รมช.เกษตรฯนำทีมคณะกรรมาธิการฯ​ลงพื้นที่จังหวัดน่าน​รับฟังและแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและพื้นที่ทำการเกษตร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รมช.เกษตรฯนำทีมคณะกรรมาธิการฯ​ลงพื้นที่จังหวัดน่าน​รับฟังและแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและพื้นที่ทำการเกษตร

รมช.เกษตรฯนำทีมคณะกรรมาธิการฯ​ลงพื้นที่จังหวัดน่าน​รับฟังและแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและพื้นที่ทำการเกษตร

16 สิงหาคม 2563 – 13:15 น.

รมช.เกษตรฯ นำทีมคณะกรรมาธิการฯ​ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน​ รับฟังปัญหา​ พร้อมมอบแนวทางการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นเกี่ยวกับที่ดินทำกินและพื้นที่ทำการเกษตร

วันที่16​ สิงหาคม​ 2563 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน สภาผู้แทนราษฎร​ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ​ฯ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดน่าน​ เพื่อพบปะพูดคุย​และรับฟังเกี่ยวกับปัญหาที่ดินและการออกแบบเอกสารสิทธิในที่ดินพื้นที่จังหวัดน่าน โดยมีนายวิบูรณ์ แววบัณฑิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน​ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนภาคประชาชนของจังหวัดน่าน ร่วมการหารือ ณ หอประชุมโรงเรียนปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน

 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า  จากการรับฟังปัญหาของพี่น้องเกษตรกรและราษฎรในหลายอำเภอของจังหวัดน่าน พบว่ายังประสบปัญหาเกี่ยวกับการขาดเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน บางพื้นที่มีการทำการเกษตรและอยู่อาศัยก่อนมีนโยบายทวงคืนผืนป่า​บางพื้นที่รุกล้ำแนวเขตพื้นที่ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติ ปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย​ และขาดแหล่งเงินทุนสำหรับทำการเกษตร ซึ่งได้ประสานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)​ ให้มาช่วยดูแลภายใต้นโยบายโครงการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูเกษตรกร​ ในการสร้างงานสร้างอาชีพของรัฐบาล​ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ในจังหวัดให้เร่งแก้ไขปัญหา​ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น​ 

รมช.เกษตรฯนำทีมคณะกรรมาธิการฯ​ลงพื้นที่จังหวัดน่าน​รับฟังและแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและพื้นที่ทำการเกษตร

 ”วันนี้ได้มารับฟังปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิของพี่น้องประชาชน​ ทำให้เข้าใจปัญหาในพื้นที่มากขึ้น​โดยในจังหวัดน่านมีพื้นที่จำนวนมากที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ​ ทางคณะกรรมาธิการฯได้รับทราบข้อมูลทั้งหมดแล้ว​และจะเร่งรวบรวมปัญหาและหาแนวทางแก้ไขต่อไป​ ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ ได้เน้นย้ำว่าเมื่อแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินแล้ว​ ยังต้องส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรมีอาชีพ​ โดยได้นำโครงการสินเชื่อ​ ปล่อยกู้ 50,000 ล้านบาท​ ของรัฐบาล มาให้กับเกษตรกร​ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพการเกษตร”​ นายประภัตร กล่าว

รมช.เกษตรฯนำทีมคณะกรรมาธิการฯ​ลงพื้นที่จังหวัดน่าน​รับฟังและแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและพื้นที่ทำการเกษตร

 ในโอกาสนี้ทางด้านสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ​ (เขตงานน่าน)​ และตัวแทนภาคประชาชนยังได้ยื่นหนังสือ เกี่ยวกับข้อเสนอ​และปัญหาในที่ดินทำกินต่อตัวแทนคณะกรรมาธิการฯ​ และส่วนราชการของจังหวัดน่านอีกด้วย

 ทั้งนี้​ จังหวัดน่านมีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ​ 7,581,035.02 ไร่​ หรือ12,163.04 ตารางกิโลเมตร​ ซึ่งสภาพพื้นที่โดยทั่วไปของจังหวัดส่วนใหญ่เป็นภูเขาถึงร้อยละ​ 87.2 ของพื้นที่ทั้งหมด​ มีที่ราบเพียงร้อยละ​ 12.8 ของพื้นที่ทั้งหมด​ โดยจังหวัดน่านประกอบด้วย​ 15​ อำเภอ​ 99​ ตำบล​ 924 หมู่บ้าน/ชุมชน​ 112,935 ครัวเรือน​ ประชากรทั้งหมด​ (จปฐ.62)​ 338,558 คน​ 

มก.ฉกส.เปิดบ้านโชว์นวัตกรรมงานวิจัยเพื่อชุมชนโอกาสครบ 24 ปีผนึกทุกภาคส่วน พัฒนาพื้นที่หนองหาร อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

มก.ฉกส.เปิดบ้านโชว์นวัตกรรมงานวิจัยเพื่อชุมชนโอกาสครบ 24 ปีผนึกทุกภาคส่วน พัฒนาพื้นที่หนองหาร อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

มก.ฉกส.เปิดบ้านโชว์นวัตกรรมงานวิจัยเพื่อชุมชนโอกาสครบ 24 ปีผนึกทุกภาคส่วน พัฒนาพื้นที่หนองหาร อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

15 สิงหาคม 2563 – 19:31 น.

มก.ฉกส.เปิดบ้านโชว์นวัตกรรมงานวิจัยเพื่อชุมชน เนื่องในโอกาสครบรอบ 24 ปี พร้อมผนึกทุกภาคส่วนพัฒนาพื้นที่หนองหาร อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด

ระหว่างวันที่ 14-15 ส.ค.63 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร นำโดยดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีและคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูผลการดำเนินงาน โครงการวิจัยในสาขาต่าง ๆ และนวัตกรรมพืชกัญชาเพื่อการแพทย์ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร(มก.ฉกส.) ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.สกลนคร พร้อมกันนี้ยังร่วมพิธีบูชาพระพิรุณทรงนาค ณ อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ เนื่องโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครอบรอบ 24 ปีของมหาวิทยาลัยด้วย
   

มก.ฉกส.เปิดบ้านโชว์นวัตกรรมงานวิจัยเพื่อชุมชนโอกาสครบ 24 ปีผนึกทุกภาคส่วน พัฒนาพื้นที่หนองหาร อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

