‘พรรคเปลี่ยน’ แนะวิธีแก้ ‘หวย’ แพง เพิ่มยอดพิมพ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547226

20 เม.ย. 2566

'พรรคเปลี่ยน' แนะวิธีแก้ 'หวย' แพง เพิ่มยอดพิมพ์

‘พรรคเปลี่ยน’ แนะวิธีแก้ ‘หวย’ แพง เพิ่มยอดพิมพ์ให้เพียงพอ ยืนยันทำได้จริง ไม่ขายฝัน พร้อมยืนยันไม่มีนายทุนหนุนหลัง

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท หัวหน้าพรรคเปลี่ยน เปิดเผยถึงนโยบายหวยที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จะทำได้หรือแค่ขายฝันว่า เรื่องหวยใครก็พูดได้ แต่คนที่ทำต้องมาสเตอร์ เป็นต้นแบบเท่านั้น ไม่มีใครรู้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเท่าตนเอง รู้ทุกมุม ตั้งแต่คนซื้อ คนขาย รัฐบาล

ซึ่งจุดเริ่มต้นการทำสลากดิจิทัลของตน หลังจากได้ไปดูตลาดประกอบกับช่วงสถานการณ์โควิด การค้าขายออนไลน์กำลังมา พบว่าตลาดสลากกินแบ่งรัฐบาล มีมูลค่า 240,000 ล้านบาทต่อปี หากขอแค่ 1% ก็ได้ 2,400 ล้านบาทแล้ว สิ่งที่ทำคือ ความรวยก็อีกหนึ่งอย่าง แต่เราขายคือความสุข คนซื้อไม่ได้มีความสุขแค่ตอนถูก มีความสุขตอนซื้อแล้วก็ฝัน
 

สาเหตุราคาแพงเพราะไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย ตนเห็น แต่ทำไมสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ทราบ วิธีแก้ คือ พิมพ์สลากเพิ่มเข้ามาเท่ากับความต้องการในตลาด ขณะนี้มีเพียง 100 ล้านใบ แต่ตนคาดว่าความต้องการอยู่ที่ 150-200 ล้านใบ หากพิมพ์ออกมาเพียงพอก็จะแก้ปัญหาสลากแพงได้ 

นายพันธ์ธวัช กล่าวว่า ทำได้จริง ไม่ใช่นโยบายขายฝัน หากเพิ่มปริมาณสลากกินแบ่งรัฐบาลได้จะยิ่งเพิ่มโอกาสคนถูกรางวัล คนขายก็เพียงพอจำหน่าย มีรายได้เลี้ยงครอบครัว นอกจากนี้จะมีการจัดตั้งสมาพันธ์ผู้ค้าล็อตเตอร์รี่อาชีพแห่งประเทศไทยขึ้นมาดูแลกลุ่มผู้ค้าที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ 50,000 กว่าล้านบาท ซึ่งจะได้รับเงินอีก  55,000 ล้านบาท โดยจะนำไปทำธนาคารโอกาสและกองทุนโอกาส เพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพและทำประกันสังคม 

นายพันธ์ธวัช ชี้แจงกระแสมีนายอยู่เบื้องหลังพรรคเปลี่ยน ยืนยันว่า พรรคเปลี่ยนไม่มีคนจ่ายเงินหรือไม่มีคนเป็นทุนให้ ตนเองทำพรรคใช้จ่ายเงินยังไม่ถึง 5,000 ล้านบาท ทำแบบตรงไปตรงมา ชัดเจน ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานทุกอย่าง เมื่อรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็คงจะทราบว่าใช้จ่ายเงินไปเท่าไหร โดยคิดว่าการหาเสียงครั้งนี้จะใช้เงินไม่เกินที่ กกต.กำหนด คาดว่าน่าจะใช้ประมาณ 10 ล้านบาท

หลายพรรคการเมือง ขายนโยบาย แก้ปัญหา ค่าไฟฟ้าแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547221

20 เม.ย. 2566

หลายพรรคการเมือง ขายนโยบาย แก้ปัญหา ค่าไฟฟ้าแพง

ประชาชนยังต้องรับชะตากรรมจากโครงสร้างพลังงานกันต่อไป ปัญหา ค่าไฟฟ้าแพง หลายพรรคเสนอแนวทางแก้ไข ให้สอดรับกับนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง

ปัญหาค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้ไฟฟ้าอย่างมากในขณะนี้ ได้รับการอธิบาย จาก นายแพทย์ พรหมินทร์ เลิศสุริยเดช ประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย  ว่าประกอบไปด้วย 3ส่วน ได้แก่ ระบบการคิดในโครงสร้างพลังงาน ค่าพร้อมจ่าย และโครงสร้างการบริหารค่าไฟฟ้า

ระบบการคิดในโครงสร้างพลังงาน เป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นการส่งผ่านไปให้ประชาชนเท่านั้น (Cost pass-through) โยนให้ประชาชนรับ ไม่ได้คิดถึงประสิทธิภาพในการบริหาร และโครงสร้างการบริหารค่าไฟฟ้า

ค่าพร้อมจ่าย  โดยปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตเกินความต้องใช้จริง 54% ในขณะที่ความต้องการใช้จริง อยู่ที่ 15%จากการที่ปกติทุกปีจะมีโรงไฟฟ้าทั้งหมด ที่ต้องหยุดการผลิต 1 เดือนในแต่ละปี จะเปิดกำลังการผลิตเต็มที่  จะมีไฟฟ้าสำรอง แต่ขณะนี้ไฟฟ้าเกิน 54%  ซึ่งค่าพร้อมจ่ายนี้  ผูกพันกับข้อสัญญาของผู้ผลิตไฟฟ้า

และโครงสร้างการบริหารค่าไฟฟ้า ปัจจุบันโรงไฟฟ้าผลิตอยู่ 60% สายไฟฟ้า 25% รวมแล้วเป็น 85% ที่เหลือสำหรับสำรองอีกประมาณ 15 % ซึ่งเป็นโครงสร้างปกติ หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะกระจายออกไปให้ใกล้กับความต้องการ เราสามารถประหยัดในส่วนของ 25% นั้นออกไปได้ด้วยการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และอื่นๆ ทำให้ค่าไฟฟ้าถูกลงได้ 

นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ ​​กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย  ชี้แจงข่าวค่าไฟฟ้าแพง ที่มีการอ้างอิงว่าสมัยที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เซนต์สัญญาเพิ่มกิโลวัตถ์ ซึ่งหากย้อนไปช่วงนั้นพบว่า GDP ประเทศไทยเติบโตประมาณ 7%

