‘ปชป.’ ประกาศไม่ทน ‘ฝุ่นPM2.5’ ดัน ‘กฎหมายอากาศสะอาด’ ปกป้องคนกทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545767

29 มี.ค. 2566

‘ปชป.’ ประกาศไม่ทน ‘ฝุ่นPM2.5’ ดัน ‘กฎหมายอากาศสะอาด’ ปกป้องคนกทม.

ดร.เอ้ แท็กทีม ผู้การแต้ม-ดรุณวรรณ ลุยพื้นที่วัดค่า ‘ฝุ่นPM2.5’ ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ‘ปชป.’ ประกาศไม่ทนปัญหาฝุ่นพิษ พร้อมผลักดัน ‘กฎหมายอากาศสะอาด’ ปกป้องคนกทม.

ดร.เอ้-ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคฯ พร้อมด้วย “ผู้การแต้ม” พล.ต.ต.ดร.วิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัครสส. กทม.เขตหลักสี่-จตุจักร พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่บริเวณทางเข้าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อตรวจวัดค่า ‘ฝุ่นPM2.5’ ซึ่งเป็นจุดที่มีการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่มีการสัญจรไปมา รวมถึงมีการก่อสร้างในบริเวณใกล้เคียง

โดย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ย้ำว่าปัญหาเรื่อง ‘ฝุ่นPM2.5’ เป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ ไม่ใช่ปัญหาของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งทุกคนในประเทศต้องพร้อมร่วมมือกันในการแก้ไขรวมถึงภาคประชาชน ที่ต้องตระหนักถึงความสำคัญว่ามีอันตรายต่อชีวิต 

ปชป.พร้อมผลักดันให้มี ‘กฎหมายอากาศสะอาด’ เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหา เพราะการมี ‘กฎหมายอากาศสะอาด’ จะช่วยให้หน่วยงานที่ดูแลและแก้ไขปัญหา ‘ฝุ่นPM2.5’ มีอำนาจในการบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมและแก้ไขปัญหาที่ต้นตอของ ‘ฝุ่นPM2.5’ 

เครื่องตรวจวัดค่าฝุ่นPM2.5เครื่องตรวจวัดค่าฝุ่นPM2.5

ดร.เอ้ แท็กทีม ผู้การแต้ม-ดรุณวรรณ ลุยพื้นที่วัดค่าฝุ่นPM2.5 ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯดร.เอ้ แท็กทีม ผู้การแต้ม-ดรุณวรรณ ลุยพื้นที่วัดค่าฝุ่นPM2.5 ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

โดยที่ผ่านมาหน่วยงานต่าง ๆ มักจะแก้ปัญหาอย่างเฉพาะหน้า สาเหตุหนึ่งมาจากการไม่มีกฎหมายมารองรับ และสนับสนุนอย่างจริงจัง ทำให้ไม่สามารถควบคุมและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากแหล่งกำเนิดได้ เลยต้องไปแก้ไขที่ปลายเหตุ สุดท้ายปัญหา ‘ฝุ่นPM2.5’ ก็คงอยู่

ศ.ดร.สุชัชวีร์ อธิบายว่า ‘กฎหมายอากาศสะอาด’ ที่ออกมาจะช่วยเป็นเครื่องมือ ให้หน่วยงานที่ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาตรการและข้อบังคับไปควบคุมสาเหตุของฝุ่นPM2.5 ได้ถึงต้นตอ ไม่ว่าจะเป็น

  • การกำหนดเขตพื้นที่มลพิษต่ำ หรือ Low Emission Zone บริเวณพื้นที่ใจกลางเมือง 16 เขต
  • การควบคุมรถควันดำ ต้นตอสำคัญของฝุ่นPM 2.5
  • การจัดเก็บภาษีการปล่อยมลพิษยิ่งปล่อยมากยิ่งจ่ายมาก เพื่อเป็นการบังคับให้หาทางลดการปล่อยมลพิษ
  • การลดภาษีพื้นที่สีเขียวเป็นรางวัลให้คนทำดี

“เป็นที่น่าเสียดายว่าวันนี้ประเทศไทยยังไม่มี ‘กฎหมายอากาศสะอาด’ เพื่อคุ้มครองให้คนในชาติได้สูดอากาศบริสุทธิ์แม้แต่ฉบับเดียว ที่ผ่านมาแม้จะมีการผลักดันจากหลายภาคส่วน แต่ก็ยังถูกละเลย ไม่มีการนำมาประกาศบังคับใช้ บางคนอาจมองว่ามีความซ้ำซ้อน เพราะกฎหมายสิ่งแวดล้อมเดิมก็มีอยู่ 

ปชป.เชื่อหากมี กฏกมายอากาศสะอาด จะเป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาฝุ่นPM2.5 ได้ปชป.เชื่อหากมี กฏกมายอากาศสะอาด จะเป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาฝุ่นPM2.5 ได้

แต่ที่ผ่านมาก็พิสูจน์มาแล้วว่าถ้ากฎหมายสิ่งแวดล้อมเดิมใช้ได้จริง พวกเราชาวกรุงเทพฯ คงไม่ต้องมาทนกับปัญหานี้ในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้เป็นทางรอดเพื่อให้พวกเราคนกรุงเทพฯ ได้กลับมาสูดอากาศบริสุทธิ์กันทุกคน” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ผู้การแต้ม ผู้สมัครสส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศสงครามกับปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 อย่างต่อเนื่องผู้การแต้ม ผู้สมัครสส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศสงครามกับปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 อย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ ‘ผู้การแต้ม’ พล.ต.ต.ดร.วิชัย สังข์ประไพ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจะเดินหน้าต่อเพื่อประกาศสงครามกับปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ใช่การทำเพื่อหวังผลทางการเมือง แต่มองประเด็นเรื่องคุณภาพชีวิตของคนไทยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ที่ต้องเผชิญปัญหาเหล่านี้มาเป็นเวลานานและยังไม่ได้รับการแก้ไขจากผู้ที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง
ดร.เอ้ แถลงผ่านสื่อว่าฝุ่นPM2.5 สามารถซึมเข้าไปในร่างกายได้สุดท้ายอาจทำให้เกิดภาวะสมองตายดร.เอ้ แถลงผ่านสื่อว่าฝุ่นPM2.5 สามารถซึมเข้าไปในร่างกายได้สุดท้ายอาจทำให้เกิดภาวะสมองตาย

