‘สมศักดิ์’ ลุยล่องเหนือช่วยผู้สมัคร ‘เพื่อไทย’ หาเสียง ดันส่งวัวไทยขายตปท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546396

07 เม.ย. 2566

'สมศักดิ์' ลุยล่องเหนือช่วยผู้สมัคร 'เพื่อไทย' หาเสียง ดันส่งวัวไทยขายตปท.

‘สมศักดิ์’ ลงพื้นที่ จ.ตากและจ.พิจตร ช่วยผู้สมัคร ‘เพื่อไทย’ หาเสียง แฉปัญหาราคาวัวไทย ตกต่ำ รัฐบาลชุดนี้ เมินเจรจาขายให้ต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 1 เบอร์ 8 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตลาดนัด โค-กระบือ มารวย อ.เมือง จังหวัดตาก พบปะกับพี่น้องเกษตรกรเลี้ยงวัว

จากนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงวัว ต้องประสบปัญหาราคาวัวไม่ดี เพราะไทยไม่มีตลาดรองรับเหมือนลาว ที่มีโควต้าส่งออกไปจีนถึง 5 แสนตัว เมื่อลาวมีโควต้าแล้ว ก็มาขอซื้อวัวที่ไทย เพื่อนำไปขายต่อที่จีนอีกทอด ทำให้พี่น้องเกษตรกรของเรา ต้องถูกกดราคา ซึ่งเรื่องนี้ตนมองว่า รัฐบาลต้องเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ชาวเกษตรกรจะได้ไม่ต้องขายให้ลาวในราคาถูก

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สมัยตนดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ได้ขอให้ รมว.ต่างประเทศ ช่วยเจรจาขายวัวให้กับจีน แต่ได้คำตอบที่น่าอึ้งว่า กระทรวงเกษตรฯ ผู้ที่รับผิดชอบ ไม่ได้ทำข้อมูล เพื่อให้กระทรวงต่างประเทศนำไปเจรจาเสนอขายให้ต่างประเทศ “เสมือนไม่มีเมนูไปเสนอลูกค้า” นั่นเองต้องยอมรับว่า รัฐบาลปัจจุบัน มีหลายพรรคร่วม กระทรวงต่างๆถูกกระจาย ทำให้ไม่เกิดการบูรณาการร่วมกัน  

“หากตนเข้าไปเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จะช่วยขับเคลื่อนเรื่อดงังกล่าว ทำให้วัวของไทย สามารถส่งออกไปขายต่างประเทศให้ได้ และมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทย สามารถทำได้อย่างแน่นอน เพราะสมัยเป็นอดีต รมว.ยุติธรรม เคยยกระดับเป็นซอฟต์พาวเวอร์ วัวบางตัวสามารถเป็นนักกีฬาได้ ยิ่งเพิ่มมูลค่าให้กับสัตว์ที่ออกไปสู่สากล โดยเรื่องนี้ สามารถทำได้ทั้งวัวและไก่ชน รวมถึงยิ่งเพิ่มมูลค่าให้สูงเหมือนม้าแข่งของต่างประเทศได้ด้วย ดังนั้น รัฐบาล ต้องมีผู้ที่เข้าใจถึงแก่นแกนแบบตน เข้าไปขับเคลื่อนให้พี่น้องเกษตรกรอยู่ดีกินดีขึ้น” นายสมศักดิ์

นอกจากนี้นายสมศักดิ์ยังเดินทางไปยัง วัดตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จ.พิจิตร เพื่อช่วยนายภูดิท อินสุวรรณ์ ผู้สมัคร สส.พิจิตร เขต 2 เบอร์ 8 ในการหาเสียง พร้อมกับรับทราบปัญหาของชาวพิจิตรที่ขาดสภาพคล่องทางการเงินจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ วันนี้พรรคเพื่อไทย มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมากและเชื่อว่าจะทำให้พี่น้องประชาชนกลับมาฟื้นตัวได้ 


ดังนั้นขอให้เลือกทั้งคน เลือกทั้งพรรคเพื่อไทย(เบอร์ 29) อย่าเลือกคนที่นำเงิน 500 บาท มาให้เท่านั้น แต่ขอให้เลือกจากนโยบายที่จะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเราดีขึ้น และเลือกตั้งครั้งนี้ อยากให้ช่วยกันเลือกให้เกิดแลนด์สไลด์ เพราะไม่เช่นนั้น จะตั้งรัฐบาลไม่ได้

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ผลักดันวัวขายออกต่างประเทศนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ผลักดันวัวขายออกต่างประเทศนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ลงพื้นที่ จ.ตากและจ.พิจิตรนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ลงพื้นที่ จ.ตากและจ.พิจิตร

‘เจ๋ง ดอกจิก’ อัดนโยบายแจกเงินดิจิตอล 1 หมื่น ชี้ไทยต้องใช้เงินบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546387

07 เม.ย. 2566

'เจ๋ง ดอกจิก' อัดนโยบายแจกเงินดิจิตอล 1 หมื่น ชี้ไทยต้องใช้เงินบาท

‘เจ๋ง ดอกจิก’ อัดนโยบายเพื่อไทย แจกเงินดิจิตอล 1 หมื่น เผยไทยต้องใช้เงินบาทเท่านั้น ขณะที่ ‘เศรษฐา’ แจง เป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หาก ‘เพื่อไทย’ เป็นรัฐบาล ทำทันที 1 ม.ค.67

