เส้นทาง ‘ไอซ์ รักชนก’ จากเซเลบคลับเฮาส์ โดนตบหน้า สู่นักการเมืองผู้ล้มยักษ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565305

13 ธ.ค. 2566

เส้นทาง 'ไอซ์ รักชนก' จากเซเลบคลับเฮาส์ โดนตบหน้า สู่นักการเมืองผู้ล้มยักษ์

เส้นทางชีวิต ‘ไอซ์ รักชนก’ จากแม่ค้าออนไลน์ กลายเป็นเซเลปคลับเฮาส์ โดนตบหน้า สู่นักการเมืองหญิงอายุน้อยผู้โค่นยักษ์

ศาลอาญาตัดสินคดีของ “ไอซ์ รักชนก” หรือ รักชนก ศรีนอก สส. พรรคก้าวไกล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคำตัดสินที่ออกมานั้น ศาลอาญาได้ตัดสินโทษจำคุก ไอซ์ รักชนก 6 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดี ม.112 ในความผิดฐาน ดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์พ.ศ.2550 มาตรา 3,14

ไอซ์ รักชนกไอซ์ รักชนก

หลายคนรู้จัก “ไอซ์ รักชนก” ในฐานะนักเคลื่อนไหวทางการเมืองมานานก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างจริงจังสำหรับเส้นทางของ “ไอซ์ รักชนก” นักการเมืองจากพรรคก้าวไหล ที่มีอายุเพียง 29 ปี เธอโด่งดังมาจากแอปฯ คลับเฮาส์ เพราะเคยมีการตั้งประเด็นคำถามต่อ Tony Woodsome ซึ่งเป็นยูเซอร์เนม ของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ใช้สำหรับเล่น คลับเฮาส์  ณ ตอนนั้นจน “ไอซ์ รักชนก” ได้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก

ไอซ์ รัชนก ไอซ์ รัชนก

แต่เรื่องที่ทำให้ “ไอซ์ รัชนก” กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพราะเธอเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ฝีปากกล้าเท่านั้น เพราะในช่วงปี 2564 ไอซ์ รัชนก มีประเด็นกับ ต้อม ยุทธเลิศ ผู้กำกับภาพยนต์ชื่อดัง โดย “ไอซ์ รัชนก” ได้ออกมาแฉว่า เธอถูกผู้กำกับชื่อดัง ตบหน้าและถีบ ทำร้ายร่างกายบริเวณท่าเรือคลองสาน เนื่องจากมีปัญหากัยและ “ไอซ์ รัชนก”  ถูกกล่าวหาว่าโกงเงินม็อบทั้งๆที่ไม่มีหลักฐาน หลังจากประเด็นดังนั้นถูกแพร่สะพัดออกไปก็ทำให้ “ไอซ์ รักชนก”  ได้รับความสนใจจากสังคมมากยิ่งขึ้น

  • เส้นทางการเมืองของ “ไอซ์ รักชนก” กับการโค่นยักษ์ใหญ่อย่าง วัน อยู่ยำรุง

“ไอซ์ รักชนก”  โลดแล่นอยู่บนเส้นทางการเมือง มาอย่างต่อเนื่องมีม็อบที่ไหน มีไอซ์ ที่นั้น จากหญิงสาวที่เรียนจบจาก คณะด้านวิทยาศาสตร์ สาขาสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ทำอาชีพขายของออนไลน์ผ่านอินสตาแกรม สู่เส้นทางการเมือง โดยเธอได้ลงสมัครเป็น สส. สังกัดพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้ง 2566 โดยเธอเป็นผู้สมัคร ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 28 ประกอบด้วย เขตจอมทอง (เฉพาะแขวงบางขุนเทียน) เขตบางบอน ซึ่งเป็นพื้นที่ของนักการเมืองดั่งเดิมอย่าง นายวัน อยู่บำรุง ที่ครองคะแนนเสียงจากคนในย่านนี้มาอย่างยาวนาน และไม่มีพรรคการเมืองไหนสามารถโค่น วัน อยู่บำรุง ลงได้