ขณะที่ นางดรุณวรรณ กล่าวว่าบรรยากาศการลงพื้นที่ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ในวันนี้ได้รับกำลังใจจากประชาชนที่เห็นความมุ่งมั่นในการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ โดยบางท่านได้มาจอดรถทักทายและส่งเสียงเชียร์ ให้กับ ศ.ดร.สุชัชวีร์ และ ผู้การแต้ม รวมถึงขอบคุณที่พรรคประชาธิปัตย์มาลงพื้นที่ตรวจวัดค่า ‘ฝุ่นPM 2.5’ ทำให้ได้ตระหนักถึงอันตรายและอยากให้พรรคได้เข้ามาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

ทั้งนี้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ ย้ำว่า ‘ฝุ่นPM2.5’ เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นนั้น มันอันตรายกว่าโควิด 19 ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ หากแต่ภัยจาก ‘ฝุ่นPM2.5’ สามารถซึมเข้าไปในร่างกายได้อย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายอาจทำให้เกิดภาวะสมองตายได้ 

นอกจากพรรคประชาธิปัตย์ จะนำเสนอ‘กฎหมายอากาศสะอาด’แล้ว ยังตั้งทีมเพื่อวัดค่า‘ฝุ่นPM2.5’ อย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอแนวทางการป้องกันและแก้ไขเบื้องต้นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป

แกนนำปชป.ลุยพื้นที่ตรวจสภาพฝุ่นจิ๋วในพื้นที่กทม.แกนนำปชป.ลุยพื้นที่ตรวจสภาพฝุ่นจิ๋วในพื้นที่กทม.

‘มดดำ’ ร่วมยินดี ‘สุชาติ ตันเจริญ’ กลับพรรคเพื่อไทย แฉไม่ร่วมงานพรรคเก่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545760

29 มี.ค. 2566

'มดดำ' ร่วมยินดี 'สุชาติ ตันเจริญ' กลับพรรคเพื่อไทย แฉไม่ร่วมงานพรรคเก่า

‘สุชาติ ตันเจริญ’ หวนกลับพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง เผยสาเหตุสำคัญ ชาวตะวันออกเรียกร้อง อย่าอยู่พรรคเดิม 4 ปี ทำนโยบายไม่ได้สักข้อ ด้าน ‘นพ.ชลน่าน’ เชื่อ แลนด์สไลด์ตะวันออก

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. พรรคเพื่อไทย เปิดตัวต้อนรับ นายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กลับเข้ามาร่วมงานอีกครั้ง โดยมีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค , นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรค , นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค , นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส. , นางพวงเพชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร 


นายสุชาติ เปิดเผยถึงการตัดสินใจกลับเข้าพรรคเพื่อไทยว่า ตนเคยถูกเว้นวรรคทางการเมืองไปกว่า 10 กว่าปี สมัยเป็นรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย จึงต้องดิ้นรนแบบที่นพ.ชลน่านกล่าว เดินกลับบ้านไม่ค่อยถูก แต่ลูกบังเกิดเกล้า (มดดำ คชาภา)บังคับมาด้วย ซึ่งจริงๆแล้วต้องการให้ลูกลงแทนตน แต่เจ้าตัวบอกว่า “อย่ามายุ่งกับผม ผมรวยอยู่แล้ว ผมจึงให้เอาน้องชายเค้าลงแทน เพราะพรรคเพื่อไทยต้องการคนรุ่นใหม่ ที่มาทำการเมืองยุคใหม่” รวมถึงนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้ากลุ่ม 16 อยากให้กลับมา 
นายสุชาติ ตันเจริญ กลับเข้าพรรคเพื่อไทยนายสุชาติ ตันเจริญ กลับเข้าพรรคเพื่อไทย

อีกสาเหตุคือ เวลาที่ตนไปปราศรัยในภาตะวันออก ชาวบ้านมักจะถามว่า จะลงพรรคไหน ซึ่งปัจจุบันให้เกียรติชาวบ้านเป็นคนเลือก คำตอบ คือ อยู่พรรคไหนก็ได้ แต่อย่าอยู่พรรคเดิม ถ้าไปดีๆก็คือไปเพื่อไทย เพราะพรรคเดิมไปปราศรัยหาเสียงประกาศนโยบาย 8-9 ข้อ แต่ไม่ทำสักข้อ ชาวบ้านบอกอย่ามาโกหกเขาอีกเลย หากยังอยู่ ยังไงเขาก็ไม่เลือกแล้ว เช่น นโยบายคราวที่แล้วปราศรัยสนุกกันเหลือเกิน ใครท้องเอาไปเลยคนละ 3,000 บาทต่อเดือน เลี้ยงดูเดือนละ 2,000 บาท 6 ปี ชาวบ้านชอบกันมาก แต่ไม่มีใครได้สักบาท 

นายสุชาติกล่าว กล่าวต่อว่า คราวนี้คำว่า แลนด์สไลด์ ไม่ใช่เป็นคำพูดในการหาเสียง แต่เป็นคำพูดที่เป็นจะปฏิบัติได้จริง ประชาชนคงจะเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงเพราะฟังเพลง ขอเวลาอีกไม่นาน ตอนนี้มันนานเกินแล้วตั้ง 8 ปี ย้ำว่า ถ้าไม่ปฏิวัติก็คงไม่ย้ายพรรคอีก

เมื่อถามว่า หากเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาลจะมีโอกาสเห็นกลับมาทำหน้าที่ในสภาอีกหรือไม่ นายสุชาติ ตอบทันทีว่า ให้เป็นรัฐมนตรีบ้างได้ไหม ส่วนจะได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียวหรือไม่  หากไม่ถูกปล้น ก็ไม่เป็นปัญหา และเท่ากับที่พูดคุยกับ สว. หลายคน บอกว่า ต้องฟังเสียงประชาชน

