‘เศรษฐา’ ย้ำ คดีบิ๊กโจ๊ก ยึดตามกฎหมาย – ไม่มีช่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571040

17 มี.ค. 2567

19:33 น.

‘เศรษฐา’ ย้ำ คดีบิ๊กโจ๊ก ยึดตามกฎหมาย - ไม่มีช่วย

นายกฯ​ ยืนยันคดี ‘บิ๊กโจ๊ก‘ ยึดตามกฎหมาย ไม่มีช่วย ถูกหมายเรียก ยังไม่ออกหมายจับ ปฎิบัติหน้าที่ต่อได้ ผบ.ตร.ทราบอยู่แล้วควรดำเนินการอย่างไร

นายเศรษฐา​ ทวีสิน​ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์​ หักพาล​ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถูกออกหมายเรียกว่า​ จะต้องว่าไปตามกฎหมาย เพราะปัจจุบัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์​ ถูกออกหมายเรียก ยังไม่ถูกหมายจับ จึงยังปฏิบัติหน้าที่ได้ และระหว่างนี้ ก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม และก็ต้องให้ความยุติธรรมกับพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์​ด้วย 

นายกรัฐมนตรี ยังยอมรับว่า วันนี้ (17 มี.ค.) ตนได้พบกับพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ และทักทายว่า แต่งตัวผิดหูผิดตา หล่อจนจำแทบไม่ได้​ ซึ่งเป็นชุดนอกเครื่องแบบ และสวมหมวก

ส่วนจำเป็นจะต้องให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์​ สุขวิมล​ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกคำสั่งให้พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์​ หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี​ ระบุว่า ไม่ เพราะเชื่อว่า ผบ.ตร.​ทราบอยู่แล้วว่า ควรทำอย่างไร เพราะ ผบ.ตร.ทราบกระบวนการทางกฎหมาย และขณะนี้ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และฝ่ายตำรวจ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องแล้ว

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นถูกตั้งคำถามการมาพบนักการเมืองระดับสูง เพื่ออาจเป็นการขอให้ช่วยเหลือหรือไม่ โดยย้ำว่า ไม่มี พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการพูดถึงคดีของใครทั้งสิ้น รวมถึงพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ก็ทราบว่า ตนเองเป็นคนอย่างไร เพราะเรื่องพวกนี้ ตนไม่ยุ่งอยู่แล้ว และให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมย้ำว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ส่วนจะต้องเรียกประชุมคณะกรรมการตำรวจ หรือ​ ก.ตร.ในเร็ว ๆ นี้หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะไม่มีการเรียกประชุม ก.ตร.นัดพิเศษ นอกจากมีข้อมูลใหม่ เนื่องจากเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมแล้ว ซึ่งในเดือนนี้ คาดว่า จะมีการประชุมตามปกติ 1 ครั้งในช่วงปลายเดือนนี้

ส่วนเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จะต้องมีการกำชับ ผบ.ตร.อย่างไรหรือไม่​นั้น นายกรัฐมนตรี​ ย้ำว่า​ เวลาตนเชิญ ผบ.ตร. หรือ​ พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ​ พันธุ์​เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.​มาพูดคุย ก็จะเน้นเรื่องเนื้องานเป็นหลัก หากไม่ใช่เรื่องของประชาชน ตนก็จะไม่ยุ่ง ฉะนั้น เรื่องของกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ และเมื่อถึงจุดที่กฎหมาย บอกให้หยุดปฏิบัติหน้า ที่ก็ต้องหยุด แต่ขณะนี้ ค่อนข้างมั่นใจว่า ยังไม่ถึงจุดนั้น

ส่วนจะต้องมีการกำชับเรื่องการปราบปรามการพนันออนไลน์หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรื่องดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ให้ความสำคัญ เพราะการพนันออนไลน์ อยู่ตามแนวตะเข็บชายแดน และตนได้พบกับนายกรัฐมนตรีของสปป.ลาว ในคราวงประชุมอาเซียน-ออสเตรเลีย ก็มีการพูดคุยกันว่า จะต้องมีการทำงานร่วม ระหว่างตำรวจ 2 ประเทศ รวมถึงได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาแล้วด้วย เพราะเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ

ราชกิจจาฯ ประกาศ ปิดสมัยประชุมสภาฯ 9 เม.ย. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571038

17 มี.ค. 2567

18:58 น.

ราชกิจจาฯ ประกาศ ปิดสมัยประชุมสภาฯ 9 เม.ย. นี้

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่ 9 เมษายนนี้ แล้วจะเปิดสมัยประชุมอีกครั้งวันที่ 3 กรกฎาคม

17 มี.ค. 2567 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญปกติครั้งที่สอง พ.ศ.2567 ซึ่งเปิดสมัยประชุมมาตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2566 และจะปิดสมัยประชุมวันที่ 9 เมษายน 2567 นี้ โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

โดยการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญครั้งต่อไป จะเริ่มวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 ถึง 30 ตุลาคม 2567

ปศุสัตว์ลุยเข้มจับ ”วัวเถื่อนแม่สอด“ ล๊อตใหญ่ สานนโยบายปราบสินค้าเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571037

17 มี.ค. 2567

18:40 น.

