‘สุวัจน์’ สนับสนุนการแก้ไข ‘กฎหมาย’ และ ‘รัฐธรรมนูญ’ให้ทันสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545792

29 มี.ค. 2566

'สุวัจน์' สนับสนุนการแก้ไข 'กฎหมาย' และ 'รัฐธรรมนูญ'ให้ทันสมัย

‘สุวัจน์’ สนับสนุนการแก้ไข ‘กฎหมาย’ และ ‘รัฐธรรมนูญ’ ให้ทันสมัย ในประเด็นที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อเป็นเครื่องมือฝ่าวิกฤตของชาติ

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวในงานเสวนา “วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย” โดยการดีเบต 9 พรรคการเมือง จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ในหัวข้อตอบคำถามเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ รวมทั้งการพัฒนาระบบการอนุมัติ อนุญาต ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจอย่างไร? ว่าในเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อให้มีผลในเรื่องของการแก้ไขนั้น เป็นเรื่องที่มีความจําเป็น

เพราะกฎหมายเป็นเครื่องมือที่สําคัญสําหรับฝ่ายบริหารในการจะสร้างความเรียบร้อยของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริบทของการแข่งขันในเรื่องของธุรกิจ การค้าเศรษฐกิจ การลงทุน มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมีโรคระบาด มีการจับขั้วระหว่างประเทศมหาอํานาจ มีการเคลื่อนย้ายการลงทุน มีเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขึ้น

เพื่อให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ ลุล่วง ฉะนั้น เราต้องมีเครื่องมือที่มีความยืดหยุ่นที่ดี ถ้าเราไม่มีความยืดหยุ่นเราไม่สามารถที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้ทันกับบริบทของความเปลี่ยนแปลงในวันนี้

นายสุวัจน์ กล่าวว่ารัฐธรรมนูญเขียนไว้อยู่แล้วมาตรา 77 ว่ารัฐจะต้องมีกฎหมายให้น้อยที่สุด และจะต้องมีการจัดการกฎหมายให้ทันสมัย ให้ยืดหยุ่นแล้วประชาชนเข้าถึงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญมีอยู่เรื่องหนึ่งที่อยากจะยกเป็นตัวอย่าง คือ แผนยุทธศาสตร์ 20 ปีถามว่าวันนี้ เราต้องใช้แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ในการเดินหน้าประเทศไทยท่ามกลางบริบทของความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างนี้หรือ

9 พรรคการเมือง ดีเบต เวทีเสวนาวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย จัดโดยสภาอุตสาหกรรมฯ9 พรรคการเมือง ดีเบต เวทีเสวนาวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย จัดโดยสภาอุตสาหกรรมฯ

จะบอกว่าไม่ใช่เป็นประเด็นทางกฎหมายเท่านั้น แม้แต่ประเด็นตามรัฐธรรมนูญก็ควรที่จะต้องมีการแก้ไข เพื่อสร้างกลไกล สร้างเครื่องมือในด้านการบริหารทางเศรษฐกิจการลงทุนให้กับการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ 

ยกตัวอย่าง มีกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่ง เป็นคําสั่งคณะปฏิวัติ ใช้ไปตั้งแต่ปี 2515 บอกไว้ว่า เวลา 14.00-17.00 น.ห้ามขายเหล้า ขายสุรา ซึ่งวันนั้นอาจมีนักท่องเที่ยวยังไม่ถึง 5 ล้านคนเลย แต่วันนี้มีนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน 

วันนี้การท่องเที่ยวเกือบ 20% ของ GDP เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เรายังจะบอกว่าสองโมงถึงห้าโมงเย็นห้ามขายเหล้า ขายเบียร์อยู่ สมควรที่จะมีการแก้ไขหรือไม่ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

เรื่องรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา 4 ปี นโยบายของรัฐบาลที่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าแก้ได้เรื่องเดียว คือ แก้เรื่องเลือกตั้งบัตร 2 ใบ แต่ไม่มีการแก้ไขในมาตราใดที่จะรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุนทางด้านเศรษฐกิจของประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ฉะนั้น เรื่องนี้มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความยืดหยุ่นตัวในการต่อสู้กับวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ

 9 พรรคการเมือง ร่วมดีเบตเวทีเสวนาวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย9 พรรคการเมือง ร่วมดีเบตเวทีเสวนาวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย

เช็กที่นี่ เงื่อนไข ‘ยุบพรรค’ 21 ข้อ ตามกฎหมาย ‘พรรคการเมือง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545791

29 มี.ค. 2566

เช็กที่นี่ เงื่อนไข 'ยุบพรรค' 21 ข้อ ตามกฎหมาย 'พรรคการเมือง'

เปิดข้อกฎหมาย ‘ยุบพรรค’ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ‘พรรคการเมือง’ บัญญัติไว้หลายมาตรา รวม 21 เงื่อนไข

พลิกกฎหมายพรรคการเมืองพบเงื่อนไขยุบพรรค 21 ข้อ โดยมีประกาศ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ฉบับที่ 11 กำหนดเงื่อไขให้การยุบพรรคการเมืองดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น

สำหรับเงื่อนไขของการยุบพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองประกอบไปด้วย

  • ไม่แก้ไขข้อบังคับให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • มีจำนวนสมาชิกพรรคการเมืองน้อยกว่า 5,000 ติดต่อกันเป็นเวลา 90 วัน หลังจดทะเบียนพรรคการเมืองได้ 1 ปี  
  • มีจำนวนสาขาพรรคการเมืองในแต่ละภาคน้อยกว่า 1 สาขา เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 1 ปี
  • ไม่มีการประชุมใหญ่พรรคการเมืองหรือไม่มีการดำเนินกิจกรรมใดทางการเมืองเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 1 ปี 
  • ไม่ส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้ง 2 ครั้งติดต่อกันหรือเป็นเวลา 8 ปีติดต่อกัน
  • มีหนี้สิ้นล้นพ้นตัวตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
  • พรรคการเมืองเลิกตามข้อบังคับ
  • กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ  
  • กระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • พรรคการเมืองดำเนินกิจการลักษณะหากำไรมาแบ่งปันกัน  
  • ยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกพรรค ควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ  
  • ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้สมัครเข้าเป็นสมาชิก 
  • จัดตั้งสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนประจำจังหวัดนอกราชอาณาจักร
  • รับบริจาคเพื่อสนับสนุนการกระทําอันเป็นการบ่อนทําลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน
  • ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทําการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทําการอันเป็นการทําลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ
  • เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่น เพื่อให้บุคคลอื่นได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งในการบริหารราชการแผ่นดิน หรือในหน่วยงานของรัฐ 
  • รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่น จากผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย บริษัทต่างชาติ คณะบุคคลที่ได้รับเงินอุดหนุนจากต่างประเทศ 
  • ถ้าพรรคการเมืองเป็นผู้กล่าวหาพรรคการเมืองอื่นว่า กระทำความผิดตามกฎหมายพรรคการเมือง ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นการกล่าวหาที่เป็นความเท็จ 
  • หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ได้ยับยั้ง กรณีที่มีผู้สมัครทำให้การเลือกตั้งนั้นไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม 
  • เรียกหรือรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นได้เพื่อส่งผู้สมัคร หรือไม่ส่งผู้สมัคร อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่พรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้ง และทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริต 

‘ชาวอิรัก’ ซ่อนตัวในไทยนาน 8 ปี หนีไม่พ้นเผชิญหน้า ตร. ถึงกับเป็นลม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545785

