‘ธรรมนัส’ ลุ้นคุณสมบัติ ‘ไผ่ ลิกค์’ ปรับครม. เพิ่มที่นั่ง พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572112

02 เม.ย. 2567

11:42 น.

‘ธรรมนัส’ ลุ้นคุณสมบัติ ‘ไผ่ ลิกค์’ ปรับครม. เพิ่มที่นั่ง พปชร.

‘ธรรมนัส’ ลุ้นคุณสมบัติ ‘ไผ่ ลิกค์’ พรุ่งนี้ ปรับครม. พปชร.มีแต่เพิ่มไม่มีลด ไม่มีเสียเก้าอี้ให้ ปชป. เชื่อนายกฯ ให้เกียรติพรรคร่วม

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี หลังมีชื่อหลายคนหลุดเก้าอี้ว่า ไม่ทราบครับ ไม่ได้ยินรัฐมนตรีพูดคุยกันถึงประเด็นดังกล่าว ไม่มีใครทราบเรื่องนี้ 

ส่วนมองว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการปรับคณะรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน ส่วนคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ของนายไผ่ ลิกค์ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้เรื่อง ก่อนจะย้ำว่าไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ มีแต่เพิ่ม 

ร.อ.ธรรมนัส ยังปฏิเสธถึงกระแสข่าวที่จะมีพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาร่วมคณะรัฐมนตรี ส่วนมีโอกาสที่พรรคพลังประชารัฐจะเสีย 1 เก้าอี้ให้กับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ก่อนจะย้ำอีกรอบว่าโควต้าของพรรคพลังประชารัฐเหมือนเดิม เพิ่มเติมอีก 1 

ส่วนเก้าอี้ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเหมือนเดิมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่โควต้ารัฐมนตรี ของพลังประชารัฐยังเท่าเดิม และของเรารักกันเหมือนเดิม 

เมื่อถามว่านี่เป็นคำการันตีจากนายกรัฐมนตรีแล้วใช่หรือไม่ ว่าจะได้ 4 เก้าอี้เท่าเดิม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ท่านนายกฯให้เกียรติ พรรคร่วมรัฐบาล นี่คือสาระสำคัญ 

’ทวี‘ ไม่ห่วงอภิปราย ปม ‘ทักษิณ’ พร้อมชี้แจงเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572105

02 เม.ย. 2567

11:23 น.

’ทวี‘ ไม่ห่วงอภิปราย ปม ‘ทักษิณ’ พร้อมชี้แจงเอง

‘ทวี‘ ไม่ห่วงอภิปราย ม.152 พาดพิง ‘ทักษิณ’ เชื่อประธานสภาฯ คุมอยู่ ไม่ตั้งองครักษ์พิทักษ์ พร้อมชี้แจงเอง ยอมรับเจอ ‘ทักษิณ’ ที่งานศพ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการรับมือศึกอภิปรายตามมาตรา 152 โดยเฉพาะเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่จะมีการ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า การอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 152 มันคือกระทู้ใหญ่ ซึ่งเป็นประโยชน์กับรัฐบาล เพราะไม่ได้มีการลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ ที่สำคัญมีเวลาให้ฝ่ายรัฐบาลตอบคำถามได้มาก ขณะที่รัฐบาลพึ่งมาบริหารประเทศได้ 6 เดือนบางอย่างอาจมองไม่รอรอบด้าน หรือมีอะไรซุกไว้ใต้พรม ก็เป็นเรื่องดีที่กระทรวงยุติธรรมจะได้เข้าไปตรวจสอบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ประกาศสร้างความเข้มแข็งขอฃหลักนิติธรรม ให้มีประสิทธิภาพโปร่งใส เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ แต่บางอย่างอาจจะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน หรือที่เป็นความคาดหวังของประชาชน หลังจากนี้รัฐบาลก็ต้องมาสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ดีต่อสังคมให้มีความมั่นใจ ไม่มีความหนักใจอะไร

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยมีการตั้งทีม สส. มาคอยช่วยหรือไม่ เพราะต้องเกิดการประท้วงแน่นอน พันตำรวจเอก ทวี กล่าวว่า ในความเป็นจริงควรจะปล่อยให้รัฐมนตรีตอบ เพียงแต่ว่าถ้ามีการพาดพิงแล้วผิดข้อบังคับ ก็ควรจะเป็นสิทธิ์ สส. แต่ถ้าเป็นการถามก็ควรจะรอให้รัฐมนตรีตอบ อย่างกระทรวงยุติธรรม หรือกระทรวงอื่น เท่าที่ทราบเขาก็พร้อมจะชี้แจง 