ปศุสัตว์ลุยเข้มจับ ”วัวเถื่อนแม่สอด“ ล๊อตใหญ่ สานนโยบายปราบสินค้าเถื่อน

โฆษกเกษตรฯ เผย ปศุสัตว์ลุยเข้ม”วัวเถื่อนแม่สอด“ จับอีกล๊อตใหญ่ ตามนโยบายรัฐบาล เศรษฐา เร่งปราบสินค้าเถื่อน

วัวเถื่อนแม่สอด วัวเถื่อนแม่สอด

มีรายงาน จากกรมปศุสัตว์ว่า เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ (วัวเถื่อน) จังหวัดตาก ปศุสัตว์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเฉพาะกิจราชมนู ชุดเฉพาะกิจพญานาคราช ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันกระทำผิดกฎหมายบนถนนเส้นทางระหว่างอ่างเก็บน้ำห้วยลึกไปยังจุดตรวจห้วยหินฝน ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 

ขณะปฎิบัติหน้าที่ได้พบ “รถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮิโน่ สีขาว คลุมผ้าใบรอบคัน หมายเลขทะเบียน 70-3130 สุโขทัย เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและเรียกรถยนต์บรรทุกดังกล่าวให้จอดเพื่อตรวจสอบ จากการตรวจสอบ พบว่ารถดังกล่าวบรรทุกโคเพศผู้ (วัวเถื่อน) จำนวน 26 ตัว ”

จับกุมวัวเถื่อนแม่สอด จับกุมวัวเถื่อนแม่สอด

โดยมีนายสุเมธ ปานเขียว เป็นผู้ขับขี่ จึงได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตในการเคลื่อนย้ายสัตว์ให้เจ้าหน้าที่สารวัตรกรมปศุสัตว์ทำการตรวจสอบแต่ไม่สามารถนำมาให้ได้ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ทำการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ ภายในเขตเฝ้าระวังโรคระบาดปากและเท้าเปื่อย โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 22 บทลงโทษมาตรา 65 แห่ง พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้หาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด ส่วนของกลางโคมีชีวิต พนักงานสอบสวนได้ส่งมอบให้เจ้าหน้าปศุสัตว์ดำเนินการตามระเบียบกรมปศุสัตว์ต่อไป

นายไชยา พรหมมา รมช.กษนายไชยา พรหมมา รมช.กษ

การลักลอบนำเข้าโคมีชีวิตเพศผู้จำนวน 26 ตัว โดยขนย้ายด้วยรถยนต์บรรทุก ถ้าเทียบเป็นรถยนต์กระบะ ก็ใช้ประมาณ 6-7 คันรถนั้น เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ แม้จะแค่ 1 ตัว ก็ถือว่าอันตรายถ้าเป็นการนำเข้าโดยวิธีการผิดกฎหมาย ไม่ผ่านด่านศุลกากร รวมทั้งการตรวจคัดกรองโรคปากเท้าเปื่อย ซึ่งจะเป็นการแพร่ระบาดของโรค และสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกร ทั้งการจำหน่ายโคในประเทศและการส่งออกโคในตลาดต่างประเทศ รวมไปถึงประชนผู้บริโภคเนื้อสัตว์

เรื่องนี้นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกำกับดูแลกรมปศุสัตว์ ได้สั่งการให้นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์  ขันน็อตทุกด่านตามตะเข็บชายแดนเพื่อป้องกันการทะลักเข้าโคมีชีวิต (โคเถื่อน) จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคระบาด และมีนโยบายในการเตรียมตัวส่งออกโคมีชีวิต ผ่านการรับรองคุณภาพ “ปลอดโรคปลอดภัย”เพื่อสร้างหลักประกันและความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า ว่า ประเทศไทยปราศจากโรคต่างๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการส่งออก เพื่อขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นอีกด้วย

นายกฯ แจง ทำไมไม่ประกาศเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571032

17 มี.ค. 2567

16:40 น.

