‘ชาติพัฒนากล้า’ มั่นใจส่ง 2 พี่น้อง บ้านใหญ่โคกกรวด โคราชหวัง 4 เก้าอี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545552

25 มี.ค. 2566

'ชาติพัฒนากล้า' มั่นใจส่ง 2 พี่น้อง บ้านใหญ่โคกกรวด โคราชหวัง 4 เก้าอี้

‘ชาติพัฒนากล้า’ ส่งพี่น้องตระกูลกาญจนวัฒนา กำนันเบ้า ลงชิงชัย สส.เขต 3 ส่ง สมบัติ ลงเขต 4 ’สุวัจน์’ มั่นใจส่ง 2 พี่น้อง บ้านใหญ่โคกกรวด จำกวาดสส.โคราช 4 เก้าอี้ รวมทั่วประเทศขั้นต่ำ 25 ที่นั่ง

การเลือกตั้ง2566 วันที่ 14 พ.ค. 2566 พรรคชาติพัฒนากล้าหมายมั่นปั้นมือว่าจะกวาดจำนวน สส.ให้ได้ขั้นต่ำทั่วประเทศ 25 ที่นั่ง เพื่อรักษาโอกาสในการเสนอชื่อแคนดิเดตของพรรค เพื่อชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีตามกติกา 

โดยในส่วนของจังหวัดนครราชสีมานั้น มั่นใจว่าจะคัมแบ็คอีกครั้ง เขตที่มีความหวัง คือ เขต 1 ส่งนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคฯ เป็นผู้สมัคร เขตเลือกตั้งที่ 2 นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรคฯ แชมป์เก่า

เขตเลือกตั้งที่ 3 ได้ “กำนันเบ้า” นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง อดีตกำนันตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท.ประเสริฐสิน ถนนมิตรภาพขาเข้าเมืองโคราช หลายสาขา พี่ใหญ่ใจสปอร์ตของพี่น้องท้องถิ่นโคราช ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มาเป็นผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 3

กำนันเบ้า-นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา นักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง จ.นครราชสีมากำนันเบ้า-นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา นักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง จ.นครราชสีมา

เขตเลือกตั้งที่ 4 สจ.สมบัติ กาญจนวัฒนา รองเลขาธิการพรรคฯ อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา น้องชาย กำนันเบ้า เป็นอดีตสจ.เขต 3 ในเมือง นครราชสีมา ลงพื้นที่ในเขต 4 นายสมบัติ มีความผูกกับชาวสูงเนินและยังมีฐานเสียงเดิมอยู่เขต 3 แต่ด้วยความเป็นลูกหลานชาวสูงเนิน จึงเลือกลงเขต 4 เพื่อจะสานต่อนโยบายที่จะทำให้สูงเนิน ขามทะเลสอ และ โนนไทย ที่ ได้บอกพ่อแม่พี่น้อง ไว้แล้ว เช่น เรื่องปัญหาน้ำท่วมทางการเกษตร ปัญหาเรียนมาไม่ตรงตกงาน นิรโทษกรรมด้านการศึกษาฯ

ดังนั้น การได้สองพี่น้องบ้านใหญ่โคกกรวดลงชิง สส.ในเขตที่ 3 และเขต 4 ทำให้พรรคชาติพัฒนากล้า มีลุ้นที่จะกวาดที่นั่ง สส.โคราชได้ถึง 4 เก้าอี้

ว่ากันว่า ผลจากการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ทำให้ชาติพัฒนากล้า ได้เปรียบ เพราะเขต 3 เขต 4 เป็นพื้นที่ตระกูลกาญจนวัฒนา เขต 1 เป็นของนายเทวัญ ลิปตพัลลภ และ เขต 2 เป็นของแชมป์เก่า นายวัชรพล โตมรศักดิ์ 

ทั้งนี้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคพรรคชาติพัฒนากล้า  นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมแกนนำพรรคพรรคชาติพัฒนากล้า  เตรียมเปิดตัวผู้สมัครชิงเก้าอี้ สส.นครราชสีมา ครบทั้ง 16 เขตเลือกตั้ง ในวันจันทร์ที่ 27 มี.ค.2566 ณ ที่ทำการพรรคชาติพัฒนากล้า ที่อยู่ : 2222/2 ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคพรรคชาติพัฒนากล้า ล้อมวงรับประทานอาหารกับผู้สมัครสส.โคราช นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคพรรคชาติพัฒนากล้า ล้อมวงรับประทานอาหารกับผู้สมัครสส.โคราช

เวที ‘เนชั่นทีวี 22’ debateอนาคตประเทศไทย 10 พรรค ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ที่สงขลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545551

25 มี.ค. 2566

เวที 'เนชั่นทีวี 22' debateอนาคตประเทศไทย 10 พรรค ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ที่สงขลา

เนชั่นทีวี 22 เปิดเวทีดีเบตภาคใต้ พื้นที่แสดงวิสัยทัศน์ ขุนพล 10 พรรคการเมือง ร่วมโชว์นโยบายในศึกเลือกตั้ง2566 ที่ สงขลา

เนชั่นทีวี 22 จัดเวทีดีเบต สู่การติดตามอนาคตประเทศไทย เปิดเวทีภาคใต้ พบแม่ทัพพรรคการเมือง กับนโยบายกินได้ ที่เวทีสงขลา ณ สวนสาธารณะแห่งใหม่ในเมืองสงขลา  ในวันเสาร์ที่ 25 มีนาคมนี้ เริ่มเปิดเวที ตั้งแต่เวลา 18.00 – 20.30น. พบกับ 10 พรรคการเมืองส่งตัวแทนร่วมเวที  ได้แก่


นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
นิกร จำนง ประธานคณะกรรมการนโยบาย และยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา

เวที 'เนชั่นทีวี 22' debateอนาคตประเทศไทย 10 พรรค ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ที่สงขลา
น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย
ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรครวมไทยสร้างชาติ
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ 
นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ 
วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมการนโยบายเกษตร พรรคเพื่อไทย
ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล 
 


ด้าน ผลสำรวจความเห็นประชาชน โดยศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เรื่อง “คนสงขลาเลือกพรรคไหน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดสงขลา กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,100 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนจังหวัดสงขลาเลือกพรรคไหน

ผลสำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “คนสงขลา เลือกพรรคไหน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2566 ผลสำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “คนสงขลา เลือกพรรคไหน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2566
สำหรับผลสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนสงขลาจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ โดย 3 อันดับแรก คือ

 อันดับ 1 ร้อยละ 26.00 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะ ซื่อสัตย์สุจริต มีความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ และต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง 
 


อันดับ 2 ร้อยละ 18.46 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคเพื่อไทยสามารถแก้ไขปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตรได้ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบผลงานของตระกูลชินวัตร 

อันดับ 3 ร้อยละ 11.36 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  พรรคก้าวไกล เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ เป็นคนมีวิสัยทัศน์ ชื่นชอบนโยบายและอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคก้าวไกล

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อันดับ 6 ร้อยละ 6.73 เหตุผลในการสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา ขณะที่บางส่วนระบุว่า เป็นคนใต้เหมือนกัน 

สำหรับพรรคการเมืองที่คนสงขลามีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า  3 อันดับแรก คือ

อันดับ 1 ร้อยละ 23.46 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 

อันดับ 2 ร้อยละ 19.00 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย (พท.) 

