‘ชาญชัย’ ปูดผู้สมัคร สส. 130 คน ถือครองหุ้น ไม่ถูกตัดสิทธิ์ ลงสส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547456

24 เม.ย. 2566

'ชาญชัย' ปูดผู้สมัคร สส. 130 คน ถือครองหุ้น ไม่ถูกตัดสิทธิ์ ลงสส.

‘ชาญชัย’ เปิดหลักฐานปี 62 ‘ประธาน กกต.’ ลงชื่อรับรองคุณสมบัติผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อด้วยตัวเอง ลั่น 27 เม.ย. บุก กกต. ถามหามาตรฐานใต้รธน.กฎหมายเลือกตั้งฉบับเดียวกัน ระบุ มีผู้สมัคร สส.ทั้งสองระบบอีก 130 คน ที่ถือครองหุ้น แต่ไม่ถูกตัดสิทธิ์ เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากถูก กกต. เขต 2 นครนายก ตัดสิทธิ์การลงสมัครรับเลือกตั้งสส.จ.นครนายก เขต 2 เบอร์ 2 ว่า ขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐัธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสส. พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) และรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่าเข้าข่ายมีคุณสมบัติต้องห้ามตาม กฏหมาย 2 ฉบับ 

เลือกตั้ง62 ถือหุ้น ลง สส.บัญชีรายชื่อได้

โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทแอดวานซ์ อินโฟเซอร์วิส จํากัด (มหาชน) หรือ AIS โดยบริษัทดังกล่าวไปร่วมลงทุนกับ 2 บริษัท คือบริษัทเทเลอินโฟ มีเดีย จํากัด (มหาชน) และบริษัทเยลโล่เพจเจส คอมเมอรส์ จํากัด ทั้งที่ตนได้แจ้งให้ กกต. จ.นครนายก เขต 2 ทราบว่า เคยลงสมัคร สส.ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี2562 มาแล้ว

โดยถือครองหุ้นตัวเดียวกันจำนวน 200 หุ้นเท่ากัน และผ่านการตรวจสอบหลักฐานการสมัคร รวมถึงคุณสมบัติผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และลักษณะต้องห้ามแล้ว โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(ประธาน กกต.) ได้ลงนามรับรองการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครด้วยตนเอง และประกาศรับรองไว้เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2562 และเป็นเอกสาร ของกกต.เอง ซึ่งกกต.จังหวัดนครนายก เขต 2 ก็รู้ดีอยู่แล้ว แต่ยังตีความตัดสิทธิ์ตน

กกต.เลือกปฏิบัติหรือไม่

วันนี้จึงได้เปิดหลักฐานดังกล่าวและถามหามาตรฐานของ กกต. ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ อย่างไร

“เป็นที่น่าสังเกตว่า การใช้ดุลพินิจของ กกต.จ.นครนายก เขต 2 ครั้งนี้เป็นการตีความขัดกันเอง กับที่นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ที่เคยลงชื่อรับรองคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งในปี2562 และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติมาแล้ว ตามรัฐธรรมนูญปี2560 ฉบับเดียวกัน 

และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง พ.ศ.2561 และมาตราเดียวกัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฏหมาย แม้แต่ข้อความใด แต่พอมาถึงการเลือกตั้ง สส.ปี 2566 กกต.จ.นครนายก เขต 2 กลับตัดสิทธิ์การรับสมัครของผม ซึ่งกรณีนี้ผมจะขอเข้าพบประธาน กกต. และเลขา กกต. ในวันที่ 27 เม.ย. 2566 นี้ เพื่อสอบถามถึงความชัดเจน 

รวมถึงเรื่องรายชื่อของผู้สมัคร สส. ทั้งสองระบบอีก 130 คน ที่ถือครองหุ้น ซึ่งทางกกต.ส่วนกลางส่งรายชื่อไปให้ตรวจสอบว่า จะมีการตัดสิทธิ์หรือไม่ อย่างไร และมีใครบ้างที่ถูกตัดสิทธิ์การลงสมัคร สส. เช่นเดียวกับผม และมีใครบ้างที่ได้รับการยกเว้นไม่ถูกตัดสิทธิ์ ด้วยสาเหตุอะไร อย่างไร เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนต่อไป”นายชาญชัยกล่าว

‘ปชป.’ หนุน ‘เซ็กซ์ ทอย’ ให้เป็นสินค้าควบคุมพิเศษ ‘อายุ18 ปีซื้อได้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547453

24 เม.ย. 2566

'ปชป.' หนุน 'เซ็กซ์ ทอย' ให้เป็นสินค้าควบคุมพิเศษ 'อายุ18 ปีซื้อได้'

‘ปชป.’ หนุนปลดล็อก ‘เซ็กซ์ ทอย’ ให้เป็นสินค้าควบคุมพิเศษ ไม่ผิดกฎหมายอาญา คนซื้อต้อง ‘อายุ 18 ปีขึ้นไป’ สินค้าต้องได้มาตรฐานรับรองคุณภาพ ระบุ ที่อังกฤษสร้างเม็ดเงิน กว่า 3 แสนล้านบาท

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยกำหนดให้ “เซ็กซ์ ทอย” (Sex Toy) หรืออุปกรณ์เพิ่มความสุขทางเพศ เป็นสินค้าต้องห้าม เป็นสิ่งที่ถูกมองว่าเข้าข่ายลามกอนาจาร เป็นอันตรายต่อสังคมและศีลธรรม รวมถึงถูกตีความเป็นวัตถุผิดกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 และถูกจัดให้เป็นวัตถุที่เป็นของต้องห้ามตามความหมายในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 

แต่เนื่องจาก ยังมีผู้ที่ต้องการสินค้าดังกล่าว จึงเกิดการลับลอบซื้อขายสินค้าชนิดนี้ ซึ่งไม่เพียงทำให้ภาครัฐต้องสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีสินค้า แต่ยังนำไปสู่ปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่ฉวยโอกาสเรียกรับสินบน อีกทั้งทำให้ไม่สามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าดังกล่าว โดย“เซ็กซ์ ทอย”ที่มีจำหน่ายกันอยู่นั้นไม่มีความปลอดภัย เกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร หรือผู้ใช้เกิดการติดเชื้อ

ที่จริง “เซ็กซ์ ทอย” เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการผ่อนคลายอารมณ์ ลดความเครียด หรือใช้ในการกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้ที่มีปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงเป็นสิ่งที่ช่วยลดการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้เช่นกัน

โดย “เซ็กซ์ ทอย” มีรูปร่างแตกต่างกันไปตามวิธีการใช้งาน อาทิ ไวเบรเตอร์ ตุ๊กตายาง ดิลโด 

แต่ละปีคดีข่มขืนในไทยมากถึง 30,000 คดี

นอกจากนี้ “เซ็กซ์ ทอย” ยังมีประโยชน์ด้านสังคม เพราะสินค้าประเภทนี้จะสามารถลดการค้าบริการ และปัญหาการหย่าร้างจากความต้องการทางเพศที่ไม่สมดุล ที่สำคัญจะมีส่วนช่วยลดอัตราการก่ออาชญากรรมทางเพศ

โดยในประเทศไทย สถิติคดีการล่วงละเมิดทางเพศและคดีอาชญากรรมทางเพศ เฉลี่ย 5 ปี ของคดีข่มขืนเฉพาะที่มีการแจ้งความ เกิดคดีข่มขืนปีละประมาณ 4,000 คดี จับคนร้ายได้ 2,400 คดี แต่เมื่อมีการทำวิจัย กลับได้ข้อสรุปว่า มีคดีข่มขืนที่ไม่ได้แจ้งความประมาณร้อยละ 87 ซึ่งหมายความว่า 1 ปี อาจมีการก่อคดีข่มขืนในไทยมากถึง 30,000 คดี

“เซ็กซ์ ทอย”ที่อังกฤษ สร้างเม็ดเงิน กว่า 3 แสนล.บ.

