‘จุรินทร์’ นำทีมขุนพล ปชป.ขึ้นเวที ‘ปราศรัยใหญ่’ พรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546334

06 เม.ย. 2566

'จุรินทร์' นำทีมขุนพล ปชป.ขึ้นเวที 'ปราศรัยใหญ่' พรุ่งนี้

‘จุรินทร์’ นำทีมขุนพล ปชป.’เฉลิมชัย-องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ พร้อมผู้สมัคร สส. ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ 7 เม.ย. นี้ ที่ลานคนเมือง กรุงเทพฯ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในวันศุกร์ที่ 7 เม.ย. 2566 ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ที่ลานคนเมือง เขตพระนคร กรุงเทพฯ นำการปราศรัยโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พร้อมทั้งผู้สมัคร สส. กทม. ประชาธิปัตย์ ทั้ง 33 คน และผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ

 เปิด 3 เวทีปราศรัยใหญ่ ปชป.

การปราศรัยในวันศุกร์ที่ 7 เม.ย. 2566 ที่ลานคนเมืองจะเป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของพรรค

ส่วนครั้งต่อไปจะจัดการปราศรัยใหญ่ที่บริเวณอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชในวันอาทิตย์ที่ 23 เม.ย. 2566

สำหรับการปราศรัยใหญ่ปิดท้ายก่อนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจะจัดปราศรัยใหญ่ในวันศุกร์ที่ 12 พ.ค. 2566

ขุนพลพรรคประชาธิปัตย์ จะขึ้นปราศรัยใหญ่ ที่ลานคนเมือง กทม.

พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่า เวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคทั้ง 3 เวทีนี้ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศที่จะช่วยกันลงคะแนนเสียงสนับสนุนผู้สมัครของพรรคทั้งแบบบัญชีรายชื่อและผู้สมัครแบบเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต ทั่วประเทศ ให้ได้มีโอกาสทำงานในฐานะ สส. เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติต่อไป

“ชาติพัฒนากล้า” ขอสร้าง ‘ภูเก็ต’ เป็นพระเอก ช่วยกู้เศรษฐกิจประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546327

06 เม.ย. 2566

"ชาติพัฒนากล้า" ขอสร้าง ‘ภูเก็ต’ เป็นพระเอก ช่วยกู้เศรษฐกิจประเทศ

“สุวัจน์-กรณ์” ควง 2 ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต แถลงนโยบายเศรษฐกิจเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการท่องเที่ยว หวังภูเก็ตเป็นพระเอกกู้เศรษฐกิจของประเทศกลับคืนมา

6 เมษายน 2566 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า และ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายเทมส์ ไกรทัศน์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ภูเก็ต ร่วมชมสินค้าทำเองจากมือ โดยกลุ่มชุมชนจังหวัดภูเก็ต และยังพบปะผู้ประกอบการ เครือข่ายนักธุรกิจ 

จากนั้นได้ร่วมกันแสดงวิสัยทัศน์ “Desirable & Sustainable Phuket: ภูเก็ตแบบไหน ได้ใจคนทั้งโลก” ที่เซ็นทรัลภูเก็ต

นายสุวัจน์ กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ผ่านมานั้นเจอกับโควิด และได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจกันถ้วนหน้าปัจจุบันนี้สถานการณ์โควิดคลี่คลายแล้ว แต่มีหนี้รออยู่มากมาย ซึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้ากำลังจะมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น

สิ่งที่เราต้องเร่งทำคือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยใช้ นโยบายท่องเที่ยว  จากนี้ไป จ.ภูเก็ต ต้องเป็นพระเอกในการกู้เศรษฐกิจให้กับประเทศไทย ปัจจุบันภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวจำนวน 12 ล้านคนต่อปี เป็นจังหวัดเดียวที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวมากที่สุดในประเทศไทย มีรายได้กว่า 6 แสนล้านบาท

"ชาติพัฒนากล้า" ขอสร้าง ‘ภูเก็ต’ เป็นพระเอก ช่วยกู้เศรษฐกิจประเทศ

จึงต้องทำให้ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวของโลก ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศนึกถึงภูเก็ตเป็นอันดับต้น ๆ พร้อมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งเส้นทางรถยนต์ จุดจอดเรือยอร์ช รองรับการท่องเที่ยว ซึ่งจุดแข็งของภูเก็ตนั้นมีศักยภาพในหลายด้าน โดยถ้าเชื่อมโยง 3 จังหวัด ภูเก็ต กระบี่ พังงา ทำให้เป็นอันดามันคลัสเตอร์ของโลก สร้างระบบการคมนาคม สร้างมอเตอร์เวย์อันดามัน เปรียบเสมือนเป็นย่านอันดามันที่รวมรวมธรรมชาติ วิถีชีวิต ของคนในย่านเดียวกันเข้ามา ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกเพิ่มขึ้น

ด้าน นายกรณ์ กล่าวว่า นายสุวัจน์ มีความรู้ความสามารถมีความผูกพันกับ จ.ภูเก็ต ในแง่ทางการเมืองเราจึงเอาจริงเอาจัง ต้องทำให้มีผู้แทนที่นี่ให้ได้ และพรรคให้ความสำคัญกับการสร้างนโยบายให้ประชาชนมีรายได้ นำเสนอในรูปแบบของเศรษฐกิจ 7 เฉดสี สร้างรายได้ 5 ล้านล้านบาท ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สร้างธุรกิจใหม่ให้ท้องถิ่น สร้างงานใหม่เพื่อผู้สูงอายุ 500,000 ตำแหน่ง ขยายวีซ่ารับนักท่องเที่ยวให้อยู่ยาว เป็นนโยบายที่จับต้องได้จริง สร้างประเทศให้กับคนไทย

น.ส.อรทัย กล่าวว่า ภูเก็ตดีไม่ใช่มีแค่นายทุน แต่ภูเก็ตดีจะต้องมีนายทุนบวกชุมชน เป็นสิ่งที่เราต้องการ ตนอยากมุ่งเน้นเรื่องของวัฒนธรรม และสินค้าของจังหวัดภูเก็ต ให้มีการหมุนเวียนตั้งแต่ระดับรากหญ้าขึ้นมาถึงระดับบน อยากให้ธุรกิจ โรงแรม หอการค้า ได้มองเห็นสินค้าพื้นเมืองเหล่านี้แล้วขับเคลื่อนไปด้วยกัน เพราะมันคือซอฟเพาเวอร์ และให้เกิดไลฟ์สไตล์ทราเวล เกิดการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

ขณะที่ นายเทมส์ พูดถึงการปกครองตนเองของภูเก็ต ว่า การมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมากในทุกวัน ทำให้ภูเก็ตสึกหรอ เมื่อทรัพยากรสึกหรอ รัฐบาลก็ต้องลงงบประมาณ หันมาซ่อมและปรับปรุงตลอดเวลา ส่วนโครงการต่างๆ ที่นำมาลงในพื้นที่ ควรให้คนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนด และอยากให้มีการเลือกผู้ว่าเมืองเอง ซึ่งเชื่อว่าทำได้เหมือน กทม.และพัทยา แต่จะทำให้ดีกว่า โดยไม่ได้ทำลายท้องถิ่นเดิมแต่ยกระดับให้ดีขึ้นและมีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น

จากนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจได้สอบถามและแลกเปลี่ยนความเห็นปัญหาในภูเก็ต กับพรรคชาติพัฒนากล้า

"ชาติพัฒนากล้า" ขอสร้าง ‘ภูเก็ต’ เป็นพระเอก ช่วยกู้เศรษฐกิจประเทศ

77 ปี ‘ประชาธิปัตย์’ ‘จุรินทร์’ วอนประชาชนกลับมาสนับสนุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546326

06 เม.ย. 2566

77 ปี ‘ประชาธิปัตย์’  ‘จุรินทร์’ วอนประชาชนกลับมาสนับสนุน

‘ประชาธิปัตย์’ ก้าวสู่ปีที่ 78 ‘จุรินทร์’ วอนชาวปชป.กลับมาสนับสนุน ‘ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26’ ขอให้มั่นใจความเป็น ‘สถาบันการเมือง’ ที่ทำงานบนพื้นฐานความรับผิดชอบ เพื่อคนไทยทั้งประเทศ

ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปีพรรคประชาธิปัตย์ว่า สำหรับในช่วงของการเลือกตั้ง2566 ตนในฐานะผู้บริหารพรรค ก็จะต้องนำทัพประชาธิปัตย์เข้าสู่การเลือกตั้งที่จะมาถึง ซึ่งประชาธิปัตย์มีความพร้อมมาก พร้อมทั้งคน พร้อมทั้งนโยบาย และพร้อมทั้งหัวหน้าพรรคที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

ปชป.จัด 3 ทัพสู้ศึกเลือกตั้ง66

สำหรับการจัดทัพในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง66 ปชป.จะมุ่งเน้นการจัด 3 ทัพ ดังที่ได้ย้ำไปแล้วคือ 1. ทัพหัวหน้าพรรค 2. ทัพเลขาธิการพรรค 3. ทัพอดีตหัวหน้าพรรค ที่จะออกไปหาเสียงทั่วประเทศ และเรามั่นใจว่าผลการเลือกตั้งเที่ยวนี้ ประชาธิปัตย์จะได้รับเสียงตอบรับดีขึ้นจากพี่น้องประชาชนทุกภาค ทั้งในกรุงเทพฯ เหนือ ใต้ อีสาน กลาง จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องของพวกเรา

“ผมขอถือโอกาสนี้ วิงวอนพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วทั้งประเทศ ได้โปรดช่วยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จากทั่วประเทศ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากมายมหาศาล ท่านที่เคยเลือกเราคราวที่แล้วขอให้ยืนหยัดสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป สำหรับสมาชิกพรรคที่คราวที่แล้วทิ้งเราไปแต่คราวนี้ขอเรียกร้องให้กลับมาช่วยเรา มาช่วยประชาธิปัตย์ มาช่วยกันจับมือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับชาวประชาธิปัตย์ เพื่อพาประชาธิปัตย์ไปสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้ง ไม่ใช่เพื่อเราแต่เพื่ออนาคตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืนของประเทศไทยของเรา” นายจุรินทร์กล่าว

ปชป.ทำบุญครบรอบวันเกิด 77ปีปชป.ทำบุญครบรอบวันเกิด 77ปี

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในอดีตและปัจจุบันหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในอดีตและปัจจุบัน

พร้อมกับยืนยันอีกว่า ประชาธิปัตย์ยังยึดมั่นในอุดมการณ์การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์ประเทศเป็นหลักสืบไป ด้วยคน นโยบาย หัวหน้าพรรคที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ และศักยภาพของพวกเราทั้งมวล

ทั้งนี้จุดขายสำคัญ และถ้าประชาชนเลือกเราก็จะไม่ผิดหวัง และไว้ใจได้ เพราะประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมืองที่อยู่มาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และจะอยู่ต่อไปในอนาคต เพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน

ทีมปชป.ร่วมงานวันครบรอบ 77ปีคึกคักทีมปชป.ร่วมงานวันครบรอบ 77ปีคึกคัก

“ถ้าลงคะแนนเลือกประชาธิปัตย์ ครั้งหน้าประชาธิปัตย์ก็ยังอยู่ ไม่ว่าจะทำถูก ทำผิด ก็สามารถกลับมาทวงทุกสิ่งทุกอย่างที่เราประกาศออกไป ทวงนโยบาย ทวงความรับผิดชอบ ทวงได้ทุกสิ่งทุกอย่างต่อไป เพราะประชาธิปัตย์ยังอยู่ และทุกอย่างที่เรากำหนดเป็นนโยบายเพื่อขับเคลื่อนประเทศในการหาเสียงนี้ อยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราคิด เราทำมาแล้ว และตกผลึกมาแล้วทั้งหมด เพื่อพี่น้องคนไทยทั้งประเทศจริงๆ”นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ ยังออกตัวที่จะวิจารณ์พรรคการเมืองอื่น เราทำของเรา โดยขอให้พี่น้องช่วยกันเลือกประชาธิปัตย์ ขอให้สนับสนุนเรา ส่วนพรรคอื่นจะเป็นอย่างไรนั้น ขอไม่ไปพาดพิง เพราะตนเห็นว่าสิ่งนี้เป็นวิธีการหาเสียงที่ดีที่สุด และเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ

ปราศรัยใหญ่ ที่ลานคนเมือง

ส่วนการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ในกรุงเทพมหานคร ที่จะจัดขึ้นที่ลานคนเมืองในวันพรุ่งนี้(7 เม.ย. 2566 )นั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น ต้องขอเรียนว่า กรุงเทพฯ คือลมหายใจของประชาธิปัตย์ เราหวังว่าเราจะได้เสียงตอบรับที่หายไปจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วกลับคืนมา ทั้งหมดนี้เมื่อดูจากเสียงตอบรับที่ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเราไม่เคยทิ้งคนกรุงเทพฯ ไปไหน 

ยามที่เผชิญวิกฤติโควิดประชาธิปัตย์ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่พรรค ที่ลงไปดูแลต่อเนื่อง ด้วยการจัดตั้งศูนย์ฉุกเฉิน สามารถเตียงให้ผู้ป่วยได้ถึง 5,000-6,000 เตียง จัดทำข้าวกล่องดิลิเวอรี่ส่งตรงถึงบ้าน ประชาธิปัตย์ก็จัดมาโดยต่อเนื่องในช่วงเวลาล็อคดาวน์ รวมทั้งถุงน้ำใจ ปชป. ที่เราทำมา 

ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แม้เราไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ประชาธิปัตย์ก็มาเป็นอันดับ 2 ชนะหลายพรรคการเมืองที่ลงแข่งขัน ได้ ส.ก. ถึง 9 ที่นั่ง และได้ที่ 2 อีก 7 ที่นั่ง ทั้งหมดนี้คือเสียงตอบรับที่ดีขึ้น

“ผมลงพื้นที่ กทม. หลายพื้นที่ ต้องขอพูดซ้ำว่า มีหลายคนวิ่งมากอด แล้วมาบอกว่าขอโทษนะ คราวที่แล้วไม่ได้เลือก แต่คราวนี้ฉันจะช่วยเลือก ผมคิดว่านี่คือสัญญาณที่ดี ไม่ใช่มีคนเดียวแต่มีหลายคนทีเดียว มีหลายพื้นที่และหลายภาค ทั่วประเทศ นี่คือสัญญาณที่ผมขอเรียกร้องถึงท่านที่ทิ้งเราไปคราวที่แล้ว ขอให้กลับมา มาช่วยกันสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสทำเพื่อบ้านเมืองต่อไป” นายจุรินทร์ กล่าว

ประชาชนร่วมงานวันเกิด ปชป.ประชาชนร่วมงานวันเกิด ปชป.

