#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ชป.มุ่งมั่นพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อให้ราษฎรได้ใช้ประโยชน์จากโครงการอย่างเต็มประสิทธิภาพ
21 กรกฎาคม 2563 – 15:08 น.
กรมชลประทานดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี (2561-2580) โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ชลประทานกว่า 18ล้านไร่ เพิ่มปริมาณน้ำกักเก็บอีกกว่า 13,000 ล้าน ลบ.ม.สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล
กรมชลประทานดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี (2561-2580) โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ชลประทานกว่า 18ล้านไร่ เพิ่มปริมาณน้ำกักเก็บอีกกว่า 13,000 ล้าน ลบ.ม. สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล ทั้งนี้เป้าหมายคือแก้ไขปัญหาภัยแล้งและบรรเทาอุทกภัย รวมถึงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้เร่งรัดงานพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ โดยกำชับให้ทุกโครงการแล้วเสร็จภายในกรอบงบประมาณและระยะเวลาที่กำหนดเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์จากโครงการได้อย่างเต็มศักยภาพ ตามนโยบายของรัฐบาล และแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัยศรีอ่อน และอธิบดีกรมชลประทาน ดร.ทองเปลว กองจันทร์ เร่งรัดในการพัฒนาแหล่งน้ำเดิมควบคู่กับการพัฒนาแหล่งน้ำใหม่
ประเทศไทยมีพื้นที่ประมาณ 320 ล้านไร่ เป็นพื้นที่การเกษตรประมาณ 149 ล้านไร่ เป็นพื้นที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทานได้ประมาณ 60 ล้านไร่ ปัจจุบันพัฒนาพื้นที่ชลประทานไปแล้วกว่า 33 ล้านไร่ ยังคงเหลือประมาณ 27 ล้านไร่ ที่จะต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งกรมชลประทานมีเป้าหมายที่จะพัฒนาพื้นที่ชลประทานให้ได้อีก 18 ล้านไร่ ในส่วนของปริมาณน้ำท่า มีเฉลี่ยปีละ 280,000 ล้านลูกบาศก์เมตร( ลบ.ม.) สามารถเก็บกักน้ำได้เพียง 82,000 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 37 กรมชลประทานจึงต้องหาแนวทางเก็บกักน้ำให้ได้เพิ่มขึ้น
เป้าหมายใน 20 ปีข้างหน้าคือเพิ่มปริมาณน้ำให้ได้ 13,000 ล้าน ลบ.ม. เพื่อเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของคนทั้งประเทศในอนาคต
นายประพิศ ย้ำว่า “4 ภารกิจสำคัญกรมชลประทาน คือ จัดหา จัดเก็บ จัดสรร และจัดการ” ในทุกขบวนการกรมชลประทานได้ให้ความสำคัญในขบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และยึดมั่นในหลักการทรงงานตามแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา จากแนวพระราชดำรัส การรับฟังข้อเสนอของประชาชน เพื่อนำมาหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้ได้แนวทางเหมาะสมที่สุดกับประชาชน หลายโครงการจึงเดินหน้าได้สำหรับโครงการสำคัญตามนโยบายรัฐบาล ที่ให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการ หลายโครงการสามารถเริ่มเก็บกักน้ำได้ และ พร้อมส่งน้ำให้ราษฎรในพื้นที่ต่างๆได้แล้ว และมีหลายโครงการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นไปตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้ อาทิ โครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่, โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุตรดิตถ์ , โครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ , โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา , โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง (คลองระพีพัฒน์)พื้นที่ภาคตะวันออก มีการประเมินเบื้องต้นโดยหน่วยงานต่างๆ ในความต้องการใช้น้ำ
พบว่า ด้านอุปโภค บริโภค และอุตสาหกรรม ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 350 ล้าน ลบ.ม./ปี จะเพิ่มขึ้นเป็น 820 และ 1,050 ล้านลบ.ม./ปี ในระยะ 10 และ 20 ปี ข้างหน้าตามลำดับ กรมชลฯ ได้ดำเนินการพัฒนาในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกและโครงข่ายน้ำในภาคตะวันออก เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเป็นศูนย์กลางด้านผลไม้ของไทย อาทิก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ อ่างเก็บน้ำคลองประแกด และอ่างเก็บน้ำแก่งหางแมว รวมถึงสำรวจลำน้ำสาขา เพื่อพิจารณาดำเนินการปรับปรุงขยายคลอง สร้างประตูระบายน้ำ(ปตร.) ในส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำคลองท่าลาดที่ประสบปัญหาการรุกล้ำของน้ำเค็มกระทบต่อการผลิตระบบประปา กรมชลฯได้มีเตรียมแผนพัฒนาแหล่งน้ำ ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำห้วยกรอกเคียน ซึ่ง ครม. ได้อนุมัติให้กรมชลฯดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 8 ก.ค.63 และรมว.เกษตรฯ ได้ให้กรมชลฯเร่งรัดเสนอโครงการอ่างเก็บน้ำหนองกระทิง และอ่างเก็บน้ำคลองกระพง เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. เพื่อเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำในภูมิภาค และใช้ประโยชน์จากน้ำให้ได้มากที่สุด