ในแง่เศรษฐกิจ จากรายงานของบริษัทวิจัย เทคนาวิโอ ของประเทศอังกฤษ ได้คาดการณ์การเติบโตของตลาด “เซ็กซ์ ทอย” ช่วงปี 2562-2566 ว่าจะเติบโตต่อเนื่องปีละ 7 เปอร์เซ็นต์ สร้างเม็ดเงินเพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนกว่าล้านบาท โดยประเทศอินเดียและจีนเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด

ขณะเดียวกัน มีหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เยอรมนี สาธารณรัฐเช็ก ที่จัดให้ “เซ็กซ์ ทอย” เป็นสินค้าถูกกฎหมาย ประชาชนสามารถครอบครอง มีไว้จำหน่ายได้ รวมถึงมีเซ็กซ์ช็อปที่จำหน่ายสินค้าอย่างเปิดเผย และสร้างรายได้จำนวนมาก 

สำหรับประเทศไทยยังมีการถกเถียงกันอยู่ว่าควรปลดล็อกให้ “เซ็กซ์ทอย” เป็นสินค้าถูกกฎหมายหรือไม่ แม้มีฝ่ายที่สนับสนุน แต่ก็มีอีกฝ่ายที่โต้แย้งหรือห่วงกังวลด้วยเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา หรือเกรงว่าอาจส่งผลกระทบกับศีลธรรมและวัฒนธรรมของไทย

ปชป.หนุน เซ็กซ์ ทอย มีอย.-สมอ.ควบคุม

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์มีข้อเสนอและจุดยืนในเรื่องดังกล่าว โดยเราสนับสนุนให้มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมเซ็กซ์ ทอย โดยมีหน่วยงานรัฐ อย่างเช่น คณะกรรมการองค์การอาหารและยา (อย.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ควบคุม ตรวจสอบ และให้การรับรองคุณภาพของสินค้า เพื่อความปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้

นอกจากนี้ ต้องแยกสินค้า “เซ็กซ์ ทอย” ออกจากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 แล้วกำหนดเป็นสินค้าควบคุมพิเศษภายใต้การกำกับของหน่วยงานของรัฐ และต้องกำหนดหลักเกณฑ์ผู้ซื้อเซ็กซ์ทอยต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

ขุนพล ‘พรรคเพื่อไทย’ สู้นโยบาย ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547433

23 เม.ย. 2566

ขุนพล 'พรรคเพื่อไทย' สู้นโยบาย 'รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย'

‘หมอมิ้ง-จาตุรนต์-ดนุพร’ ขุนพลพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีดอนเมือง สู้นโยบาย ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’-50 เขต 50 โรงพยาบาล ชาวดอนเมืองต้องมีโรงพยายามประจำเขตตัวเอง

ปชช.ผิดหวังนายกฯเมินแก้ปัญหาค่าไฟแพง

ดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะรณรงค์หาเสียง กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าวันนี้พี่น้องเดือดร้อนและต้องการคนที่มาแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เดือนที่ผ่านมาทุกคนพูดถึง ‘ค่าไฟแพง’ รายจ่ายประชาชนขึ้นยกแผง รวมถึงราคาพลังงานทุกอย่าง ประชาชนไม่รู้จะประหยัดยังไงแล้ว 

แต่ปัญหาทั้งหมดนี้ ประชาชนกำลังมองไปที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คาดหวังว่าผู้นำประเทศต้องแก้ไขปัญหาประชาชนได้ แม้กระทั่งช่วงหาเสียงที่ควรเป็นเดือดเป็นร้อน ก็หวังจะได้เห็นนายกฯ เรียกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา แต่ไม่มี สิ่งที่เห็นคือนายกฯ ลางานไปหาเสียง ถีบเรือเป็ดอยู่ที่สวนลุมฯ

“วันนี้คนที่เป็นนายกฯ ต้องเสียสละ ระหว่างความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กับ การหาเสียง ผมเชื่อว่าถ้าคนของเพื่อไทยเป็นนายกฯ เราจะไม่มัวแต่หาเสียงแต่เร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน” ดนุพรกล่าวและว่า แต่ถ้าวันนี้รัฐบาลคือเพื่อไทย เราจะไม่เห็นเพื่อไทยมัวแต่หาเสียงแต่จะเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน

บรุ๊ค ดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะรณรงค์หาเสียง กทม. พรรคเพื่อไทยบรุ๊ค ดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะรณรงค์หาเสียง กทม. พรรคเพื่อไทย

สุดท้ายย้ำว่า “เราจะทำให้เห็นว่านายกฯ ที่ดีต้องไม่นั่งบนหัวใคร แต่นั่งบนหัวใจประชาชน นี่คือสิ่งที่ประยุทธ์ไม่มี ไม่มีทางเทียบกับนายกฯ ทักษิณ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ท่านไม่เคยเทียบได้ และจะไม่ได้ตลอดไป”​ ดนุพรกล่าว

ต้องได้อำนาจรัฐ แก้ปัญหาให้ปชช.

นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตยมาโดยตลอด เราฝ่าวิกฤติมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย เราผ่านการถูกกระทำมานับไม่ถ้วน แต่ไม่ว่ายังไง เราเข้าใจปัญหาของประชาชน และเราชนะการเลือกตั้งเพื่อไปเป็นรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อพี่น้องประชาชนได้รับความสุข และอยากเข้าไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง เรายืนยันว่า เราต้องได้อำนาจรัฐ แก้ปัญหาให้ประชาชน สร้างรายได้ใหม่ และเรากล้าพูดและเราเคยทำมาแล้วสำเร็จไม่รู้กี่ครั้ง

หมอมิ้ง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยหมอมิ้ง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย

ทำรถไฟฟ้าให้เดินทางได้ 20 บาทตลอดสาย

นพ.พรหมินทร์ ย้ำว่า สิ่งที่สำคัญของชาวกรุงเทพฯ มี 2 เรื่องใหญ่ หนึ่ง-เราจะทำรถไฟฟ้าให้เดินทางได้ 20 บาทตลอดสาย สอง-พรรคเพื่อไทยมองเห็นปัญหาและเราจะยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรคให้ประชาชนได้สะดวกสบาย และสร้างโรงพยาบาลประจำเขตทุกเขต เป็นโรงพยาบาลของรัฐจำนวน 150 เตียงขึ้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน

 นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทยนายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปิดท้ายเวทีปราศรัย บางคนพูดว่าพรรคเพื่อไทยสนใจแต่เรื่องปากท้อง ทำไมไม่สนใจประชาธิปไตยโครงสร้างหรือระบบประชาธิปไตยบ้าง นี่คือพูดผิดแน่นอน เพราะพรรคเพื่อไทยให้ความสนใจเรื่องเศรษฐกิจและประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้พี่น้อง

แต่ขณะเดียวกัน เราก็ให้ความสำคัญกับการต่อสู้กับเผด็จการมาทุกยุคทุกสมัยเพื่อให้ได้ประชาธิปไตย เราได้ทำมาและปรากฎชัด พรรคเพื่อไทยทำทั้งสองเรื่องนี้ได้ดีจากนี้ต่อไป ก็จะทำสองเรื่องนี้ คือแก้ทั้งเศรษฐกิจและทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยไปพร้อมกัน เรามั่นใจว่าเราทำได้ไม่แพ้ใครในประเทศนี้

.

