สหรัฐติด 10 อันดับประเทศอันตรายสำหรับผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/332085

สหรัฐติด 10 อันดับประเทศอันตรายสำหรับผู้หญิง

สหรัฐติดอันดับ,ประเทศอันตรายที่สุดสำหรับหญิง,สหรัฐติด 10 อันดับ

ผลสำรวจล่าสุดชี้อินเดีย แดนอันตรายที่สุดสำหรับผู้หญิง ขณะสหรัฐเป็นประเทศตะวันตกรายเดียวที่ติดท็อปเท็น

                                มูลนิธิธอมป์สัน รอยเตอร์ส เผยผลสำรวจความเห็นของผู้เชี่ยวชาญประเด็นผู้หญิง 550 คน ซึ่งพบว่า อินเดียเป็นประเทศที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้หญิง หลังเคยอยู่อันดับ 4 จากการสำรวจเมื่อ 7 ปีก่อน โดยพิจารณาจากการใช้ความรุนแรงทางเพศต่อผู้หญิง เช่นเดียวกับการค้ามนุษย์เพื่อส่งไปทำงานตามบ้าน, การบังคับใช้แรงงาน, การบังคับให้แต่งงานและการบังคับให้เป็นทาสทางเพศ

สหรัฐติด 10 อันดับประเทศอันตรายสำหรับผู้หญิง 

อินเดียยังได้ชื่อว่าอันตรายที่สุดในโลก ในแง่ความเชื่อตามวัฒนธรรมประเพณีที่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิง จากการโจมตีด้วยน้ำกรด, การขลิบอวัยวะเพศหญิง, การแต่งงานเด็ก และการทำร้ายร่างกาย

สำหรับ 10 อันดับประเทศอันตรายที่สุดในโลกสำหรับผู้หญิง  ได้แก่ อินเดีย อัฟกานิสถาน ซีเรีย โซมาเลีย ซาอุดิอาระเบีย ปากีสถาน สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เยเมน ไนจีเรีย และสหรัฐอเมริกา อยู่ในอันดับ 10 กลายเป็นตะวันตกประเทศเดียวที่ติดท็อปเทนประเทศอันตรายที่สุดสำหรับผู้หญิง แต่อยู่อันดับ 3 ร่วมกับซีเรีย ในแง่ที่ผู้หญิงเสี่ยงเผชิญความรุนแรง ลวนลามและคุกคามทางเพศมากที่สุด  และอยู่อันดับ 6 เสี่ยงถูกล่วงละเมิดทางจิตใจและในครอบครัว

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า กระแสตื่นตัวการคุกคามทางเพศสืบเนื่องจากกระแส #MeToo เผยให้เห็นถึงปัญหานี้ในสหรัฐ มีผู้หญิงหลายร้อยคนกล้าออกมากล่าวหาผู้ชายที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงในทุกแวดวง ว่าล่วงละเมิดทางเพศ และอีกหลายพันกล้าแบ่งปันประสบการณ์ทางสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเหยื่ออย่างพวกเธอจะไม่ยอมปิดปากเงียบอีกต่อไป

“ทรัมป์”ผิดหวัง”ฮาร์เลย์-เดวิดสัน”ยกธงขาว-ย้ายโรงงานผลิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331999

“ทรัมป์”ผิดหวัง”ฮาร์เลย์-เดวิดสัน”ยกธงขาว-ย้ายโรงงานผลิต

ฮาร์เลย์-เดวิดสัน,ย้ายการผลิต,ภาษีอียู,ทรัมป์

เซ่นภาษีทรัมป์ “ฮาร์เลย์-เดวิดสัน” เล็งย้ายฐานการผลิตบางส่วน หนีกำแพงภาษีตอบโต้จากอียู

                            ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์สัญชาติอเมริกัน “ฮาร์เลย์-เดวิดสัน” เตรียมย้ายการผลิตที่ส่งออกขายสหภาพยุโรป (อียู) จากสหรัฐฯ ไปโรงงานต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษีที่พุ่งสูงขึ้น หลังจากอียู  เริ่มเก็บภาษีนำเข้ารถจักรยานยนต์อเมิกัร เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพื่อตอบโต้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นภาษีเหล็กและอลูมิเนียมจากคู่ค้า ซึ่งก็ทำให้ต้นทุนเหล็กนำเข้าจากยุโรป เพิ่มสูงขึ้นด้วย

Donald J. Trump

@realDonaldTrump

Surprised that Harley-Davidson, of all companies, would be the first to wave the White Flag. I fought hard for them and ultimately they will not pay tariffs selling into the E.U., which has hurt us badly on trade, down $151 Billion. Taxes just a Harley excuse – be patient!