29 มี.ค. 2566

'ชาวอิรัก' ซ่อนตัวในไทยนาน 8 ปี หนีไม่พ้นเผชิญหน้า ตร. ถึงกับเป็นลม

ตม.ชลบุรี ร่วมกับ สภ.เมืองพัทยา จับกุม ‘ชาวอิรัก’ ซ่อนตัวในไทยนาน 8 ปี ไม่ทำงาน เกรงก่อเหตุอาชญากรรม ขณะเข้าจับกุมคนร้ายตกใจถึงกับเป็นลม เร่งปฐมพยาบาลก่อนส่งดำเนินคดี ขึ้น Blacklist 10 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (28 มี.ค. 66) พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม.ชลบุรี , พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงชัย ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.ท.ปริญ ศรีภัทรกุลชัย สว.กก.2 บก.ทท.1 (พัทยา) พร้อมกำลัง ร่วมกันจับกุม MR.KHALID MAJEED ALI ALI อายุ 52 ปี สัญชาติอิรัก หลังพบเข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุดนานกว่า 8 ปี เกรงจะเข้ามาทำสิ่งผิดกฎหมาย 

พ.ต.อ.ปริญญา​ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบชายสัญชาติอิรัก แฝงตัวอยู่ในชุมชนมาบยายเรีย มาเป็นระยะเวลานาน ไม่ปรากฎว่าประกอบอาชีพใด ส่วนมากจะเก็บตัวไม่สุงสิงกับใครในชุมชน เกรงว่าอาจจะเข้ามาก่อเหตุหรือกระทำผิดกฎหมาย จึงได้สั่งการให้ชุดทำงาน ตม.ชลบุรี และ สืบสวน สภ.เมืองพัทยา นำกำลังไปตรวจสอบ พบผู้ต้องหานั่งอยู่หน้าบ้านพักในชุมชน ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับหน้าซีดและเป็นลม เจ้าหน้าที่รีบทำการปฐมพยาบาล

ขณะตำรวจเข้าจับกุม ผู้ต้องหาเป็นลมขณะตำรวจเข้าจับกุม ผู้ต้องหาเป็นลม
 

จากการตรวจสอบหนังสือเดินพบว่า ผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2557 ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ได้รับอนุญาตให้อยู่ 60 วัน ถึงวันที่ 15 ม.ค. 2558 แต่เมื่อการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว ไม่ได้เดินทางกลับออกไป ถือเป็นการอยู่โดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)เป็นเวลานานกว่า 8 ปี หรือ 2,993 วัน จึงได้จับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ ดำเนินคดีข้อหา  “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” มีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะต้องถูกบันทึกเป็นบุคคลต้องห้ามเข้ามาในประเทศไทยเป็นเวลา 10 ปี
 

ตม.ชลบุรี ร่วมกับ สภ.เมืองพัทยา จับกุมชาวอิรัก ซ่อนตัวในไทยนาน 8 ปี ตม.ชลบุรี ร่วมกับ สภ.เมืองพัทยา จับกุมชาวอิรัก ซ่อนตัวในไทยนาน 8 ปี

‘บิ๊กป้อม’ ไฮเทค วีดีโอคอลเปิดงานกีฬา ชาวบ้านปลื้ม อวยพรนายกฯคนที่ 30 (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545782

29 มี.ค. 2566

'บิ๊กป้อม' ไฮเทค วีดีโอคอลเปิดงานกีฬา ชาวบ้านปลื้ม อวยพรนายกฯคนที่ 30 (คลิป)

‘บิ๊กป้อม’ วีดีโอคอลเปิดงานกีฬา ‘แม่สลองเกมส์’ ยืนยันสั่งทุกหน่วยงานเร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 4 ภาคเหนือ ด้านชาวบ้านปลื้ม9อวยพรนายกฯคนที่ 30

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เห็นความสำคัญของกีฬาที่มีต่อเยาวชนและประชาชน จึงได้มีการต่อสายตรงวีดีโอคอลไปยังพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา 329 ต้านภัยยาเสพติด ครั้งที่27 “แม่สลองเกมส์” ณ ดอยแม่สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาหลายชนิดของชาวไทยเชื้อสายจีนยูนนาน 