“สิ่งที่จะทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรม คือเราจะให้ประชาชนลงประชามติ เพื่อตั้ง ส.ส.ร. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และให้ระบุในรัฐธรรมนูญว่าคนทำรัฐประหารเป็นกบฎ และคนทำรัฐประหารไม่สามารถเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ได้ เมื่อเรามีรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย พี่น้องก็จะมีเสรีภาพได้” จาตุรนต์ กล่าว

เสียงสะท้อนจากเหล่านี้จากแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ขนทัพใหญ่ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่กรุงเทพฯ ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน : ดอนเมือง’ ณ ตลาดโอโซนวัน กรุงเทพมหานคร(กทม.)โดยเวทีนี้ เป็นครั้งแรกในรอบหลายอาทิตย์ที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ทั้ง 2 คนมาเจอกัน นั่นคือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ นายเศรษฐา ทวีสิน

ร่วมด้วย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กทม. พรรคเพื่อไทย , นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ, นางปวีณา หงสกุล สมาชิกพรรคเพื่อไทย, นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกพรรคเพื่อไทย , นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย , นางนลินี ทวีสิน ประธานคณะกรรมการด้านการต่างประเทศ , นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ปรึกษาคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ

พร้อมด้วย ผู้สมัครสมาชิกสภา กรุงเทพมหานคร ได้แก่ นายสุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 10 เบอร์ 10 , นายเอกภาพ หงสกุล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 11 เบอร์ 1, นายญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 12 เบอร์ 10 , นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 9 บางเขน เบอร์ 2

แกนนำระดับขุนพลพรรคเพื่อไทยแกนนำระดับขุนพลพรรคเพื่อไทย

‘อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา’ แท็คทีมปลุกดอนเมือง ‘ปิดสวิตซ์ สว.-3 ป.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547431

23 เม.ย. 2566

'อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา' แท็คทีมปลุกดอนเมือง 'ปิดสวิตซ์ สว.-3 ป.'

‘อุ๊งอิ๊ง’ ปลุกดอนเมือง! อุ้มทอง 9 เดือน ขึ้นเวทีปราศรัยสุดท้ายก่อนลาคลอด ขออย่าแบ่งใจ วันนี้ต้องเลือกอย่างมียุทธศาสตร์ ‘ปิดสวิตซ์ สว.-3 ป.’ให้ได้ ย้ำ เพื่อไทยจะกลับมาเป็นรัฐบาลจากปากกาประชาชน

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย อุ้มท้อง 9 เดือน ขึ้นเวทีปราศรัย ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ‘ดอนเมือง’ ณ ตลาดนัดโอโซนวัน กรุงเทพมหานคร(กทม.) ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายก่อนลาคลอด คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า ท่ามกลางการตอบรับ โอบกอด เสียงเชียร์และกำลังใจ ถึง ‘คุณแม่’ อย่างท้วมท้น ขณะที่คนในครอบครัว อย่าง นายปิฎก สุขสวัสดิ์ , นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ และ พิณทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ มาร่วมให้กำลังใจติดขอบเวที

.

น.ส.แพทองธาร เริ่มปราศรัยว่า ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทยเป็นเวลากว่า 22 ปี ทุกคนร่วมกันต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตย หาเสียงด้วยนโยบายแก้ไขปัญหาปากท้องให้พี่น้องประชาชน นับเป็นการเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ ที่นโยบายของพรรคการเมืองไทยจะเปลี่ยนชีวิตของพี่น้องให้ประชาชน เป็นประชาธิปไตยที่กินได้ และมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างถาวร

มั่นใจเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล

เพราะความสำเร็จตลอด 22 ปี ที่ผ่านมา ทำให้พี่น้องประชาชนเชื่อใจเรา และสนับสนุนเรา ในการเลือกตั้ง2566นี้ พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าหากเราชนะการเลือกตั้ง จนได้จัดตั้งรัฐบาล เราจะทำทุกนโยบายให้สำเร็จให้เร็วที่สุดเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องหลุดพ้นจากความยากลำบาก

.

พรรคเพื่อไทยต่อสู้กับความยากจนร่วมกับพี่น้องประชาชนเสมอมา โดยนโนบายที่เริ่มตั้งแต่รากจนออกนอกออกผล จากการ ‘ลดรายได้ เพิ่มรายจ่าย ขยายโอกาส’ ให้พี่น้องประชาชนได้ลืมตาอ้าปากอย่างมั่นคง แต่ทุกครั้งที่เราได้เข้ามาเป็นรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นในฐานะพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน หรือพรรคเพื่อไทย เราต่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างชีวิตที่ดีให้กับประชาชน แต่จากอุปสรรคระหว่างทางที่ทำให้เราต้องต่อสู้กับอำนาจนอกระบบ

.

“เราจัดตั้งรัฐบาลด้วยปลายปากกาของประชาชน แต่อำนาจของประชาชนถูกหักทิ้งด้วยปลายกระบอกปืน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะกลับมาเป็นรัฐบาลด้วยปลายปากกาของประชาชน ที่จะวาดความหวัง วาดความฝัน เพื่ออนาคตของประเทศไทยด้วยกันอีกครั้ง และช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ที่พรรคเพื่อไทยได้ต่อสู้เคียงข้างพี่น้องประชาชน”

ปิดสวิตซ์ สว.- 3 ป.

“การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นศึกที่ยิ่งใหญ่ เราต้องปิดสวิตซ์ สว. และ 3 ป. แต่เราเริ่มต้นจากศูนย์ ไม่มีแต้มต่อ มีแต่พี่น้องประชาชนเท่านั้นที่จะอนุญาตให้เราเข้าไปเปลี่ยนชีวิตของพี่น้องประชาชนได้ เรายังคงยืนหยัดเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน แม้จะต้องเผชิญกับศัตรูทางการเมืองมากแค่ไหนก็ตาม”น.ส.แพทองธาร กล่าว

สุดตรอง ว่าที่คุณแม่ อุ๊งอิ๊ง ขึ้นเวทีปราศรัยสุดท้ายก่อนลาคลอดสุดตรอง ว่าที่คุณแม่ อุ๊งอิ๊ง ขึ้นเวทีปราศรัยสุดท้ายก่อนลาคลอด

มวลชน คนดอนเมืองกรุงเทพฯมวลชน คนดอนเมืองกรุงเทพฯ

เบอร์10 เพื่อไทยเขต 10 กทม.

น.ส.แพทองธารฝากผู้สมัครเขตดอนเมือง นายสุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 10 เบอร์ 10 และฝากพรรคเพื่อไทย เบอร์ 29 เพื่อส่งผู้แทนจากพรรคเพื่อไทยเข้าไปโหวตนโยบายดีๆ เพื่อปากท้องของพี่น้องประชาชนทุกคน

‘เศรษฐา’ ชี้คนไทยต้องมีค่าแรงศักดิ์ศรี

ขณะที่ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัย ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ‘ดอนเมือง’ ณ ตลาดนัดโอโซนวัน ท่ามกลางพี่น้องชาวดอนเมือง ร่วมต้อนรับอย่างท่วมท้น

.

โดยนายเศรษฐา กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องชาวดอนเมืองที่มาให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยอย่างเนืองแน่น พร้อมย้ำว่า ตั้งแต่รัฐบาลพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนถึงเพื่อไทย เราคิดใหญ่ ทำเป็นมาโดยตลอด นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค มีองค์กรระดับโลกนำไปศึกษาเป็นต้นแบบ ในวันนี้พรรคเพื่อไทยยังมีแนวทางที่จะยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว รักษาที่ไหนก็ได้

.