ดังนั้นการมีกิโลวัตถ์ไฟฟ้าที่เหลือ เพื่อการรองรับเศรษฐกิจที่โตขึ้นจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสม  แต่ 8 ปีที่ผ่านมา GDP ไทยโตต่ำกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ แต่ไม่มีการเจรจากับภาคเอกชน  ทั้งที่การใช้พลังงานของประเทศลดลง  ดังนั้นจึงต้องเข้าไปเจรจากับโรงไฟฟ้าเพื่อปรับลดการผลิตไฟฟ้าโดยทำอย่างเป็นธรรม


นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงเรื่องการปรับตัวของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับค่าไฟฟ้ายังคงเป็นปัญหาที่สร้างภาระความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งที่ในต่างประเทศนั้นมาตรการของเขาเปิดโอกาสให้สามารถเลือกซื้อไฟฟ้าจากบริษัทต่างๆ ซึ่งมีทางเลือกให้  บริษัทเหล่านั้นก็จะแข่งขันกันเองในเรื่องราคา  จึงทำให้ราคาของไฟฟ้าไม่แพง แต่ประเทศไทยต้องซื้อไฟแบบผูกขาด

ส่วนอีกแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องค่าไฟฟ้าแพงก็คือการรณรงค์ให้ใช้โซล่าเซลล์ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำได้และไม่ได้ยุ่งยากอะไร  ดังนั้นก็จะต้องทำออกมาเป็นนโยบาย ซึ่งเรื่องนี้พรรคเพื่อชาติก็กำลังระดมสมองในการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อจะใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนต่อไป

แต่ที่ผ่านมารัฐบาลเปิดช่องเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน กลุ่มทุนที่ขายไฟฟ้าอย่างมากมายมหาศาล เพราะขณะนี้มันมีการผลิตไฟฟ้าออกมามากเกินความต้องการ และยังมีกำลังไฟสำรองเหลือเกินความจำเป็น 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงประเด็นปัญหา ค่าไฟฟ้าแพง ว่า ในสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรี มีแนวคิดในการใช้ไฟฟรีสำหรับประชาชนที่ใช้ในครัวเรือนและปริมาณไฟไม่สูง และผู้ที่ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ควรจ่ายในอัตราไฟก้าวหน้า ซึ่งน่าเสียดายว่าเรื่องการบริหารพลังงานในวันที่ ราคาตลาดโลกตกแต่ไม่มีการบริหารจัดการ ให้ทั่วถึงเพียงพอเพื่อช่วยในยามที่ราคาแพง 

‘ชนินทร์’ ดึงสายมูเที่ยวฝั่งธนบุรี นำร่องเขตปลอดมลพิษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547209

20 เม.ย. 2566

'ชนินทร์' ดึงสายมูเที่ยวฝั่งธนบุรี นำร่องเขตปลอดมลพิษ

‘ชนินทร์’ เสนอโครงการ ‘เขตคลองสวย ฟ้าใส ใจสะอาด’ ซ่อมคลอง-ฟุตบาท เสริมไฟฟ้า ดึงสายมูเที่ยวฝั่งธนบุรี เตรียมใช้กฎหมายสร้างเขตปลอดมลพิษ

วันที่ 20 เม.ย. 2566 นายชนินทร์ รุ่งแสง ผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางพลัด บางกอกน้อย หมายเลข7 พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงนโยบายของพรรคว่า ขณะนี้ทยอยออกมาตามลำดับภายใต้แนวคิด สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ยืนยัน แต่ละนโยบายอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบไม่ขายฝัน ทำลายชาติ ไม่ก่อหนี้ให้ประเทศเพิ่มอย่างแน่นอน แต่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโต 5% โดยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ 1 ล้านล้านบาท ผลประโยชน์กระจายตรงสู่เศรษฐกิจรากหญ้า

นายชนินทร์ กล่าวว่า สิ่งที่จะต้องควบคู่ไปกับบริหารภาพใหญ่ของประเทศ คือ นโยบายเฉพาะพื้นที่นั้นๆ โดยเขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย เขตเลือกตั้งที่33 ตนได้คิดโครงการ “เขตคลองสวย ฟ้าใส ใจสะอาด” เพื่อส่งเสริมพัฒนาพื้นที่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ กทม. ฝั่งธนบุรี ซึ่งตนเป็นคนในพื้นที่รู้ว่า ทั้งสองเขตมีคลองและศาสนสถานจำนวนมาก

จึงต้องการดึงนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนแบบสบายๆ นั่งเรือ ทำบุญ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพ ส่วนคลองสายต่างๆที่ทรุดโทรมจำเป็นจะต้องลอกคลองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นทางให้น้ำได้ระบายอย่างสะดวกและสวยงามโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้

ที่สำคัญจะกำหนดให้เขตบางกอกน้อย บางพลัด นำร่องเป็นเขตพื้นที่มลพิษต่ำ ตามนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ที่จะมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นและผลักดันกฎหมายอากาศสะอาดด้วย และเร่งซ่อมแซมฟุตบาทหรือทางเดินที่ทรุดโทรม ซึ่งเกิดจากความเสียหายช่วงการก่อสร้างรถไฟฟ้า รวมถึงสะพานลอยที่หายไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ด้วย ไฟฟ้าส่องสว่างตามซอยและชุมชนต่างๆ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน

“ที่ผ่านมาคอยเกาะติดความเป็นอยู่ของประชาชนในเขตมาตลอด ช่วยเหลือกันในยามที่เขาต้องการผ่านโครงการต่างๆ ทั้งศูนย์ฝึกอาชีพ ข้าวแกง 20 บาท ซ่อมบ้านให้ผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางในชุมชน ถุงเติมสุขเยียวยาผู้มีรายได้น้อย ตลอดจนช่วยติดตามหน่วยงานราชการให้แก้ไขเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เกิดความชำรุด เป็นต้น ซึ่งถือว่าทำมาแล้ว วันข้างหน้าจะต้องทำต่อ ทำทันที” นายชนินทร์ กล่าว

นายชนินทร์ รุ่งแสงนายชนินทร์ รุ่งแสง

เลือกตั้ง66 ‘จุรินทร์’ เชื่อ ‘ปชป.’ภาคใต้ยังดี แม้โพลหลายพรรคตีตื้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547208

20 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 'จุรินทร์' เชื่อ 'ปชป.'ภาคใต้ยังดี แม้โพลหลายพรรคตีตื้น

