นายกฯ ไม่รู้ “น้ำกระท่อม” ระบาดหนัก สั่ง ตำรวจ กวาดล้างภายใน 1 สัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568655

08 ก.พ. 2567

15:41 น.

นายกฯ ไม่รู้ "น้ำกระท่อม" ระบาดหนัก สั่ง ตำรวจ กวาดล้างภายใน 1 สัปดาห์

นายกฯ ตอบกระทู้ โสภณ ซารัมย์ สส.ภูมิใจไทย ตกใจยาเสพติดขายเกลื่อนสี่แยก ลั่น ไม่รู้ “น้ำกระท่อม” ระบาดหนัก สั่ง ตำรวจกวาดล้างภายใน 1 สัปดาห์ โอด ปัญหายาเสพติดเพื่อนบ้าน ทะลักหนัก ส่วน PM 2.5 ฝ่ายนิติบัญญัติ กำลังพิจารณา พ.ร.บ.อากาศสะอาด

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2567 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถาม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 3 เรื่องสำคัญคือ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ในสภานายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ในสภา

1.การดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่หากแก้ไขปัญหาโดยมองว่าโลกสวยแก้ไม่ได้ โดยหากเปรียบกับผู้ป่วยอยู่ในขั้นโคม่า ดังนั้นต้องปฏิรูปทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งหมด เพราะแม้สถิติการแก้ไขจะลด แต่สวนทางกับความเป็นจริง หากมองให้ลึกลงไป จากปกติปัญหายาเสพติดเกิดกับผู้ใช้แรงงาน แต่ปัญจุบัน กลับพบไปถึงนักเรียน นอกจากยาบ้า ยาไอซ์ 

โดยเฉพาะขณะนี้การนำกระท่อมมาใช้สูตรที่เรียกว่า 4 คูณ100 กำลังเป็นแฟชั่น รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งยาเสพติดมีหลายประเภท หาง่าย ราคาถูก การแก้ไขไม่จริงจัง จนเป็นปัญหาสังคม ขณะที่กฎหมายก็ไม่เอื้อต่อผู้ปฏิบัติ จับแล้วก็ปล่อยจึงมองว่าปัญหายาเสพติดในขณะนี้อาจจะเป็นวิกฤต เท่ากับวิกฤตเศรษฐกิจหรือการศึกษา

2.การแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นระยะสั้นและระยะยาว ที่ภัยอันตรายจาก PM2.5 มีในต่างจังหวัดมากกว่าในกรุงเทพมหานคร แต่ประชาชนไม่รู้ และตนก็ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลจะสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนอย่างไร

และ3.จากการที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศ จะมีแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างไร เพราะขณะนี้ยังมองไม่เห็นนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการแชร์นักท่องเที่ยวจากเมืองหลักอย่างกรุงเทพ พัทยา และภูเก็ต ไปสร้างรายได้ให้กับจังหวัดอื่นๆที่เป็นเมืองรองอย่างไร

นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ในสภานายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ในสภา

โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ประเด็นยาเสพติดเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนห่วงใย เพราะจากตัวเลขการจับกุม 4 เดือนสุดท้ายเมื่อปลายปีที่แล้ว ( 2566 ) สามารถจับผู้ค้ารายย่อยเพิ่มมากกว่า 40 เปอร์เซ็น จำนวน 32,000 เคส , ยาบ้าจับได้มากกว่าปีก่อน 2 เท่า คือกว่า 250 ล้านเม็ด , โดยเน้นจับผู้ค้ารายใหญ่ไม่ให้ไปกระจายต่อ ซึ่งรายใหญ่ที่ขายมากกว่า 500,000 ขึ้นไป จับได้ 62 เคส ยึดทรัพย์แล้วกว่า 2500 ล้านบาท

ดังนั้นหากพูดถึงปัญหาจริง ก็ต้องยอม รับว่าตัวเลขเหล่านี้ ยังไม่ได้เป็นที่น่าสบายใจ เพราะแม้ผู้ค้ารายใหญ่จะถูกจับไป แต่ไม่ได้ส่งผลให้ราคายาบ้าแพงขึ้น จึงเป็นการบ้านของรัฐบาลที่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก ต้องยอมรับ รากเหง้าของปัญหา มาจากเศรษฐกิจ การที่ประชาชนประสบปัญหารายจ่ายสูง รายได้น้อย อาจหมดหวังมาหลายปี รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะตระหนักปัญหาที่เกิดขึ้น

ส่วนเรื่องยาเสพติดที่จับได้แล้วใช้เวลาในการทำลายนานนั้น นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่จะจับและพิสูจน์ทราบ และเก็บตัวอย่างเล็กๆไว้ ส่วนที่เหลือให้ทำลายล้างโดยเร็ว เพื่อตัดปัญหาหาที่สังคมสงสัยว่าอาจมีการรั่วไหล ขณะที่เรื่องน้ำกระท่อม ถือว่าเป็นยาเสพติดชนิดใหม่ที่วัยรุ่นให้ความสนใจ และแพร่กระจายไปเร็ว

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ไม่เคยทราบว่า มีการจำหน่ายอย่างแพร่หลายตามสี่แยก จึงได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพูดคุย เพื่อให้ดำเนินการกวาดล้างอย่างรวดเร็ว ร่วมกับฝ่ายปกครอง จนสามารถดำเนินการได้ภายใน 1 สัปดาห์ที่จังหวัดอุบลราชธานี หลังได้พบกับ สส ในจังหวัด พร้อมกันนี้ยังพยายามกระจายให้ดำเนินการต่อในจังหวัดอื่นๆด้วย และย้ำว่า หาก สส.ในพื้นที่มีปัญหา ขอให้แจ้งรัฐบาลเพื่อจัดการอย่างทันควัน

นายกรัฐมนตรี มองว่า ปัญหายาเสพติดโยงไปถึงประเทศเพื่อบ้านด้วย เพราะต้องยอมรับว่า ประเทศที่มีปัญหาภายในอย่างมาก คือ ประเทศเมียนมา ที่มีพรมแดนติดต่อกัน 2,500 กม. ประเทศไทยจึงได้รับมอบหมายจากประเทศอาเซียน ที่จะเข้าไปเจรจากับฝ่ายเมียนมา จึงเป็นเรื่องน่ายินดี ที่สัปดาห์ที่ผ่านมา มหาอำนาจ 2 ประเทศ ส่งผู้นำระดับท๊อปมาเจรจาพูดคุยในหลายๆปัญหา ตนเองก็ได้เจรจา รวมทั้งพูดคุยเรื่องปัญหาที่ส่งผลกับประเทศไทย ทั้งปัญหายาเสพติดที่ทะลักเข้ามาตามแนวชายแดน

