แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ขอแลนด์สไลด์ที่ขอนแก่น อยากเห็นคนไทยมีรอยยิ้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547100

19 เม.ย. 2566

แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ขอแลนด์สไลด์ที่ขอนแก่น อยากเห็นคนไทยมีรอยยิ้ม

อยากได้เพื่อไทยเป็นรัฐบาล ต้องแลเือกให้แลนด์สไลด์ แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย อ้อนคนขอนแก่น ฝันอยากเห็นคนไทยกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง

แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย  อ้อนคน ขอนแก่น 14 พ.ค. 2566  บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ กาเพื่อไทย  ให้แลนด์สไลด์ ยกจังหวัด อยากเห็นรอยยิ้มของพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยกลับมาแล้วทุกคนอยู่เย็นเป็นสุขได้ ยืนยัน ไม่ใช่รัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรี นั่งอยู่แต่ในทำเนียบ ไม่เคยเดินทางไปเปิดตลาดใหม่ๆ ให้ประชาชน 

เวทีปราศรัย คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน เพื่อคนขอนแก่น ณ  ลานตลาดนัดน้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน ​แคนดิเดตนายกฯ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ปรึกษาศูนย์ปฎิบัติการเลือกตั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย และคณะ พร้อมผู้สมัคร สส.จังหวัดขอนแก่น 11 เขตเลือกตั้ง

ทีมผู้สมัคร สส. ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ทีมผู้สมัคร สส. ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย

แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยบอกว่า ในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทย  ไม่ใช่แค่พี่น้องอย่างเดียวที่ได้ ร้านค้าขอให้เตรียมพร้อมกับการผลิต ให้พี่น้องได้มาซื้อ เราต้องการให้มีการกระตุ้นตามแหล่งบัตรประชาชนภายใน 4 กิโลเมตรและต้องใช้ให้หมดภายใน 6 เดือน

เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนให้เกิดขึ้น พรรคเพื่อไทยมีนักวิชาการที่มีความรู้ความสามารถทางด้านเกษตรกรรม  เราจะนำนวัตกรรมมาช่วยให้พี่น้องมีรายได้สูงขึ้น

นายกรัฐมมนตรีที่มาจากพรรคเพื่อไทยไม่ว่าจะเป็นตนเอง หรือนางสาวแพทองธาร  หรือนายชัยเกษม ทั้งสามคนมั่นใจว่าจะเดินไปเปิดตลาดใหม่ๆให้กับผลิตภัณฑ์ของพี่น้องประชาชนไปขายในต่างประเทศ ขออ้อนวอนว่าวันที่ 14 เดือนพฤษภาคมนี้ ทุกท่านจะเดินเข้าคูหากาพรรคเพื่อไทยทั้งสองบัตรสองใบ โดยจังหวัดขอนแก่นต้องยกทั้ง 11 เขต ถ้าไม่เช่นนั้นพรรคเพื่อไทยจะไม่สามารถหลักดันนโยบายได้

นายอดิศร เพียงเกษ กล่าวว่า ผู้แทนราษฎรที่พี่น้องเลือก ไม่มีผู้ใดมาบังคับเลือกผู้แทน ขอให้พี่น้องจำเบอร์ให้ได้แล้วไปกาให้ถูก วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนชาวไทยผู้ยิ่งใหญ่ เมืองขอนแก่นเรามีประวัติศาสตร์นักการเมืองที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยหลายคน เป็นปูชนียบุคคลหลายคน  เงินดิจิทัล 10,000 บาท ต้องใช้ภายในหกเดือนภายในระยะ 4 กิโลเมตร ตนเชื่อว่าพี่น้องชาวขอนแก่นใช้หมด

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวปราศรัยว่า ประชาชนทุกคนต้องได้รับสนับสนุนจากประชาชน  พรรคเพื่อไทยเท่านั้น ที่จะชนะเผด็จการประยุทธ์ ประวิตร 3 ป.ได้ ขอให้พี่น้องประชาชนเลือกเพื่อไทย ทั้งคน ทั้งพรรค ให้เกินครึ่ง ให้เพื่อไทยแลนด์สไลด์ไปเป็นรัฐบาล

นโยบายต่าง ๆ เพื่อไทยทำได้ทุกครั้ง เป็นพรรคการเมืองที่มีเกียรติในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แม้แต่พลเอกประยุทธ์ก็ยังโจมตีพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยมีนโยบายจับต้องได้ สำหรับนโยบายเงินหมื่นดิจิทัล พรรคเพื่อไทยต้องการนำพาสังคมไทยทั้งระบบเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลพรรค

การมาปราศรัยที่เขาสวนกวาง ซึ่งมีไก่ย่างสวนกวาง ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ที่มาจากผลิตภัณฑ์ชุมชนสอดคล้องกับนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ ค้นหาผู้ที่มีความสามารถ เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว เป้าหมาย 20 ล้านอัตราจากโครงการนี้

‘ปชป.’ ชี้ ‘แจกเงินดิจิทัล’ กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เสี่ยงเกิดเงินเฟ้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547095

19 เม.ย. 2566

'ปชป.' ชี้ 'แจกเงินดิจิทัล' กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เสี่ยงเกิดเงินเฟ้อ

‘เกียรติ’ จี้ ‘เพื่อไทย-กกต.’ แจงนโยบาย’แจกเงินดิจิทัล’ ให้ชัดเจน ชี้กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เสี่ยงเกิดเงินเฟ้อ ทวีคูณความเหลื่อมล้ำ แม้ระดับหัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกฯ เจ้าสัว ได้หมด

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายเกียรติ สิทธีอมร อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย และประธานคณะกรรมการต่างประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กระแสโจมตีนโยบาย “แจกเงินดิจิทัล” 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทย ว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน เป็นหน้าที่ของอีกฝ่ายที่ต้องชี้แจงให้เกิดความชัดเจน ตนไม่มีหน้าที่ไปชี้แนะ แต่กังวลว่า จะสร้างความเหลื่อมล้ำ เงินไม่รู้เอามาจากไหน ทำให้เงินเฟ้อ ข้อมูลส่วนบุคคลคนเป็นอย่างไร ทำไมต้องเป็นเงินสกุลดิจิทัล มีวิธีที่ไม่ต้องวุ่นวายได้เป้าหมายเดียวกัน แต่ทำไมไม่ทำ ต้องตอบให้ได้ว่า วิธีนี้ดีกว่าอย่างไร 

โดยก่อนหน้านี้ทางฝ่ายนั้นได้ส่งคำอธิบายให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างไร ยังไม่เห็น ได้ยินเฉพาะที่เขาพูด กกต.ต้องออกมาชี้แจงว่า อนุมัติหรือไม่ ตนเป็นคนตั้งคำถาม คนทำเเป็นคนให้คำตอบ ประชาชนเป็นคนตัดสินใจและเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่

นายเกียรติ กล่าวต่อว่า ตนไม่มีปัญหา หากใครจะทำนโยบายไม่เป็นความเสี่ยงกับประเทศและเป็นธรรม แต่นโยบายดังกล่าว เกิดคำถามว่า มีด้วยหรือ นโยบายที่เอาเงินจ่ายให้ตัวเอง หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกฯ เจ้าสัวทุกคนก็ได้หมด ถือว่าเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ทำไมคนที่มีอันจะกินยังได้เงิน นักวิชาการทุกคนออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการนำเงิน 5 แสนล้านบาทมาใช้ กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ต้องมีคำอธิบายที่ดีกว่านี้

