เลขาธิการ ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์จัดการที่ดินพระราชทานและศูนย์เพิ่มศักยภาพข้าวในเขตปฏิรูปที่ดิน (ศจพ.) ลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เลขาธิการ ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์จัดการที่ดินพระราชทานและศูนย์เพิ่มศักยภาพข้าวในเขตปฏิรูปที่ดิน (ศจพ.) ลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยา

เลขาธิการ ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์จัดการที่ดินพระราชทานและศูนย์เพิ่มศักยภาพข้าวในเขตปฏิรูปที่ดิน (ศจพ.) ลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยา31 กรกฎาคม 2563 – 17:50 น.

เลขาธิการ ส.ป.ก.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์จัดการที่ดินพระราชทานและศูนย์เพิ่มศักยภาพข้าวในเขตปฏิรูปที่ดิน(ศจพ.) ลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น. ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมด้วย พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ผู้ตรวจราชการกรม ผู้อำนวยการสำนัก/กอง/ศูนย์ ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของศูนย์จัดการที่ดินพระราชทานและศูนย์เพิ่มศักยภาพข้าวในเขตปฏิรูปที่ดิน (ศจพ.) ลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยมี ปฏิรูปที่ดิน 5 จังหวัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมให้การต้อนรับ

ศูนย์จัดการที่ดินพระราชทานและศูนย์เพิ่มศักยภาพข้าวในเขตปฏิรูปที่ดิน (ศจพ.) มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 120 ไร่ มีภารกิจดูแลที่ดินพระราชทาน 5 จังหวัด และที่ดิน ส.ป.ก. ที่ซื้อจากเอกชนในพื้นที่ใกล้เคียงมาดำเนินกิจกรรมทางการเกษตร สำหรับกิจกรรมภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วย ห้องเย็นสำหรับเก็บผลผลิตทางการเกษตร ยุ้งข้าวและโรงสีข้าว แปลงเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกเมล่อน การเลี้ยงโค-กระบือเพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกร 

เลขาธิการ ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์จัดการที่ดินพระราชทานและศูนย์เพิ่มศักยภาพข้าวในเขตปฏิรูปที่ดิน (ศจพ.) ลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ เลขาธิการ ส.ป.ก. ได้มอบนโยบายการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามกฎ ระเบียบ ของ ส.ป.ก. พร้อมทั้งเร่งฟื้นฟูพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องเกษตรกร นอกจากนี้จะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์รองรับการอบรมเกษตรกรรุ่นใหม่ ตลอดจนปรับปรุงโรงเรือนเพื่อใช้เป็นแหล่งเก็บเมล็ดพันธุ์ทางการเกษตรให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินได้นำมาขยายพันธุ์ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนตลอดไป

เลขาธิการ ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์จัดการที่ดินพระราชทานและศูนย์เพิ่มศักยภาพข้าวในเขตปฏิรูปที่ดิน (ศจพ.) ลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยา
เลขาธิการ ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์จัดการที่ดินพระราชทานและศูนย์เพิ่มศักยภาพข้าวในเขตปฏิรูปที่ดิน (ศจพ.) ลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยา

กรมส่งเสริมการเกษตรมุ่งพัฒนาบุคลากรเพื่อผลักดันงานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่หลักสูตรพี่เลี้ยง -หลักสูตรจัดทำแผนผ่านระบบออนไลน์ ยุค New Normal #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กรมส่งเสริมการเกษตรมุ่งพัฒนาบุคลากรเพื่อผลักดันงานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่หลักสูตรพี่เลี้ยง -หลักสูตรจัดทำแผนผ่านระบบออนไลน์ ยุค New Normal

กรมส่งเสริมการเกษตรมุ่งพัฒนาบุคลากรเพื่อผลักดันงานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่หลักสูตรพี่เลี้ยง -หลักสูตรจัดทำแผนผ่านระบบออนไลน์ ยุค New Normal30 กรกฎาคม 2563 – 16:10 น.