แต่ก็ต้องขอขอบคุณกองทัพไทยและความร่วมมือระหว่าง การปกครอง สส.พื้นที่ และกองทัพบกโดยแม่ทัพภาพ 3 ได้กำจับออเดอร์ได้อย่างมาก ซึ่งการที่ประเทศเพื่อนบ้านมีปัญหาภายใน เรื่องเงินจึงเป็นเรื่องสำคัญ เขาต้องการเงินง่ายสุดคือผลิตยาแล้วส่งกลับมาขายกับเรา เราก็ไม่ยอมและพยายามพูดคุยและชี้แจงให้มหาอำนาจทั้ง 2 ประเทศเข้าใจ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่ประเทศไทยมีส่วนได้เสียเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้นำทั้ง 2 ประเทศเข้าใจและนำปฏิบัติ ส่วนในอนาคตเรื่องนี้ก็ต้องให้ความสำคัญเรื่องการสกัดการเข้ามาตามแนวชายแดดต่อไป เพราะปัจจุบันทางภาคเหนือทำได้ดี แต่ไปเจอที่ภาคกลาง เช่น กาญจนบุรีที่พบปัญหา จึงต้องสู้กันไป

สำหรับการบำบัดคืนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย ก็เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องดำเนินการต่อไป โดยจะเรียกรัฐมนตรีสาธารณะสุขเข้ามาหารือในช่วงบ่ายวันนี้

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงเรื่องของฝุ่นละออง PM2.5 ว่า เป็นปัญหาที่มีรากเหง้าจากปัญหาเศรษฐกิจ ยังมีการเผาทำลายวัชพืชด้วยการใช้ไม้ขีดเพียงก้านเดียว ดังนั้นเราจึงจำเป็นจะต้องสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกร ซึ่งรัฐบาลนี้ให้ความสำคัญ ควบคู่กับการผลักดัน พรบ.อากาศอากาศ

และจะเห็นได้ว่าจุดความร้อนที่เกิดขึ้นปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาพบว่าลดลงอย่างมีนัยยะ แต่ต่อเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจจะยังเข้าใจการแก้ปัญหาน้อยหรือขาดปัจจัยบางอย่าง แต่เมื่อวานนี้ก็ได้มีการหารือกับผู้นำของกัมพูชา ซึ่งยืนยันว่าจะร่วมมือกันแก้ปัญหาเรื่องนี้

ขณะเดียวกันตนได้สั่งการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหากเกษตรกรยังใช้วิธีการเผาอยู่ก็อาจจะมีการใช้บังคับกฎหมายโดยกระทรวงมหาดไทย หรือตัดความช่วยเหลือจากรัฐบาล

ส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลนี้ลงทุนเยอะมากในการออกนโยบายต่างๆเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งระยัสั้นและระยะยาว เพราะประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีมาก ไม่ใช่แค่ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยาหัวหิน หรือกรุงเทพ อย่างเดียว แต่เมืองรองก็ถือเป็นส่วนสำคัญ รัฐบาลอยากสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวไปเมืองรอง เพื่อเป็นการกระจายรายได้ ผ่านทางซอฟต์พาวเวอร์ด้วยการจัดเทศกาลต่างๆ ทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะไฮซีซั่นเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตามเรื่องของนโยบายอย่างเดียวก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเมืองรองได้ การคมนาคมที่สะดวกสบายก็เป็นส่วนสำคัญ ซึ่งรัฐบาลมีแผนที่จะอัพเกรดสนามบินทั่วประเทศ เพื่อให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างประเทศสามารถเดินทางเข้าสู่เมืองรองได้

ขณะเดียวกันเราก็ได้มีการประสานพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม มาเลเซีย บรูไน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางต่อได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เพราะเราไม่ได้มองเพื่อนบ้านเป็นคู่แข่งแต่จะมาช่วยสนับสนุนซึ่งกันและกัน จึงมั่นใจว่าสิ่งที่การพัฒนาเมืองรอง สามารถตอบสนองนักท่องเที่ยวได้แน่นอนและวันที่ 1 มีนาคมนี้ก็จะมีการเปิดวีซ่าฟรีกับจีน นี่ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการประสานพูดคุย เรื่องขอฟรีวีซ่าเชงเก้นเข้ายุโรป

นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่ได้ให้ความสำคัญกับจังหวัดใหญ่เพียงอย่างเดียวเพราะตนเองก็ได้เดินทางไปทั่วประเทศไทยเข้าใจถึง วัฒนธรรม และสิ่งดีๆที่เมืองรองสามารถนำเสนอให้กับนักท่องเที่ยวได้ โดยปลายเดือนนี้ก็จะลงพื้นที่สามจังหวัดใช้แดนภาคใต้เพื่อดูเรื่องของวัฒนธรรม อาหารการกิน มีอะไรบ้างที่รัฐบาลสามารถสนับสนุนสร้างโอกาส พี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ แต่ทั้งหมดยังเป็นยังมีการบ้านที่ต้องทำต่อเพื่อปรับปรุงให้ดีที่สุด

“เศรษฐา” น้อมรับ ข้อเสนอแนะ ป.ป.ช. ปิดช่องทุจริต “ดิจิทัลวอลเล็ต”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568613

07 ก.พ. 2567

21:01 น.

"เศรษฐา" น้อมรับ ข้อเสนอแนะ ป.ป.ช. ปิดช่องทุจริต "ดิจิทัลวอลเล็ต"

เศรษฐา น้อมรับ ข้อเสนอแนะ ป.ป.ช. ปิดช่องทุจริต “ดิจิทัลวอลเล็ต” แจง ถก บอร์ดชุดใหญ่ ตั้ง อนุฯ ดูแลอยู่แล้ว สวน ป.ป.ช. ไม่มีหน้าที่ขีดเส้นให้รัฐบาลแจกกลุ่มเปราะบางตามนิยาม ข้องใจ แค่ไหนถึงเข้าเกณฑ์ “จุลพันธ์” เผย ยังไม่เคาะถกวันไหน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ครั้งที่ 1/2567 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ถึงข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถึงการดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า ตนได้รับทราบคร่าวๆ โดยในเรื่องการทุจริต ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต และจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อดูเรื่องนี้โดยเฉพาะ เป็นเรื่องที่ต้องตอบคำถามให้ได้

เมื่อถามว่า มีข้อเสนอแนะให้ระมัดระวังในเรื่องของการแจกเงิน นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องระมัดระวัง ซึ่งก็มีคณะอนุกรรมการอยู่แล้ว ต้องตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน 

ส่วนหลังจากนี้ จะมีการส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ไม่นั้น ตนคิดว่าคณะทำงานก็คงทำทุกอย่างที่เป็นการปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน และสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้ง หลังจากนั้นจะมีการแถลงข่าวใหญ่

เมื่อถามว่า ป.ป.ช.มีข้อเสนอแนะ อยากให้กลับมาใช้เงินงบประมาณประจำปีปกติมากกว่าการออกพ.ร.บ.กู้เงิน นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เดี๋ยวต้องไปคุยกัน เพราะตนก็เพิ่งทราบ