ส่วนที่กระแสตอบรับจากประชาชน โดยเฉพาะระดับรากหญ้าชื่นชอบนโบายแจกเงินดิจิทัลมาก นายเกียรติ ตอบกลับว่า เมื่อถามในระดับคนชั้นกลางไม่เห็นเช่นนั้น ส่วนระดับรากหญ้ามองว่า ควรที่จะได้รับ หากไม่มีเงินในบัญชีหรือมีเงินในบัญชีไม่ถึง 10,000 บาท สามารถให้ได้เลย และตรงตามเป้า ลดการเหลื่อมล้ำทันที รวมถึงใช้งบประมาณน้อยกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจได้ผลเหมือนกัน ซึ่งก็มีคำถามอีกว่า ผู้ที่มีรายได้เยอะและได้เงินจำนวนนี้ต้องเสียเสียภาษีก้อนนี้หรือไม่

นายเกียรติ ระบุว่า นโยบาย แจกเงินดิจิทัล เป็นนโยบายที่ไม่เหมือนพรรคอื่น หากดูเชิงลึกนโยบายของหลายพรรค เห็นชัดเจนว่าให้คนที่ควรจะต้องดูแล แต่นโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายเดียวที่กระจายทั่วกันหมด โดยมีเพียง 10-15 ล้านคนที่ต้องการความช่วยเหลือ

ส่วนงบประมาณทำนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง เหลือเพียง 2 แสนล้านบาท เท่านั้น นายเกียรติ กล่าวว่า ตนและนักวิชาการเห็นตรงกันหมดว่า เงินที่อย่างเก่งที่สุด 2 แสนล้านบาทนี้ ต้องมีการนำไปใช้กับอย่างอื่นแล้วด้วย แต่ในนโบายนี้ต้องใช้ถึง 5 แสนล้านบาท หากฝ่ายนั้นได้คะแนนเสียงมาก ก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเป็นคนทำนโยบาย 

เมื่อถามว่าจะทันหรือไม่เพราะขณะนี้กกต.ศึกษาดูงานที่ต่างประเทศจะกลับมาวันที่ 24 เมษายนนี้ นายเกียรติกล่าวว่า เป็นความรับผิดชอบของกกต.

นายเกียรติ สิทธีอมร นายเกียรติ สิทธีอมร

‘ปชป.’ จ่อยกเลิกค่า FT ค่าไฟฟ้าลดทันที ราคาน้ำมันลง 3-5 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547093

19 เม.ย. 2566

'ปชป.' จ่อยกเลิกค่า FT ค่าไฟฟ้าลดทันที ราคาน้ำมันลง 3-5 บาท

‘ทีมเศรษฐกิจปชป.’ เปิดนโยบายแก้ไขด้านพลังงาน ลดรายจ่ายคนไทย จี้รื้อโครงสร้าง ย้ำหากได้คุมกระทรวงพลังงาน จ่อยกเลิกค่า FT ค่าไฟลดทันที ราคาน้ำมันลดถึง 3-5 บาท

เมื่อวันนี้ 19 เม.ย. ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานคณะกรรมการต่างประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ , นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานคณะกรรมการนโยบาย , นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ผู้เชี่ยวชาญด้านคมนาคมขนส่งโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการขนาดใหญ่ และ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ แถลงข่าววาระประเทศไทย ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ ปชป. ชูรื้อโครงสร้างราคาพลังงาน ลดรายจ่ายคนไทย 

นายเกียรติ ตั้งข้อสังเกตุถึงความผิดปกติในการกำหนดราคาพลังงาน มาจากกำไรโรงกลั่น วัตถุดิบมีราคาสูง เพราะไม่มีการเขี่ยต้นทุน ราคาปากหลุม 3 บาท/กก. แต่หน้าโรงงาน 17 บาท/กก. ค่าผ่านท่อราคาสูง การคำนวนค่าFT รวมทั้งการผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าและเอกชน ต้องมีสัดส่วนชัดเจน ไม่ปล่อยให้เอกชนมีสัดส่วนไม่พอเหมาะ 
 

ทั้งนี้้เมื่อ ปี 2552 พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีค่าการกลั่นราคา 0.85 บาท แต่ปัจจุบัน ราคา 2.26 บาท กำไรเพิ่มถึงหลายหมื่นล้านบาท 

ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์

สำหรับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ 
น้ำมัน ต้องกำกับค่าการกลั่น 1 บาท/ลิตร กำกับค่าการตลาด 1.50 บาท/ลิตร รวมถึงทบทวนโครงสร้างราคาและภาษีด้วยต้นทุนจริง ทบทวนเงินเข้ากองทุน ทยทวนการคำนวณต้นทุนน้ำมันที่อ้างอิงราคามันสำปะหลังและปาล์มน้ำมัน 

ไฟฟ้า ปรับราคาก๊าซป้อนโรงไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเป็นธรรม กำหนดสัดส่วนกำลังการผลิตระหว่างรัฐและเอกชนให้เหมาะสม กำหนดระดับกำลังการผลิตสำรองที่เหมาะสม กำหนดสัดส่วนการนำเข้าจากต่างประเทศทั้งราคาและรูปแบบ และทบทวนความจำเป็นค่า FT

ดังนั้น เพื่อลดภาระของประชาชน พรรคประชาธิปัตย์จะยกเลิกค่า FT ค่าการประเมินล่วงหน้า 4 เดือนของความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนวัตถุดิบ แต่ให้ประชาชนเป็นผู้ชำระก่อน ต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่เปิดทางให้กับคณะกรรมการชุดใหม่มาประเมินสถานการณ์ จนทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟที่แพงขึ้น ค่าไฟต้องลดทันที เราจะทำได้ต้องเป็นแกนนำจัดตั้งพลังงาน และเข้าไปควบคุมกระทรวงพลังงาน

ก๊าซธรรมชาติ เฉลี่ยต้นทุนระหว่าง “นำเข้า” กับ “แหล่งในประเทศ ให้สะท้อนต้นทุนที่จริงและเป็นธรรม ทบทวนค่าผ่านท่อที่เหมาะสม ปฏิรูปสูตรคำนวนและวิธีการกำกับดูแลใหม่ทั้งหมด ทบทวนสัญญาระยะยาวที่เอาเปรียบและไม่เป็นธรรม 

ก๊าซหุงต้ม ตรวจสอบปริมาณการผลิตและใช้ในประเทศจริง ทบทวนสูตรคำนวณราคาให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเป็นธรรม แก้ปัญหาการลักลอบไปประเทศเพื่อนบ้าน ทบทวนสัญญาระยะยาวสำหรับกลุ่มปีโตรเคมี

ปั๊มก๊าซ LNG/LPG ทบทวนค่าการตลาดให้เป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

สำหรับนโยบายด้านพลังงาน นายอลงกรณ์ นำเสนอจุดเปลี่ยนในการปรับโครงสร้างราคารวมถึงต้นทุน ดังนั้น ความมั่นคงด้านพลังงาน อนุรักษ์พลังงาน ที่ปัจจุบันใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยวันละ 100 ล้านลิตร การสร้างความมั่นคงทางพลังงานจะต้องเสริมโอกาสใหม่ ยกระดับนโยบายทดแทน และการอนุรักษ์พลังงานเป็นนโยบายเร่งด่วน ภายใต้วิสัยทัศน์พลังงานสีเขียว ลดภาระต้นทุนของประเทศ โดยใช้พลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานต้องยืนบนขาของตัวเอง และแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