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค

ด้านนพ.ชลน่าน เชื่อมั่นว่า นายสุชาติและสมาชิกทีมงานจะมีศักยภาพมาก ที่จะนำไปสู่เป้าหมายแลนด์สไลด์ได้ โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก เช่น ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด โดยจังหวัดเหล่านี้ในปี 2562 พรรคเพื่อไทย แทบจะไม่มีสส. แต่ครั้งนี้ปี 2566 กล้าพูดได้ว่าเราจะแลนด์สไลด์ในฝั่งตะวันออกด้วย

เป็นโอกาสของพรรคเพื่อไทยที่จะเข้าสู่จุดมุ่งหมาย เป็นพรรคและสถาบันทางการเมือง ทำหน้าที่ร่วมกับประชาชนได้มาซึ่งอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริงในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและระบบรัฐสภา พร้อมขอบคุณทุกคนที่พบปะพูดคุยกันจนทำให้เกิดภาพในวันนี้ได้ 

นพ.ชลน่าน ระบุว่า พรรคเพื่อไทยเชื่อในพลังอำนาจของประชาชน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญหากต้องการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะภาวะหลังจากที่ถูกยึดอำนาจโดยรัฐบาลคสช.และรัฐบาลจากเลือกตั้งหลังคสช. ด้วยกลไกและวิธีการที่ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจ เป็นการเมืองไทยซับซ้อน ไม่มีระบบที่ตรงไปตรงมา ทำให้นักการเมืองที่อาสาเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนตกอยู่ในภาวะลำบาก หลายคนจำเป็นต้องกลับสถานะของตัวเอง 

ซึ่งมีหลายคนที่ย้ายกลับมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย แต่ตนถามกลับไปว่า ก่อนจะย้ายมาพรรคเพื่อไทย ท่านเคยมีอุดมการณ์ทำงานร่วมกันกับพรรคเพื่อไทย พรรคพลังชน หรือไม่ ส่วนใหญ่คำตอบคือ เคยร่วมงานร่วมอุดมการณ์มาโดยตลอด แต่มีความจำเป็นที่จะต้อง รักษาชีวิตมิติทางการเมืองให้อยู่รอด ทำให้ต้องมีสภาพบังคับไปทำหน้าที่กับพรรคการเมืองอื่น ซึ่งมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการใช้อำนาจของประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อประกาศว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตไม่ควรขึ้นอีกต่อไป

นายสุชาติ ตันเจริญ กลับเข้าพรรคเพื่อไทยนายสุชาติ ตันเจริญ กลับเข้าพรรคเพื่อไทย

มดดำ คชาภา ยินดีคุณพ่อกลับเข้าพรรคเพื่อไทย มดดำ คชาภา ยินดีคุณพ่อกลับเข้าพรรคเพื่อไทย

‘สส.ปาร์ตี้ลิสต์’ ไม่เคาะลำดับ จุรินทร์ ย้ำให้ความสำคัญ ‘สัดส่วนผู้หญิง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545758

29 มี.ค. 2566

‘สส.ปาร์ตี้ลิสต์’ ไม่เคาะลำดับ จุรินทร์ ย้ำให้ความสำคัญ ‘สัดส่วนผู้หญิง’

ประชุมกรรมการบริหาร ถก ‘สส.ปาร์ตี้ลิสต์’ ปชป.100 คน เรียงตามตัวอักษร ไม่เคาะลำดับ ‘จุรินทร์’ ย้ำยึดข้อบังคับพรรค พร้อมให้ความสำคัญ ‘สัดส่วนผู้หญิง’

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นประธานการประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณา รายชื่อผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ หรือ ‘สส.ปาร์ตี้ลิสต์’ ของปชป.ทั้ง 100 คน โดยมีสมาชิกบางส่วนเข้าร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์

ทั้งนี้ มีรายงานว่าในการพิจารณาวันนี้ (29 มี.ค.2566)จะยังไม่มีการจัดลำดับ แต่จะเสนอให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณาเรียงตามตัวอักษรก่อน แล้วค่อยจัดลำดับ เพื่อลงนามให้การรับรองต่อไป

โดย ก่อนหน้านี้ นายจุรินทร์ เคยระบุว่า การพิจารณาจัดลำดับ ‘สส.ปาร์ตี้ลิสต์’ ต้องพิจารณาตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับพรรค เป็นสำคัญซึ่งส่วนใหญ่มีทั้งบุคคลที่เป็นผู้อาวุโส ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และผู้ที่ทำคุณูปการให้กับพรรคมาโดยตลอด มั่นใจว่าหลังจากเปิดเผยลำดับบัญชีรายชื่อแล้วจะไม่มีปัญหาอื่นๆตามมาเพราะได้พิจารณาอย่างดีแล้ว

พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในสุดส่วนผู้หญิงพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในสุดส่วนผู้หญิง

จากการคาดการณ์ลำดับที่ 1-5 จะไล่เรียงตั้งแต่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์หัวหน้าพรรคปชป.,นายชวน หลีกภัย, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน, นายนิพนธ์ บุญญามณี, คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช ขณะที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค มีกระแสข่าวว่าจะสละสิทธิ์ไม่ลง‘สส.ปาร์ตี้ลิสต์’ในการเลือกตั้ง66

อย่างไรก็ตาม มีสมาชิกใหม่บางส่วนที่แจ้งความจำนงว่า จะลงสมัคร ‘สส.ปาร์ตี้ลิสต์’ แต่ธรรมเนียมของพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่อดีตยึดหลักอาวุโสหรือลำดับการเข้าเป็นสมาชิกพรรค และเป็น สส.ทำงานให้พรรคทั้งในสภาและพื้นที่ อีกทั้งในระเบียบข้อบังคับพรรคได้กำหนดเอาไว้ว่า ทุกๆ 5 ลำดับของ‘สส.ปาร์ตี้ลิสต์’ จะต้องมี ‘สัดส่วนผู้หญิง’ รวมอยู่ด้วย และปชป.ให้ความสำคัญในเรื่องนี้

ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์

ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์

ประชุมคณะกรรมการบริหาร ปชป.ประชุมคณะกรรมการบริหาร ปชป.