เมื่อถามว่า ส่วนข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.ที่อยากให้แจกเงินเฉพาะกลุ่มเปราะบาง นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.บอกมาเป็นอย่างไร และเหตุผลคืออะไร เพราะหน้าที่ ป.ป.ช. คือตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่วนนโยบายจะให้ใครบ้างเป็นของรัฐบาล เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องคำนึงถึงและน้อมรับฟังตามข้อสังเกตของการทุจริต ตนเน้นตรงนี้ดีกว่าที่เกี่ยวข้องกับป.ป.ช. คือต้องให้ป.ป.ช.มีความสบายใจ ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

“เรื่องของคนเปราะบาง ก็เป็นเรื่องตั้งแต่วันแรกที่เราได้พูดคุยกันแล้ว ว่าตรงไหนคือเปราะบาง ตรงไหนคือไม่เปราะบาง ถ้าผมบอกว่าต่ำกว่า 20,000 ไม่เปราะบาง หรือถ้าบอกว่าสูงกว่า 20,000 ไม่เปราะบาง คุณได้เงินเดือน 20,000 จะโต้เถียงหรือไม่ผมเปราะบางเหมือนกันผมก็มีหนี้เยอะ ผมก็ต้องการการกระตุ้นเหมือนกันใช่ไหมครับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะฉะนั้นทางด้าน ป.ป.ช. หน้าที่ของท่านคือเสนอมาแล้วเรื่องการทุจริตต้องระมัดระวังตรงนี้ผมก็น้อมรับ“นายเศรษฐา อธิบาย

เมื่อถามว่า ตามที่เคยหาเสียงระบุว่าจะไม่กู้เงินในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่ขณะนี้เตรียมจะกู้ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องอธิบายให้เข้าใจ ก็ขอดูทางออกสุดท้ายก่อน ทั้งนี้ ทุกความเห็นเราต้องนำกลับมาคำนึงใหม่หมด ตนยืนยัน

ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งยืนฟังนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์อยู่ด้วย เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า “การประชุมบอร์ดชุดใหญ่ต้นสัปดาห์หน้า ยังไม่ได้ข้อสรุปจะเป็นวันใด” ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ตามนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ไปหารือเรื่องนี้กันต่อ

ป.ป.ช.แนะ 8 จุดเสี่ยง “ดิจิทัลวอลเล็ต” ชี้ถ้าใช้งบปกติอาจไม่ขัด รธน.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568609

07 ก.พ. 2567

20:46 น.

ป.ป.ช.แนะ 8 จุดเสี่ยง “ดิจิทัลวอลเล็ต” ชี้ถ้าใช้งบปกติอาจไม่ขัด รธน.

ป.ป.ช. เตรียมส่ง 8 ความเสี่ยง แจกดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 ภายใน 2 วัน มองต่าง เศรษฐกิจยังไม่วิกฤต ชี้ไม่ควรกู้เงิน-แจกเฉพาะกลุ่มเปราะบางเป็นเงินสด มองเป็นเรื่องดีออกเป็นพ.ร.บ.​จะได้ฟังความเห็นของสภา แนะ “กกต.” สอบนโยบายนี้ เข้าขายสัญญาว่าจะให้หรือไม่

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.​ มติเห็นชอบส่งความเห็นผลการศึกษานโยบายเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน ดิจิทัลวอลเล็ต ของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน แล้ว ประธาน ป.ป.ช. ได้ลงนาม และจะส่งให้รัฐบาลภายใน 1-2 วันนี้

ป.ป.ช. แถลง 8 จุดเสี่ยงดิจิทัลวอลเล็ตป.ป.ช. แถลง 8 จุดเสี่ยงดิจิทัลวอลเล็ต

โดยสาระสำคัญของรายงานพบว่ามี 4 ประเด็นเสี่ยง คือ  1.เสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย  2.มีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต 

3.เสี่ยงด้านกฎหมาย ทั้งรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ร.บ.เงินคงคลัง พ..รบ.เงินตรา และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงระเบียบที่เกี่ยวข้อง 4. ในประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องเช่นเทคโนโลยีบล็อกเชน และประเด็นเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายของพรรคการเมือง

อีกทั้งเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 กรรมการ ป.ป.ช. ได้เสนอแนะป้องกันการทุจริต จากนโยบายดังกล่าวต่อ ครม.เพื่อพิจารณาหาทางป้องกันไม่เกิดความเสียหาย 8 ประเด็น คือ เสนอ 

1.ศึกษาวิเคราะห์อย่างเป็นรูปธรรม 2.ให้ กกต. ศึกษา เรื่องการหาเสียงของเพื่อไทยและคำแถลงนโยบายเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว 3. ควรคำนึงถึงความคุ้มค่าและผลกระทบทางเศรษฐกิจ และธรรมาภิบาลความโปร่งใส พิจารณาผลดีผลเสียการกู้เงิน 5 แสนล้านบาทที่จะสร้างภาระหนี้ในระยะยาว

4.ควรพิจารณาประเด็นความเสี่ยงด้านกฎหมายอย่างรอบคอบ เพื่อให้การดำเนินการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นไปตามกฎหมาย 5. ควรประเมินความเสี่ยงในการดำเนินโครงการ โดยกำหนดแนวทางหรือมาตรการในการบริหารความเสี่ยงและการป้องกันการทุจริต และมีกระบวนการในการตรวจสอบทั้งก่อนระหว่างและหลังดำเนินโครงการ เพื่อให้เป็นไปผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง

6.การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ควรพิจารณาถึงความจำเป็นและความเหมาะสมตลอดจนระยะเวลาและงบประมาณที่ใช้พัฒนาระบบ ซึ่งของการจ่ายเงินเพียงครั้งเดียวภายใน 6 เดือน

7. โดยอ้างอิงข้อมูลทางเศรษฐกิจและปัจจัยต่างๆซึ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังไม่ถึงขั้นวิกฤตเพียงแค่ชะลอตัว และ 8. หากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องช่วยเหลือประชาชน ควรเลือกช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยใช้แหล่งงบประมาณปกติไม่ใช่เงินกู้ตามพระราชบัญญัติเงินกู้ จ่ายในรูปแบบเงินบาทปกติที่เหมาะสม ผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตังที่มีประสิทธิภาพและมีฐานข้อมูลกับถ้วน โดยจะลดความเสี่ยงที่จะขัดต่อกฎหมายต่างๆและอาการสำคัญไม่สร้างภาระหนี้สาธารณะในประเทศระยะยาว

ส่วนที่เสนอแนะ กกต.ให้ตรวจสอบนโยบายว่าถือเป็นการสัญญาว่าจะให้หรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า ก็อยากให้กกตไปตรวจสอบว่าการที่ให้นโยบายไว้อย่างนึง แต่พอได้เข้ามาบริหารประเทศได้ดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้หรือไม่ มันแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของที่มาของแหล่งเงิน แต่น่าจะต้องดูภาพรวมทั้งหมด สิ่งสำคัญคืออยากให้ทุกพรรคการเมืองคำนึงถึงการหาเสียง ควรจะพิจารณาให้รอบคอบก่อน ว่าพอมาบริหารประเทศแล้ว จะสามารถทำได้หรือไม่ มิเช่นนั้นจะเหมือนโฆษณาไว้ แต่เวลาซื้อจริงไม่ตรงตามโฆษณา ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะ ไม่ได้มีสภาพบังคับให้ กกต.ต้องดำเนินการ

