‘สุทิน’ สอนมวย ‘พรรคก้าวไกล’ อภิปรายไม่ดุเลย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572356

05 เม.ย. 2567

11:13 น.

‘สุทิน’ สอนมวย ‘พรรคก้าวไกล’ อภิปรายไม่ดุเลย

‘สุทิน’ สวมบทโค้ช สอนมวยฝ่ายค้าน ข้อมูลไม่แน่น เอาของเก่ามาอภิปราย ไม่ดุเดือด พอตัดงบ ก็ดันเชียร์ให้ซื้อเรือฟริเกต เรือดำน้ำพยายามให้ชัดเจนภายในเดือนนี้

นายสุทิน คลังแสง รมว.กระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไป ที่มีการพูดถึงเรือดำน้ำและเรือฟริเกตว่า ไม่ได้ดุเดือดหรือรุนแรง เขาไม่ได้รู้จริงเท่าไหร่ เหมือนกับคลำหา ไม่ว่าจะเป็นเรือฟริเกตหรือเรือดำน้ำ ก็คลำหา

ส่วนเรื่องเรือฟริเกตที่มองว่ารัฐมนตรีไปตัดงบทำไม ทั้งที่พรรคก้าวไกลอุตส่าห์เชียร์ นายสุทิน มองว่า เป็นเหลี่ยมทางการเมืองของฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นอย่างนี้ตลอด ถ้าเราไปขาวเขาก็ไปดำ ถ้าเราไปดำเขาก็ไปขาว ถ้าเราให้ข้อมูลไปก็ยังมีมุมมาว่าเราอีก เพราะฉะนั้นไม่ชกตามเสียงเชียร์ แต่ชกไปตามแผนของเรา

ส่วนงบจัดซื้อเรือฟริเกตไม่อยู่ในแผนงบปี 68 ใช่หรือไม่ นายสุทิน บอกว่า ยังไม่สรุปว่าไม่เข้า อาจจะนำเข้าก็ได้ ขอรอดูการพูดคุยเรื่องเรือดำน้ำก่อน ซึ่งมันเชื่อมโยงกันอยู่ ต้องดูก่อนว่าเรือดำน้ำจบอย่างไร ก็จะมีผลต่อการจัดหาเรือฟริเกตในปี 68 เพราะถ้าให้งบมาซ้อนกันงบจะโป่งพอง ทั้งนี้ไม่ว่าจะเปลี่ยนเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกต มันก็จะทำให้งบโป่งพอง ซึ่งต้องดูว่าการพูดคุยจบได้ปีละ 1 ลำ หรือถ้าเรือมาเร็ว ก็จะทำให้งบซ้อนกัน

เมื่อถามว่า จะใช้เวลาตัดสินใจเรื่องเรือดำน้ำนานแค่ไหน นายสุทิน กล่าวว่า ตนพยายามจะเร่งอยากจะให้จบภายในเดือนเมษายน หรือถ้าจบเร็วกว่านี้ก็ดี พอมีสัญญาณที่ชัดงบประมาณ ปี 68 ก็น่าจะเดินได้ ได้คุยกับนายกฯ หลายเรื่อง รวมถึงเรื่องทั่วไปด้วย การพูดคุยก็ไม่ได้ถึงกับนานมาก เพราะได้รายงานให้นายกฯรับทราบเป็นระยะอยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านอภิปรายว่ามีคนในรัฐบาลโทรหากองทัพเรือจ้องตบทรัพย์เรื่องเรือฟริเกตนั้น นายสุทิน กล่าวว่า เสียดายตนฟังตรงนี้ไม่ทัน ไม่รู้ว่าเขาพูดว่าอย่างไร ถ้าโทรไปจริงคงไม่ใช่เรื่องตบทรัพย์ อาจเป็นเรื่องการให้กำลังใจ ขอให้ใจเย็นๆ ได้อยู่หรอก

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าการที่พรรคก้าวไกลเชียร์ให้ซื้อเรือฟริเกต เพราะฝ่ายค้านได้เงินทอนด้วยใช่หรือไม่ นายสุทิน มองว่า “ก็เป็นการย้อนตรรกะเฉยๆ เมื่อคุณคิดทางลบกับคนอื่นทำให้คนอื่นคิดทางลบกับคุณได้เหมือนกัน เท่านั้นเอง”

เมื่อถามว่าทั้งสองฝ่าย มีตัวแทนนายหน้าผู้ค้าอาวุธอยู่เบื้องหลัง เหมือนแย่งโครงการกัน นายสุทิน กล่าวว่า ตนไม่รู้หรอก แต่โดยธรรมชาติการค้าขายที่ไหนก็จะมีเรื่องของตัวแทนเป็นปกติ ส่วนจะเป็นเรื่องผลประโยชน์หรือแย่งชิงอะไรกันนั้นตนไม่รู้เลย แต่คิดว่าไม่ถึงขั้นนั้น หากได้ผลสรุปเรื่องเรือฟริเกตก็จะยืนอยู่บนหลักการเดิมคือ จีทูจี

ส่วนที่กองทัพเรือถูกอภิปรายโจมตีหลายเรื่อง รวมถึงผลสอบเรือหลวงสุโขทัยล่ม นายสุทิน กล่าวว่า ก็ไม่แปลกเพราะมีหลายกรณี หลายเคส หลายสตอรี่ ก็ต้องถูกโยงอภิปรายมากหน่อยเป็นธรรมดา ส่วนที่อาจตั้งกรรมการสอบซ้ำ ก็เป็นความตั้งใจเราในฐานะฝ่ายบริหาร เราต้องทำเรื่องนี้ให้ตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด ถ้าผลสอบออกมาไม่เป็นธรรมเราก็ต้องทำให้เป็นธรรมทำ ซึ่งวิธีการหนึ่งคือสอบสวนใหม่ หรือสั่งให้ทบทวน ก็ต้องดูว่าวิธีไหนจะทำได้ แต่ถ้าผลสอบเป็นธรรมแล้วก็แล้วไป สังคมรับได้ก็จบ

