‘ทวี’ เผย ‘ทักษิณ’ มีชื่อเข้าเกณฑ์พักโทษ อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568928

13 ก.พ. 2567

09:55 น.

'ทวี' เผย 'ทักษิณ' มีชื่อเข้าเกณฑ์พักโทษ อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป

‘พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง’ เผย ‘นายทักษิณ ชินวัตร’ มีชื่อในจำนวน 930 นักโทษ ที่เข้าเกณฑ์ ‘พักโทษ’ ชี้ อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป เตรียมปล่อยตัวหลังรับโทษครบ 6 เดือน

13 ก.พ. 2567 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงการพักโทษ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า อธิบดีกรมราชทัณฑ์ มีการเสนอรายชื่อนักโทษที่จะได้รับการพักโทษมาที่กระทรวงยุติธรรมแล้ว ซึ่งมีคณะอนุกรรมการร่วมกันพิจารณา โดยในครั้งนี้มีรายชื่อนักโทษทั้งหมด 945 คน ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ อนุมัติไป 930 คน 

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม


ทั้งนี้ กฎหมายราชทัณฑ์ มาตรา 52 ระบุว่า การจะพิจารณาบุคคลที่ได้รับการพักโทษก็คือ 

  • 1.รับโทษมาอย่างน้อย 6 เดือน 
  • 2.รับโทษ 1 ใน 3

หากอันไหนมากกว่ากันก็ใช้อันนั้นเป็นเกณฑ์ แต่ต้องมีโทษไม่เกิน 10 ปี ซี่งในแต่ละเดือนจะเฉลี่ยประมาณนี้

พ.ต.อ.ทวี ยังยอมรับอีกว่า ในรายงานการประชุมมีรายชื่อของ นายทักษิณ ชินวัตร ด้วย เมื่อคณะกรรมการพักโทษพิจารณาเห็นชอบตามที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์เสนอ เนื่องจากเกณฑ์ของนายทักษิณอยู่ในกลุ่มเป็นกลุ่มเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรืออายุ 70 ปีขึ้นไป 

ส่วนจะได้รับการพักโทษเมื่อใด โดยมากแล้วจะต้องรับโทษครบ 6 เดือนตามเกณฑ์ ก็จะได้รับการพักโทษอัตโนมัติ ส่วนจะเป็นวันที่เท่าไหร่ก็ต้องไปนับรายวันเอา ซึ่งทางราชการไม่มีวันหยุด และทางราชทัณฑ์ก็จะมีการประสานกัน พร้อมยืนยันว่าเป็นเรื่องปกติในการพักโทษ ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 2546 และ ถึงปัจจุบันมีอยู่ 2,240 คน อย่างไรก็ตาม นอกจากการพักโทษแล้ว ยังมีการยกเลิกการพักโทษด้วย หากไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์

“รังสิมันต์ โรม” ปัด พรรคก้าวไกล อยู่อยู่เบื้องหลัง “กลุ่มทะลุวัง”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568905

12 ก.พ. 2567

18:11 น.

"รังสิมันต์ โรม" ปัด พรรคก้าวไกล อยู่อยู่เบื้องหลัง "กลุ่มทะลุวัง"

“รังสิมันต์ โรม” ปัดพรรคก้าวไกลอยู่อยู่เบื้องหลัง กลุ่มทะลุวัง หลังเกิดเหตุ “ตะวัน” ขับรถจี้ท้ายบีบแตรใส่ขบวนเสด็จ แนะหยุดสร้างสังคมแห่งความหวาดกลัว ลั่นเห็นด้วย รทสช.ชงญัตติ ทบทวนมาตรการอารักขาฯ ใช้เวทีสภาฯ หาทางออก

ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ชี้แจงถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาอยู่เบื้องหลังกลุ่มทะลุวังในฐานะนายประกันโดยย้อนถามถึงหลักฐาน และไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง และไม่ได้เป็นการช่วยแก้ไขปัญหาสังคม 

“เพราะหลายครั้งที่พรรคก้าวไกลถูกปรักปรำ และแม้พรรคก้าวไกล จะเป็นนายประกันให้กลุ่มเยาวชน แต่ต้องแยกออกจากการเคลื่อนไหวในที่ชุมนุม เพราะสามารถทำได้ตามกฎหมาย และต้องให้สิทธิบุคคลเหล่านั้นในการต่อสู้คดี แต่ไม่ใช่ว่า พรรคก้าวไกลจะเห็นด้วยกับการกระทำ”นายรังสิมันต์ อธิบาย

ส่วนความพยายามเชื่อมโยงระหว่างพรรคก้าวไกล กับกลุ่มทะลุวังนั้น นายรังสิมันต์ มองว่า ผู้ที่ไม่เห็นด้วย กำลังดิสเครดิตกลุ่มทะลุวัง และทำลายพรรคก้าวไกล และยืนยันว่า พรรคก้าวไกล ไม่ได้อยู่เบื้องหลังใคร และไม่มีใครอยู่หลังพรรคก้าวไกล พร้อมย้ำว่า พรรคมีจุดยืนเรื่องสิทธิเสรีภาพ และการแสดงความคิดเห็น แต่ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง เพราะเป็นการสร้างสังคมแห่งความหวาดกลัว อย่างที่ประเทศไทย เคยมีบทเรียนมาแล้ว

