เกณฑ์ทหารวันแรก รมว.กลาโหม ขอฝ่ายไม่หวังดี หยุดปั่นไม่สมัครทหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572029

01 เม.ย. 2567

11:22 น.

เกณฑ์ทหารวันแรก รมว.กลาโหม ขอฝ่ายไม่หวังดี หยุดปั่นไม่สมัครทหาร

รมว.กระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจเลือกเกณฑ์ทหารวันแรก ชี้แจงประโยชน์การเป็นทหาร ได้เรียนต่อ มีบริษัทรอรับสมัครงาน ขอฝ่ายไม่หวังดี หยุดสร้างกระแสขัดขวางการสมัครทหาร

พอเข้าเดือนเมษายน ก็เข้าสู่การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2567 ซึ่งปีนี้อยู่ระหว่างวันที่ 1 – 12 เมษายน ซึ่งวันแรกจของการตรวจเลือกทหาร นายสุทิน คลังแสง รมว.กระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยมการตรวจที่กองพันทหารสื่อสารที่ 1 เขตสาทร โดยกล่าวกับเจ้าหน้าที่ทหารและผู้ที่เข้ามาตรวจเลือกว่า เป็นโอกาสสำคัญของลูกผู้ชายไทย เนื่องจากบางประเทศไม่ได้จับฉลากเพื่อเข้ารับการตรวจเลือก หลายประเทศต้องเป็นทหารทันทีเมื่ออายุถึงเกณฑ์ เช่นเกาหลีใต้ และบางประเทศแม้แต่ผู้หญิงก็ต้องเป็นทหาร เช่น อิสราเอล ขณะที่ประเทศไทย ผู้ชายก็ไม่จำเป็นต้องเป็นทหารทั้งหมด โดยใช้วิธีจับสลากจำนวนเท่าที่จำเป็น ดังนั้นการเป็นชายไทย มีโอกาส มีเสรีภาพที่สูงมาก แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง เพราะมีความจำเป็นที่ต้องรักษาความมั่นคง

ส่วนความวิตกกังวล เช่น ต้องเสียโอกาส ไม่ได้เรียนต่อ หรือต้องออกจากงาน หรือชีวิตจะลำบาก ไม่มีคนดูแลพ่อแม่ บางคนก็กลัวครูฝึกจะฝึกแบบโหด แบบนอกลู่นอกรอย จึงขอแจ้งกับทุกคนว่า ปีนี้รัฐบาลชุดใหม่ และตนซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คำนึงถึงเรื่องนี้ มีการปรับเปลี่ยนการคัดเลือกหลายอย่าง ใครเรียนอยู่แล้วจะได้เรียนต่อ ให้แจ้งความจำนงที่หน่วย เพราะกลาโหมได้เซ็น MOU กับกระทรวงศึกษาธิการไปแล้ว ซึ่งกระทรวงศึกษาฯ ยินดีจัดการศึกษาให้ถึงหน่วย ปรับเวลาให้เรียนหลังการฝึก ยืนยันว่าไม่เสียสิทธิ์การเรียนแน่นอน ได้เรื่องอาชีพ มีบริษัทเอกชนเปิดรับหลังจบเกณฑ์ทหาร และกำชับไม่ให้มีการลงโทษนอกรูปแบบ ให้เป็นไปตามระเบียบเท่านั้น มีศูนย์ออนไลน์ให้ร้องทุกข์ ใครถูกกลั่นแกล้ง ถูกลงโทษนอกระเบียบ ก็ให้ออนไลน์ร้องทุกข์ได้ ไม่ต้องกังวล พร้อมยืนยันการตรวจเลือกโปร่งใสทุกขั้นตอน ใครเห็นกระบวนการที่ไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรม ให้เรียกร้องได้ทันที

ขอร้องและขอฝากไปยังกระบวนการที่ทำให้เด็กไขว้เขว หรือพยายามทำให้เด็กไม่สมัคร ไม่อยากเป็นทหาร เป็นความคิดที่ไม่มีประโยชน์ต่อประเทศ ถึงแม้จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ก็ไม่ได้เป็นประโยชน์ในระยะยาว จึงอยากจะขอให้เบาลงหรือเลิกพฤติกรรมเหล่านี้

รัฐบาลเตือน April Fool’s Day โพสต์เสียหาย มีโทษจำคุก – ปรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572026

01 เม.ย. 2567

10:55 น.