                            การปรับยุทธศาสตร์ของบริษัทเก่าแก่ สร้างความผิดหวังแก่ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งได้ทวิตเมื่อวานนี้ ว่า ประหลาดใจที่ฮาร์เลย์-เดวิดสัน กลายเป็นบริษัทแรกที่ยกธงขาว ทั้งที่เขาต่อสู้อย่างหนักเพื่อบริษัทอเมริกัน เพื่อที่ว่าสุดท้ายแล้วก็จะไม่ต้องเสียภาษีในการขายสินค้าในอียู   

แต่บริษัทเก่าแก่ ระบุว่าไม่มีทางเลือก การย้ายโรงงานผลิตเป็นทางออกแบบยั่งยืนทางเดียวที่จะรักษากลุ่มลูกค้าและธุรกิจในอียูไว้ได้ หลังจากอียูเรียกเก็บภาษีรถจักรยานต์อเมริกันเพิ่มจาก 6% เป็น 31%  อันจะทำให้ราคาขายในตลาดอียูเแพงขึ้น 2,200 ดอลลาร์

การย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ คาดว่าจะใช้เวลาราว 9-18 เดือน ดังนั้นในอนาคตอันใกล้ บริษัทจะรับต้นทุนภาษีอียูไปก่อน ซึ่งประเมินอยู่ที่ราว 90 ล้านถึง 100 ล้านดอลลาร์ต่อปี

"ทรัมป์"ผิดหวัง"ฮาร์เลย์-เดวิดสัน"ยกธงขาว-ย้ายโรงงานผลิต

ปัจจุบัน บริษัทมีฐานการผลิตและประกอบรถจักรยานยนต์ ที่ออสเตรเลีย บราซิล อินเดีย และกำลังสร้างโรงงานในประเทศไทย แต่ทางบริษัทยังไม่ระบุว่าจะทุ่มงบลงทุนในโรงงานประกอบที่ประเทศใด

ราคาหุ้นของฮาร์เลย์ เดวิดสัน ดิ่งวูบ 5.97% เนื่องจากบริษัทพึ่งตลาดยุโรปและต่างประเทศ ชดเชยยอดขายตกต่ำในสหรัฐ ในยุคที่คนรุ่นเบบีบูมเมอร์ส ที่เคยเป็นลูกค้าหลัก เข้าสู่วัยชรา ขณะที่คนรุ่นใหม่ไม่ใช้รถจักรยานยนต์เหมือนคนรุ่นก่อน

"ทรัมป์"ผิดหวัง"ฮาร์เลย์-เดวิดสัน"ยกธงขาว-ย้ายโรงงานผลิต

การตัดสินใจของฮาร์เลย์-เดวิดสัน ออกจะย้อนแย้ง เมื่อย้อนกลับไปหลังทรัมป์ชนะเลือกตั้งเข้าบริหารประเทศใหม่ๆเมื่อกุมภาพันธ์ 25560 ผู้บริหารของบริษัทนี้เป็นกลุ่มแรกๆ ที่เยือนทำเนียบขาว และทรัมป์ชื่นชมว่า ฮาร์เลย์-เดวิดสัน เป็นไอคอนอเมริกัน เป็นหนึ่งในความยิ่งใหญ่ของอเมริกา และมั่นใจว่าบริษัทจะขยายการผลิตภายใต้รัฐบาลของเขา แต่สถานะนี้เองที่ทำให้ฮาร์เลย์-เดวิดสันตกเป็นเป้าตอบโต้ของอียู นอกเหนือจากสินค้าสัญลักษ์ความเป็นอเมริกันอื่นๆ อย่างเหล้าเบอร์เบิน และยีนส์

นักวิเคราะห์คาดว่า จะเห็นบริษัทอเมริกันอีกหลายแห่งขยับย้ายการผลิต จากประเด็นภาษีนำเข้า

ตร.จีนตามจับคนยุหญิงสาวซึมเศร้าโดดตึกฆ่าตัวตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331951

ตร.จีนตามจับคนยุหญิงสาวซึมเศร้าโดดตึกฆ่าตัวตาย

ยุฆ่าตัวตาย,หญิงสาว,กองเชียร์,ไลฟ์สด

ตำรวจสอบสวนและควบคุมตัวจีนมุงที่ส่งเสียงยุยุงให้หญิงสาววัย 19 ปี กระโดดตึกฆ่าตัวตาย

                            เหตุเกิดเมื่อวันพุธที่แล้ว  วัยรุ่นหญิงอายุ 19 ในเมืองชิงหยาง มณฑลกานซู ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับการเปิดเผยนามสกุลว่าหลี่ ยืนบนขอบระเบียงชั้น 9 ห้างสรรพสินค้า ขณะเบื้องล่างมีคนหลายร้อยรอลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้น

หลังผ่านจากพักใหญ่  บางคนในฝูงชนเริ่มหมดความอดทน ตะโกนว่า โดดเร็ว! หรือ ยังไม่โดดอีกเหรอ ?