พล.อ.ประวิตร กล่าวทักทายว่า “สวัสดีจ้ะ สบายดีนะ ขอบคุณที่ให้กำลังใจ ตอนนี้กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหา PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ วันนี้มีการแข่งขันกีฬาครั้งนี้ ขอให้ทุกคนโชคดี มีความสุขความเจริญตลอดไป ขอให้แข่งขันกีฬาด้วยความเรียบร้อย”

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ได้พูดถึงการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ ซึ่งมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำในแต่ละชุมชน ชาวบ้าน ที่เข้าร่วมงานได้ขอบคุณและขอเป็นกำลังใจให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 รวมถึงฝากให้ช่วยดูแลประชาชนภาคเหนือด้วย

สำหรับข้อสั่งการ พล.อ.ประวิตร ให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทัพอากาศ กรมฝนหลวง จ.และอบจ.เชียงราย เร่งดำเนินการแก้ไขในทุกระดับในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการวาระแห่งชาติ และการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันส่วนหน้าภาคเหนือ การสร้างเครือข่ายชุมชนปลอดคนเผาในพื้นที่เสี่ยง การบริหารจัดการเชื้อเพลิงครบวงจร ชิงเก็บลดเผาในพื้นที่โล่ง การใช้กลไกทุกระดับ โดยเฉพาะระดับพื้นที่คุมเข้มมาตรการทางกฏหมายและขอความร่วมมือประชาชน การลดจุดความร้อนในพื้นที่ป่า การผลักดันกลไกระหว่างประเทศ 

นอกจากนี้สั่งการเร่งดำเนินการใน 3 พื้นที่ คือ พื้นที่เมือง พื้นที่ป่า และพื้นที่การเกษตร ใน 7 มาตรการ ซึ่งขณะนี้กองทัพอากาศและกรมฝนหลวงส่งเครื่องบินขึ้นไปทำฝนหลวงในพื้นที่รวมทั้งไปดับไฟป่าและจุดฮอตสปอตในพื้นที่ต่างๆที่มีมากกกว่า 5000 จุด เพื่อคลี่คลายสถานการณ์  ส่วนอบจ.ต่างๆในภาคเหนือ หน่วยงานที่เกี่ยวดำเนินการตามแนวทางที่ พล.อ.ประวิตร สั่งการไว้ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมแล้ว  

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ วีดีโอคอลเปิดงาน "แม่สลองเกมส์"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ วีดีโอคอลเปิดงาน “แม่สลองเกมส์”

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ วีดีโอคอลเปิดงาน "แม่สลองเกมส์"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ วีดีโอคอลเปิดงาน “แม่สลองเกมส์”

‘จ่าตา’ ถอนตัว สส.มหาสารคาม พรรคก้าวไกล ขอสู้คดี หลังตกเป็นผู้ต้องหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545780

29 มี.ค. 2566

'จ่าตา' ถอนตัว สส.มหาสารคาม พรรคก้าวไกล ขอสู้คดี หลังตกเป็นผู้ต้องหา

‘จ่าตา’ ถอนตัว สส.มหาสารคาม พรรคก้าวไกล หลังถูกออกหมายคดีทุจริตสอบคัดเลือกตำรวจ พิสูจน์ความจริงได้ กลับมาแน่ พร้อมตั้งข้อสงสัยถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ หรือ จ่าตา ประกาศขอถอนตัวจากว่าที่ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 1 พรรคก้าวไกล หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบคัดเลือกตำรวจเมื่อวานนี้ (28 มีนาคม) 

จ่าตา เปิดเผยว่า หลังจากได้รับหมาย ก็ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนพร้อมหลักทรัพย์ประกันตัว ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าข่าวที่นำเสนอออกไป เหตุใดจึงมีความคลาดเคลื่อน เพราะตนไม่ได้ถูกบุกจับกุมแต่เป็นการมอบตัวด้วยตนเองและได้รับประกันตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และยืนยันว่ายินดีพิสูจน์ความจริง

