‘พิธา’ ลงพื้นที่เชียงใหม่ ลุยดับไฟป่า ชี้ขาดแคลนอุปกรณ์-แรงงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570981

16 มี.ค. 2567

14:30 น.

'พิธา' ลงพื้นที่เชียงใหม่ ลุยดับไฟป่า ชี้ขาดแคลนอุปกรณ์-แรงงาน

‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ลงพื้นที่ลุยดับไฟป่า ชี้ ปัญหาสำคัญยังขาดแคลนอุปกรณ์ และร่วมภารกิจดับไฟป่าที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่

ที่หน่วยปฏิบัติการดับไฟป่าของกรมป่าไม้ อ.สันป่าตอง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ สส.บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล เข้าพื้นที่ฐานปฏิบัติการดับไฟป่าของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ร่วมกับอาสาดับไฟป่า มูลนิธิกระจกเงา ก่อนที่จะลงพื้นที่จริงที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

โดยได้สอบถามเจ้าหน้าที่ป่าไม้ถึงจำนวนคนที่จะช่วยดับไฟป่า ได้รับรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่เหยี่ยวไฟประมาณ 300 คนที่ปฏิบัติการอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ที่ประจำหน่วยป้องกันมีอยู่ประมาณ 10-12 คน ซึ่งแต่ละหน่วยมีจำนวนคนไม่เท่ากัน แบ่งเป็นอำเภอละประมาณ 10 คน ทำให้จำนวนคนไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ไฟไหม้ สะท้อนให้เห็นถึงการขาดแคลนแรงงานเหมือนกับพยาบาล

'พิธา' ลงพื้นที่เชียงใหม่ ลุยดับไฟป่า ชี้ขาดแคลนอุปกรณ์-แรงงาน

ด้าน สมบัติ บุญงามอนงค์ ตัวแทนดับไฟป่าของมูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า หน่วยของตนเองประจำอยู่ที่จังหวัดเชียงรายแต่ช่วงนี้ไม่มีสถานการณ์ไฟป่า จึงมาช่วยที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50 คน

ขณะที่ ณัฐพล สิงห์เถื่อน หัวหน้าศูนย์อาสาสมัคร รับผิดชอบกรณีไฟป่า มูลนิธิกระจกเงา ได้เล่าถึงแผนงานปฏิบัติงานประจำวันว่า ใกล้ฐานที่ตั้งมีบริเวณไหนเกิดสถานการณ์ไฟป่าบ้าง หลังจากนั้นก็จะทำการบินโดรนเพื่อสำรวจ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการวัดจุดฮอตสปอตของจังหวัด โดยจะดูความเป็นจริงว่าทิศทางไฟจะไปทางใด ทั้งนี้ จุดฮอตสปอตจะเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 02:00 น. แต่เมื่อถึงช่วงเช้าไฟก็จะลุกลาม

ดังนั้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เพราะจุดฮอตสปอตไม่ใช่ข้อมูลเรียวไทม์จึงจำเป็นต้องมีการบินโดรนสำรวจไฟลามไปถึงจุดไหนแล้ว ขณะเดียวกัน ฐานปฏิบัติการนี้ ต้องยอมรับว่ามีเครื่องบินโดรนน้อยมากในการสำรวจจุดกำเนิดไฟ และเมื่อทราบจุดไฟไหม้ที่ชัดเจนแล้วก็ จะแบ่งทีมไปจุดนั้น โดยจะใช้ภาพโดรนของมูลนิธิกระจกเงาประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น

“หน่วยงานรัฐยังขาดแคลนอุปกรณ์ เช่นโดรนบินสำรวจซึ่งปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้ซื้อมาใช้เองแต่ไม่ใช่โดนความร้อนใช้เพื่อดูแนวไฟซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐเห็นความจำเป็นของการใช้โดรนเพื่อดูแนวของไฟ เพื่อปฏิบัติภารกิจในการดับไฟป่า เป็นต้น ห้าปีที่ผ่านมาเราเป็นเหมือนทีมดับไฟแทนเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เป้าหมายของเราคือเราจะศึกษาพฤติกรรมการดับไฟเทคโนโลยีการใช้เครื่องมือต่างๆและเชื่อมโยงกับภาครัฐและสิ่งที่เราเห็นข้อจำกัดของภาครัฐมีเราอยากให้ภาครัฐใช้ในสิ่งที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน” ณัฐพลกล่าว

อย่างไรก็ตาม พบว่าการเกิดไฟป่าเกิดจากมนุษย์ และส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ของอุทยานและป่าไม้ ที่ไม่ใช่ในพื้นที่ทางการเกษตรอย่างที่รัฐบาลเข้าใจ

'พิธา' ลงพื้นที่เชียงใหม่ ลุยดับไฟป่า ชี้ขาดแคลนอุปกรณ์-แรงงาน

สำหรับ ‘พิธา’ ได้กล่าวสรุปว่ามูลนิธิกระจกเงาต้องการที่จะใช้ความร่วมมือและเทคโนโลยีเพื่อที่จะเข้าใจพฤติกรรมไฟและเข้าไปถึงให้เร็วที่สุดและได้รับรู้การใช้จำนวนคนที่จะเข้าไปช่วยดับไฟให้ได้มากที่สุด