ปชป.ครบรอบ 77 ปี

อนึ่ง วันที่ 6 เมษายนของทุกปี พรรคประชาธิปัตย์จะจัดพิธีทำบุญครบรอบการก่อตั้งพรรคขึ้นที่สำนักงานใหญ่ สำหรับปี2566 พรรคประชาธิปัตย์ครบรอบปีที่ 77 และก้าวเข้าสู่ปีที่ 78 ได้จัดให้มีพิธีทำบุญพรรคทั้ง 3 ศาสนาดังเช่นทุกครั้ง ได้แก่พิธีทางศาสนาอิสลาม พิธีพราหมณ์บวงสรวงพระแม่ธรณีบีบมวยผม และพิธีทางศาสนาพุทธ 

โดยมีบุคคลสำคัญของพรรค ตั้งแต่นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี นายสุทัศน์ เงินหมื่น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ น.ส.วทันยา บุนนาค นายนริศ ขำนุรักษ์ ไปจนถึงผู้สมัคร สส. ทั้งจาก กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สมาชิกพรรค ผู้สนับสนุน และพี่น้องประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากเข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่งดังเช่นทุกปี

77 ปี ‘ประชาธิปัตย์’  ‘จุรินทร์’ วอนประชาชนกลับมาสนับสนุน

เปิดคำทำนาย ่หมอนิด’ ย้ำชัด ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร เป็น ‘นายกฯ คนที่ 30’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546311

06 เม.ย. 2566

เปิดคำทำนาย ่หมอนิด' ย้ำชัด 'บิ๊กป้อม' พล.อ.ประวิตร เป็น 'นายกฯ คนที่ 30'

นักพยากรณ์การเมืองคนดัง ‘หมอนิด’ กิจจา ทวีกุลกิจ ย้ำชัด ดวง ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะขึ้นเป็น ‘นายกฯ คนที่ 30’

หมอนิด เผยว่า นายกฯ คนที่ 30 มีเพียง 2 ป. เท่านั้น ป. ที่ 1 คือ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองลงมา ป. 2 คือ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงไม่มีคนอื่นที่มีบารมีมากกว่า 2 ป. ที่กล่าวมานี้  ถึงแม้พรรคเพื่อไทยจะได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ถ้าไม่ส่งราชรถไปเชิญ พล.อ.ประวิตร มานั่งตำแหน่งนายก พรรคเพื่อไทยก็ไม่สามารถฝ่าด่าน สว.250 เสียงไปได้ ผมจึงให้ พล.อ.ประวิตร เป็นเต็งหนึ่ง  ศิษย์สายรุ้ง แต่ก็สงสารสังขารที่ควรจะระวังสุขภาพให้มากๆ ทั้งปีนี้และปีหน้า (2567) อย่าประมาทเป็นอันขาด

“บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เกิดวันที่ 11 ส.ค. 2488 วันเสาร์ ปีระกา อายุ 77 มีดิถีธาตุน้ำ  ปีนี้ ดวงดี มีโอกาสที่จะได้ขึ้นมาเป็น นายกฯ คนที่ 30 เต็มตัว แต่พอเข้าปี พ.ศ.2566 ซึ่งเป็นปีเถาะ จะมาชงกับปีระกา แถมอายุ 78 ก็เจอสองเด้ง ทั้งเจอปีชง ทั้งเจออายุให้โทษอีก ท่านควรจะระวังสุขภาพให้มากๆ ดวงของ “บิ๊กป้อม” จะไม่ดีติดต่อกัน 2 ปี คือปี 2566 เจอปีชง และอายุให้โทษ พอเข้าปี พ.ศ.2567 ธาตุน้ำของท่านจะถูกธาตุดินกักไว้ จึงต้องระวังให้มาก

สำหรับ “หมอนิด” กิจจา ทวีกุลกิจ มีชื่อเสียงมาจากการทำนายดวงเมืองและเหตุการณ์การเมืองอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่หวั่นกลัวอิทธิพลผู้มีอำนาจ เหตุการณ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับหมอนิดและสร้างแรงกระเพื่อมในวงการการเมืองและวงการโหราศาสตร์ไทย คือ ทำนายดวง นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2547 ว่า “นายกทักษิณ จะอยู่ไม่ครบเทอม ถ้าครบมาเผาบ้านตนได้เลย” และ นายกรัฐมนตรีคนดังกล่าวจะไม่มีแผ่นดินอยู่ และจะต้องขึ้นศาล นอกจากนี้ ยังทำนายเมื่อปี 2549 ว่า “จะมีรถที่ประชาชนไม่มีโอกาสได้ใช้ ออกมาวิ่งบนถนนก่อนเดือนตุลาคม” ซึ่งอีก 2 สัปดาห์ ก็เกิดเหตุการณ์รัฐประหารในคืนวันที่ 19 กันยายน

และยังทำนายล่วงหน้า 4 ปี ถึงผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ว่า “อภิรักษ์ จะได้เป็นผู้ว่าฯ ถึง 2 สมัยติดกัน” ที่สำคัญ คือ “หมอนิด” เคยทำนายเรื่องภัยธรรมชาติ และคลื่นยักษ์สึนามิ ล่วงหน้าก่อนที่คนไทยจะรู้จักคลื่นยักษ์ชนิดนี้

สำหรับครั้งนี้ คำทำนาย จากหมอดูคนดัง จะเป็นจริงหรือไม่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะได้เป็น นายกฯ คนที่ 30 หรือไม่…หลังเลือกตั้ง 14 พ.ค. นี้รู้กัน

เจาะสนามเลือกตั้ง สส.กทม. “เพื่อไทย”แลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546297

06 เม.ย. 2566

เจาะสนามเลือกตั้ง สส.กทม. "เพื่อไทย"แลนด์สไลด์

‘เพื่อไทย’ ประกาศแลนด์สไลด์กทม. 33 เขต โชว์ผู้สมัครแชมป์เก่า-หน้าใหม่ ตบเท้าร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลง เชื่อทำได้จากตัวผู้สมัคร กระแสพรรค และนโยบายเด็ด