นายรังสิมันต์ ปฏิเสธที่จะยืนยันว่า พรรคก้าวไกล เห็นด้วยกับการกระทำของน.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ กลุ่มทะลุวังหรือไม่ โดยชี้แจงว่า จะต้องแยกแยะการกระทำของน.ส.ทานตะวัน ที่สร้างเสียงวิจารณ์ และคงสรุปยากว่า สังคมจะเห็นไปเป็นทิศทางไหน และต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า มีทั้งผู้ที่ไม่เห็นด้วย และเห็นด้วยกับการกระทำที่น.ส.ทานตะวันแสดงออก ดังนั้น การอารักขาบุคคลสำคัญยังคงต้องมี และเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ได้ และจุดยืนของพรรคก้าวไกล ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง

นายรังสิมันต์ โรม ยังกล่าวถึงการพุ่งเป้าวิพากษ์วิจารณ์นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคฯ และพรรคก้าวไกลว่า ไม่ใช่ครั้งแรก และพรรคพยายามให้สติกับทุกคน พร้อมเห็นด้วยกับนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ที่จะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาทบทวนมาตรการอารักขาถวายความปลอดภัย เพราะเป็นการใช้พื้นที่ทางการเมือง เพื่อหาทางออกโดยการพูดคุย ซึ่งดีกว่าการใช้สิทธิบนท้องถนน พร้อมยกตัวอย่าง 1 กลไกทางออก คือ การนิรโทษกรรม ที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาแล้ว

ส่วนที่ สว. ขอให้พรรคก้าวไกล ยุติการแก้ไข และการนิรโทษกรรมคดี 112 ที่ส่งผลต่อแนวคิดของคนรุ่นใหม่นั้น นายรังสิมันต์ ย้ำว่า พรรคก้าวไกล เคยหาเสียงในเรื่องนี้ และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะจุดยืนของพรรคก้าวไกล ต้องดูปัญหาของประเทศชาติ พร้อมตั้งคำถามอีกว่า คนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 นั้น ควรทำอย่างไร เพื่อให้คนเหล่านั้นรู้สึกว่า ได้รับความยุติธรรม และให้บ้านเมืองดีขึ้น

“สมชาย” แนะรัฐบาล-ตร.เอาผิด “ป่วนขบวนเสด็จ”-แก้พ.ร.บ.อารักษาฯ เพิ่มโทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568877

12 ก.พ. 2567

14:52 น.

"สมชาย" แนะรัฐบาล-ตร.เอาผิด "ป่วนขบวนเสด็จ"-แก้พ.ร.บ.อารักษาฯ เพิ่มโทษ

“สมชาย” ชี้ถึงเวลาปรับปรุงเพิ่มบทลงโทษในกฎหมายถวายความปลอดภัย แขวะ “ก้าวไกล” อย่าแค่พูดไม่เห็นด้วยกับการก่อกวนขบวนเสด็จ ต้องทำอย่างจริงจัง ชี้หากไม่ใช้กฏหมายตรงไปตรงมา อาจเกิดน้ำผึ้งหยดเดียว สร้างความขัดแย้ง คนรับผิดชอบคือคนยุคนี้

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ กลุ่มทะลุวัง ป่วนขบวนเสด็จพระราชดำเนินสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีว่า การกระทำดังกล่าว เป็นความไม่เหมาะสม และการขัดขวางขบวนเสด็จพระราชดำเนิน มีพระราชบัญญัติถวายความปลอดภัย พ.ศ.2560 ใช้บังคับอยู่แล้ว จึงอาจจะต้องมีการทบทวนปรับแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เพื่อเพิ่มบทลงโทษ

พร้อมเรียกร้องไปยังรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีหน้าที่ถวายอารักขา ควรบังคับใช้กฎหมายที่มี รวมไปถึงกฎหมายอาญา ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และปะทะกันในสังคม เหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ได้ และมาตรการการรักษาความปลอดภัยประมุข และบุคคลสำคัญมีทุกประเทศ และมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่านี้ รวมถึงมาตรการในการกั้นเส้นทางจราจรในประเทศ ก็มีการปรับให้สอดคล้องกับการจราจรในประเทศ และปิดเส้นทางเท่าที่จำเป็น

นายสมชาย ยังเรียกร้องไปยังนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกล ที่มีความเชื่อมโยงกลับกลุ่มมวลชนที่กระทำผิดดังกล่าวที่ศรัทธาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่า ในการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในการยกเลิก หรืออ้างปฏิรูปสถาบัน มีเจตนาซ่อนเร้นตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 
 

และพฤติการณ์ดังกล่าว ได้ส่งต่อจากการกระทำที่มีการปลุกเร้าทางความคิดความเชื่อที่ผิด และเป็นการคุกคามที่คนไทยไม่สามารถยอมรับได้ จึงขอให้พรรคก้าวไกล ได้เริ่มต้นแสดงให้สังคมได้เห็นว่า เป็นพรรคการเมืองที่มีความจงรักภักดี และเชื่อมั่นใจในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

โดยให้ชี้แจงไปยัง สส. สมาชิก และมวลชนที่สนับสนุนว่า การกระทำดังกล่าวไม่ถูกต้อง และขอให้ยุติการกระทำทั้งหมด ทั้งบนท้องถนน ในสภา และนอกสภา รวมถึงโซเชียมีเดีย และหยุดการเคลื่อนไหวนิรโทษกรรมความผิดคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และหยุดการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะสิ่งที่เยาวชนหลงเชื่อ มีความรุนแรงก้าวร้าว และกระทำผิดซ้ำ จนอาจนำไปสู่ความเกลียดชัง และความรุนแรงเหมือนในอดีตได้

“ผบ.ตร.”แฉมีขบวนการอยู่เบื้องหลัง “ป่วนขบวนเสด็จ”-ลั่น 2 วัน ออกหมายจับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568872

12 ก.พ. 2567

14:04 น.