มีบางคนถ่ายทอดสดผ่านแอปพลิเคชันวิดีโอจนถึงตอนที่หญิงสาวร่วงลงมา และมีการโพสต์คลิปวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมคำบรรยาย เช่น “นี่รอเธอกระโดดตึกกลางแดดเป็นชั่วโมงแล้วนะ”  และ “กระโดดเร็ว ต้องรีบไปรับลูก”

( คำเตือน : คลิปอาจมีภาพที่ทำให้ไม่สบายใจ ) 

ผ่านไป 4 ชั่วโมง หลี่นั่งลงและห้อยตัวจากระเบียง เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อม แต่เธอตัดสินใจลาโลก

ในคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นนาทีที่พนักงานดับเพลิงพยายามร้องขอ และช่วยชีวิตหญิงสาวอย่างเต็มกำลัง  ท่ามกลางเสียงตะโกนโหวกเหวกจากเบื้องล่าง และมีภาพคนปรบมือหลังจากที่เธอตกถึงพื้น

ตร.จีนตามจับคนยุหญิงสาวซึมเศร้าโดดตึกฆ่าตัวตาย

ชาวเน็ตจีนบนเวบไซต์สังคมออนไลน์ เว่ยป๋อ ประณามฝูงชนที่ยุให้หลี่กระโดดลงมา “คนที่หาความบันเทิงให้กับตัวเองเหล่านั้น คือคนที่ดับความหวังสุดท้ายในหัวใจของหญิงสาว”

เวบไซต์ บีที ดอท คอม รายงานว่า หลังโศกนาฏกรรมฆ่าตัวตายเป็นข่าวพาดหัวทั่วจีน ตำรวจตามจับคนที่ยุยงหลี่ในที่เกิดเหตุ  และคนที่อัพโหลดคลิปสลดเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต การสอบสวนยังดำเนินต่อไป แต่ยังไม่ชัด ว่าพวกเขาจะถูกแจ้งข้อหาใด  โกลบอลไทมส์ สื่อทางการจีน กล่าวหาคนเหล่านี้ว่า ไม่เคารพชีวิตมนุษย์ ขณะปักกิ่งนิวส์ ระบุว่านอกจากยุคนปลิดชีวิตตัวเอง คนมุงอาจขัดขวางความพยายามช่วยชีวิตของกู้ภัยด้วย

ตร.จีนตามจับคนยุหญิงสาวซึมเศร้าโดดตึกฆ่าตัวตาย

บิดาของหลี่ กล่าวว่า ลูกสาวป่วยเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากถูกครูลวนลาม  เธอทิ้งจดหมายความยาว 6 หน้า บรรยายความทุกข์ใจแสนสาหัส กล่าวหาครูและขอความยุติธรรม
ในจดหมายหญิงสาวระบุว่าเหตุเกิดเมื่อ 5 กันยายน 2559 ขณะอายุ 17 ปี เธอไปห้องพยาบาลเพราะปวดท้อง ครูที่เธอระบุนามสกุลว่า อู๋ เข้ามาดูอาการและถือโอกาสลวนลาม จูบ กัดหู ถอดเสื้อผ้าบางส่วนและสัมผัสร่างกาย โชคดีครูอีกคนเข้ามาก่อน

พ่อของเธออ้างว่าโรงเรียนพยายามปกปิด แม้ลงโทษทางวินัยครูอู๋ สั่งให้เขาขอโทษแต่ยังให้เป็นครูต่อไป และให้ค่าชดเชย 3.5 แสนหยวน หากตกลงว่าจะไม่ยื่นฟ้องครูที่ก่อเหตุ แต่พ่อปฏิเสธ กระนั้น เมื่อหันพึ่งกระบวนการยุติธรรมก็ไม่เป็นผล  ศาลตัดสินไม่แจ้งข้อหาครู โดยเหตุผลว่าหลักฐานไม่พอ และการกระทำของครู ไม่ได้ร้ายแรง หลังถูกควบคุมตัว 10 วัน ครูได้รับการปล่อยตัว หลังทราบความเป็นมา ชาวเน็ตหลายคนกล่าวหาว่า โรงเรียนต่างหากที่เป็นตัวการหลักของโศกนาฏกรรมครั้งนี้