นายกฯ แจง ทำไมไม่ประกาศเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน

นายกฯ ชี้แจงผ่านเฟสบุ๊ก สาเหตุไม่ประกาศเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน หวั่นกระทบการท่องเที่ยว เบิกจ่ายงบกลางเร่งแก้ปัญหาในพื้นที่แล้ว พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความชี้แจงว่า
 

จากกรณีที่มีคำถามมาถึงผมว่า ทำไมจึงไม่ประกาศให้ จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน ในขณะที่ค่าฝุ่นสูง ผมได้รับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้วครับ เกรงว่าหากประกาศจะส่งผลทางลบมากกว่า เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ จะกระทบกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เพิ่งฟื้นตัวหลังจากผลกระทบโควิด-19 เพราะนักท่องเที่ยวที่ซื้อประกันมาจากบ้านเขา หากเข้ามาท่องเที่ยวในเขตภัยพิบัติ หรือพื้นที่ฉุกเฉิน ประกันจะไม่คุ้มครองทันที แน่นอนครับว่า จ.เชียงใหม่จะเสียนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาเที่ยวทั้งระยะสั้น และระยะยาว เราเป็นห่วงกันตรงนี้ครับ


ส่วนเรื่องงบกลางที่รัฐบาลจัดสรรไปที่กรมอุทยานฯ กระทรวงทรัพย์ฯ นั้น พร้อมเบิกจ่ายเมื่อวานนี้ (16 มีนาคม) ครับ ผมขอย้ำว่า การจัดสรรงบกลางนี้ เป็นการจัดสรรงบตรงถึงมือพี่น้องอาสาสมัครที่อาสาเข้ามาดูแลเฝ้าระวังไฟป่า ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการจัดสรรงบฯในลักษณะนี้ เพราะเราต้องการจ้างคนในพื้นที่มาดูแลรักษาพื้นที่ของเขา ตามโจทย์ของพื้นที่ และงบฯที่ให้ไปมีจำนวนมากกว่างบฯ ฉุกเฉินด้วย


วิธีบริหารจัดการเรื่องฝุ่นมีหลายวิธี รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ แต่รัฐบาลต้องตัดสินใจเลือกทางที่ดี และมีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับพี่น้องประชาชนที่ต้องทำมาหากินด้วยครับ
 

นายกฯ แจง ทำไมไม่ประกาศเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน

รบ.สั่งสอบ Live ก้าวไกล พาดพิง ไม่ประกาศภัยพิบัติ เพราะงบฯ หมด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571022

17 มี.ค. 2567

14:48 น.

รบ.สั่งสอบ Live ก้าวไกล พาดพิง ไม่ประกาศภัยพิบัติ เพราะงบฯ หมด

รัฐบาลสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงจากบทสนทนาระหว่างการ Live ดับไฟป่าของพรรคก้าวไกล และมูลนิธิกระจกเงา กรณีกล่าวหาผู้ว่าฯ ไม่กล้าประกาศภัยพิบัติเพราะงบฯ หมด

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีที่มีคลิป Live การดับไฟป่าของพรรคก้าวไกลกับมูลนิธิกระจกเงา ที่มีช่วงหนึ่งที่คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ ได้พูดคุยกับคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ว่า “ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่กล้าประกาศภัยพิบัติเป็นเพราะไม่มีงบเหลือแล้ว เพราะงบภัยพิบัติเป็นงบที่ทดรองจ่ายให้กับบริษัทที่รออยู่แล้ว งบจังหวัดเป็นเงินทอน ดังนั้นพอเกิดภัยพิบัติจริงเลยไม่มีงบเหลือแล้ว” นั้น

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อประเด็นนี้ว่า:

1) รัฐบาลได้สั่งให้มีการตรวจสอบแล้วต่อกรณีดังกล่าว โดยแบ่งเป็น 2 ประเด็น กล่าวคือ

   1.1 ที่ว่างบภัยพิบัติเป็นงบทดรองจ่ายให้กับบริษัทที่รออยู่แล้วนั้น เป็นงบทดรองจ่ายเรื่องอะไร ทำไมต้องเอางบภัยพิบัติไปจ่าย จ่ายให้กับบริษัทอะไร จ่ายไปเป็นเงินเท่าไร บริษัทรออะไรอยู่?

   1.2 ที่ว่างบจังหวัดเป็นเงินทอนนั้น เป็นเงินทอนค่าอะไร ทอนให้ใครอย่างไร ยอดเงินทอนทั้งหมดเท่าไร?

2) เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบและเป็นการสนับสนุนให้การแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ขอความกรุณาคุณสมบัติได้โปรดให้ข้อมูลรายละเอียดตามประเด็นข้อสงสัยที่ 1.1 และ 1.2 ข้างต้น  พร้อมส่งมอบหลักฐานตามคำกล่าวหาที่ปรากฏอยู่ในบทสนทนาของท่านกับคุณพิธาให้กับทางรัฐบาล(โดยสามารถส่งมอบผ่านคุณสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง)ด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง

โฆษกรัฐบาล ย้ำว่า หากตรวจสอบแล้วว่าเรื่องนี้มีหลักฐานเชื่อถือได้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง รัฐบาลก็จะเร่งดำเนินการตามกฏหมาย ตรวจสอบดำเนินการโดยเด็ดขาดทันที