เลือกตั้ง2566 ‘จุรินทร์’ เชื่อ เสียง ‘ประชาธิปัตย์’ ในพื้นที่ภาคใต้ยังดีอยู่ แม้โพลหลายพรรคมีคะแนนตีตื้น ส่ง 3 ทัพหลวง ลงชิงพื้นที่ มั่นใจ ได้ที่นั่ง กทม.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการ ทำคะแนนพื้นที่ภาคใต้ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง2566 หลังผลโพลพบประชาชนยังไม่ตัดสินใจ และ พรรคการเมืองอื่นทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาว่า หลายพื้นที่พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนำอยู่ และยังมีหลายพื้นที่ที่ต้องเร่งเครื่อง และได้เน้นย้ำการจัดทัพลงพื้นที่หาเสียง เป็น 3 ทัพ คือ

1.ทัพหัวหน้าพรรค

2.ทัพเลขาธิการพรรค

3.ทัพอดีตหัวหน้าพรรค

ตามยุทธศาสตร์ดาวกระจาย พร้อมเสริมทัพด้วยเศษฐกิจ ที่จะมาเสนอนโยบายต่อประชาชน

เลือกตั้ง66 'จุรินทร์' เชื่อ 'ปชป.'ภาคใต้ยังดี แม้โพลหลายพรรคตีตื้น

นายจุรินทร์ กล่าวย้ำว่า ส่วนตัวเสียงตอบรับในภาคใต้ยังดี และเชื่อมั่นว่าเสียงในภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมา ซึ่งหวังว่าประชาชนจะช่วยสนับสนุน และให้ความไว้วางใจพรรคประชาธิปัตย์

ส่วนในพื้นที่ กทม. ที่ขณะนี้คะแนนดีขึ้นนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า เพราะมีทีมที่เข้มแข็ง นำโดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์,ดร.เอ้,มาดามเดียร์ที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และ แม้การเลือกตั้งปี2562 ประชาธิปัตย์จะไม่มี สส. กรุงเทพมหานคร แม้แต่คนเดียว แต่ยืนยันสู้ทุกเขต เชื่อว่าครั้งนี้ จะได้ สส. กทม. ทั้งฝั่นธนบุรี และ กทม.

เลือกตั้ง66 'จุรินทร์' เชื่อ 'ปชป.'ภาคใต้ยังดี แม้โพลหลายพรรคตีตื้น

‘ไทยภักดี’ แฉ หลายพรรคซื้อเสียงโคราช เตือนให้ระวังนโยบายแจกเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547207

20 เม.ย. 2566

'ไทยภักดี' แฉ หลายพรรคซื้อเสียงโคราช เตือนให้ระวังนโยบายแจกเงิน

“หมอวรงค์-ถาวร” นำทัพใหญ่พรรคไทยภักดี หาเสียงโคราช แฉมีหลายพรรคจ้องซื้อเสียง เตือนให้ระวังนโยบายแจกเงิน อันตรายกับประเทศ

พรรคไทยภักดี นำโดย นายแพทย์วรงศ์ เดชกิจวิกรม หัวหน้า นายถาวร เสนเนียม ประธานพรรค พล.ต.ท ชาญเทพ เสสะเวช เลขาธิการพรรคและนายทินกร ปลอดภัยผู้อำนวยการพรรค พร้อมด้วยผู้สมัครพรรคไทยภักดีทั้ง 16 เขตทุกพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ปราศัยหาเสียงที่จังหวัดนครราชสีมา

'ไทยภักดี' แฉ หลายพรรคซื้อเสียงโคราช เตือนให้ระวังนโยบายแจกเงิน

นายแพทย์วรงค์ กล่าวว่า การเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่โคราชถือเป็นการปราศรัยครั้งแรกบนพื้นที่โคราชหลังจากได้รับหมายเลข 21 แต่ในการมาภาคอีสานในครั้งนี้ตนเองและทีมงานไทยภักดีไม่ได้มาเป็นครั้งแรก

เพราะตลอดระยะเวลาร่วม 2 ปีที่ผ่านมาได้ขึ้นมารับฟังปัญหา และเรียนรู้เข้าถึงข้อมูลต่างๆของพี่น้องคนอีสานเป็นอย่างดี ซึ้งตนเองและทีมงานพรรคไทยภักดีได้นำข้อมูลต่างๆที่ได้มานั้น มาทำเป็น นโยบายของพรรคไทยภักดีโดยเฉพาะนโยบายปลดหนี้ให้เกษตรกรอยางยั่งยืนซึ่งตนเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรคนภาคอีสานได้

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ประชาชนเริ่มบ่นกับราคาค่าไฟแพง ซึ่งปัญหาหลักคือ การครอบงำของทุนใหญ่ ทำให้เกิดปัญหาการสำรองไฟฟ้ามากเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นความอัปยศของประเทศ

พรรคไทยภักดีมีนวัตกรรม เกษตรพลังงาน โดยให้เกษตรกรแบ่งพื้นที่ทำนามาร่วมกับรัฐบาลปลูกเนเปียร์ผลิตไฟฟ้า เพื่อทำให้ค่าไฟเหลือ 2.50 บาท/หน่วย แก๊สหุงต้มถังละ 225 บาท ปุ๋ยยูเรียกระสอบละ 750 บาท ซึ่งจะนำไปสู่การปลดหนี้เกษตรกรภายใน 3 ปี 

'ไทยภักดี' แฉ หลายพรรคซื้อเสียงโคราช เตือนให้ระวังนโยบายแจกเงิน


นพ.วรงค์ กล่าวว่า นายทุนผูกขาดต่อต้านโครงการนี้ ซึ่งเป็นการสวนกระแสโลกที่ไม่เอาพลังงานจากฟอสซิลแต่ต้องการพลังงานสะอาด ขณะเดียวกันปัญหาของประเทศวันนี้มีขบวนการล้มล้างการปกครอง แผ่นดินย่าโมมีความศักดิ์สิทธิ์เคยปกป้องประเทศชาติ

จึงขอเชิญชวนลูกหลานย่าโมมาร่วมกับปกป้องชาติ เลือกผู้สมัครพรรคทั้ง 16 เขต และเลือกพรรคไทยภักดี เบอร์ 21 ล้มช้าง ล้มบ้านใหญ่เมืองโคราช สร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดในแผ่นดินอีสาน

