เกษตรกรนครนายกพึงพอใจแนวทางการลดการเผาในพื้นที่เกษตรที่ทางการส่งเสริม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 เกษตรกรนครนายกพึงพอใจแนวทางการลดการเผาในพื้นที่เกษตรที่ทางการส่งเสริม 

 เกษตรกรนครนายกพึงพอใจแนวทางการลดการเผาในพื้นที่เกษตรที่ทางการส่งเสริม 

11 มิถุนายน 2563 – 15:52 น.

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ลงพื้นที่ติดตามโครงการส่งเสริมการหยุดเผาวัสดุการเกษตร เป็นแม่ข่ายขับเคลื่อน พบเกษตรกรพึงพอใจและให้ความร่วมมือ เผยประโยชน์จากวัสดุการเกษตรมีคุณต่อดินและสามารถแปรสภาพเพื่อใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ได้มากมาย 

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ลงพื้นที่ติดตามโครงการส่งเสริมการหยุดเผาวัสดุการเกษตร โดยใช้กลไกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เป็นแม่ข่ายขับเคลื่อน พบเกษตรกรพึงพอใจและให้ความร่วมมือ เผยประโยชน์จากวัสดุการเกษตรมีคุณต่อดินและสามารถแปรสภาพเพื่อใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ได้มากมาย 
 นางอุบล มากอง ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ พร้อมด้วยนางสาวอิสรี เก่งนอก นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ นางสาวผกาพันธุ์  ละมัย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง  กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรพื้นที่จังหวัดนครนายก พร้อมเก็บข้อมูลงานวิจัยในการศึกษาทดสอบด้านการเกษตรเพื่อตอบสนองความต้องการในพื้นที่ในการจัดการพื้นที่การปฏิบัติในแปลง รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดการเผาในพื้นที่ 4 อำเภอ ของจังหวัดนครนายก ณ แปลงสาธิตการเรียนรู้ของเกษตรกร ประกอบด้วย แปลงที่ 1 นางเพ็ญรุ่ง กริ่มใจ  หมู่ที่ 7 ตำบลดงละคร อำเภอเมืองนครนายก แปลงที่ 2 นายประยุทธ์ บุญกล้า หมู่ที่ 1 ตำบลปากพลี อำเภอปากพลี แปลงที่ 3 นายสุเทพ บัวลอย หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านนา อำเภอบ้านนา  และแปลงที่ 4 นายพนัส กว้างทุ่ง หมู่ที่ 9 ตำบลโพธิ์แทน อำเภอองครักษ์ 
นางอุบล มากอง ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ เปิดเผยว่า ในการจัดทำแปลงสาธิต การเรียนรู้นั้นมีเป้าหมายเพื่อเป็นจุดเรียนรู้ในการบริหารจัดการพื้นที่ ตลอดถึงการปฏิบัติและการจัดการในแปลง และการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้เพื่อลดการเผาวัสดุการเกษตรในพื้นที่

 เกษตรกรนครนายกพึงพอใจแนวทางการลดการเผาในพื้นที่เกษตรที่ทางการส่งเสริม 

รวมถึงขยายผลการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกร โดยใช้กลไกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเครือข่ายเกษตรกรต้นแบบปลอดการเผาเป็นแม่แบบและเครือข่าย ซึ่งพื้นที่จังหวัดนครนายก สภาพโดยทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม ลักษณะดินเป็นดินปนทรายและดินเหนียว เหมาะแก่การทำนา ทำสวนผลไม้ และเลี้ยงสัตว์ ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ปลูกผัก และเลี้ยงสัตว์ มีการรวมกลุ่มเป็นศูนย์ข้าวชุมชน วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มแปลงใหญ่ข้าว โดยพื้นที่ปลูกข้าวบางส่วนในทุกอำเภอจะเป็นพื้นที่ลุ่ม เกษตรกรต้องปลูกข้าวแบบน้ำลึกหรือข้าวขึ้นน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรมักจะใช้วิธีการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพื่อทำการเพาะปลูกในฤดูถัดไป ซึ่งปัญหาจากการเผาวัสดุเหลือใช้เหล่านี้ทำให้สภาพดินมีความเสื่อมโทรมเพราะสูญเสียธาตุอาหารในดินของความร้อนจากการเผา รวมทั้งระบบนิเวศในพื้นที่เปลี่ยนไปไม่เอื้อต่อการทำการเกษตร จึงทำให้การผลิตในแต่ละรอบการผลิตต้องปรับปรุงบำรุงดินด้วยสารเคมีทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 
 “สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้ดำเนินการศึกษาถึงแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรลดการเผาในพื้นที่เกษตร กรณีศึกษาผลกระทบกิจกรรมการส่งเสริมการลดการเผาในพื้นที่เกษตรจังหวัดนครนายกขึ้น โดยได้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ผ่านเกษตรกรผู้นำของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และศูนย์เครือข่ายรวมถึงเก็บข้อมูลการจัดการพื้นที่ การปฏิบัติและการจัดการในแปลง รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้เพื่อลดการเผาวัสดุการเกษตรในพื้นที่จากเกษตรกรผู้นำเจ้าของแปลงสาธิตการเรียนรู้ที่ได้นำองค์ความรู้ไปประประยุกต์ใช้ในกิจกรรมของตนเองตามความเหมาะสม