ส่วนที่ กกต.เคย ตีตกคำร้องเรื่องนโยบาย Digital wallet มาแล้ว 1 ครั้งตอนหาเสียงเลือกตั้งว่าไม่ได้เข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ นายนิวัติไชย กล่าวว่า อาจจะเป็นดุลพินิจของ กกต. ในตอนนั้นเราไม่ก้าวล่วง แต่ข้อเสนอขอ ป.ป.ช.เราก็พิจารณาจากนโยบายที่รัฐบาลแถลงตอนนี้ โดยที่ยังไม่ได้มีการขับเคลื่อนโครงการ ซึ่งเราก็เสนอแนะในรูปธรรม ยังไม่ได้บอกว่าจะเกิดการทุจริต

ทั้งนี้ หากรัฐบาลไม่ดำเนินการตามข้อเสนอ 8 ข้อ ของ ป.ป.ช.จะเสี่ยงทุจริตหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า เราไม่ทราบว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร แต่ ป.ป.ช.มีหน้าที่เสนอแนะ ตามหน้าที่ในการป้องนำปราบ ไม่ใช่รอให้เกิดการทุจริตแล้วค่อยดำเนินการ พร้อมยืนยันว่าความเห็นของ ป.ป.ช. ไม่ใช่เรื่องมโน แต่มันเป็นความเห็นเชิงวิชาการ ไม่ใช่คิดเองเออเอง แต่มันเป็นความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายภาคส่วน

ส่วนมีความเสี่ยงหรือไม่ รัฐบาลเดินหน้าโครงการตามแนวทางเดิม นายนิวัติไชย กล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคตหากดำเนินการไปแล้วสามารถอธิบายได้ สามารถชี้แจงต่อสาธารณชนได้ ไม่มีการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้น และไม่มีการเอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ก็ไม่มีปัญหาอะไรที่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล

เมื่อถามว่าตอนนี้รัฐบาลมองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจวิกฤต จึงต้องเดินหน้าโครงการนี้ นายนิวัติไชย กล่าวว่า สิ่งแรกที่เราต้องมองคือว่าประเทศไทยตอนนี้วิกฤตหรือไม่ซึ่งอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่นักวิชาการ ของ ป.ป.ช.มองว่ายังไม่วิกฤต เราจึงได้เสนอมุมมองนี้ให้กับรัฐบาล แต่หากรัฐบาลมีมุมมองและข้อมูล ว่า วิกฤตก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดำเนินโครงการ

เมื่อถามว่าหากมีการ ออก พ.ร.บ.กู้เงิน มาดำเนินโครงการใครจะเป็นคนชี้ว่าคุ้มค่าตามกฎหมายหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า คงเป็นรัฐบาล เมื่อดำเนินโครงการแล้วก็จะต้องรับผิดชอบ แต่ในการขับเคลื่อนรัฐบาลก็ต้องมีข้อมูลพอสมควรว่าใช้ Big Data จากที่ไหน

นายนิวัติไชย ยังกล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ ป.ป.ช.ติดตามการอย่างใกล้ชิด เป็นแนวทางในการป้องกัน เพราะตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร แล้ว ป.ป.ช.ไม่สามารถที่จะชี้ชัดได้ว่า โครงการนี้ดีหรือไม่ดี รัฐบาลควรจะยึดติดโครงการนี้หรือเดินหน้าต่อ และยืนยัน ว่า ป.ป.ช.ไม่มีหน้าที่ไประงับยับยั้ง​โครงการ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ เว้นแต่กรณีที่มีความผิดเกิดขึ้น เกิดการทุจริตไปแล้ว ป.ป.ช.สามารถขอศาลให้มีสั่งยกเลิกโครงการ

เมื่อถามว่า หากรัฐบาลยืนยันจะออกเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน เข้าสู่สภาฯ ป.ป.ช.สามารถตรวจสอบเชิงรุกได้เลยหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า เราก็ตรวจสอบเป็นระยะ แต่การที่กฎหมายจะผ่านสภาฯก็ต้องความผ่านความเห็นจากสมาชิก ซึ่งมาจากประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะต้องผ่าน ทั้งสส.และ สว. เขาอาจจะหยิบยกข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.ไว้พิจารณาด้วย

เมื่อถามว่า รัฐบาลเดินหน้าโดยไม่รับฟังข้อเสนอแนะ มีโอกาสจะซ้ำรอยเหมือนโครงการรับนำเข้าหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคต ไม่สามารถชิงที่จะวินิจฉัยก่อนได้ เป็นการลักไก่ไม่ถูกต้อง

กกต. เตรียมพร้อม เลือกตั้งสว.-ออกเสียงประชามติ ทั้งส่วนกลาง-ภูมิภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568611

07 ก.พ. 2567

20:44 น.

กกต. เตรียมพร้อม เลือกตั้งสว.-ออกเสียงประชามติ ทั้งส่วนกลาง-ภูมิภาค

อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. นั่งหัวโต๊ะประชุมเตรียมความพร้อม เลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา – การออกเสียงประชามติ ระดมระดับผู้บริหารระดมสมอง ทั้งส่วนกลาง-ภูมิภาค ยกระดับมาตราฐานการทำงาน

โรงแรมเชียงใหม่ออคิด จ.เชียงใหม่ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(ประธานกกต.) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนางาน ยกระดับมาตรฐานการทำงานและการบริหารจัดการภายใน ครั้งที่ 1/2567 ระหว่างวันที่ 7 – 9 กุมภาพันธ์ 2567

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.

โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง เลขาธิการ กกต. รองเลขาธิการ กกต. และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง เข้าร่วมประชุม

การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(เลือกตั้งสว.) และ การเตรียมการออกเสียงประชามติ เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน 

โดยจัดให้มีการเสวนา หารือ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น การแบ่งกลุ่มเพื่อรวบรวมสภาพปัญหา อุปสรรค ในเรื่องของการบริหารงาน การดำเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาและการออกเสียงประชามติ 

ทีมผู้บริหาร กกต.ทีมผู้บริหาร กกต.

พร้อมทั้งข้อสังเกต แนวทางและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เกี่ยวกับการบริหารจัดการ การทำงาน นำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในทิศทางของการพัฒนาการดำเนินงานของสำนักงาน ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เกิดการบูรณาการร่วมกัน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพิ่มขึ้น

ผู้เข้าร่วมประชุมจะได้รับทราบแผนงานภารกิจ แนวทาง และการพัฒนางาน ยกระดับมาตรฐานการทำงานและการบริหารจัดการภายใน โครงการ ภารกิจ ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และการออกเสียงประชามติ ตลอดจนโครงการประจำปีงบประมาณ 2567 และกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารสำนักงานกับภาคีเครือข่ายและหัวหน้าส่วนราชการ


นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.