และที่เหมือนว่า ผู้การเรือหลวงสุโขทัยจะโดนลงโทษคนเดียว นายสุทิน กล่าวว่า ยังไม่รู้ เพราะกองทัพเรือยังไม่สรุป ต้องรอให้สรุปมาก่อน ถ้าเพียงได้ยินมาแว่วแว่วหรือคาดว่า บางทีก็อาจไม่ใช่แบบนั้น ซึ่งถ้ามีความผิดก็ต้องมีคนรับผิดชอบ หรือถ้าไม่ผิดจะเป็นไปได้หรือไม่ แต่คนรับผิดชอบต้องเป็นตัวจริง ซึ่งสังคมรอดูอยู่

ให้คะแนนฝ่ายค้านในการอภิปรายครั้งนี้เท่าไหร่ จากเต็ม 10 นายสุทิน กล่าวว่า ไม่อยากไปด้อยค่าเขา แต่ก็ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงกลาโหม ทุกกระทรวง 80-90% ของการอภิปรายเป็นเรื่องเก่า นี่คือปัญหาซึ่งเขาก็รู้ดีผมเชื่อว่าฝ่ายค้านเขารู้ดีเขาก็เคยพูดแต่แรกว่า รัฐบาลเพิ่งทำงานมา 6 เดือนจะไปอภิปรายอะไร คล้ายๆรู้ว่าอภิปรายก็ต้องเอาเรื่องเก่ามาพูด ซึ่งเขาอาจถูกบีบโดยสังคมหรือใครไม่รู้ ไปบีบให้เขาต้องอภิปราย เพราะฉะนั้นเหมือนไปจับเขาขึ้นชก ในขณะที่เขายังไม่อยากชก สองคือเขาไม่พร้อมมันก็ออกมาแบบนั้นแหละ

‘พิธา’ อภิปราย อาจเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572350

05 เม.ย. 2567

10:56 น.

‘พิธา’ อภิปราย อาจเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตการเมือง

‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ อภิปราย อาจเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตการเมือง หลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคก้าวไกล ย้ำ ยิ่งยุบ ยิ่งถึงเส้ยชัยเร็วขึ้น ไม่เสียใจ

การอภิปรายทั่วไปเมื่อคืนที่ผ่านมา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายปิดเป็นคนสุดท้าย โดยตอนหนึ่งได้พูดว่า

ผมไม่เคยเสียใจด้วยว่าอภิปรายในครั้งนี้ อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตการเมืองของผม ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องความลับอะไร ทุกคนทราบดีอยู่ว่าชีวิตทางการเมืองของผมตอนนี้แขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่ผมพร้อมที่จะเดินจากไปอย่างผู้ชนะ ไม่ได้มีอะไรติดค้างใจต่อไป อย่างที่ได้เห็นเพื่อน สส.ข้างๆ ผม อยู่รอบตัวผม ก็รู้สึกเบาใจ ไม่ได้ค้างคาใจอีกต่อไป และผมก็มั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคของผม การยุบพรรคไม่ได้ทำให้การเดินทางของประเทศไทยเปลี่ยนแปลง ยิ่งยุบ ยิ่งทำให้เราไปถึงเส้นชัยได้เร็วมากขึ้นด้วยซ้ำไป ถึงผมจะไม่เสียใจ แต่ผมเสียดาย จริงๆรับฟังการชี้แจงของคณะรัฐมนตรีเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา รู้สึกเสียดายโอกาสของประเทศไทย เสียดายเวลาที่ประเทศไทยต้องเสียไป เสียดายศรัทธาของพี่น้องประชาชน เสียดายคะแนนเสียงที่เคยให้ไป ตั้งแต่จำความได้ไม่เคยโหวตพรรคอื่นนอกจากพรรคของท่าน แต่มาถึงวันนี้ ความสะเปะสะปะ ความล่องลอย ผมฟังแล้วไม่รู้ว่าวาระของรัฐบาลชุดนี้คืออะไร ที่หาเสียงไว้ก็ไม่ได้ทำ … จนทำให้ผมรู้สึกว่ารัฐบาลชุดนี้ไร้วาระ ไร้วิสัยทัศน์ ไร้ผลงาน”

ในช่วงท้าย นายพิธา ได้กล่าวว่า ตนมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาล 3 ข้อคือ 1. ถ้าท่านอยากจะกอบกู้ภาวการณ์ผู้นำของรัฐบาล ตนคืดว่าถึงเวลาที่ต้องปรับครม.ได้แล้ว เอาคนให้ตรงกับงาน  ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสม เพราะทำงานมา 7 เดือนพอที่จะเห็นภาพ ว่าใครมีประสิทธิภาพ  ใครรู้จริงในเรื่องทำอยู่  2.ถึงเวลาที่นายกรัฐมนตรีจะมีโรดแม็พ ในสิ่งที่จะทำได้แล้ว  3.การฟัง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของคนที่จะเป็นผู้นำในศตวรรษที่ 21 เพื่อที่จะตอบสนอง ไม่ใช่ฟังเพื่อที่จะตอบโต้ตลอดเวลา เพราะบางทีเสียงที่ท่านไม่อยากได้ยินที่สุดก็คือเสียงที่ประเสริฐที่สุด

จากนั้น เวลา 02.03 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนรัฐบาล ได้กล่าวขอขอบคุณประธานและสมาชิกที่ได้ร่วมอภิปราย ตามมาตรา 152 ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญของการทำหน้าที่ สส.ตามรัฐธรรมนูญแ ละใช้กระบวนการรัฐสภาตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร  สำหรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ รัฐบาลขอรับไว้ด้วยความขอบคุณและจะได้นำข้อห่วงใยเหล่านั้นไปประกอบการพิจารณา ปรับปรุงการดำเนินงานของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนมีความสุข  ลดความเหลื่อมล้ำ และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป

จากนั้นวันมูหะมัดนอร์  ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกและวิปทั้ง2 ฝ่าย   และได้สรุปผลงานสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สอง ระหว่างวันที่ 12ธ.ค. 2566 – 9 เม.ย. 2567

จากนั้นได้อ่านพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุม และสั่งปิดการประชุมในเวลา 02.15 น. รวมเวลาอภิปรายทั้งสิ้น จำนวน  กว่า 36 ชั่วโมง

‘รมว.กลาโหม’ ไม่ซื้อเรือฟริเกต เพราะ ‘พรรคก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572284

04 เม.ย. 2567

14:03 น.