การเลือกตั้งในวันที่14 พ.ค.นี้ ทุกพรรคการเมืองต่างแย่งชิงสนามกรุงเทพมหานคร (กทม.) กว่า 33 เขต เดิมก่อนเลือกตั้งปี 62 พรรคประชาธิปัตย์ครองแชมป์ แต่เลือกตั้งปี 62 กลับต้องพ่ายแพ้ราบคราบให้กับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อไทย และก้าวไกล 

เลือกตั้งปี 66 ดูเหมือน “พรรคเพื่อไทย” มาแรงแซงโค้ง จากผลสำรวจนิด้าโพล ชาวกทม.เลือกเป็นอันดับ 1 พรรคก้าวไกล อันดับ 2 จึงทำให้เพื่อไทยกล้าประกาศ แลนด์สไลด์กทม. แม้หลายเขตจะมีเจ้าของพื้นที่เดิมอยู่ก็ตาม บวกกับกระแสว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้สมัครสส. นโยบายพรรค ที่สำคัญ ประชาชนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง 

สนามใหญ่เลือกตั้งกทม. 33 เขต ของพรรคเพื่อไทย จึงมีทั้งผู้สมัครหน้าใหม่ ผู้สมัครย้ายพรรค เข้ามาร่วมงานด้วยกัน เช่น 

แชมป์เก่า 
กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ผู้สมัครสส.เขตพระนคร แม้จะย้ายมาจาก พรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่ได้มาแค่ตัว ยังหอบหิ้วคะแนนเสียงมาด้วย มีคะแนนนิยมจากทั้งจากฐานเดิม อนุรักษ์นิยม และ ฝั่งประชาธิปไตย ยิ่งได้เห็นการแบ่งเขตใหม่ เชื่อว่า น่าจะชนะได้ไม่ยาก 

สุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครสส.เขตหลักสี่ จตุจักร แม้ในวันที่ไม่ได้เป็นสส. แต่ลงพื้นที่ไม่เคยขาด ซึ่งเจ้าตัวมั่นใจป้องกันแชมป์ได้ไม่ยาก เพราะมีผลงาน ครองใจชาวบ้านนานกว่า20ปี  

อนุสรณ์ ปั้นทอง ผู้สมัครสส.เขตบางเขน หลักสี่ จตุจักร อดีต สส.หลายสมัย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งแบบพวงใหญ่ หรือ แบบเขต แม้รอบนี้ถูกเฉือนออกไปบ้าง แขวงท่าแร้ง ไปรวมกับ จตุจักรและหลักสี่ แต่สุดท้าย ยังเป็น ฐานที่พรรคเพื่อไทย เหนียวแน่นทั้งคู่ 

พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัครสส.เขตคันนายาว เขตบึงกุ่ม ไม่ว่าจะสนามใหญ่ สนามเล็กสก. ไม่เคยเสียพื้นที่ไปให้พรรคการเมืองอื่น เลือกตั้งรอบนี้ กกต.แบ่งเขตใหม่เป็น คันนายาว 2 แขวง บวกกับ บึงกุ่ม1แขวง แต่เมื่อดูลึกลงไป เขตนี้เป็นฐานการเมืองที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว แถมมี “ก้อย ชญาดา” รองประธานสภากทม. ลุยช่วยหาเสียง 

วิชาญ มีนชัยนันท์ ผู้สมัครสส.เขตมีนบุรี สะพานสูง แพ้เลือกตั้งปี62 แต่เลือกตั้งปี 66 มุ่งมั่นทำงานทั้งด้านสังคมและการเมือง 

จิรายุ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัครสส.เขตคลองสามวา แม้ผู้สมัครพรรคอื่น มองว่า แบ่งเขตเข้าทาง แต่ จิรายุ ก็มั่นใจเต็มเปี่ยม เพราะ 2 แขวงที่ ตัดออกไป เป็นแขวงที่ จิรายุ คะแนนไม่ค่อยดีมาโดยตลอด ลีลาการอภิปรายในสภาฯ แข็งขัน เป็นดาวเด่น นอกสภา จิรายุ ลงพื้นที่ไม่ขาด 
 
ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้สมัครสส.เขตลาดกระบัง รู้จักในนาม “พี่อิ่ม” ของน้องๆในโลกออนไลน์ มีแฟนคลับวัยรุ่น และฐานเสียงในเขตนี้ เลือดเพื่อไทยเข้มข้นไม่แพ้กัน

วัน อยู่บำรุง ผู้สมัครส.ส.เขตบางบอน หนองแขม เจ้าของสโลแกน “ใจถึง พึ่งได้” เลือกตั้งเที่ยวนี้ คู่แข่งการเมืองฝ่ายตรงข้าม ตระกูลดัง หมายมั่นปั้นมือจะเอาให้ได้ เมื่อไปดูเขตหนองแขม เปลี่ยนเขตใหม่ ย้ายจากบางบอน มาลงหนองแขม ซึ่งเป็นฐานเสียงของน้าชาย สก.นวรัตน์ อยู่บำรุง สก.เขตหนองแขม 

จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ หรือ ทนายบิลลี่ ผู้สมัครส.ส.เขตทวีวัฒนา หันหัวเรือจากก้าวไกล มา เพื่อไทย ไม่ส่งผลอะไรเพราะอุดมการณ์เดียวกัน 

สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ภรรยา กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา ผู้สมัครสส.เขตภาษีเจริญ บางแค 

วัน อยู่บำรุง ผู้สมัครส.ส.เขตบางบอน หนองแขมวัน อยู่บำรุง ผู้สมัครส.ส.เขตบางบอน หนองแขม

หน้าใหม่  ทายาทนักการเมือง คนหน้าใหม่  
เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัครสส.เขตบางคอแหลม ยานนาวา เป็นลูกสาวอดีต สส.พงษ์พิสุทธิ์ 

อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ดารา นักแสดง ผู้สมัครสส.เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม ลาดพร้าว ขอเลือกข้างยื่นฝั่งประชาธิปไตย โดยได้แรงหนุนจาก สส.พลภูมิ และ สก.เนติภูมิ ดูแลพื้นที่นี้มาอย่างยาวนาน อ๋อม สกาวใจ บอกไว้แล้ว “มาเพื่อชนะ” 

รัฐพงษ์ ระหงส์ ผู้สมัครสส.เขตบางซื่อ เป็นลูกชาย สุธรรม ระหงส์ อดีตเลขารัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ 

กวีวงศ์ อยู่วิจิตร ผู้สมัครสส.เขตบางนา แม้เขตนี้พรรคก้าวไกลมีกระแสแรง แต่พรรคเพื่อไทย มั่นใจ กวีวงศ์ ด้วยภาพลักษณ์คนทำงาน ช่วยเหลือประชาชนมาตลอด พ

ศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร ผู้สมัครสส.เขตจอมทอง เป็นลูกชายของ “เฮียล้าน” ส.ก.เขตจอมทอง” หรือ ล้านจอมทอง

กิตติพล รวยฟูพันธ์ ผู้สมัครสส.เขตทุ่งครุ เป็นพี่ชายของสก.กิตติพงษ์ เขตทุ่งครุ โดยมี”เฮียล้าน”คนดังจอมทอง เป็นโค้ช 
 

อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ผู้สมัครสส.เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม ลาดพร้าว อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ผู้สมัครสส.เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม ลาดพร้าว

เจาะสนามเลือกตั้ง สส.กทม. "เพื่อไทย"แลนด์สไลด์

เจาะสนามเลือกตั้ง สส.กทม. "เพื่อไทย"แลนด์สไลด์พรรคเพื่อไทยพรรคเพื่อไทย

‘สมชัย’ประเมินปาร์ตี้ลิสต์ ชี้เน้นเหตุผลทางการเมือง กับทุนพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546306

06 เม.ย. 2566

'สมชัย'ประเมินปาร์ตี้ลิสต์ ชี้เน้นเหตุผลทางการเมือง กับทุนพรรค

สมชัย ศรีสุทธิยากร ประเมินภาพรวมปาร์ตี้ลิสต์ แต่ละพรรคการเมือง เพื่อไทย 28 ที่นั่ง เหตุบิ๊กเนมอยู่เซฟโซน ชี้ปัญหาชื่อลอย อยู่ลำดับสูง ปัจจัยกลุ่มทุนพรรค

 การจัดปาร์ตี้ลิสต์ของแต่ละพรรคการเมือง หลังที่มีการเปิดเผยแล้ว เมื่อทำการสมัครสส.บบบัญชีรายชื่อ เห็นความชัดเจนของแต่ละพรรคการเมือง ความสัมพันธ์ของพรรค ใครมีอำนาจตัวจริงในแต่ละพรรค 
รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี เปิดประเด็น “บิ๊กเนม” คิดหนัก จัดลำดับปาร์ตี้ลิสต์ พูดคุย วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองที่ร้อนแรงไม่แพ้กับอากาศในเวลานี้ 

 รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทยรศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย

ในเรื่องของการคาดการณ์การรวมเสียงในการตั้งรัฐบาล  รศ.สมชัย กล่าวว่า ในพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม เพื่อไทย ก้าวไกล เสรีรวมไทย มีความแตกต่างกัน ที่ประชาชนใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือก ถ้า 3 พรรครวมกัน 60 % ของคนที่มาเลือกตั้ง น่าจะมีส่วนแบ่งมาให้เสรีรวมไทยบางส่วน ในเรื่องการประกาศพร้อมจับมือพลังประชารัฐ รศ.สมชัย บอกว่า มีสิทธิเลือกที่ไม่เอาในบางพรรค

ในการพูดคุยกับแกนนำพรรคใหญ่บางพรรค มีแนวทางที่จับมือในพรรคร่วมฝ่ายเดิมก่อน ในเกิน 300 เสียง และได้เสนอไปว่าในจบแค่นี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอาเสียงส่วนอื่นมาเพิ่มเติม ในมุมมองคิดว่า แค่เกิน 300 เสียง สว.ก็ต้องรู้จักคิดเพื่อบ้านเมือง หรืออาจจะบวกไทยสร้างไทย ประชาชาติ เพื่อชาติ เป็น 6 พรรค ส่วนในกรณีที่ยังไม่จบ ลำดับที่ 2 ก็ต้องพิจารณาพรรคการเมืองที่ร่วมกับเราได้ ที่ไม่ขัดแย้งในแนวทางมากเกินไป เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งถ้ารวมในส่วนนี้เสียงก็น่าจะเกิน 300 เสียง ไม่ต้องไปถึงพลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ 
 

ในเรื่องของการรวมกันแบบสลายขั้ว รศ.สมชัย ตอบว่าไม่เอา เพราะพลังประชารัฐ ก่อให้เกิดปัญหา ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา พลังประชารัฐเป็นพรรคเดียวที่โหวตไม่เอา จึงมองว่าแนวทางไม่ใช่การประนีประนอมแต่มองประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก พอมาวันนี้จะมาบอกให้สามัคคี เพราะที่ผ่านมามา ไม่เคยแสดงบทบาทในอดีต แค่วันนี้จะมาบอกว่าให้ก้าวข้ามความขัดแย้ง เป็นไม่ได้


เรื่องของปาร์ตี้ลิสต์แต่ละพรรคการเมือง รศ.สมชัย มองว่า มันเปลี่ยนไปจากเจตนาของการเขียนรัฐธรรมนูญตั้งแต่เริ่มต้น สมัยปี 2540 ที่มีสส.2 ประเภทเกิดขึ้น เดิมเขตสามารถลงพื้นที่ได้ เข้ากับประชาชน  ดังนั้นต้องมีบุคคลที่มีบุคลิกแบบหนึ่ง บัญชีรายชื่อ คือคนที่อาจจะเป็นหน้าเป็นตา เป็นอาจารย์เป็นอดีตผู้บริหารที่มีความสามารถ และเป็นกลุ่มคนที่พร้อมจะโชว์ต่อประชาชน

เพื่อให้ได้คะแนนเสียงปาร์ตี้ลิสต์ และเตรียมคนเหล่านี้เป็นผู้มีตำแหน่งทางการเมือง ถ้าปาร์ตี้ลิสต์มีเพียงพอก็ไม่มีการแย่งกัน แต่ตอนนี้ร์ตี้ลิสต์มันน้อยลงเรื่อยๆ พอไปลดลงเหลือ 100 คน แล้วจะมีพื้นที่ปลอดภัยของแต่ละพรรคในปาร์ตี้ลิสต์ จากการคาดการณ์ว่าพรรคนั้นๆ จะได้ปาร์ตี้ลิสต์เท่าไหร่ จึงกลายเป็นการแย่งชิงแข่งขัน เพื่อให้ตัวเองอยู่ในพื้นที่ตรงนั้น กลุ่มที่แย่งชิงพื้นที่ตรงนั้นได้ ก็จะเป็นผู้นำพรรค แกนนำพรรค คนเก่าแก่  ถัดมาก็จะเป็นกลุ่มคนที่มีส่วนบริจาคเงินให้กับพรรค ช่วยเป็นเงินทุนในการหาเสียงต่างๆ อีกกลุ่มเป็นอาจารย์ อดีตข้าราชการระดับสูง ผู้มีความสามารถพอเป็นหน้าเป็นตาให้กับพรรค 


บัญชีรายชื่อแต่ละพรรคที่สื่อนำเสนอ หยิบเอา10 รายชื่อแรกของแต่ละพรรคมาดู วิเคราะห์ได้เลยว่า คนนี้คือใคร มีความสำคัญอย่างไร มาได้อย่างไร บางคนลอยมา ไม่มีบทบาททางการเมือง ไม่เป็นรู้จัก ไม่มีกิจกรรมกับพรรค เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกับทุกพรรคการเมือง ทำให้เจตนาของการออกแบบบัญชีรายชื่อมันผิดไป จึงกลายเป็นที่อยู่ของคนเก่าแก่ นายทุนที่มีเงินเพียงพอ หรือนักการเมืองที่เคยอยู่เขตเดิม และรู้สึกว่าถ้าเสียเงินเท่ากัน อยู่บัญชีรายชื่อดีกว่า 