รัฐบาลเตือน April Fool’s Day โพสต์เสียหาย มีโทษจำคุก – ปรับ

รัฐบาลเตือนประชาชน ระมัดระวัง April Fool’s Day หากโพสสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น สร้างความตื่นตระหนก มีความผิดตามกฎหมาย โทษจำคุก – ปรับ

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าวันที่ 1 เม.ย.นี้ ตรงกับวัน April Fool’s Day หรือ วันแห่งการโกหก ซึ่งมักจะมีการสร้างเรื่องโกหกเพื่อความสนุกสนาน หรือเพื่อหยอกล้อซึ่งกันและกันในหมู่เพื่อนฝูง โดยหลาย ๆ คน มักจะใช้เป็นกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์และคลายความเครียด แต่บางครั้งการล้อเล่นหรือการโกหก ก็อาจส่งผลกระทบต่อผู้อื่นหรืออาจสร้างความตื่นตระหนกในสังคมได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการโพสต์เรื่องโกหกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจมีการเผยแพร่ ส่งต่อ หรือแชร์ ทำให้เรื่องโกหกกระจายไปในวงกว้าง รัฐบาล โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ระมัดระวังในการสร้างเรื่องโกหกเพื่อความสนุกสนานหรือหยอกล้อบุคคลอื่น เพราะการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย หรือเกิดความตื่นตระหนกในสังคม ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย เช่น

1. การเผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท

2. การนำเข้าหรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ ที่ส่งผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14(2),(5) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ยืนยัน TOMORROWLAND เทศกาลดนตรีระดับโลก สนใจจัดที่ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571954

30 มี.ค. 2567

20:53 น.

ยืนยัน TOMORROWLAND เทศกาลดนตรีระดับโลก สนใจจัดที่ไทย

จากกระแสข่าวว่า TOMORROWLAND จะจัดงานในประเทศไทยปี 2026 ทาง Tomorrowland International ฝั่งเบลเยี่ยม ยืนยันแล้วว่า มีความสนใจเป็นอย่างมาก กำลังมีการศึกษาอย่างจริงจัง แต่วัน เวลา และสถานที่ ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาความเป็นไปได้ ยังไม่มีการสรุปรายละเอียด

จากที่นายชัย วัชรงค์ โฆษกรัฐบาล ระบุว่างานเทศกาลดนตรี Tomorrowland สนใจจะจัดในประเทศไทยปี 2026 แล้วจะจัดติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ล่าสุด นาย Debby Wilmsen หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Tomorrowland ระบุว่า ทีมงานของ Tomorrowland มีความสนใจที่จะจัดงานในประเทศไทย และกำลังสำรวจถึงความเป็นไปได้อย่างจริงจัง แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถให้คำยืนยันและรายละเอียดเชิงลึกใดๆ ได้  แต่ทางเราให้ความสนใจอย่างมาก และมีความเป็นไปได้สูงที่งานนี้จะเกิดขึ้น

คำแถลงระบุว่า “ในปัจจุบัน Tomorrowland กำลังศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และได้มีการลงนามในข้อตกลง MOU แบบเอกสิทธิ์ (exclusive) กับหุ้นส่วน ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนฝั่งไทย เพื่อลงทุนทำการศึกษาร่วมกัน” ข้อตกลงนี้เป็นข้อตกลงทางกฎหมาย ที่ระบุถึงกระทำร่วมกัน โดยการศึกษาความเป็นไปได้ จะช่วยทำให้เข้าใจได้ชัดเจน ว่างาน Tomorrowland ในประเทศไทยสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ ที่ไหน และอย่างไร โดยลงรายละเอียด 

คำแถลงจบลงว่า “Tomorrowland มีความภูมิใจและมีความเต็มใจที่ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นและการมุ่งเน้นอย่างเต็มที่จากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะ รัฐบาลประเทศไทยซึ่งเสริมแนวทางของไทยในการเป็นเส้นทางปลายทางที่สำคัญสำหรับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นไปอีกขั้น” 

หากมีการเปิดตัว จะเป็นการจัดครั้งที่ 4 ของ Tomorrowland นอกเหนือจากการจัดงานในบ้านเกิดที่เบลเยียม แฟน ๆ ชาวไทย คงต้อง รอติดตามข่าวสาร กันต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ

‘นายกฯ’ เซ็นเช็ค 1.2 แสน บริจาคมูลนิธิกระจกเงา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571937

30 มี.ค. 2567

15:01 น.