‘รมว.กลาโหม’ ไม่ซื้อเรือฟริเกต เพราะ ‘พรรคก้าวไกล’

รมว.กลาโหม เผย ไม่ตัดสินใจซื้อเรือฟริเกต เพราะพรรคก้าวไกล ตอกกลับ ปีหน้าซื้อ 2 ลำ อย่ามาว่าละกัน เตรียมลดนายพล 3,600 นาย หายกว่าครึ่งภายในปี 2571 ย้ำยกเลิกเกณฑ์ทหาร ต้องทำโดยธรรมชาติ เพิ่มคนสมัครใจ

หลังจาก สส.พรรคก้าวไกล เรียงหน้ากันอภิปรายการบริหารงานกระทรวงกลาโหม ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการจัดซื้อเรือฟริเกต การจัดการกำลังพล ความคืบหน้าคดีเรือหลวงสุโขทัยล่ม และการยกเลิกเกณฑ์ทหาร นายสุทิน คลังแสง รมว.กระทรวงกลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงทุกประเด็น โดยกรณีไม่มีการจัดซื้อเรือฟริเกตในงบประมาณปี 2567 ก็เพราะกังวลว่าฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกล จะอภิปรายว่าทำไมเอางบมาจัดซื้ออาวุธ ทำไมไม่เอางบไปทำอย่างอื่น แต่กลายเป็นว่าแทงหวยผิด พรรคก้าวไกลดันเชียร์ให้ซื้อเรือฟริเกต ถ้าปีหน้าผมให้กองทัพเรือซื้อ 2 ลำ ก็อย่ามาว่ากัน เรื่องเรือฟริเกต เราคิดอยู่บนพื้นฐานที่เคารพต่อสภาผู้แทนราษฎร ให้เกียรติฝ่ายค้าน ส่วนที่มีการกล่าวหาเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง มีเงินทอน เป็นเรื่องที่เกิดมานาน รัฐบาลชุดนี้เข้ามา เพิ่งจะมีการจัดซื้อจัดจ้างเป็นทางการ ก็คืองบปี 2567 ก็จะดูให้ดีที่สุด
 

กรณีเรือหลวงสุโขทัยล่ม ที่กล่าวหาว่าไม่มีการลงโทษ ไม่ทำอะไร ปล่อยให้ปาหี่ ตอนนี้อยู่ระหว่างให้คณะกรรมการสอบสวนทำงานยังไม่จบ ซึ่งคณะกรรมการจะสรุปวันที่ 9 เมษายนนี้ ใครผิดใครถูก ใครจะรับโทษ ถ้ายังไม่กระจ่าง ก็ตั้งคณะกรรมการจากภายนอกมาสอบซ้ำได้ ต้องเอาคนผิดมาลงโทษ ไม่มีแพะเด็ดขาด

สำหรับการปฏิรูปกองทัพ นายวิโรจน์เองก็ยอมรับว่า ทางกองทัพเองก็มีการปฏิรูปตัวเองอยู่แล้ว พร้อมถามกับว่า ต้องการจะปฏิรูปหรือปฏิวัติกองทัพฉับพลัน โดยไม่ต้องมีส่วนร่วม ซึ่งตนเองเลือกที่จะปฏิรูป ตอนนี้มีตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบาย ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมขึ้นมา 6 ชุด

1. คณะทำงานขับเคลื่อนการปรับปรุงโครงสร้างการจัดส่วนราชการของ นขต.กห. และเหล่าทัพ

2. คณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนารูปแบบการตรวจเลือกทหารกองประจำการและการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร

3. คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนิน ด้านสวัสดิการของกำลังพล

4. คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

5. คณะทำงานขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ที่ดินในความครอบครองของกระทรวงกลาโหม

6. คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินการด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

7. คณะทำงานขับเคลื่อนแก้ไขร่างกฎหมายความมั่นคงของกระทรวงกลาโหมในรัฐสภา

8. คณะกรรมการศึกษาแนวทางที่เหมาะสมโครงการจัดหาเรือดำน้ำระยะที่ 1

คณะทำงานเหล่านี้มีการรายงานและสรุปเสร็จแล้ว ถ้าผลไม่พอใจ ก็ให้ชุดภายนอกทำ ซึ่งเท่าที่ดูคือแต่ละชุดก็สรุปมาดี โดยเฉพาะการปรับลดกำลังพล โครงสร้างกองทัพพร้อมปรับตัวเอง ระยะสั้นปีนี้ถึงปี 2571 สรุปมาเสร็จ สืบเนื่องรัฐบาลชุดก่อนลดจำนวนนักเรียนนายร้อยให้น้อยลง ชุดทำงานปัจจุบันปรับใหม่ ปิดอัตราสำหรับบางตำแหน่งที่เกษียณอายุ หน่วยงานไหนมีภารกิจใกล้เคียงกันควบเป็นหน่วยเดียวกัน และยุบหน่วยที่หมดความจำเป็น สำหรับนายพล มี 2 ประเภท 1. นายพลที่มีกำลังหลัก มีตำแหน่งมีหน้าที่ และ 2. นายพลที่ไม่มีกำลังหรือไม่ได้อยู่ในตำแหน่งหลัก เป็นประเภทผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษา ไม่มีภารกิจชัดเจน โดยภายในปี 2571 นายพลประเภทผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งหลัก จะลดจาก 700 กว่าคน เหลือครึ่งหนึ่ง และนายพลที่มีกำลังหลักจาก 2,900 คน จะเหลือ 1,300 คน โดยเข้าโครงการเออรี่รีไทร์ และยุบรวมโครงสร้างที่ไม่จำเป็น
 