กรมส่งเสริมการเกษตรมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากร เพื่อผลักดันงานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่หลักสูตรพี่เลี้ยง(Mentor) และหลักสูตรจัดทำแผนผ่านระบบออนไลน์ ยุค New Normal

กรมส่งเสริมการเกษตร มีแนวทางส่งเสริมการเกษตรโดยต่อยอดจากกลไกการทำงานของกรมส่งเสริมการเกษตร เช่น Young Smart Farmer วิสาหกิจชุมชน แปลงใหญ่ ในการวางเป้าหมายร่วมกัน รวมทั้งการจัดกระบวนการเพื่อให้มีการจัดการความรู้ และการจัดการความสัมพันธ์ของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้ได้แนวทางการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น รวมถึงสถาบันการศึกษา
 ในปี 2563 กรมส่งเสริมการเกษตรมุ่งเน้นการพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ให้มีความรู้ความเข้าใจในการทำงานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง (Learning by Doing) โดยมีหลักการสำคัญคือ พัฒนาการเกษตรโดยยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง (Area – based) กำหนดขอบเขตพื้นที่ดำเนินการที่ชัดเจนใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบูรณาการการทำงานในพื้นที่
 

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้เกิดสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรมฯจึงได้มีแนวทางการบูรณาการในการพัฒนาบุคลากรที่ไม่สามารถเรียกเจ้าหน้าที่เข้ามาอบรม สัมมนาในห้องเรียนได้ จึงได้มีแนวคิดในการอบรมสัมมนาแบบ Online Learning โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ซึ่งมีทั้งการให้ความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติในพื้นที่ (face-to-face) เพื่อเป็นการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสมและเกิดผลที่ชัดเจนในยุค New Normal จำนวน 2 หลักสูตร เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 2,000 คน  ซึ่งมุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้ในทุกระดับ ดังนี้

                        กรมส่งเสริมการเกษตรมุ่งพัฒนาบุคลากรเพื่อผลักดันงานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่หลักสูตรพี่เลี้ยง -หลักสูตรจัดทำแผนผ่านระบบออนไลน์ ยุค New Normal  ครั้งที่ 1 
  – หลักสูตร “พี่เลี้ยง Mentor ในงานส่งเสริมการเกษตร วันที่ 20 กรกฎาคม 2563
 – หลักสูตร การจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรแบบมีส่วนร่วม วันที่ 6 สิงหาคม 2563    
    ครั้งที่ 2 
   – หลักสูตร “พี่เลี้ยง Mentor ในงานส่งเสริมการเกษตร วันที่ 17 สิงหาคม 2563 
   – หลักสูตร การจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรแบบมีส่วนร่วม วันที่ 3 กันยายน 2563 
    ครั้งที่ 3 
    – ทั้ง 2 หลักสูตร มีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติพร้อมกัน วันที่ 23 กันยายน 2563

กรมส่งเสริมการเกษตรมุ่งพัฒนาบุคลากรเพื่อผลักดันงานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่หลักสูตรพี่เลี้ยง -หลักสูตรจัดทำแผนผ่านระบบออนไลน์ ยุค New Normal

    “โดยใช้กระบวนการส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นการจัดการข้อมูลคน พื้นที่ สินค้า และนำมาวิเคราะห์ เพื่อใช้ในการกำหนดขอบเขตพื้นที่ สินค้าหลัก เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย และประเด็นที่จะส่งเสริม ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนด้วย การจัดเวทีชุมชนเพื่อให้เกษตรกรได้รับทราบ และร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ของตนเอง ในการกำหนดแนวทางการพัฒนาที่เกษตรกรสามารถทำได้เอง หรือทำร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าว

ก.แรงงาน จับมือเอกชน พัฒนานักขับโดรน สู่เกษตรกร 4.0 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ก.แรงงาน จับมือเอกชน พัฒนานักขับโดรน สู่เกษตรกร 4.0

ก.แรงงาน จับมือเอกชน พัฒนานักขับโดรน สู่เกษตรกร 4.029 กรกฎาคม 2563 – 17:05 น.

ก.แรงงาน จับมือเอกชน พัฒนานักขับโดรน สู่เกษตรกร 4.0 หวังทุ่นแรง ลดเวลาการทำงาน เพิ่มผลผลิตสินค้ามากขึ้น

วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ณ สโมสรราชพฤกษ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือโครงการพัฒนาทักษะอาชีพผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อการเกษตร ระหว่างนายธวัช เบญจาทิกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และดร.กฤษดา อัครพัทธยากุล กรรมการผู้จัดการบริษัท แอโร กรุ๊ป (1992) จำกัด และมีนายวิชัย ผิวสอาด รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และนายกฤตธัช สาทรานนท์ กรรมการบริหารแผนก Aero Drone บริษัท แอโร กรุ๊ป (1992) จำกัด ลงนามเป็นสักขีพยาน

ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เปิดเผยหลังจากเป็นประธานในการลงนามว่า ความร่วมมือของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กับบริษัท แอโร กรุ๊ป (1992) จำกัด ในครั้งนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรไทยที่เริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำงาน ในการทุ่นแรง ลดเวลาการทำงาน เพิ่มผลผลิตสินค้า