ในการวิเคราะห์บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค  รศ.สมชัย กล่าวว่า อย่างพรรคเพื่อไทย ประเมินจากบิ๊กเนม คาดว่าจะได้ประมาณ 28 คน ถัดมารวมไทยสร้างชาติ ประมาณ 16 ที่ ส่วนหนึ่งประเมินจากโพลความเห็นต่างๆ และมีการสังเกตมีรายชื่อที่ลอยมา ต่อมา ก้าวไกล ตัดตรงลำดับที่ 22 หลังจากนี้เป็นชื่อที่ไม่คุ้นเคย ด้านประชาธิปัตย์ ประเมินที่ 12 ที่นั่ง แม้จะมีบิ๊กเนมต่อจากนั้นหลายคน แต่ต้องดูว่าจะได้คะแนนเท่าไหร่ ส่วนภูมิใจไทย มองที่ 11 ที่นั่ง ด้วยการเน้นความแข็งแกร่งของบ้านใหญ่และพื้นที่ส่วนเสรีรวมไทย จุดตัดพื้นที่ปลอดภัยที่ลำดับที่ 5 การจัดบัญชีรายชื่อ ในภาพรวมปาร์ตี้ลิสต์ ดีต่อภาพรวมของพรรค แต่ไม่ดีที่สุดต่อประชาชน เป็นการผสมผสานระหว่างเหตุผลทางการเมือง การสนับสนุนพรรค และเชิงวิชาการต่างๆ 

‘สุวัจน์-กรณ์’ ชู ‘อรทัย’ คนรุ่นใหม่ครองใจคนภูเก็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546292

05 เม.ย. 2566

‘สุวัจน์-กรณ์’ ชู ‘อรทัย’ คนรุ่นใหม่ครองใจคนภูเก็ต

“สุวัจน์-กรณ์” ร่วมงานบุญสวดกลางบ้าน ก่อนวันสงกรานต์ ชู “อรทัย” คนรุ่นใหม่ครองใจคนภูเก็ต เจ้าตัวเมินบ้านใหญ่ พร้อมสู้-สร้างรากฐานใหม่ให้แข็งแรง

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้าและน.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ภูเก็ต ร่วมงานสวดกลางบ้านที่ อ.ถลาง 

ซึ่งเป็นงานสวดประจำหมู่บ้านทุกปี ที่ทำในช่วงมีนาคม-เมษายน ก่อนวันสงกรานต์ หรือวันเริ่มต้นปีใหม่ไทย เพื่อความเป็นสิริมงคลของคนในหมู่บ้าน โดยเป็นการรวมความสามัคคีชุมนุมของคนแต่ละหมู่บ้าน และเป็นประเพณีประจำจ.ภูเก็ต ที่มีมายาวนาน 

น.ส.อรทัย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่มา 8 เดือน เสียงตอบรับดี ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสให้การต้อนรับ และรู้จักตนเองมากขึ้น ทั้งเด็ก วัยรุ่น ผู้สูงอายุ และส่วนตัวมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง เพราะทำทุกวันอย่างเต็มที่ เดินลงพื้นที่ทุกวัน เจอชาวบ้านหลากหลายแบบ 

ส่วนนโยบายในการหาเสียงก็มีหลากหลายที่เหมาะกับแต่ละกลุ่มวัย เช่น ยกเลิกแบล็คลิสต์เครดิตบูโร การซ่อมแซมบ้าน 50,000 บาทสำหรับผู้สูงวัย รวมถึงการรื้อโครงสร้างพลังงาน ซึ่งจะได้ประโยชน์กับทุกคน นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำเรื่อง การดำรงซึ่งวัฒนธรรม วิถีชุมชน ควบคู่กับการท่องเที่ยว 

‘สุวัจน์-กรณ์’ ชู ‘อรทัย’ คนรุ่นใหม่ครองใจคนภูเก็ต

พร้อมยอมรับว่าใน จ.ภูเก็ต ก็ยังมีบ้านใหญ่และยังมีหลายบ้าน ซึ่งเราก็เป็นบ้านหนึ่ง ที่ต้องสร้างรากฐานที่แข็งแรงคนในบ้านก็จะแข็งแรง โดยผู้สมัครทุกคนมีจุดเด่นของตัวเอง แต่ตนก็มีจุดเด่นคือ ประสบการณ์ความรู้ 20 ปี ในการทำงานทั้งในและต่างประเทศ ประสบการณ์ด้านกลยุทธ์ มีเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อน และตนเป็นผู้หญิงที่เข้าได้กับทุกคน 

ด้าน นายสุวัจน์ กล่าวว่า มีความมั่นใจจะปักธงใน จ.ภูเก็ต ซึ่งผู้สมัครทั้ง 2 เขต คือ น.ส.อรทัย และนายเทมส์ ไกรทัศน์เขต 3 เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถน่าจับตา เชื่อว่าจะสามารถครองใจคนภูเก็ตได้

‘สุวัจน์-กรณ์’ ชู ‘อรทัย’ คนรุ่นใหม่ครองใจคนภูเก็ต
‘สุวัจน์-กรณ์’ ชู ‘อรทัย’ คนรุ่นใหม่ครองใจคนภูเก็ต
‘สุวัจน์-กรณ์’ ชู ‘อรทัย’ คนรุ่นใหม่ครองใจคนภูเก็ต
‘สุวัจน์-กรณ์’ ชู ‘อรทัย’ คนรุ่นใหม่ครองใจคนภูเก็ต

เศรษฐา ชูดิจิตอลวอลเล็ตข่มมาตรการกระตุ้นศก.-ลั่นนำ ‘เพื่อไทย’สู้ความจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546295

05 เม.ย. 2566

เศรษฐา ชูดิจิตอลวอลเล็ตข่มมาตรการกระตุ้นศก.-ลั่นนำ 'เพื่อไทย'สู้ความจน

“เศรษฐา ทวีสิน” รับสุดตื้นตันที่ได้รับความไว้วางใจเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดต ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อ้อนขอเสียงเลือก”เพื่อไทย”เป็นรัฐบาล ประกาศธงนำเศรษฐกิจ ผ่าน”ดิจิตอลวอลเล็ต” ทำให้คนที่อยู่ในชุมชนขายของได้มากขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจครัวเรือนไปจนถึงระดับประเทศ 

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวช่วงหนึ่งในงานเปิดตัว “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ตอน One Team for all Thais : หนึ่งทีมเพื่อไทยทุกคน”   ณ ธันเดอร์โดม สเตเดียม เมืองทองธานี  ว่า วันนี้เป็นวันสำคัญในชีวิตการเมืองของตน รู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณพรรค”เพื่อไทย”ที่ไว้วางใจเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดต เพื่อร่วมชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนถัดไป ที่มีภารกิจสำคัญในการพลิกฟื้นประเทศไทยซบเซามานานมานาน 

ขออาสาและขอโอกาสจากคนไทยทุกคนเลือก“เพื่อไทย” ให้ไปจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้ตนและเพื่อผู้สมัคร สส.ของพรรคเพื่อไทย ทำความตั้งใจนี้ให้เป็นจริง ถึงแม้ว่าตนจะไม่ได้มีชีวิตอยู่จนเห็นภาพสุดท้ายว่าคนไทยเท่าเทียมกันทุกประการ แต่ตนจะทำทุกทาง เพื่อให้ลูกหลานมีสังคมและชีวิตที่ดีกว่า สิ่งที่จะทำในฐานะผู้นำของประเทศไทยคนถัดไป ความตั้งใจข้อแรกจะยกระดับเศรษฐกิจประเทศไทยทั้งประเทศ โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง

  • “ดิจิตอลวอลเล็ต”เติมเงินในระบบกระตุ้นศก.