ส่วนการตรวจเลือกทหาร ที่ยังไม่สามารถทำให้เป็นทหารสมัครใจโดยสมบูรณ์ เพราะต้องใช้วิธีธรรมชาติ ประเทศอื่นบางประเทศ เช่น เกาหลีใต้บังคับผู้ชายทุกคนเป็นทหาร หรือประเทศแถบตะวันออกกลางทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เป็นทหาร และอีกหลายประเทศกลับมาเกณฑ์ทหาร ซึ่งการให้เด็กพัฒนาทักษะสร้างรายได้ สร้าง GDP ให้ประเทศเป็นเรื่องดี แต่ต้องปลูกฝั่งเรื่องความมั่นคงด้วย จะต้องให้สมดุล ไม่บังคับให้เป็นทหารกันหมด อย่างน้อยการเป็นทหาร 2 ปี ต้องเกิดการพัฒนาทักษะความรู้ ให้เรียนต่อฝึกอาชีพได้เลย ทางกระทรวงเซ็น MOU กับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุดมศึกษาฯ มหาวิทยาลัยเอกชน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เซ็น MOU กับบริษัทยักษ์ใหญ่ เพื่อรับเด็กทหารเกณฑ์เข้าทำงาน การสมัครทหารทางออนไลน์ปีนี้เยอะกว่าทุกปี ส่วนการตรวจเลือกก็ถึงวันที่ 12 เมษายนนี้ ขอให้รอดู ถ้าไม่เข้าเป้า ก็ทำปีต่อๆ ไป ถ้าอีก 3 ปี สมัครใจเป็นทหาร 100% ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ

ส่วนเรื่องที่ดินกระทรวงกลาโหมและกองทัพ ย้ำว่าไม่มีนโยบายออกโฉนด ออกเอกสารสิทธิ์ให้ชาวบ้าน ไม่ใช่หน้าที่กระทรวงกลาโหม ทำได้เพียงการเอาที่ดินทหารไปให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์ ตอนนี้ให้กองทัพไปคัดพื้นที่มา ว่าพื้นที่ไหนไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์น้อย ถ้าชาวบ้านแจ้งความประสงค์ขอพิสูจน์สิทธิ ถ้าพิสูจน์เสร็จแล้วเป็นของชาวบ้าน ก็เอาไปให้กรมที่ดินออกเอกสารสิทธิ์ แต่ถ้าเป็นของราชการ ก็ต้องไปสู่วิธีการให้เช่า ตอนนี้ลดลงเหลือไร่ละ 20 บาท ให้ประโยชน์กับประชาชน ส่วนธุรกิจกองทัพและสวัสดิการกองทัพ ตอนนี้จัดระบบใหม่ทั้งหมด สนามมวย สนามกอล์ฟ ปั๊มน้ำมัน บ่อน้ำมัน จัดระบบใหม่หมด แบ่งเป็น 2 ประเภท 1. สวัสดิการเชิงธุรกิจ 2. สวัสดิการภายในกองทัพ ถ้าเป็นสวัสดิการเชิงธุรกิจต้องทำแบบธุรกิจ ส่งรายได้ภาษีให้รัฐ เสียภาษี เสียค่าเช่า ให้กรมธนารักษ์ กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร ถ้าเป็นสวัสดิการภายในกองทัพ ก็ไม่ต้องส่ง ก็เป็นการจัดการอีกแบบหนึ่ง มันมีหลักเกณฑ์ ต่อไปมั่วไม่ได้ ส่วนกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือสัตหีบ เดิมเป็นไฟฟ้าที่ใช้ภายในกองทัพเพื่อความมั่นคง แล้วพัฒนาเป็นเชิงธุรกิจให้ชาวบ้านใช้ ในที่สุดกองทัพเรือก็ตัดสินใจคืนให้ กฟผ. ไปทำเลย เอาไว้เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง ไม่ต้องวิตกวันนี้กองทัพพร้อมที่จะคืนหลายเรื่องให้กับสังคม เปิดกว้างให้ตรวจสอบจัดระบบจัดระเบียบ

ประเทศต้องมีกองทัพ เป็นองค์กรที่รับผิดชอบด้านความมั่นคง จะเกลียดหรืออคติอะไรก็แล้วแต่ ผมก็เคยมีความคิดว่ากองทัพมีปัญหาอยู่หลายเรื่อง แต่สุดท้ายก็ต้องคิดว่า กองทัพยังต้องมีอยู่กับเรา เราจะต้องแก้ไขด้วยกัน ให้เป็นกองทัพที่มีคุณภาพ ถ้าผมทำไม่ดี ไม่เป็นอย่างที่ว่า ก็แนะนำมา

พรรคประชาชาติ สวมชุดบูดายอ เข้าประชุมสภาฯ สิ้นสุดเทศกาลถือศีลอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572281

04 เม.ย. 2567

13:04 น.

พรรคประชาชาติ สวมชุดบูดายอ เข้าประชุมสภาฯ สิ้นสุดเทศกาลถือศีลอด

พรรคประชาชาติ สวมชุดบูดายอ เข้าประชุมสภาฯ สิ้นสุดเทศกาลถือศีลอด ให้เกียรติชาวมุสลิมช่วง 10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ในวันอีฎิ้ลฟิตริ

4 เม.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 32 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) ในญัตติการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 วันสุดท้าย สส.พรรคประชาชาติสวมชุดบูดายอ หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าชุดมลายู  เพื่อถือเป็นการให้เกียรติต่อพี่น้องชาวมุสลิมช่วง 10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนในวันอีฎิ้ลฟิตริ หรือที่เรียกว่าวันอีด โดยจะเป็นวันสิ้นสุดช่วงเทศกาลถือศีลอด เดือนรอมฎอนที่มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม และจะสิ้นสุดในวันที่ 10 เมษายนที่จะถึงนี้ โดยบรรยากาศในห้องประชุมมีสส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล รวมถึงนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าไปทักทายพูดคุยและให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพด้ว

‘วิโรจน์’ ปูด มีคนในรัฐบาล จ้องตบทรัพย์ งบเรือฟริเกต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572279

04 เม.ย. 2567

12:17 น.