หลังจากนั้น หลี่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และPTSD ( อาการป่วยทางจิตจากเหตุการณ์สะเทือนใจ) เคยพยายามฆ่าตัวตาย 2 ครั้งก่อนจบชีวิตตนเองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีรายงานว่าคำพูดสุดท้ายของเธอต่อพนักงานดับเพลิงที่พยายามช่วยเธอคือ ขอบคุณพี่ๆ ฉันอยากไปสวรรค์

โอ้วว..ซัมมิต ‘ทรัมป์-คิม’ ใช้งบเกือบ 400 ล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331871

โอ้วว..ซัมมิต ‘ทรัมป์-คิม’ ใช้งบเกือบ 400 ล้านบาท

ซัมมืท,คิม-ทรัมป์,สิงคโปร์,ใช้งบเกือบ400ล้าน,ชาวสิงคโปร์รำคาญมากว่าเป็นเกียรติ,สองผู้นำอารมณ์แปรปรวน

สิงคโปร์ เผยใช้งบเกือบ 400 ล้านบาท ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ สหรัฐ-เกาหลีเหนือ ชาวสิงคโปร์บางส่วน บอกน่ารำคาญมากกว่าเป็นเกียรติ

         สิ้นสุดการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ สหรัฐ-เกาหลีเหนือ หรือซัมมิต ‘ทรัมป์-คิม’บางฝ่ายในประเทศสิงคโปร์แสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป นั้น –

กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ แถลงว่า รัฐบาลใช้จ่ายเงินสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ของสหรัฐ กับนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ 16.3 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 393 ล้านบาท)

ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางด้านการรักษาความปลอดภัย ซึ่งต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายพันนาย รวมทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ

นอกจากนั้นยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับค่าที่พักของนายคิมและคณะผู้ติดตาม ซึ่งผู้นำเกาหลีเหนือเข้าพักที่โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว เซนต์ รีจิส

โอ้วว..ซัมมิต 'ทรัมป์-คิม' ใช้งบเกือบ 400 ล้านบาท“คิม-ทรัมป์”สองผู้นำโลก

“สิงคโปร์ได้สนับสนุนความพยายามของนานาชาติ ที่จะบรรลุสันติภาพและเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี” กระทรวงต่างประเทศระบุ

โอ้วว..ซัมมิต 'ทรัมป์-คิม' ใช้งบเกือบ 400 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีลี เซียน หลุง ของสิงคโปร์ ประเมินตัวเลขค่าใช้จ่ายการจัดประชุมครั้งนี้ไว้ที่20 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ขณะที่ชาวสิงคโปร์บางส่วนคิดว่า การต้อนรับ 2 ผู้นำที่ต่างก็มีอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายทั้งคู่ เป็นเรื่องที่น่ารำคาญมากกว่าเป็นเกียรติ

แชมป์สุนัขอัปลักษณ์ที่สุดในโลกประจำปี 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331765

แชมป์สุนัขอัปลักษณ์ที่สุดในโลกประจำปี 2018

สุนัขน่าเกลียดที่สุดในโลก,ประจำปี2018,สุนัขบูลด๊อก

สุนัขพันธุ์บูลด็อกขาหน้าโก่ง-ลิ้นห้อย ชนะประกวดสุนัขน่าเกลียดที่สุดในโลก

Zsa Zsa สุนัขพันธุ์บูลด็อก อายุ 9 ปี คว้าตำแหน่งสุนัขอัปลักษณ์ที่สุดในโลกประจำปี 2018 ในการจัดประกวดที่ซาโนมา-มาริน แฟร์กราวน์ในซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อคืนวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น

เมแกน เบรนนาร์ด เจ้าของซาซา จากเมืองอาโนกา รัฐมินนิโซตา ได้รับรางวัลเป็นเงินสด 1,500 ดอลาร์ ( 4.8 หมื่นบาท )

แชมป์สุนัขอัปลักษณ์ที่สุดในโลกประจำปี 2018 

การประกวดสุนัขน่าเกลียดที่สุดในโลก มีวัตถุประสงค์ส่งเสริมการรับเลี้ยงสุนัข จัดขึ้นเป็นปีที่ 30 แล้ว และได้รับความสนใจจากสื่อมากขึ้นในช่วง 3-4 ปีมานี้

แชมป์สุนัขอัปลักษณ์ที่สุดในโลกประจำปี 2018 

โฆษกของงาน กล่าวว่า นี่เป็นวิธีการสนุกสนานเพื่อบอกให้รู้ว่าสัตว์ทุกชนิดสมควรมีบ้านอยู่และปลอดภัย

เบรนนาร์ด เจ้าของซาซา ได้สัตว์เลี้ยงตัวนี้มาผ่านเวบไซต์สุนัขหายและหาบ้านใหม่เช่นกัน