ส่วนที่ฝ่ายค้านยืนยันชัดเจนจะต้องเอ่ยชื่อนายทักษิณ แต่ในขณะที่ประธานสภา บอกไม่ให้เอ่ยชื่อ จะเกิดความวุ่นวายแน่นอน พันตำรวจเอก ทวี กล่าวว่า ยังไม่ได้ยินคำพูดนี้ แต่มันมีข้อบังคับอยู่แล้ว ถ้าเอ่ยก็ควรเอ่ย เรารู้ว่าเจตนาเป็นอย่างไร ขณะนี้ฝ่ายค้าน รัฐบาล รวมถึงทุกฝ่าย ก็พัฒนาไปเยอะ ส่วนประธานสภาฯ ก็เป็นประธานมาหลายสมัยแล้ว ท่านก็คงรักษาการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่า การอภิปราย 2 วัน คนที่จะได้ประโยชน์สูงสุดคือประชาชน ซึ่งประชาชนตื่นรู้ว่าความเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนไม่ได้อยู่รับใช้รัฐบาล แต่รัฐบาลต่างหากที่ต้องรับใช้ประชาชน 

เมื่อถามย้ำว่า เป็นห่วงหรือไม่ ที่ฝ่ายค้านหยิบเรื่องความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรม ที่เสื่อมถอยลงไป พันตำรวจเอก ทวี กล่าวว่า ไม่เป็นห่วง เพราะความจริงคืออะไรก็คืออย่างนั้น วันนี้เรากำลังจะแก้ไข อย่างเช่นรัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ เพราะที่ผ่านมาเรามีกระบวนการยุติธรรมย่อยเยอะ ตอนนี้ทางกระทรวงก็ใช้พระราชบัญญัติพัฒนาและบริหารงานยุติธรรม ที่มีองค์กรต่างๆได้มาคุยกัน เพราะกระบวนการยุติธรรมควรมีเป้าประสงค์เดียว คือเพื่อความยุติธรรมของประชาชน ซึ่งบางทีกระบวนการยุติธรรมก็อยู่เป็นสัดส่วนที่ต่างคนต่างอยู่ ก็ต้องทำให้มีเป้าประสงค์เดียว ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามอยู่

ส่วนที่ถูกกล่าวหาเรื่องของ 2 มาตรฐาน ขอยืนยันว่า เราต้องมีมาตรฐานเดียว คือมาตรฐานตามกฏหมาย ถ้ากฎหมายไม่ดีก็ไปแก้กฎหมาย และในรัฐบาลนี้ยังไม่ได้แก้กฎหมายในกระบวนการยุติธรรมเลย ซึ่งกำลังพยายามจะแก้ไขอยู่ โดยอะไรที่ประชาชนเสียโอกาส หรือเป็นการเลือกปฏิบัติ ก็จะแก้ให้มีมาตรฐานกฎหมาย จะต้องปกป้องคุ้มครองทุกคน แต่บางครั้งถ้าใครไปสั่งการเกินกฎหมาย นอกจากผิดกฎหมายแล้ว ผู้สั่งก็ต้องถูกดำเนินคดี วันนี้เรามีกระบวนการยุติธรรมไทยเรื่องปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งเรามีศาลทุจริตที่แยกออกมาต่างหาก ก็พยายามสร้างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่งเกิดได้ไม่นาน

พันตำรวจเอก ทวี ยังเปิดเผยด้วยว่า ได้พบกับนายทักษิณที่งานศพของ บิดา นายจาตุรนต์ ฉายแสง แต่ไม่ได้คุยอะไร ซึ่งไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อน แต่มาทราบเมื่อจะไปถึงงาน โดยกรมคุมประพฤติรายงานว่า นายทักษิณ ขออนุญาตออกนอกพื้นที่มา จ.ฉะเชิงเทรา 

ส่วนอาการป่วยของนายทักษิณที่เห็นอยู่ขณะนี้ มีพัฒนาการเหมือนคนปกติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ กระทรวงยุติธรรมการันตีว่าป่วยหนัก พันตำรวจเอกทวี กล่าวว่า ตนไม่ได้ถามอาการนายทักษิณ วันนั้นเพียงแต่ไปนั่งอยู่ข้างหลัง ซึ่งในเรื่องการป่วยนั้น มาตรฐานของเราคือยอมรับความเห็นของแพทย์ทุกอย่าง อาการป่วยของนายทักษิณ ทุกคนใช้ความเห็นของแพทย์ ซึ่งก็ไม่ใช่แพทย์คนเดียว แต่เป็นคณะแพทย์ ถ้าเราไม่ยอมรับกันเลย เรามีองค์กร เราเขียนกฎหมายให้องค์กรแล้ว แต่ถ้าในอนาคตเห็นว่าควรจะแก้ไขกฎหมายอย่างไร ซึ่งรัฐบาลก็เปิดกว้างที่จะรับฟังการแก้ไข 

‘สุริยะ’ ยันถนนพระราม2 สร้างเสร็จ มิ.ย.2568

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572106

02 เม.ย. 2567

11:13 น.