“ผบ.ตร.”แฉมีขบวนการอยู่เบื้องหลัง “ป่วนขบวนเสด็จ”-ลั่น 2 วัน ออกหมายจับ

“ผบ.ตร.”​ ขอเวลาไม่เกิน​ 2 วัน​ ออกหมายจับ​ ​ถอนประกัน​ กลุ่ม “ป่วนขบวนเสด็จ”​ เชื่อ​เป็นขบวนการในประเทศ​ ชี้​มีคนอยู่เบื้องหลัง แนะเลี่ยงข้อกฎหมาย​ ลั่น​ตำรวจทุกนายถวายความปลอดภัยด้วยชีวิต​

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์​ สุขวิมล​ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​​ (ผบ.ตร.​) เปิดเผยว่า การเข้าพบ นายเศรษฐา​ ทวีสิน​ นายกรัฐมนตรี วานนี้ นายกรัฐมนตรีเรียกไปพบ พร้อมกำชับเรื่องการถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จ ถ้ามองในมุมคนนอกก็ห่วง เหมือนมีช่องว่าง แต่ขอให้เชื่อตนอย่างหนึ่งว่าขบวนเสด็จมีการวางระบบไว้ค่อนข้างดี แต่เราไม่สามารถบอกได้ เพราะคนจะทราบหมดว่ามีการวางไว้อย่างไร

ทั้งนี้ ตนได้ยืนยันกับนายกรัฐมนตรีไปว่า การถวายความรักษาความปลอดภัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ มีการวางระบบ แต่การที่มีกลุ่มเห็นต่างเข้ามาแสดงออกลักษณะเช่นนี้​ ตนได้กำชับตั้งแต่วันแรกว่า เราจะดำเนินคดีตามพยานหลักฐานที่มี​ ไม่ต้องรอให้สื่อมวลชนถาม 

ตนเชื่อว่าเยาวชนที่ออกมาไม่ได้ ออกมาเอง มีขบวนการที่อยู่ข้างหลัง ขอตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน และในวันที่ทำคดีเสร็จ ทุกคนจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีค่อนข้างละเอียด 

โดยตนได้ย้ำว่าอย่าเร่งทำ ไม่เช่นนั้นจะผิดพลาด ฉะนั้นขอเวลาอีก 2 วัน เดี๋ยวจะเห็นการแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายจับ พร้อมยืนยันว่ากรณีดังกล่าวจะมีการจับกุมดำเนินคดีอย่างแน่นอน โดยขณะนี้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งรัดพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการ เพื่อปิดข้อครหาทั้งหมดและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เพราะไม่อยากให้นำมาเป็นประเด็นโจมตีสถาบันด้วย อีกทั้งยืนยันว่าไม่ได้มีการสั่งการ แต่ดำเนินการตามหลักฐานและขอให้เชื่อมั่นตำรวจ

“เรื่องการถวายความปลอดภัยพวกเรา​(ตำรวจ)​ ดูแลพระองค์ท่านด้วยชีวิต​ พวกพี่ดูแลด้วยชีวิตของพวกพี่จริงๆ” ผบ.ตร. กล่าว

เมื่อถามว่า เยาวชน 2 คนที่ก่อเหตุมีคดีติดตัวอยู่จะดำเนินการอย่างไร ผบ.ตร. ระบุว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนของ บช.น. กำลังดำเนินการอยู่ รออีก 2 วัน เพื่อให้พยานหลักฐานใหม่ในการแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จสิ้น พร้อมยอมรับว่าจะมีการถอนประกัน

ส่วนจะออกหมายจับมากกว่า 2 คนหรือไม่นั้น ผบ.ตร. ปฏิเสธตอบคำถาม โดยบอกเพียงว่า ขอให้ดำเนินการในเบื้องต้นก่อน และวานนี้ตนก็ได้รายงานนายกรัฐมนตรี ไปหมดแล้ว

เมื่อถามย้ำว่า ระหว่างการรอถอนประกัน เยาวชนกลุ่มดังกล่าวอาจจะเคลื่อนไหวพื้นที่อื่น ผบ.ตร. ระบุว่า เรามีการดูแลติดตามอยู่ อย่างวานนี้ที่มีเหตุการณ์ปะทะ 2​ ฝ่าย​ ก็ติดตามดูอยู่ แต่อย่างไรการแสดงพฤติกรรมที่ห้างสรรพสินค้า จะเห็นได้หลายอย่างว่าเขามีการเตรียมการ ซึ่งยังไม่ได้แสดงอะไรบางอย่าง เตรียมการเพื่อไม่ให้ผิดข้อกฎหมายบางข้อ พร้อมเชื่อว่าเขามีคนที่ให้คำแนะนำ แต่จะมีนักการเมืองอยู่ด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่ยืนยัน แต่ยืนยันว่าในทางสอบสวนมีบุคคลช่วยเหลือให้คำปรึกษา และไกด์ไลน์อย่างแน่นอน​