แชมป์สุนัขอัปลักษณ์ที่สุดในโลกประจำปี 2018 

( Wild Thang สุนัขพันธุ์ปักกิ่ง หนึ่งในสี่ขาที่ประชันความอัปลักษณ์ ) 

สุนัขจากสหรัฐและหลายประเทศ เข้าร่วมการประชันความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง เช่น ไร้ผม หรือลิ้นห้อย ขณะเดินโชว์ตัวบนพรมแดนกับเจ้าของ ให้คณะกรรมการประเมินความน่าเกลียดชัดๆก่อนตัดสินใจ แต่เจ้าของสุนัขทุกตัวต้องมีใบรับรองว่าสัตว์เลี้ยงสุขภาพดี

แชมป์สุนัขอัปลักษณ์ที่สุดในโลกประจำปี 2018 

 

แชมป์สุนัขอัปลักษณ์ที่สุดในโลกประจำปี 2018 

 

แชมป์สุนัขอัปลักษณ์ที่สุดในโลกประจำปี 2018 

 

แชมป์สุนัขอัปลักษณ์ที่สุดในโลกประจำปี 2018 

 

แชมป์สุนัขอัปลักษณ์ที่สุดในโลกประจำปี 2018 

( มาร์ธา แชมป์สุนัขน่าเกลียด 2017 ) 

สำหรับแชมป์เก่าในปีที่แล้ว ตกเป็นของสุนัขพันธุ์ เนโปลิทัน มาสทิฟฟ์ เพศเมีย ชื่อ มาร์ธา น้ำหนัก 57 ก.ก. มาร์ธาเป็นสุนัขถูกทิ้งและตาเกือบบอดแล้วตอนที่ได้รับความช่วยเหลือในเขตซาโนมา รัฐแคลิฟอร์เนีย ต้องเข้ารับการผ่าตัดหลายครั้งกว่าจะมองเห็นได้อีกครั้ง

ดับเพลิงช่วยส่งพิซซาแทนหลังคนขับรถชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331752

ดับเพลิงช่วยส่งพิซซาแทนหลังคนขับรถชน

พิซซา,ดับเพลิง,อุบัติเหตุกลางทาง,รถชน,ดับเพลิงส่งพิซซา

ชาวเมืองปลื้มดับเพลิงบริการเป็นเยี่ยม ส่งพิซซาถึงมือคนสั่งหลังคนขับรถส่งอุบัติเหตกลางทาง

สำนักงานดับเพลิงเฮนเรียตตา ในนิวยอร์ก โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ทีมดับเพลิง “เอนจิน 642 ” รุดไปยังจุดเกิดอุบัติเหตุรถชนหลังได้รับแจ้งเหตุเมื่อบ่ายวันเสาร์ โดยมีคันหนึ่ง คนขับเป็นพนักงานส่งพิซซา

หลังจากส่งคนเจ็บขึ้นรถพยาบาลเรียบร้อยแล้ว พบว่า พิซซายังดีอยู่ ไม่ได้รับความกระทบกระเทือน พนักงานดับเพลิงจึงตัดสินใจไปส่งให้ด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้เสียของ

ขณะส่งของถึงมือคนรับ พนักงานดับเพลิงยังได้กล่าวขอบคุณลูกค้าที่เลือกสั่งอาหารมารับประทาน ไม่เสี่ยงไฟไหม้จากทำอาหารเอง หรือทำสัญญาณไฟไหม้ดังขึ้น

โพสต์ของสำนักงานดับเพลิงเฮนเรียตตา มีผู้เข้าไปชื่นชมความมีน้ำใจและการทำงานของดับเพลิงทีมนี้จำนวนมาก

 ดับเพลิงช่วยส่งพิซซาแทนหลังคนขับรถชน 

 

 ดับเพลิงช่วยส่งพิซซาแทนหลังคนขับรถชน 

 

 ดับเพลิงช่วยส่งพิซซาแทนหลังคนขับรถชน 

 

 ดับเพลิงช่วยส่งพิซซาแทนหลังคนขับรถชน 

 

สาวรัสเซียเซลฟีพยาธิไชหน้าจากใต้ตาลงปาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331736

สาวรัสเซียเซลฟีพยาธิไชหน้าจากใต้ตาลงปาก

พยาธิไชหน้า,สาวรัสเซีย,เซลฟี่,ขยับย้ายที่

วารสารการแพทย์ นิว อิงแลนด์ ฉบับล่าสุด รายงานกรณีสตรีชาวรัสเซียและภาพใบหน้าของเธอที่มีตุ่มใต้ตาและปาก ที่มารู้ภายหลังว่าติดพยาธิเข้าให้แล้ว

 