โดยเฉพาะการนำอากาศยานไร้คนขับ (Drone) มาใช้ในขั้นตอนการเพาะปลูก ใส่ปุ๋ย ฉีดพ่นยากำจัดศัตรูพืช จะช่วยลดต้นทุน ค่าวัสดุและค่าแรงงาน เพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตร และที่สำคัญลดความเสี่ยงอันตรายในระหว่างการปฏิบัติงาน รวมถึงเป็นการช่วยเหลือผู้ถูกเลิกจ้าง ผู้ว่างงาน จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพ

นายธวัช เบญจาทิกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า กพร.ได้ร่วมกับบริษัท แอโร กรุ๊ป (1992) จำกัด จัดฝึกอบรมหลักสูตรผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) เพื่อการเกษตร ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเกี่ยวกับอากาศยานไร้คนขับ ครอบคลุมเนื้อหาประกอบด้วย
 

ส่วนประกอบของโดรน การเปลี่ยนชิ้นส่วน การขนย้าย การใช้เครื่องบังคับ การบำรุงรักษา การเก็บรักษา ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน รวมถึงการทำใบอนุญาตและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลาฝึกอบรม 18 ชั่วโมง (3 วัน) ฝึกอบรมนำร่องใน 3 จังหวัด

ได้แก่ ปทุมธานี ฝึกอบรมระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2563 นนทบุรี ฝึกอบรมระหว่างวันที่ 2-4 กันยายน 2563 และนครปฐม ฝึกอบรมระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน 2563 ตั้งเป้าหมายผลิตเกษตรกร 4.0 จำนวน 60 คน

ดร.กฤษดา อัครพัทธยากุล กรรมการผู้จัดการบริษัท แอโร กรุ๊ป (1992) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทประกอบธุรกิจให้บริการและจำหน่ายสินค้าชั้นนำของประเทศด้านเทคโนโลยีไฮดรอลิค นิวเมติกส์และออโตเมชั่น รวมถึงอากาศยานไร้คนขับ

“ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับศักยภาพเกษตรกรของประเทศไทยสู่สมาร์ตฟาร์ม สามารถใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการเพาะปลูกที่มีความแม่นยำสูง ผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยสู่ท้องตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ”ดร.กฤษดา กล่าว

ดร.กฤษดา กล่าวอีกว่า นำไปสู่การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมและพัฒนาเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพได้อย่างได้อย่างยั่งยืน จึงร่วมกับ กพร.เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อผลิตกำลังคนในทุกภาคส่วนต่อไป

ก.แรงงาน จับมือเอกชน พัฒนานักขับโดรน สู่เกษตรกร 4.0

ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง

ก.แรงงาน จับมือเอกชน พัฒนานักขับโดรน สู่เกษตรกร 4.0
ก.แรงงาน จับมือเอกชน พัฒนานักขับโดรน สู่เกษตรกร 4.0
ก.แรงงาน จับมือเอกชน พัฒนานักขับโดรน สู่เกษตรกร 4.0
ก.แรงงาน จับมือเอกชน พัฒนานักขับโดรน สู่เกษตรกร 4.0

“ไร่พิชญาภา”ในรูปแบบสวนสมรม อีกก้าววิถีเกษตรกร”พิพัฒน์ นาสนิท” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ไร่พิชญาภา”ในรูปแบบสวนสมรม  อีกก้าววิถีเกษตรกร”พิพัฒน์ นาสนิท”

"ไร่พิชญาภา"ในรูปแบบสวนสมรม  อีกก้าววิถีเกษตรกร"พิพัฒน์ นาสนิท"29 กรกฎาคม 2563 – 17:00 น.

“ไร่พิชญาภา”ในรูปแบบสวนสมรม  อีกก้าววิถีเกษตรกร”พิพัฒน์ นาสนิท”

ไม่ใช่เกษตรกรแห่งชาติ ไม่ใช่คนเกษตรพันธุ์แท้แต่คลุกคลีอยู่กับวิถีการเกษตรมาค่อนชีวิตสำหรับ’พิพัฒน์ นาสนิท”เจ้าของ”ไร่พิชญาภา”ในต.คลองยาง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ที่วันนี้ได้โบกมืออำลาชีวิตลูกจ้างในเมืองหลวง ทิ้งรายได้รายได้กว่าครึ่งแสนต่อเดือนกลับสู่บ้านเกิด(ภรรยา)ด้วยการเนรมิตพื้นที่กว่า 10 ไร่ทำสวนเกษตรแบบผสมผสานตามรอยเท้าพ่อเศรษฐกิจพอเพียง ถือคติว่า”ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ที่เหลือขาย รายได้เก็บออม”
 