‘นายกฯ’ เซ็นเช็ค 1.2 แสน บริจาคมูลนิธิกระจกเงา

‘นายกฯ’ เซ็นเช็ค 1.2 แสน บริจาคเงินเดือนให้มูลนิธิกระจกเงา ซื้อโดรนตรวจจับความร้อนไฟป่า ให้เจ้าหน้าที่ดับไฟป่ายืมใช้ ยินดีชื่อ ‘โดรนนายกเศรษฐา’

เฟสบุ๊กมูลนิธิกระจกเงา โพสต์รูปเช็คเงินสดธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน พร้อมข้อความลงเฟสบุ๊กว่า

เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา มีผู้บริจาครายหนึ่งติดต่อมา ต้องการมอบเงินเดือนจำนวน 50,000 บาท ให้มูลนิธิกระจกเงาใช้ในภารกิจทางสังคมตามเห็นสมควร

เราแจ้งกลับไปว่าเงินจำนวนนี้ กระจกเงาคิดว่า จะนำไปซื้อโดรนตรวจจับความร้อน สำหรับให้เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าใช้งานเนื่องจากโดรนทำหน้าที่เป็นเสมือนดวงตา ให้กับทีมอาสาดับไฟป่า เพื่อบอกพิกัดไฟที่แม่นยำให้ทีมสามารถสู้ไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งจำเป็น และยังเป็นที่ต้องการอยู่มาก

เหตุที่เราให้ยืม ไม่ซื้อและมอบให้เจ้าหน้าที่ดับไฟ เป็นเพราะหากเสียหาย ชำรุด หรือถึงกำหนดซ่อมบำรุง มูลนิธิกระจกเงาจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ทันที ให้มีความพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

หลังจากเราบอกวัตถุประสงค์การใช้เงินบริจาคเพื่อจัดซื้อโดรนผู้บริจาครายนี้เพิ่มวงเงินบริจาคจาก 50,000 บาท เป็น 127,000 บาท เพื่อสนับสนุนภารกิจนี้

และเมื่อวานนี้ ผู้บริจาคได้ให้ตัวแทน นำเช็คเงินเดือนจำนวน 127,000 บาท มามอบที่มูลนิธิกระจกเงาเรียบร้อยแล้ว รายละเอียดในเช็ค ระบุชื่อ “นายเศรษฐา ทวีสิน”

ขอบคุณนายกรัฐมนตรี คุณเศรษฐา ทวีสิน สำหรับเงินเดือน ที่บริจาคให้มูลนิธิกระจกเงาวันจันทร์ที่จะถึงนี้ โดรนตรวจจับความร้อนตัวใหม่นี้ จะถูกส่งไปสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าที่ภาคเหนือ

และเรายินดีที่จะตั้งชื่อโดรนให้ยืมตัวนี้ว่า

“โดรนนายกเศรษฐา“

‘นายกฯ’ เซ็นเช็ค 1.2 แสน บริจาคมูลนิธิกระจกเงา

‘พิเชษฐ์’ หนุนจับปรับพ่อแม่ ปล่อยเด็กอายุไม่ถึง 15 ขับมอเตอร์ไซด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571935

30 มี.ค. 2567

14:38 น.

‘พิเชษฐ์’ หนุนจับปรับพ่อแม่ ปล่อยเด็กอายุไม่ถึง 15 ขับมอเตอร์ไซด์

รองประธานสภาผู้แทนราษฎร หนุนจับปรับพ่อแม่ ให้ลูกอายุต่ำกว่า 15 ปี ขับมอเตอร์ไซค์ เสนอออกกฎหมาย “Killer Pay” เอาผิดบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ เพื่อคุ้มครองเด็ก และ เยาวชน ตาย- เจ็บ จากอุบัติเหตุรถมอร์เตอร์ไซค์ ภาคีเครือข่ายขานรับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุเพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนน กล่าวระหว่างปาฐกถาในการประชุมใหญ่ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนความปลอดภัยผู้ใช้จักรยานยนต์ โครงการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ผู้ใช้จักรยานยนต์ปลอดภัย ว่า เรื่องอุบัติเหตุจากรถมอร์เตอร์ไซค์ เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก ที่ผ่านมาได้ทราบว่า ภาคีเครือข่ายจากภาคส่วนต่างๆ ได้ช่วยกันรณรงค์ให้ความรู้ สื่อสารเรื่องความปลอดภัย ตลอดจนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมมานานมากกว่า 30 ปีแล้ว แต่ยังไม่เป็นผล ในฐานะฝ่ายการเมืองและนิติบัญญัติ เห็นว่า แนวทางในการแก้ไขปัญหาอีกทางหนึ่งคือการทำเรื่องของกฎหมายให้มีมาตาการและการบังคับใช้ อย่างจริงจัง

นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นเรื่องน่ายินดีว่า ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรได้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุเพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนน ขึ้นมา เพื่อที่จะทำหน้าที่หาแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุ ซึ่งในความเห็นของตนหลังจากได้ฟังข้อมูลจากโครงการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ผู้ใช้จักรยานยนต์ปลอดภัยแล้ว รู้สึกตกใจที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสูงสุด เป็นเด็กและเยาวชนอายุ 15-24 ปี ซึ่งถือเป็นวัยที่มีความสำคัญมากโดยเฉพาะการขับเคลื่อนประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อคนกลุ่มนี้ตายมาก เจ็บมาก หรืออาจจะต้องพิการ แน่นอนว่า จะส่งผลให้ประเทศสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

ประชุมใหญ่ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนความปลอดภัยผู้ใช้จักรยานยนต์ประชุมใหญ่ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนความปลอดภัยผู้ใช้จักรยานยนต์

“ผมคิดว่า การแก้ไขปัญหาที่สำคัญทางหนึ่ง คือ การออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองเด็ก และ เยาวชนจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะกฎหมายพื้นฐาน เช่น อายุของผู้ขับขี่ ถ้าพ่อแม่อนุญาตให้ลูกที่อายุไม่ถึง 15 ปี ขับขี่มอร์เตอร์ไซค์ กฎหมายต้องลงโทษ จับ ปรับ พ่อแม่ เพื่อให้ระมัดระวังมากขึ้น ไม่ใช่ซื้อมอร์เตอร์ไซค์ให้ลูกขี่ทั้งๆที่ลูกยังอายุไม่ถึง” นายพิเชษฐ์ กล่าว

นอกจากบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจังแล้ว นายพิเชษฐ์ ยังเสนอให้มีการออกกฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากอุบัติเหตุจักรยานยนต์ แบบในต่างประเทศ เช่น ถ้าจักรยานยนต์ยี่ห้อไหนเกิดอุบัติเหตุสูงสุด ทำคนเจ็บ คนตายมากที่สุด ผู้ประกอบการรถยี่ห้อนั้นๆ ต้องจ่ายเงินชดเชยให้รัฐบาลเป็นกองทุนเพื่อคุ้มครองคนเหล่านี้ คล้ายๆกฎหมายสิ่งแวดล้อม Polluter Pays Principle ที่ให้ผู้ประกอบการกิจการใดก็ตามที่ก่อมลพิษ หรือ ทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหายต้องจ่ายค่าชดเชยให้ชุมชน ให้กับคนที่ได้รับผลกระทบนั้นๆ” ประธานคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุเพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนน บอก

ด้านนางสาวศิริวรรณ สันติเจียรกุล นักวิจัยโครงการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ผู้ใช้จักรยานยนต์ปลอดภัย กล่าวว่า อยากให้ฝ่ายการเมืองช่วยเป็นปากเป็นเสียงไปถึงผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้คนตาย 1 คนทุกๆครึ่งชั่วโมง ได้ออกมารับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง การไม่ยอมผลิตจักรยานยนต์ที่ซีซีต่ำ 50-70 ซีซี เพื่อให้เป็นรถสำหรับผู้ขับขี่หน้าใหม่ที่เป็น Beginner ซึ่งหากมีรถที่ซีซีต่ำ ในต่างประเทศให้ขับขี่ได้ แต่มีกฎชัดเจน เช่น ห้ามขับขี่ในเวลากลางคืน ไม่ให้มีการซ้อนท้าย สิ่งเหล่านี้ไม่มีในประเทศไทย จึงทำให้มีโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นทุกชั่วโมงและทุกวันบนท้องถนน เมื่อผู้ขับขี่หน้าใหม่สามารถเริ่มต้นการขับขี่รถมอร์เตอร์ไซค์ที่ 110 ซีซีหรือ 125  ซีซีได้เลย

ขณะที่ นายพรหมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ(สคอ.) กล่าวว่า หากรัฐสภาและฝ่ายนิติบัญญัติ ติดตาม กำกับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองประชาชนในเรื่องของอุบัติเหตุอย่างจริงจัง เชื่อว่า จะช่วยลดการตายบนท้องถนนได้อย่างน้อยปีละ 5,000 คน