จากนั้นพิธา พร้อมด้วยเหยี่ยวไฟและอาสาสมัครฯได้เดินทางไปปฏิบัติการดับไฟไหม้ป่าจริงที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ทันที โดยได้มีการเตรียมตัว ทั้งหมวก หน้ากาก อาหารพร้อมน้ำดื่มเข้าไปด้วย เพราะอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการเดินเข้าไปในพื้นที่

‘ทักษิณ’ ไร้เฝือกคอกินข้าวเช้าที่เชียงใหม่ ‘เศรษฐา’ ยันไม่มีขอคำปรึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570968

16 มี.ค. 2567

10:45 น.

'ทักษิณ' ไร้เฝือกคอกินข้าวเช้าที่เชียงใหม่ 'เศรษฐา' ยันไม่มีขอคำปรึกษา

‘ทักษิณ’ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้สวมเฝือกคอ พร้อมครอบครัวกินอาหารเช้า ที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนเดินทางกลับ

‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กลับบ้านจังหวัดเชียงใหม่เป็นครั้งแรกหลังได้รับการทำโทษ พร้อมด้วยครอบครัวเดินทางไปรับประทานอาหารเช้าที่ร้านคาเฟ่ เดอ โอเอซิส ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นการเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ในวันสุดท้าย ก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในช่วงบ่าย ซึ่งในวันนี้ 16 มี.ค. 67  ‘ทักษิณ’ นั่งมาในรถยนต์ตู้เล็กซัส ทะเบียน 2 ขษ 7681 

โดย ‘ทักษิณ’ ที่สวมใส่แมสและแว่นดำ แต่ไม่ได้สวมปลอกคอ เดินลงจากรถ ทักทายผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดี ซึ่งเมื่อถามถึงอาการเจ็บหลังว่าเป็นอย่างไรบ้าง นายทักษิณ บอกว่า ดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังคงต้องพ่นสเปรย์ยาบรรเทาปวด ส่วนงานเลี้ยงเมื่อคืนที่ผ่านมาอาหารอร่อยและหลากหลายดี รวมทั้งดีใจที่ได้เจอคนเก่าคนแก่ที่ไม่ได้เจอกันมานาน 17 ปี

ส่วน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ร่วมงานเลี้ยงด้วยได้ขอคำปรึกษาใด ๆ หรือไม่นั้น ‘ทักษิณ’บอกว่า ไม่มีการขอคำปรึกษา เพราะเศรษฐา มีเวลาน้อย และต้องไปประชุมเรื่องแก้ปัญหาฝุ่นควันไฟป่าต่อ จึงได้แต่เพียงบอกไปว่า อย่าประชุมเกินเที่ยงคืนนะ ไม่เช่นนั้นลูกน้องจะขอโอที ซึ่งเมื่อตอบคำถามแล้ว ทักษิณ ได้เดินเข้าร้านไป

'ทักษิณ' ไร้เฝือกคอกินข้าวเช้าที่เชียงใหม่ 'เศรษฐา' ยันไม่มีขอคำปรึกษา

ทั้งนี้ ‘ทักษิณ’ ยังมีการเปิดเผยระบุว่าอาการปวดหลังที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ วันที่ 15 มี.ค. ว่ามีอาการดีขึ้นมาก แต่ยังต้องพ่นสเปรย์แก้ปวดตลอด

3 นายกฯ รวมตัว มื้อค่ำบ้านกรีนวัลเล่ย์ แกนนำเพื่อไทย – พปชร. ร่วมงานพรึบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570949

15 มี.ค. 2567

19:38 น.

3 นายกฯ รวมตัว มื้อค่ำบ้านกรีนวัลเล่ย์ แกนนำเพื่อไทย – พปชร. ร่วมงานพรึบ

3 นายกฯ รวมตัว มื้อค่ำบ้านกรีนวัลเล่ย์ แกนนำเพื่อไทย – พปชร. ร่วมงานพรึบ ขึ้นป้ายต้อนรับ “หมู่เฮาดีใจ๋ ท่านนายกฯทักษิณ ปิ๊กเจียงใหม่บ้านเฮา”

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี  – นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภริยา เปิดบ้านสนามกอล์ฟซัมมิท กรีนวัลเล่ย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีญาติสนิท บุคคลใกล้ชิด รวมถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง มาร่วมงานเลี้ยงด้วย โดยมีภารกิจที่จังหวัดเชียงใหม่วันที่ 15-17 มีนาคมนี้ และประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดพะเยา วันที่ 18-19 มีนาคม

จากภาพ นายเศรษฐา นั่งติดกับนายทักษิณ และนายสมชาย จนปรากฎเป็นภาพ 3 นายกฯ โดยนายทักษิณ นายสมชาย เป็นอดีตนายกฯ และนายเศรษฐาเป็นนายกฯ ปัจจุบัน