อันดับ 3 ร้อยละ 15.91 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)

‘ประชาธิปัตย์’ ยึดมั่นประชาธิปไตย ใครรวมเสียงได้มาก จัดตั้งรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545547

25 มี.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์' ยึดมั่นประชาธิปไตย ใครรวมเสียงได้มาก จัดตั้งรัฐบาล

‘ประชาธิปัตย์’ ยึดมั่นประชาธิปไตย เคารพประชาชน ใครรวมเสียงข้างมากได้ จัดตั้งรัฐบาล พรรคชนะอาจเป็นฝ่ายค้าน ส่วน ทักษิณ กลับบ้านได้ไม่มีใครห้าม แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังเข้าร่วมสังเกตการณ์ปชป.ทำไพรมารีโหวตของผู้สมัคร สส. กทม. ที่โรงแรมบลิซ โฮเทล ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร ต้องการกลับประเทศไทยนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความจริงแล้วก็กลับประเทศได้อยู่แล้วถ้าจะกลับ ไม่มีใครสามารถไปห้ามไม่ให้กลับได้ เพียงแต่เมื่อกลับมาแล้วก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าต้องทำอะไรอย่างไร

พร้อมกับได้ให้ข้อสังเกตว่า นายทักษิณนั้นออกมาพูดในช่วงที่กำลังมีการเลือกตั้งเท่านั้นเอง ส่วนข้อเท็จจริงก็คือไม่มีใครไปห้ามไม่ให้กลับได้ เพราะตัวนายทักษิณเองก็สามารถกลับมาได้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ส่วนที่ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงเรื่องการจับขั้วเพื่อรวมเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายจุรินทร์ตอบว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ มีหลักที่ได้ประกาศไปแล้วว่า เรายึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ใครรวมเสียงข้างมากได้คนนั้นก็เป็นรัฐบาล ที่เหลือก็เป็นฝ่ายค้าน 

เพราะฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับเสียงประชาชนหลังการเลือกตั้งว่า พรรคไหนจะได้เท่าไหร่ แล้วใครจะไปรวมกับใคร กลายเป็นเสียงข้างมากเสียก่อน เพราะฉะนั้นต้องนับหนึ่งที่การเลือกตั้ง ส่วนการจับขั้วนั้นสามารถทำได้ แต่จะเกิดจริงได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับมือประชาชน ใครจะไปจับกับใครอย่างไรก็จับได้ แต่สุดท้ายประชาชนเป็นผู้ให้คำตอบ 

ประชาธิปัตย์จึงบอกว่า เมื่อเรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เราก็เคารพประชาชน เพราะฉะนั้นต้องให้ประชาชนเป็นคนแรกที่ให้คำตอบก่อน ว่าเขาจะให้พรรคไหนเท่าไหร่ และเมื่อถึงเวลานั้น พรรคก็จะพิจารณาว่าจะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร โดยอาศัยที่ประชุมพรรค และต้องเป็นมติด้วย

“ประชาธิปัตย์นั้นเป็นประชาธิปไตยตัวจริง ตัวจริงทั้งประชาธิปไตยในพรรค และประชาธิปไตยนอกพรรคในระบบประชาธิปไตยสากล นี่คือสิ่งที่เรายึด ใครจะไปจับกับใครก็เป็นเรื่องของพรรคนั้น แต่ประชาธิปัตย์ยังไม่ได้ไปจับกับใคร จึงตั้งหลักไว้ชัดเจนแล้วว่า ก็ต้องรอผลการเลือกตั้ง และเมื่อประชาชนให้คำตอบแล้ว เราก็จะตัดสินใจ เพราะต้องนับหนึ่งด้วยการเคารพเสียงประชาชนก่อน” นายจุรินทร์กล่าว

ในการรวมเสียงข้างมากนั้น ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นที่เท่าไหร่รวมกับที่เท่าไหร่ แต่อยู่ที่ว่าเมื่อรวมเสียงประชาชนทั้งหมดแล้วใครมากกว่า เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะได้ที่เท่าไหร่ก็สามารถตั้งขั้วหรือจับขั้วรวมกันเป็นรัฐบาลได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ได้รับเลือกตั้งมาเป็นที่ 1 ที่ 2 จะเป็นรัฐบาล ที่ 3 ที่ 4 เป็นฝ่ายค้าน เพราะในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พรรคที่ได้คะแนนมาเป็นลำดับ 1 ก็เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งก็เกิดขึ้นได้เพราะการรวมเสียง ดังนั้นประชาธิปัตย์ก็มีโอกาสที่จะได้รับเสียงที่อยู่ในระดับที่สามารถรวมเสียงกับพรรคการเมืองอื่นเพื่อตั้งรัฐบาลได้เช่นกัน

“สถานการณ์การเมืองตอนนี้ หลายพรรคก็ลงมาในขนาดที่พอๆ กัน หรือใกล้เคียงกัน อาจจะยกเว้นบางพรรคที่เสียงอาจจะโด่งไปบ้าง แต่ที่เหลือเสียงก็ใกล้ๆ กัน อาจจะมากน้อยแตกต่างกันอยู่ที่มือประชาชนนั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าประชาธิปัตย์จะไม่มีโอกาส และประชาธิปัตย์ก็มีโอกาสในการที่จะไปรวมเสียงข้างมากได้ ถ้าเราได้เสียงมากพอ แล้วก็มั่นใจว่าเที่ยวนี้เราจะได้ดีกว่าเดิมในทุกภาค ทั้งปักษ์ใต้ กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคเหนือ อีสาน ในหลายจังหวัดมีเสียงตอบรับดีมาก และผู้สมัครของเราก็มีโอกาสได้รับเลือกตั้งเช่นกัน” นายจุรินทร์กล่าว

‘ประชาธิปัตย์’ รู้ผลทำไพรมารีโหวต สส.เขต- ปาร์ตี้ลิสต์ 27 มี.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545544

25 มี.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์' รู้ผลทำไพรมารีโหวต สส.เขต- ปาร์ตี้ลิสต์ 27 มี.ค.