‘สุริยะ’ ยันถนนพระราม2 สร้างเสร็จ มิ.ย.2568

“สุริยะ” แจ้งข่าวดี งดเก็บค่าทางด่วน ช่วงสงกรานต์ อำนวยความสะดวกประชาชน ยัน ถนนพระราม2 สร้างเสร็จ มิ.ย.2568 แจง ผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง เผย คุยสำนักงบฯ จ่ายค่า “เค”

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในช่วงสงกรานต์จะมีการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเดินทาง ให้เลี่ยงเส้นทางหลักและใช้บริการเส้นทางรอง พร้อมลดภาระการเดินทางโดยจะไม่มีการเก็บค่าผ่านทางต่างๆ ยกเว้นเส้นวงแหวนตะวันตกที่ไม่สามารถลดได้เนื่องจากติดสัญญาสัมปทานอยู่

ส่วนปัญหาการก่อสร้างที่ถนนพระราม 2 นั้น นายสุริยะยืนยันว่าได้มีการวางกรอบไว้ว่าจะต้องก่อสร้างแล้วเสร็จภายในวันที่ 2 มิ.ย. 2568  พร้อมเปิดเผยว่า ผู้รับเหมาติดปัญหาสภาพคล่องซึ่งกระทรวงคมนาคมได้เข้าไปร่วมกับธนาคารเพื่อจะปล่อยกู้ให้กับผู้รับเหมาซึ่งจะทำให้สภาพคล่องดีขึ้น

ขณะเดียวกันก็มีการหารือกับสำนักงบประมาณแล้วว่าจะมีการ ให้กรณีพิเศษในการจ่ายค่าเค (เงินชดเชยด้านการก่อสร้างที่ผู้รับเหมาได้รับผลกระทบ เช่น ค่าวัสดุที่สูงขึ้นกว่าตอนทำสัญญา หรือผลกระทบอื่นๆ ที่เกิดขึ้นภายหลัง ดำเนินโครงการไปแล้ว)  ให้กับผู้รับเหมาเนื่องจากได้รับผลกระทบในส่วนนี้  รวมถึงได้รับผลกระทบเรื่องระยะเวลาการก่อสร้างที่กรมทางหลวงไม่อนุญาตให้ก่อสร้าง 24 ชั่วโมง ก่อสร้างได้เฉพาะกลางคืนจึงมีต้นทุนที่สูงขึ้น

ทัวร์ลง กรมประชาฯ พีอาร์ ‘เศรษฐา’ ต่อยมวยคู่ ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572103

02 เม.ย. 2567

11:08 น.

ทัวร์ลง กรมประชาฯ พีอาร์ ‘เศรษฐา’ ต่อยมวยคู่ ‘ทักษิณ’

บัญชี X กรมประชาสัมพันธ์ ปล่อยคลิปใครฟิตกว่ากัน มุมขาว ‘เศรษฐา’ ต่อยมวยเทียบ มุมแดง ‘ทักษิณ’ ชาวเน็ตทัวร์ลง บอกไม่เหมาะสม

บัญชีเอ็กซ์ (X) @prd_official ของกรมประชาสัมพันธ์ ปล่อยคลิปวิดีโอ “ใครฟิตกว่ากัน!! มุมขาว นายกฯนิด VS มุมแดง พี่โทนี่ #มวยไทย” เป็นคลิปที่ฟอร์มต่อยมวยของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันหยุดที่ผ่านมา เทียบกับคลิปต่อยมวยของนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 64 ทำการกระแสคอมเมนต์ของชาวเน็ตว่าไม่เหมาะสม เป็นบัญชีทางการ แต่ประชาสัมพันธ์ให้กับนักโทษที่อยู่ระหว่างการพักโทษ

ทัวร์ลง กรมประชาฯ พีอาร์ ‘เศรษฐา’ ต่อยมวยคู่ ‘ทักษิณ’
ทัวร์ลง กรมประชาฯ พีอาร์ ‘เศรษฐา’ ต่อยมวยคู่ ‘ทักษิณ’
ทัวร์ลง กรมประชาฯ พีอาร์ ‘เศรษฐา’ ต่อยมวยคู่ ‘ทักษิณ’

‘รัดเกล้า’ ชื่นชมองค์กรชุมชนบางพลัด​ จัดแข่งขันกีฬาว่าวสืบสานวัฒนธรรมไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572092

02 เม.ย. 2567

08:32 น.