ตนอยู่กับพรรคก้าวไกลมาตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ ที่ผ่านมาตนทำงานให้พรรค นำปัญหาของประชาชนในพื้นที่มาให้ สส.พรรคก้าวไกลเป็นปากเสียงในสภา แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว เมื่อสังคมเกิดความสงสัย ตนซึ่งต้องการให้ทุกฝ่ายสบายใจ ทั้งพรรคและผู้สนับสนุน จึงขอยุติบทบาทในตำแหน่งว่าที่ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 1 ของพรรคก้าวไกล เพื่อเปิดทางให้พรรคสรรหาผู้สมัครที่มีความเหมาะสมต่อไป

ระหว่างนี้ขอถอนตัวเพื่อไปพิสูจน์ความจริงและเมื่อได้รับการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรมว่า ไม่มีความผิดแล้ว จะกลับมาลงสมัครอีกครั้ง โดยในระหว่างนี้จะยังคงช่วยงานพรรคก้าวไกลในการรณรงค์หาเสียงต่อไป แม้จะไม่ได้ลงสมัครก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะเชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะสรรหาผู้สมัครที่มีความกล้าสู้กล้าชน มีคุณสมบัติเหมาะสม ได้ไม่ยากมีอยู่ทุกจังหวัดและทุกเขตทั่วประเทศอยู่แล้ว
 

นอกจากนี้ จ่าตา ยังเกิดข้อสงสัยหลายประเด็น เช่น เหตุใดเพิ่งมีการออกหมายมาในวันที่กำลังจะมีการเปิดตัวผู้สมัครในพื้นที่และใกล้วันรับสมัคร สส. และยังมีการติดต่อมาขอให้ยกเลิกเวทีปราศรัยของพรรคก้าวไกลที่ จ.มหาสารคาม ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า จะเดินทางมาด้วย จึงสงสัยว่าการถูกดำเนินคดีเกี่ยวข้องอย่างไรกับการปราศรัย เป็นการใส่ร้ายให้พรรคก้าวไกลได้รับความเสียหายหรือไม่

นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ หรือ จ่าตานายอดิศักดิ์ สมบัติคำ หรือ จ่าตา

‘เศรษฐา’ ย้ำเหตุผลไม่ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545779

29 มี.ค. 2566

'เศรษฐา' ย้ำเหตุผลไม่ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ 'เพื่อไทย'

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ‘เศรษฐา’ ทวีสิน แจงเหตุไม่ลง สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ เพราะต้องการเข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร

ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ชี้แจงสาเหตุที่ไม่ลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย ในเฟซบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน มีเนื้อหาว่า

ช่วงนี้มีคนถามเยอะเรื่องสถานะของเขา กับการตัดสินใจไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ จึงขอใช้พื้นที่นี้ในการสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน

เศรษฐา อธิบายว่า จุดยืนของ ตั้งใจที่จะเข้าไปทำหน้าที่บริหาร โดยนำนโยบายที่ได้หาเสียงร่วมกับการออกกฎหมายจากฝ่ายนิติบัญญัติที่ประกอบไปด้วย สส. ของพรรคเพื่อไทย และพวกเราทุกคนมีจุดยืนที่จะทำหน้าที่ในสภาอย่างเต็มความสามารถ ไม่ให้ขาดตกบกพร่องในฐานะผู้แทนประชาชนแต่ประการใด


หากเขาถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยซึ่งผ่านขั้นตอนการสรรหาจากกรรมการบริหารพรรค นั่นคือสิ่งแสดงว่าตัวยึดโยงกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนร่วมกันตัดสินใจว่าหากต้องการให้นายกรัฐมนตรีมาจากพรรคเพื่อไทย จึงต้องเลือก สส. จากพรรคเพื่อไทย

เศรษฐา ยืนยันว่า เขาไม่ได้ลอยมาจากไหน และทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กำหนดขึ้น

‘วราวุธ’ รั้งอันดับ 1 ปาร์ตี้ลิสต์ ‘ชาติไทยพัฒนา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545777

29 มี.ค. 2566

'วราวุธ' รั้งอันดับ 1 ปาร์ตี้ลิสต์ 'ชาติไทยพัฒนา'