‘ประชาธิปัตย์’ รู้ผลทำไพรมารีโหวต ผู้สมัครสส.เขต 400 คน และ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน ทั่วประเทศ 27 มี.ค. จุรินทร์ ย้ำจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตัวผู้สมัครใน กทม. 4 เขต มั่นใจ ปชป.ดีขึ้นทั่วประเทศ

ที่โรงแรมบลิซ โฮเทล ลาดกระบัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดประชุมสมาชิกพรรค เพื่อรับฟังความคิดเห็นการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้ลิสต์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม โดยบรรยากาศการทำไพรมารีโหวต ของผู้สมัคร สส.กทม.ในวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก มีสมาชิกพรรค และประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมในการจัดทำไพรมารรีโหวตแล้ว นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เมื่อเสร็จสิ้นการทำไพรมารี่ในวันที่ 27 มี.ค. 2566 ก็จะทราบว่า ทั้ง 400 คน 400 เขต เป็นใคร และบัญชีรายชื่อทั้ง 100 รายชื่อนั้นเป็นใครบ้าง เมื่อทางพรรคได้นำมาจัดทำไพรมารีแล้ว ก็จะทราบผล

สำหรับการที่ กกต. มีการประกาศเขตเลือกตั้งออกมานั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตัวผู้สมัครใน กทม. 4 เขต ประกอบด้วย น.ส.สุภัสสรา ธงไชย เขตห้วยขวาง วังทองหลาง นสพ.อนันต์ ฤกษ์ดี เขตหนองจอก ลาดกระบัง และมีนบุรี น.ส.ศิริภา อินทรวิเชียร เขตธนบุรี คลองสาน ราษฏร์บูรณะ นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ เขตบางขุนเทียน จอมทอง เนื่องจาก กกต. มีการปรับเขตเลือกตั้ง ทำให้พรรคจำเป็นต้องปรับตาม ส่วนใน 29 เขต ก็คงเดิมตามที่ได้ประกาศเปิดตัวไปแล้ว

พรรคประชาธิปัตย์ทำไพรมารี่โหวต ผู้สมัครสส.เขต และ ผู้สมัครสส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคประชาธิปัตย์ทำไพรมารี่โหวต ผู้สมัครสส.เขต และ ผู้สมัครสส.ปาร์ตี้ลิสต์

ปชป.เชื่อฝั่งธนบุรีได้ 3 เสียง

พร้อมกับเพิ่มเติมว่า เมื่อตระกูลม่วงศิริ อยู่กับเราแล้ว 2 คน เมื่อคุณสุวัฒน์ เข้ามาเพิ่ม ก็จะช่วยให้ทีมกรุงเทพฯ เข้มแข็งขึ้น ก็เชื่อว่ามีโอกาสฝ่ามาได้ทั้ง 3 ท่านในฝั่งธนฯ

ปาร์ตี้ลิสต์ ปชป.มีครบ100 ชื่อ

สำหรับผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เรามีครบทั้ง 100 ชื่อ เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งจะไม่เกิน 100 ชื่อ ที่จะต้องนำไปทำไพรมารี และประชาธิปัตย์ได้ส่งทั้ง 100 ชื่อ ที่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาของพรรคในเบื้องต้น 

โดยจะรอผลจากการทำไพรมารีในวันที่ 27 มี.ค.นี้ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งยังไม่สามารถตอบในตอนนี้ได้ ส่วนเรื่องการจัดลำดับบัญชีรายชื่อนั้น ก็จะเป็นเรื่องที่กรรมการสรรหาจะต้องเป็นผู้พิจารณาและส่งให้กรรมการบริหารพิจารณาอีกครั้ง

ปชป.ทำไพรมารีโหวต ผู้สมัครสส.กทม.ปชป.ทำไพรมารีโหวต ผู้สมัครสส.กทม.

ปชป.ทำไพรมารีโหวต ผู้สมัครสส.กทม.คึกคักปชป.ทำไพรมารีโหวต ผู้สมัครสส.กทม.คึกคัก

‘เพื่อไทย’ เตือน อย่าโหนกระแส ‘ทักษิณ’ กลับไทยหลังเลือกตั้งโจมตีพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545543

25 มี.ค. 2566

'เพื่อไทย' เตือน อย่าโหนกระแส 'ทักษิณ' กลับไทยหลังเลือกตั้งโจมตีพรรค

‘เพื่อไทย’ เตือน ฝ่ายตรงข้าม อย่าโหนกระแส ‘ทักษิณ’ กลับไทยหลังเลือกตั้ง ชี้เป็นเรื่องดี กลับมาพิสูจน์ตัวเอง ยืนยันพรรคมุ่งแก้ปัญหาให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนักโหนกระแสของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับประเทศไทยออกมาโจมตีพรรคเพื่อไทยว่า ควรคิดเสียใหม่ เพราะที่ประชาชนชื่นชมและเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทย คือ นโยบายดีๆที่ “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนไทยทุกคน”
 

ซึ่งเป็นกรณีจากที่ ดร.ทักษิณออกมาให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อต่างประเทศ พร้อมที่จะกลับมารับโทษจำคุกในประเทศไทย หากเขาได้รับอนุญาตให้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับครอบครัว ไม่ว่าผลการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในเดือน พ.ค. นี้จะออกมาเป็นอย่างไร ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขว้างและถูกหยิบมาเป็นประเด็นทางการเมือง เชื่อมโยงพรรคเพื่อไทย 
 

ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าวต่ออีกว่า การแสดงความคิดเห็น ของ ดร.ทักษิณ เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่อยากกลับบ้านและกลับมาอยู่กลับลูกหลานในช่วงปั้นปลายชีวิต เพื่อเข้าสู่กระบวนการกฎหมายของไทยอย่างถูกต้อง ที่ผ่านมาคดีต่างๆที่ดร.ทักษิณ ถูกดำเนินคดี ล้วนเกิดจากฝั่งตรงข้ามทางการเมือง จนทำให้เกิดคำถามว่า ความยุติธรรมที่มีไว้เพื่อกำจัดฝั่งตรงข้ามจะยังใช่ความยุติธรรมหรือไม่

วันนี้หากดร.ทักษิณจะเดินทางกลับไทยและเข้าสู่การพิจารณาคดี ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเป็นเรื่องที่ดีที่จะมาพิสูจน์ตนเอง ดังนั้นจึงไม่ควรใช้เป็นประเด็นโจมตีทางการเมือง โดยการเชื่อมโยงบุคคลอื่นคดีอื่นๆ

“วันนี้พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้น การนำเสนอนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย ให้ครอบคลุมทุกๆมิติ เพราะประชาชนเชื่อมั่นในนโยบายของพรรคเพื่อไทย ว่าสามารถทำได้จริง ประเทศไทยล้าหลังและถดถอยมาตลอด 8 ปี ดังนั้นการเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์คือการเลือกเพื่อไทยให้ชนะขาดแบบแลนด์สไลด์” ดร.ลิณธิภรณ์กล่าว
นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์

‘ชาติไทยพัฒนา’ ย้ำจุดยืน ไม่เป็นศัตรูกับใคร พร้อมร่วมงานทุก‘พรรคการเมือง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545538