‘รัดเกล้า’ ชื่นชมองค์กรชุมชนบางพลัด​ จัดแข่งขันกีฬาว่าวสืบสานวัฒนธรรมไทย

“รัดเกล้า” ชื่นชมองค์กรชุมชนบางพลัด​ จัดแข่งขันกีฬาว่าวสืบสานวัฒนธรรมไทย สร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครอบครัวและชุมชน

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า งานแข่งขันกีฬาว่าว ประจำปี 2567 ซึ่งจัดโดยสภาองค์กรชุมชนเขตบางพลัด ร่วมกับสภาวัฒนธรรมเขตบางพลัด และชมรมว่าวจุฬาปักเป้าพระฤาษีตรีเนตร จัดขึ้นที่สนามวัดฉัตรแก้วจงกลณี เขตบางพลัด

รัดเกล้า ชื่นชมองค์กรชุมชนบางพลัด​ จัดแข่งขันกีฬาว่าวสืบสานวัฒนธรรมไทยรัดเกล้า ชื่นชมองค์กรชุมชนบางพลัด​ จัดแข่งขันกีฬาว่าวสืบสานวัฒนธรรมไทย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและอนุรักษ์ประเพณีของไทย ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเล่นกีฬาพื้นบ้านซึ่งสามารถเล่นได้ในพื้นที่จำกัด รวมทั้งส่งเสริมเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของไทย

นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เสริมสร้างสุขภาวะทางกาย​ ห่างไกลยาเสพติด และยังเป็นการใช้เวลาร่วมกันระหว่างครอบครัวและชุมชน

รัดเกล้า ชื่นชมองค์กรชุมชนบางพลัด​ จัดแข่งขันกีฬาว่าวสืบสานวัฒนธรรมไทยรัดเกล้า ชื่นชมองค์กรชุมชนบางพลัด​ จัดแข่งขันกีฬาว่าวสืบสานวัฒนธรรมไทย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเข่งขันกีฬาในวันนี้ มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากหลากหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดชลบุรี โดยจัดการแข่งขันกีฬาว่าวแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ว่าวประเภทอีลุ้ม ว่าวจุฬา และว่าวจุฬา-ปักเป้า ทั้งในรุ่นเยาวชน บุคคลภายในพื้นที่ และบุคคลทั่วไป

“การเล่นว่าวในประเทศไทยนั้นได้มีมานานตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเล่นว่าวได้ที่ท้องสนามหลวง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีการเล่นว่าวกันอย่างแพร่หลาย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการจัดการแข่งขันว่าวจุฬา-ปักเป้าชิงถ้วยทองคำพระราชทานที่พระราชวังสวนดุสิตการแข่งขันนี้มีเป็นประจำทุกปี กีฬาว่าวจึงถือเป็นกีฬาพื้นบ้านที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน​

รัดเกล้า ชื่นชมองค์กรชุมชนบางพลัด​ จัดแข่งขันกีฬาว่าวสืบสานวัฒนธรรมไทยรัดเกล้า ชื่นชมองค์กรชุมชนบางพลัด​ จัดแข่งขันกีฬาว่าวสืบสานวัฒนธรรมไทย


กีฬาว่านอกจากการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ​ และทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างครอบครัวและชุมชนอีกด้วย​ กิจกรรมเช่นนี้​ เป็นตัวอย่างของสิ่งที่รัฐบาลต้องการจะสนับสนุนและผลักดันให้เป็น Soft Power ในด้านวัฒนธรรมและประเพณีของไทย ขอชื่นชมคณะผู้จัดงานที่ได้เห็นถึงความสำคัญของกีฬาว่าว ที่ควรค่าจะอนุรักษ์ไว้ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และสืบสานต่อไป” รองโฆษกฯ​ รัดเกล้ากล่าว

รัดเกล้า ชื่นชมองค์กรชุมชนบางพลัด​ จัดแข่งขันกีฬาว่าวสืบสานวัฒนธรรมไทยรัดเกล้า ชื่นชมองค์กรชุมชนบางพลัด​ จัดแข่งขันกีฬาว่าวสืบสานวัฒนธรรมไทย

ทีมโฆษกรัฐบาล เผย 1 พ.ค.นี้ ขึ้นเงินเดือน ขรก. ป.ตรี เริ่ม 18,000 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572065

01 เม.ย. 2567

16:57 น.

ทีมโฆษกรัฐบาล เผย 1 พ.ค.นี้ ขึ้นเงินเดือน ขรก. ป.ตรี เริ่ม 18,000 บาท

รองโฆษกรัฐบาล เผยความพร้อมปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1 พ.ค. 2567 นี้ ป.ตรี เริ่ม 18,000 บาท – ปวช. เริ่ม 11,000 บาท ทยอยปรับทุกวุฒิภายใน 2 ปี

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 นี้ ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) มีความพร้อม โดยดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ รวมทั้งหารือและประสานงานกับสำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลางไว้เรียบร้อยแล้ว ขอให้ข้าราชการมั่นใจได้ว่าการปรับขึ้นเงินเดือนครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยแน่นอน