3 นายกฯ รวมตัว มื้อค่ำบ้านกรีนวัลเล่ย์ แกนนำเพื่อไทย – พปชร. ร่วมงานพรึบ

ในงานเลี้ยง มีรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย สส. และ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย มาร่วมด้วย อาทิ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ , นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.กระทรวงการคลัง, นายเกรียง กัลป์ตินันท์  รมช.กระทรวงมหาดไทย, นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.กระทรวงการทางต่างประเทศ, นายไชยา พรหมา รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ, นายวรวัจน์  เอื้อภิญญากุล สส.แพร่, นายเอกธนัช อินทร์รอด สส.หนองคาย, นางสาวชนก จันทาทอง สส.หนองคาย, นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต สส. อุบลราชธานี, นายรังสรรค์ มณีรัตน์ อดีต สส.ลำพูน

3 นายกฯ รวมตัว มื้อค่ำบ้านกรีนวัลเล่ย์ แกนนำเพื่อไทย – พปชร. ร่วมงานพรึบ

วมถึง ร.อ.เอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึง สส.พรรคพลังประชารัฐ กลุ่มของร้อยเอกธรรมนัส อาทิ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ, นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร, นายจีรเดช ศรีวิราช สส.พะเยาและนายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เป็นต้น

3 นายกฯ รวมตัว มื้อค่ำบ้านกรีนวัลเล่ย์ แกนนำเพื่อไทย – พปชร. ร่วมงานพรึบ

งานเลี้ยงมีการจัดซุ้มอาหารนานาชนิด ไว้ที่สนามหญ้าข้างบ้าน มีจัดเวที พร้อมขึ้นป้ายขนาดขนาดใหญ่เป็นรูปของนายทักษิณพร้อมข้อความว่า “หมู่เฮาดีใจ๋ ท่านนายกฯทักษิณ ปิ๊กเจียงใหม่บ้านเฮา” พร้อมวงดนตรีล้านนา

งานเลี้ยงมีการจัดซุ้มอาหารนานาชนิด ไว้ที่สนามหญ้าข้างบ้าน มีจัดเวที พร้อมขึ้นป้ายขนาดขนาดใหญ่เป็นรูปของนายทักษิณพร้อมข้อความว่า “หมู่เฮาดีใจ๋ ท่านนายกฯทักษิณ ปิ๊กเจียงใหม่บ้านเฮา” พร้อมวงดนตรีล้านนา

ฝุ่นวิกฤตเชียงใหม่ ‘ไชยา’ รมช.กษ ระดม ‘ทำฝนหลวง’ หลังค่าฝุ่นขึ้นที่ 1 ของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570946

15 มี.ค. 2567

19:10 น.

ฝุ่นวิกฤตเชียงใหม่ 'ไชยา' รมช.กษ ระดม 'ทำฝนหลวง' หลังค่าฝุ่นขึ้นที่ 1 ของโลก

‘ไชยา พรหมมา’ รมช.กษ สั่งระดมเครื่องบิน“ทำฝนหลวง“ โปรยน้ำ-น้ำแข็งแห้ง บรรเทาปัญหา หลังค่าฝุ่นขึ้นที่ 1 ของโลก  

ไชยา พรหมมา รมช.กษไชยา พรหมมา รมช.กษ

วันที่ 15 มีนาคม 2567 ดร.ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดตามการปฏิบัติการฝนหลวงพื้นที่ภาคเหนือ ณ ห้องประชุมหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ พร้อมเปิดเผยว่า ตามที่สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ภาคเหนือยังอยู่ในระดับเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) ถึงระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง)  

ฝุ่นวิกฤตเชียงใหม่ 'ไชยา' รมช.กษ ระดม 'ทำฝนหลวง' หลังค่าฝุ่นขึ้นที่ 1 ของโลก

พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการฝนหลวงเชิงรุกอย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ดำเนินการตามแผนเร็วกว่ากำหนด ปรับแผนการปฏิบัติภารกิจ ใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ ชนิด CN จำนวน 2 ลำ เครื่องบินขนาดกลาง ชนิด CASA จำนวน 3 ลำ เครื่องบินชนิด Super King Air จำนวน 1 ลำ ในภารกิจดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก บรรเทาปัญหาไฟป่า และบรรเทาปัญหาภัยแล้ง 