"ไร่พิชญาภา"ในรูปแบบสวนสมรม  อีกก้าววิถีเกษตรกร"พิพัฒน์ นาสนิท"

หากย้อนดูเส้นทางชีวิตของเขาถือว่าไม่ธรรมดา หลังเรียนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีเมื่อกว่า 30 ปีก่อน จึงมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อหางานทำตามความฝันของเด็กต่างจังหวัด โดยเริ่มจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน  จากนั้นมาอยู่ฝ่ายบุคคลนสพ.วัฎจักร ก่อนจับพลัดจับพลูมาอยู่ฝ่ายบุคคลของบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)หลังวัฎจักรได้ปิดตัวลง
 เขาทำงานอยู่กับโอสถสภานานกว่า 20 ปี ไต่เต้าจากพนักงานตัวเล็ก ๆ จนก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งรองผู้จัดการฝ่ายบุคคล มีหน้าที่รับผิดชอบการคัดกรองผู้สมัครเข้าทำงานในบริษัท เป็นตำแหน่งสุดท้าย  ก่อนเออรี่ตัวเองกลับสู่บ้านเกิดของภรรยาที่อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์เมื่อ 2 ปีที่แล้วเพื่อมารับช่วงต่อกิจการงานเกษตรของครอบครัวภรรยา เนื่องจากบิดาได้เสียชีวิตลง
 “ภรรยาทำอยู่บริษัทประกันภัย รายได้ตอนนั้นสองรวมกันก็แสนกว่าบาทและตั้งใจไว้ว่าหลังเกษียณจากการก็จะกลับไปอยู่ไร่นั่นแหละแต่บังเอิญพ่อตาได้เสียชีวิตลง จึงตัดสินใจลาออกจากงานกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัดเพื่อสานต่องานเกษตรของพ่อที่ได้ลงมือทำไว้บ้างแล้วแต่อยู่ในขั้นเริ่มต้น”เจ้าของไร่พิชญาภาย้อนที่มา ก่อนลาออกจากงานประจำมาทำสวนเกษตรผสมผสานอย่างเต็มตัวเมื่อ 2 ปีก่อน