‘วิโรจน์’ ปูด มีคนในรัฐบาล จ้องตบทรัพย์ งบเรือฟริเกต

‘วิโรจน์’ ปูด มีคนในรัฐบาล จ้องตบทรัพย์ งบเรือฟริเกต แต่กองทัพเรือไม่ยอม เลยถูกตัดงบจัดซื้อจาก 1,600 ล้าน เหลือ 850 ล้าน ที่ดินรกร้างของกองทัพมีเยอะเกิน จัดการไม่โปร่งใส

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายทั่วไปรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ถึงนโยบายการปฏิรูปกองทัพของรัฐบาล โดยย้ำว่า การปฏิรูปกองทัพ จะทำให้กองทัพมีความโปร่งใส ประชาชนมีความเชื่อใจในภารกิจทหาร และการปฏิรูปกองทัพ ไม่ใช่การทำลายกองทัพ หรือด้อยค่ากองทัพ ตามที่นายสุทินให้สัมภาษณ์ แต่เป็นการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพ กับประชาชนดีขึ้น หากไม่ดำเนินการจริงจัง ทุกการกระทำของกองทัพประชาชนจะตั้งแง่คิดทางลบ หากกองทัพฝืนดำเนินการ ฝืนซื้ออาวุธ โดยไม่สนใจเสียงประชาชน ก็จะทำให้ภาพลักษณ์กองทัพตกต่ำลง และมีกลุ่มก้อนการเมือง ฉวยอคติประชาชนไปตบทรัพย์งบประมาณของกองทัพ พร้อมเปิดเผยว่า ตนมีสายข่าวในกองทัพเรือ ถึงการจัดซื้อเรือฟริเกต วงเงิน 1,700 ล้าน มีคนของรัฐบาล พยายามต่อสายจะคุยกับกองทัพเรือด้วย แต่กองทัพฯ ปฏิเสธ และยอมถูกตัดงบเหลือ 850 ล้าน แต่สุดท้ายกองทัพเรือกลับถูกตัดงบประมาณดังกล่าว แม้กองทัพเรือจะขออุทธรณ์ กรรมาธิการงบประมาณ ก็ยังตัดงบประมาณ

นายวิโรจน์ ยังระบุว่า ในอีก 2 ปี เรือฟลิเกตไทยต้องจะต้องปลดระวางลงอีก 1 ลำ ทำให้เหลือเรือฟลิเกตไทยเพียง 3 ลำ อาจทำให้ไม่เพียงพอ ทั้งที่มีความจำเป็น เพราะจะต้องคุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางเรือ คุ้มกันเรือน้ำมัน และเรือสินค้า รวมถึงลาดตระเวนแท่นขุดเจาะน้ำมัน พร้อมยังย้ำว่า การจัดซื้อเรือฟริเกตลำนี้ จะเป็นการต่อเรือรบขนาดใหญ่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย และได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีอุตสาหกรรมต่อเรือในประเทศ เกิดการจ้างงาน และซื้อวัสดุในประเทศมหาศาล ดังนั้น การตัดงบประมาณครั้งนี้ จึงเป็นการตัดโอกาสประเทศ และอาจจะต้องรอถึงปี 2569 กองทัพเรือ ถึงจะสามารถของบประมาณใหม่ได้

นายวิโรจน์ ยังได้เปิดคลิปงานสัมมนาทิศทางอุตสาหกรรมเพื่อความมั่นคง ที่นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุขอให้สภากลาโหม จัดซื้อยุทโธปกรณ์ในประเทศ หรือหากซื้อไม่ได้ ก็ขอให้มีเงื่อนไขในการซื้อชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ หรือถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ด้วยว่า นายสุทิน เป็นรัฐมนตรีกลาโหม มีอำนาจสั่งการ แต่กลับขอกองทัพ จึงทำให้รู้สึกสิ้นหวัง และยืนยันได้ว่า หากนายสุทิน เป็นรัฐมนตรีอยู่ จะทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มีแต่ความมืดมน

นายวิโรจน์ ยังกล่าวถึงการลดจำนวนนายพล ที่รัฐบาลหลอกประชาชน ที่ประกาศในปี 2570 จะลดจำนวนนายพลลงร้อยละ 50 ซึ่งเป็นนายพลที่ไม่มีหน้าที่ที่ชัดเจน โดยตั้งข้อสังเกตว่า จำนวนนายพลที่ไม่มีความจำเป็นควรเป็นศูนย์ พร้อมเห็นว่า นายสุทิน ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใด ๆ เพราะจำนวนนายพล จะลดลงอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านโรงเรียนเตรียมทหาร รับจำนวนนักเรียนเตรียมทหารลดลง 150 คน ตั้งแต่รุ่นผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดปัจจุบัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงถือเป็นการตบตาประชาชน ฉกฉวยโอกาสการลดจำนวนนักเรียนเตรียมทหารที่รับเข้าน้อยลงมาอ้างผลงาน เช่นเดียวกับโครงการเออรี่ รีไทร์ ที่ดำเนินการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และงบประมาณบุคลากรของกองทัพ ก็ไม่ได้ลดลง