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ประธานกลุ่มรวมใจรักชาติ อดีตแกนนำนปช.ที่หันมาสนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงนโยบายแจกเงิน 1 หมื่นบาทของพรรคเพื่อไทยว่า เป็นนโยบายขายฝันเพ้อฝันประเทศไทยต้องใช้เงินบาทเท่านั้น สกุลเงินต้องเป็นเงินบาท ถ้าเป็นเงินดิจิทัลบ้าบอคอแตก ประเทศพม่าใช้เงินจ๊าด สปป.ลาวใช้เงินกีบ ญี่ปุ่นใช้เงินเยน ประเทศไทยต้องใช้เงินบาทจะมาใช้เงินดิจิตอลทัลถือว่า ผิดกฎหมาย 

ส่วนที่บอกว่าจะโอนเงินเข้ากระเป๋าดิจิทัล 10,000 บาท ฟังแล้ว ถือว่าเป็นการสร้างนโยบายที่ผิดพลาดจะไปเอาเงินที่ไหนมาแจก เงินดิจิทัลใช้ไม่ได้ ชาวบ้านไม่รับรู้ไม่รับฟัง ชาวบ้านได้แน่ๆ คือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรลุงตู่ สิ้นเดือนมีเงินโอนเข้าแน่นอนและใช้ได้ตลอด

“ชาวบ้านเขาไม่สนใจเงินในกระเป๋าดิจิทัล ชาวบ้านไม่เชื่อ บอกว่าแค่คนละครึ่งที่ให้มาก็งงอยู่พักใหญ่กว่าจะทำได้ แล้วมาบอกว่าจะจ่ายเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลอีก ชาวบ้านยิ่งงงใหญ่เขาจึงไม่สนใจ มองว่า เป็นการหลอกลวง นี่คือสิ่งที่ผมให้ความรู้กับชาวบ้านไป” เจ๋ง ดอกจิก กล่าว

เจ๋ง ดอกจิก เจ๋ง ดอกจิก
ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีเสียงตอบรับและมีคำถามมากมาย ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยบอบช้ำเป็นอย่างมาก รวมทั้งภาคเศรษฐกิจ พี่น้องประชาชนมีรายได้ลดลง รายจ่ายเพิ่มขึ้นอยู่ในภาวะซึมลึก ซึมยาว ซึมนาน  รัฐบาลปัจจุบันค่อยๆ หยอดน้ำข้าวต้มมาเรื่อยๆ ด้วยจำนวนเงินเล็กน้อย ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ถือว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง ไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ 
 

พรรคเพื่อไทย คิดใหญ่ ทำเป็น จึงมีนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต  10,000 บาท สำหรับประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปภายใน 6 เดือน เพราะต้องการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในท้องถิ่นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างบล็อคเชน ซึ่งสามารถระบุวิธีการใช้เงินว่าจะนำไปใช้จ่ายอะไรได้บ้าง ไม่สามารถใช้ในพื้นที่นอกบัตรประชาชนได้ และจะจำกัดไม่ให้ใช้ในรูปแบบอื่นที่ไม่เหมาะสม เช่น ใช้ในการพนัน ใช้หนี้นอกระบบ นอกจากนี้อาจจะมีการพิจารณาข้อจำกัดอื่นเพิ่มเติม เช่น การขยายระยะทางในการใช้ดิจิทัลวอลเล็ต ในพื้นที่ห่างไกล เช่น 6.5 – 7.5 กม. การใช้หนี้สถาบันการเงิน โดยจะลงพื้นที่ไปพบปะ พูดคุยกับประชาชนเพื่อสอบถามถึงความต้องการที่แท้จริงเพิ่มเติมด้วย 

นายเศรษฐา ยืนยันว่า เศรษฐกิจดิจิทัล จะทำให้ประเทศไทยก้าวมาสู่แนวหน้าระดับโลกได้ ดิจิทัลวอลเล็ต  10,000 บาท เป็นการกระตุกเศรษฐกิจให้คนไข้ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาให้ฟื้น ลุกขึ้นมายืนได้  และจะช่วยให้สามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น รวมกับการจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2567  ภาษีแวต ภาษีนิติบุคคล20% จากกำไรของบริษัทต่างๆ  ภาษีจากภาคธุรกิจ และการใช้งบประมาณสวัสดิการจากภาครัฐที่จะลดน้อยลงไป โดยหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ได้จัดตั้งรัฐบาล คาดว่านโยบายดิจิทัล วอลเล็ต จะดำเนินการทันทีในวันที่ 1 มกราคม 2567 
นายเศรษฐา ทวีสิน นายเศรษฐา ทวีสิน

‘สัณหพจน์’ วอน ผู้ไม่หวังดี หยุดทำลาย ‘ป้ายหาเสียง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546383

07 เม.ย. 2566

'สัณหพจน์' วอน ผู้ไม่หวังดี หยุดทำลาย 'ป้ายหาเสียง'

‘สัณหพจน์’ วอน ผู้ไม่หวังดี หยุดทำลายป้ายหาเสียง แฉถูกแกล้ง หลังคู่แข่งเข้ามาปักป้ายใกล้กัน เชื่อชาวลุ่มน้ำปากพนัง ซื้อไม่ได้