เกาะติดเลือกตั้ง2566 นโยบายพรรค ดีเบต ประกาศกกต. การเช็กสิทธิ์ อัพเดทที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545491

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

29 มี.ค. 2566

เกาะติดเลือกตั้ง2566 นโยบายพรรค ดีเบต ประกาศกกต. การเช็กสิทธิ์ อัพเดทที่นี่

เกาะติดข่าวการเลือกตั้ง ส.ส. 2566 ล่าสุด นโยบายพรรคการเมือง การดีเบต การหาเสียง การเช็กสิทธิ์เลือกตั้ง การแบ่งเขตเลือกตั้ง กฎหมายเลือกตั้ง ประกาศและระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง อัพเดทล่าสุดดูได้ที่นี่

คมชัดลึก เกาะติดการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป นับเป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ที่จะมีการหย่อนบัตรลงคะแนนวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 2566 

โดยการเลือกตั้ง2566 เกิดขึ้นหลังจากราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ “พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566” เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 66 เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา103 และมาตรา175 ของรัฐธรรมนูญ  

พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566

เปิดทางให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ ใช้บังคับ (อ่านรายละเอียด พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๖ ) 

จากนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดปฏิทินการเลือกตั้ง 2566 ดังนี้

  •  7 มี.ค. – 13 เม.ย. 66  ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าฯ 
  • 3-7 เม.ย. 66  รับสมัครสส.แบบแบ่งเขต 
  • 4-7 เม.ย. 66  รับสมัครรับสส.บัญชีรายชื่อ
  •  3 พ.ค.66  วันสุดท้ายเพิ่มชื่อ ถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
  • 7-13 และ 15-21 พ.ค. 66 แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
  • 7 พ.ค.66  วันเลือกตั้งล่วงหน้าฯ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ
  • 14พ.ค.66 วันลงคะแนนเลือกตั้ง

ปฏิทินเลือกตั้ง 2566ปฏิทินเลือกตั้ง 2566

อัพเดท ข่าวการเลือกตั้ง2566 รวมทั้งกฎหมาย-ระเบียบเลือกตั้ง ประกาศกกต. นโยบายพรรคการเมือง ที่น่าสนใจ อัพเดทล่าสุด ด้านล่างนี้

28 มีนาคม 66

27 มีนาคม 66

26 มีนาคม 66

24 มีนาคม 66

23 มีนาคม 66

22 มีนาคม 66

21 มีนาคม 66

20 มีนาคม 66

พลังประชารัฐ,รวมไทยสร้างชาติ ไม่ลงสัตยาบรรณ ‘หาเสียง’ เลือกตั้งกับ ‘กกต.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545754

29 มี.ค. 2566

พลังประชารัฐ,รวมไทยสร้างชาติ ไม่ลงสัตยาบรรณ 'หาเสียง' เลือกตั้งกับ 'กกต.'

พรรคพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ไม่ส่งตัวแทนร่วมลงสัตยาบรรณ ‘หาเสียง’ เลือกตั้งกับ ‘กกต.’ ที่สัญญาจะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเสียงข้างมากเท่านั้น

ตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้าร่วมลงสัตยาบรรณกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ให้สัญญากับประชาชน จะเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลก็ต่อเมื่อมีเสียงสนับสนุนรวมกันเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับกลุ่มของพรรคการเมืองที่มีเสียงรวมกันไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเมื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะนำนโยบายที่แต่ละพรรคใช้ในการหาเสียงมาบูรณาการกันอย่างจริงจัง และให้ความสำคัญแก่นโยบายร่วมกัน

จะร่วมมือกับทุกพรรคการเมืองในการดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติ เพื่อถามประชาชนว่าเห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ร่างโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน จะสนับสนุนให้กระบวนการพูดคุยสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นวาระแห่งชาติภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้บรรลุข้อตกลงของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน

นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.กล่าวเปิดงานว่า การร่วมมือนามในจรรยาบรรณฯ ครั้งนี้ถือว่าเป็นนิมิตอันดีที่แสดงให้เห็นถึงความเห็นพ้องต้องกันของพรรคการเมืองที่จะทำให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และยังเป็นการวางรากฐานของกระบวนการติดตามตรวจสอบการเลือกตั้ง โดยภาคประชาสังคม ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของ กกต.ที่เห็นว่าประชาธิปไตยเป็นของประชาชนทุกคนในชาติ

ทุกคนจึงต้องเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองเพื่อธำรงรักษาและทำให้ประชาธิปไตยงอกงามต่อไป การลงนามครั้งนี้ หวังว่า พรรคการเมืองและว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะยึดมั่นในจรรยาบรรณการหาเสียงที่ได้ลงนามร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์ให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตตามมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ

พรรคการเมืองที่ลงนามในจรรยาบรรณการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับ กกต.ฉบับนี้ ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะเคารพการตัดสินใจของประชาชนผ่านการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม และจะรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั้งทางกายภาพและทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยปฏิบัติตามหลักการที่เห็นพ้องต้องกัน ดังต่อไปนี้

  1. เคารพและปฏิบัติตามบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ กฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง ตลอดจนระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
  2. ไม่กระทำการใด ๆ ที่ทุจริตต่อการเลือกตั้งและที่เป็นการซื้อเสียงทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งไม่ใช้กลไกหรือทรัพยากรของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงเลือกตั้ง
  3. รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์ ใช้สันติวิธี คำนึงถึงความละเอียดอ่อนและความหลากหลายทางเพศภาวะ ไม่ข่มขู่ คุกคาม หรือสร้างความหวาดกลัวปฏิเสธและประนามการใช้ความรุนแรง ตลอดจนยืนยันว่าจะไม่รบกวนการรณรงค์หาเสียงของพรรคการเมืองอื่น ๆ
  4. ปฏิเสธและไม่สนับสนุนการกระทำใด ๆ ที่ปลุกเร้าความเกลียดชังและความรุนแรง หรือใส่ร้ายด้วขความเท็จให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการข่มขู่ การกระทำที่หยาบคาย การใช้ข่าวปลอม การลดทอนคุณค่าเชิงอัตลักษณ์และการเผยแพร่ข้อมูลด้วยกลวิธีที่หลอกลวง อันทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความได้เปรียบทางการเมือง
  5. ธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของพรรคการเมืองในฐานะสถาบันการเมืองที่สำคัญโดยนำเสนอนโยบายที่มาจากการมีส่วนร่วมของสมาชิกและประชาชน และรับผิดชอบต่อนโยบายที่เสนอนั้น