“ไอซ์  รักชนก” กลับเป็น สส. หญิง คนแรกที่สามารถเรียกคะแนนจากชาวบ้านในพื้นที่นั้นมาได้ และโค่นยักษ์ใหญ่อย่างลูกพี่ วัน อยู่บำรุง ได้สำเร็จ สามารถคว้าเก้าอี้ ฝ่าด่านตรวจคุณสมบัติ สส. จนเข้าไปนั่งในสภาฯ ได้ และแน่นอนว่าระหว่างที่ทำหน้าที่ สส. ไอซ์ รักชนก ลงพื้นที่ดูแลสารทุกข์ สุขดิบ ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง และในระหว่างที่ต้องเข้าประชุม เธอก็ ได้เแสดงลีลาการอภิปราย อย่างฉะฉาน ชัดเจน ตรงไปตรงมาเช่นกัน

จากนี้ต่อไปคงจับติดตามเส้นทางชีวิตของ ไอซ์  รักชนก ศรีนอก ต่อว่าจะเป็นอย่างไร เธอจะได้ไปต่อในเส้นทางการเมือง หรือจะต้องติดคุกตามคำสั่งศาลหรือไม่

‘ชัยวุฒิ’ ปราม ‘นักการเมือง’ ไม่ดื่ม-เที่ยว ที่อโคจร หวั่นซ้ำรอย ‘สมรักษ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565279

12 ธ.ค. 2566

'ชัยวุฒิ' ปราม 'นักการเมือง' ไม่ดื่ม-เที่ยว ที่อโคจร หวั่นซ้ำรอย 'สมรักษ์'

‘ชัยวุฒิ’ ปราม นักการเมือง ไม่ควร ดื่ม-เที่ยว สถานที่อโคจร หวั่นซ้ำรอย ‘สมรักษ์’ บอก ‘อย่างผม ไม่เคยไปเลยนะครับ’ รับตกใจข่าว แต่ไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว เขาลาออกไปก่อนจะเกิดเรื่องด้วยซ้ำ

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2566 ที่พรรคพลังประชารัฐ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีของนายสมรักษ์ คำสิงห์ ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กสาวอายุ 17 ปี ว่า เห็นข่าวแล้วก็ตกใจ เพราะจากที่เคยทำงานร่วมกัน สมรักษ์ คำสิงห์ เป็นคนเรียบร้อย ไม่มีลักษณะเป็นคนที่เที่ยวกลางคืน หรือ กินเหล้า

“เรื่องนี้จึงต้องฝากเตือนนักการเมืองทุกคน อย่าไปดื่มหรือไปเที่ยวในที่อโคจร ยิ่งไปกินเหล้ากับคนที่เราไม่รู้จัก ยิ่งอันตราย เพราะเวลาเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเราเสียหาย ต้องระมัดระวัง ขอเตือนนักการเมืองยิ่งยุคนี้เป็นยุคที่โซเชียลมีเดียแพร่หลาย ไปที่ไหนมีการถ่ายคลิปถ่ายภาพเก็บไว้ได้หมด ต้องระมัดระวัง ไม่ควรไปในที่อโคจร อย่างผมไม่เคยไปเลยนะครับ ในที่อโคจรห้ามไปเด็ดขาดสุ่มเสี่ยง เตือนทุกคนด้วย” นายชัยวุฒิ กล่าว

 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้สิ่งสำคัญคือการดำเนินการตามกฏหมาย ยืนยันพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงนักการเมืองในพรรคไม่เข้าไปแทรกแซงเรื่องนี้แน่นอน ปล่อยให้ว่ากันตามกระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือแน่นอนแล้วเขาก็ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐไปแล้วก่อนที่จะเกิดเรื่อง เราไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว

จุรินทร์ ถามเจ็บ มี ‘นายกฯ’ ไว้ทำไม ดูแลประชาชน หรือ ดูแลนักโทษเทวดา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565276

12 ธ.ค. 2566

จุรินทร์ ถามเจ็บ มี ‘นายกฯ’ ไว้ทำไม ดูแลประชาชน หรือ ดูแลนักโทษเทวดา

‘จุรินทร์’ โวย เศรษฐา ทวีสิน ปล่อยกรมราชทัณฑ์ลักไก่ ออกระเบียบไฟเขียว ‘นักโทษ’ ติดคุกที่บ้าน เหน็บ ‘นายกฯ’ มีไว้ดูแลประชาชน หรือ ดูแลนักโทษเทวดา