ดร.ไชยากล่าวว่า ในฐานะ รมช.ที่กำกับดูแล กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้วางแผนติดตามสภาพอากาศป้องกันและบรรเทาปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่  โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ และเห็นได้ว่าปัจจุบันค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ของจังหวัดเชียงใหม่ที่พุ่งขึ้นอันดับ 1 ของโลก ส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้มาท่องเที่ยว ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจในอนาคต  ซึ่งวันนี้ตนจะขึ้นเครื่องบินร่วมสังเกตการณ์ การบินปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศโดยเครื่องบินชนิด CN บรรจุน้ำ 1,500 ลิตร สเปรย์น้ำที่ระดับความสูง 9,500 ฟุต บินวนแบบก้นหอย รัศมีการบิน 5-7 NM หรือประมาณ 12.6 กิโลเมตร บริเวณ อ.ดอยสะเก็ด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เพื่อช่วยบรรเทาค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการใช้เทคนิคพิเศษที่เรียกว่า “เทคนิคลดอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศผกผันด้วยการโปรยน้ำและโปรยน้ำแข็งแห้ง” เพื่อเจาะช่องบรรยากาศให้สามารถระบายฝุ่นละอองขึ้นต่อไป นอกจากนั้น ยังได้สั่งการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ต้องการน้ำสำหรับการเริ่มเพาะปลูก พร้อมให้การสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ในภารกิจดับไฟป่าบริเวณพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ฝุ่นวิกฤตเชียงใหม่ 'ไชยา' รมช.กษ ระดม 'ทำฝนหลวง' หลังค่าฝุ่นขึ้นที่ 1 ของโลก

ทั้งนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง รวมจำนวน 5 หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ แพร่ จันทบุรี กาญจนบุรี และสงขลา ระหว่างวันที่ 8 ม.ค. – 11 มี.ค. 2567 ใช้เทคนิคดัดแปรสภาพอากาศ จำนวน 51 วัน 148 เที่ยวบิน ช่วยเหลือ 15 จังหวัดภาคเหนือ ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กมีแนวโน้มลดลง ซึ่งจากข้อมูลตรวจวัดฝุ่นละอองในอากาศโดยเครื่องบิน Super King Air การใช้เทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผัน สามารถช่วยระบายฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 3 ไมครอน ได้ประมาณ 40-50% เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่ไม่ได้ปฏิบัติการ

‘พิธา – ทักษิณ – เศรษฐา’ วัดเรตติ้งพร้อมกันที่เชียงใหม่ 16 – 17 มี.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570934

15 มี.ค. 2567

17:11 น.

‘พิธา - ทักษิณ - เศรษฐา’ วัดเรตติ้งพร้อมกันที่เชียงใหม่ 16 – 17 มี.ค.นี้

16 มีนาคมนี้ ‘พิธา – ทักษิณ – เศรษฐา’ บุกเชียงใหม่วัดเรตติ้งพร้อมกัน รอดูแฟนคลับแห่ต้อนรับ วัดเสียงการเมืองคนรุ่นเก่า – คนรุ่นใหม่ ใครนายกฯ ตัวจริง

วันที่ 16 มีนาคมนี้ จะมีผู้นำทางการเมืองเดินสายในจังหวัดเชียงใหม่พร้อมกันถึง 3 คน เริ่มที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล จากเดิมมีกำหนดการไป จ.เชียงราย เปลี่ยนกำหนดการไปร่วมารกิจดับไฟป่า แก้ฝุ่นควันพิษกับทีมพรรคก้าวไกลที่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 16 – 17 มีนาคมนี้
 

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ จะอยู่เชียงใหม่เป็นวันที่ 16 มีนาคมนี้ เป็นวันสุดท้าย ไปไนท์ซาฟารี อ.หางดง ช่วงเช้า ทานอาหารเที่ยงแล้วกลับกรุงเทพมหานคร คาดว่ามีแกนนำพรรคเพื่อไทย นักการเมือง และคนเสื้อแดงคอยต้องรับเหมือนสองวันที่ผ่านมา


ส่วนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง ได้พบกับนายทักษิณที่งานเลี้ยงบ้านกรีนวัลเล่ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 15 มีนาคมแล้ว และวันที่ 16 มีนาคม ก็จะแยกไปดูโครงการส่งน้ำและติดตามการแก้ปัญหาไฟป่าที่ อ.แม่แตง ช่วงบ่ายร่วมงานดนตรีและประธานเปิดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มชาติพันธุ์ที่ อ.เมืองเชียงใหม่ และวันที่ 17 มีนาคม มีภารกิจพบปะประชาชนที่บ้านดอน อ.ป่าซาง อ.ลำพูน ติดตามการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวคลองแม่ข่า อ.เมืองเชียงใหม่ และมีภารกิจประชุม ครม. สัญจรที่ จ.พะเยา ระหว่างวันที่ 18 – 19 มีนาคมนี้

‘ทักษิณ’ ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก เผยพบ ‘เศรษฐา’ เย็นนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570915

15 มี.ค. 2567

14:20 น.