การร่วมลงนามวันนี้มีพรรคการเมืองเข้าร่วม  34 พรรค ส่วนพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ได้ตอบรับคำเชิญ

เสรีรวมไทย เรียกร้อง ‘กกต.’ ให้ความสำคัญ การ ‘เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545752

29 มี.ค. 2566

เสรีรวมไทย เรียกร้อง 'กกต.' ให้ความสำคัญ การ 'เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร'

สถิติ ‘เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร’ สูงเกิน 80 % ทำให้พรรคเสรีรวมไทย เรียกร้องให้ ‘กกต.’ อำนวยความสะดวก การลงคะแนนต่างแดนป้องกันปัญหาบัตรเสีย

การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562   มีการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรใน 67 ประเทศ มีผู้มาใช้สิทธิ คิดเป็นร้อยละ 84.71 ของผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง 1,192,302 ราย   หากมีระบบการอำนวยความสะดวกประชาชนในลงทะเบียนและการใช้สิทธิ จำนวนของประชาชนที่มาใช้สิทธิยังสามารถเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2562 อีกหลายเท่า

โดยจำนวนของคนไทยในต่างประเทศ จากรายงานของกรมการกงสุล เมื่อมกราคม 2566 คือ 1,385,157 คน คาดว่าจะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 1 ล้านคน 

นายสมชัย สรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์และนโยบายพรรคเสรีรวมไทยในฐานะอดีต กรรมการการการเลือกตั้ง หรือ กกต. โพสต์ในเฟซบุ๊ก ว่าการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 นี้  กลับพบปัญหา คณะกรรมการการเลือกตั้งกับกระทรวงการต่างประเทศกลับไม่ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิในการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรโดยสะดวก ดังนี้

  • ระบบในการอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนทางอีเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องมีหลักฐานทั้งบัตรประชาชนและหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ  ในกรณีนี้ มีคนไทยจำนวนหนึ่งมีประสบปัญหาเอกสารหมดอายุ   ทางกระทรวงต่างประเทศควรสร้างช่องทางพิเศษในการอำนวยความสะดวกเพื่อจัดทำเอกสารใหม่ และ มีระบบถามตอบ(chat) ในเว็ปที่ลงทะเบียน ที่ตอบคำถามได้  ไม่ใช่ถามแล้ว บอกให้โทร 1444 ถาม กกต. ในประเทศไทยเอง
  • ควรให้ทุกประเทศ มีช่องทางการใช้สิทธิให้ครบทุกช่องทางทั้ง สามารถมาใช้สิทธิที่สถานทูต  ที่หน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ (mobile unit) และการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ (postal vote) และแสดงถึงความละเอียดอ่อนและจริงจังในการให้คนมาใช้สิทธิ  โดยมีตัวอย่างที่ดี  สถานทูตไทยที่วอชิงตัน ให้เวลาถึง 3 วัน คือวันศุกร์ที่ 28 เสาร์ที่ 29 และอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 2566 ในการให้คนสามารถเดินทางมาใช้สิทธิที่สถานทูต และมีช่องทางการให้มีการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ โดยให้ส่งกลับถึงสถานทูตภายในวันที่ 2 พฤษภาคม 2566  แต่ยังมีสถานทูตบางแห่งที่เน้นแนวทางสะดวกของตนเอง เช่น สถานทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ และกงสุลไทยที่ลักเซมเบิร์ก กำหนดวันใช้สิทธิที่สถานทูตเพียงวันเดียวและยังเป็นวันทำงาน คือ วันอังคารที่ 25 เมษายน 2566 มีหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ที่วัดไทยในเบลเยียม ในวันพุธที่ 26 เมษายน 2566 และไม่มีช่องทางการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ 
  • กฎหมายเลือกตั้งและระเบียบการเลือกตั้ง เปิดโอกาสให้การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรสามารถนับคะแนนที่สถานทูตได้ เพื่อแก้ปัญหาการส่งบัตรกลับประเทศ และมีช่วงเวลามากขึ้นในการเลือกตั้งทำให้ทางกระทรวงไม่ต้องเร่งรัดการทำงานและสามารถอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้มากขึ้น  จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศจัดให้มีการนับคะแนนที่สถานทูตในประเทศที่มีความพร้อมแทนการส่งบัตรกลับที่เคยมีปัญหาส่งบัตรกลับไม่ทันเวลา ทำให้กลายเป็นบัตรเสีย

การดำเนินการข้างต้น จะเป็นการทำให้การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของคนไทย คุ้มค่ากับงบประมาณที่จ่ายไปนับร้อยล้านบาท ไม่ใช่เพียงแค่บอกว่าได้จัดให้แล้วเท่านั้น

‘พลังประชารัฐ’ เคาะแล้ว ‘ประวิตร’ เบอร์1 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545739

28 มี.ค. 2566

‘พลังประชารัฐ’ เคาะแล้ว ‘ประวิตร’ เบอร์1 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

กก.บห. ‘พลังประชารัฐ‘’เคาะแล้ว ‘ประวิตร’ เบอร์1 แคนดิเดตนายกฯ ปรับลำดับปาร์ตี้ลิสต์ ‘อภิชัย-นิพิฏฐ์’ เพื่อความเหมาะสม ย้ำ จะจับมือกับใครตั้งรัฐบาล รอหลังเลือกตั้ง ยืนยันไม่ได้คุย ‘ทักษิณ’ 17 ปี

ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ให้กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ว่า ที่ประชุมหารือถึงรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรค โดยเบอร์1 คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ส่วนเรื่องอื่นไม่ควรเปิดเผย

ปาร์ตี้ลิสต์ พปชร.เหลือ 92 รายชื่อ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนลำดับปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค นายวิรัช กล่าวว่า มีเปลี่ยนนิดหน่อย คือ นายอภิชัย เตชะอุบล ลำดับที่12 กับนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ลำดับ 18 โดยเหตุผลที่เปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม 

นอกจากนั้นแต่งตั้งนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร.เป็นประธานสื่อสารโฆษณาประชาสัมพันธ์โซเชียล