สตรีวัย 32 ปี ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ กลับจากเยือนชนบท ซึ่งไม่ได้ไกลจากกรุงมอสโกมากนัก ซึ่งเธอเล่าว่าระหว่างอยู่ที่นั่น ถูกยุงกัดบ่อย

ราว 2 สัปดาห์  เธอมีตุ่มนูนเล็กๆที่ผิวหนังใต้ตาซ้าย เริ่มรู้สึกคันและแสบบนใบหน้าเป็นครั้งคราว  5 วันต่อมา ตุ่มที่ว่านี้ขยับเคลื่อนที่ไปอยู่เปลือกตา จากเปลือกตาขยับไปอยู่ริมฝีปากล่าง ใน 10 วัน จนทำให้ปากบวม

เธอถ่ายรูปเซลฟีบันทึกความผิดปกติบนหน้าของเธอหลายสัปดาห์ ก่อนไปให้หมอจัดการคีบพยาธิ Dirofilaria repens ที่มักเรียกพยาธิหนอนหัวใจในสุนัขและแมว

นายแพทย์วลาดิมีร์ คาร์ทาชอฟ จากมหาวิทยาลัยรอสตอฟ สเตท กล่าวว่า พยาธิมาแบบผลุบๆโผล่ๆ และแพทย์หลายคนที่ไม่คุ้นกับโรคนี้ ไม่เชื่อ เขาจึงขอให้คนไข้ถ่ายรูปเซลฟีเก็บไว้ กระนั้น ก่อนหน้าสตรีวัย 32 ปี เคยมีคนไข้อย่างน้อย 10 คนที่มาหาหมอด้วยอาการเดียวกัน การขยับเคลื่อนที่ของพยาธิทำให้ยากในการวินิจฉัย
หนอนพยาธิชนิดนี้มักพบในสุนัข และสัตว์กินเนื้อบางชนิดในเอเชีย แอฟริกาและยุโรป เข้าสู่ร่างกายขณะเป็นหนอนจากยุงกัด แต่มนุษย์อาจเป็นโฮสต์พยาธิได้โดยบังเอิญ

เมื่อโตเต็มวัย พยาธิอาจยาว 17 ซ.ม. และมีอายุนาน 5-10 ปี  แต่เมื่ออยู่ในคน พยาธิจะมีชีวิตได้ไม่นาน การรักษาเพียงคีบออก กรณีของสตรีคนนี้หมอใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที

สาวรัสเซียเซลฟีพยาธิไชหน้าจากใต้ตาลงปาก

เมื่อเข้าสู่ร่างกายคน มักจะแสดงตัวใต้ผิวหนังใต้ตา มีบ้างแต่เป็นกรณีหาได้ยากที่พยาธิเคลื่อนที่เข้ากระเพาะอาหาร ทรวงอก อวัยวะเพศชาย

นายแพทย์คาร์ทาชอฟ กล่าวว่า Dirofilaria repens เป็นโรคอุบัติใหม่ในหลายพื้นที่ด้านตะวันตกของอดีตสหภาพโซเวียต และบางพื้นที่ของยุโรป นับจากปี 2540 พบคนติดพยาธิเดียวกันกว่า 4,000 รายในประเทศเหล่านี้โดยเฉพาะรัสเซียและยูเครน

(คลิป)ระทึก!!นาทีชีวิตคนขับบัสทางไกลวูบคาพวงมาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331720

(คลิป)ระทึก!!นาทีชีวิตคนขับบัสทางไกลวูบคาพวงมาลัย

คนขับ,คนขับบัสทางไกล,หมดสติคาพวงมาลัย,ระทึกขวัญ

สุดระทึกบนรถบัสทางไกลในจีน อยู่ดีๆคนขับฟุบหมดสติ  ดีได้ผู้โดยสารกระโจนคุมพวงมาลัยแทน ช่วยป้องกันโศกนาฏกรรม

คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบนรถบัสระยะทางไกลคันหนึ่ง บันทึกเหตุการณ์ระทึกขวัญที่หวุดหวิดจะกลายเป็นโศกนาฏกรรม ขณะรถบัสพร้อมผู้โดยสาร 30 ชีวิต กำลังแล่นบนถนนเขตผิงหยวน มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน เมื่อคนขับเกิดหมดสติกะทันทันฟุบตัวนอนบนเบาะ หลังขับยาว 17 ชม.