'ไทยภักดี' แฉ หลายพรรคซื้อเสียงโคราช เตือนให้ระวังนโยบายแจกเงิน

นายถาวร เสนเนียม ประธานพรรคไทยภักดีได้ประกาศชัดเจนบนเวทีโคราช ต่อหน้าแม่ย่าโม เชื่อ 14 พฤษภาคมนี้หลายพรรคการเมืองจ้องจะซื้อเสียงคนโคราช ขออย่าหวั่นไหวให้รับแต่อย่ากาให้ เงินที่นักการเมืองเหล่านั้นนำมาซื้อสิทธิ์ซื้อเสียง เชื่อได้ว่าเป็นเงินสกปรก มาจากกลุ่มทุน กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังพรรคการเมือง กลุ่มที่คอยชี้นำการเมืองทำให้การเมืองไทยไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้

คนอีสานเป็นคนฉลาดย่อมไม่หวั่นไหว หากนักการเมืองเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นหนึ่งพรรค สองพรรคหรือกี่พรรคก็ตามนำเงินมาให้ให้รับไว้แต่อย่าไปกาให้ ถึงเวลาที่คนอีสานรวมถึงคนไทยทั่วประเทศจะแสดงออกมา ให้รู้ว่าพรรคไหนก็ตามเอาเงินมาซื้อ คนอีสานโดยเฉพาะลูกแม่ย่าไม่ได้

นายถาวร เสนเนียม ประธานพรรคไทยภักดี กล่าวต่อว่า.. หลายต่อหลายพรรคมีนโยบายดีเลิศเลอ แต่เมื่อนำไปสู่การปฏิบัติแต่ทำไมพี่น้องถึงยากจนลง ในช่วงของการหาเสียงที่จะมีการเลือกตั้ง ในวันที่ 14 พ.ค.ที่จะถึงนี้ บางพรรคบอกว่าจะแจกเงินให้กับพี่น้องอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป คนละ10,000 บาท รวมแล้ว500000 แสนกว่าล้าน

บางพรรคบอกว่าจะแจกเดือนละ 1,000 บาท บางพรรคบอกว่าจะแจก 3,000 บาทต่อเดือน บางพรรคก็1,200 บาทต่อเดือน การแจกเช่นนี้ เป็นนโยบายที่ใครก็คิดได้ ถ้าพี่น้องเชื่อนักการเมือง และพรรคการเมืองประเภทนี้ รับรองได้ว่าอีกไม่นานประเทศนี้ก็จะชิบ…แน่!

ดังนั้นนโยบายที่ดี่ที่เอามาหลอกล่อพี่น้องประชาชนนั้น ไม่ว่าแจกเงิน  ไม่ว่าจะพัฒนาโน่น พัฒนานี่  ถ้าพรรคการเมืองนั้น ในรัฐบาลชุดนั้นทุจริต แค่ปี1- 2 ปี รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทุจริตไป 700,000 กว่าล้านบาท  ในยุคของพลเอกประยุทธ์  คณะกรรมการป้องกันปราบปรามทุจริตยุคนี้  ออกมาแถลงเมื่อไม่กี่วันมานี้ว่า  ในช่วงของรัฐบาลประยุทธ์ มีการเสียหายจาการทุจริตไป 300,000 กว่าล้านบาท

นายถาวร กล่าวว่า เหตุที่พี่น้องยากจนเพราะนักการเมืองเลว สมคบกับพ่อค้าชั่วและข้าราชการที่สนับสนุนทั้งพ่อค้าและนักการเมือง  เงินงบประมาณที่ควรจะเอามาพัฒนาโคราชอีสานบ้านเรา อันเป็นเมืองหลวงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แทนที่จะได้รับการพัฒนาเงินเหล่านั้นก็ไปอยู่ในมือพ่อค้าที่ร่วมกันทุจริตข้าราชการที่ไม่ดีทั้งนักการเมืองที่ทุจริต

ถ้าพี่น้องคิดว่านโยบายของพรรคไทยภักดีที่หมอวรงค์พูดไป เอามาใช้ให้ได้จะต้องอย่าไปเลือกนักการเมืองที่ซื้อเสียง อย่าไปเลือกนักการเมืองที่ส่อไปทุจริต นักการเมืองที่รวยวันแล้ววันเล่า  รวยไม่หยุดแต่พี่น้องประชาชนยากจน

ดังนั้นการตัดสินใจเลือก ส.ส.ของพี่น้องในวันที่ 14 พ.ค.ที่จะถึงนี้ ขอฝากพี่น้องว่าถ้าพี่น้องคิดว่านโยบายของพรรคไทยภักดี ดีทุกด้าน รวมถึงการป้องกันปราบปรามการทุจริต ช่วยเลือกเบอร์ 21 อันเป็นเบอร์ของ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และส.ส.เขตที่กระจายอยู่ทั้ง 16 เขต ขอฝากไว้ด้วย

กราบวิงวอนด้วยความเคารพ ขอให้ความศักดิ์สิทธิ์ของย่าโม อันเป็นที่เคารพของประชาชนคนไทยและคนหลายประเทศ ได้โปรดดลบันดาลให้พี่น้องเลือกผู้แทนดีๆ เข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงและเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศชาติ นายถาวรกล่าว

ชัดเจน ‘จุรินทร์’ ไม่จับมือใครก่อนเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547205

20 เม.ย. 2566

ชัดเจน 'จุรินทร์' ไม่จับมือใครก่อนเลือกตั้ง

‘จุรินทร์’ ยืนยัน ไม่จับมือใครก่อนเลือกตั้ง ให้เกียรติประชาชนตัดสินก่อน วอนเลือก ‘พรรคประชาธิปัตย์’ มีดีเหมือนกัน เคยแก้วิกฤตใหญ่มาแล้ว

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความกังวลช่วงก่อนเลือกตั้ง66 ว่า ไม่รู้สึกกังวล เมื่อเราลงสนามแล้ว ไม่กลัวใคร แต่ไม่ปรามาสใคร เราทำสิ่งที่ดีที่สุด และไม่ขอบอกว่า จะไม่เอาใคร จะรวมกับใคร จะทำอย่างไรกับใคร แต่สิ่งที่ทำคือ ขอให้ประชาชนช่วยพิจารณา พรรคประชาธิปัตย์ด้วย เพราะเราก็มีดี ไม่ใช่ไม่มีดี 

หากประชาชนเลือกจนสามารถจัดตั้งรัฐบาล ก็จะขับเคลื่อนประเทศได้ พรรคประชาธิปัตย์จะเข้ามาแก้วิกฤตประเทศ เพราะที่ผ่านมาเคยทำมาแล้ว ทั้งวิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ครั้งนี้จะเข้ามาแก้วิกฤตเศรษฐกิจโลก  