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง รองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 3 (ปากพนัง หัวไทร) เปิดเผยว่า หลายวันที่ผ่านมา มีผู้ไม่หวังดี ทำลายป้ายหาเสียงผู้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่เขต 3 หลายพรรค รวมทั้งของตน ด้วยการเผาทำลายป้ายของตัวเอง 

ซึ่งเป็นวิธีการแบบเก่าที่คู่แข่งใช้ในการหาเสียง ตนไม่คาดคิดว่า ปัจจุบันยังคงมีการใช้วิธีดังกล่าวอยู่ถือเป็นแนวความคิดที่ไม่สร้างสรรค์อย่างสิ้นเชิงของพรรคการเมืองเก่าแก่ 
 

ดร.สัณหพจน์ เล่าต่อว่า ป้ายหาเสียงของตนที่ถูกทำลายนั้น ทราบจากชาวบ้าน เกิดขึ้นภายหลังมีการปักป้ายหาเสียงของผู้สมัครอีกราย คู่แข่งในเขตเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามตนเชื่อมั่นในความคิดของประชาชนว่า มีคนที่รักที่ชอบในใจอยู่แล้ว แม้ว่าจะมีการทำลายป้าย หรือการใช้อิทธิพล อำนาจการเมืองท้องถิ่นในทางที่ผิดเข้ามาข่มขู่ ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การเรียกพี่น้อง อสม.เข้ามาข่มขู่ และจ่ายเงินเพื่อหวังซื้อใจ การใช้ผู้มีอิทธิพล และนักการเมืองท้องถิ่น ฝ่ายปกครองในพื้นที่เข้าไปข่มขู่ ก็ไม่สามารถทำลายความคิดของประชาชนได้ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งมีการศึกษาและมีความคิดเป็นของตัวเองได้ 
ป้ายหาเสียงถูกทำลายป้ายหาเสียงถูกทำลายป้ายหาเสียงถูกทำลายป้ายหาเสียงถูกทำลาย

เลือกตั้ง66 : ‘กกต.’ ย้ำ 10 ข้อ ผู้สมัคร สส. ‘ห้ามทำ’ หาเสียงเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546379

07 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 : 'กกต.' ย้ำ 10 ข้อ ผู้สมัคร สส. 'ห้ามทำ' หาเสียงเลือกตั้ง

‘กกต.’ เน้นย้ำ 10 ข้อห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ‘ผู้สมัคร สส.’ ห้ามสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ห้ามจัดเลี้ยง ห้ามจัดมหรสพ ห้ามใช้อิทธิพลข่มขู่ จัดยานพาหนะไปรับส่ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศกําหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 นาฬิกา เป็นวันเลือกตั้ง สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอประชาสัมพันธ์เน้นเกี่ยวกับ ข้อห้ามไม่ให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง หรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

1.จัดทําให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคํานวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด

2.ให้เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์หรือสถาบันอื่นใด

3.ทําการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ

4.เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด

5.หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

6.การหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครและพรรคการเมือง ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับแนวทางที่กําหนด เป็นนโยบายของพรรคการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

7. ห้ามมิให้ผู้สมัครผู้ใดจัดยานพาหนะ นําผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้งหรือนํากลับไปจากที่เลือกตั้ง หรือจัดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปหรือกลับเพื่อการออกเสียงลงคะแนน โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารยานพาหนะ หรือค่าจ้างซึ่งต้องเสียตามปกติ

8. ห้ามมิให้ผู้ใดกระทําการเพื่อจูงใจหรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนเลือก หรือ ลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด

9. ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย เข้ามีส่วนช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง หรือ กระทําการใดๆ เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งโดยประการที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ทั้งนี้ เว้นแต่การกระทํานั้นเป็นการช่วยราชการ หรือเป็นการประกอบอาชีพตามปกติ โดยสุจริตของผู้นั้น

และ 10. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตําแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทําการใดๆ เพื่อเป็นคุณ หรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า เลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561

โดยได้กําหนดกรอบ ระยะเวลาการให้ปฏิบัติ วิธีปฏิบัติ และข้อห้ามในการหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส. พรรคการเมือง รวมถึงผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง และหน่วยงานของรัฐ จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนอาจได้รับโทษปรับ หรือจําคุก เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ตลอดทั้งการยุบพรรคการเมือง

ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เว็บไซต์ สํานักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง http://www.ect.go.th หรือ Facebook แฟนเพจ “สํานักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1444

เลือกตั้ง66 : ส่อง ‘นโยบายเพื่อไทย’ ‘แจกเงินดิจิทัล’ ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546372

07 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 : ส่อง 'นโยบายเพื่อไทย' 'แจกเงินดิจิทัล' ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง

นักวิชาการ มข. ส่อง ‘นโยบายเพื่อไทย’ คงสไตล์หวือหวา ‘แจกเงินดิจิทัล’ 1 หมื่นบาท ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ตอบโจทย์ยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง เชื่อโกยฐานเสียงคนรากหญ้าได้มาก แม้สุดท้ายจะสำเร็จ หรือไม่ก็ตาม

ดร.อิมรอน โสะสัน อาจารย์ประจำสาขาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) วิพากษ์นโยบายเพื่อไทยออกนโยบายเติมเงินกระเป๋าดิจิทัล 1 หมื่นบาท  หรือ ‘แจกเงินดิจิทัล’ ให้คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป กำหนดการใช้จ่ายภายใน 6 เดือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นับเป็นกระบวนการหาเสียงอย่างหนึ่งของเพื่อไทย ที่ใช้ความหวือหวาสร้างการถงเถียงในสังคม