‘ชาติไทยพัฒนา’ เปิดรายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ อันดับ 1-10 ‘วราวุธ’ รั้งอันดับ 1 ‘ชาติชาย พยุหนาวีชัย’ อันดับ 2 มั่นใจชื่อ ‘บรรหาร’ ยังสู้ไหว มั่นใจได้สส.เขตเกินครึ่ง จากทั้งหมดส่ง 50 เขต

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยผลประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบรายชื่อผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อตามที่คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครพรรคชาติไทยพัฒนาเสนอ

โดย นายประพัตร กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งระบบเขต 26 จังหวัด 50 เขต ซึ่งได้มีการตรวจคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว ส่วนระบบบัญชีรายชื่อมีผู้สมัคร 116 คน คณะกรรมการสรรหาได้มาจัดคุณสมบัติและเอกสารต่างๆ เหลือ 89 คน ที่จะเตรียมส่งลงสมัครต่อไป

ทั้งนี้ พรรคมีความมั่นใจในทั้ง 50 เขต ว่ามีตัวเต็งทั้งหมด และเชื่อว่าจะต้องได้ที่นั่งมากกว่า 25 เขต เพื่อจะสามารถเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามของพรรคได้ ส่วนบัญชีรายชื่อ คาดว่าจะได้คะแนน 1.5-2 ล้านเสียง คิดเป็น ส.ส. 7-10 คน

พรรคมีผู้มาช่วยสนับสนุนจากหลายวงการ รวมทั้งการลงพื้นที่ด้วยตัวของหัวหน้าเอง ที่เข้าถึงคนในพื้นที่ สร้างความประทับใจให้กับคนรุ่นใหม่และนักธุรกิจ

นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนานายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา

ส่วนการลงพื้นที่หาเสียงในส่วนเขต ที่พรรคชาติไทยพัฒนาได้ไปเปิดตัวผู้สมัครสส.ทางภาคอีสานมาแล้วนั้น ได้รับผลตอบรับ เป็นพรรคที่ก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่เป็นศัตรูกับใคร ทำงานกับทุกพรรค เข้าถึงชาวบ้าน มั่นใจในตัวของ บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เชื่อจะสู้ได้ เช่นเดียวกับในภาคกลางที่มีความมั่นใจอยู่แล้ว

สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ชทพ. อันดับ1-10 ได้แก่

1.นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

2. นายชาติชาย พยุหนาวีชัย อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และทีมยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ

3. นายนิกร จำนง นายทะเบียนพรรค

4. น.ส.นันทพร ดำรงพงศ์

5. นายกนก วงศ์ตระหง่าน อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

6. นายสันติ กีระนันท์ อดีตกรรมการบริหารพรรคสร้างอนาคตไทย

7. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง

8. น.ส.ทัศน์ลักษณ์ ปัตตพงศ์ภัช รองเลขาธิการพรรค

9.น.ส. สุจิตรา ทรงมัจฉา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

10.น.ส. พัชรี โพธสุธน

แกนนำ ชทพ. แถลงมติพรรคแกนนำ ชทพ. แถลงมติพรรค

เคาะมติ กก.บห.ประชาธิปัตย์ เสนอ ‘จุรินทร์’ ชิงนายกฯ ชื่อเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545775

29 มี.ค. 2566

เคาะมติ กก.บห.ประชาธิปัตย์ เสนอ ‘จุรินทร์’ ชิงนายกฯ ชื่อเดียว

‘ประชาธิปัตย์’ เคาะชิง 400 สส.เขต 100 สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ก่อนส่ง หัวหน้า-เลขาฯพรรค เรียงลำดับ รอบนี้ ‘เฉลิมชัย’ ไม่ลง สส. พร้อมเผยมติ กกบห.พรรค เสนอ ‘จุรินทร์’ ชิงนายกฯ ชื่อเดียว