ทั้งนี้ ขอขอบคุณประชาชนทุกฝ่ายที่ได้แจ้งเบาะแสที่น่าสงสัยมายังรัฐบาลว่า อาจมีการดำเนินการที่ไม่โปร่งใสในการแก้ไขปัญหาดับไฟป่า-ลดฝุ่นควันอันตรายที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับความถูกต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ในการทำงานเป็นที่ตั้ง หากมีการระบุมูลเหตุที่อาจทำให้เกิดความไม่สบายใจแก่ประชาชน รัฐบาลพร้อมตรวจสอบ ดำเนินการตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนสบายใจ เชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาลที่มุ่งแก้ไขปัญกา ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแท้จริง” นายชัย กล่าว

‘เศรษฐา’ ยอมรับ มีโอกาสควง ‘ทักษิณ’ ลงพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571021

17 มี.ค. 2567

14:33 น.

‘เศรษฐา’ ยอมรับ มีโอกาสควง ‘ทักษิณ’ ลงพื้นที่

‘เศรษฐา’ ยอมรับ มีโอกาสควง ‘ทักษิณ’ ลงพื้นที่ ไม่คิดมากนายกฯ ซ้อน นายกฯ งดไป ตปท. ถึงกลางเดือน พ.ค. ยังไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินฝุ่น PM 2.5 เชียงใหม่ ให้ กต. ดูปัญหาฟินแลนด์งดให้วีซ่าแรงงานเก็บเบอรี่

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง ยอมรับว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่จะลงพื้นที่ร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่มีการนัดหมาย นายทักษิณเป็นผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อไทย และยังเป็นจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย และยังเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีความนิยมสูง หากไม่ดึงประโยชน์ ประเทศก็จะไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่
 

ส่วนกังวลจะเกิดภาพนายกฯ ซ้อน นายกฯ นายเศรษฐา ยืนยันว่า ไม่เคยคิด ไม่เคยมีประเด็นดังกล่าว รับทราบดีว่า อดีตนายกรัฐมนตรีหลายๆ คน มีความนิยมชมชอบสูง เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองใด ก็มีความหวังดีกับประเทศชาติ แม้จะมีแนวความคิด หรือนโยบายที่แตกต่างกันไป แต่ขณะนี้ ตนเองเป็นนายรัฐมนตรี ก็จะต้องบริหารความคาดหวังของประชาชนทุกคน และอดีตนายกรัฐมนตรี ก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง เชื่อว่า มีความหวังดี หากมีความเป็นไปได้ในข้อแนะนำ ก็จะต้องมาบริหารจัดการราชการ และความเหมาะสม ดังนั้น จึงไม่ได้คิดใดๆ และยินดีรับฟังเสมอ ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้มีแนวคิดที่จะขจัดข้อวิจารณ์นี้ด้วย ไม่ว่าจะทับซ้อน 4 คน หรือ 5 คน ก็ไม่ได้ใส่ใจ

ผมนายเศรษฐา ทวีสิน คือ นายกรัฐมนตรี และมีอำนาจตัดสินใจเต็มที่ ภายในรัฐธรรมนูญราชอาญาจักรไทย” นายเศรษฐา กล่าว

นายกรัฐมนตรี บอกว่า จะยังคงลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จากนี้ต่อไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ไม่มีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ แต่จะลงพื้นที่ภายในประเทศต่อเนื่อง วันเสาร์หน้า (23 มี.ค.) ก็จะลงพื้นที่จังหวัดพิจิตร และวันอาทิตย์ (24 มี.ค.) จะลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ส่วนกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ต้องการให้รัฐบาลเปิดไทม์ไลน์การทำงานรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหา PM 2.5 เรื่องนี้ เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัว และขอให้สนับสนุนบุคลากร อุปกรณ์ดับไฟฟ้า นายกรัฐมนตรีคาดว่า สถานการณ์จะเริ่มเข้าสู่ช่วงสุดสูงสุด ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลอนุมัติงบกลางให้กับประชาชน และการแก้ไขปัญหา ดูแลทรัพยากรของชาติร่วมกัน พื้นที่ใดได้รับงบกลางแล้ว จะต้องไม่มีจุดความร้อนเกิดขึ้นอีก และจะมีการเพิ่มจุดเฝ้าระวังให้มากขึ้น ส่วนบุคคลากรดับไฟป่า ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่กว่า 10,000 คนอยู่แล้ว และต้องพยายามบริหารจัดการบุคลากรให้ดีด้วย

