรมนูญฉบับหน้า เพราะประชาธิปไตยเต็มใบแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่หาทางออกได้หากคุยกัน

จากนั้น เกิดการโต้เถียงเรื่องนี้ โดยนายชัยวุฒิ ใช้สิทธิตอบโต้หลังถูกพาดพิงว่า ก่อโหวตเลือกนายกฯ เป็นการเลือกประธานสภาฯ และอำนาจส.ว. มีตามรัฐธรรมนูญ และในอดีต ส.ว. สามารถยับยั้งกฎหมายได้

ขณะที่ นายอรรถวิชช์ ย้ำว่า ประเด็นนี้ต้องอย่าเลอะเทอะ ครั้งที่แล้วรวมได้เกินครึ่ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ ดังนั้น อย่าฝืนเอาสูตรนี้

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

ด้าน “นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เพื่อไทย อนาคตใหม่ รวมเสียงข้างมากได้ แต่เจอบัตรเขย่ง ย้ำว่ากลไกมีปัญหา

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา" ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกลนายปดิพัทธ์ สันติภาดา” ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล

“นายปดิพัทธ์ สันติภาดา” ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล กล่าว เราเป็นประเทศเดียวที่มีการรับรอง 3 เดือน หลังจากการเลือกตั้ง ตัด ส.ส. อนาคตใหม่

ขณะที่ เสธ.หิ กล่าวย้ำว่า ประชาชนวันนั้นลงประชามติ ส่วนเรื่อง ส.ว. เป็นคำถามพ่วง ทุกพรรคลงแข่งกติกาเดียวกัน ตามกติกาปี 60 ก่อนย้ำว่า “เพื่อนอย่าลืมความหลัง ย้ายบ้านแล้วกลับมาด่าอีกหรือ”

เลือกตั้ง66 'ดีเบตเนชั่น' นครสวรรค์เดือด ปม ปชต.เต็มใบ-ครึ่งใบ

นอกจากนั้น ยังมีปะทะคารมกันย่อยๆ กับตัวแทนพรรคก้าวไกล กรณี “ส.ว.ทรงเอ” ที่มีการกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ขยับทำอะไร ทั้งๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่

ขณะที่ เสธ.หิ โต้ว่าบ้านเมืองมีกระบวนการยุติธรรม คดีก็เดินหน้าอยู่ แต่พรรคก้าวไกลไม่ติดตามข่าว ขอให้ไปกดกูเกิ้ลดูบ้าง

เนชั่นดีเบต : ปชป. ลั่นช่วยฟื้นเศรษฐกิจ ยก ‘นครสววรค์’ เป็นเมืองแห่งการขาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547374

22 เม.ย. 2566

เนชั่นดีเบต : ปชป. ลั่นช่วยฟื้นเศรษฐกิจ ยก 'นครสววรค์' เป็นเมืองแห่งการขาย

เลือกตั้ง66 : ‘นราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์’ หวังยกระดับนครสวรรค์ เป็นศูนย์กลางการขาย  มั่นใจปชป.ประสบการณ์สูง ทั้งต้มยำกุ้ง-แฮมแบเกอร์ ช่วยไทยฟื้นวิกฤตเศ่รษฐกิจ

นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 3 ยุทธศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์ คือการสร้างเงิน เพื่อสร้างหลักประกันให้ประชาชน เที่ยวหน้าชาวนารับเงินประกัน 30,000 บาท พร้อมทั้งยกระดับเอสเอ็มอี ด้วยการเพิ่มเงิน พร้อมทั้งเพิ่มอินเตอร์เน็ต 1 ล้านจุด เพื่อให้ประชาชนค้าขายออนไลน์

ส่วนการสร้างคน เราต้องทำให้ประชาชนรักษาฟรี ให้ลูกหลานดื่มนมฟรี การสร้างชาติ เราจะทำประชาธิปไตยสุจริต ประชาธิปไตยไม่โกง เพราะหากโกงจะทำให้เกิดการรัฐประหาร

เนชั่นดีเบต : ปชป. ลั่นช่วยฟื้นเศรษฐกิจ ยก 'นครสววรค์' เป็นเมืองแห่งการขาย

สำหรับภาคเหนือ เราจะเชื่อมเหนือ เชื่อมโลก โดยเชื่อมภาคการเกษตร เราจะส่งเสริมให้ปลอดภัย และเข้มแข็ง นโยบายแปลงใหญ่จะยกระดับเกษตรกร แปรรูปให้เป็นผู้ขายได้ เชื่อมการผลิต เราจะขยายตลาด เชื่อมการขนส่ง โดยเฉพาะรถไฟทางคู่ และเชื่อมการเกษตรใหม่ นำไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมทำให้จังหวัดนครสวรรค์ เป็นศูนย์กลางแห่งการขาย เพื่อให้ประเทศไทยฟื้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ

“เรามั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะทำให้ประเทศไทยฟื้นจากวิกฤตเศรษฐกิจได้ เนื่องจากเราเคยทำมาแล้ว ทั้งวิกฤตต้มยำกุ้ง และวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์”

เนชั่นดีเบต : ชาติไทยพัฒนา เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำ ปชช.เข้าถึงแหล่งทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547371

22 เม.ย. 2566

เนชั่นดีเบต : ชาติไทยพัฒนา เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำ ปชช.เข้าถึงแหล่งทุน

เลือกตั้ง66 : ‘ชาติชาย พยุหนาวีชัย รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา’ ย้ำนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก สร้างแบรนด์ดิ้งใหม่ให้การท่องเที่ยว

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองหัวหน้าพรรค กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวบนเวทีดีเบตเครือเนชั่น เวทีดีเบตภาคเหนือกับนโยบายที่กินได้ ที่ จ.นครสวรรค์ ว่า นโยบายระดับชาติ ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน เศรษฐกิจฐานรากของประชาชน จะสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้อาชีพใหม่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้ได้ เราจะสร้างตลาดแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทันสมัย ทำให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนได้

ขณะเดียวกันจะแก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชน หลังจากโควิดหมดไป ธุรกิจขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์กำไรเพิ่มขึ้น ไม่เป็นปัญหา แต่มีปัญหาของพี่น้องประชาชน เราจะนำสหกรณ์ออมทรัพย์ สมาชิกว่า 11ล้านคน มาสนับสนุนเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เรื่องการท่องเที่ยว จะต้องสร้างแบรนด์ดิ้งใหม่ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ชวนคนไทยมาเที่ยว เรามีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน อนุลุ่มน้ำโขง ก็ต้องใช้ประโยชน์ทางการค้าขาย

เนชั่นดีเบต : ชาติไทยพัฒนา เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำ ปชช.เข้าถึงแหล่งทุน

ปัญหาเกษตรกร เราอยากให้เป็นเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย ทั่วทั้งภาคเหนือ นครสวรรค์ต้องเป็นฮับ แปรรูปสินค้าเกษตรไปยังภูมิภาคต่างๆ ทำให้เป็นศูนย์กลางระบบรางในภาคเหนือ นอกจากนี้ ผู้สูงวัย คนจน 

ในภาคเหนือนั้น การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เป็นสิ่งจำเป็นต้องแก้ไข เรื่องPM2.5 ต้องออกกฎหมายอย่างจริงจัง ส่งเสริมการเก็บเกี่ยว โดยไม่เผา และยังต้องไปคุยกับประเทศเพื่อนบ้านในการร่วมกันแก้ปัญหานี้ด้วย