25 มี.ค. 2566

'ชาติไทยพัฒนา' ย้ำจุดยืน ไม่เป็นศัตรูกับใคร พร้อมร่วมงานทุก‘พรรคการเมือง’

ท็อป วราวุธ ย้ำจุดยืน’ชาติไทยพัฒนา’ไม่เป็นศัตรูกับใคร พร้อมร่วมงานทุกพรรคการเมือง ขอโทษประชาชน หากป้ายหาเสียง บดบังทำให้ไม่ได้รับความสะดวก

ที่ศาลหลักเมือง จ.ร้อยเอ็ด นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ระบุ ถึงคำพูดของตนที่ปราศรัยบนเวทีกาฬสินธุ์ที่ว่า ฟร์อมรัฐบาลทุกสูตรมีชาติไทยพัฒนาอยู่ในนั้น ว่า เราไม่ได้บอกว่า พรรคเราไปได้กับทุกขั้วการเมือง แต่เราบอกว่าทุกขั้วการเมืองอยากให้พรรคชาติไทยพัฒนาไปร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากพรรคชาติไทยพัฒนา ทำงานแบบไม่สร้างศัตรู 

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเราทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ไม่แบ่งว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลเพราะฉะนั้นเมื่อถึงการจัดตั้งรัฐบาล ก็จะนึกถึงพรรคชาติไทยพัฒนาของเรา 

ตอนนี้ยังไม่มีพรรคใดมาชวนร่วมให้จับขั้วการเมือง แต่ด้วยความเป็นพรรคการเมือง เรามีการพูดคุยกับทุกพรรคกันเสมอ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองใหญ่ว่าจะเลือกเราหรือไม่

 นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนานายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

นายวราวุธ กล่าวถึงป้ายหาเสียงของพรรคถูกทำลายว่า มีป้ายหาเสียงของพรรคในหลายพื้นที่ ถูกทำลายและเสียหายพร้อมขอโทษประชาชน ที่บางครั้งป้ายหาเสียงของพรรคไปบดบังและสร้างความไม่สะดวกสบายให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่

“แต่นานๆจะเลือกตั้งครั้งหนึ่ง จึงอยากขอโอกาสใช้ป้ายหาเสียงในการแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร และนโยบายของพรรค หากประชาชน เห็นว่า จุดการติดป้ายไม่เหมาะสม สามารถแจ้งเพื่อให้เราไปย้ายป้ายได้”

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวขอโทษหากป้ายหาเสียงของพรรคไปบดบังและสร้างความไม่สะดวกสบายให้ประชาชนนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวขอโทษหากป้ายหาเสียงของพรรคไปบดบังและสร้างความไม่สะดวกสบายให้ประชาชน

‘ศรัณย์วุฒิ’อัด ประชาธิปไตยจอมปลอม มอง แลนด์สไลด์ ทำไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545531

25 มี.ค. 2566

'ศรัณย์วุฒิ'อัด ประชาธิปไตยจอมปลอม มอง แลนด์สไลด์ ทำไม่ได้

‘วันวิชิต’ มองภาพการเมือง ภูมิใจไทย เข้าวินที่ 1 ฝ่ายอนุรักษ์นิยม แต่ใช้บริการ สว.ไม่ได้ ‘ศรัณย์วุฒิ’อัด ฝ่ายประชาธิปไตยจอมปลอม เผยความหลัง อภิปราย พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ ชี้ แผน แลนด์สไลด์ ทำไม่ได้จริง

สถานการณ์การเมืองช่วงเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ปรากฏการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นคือการย้ายพรรคการเมือง ทั้งกลุ่มสามมิตรเข้าเพื่อไทย ฝ่ายตรงข้ามย้ายไปอนุรักษ์นิยม สส.หลายคนย้ายไปพรรคฝ่ายตรงข้าม ทำให้เกมการเมืองครั้งนี้ดูซับซ้อนและน่าติดตาม


รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี ได้เปิดประเด็นพูดคุย เกมลึกสลับขั้ว เตะตัดขาฝ่ายตรงข้ามเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับการย้ายสลับขั้วครั้งนี้ 

รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยประเด็น เกมลึกสลับขั้ว เตะตัดขาฝ่ายตรงข้าม
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง 
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองการเข้าร่วมงานของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกุล ณ อยุธยา ด้วยความที่ร้างราวงการการเมืองไปหลายปี ส่วนตัวเชื่อว่าท่านไม่มีของ ในการที่จะไปดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ด้วยวัย ด้วยปัจจัยต่างๆ สมรภูมิการสู้รบในภาคอีสานเปลี่ยนไปไกล นอกจากตัวพรรคการเมือง ตัวปัจเจกบุคคลที่ไหลเข้าไหลออก การที่พล.อ.ธรรมรักษ์ เปิดตัวช่วย พล.อ.ประวิตร เป็นภาพที่พลังประชารัฐกำลังรีแบรนด์หลายๆอย่าง

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

ส่วนผสมในพลังประชารัฐ เรียกว่ามีความหลากหลาย พล.อ.ธรรมรักษ์ เคยมีความใกล้ชิดนายทักษิณ ชินวัตร มีนายสกลธี ภัททิยกุล มีนายอุตตม สาวนายน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กลุ่มบ้านใหญ่ต่างๆ การทำแบบนี้เป็นการเตรียมการสำหรับ พล.อ.ประวิตร ที่มีธงในการก้าวข้ามความขัดแย้ง การใช้แบบความสงบจบลงที่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ไม่ได้แล้ว 

และภาพของพล.อ.ประยุทธ์เป็นแบรนด์ที่แข็งกร้าว พร้อม ปะ ฉะ ดะ ไม่สามารถสร้างความสงบสุขได้ แต่ภาพพล.อ.ประวิตร การนไส่วนผสมทั้งคนเก่าคนแก่ มีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ทางการเมือง แต่ได้ภาพความหลากหลาย และภาพของ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือน้องมายด์ อดีตแกนนำคณะราษฏร 2563 ที่ไปสัมภาษณ์ พล.อ.ประวิตร ถามว่าทีมงานพรรคทราบหรือไม่ว่าใครจะมาจะสัมภาษณ์ ซึ่งเชื่อว่าได้มีการประเมินความคุ้มค่าทางการเมืองแล้ว การตอบเป็นการตอบแบบผู้ใหญ่ เป็นการต้องการภาพเปรียบเทียบ เทียบเคียง ในทางตรงข้ามถ้าเปลี่ยนคนนั่งเป็นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่วนตัวคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่น่าจะมีความอดทน ที่จะตอบอะไรแบบนี้ ภาพที่ต้องการตอนนี้คือการชิงเป็นที่1 ในขั้วอนุรักษ์นิยมด้วยกัน 