เช่นเดียวกับปัญหาเศรษฐกิจที่พรรคเพื่อไทย ที่คำนึงถึงความแร้นแค้นของพี่น้องตลอด 8 ปีที่ผ่านมา จึงมีนโยบายค่าแรง 600 บาทภายใน 4 ปี รัฐบาลปัจจุบันเคยบอกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ว่าถ้ามาเป็นรัฐบาล ค่าแรงจะถึง 420 บาท วันนี้ยังทำไม่ได้ แต่เพื่อไทยทำได้

โดยปีแรกที่เป็นรัฐบาลจะปรับค่าแรงเป็น 400 บาททันที เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ให้อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีสมที่เรียนจบปริญญาตรี พร้อมเติมรายได้ให้เต็ม 20,000 บาทต่อครอบครัว พร้อมย้ำนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาทจะถึงกระเป๋าของพี่น้องประชาชนที่อายุ 16 ปีขึ้นไป พอให้ประกอบอาชีพตั้งตัวได้ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากการนำไปจับจ่ายร้านค้าในชุมชนอีกด้วย

.

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ด้วยนโยบายสมัครใจเกณฑ์ทหารโดยไม่ต้องถูกบังคับ พร้อมเดินหน้าปราบปรามปัญหายาเสพติดให้หมดไป บำบัดผู้เสพเป็นผู้ป่วย ให้หายป่วย กลับไปประกอบอาชีพสุจริต ไม่กลับไปหายาเสพติดอีก พร้อมลงโทษผู้ค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยจะนั่งหัวโต๊ะในการจัดการเดินหน้ายึดทรัพย์ผู้กระทำผิดอย่างรวดเร็วที่สุด

'อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา' แท็คทีมปลุกดอนเมือง 'ปิดสวิตซ์ สว.-3 ป.'

.

“พรรคเพื่อไทยเห็นถึงความสำคัญของพื้นที่ดอนเมือง พร้อมทำนโยบายให้เป็นจริง แต่นโยบายเหล่านี้จะเป็นไปไม่ได้ ถ้าจุดเริ่มต้น สส.หมี-สุธนพจน์ กิจธนาพิทักษ์ ผู้สมัคร สส.เขตดอนเมือง เบอร์ 10 ไม่ได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่สภา สส.หมี เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ทำงานลงพื้นที่มาโดยตลอด เราไม่ได้แข่งกับคนอื่น เรามาวันนี้ เรามั่นใจว่าจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส.ส.หมีจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเข้าสู่สภา ถ้าไม่เลือก สส.หมี ก็น้อยไป 1 เสียง จึงอยากขอคะแนนเสียงจากพี่น้องชาวดอนเมือง ในวันที่ 14 พฤษภาคม ขอให้เลือก ส.ส.หมี เบอร์ 10 เข้าสู่สภา และเลือกพรรคเพื่อไทยเบอร์ 29 กาทั้ง 2 ใบ แลนด์สไลด์เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของลูกหลาน” นายเศรษฐากล่าว

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตรอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร

นายเศรษฐา ทวีสิน นายเศรษฐา ทวีสิน

จุรินทร์ ขอคะแนนเสียงให้ ‘ประชาธิปัตย์’ โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547428

23 เม.ย. 2566

จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้

พรรคประชาธิปัตย์ เปิดปราศรัยใหญ่โซนฝั่งธน กรุงเทพฯ ส่งสัญญาณ 14 พ.ค. ขอให้เลือกสส.ประชาธิปัตย์ทั้ง 400 เขต พ่วงเลือกพรรคหมายเลข 26   ” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ” หัวหน้าพรรคมั่นใจ แม้รอบที่แล้วไม่มี สส. กทม. แต่เลือกตั้งรอบนี้แจ้งเกิดจากผลงานที่ทำไว้ ไม่เป็นรองใคร

ที่บริเวณอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหานคร วงเวียนใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นในพื้นที่ฝั่งธนบุรี    โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปตย์  ปราศรัย เชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.   ขอให้เลือก สส.เขตจาก พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 400 เขต และบัตรอีก 1 ใบขอให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 เพื่อให้สามารถไปทำภารกิจในสภาผู้แทนราษฎร ให้มี สส.มากกว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้วที่มีเพียง   52 คน 


นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนเดินทางไปทุกจังหวัด ทุกภูมิภาค เสียงตอบรับของพรรคประชาธิปัตย์ดีขึ้น   ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์  เป็นพรรคที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีบุคคลากร ที่พร้อมทุกด้านทั้งด้านการเมือง และ เศรษฐกิจ  นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังมีผลงาน พาประเทศผ่าวิกฤติ ตั้งแต่สมัยนายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ทำหน้าที่หัวหน้าพรค และในสมัยนี้ประสบปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน  ในฐานะหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมพาประเทศผ่านวิกฤต

สำหรับในพื้นที่ กทม.  สมาชิกประชาธิปัตย์ทุ่มเท ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง แม้ครั้งที่ผ่านมาจะไม่มี สส.ใน กทม. ครั้งนี้จึงมั่นใจว่าจะสามารถปักธงกทม.   หลายคนภูมิใจในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีอำนาจแล้วไม่โกง ไม่เคยมีหัวหน้าพรรค คนไหนติดคุกและไม่เคยทุจริต  พรรคประชาธิปัตย์ เทิดทูนสถาบัน  4 ปี  ที่ร่วมรัฐบาลมีผลงานไม่แพ้ใคร พรรคประชาธิปัตย์ซื่อสัตย์สุจริต  จึงไม่มีเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติอีก ขอให้สัญญากับคนไทยทั้งประเทศว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะมีจุดยืน 4 ทำ 3 ไม่


คือ 1. ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้เข้มแข็งยั่งยืน พร้อมสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ   2. นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นพรรคที่รวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฏรที่มาจากการเลือกของประชาชน และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเดินหน้าประชาธิปไตย ไม่โกง ไม่เอาการซื้อสิทธิขายเสียง และการประมูลตัวผู้แทนราษฏร ที่สำคัญต้องมีการลดโทษคดีทุจริต และคัดค้านการติดคุกที่บ้าน ดังนั้น พรรคไหนที่เคยโกงและทุจริต ขอให้ประชาชนจำเอาไว้ ต้องไม่เลือกให้เขากลับมามีอำนาจ และมาโกงประชาชนอีก


3. ต้องเป็นประชาธิปไตยท้องอิ่ม แม้หลายพรรคคิดแต่จะแจกเงิน แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่แจก แต่เน้นการสร้างเงินให้ประเทศ ประกันรายได้ด้วยการท่องเที่ยว และการส่งออก   4. จัดการกับปัญหายาเสพติด ด้วยนโยบาย ตาต่อตาฟันต่อฟัน ไม่เอากัญชาเสรี แต่สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์   ส่วนสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เอา คือ 1. ไม่แก้ ม.112  2.ไม่เอายาเสพติด และ 3.ไม่เอาทุจริตคอรัปชั่น   ช่วงท้าย นายจุรินทร์ ย้ำว่า ขอให้ทุกคนหนักแน่นมั่นคงกับสิ่งที่จะทำดีให้ประเทศต่อไป  ช่วยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ หลายคนที่ไม่เลือกประชาธิปัตย์ครั้งที่แล้ว ขอให้กลับมาเลือกประชาธิปัตย์

จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้
จุรินทร์  ขอคะแนนเสียงให้ 'ประชาธิปัตย์' โอ่ 4 ปี เป็นรัฐบาลผลงานจับต้องได้

พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2   จัดขึ้นที่ฝั่งธนบุรีมี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ร่วมปราศรัย ขอประชาชนสนับสนุนเพื่อให้พรรคฯมีสส. เพิ่มจากการเลือกตั้งปี  2562  ที่มีสส.  ได้รับเลือกเข้ามารวม  52  คน 

กระแสตอบรับดี ‘นิพนธ์’ มั่นใจ ‘ประชาธิปัตย์’ ได้สส.ขั้นต่ำ 70 ที่นั่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547422

23 เม.ย. 2566

กระแสตอบรับดี 'นิพนธ์' มั่นใจ 'ประชาธิปัตย์' ได้สส.ขั้นต่ำ 70 ที่นั่ง

‘นิพนธ์’ ตั้งโต๊ะแถลง หลัง 3 ทัพหลวงขุนพล ‘ประชาธิปัตย์’ เบอร์ 26 ลงพื้นที่พบประชาชนมีกระแสตอบรับดี มั่นใจเลือกตั้ง66 ได้ สส.ขั้นต่ำ 70 ที่นั่ง เฉพาะภาคใต้กวาด สส.ไม่ต่ำกว่า4

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งโต๊ะแถลงต่อสถานการณ์การเลือกตั้ง2566 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ และความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนต่อพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรคปชป.ที่จัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ ขอถือโอกาสนี้แจ้งต่อพี่น้องสื่อมวลชนว่าจากการติดตามสถานการณ์มาจนถึงวันนี้ขอยืนยันว่าประชาธิปัตย์ในพื้นที่ทั่วประเทศดีขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร ฉะนั้นพรรคจึงมีความมั่นใจว่าการเลือกตั้ง2566 เป้าหมายที่ได้วางไว้แต่เดิมมีความเป็นไปได้ชัดขึ้น ตัวเลข 70-80 ที่นั่ง ที่ประมาณการเอาไว้ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง มาถึงนาทีนี้ทำให้เรามีความตั้งใจมากยิ่งขึ้น 

ไม่ว่าจากการที่พรรค โดยท่านหัวหน้าพรรคท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ได้แถลงในยุทธศาสตร์ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ต่อมาเปิดตัวนโยบายของพรรคทั้ง 26 นโยบายรวมถึงนโยบายการสร้างสันติภาพ สู่สันติสุข ชายแดนใต้ มาถึงวันนี้ในมีการจัดทัพในการรณรงค์หาเสียงแบ่งเป็น 3 ท่านคือ ท่านหัวหน้าพรรค ท่านเลขาธิการพรรค และทัพของอดีตหัวหน้าพรรค ท่านชวน หลีกภัย ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน และท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

นิพนธ์ มั่นใจภาคใต้กวาดสส.ไม่ต่ำกว่า 40

ทุกสายทุกทัพได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งได้ตระเวนกันไปทั่วทุกภูมิภาค เพื่อพบปะกับพี่น้องขอคะแนนเสียงสนับสนุนให้เลือกประชาธิปัตย์ทั้งพรรคทั้งคน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 26 เป็นหมายเลขเดียวที่ใช้ได้ทั่วประเทศ ส่วนเขตพื้นที่ต่างๆ นั้นแต่ละเขตก็ได้เลขหมายต่างๆ กัน แต่การรณรงค์ของพรรคย้ำให้เลือกทั้งพรรค เลือกทั้งคน ฉะนั้นมาถึงนาทีนี้มีผลการวิจัยของพรรคใกล้เคียงกับผลการวิจัยของโพลหลายสำนักว่าประชาธิปัตย์มีการตอบรับอย่างดี มีเสียงขานรับในทุกภูมิภาคที่ดีขึ้น

ขอถือโอกาสนี้ยืนยันตัวเลขว่าจากการทำผลสำรวจ และได้ทำการทั้งของสำนักโพลต่างๆ สอดคล้องกับของพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคใต้ ที่เรามั่นใจว่าเราจะได้ตัวเลขไม่ต่ำกว่า 40 เราก็ยังยืนยันในตัวเลขนี้ ที่ภาคใต้ประชาธิปัตย์ยังมีความหวังว่าจะได้มากกว่า 40 ที่นั่ง

ในส่วนของสงขลานาทีนี้เรามีความมั่นใจว่าเรายังสู้ทั้ง 9 เขต และขณะนี้ถือว่าใกล้เคียงความจริงอย่างมาก เหลือเวลาอีก 3 อาทิตย์เราเชื่อว่า เขตที่ยังสูสีกันอยู่เราจะพยายามให้ชนะขาดให้ได้

ปชป.คาดจะได้ สส.ขั้นต่ำ 70 ที่นั่ง

 ในขณะนี้เท่าที่ตัวเลขที่เราประเมินทั้งประเทศ ขั้นต่ำ 70 ที่นั่ง และก็ยังใกล้เคียงความจริงมากที่สุดในขณะนี้ แม้ว่าผลโพลอีสานบอกเราจะได้น้อย แต่จากการที่หลายสายไปเดินในภาคอีสาน ท่านบัญญัติก็ดี คุณหญิงกัลยาก็ดี ท่านรองชัยยศก็ดี ยืนยันกันว่าพื้นที่ภาคอีสานไม่ว่าจะเป็น สกลนคร อำนาจเจริญ โคราช หรืออุบลราชธานีเสียงประชาธิปัตย์ได้รับการตอบรับอย่างดี ซึ่งเรามีเป้าหมายอยู่ 3 เขต ในส่วนภาคเหนือถ้าเราดูโพลบางสำนัก ประชาธิปัตย์มี 4 ที่นั่ง เราประมาณการว่าน่าจะได้มากกว่านั้น บางจังหวัดเท่าที่สุ่มตัวอย่างมามีกระแสตอบรับดีมากทั้งสุโขทัย และเชียงใหม่บางเขต นอกจากจังหวัดตราด นครสวรรค์ จังหวัดสุโขทัยหรือพิจิตร สิ่งเหล่านี้ท่านรองนราพัฒน์ แก้วทอง ก็ดูแลอย่างใกล้ชิดในพื้นที่

จากการที่เราทำนโยบายประกันรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง แม้แต่ยางพารา ซึ่งขณะนี้มีการปลูกทั่วประเทศ หรือปาล์ม นโยบายเหล่านี้ดูแลพี่น้องเกษตรกร 9 ล้านกว่าครอบครัว นี่คือสิ่งที่เรามีความมั่นใจว่าพี่น้องเกษตรกรได้รับผลประโยชน์จากนโยบายประกันรายได้ ให้เกษตรกร 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอบนี้ประชาธิปัตย์เน้นเรื่องชาวนาเป็นกรณีพิเศษ อย่างที่บอกว่าชาวนารับไร่ละ 30,000 ต่อ 15 ไร่ ไร่ละ 2,000 บาท อันนี้ถือเป็นการดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวนาแบบตรงเป้าหมาย และเราอาจจะพ่วงไปถึงในเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยเงื่อนไข เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วห้ามเผาตอซังข้าว มันจะก่อให้เกิดมลภาวะ ตามมามากมาย และเพิ่มการผลิตคุณภาพของเกษตรกรของพี่น้องชาวนาด้วย นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์ยืนยันในเรื่งนโยบายของประชาธิปัตย์ 