ช่วงเช้าวันที่ 14 ส.ค.คณะสื่อมวลชนทั้งหมดได้เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอผลงานความก้าวหน้าของโครงการวิจัยและผลงานนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จ พร้อมชมวิดีทัศน์ความเป็นมาของแต่ละโครงการ 
 โดย ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม   ผศ.ดร.วัชรพงษ์ อินทรวงศ์ รองอธิการบดีวิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร  ผู้ช่วยอธิการบดี  คณบดีคณะต่าง ๆ และทีมนักวิจัยร่วมนำเสนอ
 อาทิ โครงการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมพืชกัญชาเพื่อการแพทย์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก, องค์การเภสัชกรรม ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชา เพื่อใช้ทางการแพทย์ไปแล้วเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2562 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

                  มก.ฉกส.เปิดบ้านโชว์นวัตกรรมงานวิจัยเพื่อชุมชนโอกาสครบ 24 ปีผนึกทุกภาคส่วน พัฒนาพื้นที่หนองหาร อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว  ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกระดับหนึ่งที่ตอบสนองนโยบายของมหาวิทยาลัยในการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยของประเทศไทยและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอย่างเป็นระบบและเป็นมาตรฐานต่อไป   
 โครงการ E-san Gastronomy พัฒนาเมืองสกลนครให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาหารท้องถิ่นอีสานแบบใหม่เป็นอีกโครงการที่ดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำไปปลายน้ำ มีความโดดเด่นที่เกิดจากความร่วมมือทุกภาคส่วนมีการบูรณาการร่วมกัน
 โครงการยุวชนอาสา, โครงการสกลนครโมเดล โมเดลการแก้ไขปัญหา เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ งานวิจัย นวัตกรรม ที่สำเร็จแล้วไปสอนชาวบ้าน
 โครงการปลูกข้าวโพดหวานพันธุ์อินทรี2 และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำหรับเป็นอาหารโคเนื้อโคนมโครงการพัฒนาการผลิตและแปรรูปสัตว์น้ำประจำถิ่นเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ของ มก.ฉกส เช่น การเลี้ยงไข่ผำ ,การเลี้ยงปลาสลิด ,การเลี้ยงแหนเป็ด แพการเลี้ยงปลากะพงขาวในน้ำจืด

โครงการสร้างนวัตกรรมชุมชนเพื่อพัฒนาเกษตรกรกลุ่มสมุนไพร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรแปรรูปพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ   โครงการชีวธรรมเวชนคร เป็นต้น
 “ผมคิดว่ากิจกรรมเพื่อสังคมที่วิทยาเขตนี้โดดเด่นอยู่แล้วเพียงแต่ว่าจะมีอะไรที่จะช่วยกันส่งเสริมให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ตามวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อกินดีอยู่ดีเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่สากล สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นในมกฉส.แห่งนี้ผมเชื่อว่าด้วยความพยายามจากพวกเราทุกคน”
บางช่วงบางตอนที่ ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก กล่าวเกริ่นนำ ก่อนส่งไม้ต่อให้กับผศ.ดร.ศุภสิทธิ์ สิทธาพานิช คณบดีคณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร กล่าวถึง ผลการดำเนินโครงการพัฒนางานวิจัยและผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์แผนไทย ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 ขณะนี้ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตส่งให้กับทางโรงพยาบาลมาระยะหนึ่งแล้ว
“เรามีกัญชาทุกสายพันธุ์ในประเทศไทยแต่สายพันธุ์ที่ดีที่สุดเป็นหางกระรอก เราจะใช้ทุกส่วนตั้งแต่ต้น ใบ ดอก ราก ส่งให้กับโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยที่ดีที่สุดในประเทศไทยรองจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์”
 สำหรับแปลงปลูกนั้น ผศ.ดร.ศุภสิทธิ์ เผยว่าการเข้าออกจะเข้มงวดมาก ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ทุกมุมเพื่อป้องกันการนำกัญชาออกนอกแปลงปลูก โดยกัญชาที่ปลูกนั้นนอกจากปลูกเพื่อเก็บผลผลิตส่งโรงพยาบาลแล้วยังใช้เป็นแหล่งข้อมูลทำวิจัยและเรียนรู้ของนักศึกษา ตลอดจนบุคคลทั่วไปด้วย
 จากนั้น ผศ.ดร.สิทธิชัย ฮะทะโชติ ผู้ช่วยอธิการบดีและหัวหน้าทีมวิจัยได้รายงานผลการดำเนินโครงการพัฒนาเพาะพันธุ์ปลาสลิดปลงเพศและการเลี้ยงปลากะพงน้ำจืด ภายใต้โครงการเกษตรริมโขงเพื่อส่งเสริมให้กับชาวบ้านในพื้นที่มีอาชีพ มีรายได้เพิ่ม และยังใช้เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติงานของนิสิตสาขาประมงด้วย
 จากนั้นในช่วงบ่ายลงพื้นที่ดูการเพาะเลี้ยงปลาสลิด การเยงแหนเป็ดและการเลี้ยงปลากะพงขาวน้ำจืด พร้อมดูโรงเพาะเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาดุกสายพันธุ์พื้นเมืองที่อยู่ในหนองหารมาขยายพันธุ์ต่อไป
 ต่อมาเช้าวันที่ 15 ส.ค.คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย นายกสภามหาวิทยาลัยฯ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยราชการ นิสิต นักศึกษาและประชาชนชาวจ.สกลนคร  ได้ร่วมพิธีสักการะบูชานายกสภามหาวิทยาลัยฯ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พระพิรุณทรงนาค ณ อุทยานหนองหารเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบ 24 ปี มก.ฉกส. 
      พร้อมกันนี้ยังกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมปล่อยปลา จากอุทยานหนองหารเฉลิมพระเกียรติ สู่ หนองหารหลวง , กิจกรรมปลูกต้นไม้ประจำปี 2563 พื้นที่โครงการชีวธรรมเวชนคร , พิธีเปิดจักรยานน้ำเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และตลาดนัดเกษตรปลอดภัยนนทรีอีสาน  ทั้งนี้ทางจังหวัดสกลนครและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องได้มอบพื้นที่หนองหารน้อยให้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร(มก.ฉกส.)  เพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษาวิจัยและทำการเกษตร พร้อมพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจ.สกลนครอีกด้วย

รมว.เฉลิมชัย มอบสัญญาโค หญ้าแห้ง พันธุ์สัตว์ปีก และถุงยังชีพให้เกษตรกรที่ยากจนทั่วประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รมว.เฉลิมชัย มอบสัญญาโค หญ้าแห้ง พันธุ์สัตว์ปีก และถุงยังชีพให้เกษตรกรที่ยากจนทั่วประเทศ

รมว.เฉลิมชัย มอบสัญญาโค หญ้าแห้ง พันธุ์สัตว์ปีก และถุงยังชีพให้เกษตรกรที่ยากจนทั่วประเทศ15 สิงหาคม 2563 – 13:37 น.