ส่วนที่ดินราชพัสดุ 12 ล้านไร่ของกองทัพนั้น นายวิโรจน์ ระบุว่า กองทัพบกครอบครอง ถึง 4,500,000 ไร่, กองทัพอากาศ-กองทัพเรือ รวมกัน 1,750,000 ไร่ รวมถึงยังมีที่ดินรกร้าง ทั้งที่เกษตรกรยังขาดแคลนที่ดินทำกิน แต่ที่ดินกองทัพบางส่วนถูกนำไปใช้ทำสวัสดิการธุรกิจ ทั้งสนามกอล์ฟ สถานพักตากอาหาศ และสนามมวย โดยขาดความโปร่งใส ไม่ชี้แจงการจ่ายค่าเช่าให้กับกรมธนารักษ์ และมีการทำบัญชีถูกต้องหรือไม่ และที่ผ่านมา รายงานกำไรเพียงเล็กน้อยทุกเหล่าทัพ เพียง 70 ล้านเท่านั้น พร้อมเห็นว่า รัฐบาล ควรนำที่ดินที่เกินจำเป็นของกองทัพ คืนแก่รัฐบาล เพื่อนำไปแบ่งสรรให้ท้องถิ่น สร้างสาธารณูปโภคที่จำเป็น เพื่อให้เกิดความเจริญ และเศรษฐกิจชุมชน

นายวิโรจน์ ยังกล่าวถึงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของเหล่าทัพ ที่เหตุใดไม่ซื้ออาวุธ กับผู้ประกอบการในประเทศ ที่มีที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง มีอะไหล่สำรอง และมีวิศวกรซ่อมแซม แต่กลับจัดซื้อกับโบรคเกอร์ ที่อ้างเป็น SMEs และใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ล็อบบี้ เคลียร์เงินทอน ยกเว้นภาษี และนำอาวุธจากต่างประเทศ มาขายให้กับกองทัพ เมื่อชำรุดก็ต้องรออะไหล่นาน หรือปิดบริษัททิ้ง

นายวิโรจน์ ยังเห็นว่า นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลในการบริหารกองทัพ ไม่ได้มีนโยบายใดใหม่ แต่เป็นนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี จึงขอถามนายสุทิน กล้ามองหน้ากองทัพเรือ ที่ยึดหลัก และรายละเอียด เพื่อให้เกิดการอุตสาหกรรมการต่อเรือในประเทศไทยหรือไม่ และขอให้นายสุทิน หยุดเล่นละครการพัฒนาร่วมกัน เพราะละครเช่นนี้ จะไม่สามารถหวังได้คะแนนเลือกตั้งได้อีกแล้ว เพราะประชาชนกินข้าว ไม่ได้กินช็อกมินต์

นายกฯ บอก แกงไตปลา อาจเผ็ดมาก แต่ส่วนตัวชอบมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572273

04 เม.ย. 2567

11:30 น.

นายกฯ บอก แกงไตปลา อาจเผ็ดมาก แต่ส่วนตัวชอบมาก

นายกฯ บอก แกงไตปลาอาจเผ็ดมาก เว็บไซด์ต่างชาติคงไม่คุ้น เลยให้เป็นเมนูยอดแย่ แต่ลิ้นใครลิ้นมัน ส่วนตัวชอบมาก ถ้าไม่เผ็ด ก็ไม่ใช่แกงไตปลา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึง กรณีเว็บไซต์ TasteAtlas จัดอันดับความนิยมด้านอาหารทั่วโลก จัดอันดับเมนู ‘แกงไตปลา’ ของไทย เป็นอันดับที่ 1 เมนูอาหารยอดแย่ที่สุดในโลกว่า ไม่ทราบ แล้วแต่ลิ้นใครลิ้นมัน เขาก็มีสิทธิจะวิจารณ์หรืออะไรได้ และก็ต้องให้ความเป็นธรรมว่า จริงๆ แล้วก็มีอาหารไทยหลายชนิดที่ติดอันดับท็อปเทนของโลก เชื่อว่าแกงไตปลาอาจจะมีรสชาติเผ็ด มีความเข้มข้น โดยส่วนตัวชอบมาก

อาหารไทยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นมัสมั่นไก่ ขนมครก ต้มยำกุ้ง ผัดไท และกะเพรา ก็เป็นที่ชื่นชอบ แต่เราต้องยอมรับว่า การวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นสิทธิของเขาเหมือนกัน รสชาติของแกงไตปลา ก็อาจจะแรงเกินไปสักนิด เขาอาจจะไม่ค่อยคุ้นชิน เพราะว่าแกงไตปลาทำไม่เผ็ดก็ไม่ใช่แกงไตปลา แต่ตนเชื่อว่า รัฐบาลนี้และคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ มีการส่งเสริมเรื่องอาหารอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ทั้งนี้เราก็ต้องยอมรับว่าบางอย่างก็คงไม่ถูกปากเขา

ปิดตำนาน “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล อดีต ผบ.ทอ. – รสช. สิริอายุ 91 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572269

04 เม.ย. 2567

11:20 น.

ปิดตำนาน "บิ๊กเต้" พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล อดีต ผบ.ทอ. - รสช. สิริอายุ 91 ปี

อาลัย “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ – อดีต รสช. ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคชรา สิริอายุ 91 ปี

นับเป็นอีกหนึ่งความสูญเสีย หลังได้รับรายงานว่า พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล หรือ บิ๊กเต้ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อคืนวันที่ 3 เม.ย. 2567 เวลา 22.51 น. สิริอายุ 91 ปี

สำหรับ พล.อ.อ.เกษตร โรจนะนิล หรือ บิ๊กเต้ เกิดวันที่ 27 ส.ค. 2476 อดีต ผบ.ทอ. และ อดีต ผบ.สส. นายเรืออากาศรุ่นที่ 1 สำเร็จหลักสูตรโรงเรียนการบินรุ่นที่ 25, หลักสูตร โรงเรียนนายทหารชั้นผู้บังคับฝูงรุ่นที่ 18 , หลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศรุ่นที่ 15

เมื่อเรียนจบ พล.อ.อ.เกษตร ได้เข้ารับราชการทหารครั้งแรกในปี 2501 ขณะอายุ 25 ปี สังกัดทหารอากาศ ยศนาวาอากาศเอก ก็ได้เลื่อนเป็นเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ

บิ๊กเต้บิ๊กเต้

18 ปีต่อมา บิ๊กเต้ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา หลังการรัฐประหาร ปี 2520 จึงเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่ก้าวเข้ามาสู่เส้นทางการเมือง อันเนื่องมาจากผลของเหตุการณ์รัฐประหาร 6 ตุลาคม

สมัยเป็น ผบ.ทอ. มีบทบาทอย่างสูงในกองทัพ และทางการเมือง เป็นแกนนำคณะนายทหาร รสช. ร่วมกับ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ผบ.ทบ. ยึดอำนาจ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เมื่อ 23 ก.พ. 2534

ทั้งนี้ ครอบครัวเตรียมจัดบำเพ็ญกุศลที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กทม. 