‘ทักษิณ’ ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก เผยพบ ‘เศรษฐา’ เย็นนี้

‘ทักษิณ’ ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก เผยพบ ‘เศรษฐา’ เย็นนี้ เป็นห่วงปัญหาเชียงใหม่แล้ง เสนอทำฝายแม้ว ปัญหาฝุ่น นายกฯ เสนอว่า ให้งดนำเข้าข้าวโพด จนกว่าจะทำตามมาตรการ

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ พร้อมครอบครัวตระกูลชินวัตร เดินทางไปสักการะสุสานบรรพบุรุษตระกูลชินวัตร และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ซึ่งถือเป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังจากกลับเข้าประเทศไทย ด้วยภาษาเหนือว่า

ความสุขมันอยู่ที่ครอบครัว คนทุกคน ถ้าวางตัวเข้าใจโลกดี Happiness is at home ที่อื่นอาจจะเป็นสิ่งสมมุติแต่สิ่งที่แน่นอนคือ Happiness is at home ส่วนที่คนมองว่าหน้าตาสดชื่น แจ่มใส ยิ้มแย้ม เพราะกำลังใจดี แต่ไม่ใช่แรงบันดาลใจ เป็นใจบันดาลแรง

ส่วนอาการที่หลังวันนี้ กล้ามเนื้อมันสะดุ้งมันเป็นอยู่แล้ว นานๆ มันผิดจังหวะมันก็ขึ้นมา พอดีมันมีอาการเมื่อคืนนิดนึง แล้วคราวนี้นึกว่าไม่เป็นไร แล้ววันนี้ก็มาสะดุ้งอีกรอบ แต่ว่าเฝือกที่คาดไม่มีเข็มขัดนะไม่ได้ชกมวย ส่วนเฝือกที่คอก็ตามอายุ มันเสื่อมมันก็ต้องคอยดูไว้ ถ้าไม่ระวังมันก็กดประสาท ถอดๆ ใส่ๆ ได้แล้วแต่อาการ

สำหรับอาหารการกิน มาเชียงใหม่ก็ได้กินทุกอย่าง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็กินประจำ แต่มาที่นี่มันอร่อยกว่า ต้องไปที่มันไม่มีแอร์ เหนื่อยเหงื่อออกไปด้วยอร่อย ส่วนที่ไปตลาดวโรรส มีคนออกมาต้อนรับเยอะแยะ ก็ดีใจที่ประชาชนยังไม่ลืมคนแก่คนหนึ่ง

“พยายามกลับมาอยู่กับครอบครัวจิตใจมันก็อิ่มไม่เหมือนอยู่โรงพยาบาลตำรวจ จิตใจมันห่อเหี่ยวนิดหน่อย มันก็เลยลำบากหน่อย วัยนี้คือวัยรักลูก หลงหลาน” นายทักษิณ กล่าว

‘ทักษิณ’ ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก เผยพบ ‘เศรษฐา’ เย็นนี้

ส่วนคิดถึงอะไรที่สุดในเชียงใหม่ ก็ภาพรวมทั้งหมดที่เราเคยเติบโตมา เล่าให้ลูกฟังตามประสาคนแก่ตอนเด็กอายุ 12-13 ปี ไม่มีของเล่น ก็ขี่จักรยานมาถ้ำเมืองออน สมัยก่อนชื่อถ้ำขี้นก ถนนยังไม่มี บางช่วงต้องแบกจักรยานข้ามทุ่งนา ซื้อข้าวมาจากในสันกำแพงมากินที่ถ้ำ ถ้ำเวลาจะลงสมัยก่อน ต้องใช้บันไดไม้

ส่วนบ้านเมืองเชียงใหม่ ก็ดูมีการกระจายตัวของเมืองมากขึ้น แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือความแห้งแล้ง เพราะมันเหลืองไปหมด อยากให้ย้อนกลับไปแบบคนเดิมๆ เขาทำกันคือทำฝายแม้ว ตรงทางลาดทำเหมือนกักน้ำเป็นขั้นบันได เพื่อให้มีความชุ่มชื้น ภูเขามีความชุ่มชื้นมันก็จะเขียว และจะมีน้ำเป็นวัฏจักร อย่างที่ดูไบเป็นทะเลทราย เขาแข่งความร่ำรวยตรงที่บ้านใครมีต้นไม้เยอะกว่ากัน เพราะเมื่อเขียวมันก็มีฝน เดี๋ยวนี้ดูไบเขาฝนตกน้ำท่วมไม่มีท่อระบายน้ำ เพราะไม่คิดว่าจะมีน้ำ ส่วนบ้านเราท่อระบายน้ำเต็มไปหมด แต่ไม่มีน้ำให้ระบาย แห้งแล้ง วันนี้เราต้องเพิ่มต้นไม้เพิ่มความเขียวเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่งั้นเราเห็นมันแห้งแล้ง ใจมันก็เหี่ยวตาม เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ในสภาพที่มันให้แล้ง มันก็จะเหี่ยวตาม ใจสำคัญที่สุด อาจจะเพราะแก่แล้วเลยพูดถึงใจบ่อย

‘ทักษิณ’ ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก เผยพบ ‘เศรษฐา’ เย็นนี้