รมว.เฉลิมชัย มอบสัญญาโค หญ้าแห้ง พันธุ์สัตว์ปีก และถุงยังชีพเพื่อช่วยให้เกษตรกรที่ยากจนทั่วประเทศได้มีโค-กระบือ ไว้ใช้แรงงานและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานมอบสัญญาโค ตามโครงการ “ธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ”(ธ.ค.ก.)ณ โรงเรียนคีรีราษฎร์พัฒนา อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อช่วยให้เกษตรกรที่ยากจนทั่วประเทศได้มีโค-กระบือ ไว้ใช้แรงงานและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยภายในงานได้มีการมอบสัญญาโค ตามโครงการ “ธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ” (ธ.ค.ก.) จำนวน 27 ราย พร้อมด้วยมอบหญ้าแห้ง 200 ฟ่อน พันธุ์สัตว์ปีกซึ่งเป็นไก่พื้นเมือง (ไก่ศรีวิชัย) อัตลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชจำนวน 200 ตัว และถุงยังชีพจำนวน 100 ชุดแก่ผู้แทนกลุ่มเกษตรกร นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมการผ่าตัดทำหมันสัตว์ และเยี่ยมชมนิทรรศการสร้างความรับรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ด้วย
 

รมว.เฉลิมชัย มอบสัญญาโค หญ้าแห้ง พันธุ์สัตว์ปีก และถุงยังชีพให้เกษตรกรที่ยากจนทั่วประเทศ

สำหรับการดำเนินการตามโครงการดังกล่าว มีการให้บริการ 5 วิธี คือ 1) การให้ยืมเพื่อการผลิต การให้เกษตรกรผู้ยากจนยืมแม่โคหรือแม่กระบือของ ธ.ค.ก. โดยมีเงื่อนไขว่าเมื่อลูกโคหรือลูกกระบือตัวแรก อายุครบ 18 เดือน ให้ส่งลูกโคหรือลูกกระบือนั้นคืน ธ.ค.ก. ส่วนลูกโคหรือลูกกระบือตัวต่อไปเป็นของเกษตรกรและเมื่อยืมแม่โคหรือแม่กระบือครบ 5 ปี ให้ยกแม่โคหรือแม่กระบือดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเกษตรกรผู้ยืม แต่หากเกษตรกรผู้ยืม ยืมแม่โคหรือแม่กระบือไป 3 ปีแล้ว ไม่มีลูกโคหรือลูกกระบือตัวแรกคืน ธ.ค.ก.จะนำแม่โคหรือแม่กระบือดังกล่าวคืน เพื่อไปให้บริการแก่เกษตรกรรายอื่นยืมต่อไป (เว้นแต่จะตรวจพบว่าแม่โคหรือแม่กระบือมีปัญหาทางระบบสืบพันธุ์ ธ.ค.ก.จะเปลี่ยนแม่โคหรือแม่กระบือให้)

 2) การให้เช่าซื้อ กรณีที่เกษตรกรต้องการเป็นเจ้าของโค-กระบือของ ธ.ค.ก. จะพิจารณาให้เช่าซื้อโคหรือกระบือของ ธ.ค.ก. โดยเกษตรกรจะต้องชำระเงินให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลา ได้แก่ โคเนื้อหรือกระบือ ให้ชำระค่าเช่าซื้อภายในระยะเวลา 3 ปี กำหนดการผ่อนชำระในปีที่ 1 ร้อยละ 40 ของราคาโค-กระบือ ปีที่ 2 ร้อยละ 30 ของราคาโค-กระบือ และราคาที่เหลือชำระให้เสร็จสิ้น ในปีที่ 3 โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย และสำหรับแม่โค จะพิจารณาให้เช่าซื้อ โดยให้ชำระเงินให้เสร็จสิ้นภายใน 5 ปี กำหนดผ่อนชำระเงินร้อยละ 20 ของราคาโคนมในแต่ละปีโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย

 3) การให้ยืมพ่อพันธุ์โค-กระบือ ในหมู่บ้านที่มีแม่พันธุ์โค-กระบือ ของ ธ.ค.ก. ไม่ต่ำกว่า 50 ตัว เพื่อให้บริการพ่อพันธุ์แก่แม่โค-กระบือของ ธ.ค.ก. ภายในหมู่บ้านนั้น ๆ

4) การให้เช่าเพื่อใช้แรงงาน กรณีที่เกษตรกรไม่มีโค-กระบือ ไว้ใช้งานของตนเอง แต่ไม่ต้องการซื้อสามารถเช่าโค-กระบือ เพื่อใช้แรงงาน โดยเสียค่าเช่าโค-กระบือ ตัวละ 300 บาทต่อปี

 และ 5) การให้บริการอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก ข้อ 1 – 4 ซึ่งต้องได้รับการพิจารณาจากปศุสัตว์จังหวัดและได้รับอนุมัติจาก ธ.ค.ก. เพื่อให้บริการเป็นกรณีพิเศษเป็นกรณีไป

ด้าน นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า เป็นหน่วยงานในการสนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรให้สามารถประกอบอาชีพการเลี้ยงสัตว์ ได้อย่างยั่งยืนและสานต่อโครงการพระราชดำริ เป็นการน้อมนำศาสตร์พระราชาไปสู่การปฏิบัติและประยุกต์ให้สอดคล้องเหมาะสมกับชุมชนและพื้นที่ช่วยให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์มากขึ้นบนพื้นฐานทรัพยากรของท้องถิ่นนั้น ๆกรมปศุสัตว์จะมุ่งสร้างอาชีพ สร้างความมั่นคงทางอาหาร ทำให้ชุมชนยั่งยืน กรมปศุสัตว์จะพัฒนางานด้านปศุสัตว์ให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรยิ่งขึ้น ต่อไป

รัฐมนตรีเกษตรฯ “เฉลิมชัย” ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พร้อมมอบ ส.ป.ก. เร่งพัฒนาพื้นที่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รัฐมนตรีเกษตรฯ “เฉลิมชัย” ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พร้อมมอบ ส.ป.ก. เร่งพัฒนาพื้นที่ 

รัฐมนตรีเกษตรฯ "เฉลิมชัย" ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พร้อมมอบ ส.ป.ก. เร่งพัฒนาพื้นที่ 15 สิงหาคม 2563 – 13:25 น.