ส่วนจะเอาผิดผู้อยู่เบื้องหลังได้มากน้อยเพียงใด ขณะนี้ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่​ และในทุกการกระทำที่เขาดำเนินการ

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงปฏิกิริยาของตำรวจที่มีความล่าช้า ผบ.ตร. ระบุว่า​ “โอ้โหอย่างพี่หรอ​ ไม่เอาจริงเอาจัง​ เรื่องถวายความปลอดภัย​ น้อง(สื่อฯ)​ ก็รู้ว่าพี่ดูแลเรื่องนี้มานานมาก​ ไม่ต้องห่วงครับ​ เราบอกแล้วข้าราชการทุกคนเป็นข้าราชการในพระองค์ที่ดูแลความปลอดภัย​ มันเป็นภารกิจข้อแรกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ดูแลความปลอดภัยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ มันเป็นสิ่งที่พวกพี่ต้องทำเป็นข้อแรกเลยของข้าราชการตำรวจ ไม่ต้องห่วง พี่ทำให้ไม่มีข้อครหาและให้ความยุติธรรมทุกฝ่าย” ผบ.ตร. กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีดังกล่าวมีการกระทำความผิดซึ่งหน้า ผบ.ตร. กล่าวว่า​ ทางตำรวจสืบตั้งแต่ก่อนมีเหตุการณ์ ระหว่างมีเหตุการณ์ และหลังมีเหตุการณ์ ไม่ใช่แค่ซึ่งหน้าเท่านั้น ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวหาตรงนี้​ จะทำให้ข้อกล่าวหาแตกต่างกันมาก และประเด็นดังกล่าวก็อาจจะเป็นเหตุให้ตำรวจสามารถเพิกถอนประกันต่อศาลได้​ พร้อมย้ำว่าไม่เกิน 2 วัน​ ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว

ผบ.ตร. ยังระบุด้วยว่า ที่ออกมาไม่ได้หิวแสง​ หรือรังแก และที่ออกมาช้าก็อยากจะทำให้ละเอียด​ พร้อมย้ำว่าจะไม่มีการหว่านหรือรังแก​ หากสอบพยานถึงใครก็คนนั้น

เมื่อถามว่า ขบวนการดังกล่าวอยู่ในประเทศหรือรวมถึงต่างประเทศด้วยนั้น​ ผบ.ตร.​ ระบุว่า​ มีเพียงในประเทศเท่านั้น ​

โดยในช่วงท้าย ผบ.ตร. บอกอีกว่า หากพยานหลักฐานสาวถึงใครก็จะเรียกมาทั้งหมด และจากการสอบสวนมีแนวทางว่า​ มีคนช่วยเหลืออย่างแน่นอน​

ส่วนจะเรียกผู้อยู่เบื้องหลังมาพูดคุยหรือไม่นั้น ผบ.ตร.​ ยืนยันว่า​ ขณะนี้ได้รายงานนายกรัฐมนตรีไปแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการอีกขั้นหนึ่ง

นายกฯ กำชับ ผบ.ตร.คุมเข้มอารักษา “ขบวนเสด็จ”- ผู้นำประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568869

12 ก.พ. 2567

13:39 น.

นายกฯ กำชับ ผบ.ตร.คุมเข้มอารักษา "ขบวนเสด็จ"- ผู้นำประเทศ

นายกฯ กำชับ ผบ.ตร.เข้มอารักขา ขบวนเสด็จ-ผู้นำประเทศ แนะกลุ่มเห็นต่างใช้เวที “สภา-วิชาการ” ทางออก ไม่อยากให้กระทบกระทั่งกัน ลั่นเรื่องนี้ไม่ควรมีขบวนการให้ท้ายกลุ่มเยาวชน ย้ำความปลอดภัยของราชวงศ์ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

ที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพมหานคร นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการพูดคุยกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) และเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เกี่ยวข้อง เรื่องมาตรการอารักขาฯ โดยยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความดูแลบุคคลสำคัญของประเทศ 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ตรงนี้ก็ได้มอบให้ทางสำนักงานข่าวกรอง พร้อมกำชับให้ดูแลเรื่องนี้ให้ดี เพราะไม่อยากให้มีการปะทะกันเกิดขึ้น และอยากให้ประเทศอยู่ด้วยความสามัคคี ถ้ามีเวทีไหนที่เราเห็นต่าง ซึ่งต้องเป็นเวทีที่เหมาะสม หรือเวทีนักวิชาการมาพูดคุยกัน

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวมีหลายฝ่ายออกมาแสดงพลังและจุดยืนในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ และกลุ่มต่างๆ นั้น ตนว่าจริงๆแล้ว เรื่องนี้กองทัพเขาก็ทำกันอยู่แล้ว กองทัพก็ให้ความเคารพสถาบัน