นายกรัฐมนตรี ยังชี้แจงถึงการไม่ประกาศให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่ฉุกเฉินจากปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องประกาศให้เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลมีงบกลางให้อยู่แล้ว และงบกลางที่รัฐบาลอนุมัติให้นั้น ก็มีจำนวนมากกว่างบประมาณที่จังหวัดใช้ได้จากการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน เมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) ก็ได้แจกหน้ากากป้องกันฝุ่น N95 ให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว แม้จะเป็นการแก้ไขปัญหาปลายเหตุ แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ของความเข้าใจ และความห่วงใย รวมถึงยังได้มีการดำเนินการทำฝนหลวงแล้วทุกวัน และเฮลิคอปเตอร์หลายหน่วยงานได้ปฏิบัติการสูบน้ำ เพื่อช่วยบรรเทาฝุ่น โดยมั่นใจว่า จะช่วยลดปัญหาฝุ่นได้ และเจ้าหน้าที่ ก็ยังคงปฏิบัติการต่อเนื่อง

ส่วนเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศฟินแลนด์ ระงับการรับคำร้องขอตรวจลงตรา หรือวีซ่า กับผู้สมัครแรงงานเก็บเบอร์รี่ป่าทุกคน ที่ยื่นคำร้องขอตรวจลงตราที่สถานทูตฟินแลนด์ในกรุงเทพมหานคร ในฤดูเก็บเกี่ยวช่วงหน้าร้อนปี 2567 จากข้อกล่าวหาการค้ามนุษย์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศไปรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม และติดตามตรวจสอบแล้ว เพราะรัฐบาลกำลังเจรจาการของดเว้นวีซ่าเชงเก้นแก่พลเมืองไทยด้วย จึงไม่อยากให้มีผลกระทบต่อการเจรจาผลักดันดังกล่าว จึงจะต้องรอกระทรวงการต่างประเทศรวบรวมข้อมูลก่อน

‘โฆษก ปชป.’ ย้ำ ที่นี่ประเทศไทย ไม่ใช่บริษัทของ ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571011

17 มี.ค. 2567

12:01 น.

‘โฆษก ปชป.’ ย้ำ  ที่นี่ประเทศไทย ไม่ใช่บริษัทของ 'ทักษิณ'

‘โฆษก ปชป.’ ย้ำ ที่นี่ประเทศไทย ไม่ใช่บริษัทของ ‘ทักษิณ’ เรื่องไหนไม่ถูกต้อง ต้องตรวจสอบ ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ หากผิด รบ.หนีความรับผิดชอบไม่ได้

คำสัมภาษณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวถึงข้อสงสัยว่าป่วยจริงหรือไม่ว่า เป็นเรื่องดราม่า ไม่ชอบหน้าก็ต่างคนต่างอยู่นั้น
 

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า หลักการสำคัญคือการตรวจสอบท้วงติง การดำเนินการที่ไม่ชอบมาพากลของปลายทางกระบวนการยุติธรรม เพราะประเทศนี้ปกครองด้วยกฎหมาย ฉะนั้นความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายมีความสำคัญ ไม่ได้มีการขัดแย้งกับคุณทักษิณเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่การไม่ชอบหน้ากันแล้วมาสร้างเรื่องดราม่าอย่างที่ให้สัมภาษณ์ แต่คนที่คิดเพื่อบ้านเมืองเขาขัดแย้งกับการกระทำที่ไม่ถูกต้องต่างหาก


“การที่บอกว่าไม่ชอบหน้าก็ต่างคนต่างอยู่ คงไม่ใช่หรอก เพราะถ้าต่างคนต่างเห็นด้วยกับความไม่ถูกต้อง เห็นด้วยกับการไม่เคารพหลักกฎหมายแล้วบ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร ก็ต้องมีการตรวจสอบท้วงติงตามครรลองในระบบประชาธิปไตย ที่นี่ประเทศไทยไม่ใช่บริษัทของคุณทักษิณ อย่ามุ่งเห็นแต่อำนาจ ถ้าการเลือกตั้งเพื่อหวังแต่เพียงอำนาจมีเสียงข้างมากแล้วจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ เพราะสิ่งนั้นไม่ใช่ประชาธิปไตย การตรวจสอบท้วงติงในเรื่องนี้ นายทักษิณคงไม่ต้องกังวลอะไรเพราะคนที่ต้องตอบคำถามถูกตรวจสอบคือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่มีหน้าที่รับผิดชอบตามกฎหมายอยู่แล้ว และสุดท้ายรัฐบาลก็หนีความรับผิดชอบไม่ได้” โฆษกประชาธิปัตย์ กล่าว

นายราเมศ ยังทิ้งท้ายว่า ถ้าคิดว่ามีอำนาจในประเทศนี้แล้วจะทำอะไรก็ได้ ก็ให้ทำทุกอย่างไปให้สุด ไม่ต้องคิดว่าหลักการความถูกต้องเป็นอย่างไร

‘พิธา’ เตือน ‘ทักษิณ’ วิกฤตเศรษฐกิจตอนนี้ ไม่เหมือน ‘ต้มยำกุ้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571010

17 มี.ค. 2567

11:47 น.

