ตีปิ๊บท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็ว ผลงาน “ประยุทธ์” ทำต่างชาติเชื่อมั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545728

28 มี.ค. 2566

ตีปิ๊บท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็ว ผลงาน “ประยุทธ์” ทำต่างชาติเชื่อมั่น

“เฟซบุ๊กลุงตู่ตูน” อวดผลงาน “ประยุทธ์” สร้างความเชื่อมั่น “นักท่องเที่ยว” ส่งท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวรวดเร็วหลังโควิด-19 ต่างชาติหลั่งไหลมาเยือนอย่างคึกคัก สร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศ นักท่องเที่ยวชื่นชมเสน่ห์-ความสวยงามไทยระดับโลก ฝากดูแลราคาแท็กซี่-ราคาอาหาร

วันนี้ (28 มี.ค.66) เพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โพสต์คลิปวิดีโอบรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศไทยขณะนี้ที่มีความคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลมาที่ประเทศไทยจำนวนมากด้วย

โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่กล่าวชื่นชมเสน่ห์ และความสวยงามของประเทศไทย รวมถึงอัธยาศัยของคนไทย อย่างไรก็ตามยังมีข้อแนะนำเกี่ยวกับมาตรการควบคุมค่าครองชีพของนักท่องเที่ยวอย่างค่าโดยสารแท็กซี่ หรือค่าอาหาร ที่บางครั้งมีการตั้งราคาตามใจชอบ แพงกว่าความเป็นจริง รวมไปถึงความสะอาดใน กทม.ที่หากมีการจัดการที่ดีจะทำให้ กทม.เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในโลกด้วย

ทั้งนี้ แฟนเพจลุงตู่ตูน ได้ระบุข้อความด้วยว่า “นักท่องเที่ยว” เชื่อมั่นประเทศไทย หลังสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงัก ประเทศไทยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

ตีปิ๊บท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็ว ผลงาน “ประยุทธ์” ทำต่างชาติเชื่อมั่น

นั่นเพราะ “นายกฯลุงตู่” วางแผนการบริหารได้อย่างรอบคอบ เปิดภูเก็ตแซนด์บอกซ์ รับนักท่องเที่ยวจนเป็นโมเดลระดับโลก

นั่นเพราะ “นายกฯลุงตู่” วางแผนการบริหารได้อย่างรอบคอบ เปิดภูเก็ตแซนด์บอกซ์ รับนักท่องเที่ยวจนเป็นโมเดลระดับโลก

ตีปิ๊บท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็ว ผลงาน “ประยุทธ์” ทำต่างชาติเชื่อมั่น

“นักท่องเที่ยว” จึงหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นประเทศไทย เชื่อมั่น “นายกฯลุงตู่” 

ส่งผลให้รายได้มหาศาล ไหลเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง.

‘ชาติไทยพัฒนา’ ถก กก.บห. เคาะสส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์ 29 มี.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545725

28 มี.ค. 2566

'ชาติไทยพัฒนา' ถก กก.บห. เคาะสส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์ 29 มี.ค.

‘ชาติไทยพัฒนา’ เรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค ถก ชื่อสส.เขต และ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 29 มี.ค. เคาะ รายชื่อหลังทำไพรมารีโหวต ก่อนส่ง กกต.

ดร.ปรเมศวร์ กุมารบุญ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 29 มีนาคม 2566 เวลา 11.00 น. พรรคชาติไทยพัฒนา จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบรายชื่อผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อตามที่คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครพรรคชาติไทยพัฒนาเสนอ 

จากนั้นรายชื่อทั้งผู้สมัครสส.ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ตามที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากการทำไพรมารีโหวตของสาขาพรรค หรือ ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนาประจำจังหวัด

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาจัดลำดับรายชื่อของผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อด้วย เพื่อนำบัญชีรายชื่อดังกล่าวส่งให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ในวันรับสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อในวันที่ 4 เมษายนนี้

อย่างไรก็ตามในเวลา 10.00 น.ของวันเดียวกันนั้น(29 มีนาคม)จะมีการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครสส. ของพรรคชาติไทยพัฒนา ด้วย

ครม. ไม่ยื่นอุทธรณ์ค้านคำสั่งศาล ปม ‘โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545724

28 มี.ค. 2566

ครม. ไม่ยื่นอุทธรณ์ค้านคำสั่งศาล ปม 'โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา'

คณะรัฐมนตรี ไม่ยื่นอุทธรณ์ คัดค้านคำสั่งศาลปกครองกลาง ‘โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา’ ให้รัฐบาลใหม่พิจารณา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม. รับทราบคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ในการดำเนิน ‘โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา’ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง ในลักษณะเป็นสะพานยกสูงเหนือระดับน้ำท่วมสูงสุด ซึ่งใช้เป็นเส้นทางสัญจรรองรับการเดินทางด้วยจักรยาน (Bike Lane) มี 12 แผนงาน

อาทิ แผนงานทางเดินริม แม่น้ำเจ้าพระยา แผนงานปรับปรุงภูมิทัศน์เขื่อน แผนงานพัฒนาท่าเรือ โดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 4 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 (สะพานพระราม 7 – กรมชลประทาน) ช่วงที่ 2 (กรมชลประทาน-คลองรอบกรุง) ช่วงที่ 3 (สะพานพระราม 7 – คลองบางพลัด) และช่วงที่ 4 (คลองบางพลัด – คลองบางยี่ขัน) ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ครม. เห็นชอบไม่ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษา ศาลปกครองกลาง ตามความเห็นของสำนักงานคดีปกครอง สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งศาลฯ พิพากษาให้รัฐบาลระงับการก่อสร้าง ‘โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา’ จนกว่าจะได้มีการดำเนินการ ดังนี้

1. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยระบุถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแก่ประชาชน มีการประกาศเผยแพร่ข้อมูลโครงการ และสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นให้ประชาชนทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เสร็จสิ้นการรับฟังความคิดเห็น

2. จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการดังกล่าวตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยครบถ้วน

3. แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง ฉบับที่ 63 พ.ศ. 2537 ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 เพื่อให้เจ้าท่ามีอำนาจอนุญาตและได้อนุญาตให้ก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำได้