รวมไปถึงนโยบายที่จะมุ่งอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ในหมู่บ้าน ในขุมชนในการจัดตั้งธนาคารชุมชนละ 2 ล้าน นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์ประกาศกับพี่น้องประชาชนเดินหน้าสิ่งเหล่านี้ รวมไปถึงสัปดาห์ที่ผ่านมาทางภาคใต้ เกิดปรากฏที่พรรคส่งทีมเศรษฐกิจมาสัญจรที่หาดใหญ่ เพื่อพบปะกับพี่น้องในพื้นที่ภูมิภาค มาประกาศเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟจากปาดังเบซาร์สู่หาดใหญ่ เพื่อเชื่อมให้นักท่องเที่ยวจากมาเลย์ที่มาขบวนรถไฟเข้าถึงหาดใหญ่ได้ หรือทางมอเตอร์เวย์จากหาดใหญ่ไปด่านนอก หรือสะเดา ซึ่งท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ได้ชี้แจงไปแล้ว รวมไปถึงสิ่งที่ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ได้มาบอก จะผลักดันให้หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการเงินในภูมิภาค ซึ่งที่ผ่านมาสิ่งนี้ได้ตอกย้ำว่าประชาธิปัตย์จะพัฒนาสงขลา หาดใหญ่ พัฒนาภาคใต้ของประเทศไทยด้วยนโยบายอะไรบ้าง ซึ่งถือว่ามีความชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ

ปชป.ทางเลือกทางรอดของบ้านเมือง

จากงานวิจัยยังพบว่า ประชาชน กว่า 20% ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศเกือบ 40 ล้านคน ยังให้ความเชื่อมั่นต่อพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่เคยสร้างความเสียหายให้บ้านเมือง กลับตรงกันข้ามพรรคประชาธิปัตย์มักจะเป็นทางเลือกทางรอดทุกครั้งที่บ้านเมืองเกิดวิกฤต

รวมทั้งความเชื่อถือในแนวอุดมการณ์และนโยบายที่พรรคได้ทำไว้ให้ประเทศในแต่ละยุคสมัยถึง 77 ปีที่ผ่านม่า ยังมีความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และแนวนโยบายหลายด้านที่กำลังทำ 

และที่จะทำต่อไปในอนาคตคือเรื่องการศึกษา และการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะการประกันรายได้ ที่เกษตรกรทั่วประเทศสามารถมีความมั่นคงในรายได้ รวมทั้งนโยบายการสร้างชาติ สร้างคน ในด้านต่างๆ ที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็ง อย่างมั่นคง ในการประกอบอาชีพ มากกว่านโยบายที่มุ่งไปที่การแจกจ่าย 

“จากงานวิจัยของพรรค และการติดผลโพลของทุกสำนักที่ชี้ไปในทิศทางที่เป็นบวก ประกอบกับระยะเวลาอีก 20 กว่าวันที่เหลือของการรณรงค์หาเสียงในครั้งนี้ จะสามารถทำให้พรรคมีฐานคะแนนที่เติบโตขึ้นใกล้เคียงกับปี2554 ที่เราเคยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนถึง 11 ล้านคะแนน และในปี2566 นี้ สมาชิกทุกคนของพรรคประชาธิปัตย์ จะช่วยกันทุ่มเทในการรณรงค์หาเสียง เพื่อให้พี่น้องประชาชนช่วยสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตยเป็นหลักให้บ้านเมืองต่อไป”นายนิพนธ์ กล่าวด้วยความเชื่อมั่น

‘วราวุธ’ อ้อนชาวเชียงราย ขอเลือกแพ็คคู่ ‘พ่อ-ลูก’ ตระกูลเจียมวิจักษณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547415

23 เม.ย. 2566

'วราวุธ' อ้อนชาวเชียงราย ขอเลือกแพ็คคู่ 'พ่อ-ลูก' ตระกูลเจียมวิจักษณ์

‘ท็อป วราวุธ’ บุกเชียงราย ช่วย ‘สุรสิทธิ์-วันชัย’ สองพ่อลูกตระกูลเจียมวิจักษณ์ หาเสียง อ้อนเลือกแพ็คคู่ ขอโอกาสให้พรรคชาติไทยพัฒนา มาเป็นหูเป็นตาช่วยแก้ทุกปัญหาประชาชนในพื้นที่ด้วย

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ลงพื้นที่ จ.เชียงราย พบปะประชาชนและช่วย นายวันชัย เจียมวิจักษณ์ ผู้สมัครเขต 3 เบอร์ 4 พรรคชาติไทยพัฒนา หาเสียงเลือกตั้งที่โรงเรียนแม่ลาววิทยาคม ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย

จากนั้น นายวราวุธ ไปช่วย นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ผู้สมัครเขต 4 เบอร์ 1 หาเสียงเลือกตั้ง ที่โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย

นายสุรสิทธิ์ กล่าวว่า ตนย้ายออกจากเพื่อไทย เพราะไม่อยากเป็นฝ่ายค้าน ถ้าเป็นรัฐบาลเราได้ทำงานเต็มที่ เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาจะเป็นรัฐบาลตลอด ตั้งแต่สมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา ในปัจจุบันนายวราวุธสืบทอดเจตนารมย์ของนายบรรหาร อนาคตนายวราวุธจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยแน่นอน

“ครั้งนี้ขอให้ช่วยเลือกเบอร์ 4 เขตบ้านเรา ขอฝากวันชัย ลูกชายผมที่เป็นผู้แทนฯ ให้ช่วยทุกคนแก้ปัญหาในพื้นที่นี้ด้วย ผมเคยทำงานช่วยทุกคนอย่างไร ลูกชายผมก็จะทำงานไม่น้อยหน้ากว่าแน่นอน ลูกผมยังมีอนาคตอีกยาวไกล ยังโสด ใครจะจองไปเป็นแฟน หรือไปเป็นลูกเขย หลานเขยก็ได้ เลือกเอาไว้ช่วยงานได้เลย ผมยกให้”

พรรคชาติไทยพัฒนาพรรคชาติไทยพัฒนา

นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ผู้สมัครเขต 4 เบอร์ 1 เชียงราย พรรคชาติไทยพัฒนานายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ผู้สมัครเขต 4 เบอร์ 1 เชียงราย พรรคชาติไทยพัฒนา

เป็นแคนดิเดตนายกฯที่ติดดิน

ด้าน นายวราวุธ กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาทำงานมาตั้งแต่สมัยพ่อบรรหารถึงลูกวราวุธ ตนเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ติดดินที่สุด เพราะตัวเตี้ยที่สุด ก่อนหน้านี้ตนไปตรวจสถานการณ์หมอกควัน พรรคชาติไทยพัฒนาอยากมาแก้ไขพัฒนาและเรื่องบ่อบาดาล เป็นอีกหนึ่งในหลายเรื่องที่เราต้องการช่วยแก้ไข แต่เราไม่มีหูไม่มีตา 

แต่วันนี้เรามีคู่พ่อลูกที่เป็นคนรุ่นใหญ่และเป็นคนรุ่นใหม่ ที่จะเป็นคนมาขอรับทราบปัญหาในเขต 3 และ เขต 4 ตนจึงอยากมาขอโอกาสให้พรรคชาติไทยพัฒนาได้มีหูมีตา มารับฟังและเห็นปัญหาของพื้นที่ ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่

ขอฝากนายวันชัย เมื่อเข้าคูหาในวันที่ 14 พฤษภาคมแล้วเราจะต้องกาบัตร 2 ใบ บัตรสีม่วงกาเบอร์ 4 เลือกนายวันชัย บัตรอีกใบหนึ่งสีเขียว เลือกพรรคชาติไทยพัฒนาเบอร์ 18 หากรอบหน้าถ้าวราวุธเขียนกติกาเองได้ ก็จะไม่เขียนให้ทุกคนงงแบบนี้