แน่นอนต้องมีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง ไม่ว่านโยบายนี้จะสามารถผลักดันสำเร็จหรือไม่ก็ตาม เพื่อไทยได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ได้แรกคือได้ใจประชาชน มีใครบ้างไม่ชอบแจกเงิน 10,000 หมื่นบาทต่อคน

ทุกวันนี้ประชาชนเดือดร้อนต้องการเงินทั้งนั้น ได้ที่สองคือได้ฐานคะแนนเพิ่มแน่นอน บวกกับกระแสเพื่อไทยตอนนี้ ประชาชนเชื่อว่าทำได้ ตามสโลแกน คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน

เพื่อไทยประกาศนโยบาย แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทต่อคน เพื่อไทยประกาศนโยบาย แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทต่อคน

สมมุติว่านโยบายแจกเงิน 1 หมื่นบาทต่อคน ไม่สามารถผลัดดันให้สำเร็จได้ เนื่องจากมีคนออกมาคัดค้าน เพื่อไทยก็มีข้ออ้าง และอธิบายให้ประชาชนได้ว่าพรรคเพื่อไทยพยายามผลักดันแล้ว แต่มีบางพรรค บางกลุ่มไม่เห็นด้วย จึงทำให้ไม่สำเร็จ

เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทยที่พยายามผลักดันเรื่องกฎหมายกัญชา แต่พรรคการเมืองโหวตคว่ำพ.ร.บ.ทำให้เรื่องยังไม่สำเร็จ ลักษณะเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้พรรคการเมืองแทบจะไม่ต้องมารับผิดชอบทางการเมือง เพราะอ้างว่าพยายามผลักดันแล้ว นี่คือทางออกหนึ่งของการทำนโยบายเชิงพรรคการเมืองหากผลักดันไม่สำเร็จ

นโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ทางเพื่อไทยน่าจะประเมินแล้ว และมั่นใจว่าจะได้คะแนนเสียงมาจากนโยบายนี้พอสมควร ส่วนจะผลักดันต่อไปถึงขึ้นสำเร็จหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ต้องศึกษาให้ดีว่าขัดต่อกฎหมายหรือไม่ บางทีคนที่ไม่เห็นด้วยอาจจะมีคนไปร้องว่าขัดต่อธรรมนูญหรือไม่ ก็เป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงเช่นกันแล้วแต่การตีความ

เรื่องนี้เพื่อไทยเสี่ยงเหมือนกัน แต่เขายอมเสี่ยงเพื่อทำให้ประชาชนเห็นว่าต้องการแก้ปัญหาจริงๆ เชื่อว่าก่อนจะออกนโยบายอะไรมาเขาต้องคิดรอบคอบอยู่แล้ว ซึ่งการแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท บวกลบคูณหารแล้วยังไงเพื่อไทยก็ได้ประโยชน์ เรื่องนี้เป็นไปได้หากผลักดันจริงๆ แต่อาจจะไม่เห็นผลในระยะเวลา 5 เดือน 10 เดือน ต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะการนำเงินงบประมาณแผ่นดินมาให้ประชาชนต้องผ่านหลายขั้นตอนและให้รัฐสภาอนุมัติเห็นชอบ

พรรคการเมืองอื่นๆถ้าจะสู้เพื่อไทย ต้องนำเสนอนโยบายที่หวือหวากว่านี้ นโยบายที่มั่นคงถาวร จับต้องได้เป็นเรื่องที่ดี แต่ในมิติของการหาเสียงนโยบายต้องมีสีสัน คนจะชอบหรือไม่ชอบเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เป็นนโยบายเชิงเศรษฐกิจที่ขายได้ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นได้ 

โดยเฉพาะเงื่อนไขการใช้เงินภายใน 6 เดือน รัศมีชุมชนไม่เกิน 4 กิโลเมตร(กม.) จากที่อยู่บัตรประชาชน ยิ่งทำให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น เชื่อว่าสัปดาห์นี้เพื่อไทยจะต้องออกมาอธิบายรายละเอียดมากกว่านี้

‘ศาลปกครองสูงสุด’ ยกฟ้องคดีแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546358

07 เม.ย. 2566

'ศาลปกครองสูงสุด' ยกฟ้องคดีแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่

‘ศาลปกครองสูงสุด’ ยกฟ้องคดีแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ชี้เป็นไปตามรธน. ด้าน’อรรถวิชช์’ เผยสร้างบรรทัดฐานใหม่ อนาคตกกต.แบ่งเขตได้ตามใจ

วันที่ 7 เม.ย. ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายกฟ้องคดีที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) , นายพัฒนา สัพโส ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.สกลนคร , นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งสส.สุโขทัย และนายพัฒ  ตั้งเบญจผล ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์จากจ.สุโขทัย ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้เพิกถอนประกาศ กกต.เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง

ศาลให้เหตุผลว่า เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง ต่อจำนวน สส.1 คน เป็นตัวตั้ง ทั้งในเขตพื้นที่ของ กทม. จ.สกลนคร  และ จ.สุโขทัย ตาม ประกาศ กกต. เรื่องแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งลงวันที่ 16 มี.ค.2566 จำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งใน 3 พื้นที่ดังกล่าว มีจำนวนไม่มาก หรือ มีจำนวนไม่น้อย กว่าร้อยละ 10 ของค่าเฉลี่ยจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง 162,766 คน ต่อจำนวน สส.1 คน จนเกินไป 