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2566 – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงการออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขังพ.ศ. 2566 ที่ประกาศเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2566 ว่า “ขอถามนายกเศรษฐากับ รมว.ยุติธรรมว่า ปล่อยให้กรมราชทัณฑ์ลักไก่ออกระเบียบให้นักโทษไปติดคุกที่บ้าน เพื่อรองรับนักโทษชั้นพิเศษได้อย่างไร”

เพราะถ้าทำได้ ต่อไปคำพิพากษาศาลสถิตย์ยุติธรรมก็ไม่มีความหมาย ศาลสั่งตัดสินจำคุกไม่ต้องสนใจ เพราะกรมราชทัณฑ์สั่งให้ไปติดคุกนอนเสวยสุขอยู่กับบ้านได้ แล้วคุกจะมีไว้ทำไม มีไว้ขังคนจนกับคนไม่มีอำนาจเท่านั้นหรือ

และถ้าจะบอกว่าไม่ขอแทรกแซงกระทรวงยุติธรรม หรือ กรมราชทัณฑ์ แล้วกรณีขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ มีไตรภาคีที่เป็นองค์กรตามกฎหมายดูแล เขามีมติตามกฎหมายแล้ว ทำไมไปสั่งให้เขาทบทวน 

“เรื่องนี้ถ้านายกฯไม่ทำอะไร ก็จะมีคำถามว่าจะมีนายกฯไว้ทำไม มีไว้ดูแลประชาชนหรือมีไว้ดูแลนักโทษเทวดา”นายจุรินทร์ กล่าว

‘คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์’ ชูธงเชียร์ ‘มาดามเดียร์’ สู้ต่อ รอวันฟ้าเปิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565262

12 ธ.ค. 2566

'คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์' ชูธงเชียร์ 'มาดามเดียร์' สู้ต่อ รอวันฟ้าเปิด

อดีตรัฐมนตรีหญิงแกร่งแห่งประชาธิปัตย์ ‘สุพัตรา มาศดิตถ์’ ชูธงเชียร์ ‘มาดามเดียร์’ สู้ต่อไปในฐานะคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ละทิ้งอุดมการณ์บรรพชน มั่นใจในอนาคตได้เป็นผู้บริหารพรรคหญิงที่มีคุณภาพคับแก้ว ประกาศพร้อมนำพรรคกลับสู่ ‘วิถีธรรม’ และอ้อมกอดของประชาชน

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2566 คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตแกนนำคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ของพรรคหลังได้ผู้บริหารชุดใหม่ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เชิงลบอย่างหนักหน่วงว่า ตนพร้อมจะนำพรรคประชาธิปัตย์กลับสู่อ้อมกอดของประชาชน เป็นพรรคการเมืองที่ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนอีกครั้ง ในวันข้างหน้าที่มีโอกาส

ณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำrพรรคประชาธิปัตย์ณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตแกนนำrพรรคประชาธิปัตย์

พร้อมกันนี้ ตนก็พร้อมและยินดีสนับสนุนบทบาททางการเมืองของคนรุ่นใหม่ที่คำนึงถึงความชอบธรรม โดยเฉพาะบทบาทฝ่ายบริหารสำหรับผู้หญิงที่มีคุณภาพ

“ดิฉันพร้อมสนับสนุนให้ มาดามเดียร์ มีโอกาสทำหน้าที่บริหารพรรค รวมทั้งคนรุ่นใหม่ทุกคนที่มีความพร้อม มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ถูกต้องกับความต้องการของประเทศชาติและประชาชน เทิดไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง”

คุณหญิงสุพัตรา ยังส่งกำลังใจถึง มาดามเดียร์ และเลือดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขอให้คนรุ่นใหม่ได้สู้ต่อไป วันหน้าเราอาจมีเลขาธิการพรรคเป็นสุภาพสตรีที่แข็งแกร่งที่ชื่อ วทันยา บุนนาค ก็เป็นไปได้

มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาคมาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค

“ดิฉันจึงขอยืนหยัดสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในมิติคนรุ่นใหม่ที่ไม่ละทิ้งแนวอุดมการณ์ของบรรพชนประชาธิปัตย์ เราจะช่วยกันนำประชาธิปัตย์กลับคืนมาสู่วิถีธรรม เพื่อยืนเคียงข้างประชาชนต่อไป” อดีตรัฐมนตรีหญิงแกร่งแห่งประชาธิปัตย์ กล่าว