ในพื้นที่ภาคใต้ได้เร่งดำเนินโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรี ,ชุมพร , นครศรีธรรมราช , ตรัง และ สงขลา โดยการดำเนินงานมีความคืบหน้าไปมาก บางโครงการคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 70-80 ของแผนงาน ปัจจุบันสามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ได้แล้ว และทุกโครงการได้ก่อสร้างปตร.น้ำบริเวณปลายคลองเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้อีกด้วย สำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีโครงการอ่างเก็บน้ำยะรม อ.เบตง จ.ยะลา สามารถเก็บกักน้ำได้ 12 ล้าน ลบ.ม. พร้อมจะรองรับการขยายตัวของเมืองเบตง และพื้นที่สามเหลี่ยมเศรษฐกิจในอนาคต (ประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย)
อีกปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนน้ำจืด ทำให้น้ำเค็มรุกพื้นที่การเกษตรรอบทะเลสาบสงขลา กรมชลประทาน ได้มีโครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา เบื้องต้นได้เร่งรัดจัดหาแหล่งน้ำจืดให้กับประชาชน ด้วยการจัดหาพื้นที่แหล่งน้ำธรรมชาติ ตระพังรอบพื้นที่ โดยการขุดขยายคลองเดิมและสร้างปตร.เพื่อเก็บกักน้ำและสามารถสำรองน้ำไว้ใช้ในพื้นที่
ทั้งนี้จะเห็นว่า กรมชลประทาน ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอนเพื่อให้การดำเนินงานโครงการเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎรในพื้นที่ โดยการสร้างขบวนการรับรู้ การมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนรวมถึงกลุ่มผู้ใช้น้ำซึ่งเป็นหัวใจหลักของความสำเร็จของกรมชลประทานที่ช่วยกันหนุนและนำการบริหารน้ำของกรมชลประทานผ่านพ้นวิกฤติแล้งและท่วมมาด้วยกัน
20 กรกฎาคม 2563 – 14:23 น.
ทั้งนี้ เกษตรกรที่อยู่ในเขตนิคมพร้าว 65 ราย ได้รับการส่งเสริมการประกอบอาชีพทำเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ 168 ไร่ ซึ่งกรมฯได้สนับสนุนปัจจัยการผลิตและจัดสรรงบประมาณสร้างโรงเรือนขนาด 6×30 เมตร จำนวน 8 หลัง ให้กับเกษตรกรเพื่อปลูกพืชผักปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชผักสวนครัว เช่น ถั่วฝักยาว พริก มะเขือ ผักกวางตุ้ง ที่ทางนิคมสหกรณ์ได้จัดอบรมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ การวางแผนการผลิตร่วมกับเกษตรกรและเชื่อมโยงการตลาด โดยรวบรวมผลผลิตผักอินทรีย์ส่งไปจำหน่ายที่ตลาดในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งในอนาคตคาดหวังว่านิคมสหกรณ์พร้าวจะเป็นแหล่งผลิตสินค้าปลอดภัยและสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัย พร้อมทั้งจะผลักดันให้สหกรณ์เป็นศูนย์รวบรวมและจำหน่ายผลผลิตในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจของชุมชนให้ดีขึ้น
ทั้งนี้ โครงการนำลูกเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร เป็นนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ต้องการสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่กลับมาอยู่ในภูมิลำเนา เพื่อสืบสานอาชีพการเกษตรของพ่อแม่และได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนี้ส่วนใหญ่ต้องการองค์ความรู้การทำเกษตรแบบผสมผสาน และการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาอาชีพ ซึ่งจะเน้นส่งเสริมให้ทำเกษตรแบบสมัยใหม่ รู้จักการวางแผนการผลิตและการตลาดให้เหมาะสม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้สหกรณ์เข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนี้ด้วย เพื่อช่วยกันสร้างงานในพื้นที่ และสนับสนุนให้เกษตรกรรุ่นใหม่ได้กลับมาสานต่ออาชีพการเกษตรและร่วมกันพัฒนาระบบสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น
18 กรกฎาคม 2563 – 20:05 น.