การที่ กกต. ออกประกาศ เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2566 กทม. 33 เขต จ.สกลนคร 7เขต และ จ.สุโขทัย 4 เขต จึงเป็นการประกาศที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 86 (5) ที่กำหนดว่า จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน และต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน จึงพิพากษายกฟ้อง

ขณะที่นายอรรถวิชช์ เปิดเผยภายหลังคำพิพากษาว่า ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ากกต.สามารถใช้กำหนดระเบียบการแบ่งเขต ที่ใช้ตัวเลขแบ่งต้องมีความใกล้เคียงกัน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่กกต.ใช้เกณฑ์ 10 เปอร์เซ็นต์ ค่าเฉลี่ย สส. 1 คนต่อราษฎร ซึ่งศาลพิพากษาให้เห็นชัดว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจของกกต. เรื่องการกำหนดค่าเฉลี่ย 10 เปอร์เซ็นต์ กกต.สามารถทำได้ 

เท่ากับว่าในอนาคตข้างหน้าการลงพื้นที่ของสส.ทุกคน จะมีโอกาสถูกแบ่งพื้นที่ใหม่ได้ ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ของพรรคการเมือง แต่ก็แล้วแต่ว่ากกต.จะแบ่งแบบไหน

ส่วนจะมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายอรรถวิชช์ เชื่อว่าประชาชนจะสับสนว่าทำไมการเลือกตั้งเขต หรือแขวง ปนกับเขตใหม่ ซึ่งเหตุผลที่ตนได้นำเสนอกับศาลและกกต.ตนบอกว่า เขตเลือกตั้งทั้ง 33 เขตในกทม. มีแค่ 4 เขตเท่านั้นที่เหมือนเดิม และได้เปรียบเทียบกับการเลือกตั้งปี 2554 – 2557 ที่เป็นระบบการเลือกตั้งที่เป็นระบบการเลือกตั้งเดียวกัน แต่คำพิพากษาวันนี้ ได้ไปเปรียบเทียบกับปี 2562 ซึ่งเป็นคนละระบบเลือกตั้ง ซึ่งเกณฑ์นี้กกต.ตั้งใจมาตั้งแต่ต้น ในอนาคตกกต.เพียงไม่กี่ท่านสามารถกำหนดเขตอย่างไรก็ได้ตามที่เห็นควร โดยมีรูปแบบการแบ่งเขต 4 แบบ ที่กกต.เลือก แบบที่ 1 มีประชาชาชนเห็นด้วยกับรูปแบบนี้เพียงคนเดียว ขณะที่รูปแบบที่ 3 ที่ควรจะเป็นและคุ้นเคย มีประชาชนเห็นด้วยถึง 403 คน แต่สุดท้ายก็ออกตามที่กกต.เลือก แต่ถึงอย่างไรเราพร้อมสู้ทุกรูปแบบเพราะผู้สมัครของพรรคเราในเขตกทม.ก็ใหม่หมด 

นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า ตนมาร้องจนถึงวันที่ศาลมีคำพิพากษา ไม่คิดว่าพรรคชาติพัฒนากล้า จะได้เปรียบ หรือเสียเปรียบอะไรในเรื่องนี้ แต่มันทำให้ระบบสส.ความเป็นผู้แทนเปลี่ยนแปลงไป

นายอรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นายอรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

‘ชวน หลีกภัย’ เสาหลักประชาธิปัตย์ ประเดิม ขึ้นปราศรัยใหญ่ ‘ลานคนเมือง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546355

07 เม.ย. 2566

‘ชวน หลีกภัย’ เสาหลักประชาธิปัตย์ ประเดิม ขึ้นปราศรัยใหญ่ ‘ลานคนเมือง’

‘ชวน หลีกภัย’ เสาหลักประชาธิปัตย์ ประเดิมขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก ที่ลานคนเมือง กรุงเทพฯ ช่วงเย็นวันนี้ก่อนลุยเดินหน้า หาเสียง ช่วยผู้สมัคร สส. ของพรรคทั่วประเทศ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า การปราศรัยใหญ่ของพรรคที่ลานคนเมือง กทม. วันศุกร์ที่ 7 เม.ย. นี้ ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป นอกจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะนำทัพผู้สมัคร สส. กทม. ปชป. และผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พบปะประชาชนแล้ว นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ประเดิมเป็นครั้งแรกด้วย 

ก่อนที่จะเดินสายรณรงค์หาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. ของพรรคทั่วประเทศ 

ทั้งนี้ นายชวน หลีกภัย เป็นนักการเมืองอาวุโสของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่รักเคารพของทั้งคนในพรรค และคนนอกพรรค เป็นนักการเมืองขวัญใจประชาชนมาอย่างยาวนาน


นายชวน เป็นแบบอย่างของนักการเมืองที่ดี ที่ไม่ทิ้งประชาชน คลุกคลีทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และเป็นแบบอย่างของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ยึดมั่นในระบบรัฐสภา

นายชวน หลีกภัย ช่วยผู้สมัคร สส.ปชป.หาเสียงนายชวน หลีกภัย ช่วยผู้สมัคร สส.ปชป.หาเสียง