ส่วนทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มีการรายงาน เรื่องการดำเนินคดีอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรีตอบว่า ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งหรืออย่างไร แต่ก็อยากจะวิงวอนในเรื่องของการใช้ความรุนแรง เรื่องเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควร รัฐบาลไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือกองทัพก็อยากจะเห็นความสมัครสมานสามัคคี แน่นอนการเห็นต่างเป็นเรื่องที่สังคมมีการเห็นต่างอยู่แล้ว ก็ต้องมาพูดคุยใช้เวทีที่ปลอดภัยและไม่เป็นที่คุกคามของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่อยากจะขอวิงวอนอ้อนวอน ให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงจุดนี้ ประเทศเราก็เดินหน้ามาด้วยดีเรื่องความวุ่นวายเหล่านี้มันก็ไม่มีมานาน เราก็ไม่อยากที่จะให้เป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นซึ่งก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายรักษาความปลอดภัย และความมั่นคงที่ต้องดูแล

ส่วนความกังวลว่าจะกลายเป็นเหตุความรุนแรงหรือไม่ เนื่องจากล่าสุดก็เกิดการปะทะกันเกิดขึ้น นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องการที่ใช้กำลังหรือวาทกรรมก็อยากให้ลดลงควรใช้เวทีสาธารณะอื่นๆ ดีๆไม่ว่าจะเป็นสภาหรือนักวิชาการในการพูดคุยกันในเวทีที่ปลอดภัยกว่านี้ ตนเชื่อว่าทุกฝ่ายก็อยากให้ประเทศชาติมีความปรองดอง ความสมัครสมานสามัคคี มีบรรยากาศที่พูดคุยกันได้ ทุกฝ่ายก็ให้ความสำคัญ ตนก็ได้พูดคุยกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไป ว่าต้องระมัดระวังอย่าให้กระทบกระทั่งกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดความปลอดภัยของราชวงศ์ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

ส่วนพรรคก้าวไกลมีความคิดเห็นว่าหากเป็นเรื่องนี้เป็นเรื่องของการเมืองก็จะนิรโทษกรรมด้วย นั้น “ผมไม่เคยมองไปไกลขนาดนั้น ผมมองว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายรักษาความปลอดภัยที่ต้องดูแลบุคคลสำคัญของประเทศให้ดีที่สุดไม่ให้เกิดมีการคุกคามหรือการใช้กำลัง และไม่อยากให้เรื่องนี้มาเป็นเรื่องการเมืองด้วย เพราะว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง” นายกรัฐมนตรีกล่าว

สำหรับเหตุที่มีการปะทะกันล่าสุดเนื่องจากกลุ่มทะลุวังได้มีการนำ ป้ายโพข้อความเกี่ยวกับขบวนเสด็จมาทำกิจกรรม จึงควรที่จะให้หยุดพฤติกรรมตรงนี้หรือไม่ นายเศรษฐา มองว่า เรื่องของการพูดคุยก็ควรเป็นสถานที่ที่เหมาะสม เรามีตัวแทนของประชาชนดูแล้วอยู่ในรัฐสภา เราก็ต้องใช้เวทีสภาในการพูดคุยกันดีกว่าหรือไม่ เพราะก็เป็นเวทีที่ปลอดภัยและถูกต้องตามครรลองคลองธรรมในระบบประชาธิปไตยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทุกๆฝ่ายทุกๆพรรค ทุกๆคนที่เรารักก็ได้มีการเลือกตั้งกันไปแล้ว ทุกๆฝ่ายก็มีตัวแทนอยู่แล้วในรัฐสภาอยู่แล้ว ถ้าเกิดมาใช้เวทีอื่นที่อาจจะ ที่มีพื้นที่สาธารณะประชาชนอยู่เยอะ ก็อาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน ต้นก็ไม่เห็นด้วย เพราะก็มีคนเดือดร้อน เราไม่อยากให้บรรยากาศที่เกิดขึ้นอย่างเมื่อวันเสาร์ เข้าไปสู่สายตาของชาวโลก เพราะทุกประเทศเขาก็มีเรื่องการอารักขาผู้นำ และต้องเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญสูงสุด

“ผมไม่แน่ใจว่าผู้ใหญ่ที่ไหนให้ท้าย แต่ถ้าจะให้ผมพูด เรื่องนี้มันไม่ควรมีการให้ท้าย ไม่ควรมีกระบวนการอยู่เบื้องหลัง เพราะว่าขบวนเสด็จมีภารกิจ พระองค์ท่านมีภารกิจตลอดเวลา ทุกพระองค์เพราะฉะนั้นเรื่องการเดินทางของท่านเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างสูงสุด แล้วฝ่ายที่เห็นต่างก็ควรใช้เวทีที่ปลอดภัย เรามีนักวิชาการก็ควรพูดคุยกันในเวทีที่ถูกต้อง ไม่อยากให้เป็นเวทีที่มาใช้คำว่าท้าทาย อย่างเช่นที่ศูนย์การค้าหรือที่สาธารณะต่างๆ ไม่เหมาะสมหรอกครับเพราะมันไม่มีระบบรักษาความปลอดภัย และสถานที่ช้อปปิ้งต่างๆก็มีคนที่ไปพักผ่อนกัน”นายเศรษฐากล่าว

‘เศรษฐา’ ถก ผบ.ตร. กำชับ รปภ. บุคคลสำคัญ หลังเหตุ ป่วนขบวนเสด็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568827

11 ก.พ. 2567

18:25 น.