‘พิธา’ เตือน ‘ทักษิณ’ วิกฤตเศรษฐกิจตอนนี้ ไม่เหมือน ‘ต้มยำกุ้ง’

‘พิธา’ เตือน ‘ทักษิณ’ วิกฤตเศรษฐกิจตอนนี้ ไม่เหมือนปี 2540 ‘ต้มยำกุ้ง’ ระวังจ่ายยาแก้เศรษฐกิจผิด วัดแค่ GDP อย่างเดียวไม่ได้ ต้องวัดความร่ำรวยของประชาชนเพิ่ม

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่า วิกฤตประเทศไทยตอนนี้หนักกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 จะเป็นตัวเร่งให้รัฐบาลผลักดันโครงการดิจิทัลวอลเล็ทว่า ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีจริง โตช้าจริง ซึม และการฟื้นฟูหลังจากผ่านสถานการณ์โควิด ก็ยังช้าและแย่มากเป็นอันดับท้ายๆ ของโลก แต่สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาโครงสร้างทั้งหมด ไม่ใช่ว่าวิกฤตแล้วเศรษฐกิจหายไป 20% หรือตลาดหุ้นหายไปเกินครึ่งเหมือนตอนวิกฤตต้มยำกุ้ง หรือค่าเงินบาทปรับเป็น 50 บาทจาก 25 บาท

ตอนนี้สถานการณ์ไม่เหมือนกันแล้ว พอสถานการณ์ไม่เหมือนกัน เราดันไปบอกว่าเหมือนกัน เราจ่ายยาผิดทันทีนะ คุณจะจ่ายยาผิด เพราะคุณวินิจฉัยอาการผิดตอนนี้เศรษฐกิจมันซึม แล้วมันซึมยาว ซึมยาวมาเป็นปี และซึมมาเป็น 10 ปี แต่ปัญหาโครงสร้างในการส่งออกยังเหมือนเดิม เรื่องเกี่ยวกับภาคการผลิตยังเหมือนเดิม“ นายพิธา กล่าว

นายพิธา บอกว่า ปีนี้งบประมาณล่าช้า แต่ยังรู้สึกว่าเมื่องบประมาณผ่านแล้ว ภาครัฐตั้งใจที่จะอัดโครงการที่เป็นประโยชน์ออกไปจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่สัมมนาหรือซื้อผ้าม่าน มีการอัดฉีดลงทุนในโครงสร้างเข้าไป ก็จะทำให้ GDP โตขึ้น สำคัญที่สุดที่อยากจะชวนรัฐบาลหรือคุณทักษิณด้วย คือเวลาวัดเศรษฐกิจ ถ้าคุณวัดผิดก็จะเป็นเข็มทิศที่ผิด ถ้าคุณไปวัดแค่ GDP ว่าโตเท่าไหร่ มันไม่ได้วัดความเหลื่อมล้ำ จึงอยากขอให้ลองหาตัววัดเศรษฐกิจใหม่ๆ ในการดูแล เช่น การเพิ่มมูลค่าของเศรษฐกิจตอนนี้เป็นอย่างไร หรือการวัดความร่ำรวยของประชาชน (GDP per capita) ไม่ได้ดูแค่ระดับประเทศ แต่ดูระดับในจังหวัด ก็จะทำให้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น เพราะเราเชื่อว่าไม่ใช่เป็นการบริหารเศรษฐกิจแบบน้ำหยดอย่างที่เคยชิน แต่เป็นการบริหารเศรษฐกิจแบบฐานรากขึ้นมา จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตและเท่าเทียม

ส่วนวิธีการแก้ไขเฉพาะหน้าที่จะรวดเร็วที่สุด ที่จะเป็นทางออกให้กับประเทศคืออะไร นายพิธา กล่าวว่า ตอนนี้ต้องลงรายละเอียดเรื่องที่เปราะบางที่เกิดขึ้น เช่น เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน เป็นเรื่องสำคัญจะต้องเร่งผ่านงบประมาณให้เศรษฐกิจเดินต่อ ,เรื่องภาคการผลิตมีปัญหา โดยเฉพาะภาค SME ก็ต้องหามาตรการที่ลดต้นทุนใน SME ลดค่าไฟ ลดค่าวัตถุดิบ สามารถทำให้ SME สามารถเข้าถึงเวทีโลกได้ เรื่องการเกษตรต่างๆ แม้ผลผลิตจากราคาสูงขึ้น แต่ต้องเข้าไปดูว่าเรามีผลผลิตพอหรือไม่ บางเรื่องราคาลงขึ้นมาเพราะมีการแอบนำเข้า เช่น การนำเข้าปลากะพงจากมาเลเซีย ทำให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำลง

ดังนั้นต้องมีหลายมาตรการเข้าไปแก้ไข แต่ที่สำคัญที่สุดคือคือต้องมี Road Map ให้เห็นว่าจะทำอะไร เมื่อไหร่ คนที่จะเข้าไปช่วย คนที่จะเข้าไปตรวจสอบ ต้องไปตรวจสอบใคร แต่ในขณะนี้ถ้าไม่มีอะไรนอกจากดิจิทัลวอลเล็ตมันก็เถียงกันในเรื่องแบบนี้ตลอดเวลา ภาพใหญ่กลายเป็นการโตกันไปโต้กันมา มันไม่สามารถจะแนะนำอะไรไปได้มากกว่าที่ทำอยู่ แต่ถ้ามีแผนอย่างชัดเจนก็น่าจะทำได้

นิด้าโพล สำรวจความเห็น ‘ฝ่ายค้านจริงหรือเปล่า ?’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571007

17 มี.ค. 2567

11:22 น.

นิด้าโพล สำรวจความเห็น ‘ฝ่ายค้านจริงหรือเปล่า ?’

นิด้าโพล สำรวจความเห็น ‘ฝ่ายค้านจริงหรือเปล่า ?’ กรณีไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าควรให้โอกาสรัฐบาลบริหารงบปี 67 ก่อน

“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “ฝ่ายค้าน จริงหรือเปล่า?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-8 มีนาคม 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำงานของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยถามถึงสาเหตุที่ฝ่ายค้านไม่ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล พบว่า

– ร้อยละ 32.75 ควรให้โอกาสรัฐบาลได้บริหารงบประมาณปี 2567 ก่อน

– ร้อยละ 23.74 รัฐบาลเพิ่งบริหารประเทศได้แค่หกเดือน จึงยังไม่ถึงเวลาขอเปิดซักฟอกเพื่อล้มรัฐบาล

– ร้อยละ 23.51 ฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลใด ๆ ในเชิงลึกพอที่จะล้มรัฐบาลได้

– ร้อยละ 11.91 ฝ่ายค้านเกี้ยเซี้ย (ประนีประนอม) กับรัฐบาล

– ร้อยละ 5.42 ฝ่ายค้านอยากร่วมรัฐบาล

– ร้อยละ 5.34 ฝ่ายค้านบางพรรคมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับประเด็น มาตรา 112

– ร้อยละ 4.05 รัฐบาลบริหารแบบไม่มีช่องโหว่ให้ฝ่ายค้านขอเปิดซักฟอกเพื่อล้มรัฐบาล

– ร้อยละ 3.05 ฝ่ายค้านทำงานไม่เป็น

– ร้อยละ 11.53 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
 

ความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับมติของฝ่ายค้านที่จะขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ พบว่า ร้อยละ 38.09 ระบุว่า เห็นด้วยกับมติของฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ รองลงมา ร้อยละ 28.24 ระบุว่า ฝ่ายค้านไม่ควรขอเปิดอภิปรายใด ๆ ในเวลานี้ ร้อยละ 26.72 ระบุว่า ฝ่ายค้านควรขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล มากกว่า และร้อยละ 6.95 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

สำหรับความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของฝ่ายค้าน พบว่า ร้อยละ 36.49 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ รองลงมา ร้อยละ 28.39 ระบุว่า พอใจมาก ร้อยละ 20.84 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ 10.84 ระบุว่า ไม่พอใจเลย และร้อยละ 3.44 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ    

‘ร่มธรรม’ ห่วงวิกฤตพะยูนไทย หญ้าทะเลลดฮวบ สะท้อนวิกฤตโลกร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570986

16 มี.ค. 2567

16:17 น.

'ร่มธรรม' ห่วงวิกฤตพะยูนไทย หญ้าทะเลลดฮวบ สะท้อนวิกฤตโลกร้อน

‘ร่มธรรม’ เผยพะยูนไทยอาจสูญพันธ์ุ จี้เรัฐบาลเร่งขึ้นวาระแห่งชาติ เหตุหญ้าทะเลลดจากวิกฤตโลกร้อน ตกในจำนวนพะยูนในตรังลดลง 5 เท่า

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพพะยูนผอมที่เกาะลิบง จังหวัดตรัง ซึ่งกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากโดยเฉพาะในโซเชียลว่า เป็นภาพสะท้อนสถานการณ์ของพะยูนไทยที่อยู่ในขั้นวิกฤตจริง อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์จากประเทศไทยได้ และยังสะท้อนภาพรวมของสถานการณ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลไทยด้วย

ที่มาภาพ : บังบ่าว และ รีวิวตะรังตรัง ไบรท์ สาวตรังพาลุยที่มาภาพ : บังบ่าว และ รีวิวตะรังตรัง ไบรท์ สาวตรังพาลุย