'ศรัณย์วุฒิ'อัด ประชาธิปไตยจอมปลอม มอง แลนด์สไลด์ ทำไม่ได้
การวิเคราะห์ทางการเมืองในขณะนี้ ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ถ้าตัดภูมิใจไทยออกไป ในระดับสส.เขต ของสามพรรคใหญ่ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ การเลือกตั้งเอา สส.เขต หรือคิดคะแนน สส.บัญชีรายชื่อ คิดว่าภูมิใจไทยมาเป็นที่ 1 เพียงแต่ว่า ภูมิใจไทยไม่สามารถเข้าถึงบริการของ สว. ได้  ดังนั้น สว. จะยอมแค่ผู้นำ 2 พรรค คือ พล.ประวิตร กับ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งภูมิใจไทยก็รู้ดี และการที่พยายามหาทางลงให้สว.แบบสุดโต่ง ต้องพล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น แต่ในเรื่องของพล.อ.ประวิตร ไม่ได้แสดงออกเท่านั้นเอง

ดังนั้นถ้าคะแนนฝ่ายอนุรักษ์นิยมอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน พล.อ.ประวิตรก็อยู่ในเงื่อนไขที่ได้เปรียบ ในข้อแม้อย่างน้อยเสียงต้องมากกว่ารวมไทยสร้างชาติ ไม่มากกว่าภูมิใจไทยอาจจะมีเงื่อนไขการต่อรอง ที่ว่า นุทินไม่มีเสียง สว. ยกเว้น อนุทินต่อสู้ว่ามีเสียงจากประชาชน อันนั้นก็ต้องไปสร้างความชอบธรรมกับกระแสสังคมให้มากดดันอีกที 
 

ในการมองกลุ่มสามมิตร อ.วันวิชิตวิเคราะห์ว่าอยู่ในภาวะกล้ำกลืน กินน้ำใต้ศอก เพราะว่ากระทรวงที่รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นยุติธรรม หรือ อุตสาหกรรม ไม่ได้เป็นกระทรวงที่หมายปอง การอยู่ตามมารยาท 4 ปี การที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ พูดมานั้นอาจจะถูกครึ่งเดียว วิธีการทำงาน การเตะตัดขา ไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน ประกอบกับ 2 คน นายสุริยะ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่มีประสบการณ์การอยู่ภายใต้หัวหน้าหรือผู้นำกองทัพมาก่อน วิธีคิดแบบข้าราชการ ทั้ง 2 คนอยู่กับนักเลือกตั้งมาทั้งชีวิต 


การที่กลุ่มสามมิตรมีภาพอยู่ฝ่ายไหนเป็นรัฐบาลตลอด จะเป็นตัวบ่งชี้ได้หรือไม่ว่า เพื่อไทยมีดอกาสชนะการเลือกตั้ง การย้ายพรรค เป็นการมองเห็นโอกาสที่จะชนะ วรรคทองของนายสมศักดิ์ที่ว่า อยู่กับฝ่ายรัฐบาลตลอด แต่คนที่ย้ายไปพรคอื่นๆก็มีแสงในตัวเช่นกัน จึงเป็นรการสู้กับความเชื่อของตัวเอง 


ในกรณีคนในพรรคเดิม โดยเฉพาะการที่อยู่มานาน แล้วมีการย้ายออกจากพรรคนั้นๆ อ.วันวิชิต มองว่า การที่คนที่อยู่พรรคมานานๆและไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนใจไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ย่อมมีน้ำหนัก หรือมีวาระซ่อนเร้นมีออฟชั่นพิเศษ จนต้องก้าวออกไปหรือไม่ เป็นทฤษฏีสมคบคิด ซึ่งคนที่อยู่มานาน ย่อมมีน้ำหนักกากกว่าคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว 

นายศรัณวุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ
นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ 
สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นหนึ่งในบุคคลที่ย้ายข้ามขั้ว ได้บอกถึงโอกาสการแลนด์สไลด์ของเพื่อไทยว่า คงไม่แลนด์สไลด์ เพราะเพื่อไทยไม่น่าจะเหมือนเดิมเท่าไหร่ การประกาศแลนด์สไลด์ กลัวว่าเลือดจะไม่หยุดไหลมากกว่า การที่มองว่ามีบุคคลระดับรัฐมนตรีย้ายเข้าร่วมและประเมินว่าจะได้เป็นรัฐบาล คงจะต้องคิดใหม่ การจะแลนด์สไลด์เป็นเรื่องที่ยากมาก การที่นายสมศักดิ์ระบุว่า อยู่กับฝ่ายเป็นรัฐบาลมาตลอด แต่ในความเป็นจริง นายสมศักดิ์เคยอยู่พรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งก็เป็นพรรคฝ่ายค้าน

'ศรัณย์วุฒิ'อัด ประชาธิปไตยจอมปลอม มอง แลนด์สไลด์ ทำไม่ได้

สะท้อนถึงคำพระว่าอะไรก็ไม่แน่นนอน ในภาคเหนือ การเลือกตั้งที่ผ่านมาตนเป็นคนเดียวที่ได้รับการยอมรับของประชาชน ตนไม่เชื่อในการแลนด์สไลด์ อุตรดิตถ์ตนไม่เคยซื้อเสียง ทำงานรับใช้ประชานทั้งตัวเองและลูกสาว รวมทั้งการพูดไม่ใช่ว่าตนออกจากพรรคเก่ามาแล้วมาโจมตี แต่การที่จะจับมืออย่างไรกับใครทำไมไม่ยอมตอบคำถาม ในเวลาที่ยังอยู่กับพรรคเก่า ตนจะทำการอภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กลายเป็นไม่มีชื่อในการอภิปราย เมื่อทำการประท้วงต่อประธานสภา นายชวน หลีกภัย ได้รับคำตอบว่า ไม่สามารถช่วยได้เนื่องจากเป็นการส่งรายชื่อจากทางวิปฝ่ายค้าน


อ.วันวิชิตถามความเห็น นายศรัณวุฒิ ว่า สมมุติว่าตนเป็นคนอุตรดิตถ์ แล้วนายศรัณวุฒิ ย้ายไปรวมไทยสร้างชาติ และทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีโอกาสเป็นนายกฯไม่ถึง 2 ปี จะโน้มน้าวใจอย่างไร ในเลือกทั้งตัว นายศรัณวุฒิ  และ พล.อ.ประยุทธ์ ได้อย่างไร เพราะถ้าเลือกไปก็เป็นไม่ถึง2ปี และไม่ต่อเนื่อง

นายศรัณวุฒิ ตอบว่า ในครั้งแรกตนคิดแบบเดียวกับอ.วันวิชิต พอสัมผัสกับพื้นที่ มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นแฟนคลับพล.อ.ประยุทธ์ และสอบถามว่าถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เป็นนายกฯต่อสวัสดิการต่างๆจะยังได้หรือไม่ และในการหาพรรคสังกัดใหม่ ตนไม่มีพรรคในฝ่ายประชาธิปไตย จึงคิดว่าพรรคอะไรก็ได้ เพราะแต่ละพรรคในความเห็นของนายศรัณวุฒิ ทั้งจอมปลอม ทั้งสุดโต่ง บางพรรคสร้างภาพประชาธิปไตยแต่ข้างในกลับเป็นเผด็จการ