ทั้งนี้ ในรายชื่อว่าที่ผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ ได้มีผู้สละสิทธิ์พรรคพลังประชารัฐจึงมีจำนวนบัญชีรายชื่อรวม 92 คน

ไม่ได้คุย ‘ทักษิณ 17 ปีแล้ว

พลเอก ประะวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กับ เนชั่นทีวี โดยย้ำถึงความชัดเจนในการจับมือกับพรรคการเเมืองอื่นจัดตั้งรัฐบาล ว่า การจะจับมือกับใครต้องรอหลัง เลือกตั้ง2566 ต้องดูตัวเลขที่แต่ละเพรรคจะได้มาก่อน

ส่วนเรื่องการพูดคุยกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น พล.อ.ประวิตร ยืนยันชัดเจนว่า ไม่เคยคุยกันมา 17-18 ปีแล้ว และเรื่องนี้ก็เคยตอบสื่อไปแล้วเช่นกัน

‘เพื่อไทย’ อ้อนขอกลับมารับใข้คน ‘สมุทรปราการ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545738

28 มี.ค. 2566

'เพื่อไทย' อ้อนขอกลับมารับใข้คน 'สมุทรปราการ'

เปิดตัวผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต จังหวัด ‘สมุทรปราการ’ ‘เพื่อไทย’ อ้อนขอโอกาสรับใช้อีกครั้ง พลิกวิกฤต 8 ปี รัฐบาลประยุทธ์

พรรคเพื่อไทยยกทัพใหญ่ชวนพี่น้องชาวสมุทรปราการคิดใหญ่ เลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ร่วมตัดสินอนาคตของลูกหลาน และบ้านเมืองจะกลับไปอยู่กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อีก

หรือเลือกพรรคเพื่อไทยที่มีนโยบายที่กินได้ คืนโอกาส และความหวังให้กับชาติบ้านเมือง

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า ในสมัยคุณพ่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เคยเดินทางมาคุมไซต์ก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิจนแล้วเสร็จ

ส่งผลให้เศรษฐกิจใน จ.สมุทรปราการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงสมัยรัฐบาลเพื่อไทยภายใต้การบริหารของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สมุทรปราการเป็น 1 ใน 7 จังหวัดแรกที่ได้ขึ้นค่าแรงเป็น 300 บาทต่อวัน เลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทย มีนโยบายขึ้นค่าแรงเป็น 600 บาทต่อวัน เช่นกัน

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าวบนเวทีปราศรัยที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ โดยระบุถึงกรณีผลโพลที่มีเพียงไม่กี่สำนักให้คะแนนพรรคเพื่อไทยต่ำ นอกนั้นเกือบทุกโพลให้เพื่อไทยชนะ ก่อนอ้อนขอชาวสมุทรปราการเลือกพรรคเพื่อไทยยกจังหวัด แบบไม่ต้องแบ่งใจให้ใคร ไม่ต้องรักพี่เสียดายน้อง

เดิมทีในอดีตยกเว้นปี 2562 จังหวัดสมุทรปราการเคยให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยด้วยดีมาตลอด ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยหวังรับใช้ชาวสมุทรปราการอีกครั้งผ่านว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 8 เขตที่มีความรู้ ความสามารถ

รายชื่อผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยประกอบด้วย

  • เขต 1 นางสาวแพรวพรรณ พุกพิบูลย์
  • เขต 2 นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ (บุตรชายนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์)
  • เขต 3 นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย
  • เขต 4 นางสัมฤทธิ์ เหมะ
  • เขต 5 นายนิธิพล บุญเพ็ชร
  • เขต 6 นางสาวนฤมล ธารดำรงค์
  • เขต 7 นายประชา ประสพดี
  • เขต 8 นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์


บรรยากาศปราศรัยพรรคเพื่อไทย สมุทรปราการบรรยากาศปราศรัยพรรคเพื่อไทย สมุทรปราการ

“8 ปีที่ผ่านมา เราไม่ได้อยู่แบบสบาย อยู่แบบมีความทุกข์ ถ้าเปรียบเป็นคนไข้คืออยู่ในห้องไอซียู ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยจะเอาทุกคนออกมาจากห้องไอซียูด้วยยาแรงผ่านนโยบายที่กินได้ของเรา” นายแพทย์ชลน่าน กล่าวทิ้งท้าย

‘สาธิต’ ยอมรับ เลือกตั้ง66 แข่งขันสูง ‘ปชป.’ต้อง ปรับกลยุทธ์หาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545735

28 มี.ค. 2566

‘สาธิต’ ยอมรับ เลือกตั้ง66 แข่งขันสูง 'ปชป.'ต้อง ปรับกลยุทธ์หาเสียง

เปิดตัวผู้สมัครสส.ภาคกลางครบแล้ว 106 เขตเลือกตั้ง รอทำไพรมารีโหวตอีก 4 เขต ‘สาธิต’ยอมรับเลือกตั้ง66 แข่งขันสูง ทำให้ปชป.ต้อง ‘ปรับกลยุทธ์หาเสียง’ ไม่หวั่น บ้านใหญ่

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคกลาง กล่ายภายหลังการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.ภาคกลาง และสส.ภาคตะวันออก ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เปิดตัวผู้สมัครภาคกลางแล้ว 106 เขตการเลือกตั้ง ขาดอีก 4 เขตการเลือกตั้ง ที่จะมีการดำเนินการทำไพรมารีโหวตในวันพรุ่งนี้ (29 มี.ค.) ซึ่งไม่มีปัญหาใด ๆ 

ดังนั้น ผู้สมัครสส.ภาคกลาง และผู้สมัครสส.ภาคตะวันออก ของ ปชป. จึงครบถ้วนแล้ว โดยมีผู้สมัครสส.จากหลากหลายวิชาชีพ ทั้งผู้นำเกษตรกร ผู้นำท้องถิ่น

รวมไปถึงผู้สมัครสส. ที่เป็นคนรุ่นใหม่ และอดีต สส.เก่า รวมไปถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศ LGBTQ+ ที่จะมาลงสมัครในจังหวัดปทุมธานี เขตการเลือกตั้งที่ 3 โดยย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีความพร้อมในการเลือกตั้ง2566 