โดยที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 มีมติอนุมัติปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุสำหรับกลุ่มข้าราชการพลเรือนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยมีเป้าหมายให้ผู้ที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ใช้คุณวุฒิระดับปริญญาตรี จะมีเงินเดือนไม่น้อยกว่า 18,000 บาท และผู้ที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ใช้คุณวุฒิระดับ ปวช. จะมีเงินเดือนไม่น้อยกว่า 11,000 บาท ภายในระยะเวลา 2 ปี

ทั้งนี้ เป้าหมายเป็นการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุทุกคุณวุฒิ โดยทยอยปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุตามคุณวุฒิเพิ่มขึ้น (ทุกคุณวุฒิ) และแตกต่างกันตามระดับคุณวุฒิการศึกษา ภายใน 2 ปี (ปีที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 67 และปีที่ 2 วันที่ 1 พ.ค. 68)  รวมทั้งมีการปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 2 ครั้ง ให้มีผลใช้บังคับพร้อมกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุในปีที่ 1 และปีที่ 2 โดยปรับเงินเดือนชดเชยในแต่ละปีให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับราชการก่อนวันที่อัตราแรกบรรจุที่กำหนดใหม่มีผลใช้บังคับประมาณ 10 ปี
 

“การปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุข้าราชการนั้นเป็นไปตามความเหมาะสม คำนึงถึงสถานการณ์โลกและความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต และจะส่งผลให้ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิต รวมทั้งเพื่อรักษาและดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพและศักยภาพเข้าสู่ระบบราชการ ซึ่งจะเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบราชการไทยต่อไป ในวันนี้ที่เป็นวันข้าราชการพลเรือน ปี พ.ศ. 2567 จึงขอชวนเคาท์ดาวน์ นับถอยหลัง 1 เดือนสู่ข่าวดีของข้าราชการทุกคน” นางรัดเกล้าฯ กล่าว

‘เศรษฐา’ ขอสังคมให้ความเป็นธรรม 2 บิ๊กตำรวจ ขีดเส้น 30 วัน จับตัวการใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572060

01 เม.ย. 2567

16:09 น.

‘เศรษฐา’ ขอสังคมให้ความเป็นธรรม 2 บิ๊กตำรวจ ขีดเส้น 30 วัน จับตัวการใหญ่

‘เศรษฐา’ ขีดเส้น 30 วัน ต้องจับตัวการใหญ่ อาชญากรรมไซเบอร์ ขอสังคมให้ความเป็นธรรม ‘2 บิ๊กตำรวจ’ ปล่อยกระบวนการยุติธรรมเดินไป

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)  โดยมีพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทนผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  (ผบช.สอท.) มารอต้อนรับ

นายกฯ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า คิดว่าถึงเวลาที่ตนจะต้องมาที่นี่ คงไม่ต้องอารัมภบทอะไรมากมาย  เชื่อว่าเป็นที่ประจักษ์ดีอยู่แล้วว่า บช.สอท. ถูกสังคมเพ่งเล็งเยอะมาก ต้องยอมรับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีการย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 2 ท่าน เพื่อให้ขบวนการยุติธรรมเดินไปได้อย่างถูกต้อง จะต้องไม่มีการก้าวก่ายและก้าวล่วง และให้ความเป็นธรรมกับท่านทั้ง 2 ด้วยเหมือนกัน ตนเชื่อว่าทุกท่านที่อยู่ในที่นี้  โดยเฉพาะรักษาการ ผบ.ตร.รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย เป็นเรื่องที่ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องจัดการให้หมดสิ้นไป หากอ่านหนังสือพิมพ์ฟังข่าวสารมาบอกว่า ท่านผู้บัญชาการคนนั้นเป็นเด็กคนนั้นคนนี้ ตนว่ามันไม่แฟร์สำหรับท่านทั้ง 2 คน