เมื่อถามประชาชนว่าตนควรอยู่ฝ่ายไหน ก็ตอบกันว่าให้อยู่กับพรรคที่หัวหน้าเป็นนายกฯดีกว่า ตนเสนอนโยบายแช่แข็งหนี้ ไม่ใช่วิธีการอัดฉีดเงินลงไป เพราะมีนายทุนจ้องจะรอเก็บเงินเหล่านี้ เมื่อคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วก็รับนโยบาย อีกเรื่องคือเกษตรร่ำรวย ในมุมมองตน 20ปีข้างหน้ายังไม่เห็นหนทาง แต่ที่เห็นคือที่ดินถูกยึด แล้วนำไปขายต่างชาติ ซึ่งได้นำเสนอไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์เห็นด้วยว่าต้องอุ้มเกษตรกร 


อ.วันวิชิต มองการย้ายข้ามขั้วครั้งนี้อย่างกรณีนายศรัณวุฒิ ว่า คงต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ เพราะ4ปีที่ผ่านมา ก็ฟาดพล.อ.ประยุทธ์แรงมาตลอด ส่วนที่ได้ถามเบื้องต้นว่าในเวลาเหลือไม่ถึง 2 ปี อะไรคือความมั่นใจในการร่วมกับรวมไทยสร้างชาติ หากมีการแก้กฎหมายเพื่อปลดล็อก8ปี ตรงนั้นจะกลายเป็นวิกฤตทางการเมือง เพราะ คสช.เป็นคนสร้างกติกาขึ้นมาเอง แล้วมาแก้ไข เป็นเกมที่ไม่สวย 

ประกาศวัน “เลือกตั้งล่วงหน้า” เลือกตั้ง 66 คนไทยในต่างประเทศเช็ก ที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545530

25 มี.ค. 2566

ประกาศวัน "เลือกตั้งล่วงหน้า" เลือกตั้ง 66 คนไทยในต่างประเทศเช็ก ที่นี่

ประกาศวัน “เลือกตั้งเลือกหน้า” เลือกตั้ง 66 คนไทยในต่างประเทศเช็กรายละเอียดที่นี่ กต.จัดทำระบบตรวจสอบแบบเรียลไทม์

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีประกาศกำหนดให้ลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร หรือ “เลือกตั้งล่วงหน้า” ระหว่างวันที่ 25 มี.ค.- 9 เม.ย. 66 นี้ สำหรับคนไทยที่อาศัยในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้กำหนดวัน  

“เลือกตั้งล่วงหน้า” ในวันที่ 29 มี.ค.66 กระทรวงต่างประเทศประกาศวันเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร คาด พร้อมจัดระบบป้องกันปัญหาบัตรตกหล่น

นางสารัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการจัดการเลือกตั้งสำหรับคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ หรือ “เลือกตั้งล่วงหน้า” ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศ ได้เตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปี 2566 นอกราชอาณาจักร 

โดยสถานทูตและสถานกงสุลจะประกาศสถานที่ลงคะแนน วันเวลา และสถานที่ลงคะแนน “เลือกตั้งล่วงหน้า” ในวันที่ 29 มี.ค.66 คาดว่า จะเปิดให้คนไทยในต่างประเทศเริ่มลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งภายในสิ้นเดือนมีนาคม ทั้งนี้ การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กฎหมายกำหนดให้สถานทูตและสถานกงศุลจะต้องจัดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรก่อนการเลือกตั้งภายในประเทศไม่น้อยกว่า 7 วัน 

นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ จะจัดทำระบบเรียลไทม์ Oversea Voting Monitoring System หรือ OVMS เพื่อติดตามการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่การจัดอบรม การไปใช้สิทธิ์ รวมถึงการส่งถุงเมล์ทางการทูต ซึ่งระบบ OVMS ช่วยป้องกันปัญหาบัตรตกหล่นอย่างที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน

‘เศรษฐา’ ประกาศพา กทม. เป็น ‘มหานคร’ อันดับโลกอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545522

24 มี.ค. 2566

'เศรษฐา' ประกาศพา กทม. เป็น 'มหานคร' อันดับโลกอีกครั้ง

‘เศรษฐา’ ประกาศวิสัยทัศน์ 3 มิติ นำพา กทม. กลับมาเป็น ‘มหานคร’ อันดับโลกอีกครั้ง ด้าน ‘ก้อง อายุน้อยร้อยล้าน’ หนุน Soft Power สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง สร้างรายได้ 2 แสนบาทต่อปี

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงศึกชิงพื้นที่ สส.กทม.ของพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับไม่ได้มองเป็นแค่จังหวัด แต่เป็นศูนย์กลางของประเทศภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย ศูนย์กลางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและความหลากหลายทางความคิด แต่วันนี้มองกทม.แล้วรู้สึกสลดใจจากที่เคยเป็นเมืองเแห่งความหวัง กลายเป็นเมืองแห่งความสิ้นหวัง เมื่อได้รัฐบาลที่ไร้ความสามารถ ผู้นำล้าสมัย จากการทำรัฐประหาร ผลักไสนักลงทุนออกไป เพราะคนทั่วโลกรับไม่ได้ ปิดโอกาสคนไทยมา 8 ปี เวียดนาม อินโดนีเซีย แซงเราไปหมดแล้ว 

พรรคเพื่อไทยตั้งใจเปลี่ยนแปลงกทม.ให้กลับมาเป็นมหานครของโลกอีกครั้งด้วยNew Vision 3 มิติ 
1.มหานครทางเศรษฐกิจ ให้ความสำคัญเจรจาการค้า เป็นตัวแทนสร้างโอกาสในตลาดโลก ขณะเดียวกันทลายข้อระเบียบที่ไม่ได้ประโยชน์ กำจัดคอรัปชั่น ทำให้เกิดการลงทุน สร้างงาน สร้างอาชีพ เป็นแหล่งเงินทุน 
2.มหานครแห่งความหลากหลายทางความคิด อัตลักษณ์และวัฒนธรรม พร้อมผลักดันให้เกิดการจัดงานระดับโลกและความหลากหลายทางเพศให้ได้ 

3.มหานครแห่งความเท่าเทียม ทุกคนเท่ากัน มีผู้นำและสส.รับฟังประชาชนอย่างแท้จริง รับใช้ระบบเส้นสาย ที่ทำให้คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงโอกาส และมาเฟียเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่รัฐ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดวิกฤตศรัทธา เราจะเข้ามากอบกู้วิกฤตนี้ ทำให้รัฐกลับมาเป็นที่พึ่งของคนไทย 