ด้วยนโยบาย”ดิจิตอลวอลเล็ต” ขอเน้นย้ำคำว่า ทั่วถึงเพราะที่ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างผลประโยชน์ให้กับคนไม่กี่กลุ่มในประเทศ ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำฐานะของคนในครัวเรือนและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ    ภายใต้นโยบายของพรรคเพื่อไทย จะอาศัยเทคโนโลยี “ดิจิตอลวอลเล็ต” ด้วยการเติมเงินในกระเป๋าดิจิตอล 10,000บาท ในมือถือทุกคน ที่มีอายุ16 ปีขึ้นไป สามารถใช้ได้ในรัศมี 4 กิโลเมตร จากที่อยู่ตามบัตรประชาชน และต้องใช้ให้หมดภายใน 6 เดือน ซึ่งนโยบายนี้จะทำให้เกิดการหมุนเวียนทำให้คนที่อยู่ในชุมชนขายของได้มากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนไปจนถึงระดับประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะได้การตอบแทนกลับมาในรูปแบบของภาษี 

ส่วนนโยบายที่จะขับเคลื่อน  ครอบคลุมทั้งการหาตลาดให้กับผู้ผลิตสินค้าในไทย ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หรือสุราพื้นบ้าน ให้สินค้าจากไทยเข้าถึงตลาดทั่วโลก ที่จะนำรายได้มหาศาลมาสู่ประชาชน โดยหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะมีการยกระดับการเจรจาทางการทูตเพื่อผลประโยชน์ของคนไทย ไม่ใช่แค่ด้านเศรษฐกิจแต่ยังรวมถึงสิทธิ์ฟรีวีซ่าของพาสปอร์ตไทยในอีกหลาย ๆ ประเทศ ด้วยเช่นกัน   เพื่อไทยจะไปเจรจากับบริษัทต่างประเทศให้เลือกลงทุนที่ประเทศไทย เพิ่มตำแหน่งงาน เพิ่มรายได้ให้คนไทย

  • ย้ำยุทธศาสตร์ไทยศูนย์กลางการขนส่ง

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทัดเทียมระดับโลก โดยประเทศไทยจะต้องเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศ ทางราง และทางเรือ ให้สามารถรองรับผู้คนและสินค้าให้ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยายสนามบิน ขยายโครงข่ายรถไฟให้เชื่อมเหนือจรดใต้ และเพิ่มความสามารถของท่าเรือเชื่อมต่อ โดยที่พรรคเพื่อไทยจะยังไม่ละเลยความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ต้องบริหารจัดการให้เติบโตไปพร้อมกับประเทศ

การนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารพื้นที่ชลประทานอย่างเป็นระบบภายใต้การประสานงานของหน่วยงานรัฐที่ทำงานโดยมีประชาชนเป็นหัวใจหลัก   และอากาศสะอาดที่เป็นพื้นฐานการดำรงชีวิต ประชาชนไม่ควรต้องร้องขอจากรัฐ  โดยเฉพาะปัญหา PM 2.5 ที่เผชิญอยู่ รัฐบาลที่ดีต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นตอทันที ความตั้งใจทั้งหมดที่พูดมาทำได้จริง ผ่านนโยบายของพรรคเพื่อไทยจะยกระดับครัวเรือน  ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยมีที่ยืนบนเวทีโลกอีกครั้ง

  • สลายทุกสีเสื้อนำประเทศไทยสู่ความยากจน

“ความตั้งใจทั้งหมดต้องอาศัยประชาชนทั้งหมดช่วยกัน เป็นกำลังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความตั้งใจนี้ให้เป็นจริง ในวันนี้ขอให้ทุกคนในที่นี้และอยู่ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นคนภาคกลางคนเหนือ คนใต้ คนอีสาน จะเป็นคนรวยคนด้อยโอกาส เป็นชาวนา ชาวไร่ นักธุรกิจ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หรือจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่า คนอนุรักษ์นิยม คนเสรีนิยม คนเสื้อแดง คนเสื้อเหลือง คนเสื้อหลากสี พวกเราคือคนไทยเหมือนกัน ขอให้ทุกคนถอดหัวโขน ที่สวมอยู่ ทุกคนล้วนเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นพี่ เป็นน้องเป็นคนในครอบครัว และสำคัญที่สุด  เป็นประชาชนคนไทย เป็นคนที่รักและอยากเห็นประเทศไทยเจริญก้าวหน้ากลับมาเป็นผู้นำของภูมิภาคอีกครั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้มาสู้กับใครคนใดคนหนึ่ง ศัตรูของผมคือความยากจน ความลำบากของประชาชน ชัยชนะต่อสิ่งเรานั้นคือเป้าหมายที่แท้จริงของผมและพรรคเพื่อไทย อยากทำให้ความหวังของทุกคนเป็นจริงที่อยากเห็นคนทุกกลุ่มมีชีวิตที่ดีขึ้น ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน มีที่ยืนในเวทีโลกอย่างภาคภูมิใจ   ถ้าทุกคนเชื่อในความหวังนี้ว่าจะเป็นจริงได้เชื่อในความหวัง เชื่อในความมุ่งมั่นของผมและสส. ของพรรคเพื่อไทย เลือกพรรคเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน” 

นายเศรษฐา กล่าวด้วยว่า  ถ้ามีโอกาสได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จะอุทิศเวลาทั้งหมดทำหน้าที่รับใช้ประชาชน ทำนโยบายให้เป็นจริง นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ประเทศ คืนศักดิ์ศรีคืนความมั่งคั่ง คืนความภาคภูมิใจให้กับคนไทย เพื่อส่งต่ออนาคตที่ดีให้กับลูกหลาน

เศรษฐา ชูดิจิตอลวอลเล็ตข่มมาตรการกระตุ้นศก.-ลั่นนำ 'เพื่อไทย'สู้ความจน
เศรษฐา ชูดิจิตอลวอลเล็ตข่มมาตรการกระตุ้นศก.-ลั่นนำ 'เพื่อไทย'สู้ความจน
เศรษฐา ชูดิจิตอลวอลเล็ตข่มมาตรการกระตุ้นศก.-ลั่นนำ 'เพื่อไทย'สู้ความจน

เศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ในงานเปิดตัว “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ตอน One Team for all Thais : หนึ่งทีมเพื่อไทยทุกคน”   ณ ธันเดอร์โดม สเตเดียม เมืองทองธานี