‘อรรถวิชช์’ ทวงคืน “บึงรับน้ำคู้บอน” หลังพบหายไปจาก ผังเมือง กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568596

07 ก.พ. 2567

16:54 น.

‘อรรถวิชช์’ ทวงคืน “บึงรับน้ำคู้บอน” หลังพบหายไปจาก ผังเมือง กทม.

‘อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี’ อดีต สส.กทม. ทวงคืน บึงรับน้ำคู้บอน หลังหายไปจาก ผังเมือง กทม. กลายเป็นที่ดินบริษัทเสนา ทั้งที่ กรุงเทพฯ รับปากจะตามเรื่องให้ เผยจะยกเลิกขยายถนนซอยแคบด้วย

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต สส.กรุงเทพมหานคร  เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับผู้บริหาร กทม.โดยได้ข้อสรุปเกี่ยวกับ “ผังเมือง กทม.” ที่เป็นปัญหาดังนี้

ดร.อรรถวิชช์ ร่วมประชุมกมธ.ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฏร ร่วมกับผู้บริหารกทม.ดร.อรรถวิชช์ ร่วมประชุมกมธ.ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฏร ร่วมกับผู้บริหารกทม.

1.โครงการบึงรับน้ำคู้บอน แก้มลิงรับน้ำโซนกรุงเทพตะวันออก 130 ไร่ รับน้ำได้ 870,000 ลบ.ม. ที่เคยอยู่ในแผนงานสำนักการระบายน้ำ และผ่านการทำประชาพิจารณ์จากประชาชนเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้หายไปจากผังเมือง กทม. ปัจจุบันที่ดินส่วนหนึ่งถูกจัดสรรเป็นของบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง กทม.รับว่า จะตามบึงคู้บอนกลับเข้าผังเมืองตามคำขอผม

2.กทม.จะยกเลิกการขยายถนนในซอยกว้าง 12 และ 16 เมตร (ถนนประเภข ก และ ข.) ซึ่งครอบคลุมหลายพื้นที่มีปัญหา รวมถึงซอยอารีย์สัมพันธ์ ซอยสุขุมวิทหลายซอย

3.กทม.เตรียมขยายเวลารับฟังความเห็นผังเมือง จาก 29 ก.พ.นี้ ต่อไปอีก 6 เดือน

‘อรรถวิชช์’ ทวงคืน “บึงรับน้ำคู้บอน” หลังพบหายไปจาก ผังเมือง กทม.

4.สุดท้ายได้เจอผู้ทำวิจัยของ กทม. ผมได้ฝากให้ศึกษา ทำเป็นสีใหม่คือ “อนุรักษ์เพื่อการอยู่อาศัยในเขตเมือง” ซอยไหนไม่อยากสร้างตึกสูงในซอยก็ต้องทำเป็นสีเฉพาะให้เค้า

วันนี้ผู้ว่าฯ กทม. ไม่ได้มาชี้แจงเอง ผู้ที่รับเรื่องไปคือ คุณไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง ผมอยากให้ผู้ว่าฯ กทม.พูดให้ชัดๆ ด้วยตัวเอง ท่านเป็นผู้มีความชำนาญด้านอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานครดีอยู่แล้ว

โฉนดที่ดินของบริษัทอสังหา ที่อยู่พื้นที่โครงการบึงรับน้ำคู้บอน กรุงเทพฯโฉนดที่ดินของบริษัทอสังหา ที่อยู่พื้นที่โครงการบึงรับน้ำคู้บอน กรุงเทพฯ

‘จิรัฎฐ์’ ซัดกองทัพ ไม่พิสูจน์ แต่แจ้งความ มั่นใจโดนเกมการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568591

07 ก.พ. 2567

16:17 น.

‘จิรัฎฐ์’ ซัดกองทัพ ไม่พิสูจน์ แต่แจ้งความ มั่นใจโดนเกมการเมือง

‘จิรัฎฐ์’ ซัดกองทัพ ตลกดี ไม่พิสูจน์ ใบ สด.43 แต่แจ้งความ สงสัยตัวเองเป็นคนพิเศษ มั่นใจโดนเกมการเมือง 100% ย้ำใบในมือ ของจริงแน่นอน ไม่มีเดินทหารจ่ายเงินสัสดี ปัดแก้เผ็ดแต่จะเดินหน้าตรวจสอบลุยยกเลิกเกณฑ์ทหาร

ที่อาคารรัฐสภา นายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ์ สส. ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่โพสต์ข้อความตอบโต้กองทัพที่แจ้งความว่า “ตลกดีที่ แจ้งความโดยไม่ได้มาตรวจสอบก่อน” เพราะจริงๆแล้วควรต้องยืนยันว่าเอกสาร ที่ตนถืออยู่ ปลอมจริงหรือไม่ ถ้ายังไม่ได้เห็นไม่ได้จับเลย เห็นเพียงภาพแล้วมั่นใจว่าเป็นของปลอม ก็คิดว่าเป็นเรื่องตลกและรีบ

นายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ์ สส. ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกลนายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ์ สส. ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล

ส่วนที่มีการอ้างว่าต้นขั้วเดิมมีทั้งหมด 3 ใบ ยังอยู่ครบนั้นนายจิรัฎฐ์ กล่าวว่าต้อง พิสูจน์ให้ครบรอบด้าน ถ้าไม่นำใบที่ตนถืออยู่ไป จะรู้ได้อย่างไรว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้น ซึ่งไม่ได้ใช้เวลานานเลย ยินดีจะนำไปให้ ซึ่ง กรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ขอติดต่อไปแล้วว่าจะขอเช็คต้นขั้วเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมกัน แต่กลับมีการรีบไปแจ้งความก่อน ซึ่งก็ดีแล้วส่วนตัวอยากให้มีการพิสูจน์โดยหน่วยงานราชการ ไม่ใช่พิสูจน์ด้วยคำพูดของตนเอง และจนถึงนาทีนี้ ก็ยังยืนยันว่าเป็นของจริงแน่นอนฉีกมาจากเล่มจริง มั่นใจว่ามีต้นขั้วแน่นอน ไม่เช่นนั้นตนคงต้องโดนตำรวจจับ ข้อหาหนีทหาร โดนตำรวจมาจับถึงบ้านไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2557 -2558

สส.จิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ์สส.จิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ์

ส่วนที่ทหารแถลง ว่าเหตุที่ต้นขั้วครบ นายจิรัฎฐ์ กล่าวว่าไม่ทราบ ว่านำข้อมูลมาจากไหน ของตนเป็นของจริงแต่ขอยืนยันว่าเป็นของจริง แต่ถ้าเจอชื่อ“นวรินทร์”ไม่เจอนายจิรัฎฐ์ อาจจะเป็นอย่างนั้น เพราะเปลี่ยนชื่อ ตั้งแต่ปี 2552 แล้วช่วงไปผ่อนผันก็ใช้บัตรประชาชนชื่อ จิรัฎฐ์ ไม่ใช่นวรินทร์ และได้ยื่นพร้อมใบเปลี่ยนชื่อ ทั้งนี้หากหน่วยงานไม่อัพเดทข้อมูลเองแล้วจะมาโทษตนไม่ได้