ส่วนปัญหาเรื่องฝุ่น ปัญหาคือวันนี้มี 2 ส่วน ส่วนในประเทศคือเกษตรกร ต้นทุนสูงกำไรน้อยอยู่แล้ว พอหมดฤดูกาลแทนที่จะไป ใช้กลบหรือเอาหญ้าม้วน เขาไม่มีเครื่องมือก็เลยเผาเพราะมันง่ายดี เขารู้ว่าเผาแล้วมันไม่ดีแต่เขาไม่มีทางเลือก ดังนั้นทางราชการต้องเข้าไปดู ช่วยไถกลบยังไง ส่วนอีกที่หนึ่งคือต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เมืองไทยเราไปปลูกข้าวโพดทางฝั่งนู้นเยอะ นายกรัฐมนตรีเขาเลยมีความคิดว่าอยากห้ามนำเข้าข้าวโพด ทั้งหมดจนกว่าเหตุการณ์จะดีขึ้น จะได้ไปปรับตัวกันเอง ถ้ายังเผาอยู่อย่างนี้มันก็ไม่จบ ท่านนายกฯ เลยบอกว่า ผมว่าควรจะห้ามนำเข้านะครับ ถ้าห้ามนำเข้าทั้งหมดเลยก็เป็นเรื่องที่ดี จนกว่าเขาจะเลิกเผาแล้วค่อยนำเข้าใหม่

ส่วนนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน น่าจะเจอกันคืนนี้ ทานข้าวที่บ้านคุณแดง ท่านสมชายเชิญ ท่านสมชายเป็นเจ้าภาพ ในฐานะนายกรัฐมนตรีในอดีต ก็มีหน้าที่ให้กำลังใจนายกฯ คนปัจจุบัน ถามอะไรที่เราพอมีความรู้เราก็ตอบ

ส่วนที่คนมองว่านางสาวแพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีความแข็งแกร่งในสนามการเมือง นายทักษิณ บอกว่า ผมเป็นคนที่ไม่บังคับลูก ตามใจตลอดเดี๋ยวนี้ยังไม่เลิกตามใจเลย เพราะฉะนั้นต้องแล้วแต่ใจ ผมตามใจอย่างเดียว

‘นายกฯ’ รับ ช่วยดูลดดอกเบี้ย หนี้ข้าราชการ – กยศ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570907

15 มี.ค. 2567

13:25 น.

‘นายกฯ’ รับ ช่วยดูลดดอกเบี้ย หนี้ข้าราชการ – กยศ.

นายกฯ ประชุมติดตามความคืบหน้าปัญหาหนี้สินข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานรัฐ เรียกร้องขอลดดอกเบี้ย คืบหน้าดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 จะแถลงถายหลัง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง เป็นประธานแถลงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สินเงินกู้แก่บุคลากรของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ โดยมีผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานของรัฐ 11 หน่วยงานร่วมแถลง ซึ่งส่วนใหญ่อยากให้ลดดอกเบี้ย โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถ้าลดดอกเบี้ยมันจะช่วยลดรายจ่ายส่วนหนึ่ง อย่างที่บอกถ้าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ลด อย่างน้อยหน่วยงานเหล่านี้ก็มีจิตใต้สำนึกที่ดีที่มีการลดดอกเบี้ย ผมขอขอบคุณ เพราะการทำงานเหล่านี้ต้องทำด้วยใจจริงๆ เชื่อว่าผู้บัญชาการเหล่าทัพและเจ้าหน้าที่ระดับสูงก็เห็นความลำบากของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเรื่องภาระหนี้สินหรืออะไรต่างๆ เหมือนที่ผมแถลงในที่ประชุมว่า มันเป็นสารตั้งต้นของหายนะของประเทศด้วย ต้องช่วยกันไปก่อนตอนนี้

ส่วนของหนี้ กยศ. ที่มีปัญหาผิดนัดชำระ ดอกเบี้ยจึงเพิ่มเป็นร้อยละ 18 มีการอยากให้ลดในส่วนนี้เป็นร้อยละ 0.5 เท่าเดิม นายเศรษฐา กล่าวว่า เดี๋ยวจะลองช่วยดู เพราะเราตระหนักดีถึงความเดือดร้อนของประชาชน ยืนยันจะช่วยดูให้อย่างเต็มที่เท่าที่เราสามารถทำได้

สำหรับความคืบหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท หลังครบกำหนด 30 วัน ที่ให้คณะกรรมการไปรวบรวมข้อเท็จจริง นายกรัฐมนตรี บอกว่า เดี๋ยวจะมีการพูดคุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.กระทรวงการคลัง อยู่แล้ว รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบ

’ทักษิณ‘ ใส่เฝือกดามหลัง ขึ้นดอยสุเทพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570898

15 มี.ค. 2567

11:04 น.

’ทักษิณ‘ ใส่เฝือกดามหลัง ขึ้นดอยสุเทพ

’ทักษิณ‘ ใส่เฝือกดามหลัง สักการะครูบาศรีวิชัย – บวงสรวงพระธาตุดอยสุเทพ ดูแผนพัฒนาดอยสุเทพ อารมณ์ดี บอกสื่อเกิดปางพระนอน แต่ไม่ค่อยได้นอน ทำแต่งาน