(คลิป)ระทึก!!นาทีชีวิตคนขับบัสทางไกลวูบคาพวงมาลัย

รายงานจาก Cover News ระบุว่า ผู้โดยสารที่ต่อมาทราบนามสกุลว่า เซียะ รุดไปยังห้องคนขับ พร้อมกับคนขับประจำรถบัสอีกคน หลังจากรถบัสชนกับราวข้างทาง เมื่อเวลา 06.00 น. เช้าวันที่ 15 มิถุนายน

เซียะกล่าวว่า ขณะนั้น ผู้โดยสารส่วนใหญ่ยังหลับอยู่ เขาช็อกมากตอนที่ไปที่หน้ารถแล้วเห็นคนขับหมดสติอยู่ ปลุกก็ไม่ตื่น  จึงตัดสินใจเข้าควบคุมพวงมาลัยบังคับรถเอง แต่เมื่อพยายามจะแตะเบรค ร่างของผู้โดยสารก็ขวางอยู่ เลยทำได้แค่คุมพวงมาลัยไปเรื่อยๆ ไม่ให้ชนกับคันอื่นหรือถูกชน ก่อนที่คนขับอีกคนเข้ามาช่วยแตะเบรค ชะลอความเร็วและจอดข้างทางได้สำเร็จ ทำให้เหตุการณ์นี้จบลงด้วยดี ผู้โดยสารทั้ง 30 บนปลอดภัย ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

(คลิป)ระทึก!!นาทีชีวิตคนขับบัสทางไกลวูบคาพวงมาลัย

ผู้โดยสารโทรขอความช่วยเหลือและปฐมพยาบาลคนขับรถ ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์กล่าวว่าเขาเกิดอาการเส้นเลือดในสมองตีบ

ไม่ต้อนรับ!เจ้าของเชิญโฆษกทำเนียบขาวออกจากร้านอาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331709

ไม่ต้อนรับ!เจ้าของเชิญโฆษกทำเนียบขาวออกจากร้านอาหาร

โฆษกทำเนียบขาว,เชิญออก,ร้านอาหาร,ไม่ต้อนรับ

นโยบายพรากลูกจากอกพ่อแม่ผู้อพยพพ่นพิษ เจ้าของร้านอาหารในเวอร์จิเนียไม่ต้อนรับลูกค้าระดับโฆษกทำเนียบขาว

                            ซาราห์ ฮักคาบี แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว ทวิตยืนยันเรื่องราวที่แชร์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า เธอถูกเจ้าของร้านอาหาร เดอะ เรด เฮน  ในเมืองเล็กซิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย เชิญให้ออกจากร้าน  เมื่อวันศุกร์ หลังจากเธอและคณะเพิ่งนั่งโต๊ะไม่กี่นาที เพราะเจ้าของร้านไม่เห็นด้วยกับงานของเธอคือการปกป้องประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังโดนถล่มหนักจากนโยบายหลายเรื่อง โดยเฉพาะผู้อพยพ

Sarah Sanders

@PressSec

Last night I was told by the owner of Red Hen in Lexington, VA to leave because I work for @POTUS and I politely left. Her actions say far more about her than about me. I always do my best to treat people, including those I disagree with, respectfully and will continue to do so

“ดิฉันออกจากร้านโดยไม่เกี่ยงงอน ดิฉันปฏิบัติต่อผู้อื่นรวมถึงคนที่เห็นต่างกัน ด้วยความเคารพเสมอมา และจะทำเช่นนั้นต่อไป”

สเตฟานี วิลคินสัน เจ้าของร้านอาหาร บอกกับเดอะ วอชิงตัน โพสต์ว่า เชฟโทรศัพท์บอกเธอที่บ้านว่า แซนเดอร์สกำลังนั่งอยู่ในร้าน และพนักงานในร้านของเธอรู้สึกไม่สบายใจ เธอจึงขับรถไปที่ร้าน หารือกับพวกเขาว่าอยากให้แซนเดอร์สออกจากร้านหรือไม่ พนักงานตอบว่า ใช่

วิลคินสัน กล่าวว่า เธอไม่ใช่คนที่ชอบเผชิญหน้า เธอทำธุรกิจและต้องการให้ธุรกิจนั้นไปได้ดี เมืองเล็กซิงตัน ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆที่ต่อต้านทรัมป์  แซนเดอร์ในฐานะโฆษก รับใช้รัฐบาลไร้มนุษยธรรมและจริยธรรม และเธอเองไม่สามารถยอมรับคนที่ปกป้องนโยบายโหดเหี้ยมของทรัมป์ได้

นอกจากนี้ ลูกน้องของเธอหลายคนเป็นเกย์ แซนเดอร์ปกป้องคำพูดและคำสั่งอื้อฉาวหลายเรื่องในประเด็นชาวหลากหลายทางเพศของทรัมป์  และรู้สึกตกตะลึงที่โฆษกหญิงปกป้องนโยบายพรากลูกจากพ่อแม่ผู้อพยพเขาเมืองไม่มีเอกสาร