สำหรับคุณหญิงสุพัตรา หรือที่สื่อมวลชนรุ่นใหญ่รู้จักกันดีในชื่อ คุณหญิงแอ๋ว เป็นรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยที่มาจากการเลือกตั้ง โดย คุณหญิงสุพัตรา เป็น สส.นครศรีธรรมราชหลายสมัย สืบต่อจากบิดา คือ นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ อดีตสื่อมวลชนและนักการเมืองชื่อก้องของภาคใต้ และเป็นนักการเมืองหญิงที่มีบทบาทสูงมากในช่วงที่การเมืองไทยผลัดใบจากประชาธิปไตยครึ่งใบสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ

‘ลุงป้อม’ ย้ำ ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ ลาออกจากสมาชิก ‘พรรคพลังประชารัฐ’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565252

12 ธ.ค. 2566

'ลุงป้อม' ย้ำ 'สมรักษ์ คำสิงห์' ลาออกจากสมาชิก 'พรรคพลังประชารัฐ' แล้ว

‘ลุงป้อม’ พล.อ.ประวิตร ยันสบายดี หลังสื่อแซวไม่เห็นหน้านาน เผย ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ ลาออกสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แล้วเมื่อ 1 ธันวาคม 2566 ไม่เกี่ยวข้องพรรค อีกต่อไป

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2566 ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางเข้ามาประชุมพรรคในเวลา 14.00 น. พร้อมบอกว่าสบายดีหลังสื่อแซวว่าไม่เห็นหน้ากันนาน 

ลุงป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐลุงป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

และเมื่อถามถึงการลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ของนายสมรักษ์ คำสิงห์ ว่าออกจากพรรคไปนานแล้วใช่หรือไม่พล.อ.ประวิตร กล่าวเพียงสั้นๆว่า “ลาออกไปแล้ว”

เมื่อถามว่าเรื่องปัญหาส่วนตัว ของนายสมรักษ์ คำสิงห์ ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ใช่”

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังการประชุมพรรค ว่าได้กำชับอะไรเป็นพิเศษกับสส. หรือไม่ หลังจากที่ไม่ได้เข้ามานานแล้ว ว่า ที่จริง แล้วเข้าพรรคทุกอาทิตย์แต่สื่อมวลชนไม่รู้ พร้อมปฏิเสธตอบคำถามว่าได้กำชับสส. หรือไม่ สำหรับการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนที่ประชุมได้มีการหยิบยกกรณีของนายสมรักษ์ คำสิงห์มาหารือเพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างกับ สส.ในพรรคหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตรระบุว่า “ไม่ได้กระชับอะไร เพราะเขา ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค เขาออกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรรคพลังประชารัฐ ยืนยันผ่านสื่อว่า นายสมรักษ์ คำสิงห์ ได้ลาออกจากพปชร. เรียบร้อยแล้ว 

ไม่ปรับครม. ‘ภูมิธรรม’ ลั่น ‘รัฐบาล 314 เสียง’ แน่นปึก ไม่คิดเอาใครมาเพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565228

12 ธ.ค. 2566

ไม่ปรับครม. 'ภูมิธรรม' ลั่น 'รัฐบาล 314 เสียง' แน่นปึก ไม่คิดเอาใครมาเพิ่ม

‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ สายตรงชั้น 14 ยัน ไม่มี ปรับครม. หลัง ‘เฉลิมชัย’ นั่งหัวหน้า ปชป. ลั่น ‘รัฐบาล 314 เสียง’ แน่นปึกไม่คิดเอาใครมาเพิ่ม โยน ถามคนพูดบอก ปชป. พรรคอะไหล่

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ได้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในส่วนของรัฐบาลจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี(ปรับครม.)หรือไม่ว่า ไม่เกี่ยวกันเพราะเป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีการจัดตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ส่วนคณะรัฐมนตรีก็เดินหน้าทำงานไปไม่มีอะไร

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยถูกมองว่าอาจจะมีอำนาจต่อรองเพิ่มมากขึ้นนั้น เพราะอาจจะเอาพรรคประชาธิปัตย์มาเสียบแทนพรรคร่วมรัฐบาลอื่นได้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ” เพราะขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลคุยกันและทำงานร่วมกันดี