'เศรษฐา' ถก ผบ.ตร. กำชับ รปภ. บุคคลสำคัญ หลังเหตุ ป่วนขบวนเสด็จ

‘เศรษฐา’ หารือ ‘ผบ.ตร.’ กำชับมาตรฐาน การ รปภ. บุคคลสำคัญ หลังเกิดเหตุการณ์ ‘ป่วนขบวนเสด็จ’ หวั่นถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมือง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความ ภายหลังหารือกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ระบุว่า ตนหารือกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการ รักษาความปลอดภัย บุคคลสำคัญ

โดยระบุว่า เรื่องที่ตนเป็นห่วง และขอกำชับ คือเรื่องมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของบุคคลสำคัญ เพื่อไม่ให้ประเด็นนี้ กลายเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้โจมตีทางการเมืองของทุกฝ่าย หรือมือที่สาม มาฉวยสร้างสถานการณ์ ที่สำคัญเรื่องนี้ เป็นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล และของผมในฐานะนายกฯ

นอกจากนี้ ยังระบุว่า ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐบาลมีหน้าที่ถวายการอารักขา และรักษาไว้ซึ่งพระเกียรติยศของสถาบัน เชื่อว่าเราคนไทยเห็นตรงกันในเรื่องนี้

เศรษฐาโพสต์ข้อความเศรษฐาโพสต์ข้อความเศรษฐาโพสต์ข้อความเศรษฐาโพสต์ข้อความ

ทั้งนี้ การหารือเพื่อหามาตรการป้องกัน คาดว่า เกิดขึ้นหลังเกิดปรากฏเหตุการณ์คุกคาม ป่วนขบวนเสด็จ ของกรมสมเด็จพระเทพฯ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และต่อมาก็ได้เกิดการปะทะกันระหว่าง ศปปส. กับกลุ่มทะลุวัง ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ ซี่งมีแนวโน้มว่าจะมีการเกิดความรุนแรงเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย เนื่องจากมีความไม่พอใจของประชาชนจำนวนมากเกิดขึ้น จนอาจเกิดอันตรายแก่ประชาชนทุกฝ่ายได้ 

อุ๊งอิ๊ง เปิดบ้านจันทร์ส่องหล้า รอ ทักษิณ ถ้าได้พักโทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568731

09 ก.พ. 2567

16:00 น.

อุ๊งอิ๊ง เปิดบ้านจันทร์ส่องหล้า รอ ทักษิณ ถ้าได้พักโทษ

อุ๊งอิ๊ง ยังไม่รู้ว่ามีการเสนอชื่อพักโทษ ทักษิณ หรือไม่ แต่ได้เตรียมบ้านจันทร์ส่องหล้า เอาไว้ต้อนรับตั้งแต่กลับถึงไทยแล้ว

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.67 อุ๊งอิ๊ง – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจจะได้รับการ พักโทษ และปล่อยตัว ในวันที่ 18 ก.พ.67 ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบเรื่อง ยังไม่ได้รับการประสานจากทางกรมราชทัณฑ์ และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่า มีรายชื่อคุณพ่อหรือไม่

ทั้งนี้ น.ส.แพรทองธาร ย้อนถามสื่อว่า “ข่าวที่ออกมามีรายชื่อของคุณพ่อหรือไม่” โดยสื่อมวลชนตอบกลับว่า ”ข่าวในขณะนี้มีรายชื่อว่านายทักษิณมีคุณสมบัติที่จะได้รับการปล่อยตัว แต่สื่อก็ยังไม่รู้จึงต้องถามคนในครอบครัว” ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ยิ้มก่อนจะตอบว่า “หวังว่าจะมีชื่อนะคะ แต่ยังไม่ทราบยังไม่เห็นเหมือนกันค่ะ “

เมื่อถามย้ำว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยังไม่ได้แจ้งความคืบหน้าอะไรใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ยังไม่ได้แจ้งค่ะ”

เมื่อถามว่า ขั้นตอนในการขอ พักโทษ ทางครอบครัวได้เป็นผู้ขอด้วยหรือไม่ หรือเป็นขั้นตอนที่กระทรวงยุติธรรมดำเนินการเอง น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ต้องดูว่าเข้าเกณฑ์ไหม อันนี้ไม่ทราบคุณพ่อเป็นคนทำเอง ครอบครัวไม่ได้ทำ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าชื่อจะผ่านการพิจารณาหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมาก ทางครอบครัวก็แค่เตรียมความพร้อมที่บ้านเฉยๆ เพราะอยากให้ออกมาตลอดอยู่แล้ว นี่ก็เตรียมตั้งแต่คุณพ่อกลับมาถึงเมืองไทยแล้วค่ะ ไม่ใช่เพิ่งเตรียม โดยเป็นการเตรียมที่ บ้านจันทร์ส่องหล้า ไว้”

เมื่อถามว่าเป็นเพราะคุณพ่อคุ้นเคยกับ บ้านจันทร์ส่องหล้า ใช่หรือไม่ถึงอยากให้อยู่ที่นั่น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ค่ะ แต่ยังไม่ทราบ ว่ามันต้องมีรายละเอียดทางราชการอะไรยังไง บ้านที่อยู่ด้วยกันขณะนี้อยู่กันหลานครอบครัว ก็ไม่ทราบ ว่าจะยังไงแต่ก็คิดว่าจะได้อยู่ด้วยกัน”