ภารกิจวันที่ 2 ของนายทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้านจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างการพักโทษ โดยนายทักษิณสวมเสื้อเชิ๊ตสีขาว หน้ากากอนามัย ยังคงสวมเฝือกอ่อนที่คอ มีพยาบาลยืนประกบเช่นเดิม เดินทางมาพร้อมกับลูกและหลานๆ ประกอบด้วย นายพานทองแท้ , นางสาวพินทองทา , นางสาวแพทองธาร  ชินวัตร พร้อมครอบครัว  เดินทางสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดเชียงใหม่  ทั้งนี้นอกจากครอบครัวชินวัตรแล้ว นายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์  อดีตนายกรัฐมนตรี  , นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์  ร่วมเดินทางมาด้วย

เวลา 08.28 น. สักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ถนนห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อความเป็นศิริมงคล โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช , นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ , นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ และพล.ต.อ.สุรเชษฐ หักพาล รองผบ.ตร. รวมถึงคนเสื้อแดงถือป้าย “อีสาน รักมั่นไม่เปลี่ยนแปลง” และคนในพื้นที่ รอให้การต้อนรับ 

ทันทีที่นายทักษิณ มาถึง กล่าวทักทายคนเสื้อแดงที่มารอให้การต้อนรับ โดยเอ่ยชื่อทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมกันนี้มีพระสงฆ์ในพื้นที่มอบพระรอดลำพูนให้แก่ นายทักษิณ และให้พรว่า “ขอให้อายุมั่นขวัญยืน อยู่รอดปลอดภัย และอยู่ไปนานๆ ไม่แก่ไม่เฒ่า“ นอกจากนี้ยังมีบรรดาแฟนคลับกล่าวกับนายทักษิณ ว่า ”ท่านยังเหมือนเดิม“ นายทักษิณ ตอบกลับว่า ”75 ปีแล้ว“ 

จากนั้น นายอรรถพล ได้นำแผนการพัฒนาพื้นที่ดอยสุเทพ มาเล่าให้นายทักษิณฟัง โดยนายทักษิณ ได้สอบถามเรื่องแหล่งน้ำธรรมชาติว่าจะสามารถนำน้ำมาใช้ได้จากไหน นอกจากนี้นายทักษิณ ยังได้กล่าวชื่นชมนายอรรถพล อธิบดีกรมอุทยานฯ ว่า “อธิบดี ดีนะ ผมดูในข่าวอยู่ตลอด“ 

จากนั้นเวลา 09.00 น. นายทักษิณ พร้อมครอบครัว เดินทางขึ้นไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด 10 จุด โดยเริ่มที่สักการะท้าวเวสสุวรรณ ก่อนทำพิธีบวงสรวงพระธาตุ รวมทั้งได้ทำพิธีห่มผ้าพระธาตุ โดยจังหวะหนึ่งระหว่างเดินห่มผ้าพระธาตุนายทักษิณได้หันไปบอกนางสาวแพรทองธาร ว่ามีอาการเจ็บหลัง ทำให้พยาบาลและคณะทำงานต้องรีบเตรียมเฝือกอ่อน สำหรับอุปกรณ์พยุงหลังหรือ เฝือกดามหลังทันที แต่อย่างไรก็ตามนายทักษิณยังคงมีอารมณ์ดีใจ โดยช่วงหนึ่งกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “วันเกิดของผมคือปางพระนอนแต่ไม่ค่อยได้นอนทำแต่งาน และเมื่อสักครู่เดินขึ้นมาช่วงหนึ่งรู้เลยว่าเข้าสู่วัยสาวแล้ว สาวราวบันได“

จากนั้น  อดีตนายกรัฐมนตรี ประกอบพิธีพิธีเปิดกรวยถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนกราบพระประธานในพระอุโบสถ  ซึ่งจุดนี้เห็นได้ชัดเจนว่านายทักษิณมีอาการบาดเจ็บที่หลังมากขึ้น โดยพยาบาลได้นำเฝือกอ่อนมาดามที่หลัง ซึ่งในจุดนี้นายทักษิณ ไม่สามารถนั่งกราบพระได้จนน.ส.แพรทองธารต้องเข้ามาพยุง

ทั้งนี้ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ นางพวงเพ็ชร  ชุนละเอียด  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  มาด้วยเนื่องจากมีภารกิจลงพื้นที่มาติดตามการแก้ปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดินของวัดตั้วแต่เมื่อวานนี้

‘สมศักดิ์’ ถก กมธ.กระจายอำนาจ ห่วงปัญหาจัดงบประมาณ สร้างรายได้ไม่เข้าเป้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570876

14 มี.ค. 2567

20:37 น.