เมื่อถามว่ารัฐบาล 314 เสียงแน่นปึกหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า 314 เสียงขณะนี้ทำงานได้อยู่จะเอาใครมาเพิ่มหรือไม่เอาใครมาเพิ่มยังไม่ใช่เรื่องที่เอามาคิด พร้อมยืนยันว่ายังไม่มีการคิดที่จะปรับคณะรัฐมนตรีเร็วๆ นี้ เพราะขณะนี้ยังไม่รู้รายละเอียดเรื่องต่างๆที่จะเกิดขึ้นเลย ฉะนั้นขอให้ดำเนินการไปตามปกติก่อน เพราะวันนี้คณะรัฐมนตรีก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และคุยกันรู้เรื่องดีทุกฝ่าย รวมถึงทำงานเต็มที่ทุกฝ่าย

เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่รู้จะพูดยังไง เพราะยังไม่เคยเจอนายเฉลิมชัย ตั้งแต่ตนเข้ามาเป็นรัฐบาล แต่ สส. อาจจะมีการพูดคุยกันบ้าง

ส่วนวลีที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นพรรคอะไหล่ให้กับรัฐบาลนั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า ต้องไปถามคนพูดว่าเป็นอะไรอย่างไรและตนก็ไม่เข้าใจ ถึงความหมายตรงนี้ พร้อมย้ำว่าวันนี้ไม่ต้องไปคิดเรื่องพวกนี้เพราะเราก็ทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว และความสัมพันธ์ที่ดี เชื่อว่าความร่วมมือพรรครัฐบาลจะทำให้การทำงานเป็นไปได้ด้วยดี และหน่วยงานต่างๆก็ประสานงานกันได้โดยไม่มีปัญหา

ส่วนที่มีการมองว่าจะทำให้การผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยทำได้ง่ายขึ้นเพราะพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ จะไม่กล้าหือนั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาลก็ทำงานกันดีอยู่แล้วและสามารถคุยกันได้ทั้งหมดนำเหตุผลและปัญหาของประเทศมาพูดคุยกัน แม้จะมีความเห็นแตกต่างกันมากแต่ก็สามารถหาข้อสรุปได้

‘นิติพล’ เผยอากาศปิด ฝุ่นPM2.5 มาทันที รัฐบาลตั้งยักษ์ใหญ่การเผาแก้ปัญหา 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565222

12 ธ.ค. 2566

'นิติพล' เผยอากาศปิด ฝุ่นPM2.5 มาทันที รัฐบาลตั้งยักษ์ใหญ่การเผาแก้ปัญหา 

‘นิติพล’ ซัดปัญหามลพิษ PM2.5 ยุค ‘เศรษฐา’ ไม่ต่าง ‘ประยุทธฺ’ อากาศปิด ฝุ่นมาทันที แนะดึงวิธีที่ กมธฯ เคยเสนอมาแก้ไข

นายนิติพล ผิวเหมาะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ เครือข่ายภาคเหนือ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ยิ่งนานวันยิ่งสะท้อนตัวตนและรูปแบบการบริหารประเทศของรัฐบาลเศรษฐาว่าไม่มีอะไรแตกต่างจากรัฐบาลประยุทธ์ คือ ชอบเล่นใหญ่เสียงดัง แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาตามที่สั่งการได้เลย จากนั้นก็ปล่อยเบลอเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังที่เห็นได้ชัดไม่ว่ากรณีหมูเถื่อน ตั๋วตำรวจ หรือแม้แต่กรณีปัญหาจากฝุ่น PM2.5 
 

นายนิติพล กล่าวถึงปัญหาฝุ่นขณะนี้ว่า พอหมดหน้าฝนเข้าสู่หน้าหนาว อากาศเริ่มปิด แต่การเผาทางการเกษตรยังคงดำเนินต่อไปกลายเป็นฝุ่นพิษข้ามพรมแดน ที่ขณะนี้กำลังลอยมาตามฤดูกาล จริงอยู่ที่ปัญหานี้แก้ไม่ง่าย แต่รัฐบาลเศรษฐาบริหารงานมาแล้วกว่า 100 วัน จึงมีเวลาเตรียมรับมือพอสมควร แต่สิ่งที่เกิดขึ้น นอกจากไม่เห็นมีมาตรการอะไรออกมาให้ปอดได้รู้สึกได้โล่งบ้างแล้ว ยังแต่งตั้งบุคคลที่เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับยักษ์ใหญ่ทางการเกษตรที่เกี่ยวข้องกับการเผาเป็นผู้รับผิดชอบปัญหา 