“วันนี้เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ผลงานของเราจะเป็นที่ประจักษ์ ขอเป็นนิมิตรใหม่อันดีและเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ ของการที่เราเข้ามาดูแลพี่น้องประชาชน ภายใน 30 วันนี้  ชัดเจนว่าจะจับอะไรให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นหวยออนไลน์ หรืออะไรที่เกิดขึ้น ซึ่งพี่น้องถูกหลอกลวงทุกวันนี้ยังมีอยู่ ขอเลยเรื่องนี้จะต้องทำงานกันอย่างชัดเจนและใกล้ชิด เพราะเทคโนโลยีไปไกลมาก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิตและสังคม(ดีอี) พร้อมที่จะทำงานร่วมกัน ผมเจอรัฐมนตรีดีอีในวันที่ 2 เม.ย.นี้ จะกำชับอย่างเด็ดขาดว่าต้องทำงานร่วมกัน อย่ามีการโยนความผิดซึ่งกันและกัน อย่าบอกว่าคนนี้ไม่ให้ความร่วมมือ ไม่มีนะตรงนี้ ผมเชื่อว่ามานั่งตรงนี้แล้วรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ พวกท่านเองก็ต้องให้ความสำคัญ ผมใช้เวลาประมาณ 5 นาทีที่พูดไป อยากให้ทุกท่านตระหนักดีว่าประชาชนเดือดร้อน เหตุผลที่เรามาทำงานตรงนี้ เพื่อให้ความดูแลพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ให้คนผิดลอยอยู่ได้ และยังทำทุกอย่างผิดๆอยู่ คิดว่าถึงเวลาแล้ว อยากได้เหตุผลว่าทำไมถึงจับไม่ได้ มันต้องจับให้ได้เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้อยู่อย่างมีความสุข อย่าให้ถูกซ้ำเติมตรงนี้ โดยเฉพาะการถูกหลอกลวง เงินหมดไปก็เป็นส่วนหนึ่งของอาชญากร ตรงนี้ถือเป็นสารตั้งต้น ที่ต้องขจัดปัญหานี้ออกไปให้หมดจากสังคมไทย ผมยืนยันเรื่องนี้เป็นเรื่องซีเรียสยืนยัน 30 วันต้องชัดเจน“ นายกฯ กล่าว
 

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนกระบวนการยุติธรรม ที่ให้ความเป็นธรรมกับผู้บัญชาการ 2 ท่าน ที่ถูกย้ายก็ให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการต่อไป ให้ความร่วมมืออย่างถูกต้อง อย่าให้กล่าวโทษกล่าวหาได้ว่าเป็นเด็กของใคร เป็นคนของใครอะไรอย่างไรวันนี้เราเริ่มต้นกันใหม่แล้ว มันต้องช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชน ให้สมกับที่พี่น้องประชาชนมีความคาดหวัง

รัฐมนตรี เทตอบกระทู้ สว. ทิ้งทวนก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572049

01 เม.ย. 2567

14:36 น.

รัฐมนตรี เทตอบกระทู้ สว. ทิ้งทวนก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ

สว. ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีถึง 8 เรื่อง แต่ไม่มีรัฐมนตรีเดินทางมาตอบแม้แต่คนเดียว และเป็นวันประชุมที่ตั้งถามกระทู้ได้เป็นวันสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่ 9 เม.ย.นี้

การประชุมวุฒิสภา วันนี้ (1 เม.ย.67) นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม แจ้งต่อที่ประชุมว่า วุฒิสภามีกระทู้ถามเป็นหนังสือจำนวน 8 กระทู้ ปรากฏว่าไม่มีรัฐมนตรี เดินทางมาตอบ เนื่องด้วยติดภารกิจ จึงทำให้วาระการพิจารณากระทู้ที่ตั้งถามโดยสมาชิกวุฒิสภาต้องเลื่อนออกไปก่อน

ทำให้นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ลุกขึ้นกล่าวว่า การเลื่อนตอบกระทู้ คงเป็นเรื่องที่เลื่อนไม่ได้ เนื่องจากวันนี้ เป็นวันจันทร์สุดท้ายของสมัยการประชุมนี้ ปรากฏว่ามีรัฐมนตรีเลื่อนตอบทั้ง 8 กระทู้ โดยการติดภารกิจพร้อมกันถึง 8 กระทู้ รัฐมนตรี 8 ท่านคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ให้เกียรติวุฒิสภา แต่กระทู้มีความสำคัญเป็นของตนเอง และก่อนการตั้งกระทู้สมาชิกวุฒิสภาแต่ละท่านได้ค้นคว้าข้อมูลด้วยตนเอง ทั้งแรงกายและแรงใจ ตนจึงขอถอนกระทู้ตั้งถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไปตั้งถามในวันที่ 3 กรกฎาคมต่อไป แม้เป็นช่วงรักษาการวุฒิสภาก็ตาม

นอกจากนั้น ยังมีวาระพิจารณากระทู้ถามด้วยวาจาอีกจำนวน 1 กระทู้ ที่ตั้งถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาบ้า 5 เม็ด ที่รัฐมนตรีติดภารกิจไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้

จากนั้น ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติ 197 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว โดยสาระสำคัญในการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2551 แก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ( ป.ป.ท.) และเพิ่มเติมแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตต่อหน้าที่ที่ต้องดำเนินการแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) และกำหนดเลขาธิการ ป.ป.ช. ไม่สามารถมอบหมายการเป็นกรรมการในคณะกรรมการ ป.ป.ท. ให้ผู้อื่นปฏิบัติหน้าที่ได้

ร่างกฎหมายนี้ยังแก้ไขเพิ่มเติมมาตรการป้องกันการทุจริตในภาครัฐ สำหรับกรณีผู้ถูกกล่าวหากระทำการไปโดยสุจริตและเป็นไปเพื่อประโยชน์ราชการ และกรณีหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐมีวิธีปฏิบัติหรือการดำเนินการที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนและความเสียหายต่อราชการ โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมาย จำนวน 26 คน ให้เวลาแปรญัตติภายใน 7 วัน

‘ภูมิธรรม’ สวน ‘พรรคก้าวไกล’ เลิกวาทกรรมจิกกัด ‘รัฐบาลเพื่อใคร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572036

01 เม.ย. 2567

11:56 น.