รัฐมนตรีเกษตรฯ “เฉลิมชัย” ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พร้อมมอบ ส.ป.ก. เร่งพัฒนาพื้นที่ 

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) และติดตามโครงการถนนท่องเที่ยวในเขตปฏิรูปที่ดิน ณ ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ว่า ตามที่ได้มีการพูดคุยกับราษฎรในพื้นที่ ได้ทราบว่าราษฎรมีความต้องการให้หน่วยงานราชการเข้ามาพัฒนาที่ดินของ ส.ป.ก. ในการสร้างถนนและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งหากรัฐบาลมีการเข้ามาพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว จะทำให้ราษฎรมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังทำให้ราษฎรสะดวกในการเดินทางด้วย 
 

รัฐมนตรีเกษตรฯ "เฉลิมชัย" ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พร้อมมอบ ส.ป.ก. เร่งพัฒนาพื้นที่ 

 ทั้งนี้ สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน 17 อำเภอ 64 ตำบล เนื้อที่ประมาณ 486,937 ไร่ เกษตรกรได้รับการจัดที่ดินแล้ว 16 อำเภอ 63 ตำบล 239 หมู่บ้าน จำนวน 41,813 ราย 54,085 แปลง เนื้อที่ประมาณ 480,237 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 98.62 ของพื้นที่ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งมีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพในเขตปฏิรูปที่ดินในพื้นที่นี้ มีโครงการสำคัญ คือ 1) โครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน มีกิจกรรมในการส่งเสริมพืชสมุนไพรโดยฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับเกษตรกร 2) โครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้ในเขตปฏิรูปที่ดิน ปี 2563 ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื้องมาจากพระราชดำริ มีการฝึดอบรมเชิงปฏิบัติการ การแปรรูปสมุนไพร น้ำมันเขียว น้ำมันเหลือง โลชั่นกันยุง และสเปรย์ฉีดยุง 3) โครงการส่งเสริมระบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการอบรมและศึกษาดูงานให้แก่เกษตรกร และสนับสนุนพันธุ์ไม้เพื้อปลูกในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน

          รัฐมนตรีเกษตรฯ "เฉลิมชัย" ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พร้อมมอบ ส.ป.ก. เร่งพัฒนาพื้นที่   “รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังปัญหาของประชาชน และพร้อมที่เข้าไปช่วยแก้ไข ซึ่ง ส.ป.ก. จะเข้ามาก่อสร้างถนนให้ เพื่อความสะดวกในการเดินทางและนำผลผลิตออกไปจำหน่าย แต่ต้องมีการวางแผนในอนาคตข้างหน้าในการวางแนวเขตทางให้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการต่อไป” นายเฉลิมชัย กล่าว

กระทรวงเกษตรฯ มอบต้นพันธุ์พืชผักและสมุนไพรให้แก่ อกม. เพื่อนำไปแจกจ่ายเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กระทรวงเกษตรฯ มอบต้นพันธุ์พืชผักและสมุนไพรให้แก่ อกม. เพื่อนำไปแจกจ่ายเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

กระทรวงเกษตรฯ มอบต้นพันธุ์พืชผักและสมุนไพรให้แก่ อกม. เพื่อนำไปแจกจ่ายเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 14 สิงหาคม 2563 – 17:28 น.

กระทรวงเกษตรฯ มอบต้นพันธุ์พืชผักและสมุนไพรให้แก่ อกม. เพื่อนำไปแจกจ่ายเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หวังช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มรายได้ ตลอดจนการแก้ปัญหาการขาดแคลนพันธุ์พืชพันธุ์ดีในท้องถิ่น 

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังพิธีมอบต้นพันธุ์พืชผักและสมุนไพร “โครงการบ้านพอเพียงเลี้ยงชีวิตสู้โควิด – 19” ในงานรณรงค์ถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตและขยายพันธุ์พืชพันธุ์ดี ณ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ เกิดภาวะการว่างงาน และทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือดูแลและสร้างความเข้มแข็งของภาคการเกษตรและตระหนักถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาคการเกษตร จึงได้จัดทำโครงการบ้านพอเพียงเลี้ยงชีวิตสู้โควิด – 19 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นมาตรการเสริมในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ให้เกษตรกรและผู้ได้รับผลกระทบมีพืชอาหารบริโภค สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาตนเอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน ตลอดจนการแก้ปัญหาการขาดแคลนพันธุ์พืชพันธุ์ดีในท้องถิ่น มีเป้าหมายการผลิตต้นพันธุ์พืชผักและสมุนไพร จำนวน 7 ชนิด รวมทั้งสิ้น 3,634,464 ต้น มีศูนย์ปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการเกษตร จำนวน 34 หน่วยงาน ดำเนินการผลิตและแจกจ่ายต้นพันธุ์พืชผักและสมุนไพร ให้แก่อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน เกษตรกรที่สนใจทำการเกษตรในการปลูกพืชผักสวนครัว และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 225,390 ครัวเรือน ๆ ละ 16 ต้น ครอบคลุม 77 จังหวัด รวม 882 อำเภอ 
 

กระทรวงเกษตรฯ มอบต้นพันธุ์พืชผักและสมุนไพรให้แก่ อกม. เพื่อนำไปแจกจ่ายเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

สำหรับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หรือ อกม. ได้ร่วมทำหน้าที่เป็นผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้านมา โดยทำหน้าที่จัดเก็บรวบรวมและรายงานข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรของหมู่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรระดับหมู่บ้าน ประสานงานในการถ่ายทอดความรู้และแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ รวมถึงกรณีการเกิดภัยธรรมชาติต่างๆ อกม. จะช่วยเตือน แจ้งข่าว และเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร และทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่เกษตร

กระทรวงเกษตรฯ มอบต้นพันธุ์พืชผักและสมุนไพรให้แก่ อกม. เพื่อนำไปแจกจ่ายเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

 ปัจจุบัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีอาสาสมัครเกษตร จำนวน 16 สาขา ได้แก่ อาสาสมัครเกษตรและสหกรณ์ อาสาสมัครฝนหลวง ครูบัญชีอาสา ประมงอาสา อาสาปศุสัตว์ หมอดินอาสา อาสาสมัครสหกรณ์ อาสาสมัครชลประทาน เศรษฐกิจการเกษตรอาสา อาสาสมัครปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อาสาสมัครชาวนาชั้นนำ อาสาสมัครครูยาง สารวัตรเกษตร หม่อนไหมอาสา Qอาสา และเกษตรหมู่บ้าน โดย อกม. จะอยู่ในวาระครั้งละ 4 ปี ปัจจุบันทั่วประเทศ มีจำนวน 75,155 ราย ซึ่งที่ผ่านมาช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 อกม. มีส่วนสำคัญโดยเฉพาะโครงการเยียวยาเกษตรกร หลายพื้นที่เดินทางลำบาก พี่น้องเกษตรกรไม่สะดวกในการเดินทาง ซึ่งอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านเหล่านี้ ทำหน้าที่ในการประสานงานกับเจ้าหน้าที่เกษตรเพื่ออำนวยความสะดวกทำให้โครงการประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม 
ด้าน นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกิจกรรมมอบต้นพันธุ์ พืชผักและสมุนไพร ตามโครงการบ้านพอเพียงเลี้ยงชีวิตสู้โควิด-19 ให้กับ อกม. ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้นั้น เพื่อให้ อกม. ได้เป็นต้นแบบ พร้อมหาเครือข่ายในการสร้างแนวทางการปรับตัว โดยต้นพันธุ์ที่นำไปปลูก เน้นอาศัยบริโภคและการแจกจ่ายให้กับพี่น้องในชุมชน โดยสนับสนุนพันธุ์พืช ได้แก่ ฟ้าทลายโจร มะละกอ พริก มะเขือ มะรุม แคบ้าน และผักหวาน ทั้งหมดรวมกว่า 3,813,148 ต้น ปัจจุบันอาสาสมัครเกษตรเหล่านี้ ไม่ได้มีรายได้ตอบแทน แต่ทุกคนก็ปฏิบัติหน้าที่คู่กับเจ้าหน้าที่เกษตรด้วยความเต็มใจ พร้อมบริการประสานความช่วยเหลือแก่เกษตรกร นับเป็นความเสียสละและขอยกย่องพี่น้องอาสาสมัครเกษตรเป็นอย่างยิ่ง

กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดมหกรรมสินค้า Fresh From Farm สหกรณ์คัดสรร ผลิตภัณฑ์คุณภาพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดมหกรรมสินค้า Fresh From Farm  สหกรณ์คัดสรร ผลิตภัณฑ์คุณภาพ

กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดมหกรรมสินค้า Fresh From Farm  สหกรณ์คัดสรร ผลิตภัณฑ์คุณภาพ14 สิงหาคม 2563 – 13:11 น.

กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดมหกรรมสินค้า Fresh From Farm  สหกรณ์คัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพยกขบวนสินค้าและผลผลิตจากสหกรณ์ทั่วประเทศบุกห้างกลางกรุง

กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดงานมหกรรมสินค้าสหกรณ์ Fresh From Farm “สหกรณ์คัดสรร ผลิตภัณฑ์คุณภาพ”         ยกขบวนสินค้าดีมีคุณภาพมาจำหน่ายถึงผู้บริโภค เอาใจคนเมือง ได้ซื้อสินค้าดีมีคุณภาพจากเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง พร้อมกระตุ้นการจับจ่ายและสร้างรายได้ให้เกษตรกร พบกันที่ห้างเซ็นทรัลพระราม 3 ระหว่างวันที่ 13 – 17 สิงหาคม นี้
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าสหกรณ์ Fresh From Farm “สหกรณ์คัดสรร ผลิตภัณฑ์คุณภาพ” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า สาขาพระราม 3 เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร โดยมี นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้แทนสหกรณ์ที่นำสินค้ามาจำหน่าย ให้การต้อนรับ พร้อมประกอบอาหารเมนูพิเศษ “ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อนทอดสูตรโบราณ” และร่วมจำหน่ายลำไยจากสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด จังหวัดลำพูน จากนั้นเดินเยี่ยมชมและอุดหนุนสินค้าภายในงานดังกล่าว ซึ่งงานแสดงสินค้าสหกรณ์ในกรุงเทพฯ จะจัดระหว่างวันที่ 13 – 17 สิงหาคม นี้
 

กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดมหกรรมสินค้า Fresh From Farm  สหกรณ์คัดสรร ผลิตภัณฑ์คุณภาพ

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวถึงที่มาของการจัดงาน           ในครั้งนี้ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า-2019 ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และขณะนี้ยังอยู่ในช่วงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนรวมถึงพี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก มีเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตรหลายแห่งที่เป็นผู้ผลิตสินค้าคุณภาพทั้งบริโภคและอุปโภคมากมายได้รับผลกระทบจึงให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ประสานกับสหกรณ์ผู้ผลิตสินค้าต่าง ๆ นำผลิตภัณฑ์และผลผลิตของสมาชิกมาจำหน่ายถึงมือผู้บริโภคในเมืองกรุง ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นผลดีทั้งกับผู้บริโภคที่ได้เลือกซื้อสินค้าดีมีคุณภาพในราคาย่อมเยาจากสหกรณ์โดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งนอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าและผลผลิตของสหกรณ์ที่มีคุณภาพให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของประชาชนมากยิ่งขึ้นแล้ว ก็ยังเป็นการสร้างรายได้และเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสหกรณ์ได้อีกทางหนึ่งด้วย    

             กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดมหกรรมสินค้า Fresh From Farm  สหกรณ์คัดสรร ผลิตภัณฑ์คุณภาพ จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สาธิตการประกอบอาหารเมนูพิเศษ “ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อนทอดสูตรโบราณ” พร้อมทั้งร่วมจำหน่ายลำไย จากสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด จังหวัดลำพูน และเดินเยี่ยมชมอุดหนุนสินค้าภายในงานอีกด้วยโดยภายในงานมีการจัดจำหน่ายสินค้าคุณภาพจากสหกรณ์ผู้ผลิต    สินค้าอุปโภคบริโภค ข้าวสาร ข้าวหอมมะลิ จากสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด ไข่ไก่ จากสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูนจำกัด จังหวัดเชียงใหม่

กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดมหกรรมสินค้า Fresh From Farm  สหกรณ์คัดสรร ผลิตภัณฑ์คุณภาพ

 เนื้อโคขุนต่างๆ เหมาะสำหรับทำปิ้ง-ย่าง ชาบู จากสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จำกัด จังหวัดนครปฐม นม UHT ไอศกรีม จากสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด รวมทั้งผัก ผลไม้สดจากภาคเหนือและภาคใต้ อาทิ ทุเรียน เงาะ ส้มโอ ลำไย ฝรั่ง ชมพู่ มะพร้าวน้ำหอม สินค้าเกษตรแปรรูป ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้าย ผ้าไหม หมอนยางพารา และสินค้าอื่น ๆ จากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตจากทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสินค้านาทีทอง นำผลิตภัณฑ์และสินค้าสหกรณ์มาจำหน่ายแบบลดราคา วันละ 2 ช่วง ระหว่างเวลา 14.00 – 14.30 น. และ 17.00 – 17.30 น. ที่ลานกิจกรรม ชั้น 1 โถงลิฟท์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 3 จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจสามารถมาอุดหนุนสินค้าสหกรณ์คุณภาพ ได้ถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2563  ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า สาขาพระราม 3 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 21.00 น.  
 นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการเจรจาธุรกิจ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ หรือประชาชนที่สนใจมาเลือกซื้อสินค้าสหกรณ์และผู้ประกอบการที่ต้องการติดต่อเจรจาธุรกิจมาร่วมกิจกรรมตลอดการจัดงานนี้ด้วยเช่นกัน สำหรับประชาชนในส่วนภูมิภาค ก็สามารถอุดหนุนสินค้าจากสหกรณ์ได้ โดยกรมฯ จะจัดงานแสดงสินค้าสหกรณ์ในระดับภูมิภาคใน 4 ภาค ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า สาขาเชียงใหม่แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าสาขาอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่เฟสติวัล จังหวัดสงขลา และบริเวณวงเวียนหอนาฬิกา อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี จะจัดภายในเดือนกันยายน 2563 จึงขอเชิญชวนทุกท่านไปร่วมอุดหนุนผลผลิตและสินค้าคุณภาพจากขบวนการสหกรณ์ได้ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดที่เป็นเป้าหมายของการจัดงานทั้ง 4 ภาค

ปชช.แห่เที่ยวงาน”ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปชช.แห่เที่ยวงาน”ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี”

ปชช.แห่เที่ยวงาน"ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี" 13 สิงหาคม 2563 – 12:56 น.

OTOPบอกรักแม่คึกคักปชช.แห่เที่ยวงาน”OTOPศิลปาชีพประทีปไทย”ซื้อของขวัญให้แม่กันอิ่มใจหนุนกวาดยอดขาย5วันพุ่งกระฉูด246ลบ.”อธิบดี พช.”ขอบคุณอิมแพ็คฯเพิ่มพื้นที่จัดงานให้ฟรี1หมื่นตรม.ช่วยเพิ่มช่องทางการขายสินค้าหนุนสร้างงานสร้างรายชุมชนทั่วประเทศอย่างแท้จริง


13 ส.ค.2563 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) เปิดเผยว่างาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี” จัดระหว่างวันที่ 8 – 16 สิงหาคม โดยกรมการพัฒนาชุมชุน (พช.) กระทรวงมหาดไทย ณ ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็น “วันแม่แห่งชาติ” ประจำปี 2563 มีดาราดัง แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ มาเดินแฟชั่นโชว์ผ้าไทย ชุดพิเศษ “แม่ลูกผูกพัน” ปรากฏว่ามีประชาชนต่างเดินทางหลั่งไหลมาเที่ยวชมงานหนาแน่นกว่าทุกวัน ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยส่วนใหญ่พาคุณแม่และมาเป็นครอบครัวมาเพื่อช้อปสินค้าและผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นของขวัญในโอกาสวันแม่ โดยเฉพาะวันที่ 12 ส.ค.วันเดียว มียอดขายรวม 61 ล้านบาท เมื่อนับยอดขายรวม 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-12 ส.ค. มียอดขายรวมแล้วกว่า 246 ล้านบาท ผู้เข้าชมงาน 8.4 หมื่นคน และคาดว่าจะมียอดขายมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 9 วันที่ 300 ล้านบาทอย่างแน่นอน

ปชช.แห่เที่ยวงาน"ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี"


อธิบดี พช. กล่าวว่า งาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี” จัดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2555 ได้พัฒนาการจัดงานให้เหมาะสมกับยุคสมัยอยู่เสมอ โดยคงเจตนารมณ์ที่จะสืบสานพระราชปณิธานงานศิลปาชีพ และเชิดชูอัตลักษณ์คุณค่าผ้าไทย รวมทั้งสนับสนุนอาชีพและเสริมสร้างรายได้ให้กระจายลงสู่ชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งการที่คนไทยช่วยกันกินอาหารไทย ใช้ของไทย สวมใส่ผ้าไทย และเที่ยวเมืองไทย ทำให้เงินทุกบาทหมุนเวียนอยู่ในชุมชน เป็นการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง และชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้ จึงขอเชิญชวนไปเยี่ยมให้กำลังใจได้ที่อิมแพคฯ เมืองทองธานีจนถึงวันที่ 16 สิงหาคมนี้

ปชช.แห่เที่ยวงาน"ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี"


อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวขอบคุณบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ที่ได้สนับสนุนเพิ่มพื้นที่ให้ฟรี 10,000 ตารางเมตร ช่วยทำให้ 76 จังหวัดสามารถนำเรื่องราวชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถี ทั้งแหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และสินค้าประจำชุมชนมานำเสนอ เพื่อให้พี่น้องคนไทยได้เรียนรู้ว่าประเทศไทยยังมีสถานที่ที่น่าไปเที่ยวชมอีกมากมาย และครั้งหนึ่งในชีวิตควรจะได้ไปเที่ยวในสถานเหล่านั้น นอกจากนี้ผู้เข้าชมงานยังได้มีโอกาสชมศิลปวัฒนธรรมประจำแต่ละชุมชนในทุกจังหวัดได้ภายในงาน ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมล้ำค่าที่ควรช่วยกันรักษาและสืบสานให้คงอยู่กับแผ่นดินไทยตลอดไป

ปชช.แห่เที่ยวงาน"ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี"


“การจัดงานครั้งนี้กรมการพัฒนาชุมชนและอิมแพคฯได้ร่วมกันจัดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มงวด เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขทุกประการ ภายใต้การให้บริการในรูปแบบในวิถีใหม่ New normal อาทิ การเพิ่มพื้นที่จำหน่ายสินค้า การเว้นระยะห่างทางสังคม การทำความสะอาดหลังจากปิดงานทุกวัน การให้ผู้มาชมงานสแกนคิวอาร์โค้ดในแอพลิเคชั่นไทยชนะทั้งก่อนและหลังเข้างาน ทำให้ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมงานครั้งนี้ได้อย่างสบายใจ” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าวย้ำ

ปชช.แห่เที่ยวงาน"ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี"

ด้านนายพอลล์ กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า ในฐานะเจ้าของสถานที่มีความยินดีอย่างมาก ที่ได้ต้อนรับการกลับมาของงานศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี ประจำปี 2563 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มช่องทางจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP โดยมีมาตรการตามข้อกำหนดข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  อย่างเข้มงวดตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขทุกประการ ทั้งยังได้สนับสนุนการขยายพื้นที่จัดงานจาก 20,000 ตารางเมตร เป็น 40,000 ตารางเมตรของอาคารชาเลนเจอร์ รองรับลูกค้าผู้ร่วมจัดแสดงงานได้เพิ่มจำนวนพื้นที่บูธ รวมไปถึงอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าผู้มาชมงานในรูปแบบในวิถีใหม่ New normal

ปชช.แห่เที่ยวงาน"ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี"


งาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี 2563” มีทุกวันถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 – 3 อิมแพค เมืองทองธานี  พิเศษวันสุดท้าย ลุ้นรางวัลใหญ่มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท

ส.ป.ก. จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส.ป.ก. จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ส.ป.ก. จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2563 – 14:21 น.

ส.ป.ก. จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันพระเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2563

วันที่ 12 สิงหาคม 2563 เวลา 09.00 น. ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)  พร้อมด้วย พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย นายสุริยน พัชรครุกานนท์ นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม รองเลขาธิการ ส.ป.ก. นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 12 สิงหาคม 2563 พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีพระแม่ไทย และร่วมลงนามถวายพระพรฯ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กทม.
 

ส.ป.ก. จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ส.ป.ก. จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กสส.ปลื้ม โครงการกระจายลำไยสหกรณ์ภาคเหนือฉลุย ผู้บริโภคชมสินค้าดี เตรียมกระจายมังคุดทางใต้ต่อทันที #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

      กสส.ปลื้ม โครงการกระจายลำไยสหกรณ์ภาคเหนือฉลุย ผู้บริโภคชมสินค้าดี เตรียมกระจายมังคุดทางใต้ต่อทันที

      กสส.ปลื้ม โครงการกระจายลำไยสหกรณ์ภาคเหนือฉลุย ผู้บริโภคชมสินค้าดี เตรียมกระจายมังคุดทางใต้ต่อทันที11 สิงหาคม 2563 – 12:27 น.

กรมส่งเสริมสหกรณ์ปลื้ม เครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศร่วมมือกระจายลำไยภาคเหนือ ระบายผลผลิตสู่ผู้บริโภครวดเร็ว กระแสตอบรับดีเกินคาด ชมลำไยสหกรณ์คุณภาพดี รสชาติหวานกรอบ ไม่มีเน่าเสียระหว่างการขนส่ง ลูกค้าสั่งซื้อต่อเนื่อง

กรมส่งเสริมสหกรณ์ปลื้ม เครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศร่วมมือกระจายลำไยภาคเหนือ ระบายผลผลิตสู่ผู้บริโภครวดเร็ว กระแสตอบรับดีเกินคาด ชมลำไยสหกรณ์คุณภาพดี รสชาติหวานกรอบ ไม่มีเน่าเสียระหว่างการขนส่ง ลูกค้าสั่งซื้อต่อเนื่อง ผลผลิตส่วนหนึ่งส่งขายห้างโมเดิร์นเทรด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และมีบริษัทผู้สงออกสั่งซื้อไปประเทศจีน ช่วยพยุงราคาผลผลิตในพื้นที่ในระดับที่เกษตรกรพอใจ
นายพิเชษฐ์  วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกรเพื่อรองรับผลกระทบจากโรคไวรัสโควิด 19 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณให้ 45 ล้านบาท อุดหนุนค่าขนส่ง  ค่าบริหารจัดการ และซื้อตะกร้าขนผลไม้ให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพื่อเร่งระบายผลผลิตไปทั่วประเทศ เน้น”มังคุด-ลำไย” ซึ่งหลังจากที่เครือข่ายสหกรณ์ทุกจังหวัดได้ร่วมกันกระจายผลไม้ของภาคตะวันออกไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้ยังดำเนินการต่อเนื่องช่วยกันกระจายลำไยจากสหกรณ์ในภาคเหนือไปสู่ผู้บริโภคปลายทาง ทั้งในพื้นที่ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง  คาดว่าลำไยจะออกมากในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งการกระจายลำไยของเครือข่ายสหกรณ์ ถือว่าทำได้ดี มีเสียงชื่นชมจากผู้บริโภคว่าลำไยของสหกรณ์ในจังหวัดทางภาคเหนือมีคุณภาพ รสชาติหวานกรอบ เนื่องจากหลายสหกรณ์เน้นให้สมาชิกผลิตตามมาตรฐาน GAP และไม่เน่าเสียระหว่างการขนส่งสู่ตลาดปลายทาง ทำให้สหกรณ์สามารถระบายผลผลิตได้ตามเป้าหมาย ซึ่งกรมจะใช้โมเดลการบริหารจัดการลำไยมาวางระบบกระจายมังคุดในภาคใต้ต่อทันที 