ส่วนจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือไม่ จุรินทร์ กล่าวว่า พรรคการเมืองไหนจะไปจับขั้วกับใครก็สามารถทำได้ก่อนการเลือกตั้ง แต่มองว่าเป็นการดูถูกประชาชนเกินไป ตนคิดว่า ต้องให้เกียรติประชาชนเลือกก่อน จะให้ใครเท่าไร อยากให้ใครเป็นรัฐบบาลหรือฝ่ายค้าน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นในวิถีประชาธิปไตย เชื่อมั่นในประชาชน

“ยืนยัน ไม่จับมือกับใครก่อนการเลือกตั้ง แต่ยอมรับมีธงในใจ แต่ไม่ประกาศ เพื่อปรามาส เอาใครไม่เอาใคร” นายจุริทนร์กล่าว 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

เปิด 20 ‘นโยบายพรรคประชาธิปัตย์’ สู้ศึกเลือกตั้ง66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547204

20 เม.ย. 2566

เปิด 20 'นโยบายพรรคประชาธิปัตย์' สู้ศึกเลือกตั้ง66

เปิดตัว 20 ‘นโยบายพรรคประชาธิปัตย์’ อาสาเป็นพรรคทางรอด ให้กับประเทศไทย เดินหน้าสู่ประชาธิปไตยไม่โกงกิน เน้น ‘สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ’ เติบโตแบบยั่งยืน

โค้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้งใหญ่ในรอบ 4 ปี ในการสู้ศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งนี้ “พรรคประชาธิปัตย์” เบอร์ 26 ภายใต้การนำของ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เริ่มต้นมาด้วยการเปิดตัวเพลง “เช้าวันใหม่”สร้างภาพลักษณ์ของพรรคให้เข้ากับสโลแกน“ประชาธิปัตย์ อุดมการณ์ทันสมัย ทำได้ไว ทำได้จริง”เพื่อสะท้อนความเป็นสถาบันทางการเมือง ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน 77 ปี ก้าวสู่ปีที่ 78 สร้างภาพลักษณ์ให้มีความทันสมัยมากขึ้น “คมชัดลึก” สรุปนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ประกอบด้วย 20 นโยบาย ได้แก่

นโยบายการเกษตร

1. ประกันรายได้ จ่ายเงินส่วนต่างข้าว มัน ยาง ปาล์ม ข้าวโพด

2. ชาวนารับ 30,000 บาทต่อครัวเรือน โดยเกษตรกรที่ปลูกข้าว มีอยู่ 4.7- 4.8 ล้านครัวเรือน

นโยบายสวัสดิการ

3. ธนาคารหมู่บ้าน-ชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท

4. ชมรมผู้สูงอายุรับ 30,000 บาท ทุกหมู่บ้าน-ชุมชน ปัจจุบันประเทศไทยมีชมรมผู้สูงอายุที่จดทะเบียน 30,000 ชมรม

5. ปลดล็อค กบข. กองทุกเลี้ยงชีพให้ซื้อบ้านได้สมาชิกทั้ง 2 กองทุนสามารถนำเงินส่วนหนึ่งมาซื้อบ้าน หรือนำมาลดหนี้บ้าน ซึ่งจะช่วยทั้งข้าราชการและผู้ที่ทำประกันสังคม รวมไปถึงผู้ใช้แรงงาน

นโยบายการศึกษา

6. อินเตอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด ทุกหมู่บ้าน ทุกห้องเรียน ซึ่งทุกหมู่บ้าน หมายถึงชุมชนในเขตเมือง เขตเทศบาล เขตหน่วยการปกครองท้องถิ่น รวมทั้งในพื้นที่ชุมชนของกรุงเทพมหานครด้วย

7.เรียนฟรีถึงปริญญาตรี สาขาที่ตลาดต้องการ จากการสำรวจของ อว. พบว่ามีสาขาที่ตลาดต้องการ มีอยู่อย่างน้อยจำนวน 1.8 แสนคน ประมาณ 12 สาขาสำคัญ จากนั้นขยายให้ครอบคลุมทุกสาขา เป็นการต่อยอดนโยบายเรียนฟรี 15 ปีที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เคยทำไว้เมื่อปี 2551

ขุนพลพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมผู้สมัคร สส. กทม. เยือนสู่เครือเนชั่นฯขุนพลพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมผู้สมัคร สส. กทม. เยือนสู่เครือเนชั่นฯ

ขุนพลพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมผู้สมัคร สส. กทม. เยือนสู่เครือเนชั่นฯ เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2566ขุนพลพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมผู้สมัคร สส. กทม. เยือนสู่เครือเนชั่นฯ เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2566

นโยบายสาธารณสุข

8. ฟรีนมโรงเรียน 365 วัน เป็นการพัฒนาเด็ก และที่สำคัญคือการให้เกษตรกรที่เลี้ยงโคนม สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์โคนมให้กับเด็กไทย หลังจากที่ได้ทำมาแล้ว 280 วัน

9. ตรวจสุขภาพฟรี รักษาฟรี ใช้บัตรประชาชนใบเดียว ถือเป็นการต่อยอดนโยบายเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ทำมาตั้งแต่อดีต

นโยบายเศรษฐกิจ และการเกษตร

10.SME ต้องมีแต้มต่อ 3 แสนล้าน ตั้งกองทุน 300,000 ล้านบาท เพื่อให้ SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน แหล่งทุน สำหรับนำมาขยายกิจการ

11. ออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลงภายใน 4 ปี ให้ประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน และอยู่ในที่รกร้างว่างเปล่า

12. ออกกรรมสิทธิ์ทำกินให้ผู้ทำกินในที่ดินของรัฐ

13. ประมงท้องถิ่นรับ 100,000 บาททุกปี ประมงท้องถิ่นทั้ง 2,800 กลุ่ม จะได้รับจัดสรรงบประมาณ กลุ่มละ 100,000 บาทต่อปี ทุกกลุ่ม เพื่อพัฒนาศักยภาพ ให้มีความเข้มแข็งในตัวเอง

14. ปลดล็อคประมงพาณิชย์ภายใต้ IUU หลังจากชาวประมงได้ร้องเรียนว่ามีความเดือดร้อน ซึ่งการปลดล็อค จะต้องอยู่ภายใต้ IUU กับนานาประเทศ

15. 3 ล้านบาทต่อยอดเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรแปลงใหญ่ในปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 10,000 แปลง มีเกษตรกรเข้าร่วม 5 แสนราย ในพื้นที่กว่า 8 ล้านไร่ เป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาการเกษตรของประเทศ ลดต้นทุน เป็นการร่วมกันใช้เทคโนโลยี