‘ภูมิธรรม’ สวน ‘พรรคก้าวไกล’ เลิกวาทกรรมจิกกัด ‘รัฐบาลเพื่อใคร’

‘ภูมิธรรม’ สวนพรรคก้าวไกล เลิกวาทกรรมจิกกัดตั้งหัวข้อ “รัฐบาลเพื่อใคร หัวใจไม่ใช่ประชาชน” ย้ำประชาชนรู้ดีว่ารัฐบาลทำเพื่อใคร ฝากอย่าคิดแต่เอาชนะทางการเมือง ไม่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่การเมืองใหม่

เพียงไม่กี่ชั่วโมง ! หลังจากพรรคก้าวไกลโพสต์เฟสบุ๊กเปิดหัวข้อ “รัฐบาลเพื่อใคร หัวใจไม่ใช่ประชาชน” เตรียมพร้อมอภิปรายทั่วไปรัฐบาลวันที่ 3 – 4 เมษายนนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวสวนทันทีว่า ไม่อยากให้ใช้วาทกรรมทำงานการเมือง ต้องเอาความจริงมาพูดในรายละเอียด รัฐบาลเพื่อใคร หัวใจไม่ใช่ประชาชน คนที่ตอบได้คือประชาชน ไม่ใช่พรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายค้านจะมาตอบ ประชาชนเขารู้ดีว่ารัฐบาลทำงานเพื่อใคร เรายึดมั่นประชาชนหรือไม่ อยากให้ดูที่นโยบายและการกระทำจะดีกว่า และการตั้งประเด็นตามมาตรา 152 เป็นการพูดคุย เสนอแนะปัญหาต่อรัฐ ไม่ใช่ตรวจสอบเพื่อให้รัฐบาลมีปัญหา เพราะถ้าจะทำอย่างนั้นต้องขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ดังนั้น ขออย่าบิดเบือนประเด็น เอาการอภิปรายเรื่องข้อเสนอแนะ มาเป็นประเด็นดิสเครดิตรัฐบาล มันไม่เป็นประโยชน์ การเลือกตั้งยังเหลืออีก 3 ปีครึ่ง ค่อยไปว่าตรงนั้นดีกว่า

หมดสมัยแล้วใช้วาทกรรมปั๊มตราใคร แล้วให้คนอื่นมาพูด ที่บอกว่าจะทำการเมืองสมัยใหม่ร่วมกัน มีแต่ใช้วาทกรรมมาคอยจิกกัดเช่นนี้ มันไม่สร้างสรรค์ ถ้าสร้างสรรค์ให้มาเสนอแนะว่าไม่รับใช้ประชาชนตรงไหน หรือหัวใจเพื่อใคร จะตัดหัวใจออกมาดูร่วมกันว่าหัวใจใครเพื่อประชาชนดีกว่า ผมว่าให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน อย่าใช้วาทกรรม เพราะไม่ใช่การเมืองใหม่ เป็นการเมืองเก่าที่หาคำพูดมาคอยจิกกัดโดยไม่ได้ดูความเป็นจริง ผมเสียใจที่เห็นน้องหลายคนซึ่งดูท่าว่าเป็นคนรุ่นใหม่ อยากทำการเมืองสมัยใหม่ แทนที่จะมาพูดคุยถึงความเป็นจริงแล้วมีข้อเสนอแนะ

ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุ จะมีบางประเด็นอาจต่อยอดยื่นให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. นายภูมิธรรม กล่าวว่า ทำได้อยู่แล้ว แต่ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่เสนอเป็นประเด็นการเมือง แล้วไปถึงเขารับหรือไม่รับ มันก็เปล่าประโยชน์ ไม่ควรเล่นการเมืองแบบนี้ มีอะไรควรพูดชัดเจน แค่ต้องการวาทกรรม พิธีกรรม แล้วดิสเครดิตรัฐบาล มันไม่ได้ช่วยให้รัฐบาลหรือประเทศดีขึ้นเลย ขออย่าเล่นการเมืองแบบเก่า มานั่งคอยจิกกัดกัน เสนอความเห็นดีๆ จะดีกว่า และที่ผ่านมารัฐบาลเพิ่งทำงาน ใช้ไปแต่งบไปพลางก่อน แต่งบลงทุนยังไม่มี อย่างไรก็ตาม การอภิปรายครั้งนี้ รัฐบาลไม่ต้องเตรียมอะไร เรามีแต่ข้อเท็จจริงว่ายังไม่ได้ทำอะไร การทำงานการเมืองใหม่ต้องรอว่าเมื่อแถลงนโยบายแล้ว ทำงานตามนโยบายหรือไม่ มีปัญหาอะไรหรือไม่ หากมีอะไรผิดพลาดจะเสนออภิปรายไม่ไว้วางใจ สภาก็ตรวจสอบอยู่แล้ว วันนี้ไม่อยากทะเลาะเรื่องวาทกรรม แล้วมาคิดวาทกรรมใหม่ อย่างเช่น รัฐบาลเพื่อใคร หัวใจไม่ใช่ประชาชน ถ้าจะเถียงกันไปมาแล้วตนบอกว่า ฝ่ายค้านทำอะไร ก้าวไกลจะไปทางไหน  แบบนี้มันไม่ควร

ส่วนกรณีหยิบยกเรื่องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาอภิปราย นายภูมิธรรม กล่าวว่า นายทักษิณอยู่นอกสภา ไม่มีตำแหน่งอะไร อย่าเข้าใจผิด คิดแต่กลัวว่านายทักษิณมาแล้วจะมีความนิยมจากประชาชนที่ยังศรัทธา มีผลต่อเพื่อไทย อย่าคิดแต่เอาชนะทางการเมือง เพราะมันไม่ใช่การเมืองใหม่

พรรคก้าวไกล พร้อมอภิปราย ‘รัฐบาลเพื่อใคร’ 3 – 4 เม.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572032

01 เม.ย. 2567

11:37 น.

พรรคก้าวไกล พร้อมอภิปราย ‘รัฐบาลเพื่อใคร’ 3 – 4 เม.ย.นี้

พรรคก้าวไกล เปิดหัว “รัฐบาลเพื่อใคร” เตรียมความพร้อมอภิปรายทั่วไปรัฐบาล หลังทำงานมา 7 เดือน แต่นโยบายที่สัญญาไว้กับประชาชนยังไม่มีความคืบหน้า ดิจิทัลวอลเล็ตยังไม่มี ค่าแรงขึ้นเป็นหย่อมๆ ค่าไฟแพงขึ้นเรื่อยๆ เจอกัน 3 – 4 เม.ย.นี้

อีกไม่กี่วันจะถึงวันอภิปรายทั่วไปรัฐบาล คือวันที่ 3 – 4 เมษายนนี้ แม้การอภิปรายครั้งนี้จะไม่มีการลงมติ แต่มีหลายประเด็นที่ฝ่ายค้านจะตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล ให้สาธารณะได้รับทราบ หลังจากบริหารบ้านเมืองมาแล้วกว่า 7 เดือน โดยพรรคก้าวไกล โพสต์เฟสบุ๊ก รูปเปิดหัวข้อ “รัฐบาลเพื่อใคร หัวใจไม่ใช่ประชาชน” พร้อมข้อความว่า

7 เดือนเต็ม หลังการขึ้นบริหารประเทศของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาลผสมข้ามขั้วระหว่างเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เกือบครบทุกพรรค

7 เดือนที่ประชาชนที่ผิดหวังกับการจัดตั้งรัฐบาล ยังหวังว่าปัญหาเศรษฐกิจปากท้องจะดีขึ้น

เชื่อว่ารัฐบาลเพื่อไทย ที่พิสูจน์ฝีมือมาแล้วในอดีต จะนำพาประเทศไทยไปข้างหน้า แก้ปัญหาของประชาชนที่หมักหมมมากว่า 10 ปีได้

แต่วันนี้

ดิจิทัลวอลเล็ตยังไม่มา
ค่าแรงขึ้นเป็นหย่อมๆ
ค่าไฟแพงขึ้นเรื่อย ๆ
ลูกหลานยังต้องไปเกณฑ์ทหาร
นักโทษคดีการเมืองยังติดคุก
(และบางคนได้กลับบ้าน)


วันนี้ เกิดคำถามว่า รัฐบาลเพื่อไทย กำลังทำเพื่อใคร?

เพื่อประชาชน หรือเพื่อคนที่หนุนนำให้ได้ตั้งรัฐบาล?

รัฐบาลที่จัดตั้งมาโดยฝืนความต้องการของประชาชน จะรับใช้ประชาชน หรือรับใช้คนที่อนุญาตให้ตนได้กลับมามีอำนาจ?

3-4 เมษายนนี้ เชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมรับฟังการอภิปรายทั่วไป พรรคก้าวไกลจะนำทุกท่านไปหาคำตอบว่า

รัฐบาลเพื่อใคร? ทำไมในหัวใจ ไม่ใช่ประชาชน