สำหรับการจัดประชุม ใหญ่ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนความปลอดภัยผู้ใช้จักรยานยนต์ โครงการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ผู้ใช้จักรยานยนต์ปลอดภัย ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานความคืบหน้าโครงการจากวิชาการ งานวิจัย Policy Paper ด้านคน รถ ถนน ระบบและกลไก รวมทั้งเผยแพร่แนวทางของ สสส. ภาครัฐ เอกชนที่เกี่ยวข้อง และภาคการเมือง ในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุจักรยานยนต์และการพัฒนาความปลอดภัยของผู้ใช้จักรยานยนต์และผู้ร่วมถนน ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างเครือข่ายฯ และแสวงหาแนวทางผนึกกำลังร่วมกันขับเคลื่อนความปลอดภัยผู้ใช้จักรยานยนต์และใช้ถนน

สื่อโคราช มอลโล่ให้ ‘สุวัจน์’ บุคคลต้นแบบผู้ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571933

30 มี.ค. 2567

14:31 น.

สื่อโคราช มอลโล่ให้ ‘สุวัจน์’ บุคคลต้นแบบผู้ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน

‘สุวัจน์’ รับโล่เกียรติยศ บุคคลต้นแบบผู้ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน จากสมาคมสื่อฯ นครราชสีมา หนุนแนวคิดนายกฯ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่โคราช เสริม GDP ประเทศ

29 มีนาคม 2567 เวลา 19.00 น.นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ได้รับมอบรางวัลโล่เกียรติยศ สาขา“ผู้ทำคุณประโยชน์และผู้เสียสละต่อสังคมและชาติบ้านเมือง”ประจำปี 2567 ครั้งที่ 9 จากสมาคมสื่อสารมวลชน,สมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา,ชมรมนักข่าวหนังสือพิมพ์ทีวีสื่อออนไลน์ประเทศไทย และชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา เนื่องในโอกาสวันนักข่าว ( 5 มีนาคม) โดยมี หม่อมราชวงศ์ปณิธาน จรูญโรจน์ ประธานองค์กรอุตสาหกรรมนำเข้าและส่งออกสินค้าสากลวัฒนธรรมแห่งประเทศ ประธานในพิธี ณ ห้องราชาวดี ภัตตาคารเสียเสี้ยว จังหวัดนคราชสีมา

นายสุวัจน์ กล่าวขอขอบคุณ สมาคมสื่อสารมวลชน นักข่าวจังหวัดนครราชสีมา และภาคีเครือข่าย ที่ได้จัดงานและได้มอบรางวัลให้กับผู้ที่ทําคุณประโยชน์ให้กับจังหวัดนครราชสีมา เนื่องในโอกาสวันนักข่าว ซึ่งตนเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศ สาขา“ผู้ทำคุณประโยชน์และผู้เสียสละต่อสังคมและชาติบ้านเมือง”

ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่าการที่เราได้ให้กําลังใจกับผู้ที่จะมาช่วยแก้ปัญหา หรือช่วยในการพัฒนาประเทศ ถือว่าเป็นสิ่งที่สําคัญ เพราะในการเข้ามาทํางานเพื่อส่วนรวม เข้ามาแก้ไขปัญหา หรือการพัฒนาต่างๆ นอกจากความรู้ ความสามารถแล้ว สิ่งสำคัญคือ จะต้องมีความเสียสละ มีความอดทนต่ออุปสรรคต่างๆ

ฉะนั้น กําลังใจจะทําให้บุคคลต่างๆ เหล่านั้น มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการที่จะแก้ไขปัญหา หรือพัฒนาประเทศให้ประสบความสําเร็จ ถือว่ากําลังใจเป็นสิ่งที่มีความสําคัญมาก และถือว่าเป็นโอกาสอันดีในโอกาสวันนักข่าว ทางสมาคมสื่อสารมวลชนและสมาคมนักข่าวนครราชสีมา และภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันจัดงานขึ้น