             "ไร่พิชญาภา"ในรูปแบบสวนสมรม  อีกก้าววิถีเกษตรกร"พิพัฒน์ นาสนิท"  จากไร่มันสำปะหลังที่ถูกเนมิตให้เป็นสวนเกษตรสมัยใหม่ เริ่มจากวางระบบน้ำด้วยสปริงเกอร์ จัดการแปลงปลูกอย่างเป็นระบบในรูปแบบเกษตรผสมผสาน มีตั้งแต่ไม้ยืนต้น ไม้ใบ ไม้ผลไปจนถึงพืชผักสมุนไพร หวังให้มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตตลอดทั้งปี อาทิ มะม่วงสายพันธ์ต่าง ๆ มะนาวในวงบ่อ ไผ่หวาน กล้วย มะละกอ  สะตอ ผักเหรียง ชะอม พริก มะเขือ ตะไคร้ ใบมะกรูดและอีกมากมาย
 กว่า 2 ปีที่เขาเริ่มลงทุนดำเนินการ จนวันนี้พืชหลายชนิดก็เริ่มให้ผลผลิตและนำออกจำหน่ายแล้ว แม้จะมีไม่มากแต่ก็มีรายได้เข้ามาเกือบทุกวัน ทั้งจากนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมสวนบ้าง แต่ผลผลิตส่วนใหญ่จะนำไปจำหน่ายที่กรุงเทพฯ ในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เสาร์-อาทิตยที่ตลาดในหมู่บ้านสวนหลวงร.9 ย่านถ.ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ 
 “บางอาทิตย์ก็ไปนั่งขายเอง แต่ส่วนใหญ่จะเอาไปส่งให้ภรรยาขายในวันศุกร์ตอนเย็น เพราะเขายังทำงานประจำอยู่ วันหยุดก็จะมานั่งขายผลผลิต ทำแบบนี้มาเกือบ 2 ปีแล้ว ผลผลิตก็จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปช่วงไหนมีผลผลิตอะไรออกก็จะเอาไปขายไม่ซ้ำกัน อย่างช่วงนี้ก็มีหน่อไม้ มะนาว ออกมาเยอะ รายได้ก็จะมาผลผลิตสองชนิดนี้  ตอนช่วงโควิด 2-3 เดือนที่แล้วมะม่วงออกมาเยอะ เอาออกขายก็ไม่ได้ ก็ต้องวิ่งไล่แจกพรรคพวกเพื่อนฝูง ใครต้องการก็จัดส่งทางไปรษณีย์ไปให้ส่งทั่วประเทศ โดยให้จ่ายเฉพาะค่าขนส่ง ส่วนมะม่วงให้ฟรี ไม่คิดตังค์”พิพัฒน์เผย
ส่วนรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตนั้น พิพัฒน์ยอมรับว่า แม้จะไม่มากมายแต่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือความสุขในชีวิต ไม่ต้องดิ้นรนแก่งแย่งแข่งขัน  ได้รับประทานอาหารปลอดภัยที่มาจากน้ำพักน้ำแรง เนื่องจากไร่พิชญาภาเป็นเกษตรอินทรีย์ ผลผลิตทุกอย่างจึงมีความปลอดภัยจากสารเคมี100%
“ตอนนี้มีรายได้เข้ามาทุกวัน ๆ ละห้าร้อยถึงพันขายในตลาดหมู่บ้าน ยังไม่นับรวมที่ส่งขายกรุงเทพฯ ถ้าคิดรายได้แต่ละเดือนหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ จะเหลืออยู่ประมาณ 2-3 หมื่นบาท ซึ่งก็เป็นเงินเก็บ เพราะค่าจ่ายใช้ในชีวินประจำวันก็แทบจะไม่ต้องใช้จ่ายอะไรเลย เพราะเรามีทุกอย่างแล้ว”
สำหรับในอนาคตที่ได้ตั้งเป้าไว้ พิพัฒน์บอกว่าอยากพัฒนาให้เป็นศูนย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตรในรูปแบบของสวนสมรมเหมือนกับทางปักษ์ใต้ โดยต้องการปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะดูไม่เป็นระเบียบเป็นแถวเป็นแนวหมือนสวนเกษตรสมัยใหม่  แต่ต้องการให้เห็นความหลากหลายของชนิดพืชที่ปลูกมากกว่า 
ขณะเดียวกันได้เตรียมปรับพื้นที่ปลายไร่ที่อยู่ติดเชิงเขาใช้เป็นสถานที่กางเต้นสำหรับการพักผ่อนแก่นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนที่ต้องการมาสัมผัสไอหนาวใปลายปีนี้ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้สนใจเยี่ยมชมไร่พิชญาภาหรือสนใจผลผลิตปลอดสารจากไร่ โทร.08-1354-0226 หรือเพจ ไร่พิชญาภา  เจ้าของสวนยินดีต้อนรับ

“เฉลิมชัย” เร่งสร้างโอกาสสู้วิกฤติโควิด เดินหน้าโมเดล”เกษตรอุตสาหกรรมทันสมัย” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เฉลิมชัย” เร่งสร้างโอกาสสู้วิกฤติโควิด เดินหน้าโมเดล”เกษตรอุตสาหกรรมทันสมัย”

"เฉลิมชัย" เร่งสร้างโอกาสสู้วิกฤติโควิด เดินหน้าโมเดล"เกษตรอุตสาหกรรมทันสมัย"29 กรกฎาคม 2563 – 16:47 น.

“เฉลิมชัย” เร่งสร้างโอกาสสู้วิกฤติโควิด เดินหน้าโมเดล”เกษตรอุตสาหกรรมทันสมัย” ระดมพลเดินเครื่องปั้นไทยเป็น “โรงงานอาหารโลก” ถกสภาอุตสาหกรรมสัปดาห์หน้าแปลงโรงงานเก่าเป็น”ฟู้ดแฟคตอรี่”

29 ก.ค.63   นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กรกอ.)แถลงวันนี้(29ก.ค.) ว่า ตามที่ ”ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน”  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กรกอ.)เพื่อเดินหน้าโมเดล”เกษตรอุตสาหกรรมทันสมัย” โดยตกลงใน ”5กรอบความร่วมมือ 4 เป้าหมาย 1แผน”  ในการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 นั้น ในการประชุมครั้งที่ 2 ของ ”กรกอ.”วันที่ 6สิงหาคม ที่จะถึงนี้ โดยจะพิจารณาแนวทางสร้างโอกาสในวิกฤติโควิดภายใต้แนวคิดส่งเสริมและพัฒนาประเทศไทยเป็นฟู้ดแฟคตอรี่ของโลก(โรงงานอาหารโลก)โดยปรับเปลี่ยนโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องปิดตัวเองเป็นโรงงานผลิตอาหาร

ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมกับศูนย์ AIC สมุทรปราการ ชลบุรีและฉะเชิงเทรา ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน พบว่ามีโรงงานเอสเอ็มอี.จำนวนมากประสบภาวะขาดทุนและปิดกิจการจากพิษโควิด19 มีคนตกงานจำนวนมาก จึงเกิดความคิดร่วมกันว่าโลกกำลังเกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร ซึ่งในการประชุมสัปดาห์หน้าจะเชิญหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมประชุมด้วยได้แก่ หอการค้าไทย สภาผู้ส่งออก สมาคมธนาคารไทย สมาพันธ์ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม สสว. กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม(ศูนย์AIC)
  
 สำหรับ  5 กรอบ 4 เป้าหมายและ 1แผน ได้แก่ กรอบความร่วมมือด้าน”การผลิต การแปรรูป การตลาด เทคโนโลยีและโลจิสติกส์”เพื่อบรรลุเป้าหมาย 4 เพิ่มคือ”เพิ่มรายได้เกษตรกร เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มจีดีพี.ประเทศ และแผนพัฒนาภาคการเกษตรในระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก(EEC) 3จังหวัดคือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรีและระยองบน 5 คลัสเตอร์ทางการเกษตรได้แก่ คลัสเตอร์ผลไม้ คลัสเตอร์ประมง คลัสเตอร์พืชพลังงาน คลัสเตอร์พืชสมุนไพรและคลัสเตอร์พืชมูลค่าสูงสอดรับกับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่และยุคโควิดเพื่อเร่งต่อยอดภาคเกษตรด้วยโมเดล”เกษตรอุตสาหกรรมทันสมัย”

ส.ป.ก.จับมือสภาเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส.ป.ก.จับมือสภาเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

ส.ป.ก.จับมือสภาเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร29 กรกฎาคม 2563 – 16:16 น.

ส.ป.ก.จับมือสภาเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นำโดย ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. เปิดห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก เพื่อรับข้อร้องเรียนจากกลุ่มสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น. นำโดย นายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ ที่ปรึกษาเครือข่าย พร้อมคณะตัวแทนสมาชิก ซึ่งปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณด้านหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน้า ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่ในช่วงเช้าของวันนี้

ส.ป.ก.จับมือสภาเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

โดยสภาประชาชน 4 ภาค ขอให้ ส.ป.ก. เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ที่จัดสรรให้แก่สมาชิกเครือข่าย จ.เพชรบุรี พร้อมเร่งรัดการพิจารณาจัดที่ดินให้แก่สมาชิกเครือข่ายที่ต้องการที่ดินทำกินเพิ่มเติม โดยเลขาธิการ ส.ป.ก. ได้รับข้อร้องเรียนและให้คำมั่นว่า ส.ป.ก. จะร่วมมือกับเครือข่ายสภาประชาชน 4 ภาค ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของพี่น้องประชาชนไปด้วยกัน

ส.ป.ก.จับมือสภาเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

รมช.กษ. รุดรับข้อร้องเรียนเกษตรกรประสบปัญหาจากการประกาศเขต ส.ป.ก. ทั้งอำเภอ อ.เมืองนครราชสีมา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รมช.กษ. รุดรับข้อร้องเรียนเกษตรกรประสบปัญหาจากการประกาศเขต ส.ป.ก. ทั้งอำเภอ อ.เมืองนครราชสีมา

รมช.กษ. รุดรับข้อร้องเรียนเกษตรกรประสบปัญหาจากการประกาศเขต ส.ป.ก. ทั้งอำเภอ อ.เมืองนครราชสีมา27 กรกฎาคม 2563 – 19:26 น.

รมช.กษ. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รุดรับข้อร้องเรียนเกษตรกรประสบปัญหาจากการประกาศเขต ส.ป.ก. ทั้งอำเภอ อ.เมืองนครราชสีมา

วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) ลงพื้นที่พบปะประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาเกี่ยวกับการประกาศเขตปฏิรูปที่ดินทั้งอำเภอ ในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา ณ วัดหนองไผ่ ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมี นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล และนายอภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาให้การต้อนรับ จากนั้น นายเกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รายงานถึงปัญหาในพื้นที่ พร้อมทั้งผู้แทนเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศดังกล่าว ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันเป็นเขตเมืองและชุมชนไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์หรือทำประโยชน์อื่นใดได้

รมช.กษ. รุดรับข้อร้องเรียนเกษตรกรประสบปัญหาจากการประกาศเขต ส.ป.ก. ทั้งอำเภอ อ.เมืองนครราชสีมา