4. ขออนุญาตต่ออธิบดีกรมศิลปากร เพื่อได้มีคำสั่งเป็นหนังสืออนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารภายในบริเวณโบราณสถานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในบริเวณที่โครงการพาดผ่าน

‘มาดามเดียร์’ ควง ‘แนน ศิริภา’ ผู้สมัครสส. กทม. ปชป. ลุยหาเสียงวงเวียนใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545717

28 มี.ค. 2566

'มาดามเดียร์' ควง 'แนน ศิริภา' ผู้สมัครสส. กทม. ปชป. ลุยหาเสียงวงเวียนใหญ่

‘มาดามเดียร์’ ควง ‘แนน ศิริภา’ผู้สมัครสส. กทม. ประชาธิปัตย์ เขตคลองสาน-ธนบุรี-ราษฎร์บูรณะ ลุยพื้นที่หาเสียง วงเวียนใหญ่ เสียงตอบรับดีต่อเนื่อง ยันพรรคทำงานเป็นทีม

โค้งสุดท้ายก่อนสู่โหมวดเลือกตั้ง2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ (28 มี.ค.2566) มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย แอน น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. เขต24 คลองสาน- ธนบุรี-ราษฎร์บูรณะ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่พบปะประชาชน บริเวณตลาดวงเวียนใหญ่ และตลาดเงินวิจิตร ครั้งแรกหลังพรรคประชาธิปัตย์ปรับเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส.กทม.หลังกกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง และผ่านการจัดทำไพรมารี่โหวตของพรรคแล้ว

 โดยก่อนหน้านี้ ได้ลงพื้นที่มาในโซนอื่นของเขตคลองสาน-ธนบุรี มาแล้ว ซึ่งมีประชาชนพ่อค้าแม่ค้า ให้การตอบรับสอบถาม พูดคุยกับว่าที่ผู้สมัครสส.

น.ส.ศิริภา กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้ แม้จะเป็นวันแรกในย่านวงเวียนใหญ่ แต่ก่อนหน้านี้ก็ผู้สมัคร สส.กทม.ได้ลงพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องทั่วกรุงเทพมหานครอยู่แล้ว รวมถึงมี ส.ก.ของพรรคในพื้นที่ ที่มีความเข้มแข็งและทำพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง

“พอลงมาก็ทำให้สัมผัสได้ว่าเสียงตอบรับค่อนข้างดี สมาชิกที่อยู่ในพื้นที่ก็ยังเหนียวแน่นและรักษาพื้นที่ไว้ได้เป็นอย่างดี เพราะทุกคนของพรรคก็ทำงานหนัก และดูแลพื้นที่ ดูแลประชาชนมาโดยตลอดช่วง4ปีที่ผ่านมา ถึงแม้จะมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ก็ยังสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำงานเป็นทีมไมาว่าจะอยู่พื้นที่ไหนก็ยังทำงานได้”

'มาดามเดียร์' ควง 'แนน ศิริภา' ผู้สมัครสส. กทม. ปชป. ลุยหาเสียงวงเวียนใหญ่

ทั้งนี้ พื้นที่เขต 24 คลองสาน-ธนบุรี-ราษฎร์บูรณะ แตกต่างจากพื้นที่เดิม เพราะขนาดของพื้นที่มีขนาดที่ยาวและกว้างมาก แต่ความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนยังคงเดิม

ขณะที่ น.ส.วทันยา กล่าวว่าา การตอบรับหลังพื้นที่ ทำให้พบว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังคงแฟนคลับที่เหนียวแน่น และให้การตอบรับที่ดีมาโดยตลอด โดยเฉพาะฐานเสียงเดิมของพรรคจากทาง ส.ก.และสมาชิกพรรค ทั้งนี้ไม่ได้กังวลว่าประชาชนจะสับสนแม้จะมีการเปลี่ยนเปลี่ยนตัวผู้สมัคร เพราะการทำงานของพรรคประขาธิปัตย์มีการทำงานเป็นทีม และในพื้นที่กรุงเทพมหานครไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ไหน ก็เปรียบเหมือนเขตเดียวกัน เพราะผู้คนไหลเวียนและประชากรในกทม.มีการเคลื่อนไหวตลอด แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องทำงานให้เป็นทีม เป็นหนึ่งเดียวกันไปพร้อมกัน

และแม้ น.ส.ศิริภา เป็นคนรุ่นใหม่ แต่ไม่ได้ใหม่เอี่ยม เพราะถือว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำงานการเมือง ทั้งการเป็นผู้ช่วยของนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จึงถือว่าได้เรียนรู้กลไกการทำงานของระบบรัฐสภา ซึ่งถือเป็นระบบหลักในอำนาจนิติบัญญัติที่ สส.จะต้องเข้าไปทำหน้าที่แทนประชาชน 

ขณะที่ในพื้นที่ ยังมี ส.ก.ที่มีความแข็งแรงและดูแลพื้นที่มาโดยตลอด ทำให้การทำงานนั้นจะเป็นทั้งคนประสานงานในพื้นที่ ประกอบกับมีคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ มุมมองใหม่ๆที่รู้ถึงกลไกรัฐสภา ในการเข้ามาประสานความร่วมมือกัน เพื่อสะท้อนปัญหาในพื้นที่ ให้ได้รับการแก้ไขในระบบรัฐสภา และในชั้นการบริหารงาน ซึ่งก็จะยิ่งทำให้การทำงานแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ในพื้นที่ของฝั่งธน มองว่า เป็นพื้นที่ที่มีความเข้มแข็งของพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด จนเกิดเหตุการพลิกล็อกทางการเมืองที่เกิดขึ้น แต่แน่นอนว่า เวลาลงพื้นที่ยังสามารถได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟนคลังของพรรค

ส่วนกรณีการจัดลำกับบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ หลังทำไพรมารี่โหวตนั้น ไม่ได้คาดหวังกับลำดับอะไรเป็นพิเศษ และแน่นอนว่า คนที่สมัคร สส.ความคาดหวังแรกก็ต้องการจะเข้าไปทำงานภายในรัฐสภา ซึ่งตนเองก็ผ่านการทำงานในกลไกรัฐสภามาแล้วในช่วง4ปี และวันนี้สิ่งสำคัญไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องอยู่ในลำดับที่เท่าไร แต่สิ่งสำคัญเราจะต้องเป็นปากเป็นเสียงและช่วยเหลือพรรค และเป็นกำลังสำคัญให้กับพรรคในการทำงานได้อย่างไรบ้าง นี่จึงเป็นสิ่งที่ผู้สมัคร สส.ทุกคนควรจะทำ ทั้งนี้หากถูกจัดอยู่ในลำดับที่เท่าไรก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรค

มาดามเดียร์  ลุยวงเวียนใหญ๋ช่วยผู้สมัครสส. ปชป. หาเสียงมาดามเดียร์ ลุยวงเวียนใหญ๋ช่วยผู้สมัครสส. ปชป. หาเสียง

สำหรับการเตรียมตัวไปสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 3 เม.ย.นั้น เชื่อว่าทุกพรรคก็คงจะมีการเตรียมความพร้อม เตรียมตัวกันไปสมัครตั้งแต่เช้า เพื่อให้มีโอกาสได้เปรียบในการจับหมายเลขผู้สมัคร

‘มาดามเดียร์’ ควง ‘แนน ศิริภา’ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ปชป.ลุยหาเสียงวงเวียนใหญ่‘มาดามเดียร์’ ควง ‘แนน ศิริภา’ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ปชป.ลุยหาเสียงวงเวียนใหญ่

ส่วนจะมีการถือฤกษ์ของทีมกทม.พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น น.ส.วทันยา ระบุว่า ไม่มีฤกษ์ อะไร เป็นฤกษ์สะดวก เพราะหากตั้งใจดีทำดี ฤกษ์ไหนก็เป็นฤกษ์ที่ดีๆทั้งนั้น

แนน-ศิริภา อินทวิเชียร ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. เขต24 คลองสาน- ธนบุรี-ราษฎร์บูรณะ พรรคประชาธิปัตย์ ลุยวงเวียนใหญ่ขอเสียงสนับสนุนจากแม่ค้า-พ่อค้าในตลาดแนน-ศิริภา อินทวิเชียร ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. เขต24 คลองสาน- ธนบุรี-ราษฎร์บูรณะ พรรคประชาธิปัตย์ ลุยวงเวียนใหญ่ขอเสียงสนับสนุนจากแม่ค้า-พ่อค้าในตลาด

มาดามเดียร์ ลุยวงเวียนใหญ่หาเสียงช่วยผู้สมัครสส. กทม. ปชป.มาดามเดียร์ ลุยวงเวียนใหญ่หาเสียงช่วยผู้สมัครสส. กทม. ปชป.

‘เพื่อไทย’ ดีเดย์ประชุมกก.บห. 31 มี.ค. เคาะแคนดิเดตนายกฯ ยังอุบชื่อที่3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545710

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

28 มี.ค. 2566

'เพื่อไทย' ดีเดย์ประชุมกก.บห. 31 มี.ค. เคาะแคนดิเดตนายกฯ ยังอุบชื่อที่3

“หมอชลน่าน” เผย พรรคเพื่อไทยนัดประชุมกรรมการบริหาร 31 มี.ค. เคาะชื่อ แคนดิเดตนายกฯ ยังอุบชื่อที่ 3 ต่อจาก “อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา” มั่นใจวันสุดท้ายแรงเหวี่ยงจะมาที่เพื่อไทย

พรรคเพื่อไทย นำโดย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคฯ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รองหัวหน้าพรรค ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กทม. พรรคเพื่อไทย

'เพื่อไทย' ดีเดย์ประชุมกก.บห. 31 มี.ค. เคาะแคนดิเดตนายกฯ ยังอุบชื่อที่3

นำ “ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย” ในพื้นที่กทม. ทั้ง 33 คนใน 33 เขตเลือกตั้ง  เยือนทาวฮอลล์ตึกเนชั่นย่านบางนา เพื่อพบปะกับผู้บริหารสื่อเครือเนชั่นทั้ง 10 สื่อ โดยมี นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่น กรุ๊ป นำทีมให้การต้อนรับในครั้งนี้

'เพื่อไทย' ดีเดย์ประชุมกก.บห. 31 มี.ค. เคาะแคนดิเดตนายกฯ ยังอุบชื่อที่3

นายแพทย์ชลน่าน เปิดเผยตอนหนึ่งถึงรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ต่อจาก ชื่อของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และ นายเศรษฐา ทวีสิน ว่า ตอนนี้มีเพียงข่าวรายชื่อหลุดเท่านั้น เพราะจะมีความชัดเจนในการประชุมกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 31 มี.ค.66 

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวอีกว่า ตามโพลบางสำนักที่ระบุว่าพื้นที่กทม.พรรคเพื่อไทยยังมีคะแนนเป็นรองนั้นเป็นเพียงสถิติเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงเราใช้ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2565 จนถึงมีนาคม 2566 พบว่า พรรคเพื่อไทยคะแนนดีขึ้น มีพัฒนาการเจริญเติบโตไปทางที่ดี จึงมั่นใจในยุทธศาสตร์ที่นำไปสู่เป้าหมาย จึงขอให้ เลือกเพื่อไทยให้ชนะขาด 

'เพื่อไทย' ดีเดย์ประชุมกก.บห. 31 มี.ค. เคาะแคนดิเดตนายกฯ ยังอุบชื่อที่3

“เราทำข้อมูลพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เลือกนโยบาย เลือกพรรค 34% เลือกบุคคล 20% มั่นใจว่าวันสุดท้ายแรงเหวี่ยงจะกลับมาที่พรรคเพื่อไทย”

ด้านนายภูมิธรรม กล่าวถึงพื้นที่กทม.ว่า ปัญหาของคนกทม.ตอนนี้ที่พบคือเบื่อหน่ายกับความยากลำบากตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เขาจึงต้องการหาทางเลือกใหม่คือพรรคเพื่อไทยที่มียุทธศาสตร์ชัดเจน 

'เพื่อไทย' ดีเดย์ประชุมกก.บห. 31 มี.ค. เคาะแคนดิเดตนายกฯ ยังอุบชื่อที่3

“เราเชื่อว่าประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลง และเพื่อไทยเป็นกลไกที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้” นายภูมิธรรมกล่าว 

ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวตอนหนึ่งว่า มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะโดนใจคนทุกวัยในกทม. โดยตั้งเป้าว่าจะได้สส.กทม.เกิน 20 ที่นั่ง เพราะจากการลงพื้นที่เห็นว่าคนกำลังกลับใจมาเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะเรามีนโยบายที่จับต้องได้จริง เขารู้ว่าเราสร้างงานสร้างอาชีพ

'เพื่อไทย' ดีเดย์ประชุมกก.บห. 31 มี.ค. เคาะแคนดิเดตนายกฯ ยังอุบชื่อที่3

“เราลงพื้นที่เราได้เสียงตอบรับว่ากทม.และประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง เพราะเราเป็นพรรคเดียวที่ทำได้จริง”
 

นายดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะกรรมการ ทำงานด้านการพัฒนาเมืองมหานคร และประธานรณรงค์หาเสียงกทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวตอนหนึ่งว่า มั่นใจว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.ของพรรคทั้ง 33 คนว่ามีคุณภาพ เพราะเรามีทั้งอดีตส.ส.ที่มีประสบการณ์และ New Gen คนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่ากทม.เป็นพื้นที่ที่การแข่งขันสูง แต่เราชนะการเลือกตั้ง สก. 20 คน จาก 50 เขต ในปี 62 ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการต่อยอด

'เพื่อไทย' ดีเดย์ประชุมกก.บห. 31 มี.ค. เคาะแคนดิเดตนายกฯ ยังอุบชื่อที่3

“ตัวเลขส.ส.กทม.ที่คาดหวังคิดว่าน่าจะทำได้เกิน 20 เขต เพราะจุดขายของพรรคเพื่อไทยคือนโยบาย ที่มีประสบการณ์มาตั้งแต่ไทยรักไทย พลังประชาชน จนมาถึงไทยรักไทย เราสามารถนำนโยบายมาปฏิบัติทำได้และทำได้จริง” นายดนุพร กล่าว

'เพื่อไทย' ดีเดย์ประชุมกก.บห. 31 มี.ค. เคาะแคนดิเดตนายกฯ ยังอุบชื่อที่3

ด้าน นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่น กรุ๊ป กล่าวยินดีต้อนรับคณะพรรคเพื่อไทยในฐานะที่เครือเนชั่นเป็นสถาบันสื่อที่มีความเป็นกลาง ซึ่งเนชั่นยินดีเปิดพื้นที่ให้กับทุกพรรคเช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย พร้อมกันนี้ยังได้ฝากอนาคตของประเทศให้กับว่าที่ผู้สมัครหลายท่านที่อาจจะได้เป็นส.ส. ทำงานในสภาผู้แทนราษฎร 

‘สุวัจน์’ ดันฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพิ่มนักท่องเที่ยว ฟันรายได้ 5 ล้านล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545703

28 มี.ค. 2566

'สุวัจน์' ดันฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพิ่มนักท่องเที่ยว ฟันรายได้ 5 ล้านล้านบาท

‘สุวัจน์’ เปิดนโยบาย ‘ชาติพัฒนากล้า’ ฟื้นฟูเศรษฐกิจบนจุดแข็ง ท่องเที่ยว อาหาร เกษตร เน้นศก.เฉดสี เพิ่มนักท่องเที่ยวอีก 2 เท่า เพิ่มรายได้ 5 ล้านล้านบาท ไทยเที่ยวไทย ไทยลงทุนในไทย

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวในงานเสวนา “วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย” โดยการดีเบต 9 พรรคการเมือง จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ที่ห้องประชุม Convention Hall A22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ว่า อยากจะนําเสนอนโยบายเศรษฐกิจและการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม พูดถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทําไมต้องใช้คําว่าฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพราะเราเจอโควิด19 เจอสงครามการค้า และสงครามจริงๆ 

สามเรื่องเป็นปัจจัยที่ทําให้เศรษฐกิจมีปัญหา คือ ปี 2019 เศรษฐกิจโตประมาณ 3.5-4 พอเกิดโควิด ปี 2020 เราติดลบ 6 แล้วปี 2021 กลับมา 1.6 ต่อมาปี 2022 กลับมา 2.6 ทั้ง 3 ปีนี้ขาดทุนหมด ฉะนั้นปีนี้ 2023 อาจจะได้ 3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเราต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจ แล้วดึงกลับไปอย่างน้อยต้อง 4.5 เปอร์เซ็นต์ และวิธีการที่จะฟื้นฟูกันอย่างไร ทุกท่านเป็นนักลงทุน

ถามว่าวันนี้สงครามการค้า มีสงครามเศรษฐกิจ มีน้ำมันแพง มีเงินเฟ้อ เศรษฐกิจถดถอย ดอกเบี้ยขาขึ้น โลกร้อน และยังมีการใช้เศรษฐกิจใหม่ BCG, ESG ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมันเป็นปัจจัยที่นักลงทุนจะต้องคิดหนัก คิดนาน ในเรื่องการลงทุน

“ผมต้องการจะบอกว่าวันนี้ ถ้าเกิดจะฟื้นฟูเศรษฐกิจและหวังกับการลงทุน ผมเชื่อว่านักลงทุนทั่วโลกทุกคนตัดสินใจได้ชะลอ คิดหนัก เพราะเม็ดเงินเยอะ และยังขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือ เสถียรภาพต่าง ๆ ฉะนั้นวันนี้วิธีการที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ดีที่สุด คือ เอาจุดแข็งของเรา จุดแข็งของประเทศไทยคือ การท่องเที่ยว ก่อนเกิดโควิด19 มีนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน เพราะมีปัญหาเรื่องการท่องเที่ยวเศรษฐกิจแย่ แต่พอเราเปิดประเทศภายในครึ่งปี 

 9 พรรคการเมือง เปิดนโยบายเศรษฐกิจผ่านเวทีเสวนา “วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย”  จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย9 พรรคการเมือง เปิดนโยบายเศรษฐกิจผ่านเวทีเสวนา “วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย” จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