แกนนำ ปชป.ปรับกลยุทธ์หาเสียงสู้สึกเลือกตั้ง2566

ส่วนในการเลือกตั้งพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออกครั้งนี้ มีการแข่งขันทางการเมืองสูง พรรคประชาธิปัตย์ได้วางแผนการหาเสียงอย่างไรนั้น นายสาธิต ระบุว่า ปชป. ได้ปรับวิธีการหาเสียงใหม่ โดยเน้นเครือข่ายทุกพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์การทำงาน และข้อมูลผู้สมัคร รวมไปถึงนโยบายพรรคให้เข้าถึงประชาชน รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดีย ให้เข้าถึงประชาชน ทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกพรรคประชาธิปัตย์ 

ทั้งนี้ การเปิดเวทีปราศรัยนั้น จะเน้นการใช้เผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ ไม่เน้นการเกณฑ์ประชาชนมาร่วมรับฟังเหมือนในอดีต รวมถึงการให้ผู้สมัคร เดินเข้าหาประชาชนให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า ผู้สมัครสส.ของปชป.พร้อมที่จะมาเป็นผู้แทนฯ ได้

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับเลือกตั้ง2566 แข่งขันสูงมากนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับเลือกตั้ง2566 แข่งขันสูงมาก

นายสาธิต ยังประเมินจำนวน สส.ในพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออกว่า ในการเลือกตั้ง2562 ปชป.ได้สส. 8 คน แต่ในการเลือกตั้ง 2566 ครั้งนี้ ปชป.ได้ตั้งเป้าหมายให้ได้มากที่สุด เพราะการประเมินยังทำได้ยาก แม้จะมีผู้ใช้สิทธิตัดสินใจไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ที่ยังไม่ติดสินใจ ที่จะสามารถโน้มน้าวให้หันมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์อีกได้

ส่วนการต่อสู้กับบ้านใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออกนั้น นายสาธิต ระบุว่า ในการเลือกตั้ง66 ระบบการเลือกตั้ง เปลี่ยนมาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพิ่มสิทธิประชาชนสามารถเลือกผู้สมัครสส. หรือ พรรคการเมือง ได้ จึงเป็นโอกาสที่ผู้สมัครจะได้แสดงศักยภาพ และนำนโยบายพรรคไปนำเสนอต่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนหันมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งคน ทั้งพรรค จึงมั่นใจว่า จะสามารถมีคะแนนจากประชาชนที่มาสนับสนุบพรรคประชาธิปัตย์ให้มากกว่าเดิมได้

ทีมประชาธิปัตย์ทีมประชาธิปัตย์

‘ภูมิธรรม’ ยัน ทักษิณ ไม่เกี่ยวเพื่อไทย ตั้งเป้าชัดแลนด์สไลด์ 310 เสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545730

28 มี.ค. 2566

'ภูมิธรรม' ยัน ทักษิณ ไม่เกี่ยวเพื่อไทย ตั้งเป้าชัดแลนด์สไลด์  310 เสียง

ภูมิธรรม ยัน เพื่อไทย ไม่เกี่ยว ทักษิณ ปมกลับบ้าน ชี้ธรรมดาคนสูงอายุคิดถึงบ้าน ประเมินเป้า 310 เสียงทำได้ ระบุ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เลือกชื่อเป็นประโยชน์ จับมือพลังประชารัฐเรื่องเพ้อฝัน

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ได้พูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ในประเด็น เพื่อไทย 310 เสียง ดับฝันการเมืองข้ามขั้ว หลังมีกระแสการจับตาในเรื่องการประกาศกลับบ้านของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งในเรื่องกระแสเกี่ยวกับการจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ 

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ประเด็น เพื่อไทย 310 เสียง ดับฝันการเมืองข้ามขั้วรายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ประเด็น เพื่อไทย 310 เสียง ดับฝันการเมืองข้ามขั้ว
นายภูมิธรรม เวชยชัย  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย การยกก้าวอี้นายกให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นเรื่องเพ้อฝัน การตั้งเป้า 310 เป็นการตั้งเป้าจากฐานเดิม มีความเป็นไปได้ จากโพลต่างๆ ตอนเปิดตัวแพทองธาร ชินวัตร ที่ขอนแก่น จากคะแนนฐานเดิม อยู่ที่ 8 % เมื่อมีการเปิดตัวแสดงวิสัยทัศน์คะแนนนิยมก็ขึ้นแบบก้าวกระโดด

นายภูมิธรรม เวชยชัย  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

แต่จะใช้เป็นทิศทางไม่ได้ ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างคิดจากฐานของตัวเอง เราคิดจากฐานคะแนนเสียงเดิม เพราะการเมืองเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไม่ได้ แต่จากการประเมินคะแนนเสียงที่มีเราข้าม250เสียงได้ จึงตั้งเป้า310 เสียง แต่ยังห่างไกลวันเลือกตั้ง ยังไม่สามรถตอบได้ ถ้าให้สสามรถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆได้ ต้อง 376 เสียง เพื่อเป็นรัฐบาลพรรเดียวเด็ดขาด ตัวเลขทั้งหมดเรายืนอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน เพราะเสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์แชมป์การเมืองในกรุงเทพฯก็ตกมาแล้ว

อดีตรัฐมนตรีก็โดนล้มช้างมาแล้ว พรรคเพื่อไทยจึงมุ่งมั่นในแนวทาง310 เสียง ส่วนแนวทางแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต้องดูพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน ไม่ข้ามช็อต แต่ตอนนี้ดเรามุ่งมั่นเป็นรัฐบาลพรรคเดียว ส่วนที่พูดกันในการร่วมมือกับพรรคพลังประชารัฐ ส่วนที่ว่าเคยยกเก้าอี้ในธนาธร ขณะนั้นด้วยกลไกของรัฐธรรมนูญ เราต้องการความแข็งแรงของฝ่ายประชาธิปไตยจะเอามาเป็นเรื่องในปัจจุบันไม่ได้ 
การจะล้มเสียงสว.ต้องได้คะแนนแบบท่วมท้น เพราะ สว.มาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว การเมืองเป็นสิ่งที่ทำได้ ปี 2548 เราทำมาแล้ว 377 เสียง ประชาชนเห็นแล้วว่าเราทำได้ ความเชื่อมั่นของประชาชนยังมีมาถึงทุกวันนี้ ตลอดเวลาเราชนะการเลือกตั้งมาตลอด แนวทางการพัฒนาต่างๆเราคิดมาให้ไว้ เพียงแต่โดรัฐประหารก่อน เขาจึงเอามาทำ