13 กรกฎาคม 2563 – 12:20 น.


10 กรกฎาคม 2563 – 15:56 น.
3 กรกฎาคม 2563 – 20:05 น.




3 กรกฎาคม 2563 – 17:34 น.

3 กรกฎาคม 2563 – 13:22 น.
ปัจจุบันมีสมาชิกในกลุ่มประมาณ 120 คน มีการเรียนรู้พัฒนากลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มศักยภาพและขีดจำกัดของชุมชนอย่างเป็นระบบ สมาชิกมีการพยายามเรียนรู้ด้วยตนเองและจากแหล่งข้อมูลต่างๆ อย่างเช่น ประชุมแลกเปลี่ยนความรู้ทั้งที่ได้รับมาจากกรมการข้าวและหน่วยงานภาคีที่เข้ามาส่งเสริมในเรื่องของนาแปลงใหญ่ ทางกลุ่มมีการบริหารจัดการสวัสดิการให้แก่สมาชิกอย่างยุติธรรม เช่นการประกันราคาข้าวให้แก่สมาชิกในราคาสูง เพื่อสร้างแรงจูงใจและมีความตั้งใจในการเพาะปลูก มีการดูแลอย่างถูกต้องตามหลักการ ทำให้สมาชิกมีความขยันหมั่นเพียร ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ต่อยอดมาถึงการทำวิสาหกิจในชุมชน
นางดาวใจ ศรลัมพ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ขวัญดาว โปรเจค จำกัด ซึ่งดูแลการตลาดให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาดกล่าวยอมรับว่าได้เข้ามาดูแลด้านการตลาดให้กลับกลุ่มมานานแล้ว เนื่องจากเห็นว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานผ่านการวิจัยและพัฒนาจากทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยผลิตภัณฑ์ที่รับซื้อจากกลุ่มมีหลายตัว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชาหมักจากรำข้าวพร้อมดื่มเพื่อสุขภาพ คอมมูชา ขณะนี้ได้ทำตลาดส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
2 กรกฎาคม 2563 – 14:52 น.
“ กยท.มีความมุ่งมั่นจะยกระดับความเป็นอยู่ และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรผู้ปลูกยางไทย ซึ่งเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรทุกรายสามารถเสนอแนวทาง วิธีการเพิ่มรายได้หรือผลผลิตร่วมกันกับการยางแห่งประเทศไทย เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริงและบรรลุประสิทธิภาพได้สูงสุด ผ่านช่องทาง กยท.ใกล้บ้านท่าน หรือ โทรศัพท์ 0 2433 2222 ต่อ 511 ในวันและเวลาราชการ” นายณกรณ์ กล่าวในตอนท้าย
2 กรกฎาคม 2563 – 10:09 น.
ทั้งนี้ สหกรณ์เป็นนิติบุคคลหากมีคุณสมบัติครบตามที่หน่วยงานกำหนดก็สามารถที่จะยื่นเสนอได้ ดังนั้น สหกรณ์ที่ไปยื่นความจำนงเข้าร่วมโครงการนี้ ต้องมีความพร้อมทั้งในเรื่องปริมาณและคุณภาพเมล็ดพันธุ์