16. ค่าตอบแทน อกม. 1,000 บาท/เดือน ให้กระทรวงเกษตรฯ มี “อาสาสมัครเกษตรประจำหมู่บ้าน” ไปช่วยดูข้อมูล และประสานงานในระดับหมู่บ้าน และครัวเรือนที่ทำการเกษตร

17. แก้ปัญหาฝุ่นPM2.5 ออกกฏหมายอากาศสะอาด กำหนดเขตปลอดมลพิษ ให้มีการกำหนดมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร การเก็บภาษีรถบรรทุกขนาดใหญ่ ที่ปล่อยควันดำ เพื่อนำเงินภาษีมาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงจะมีการ ลดหย่อนภาษีให้ผู้รักษาพื้นที่สีเขียว

18.กทม.ไม่จมน้ำ100%  มีระบบจัดการน้ำแบบเนเธอร์แลนด์ โดย Delta Works ถือเป็นระบบป้องกันน้ำท่วมที่ดีที่สุดของโลก และหลายประเทศพยายามนำวิธีนี้ไปใช้ หากไม่ทำอะไรกรุงเทพมหานคร(กทม.)เสี่ยงจมน้ำในอีก10 ปี

19.ไม่เอากัญชา ทำลายยาบ้า-ยาเสพติด  ด้วยการเปิดสงครามกับยาเสพติดปราบให้สิ้นซาก เพื่ออนาคตลูกหลานไทย

20.ปราบทุจริตที่เป็นวิกฤติชาติ แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ใครคอร์รัปชั่นโทษประหารชีวิต

นายเกียรติ สิทธีอมร คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ...นายเกียรติ สิทธีอมร คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ …

ขณะที่ล่าสุด 20 เม.ย. 2566 ขุนพลทีมยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์,นิพนธ์ บุญญามณี.เกียรติ สิทธีอมร, องอาจ คล้ามไพบูลย์,วทันยา บุนนาค,ศ.ดร.สุชชัวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พร้อมผู้สมัคร สส.กทม.ทั้ง 33 เขต พบสื่อเครือเนชั่นฯ

นอกจากนี้ ยังประกาศด้วยว่า นโยบายของประชาธิปัตย์ ทำเพื่อคนไทยทุกคน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต อย่าง นโยบายการศึกษาทันสมัยจะเพิ่มการลงทุนวิจัยเป็น 3 % ภายใน 4 ปี จากเดิมไม่ถึง 1 % 

จะลดภาระค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม ด้วยการ ลดค่าไฟแพง ลดค่าก๊าซ ลดค่าน้ำมัน ประชาธิปัตย์ยุคใหม่ ทำไว ทำจริง และรับผิดชอบ สร้างชาติให้มีความมั่นคงแข็งแรงไม่ขัดแย้ง อาสาเป็นพรรคทางรอดขับเคลื่อนประเทศเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยไม่โกงกิน เติบโตแบบยั่งยืน

…กมลทิพย์  ใบเงิน…เรียบเรียง

เลือกตั้ง66 ‘ปชป.’ ประกาศ กทม. ไม่เป็นศูนย์ซ้ำรอยเก่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547202

20 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 'ปชป.' ประกาศ กทม. ไม่เป็นศูนย์ซ้ำรอยเก่า

‘จุรินทร์’ เชื่อเลือกตั้ง 66 พื้นที่ กทม. ไม่เป็นศูนย์ กระแสตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ ‘นิพนธ์’ ตั้งเป้าทั่วประเทศไม่ต่ำ 80 ที่นั่ง ด้าน ‘มาดามเดียร์’ เชื่อเลือดเก่าไหลออก ได้เลือดใหม่มาแทนยิ่งเพิ่มความเข้มแข็ง

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางพบสื่อในเครือเนชั่น นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผอ.เลือกตั้ง , นายองอาจ​ คล้ามไพบูลย์​ รองหัวหน้า​พรรค​ประชาธิปัต​ย์ , น.ส.วทันยา บุนนาค​ หรือ มาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง​ , ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานการศึกษาทันสมัย พร้อมด้วยผู้สมัคร กทม. 33 เขต 

นายจุรินทร์ เปิดเผยว่า การเลือกตั้ง66ครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะไม่เป็นศูนย์ในพื้นที่ กทม. เพราะมั่นใจมากจากสิ่งที่ทำมาตลอด 4 ปี ลงพื้นที่ช่วยประชาชนต่อเนื่อง ไม่เคยทอดทิ้ง ช่วงโควิด หาเตียง ข้าวกล่องและถุงน้ำใจส่งตรงถึงบ้าน วันนี้มีคนเข้ามากอดขอบคุณ สะท้อนความเป็นจริงทั้งหมดที่ว่า ผลงานอยู่ในสายตาคนกทม. และหลายพื้นที่ทั่วประทศ จะเป็นคะแนนสะสมให้กับพรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่ทำได้ไว ทำได้จริง ทั้งเรื่องประกันรายได้ แม้จะไม่เป็นเรื่องโดยตรงกับชาวกทม. แต่อย่าลืมว่าก็มี พื้นที่ทำนา เช่น เขตหนองจอก , การส่งออก เป็นยุคเดียวที่สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศ 10 ล้านล้านภายในปีเดียว และเงินจำนวนนี้จะมีผลกับคนกทม.ทั้งนั้น ทำให้โรงงานอยู่ได้ ทำให้ SME อยู่ได้ และคน กทม. จำนวนไม่น้อยใช้แรงงานและทำงานอยู่ในโรงงาน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

นายจุริทนร์กล่าวต่อว่า กทม. เปรียบเสมือนลมหายใจของประชาธิปัตย์ เพราะประชาธิปัตย์เกิดได้เพราะชาว กทม. ตั้งแต่สมัย ดร.เสนีย์ ปราโมช และอดีตหัวหน้าพรรคอีกหลายคนก็เป็นคนกทม. เป็น สส.ทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี ไม่เคยทิ้งประชาธิปัตย์ แม้เลือกตั้งครั้งที่แล้วไม่ได้ สส. สักเขต แต่ยังได้คะแนนเสียง 4-5 แสนเสียง จากที่ผ่านมาได้ประมาณ 1 ล้านกว่าเสียง 


ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้ตัวเลขเท่าไรนั้น ไม่ประเมินตัวเลข แต่นายนิพนธ์ บอกว่า ไม่ต่ำกว่า 80 คน โดยขณะนี้กระแสตอบรับของพรรคดีขึ้น เห็นได้จากสนามเลือกตั้ง สก. เมื่อปี2562 เคยได้ 0 คน แต่ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2565 ได้ 9 คน รวมถึงการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.แม้ไม่ได้ที่ 1 แต่ได้ที่ 2 ถือเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น ซึ่งหากประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรี เรามีกรอบยุทธศาสตร์ชัดเจนจะ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ เป็นทางรอดของประเทศ ต้องเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยเท่านั้นและต้องเป็นประชาธิปไตยเต็มใบไม่ใช่ครึ่งใบ อย่างทุกวันนี้ ที่วุฒิสภาโหวตเลือกนายกได้ รวมถึงต้องเป็นประชาธิปไตยที่ไม่โกง เพราะโกงเมื่อไหร่สุดท้ายจะถูกยึดอำนาจ กลับมาสู่วงจรอุบาท 

“อยากขอให้ชาวกทม. ให้โอกาสประชาธิปัตย์ได้มาขับเคลื่อนประเทศอีกครั้งหนึ่ง สำหรับคนที่เข้ามาพบและขอโทษบอกว่าจะกลับมาเลือกพรรค ก็ขอให้ช่วยกันเลือก ให้ประชาธิปัตย์ทุกๆคนกลับบ้านเรามาช่วยกันจับมือ เดินไปข้างหน้า ไม่ใช่เพื่อพวกเรา แต่พาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน” 

ด้านนายองอาจ กล่าวว่า ตนคิดว่าประชาธิปัตย์ คือ ทางรอดของประเทศระยะยาว สิ่งสำคัญคือ เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ยกตัวอย่างเช่น ที่ผ่านมาเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แม้จะเจอวิกฤตโควิดและสงครามยูเครน-รัสเซีย แต่เรายังสามารถส่งออกได้ดีเกินเป้าหมาย , การประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งกทม.อาจจะไม่ได้รับผลโดยตรง แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่มีครอบครัวเป็นชาวเกษตรกร โดย 4 ปี ที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า ไม่มีใครมาเทสินค้าเกษตรร้องเรียน เพราะเราเข้าไปแก้ปัญหาที่หัวใจของเกษตร นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์พิสูจน์ให้เห็น เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจระดับมหาภาค ระดับโลก ระดับฐานราก เศรษฐกิจดิจิตอล ประชาธิปัตย์มีประสบการณ์ มีทีมเศรษฐกิจที่พร้อมจะเข้ามาแก้ไขปัญหา


ด้าน น.ส.วทันยา หรือ มาดามเดียร์ กล่าวถึงสถานการณ์ภายในพรรคและในฐานะที่ต้องดูแลคนรุ่นใหม่ในพรรคว่า เลือดที่ไหลออก ทุกคนจะรู้สึกเสียดาย แต่ทุกคนคงมีเหตุผลที่ต่างกันไป ซึ่งตนมองในทางตรงกันข้าม การที่เลือดเก่าไหลออก เป็นโอกาสที่สำคัญ ที่จะมีเลือดใหม่ๆเข้ามา  ทั้งตนและดร.เอ้ หรือผู้สมัครกทม.ประชาธิปัตยกว่าครี่งเป็นคนรุ่นใหม่ ตั้งใจเข้ามาพัฒนาให้ประชาชนอย่างแท้จริง และมั่นใจว่าคนกทม. เบื่อการเมืองแบบเดิม อยากได้นักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์ มี passion อยากจะเข้ามาทำงานทางการเมือง เชื่อว่า ด้วยส่วนผสมที่เรามีประสบการณ์ มาผสมกับคนรุ่นใหม่ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นและที่สำคัญที่สุดในทุกประวัติศาสตร์ของการเมืองประเทศการเปลี่ยนแปลงทุกๆครั้งเสียของเก่าได้ของใหม่กลับเข้ามานำไปสู่ความยั่งยืน
พรรคประชาธิปัตย์เยือนเนชั่นพรรคประชาธิปัตย์เยือนเนชั่น

โอกาสสุดท้าย ‘กกต.’ยื่นฎีกา ‘ใบส้ม’ เชียงใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547159

20 เม.ย. 2566

โอกาสสุดท้าย 'กกต.'ยื่นฎีกา  'ใบส้ม' เชียงใหม่

‘กกต.’ ต้องจ่าย 63 ล้านบาท ให้สุรพล เกียรติไชยากร ชดเชยความล่าช้า ยื่นฎีกา กรณีแจก ‘ใบส้ม’ ผิดพลาด โอกาสสุดท้ายในวันนี้

20 เม.ย. 2566 เป็นวันครบกำหนดการขอขยายคำร้องฎีกาของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.  กรณีที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

กกต.ต้องจ่ายค่าเสียหาย ในการแจกใบส้มที่ผิดพลาดแก่นายสุรพล เกียรติไชยากร  ผู้สมัคร สส.เขต 8 จ.เชียงใหม่ เมื่อการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา

สมขัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เตือนความจำว่าว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นตัดสิน เมื่อ 20 เม.ย. 2565  ให้ กกต.ต้องจ่าย 70 ล้าน  โดย กกต. อุทธรณ์

ต่อมาศาลอุทธรณ์ ตัดสินเมื่อ 20 ธ.ค.  2565  ลดค่าเสียหายเหลือ 56.7 ล้าน รวมดอกเบี้ย เป็นเงินราว 62 ล้าน   กกต.สามารถฎีกาได้ภายใน 30 วัน วันนี้ จึงเป็นวันสุดท้าย คือ ครบกำหนดการขอขยายฎีกาครั้งที่ 3 ความผิดพลาดการแจกใบส้ม เลือกตั้งเชียงใหม่ ที่ผ่านมา ซึ่ง กกต.ไม่สามารถขอขยายได้อีกแล้ว

การขอขยายเวลาแต่ละเดือน จะมีดอกเบี้ยเดือนละ 300,000 บาท ดังนั้น การขอขยาย 3 เดือนจึงเป็นภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นราว 1 ล้านบาท หรือกลายเป็น 63 ล้านบาท จากคำพิพากษา ซึ่งต้อง รอดูว่า กกต.จะยื่นฎีกา หรือไม่  หากยื่นคงใช้เวลาไม่นานที่ผลการพิพากษาจะออกมา 

แต่หากต้องชดใช้เงิน  สำนักงาน กกต. ต้องเป็นฝ่ายจ่ายเงินไปก่อน  แล้วกระทรวงการคลังจะเป็นฝ่ายตั้งกรรมการสอบหาผู้รับผิดทางละเมิดเพื่อหาผู้ต้องชดใช้ กรณี แจกใบส้ม เชียงใหม่ เมื่อการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา ให้แก่ราชการต่อไป