รวมถึงเพิ่มการส่งออกพลังงานทดแทน และเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน ยกระดับประเทศไทยในเอเชียด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยต้องเดินหน้าตามนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ที่สามารถทำตามได้ในทุกพื้นที่ อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน โรงไฟฟ้า 1 หมู่บ้าน/ชุมชน อุตสาหกรรม EV การปลูกป่าเศรษฐกิจ ไฟฟ้าเบอร์ 5 พลัส และปฏิรูปเชิงโครงสร้างพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนว่าจะต้องรื้อทั้งระบบ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 3 เดือนแรกจะแก้ไขราคาน้ำมันได้ราคาเท่าไร นายเกียรติ เผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีเป้าหมาย แต่การประกาศยังไม่ใช่เรื่องที่ดีและยังไม่เหมาะสม จะต้องระวังเพราะบางกรณีมีกฎหมายรองรับในการทำงานของคณะกรรมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หากรัฐเป็นเจ้าของโรงกลั่นเป็นเรื่องง่ายที่จะแก้ไข แต่ขายไปทั้งหมดจึงเป็นเรื่องยากแต่ทำได้ เพราะมีกฎหมายรองรับหลายฉบับ

บริษัทพลังงานได้รับการยกเว้นจากกฎหมายแข่งขันทั้งที่แข่งกับเอกชน หากจำเป็น จะออกเป็นพระราชกำหนดไม่ต้องยกเว้น และจะต้องมีการรื้อโครงสร้าง มีหลายวิธี แต่ยังไม่อยากที่จะเผยในตอนนี้ แต่ให้รู้ว่าเรามีเป้าหมายชัดเจน

“ค่าไฟหากยกเลิก FT และจัดโครงสร้างราคาก๊าซที่เข้าโรงไฟฟ้าให้เหมาะสมและเป็นธรรม สามารถลดได้ 1 บาทถึง 1.50 บาทต่อหน่วย ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นราคา 1-1.50 บาท น้ำมันจะต้องลดลงราคา 3-5 บาท นี่คือเป้าหมายหลัก” นายเกียรติ กล่าว

นายเกียรติ สิทธีอมร นายเกียรติ สิทธีอมร

 นายพิสิฐ ลี้อาธรรม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์นายสามารถ ราชพลสิทธิ์

 นายอลงกรณ์ พลบุตรนายอลงกรณ์ พลบุตร

กกต.กล้าไหม? ‘วัชระ’ จี้แจงงบ-เปิดรายชื่อคณะดูงานเมืองนอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547059

18 เม.ย. 2566

กกต.กล้าไหม? ‘วัชระ’ จี้แจงงบ-เปิดรายชื่อคณะดูงานเมืองนอก

วัชระ เพชรทอง ยื่นกกต. จี้ให้เปิดเผยงบประมาณ และรายชื่อคณะทั้งหมดที่เดินทางไปดูงานต่างประเทศนานเกือบเดือน เกรงใช้งบไม่คุ้มภาษีประชาชน

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอทราบรายละเอียดโครงการและการอนุมัติงบประมาณทั้งหมดกรณี กกต.เดินทางไปดูงานการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. นอกราชอาณาจักรระหว่างวันที่ 4-24 เมษายน 2566 ตามที่กระทรวงการต่างประเทศมีหนังสือเชิญ กกต. เดินทางไปเข้าร่วมโครงการเตรียมการและตรวจติดตามการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของสถานฑูตและสถานกงสุลในประเทศต่าง ๆ นั้น 

กกต.กล้าไหม? ‘วัชระ’ จี้แจงงบ-เปิดรายชื่อคณะดูงานเมืองนอก

ขอทราบรายละเอียดโครงการและการอนุมัติเงินงบประมาณการเดินทางไปศึกษาดูงานดังกล่าวข้างต้นทั้งหมด และรายชื่อผู้ร่วมเดินทางทั้งหมดว่ามีบุคคลใดบ้างเนื่องจากเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชนและเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามนัยพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 หากผลเป็นประการใดโปรดแจ้งให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินภาษีทราบภายใน 15 วัน 

‘ประธานกกต.’ แจงถี่ยิบ ‘ทัวร์ต่างประเทศ’ อยู่ในวงเงินที่กำหนด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547057

18 เม.ย. 2566

'ประธานกกต.' แจงถี่ยิบ 'ทัวร์ต่างประเทศ' อยู่ในวงเงินที่กำหนด

‘ประธานกกต.’ แจง ‘ทัวร์ต่างประเทศ’ อยู่ในวงเงินที่กำหนด เผย เลือกตั้ง66 มีร้องเรียนส่อผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้ว 32 เรื่อง เตือนพรรคการเมืองหาเสียง ขอให้อยู่ในกรอบนโยบาย หากเกินผิดกฎหมาย

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงกระแสการวิจารณ์งบประมาณที่ กกต.ใช้ในการเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศว่าทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ก็จะมีการกำหนดงบประมาณก้อนหนึ่ง เอาไว้ใช้เพื่อการนี้ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของกกต.ว่าจะให้ความสำคัญกับจุดไหนเป็นพิเศษ เป็นงบประมาณที่ต้องผ่านการพิจารณาของสภาฯ จะอยู่ในวงเงินที่กำหนดจะมากกว่านี้ไม่ได้

กกต.ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

พร้อมยืนยันว่าการเดินทางไปต่างประเทศ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้ง 6 คนไม่ได้ไปพร้อมกัน มีการเหลื่อมกันอยู่ ซึ่งจะอยู่ในช่วงเวลา 5-22 เม.ย. 2566 จะสลับกันไป โดยระหว่างนี้หากมีประเด็นที่จะต้องพูดคุย หรือประชุมก็จะใช้ระบบการประชุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ 

ที่ผ่านมาในช่วงเวลาที่คร่อมกันอยู่ก็จะใช้การประชุมแบบนี้ ในเรื่องการประกาศรับรองผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรับรองผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คณะกรรมการการเลือกตั้งพร้อมที่จะประชุมได้เสมอ

ร้องเรียน เลือกตั้ง66 มี 32 เรื่อง

นายอิทธิพร กล่าวถึงเรื่องร้องเรียนเลือกตั้ง2566 ว่าขณะนี้มีทั้งหมด 32 เรื่อง เรื่องหาเสียงหลอกลวงใส่ร้าย 15 เรื่อง เรื่องซื้อเสียง 8 เรื่อง ซึ่งหากมีเรื่องร้องเรียนจะพิจารณาทันทีไม่ได้ เพราะจะต้องเข้าสู่กระบวนการตามระเบียบสืบสวนไต่สวน

ทั้งหมดต้องใช้เวลาในการวินิจฉัย เพราะการวินิจฉัยคำร้องจะเป็นการกระทบสิทธิ์ของทุกฝ่าย ก็ต้องให้ความยุติธรรม ส่วนใหญ่จะมีการวินิจฉัยไม่ทันวันเลือกตั้ง