ทั้งนี้จะดำเนินการฟ้องกลับหรือไม่ เพราะได้ยืนยันว่าเป็นของแท้ นายจิรัฎฐ์ ขอกลับไปปรึกษา ทางพรรคก้าวไกล กับทางทนายก่อน ยังไม่มีความคิดที่ ต้องฟ้องกลับตอนนี้

ส่วนจะยืนยันได้หรือไม่ว่า ไม่ได้เดินทหารหรือจ่ายเงินให้สัสดี ตามที่โซเชียลสงสัยนายจิรัฎฐ์ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ถ้าเป็นอย่างนั้นอยู่ในชั้นตำรวจก็พิสูจน์กัน ความจริงจะได้ปรากฏ เพราะ ถ้าตนพูดเองก็จะหาว่าโกหกอีกเหมือนที่ผ่านมา จึงให้มีการตรวจสอบดีกว่า

ผู้สื่อข่าวพยายามให้นายจิรัฐไล่รายละเอียดเหตุการณ์ไทม์ไลน์ เกณฑ์ทหาร จับใบดำใบแดง และการได้มาของใบสด. 43 ให้ชัดเจน แต่นายจิรัฎฐ์ ปฏิเสธพร้อม ระบุว่าพยายามนึกเรื่องเหตุการณ์ 14 ปีที่แล้ว จำได้บ้างไม่ได้บ้าง เล่าผิดเราถูกเกรงจะมีปัญหาอีก ขอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทีเดียว เพราะต้อง ยืนยันหลักฐาน ควบคู่ไปกับหน่วยงานราชการด้วยและไม่ได้มีเพียงตนคนเดียวเนื่องจากมีคนเซ็นรับรอง ความถูกต้อง ถึง 5 คน เพราะถ้าได้ข้อมูลจากตนคนเดียวเกรงว่าจะมีปัญหา

ส่วนที่ระบุว่า 5 รายชื่อย้ายไปแล้วนายจิรัฎฐ์ถือว่าเป็นปกติ ที่มีการย้ายเข้าย้ายออกและตอนนี้คงเป็นนายพลกันหมดแล้ว

ส่วนที่มีการโพสต์คลิป ทหารต่อแถวกด ATM หลาย 10 ใบ เป็นการแสดงให้เห็นว่ายังคงเดินหน้าตรวจสอบกองทัพ ใช่หรือไม่ นายจิรัฎฐ์ยืนยัน ว่าใช่ ไม่ได้ย่อท้อ ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบกองทัพต่อไป เพราะไม่รู้ 44 สส.ก้าวไกล จะโดนเมื่อไหร่และตั้งใจจะพูดถึงเรื่อง เกณฑ์ทหารให้มากขึ้น เพราะเราก็โดนเล่นเรื่องนี้ จึงจะทำเรื่องนี้ให้มากขึ้นโดยเฉพาะเรื่อง ยกเลิก การเกณฑ์ทหาร และบังคับเกณฑ์ทหาร

ส่วนถือเป็นการแก้เผ็ดกองทัพใช่หรือไม่นายจิรัฎฐ์ กล่าวว่า สส.คนหนึ่งจะไปแก้เผ็ดกองทัพที่มีมาหลายสิบปี ใหญ่โตขนาดนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว เราก็ทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ยืนยันเป็นเกมการเมืองร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่ง ที่ผ่านมาได้ตั้งคำถามไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกองทัพไปเยอะแยะ จึงต้อง รอดูว่า จะมาตอบหรือไม่ แต่เรื่องของตน 2 วัน ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเป็นฉากๆเลย มีทีมเตรียมข้อมูลไว้พร้อม ดูท่าว่า ตนจะเป็นคนพิเศษสำหรับกองทัพมากเกินไป ซึ่งตนได้พูดคุยกับพรรคแล้ว ถ้าทุกอย่างถูกต้องขอให้กระบวนการเดินไป

‘เศรษฐา-ฮุน มาเนต’ MOU 5 ฉบับ จับมือต้านอาชญากรรมข้ามชาติ แก็งคอลเซ็นเตอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568588

07 ก.พ. 2567

15:48 น.

'เศรษฐา-ฮุน มาเนต' MOU 5 ฉบับ จับมือต้านอาชญากรรมข้ามชาติ แก็งคอลเซ็นเตอร์

“เศรษฐา” เปิดทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับ “ฮุน มาเนต” ก่อนเป็นสักขีพยาน เซ็นMOU 5 ฉบับ แถลงร่วมไทย-กัมพูชา ลั่น ไม่ยอมให้ใช้ดินแดน แทรกแซงกิจการภายในเพื่อนบ้าน จับมือต้านอาชญากรรมข้ามชาติ แก็งคอลเซ็นเตอร์ จัดการหมอกควันข้ามแดน หนุนท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 7 กพ. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้การต้อนรับ สมเด็จมหาบวรธิบดีฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชาและภริยาในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล พร้อมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ บริเวณสนามหญ้า หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนหารือร่วมเต็มคณะ ณ ตึกภักดีบดินทร์

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เปิดทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับ ฮุน มาเนต และภริยา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เปิดทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับ ฮุน มาเนต และภริยา

จากนั้น นายเศรษฐา และนายกฯ กัมพูชา เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ 5 ฉบับ  หรือ MOU 5 ฉบับดังนี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  เปิดทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับ ฮุน มาเนต และภริยา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับ ฮุน มาเนต และภริยา

1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการรับมือเหตุฉุกเฉินระหว่างไทยกับกัมพูชา (MoU between the Ministry of Interior of the Kingdom of Thailand and the National Committee for Disaster Management of the Kingdom of Cambodia on Cooperation in the Area of Disaster Risk Reduction and Emergency Response) ซึ่งผู้ลงนามฝ่ายไทยคือ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และฝ่ายกัมพูชา คือ H.E. General Kun Kim รัฐมนตรีอาวุโส และรองประธานคณะกรรมการบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติกัมพูชา (Senior Minister and First Vice-President of National Committee for Disaster Management of Cambodia)

2. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กับกระทรวงอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมกัมพูชา (MoU Between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on Academic, Scientific and Technological Cooperation) ซึ่งผู้ลงนามฝ่ายไทยคือ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และฝ่ายกัมพูชา คือ H.E. Hem Vanndy รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมกัมพูชา (Minister of Industry Science, Technology and Innovation)

3.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการผ่านแดนสินค้าระหว่างกรมศุลกากรแห่งราชอาณาจักรไทยและกรมศุลกากรและสรรพสามิตแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (MoU on the Transit of Goods between the Customs Department of the Kingdom of Thailand and the General Department of Customs and Excise of Cambodia) ซึ่งผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร และฝ่ายกัมพูชา คือ H.E. Dr. Kun Nhem รัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และกรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา (Minister Attached to Prime Minister and the General Department of Customs and Excise of Cambodia)