วันนี้นักท่องเที่ยวกลับมาประมาณ 25 ล้านคน เศรษฐกิจเริ่มกลับมา Rebound การกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าท่านไปตามเมืองท่องเที่ยวไปอะไรต่างๆ จะเห็นว่าทุกอย่างดีขึ้น และการท่องเที่ยวเป็นจุดแข็งของประเทศ การท่องเที่ยวไม่ต้องการความเชื่อมั่นมากนัก เกี่ยวข้องกับเงินเฟ้อ BCG ESG น้อยมาก แต่การท่องเที่ยวเกี่ยวข้องโดยตรงกับการขอให้อาหารอร่อย ปลอดภัย ต้อนรับดี”

ฉะนั้น วิธีกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีที่สุด ฟื้นฟูดีที่สุด เร็วที่สุดก็คือ การท่องเที่ยว เป็นจุดแข็งของประเทศ พอพูดถึงเมืองไทย เมืองท่องเที่ยวของโลก แล้วรายได้จากการท่องเที่ยว แก้ไขปัญหาทุกอย่าง ลดความเหลื่อมล้ําเสมอภาค ไปทุกอาชีพ ไปทุกหมู่บ้าน ไปทุกตําบล กระจายตัวได้เร็วที่สุด ฉะนั้น พรรคชาติพัฒนากล้า เสนอการท่องเที่ยวจะฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศได้เร็วที่สุด

นายสุวัจน์ พรรคชาติพัฒนากล้า เสนอฟื้นเศรษฐกิจ เพิ่มนักท่องเที่ยว ฟันรายได้ 5 ล้านล้านบาทนายสุวัจน์ พรรคชาติพัฒนากล้า เสนอฟื้นเศรษฐกิจ เพิ่มนักท่องเที่ยว ฟันรายได้ 5 ล้านล้านบาท

“พรรคชาติพัฒนากล้านําเสนอนโยบายว่าเพิ่มนักท่องเที่ยวเป็นสองเท่า วันนี้นักท่องเที่ยว 40 ล้านคน ถ้าโต แค่ 20 % เท่านั้น 4 ปีจะประมาณ 70-80 ล้านคน คนไทยหนึ่งคนรับนักท่องเที่ยวหนึ่งคน แล้วนักท่องเที่ยวเคยอยู่ 10 วันปกติก็เป็น 12 วัน เคยใช้จ่ายวันละ 5,000 บาท สัก 20% ก็เป็น 6,000 บาท ฉะนั้น 70 ล้าน คูณ 12 วัน คูณ 6,000 จะได้ 5 ล้านล้านบาท เพิ่มจาก 2 ล้านล้านบาท เพียงสร้างโค้ชและทําเป็นการท่องเที่ยวกันอย่างจริงจัง”

ประธานพรรคฯ กล่าวย้ำว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจต้องทําให้การท่องเที่ยว การพัฒนาเรื่อง infrastructures การพัฒนาเรื่อง destination การพัฒนาเรื่องโปรดักส์ เรื่อง Street Food หยิบมาใช้ SoftPower หยิบมาใช้ การอํานวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด รองลงมาจากการท่องเที่ยวก็คือ การส่งออกต้องหาตลาดใหม่ Middle East ตะวันออกกลาง แอฟริกา ลาตินอเมริกา อันนี้เป็นลำดับที่สอง และลำดับที่สามของการฟื้นฟูเศรษฐกิจก็คือ การลงทุนในประเทศไทย การดําเนินของภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน ไทยเที่ยวไทยไทยลงทุนในไทย อันนี้จะช่วยได้เยอะ สมมุติตอนนี้เรามี EEC อยู่ ถ้าไปเร่งรถไฟรีบสร้าง สนามบินรีบสร้าง อันนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

และลำดับสุดท้าย คือ เอาวิกฤติเป็นโอกาส ปรับฐานเศรษฐกิจของประเทศจะต้องเดินมาบนเศรษฐกิจที่เป็นจุดเข้มแข็งของประเทศไทย คือ การเป็นมหาอํานาจทางการเกษตร ข้าว อ้อย มัน ปาล์ม ข้าวโพด ไม่มีใครยิ่งใหญ่ทั่วประเทศไทย แต่วันนี้เรายังไม่ได้หยิบมาใช้ ยังไม่ได้ใส่เทคโนโลยี ยังไม่ได้ใส่อุตสาหกรรม ยังไม่ได้ใส่นวัตกรรมไปอย่างเต็มที่ ฉะนั้นนี่คือ จุดแข็งของประเทศไทย

ฉะนั้น ถ้าไล่ตามลำดับ ไล่ตามสเต็ป เศรษฐกิจของเราจะกลับมาเร็วแล้วต่อไปเราจะยั่งยืน ไม่มีใครแข่งกับเราได้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม ที่เราเผชิญหน้ากันถึงขนาดนี้ เราจะขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมอย่างไร จะเพิ่มขีดความสามารถทางด้านการแข่งขันอย่างไร ผมจำได้ว่าสมัยท่านพลเอกชาติชาย ชุณหวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านมาจากรัฐมนตรีอุตสาหกรรม GDP ของเราโต 10 เปอร์เซ็นต์ 3 ปีซ้อน แล้วหลังจากท่านชาติชาย ขีดความสามารถทางด้านการแข่งขันของประเทศโดยเฉพาะทางอุตสาหกรรมตกไปตลอด วันนี้อยู่อันดับ 35 ของ OECD สําคัญที่สุดก็คือเทคโนโลยี เราเป็นประเทศที่ส่งออกเทคโนโลยีระดับต่ํา แต่นําเข้าเทคโนโลยีระดับสูง เรียกว่า เสียดุล ใช้โนโลยีในภาคอุตสาหกรรมน้อยมาก

ต้องดําเนินการกันอย่างจริงจัง ในการที่จะ Reskill จะแรงงาน ในเรื่องของ renovate ภาคอุตสาหกรรม ในการที่จะนําเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ แล้ววันนี้เรื่อง BCG ก็คือ เศรษฐกิจหมุนเวียนเศรษฐกิจ ชีวภาพเศรษฐกิจ สีเขียว และ ESG เป็นเรื่องใหม่ของภาคอุตสาหกรรม ถ้าไม่รีบทําความรู้ ไม่รีบทําความเข้าใจ ต่อไป เราจะหนักกว่านี้