 ไม่ต้อนรับ!เจ้าของเชิญโฆษกทำเนียบขาวออกจากร้านอาหาร

เจ้าของร้านกล่าวด้วยว่า เธอกับแซนเดอร์ส ออกไปยืนคุยกันหน้าร้านอย่างสุภาพ ขณะอธิบายว่าร้านของเธอมีมาตรฐานบางอย่างที่เธอต้องยึดถือ อาทิ ความซื่อสัตย์ ความร่วมมือและความโอบอ้อมอารี เธอคิดว่าการกระทำของเธอชอบธรรม เพราะแซนเดอร์สเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาล ไม่ใช่ลูกค้าทั่วไปที่มีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน

เหตุการณ์นี้เป็นที่รับรู้ หลังจากที่พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งซึ่งรับหน้าที่ดูแลโต๊ะของโฆษกทำเนียบขาว โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าแซนเดอร์สไปที่นั่นพร้อมกับครอบครัว แต่อยู่ได้ 2 นาที เจ้าของขอให้เธอออกจากร้าน

จากนั้น ร้าน เดอะ เรด เฮน โดนถล่มด้วยความเห็นจากทั้งสองฟาก มีทั้งให้ 5 ดาว ชื่นชมในจุดยืน ขณะอีกส่วนให้ 1 ดาว กล่าวหาว่าเลือกปฏิบัติ

ประสบการณ์โฆษกทำเนียบขาวไม่เป็นที่ต้อนรับ มีขึ้นหลังจาก คริสเตน นีลเซน รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงในประเทศ กับ สตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสทำเนียบขาว  ซึ่งทั้งสองมีบทบาทสำคัญในนโยบายพรากลูกจากผู้อพยพเข้าเมืองไม่มีเอกสาร ถูกผู้ประท้วงรุมโห่และตะโกนประณาม ที่ร้านอาหารเม็กซิกันในเมืองหลวง

หลับปุ๋ย คุณพ่อพิโกะทาโร ใช้เพลงฮิตกล่อมลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/331535

หลับปุ๋ย คุณพ่อพิโกะทาโร ใช้เพลงฮิตกล่อมลูก

พิโกะทาโร,เพลงฮิต,กล่อมลูก

เจ้าของเพลงฮิตระดับโลก “เพน พายแอปเปิล แอปเปิล เพน” ค้นพบวิธีกล่อมลูก ได้ผลหลับเร็ว

                                คาสุฮิโตะ โคซากะ นักร้องนักแสดงแนวตลกชาวญี่ปุ่น ที่รู้จักในชื่อ พิโกะทาโร ได้ของขวัญสุดพิเศษเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันพ่อ เป็นลูกสาวคนแรก กับภรรยานางแบบชุดว่ายน้ำ ฮิโตมิ ยาสุเอดะ

                               ในวันถัดมา คุณพ่อมือใหม่วัย 44 ปี โพสต์คลิปทดลองใช้เพลง Pen-Pineapple-Apple-Pen หรือ PPAP ผลงานสร้างชื่อ เปิดกล่อมลูกสาวที่ร้องไห้โยเยอยู่ในเตียงเด็กในโรงพยาบาล ซึ่งสร้างความประหลาดให้คุณพ่อ และอาจจะรวมถึงผู้ชมด้วย เพราะในเวลาไม่กี่วินาที ทารกก็หยุดร้องและนอนหลับได้ 
                               พิโกะทาโร โด่งดังเป็นพลุแตกในปี  2559 หลังจากมิวสิกวิดีโอเพลง PPAP  ที่ไม่มีความหมายอะไร และร้องวนไปวนมาอยู่ 3 คำกับท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ กลายเป็นเพลงฮิตติดหูทั่วบ้านทั่วเมือง ถูกอัพโหลดบนเวบไซต์ยูทูบ มียอดวิวกว่า 130  ล้าน  และอีกเวอร์ชั่นที่ยาวกว่าเดิม มียอดวิวกว่า 220 ล้าน เพลงนี้ยังเคยติดท็อปชาร์ต 100 เพลงฮิตบิลบอร์ดญี่ปุ่น เมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้วด้วย  

古坂大魔王

@kosaka_daimaou

今日は父の日。母の日に比べて冷遇されている父の日。

しかし、我が娘は…

僕に世界で一番素敵なプレゼントをくれました。

生命です。

産まれました。

さすが我が奥さん、超超超安産でした。

ありがとう。

最高の父の日です。

古坂大魔王

@kosaka_daimaou

会ったことある仲間も、会ったことのない仲間も…

皆さまたーーくさんのおめでとうコメントありがとうございます!

何より頑張ったのは妻と娘…

彼女達に感謝と敬意を持ち得ません🙇🙇!!

おめでとうとありがとうと最高と!!