'สมศักดิ์' ถก กมธ.กระจายอำนาจ ห่วงปัญหาจัดงบประมาณ สร้างรายได้ไม่เข้าเป้า

‘สมศักดิ์’ ประชุม กมธ.กระจายอำนาจ ยอมรับการจัดงบประมาณมีปัญหาพอสมควร สร้างรายได้ไม่ถึง 35% กำลังเดินหน้าร่างแผนฉบับที่ 3 หวังถ่ายโอนภารกิจต่อเนื่อง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายด้านการกระจายอำนาจของรัฐบาล กับ คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายบุญแก้ว สมวงศ์ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ ที่ อาคารรัฐสภา 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ตนได้มารับฟังปัญหาเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ เพื่อจะได้ช่วยขับเคลื่อนและผลักดันอย่างเต็มที่ เพราะที่ผ่านมา ความห่วงหรอกว่าการกระจัดอํานาจ มีปัญหาอยู่พอสมควร รวมถึงแผนการกระจายอำนาจฉบับ ที่ 2 ก็หมดอายุไปแล้วถึง 12 ปี

จึงเร่งเดินหน้าร่างแผนฉบับที่ 3 เพื่อให้การกระจายอำนาจ และถ่ายโอนภารกิจ เป็นไปด้วยความต่อเนื่อง และเป็นประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ส่วนในแผนฉบับที่ 3 จะมีการกระจายอำนาจอะไรบ้าง ก็ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน 

'สมศักดิ์' ถก กมธ.กระจายอำนาจ ห่วงปัญหาจัดงบประมาณ สร้างรายได้ไม่เข้าเป้า
'สมศักดิ์' ถก กมธ.กระจายอำนาจ ห่วงปัญหาจัดงบประมาณ สร้างรายได้ไม่เข้าเป้า

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การหารือ กมธ. ยังมีความเป็นห่วงเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้กับท้องถิ่น เพราะยังไม่สามารถทำตามเป้าหมายที่ให้รายได้ไปถึงท้องถิ่นอยู่ที่ ร้อยละ 35

จึงอยากให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหา ซึ่งคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ ก็ได้ชี้แจงว่า มีแนวทางส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มมากขึ้น พร้อมยืนยันว่า แผนกระจายอำนาจ ฉบับที่ 3 จะเป็นรูปแบบ งานไป คนไป ตำแหน่งไป และคนสมัครใจ ส่วนรายได้ท้องถิ่น จะแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ 1.อปท.จัดเก็บเอง ร้อยละ 10 , 2.รัฐจัดเก็บให้ ร้อยละ 30, 3.รัฐแบ่งให้ ร้อยละ 20, และ 4.เงินอุดหนุน ร้อยละ 40 ทำให้มีการตั้งเป้าร้อยละ 35 แต่ในปี 2567 ได้ร้อยละ 29.06 โดยถึงแม้สัดส่วนจะไปไม่ถึงเป้าหมาย แต่ก็มีการเพิ่มงบอุดหนุนให้

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มมากขึ้น คณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ ได้มีแนวคิด 1.มีการเอ็มโอยูระหว่างท้องถิ่น กับ กรมขนส่งทางบก เพื่อจัดเก็บภาษีรถ ซึ่งจากนำร่อง 2 แห่ง กระบี่ สงขลา ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้มีแนวโน้มขยายอีกหลายพื้นที่ 2.จัดเก็บค่าน้ำบาดาล และ 3.จัดเก็บภาษีการใช้สนามบิน โดยสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาล มีความตั้งใจแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมา ตนก็ได้ช่วยแก้ปัญหา ทั้งการถ่ายโอน รพ.สต. การกระจายอำนาจ ให้ อปท.ช่วยแก้ปัญหาไฟป่า-PM 2.5 และสัตว์ป่า ส่วนจากนี้ ตนก็กำลังผลักดันส่งเสริมการเลี้ยงโค ก็จะช่วยทำให้ท้องถิ่นสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น และจะใกล้เคียงเป้าหมายได้ 

'สมศักดิ์' ถก กมธ.กระจายอำนาจ ห่วงปัญหาจัดงบประมาณ สร้างรายได้ไม่เข้าเป้า

ประมวลภาพ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ วันแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570860

14 มี.ค. 2567

17:19 น.

ประมวลภาพ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ วันแรก

ประมวลภาพ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกฯ ที่อยู่ระหว่างพักโทษ กลับเชียงใหม่ครั้งแรกในรอบ 17 ปี นักการเมือง – คนเสื้อแดง แห่รอรับ สวมฟอร์มนายกฯ ลงพื้นที่ดูชลประทานคลองแม่ข่า

ภาพ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ เดินทางกลับบ้านเกิด จ.เชียงใหม่ ในรอบ 17 ปี พร้อมครอบครัว ‘แพทองธาร ชินวัตร’ ลูกสาวและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ‘เจ๊แดงเยาวภา – สมชาย วงสวัสดิ์’ เอารถมารับถึงสนามบิน แม้กระทั่ง ‘บิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล’ รอง ผบ.ตร. ฝ่ามรสุมคดี มารอรับถึงสนามบิน

โดยเฉพาะ ‘ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า’ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นำทีมมารอรับพาทัวร์อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จนถึงดูงานชลประทานคลองแม่ข่า ประกบคู่ ‘ทักษิณ’ ไม่ห่างตลอดทั้งวัน

ประมวลภาพ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ วันแรก
ประมวลภาพ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ วันแรก
ประมวลภาพ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ วันแรก
ประมวลภาพ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ วันแรก
ประมวลภาพ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ วันแรก
ประมวลภาพ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ วันแรก
ประมวลภาพ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ วันแรก
ประมวลภาพ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ วันแรก
ประมวลภาพ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ วันแรก