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่น่าแปลกใจ พอเข้าสู่ช่วงอากาศปิด ฝุ่นควันก็เกิดขึ้นทันที นายกฯ ก็ทำตัวลอยเหนือปัญหา รอเปลี่ยนฤดูผ่านไปอีกปี บริหารวิกฤตฝุ่นแบบนี้แทบไม่มีอะไรต่างจากรัฐบาลก่อนเลย

ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 คณะกรรมาธิการของสภาฯ เคยศึกษาและมีข้อเสนอส่งไปที่รัฐบาลแล้วตั้งแต่สมัยรัฐบาลประยุทธ์ ทุกข้อเสนอยังใช้งานได้ เพราะบริบทของปัญหายังเหมือนเดิม หากรัฐบาลมีความตั้งใจและจริงใจในการแก้ปัญหานี้ ก็อยากให้นำไปใช้แล้วรีบออกมาประกาศมาตรการแก้ปัญหาให้ชัดว่าสิ่งที่จะทำมีอะไรบ้าง ทั้งมาตรการทำทันที รวมถึงมาตรการระยะกลางและระยะยาว เพื่อให้ประชาชนพอได้มองเห็นเป้าหมายบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ทนและต้องดิ้นรนเอาตัวรอดกันเองต่อไปแบบในขณะนี้

‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ เจอ โซเชียลถล่ม หลังลั่น ใครไม่อยากอยู่ ปชป. เชิญ ลาออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565216

12 ธ.ค. 2566

'เดชอิศม์ ขาวทอง' เจอ โซเชียลถล่ม หลังลั่น ใครไม่อยากอยู่ ปชป. เชิญ ลาออก

โซเชียลถล่มเละ ‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ ให้สัมภาษณ์ สื่อท้องถิ่น มั่นใจ ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ คืนความยิ่งใหญ่ให้ ปชป. แถมลั่น สมาชิกคนใดไม่อยากอยู่ เชิญลาออก

“เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ผงาดนั่งเก้าอี้ “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” คนที่ 9 ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2566 ขณะเดียวกัน ในการสรรหาคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ ก็ปรากฎชื่อกลุ่มเพื่อน ของนายเฉลิมชัย ทั้งนายชัยชนะ เดชเดโช และ นายเดชอิศม์ ขาวทอง นั่งเลขาธิการพรรค ปชป. แต่หลังจากนั้นไม่นาน นายเดชอิศม์ ก็ทำโซเชียลถล่มเละ หลังให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่น

เดชอิศม์ ขาวทองเดชอิศม์ ขาวทอง

โดยเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2566 นายเดชอิศว์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น “โฟกัสภาคใต้” เล่าถึงสถานการณ์การเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความมั่นใจว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคคนใหม่ จะนำความยิ่งใหญ่กลับมายังพรรค แต่จุดที่ทำโซเชียลเดือด คือการให้สัมภาษณ์ในบางช่วงบางตอน ซึ่งนายเดชอิศว์ บอกว่า สมาชิกพรรคคนใดอยู่แล้วไม่สบายใจก็ควรออกจากพรรค ดีกว่าพูดวิจารณ์พรรค

หลังจากนั้นไม่นานทัวร์ลงถล่มทันที โดยเฉพาะคนสงขลา คอมเมนต์เดือด อาทิ

  • หมดการเคารพแล้วครับ อย่าหวังจะได้ใจคนสงขลาเลย คิดจะเอาพรรคมาหากิน พูดดีเข้าตัว เพราะคุณได้ประโยชน์
  • ปิดกิจการ ประชาธิปัตย์ ไม่ต้องพูดมาก สมัยหน้าเอาครอบครัว..3 คน พ่อแม่ลูกให้รอดก่อน คนสงขลาไม่เอาแล้ว
  • มีหน้าออกมาพูด ใช้ชื่อเสียง ปชป.หากิน ถึงได้เป็น สส. เคยทำประโยชน์อะไรให้กับคนสงขลาบ้าง ตัวทำลายพรรค ปชป. ล่มจมแน่นอน
  • คนสงขลาไม่เลือกแล้ว ปชป. พอกันที หรือ โคตรสงสารมาดามเดียร์เลย ช่วยหาเสียง สส.ทุกเขตตอนเลือกตั้ง เมื่อ พ.ค. 2566 รวมถึงเขต 6 เมียนายกชายด้วย แต่วันโหวตหัวหน้า เพียงแค่ยกมือให้ผ่านคุณสมบัติ สส.เขต 6 ยังใจดำไม่ยกมือ เป็นต้น