เมื่อถามย้ำว่าตื่นเต้นหรือไม่ ที่จะถึงวันที่ 18 ก.พ.67แล้ว น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ตื่นเต้น ตื่นเต้นค่ะ ตื่นเต้นแน่นอน ตื่นเต้นมากๆค่ะ”

ส่วนนอกจากเตรียมบ้านแล้วทางครอบครัวได้มีการเตรียมอะไรไว้เซอร์ไพรส์ให้คุณพ่อหรือไม่ น.ส.แพทองธาร หัวเราะ ก่อนบอกว่า “เดี๋ยวก็ไม่เซอร์ไพรส์”

ขณะเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวถึงการต่อสู้คดี มาตรา 112 ที่อัยการอายัดตัวนายทักษิณ ว่า คดีนี้ยังอยู่ในการพิจารณาของอัยการ ยังไม่ทราบเลยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป อัยการได้เข้าไปสอบสวนคุณพ่อแล้ว ตามนั้น เป็นไปตามกระบวนการไป

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ หากได้รับการปล่อยตัวแล้วยังเหลือคดีอีก 1 คดี ที่ยังต้องรอการพิจารณาอยู่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “กังวล จนไม่กังวลแล้วค่ะ”

‘สุวัจน์’ เปิดบ้าน วันเกิด 69 ปี ‘เศรษฐา-แพทองธาร’ นักการเมือง อวยพร คับคั่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568719

09 ก.พ. 2567

14:05 น.

'สุวัจน์' เปิดบ้าน วันเกิด 69 ปี 'เศรษฐา-แพทองธาร' นักการเมือง อวยพร คับคั่ง

‘สุวัจน์’ เปิดบ้าน ย่านราชวิถี เนื่องใน วันเกิด ครบ 69 ปี ‘เศรษฐา-แพทองธาร’ รวมทั้ง นักการเมือง-ภาคธุรกิจ-วงการกีฬา เข้าอวยพรแน่น

(9 ก.พ. 2567) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดบ้านเลขที่ 333 ราชวิถี จัดพิธีสงฆ์ และเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบ 69 ปี โดยมีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ สมเด็จธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานในพิธีสงฆ์  ซึ่งมีครอบครัว และบุคคลในวงการการเมือง และภาคธุรกิจ เข้าร่วมอวยพร   

โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางมาอวยพรวันเกิด นายสุวัจน์ ก่อนที่จะเดินทางลงพื้นที่ จ.สระบุรี และลพบุรี ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวอวยพร ขอให้นายสุวัจน์สุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นเสาหลักของการเมืองไทยไปอีกนานๆ

ขณะที่ นายสุวัจน์ ได้มอบพระเครื่องหลวงพ่อคูณ รุ่นกุฎี ที่สร้างในวันเกิดของหลวงพ่อคูณ ในปีสุดท้ายก่อนที่จะละสังขาร ให้กับนายเศรษฐา พร้อมขอให้ทำงานเพื่อแก้วิกฤตของประเทศ 

นายกเศรษฐาอวยพรวันเกิด 69 ปี สุวัจน์นายกเศรษฐาอวยพรวันเกิด 69 ปี สุวัจน์

ขณะที่ ทางด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ได้เดินทางมาร่วมอวยพรวันเกิดให้กับนายสุวัจน์ เช่นเดียวกัน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า น.ส.แพทองธาร มีอาการขาเจ็บ ใส่เฝือกอ่อน เนื่องจากเล่นกีฬาสกี แต่ยืนยันว่า ยังปฏิบัติภารกิจได้

     แพทองธารอวยพรวันเกิด 69 ปี สุวัจน์แพทองธารอวยพรวันเกิด 69 ปี สุวัจน์

จุรินทร์ ฟาดรัฐบาล หมดเวลายื้อ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ต้องรับผิดชอบนโยบายหาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568662

08 ก.พ. 2567

16:42 น.

จุรินทร์ ฟาดรัฐบาล หมดเวลายื้อ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ต้องรับผิดชอบนโยบายหาเสียง

จุรินทร์ ทวงถามรัฐบาลแทนประชาชน หมดเวลายื้อ “ดิจิทัลวอลเล็ต” พรรคการเมือง ต้องรับผิดชอบตามที่หาเสียงไว้ เมื่อทำหน้าที่เป็นรัฐบาลก็ต้องทำให้ได้ เพราะจะทำให้นักการเมืองมีความรับผิดชอบมากขึ้น แม้จะใช้นโยบายโครงการประชานิยม

“ดิจิทัลวอลเล็ต” ปมร้อนพรรคเพื่อไทยและลุกลามไปถึงรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อสิ่งที่หาเสียงก่อนหย่อยบัตรเลือกตั้ง2566 ยังไม่เกิดขึ้นจริง และเลื่อนเวลาออกไปเรื่อยๆ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.มีข้อเสนอแนะต่อนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล โดยมองว่าขณะนี้ รัฐบาลหมดเงื่อนไขที่จะซื้อเวลาแล้ว ดังนั้น ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง และเชื่อว่า ประชาชนก็ยังรอคำตอบอยู่ 