ร้อยเอก ธรรมนัสฯได้มอบหมายให้พันจ่าเอกประเสริฐ มาลัย รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับดูแลผิดชอบ ตอบชี้แจง ซึ่งพันจ่าเอก ประเสริฐ ระบุว่า ปัจจุบัน ส.ป.ก. ได้ยกร่างพระราชกฤษฎีกาแก้ไขพร้อมแผนที่แนบท้ายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตทั้งอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีทั้งหมด 16 อำเภอ ให้เหลือเพียงพื้นที่ดำเนินการ เพื่อลดผลกระทบและปัญหาที่เกิดขึ้น โดยอยู่ในขั้นตอนส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบรับรองแนวเขตและเร่งดำเนินการประกาศบังคับใช้ต่อไป ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายที่ รมช.กษ. ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้มอบหมายให้ ส.ป.ก. เร่งรัดดำเนินการ

รมช.กษ. รุดรับข้อร้องเรียนเกษตรกรประสบปัญหาจากการประกาศเขต ส.ป.ก. ทั้งอำเภอ อ.เมืองนครราชสีมา

 จากนั้น ร้อยเอกธรรมนัส ได้พูดคุยและรับฟังปัญหาอื่น ๆ จากเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่และรับมอบหนังสือร้องเรียนเพื่อรับเรื่องไปดำเนินการในส่วนของปัญหาและข้อเรียกร้องอื่น ๆ นอกเหนือการชี้แจงจาก ส.ป.ก. อีกทั้งเยี่ยมชมตลาดหนองปรือ และพบปะให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่

รมช.กษ. ลงพื้นที่รับฟังปัญหาพื้นที่ ส.ป.ก ทับซ้อน อ.เสิงสาง และโรคใบด่างระบาด จ.นครราชสีมา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รมช.กษ. ลงพื้นที่รับฟังปัญหาพื้นที่ ส.ป.ก ทับซ้อน อ.เสิงสาง และโรคใบด่างระบาด จ.นครราชสีมา

รมช.กษ. ลงพื้นที่รับฟังปัญหาพื้นที่ ส.ป.ก ทับซ้อน อ.เสิงสาง และโรคใบด่างระบาด จ.นครราชสีมา27 กรกฎาคม 2563 – 19:10 น.

รมช.กษ. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่รับฟังปัญหาพื้นที่ ส.ป.ก ทับซ้อน อ.เสิงสาง และโรคใบด่างระบาด จ.นครราชสีมา

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) เดินทางตรวจราชการจังหวัดนครราชสีมาเพื่อรับฟังและแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในเขตปฏิรูปที่ดิน และติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคใบด่างในพืชมันสัมปะหลังใน อ.เสิงสาง ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเสิงสาง อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา พร้อมด้วย นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และพันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา รายงานถึงสภาพปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนของเขตปฏิรูปที่ดิน การแพร่ระบาดของโรคใบด่างในมันสัมปะหลัง และตัวแทนเกษตรกรที่ประสบปัญหาชี้แจงถึงสภาพปัญหาในพื้นที่

รมช.กษ. ลงพื้นที่รับฟังปัญหาพื้นที่ ส.ป.ก ทับซ้อน อ.เสิงสาง และโรคใบด่างระบาด จ.นครราชสีมา

จากนั้น ร้อยเอก ธรรมนัส รมช.กษ. ได้พูดคุยพบปะกับเกษตรกรเพื่อรับฟังปัญหาข้อร้องเรียนต่าง ๆ รวมถึงรับฟังข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพปัญหาในพื้นที่อื่น ๆ โดยได้รวบรวมปัญหาและข้อร้องเรียนต่าง ๆ ที่ได้รับกลับไปหารือและแก้ไขกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วน ทั้งในเรื่องของพื้นที่ปฏิรูปที่ดินที่มีปัญหาการประกาศเขตทับซ้อน การแก้ไขโรคระบาดใบด่างในพืชมันสำปะหลังซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของพื้นที่ และข้อคิดเห็นอื่น ๆ จากเกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับคำแนะนำมา

รมช.กษ. ลงพื้นที่รับฟังปัญหาพื้นที่ ส.ป.ก ทับซ้อน อ.เสิงสาง และโรคใบด่างระบาด จ.นครราชสีมา

ส.ป.ก.จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและถวายสัตย์ปฏิญาณ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส.ป.ก.จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและถวายสัตย์ปฏิญาณ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ส.ป.ก.จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและถวายสัตย์ปฏิญาณ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓24 กรกฎาคม 2563 – 13:43 น.