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพิจารณารายชื่อบุคคลลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้ง 400 เขต และ 100 สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ว่า เบื้องต้น คณะกรรมการบริหารพรรคฯ มีมติเห็นชอบแล้วทั้งหมด ภายหลังดำเนินการตามขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นตามกระบวนการไพรมารีโหวตเสร็จสิ้น 

โดยผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขตของปชป. จะเดินทางไปสมัครตามสถานที่ที่ กกต.จังหวัดจะกำหนดพร้อมกัน ในวันที่ 3 เมษายนนี้ และหัวหน้าพรรคฯ จะไปยื่นสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในวันที่ 4 เมษายนนี้

สำหรับการจัดลำดับบัญชีรายชื่อ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อนั้น นายองอาจ ชี้แจงว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคฯ และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคฯ จะเป็นผู้พิจารณาตามการปฏิบัติของพรรคในการเลือกตั้ง เมื่อปี 2554 และ 2562 ซึ่งผู้สมัคร ไม่มีความขัดข้องใด ๆ และทั้งหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค ยืนยัน จะดำเนินการจัดลำดับบัญชีรายชื่อด้วยความเที่ยงธรรม คำนึงถึงประโยชน์ของพรรคเป็นหลัก

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แถลงมติกรรมการบริหารพรรคปชป.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แถลงมติกรรมการบริหารพรรคปชป.

 โดยจะมีการเปิดเผยลำดับการจัดลำดับบัญชีรายชื่อ ภายหลังการยื่นสมัครต่อ กกต.เสร็จสิ้น และระบุด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีกำหนดลำดับบัญชีรายชื่อที่ปลอดภัยที่จะได้รับการเลือกตั้งแน่นอนว่าจะสิ้นสุดที่ลำดับที่เท่าใด แต่ยืนยันว่า ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อของพรรค มีความพร้อมในการทำหน้าที่

นายองอาจ ยังเปิดเผยด้วยว่า เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้ง สส.ในครั้งนี้ ทั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขต โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีนัยยะใด ๆ เพราะการร่วมรัฐบาลครั้งนี้ นายเฉลิมชัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยไม่ได้เป็น สส. และสามารถทำงานบรรลุตามเป้าหมายพรรค และนโยบายของรัฐบาลได้ รวมถึงยังสามารถบริหารจัดการงานภายในพรรคได้อย่างราบรื่น

นายองอาจ ยังเปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ร่วมกับ สส.ของพรรคฯ เพื่อพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่พรรคฯ จะเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา เพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมฯ มีมติให้ความเห็นชอบให้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคฯ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ เพียงรายชื่อเดียว ในการเป็นนายกรัฐมนตรี

กทม. ประกาศ 16 จุด ‘ปราศรัยหาเสียง’ เลือกตั้ง 2566 เช็กเงื่อนไขที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545774

29 มี.ค. 2566

กทม. ประกาศ 16 จุด 'ปราศรัยหาเสียง' เลือกตั้ง 2566 เช็กเงื่อนไขที่นี่

‘เลือกตั้ง 2566’ กทม. ประกาศ กำหนด 16 สถานที่ ‘ปราศรัยหาเสียง’ เช็กรายละเอียด และ เงื่อนไข การขออนุญาต ได้ที่นี่

เข้าสู่โหมด “เลือกตั้ง 2566” อย่างเต็มรูปแบบ หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2566 และวันถัดมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ได้ประกาศเคาะวันเลือกตั้ง เป็นวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 2566 

โดยวันที่ 3-7 เม.ย.2566 มีการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนด หลังจากนั้น เริ่มสู่กระบวนการหาเสียงเลือกตั้ง ล่าสุด กทม. ได้กำหนดพื้นที่สำหรับการปราศรัยหาเสียงไว้ 16 จุด

กรุงเทพมหานคร ได้ออกประกาศ กำหนดสถานที่สำหรับการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร จำนวน 16 จุด ดังต่อไปนี้

1. ลานคนเมือง เขตพระนคร

2. สวนจตุจักร เขตจตุจักร

3. สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร

4. อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย

5. สวนลุมพินี เขตปทุมวัน

7. สวนพระนคร เขตลาดกระบัง

8. สวนพัฒนาภิรมย์ เขตประเวศ

กทม.ประกาศจุดปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง สส.กทม.ประกาศจุดปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง สส.

9. สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน

10. สวนสาธารณะหน้าเตอะมอลล์บางแต เขตบางแค

1 1. บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (วงเวียนใหญ่) เขตธนบุรี

12. สวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด

13. สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด

14. ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ เขตทุ่งครุ

15. ศูนย์ฝึกกีฬาบางกอกอารีน่า เขตหนองจอก

16. สถานที่แห่งอื่น ๆ ตามที่หัวหน้าหน่วยงานผู้ซึ่งดูแลรับผิดซอบสถานที่พิจารณาเห็นสมควร

ทั้งนี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร และพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ที่ประสงค์จะขอใช้สถานที่ดังกล่าว จะต้องดำเนินการตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดสถานที่สำหรับการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.

กทม.กำหนดจุดปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง สส.กทม.กำหนดจุดปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง สส.

‘ไทยสร้างไทย’ ลงนามจรรยาบรรณการหาเสียงเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545770

29 มี.ค. 2566

'ไทยสร้างไทย' ลงนามจรรยาบรรณการหาเสียงเลือกตั้ง

‘ไทยสร้างไทย’ ลงนามจรรยาบรรณการหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความเสรี บริสุทธิ์ ยุติธรรม ปราศจากความรุนแรง

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ซึ่งมีนายโคทม อารียา เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการ เชิญตัวแทนหลายพรรคการเมืองร่วมลงนาม “จรรยาบรรณการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พ.ศ.2566″ 

ในส่วนของพรรคไทยสร้างไทย ส่งนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รองหัวหน้าพรรค เป็นตัวแทน พร้อมเปิดเผยว่า พรรคไทยสร้างไทยได้เข้าร่วมลงนามในครั้งนี้ มีเจตจำนงขอประกาศให้ความมั่นใจต่อพี่น้องประชาชนว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคไทยสร้างไทยจะเดินหน้าโดยเสรี บริสุทธิ์ ยุติธรรม รวมทั้งปราศจากความรุนแรงทั้งทางกายและสื่อสังคมออนไลน์ ตลอดจนให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้รับรู้รับทราบถึงนโยบายของพรรคอย่างตรงไปตรงมา และมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำให้นโยบายซึ่งได้ประกาศไว้ต่อพี่น้องประชาชนให้สำเร็จเป็นรูปธรรม

ดังนั้นพรรคไทยสร้างไทยและตน จึงได้ลงนามจรรยาบรรณการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566  และสัญญาที่พรรคการเมืองขอไว้ให้แก่ประชาชน พ.ศ.2566 เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนให้ร่วมกันเป็นสักขีพยานต่อไป

นายต่อพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงความพร้อมการเลือกตั้ง66ว่า ได้เตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของนโยบายและตัวผู้สมัครมานานแล้ว และยืนยันที่จะเสนอตัวเป็นทางรอดและเป็นทางออกของประเทศจากการเมืองที่ขัดแย้งมากว่า 17 ปี การเมืองที่วนเวียนอยู่กับวิกฤตและความขัดแย้ง จนถูกรัฐประหารถึง 2 ครั้ง 
“ที่ผ่านมาประชาชนเลือกฝั่งนึง ก็ติดล็อคเลือก อีกฝั่งก็ติดหล่ม ไม่มีพรรคที่เป็นทางรอดหรือทางออกให้กับประเทศ แต่วันนี้พรรคไทยสร้างไทยมีความพร้อมพร้อมจะดูแลพี่น้องประชาชนทุกคนตั้งแต่เกิดจนแก่ และเพื่อสร้างชัยชนะให้กับประชาชน” นายต่อพงษ์กล่าว