สำหรับ ผู้สมัคร สส.ที่ไม่ได้รับการรับรองจาก กกต.นั้น ผู้สมัครที่ไม่มีชื่อในประกาศรับรอง ก็สามารถไปยื่นอุทธรณ์ที่ศาลฎีกาเพื่อขอให้เพิ่มชื่อได้ โดยศาลฎีกาจะ มีคำพิพากษาให้โดยเร็ว

5 พรรคส่งนโยบายในการใช้จ่ายเงิน

ส่วนการส่งนโยบายในการใช้จ่ายเงินของแต่ละพรรคการเมืองนั้น วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะให้ส่ง สำนักงานกกตได้ขอนโยบายไปยังพรรคการเมืองทั้งหมด 70 พรรค มี 5 พรรคที่ส่งครบ อีก 6 พรรคส่งไม่ครบ ส่วนที่เหลือยังไม่ได้มีการส่งมายัง กกต. ซึ่งพรรคการเมืองที่ส่งไม่ครบ หรือยังไม่ส่งก็จะมีกระบวนการติดตาม

นายอิทธิพร ย้ำว่า นโยบายของพรรคการเมืองต้องเป็นไปมาตรา 57 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และมาตรา 74 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ที่กำหนดว่าในการหาเสียงของผู้สมัคร และพรรคการเมืองนั้น ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับแนวทางที่กำหนดเป็นนโยบายของพรรคการเมือง ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง แต่หากหาเสียงเกินกรอบ ก็เป็นความผิด โดยพรรคการเมืองสามารถชี้แจงต่อ กกต.ได้

เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ ‘พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547054

18 เม.ย. 2566

เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ 'พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

เปิดผลสำรวจ ‘เนชั่นโพลครั้งที่1’ แพทองธาร ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย นำทั้งสส.บัญชีรายชื่อและสส.เขต ส่วน ‘พิธา’ และพรรคก้าวไกลไล่กวดมาในอันดับ2

เครือข่ายจัดทำ ‘เนชั่นโพลศึกเลือกตั้ง 66’ ภายใต้ความร่วมมือโครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างเครือเนชั่น กับภาควิชาการ นำโดย ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในฐานะผู้อำนวยการเนชั่นโพล แถลงข่าวเปิดผลการสำรวจ “เนชั่นโพลเลือกตั้ง 66” ครั้งที่ 1 

ทั้งนี้เนชั่นโพลเป็นการสำรวจความเห็นของพี่น้องประชาชนแบบ “ลงพื้นที่จริง – เคาะประตูบ้านจริง” จากการสุ่มตัวอย่างตามหลักวิชาการทางสถิติ ไม่ใช่การโทรศัพท์และสำรวจทางออนไลน์

หลังจากทำการสำรวจครั้งที่ 1 สิ้นสุด ณ วันที่ 15 เม.ย.66 ภายหลังจากตรวจสอบจำนวนตัวอย่างครบตามเป้าหมาย โดยมีข้อมูลและข้อสังเกตจากการสำรวจแบบ 8 ภูมิภาค และ กทม. 33 เขต ทีมลงพื้นที่สำรวจระหว่าง 7-12 เมษายน 2566  รวมทั้งหมด 39,687 ตัวอย่าง

  • กรุงเทพมหานคร 35,411 ตัวอย่าง (33 เขตเลือกตั้ง เขตละ 1,072 ตัวอย่าง)
  • ภาคเหนือตอนบน 406 ตัวอย่าง
  • ภาคเหนือตอนล่าง 417 ตัวอย่าง
  • ภาคกลางและภาคตะวันตก 723 ตัวอย่าง
  • ภาคตะวันออก 420 ตัวอย่าง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 722 ตัวอย่าง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 726 ตัวอย่าง
  • ภาคใต้ 11 จังหวัด 461 ตัวอย่าง
  • 3 จังหวัดชายแดนใต้ 401 ตัวอย่าง

โดยผลสำรวจเนชั่นโพลครั้งที่1 ที่เป็นไฮไลท์ อยู่ที่ 3 หัวข้อ คือ อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี เลือกสส.บัญชีรายชื่อพรรคใด และเลือกสส.เขตพรรคใด ซึ่งเป็นภาพรวมของประเทศไทย

อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ผลมีดังนี้ 

  1. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร 33.81%
  2. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 22.58%
  3. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 16.87%
  4. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 8.13%
  5. นายเศรษฐาทวีสิน 7.45%
  6. นายอนุทิน ชาญวีรกูล 2.70%
  7. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 2.59%
  8. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 1.67%
  9. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส 1.42%
  10. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 1.22%
  11. นายกรณ์ จาติกวณิช 1.09%
  12. นายชัยเกษม นิติสิริ 0.14%
  13. นายวราวุธ ศิลปอาชา 0.09%
  14. น.ต.ศิธา ทิวารี 0.09%
  15. นายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา 0.08%
เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ 'พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

ชมย้อนหลังการแถลงผลเนชั่นโพลพร้อมบทวิเคราะห์>>Click<<

เลือกสส.บัญชีรายชื่อพรรคใด มีผลดังนี้ 

  1. เพื่อไทย 35.75%
  2. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 32.27%
  3. ก้าวไกล 16.02%
  4. รวมไทยสร้างชาติ 4.50%
  5. ภูมิใจไทย 3.80%
  6. ประชาธิปัตย์ 3.50%
  7. พลังประชารัฐ 1.58%
  8. ชาติพัฒนากล้า 0.84%
  9. ไทยสร้างไทย 0.71%
  10. เสรีรวมไทย 0.69%
  11. ชาติไทยพัฒนา 0.18%
  12. ประชาชาติ 0.08%
  13. ไม่ออกคะแนนเสียง 0.06%
  14. ประชาธิปไตยใหม่ 0.01%
  15. ไทยภักดี  0.01%
เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ 'พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

เลือกสส.เขตพรรคใด มีผลดังนี้ 

  1. เพื่อไทย 35.23%
  2. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 32.49%
  3. ก้าวไกล 15.16%
  4. รวมไทยสร้างชาติ 4.66%
  5. ภูมิใจไทย 3.69%
  6. ประชาธิปัตย์ 3.61%
  7. พลังประชารัฐ 1.88%
  8. ชาติพัฒนากล้า 0.86%
  9. ไทยสร้างไทย 0.80%
  10. เสรีรวมไทย 0.68%
  11. ชาติไทยพัฒนา 0.26%
  12. ประชาชาติ 0.26%
  13. ไม่ออกคะแนนเสียง 0.02%
  14. ประชาธิปไตยใหม่ 0.02%
  15. ไทยภักดี  0.01%
เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ 'พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

วิเคราะห์ผลสำรวจ

1. “พรรคเพื่อไทย” นำอันดับ 1 ส่วนอันดับ 2 “พรรคก้าวไกล” (ภาพรวมทั้งประเทศ ทั้งระบบแบ่งเขต และปาร์ตี้ลิสต์) สาเหตุที่เพื่อไทยนำโด่งเกือบทุกพื้นที่ เนื่องจากช่วงเวลาที่ทีมลงพื้นที่สำรวจโพลระหว่าง 7-12 เม.ย. ตรงกับช่วงการประกาศนโยบายแจก 1 หมื่นต่อคน (55 ล้านคน ตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป ) เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา

ซึ่งนโยบายนี้ติดกระแสแรงทางสื่อมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ สอดคล้องกับเหตุผลของผู้ตอบแบบสำรวจที่เลือกพรรคการเมืองโดยพิจารณาจากวิสัยทัศน์และนโยบายพรรค (เหตุผลข้อนี้มาเป็นอันดับแรก) จึงเหมาะเจาะทางช่วงเวลา ทำให้คะแนนนิยม “พรรคเพื่อไทย” ดีดพุ่งสูงโดยเฉพาะยิ่งแรงมากขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ

2 .แคนดิเดตนายกฯ ภาพรวมทั้งประเทศ “นายเศรษฐา ทวีสิน” ก้าวขึ้นมาติด 4 อันดับแรก (รายชื่อบุคคล) ผลจากการเปิดตัว “นายเศรษฐา” ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ อย่างเป็นทางการเมื่อ 5 เมษายน และนโยบายแจก 1 หมื่นต่อคน การเปิดตัว “นายเศรษฐา” ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่ทีมงานลงพื้นที่สำรวจโพลระหว่าง 7-12 เมษายน ทำให้กระแส “นายเศรษฐา” พุ่งขึ้นมา

เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ 'พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

3. แคนดิเดตนายกฯ ภาพรวมทั้งประเทศ “พล.อ.ประยุทธ์”  ขึ้นมาติด Top 3 เป็นรอง “น.ส.แพรทองธาร” และ “นายพิธา” ส่วนในภูมิภาคใต้ตอนบน 11 จังหวัด คะแนนเลือก “พล.อ.ประยุทธ์” มาเป็นอันดับ 1 “พล.อ.ประยุทธ์” ยังเป็นที่นิยมในภาคใต้สำหรับฝั่งอนุรักษ์นิยม

4. สัดส่วน % ของผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกปาร์ตี้ลิสต์และระบบเขตมาเป็นอันดับ 1 ในภาคกลางและตะวันตก ภาคเหนือตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน 11 จังหวัด และกลุ่มสามจังหวัดชายแดนใต้

5. เพื่อไทยรับประกันแลนด์สไลด์ได้เพียง 2 ภูมิภาค ได้แก่ “ภาคเหนือบน” และ”ภาคอีสานบน” เท่านั้น

6. แคนดิเดตนายกฯ เฉพาะการสำรวจใน กทม. “นายจุรินทร์” ตาม “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่ห่าง แต่ในการสำรวจภาพรวมระดับประเทศ “พล.อ.ประยุทธ์” นำ “นายจุรินทร์” พอสมควร เนื่องจากคะแนนที่เลือก “พล.อ.ประยุทธ์” ในภาคใต้ 11 จังหวัดตอนบนสูงมาก (มาเป็นอันดับ 1) จึงทำให้คะแนนภาพรวมระดับประเทศถีบตัวสูงขึ้น

เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ 'พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

7. คะแนนของ “ประชาธิปัตย์”  ทั้งปาร์ตี้ลิสต์และแบ่งเขตในกรุงเทพฯ เป็นรองแค่ “พรรคเพื่อไทย” และ “พรรคก้าวไกล” แต่ฝั่งอนุรักษ์นิยมเดียวกัน อยู่เหนือ”รวมไทยสร้างชาติ” ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจมาจากแคมเปญรณรงค์ของ “ประชาธิปัตย์” ใน กทม. ที่ประชาชนรับรู้ในวงกว้าง (ผ่านสื่อ) ในช่วงระหว่าง 4-12 เมษายน ส่งผลให้เหนือกว่า “รวมไทยสร้างชาติ” (ช่วงเดียวกับที่ทีมลงพื้นที่สำรวจโพล ระหว่าง 7-12 เมษายน) ประชาชนน่าจะรับรู้กิจกรรมรณรงค์ของ “พรรคประชาธิปัตย์” ช่วงดังกล่าวพอดี จึงส่งผลต่อการรับรู้นั่นเอง

8. “คุณหญิงสุดารัตน์” กับ “พล.อ.ประวิตร”  มีคะแนนความนิยมตัวบุคคลตามหลัง “นายจุรินทร์” ในภาพรวมระดับประเทศ

9.กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ทั้งระดับประเทศและ กทม. ยังมีอีกราวๆ ร้อยละ 32 + (เกือบ 1 ใน 3 ของทั้งหมด)

  • ข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ถ้าเป็นฝั่งอนุรักษ์นิยม คือ ยังคิดไม่ตกว่าจะเลือก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ “พรรคประชาธิปัตย์” แต่ไม่ข้ามฝั่งไปเลือก “พรรคเพื่อไทย” หรือ “พรรคก้าวไกล”
  • ข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ถ้าเป็นฝั่งเสรีนิยม ยังคิดไม่ตกว่าจะเลือก “พรรคเพื่อไทย” หรือ “พรรคก้าวไกล” แต่ไม่ข้ามฝั่งเช่นกัน

10. กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ยังมีมากพอสมควร ราวๆ ร้อยละ 32 + (เกือบ 1 ใน 3 ของทั้งหมด) จึงเป็นโอกาสของพรรคการเมืองในเวลาที่เหลือราวๆ 29-30 วัน ในการออกแคมเปญเพื่อดึงคะแนนจากกลุ่มนี้

11.แนวโน้มสถิติบ่งชี้ว่า พรรคการเมืองฝั่งอนุรักษ์นิยมตัดคะแนนกันเองมากกว่าฝั่งเสรีนิยม

ยกตัวอย่าง ภาคใต้ คะแนนจากสงขลา นครศรีธรรมราช ฯลฯ “รวมไทยสร้างชาติ” กับ “ประชาธิปัตย์” คะแนนทิ้งกันไม่ขาด แถมยังมี “ภูมิใจไทย”มาแชร์แต้ม ทำให้ “เพื่อไทย” กลับแรงขึ้นมา ทั้งๆ ที่คะแนนนิยมดีขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ฝั่งอนุรักษ์นิยมมีตัวหารมาก ทำให้คะแนนเหมือนลดลง สะท้อนว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยมเสียเปรียบในพื้นที่เป้าหมายของตัวเอง

12. ฐานคะแนนฝั่งเสรีนิยม หลายคนไม่กล้าเลือก “พรรคก้าวไกล” เพราะกลัว “พรรคเพื่อไทย” ไม่แลนด์สไลด์ แล้วแพ้ 2 ป.

13. ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจทั้งในแบบปาร์ตี้ลิสต์และแบ่งเขต มาเป็นอันดับ 1 เหนือการเลือก ส.ส. ทั้งสองระบบ

14. ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ คนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือก “พรรคเพื่อไทย” หรือ “พรรคก้าวไกล” จะตอบเสียงดังฟังชัด แต่คนที่เลือกพรรคฝั่งอนุรักษ์นิยม จะตอบแบบไม่เต็มเสียง เหมือนไม่กล้าแสดงตัวมาก

15. คะแนนจากการสำรวจโพลแบบปาร์ตี้ลิสต์รอบที่ 1 นี้ สามารถนำมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคได้เลย แต่อย่าลืมว่ายังมีคนไม่ตัดสินใจอีกราว ๆ 32 %

16. ส่วน % คะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตใน 8 ภูมิภาค (สำรวจรอบที่หนึ่งนี้) สามารถพิจารณาถึงทิศทางความแรงของพรรคและตัวบุคคลในภูมิภาคนั้นๆ ได้รายภูมิภาค แต่ยังแปรเป็นจำนวน ส.ส.เขตในแต่ละภูมิภาคอย่างเจาะจงไม่ได้ตามหลักการทางสถิติ เนื่องจากการสำรวจไม่ได้สำรวจรายเขตเลือกตั้ง แต่เป็นการสำรวจความนิยมรายภูมิภาค (โซน) นั่นเอง (ส่วนการสำรวจโพลรอบสองแบบ 400 เขตเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นปลายเมษายนนั้น จะทราบถึงหน้าตา ส.ส.เฉพาะเขตเลือกตั้งได้)

17. ผลสำรวจรอบแรก (8 ภูมิภาคและ 33 เขต กทม.) สรุปคือ ตามหลักสถิตินั้น “เพื่อไทย” ยังไม่แลนด์สไลด์ในขณะนี้ แต่ในอนาคตสามารถออกได้ทั้งสองทิศ ระหว่างการแลนด์หรือไม่แลนด์สไลด์

18. ตัวแปรหลักเพียงหนึ่งเดียวที่บ่งชี้ว่า เพื่อไทยจะก้าวไปถึงการแลนด์สไลด์หรือไม่ จากผลสำรวจโพลในรอบแรก คือ “คะแนนของคนที่ยังไม่ตัดสินใจ” ซึ่งยังมีจำนวนมากนั่นเอง หรืออาจเรียกได้ว่า ขึ้นกับ (พรรค )คนที่ยังไม่ตัดสินใจ

คลิกอ่านผลสำรวจเนชั่นโพลแบบละเอียดได้ด้วยตัวเอง >>Click<<

อาลัย ‘อำนวย วีรวรรณ’ อดีตรองนายกฯ ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคปอดอักเสบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547052

18 เม.ย. 2566

อาลัย 'อำนวย วีรวรรณ' อดีตรองนายกฯ ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคปอดอักเสบ

‘ดร.อำนวย วีรวรรณ’ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.คลัง ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคปอดอักเสบติดเชื้อ สิริอายุ 90 ปี

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2566 มีรายงานว่า ดร.อำนวย วีรวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีต รมว.คลัง และ อดีต รมว.ต่างประเทศ ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อเวลา 14.30 น. ด้วยโรคปอดอักเสบติดเชื้อ สิริอายุ 90 ปี

ดร.อำนวย วีรวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 (90 ปี) สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ (อสช 12677) ปริญญาตรี พาณิชยศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต และปริญญาเอก ด้านการบริหารธุรกิจ ทั้ง 3 ปริญญาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา

ดร.อำนวย วีรวรรณ เคยตั้งพรรคการเมืองชื่อพรรคนำไทย โดยเป็นหัวหน้าพรรคเอง ในปี 2537 แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และถูกศาลฎีกาสั่งยุบพรรคเนื่องจากไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 17 พ.ย. 2539

ด้านชีวิตส่วนตัว ดร.อำนวย วีรวรรณ สมรสกับ คุณหญิงสมรศรี วีรวรรณ มีบุตรนอกจาก น.ส.อมรพิมลแล้ว ยังมีบุตรชายซึ่งเป็นบุคคลมีชื่อเสียงคือ นายถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร สถานีโทรทัศน์ช่องวัน (One31)

เลือกตั้ง ‘เมืองช้าง’ คึกคัก แกนนำพรรคใหญ่ ลงพื้นที่กันพรึบ!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547047

18 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง 'เมืองช้าง' คึกคัก แกนนำพรรคใหญ่ ลงพื้นที่กันพรึบ!!

สุรินทร์ ‘เมืองช้าง’ พื้นที่อีสานใต้ ศึกศักดิ์ศรีระหว่าง ภูมิใจไทยและเพื่อไทยมาตลอด เพราะการเลือกตั้งปี62 ทั้งสองพรรคต่างได้คะแนนเสียงคู่คี่สูสีกันมา แต่เลือกตั้ง66 ระวังม้ามืด อย่าง ‘พลังประชารัฐ’

จ.สุรินทร์ ‘เมืองช้าง’ พื้นที่อีสานใต้ นับเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างภูมิใจไทยและเพื่อไทยมาตลอด เพราะการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ทั้งสองพรรคต่างได้คะแนนเสียงคู่คี่สูสีกันมา ผลัดกันแพ้ชนะ ทำให้ครั้งนี้เกิดการขับเคี่ยวกันอย่างมากในทุกเขตการเลือกตั้งของสุรินทร์ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามก็ประมาทตัวเต็งหรือม้ามืด อย่าง พลังประชารัฐ ที่ไม่อาจละสายตาหรือสบประมาท ซึ่งได้เร่งเดินหน้าลงพื้นที่ เคาะประตูบ้าน หวังเข้าถึงความหวัง และรับฟังเสียงเรียกร้อง และปัญหาของชาวบ้านในชุมชนด้วยตัวเองอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการเปิดเวทีปราศรัยประชาสัมพันธ์นโยบายพรรค เร่งแก้เอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน และการบริหารจัดการน้ำ โดยให้คำมั่นว่า “ทุกปัญหาจะต้องได้รับการแก้ไข” ซึ่งจะเป็นโอกาสให้พลังประชารัฐ เชื่อว่าจะสามารถกุมหัวใจชาวสุรินทร์ได้เช่นกัน

ล่าสุด พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมคณะ ร่วมลงพื้นที่ให้กำลังใจ ส่งแรงขับเคลื่อน คอยสนับสนุน และผลักดันแนวทางการหาเสียงให้กับทีมผู้สมัคร พรรคพลังประชารัฐ เขต 7 “นายพิเชษฐ์ สุทธิศิริวัฒนะ” หรือ “อดีต สจ. จ๋อม” เบอร์ 6 

พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกฯและรมว.กลาโหม ประธานที่ปรึกษา พปชร. พร้อมคณะ ร่วมลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้สมัคร สส.เขต 7 สุรินทร์ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกฯและรมว.กลาโหม ประธานที่ปรึกษา พปชร. พร้อมคณะ ร่วมลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้สมัคร สส.เขต 7 สุรินทร์

โดยชูศักยภาพและจุดเด่นของผู้สมัครว่าเป็นคนในพื้นที่ รับรู้ปัญหาของประชาชนมาโดยตลอด มีประสบการณ์ในวงการการเมืองอย่างยาวนาน ทั้งการเป็นรองประธานสภา คนที่ 1 อบจ.สุรินทร์ และเคยเป็นคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ทั้งยังมีความซื่อสัตย์ จริงใจ ตรงไปตรงมา ตั้งใจทำเพื่อบ้านเมืองอย่างเต็มที่ และมีศักยภาพที่จะเข้าไปทำหน้าที่แทนประชาชนด้วยใจจริง พร้อมประกาศความมั่นใจต้องคว้า 1 ที่นั่งสส. สุรินทร์ เขต 7 ชาวอำเภอปราสาทและอำเภอลำดวน และเชื่อมั่นว่าจะสามารถล้มแชมป์เก่า โค่นฐานอำนาจเดิม