 เช่น  การปฏิบัติและการจัดการในแปลงมีการนำนวัตกรรมทางเลือกด้านการเกษตร การอัดฟาง ทำฟางก้อน เพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ ซึ่งปัจจุบันตลาดมีความต้องการสูงเพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ทางเลือก เช่นใช้เป็นอาหารสัตว์กีบในหน้าแล้ง ช่วยลดปัญหาการขาดสารอาหารในสัตว์ ใช้เป็นอาหารปลา หรือคลุมดินเพื่อรักษาความชื่นในแปลงเพาะปลูก ตลอดถึงการนำไปเพาะเห็ดชนิดต่างๆ เป็นต้น  รวมถึงการไถกลบตอซังและการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ด้วยการนำเศษวัสดุการเกษตรที่เหลือใช้ในแปลงเพาะปลูกมาใช้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยนำมาทำปุ๋ยหมัก ถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรทั้งทางตรงและทางอ้อม คือ เกษตรกรจะสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เอง ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้  รวมถึงการจัดการพื้นที่กรณีของเกษตรกรที่ทำนาปรังมีการปลูกปอเทืองหลังฤดูเก็บเกี่ยว ก็จะช่วยลดต้นทุนในการปรับปรุงบำรุงดินสำหรับฤดูการผลิตต่อไป ด้วยแปลงนาได้สารปรับปรุงบำรุงดิน ตามธรรมชาติจากปอเทือง ส่วนเกษตรกรที่ทำนาน้ำฝนจะไม่เผาฟางโดยปล่อยให้ฟางย่อยสลายเองตามกระบวนการทางธรรมชาติ ก็จะเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดินที่เหมาะสมต่อการปลูกข้าว” นางอุบล มากอง  กล่าว
 ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ เปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า จากการติดตามแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรลดการเผาในพื้นที่เกษตร กรณีศึกษาผลกระทบกิจกรรมการส่งเสริมการลดการเผาในพื้นที่เกษตร  จังหวัดนครนายก ครั้งนี้พบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจและสมัครใจในการลดละเลิกการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรตามแนวทางต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นอย่างดี ที่สำคัญในการดำเนินกิจกรรมเพื่อการส่งเสริมและสนับสนุนลดการเผาวัสดุทางการเกษตรของ ศพก. นั้น ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกกระบวนการ จึงก่อให้เกิดความสามัคคีในชุมชนและลดปัญหาจากการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม

พาณิชย์-เกษตร”เดินหน้ายุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พาณิชย์-เกษตร”เดินหน้ายุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต

พาณิชย์-เกษตร"เดินหน้ายุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต

11 มิถุนายน 2563 – 14:03 น.

“จุรินทร์”  จับมือ “เฉลิมชัย” นำ กระทรวงพาณิชย์-กระทรวงเกษตรฯ   ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” เดินหน้ายุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” ลุยนำสินค้าเกษตรบุกตลาดโลก  พาเกษตรกรก้ามข้ามความยากจน

          11 มิ.ย.2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  กับ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นำ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จับมือสร้างประเทศเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก โดยมีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ เพิ่มจีดีพีประเทศ และเพิ่มรายได้เกษตรกรและผู้ประกอบการ ซึ่งทั้ง 2 กระทรวงมีพันธกิจร่วมกัน คือ สร้าง Single Big Data ใช้ข้อมูลจากฐานเดียวกัน สร้างแพลตฟอร์มกลาง “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” สร้างความเชื่อมั่นด้วยคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ พัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด

          โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  จะนำกระทรวงพาณิชย์เดินหน้าภายใต้นิยาม “พาณิชย์ทันสมัย” นำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้ เพื่อทำการตลาดอย่างแม่นยำ สร้างทีมเซลล์แมนจังหวัดและทีมเซลล์แมนประเทศ ขยายตลาดด้วยเทคโนโลยีและการค้าออนไลน์ สร้างโมเดลการค้าใหม่ให้เกิดขึ้น ส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าไทย โดยมุ่งไปทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ใช้ทีมเซลล์แมนจังหวัดประกอบด้วย พาณิชย์จังหวัด ผู้ประกอบการในจังหวัด
    

          ด้านตลาดต่างประเทศ ใช้ทีมเซลล์แมนประเทศประกอบด้วยทูตพาณิชย์กับผู้ส่งออกภาคเอกชน มีช่องทางการตลาด คือ ออนไลน์ (แพลตฟอร์มรายการสินค้าเพื่อรองรับนิวนอร์มอล) ออฟไลน์ (โมเดิร์นเทรด ,สมาร์ทโชวห่วย ,ธงฟ้า ,โมบายมาร์เก็ต ,โมบาย ,รถพุ่มพวง,คาราวาน ,ตลาดต่างๆ,ตลาดกลาง ,ตลาดสด) คอนแทรคฟาร์มมิ่ง (ทำเกษตรพันธสัญญา)เคาน์เตอร์เทรด (สร้างเวทีสร้างจับคู่ให้มากขึ้น)
    