สาเหตุสำคัญที่สุดตอนนี้ คือ อาหาร นักวิชาการชี้ว่าตอนนี้มีปัจจัยหลักจากเรื่องโลกร้อนและสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลให้น้ำทะเลลดลงทำให้แสงแดดแผดเผาตายไปกว่าครึ่งนอกจากนี้ก็มีเรื่องสารเคมีและตะกอนจากโครงการพัฒนาชายฝั่ง ทำให้หญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารของพะยูนเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว 

นายร่มธรรม กล่าวว่า เกาะลิบงและเกาะมุกด์ คือ แหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่ ทำให้มีฝูงพะยูนมากที่สุดในแถบนี้ จะเรียกว่าเป็นเมืองหลวงของพะยูนไทยก็ว่าได้ แต่ประชากรสำรวจพะยูนน่าใจหายมาก ที่ตรัง จากปีที่แล้ว 194 เหลือ 36 ตัว เฉพาะปี 2567 มีพะยูนตายไปแล้วนับสิบตัวในเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น 

ซึ่งการที่ฝูงพะยูดลดจำนวนลงค่อนข้างมาก นอกจากการตาย ส่วนหนึ่งได้อพยพตามแหล่งอาหารไปที่อื่น ขณะที่บางส่วนเริ่มปรากฏตัวตามท่าเรือบ่อยขึ้น ทั้งที่ปกติพวกเขาจะไม่เข้าใกล้คน แต่นั่นเพราะพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ ผลที่ตามมาคือ พวกเขากลับไปติดเครื่องมือประมงและทำให้ตายหรือบาดเจ็บ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อัตราการตายของพะยูนสูงขึ้น

นอกจากนี้ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม คือ ขยะพลาสติกและอื่นๆที่กลายเป็นขยะทะเล เช่นกรณีของลูกพะยูนมาเรียมและยามีล ที่ลำไส้อุดตันและติดเชื้อตายไปจากการกินขยะพลาสติก ซึ่งไม่ใช่เป็นภัยคุกคามแค่พะยูนเท่านั้น แต่รวมถึงสัตว์ทะเลอีกหลายชนิดด้วย เช่น เต่าทะเลที่มีจำนวนลดลงเช่นกันจากการสำรวจล่าสุด

หญ้าทะเลและพะยูนมีความสำคัญและสัมพันธ์กันอย่างมากต่อระบบนิเวศใกล้ชายฝั่ง เพราะพะยูนจะทำหน้าที่กระจายเมล็ดพันธุ์หญ้าทะเลจากการกินแล้วถ่ายออก การกิน การเล็มทำให้หญ้าทะเลต้นเล็กๆได้รับแสง แตกกอและเติบโตได้ ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำขนาดเล็กและลูกๆของมัน สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ท้องทะเลเสมือนเป็นแหล่งอนุบาล ดังนั้น การหายไปของพะยูนและหญ้าทะเล จึงเป็นสัญญาณเตือนถึงการหายไปของสัตว์ทะเลอื่นๆในอนาคตด้วย

การดูแลรักษาพะยูนไม่ให้สูญพันธุ์ หญ้าทะเล รวมถึงทรัพยากรทางทะเล เราจึงไม่อาจปล่อยให้เป็นภาระของคนตรังหรือคนใต้ดูแลกันไปตามมีตามเกิดได้ หลายประเทศก็เผชิญเหมือนกัน สะท้อนสถานการณ์วิกฤตภาวะโลกร้อน หรือสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ขั้นวิกฤต ส่งผลกระทบไปทั่วทุกพื้นที่ ทั้งบนบก และในทะเล ทั้งต่อประชาชน และสิ่งมีชีวิต ที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญในระดับวาระแห่งชาติ ต้องมีการแก้ไขทั้งระบบ และมีมาตรการระยะสั้นและระยะยาว

นายร่มธรรม กล่าวต่อว่า ในระยะเร่งด่วนเฉพาะหน้า ต้องหามาตรการด้านแหล่งอาหาร หญ้าทะเล และสนับสนุนงบประมาณลงไปทันที จากกรณีศึกษาในต่างประเทศ อเมริกา เคยมีวิกฤต พะยูนมานาตี ( Manatee) เรื่องอาหารถึงขั้นต้องเอาอาหาร เอาผัก โยนให้พะยูนมานาตีกิน เพื่อประคับประคองสถานการณ์ เราจึงอาจต้องพิจารณามาตรการเฉพาะหน้าเหล่านี้เช่นกัน 

โลกร้อน ทะเลเดือด เป็นวาระร่วมกันของโลก รัฐบาลต้องประกาศจุดยืนในสิ่งที่เราจะดำเนินการและผลักดันขับเคลื่อนเพื่อเรียกร้องความตื่นตัวต่อเรื่องนี้ในระดับสากล ส่วนในระดับประเทศเอง เราก็ต้องเร่งมีมาตรการจัดการปัญหาเฉพาะ ทั้ง น้ำเสีย ตะกอน ขยะทะเล เครื่องมือประมง