ขณะที่ 2 พรรคใหญ่อย่าง ภูมิใจไทย และ เพื่อไทย ต่างมุ่งเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในการหาเสียง เรียกคนจำนวนมากให้เข้ามานั่งฟังนโยบายของพรรค โดยจะเห็นว่าภูมิใจไทยรุกเร็วด้วยการใช้กลยุทธ์จัดเวทีปราศรัย ประกาศนโยบายของตัวเองแต่เนิ่นๆ โดยมีแกนนำคนสำคัญของพรรค ตั้งแต่หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ที่ยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบันมาร่วมโชว์วิสัยทัศน์ ให้พ่อแม่พี่น้องชาวสุรินทร์ได้รับรู้ 

ส่วนเพื่อไทยเองก็ตามมาติดๆ รีบชิงพื้นที่ในเวลาอันรวดเร็ว โดยเลือกใช้วิธีเดียวกันด้วยการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน’ โดยมีแกนนำพรรคคนสำคัญ ตั้งแต่หัวหน้าพรรค หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และทีมผู้ใหญ่ของพรรคลงมาช่วยกันหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. เพื่อไทยเต็มที่

สุรินทร์ ถึงแม้จะเป็นจังหวัดขนาดกลาง แต่ถือว่าการแข่งขันดุเดือดไม่แพ้กัน เห็นได้จากแนวรุกหาเสียงของทั้ง 3 พรรค รวมทั้งพรรคอื่นๆ ต่างหวังที่จะช่วงชิงที่นั่งสส.‘เมืองช้าง’ ให้ได้มากที่สุดกันทั้งนั้น แต่ใครจะครองคะแนนเสียงได้นั้น นอกจากจะวัดจากนโยบายที่แข็งแกร่งและถูกใจประชาชนหรือไม่ของแต่ละพรรคแล้ว ก็ต้องมาดูว่าวิธีหาเสียงของพรรคไหนจะโดนใจชาวสุรินทร์มากกว่ากันด้วย

เลือกตั้งเมืองช้างคึกคัก แกนนำพรรคใหญ่ลงพื้นที่กันพรึบเลือกตั้งเมืองช้างคึกคัก แกนนำพรรคใหญ่ลงพื้นที่กันพรึบ

เปิด 5 ‘นโยบายเพื่อไทย’ แก้วิกฤตโลกร้อน หนักสุดในรอบ 100 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547046

18 เม.ย. 2566

เปิด 5 'นโยบายเพื่อไทย' แก้วิกฤตโลกร้อน หนักสุดในรอบ 100 ปี

เปิด 5 ‘นโยบายเพื่อไทย’ แก้วิกฤตโลกร้อน หนักสุดในรอบ 100 ปี ‘ปลอดประสพ’ เผยไทยร้อนนาน 8 เดือน ต้องแร่งออกโฉนด 50 ล้านไร่เพื่อปลูกไม้ยืนต้น ลดก๊าซเรือนกระจก สร้างแนวเกาะสร้อยไข่มุก ปิดอ่าวไทยตอนใน แก้น้ำท่วมภาคกลาง เพิ่มพื้นที่เศรษฐกิจใหม่อีก 5,400 ตร.กม.

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมการนโยบายสิ่งแวดล้อม พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงถึงยุทธศาสตร์การรณรงค์เลือกตั้งโค้งสุดท้ายพรรคเพื่อไทย(พท.) ว่า พรรคเพื่อไทยมีจุดยืนในด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม โดยมีความตั้งใจที่จะพิทักษ์รักษาโลกให้พ้นจากวิกฤตสิ่งแวดล้อม 9 ประการ หรือ Planetary Limits ตามแนวทางของ UNEP เพื่อคงความสามารถในการรักษาสิ่งที่มีชีวิต (Life System Support)

5 นโยบายแก้วิกฤตโลกร้อน

 ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญมหันตภัย 3 ด้าน ได้แก่ โลกร้อน มลพิษ และความหลากหลายทางชีวภาพ จึงต้องพยายามรักษาดุลยภาพระหว่างมนุษย์ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อความสมบูรณ์พูลสุขและการพัฒนาที่ยั่งยืน จุดยืนดังกล่าวนำไปสู่การออกนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม 5 ข้อ ได้แก่

1.แก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประมวลกฎหมายระดับ 4 (Tier 4) โดยเพิ่มความเข้มงวด ครอบคลุมจุดกำเนิด หรือ Non Point Sources เช่น PM2.5 มลพิษที่เกิดจากการเผาป่า ขยะที่มีสารพิษเจือปน ควบคุมไปถึงแหล่งกำเนิดมลพิษ ที่ไหลลงทะเล โดยจะเป็นกฎหมายที่มีหลักวิชาการรองรับ และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

2.ผู้ก่อให้เกิดมลภาวะจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายหรือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น บริษัทที่มีคอนแทรค ฟาร์มมิ่ง ให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดบนยอดเขา ถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

3.ผู้พิทักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจะได้ประโยชน์จากภาระหน้าที่ ความเจริญของข้างล่างต้องสมกับความพยายามของคนบนเขา ทำให้เขายินดีที่จะรักษาต้นน้ำ เพราะมีคนที่เห็นถึงคุณค่าการทำหน้าที่ของเขา

4.สนับสนุนหลักคิด BCG (Biological Circular Economy: Green)

5.ปฎิรูปโครงสร้างและความรับผิดชอบทางราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการให้กรมควบคุมมลพิษสามารถทำหน้าที่ Regulator ได้อย่างสมบูรณ์ เหนือกรมอื่นในการควบคุม

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดีดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี

ไทยแล้งสุดในรอบ 100 ปี-ร้อน 8 เดือน

นายปลอดประสพ กล่าวว่า จากนโยบายสามารถแปลงเป็นโครงการได้ดังนี้

1.แก้ปัญหาโลกร้อน ในปีนี้ประเทศไทยอาจเผชิญปัญหาภัยแล้งที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 100 ปี และอยู่กับหน้าร้อนยาวนานถึง 8 เดือน จึงเสนอวิธีการแก้ไขด้วยการออกโฉนด 50 ล้านไร่ เพื่อปลูกไม้ยืนต้น เพื่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) พร้อมปรับเปลี่ยนระบบการผลิตของภาคอุตสาหกรรม เป้าหมายเพื่อให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Zero GHG emissions) รวมไปถึงการปรับกระบวนการผลิตภาคเกษตรให้สอดคล้องกับฤดูกาลที่จะเปลี่ยนไป

2.แก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย ได้แก่

  • น้ำท่วม ก่อสร้างสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ท้ายน้ำในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ชี และมูล เพิ่มพื้นที่ชุ่มน้ำ และคลองระบายน้ำ (Flood ways)
  • น้ำแล้ง เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 40 ล้านไร่
  • น้ำเสีย สนับสนุนให้มีโรงบำบัดน้ำเสียในทุกระดับ โดยเฉพาะในระดับชุมชน ซึ่งจะจัดแบบ Cluster และพิจารณากำหนดให้มีค่าน้ำเสีย

3.แก้ปัญหาขยะล้นเมือง ได้แก่ ขยะบ้านและขยะอาหาร จะได้รับการสนับสนุนการคัดแยก การขนส่งจัดเก็บและการทำลาย ขยะอุตสาหกรรม รัฐจะสนับสนุนระบบ Circular System เพื่อลดปริมาณขยะและเป็นการสร้าง Value chains และริเริ่มสนับสนุน Urban mining หรือการทำเหมืองในเมือง

4.รักษาอากาศให้สะอาดและลด PM 2.5 โดยการหยุดยั้งการเผาป่าในที่สูง สนับสนุนการไถกลบซากและตอซังพืชไร่ชนิดต่างๆในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมเจรจาประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดการเผาไร่ข้าวโพด และนำระบบ GAP และระบบการติดตามแหล่งกำเนิดมาใช้กับผู้นำเข้าข้าวโพดอย่างเคร่งครัด

5.ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และน้ำทะเลท่วมพื้นที่ต่ำด้วยการฟื้นฟูทะเลไทย ควบคุมการประมง ลดน้ำเสีย ลดการทิ้งขยะ (Blue Evolution) ปลูกป่าชายเลนและควบคุมการก่อสร้างริมฝั่งทะเลอย่างเคร่งครัด พร้อมสร้างแนวเกาะสร้อยไข่มุก เพื่อปิดอ่าวไทยตอนใน กรณีน้ำทะเลขึ้นสูงและท่วมภาคกลางของประเทศ ผลพลอยได้จะได้พื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่มีราคาและมูลค่าสูงมากอีกประมาณ 5,400 ตารางกิโลเมตร(ตร.กม.)