ดังนั้นขอโอกาสแลนด์สไลด์ เพื่อให้เข้าไปทำหน้าที่ในสภา ได้ทำตามฉันทามติที่ต้องใจเอาไว้

นายเศรษฐา ทวีสิน  (คนซ้าย) และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (คนขวา)นายเศรษฐา ทวีสิน (คนซ้าย) และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (คนขวา)

ด้านนายอรรฆรัตน์ นิติพน “ก้อง อายุน้อยร้อยล้าน” ว่าที่ผู้สมัครเขตประเวศ กล่าวว่า คนไทยเก่ง มีความคิดและความขยันไม่แพ้ชาติใดเลย แต่ยังติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง ไม่สามารถเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้เหมือนประเทศอื่น ๆ คำตอบคือ เราติดอยู่ที่รัฐบาล เราไม่มี “ตัวจุดระเบิด เพิ่มศักยภาพ” ไม่มี Economic launcher ให้กับผู้ประกอบการ ซ้ำในบางครั้งรัฐบาลกลับเป็นผู้ทำลายโอกาส

ต่างประเทศรัฐบาลเขาสนับสนุนให้คนมีโอกาส เช่น ประเทศเกาหลีใต้รัฐบาลส่งเสริมจริงจัง ดารากินรามยอน ซีรีส์กินรามยอนออกไปทั่วโลก รามยอนก็ขายได้ ผู้ผลิตรามยอนก็ขายดี

หันมามองประเทศไทย ทั่วโลกยกย่องให้อาหารไทยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่เรารู้จักไก่ทอดเกาหลีมากกว่าไก่ย่างของไทย ทำไมรัฐบาลไม่ทำให้นักท่องเที่ยวมาเมืองไทยมาจ่ายเงินให้พ่อค้าแม่ขายพี่น้องประชาชนของเรา เช่นเดียวกันที่ประเทศไทยมีสมาร์ทโฟนประมาณ 70 ล้านเครื่อง คนไทยซื้อสินค้าออนไลน์ e-commerce, social commerce ผ่านไลน์ ผ่านแมสเซนเจอร์ มูลค่ารวมกว่า 6 แสนล้านบาท เป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ไม่มีการซื้อขายผ่านแอปฯ หรือบริษัทคนไทยเลย ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพท่องเที่ยว มีโรงแรม ที่พัก รีสอร์ทคุณภาพดีมากมาย แต่ต้องจองโรงแรมที่พัก จองตั๋วเครื่องบินผ่านแอปฯ จากต่างชาติหมด นั่นเพราะเอกชนถึงมีไอเดียดีๆ แต่ถ้าไม่มีการหนุนเสริมจากรัฐบาล ไอเดียทั้งหมดก็เป็นไปได้ยาก เงินทุนไม่พอ ข้อกฎหมายเป็นปัญหา 

ก้อง อายุน้อยร้อยล้าน กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทย มีนโยบายตั้งองค์กร Thailand Creative Content Agency มาสนับสนุนศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย นโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft power ที่จะสร้างเงินจากความคิดสร้างสรรค์ของคนในแต่ละครอบครัว สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง ที่มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อปี

ผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Digital Hub แห่งเอเชีย เป็น Food Paradise และสร้าง Festival Tourism ที่จะยกระดับอาหารและสินค้าไทยไปพร้อมกับวัฒนธรรมความคิดสร้างสรรค์ สร้างโอกาส สร้างงานใหม่ อาชีพใหม่ ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยนจากคนเดิมๆ คิดแบบเดิมๆ เป็นคนที่คิดใหญ่ ทำเป็น ต้องเพื่อไทยเท่านั้น

ก้อง อายุน้อยร้อยล้านก้อง อายุน้อยร้อยล้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยพรรคเพื่อไทย จัดงาน "คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพฯ"พรรคเพื่อไทย จัดงาน “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพฯ”

‘มดดำ’ พิธีกรเวทีปราศรัย ‘พรรคเพื่อไทย’ เปิดตัวผู้สมัครกทม.ครบ 33 เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545519

24 มี.ค. 2566

'มดดำ' พิธีกรเวทีปราศรัย 'พรรคเพื่อไทย' เปิดตัวผู้สมัครกทม.ครบ 33 เขต

‘มดดำ คชาภา’ รับบทเป็นพิธีกร ขึ้นเวทีปราศรัย ‘พรรคเพื่อไทย’ ในงานมีเปิดตัวผู้สมัครกทม.ครบ 33 เขต รายชื่อคนดังเพียบ

วันที่ 24 มี.ค. พรรคเพื่อไทย จัดงาน “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อคนกรุงเทพฯ” ที่สเตเดียมวัน จุฬา ซอย 6 นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย , น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม (พท.) และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย , นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย , นายดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร 

วันนี้มีเซอร์ไพรส์เปิดตัวพิธีกรคนใหม่ คือ “มดดำ คชาภา” ตันเจริญ พิธีกรชื่อดัง ลูกของนายสุชาติ ตันเจริญ สส.ฉะเชิงเทรา มดดำ เปิดเผยว่า มาเพราะศรัทธาและความรัก อยากให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น อยากให้ไปกันไกลกว่านี้ ซึ่งการคิดใหญ่ ต้องก้าวไปให้สุด แต่ “คิด” ใครก็คิดได้ แต่ “ทำ” ทำได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องมีคนที่ทำเป็น
 

หากถามว่าพรรคเพื่อไทยทำเป็น คิดถึงอะไร เช่น โครงการ 30 รักษาทุกโรค ปัจจุบันมีโอกาสเป็นหัวหน้าคน เห็นครอบครัวของลูกน้อง มีสิทธิรักษา รอดจากโครงการดังกล่าว วันนี้หวังว่า 30 บาทรักษาทุกโรคต้องดีกว่า10ปีที่แล้ว 

นอกจากนี้นโยบายที่พรรคเพื่อไทยเคยทำสำเร็จมาแล้ว คือ ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เราก็ทำสำเร็จ ล่าสุดประกาศ เพิ่มเป็น600บาท  หากอยากได้นโยบายนี้ ขอให้ชาวกทม.กลับไปคิดกันว่าต้องอย่างไร

 "มดดำ คชาภา" ตันเจริญ (คนขวา)“มดดำ คชาภา” ตันเจริญ (คนขวา)

สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคเพื่อไทย 33 เขต ประกอบด้วย

เขตเลือกตั้งที่ 1 นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตบางรัก,เขตพระนคร,เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย,เขตดุสิต (ยกเว้นแขวงถนนนครไชยศรี) , เขตสัมพันธ์วงศ์

เขตเลือกตั้งที่ 2 นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตสาทร, เขตราชเทวี , เขตปทุมวัน

เขตเลือกตั้งที่ 3  นางสาวเพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ เขตบางคอแหลม,เขตยานาวา