สู้นโยบายตั้งศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า เวลาใครเอาของฟรีมาให้ ใครเอาตังส์มาให้ก็ชอบทั้งนั้น แต่พ่อบรรหารสอนวราวุธเอาไว้ว่าในโลกนี้ไม่มีของฟรีจริง คิดหรือไม่ว่าคนที่จะมาจ่ายหนี้แทนเราคือลูกหลาน ในอนาคต แต่พรรคชาติไทยพัฒนานำนโยบายดีๆ มาให้ ไม่โยนภาระให้กับลูกหลาน แต่เป็นความยั่งยืน ในแต่ละหมู่บ้านย่อมมีปราชญ์ชาวบ้านที่แม้เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนาจะผลักดันให้มีศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านเพื่อให้เป็นองค์ความรู้กับคนรุ่นต่อๆไป เป็นการหางานหาอาชีพให้กับคนรุ่นใหญ่หรือผู้สูงอายุของประเทศไทย แนวทางของพรรคชาติไทยพัฒนาวันนี้คือสร้างรายได้สร้างอาชีพให้กับผู้สูงอายุทั้งหลาย

นอกจากนี้ เราอยากช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง เพราะเชียงรายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีน้ำใต้ดินอยู่เป็นจำนวนมาก จากนี้ไปทุกหมู่บ้านทุกตำบลจะต้องมีระบบบาดาลขนาดใหญ่ให้ประชาชนได้อุปโภคบริโภค ไม่ต้องกลัวน้ำแล้งกันอีกต่อไป ส่วนการทำนาจะต้องมีพันธุ์ข้าวที่ดี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผลิต 

แจกข้าวพันธุ์ดี 60 ล้านไร่

ดังนั้นถ้าเลือกวันชัย เจียมวิจักษณ์ และพรรคชาติไทยพัฒนาเราจะแจกพันธุ์ข้าวดีให้ถึง 60 ล้านไร่ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามนโยบายของพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้นั่งเทียนเขียนมาตอนอยู่ในห้องแอร์ แต่ได้มาจากการที่วราวุธเดินทางไปมาหมดแล้วทุกภาคทั่วประเทศ 

พรรคชาติไทยพัฒนาอยากเห็นความยั่งยืน อยากเห็นทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้นขอความเมตตาขอคะแนนให้กับนายวันชัยและนายสุรสิทธิ์ กับพรรคชาติไทยพัฒนา การทำงานจากพ่อถึงลูก ต้องมีการสานงานต่อ พรรคชาติไทยพัฒนาก็ทำงานตั้งแต่รุ่นพ่อถึงรุ่นลูกมาแล้ว

นายวันชัย เจียมวิจักษณ์ ผู้สมัครเขต 3 เบอร์ 4 เชียงราย พรรคชาติไทยพัฒนานายวันชัย เจียมวิจักษณ์ ผู้สมัครเขต 3 เบอร์ 4 เชียงราย พรรคชาติไทยพัฒนา

นายวราวุธ อ้อนชาวเชียงรายขอเลือกแพ็คคู่ พ่อ-ลูก ตระกูลเจียมวิจักษณ์ จ.เชียงรายนายวราวุธ อ้อนชาวเชียงรายขอเลือกแพ็คคู่ พ่อ-ลูก ตระกูลเจียมวิจักษณ์ จ.เชียงราย

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา บุกเชียงรายช่วยลูกพรรคหาเสียงเลือกตั้ง2566นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา บุกเชียงรายช่วยลูกพรรคหาเสียงเลือกตั้ง2566

‘ประชาธิปัตย์’ โหมยุทธศาสตร์ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ เรียกศรัทธา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547411

23 เม.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์' โหมยุทธศาสตร์  สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ เรียกศรัทธา

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผย 21 วันสุดท้าย เข้าสู่การเลือกตั้ง “ประชาธิปัตย์”เตรียมเดินหน้า นำเสนอวิสัยทัศน์นำพาประเทศไทย ไปสู่ความยั่งยืนภายใต้ยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” ย้ำการเป็นพรรคการเมืองที่มีรากฐานมาจากประชาชน มุ่งทำประโยชน์เพื่อประชาชน  

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า   ในช่วงเวลาที่เหลืออีก  21  วัน  จะเข้าสู่การเลือกตั้ง  ( 14 พ.ค. ) ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จะได้นำเสนอวิสัยทัศน์การนำประเทศไทยให้เดินหน้าพัฒนาไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน  ด้วยการสร้างรายได้ให้ประชาชน สร้างรายได้ให้ประเทศ รวมถึงการพัฒนาคนเพื่อรองรับความก้าวหน้าของประเทศ และการทำให้ประเทศชาติเข้มแข็งด้วยประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามยุทธศาสตร์   “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ”

 พรรคประชาธิปัตย์จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจได้ว่า ถ้ามอบความไว้วางใจให้พรรคประชาธิปัตย์   ทางพรรคจะยืนหยัดทุ่มเทกำลังความรู้ความสามารถในการบริหารประเทศเพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทำเพื่อวงศ์ตระกูลของตนเอง หรือพวกพ้อง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองที่มีรากฐานมาจากประชาชน จึงมุ่งทำประโยชน์เพื่อประชาชนมากกว่าทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง

“ที่สำคัญที่สุดคือเราจะยึดมั่นอุดมการณ์เรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต ในการทำงานเพื่อส่วนรวม เพื่อให้งบประมาณแผ่นดินจากเงินภาษีอากรของประชาชนกลับไปใช้เพื่อประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย สร้างความมั่งคั่ง ยั่งยืนให้เกิดกับประเทศไทย”  นายองอาจ ระบุ

อนึ่งวันอาทิตย์ที่ 23  เม.ย.  พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดปราศรัยที่วงเวียนใหญ่ ล  บริเวณลานอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช    ตั้งแต่เวลา 16.30น.เป็นต้นไป นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา และแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ 

เลือกตั้ง66 เดือด!! ‘สกลธี’ ประกาศจุดยืน พปชร. ไม่ร่วมงาน ‘พรรคชังชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547398

23 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 เดือด!! 'สกลธี' ประกาศจุดยืน พปชร. ไม่ร่วมงาน 'พรรคชังชาติ'

‘สกลธี’ ลุยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.เบอร์ 7 เขต 9 กทม. ดันโยบายพัฒนาพื้นที่ แก้ไขปัญหาจราจรติดหนึบ เชื่อมระบบขรส่งรถไฟฟ้า ช่วยปชช.กว่าหมื่นครัวเรือน ลั่นจุดยืน พปชร.ไม่ร่วมงานพรรคชังชาติ

นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหาร และหัวหน้าทีมผู้สมัคร สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ตลาดเช้าศิริเกษม หมู่บ้านเศรษฐกิจ เขตบางแค กทม. ร่วมกับนายเอกชัย ผ่องจิตร์ ผู้สมัคร สส.เขตการเลือกตั้งที่ 29 (บางแค-หนองแขม) หมายเลข 7 เพื่อพบปะประชาชน พร้อมชูนโยบายพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหาการจราจรติดหนึบ

นายสกลธี ระบุว่า บริเวณจุดนี้เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ในเขตบางแค เป็นหมู่บ้านยุคเก่าที่ปัญหาส่วนใหญ่คือบางจุดยังเป็นที่ของเอกชน ไม่ได้ยกให้เป็นที่สาธารณะ ทำให้ทาง กทม.ไม่สามารถเข้ามาพัฒนาดูแลในส่วนนี้ได้อย่างเต็มที่ 