คอมเมนต์ถล่มเดชอิศม์คอมเมนต์ถล่มเดชอิศม์

คอมเมนต์ถล่มเดชอิศม์คอมเมนต์ถล่มเดชอิศม์คอมเมนต์ถล่มเดชอิศม์คอมเมนต์ถล่มเดชอิศม์

ทั้งนี้ นายเดชอิศม์ ขาวทอง เรียกได้ว่าเป็น สส.ประชาธิปัตย์ คุมพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.สงขลา โดยเป็น สส.สงขลา 2 สมัย แต่ก่อนลงเล่นการเมืองในนามพรรคประชาธิปัตย์ นายเดชอิศม์ หรือ “นายกชาย” เป็นอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา 2 สมัย เป็นอดีตนายกสมาคมกีฬา จ.สงขลา, อดีตนายกสมาคมมวยอาชีพภาคใต้, อดีตนายกสมาคมชนโคไทย

โดยเฉพาะ การเลือกตั้งปี 2566 นายเดชอิศม์ แม่ทัพคุมแดนใต้ สามารถกวาด สส.ปักษ์ใต้ได้ถึง 17 ที่นั่ง

ขอบคุณที่มา : สงขลาโฟกัส – SongkhlaFocus 

ลุ้น ‘ไอซ์ รักชนก’ พรุ่งนี้ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดี ‘ม.112’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565205

12 ธ.ค. 2566

ลุ้น 'ไอซ์ รักชนก' พรุ่งนี้ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดี  'ม.112'

นัดอ่านคำพิพากษา คดีอาญา ‘ม.112 ‘ ‘ไอซ์ รักชนก’ ศรีนอก วันพรุ่งนี้ เจ้าตัวอ้างติดประชุมสภาขอศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษา

ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยแพร่นัดหมายคดีมาตรา 112 ( ม.122 )ประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่12-15 ธ.ค. 2566 จะมีการพิจารณาคดี มาตรา112  รวม 8 คดี เป็นการนัดฟังคำพิพากษา 4 คดี และนัดสืบพยาน  3 คดี

คดีที่มีการนัดฟังคำพิพากษา มี เป็นสส.กทม.พรรคก้าวไกล  ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ซึ่งถูกกล่าวหากรณีทวิต และรีทวิต ข้อความ เป็นจำเลยซึ่งศาลอาญารัชดา นัดฟังคำพิพากษา วันที่ 13 ธ.ค. 2566 เบื้องตน เจ้าตัวขอศาลเลื่อนการอ่านคำพิพากษา เพราะติดประชุมสภา

และที่ศาลอาญาวันเดียวกัน ยังมีการนัดอ่านคำพิพากษา ชินวัตร จันทร์กระจ่าง กรณีปราศรัยในการชุมนุม 2 ธ.ค. ไปห้าแยกลาดพร้าว นอกจากนี้ยังมีนัดอ่านคำพิพากษาด้วยความผิดข้อหาเดียวกันนี้ ที่ศาลจังหวัดนราธิวาสและศาลอาญา กรุงเทพฯใต้อีก 2 คดี

ส่วนการนัดสืบพยาน มี 3 คดี ผู้ต้องหาคนสำคัญ ได้แก่ มายด์ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลผล กรณีปราศรัยในการชุมนุม ม็อบ 24 มี.ค. 64  ที่แยกราชประสงค์ รวมถึง บุ้ง และใบปอ จากกลุ่มทะลุวัง จากการทำโพลสำรวจความเห็น เกี่ยวกับพระราชอำนาจ

ล่าสุด ศูนย์ทนายฯรายงานว่า 

ศาลอาญากรุงเทพใต้สั่งจำคุก 3 ปี 2 เดือน “อติรุจ” คดี ม112 และ ขัดขวางเจ้าพนักงาน กรณี ตะโกน  ใส่ขบวนเสด็จ ร.10 และ ราชินีฯ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 15 ต.ค. 2565