‘เศรษฐา’ รักษาสัญญา อีก 1 เก้าอี้ รมต. ยังเป็นของ พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572272

04 เม.ย. 2567

11:17 น.

‘เศรษฐา’ รักษาสัญญา อีก 1 เก้าอี้ รมต. ยังเป็นของ พปชร.

‘เศรษฐา’ รักษาสัญญา อีก 1 เก้าอี้รัฐมนตรี ที่ว่างอยู่ ยังเป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ หากพร้อมก็เสนอชื่อมาได้ รักษาการ ผบ.ตร. เตรียมเข้าพบที่สภาฯ วันนี้

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้องวินิจฉัยคุณสมบัติ นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ กรณี 4 องค์กรให้คำแนะนำกับนายกรัฐมนตรี คัดค้านการตั้งนายไผ่ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ตำแหน่งนี้ว่างอยู่

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง บอกว่า ยังไม่ได้ดูรายละเอียดเลย วันนี้จะอยู่ที่สภาถึงค่ำ ก็อาจจะเจอกับหลายๆ ท่านในพรรคพลังประชารัฐ ก็คงจะได้คุยกัน เพราะย้ายที่ทำงานจากทำเนียบรัฐบาลมาที่สภาฯ

พรรคพลังประชารัฐไม่ต้องขอโควต้า เพราะเป็นโควต้าเดิมของพรรคอยู่แล้ว ถ้าหากรายชื่อนั้นมีการตรวจสอบถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และถูกต้องตามกฏหมาย ฉะนั้นก็เป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐชัดเจน พร้อมย้ำว่าไม่มี เดดไลน์ ให้กับพรรคพลังประชารัฐ เพราะเป็นสิทธิ เนื่องจากเราอยู่ด้วยกันต้องเคารพกัน ฉะนั้นเมื่อไหร่ที่พรรคพลังประชารัฐพร้อมและคิดว่ามีบุคคลที่เหมาะสม หากเสนอมาก็ยินดีอยู่แล้ว

ส่วนวันนี้จะได้พบกับ นายตำรวจของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า อาจจะมีการเรียกรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมา แต่ไม่แน่ใจว่าผู้บังคับการตำรวจ สอท. มาด้วยหรือไม่ โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ทาง พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้เดินทางถึงอาคารรัฐสภาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเปิดเผยว่า เข้ามาประชุมกับนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เข้ามาชี้แจงเรื่องอะไร

‘จุรินทร์’ ชี้ ไอโม่ง ปล่อยข่าว ปชป. ขอร่วมรัฐบาล ไม่มีที่มาที่ไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572268

04 เม.ย. 2567

10:56 น.

‘จุรินทร์’ ชี้ ไอโม่ง ปล่อยข่าว ปชป. ขอร่วมรัฐบาล ไม่มีที่มาที่ไป

‘จุรินทร์’ ชี้ ไอโม่ง ปล่อยข่าว ปชป. ขอร่วมรัฐบาล ไม่มีที่มาที่ไป คำพูดนายกฯ เทียบฝ่ายค้านเป็นแมลงหวี่ ไม่เหมาะสม ทำตัวนายกฯ เอง เสียภาพพจน์ รำคาญเสียงวิจารณ์ฝ่ายค้าน

จากกรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง เปรียบพรรคการเมืองหนึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่โลกงง บางวันเป็นฝ่ายค้าน บางวันจะไปขอร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ว่าเสียงที่มีอยู่ขณะนี้ เพียงพอแล้วในการเป็นรัฐบาลแค่นั้น ขอให้จำคำพูดตัวเองไว้ด้วย และยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ทำให้ตนเสียสมาธิ เกี่ยวกับการจะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพราะการทำงานเป็นคำตอบอยู่แล้ว ส่วนมองว่าเป็นการวางยาก่อนการอภิปรายหรือไม่ ไม่ขอวิจารณ์ แต่มองว่าข่าวนี้เหมือนไอ้โม่ง ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน อย่างไร

ผู้สื่อข่าวเลยถามย้ำ ที่บอกให้นายกรัฐมนตรีจำคำพูดของตัวเองหมายความว่าอย่างไร หรือสุดท้ายต้องอาศัยเสียงประชาธิปัตย์ในอนาคตหรือไม่ นายจุรินทร์ บอกว่า ไม่ขออธิบายต่อ เพราะถือว่าวันนี้ได้ทำหน้าที่ของตัวเองดีแล้ว

สำหรับการอภิปรายทั่วไปเมื่อวานนี้ ถือว่าฝ่ายค้านถูกพรรคทำหน้าที่ได้ดี ทุกคนตั้งใจทำหน้าที่และมีผู้แทนใหม่หลายคนที่อภิปรายในครั้งนี้ ส่วนที่นายกรัฐมนตรีตอบโต้ว่าผู้อภิปรายเป็นแมลงหวี่ สะท้อนจิตใต้สำนึกของรัฐบาลเทวดา ซึ่งถ้าตนเป็นนายกรัฐมนตรี จะไม่เทียบกับแมลงหวี่ เพราะไม่เป็นผลบวกกับตนเอง เพราะแปลว่า รำคาญเสียงสะท้อนการทำงานของรัฐบาล

‘เศรษฐา’ ซัดฝ่ายค้าน อย่าทำตัวเป็นแมลงหวี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572235

03 เม.ย. 2567

18:07 น.