อีกทั้งท่อระบายน้ำยังมีขนาดเล็ก ซึ่งในส่วนนี้ทางพรรค พปชร.จะใช้งบประมาณส่วนกลางเข้ามาดูแลในจุดนี้ อีกปัญหาคือการเดินทางของประชาชนที่จะเดินทางไปสถานีรถไฟฟ้า ปัจจุบันส่วนใหญ่ยังใช้รถส่วนตัวกันอยู่ ทำให้การจราจรติดขัด ในส่วนนี้ต้องมีขนส่งสายรอง (Feeder) ที่สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ เพื่อรับส่งประชาชนในอยู่บ้านย่านนี้กว่าหมื่นครัวเรือน เชื่อมระบบขนส่งสาธารณะ ไปยังสถานีรถไฟฟ้า

นายสกลธี ภัททิยกุล ลุยเขตบางแค ช่วยเบอร์ 7 หาเสียง

นายสกลธี ภัททิยกุล ลุยเขตบางแค ช่วยเบอร์ 7 หาเสียง

ในส่วนของสาธารณสุข ในพื้นที่นี้มีโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ของ กทม.อยู่ แต่ไม่มีรถเมล์รถสาธารณะผ่านทั้งที่เป็นโรงพยาบาลใหญ่รับผิดชอบดูแลพี่น้องถึง 5 เขต จึงจำเป็นต้องปรับเส้นทางรถ ขสมก.ให้สอดคล้องกับความจำเป็นของประชาชนมากขึ้น

“การลงพื้นที่วันนี้ได้รับการแสการตอบรับของประชาชนเป็นอย่างดี เพราะคุณเอกชัย ผ่องจิตร์ ผู้สมัครของเราลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยมาตลอด ทั้งนี้ทางพรรคมั่นใจในคุณสมบัติของผู้สมัครทุกคนที่พรรคเลือกมาว่าจะทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีทุกคน”

ในส่วนที่มีกลุ่มคนมาป่วนเวทีปราศรัยของพรรคพลังประชารัฐ และไปช่วยพรรคก้าวไกลหาเสียงนั้น นายสกลธีกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ย้อนแย้ง เพราะคนบางกลุ่มอยากให้มีประชาธิปไตยแต่ไปรบกวนการหาเสียงของพรรคการเมืองอื่น ตนมองมองว่าวันนี้ประเทศเข้าสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเต็มที่ ทุกคนลงเลือกตั้งด้วยกติกาเดียวกันก็ควรแข่งกันตามกติกา หมดเวลาปั่นวาทกรรมพรรคทหาร ฝ่ายเผด็จการแล้ว ให้ประชาชนตัดสินใจดีกว่าว่าอยากให้ใครเข้ามาดูแลมากกว่ากัน

จากนั้นนายสกลธีได้เดินทางไปตลาดเช้าวัดหนองแขม เพื่อช่วย นายมานพ มารุ่งเรือง ผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 28 (จอมทอง บางบอน หนองแขม) หมายเลข 1 โดยนายสกลธีกล่าวว่า ในเขตนี้ตนมั่นใจเต็มที่เพราะนายมานพเป็น ส.ข.มา 2 สมัย ดูแลพื้นที่เป็นอย่างดี เกาะติดปัญหา ใกล้ชิดประชาชน

ส่วนที่นายเศรษฐา ทวีสิน และพรรคเพื่อไทย บอกว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับ 2 ป.นั้นก็เป็นสิทธิของเขา ซึ่งต้องถามด้วยว่าเราจะอยากร่วมด้วยหรือเปล่า

“จุดยืนของพรรคพลังประชารัฐคืออยากก้าวข้ามความขัดแย้ง เราอยากเปิดโอกาสให้กับทุกฝ่าย อยากให้การหาเสียงของแต่ละพรรคเป็นไปด้วยดี ไม่มีการปะทะกันระหว่างพี่น้องประชาชน ให้ทุกคนรักกันเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไปรวมกับใครก็ได้ เราก็มีจุดยืนเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าพรรคไหนแนวทางไม่ตรงกัน ก็รวมกันไม่ได้ และพรรคที่มีนโยบายทำลายเศรษฐกิจ เราก็รวมด้วยไม่ได้เช่นกัน”

นายสกลธี ภัททิยกุล ช่วยผู้สมัคร สส. พรรคพลังประชารัฐหาเสียงนายสกลธี ภัททิยกุล ช่วยผู้สมัคร สส. พรรคพลังประชารัฐหาเสียง

แฟนคลับ ถ่ายภาพคู่ นายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำพรรคพลังประชารัฐแฟนคลับ ถ่ายภาพคู่ นายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำพรรคพลังประชารัฐ

สส. เพื่อไทย งัดนโยบาย ‘ลดค่าไฟทันที’ ชิงแต้มเลือกตั้ง66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547395

23 เม.ย. 2566

สส. เพื่อไทย งัดนโยบาย 'ลดค่าไฟทันที' ชิงแต้มเลือกตั้ง66

‘ศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร’ ผู้สมัคร สส.ธนบุรี พรรคเพื่อไทย ชูนโยบายลดค่าไฟฟ้า ทันทีหากได้เป็นรัฐบาล พ่วงลดค่าแก๊ส ค่าน้ำมันด้วย

พรรคเพื่อไทย ติวเข้มผู้สมัครสส. ทั่วประเทศ ให้ชูนโยบายลดค่าไฟทันที ที่กำลังเป็นกระแสฮอตในตอนนี้ เพื่อโกยแต้มช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 66 

สส. เพื่อไทย งัดนโยบาย 'ลดค่าไฟทันที' ชิงแต้มเลือกตั้ง66

หนึ่งในผู้สมัครสส.พรรคเพื่อไทย ที่ใช้วิธีการนี้ คือ นายศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เบอร์ 8 เขตธนบุรี คลองสาน บางปะกอก เร่งลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่เหลือก่อนเลือกตั้ง ซึ่งมีเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนเป็นจำนวนมาก  ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ได้รับเสียงประชาชนสะท้อนถึงความเดือดร้อนเรื่องค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น

โดยพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะลดค่าไฟฟ้าทันทีที่ได้เป็นรัฐบาล เพราะค่าไฟฟ้าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไข และยังมีนโยบายลดค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส รวมถึงเงินดิจิตอล 10,000 บาท ค่าแรง 600 บาท จบปริญญาตรีเงินเดือน 25,000 บาท ยกเลิกเกณฑ์ทหาร และนโยบายอื่นๆอีกมากมาย

สส. เพื่อไทย งัดนโยบาย 'ลดค่าไฟทันที' ชิงแต้มเลือกตั้ง66

นายศิลปวิชญ์ ย้ำว่าแม้ตนเองจะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ และจากการทำโพลผลจะออกมาในแนวทางที่ดี แต่ยืนยันว่าจะไม่หยุดที่จะลงพื้นที่หาเสียง พร้อมกับรับฟังปัญหาต่างๆของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเดือดร้อนอยู่ 

สส. เพื่อไทย งัดนโยบาย 'ลดค่าไฟทันที' ชิงแต้มเลือกตั้ง66

“ ผมเองเกิดที่คลองสาน ตั้งแต่เด็กจนโต ได้เห็นคนในพื้นที่มาโดยตลอด รับรู้ปัญหา ความเดือดร้อนต่างๆเป็นอย่างดี  ทั้งนี้เหลือเวลาอีก เพียง 20 วันจะถึงวันเลือกตั้ง แม้จะมีเสียงตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก แต่ยังมีเวลาให้ประชาชนตัดสินใจได้อีก  ดังนั้นผมเองจะต้องลงพื้นที่ให้หนักขึ้น ขอคะแนนเสียง ขอโอกาสให้ตนเองได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯเป็นปากเสียงให้กับคนในพื้นที่”ศิลปวิชญ์กล่าว