หลังจากเสร็จสิ้นการปราศรัยใหญ่ที่ กทม. แล้ว นายชวน หลีกภัยพร้อมด้วยผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งจะร่วมคณะเดินสายช่วยรณรงค์หาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. ปชป. ทั่วประเทศจนเสร็จสิ้นการหาเสียงในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พ.ค. 2566 ตามกฎหมายกำหนด ก่อนที่จะมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 2566

“พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่า จากการทำงานหนักตลอดเวลาของนายชวน หลีกภัย และสมาชิกพรรคทั่วประเทศ จะมีส่วนอย่างสำคัญที่จะทำให้ประชาชนเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ และจะให้การสนับสนุนเลือกผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ทั่วประเทศอย่างท่วมท้นต่อไป”นายองอาจ กล่าว

ขุนพลพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก 17.30 น.7 เม.ย.2566ขุนพลพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก 17.30 น.7 เม.ย.2566

‘เพื่อไทย’ โวยพบมีการ ‘ซื้อขายบัตรประชาชน’ ส่อทุจริต ‘เลือกตั้ง66’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546348

07 เม.ย. 2566

‘เพื่อไทย’ โวยพบมีการ ‘ซื้อขายบัตรประชาชน’ ส่อทุจริต ‘เลือกตั้ง66’

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โวย มี ‘ซื้อขายบัตรประชาชน’ หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน มีทั้ง ‘อำนาจเจริญ-อุบลราชธานี’ ในการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า เตรียมยื่น กกต. ชี้ ธนกิจการเมือง เกิดขึ้นแล้ว

เลือกตั้ง66 ทุกพรรคการเมืองลุยพื้นที่หาเสียง ล่าสุดพบความผิดปกติส่อซื้อเสียงเกิดขึ้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผยว่า ขณะนี้มีข้อมูลการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนจากพื้นที่จ.อำนาจเจริญ และ จ.อุบลราชธานี ว่ามีการกระทำที่อาจเป็นการทุจริตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)ในพื้นที่

โดยวิธีการ มีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งได้ทำการเรียกรับบัตรประชาชน ซื้อบัตรประชาชนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน จ.อำนาจเจริญ และ จ.อุบลราชธานี นำไปรวบรวมให้ได้จำนวนมาก แล้วนำไปลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขตเลือกตั้ง ซึ่งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านช่องทางเวปไซต์และแอปพลิเคชัน Smart Vote จนถึงวันที่ 9 เม.ย. 2566 พร้อมกับมีการแจกจ่ายเงินให้เลือกพรรคการเมืองหนึ่ง 

โดยให้เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับประชาชนเป็นผู้รวบรวมบัตรประชาชน การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายการเลือกตั้ง จึงอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวด้วย โดยหลังจากนี้พรรคเพื่อไทยจะยื่นร้องเรียนต่อ กกต.จังหวัด ให้ตรวจสอบการกระทำดังกล่าวต่อไป

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นที่พรรคเพื่อไทยได้ประเมินสถานการณ์มาโดยตลอดว่าจะเกิด ธนกิจการเมือง แพร่หลายในช่วงเลือกตั้งได้เกิดขึ้นแล้ว การต่อรองผลประโยชน์ด้วยอำนาจเงิน เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครอง เพียงเพราะต้องการอยู่ในอำนาจต่อ 

การกระทำดังกล่าว เป็นไปด้วยความกลัวว่าจะสูญเสียอำนาจ ทั้งที่ล้มเหลวมาตลอดเกือบ 10 ปี ถือเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจที่สุดของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ทั้งหมดจึงเป็นที่มาว่าเหตุใด พรรคเพื่อไทยจึงรณรงค์อย่างหนักที่ต้องการจะชนะการเลือกตั้ง เพราะอำนาจที่แท้จริงต้องมาจากฉันทามติของพี่น้องประชาชนเท่านั้น จึงจะถือเป็นของจริงในการปกครองของไทย

‘ ชูวิทย์ ‘ยันทำตามกฏหมาย เดินหน้ารณรงค์ปมกัญชาต่อ ชี้ศาลยังไม่ตัดสิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546341

07 เม.ย. 2566

' ชูวิทย์ 'ยันทำตามกฏหมาย เดินหน้ารณรงค์ปมกัญชาต่อ ชี้ศาลยังไม่ตัดสิน

‘ ชูวิทย์ ‘ เดินหน้ารณรงค์กัญชาต่อ หลังศาลแพ่งคุ้มครองชั่วคราว ระบุยังไม่ได้ตัดสิน ใช้สิทธิอุธรณ์ ระบุ ยังพิสูจน์ไม่ได้เรื่อง ของดี ข้อเสีย


กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนในสังคม เมื่อศาลแพ่งออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ตามมาตรา 73 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การเลือกตั้ง สส.ห้ามใส่ร้าย ให้ความเท็จ เพื่อให้คนเข้าใจผิดไม่เลือกผู้สมัคร ทำให้มีการสั่งห้าม นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ให้ข่าว ให้สัมภาษณ์เกี่ยวข้องกับกัญชา ด้านนายชูวิทย์แถลงข่าวทันที ยืนยันเป็นสิทธิเสรีภาพ  และจะมีการอุธรณ์คำสั่งศาลอีกด้วย