วันนี้ต้องเชิญภาควิชาการทั้งหมดมาสร้างอุตสาหกรรมที่อยู่บนจุดแข็ง แล้วเป็นอุตสาหกรรมใหม่ คือ BCG ESG มันจะเป็นฐานใหม่ ที่จะทําให้เราอยู่ได้ด้วยความยั่งยืน และจะเสริมสร้างจุดแข็งของประเทศ

“พรรคชาติพัฒนากล้า จึงนําเสนอนโยบายเศรษฐกิจใหม่ นโยบายเศรษฐกิจเฉดสี มูลค่า 5 ล้านล้านบาท คือ แบ่งเศรษฐกิจเป็นสีต่าง ๆ เช่น สีเหลือง หยิบ soft power สีเขียว หยิบสิ่งแวดล้อม สีขาว หยิบเรื่องท่องเที่ยวสายมู สีเงิน หยิบเศรษฐกิจสุขภาพ เศรษฐกิจผู้สูงอายุ ระบบทั้งหมดคือ สิ่งที่พรรคชาติพัฒนากล้าได้คิดอย่างเป็นระบบ แล้วทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานนโยบายใหญ่ที่เราเรียกว่า “งานดี มีเงิน ของไม่แพง” ขอให้นักอุตสาหกรรม นักลงทุน ได้เชื่อมั่นในนโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า”ประธานพรรคฯ กล่าว

กรุงเทพฯ ร่วมกับ’สปสช.’ หาสถานพยาบาลให้ ‘บัตรทอง’ ตกค้าง 1.9 แสนรายแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545699

28 มี.ค. 2566

กรุงเทพฯ ร่วมกับ'สปสช.' หาสถานพยาบาลให้ 'บัตรทอง' ตกค้าง 1.9 แสนรายแล้ว

‘สปสช.’ ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร หาสถานพยาบาลใกล้บ้านให้ผู้ถือ ‘บัตรทอง’ เกือบสองแสนราย ที่ยังไม่มีสถานพยาบาลประจำได้แล้ว

จำนวนสถานพยาบาลในกรุงเทพฯ ที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. มีจำนวนมากขึ้น สามารถรองรับประชาชนสิทธิบัตรทองที่ยังไม่มีสถานพยาบาลประจำได้แล้ว โดยกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สปสช.ได้ดำเนินการในรูปแบบหรือโมเดล 5 ที่มีศูนย์บริการสาธารณสุข 56 แห่ง เป็น Efficient Area Manager หรือผู้จัดการระบบบริการสาธารณสุขในพื้นที่อย่างมีศักยภาพ

ทำหน้าที่ให้เหมือนโรงพยาบาลประจำเขต ในการดูแลประชาชนในพื้นที่ของตน ร่วมกับคลินิกชุมชนอบอุ่น 113 แห่ง และเครือข่ายโรงพยาบาลรับส่งต่อทั่วทั้ง กทม.

รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าว การลงทะเบียนประชาชนสิทธิบัตรทองที่ยังไม่มีสถานพยาบาลประจำแบบอัตโนมัติ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล กับ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติระดับเขตพื้นที่ เขต 13 กรุงเทพมหานคร  ร่วมด้วย

เพื่อให้ประชาชนสิทธิบัตรทองที่ยังไม่มีสถานพยาบาลประจำที่เหลืออยู่จำนวน 195,158 ราย ได้มีสถานพยาบาลประจำตัว

สปสช.ได้ดำเนินการลงทะเบียนและจัดสรรหน่วยบริการแบบอัตโนมัติโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยระบบจะพิจารณาจากข้อมูลที่อยู่ตามทะเบียนบ้านหรือที่พักอาศัย ในกรณีที่พื้นที่นั้นมีหน่วยบริการหลายแห่ง ระบบจะจัดสรรให้หน่วยบริการที่อยู่ในเครือข่ายหน่วยบริการที่ใกล้ที่สุด จำนวน 8,000 – 10,000 คน/หน่วยบริการ ซึ่งผู้มีสิทธิบัตรทองที่พักอาศัยในบ้านหรือครัวเรือนเดียวกันก็จะให้ลงทะเบียนไปที่หน่วยบริการเดียวกัน โดยประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิและหน่วยบริการได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1330

การจัดสรรหน่วยบริการประจำแก่ผู้มีสถานะสิทธิว่าง ไม่ใช่แค่การใส่ชื่อผู้มีสิทธิเข้าไปอยู่กับหน่วยบริการปฐมภูมิเท่านั้น แต่ระบบจะพิจารณาจากปัจจัยรอบด้านเพื่อให้หน่วยบริการที่เลือกให้นั้นเหมาะกับผู้มีสิทธิมากที่สุด และให้สอดคล้องกับระบบบริการแบบใหม่ที่ในแต่ละพื้นที่จะมีหน่วยบริการปฐมภูมิหลายแห่งทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายโดยมีศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. เป็นแม่ข่าย (โมเดล 5)  

ทำหน้าที่ให้เหมือนโรงพยาบาลประจำเขตในการดูแลประชาชนในพื้นที่ของตน เช่นการเพิ่มการเข้าถึงบริการของผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง และการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง รวมทั้งการลงทะเบียนประชาชนต่างจังหวัดที่อาศัยใน กทม. ให้มีสถานพยาบาลประจำอยู่ใน กทม. เพื่อให้ได้รับบริการสาธารณสุขที่สถานพยาบาลใกล้ที่พักอาศัยในปัจจุบัน

ว่าที่ผู้สมัครกทม.เพื่อไทยเยือนเนชั่น มั่นใจแลนด์สไลด์เกิน 20 เก้าอี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545692

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

28 มี.ค. 2566

ว่าที่ผู้สมัครกทม.เพื่อไทยเยือนเนชั่น มั่นใจแลนด์สไลด์เกิน 20 เก้าอี้

พรรคเพื่อไทย นำว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. 33 คน พบสื่อ 10 เครือเนชั่น เปิดตัวหน้าใหม่ เปิดยุทธศาสตร์ มั่นใจแลนด์สไลด์เกิน 20 เก้าอี้