“วันนี้ได้รับรางวัลเราก็คงจะมีความมุ่งมั่นในการที่จะเสียสละ แล้วทําประโยชน์ให้เกิดกับจังหวัดนครราชสีมา ให้เกิดกับประเทศไทย ให้เกิดกับพี่น้องประชาชนของเราตลอดไป และขอขอบคุณท่านประธาน ขอขอบคุณสมาคมนักข่าว ที่ได้ให้รางวัลพวกเราในวันนี้” นายสุวัจน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากให้พูดถึงสิ่งที่รัฐบาลนํามาเมืองโคราช นายสุวัจน์ กล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรี เพิ่งมาลงพื้นที่แล้วท่านก็ได้ให้แนวคิดให้การสนับสนุนในเรื่องของการคมนาคม เรื่องสนามบิน เรื่องการท่องเที่ยว หรือแม้แต่เรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ ซึ่งตนคิดว่าก็เป็นแนวทางที่ถูกต้องในการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งเรื่องของอุทยานธรณีโลก ที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่

“ตนคิดว่ารัฐบาลได้พยายามหาแนวทางในการที่จะพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ต้องขอบคุณท่านนายกฯ เศรษฐา รัฐบาลที่ได้ให้ความสําคัญกับพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพถ้าโครงสร้างพื้นฐานครบถ้วนสมบูรณ์เมื่อไหร่ จะเป็นตัวเร่ง GDP ให้กับประเทศได้“ นายสุวัจน์ กล่าว

‘เศรษฐา’ โชว์ฟิตวันหยุด ชกกระสอบทราย ริมทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571920

30 มี.ค. 2567

11:24 น.

‘เศรษฐา’ โชว์ฟิตวันหยุด ชกกระสอบทราย ริมทะเล

นายกรัฐมนตรี ใช้ชีวิตวันหยุดสุดสัปดาห์พักผ่อน โชว์ภาพใส่เสื้อสำนักนายกฯ ชกกระสอบทรายริมทะเล บอก “วันหยุด ออกกำลังกายให้พอได้เหงื่อสักหน่อยครับ”

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ไม่ได้มีภารกิจเป็นพิเศษ ใช้ชีวิตพักผ่อนช่วงวันหยุดริมทะเล โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊กและ X เศรษฐา ทวีสิน – Srettha Thavisin สั้นๆ ว่า “วันหยุด ออกกำลังกายให้พอได้เหงื่อสักหน่อยครับ” พร้อมภาพชกกระสอบทรายริมทะเลที่ไหนซักแห่ง ไม่ได้ระบุสถานที่ แต่สังเกตว่าชุดที่ใส่ขาวทั้งชุด เสื้อก็ยังเป็นเสื้อที่มาตราสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่ สมกับเป็นนายกฯ จริงๆ

มีรายงานว่าท่านนายกฯ จะหยุดพักผ่อนและจะปฏิบัติภารกิจนายกฯ อีกทีวันที่ 1 เม.ย.นี้

ภาพจากเฟสบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน - Srettha Thavisin ภาพจากเฟสบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน – Srettha Thavisin

ก.คลัง กระตุ้นซื้อบ้าน ลดค่าโอน – จดจำนอง บ้านไม่เกิน 3 ลบ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571919

30 มี.ค. 2567

11:13 น.

ก.คลัง กระตุ้นซื้อบ้าน ลดค่าโอน – จดจำนอง บ้านไม่เกิน 3 ลบ.

“รัดเกล้า” เผย กระทรวงการคลังทบทวนมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ลดค่าโอนเหลือ 1% ค่าจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับอสังหาฯ ไม่เกิน 3 ล้านบาท เพิ่มเงินกู้โครงการบ้านล้านหลัง เป็น 2 ล้านบาท

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.กระทรวงการคลัง เตรียมพิจารณาทบทวนมาตรการช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ ให้เติบโตขึ้น เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์สำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ถึง 10 %  ของจีดีพี โดยล่าสุดกำลังพิจารณามาตรการลดค่าจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2% เหลือ 1 %  และค่าจดจำนองจากเดิม 1% เหลือ 0.01 %  ซึ่งปัจจุบันมาตรการนี้ช่วยเฉพาะอสังหาฯที่ราคาซื้อขาย และราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน3 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน3 ล้านบาท โดยจะขยายให้ราคาซื้อขายเกิน 3 ล้านบาทมีสิทธิเข้าร่วมมาตรการด้วย แต่ให้สิทธิเฉพาะ 3 ล้านบาทแรก