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยในประเด็น  ปิดปาก…”ชูวิทย์” คิดผิด-คิดถูก?รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยในประเด็น  ปิดปาก…”ชูวิทย์” คิดผิด-คิดถูก?
รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยในประเด็น  ปิดปาก…”ชูวิทย์” คิดผิด-คิดถูก? กับนายชูวิทย์ เรียกแทบจะหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวที่โรงแรมเดวิด 

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
นายชูวิทย์ กล่าวว่า ในเรื่องของการพิสูจน์เรื่องกัญชามีโทษหรือไม่ กลับกัน ฝ่ายโจกย์พิสูจน์ได้หรือยังว่า กัญชามีประโยชน์ ในเมื่อสมาคมจิตแพทย์ประเทศไทย อังกฤษ อเมริกา ยืนยันแล้วว่า ยังไม่มีสิ่งพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่ากัญชามีประโยชน์ ในการรักษาทางจิตเวชได้ แต่ในความเป็นจริงรักษาไม่ได้ ยังเป็นต้นเหตุด้วยซ้ำ ตามรายงานการแพทย์ ภาวะเพ้อคลั่ง คลุ้มคลั่ง ไม่รู้สภาพแวดล้อม ไม่รู้ตัวหูแว่ว หวาดระแวง นอกจากนั้นยังมีในเรื่องของโรควิตกกังวล นอนน้อยไป นอนมากไป เร่าองเหล่านี้เป็นการพิสูจน์อย่างชัดเจน สังคมจะต้องเป็นผู้รับฟัง เรื่องเป็นนโยบายสาธารณะที่พรรคการเมืองนำมาใช้ การที่นำมาพูดเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนสูญไม่ได้วิจารณ์เรื่องส่วนตัว 

นายชูวิทย์ กล่าวต่อไปว่า การกระทำของพรรคการเมืองเป็นความเข้าผิด ตนไม่ใช่ศัตรู และไม่ใช่คู่แข่งทางการเมือง ทางพรรคการเมืองประกาศว่าชัยชนะ ตนจึงสงสัยว่าชนะอะไร ในเมื่อไม่ใช่คู่แข่ง และกรณีที่ใช้มาตรา 73 ต้องดูว่าตนให้ความเท็จหรือไม่ จากข่าวสารที่มีการรายงานข่าวกัน พบแต่ข่าวที่เป็นผลเสียจากกัญชามากกว่าข่าวดี และมีการพูดถึงความเห็นของแพทย์ งานวิจัย และความเห็นจากจิตแพทย์ และ 170 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งสหประชาชาติ ยังให้กัญชาเป็นยาเสพติดอยู่

' ชูวิทย์ 'ยันทำตามกฏหมาย เดินหน้ารณรงค์ปมกัญชาต่อ ชี้ศาลยังไม่ตัดสิน

ทำไมไม่ให้หมอที่เป็นคนกลาง ที่ไม่ใช่บุคลากรในสังกัดกระทรวงออกมาพูด ในต่างประเทศผู้ที่จะมาขายกัญชาต้องเป็นคนที่ได้รับการอบรม มีความรู้ มีเวลาขาย ต้องมีกฎหมายที่รุนแรง ในการที่ไปขายให้กับคนที่ไม่สมควร ขายให้คนที่อายุต่ำกกว่าที่กำหนด มีโทษถึงจำคุก ขณะที่ประเทศไทยยังไม่ออกกฎหมาย ยังไม่ได้ผ่านสภา ออกมาเป็นแค่การประกาศ การที่ศาลสั่งให้สามารถพูดถึงผลร้ายของกัญชาได้ แต่ไม่ให้พูดถึงพรรคการเมือง ตนมองว่าการจับกุมยาเสพติดได้ แต่ไม่พูดถึงคนค้า ทำได้หรือไม่ และในกรณีนี้ พรรคการเมืองเป็นคนนำเสนอต่อสังคมเอง ไม่ได้มีใครบังคับ เมื่อนำนโยบายนี้ออกมาให้ประชาชนใช้ หัวหน้าพรรคการเมืองก็พูดเองว่า กินก็ได้ ทำอาหารก็ได้ พี้สันทนาการก็ได้  มีหลักฐานหมด ก็ต้องนำไปให้ศาล ตนนั้นพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งศาล 

' ชูวิทย์ 'ยันทำตามกฏหมาย เดินหน้ารณรงค์ปมกัญชาต่อ ชี้ศาลยังไม่ตัดสิน


แต่การออกคำสั่งของศาลนั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่ขอบเขตของคำสั่ง ขอบเขตของคำสั่งกว้างเกินไปหรือไม่ เพราะในคดีแพ่ง จะละเมิดได้ก็ต่อเมื่อแพร่ข่าวอันเป็นข้อความอันเป็นเท็จ แต่ถ้าข้อความเป็นจริงเอาผิดได้หรือไม่ คำขอคุ้มครองชั่วคราว ต้องสอดคล้องกับคำขอท้ายฟ้องหลัก เต็มที่คือคุ้มครองชั่วคราว แต่แค่ห้ามขายข่าวแพร่หลายข้อความเท็จ จึงไม่สอดคล้องกับกฎหมาย  การที่ศาลแพ่งออกคำสั่งมาแบบนี้ ขอบเขตกว้างเกินไป 