      กสส.ปลื้ม โครงการกระจายลำไยสหกรณ์ภาคเหนือฉลุย ผู้บริโภคชมสินค้าดี เตรียมกระจายมังคุดทางใต้ต่อทันที

“โครงการนี้ที่ได้ผลดีเพราะมาจากความร่วมมือของสหกรณ์ต้นทางที่เป็นผู้ผลิตกับสหกรณ์ปลายทางที่เป็นผู้บริโภค    เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน ดังนั้นอยากเห็นภาพความเอื้อเฟื้อกัน ช่วยกันซื้อขายหรือการแลกเปลี่ยนสินค้ากันในเครือข่ายสหกรณ์แบบนี้ต่อไป เพราะจะเป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถมาช่วยแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตเกษตรตกต่ำได้ ดังนั้น ในช่วง  3 เดือนจากนี้จะเข้าสู่ฤดูกาลผลไม้ทางใต้ อยากขอความร่วมมือจากเครือข่ายสหกรณ์ในภาคอื่น ๆ ช่วยกันวางแผนหาออเดอร์รอไว้เมื่อผลไม้ทางใต้ออกมาก็จัดส่งได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้ระบายผลผลิตได้ทันเวลา ไม่เกิดการกระจุกตัว สิ่งสำคัญคือเรื่องคุณภาพ ที่ต้องเน้นสมาชิกสหกรณ์ผลิตผลไม้ให้ได้มาตรฐาน ตรงกับที่ผู้บริโภคต้องการ จะทำให้ตลาดผลไม้ของสหกรณ์สามารถเดินต่อไปได้ ” นายพิเชษฐ์ กล่าว                  กสส.ปลื้ม โครงการกระจายลำไยสหกรณ์ภาคเหนือฉลุย ผู้บริโภคชมสินค้าดี เตรียมกระจายมังคุดทางใต้ต่อทันที  สำหรับผลการรวบรวมผลไม้ของสหกรณ์ทั้งระบบ ซึ่งมีทั้งเงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง ตั้งแต่เริ่มฤดูกาลจนถึงขณะนี้  มีปริมาณรวมกว่า 10,261.972 ตัน มูลค่ากว่า 341.956 ล้านบาท ส่วนการกระจายลำไยผ่านเครือข่ายสหกรณ์ในช่วง เดือนพ.ค.ถึงสิ้น ก.ค.2563  ที่ผ่านมา สามารถกระจายลำไยได้แล้ว1,312 ตัน หรือ 41 % จากแผนที่ตั้งไว้ตามโครงการจำนวน  3,200  ตัน เป็นลำไยจากสหกรณ์ในภาคเหนือ ซึ่งในปีนี้ สหกรณ์จะเน้นทำตลาดผลไม้ในประเทศ โดยกระจาย ผ่านเครือข่ายสหกรณ์นอกพื้นที่ 18 จังหวัด และส่วนหนึ่งส่งให้กับห้างโมเดิร์นเทรด รวมถึงขายผ่านบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

      กสส.ปลื้ม โครงการกระจายลำไยสหกรณ์ภาคเหนือฉลุย ผู้บริโภคชมสินค้าดี เตรียมกระจายมังคุดทางใต้ต่อทันที

 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เริ่มมีบริษัทเอกชนสั่งซื้อลำไยผลสดจากสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด จ.ลำพูน ทยอยส่งออกผ่านทางด่านชายแดนไทยเพื่อไปยังประเทศจีนแล้ว เริ่มตั้งแต่กลางเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 11 ตู้คอนเทรนเนอร์ ปริมาณรวม 275 ตัน และยังมีออเดอร์สั่งซื้อต่อเนื่องจนกว่าผลผลิตลำไยจะหมด คาดว่าทางสหกรณ์จะสามารถรวบรวมผลผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายที่ประเทศจีนได้จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม นี้ 

“ธรรมนัส” เดินหน้ามอบหนังสือ ส.ป.ก.4-01 เกษตรกร หนองคาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธรรมนัส” เดินหน้ามอบหนังสือ ส.ป.ก.4-01 เกษตรกร หนองคาย

"ธรรมนัส" เดินหน้ามอบหนังสือ ส.ป.ก.4-01 เกษตรกร หนองคาย

https://www.dailymotion.com/embed/video/x7vgk34?autoplay=1

8 สิงหาคม 2563 – 15:27 น.

“ธรรมนัส” ร่วมโครงการปลูกไม้ยืนต้น เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมเดินหน้ามอบหนังสือ ส.ป.ก.4-01 แก่พี่น้องเกษตรกร

8 ส.ค.63 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน “โครงการปลูกไม้ยืนต้น เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา พร้อมมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน(ส.ป.ก.4-01) แก่เกษตรกรจำนวน 30 ราย ณ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ขุดลอกสระวังยมสาธารณะประโยชน์บ้านหนองผือ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ว่า

"ธรรมนัส" เดินหน้ามอบหนังสือ ส.ป.ก.4-01 เกษตรกร หนองคาย

ปัจจุบันประเทศได้ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนทั่วไป จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกคนต้องคำนึงถึงบทบาท และความสำคัญในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ดินและน้ำ อีกทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังมีนโยบายในการดำเนินการจัดหาที่ดิน และจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกิน หรือมีที่ดินเล็กน้อยไม่เพียงพอต่อการครองชีพ และให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม ปรับปรุงทรัพยากร และปัจจัยการผลิต ตลอดจนการผลิตและการจำหน่ายให้เกิดผลดียิ่งขึ้น

"ธรรมนัส" เดินหน้ามอบหนังสือ ส.ป.ก.4-01 เกษตรกร หนองคาย
"ธรรมนัส" เดินหน้ามอบหนังสือ ส.ป.ก.4-01 เกษตรกร หนองคาย
"ธรรมนัส" เดินหน้ามอบหนังสือ ส.ป.ก.4-01 เกษตรกร หนองคาย