มาดามเดียร์ ลั่น’ประชาธิปัตย์’เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547150

19 เม.ย. 2566

มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ

องอาจ​ คล้ามไพบูลย์​ รองหัวหน้า​พรรค​ประชาธิปัต​ย์ ผนึก”มาดามเดียร์”​ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้​ “ชยิน​ พึ่งสาย” ผู้สมัคร สส. ​กทม​ เขตราษฎร์บูรณะ ​-​ ทุ่งครุ รับทราบถึงปัญหาน้ำเค็มหนุน จนกระทบภาคการเกษตร ระบุ”ประชาธิปัตย์”มีแผนแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ จี้รัฐใส่ใจค่าไฟ

ในการลงพื้นที่หาเสียงร่วมกับ นายองอาจ​ คล้ามไพบูลย์​ รองหัวหน้า​พรรค​ประชาธิปัต​ย์ เพื่อช่วย นายชยิน​ พึ่งสาย ผู้สมัคร สส. ​กทม.​ เขตราษฎร์บูรณะ ​-​ ทุ่งครุ หาเสียง  น.ส.วทันยา บุนนาค​ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง​ ระบุว่า  พรรค“ประชาธิปัตย์” มีแผนแม่บทอย่างชัดเจน ที่จะนำมาใช้ในการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ ทั้งปัญหาน้ำแล้ง และปัญหาน้ำเค็มหนุน ที่สร้างผลกระทบให้กับเกษตรกรผู้ปลูกส้มในเขตคลองบางมด  กระทั่งต้องหันไปปลูกมะพร้าว

ที่เขตราษฎร์บูรณะ ​-​ ทุ่งครุ  กรุงเทพฯ  นายองอาจ​ คล้ามไพบูลย์​ รองหัวหน้า​พรรค​ประชาธิปัต​ย์ พร้อมด้วย น.ส.วทันยา บุนนาค​ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง​  ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้​ นายชยิน​ พึ่งสาย ผู้สมัคร สส. ​กทม​. เขตราษฎร์บูรณะ ​-​ ทุ่งครุ หมายเลข 7 พรรค“ประชาธิปัตย์ ”  โดยบรรยากาศขณะลงพื้นที่ตลาดใหม่ทุ่งครุ​ เป็นไปอย่างคึกคักมีแฟนคลับขอถ่ายภาพ​ร่วมกับคณะของพรรคประชาธิปัตย์  ทั้งนี้คณะของนายองอาจ และน.ส.วทันยา  พร้อมด้วยนายชยิน​   ได้ขึ้นขบวนรถแห่ ตามถนนพุทธบูชา ไปยังวัดพุทธบูชา​ เพื่อนั่งเรือจากวัดพุทธบูชาไปตามคลองบางมด​​ พบปะกับเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม​ รับทราบถึงปัญหาของพื้นที่

ทั้งนี้เดิมทีพื้นที่แห่งนี้แหล่งนี้เป็นแหล่งปลูกส้ม​(บางมด)​  ต่อมาได้รับผลกระทบจากการหนุนเข้ามาของน้ำเค็ม​ ไม่สามารถใช้ทางการเกษตร จึงต้องเปลี่ยนเป็นการปลูกมะพร้าว  ขณะเดียวกันคณะของพรรคประชาธิปัตย์ยังได้ล่องเรือไปเยี่ยมชมการรวมกลุ่ม ของชุมชนกลุ่มกำปงในดงปรือ​ และดารุลอิบาดะห์​ ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของคนในชุมชน​ แปรรูป​ผลิตภัณฑ์​จากนมแพะ​ 

น.ส.วทันยา​ กล่าวว่า  จากการลงพื้นที่ที่พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ ประสบกับปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ ทำให้ต้องเปลี่ยนอาชีพจากการปลูกส้มมาเป็นการปลูกมะพร้าวน้ำหอม  พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายการสร้าง”เดลต้าเวิร์ดไทยแลนด์”  เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งน้ำท่วมน้ำแล้ง​ ,น้ำเค็มหนุน  ส่วนนโยบายสำหรับชุมชน  พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะผลักดันโครงการธนาคารชุมชน หมู่บ้านละ 2 ล้านบาท มีเป้าหมาย
ให้คนไทยได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะวิสาหกิจชุมชนที่มีอัตลักษณ์  นำอัตลักษณ์ความเป็นไทย ภูมิปัญญาชาวบ้าน มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนหารายได้​ 


 น.ส.วทันยา​  กล่าวด้วยว่า  กรณีการแก้ไขปัญหาเรื่องค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น พรรคประชาธิปัตย์จะมีการแถลงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ซึ่งแนวทางที่วางไว้จะเป็นการรื้อระบบโครงสร้างราคาพลังงาน  หนึ่งในนั้นเป็นเรื่องค่า FT ซึ่งถือเป็นต้นทุนค่าพลังงานทำให้ประชาชนต้องแบกรับ​ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ขณะที่ราคาสินค้าต่าง ๆ​ ก็ต่างขยับตัวสูงขึ้น​ แต่รายได้ไม่ได้ขยับขึ้น  ขณะเดียวกันอยากเสนอไปยังรัฐบาล ที่ควรจะทบทวนเรื่องโครงสร้างราคาค่าพลังงานต่าง ๆ หรือสัญญา PPA ต่างๆ   ที่เคยทำและผูกพัน   เพราะในปัจจุบันอาจจะไม่ได้มีความต้องการ อีกต่อไปในอนาคต

“เรื่องเหล่านี้ล้วนแต่เป็นภาระของประชาชน อยากจะย้ำว่า​รัฐบาลมีส่วนในการช่วยเรื่องราคาต้นทุนค่าพลังงาน   เพราะภาระค่าไฟฟ้าหรือต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ไม่ได้เป็นปัญหาภาระที่เกิดขึ้นเฉพาะแค่ภาคธุรกิจ แต่ต้นทุนเหล่านี้ส่งผลต่อประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ” น.ส.วทันยา ระบุ 

มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ
มาดามเดียร์ ลั่น'ประชาธิปัตย์'เอาจริงสางน้ำเค็มหนุน-จี้รัฐทบทวนค่าไฟ

องอาจ​ คล้ามไพบูลย์​ รองหัวหน้า​พรรค​ประชาธิปัต​ย์ พร้อมด้วย วทันยา บุนนาค​ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง​  ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้​ ชยิน​ พึ่งสาย ผู้สมัคร สส.​กทม. ​ เขตราษฎร์บูรณะ ​-​ ทุ่งครุ หมายเลข 7 พรรคประชาธิปัตย์