' ชูวิทย์ 'ยันทำตามกฏหมาย เดินหน้ารณรงค์ปมกัญชาต่อ ชี้ศาลยังไม่ตัดสิน
ต่อคำถามที่ว่า โจกย์ใช้สิทธิทางกฎหมาย ทำไมตัวชูวิทย์ถึงไม่ปฎิบัติตามคำสั่งศาล ชูวิทย์ตอบว่า พรรคการเมือง ไม่ได้เป็นบุคคลหรือนิติบุคคล แต่พรรคการเมืองเป็นคนนำนโยบายและต่อสู้ทางการเมืองให้ประชาชนเลือก เพื่อที่จะมีอำนาจในการนำนโยบายนี้ มาใช้กับประชาชน ดังนั้นประชาชนย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์พรรคการเมือง พรรคการเมืองเป็นงานอาสาไม่ใช่อาชีพ การชนะตนไม่ใช่ชัยชนะ พรรคการเมืองมีเครือข่าย ตนมีคนเดียว เหมือนยักษ์ชนะมด สิ่งที่ควรจะทำ ควรที่จะไปบอกข้อดีของกันต่อไป ในเมื่อตนบอกว่าไม่ดี พรรคการเมืองมีเครือข่ายสามารถแถลงข่าวบอกในเรื่องที่ดีได้ ถ้าวิพากษ์วิจารณ์กันตรงไปตรงมา ตนจะถามอยู่ประโยคหนึ่ง คือ เรื่องกัญชามีผลกระทบต่อทุกๆคน ทำไมไม่มีการทำประชาพิจารณ์เสียก่อน แม้แต่การสร้างเขื่อน มีผลกระทบต่อชุมชน ยังต้องถามความเห็น แต่ทำไมถึงเร่งรีบในการออกประกาศปลดล็อก โดยที่ไม่ผ่านสภา ซ้ำยังโยนไปว่าเขาไม่ผ่านให้ ในเมื่อสภาไม่ผ่านให้ คุณออกมาทำไม สิ่งที่ทำออกมาคือไว้ใช้ในการหาเสียงสมัยถัดมา ถ้าตนไม่ออกมาพูด ก็จะถูกนำมาใช้ว่าพรรคการเมืองสามารถทำได้ ตามนโยบายกัญชาเสรี สามารถผลักดันเป็นนโยบาย ในเรื่องคำสั่งศาล ชูวิทย์ตอบว่าตนยังไม่รู้เรื่อง เช้าโจกย์ยื่นคำร้องถูกยก บ่ายร้องอีกรอบ เย็นมามีคำสั่งออกมา คิดว่าเร็วขนาดไหน ความเป็นจริงต้องให้ตยมีเวลาไปชี้แจงต่อศาลหรือไม่ และตนยืนยันว่าปฏิบัติตามคำสั่งศาล เพราะศาลยังไม่ได้สิ้นสุด เรื่องการไปยื่นอุธรณ์ก็เป็นสิทธิของตน ถ้าศาลรับคำร้อง กระบวนการก็ยังไม่สิ้นสุด ชั้นต้น อุธรณ์ ฏีกา ยังไม่สิ้นสุด ตนก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ เมื่อทำการอุธรณ์ ศาลยังไม่ตัดสิน ตนก็ยังรณรงค์ได้ 

กกต.รายงานสรุปประจำวัน รวม 60 พรรคการเมือง ส่งใบสมัครสส.บัญชีรายชื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546338

06 เม.ย. 2566

กกต.รายงานสรุปประจำวัน รวม 60 พรรคการเมือง ส่งใบสมัครสส.บัญชีรายชื่อ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง รายงานผลการเปิดรับสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ วันที่ 6เม.ย. มีจำนวน 60 พรรคการเมือง มี 5 พรรคยื่นชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งผลการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในวันนี้ (6เม.ย.) มีพรรคการเมืองยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และคณะกรรมการหรือผู้ที่คณะกรรมการมอบหมายได้ออกใบรับใบสมัครรับเลือกตั้ง

โดยพรรคการเมืองได้รับหมายเลขเพื่อนำไปใช้ในการหาเสียงทั้งหมด 3 พรรค ได้แก่ หมายเลข 58 พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย ยื่นบัญชีรายชื่อ จำนวน 5 คน หมายเลข 59 พรรคช่วยชาติ ยื่นบัญชีรายชื่อ จำนวน 10 คน และหมายเลข 60 พรรคความหวังใหม่ ยื่นบัญชีรายชื่อ จำนวน 24 คน

กกต.รายงานสรุปประจำวัน รวม 60 พรรคการเมือง ส่งใบสมัครสส.บัญชีรายชื่อ

ทั้งนี้ มีพรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี อีก 5 พรรคการเมือง ประกอบด้วย

-พรรคทางเลือกใหม่ หมายเลข 30 แจ้งรายชื่อ จำนวน 1 คน ได้แก่ นายราเชน ตระกูลเวียง

-พรรคเพื่ออนาคตไทย หมายเลข 48 เสนอ นายประเสริฐ เลิศยะโส

-พรรคประชาไทย หมายเลข 56 เสนอ นายบุญยงค์ จันทร์แสง


-พรรคช่วยชาติ หมายเลข 59 เสนอ น.ส.นงนุช บัวใหญ่
 

-พรรคความหวังใหม่ หมายเลข 60 เสนอ “นายชิงชัย มงคลธรรม”

ทั้งนี้ พรรคการเมืองที่ประสงค์จะแจ้งรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่เกิน 3 รายชื่อ ต่อคณะกรรมการ ก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 7 เม.ย.นี้