ส.ป.ก.จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ส.ป.ก.จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและถวายสัตย์ปฏิญาณ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นประธานในพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๗๓ และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๓ โดยมี พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย นายสุริยน พัชรครุกานนท์ นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ผู้ตรวจราชการกรม ผู้อำนวยการสำนัก/กอง/ศูนย์ เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร

ส.ป.ก.จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและถวายสัตย์ปฏิญาณ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ส.ป.ก. อนุมัติงบกว่า 10 ล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่ คทช. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส.ป.ก. อนุมัติงบกว่า 10 ล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่ คทช.

ส.ป.ก. อนุมัติงบกว่า 10 ล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่ คทช.21 กรกฎาคม 2563 – 15:22 น.

ส.ป.ก. อนุมัติงบกว่า 10 ล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่ คทช.

21 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการโครงการและการเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (อกก.คง.) ครั้งที่ 5/2563 ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ ซึ่งที่ประชุมได้อนุมัติโครงการที่ขอใช้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในแปลงเกษตรกรรมในพื้นที่ คทช. 

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม อกก.คง. ได้อนุมัติเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเพื่อเป็นงบประมาณสนับสนุนสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็นภายในแปลงเกษตรกรรมที่ได้จากการยึดคืนพื้นที่ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรและผู้ที่ได้รับสิทธิ์เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) จังหวัดชุมพร และจังหวัดสระแก้ว ดังนี้

ส.ป.ก. อนุมัติงบกว่า 10 ล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่ คทช.

1. พื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) จังหวัดชุมพร แปลงที่ดิน No 83 ตำบล     หงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ได้รับการอนุมัติ จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย
– โครงการงานปรับพื้นที่เพื่อรองรับการจัดที่ดินตามแผนการพัฒนาพื้นที่แปลงรวม (ระยะที่ 2) พื้นที่ดำเนินการ 1,159 ไร่ วงเงิน 3,002,000 บาท เพื่อรองรับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับมอบเอกสารสิทธิ์ 
 – โครงการก่อสร้างถนนสายหลักผิวจราจรหินคลุกในแปลงเกษตรกรรม จำนวน 2 สาย ได้แก่ สายที่ 4 ระยะทาง 1.395 กิโลเมตร และสายที่ 5 ระยะทาง 3.625 กิโลเมตร ระยะทางรวม 5.020 กิโลเมตร วงเงิน 4,794,000 บาท 
เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องเกษตรกรในการเดินทางเข้าออกแปลงเกษตรกรรมกับที่อยู่อาศัยและการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรออกไปจำหน่าย
 – โครงการก่อสร้างระบบประปาบาดาลและหอถังสูงเพื่อการอุปโภคบริโภค จำนวน 2 แห่ง วงเงิน 3,909,000 บาท เพื่อให้ในพื้นที่มีน้ำใช้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรกรรม

ส.ป.ก. อนุมัติงบกว่า 10 ล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่ คทช.

2. พื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) จังหวัดสระแก้ว แปลงที่ดิน No 3931 ตำบลวัฒนานคร อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ได้รับการอนุมัติงบประมาณ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคเพื่อสมทบเป็นค่าขยายเขตระบบจำหน่ายไฟฟ้า ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล จังหวัดสระแก้ว วงเงิน 354,198.89 บาท

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้อนุมัติโครงการก่อสร้างอาคารจัดเก็บเอกสารและสารบบที่ดินพร้อมอุปกรณ์ แก่ ส.ป.ก.นครราชสีมา วงเงิน 4,427,000 บาท เพื่อให้มีสถานที่จัดเก็บเอกสารและสารบบที่ดินพร้อมอุปกรณ์ที่เพียงพอ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะดวกต่อการเก็บรักษาและการค้นหา และเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ

ส.ป.ก. อนุมัติงบกว่า 10 ล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่ คทช.

“ทั้งนี้หลังจากการอนุมัติงบประมาณแล้ว ส.ป.ก. จะเร่งดำเนินการโครงการดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกษตรกรที่ได้รับที่ดินทำกินมีความสะดวกในการเข้าไปประกอบอาชีพเกษตรกรรมและสามารถเดินทางเข้าทำประโยชน์ในแปลงที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบน้ำใช้อุปโภคบริโภค และระบบไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เกษตรกรที่ได้รับมอบที่ทำกิน ก็จะมีความสุข บนผืนดิน ส.ป.ก. ตลอดไป” เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวทิ้งท้าย