4.บันทึกความเข้าใจระหว่าง ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยและหอการค้ากัมพูชา เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและกัมพูชา (MoU between Export-Import Bank of Thailand and the Cambodia Chamber of Commerce to promote trade and investment between Thailand and Cambodia) ซึ่งผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ EXIM Bank และฝ่ายกัมพูชา คือ Neak Okhnha Kith Meng ประธานหอการค้ากัมพูชา

5.บันทึกความเข้าใจระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหอการค้ากัมพูชา (MoU between Board of Trade of Thailand and Cambodia Chamber of Commerce) ซึ่งผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าไทย และฝ่ายกัมพูชา คือ Neak Okhnha Kith Meng ประธานหอการค้ากัมพูชา

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชาร่วมกันแถลงข่าว โดยนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญการแถลงข่าว ดังนี้

ด้านความสัมพันธ์ ยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทำงานอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น และส่งเสริมศักยภาพของทั้งสองประเทศที่มีร่วมกัน และไทยจะเปิดสถานกงสุลใหญ่แห่งใหม่ในเมืองเสียมเรียบ ในขณะที่กัมพูชาจะเปิดสถานกงสุลใหญ่แห่งใหม่ในสงขลาภายในปี2567

ด้านความมั่นคง โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งไทยจะไม่ยอมให้ใครใช้ไทยเป็นพื้นที่ในการแทรกแซงกิจการภายใน หรือดำเนินกิจกรรมที่เป็นอันตรายต่อประเทศเพื่อนบ้าน และผู้นำทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องกันกระชับความร่วมมือต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์

ด้านเศรษฐกิจไทย จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า ระดับรัฐมนตรีพาณิชย์ ครั้งที่ 7 ในต้นเดือนมีนาคม พร้อมทั้งมีนโยบาย quick win ในการนำ MOU ว่าด้วยการผ่านแดนสินค้าที่ได้ลงนามไปใช้ทันที เพื่อเพิ่มปริมาณการค้า โดยเฉพาะการค้าชายแดน รวมถึงยินดีกับการลงนาม MOU ระหว่าง EXIM Bank กับหอการค้ากัมพูชา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการค้าและการลงทุนจากทั้งไทยและกัมพูชา

ด้านการพัฒนาพื้นที่ชายแดน  ทั้งสองฝ่ายได้หารือและตกลงที่จะกระชับความร่วมมือในด้านความมั่นคงด้านพลังงาน มีการตกลงที่จะหารือเพิ่มเติมเพื่อแสวงหาประโยชน์ร่วมกันจากทรัพยากรไฮโดรคาร์บอนในพื้นที่เรียกร้องที่ทับซ้อนกันระหว่างทั้งสองประเทศ โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นในการเก็บทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในพื้นที่นำร่อง เพื่อเป้าหมายในการทำให้พื้นที่ชายแดนปลอดภัย พร้อมทั้งดำเนินการยกระดับการเปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคั่งค้าง รวมทั้งยินดีที่ได้ลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการรับมือเหตุฉุกเฉิน ซึ่งจะเป็นการวางกรอบความร่วมมือเพื่อตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินในบริเวณชายแดน

ด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการรวมจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเข้าด้วยกัน ผ่านโครงการ “หกประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค พร้อมปรับปรุงข้อตกลงว่าด้วยการข้ามชายแดน และจะกลับมาเจรจาความตกลงทวิภาคีว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนทางถนน เพื่อให้ข้ามพรมแดนด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้

ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน โดยตกลงจัดตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อจัดทำแผนความร่วมมือในการจัดตั้งสายด่วนแลกเปลี่ยนข้อมูลและการเตือนจุดที่มีการเผา ความร่วมมือในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน และสร้างขีดความสามารถและแบ่งปันแนวปฏิบัติในการจัดการกับการเผาในเกษตรกรรม รวมถึงไทยได้เชิญกัมพูชาเข้าร่วมแผนปฏิบัติการ CLEAR Sky Strategy เพื่อส่งเสริมความร่วมมือการแก้ปัญหานี้ในระดับภูมิภาค

ด้านแรงงาน นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไทยให้ความสำคัญดูแลแรงงานทุกประเทศ รวมถึงชาวกัมพูชาในประเทศไทย ให้ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมและการรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม

สถานการณ์ในเมียนมาไทยและกัมพูชา ต่างต้องการที่จะเห็นเมียนมามีสันติสุข มั่นคง และเป็นเอกภาพ ซึ่งรัฐบาลจะแสดงบทบาทเชิงรุกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนในเมียนมา และส่งเสริมการแก้ปัญหาอย่างสันติ โดยดำเนินความร่วมมือพร้อมกับอาเซียน

ไทย-กัมพูชา ฉลองความสัมพันธ์ 75 ปี

ในช่วงท้าย ผู้นำไทยและกัมพูชาเน้นย้ำถึงความสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน โดยจะร่วมกันจัดกิจกรรมฉลองโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2568 ซึ่งเน้นกิจกรรมที่ส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชน พร้อมทั้งยืนยันที่จะพบปะและหารือระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระชับความร่วมมือให้ใกล้ชิดต่อไป

“อนุทิน” ย้ำภูมิใจไทยไม่แตะ มาตรา112 ยันสัญญาประชาคมตั้งแต่หาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568586

07 ก.พ. 2567

15:14 น.

"อนุทิน" ย้ำภูมิใจไทยไม่แตะ มาตรา112 ยันสัญญาประชาคมตั้งแต่หาเสียง

อนุทิน ย้ำภูมิใจไทยไม่แตะ “มาตรา112” ยืนยันสัญญาประชาคมตั้งแต่หาเสียง ปัดตอบเปลี่ยนแนวทางหาก ทักษิณ โดนฟ้องคดี บอกพรรคไม่ได้เดือดร้อน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงจุดยืนของพรรคเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่จะไม่มีมาตรา 112 ว่า เรื่องนี้ถามพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ เพราะเราไม่มีปัญหากับมาตรา 112 แม้แต่น้อย

“ที่มีอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ทำให้เดือดร้อน หรือไม่พอใจใดๆ ซึ่งหากถามผมก็ต้องตอบแบบนี้ เพราะผมไม่มีความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ”

เมื่อถามว่า หากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจโดนคดีมาตรา 112 จะไม่เปลี่ยนแนวทางของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะไปตอบอย่างนั้นไม่ได้ แนวทางของเราที่ผ่านมาไม่แตะมาตรา 112 สัญญาประชาคม แต่ละพรรคไม่เหมือนกัน

นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยหาเสียงมาไม่แตะมาตรา 112 เพราะถ้าหากไปแตะก็เท่ากับเราไม่รักษาสัญญา

“ภูมิธรรม” ปัดไม่ทราบ “ทักษิณ” ถูกแจ้งข้อหา “มาตรา 112”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568582

07 ก.พ. 2567

14:26 น.