ส่วนมาตรการการเงิน โครงการบ้านล้านหลังเฟส 3 ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ชอส.) ที่กำหนดให้กู้ได้เฉพาะผู้ซื้อบ้านก่อสร้างและวงเงินกู้สูงสุดต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 1.5 ล้านบาทนั้น จะขยายเป็นราคาสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท เพราะที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท หาได้ยากแล้วและไม่ได้เสี่ยงมาก ส่วนการทบทวนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้มา 5-6 ปีแล้วนั้น คลังและมหาดไทยกำลังศึกมาร่วมกันเพื่อทบทวนให้เหมาะสม เช่นการจัดระเบียบประเภทที่ดินให้ชัดเจนมากขึ้นรวมทั้งการให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ปังจุบันไห้ อปท. ใช้ดุลพินิจได้ตามความเหมาะสม เช่น ที่ดินเปล่าที่เจ้าของปลูกต้นไม้ทำสวน แต่ไม่ถึงเกณฑ์เป็นที่ดินเพื่อการเกษตรนั้นได้ให้ อปท.ตัดสินใจได้เลยว่าจะเข้าเกณท์ใดส่วนอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างยังไม่มีแนวคิดปรับเพิ่มขึ้น

“การปรับมาตการดังกล่าว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์  โดยนายกฤษฎา ได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง  (สศค.) เตรียมรายละเอียดเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม  ครม.ในเร็ววันนี้” รองโฆษกฯ​ รัดเกล้า​ กล่าว

แก้หนี้ กยศ. ดอกเบี้ยไม่เกิน 1% เบี้ยปรับไม่เกิน 0.5% ไม่ต้องมีคนค้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571916

30 มี.ค. 2567

10:28 น.

แก้หนี้ กยศ. ดอกเบี้ยไม่เกิน 1% เบี้ยปรับไม่เกิน 0.5% ไม่ต้องมีคนค้ำ

โฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งแก้ไขหนี้ กยศ. ปรับโครงสร้างลูกหนี้ 3.5 ล้านคน เก็บดอกเบี้ยไม่เกิน 1% ต่อปี ลดเบี้ยปรับไม่เกินร้อยละ 0.5% ต่อปี ไม่ต้องมีผู้ค้ำทุกกรณี

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญ เพราะเป็นปัญหาที่เรื้อรังมายาวนานของระบบการศึกษาไทย และต้องแก้ไขเร่งด่วน จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขหนี้สินประชาชนรายย่อย ซึ่งกลุ่มลูกหนี้ กยศ. จะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับการแก้ไข

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ลูกหนี้ กยศ. ในปัจจุบันที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้มีกว่า 3.5 ล้านราย คิดเป็นเงินมูลค่าจำนวน 454,645 ล้านบาท ในส่วนของหนี้ที่คงค้างอยู่ในขณะนี้ 5 ล้าน 3 แสนราย ผิดนัด 49% มีผู้ถูกดำเนินคดีไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2547 จำนวน 5 ล้านคน โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดูแล และให้บูรณาการความร่วมมือกัน ซึ่ง กยศ. ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการที่รองรับกฎหมายหลายประเด็น รวมทั้งออกประกาศปรับปรุงยอดหนี้ กองทุน หลักเกณฑ์วิธีการเกี่ยวกับการคืนเงิน ส่วนที่ชำระเงินที่ปรับปรุงใหม่ รวมถึงระเบียบกองทุนที่งดบังคับคดีชั่วคราว สำหรับผู้กู้ยืมเงินและผู้ค้ำประกัน

ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินประชาชนรายย่อย ได้มีมติเห็นชอบแนวทางแก้ไขหนี้ด้วยการให้คำนวณภาระหนี้ของลูกหนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบันใหม่ ให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไม่เกิน 1% ต่อปี กรณีผิดนัดชำระลดอัตราเบี้ยปรับเหลือไม่เกิน 0.5% ต่อปี และไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันในทุกกรณี รวมทั้งปรับเปลี่ยนวิธีการปรับชำระหนี้ มีการนำยอดหนี้มาคำนวณใหม่ที่ตัดเงินต้นก่อนค่อยไปตัดดอกเบี้ย ผู้กู้ยืมบางรายสามารถปิดบัญชีได้ทันที มีการคืนเงินผู้ที่ชำระเกินหลังจากปรับเกณฑ์ นอกจากนี้ กองทุนฯ ยังได้เปิดลงทะเบียนปรับโครงสร้างหนี้ทั่วประเทศตั้งแต่ 15 ก.พ. 2567 ทุกวันไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น.