‘แพทองธาร’ ดันสี่นโยบาย แก้ปัญหาปากท้อง คนไทยต้องหายจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546290

05 เม.ย. 2566

'แพทองธาร' ดันสี่นโยบาย แก้ปัญหาปากท้อง คนไทยต้องหายจน

‘แพทองธาร’ ปักธง ดันนโยบายฟื้นเศรษฐกิจ เติมรายได้ทุกครอบครัวให้ถึง 20,000 บาท/เดือน ยกเครื่องเศรษฐกิจใหม่ ดันไทยประเทศไทยเป็น Blockchain Hub แห่งอาเซียน

แพทองธาร ชินวัตร แคนดิดตนายกฯพรรคเพื่อไทยลงรายละเอียดนโยบายด้านนวัตกรรมและความเป็นอยู่ 4 เรื่อง ได้แก่ เทคโนโลยี Blockchain, 1 ครอบครัว  1 ศักยภาพ (Soft Power) , เติมรายได้ให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อยกว่า 20,000 บาท ให้ครบ 20,000 บาท และนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

เริ่มต้นการหาเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ย้ำเบอร์พรรคเพื่อไทย คือเบอร์ 29 และจุดยืนแลนด์สไลด์ เลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลายชนะเสียง ส.ว. เพื่อส่งแคนดิเดต 1 ใน 3 ของพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศ 

แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ไทยขอให้ประชาชนร่วมกันโหวตเพื่อไทยอย่างมียุทธศาสตร์ ให้แลนด์สไลด์ จะได้ร่วมกันสร้างประเทศไทย และคนไทย ให้มั่งคั่งมีความสุขกันถ้วนหน้า

เพื่อให้พรรคเพื่อไทย ให้ถล่มทลายเพื่อส่งแคนดิเดต 1 ใน 3 ของพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศ ภายใต้การบริหารงานร่วมกันเป็นทีมและนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะทวงคืนประชาธิปไตยและสร้างความมั่งคั่งให้กับประชาชนทุกคนได้ขับเคลื่อนนโยบายที่

ทั้งสี่นโยบายพรรคเพื่อไทย มีรายละเอียดดังนี้

  • พรรคเพื่อไทยจะนำเทคโนโลยีการเงิน อย่าง Blockchain ที่มีความคล้ายอินเตอร์เน็ต มาใช้เป็นเครื่องมือในกระจายสินค้าคนไทยไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร งานฝีมือ และธุรกิจขนาดย่อย

    ให้เงินจากทั่วโลกไหลเข้า กระเป๋าเงินดิจิทัล ของคนไทย ที่รัฐบาลจากพรรคเพื่อไทยจะมอบให้ประชาชนทุกคนที่อายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป พร้อมเงินติดกระเป๋าไว้ใช้เบื้องต้นในระยะสั้น จำนวน 10,000 บาท

    สำหรับใช้จ่ายใกล้บ้านระยะทาง 4 กิโลเมตร ภายในเวลา 6 เดือน ก่อนเงินจากตลาดโลกจะไหลเข้ากระเป๋าเงินดิจิทัลในระยะยาว
  • นโยบาย ‘Soft Power’ จากการยกตัวอย่างความสำเร็จในการผลักดัน Soft Power ของเกาหลีใต้ หากเปรียบกับประเทศไทยแล้วก็มีศักยภาพที่ไม่แพ้กัน เพียงแต่ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เปรียบเป็นเพชรที่รอการเจียระไน

    โดยนโยบาย 1 ครอบครัว  1 Soft Power (One Family One Soft Power : OFOS) ของพรรคเพื่อไทย จะเข้าไปค้นหาเพชรจากทุกครอบครัว โดยเปิดกว้างให้ทุกความสามารถได้มีโอกาสเรียนรู้และฝึกฝนทักษะทุกแขนง เพื่อสร้างรายได้ให้ได้อย่างน้อย 20,000 บาท/เดือน/คน

    พร้อมโครงการที่จะส่งเสริมให้กลุ่มคนที่มีทักษะได้ไปไกลระดับโลก เช่น โครงการครัวไทยสู่ครัวโลก  มวยไทยสู่มวยโลก  ศิลป์ไทยประทับใจโลก
  • สำรวจรายได้ทุกครัวเรือน ให้อยู่ในมาตรฐานรายได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท/เดือน หากครอบครัวไหนมีน้อยกว่า 20,000 บาท/เดือน เราจะเติมให้ครบ 20,000 บาททันที เพื่อลดช่องว่างระหว่างรายได้ ไม่ต้องมีใครต้องทนทุกข์อยู่กับความยากจนอีก
  • ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้เป็น 600 บาท/วัน และเงินเดือนสำหรับวุฒิปริญญาตรีและข้าราชการเริ่มต้น  25,000  บาท ที่จะเป็นผลจากนโยบายการกระตุ้นจีดีพี ของพรรคเพื่อไทยให้เติบโตเฉลี่ยปีละ 5% โดยเห็นผลได้ทันทีในปี 2567 หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ค่าแรงขั้นต่ำจะเริ่มทยอยปรับขึ้นเป็น 400 บาท/วัน

เลือกตั้ง66 : ‘มาดามเดียร์’ พร้อมเดินหน้าปักธงชัย ‘เมืองหลวง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546284

05 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 : 'มาดามเดียร์' พร้อมเดินหน้าปักธงชัย 'เมืองหลวง'

‘มาดามเดียร์’ วทันยา บุนนาค โพสต์เฟซบุ๊ก มั่นใจสู้ศึกเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม.จะสามารถนำชัยกลับมาสู่พรรคประชาธิปัตย์แน่นอน

มาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค โพสต์เฟซบุ๊ก “เดียร์ วทันยา บุนนาค ” ว่า วันนี้เดียร์ ท่านเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พี่ต่อ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน “คำไหน-คำนั้น” และทีม กทม. เอาฤกษ์เอาชัยหลังผู้สมัคร ส.ส. กทม. ทุกคนได้หมายเลขประจำตัว มอบธงพรรค นำชัยทุกเขต ทุกพื้นที่

เดียร์ มั่นใจว่า การสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ภายใต้การนำของท่านหัวหน้าพรรค ท่านเลขาธิการพรรค โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ที่มีพี่องอาจ เดียร์ และ ดร.เอ้ ร่วมด้วยช่วยกัน เราจะนำชัยกลับมาสู่พรรคประชาธิปัตย์ ได้อย่างแน่นอนค่ะ

งานนี้ได้รับเสียงคำชมจาก พี่น้องประชาชน พี่ๆ สื่อ และ ว่าที่สส. หลายท่าน เดียร์ขอขอบคุณแทนทีมงานของเดียร์ด้วยนะคะ

เลือกตั้ง66 : 'มาดามเดียร์' พร้อมเดินหน้าปักธงชัย 'เมืองหลวง'
เลือกตั้ง66 : 'มาดามเดียร์' พร้อมเดินหน้าปักธงชัย 'เมืองหลวง'
เลือกตั้ง66 : 'มาดามเดียร์' พร้อมเดินหน้าปักธงชัย 'เมืองหลวง'