ศาลพิพากษาว่า การตะโกน ด้วยถ้อยคำดังกล่าว เป็นคำที่มิสมควร เป็นการใส่ความว่า การเสด็จเป็นการสร้างปัญหาภาระ ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา 

พายัพ อดีตนักโทษการเมือง ปี 52 ย้อนประสบการณ์รักษาตัว ป้อง ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565196

11 ธ.ค. 2566

พายัพ อดีตนักโทษการเมือง ปี 52 ย้อนประสบการณ์รักษาตัว ป้อง 'ทักษิณ'

ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี อดีตนักโทษการเมืองปี 52 เจ้าของประสบการณ์ติดคุกเรือนจำพัทยา จากคดีชุมนุมทางการเมือง “พายัพ ปั้นเกตุ” ย้อนประสบการณ์สมัยถูกคุมขังและต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์จากโรคประจำตัว มองกรณี “ทักษิณ ชินวัตร” คือสิทธิขั้นพื้นฐาน

นายพายัพ ปั้นเกตุ ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย)   เปิดเผยว่า  กรณีมีกลุ่มมวลชนไปเรียกร้องที่โรงพยาบาลตำรวจ และกล่าวหา  นายทักษิณ ชินวัตร   อดีตนายกรัฐมนตรี ในเรื่องการรักษาพยาบาล   เรื่องนี้นายทักษิณ   เดินทางกลับประเทศไทยและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อรับโทษ โดยผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและไปรายงานตัวรับโทษ จากนั้นก็เข้าสู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่เมื่อสถานพยาบาลแดน 7 พิเศษกรุงเทพฯ ตรวจร่างกายและอาการป่วยแล้ว พบว่านายทักษิณ เป็นผู้สูงอายุ อายุเกิน 70 ปี มีอาการป่วยเรื้อรัง มีโรคประจำตัวหลายโรค

แพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์เฝ้าดูอาการระยะหนึ่งแล้วมีความเห็นว่า อาการน่าวิตกกังวล เกินขีดความสามารถที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์จะรับรักษาตัวได้ จึงส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และตรวจพบว่ามีโรคเรื้อรังหลายโรคที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยเฉพาะโรคหัวใจ ประกอบกับคนไข้เป็นผู้สูงอายุ มีอายุเกิน 70 ปี สภาพร่างกายไม่แข็งแรงเพียงพอ แม้คนไข้จะออกกำลังกายและดูแลตนเองอย่างดีก็ตาม  

นายทักษิณ ได้เข้ารับการผ่าตัดหลายครั้ง จากหลายอาการ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นสิทธิของผู้ต้องขังหรือนักโทษที่กรมราชทัณฑ์ถือปฏิบัติมิใช่เป็นเรื่องอภิสิทธิ์ชน ตามที่มีผู้กล่าวกันอยู่ในขณะนี้ใดๆ ทั้งสิ้น  ตนเคยเป็นนักโทษชาย (นช.) ติดคุกที่เรือนจำพัทยา คดีชุมนุมทางการเมืองปี 2552 ซึ่งตนมีโรคประจำตัวเรื้อรังหลายโรค โดยเฉพาะโรคหัวใจ ซึ่งแพทย์และพยาบาลในเรือนจำ ก็ได้มีการตรวจดูอาการเช่นกัน และได้ให้อยู่ในการดูแลของสถานพยาบาลในเรือนจำ

ตนเคยมีอาการโรคหัวใจกำเริบ ต้องปั๊มหัวใจในเรือนจำ แต่ไม่มีเครื่องมือแพทย์และขาดแพทย์เฉพาะทางอยู่ประจำ จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลบางละมุง เมื่อมีอาการหัวใจหยุดเต้นอีก สุดท้ายก็ต้องส่งตัวเข้าเรือนจำในกรุงเทพมหานคร และไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเช่นกัน  

“ผมต้องออกมาพูดทำความเข้าใจกับสังคมว่า คนคุกมีความเสี่ยงและอันตรายต่อชีวิตมากน้อยเพียงใด และการรักษาอาการป่วยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แม้จะเป็นผู้ต้องขังหรือนักโทษที่จะได้รับการรักษาพยาบาลจากอาการป่วย ซึ่งเป็นหลักการสากล ” นายพายัพ  ระบุ