เขตเลือกตั้งที่ 4. นายนวธันย์ ธวัธวงศ์เดชากุล ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตคลองเตย ,เขตวัฒนา

เขตเลือกตั้งที่ 5 นายขจรศักดิ์ ประดิษฐาน ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตห้วยขวาง, เขตวังทองหลาง (ยกเว้นแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์)

เขตเลือกตั้งที่ 6 นายภัทร ภมรมนตรี ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตดินแดง ,เขตพญาไท

เขตเลือกตั้งที่ 7 นายรัฐพงษ์ ระหงส์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตบางซื่อ, เขตดุสิต (เฉพาะแขวงนครไชยศรี)
 
เขตเลือกตั้งที่ 8 นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตจตุจักร (ยกเว้นแขวงจันทรเกษมและแขวงเสนานิคม), เขตหลักสี่ (ยกเว้นแขวงตลาดบางเขน)
 
เขตเลือกตั้งที่ 9 นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตบางเขน (ยกเว้นแขวงท่าแร้ง) , เขตจตุจักร (เฉพาะแขวงจันทรเกษมและแขวงเสนานิคม), เขตหลักสี่ (เฉพาะแขวงตลาดบางเขน)

เขตเลือกตั้งที่ 10 นายสุธนพจน์ กิจธนาพิทักษ์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตดอนเมือง

เขตเลือกตั้งที่ 11 นายเอกภาพ หงสกุล  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตสายไหม (ยกเว้นแขวงออเงิน)

เขตเลือกตั้งที่ 12 นายญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตบางเขน (เฉพาะแขวงท่าแร้ง) , เขตสายไหม (เฉพาะแขวงออเงิน), เขตลาดพร้าว (เฉพาะแขวงจระเข้บัว)

เขตเลือกตั้งที่ 13 นางสาวสกาวใจ พูนสวัสดิ์  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตลาดพร้าว (ยกเว้นแขวงจระเข้บัว) , เขตบึงกุ่ม (ยกเว้นแขวงคลองกุ่ม)

เขตเลือกตั้งที่ 14 นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตบางกะปิ ,เขตวังทองหลาง (เฉพาะแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์)
 
เขตเลือกตั้งที่ 15 นายพลภูมิ วิภัตภูมิประเทศ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตคันนายาว, เขตบึงกุ่ม (เฉพาะแขวงคลองกุ่ม)
 
เขตเลือกตั้งที่ 16 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตคลองสามวา (ยกเว้นแขวงสามวาตะวันออกและแขวงทรายกองดินใต้)

เขตเลือกตั้งที่ 17 นายไพฑูรย์ อิสระเสรีพงษ์  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตหนองจอก (ยกเว้นแขวงโคกแฝด แขวงลำผักชีและแขวงลำต้อยติ่ง), เขตคลองสามวา (เฉพาะแขวงสามวาตะวันออกและแขวงกองทรายดินใต้)

เขตเลือกตั้งที่ 18  นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตหนองจอก (เฉพาะแขวงโคกแฝด แขวงลำผักชีและแขวงลำต้อยติ่ง), เขตมีนบุรี (เฉพาะแขวงแสนแสบ) , เขตลาดกระบัง (เฉพาะแขวงลำปลาทิว)

เขตเลือกตั้งที่ 19 นายวิชาญ มีนชัยนันท์  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตมีนบุรี (เฉพาะแขวงแสนแสบ), เขตสะพานสูง (ยกเว้นแขวงทับช้าง)

เขตเลือกตั้งที่ 20 นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว)
  
เขตเลือกตั้งที่ 21 นายอรรฆรัตน์ นิติพน ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน) ,  เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง)
  
เขตเลือกตั้งที่ 22 นายธกร เลาหพงศ์ชนะ  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตสวนหลวง, เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน)
 
เขตเลือกตั้งที่  23 นายกวีวงศ์ อยู่วิจิตร  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตพระโขนง, เขตบางนา
 
เขตเลือกตั้งที่ 24 นายศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตคลองสาน,เขตธนบุรี (ยกเว้นแขวงวัดกัลยาณ์ แขวงหิรัญรูจีและแขวงบางยี่เรือ) ,เขตราษฎร์บูรณะ (เฉพาะแขวงบางประกอก)
 
เขตเลือกตั้งที่ 25 นายกิตติพล รวยฟูพันธ์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตทุ่งครุ, เขตราษฎร์บูรณะ (ยกเว้นแขวงบางประกอก)
 
เขตเลือกตั้งที่ 26 นายศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตจอมทอง (ยกเว้นแขวงบางขุนเทียน) ,เขตบางขุนเทียน (เฉพาะแขวงท่าข้าม)
 
เขตเลือกตั้งที่ 27 นางสาวกมลพัฒน์ ปุงบางกระดี่  ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตบางขุนเทียน (ยกเว้นแขวงท่าข้าม) , เขตบางบอน (เฉพาะแขวงบางบอนใต้และแขวงคลองบางบอน)

เขตเลือกตั้งที่ 28 นายวัน อยู่บำรุง ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตหนองแขม (เฉพาะแขวงหนองแขม), เขตบางบอน (ยกเว้นแขวงบางบอนใต้และแขวงคลองบางบอน) , เขตจอมทอง (เฉพาะแขวงบางขุนเทียน)
 
เขตเลือกตั้งที่ 29 นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตบางแค (เฉพาะแขวงบางแคเหนือและแขวงบางไผ่), เขตหนองแขม (ยกเว้นแขวงหนองแขม)
 
 เขตเลือกตั้งที่ 30 นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตบางแค (ยกเว้นแขวงบางแคเหนือและแขวงบางไผ่), เขตภาษีเจริญ (เฉพาะแขวงบางหว้า แขวงบางด้วนและแขวงคลองขวาง)
 
เขตเลือกตั้งที่ 31 นายจิรวัฒน์ อรัญยกานนท์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตตลิ่งชัน (ยกเว้นแขวงบางเชือกหนัง), เขตทวีวัฒนา
 
เขตเลือกตั้งที่ 32 นายอารุม ตุ้มน้อย ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตบางกอกใหญ่,เขตภาษีเจริญ (ยกเว้นแขวงบางหว้า แขวงบางด้วนและแวงคลองขวาง), เขตธนบุรี (เฉพาะแขวงวัดกัลยาณ์ แขวงหิรัญรูจีและแขวงบางยี่เรือ), เขตตลิ่งชัน (เฉพาะแขวงบางเชือกหนัง), เขตบางกอกน้อย (เฉพาะแขวงศิริราช)

เขตเลือกตั้งที่ 33 นายธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตบางพลัด, เขตบางกอกน้อย (ยกเว้นแขวงศิริราช)

นายวัน อยู่บำรุงนายวัน อยู่บำรุง นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.กทม. 33 เขตเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.กทม. 33 เขตเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.กทม. 33 เขตเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.กทม. 33 เขต