พรรคเพื่อไทย ยกพลทีมผู้บริหารพรรค นำโดย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำ “ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย” ในพื้นที่กทม. ทั้ง 33 คนใน 33 เขตเลือกตั้ง  เยือนทาวฮอลล์ตึกเนชั่นย่านบางนา เพื่อพบปะกับผู้บริหารสื่อเครือเนชั่นทั้ง 10 สื่อ โดยมี นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่น กรุ๊ป นำทีมให้การต้อนรับในครั้งนี้

ว่าที่ผู้สมัครกทม.เพื่อไทยเยือนเนชั่น มั่นใจแลนด์สไลด์เกิน 20 เก้าอี้

ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวตอนหนึ่งว่า มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะโดนใจคนทุกวัยในกทม. โดยตั้งเป้าว่าจะได้สส.กทม.เกิน 20 ที่นั่ง เพราะจากการลงพื้นที่เห็นว่าคนกำลังกลับใจมาเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะเรามีนโยบายที่จับต้องได้จริง เขารู้ว่าเราสร้างงานสร้างอาชีพ

ว่าที่ผู้สมัครกทม.เพื่อไทยเยือนเนชั่น มั่นใจแลนด์สไลด์เกิน 20 เก้าอี้

“เราลงพื้นที่เราได้เสียงตอบรับว่ากทม.และประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง เพราะเราเป็นพรรคเดียวที่ทำได้จริง”

ว่าที่ผู้สมัครกทม.เพื่อไทยเยือนเนชั่น มั่นใจแลนด์สไลด์เกิน 20 เก้าอี้

นายดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะกรรมการ ทำงานด้านการพัฒนาเมืองมหานคร และประธานรณรงค์หาเสียงกทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวตอนหนึ่งว่า มั่นใจว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.ของพรรคทั้ง 33 คนว่ามีคุณภาพ เพราะเรามีทั้งอดีตส.ส.ที่มีประสบการณ์และ New Gen คนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่ากทม.เป็นพื้นที่ที่การแข่งขันสูง แต่เราชนะการเลือกตั้ง สก. 20 คน จาก 50 เขต ในปี 62 ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการต่อยอด

ว่าที่ผู้สมัครกทม.เพื่อไทยเยือนเนชั่น มั่นใจแลนด์สไลด์เกิน 20 เก้าอี้

“ตัวเลขส.ส.กทม.ที่คาดหวังคิดว่าน่าจะทำได้เกิน 20 เขต เพราะจุดขายของพรรคเพื่อไทยคือนโยบาย ที่มีประสบการณ์มาตั้งแต่ไทยรักไทย พลังประชาชน จนมาถึงไทยรักไทย เราสามารถนำนโยบายมาปฏิบัติทำได้และทำได้จริง” นายดนุพร กล่าว

ว่าที่ผู้สมัครกทม.เพื่อไทยเยือนเนชั่น มั่นใจแลนด์สไลด์เกิน 20 เก้าอี้
ว่าที่ผู้สมัครกทม.เพื่อไทยเยือนเนชั่น มั่นใจแลนด์สไลด์เกิน 20 เก้าอี้

ด้าน นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่น กรุ๊ป กล่าวยินดีต้อนรับคณะพรรคเพื่อไทยในฐานะที่เครือเนชั่นเป็นสถาบันสื่อที่มีความเป็นกลาง ซึ่งเนชั่นยินดีเปิดพื้นที่ให้กับทุกพรรคเช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย พร้อมกันนี้ยังได้ฝากอนาคตของประเทศให้กับว่าที่ผู้สมัครหลายท่านที่อาจจะได้เป็นส.ส. ทำงานในสภาผู้แทนราษฎร 

นอท กองสลากพลัส นำทัพ ‘พรรคเปลี่ยน’ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545691

28 มี.ค. 2566

นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย

“นอท กองสลากพลัส” นำทีม”พรรคเปลี่ยน”ออกพบปะประชาชน เลือกอุดรธานีเป็นพื้นที่แรก ระบุเป็นเมืองหลวงของผู้ถูกรางวัลที่ 1 ประกาศเป้าหมายเลือกตั้ง 66 ส่งบัญชีรายชื่อ 10 คน ส่วน สส.เขต ส่งสมัคร 7 คน ชูนโยบายเข้าถึงคนขายลอตเตอรี่ ด้วยแนวทางยกระดับอาชีพนี้ให้ได้รับการส่งเสริม

นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ “นอท กองสลากพลัส” หัวหน้าพรรคเปลี่ยน เดินสายหาเสียงประเดิมจ.อุดรธานี เป็นที่แรก  โดยระบุถึงเหตุผลในการเลือกพื้นที่แห่งนี้  โดยอ้างถึงการเป็นเมืองหลวงของผู้ถูกรางวัลที่ 1 มากที่สุด ทำให้เชื่อว่ากลุ่มผู้ค้าลอตเตอรี่  จะเป็นฐานเสียงให้กับ “พรรคเปลี่ยน”  ด้านจุดขายของพรรค คือการยกระดับอาชีพขายลอตเตอรี่ให้เป็นอาชีพหลักอย่างแท้จริง 


ที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์  ถนนเทศา เขตเทศบาลนครอุดรธานี  อ.เมือง จ.อุดรธานี  นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ “นอท กองสลากพลัส” ในฐานะหัวหน้าและผู้ก่อตั้ง“พรรคเปลี่ยน”พร้อมคณะได้เดินทางมารณรงค์หาเสียง โดยเริ่มต้นจากการพบปะประชาชน ที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์    จากนั้นได้ขึ้นรถแห่ไปหาเสียงในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เพื่อแนะนำนโยบายพรรค และขอคะแนนเสียงจากประชาชน 

นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์  หัวหน้าพรรคเปลี่ยน เปิดเผยว่า พรรคเปลี่ยนได้รณรงค์หาเสียงที่ จ.อุดรธานี  เป็นที่แรกเนื่องจากจ.อุดรธานี เป็นแหล่งผู้ประกอบอาชีพขาย ลอตเตอรี่มากที่สุด   ทั้งยังเป็นเมืองหลวงของการถูกรางวัลที่ 1 เกือบทุกงวดจากข้อมูลที่มี เพราะผู้ค้าจาก อุดรธานี  ไปซื้อที่ จ.เลย แล้วนำมาขายที่จ.อุดรธานี  จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกับกองสลากพลัส หรือพรรคเปลี่ยนมากที่สุด  สามารถที่จะสนับสนุนพรรค 