‘เศรษฐา’ ซัดฝ่ายค้าน อย่าทำตัวเป็นแมลงหวี่

‘เศรษฐา’ ซัดฝ่ายค้าน อย่าทำตัวเป็นแมลงหวี่ จ้องเล่นการเมือง ท้างัดหลักฐานหากมีคอรัปชั่น รอดูสึนามิเงินลงทุนเพิ่มขึ้นมหาศาล ไม่ได้เป็น รมต.โลกเซ็ง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง ชี้แจงการอภิปรายทั่วไปรัฐบาลถึงการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ทุกครั้งที่ออกไปต่างประเทศเพื่อเปิดโอกาส และสร้างการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ มั่นใจว่าผลจะตามมา ไม่มีหรอกที่นายกฯ จะบินไปเหมือนกับแมลงวัน ขณะเดียวกันก็ไม่อยากเห็นฝ่ายค้านเป็นแมลงหวี่ ที่จ้องจะเล่นแต่การเมือง ทั้งที่รัฐบาลเองก็พยายามเดินหน้าที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่างๆเพื่อเป็นประโยชน์ประชาชน ส่วนเรื่องทุจริตคอร์รัปชันมั่นใจว่าเราไม่มี แต่หากมีก็นำข้อมูลหลักฐานมา ยินดีที่จะให้ความกระจ่าง และยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

สัปดาห์ที่แล้วตนได้มอบหมายให้ผู้แทนการค้าไทยกับเลขาธิการบีโอไอชี้แจงผลสำเร็จอย่างชัดเจน โดยการติดตามงานหลังจากนี้ ท่านทูต และคณะทำงานของแต่ละประเทศที่ตนได้ไปเยี่ยมเยียนมาจะติดตามงานให้ และมีการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องการดึงดูดการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่เราจะเอาเม็ดเงินเขาเข้ามาอย่างเดียว รัฐบาลยังเห็นความสำคัญของการเพิ่มทักษะแรงงาน และการฝึกอบรมบัณฑิตจบใหม่หรือวิศวกรของเราที่ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับอุตสาหกรรมที่มีผลกำไรสูง อุตสาหกรรมไฮเทคดีๆ ต้องมีการใส่เข้าไปในข้อตกลงในการที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศของเราด้วย เพื่อให้ประชาชนของเราได้รับการอบรมหรือการฝึกงานที่เหมาะสม ทำให้สามารถก้าวสู่โลกที่มีรายได้สูงขึ้น และกำไรสูงขึ้น

ส่วนที่บอกว่ายังไม่เห็นมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในตลาดจริงๆ หากท่านทำงานจะรู้ว่าถ้าจะลงทุนระดับหลักแสนล้านต้องใช้เวลา ซึ่งรัฐบาลมั่นใจว่าสัญญาณที่เราเห็นเป็นบวกๆ  เรามีตัวเลขที่ชัดเจนตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่ง และได้เดินทางไปโปรโมทต่างประเทศ จนมีประเทศที่แสดงความจำนงมาลงทุนในประเทศไทย ทำให้มีเม็ดเงินเพิ่มมากขึ้น 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชัดเจนพิสูจน์ได้ และตัวเลขการลงทุน 558,000 ล้านบาท ที่ท่านสงสัยก็เป็นตัวเลขที่มีแผนเข้ามาแล้ว ยืนยันว่าเป็นตัวเลขจริง และยังมีอีกหลายบริษัทที่กำลังพูดคุยถึงตัวเลขที่จริงไม่ใช่ตัวเลขที่จับต้องไม่ได้

ขอให้ท่านอดใจผมเชื่อว่าอีก 2 ปีข้างหน้าเราจะเห็นเงินลงทุนเข้ามาในประเทศไทยอย่างมหาศาล ผมขอใช้คำว่า สึนามิแห่งการลงทุน ตรงนี้ขอให้ท่านมั่นใจ เพราะผมก็มั่นใจ

การกระตุ้นเศรษฐกิจเรามาถูกทางแล้ว ท่านอาจจะไม่คุ้นเคยในการทำธุรกิจที่ออกไปเชื้อเชิญใครมาลงทุนในประเทศ เราต้องให้เขารู้ก่อนว่าเรามีศักยภาพอย่างไรบ้าง  เรามีความพร้อมในทุกมิติ และมีสิ่งดีๆที่ซ่อนอยู่ สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือจุดยืนการต่างประเทศของเราที่มีความเป็นกลาง ทำให้หลายประเทศไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อินเดีย ไต้หวัน มีความสบายใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ตรงนี้ตนมั่นใจ ถ้าหากท่านไม่เชื่อตนก็ขอให้ท่านเชื่อในศักยภาพของประเทศ

ส่วนที่ท่านบอกว่า รมว.คลัง เป็นรมว.ที่โลกเซ็ง ตนเป็นเจ้ากระทรวง ดังนั้น ที่ท่านบอกก็ไม่จริง เพราะว่าการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของตน มั่นใจว่าตนจะเป็นรมว.คลัง ที่แก้จนให้กับประชาชน

ผมขอฝากไว้ว่าท่านอย่าเป็นฝ่ายค้านที่ทำให้โลกงง วันหนึ่งก็จะเป็นฝ่ายค้าน อีกวันก็มีข่าวว่าจะขอเข้าร่วมรัฐบาล ผมกลัวพี่น้องประชาชนจะงงมากกว่า

ส่วนราคายางที่ปรับขึ้นไม่ใช่เรื่องของอุบัติเหตุ แต่เป็นเพราะรัฐบาลนี้มีการทำงานอย่างบูรณาการร่วมกันกับทุกฝ่าย ก็ขอขอบคุณผู้บัญชาการทหารบก รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และกรมศุลกากรด้วย ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่าจะทำทุกอย่างต่อไป และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ยืนยันนี่คือตัวจริงที่เป็นรัฐบาลเพื่อประชาชน