“รัฐบาลให้ความสำคัญ และเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงปัญหาหนี้ กยศ. ที่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ และสั่งการให้แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยแนวทางในการปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าว จะส่งผลให้ผู้กู้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ ปลดภาระผู้ค้ำประกัน รวมถึงลดกระบวนการดำเนินคดี/บังคับคดี ซึ่งกองทุนฯ จะมีเงินกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สามารถนำไปหมุนเวียนเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษา รุ่นต่อไป” นายชัย กล่าว

นายกฯ ลงนามสนับสนุนวงการกีฬา อัดฉีด 4 ปี 1,640 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571865

29 มี.ค. 2567

14:00 น.

นายกฯ ลงนามสนับสนุนวงการกีฬา อัดฉีด 4 ปี 1,640 ล้าน

นายกฯ ลงนามอัดฉีดงบวงการกีฬา 4 ปี 1.6 พันล้าน อัดฉีดวงการกีฬา หวังเห็นพัฒนาผู้เล่น ดันโอกาสรากหญ้า ประกาศ ตราบใดที่ยังเป็นนายกฯ วงการกีฬาต้องไม่ขาดงบ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการสนับสนุนสมาคมกีฬาจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน  ในโครงการ 1 รัฐสาหกิจ 1 กีฬา ว่า ต้องขอบคุณคณะทำงานทุกคน รวมทั้งสปอนเซอร์ที่สนับสนุน อย่างที่บอกครั้งสุดท้ายคือ 500 ล้านบาท เมื่อ 4 ปี คราวนี้ 1.6 พันล้าน เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ แต่ก็คงไม่หยุดจะพยายามหาทางช่วยเหลือวงการกีฬาต่อไป

จากที่เดิมมีไม่กี่สมาคมกีฬา ตอนนี้ได้มาเกือบทุกสมาคมกีฬา นายกรัฐมนตรี บอกว่า เป็นเพราะคณะทำงาน เพราะความจริงแล้วยังมีกีฬาอีกหลายประเภทที่ต้องได้รับการสนับสนุน ฉะนั้นเราต้องพยายามให้ความยุติธรรม มีระบบการคัดเลือกให้ถูกต้อง

หลังจากที่มีเงินมาสนับสนุน อยากเห็นอะไรในวงการกีฬา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องผลงานเป็นส่วนหนึ่ง แต่การจะนำคนเข้าสู่วงการกีฬา มีผู้เล่นเยอะขึ้น มีการพัฒนาระดับรากหญ้าให้เยอะขึ้น เช่น สมาคมฟุตบอล ที่ได้รับเงินไปส่วนหนึ่งจะไปพัฒนาลีกล่าง คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องสนับสนุน ส่วนกรณียังมีนักกีฬาบางส่วนยังไม่ได้รับเงินอัดฉีดภายหลังจบการแข่งขัน ต้องไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความจริงแล้วมันต้องให้เขาได้เงิน วันนี้เราพูดเรื่องรัฐวิสาหกิจที่มาเป็นสปอนเซอร์ดีกว่า

จากนั้นนายกรัฐมนตรี แถลงถึงพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ว่า วันนี้เป็นวันที่น่ายินดี มีเงินอัดฉีด1,640 ล้านนบาท  4 ปี ก็ถือว่าเป็นการนำโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างมหาศาลของประเทศ ซึ่งถ้ากีฬาไทยดี รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนก็เกิดขึ้น เหมือนการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติเกาหลีใต้ ในรอบที่ผ่านมา แม้ผลจะออกมาไม่เป็นที่ต้องการ แต่ถ้าหากดูบรรยากาศก็ถือเป็นวันประวัติศาตร์วันหนึ่งที่คนไทยให้ความสนใจ ซึ่งถือว่าเป็นความหวังและแรงบันดาลใจให้กับเยาชนในการพัฒนาตนเองให้มีขีดความสามารถเพิ่มสูงขึ้น โดยเงินงบประมาณดังกล่าวถือเป็นงบประมาณที่เราไม่ได้ให้เยอะขึ้น แต่จำนวนสมาคมเพิ่มเยอะขึ้น ตรงนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ขอขอบคุณคณะทำงาน นอกจากนี้สปอนเซอร์ก็มีส่วนสำคัญ

ผมยืนยันครับว่า ตราบใดที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรีผมจะไม่ให้วงการกีฬาต้องขาดงบประมาณครับ ผมถือว่าเรื่องนี้สําคัญมาก ผมจะดูแลวงการกีฬาอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้เกิดความสมดุลกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ เราจะใช้งบประมาณ อย่างถูกต้อง และปราศจากการทุจริตประพฤติมิชอบ” นายกรัฐมตนตรี กล่าว