แนวทางของ”พรรคเปลี่ยน”ต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ จะส่งผู้สมัครในระบบบัญชีรายชื่อ   10 คน ส่วนผู้สมัครเขตส่งสมัคร  7 คน  ด้านแนวนโยบายของพรรคคือ แก้ปัญหาอาชีพรากหญ้า ผลักดันอาชีพขายลอตเตอรี่ให้เป็นอาชีพหลักสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างสบาย ไม่ใช่เป็นอาชีพเสริม  “ผมสอบถามชาวบ้านที่ขายลอตเตอรี่ บอกว่ารับมาแพง ราคา 98 บาท จึงมีนโยบายให้ชาวบ้านได้โควต้าทั่วถึงได้รับความเป็นธรรมไม่ต้องไปต่อแถว  ทั้งจะทำในเรื่องแพลตฟอร์มออนไลน์  ให้มีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์  ควรได้รับการดูแลและสนับสนุน ต่อสู้กับต่างชาติได้ ในเรื่องเกี่ยวกับภาษี และต้นทุน” หัวหน้าพรรคเปลี่ยน  ระบุ

นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย
นอท กองสลากพลัส นำทัพ 'พรรคเปลี่ยน'ขอเสียงชาวอุดร ชูยกระดับอาชีพขายหวย

พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ “นอท กองสลากพลัส” หัวหน้าพรรคเปลี่ยน  นำคณะรณรงค์หาเสียง ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี  อ.เมือง จ. อุดรธานี  โดยชูนโยบายผลักดันให้อาชีพขายลอตเตอรี่ ได้รับการยกระดับเป็นอาชีพหลัก 

.

ข่าว – ภาพ :  เศกสันติ  กัลยาณวิสุทธิ์

1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจพลัส นโยบายปลุกชีพ ‘วงการกีฬา’ ของ ‘พรรคเพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545684

28 มี.ค. 2566

1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจพลัส นโยบายปลุกชีพ 'วงการกีฬา' ของ 'พรรคเพื่อไทย'

‘พรรคเพื่อไทย’ ฟื้นนโยบายยุครัฐบาลไทยรักไทย ปลุกชีพ ‘วงการกีฬา’ ใช้กำไรจากรัฐวิสาหกิจสนับสนุน ตั้งเป้าวัดผลได้ใน 100 วัน

พรรคเพื่อไทย เปิดนโยบาย ‘1 กีฬา  1 รัฐวิสาหกิจ พลัส’ ส่งเสริมความเป็นเลิศด้านกีฬา อย่างต่อเนื่องด้วยทุนสนับสนุน จากผลกำไรหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ

ปัจจุบันวงการกีฬาไทยต้องเผชิญกับยุคมืด อยู่ในจุดตกต่ำของวงการกีฬาไทย เนื่องจากภาครัฐไม่มีความเข้าใจ ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐทำให้นักกีฬาไทยไม่ได้รับการอุดหนุนในการแข่งขันระดับโลก

นายพิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะที่ปรึกษานโยบายกีฬา พรรคเพื่อไทย ร่วมกับ นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา และนายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช แถลงข่าวพลิกฟื้นวงการกีฬาไทย ด้วยนโยบาย 1 กีฬา  1 รัฐวิสาหกิจ พลัส ว่า

นโยบายนี้เดิมทีมาจากโครงการ ‘1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ’ ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปี 2544-2549 ที่มีการมอบหมายให้กระทรวงการคลังกําหนดนโยบายให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีผลประกอบการดี หันมาสนับสนุนงบประมาณให้กีฬาสากลที่มีความหวังจะสร้างผลงานในการแข่งขันระดับนานาชาติ อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

แต่หลังจากการรัฐประหารปี พ.ศ. 2549 สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยต่างๆ ได้ทยอยถูกยกเลิกเป็นส่วนใหญ่ คงเหลือเพียงสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ที่ยังได้รับการสนับสนุนต่อเนื่องจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทำให้โครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ ถูกล้มเลิกไป



แม้ว่าภาครัฐจะมีงบประมาณจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนากีฬา แต่งบประมาณดังกล่าวมีขีดจํากัดในการใช้ และมีการจัดสรรงบฯ เป็นลักษณะปีต่อปี ทําให้สมาคมกีฬาไม่สามารถวางแผนในระยะยาวได้



ดังนั้นหลักการของโครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ พลัส คือผลักดันหน่วยงานรัฐวิสาหกิจรวมไปถึงหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ที่มีกำไรสุทธิในแต่ละปีมาสนับสนุนวงการกีฬาได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่มีกำไรในปี 2565 11,093 ล้านบาท



โดยมีการวางแผนระยะยาว 4 ปี มีเป้าหมายให้กีฬาต่างๆ ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ พร้อมกับสร้างความภาคภูมิใจให้กับประชาชนชาวไทยในระดับนานาชาติ อาทิ ซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ และอื่นๆ

กราฟฟิคประกอบการแถลงนโยบาย จากพรรคเพื่อไทยกราฟฟิคประกอบการแถลงนโยบาย จากพรรคเพื่อไทย

โดยมีการดำเนินตามกรอบแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจน โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ มีมาตราฐานการตรวจสอบและวัดผลที่ชัดเจน ภายในระยะเวลาหลังพรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้จัดตั้งรัฐบาลและกำกับดูแลกระทรวงการคลัง จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุด และดําเนินการตามนโยบายเสร็จสิ้นภายใน 100 วัน



ทั้งหมดเพื่อฟื้นฟูยุคทองของกีฬาไทยให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ให้นักกีฬาไทยได้ไปไกลในระดับสากล มีโอกาสคว้าเหรียญทองในโอลิมปิก เอเชียนเกมส์และซีเกมส์ ภายใต้รัฐบาลของพรรคเพื่อไทย