โดยข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.มีความชัดเจน และสะท้อนว่า ป.ป.ช.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ พร้อมชื่นชม ป.ป.ช.ว่า มีทีมงานด้านเศรษฐกิจที่ดี มีศักยภาพสูงในการให้ความเห็นและทำหน้าที่ตรวจสอบต่อไปในอนาคต

นายจุรินทร์ ยังย้ำว่า ป.ป.ช.ชี้ชัดว่า เศรษฐกิจไม่ได้วิกฤติ ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจระดับมหภาค ดังนั้น ถ้ารัฐบาล จะตัดสินใจใด ๆ ต้องคำนึงถึงว่า จะต้องไม่ก่อให้เกิดการทุจริต ทั้งเชิงนโยบาย และภาคปฏิบัติ หรือทำผิดกฎหมาย

ส่วนหากรัฐบาลตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งจะเกิดผลดี หรือผลเสียอย่างไรนั้น นายจุรินทร์ เห็นว่า เมื่อรัฐบาลหาเสียงไว้แล้วก็ต้องทำ พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่เคยขัดขวางโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่พรรคการเมืองต้องแสดงความรับผิดชอบตามที่หาเสียงไว้ เมื่อทำหน้าที่เป็นรัฐบาลก็ต้องทำให้ได้ เพราะจะทำให้นักการเมืองมีความรับผิดชอบมากขึ้น แม้จะใช้นโยบายโครงการประชานิยม ก็ต้องเป็นประชานิยมที่มีความรับผิดชอบ ที่ต้องทำให้ตรงปก และต้องรับผิดชอบตามผลที่ตามมา

นายจุรินทร์ ยังย้ำว่า รัฐบาลหมดเวลายื้อโครงการดังกล่าวแล้ว เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลอ้างกฤษฎีกา และวันนี้ ป.ป.ช.ก็มีคำแนะนำให้รัฐบาลแล้ว จึงหมดเวลาซื้อเวลาแล้ว

ส่วนประเมินเศรษฐกิจประเทศไทยถึงขั้นวิกฤตเศรษฐกิจหรือไม่นั้น นายจุรินทร์ ยอมรับว่า ประชาชนมีความเดือดร้อนจริง แต่ภาษากฎหมาย จะต้องเข้าเงื่อนไขเศรษฐกิจวิกฤต ซึ่งคำว่า เศรษฐกิจวิกฤต น่าจะหมายถึงเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งเรื่องนี้ ป.ป.ช. ก็ให้ข้อเสนอแนะที่ชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ จึงขอใช้โอกาสนี้ทวงถามแทนประชาชน

“ธรรมนัส” ประกาศ “พลังประชารัฐ” ไม่มีนโยบายทุจริตเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568659

08 ก.พ. 2567

16:05 น.

“ธรรมนัส” ประกาศ “พลังประชารัฐ” ไม่มีนโยบายทุจริตเลือกตั้ง

“ธรรมนัส” ประกาศ พลังประชารัฐ ไม่มีนโยบายทุจริตเลือกตั้ง หลังผู้สมัคร สส.นครสวรรค์ โดนใบดำ-ใบแดง ซื้อเสียง เตรียมหารือ กก.บห.แก้ปัญหา เร็วๆ นี้

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิจารณาให้ใบดำ หรือใบแดง กับนายพรวิศิษฐ์ แจ่มใส ผู้สมัคร สส.นครสวรรค์ เขต 5 พรรคพลังประชารัฐ กรณีพบการทุจริตซื้อเสียงการเลือกตั้งว่า ตนเองเพิ่งได้รับข้อมูลจากสื่อมวลชน แต่ยืนยันว่า แต่ไม่ใช่นโยบายของพรรคพลังประชารัฐ และเป็นความผิดส่วนบุคคล 

“ที่อดีตผู้สมัคร จะต้องไปแก้ต่างด้วยตัวเอง เพราะนโยบายพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีนโยบายสนับสนุนผู้สมัครในการกระทำการละเมิดกฎหมายการเลือกตั้งอยู่แล้ว”เลขาธิการ พปชร. อธิบาย

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบควบคู่ไปกับ กกต.หรือไม่ เนื่องจาก อดีตผู้สมัครดังกล่าว ยังเป็นสมาชิกของพรรคอยู่ด้วยนั้น รอ.ธรรมนัส อธิบายว่า ตนจะนำไปหารือกับคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ว่า จะมีมาตรการ และการแก้ไขปัญหาอย่างไร

ส่วนกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมาระบุจะปรับภาพลักษณ์ของพรรคใหม่ ให้เป็นอนุรักษ์นิยมที่ทันสมัย ได้มีการดำเนินการอย่างไรแล้วหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงว่า เรื่องนี้คณะกรรมการบริหารพรรคจะมีการประชุมกันอีกครั้ง ซึ่งเป็นแนวทางที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ได้นำเสนอ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของพรรค ที่จะต้องปรับภาพลักษณ์เตรียมพร้อมการเลือกตั้งครั้งหน้า 

“พรรคพลังประชารัฐ ถือว่าเป็นพรรคที่มีจำนวน สส.มากพอสมควร และกล้าการันตีได้ว่า แต่ละคนของพรรคฯ มีคุณภาพ และมีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และยุทธศาสตร์ของพรรคในภาพรวมก็ต้องทำด้วยพร้อม ๆ กัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทุกพรรคก็ทำเหมือนกันหมด” เลขาธิการ พปชร. กล่าว