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ประเด็น เพื่อไทย 310 เสียง ดับฝันการเมืองข้ามขั้วรายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ประเด็น เพื่อไทย 310 เสียง ดับฝันการเมืองข้ามขั้ว

ส่วนการที่ไม่สามรถตอบชัดเจนว่าไม่ร่วมมือกับใคร เราทำงานเชิงประจักษ์ ไม่เหมือนกับพรคก้าวไกล การเมืองออกได้หลายหน้า เราต้องพิจารณาตามที่ประชาชนเลือก เราจะตอนนี้ไม่ได้ เราต้องมุ่งตามธง 310 เสียง ไม่สามารถที่จะบอกว่าจะจับมือกับใคร แต่กลายเป็นจุดอ่อนที่พรรคการเมืองโหนกระแส ให้เลือกบัญชีรายชื่อเพื่อไทย เขตให้เลือกเขา ยังไงก็เป็นรัฐบาลร่วมกัน  แบบนี้เป็นการเมืองแบบเก่า พรรคที่มีโอกาสตั้งรัฐบาลมีแค่2ขั้ว คือ รวมไทยสร้างชาติกับเพื่อไทย การที่เพื่อไทยจะพูดอะไร ต้องเป็นสิ่งที่เราต้งอทำได้ และมีความมั่นใจในการทำ เรื่องการคิดนโยบายเราต้องคิดในสิ่งที่สามารถทำได้จริง 

การมองพลังประชารัฐเป็นเผด็จการหรือประชาธิปไตย ภูมิธรรม กล่าวว่า เราคิดจากความเป็นจริง ประชาธิปไตยมีหลายเฉก เช่น ก้าวไกล ตอนนี้ก็ต้องลดเพดานในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่นกัน พลังประชารัฐ ก็เป็นได้ทั้งสองอย่าง ถ้าเป็นประชาธิปไตย ก็เป็นประชาธิปไตยแบบต่ำ ถ้าเราจะร่วมเราต้งอเสียจุดยืนอะไรบางอย่าง เราก็ต้องอยู่ที่ประชาชน

แล้วจะหาคำอธิบายอย่างรับคำตอบที่ไม่ชัดเจนของเพื่อไทย นายภูมิธรรม ตอบว่า เราต้องชัดเจนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์  คิดว่าที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ ถ้าเข้าใจและเลือกเราก็ไม่มีปัญหา เราต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของเรา เป็นสิ่งที่ประชาชนมองอยู่ ชัดเจนไม่ชัดเจนอยู่ที่ทัศนคติคน 

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ประเด็น เพื่อไทย 310 เสียง ดับฝันการเมืองข้ามขั้วรายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ประเด็น เพื่อไทย 310 เสียง ดับฝันการเมืองข้ามขั้ว

การประกาศกลับมาของนายทักษิณ ในฐานคนใกล้ชิด นายภูมิธรรมบอกว่า การประกาศ 17 ครั้งแล้ว่าไม่จริงของนายทักษิณ เป็นเรื่องของคนมีอายุ มองว่าเป็นตามความปรารถนา และไม่ใช่เรื่องโกหกของนายทักษิณ การไม่เจอครอบครัวนานแล้วอยากกลับบ้านก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนที่ว่าเป็นเรื่องการช่วยหาเสียง นายทักษิณไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย  นายทักษิณเป็นนักการอาวุโส ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะสนับสนุนพรรคการเมืองใด ส่วนแนวทางต่างๆเป็นสิ่งที่ออกมาจากที่ประชุมของพรรค ส่วนที่จะเป็นผลบวกหรือลบก็เป็นเรื่องของนายทักษิณ  เรามีทีมงานในการช่วยแคนดิเดตนากยกรัฐมนตรี ในเรื่องความต้องการของประชานเป็นเรื่องของความเบื่อหน่ายอย่างเปลี่ยนแปลง เราจึงเห็นความเป็นไปได้ในการชนะเลือกตั้ง 


เรามีความเคารพนายทักษิณ เพราะเป็นผู้วางแนวคิดต่างๆ นโยบายต่างๆ นาทักษิณสร้างต้นทุนไว้ในสการต่อสู้ในสภา วันนี้เราเป็นผลิตผล การเคารพเป็นเรื่องที่สมควรทำ แต่นายทักษิณไม่ได้เป็นผู้สั่งการใดๆในพรรคเพื่อไทย เรามีศักยภาพในการบริหาร ส่วนแคนดิเดตนายกฯที่อาจจะเป็นนามสกุลชินวัตร ไม่ได้มีการห้ามในระบบประชาธิปไตย อยู่ที่การแสดงความสามารถ และอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน ส่วนการที่บอกว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจากสส.บัญชีรายชื่อ และ2ว่าที่แคนดิเดตที่เป็นไปได้ของพรรค ไม่ได้มองว่าเป็นคนนอกสส.บัญชีรายชื่อ แต่เป็นคนที่พิสูจน์แล้วว่าทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยร่วมกัน และแสดงความสามารถกับพรรคแล้ว 


ส่วนที่เคยเสนอว่านายกฯต้องมาจาก สส. นั้น เรายึดแนวทางประชาธิปไตย การที่เสนอแนวทางแคนดิเดต ก็เป็นการเสนอตัวอย่างชัดเจนกับประชาชน ไม่ได้เสียจุดยืนของพรรคแต่อย่างใด ส่วนการแก้ไขกฎหมายต่างๆ ก็เป็นเรื่องอนาคต ส่วนแคนดิเดตนายกฯ ต้องเป็นการเกิดประโชยน์มากที่สุด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระแสความนิยม ที่เรียกว่าเปิดชื่อมาต้องว้าวหรือไม่ว้าว แต่ประชาชนจะไม่ผิดหวัง