นายปลอดประสพ บอกไทยจะร้อนนาน 8 เดือนนายปลอดประสพ บอกไทยจะร้อนนาน 8 เดือน

‘ก้าวไกล’ หวังได้เป็นรัฐบาลบ้าง มั่นใจคู่แข่งในกทม.มีแค่ ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547043

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

18 เม.ย. 2566

‘ก้าวไกล’ หวังได้เป็นรัฐบาลบ้าง มั่นใจคู่แข่งในกทม.มีแค่ ‘เพื่อไทย’

เลขาธิการพรรคก้าวไกล หวังลึกๆได้เป็นรัฐบาลบ้าง วิเคราะห์ 3 สมการการเมือง เป็นรัฐบาลผสม-ขั้วเดิม รวมไม่ถึง 200-สว.ไม่มีทางมีอิทธิฤทธิ์

พรรคก้าวไกล นำคณะผู้บริหารของพรรคบางส่วนและผู้สมัคร สส. กทม. 33 คน มาเยือน Town hall ของเครือเนชั่นในวันนี้ (18เม.ย.66) หวังสูงจะได้เป็นรัฐบาล พร้อมระบุว่าในพื้นที่กทม. มีแข่งอยู่ 2 พรรค คือ เพื่อไทยกับก้าวไกลเท่านั้น

‘ก้าวไกล’ หวังได้เป็นรัฐบาลบ้าง มั่นใจคู่แข่งในกทม.มีแค่ ‘เพื่อไทย’

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวตอนหนึ่งในงานดังกล่าวว่า เรามีผู้สมัครกทม.ที่จะเอาชนะได้ทุกเขต มาถึงตอนนี้ไม่ใช่แค่กทม.  ตอนนี้กระแสตอบรับของพรรคในต่างจังหวัด เรากำลังขึ้นสู่กระแสสูงในช่วงโค้งสุดท้ายจริงๆ

“ในกทม.ถ้าพูดแบบฟันธงเลย มีแข่งกันอยู่สองพรรค คือก้าวไกล เพื่อไทย แค่นั้น แล้วก็แข่งกันว่าใครจะได้เกินครึ่งมากกว่ากัน”

‘ก้าวไกล’ หวังได้เป็นรัฐบาลบ้าง มั่นใจคู่แข่งในกทม.มีแค่ ‘เพื่อไทย’

เลขาธิการพรรคก้าวไกล บอกอีกว่า คิดว่าความแตกต่างโดดเด่นของก้าวไกล กับพรรคการเมืองที่เหลือทั้งหมด เส้นแบ่งไม่ใช่เรื่องวัย เรื่อง Gen แต่คิดว่าคือเส้นเรื่องความเชื่อมั่นในการทำงานการเมืองแบบเดิมๆที่ผ่านมาทั้งหมด กับความต้องการที่ว่าถ้าเราอยากจะแก้ไขปัญหาของประเทศต้นตอจริงๆ อยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า มีอนาคต พร้อมเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆจริงๆเราต้องการวิธีการทำงานการเมืองแบบใหม่ ทักษะความเข้าใจโลกแบบใหม่ๆ ทั้งเข้าใจโลกแบบใหม่ รู้จักแบบเก่า พร้อมเผชิญหน้าสิ่งใหม่อย่างมีวุฒิภาวะ ตรงนี้คือเส้นแบ่งที่ชัดเจนมาก

‘ก้าวไกล’ หวังได้เป็นรัฐบาลบ้าง มั่นใจคู่แข่งในกทม.มีแค่ ‘เพื่อไทย’

คิดว่าการเลือกตั้งรอบนี้ เมื่อเทียบกับ 2562 ในนามพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าเราพร้อมกว่าทั้งแง่ของบุคลากร นโยบาย การพิสูจน์ตัวเอง 4 ปีที่ผ่านมา เราทำงานโดดเด่นแตกต่างจากพรรคอื่นอย่างไร “นี่ขนาดเป็นฝ่ายค้านยังขนาดนี้ แล้วถ้าเราเป็นรัฐบาลจะขนาดไหน ผมเคยบอกว่าอย่าเสียดายที่จะไม่มีพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านอีก แต่จะเสียดายมากกว่าถ้าไม่ได้เห็นพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล 

“สมการหลังการเลือกตั้งจะเป็นแบบนี้นะครับ 1.ไม่มีทางเกิดรัฐบาลพรรคเดียว ต้องเป็นรัฐบาลผสม 2.ขั้วรัฐบาลปัจจุบัน รวมกันยังไงก็ไม่ถึง 200 3.สว.ไม่มีทางมีอิทธฤทธิ์เหมือนเดิม เพราะว่า การจัดตั้งรัฐบาลจริงมันจบก่อนสว.โหวตอยู่แล้ว เมื่อสมการเป็นแบบนี้ ชัยชนะของพรรคก้าวไกลเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการที่จะบอกว่ารัฐบาลชุดหน้า หน้าตาจะเป็นอย่างไร” 

ด้าน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้สมัครสส.กทม.เขตบางขุนเทียน หรือ สส.กาย กล่าวว่า ยังมองไม่เห็นว่าผู้สมัครสส.กทม.คนไหนของพรรคจะไม่ได้เป็นสส.  ส่วนตัวเองก็มั่นใจว่าจะได้กลับมาเป็นสส.อีกแน่นอน เพราะว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งรอบนี้ ใครจะว่ากกต.จะตัดแบ่งเป็นแบบไหนก็แล้วแต่ ในนามพรรคก้าวไกลเราทำงานใหญ่ของประเทศ 

‘ก้าวไกล’ หวังได้เป็นรัฐบาลบ้าง มั่นใจคู่แข่งในกทม.มีแค่ ‘เพื่อไทย’

“ผมลงสมัครสส.เขตอีก พบปะพี่น้องประชาชนแล้วบอกว่า ไอ้หนุ่มเอ็งนี่มันแน่มาก ในสภาผู้แทนราษฎร 4 ปี เลือกไปแล้วไม่คิดว่าจะพูดได้ในสภา เอ็งพูดไม่หยุดเลย รอบหน้าเลือกให้ไปพูดใหม่ แต่ไปพูดในฝ่ายรัฐบาล รอบนี้จึงหาเสียงว่าเลือกสส.กายคนเดิมเพื่มเติมคือไปเป็นรัฐบาลนะ”