“ภูมิธรรม” ปัดไม่ทราบ “ทักษิณ” ถูกแจ้งข้อหา “มาตรา 112”

“ภูมิธรรม” รองนายกรัฐมนตรี ปัดไม่ทราบ “ทักษิณ” ถูกแจ้งข้อหา มาตรา 112 พร้อมประกาศจุดยืนพรรคเพื่อไทย เสนอร่างกฏหมายนิรโทษกรรม

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกแจ้งข้อหา มาตรา112 จะมีผลต่อจุดยืนของพรรคเพื่อไทยกรณีการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่ ว่า นายทักษิณ ดำเนินคดีมาตรา 112 หรือไม่นั้นตนไม่ทราบรายละเอียด 

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ซึ่ง นายทักษิณยืนยันแล้วว่า การเดินทางกลับมาประเทศไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ดังนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม 

ส่วนพรรคเพื่อไทย ยืนยัน ตามจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน

“ภูมิธรรม” ปัดไม่ทราบ “ทักษิณ” ถูกแจ้งข้อหา “มาตรา 112”

เมื่อถามว่า มาตรา112 ไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม ย้ำว่า เรายืนยันแล้วว่าเรื่อง มาตรา112 ต้องเคลียร์ให้ชัดเจนก่อนว่า เป็นประเด็นความขัดแย้ง หากยังคุยกันไม่จบ แล้วเสนอเข้ามา ก็จะเป็นปัญหา พร้อมย้ำว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน”

“ภูมิธรรม” ปัดไม่ทราบ “ทักษิณ” ถูกแจ้งข้อหา “มาตรา 112”

“จิรัฏฐ์” ยินดีทบ.แจ้งเอาผิด “ใบ สด.43” เก๋ จะได้กระจ่าง ไม่ถูกครหา หนีทหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568548

06 ก.พ. 2567

"จิรัฏฐ์" ยินดีทบ.แจ้งเอาผิด "ใบ สด.43" เก๋ จะได้กระจ่าง ไม่ถูกครหา หนีทหาร

“จิรัฏฐ์” ก้าวไกล ขอตำรวจ ตรวจสอบร่วม กมธ.ทหาร ควบคู่ไปเลย เพื่อจะได้กระจ่าง ไม่ถูกครหาหนีทหารอีก ยัน “ใบ สด.43” เป็นของจริงแน่นอน เห็นคาตาดึงออกจากเล่ม แต่คนเซ็นถูกย้ายไปแล้ว ย้อนถ้าหนีทหารจริง ต้องโดนจับที่บ้านไปแล้ว

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) ส่งนายทหารพระธรรมนูญ เข้าแจ้งความต่อเจ้าพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ข้อหาปลอมแปลง หรือใช้เอกสารราชการปลอม กรณีโชว์ “ใบ สด.43” ว่า ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งมายังตนก่อน และยินดีที่จะให้ตรวจสอบ เพราะตนยืนยันว่าเอกสารที่ถืออยู่เป็นของแท้ และของจริงแน่นอน ยินดีให้ตรวจสอบ จะได้กระจ่าง

เมื่อถามว่า มีข้อแก้ต่างในข้อกล่าวหาปลอมแปลงเอกสารอย่างไร นายจิรัฏฐ์ ยอมรับว่า เขาก็สามารถฟ้องได้ เพราะการที่นำเอกสารเป็นเท็จไปโชว์ มีความผิดอยู่แล้ว แต่ตนก็ยืนยันว่าไม่ได้ปลอม เป็นของจริง มีต้นขั้ว มีคนเซ็นรับรองความถูกต้องหลายคน มีตราประทับ มีรอยปะ จำได้ว่าเขาดึงมาจากเล่มแน่ๆ เพราะฉะนั้นยินดีให้ตรวจสอบ ดีเลย จะได้กระจ่าง

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ ผบ.นรด. ออกมาแถลงเรื่องชื่อ ที่มีต้นขั้วเป็นชื่อเดิม แต่ใบที่แสดงกลับเป็นชื่อใหม่นั้น นายจิรัฏฐ์ ได้ย้อนถามกองทัพว่า เพราะตนเปลี่ยนชื่อตั้งแต่ก่อนที่จะเกณฑ์ทหาร 3 ปี ตั้งแต่ปี 2552 แต่ในใบสด.43 คือ ปี 2555 ดังนั้นตั้งแต่ปี 2552 ตนถือบัตรประชาชน ชื่อ นายจิรัฏฐ์ พร้อมใบเปลี่ยนชื่อไปยื่นวันผ่อนผันแน่ๆ
 

ส่วนกรณีที่ไปเกณฑ์ทหาร โดยผ่อนผันมาแล้ว 2 ครั้ง ไม่ได้ไปครั้งที่ 3 ข้อเท็จจริงตรงกับที่ ผบ.นรด.แถลงหรือไม่ นายจิรัฏฐ์ บอกว่า ดูที่เขาแถลงก่อนหน้านี้ ไทม์ไลน์ที่บอกถ้าตนมีความผิดในการหนีทหารจริง ปี 2556 ต้องโดนจับแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไร ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ว่าทำทุกอย่างตามกระบวนการ เราไม่ได้โดนอะไร ไม่ได้ทำความผิดอะไร และก็ไม่ได้สงสัยอะไรอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่ปี 2556-2558 ไม่ได้มีตำรวจมาแจ้งความดำเนินคดีกับตนใช่หรือไม่ ถ้าหนีทหารต้องมาจับที่บ้านแล้ว

ส่วนรายชื่อคณะกรรมการ ที่เซ็นรับรองในใบ สด.43 ได้ตรวจสอบไปยังสัสดีอำเภอ ว่าเป็นรายชื่อจริงหรือไม่ นายจิรัฏฐ์ กล่าวย้ำว่า จริงแน่ๆ อยู่แล้ว แต่มันเมื่อ 14 ปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ก็ไม่ใช่คนเดิมแล้ว และเขาก็ถูกย้ายไปแล้ว อันนี้เราก็ต้องการความกระจ่าง ดังนั้นคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฏร ถึงส่งเลขต้นฉบับ สด.43 ไปให้กองทัพยืนยันว่าเป็นลายเซ็นใคร ซึ่งหากตำรวจจะตรวจความจริง ก็ให้ทำควบคู่กันไปกับคณะกรรมาธิการการทหารเลย และตนมองว่าเป็นเรื่องดี จะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าหนีทหาร (พร้อมหัวเราะ)

“เพราะในข้อเท็จจริง ข้อกล่าวหาปลอมแปลงเอกสาร กับคดีเก่าที่หมดอายุความไปแล้ว คือไม่ได้ไปรายงานตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหนีทหารเลยนะครับ แต่สังคมเข้าใจไปแล้วว่าหนีทหาร” นายจิรัฏฐ์ กล่าวย้ำ