          ” วันนี้ต้องถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่งของประเทศไทย คือ เป็นการเปิดศักราชใหม่อย่างเป็นรูปธรรมในการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างสองกระทรวงหลักคือกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวใจสำคัญของวันนี้ก็คือการเปิดวิสัยทัศน์สำคัญร่วมกันของทั้งสองกระทรวงภายใต้วิสัยทัศน์เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด สร้างโอกาสไทยทุกคนโดยใช้ยุทธศาสตร์ ตลาดนำการผลิตและภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ว่านี้มีเป้าหมายชัดเจน คือเป้าหมายในการเดินหน้ายุทธศาสตร์เป็นเป้าหมาย 1 สร้าง 3 เพิ่ม หนึ่งสร้างที่ว่าก็คือการสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก ส่วนเป้าหมายสามเพิ่ม ที่ว่าก็คือเพิ่มที่หนึ่ง คือ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ เพิ่มที่สองก็คือการเพิ่ม GDP ให้กับประเทศ และเพิ่มที่สามก็คือการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในทุกระดับ โดยการที่จะบรรลุหนึ่งสร้างสามเพิ่มนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงพาณิชย์จะต้องมีพันธกิจร่วม 4 พันธกิจด้วยกัน พันธกิจร่วมที่หนึ่งก็คือการที่จะต้องร่วมกันสองกระทรวงในการสร้าง Single Big Data ให้เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งสองกระทรวงได้ใช้ข้อมูลจากฐานเดียวกันเสียที ไม่มีของเขาของเรา ไม่มีของพาณิชย์ไม่มีของเกษตร มีแต่ Single Big Data ร่วมของประเทศทั้งด้านการผลิตและการตลาด” นายจุรินทร์ กล่าว 

          นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า พันธกิจร่วมที่สอง ก็คือการที่เราจะต้องร่วมกับสองกระทรวงสร้างแพลตฟอร์มกลางเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ให้เกิดขึ้นให้ได้เพื่อให้ภาคการผลิตคือภาคการเกษตร ภาคการแปรรูป อุตสาหกรรม ภาคการค้า การลงทุนการส่งออกได้สามารถมาใช้แพลตฟอร์มกลางที่ว่านี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลแลกเปลี่ยนพันธสัญญาในการซื้อขายและการทำการตลาดร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต พันธกิจร่วมที่สาม ก็คือการที่สองกระทรวงจะต้องร่วมกันในการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในสินค้าเกษตรของท่านโดยจะต้องมุ่งเน้นคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และการสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งนี่คือเป้าหมายของการตลาดและการผลิตยุคใหม่ที่โลกต้องการและเป็นการสะท้อนว่าเราเดินไปสู่ยุทธศาสตร์ ตลาดนำการผลิต เพราะถ้าตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้ก็จะขายยากในตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดสำคัญของโลกในประเทศที่มีศักยภาพมีที่ดี มีรายได้สูง
    

          พันธกิจร่วมประการที่สี่ อยู่ที่กระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ต้องทำร่วมกันก็คือในเรื่องของการที่จะต้องพัฒนาคนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้ตรงตามความต้องการของตลาดร่วมกันทั้งคนทั้งผลิตภัณฑ์ทั้งสองกระทรวงต้องพัฒนาไปด้วยกันพร้อมกัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายยุทธศาสตร์ ตลาดนำการผลิต และเพื่อนำไปสู่เป้าหมายวิสัยทัศน์สร้างโอกาสไทยทุกคน นี่คือ 4 พันธกิจร่วมเบื้องต้นที่ขอเปิดวิสัยทัศน์ในวันนี้ ที่สองกระทรวงจะทำร่วมกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม การที่จะบรรลุพันธกิจรวม 4 พันธกิจ จะต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันสองกระทรวง โดยมีประธานทั้งสองกระทรวงเป็นผู้ไปทำธุรกิจร่วมกัน ในการจัดทำเป้าหมายที่เป็นตัวเลขชัดเจน ไปทำแผนปฏิบัติทำโครงการขับเคลื่อน ทำตัวชี้วัด และไปทำทุกอย่างให้ผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ต่อไปตนแนะนำว่านอกจากคณะทำงานชุดรวมแล้วต้องมีคณะทำงานแต่ละชุดที่จะบรรลุเป้าหมายพันธกิจร่วม 4 ชุดนี้และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเดินหน้าไปสู่เป้าหมายของการเป็นเกษตรทันสมัย กระทรวงพาณิชย์ก็เช่นเดียวกันต้องเดินหน้าไปสู่การเป็นพาณิชย์ทันสมัย
    

          พาณิชย์ทันสมัย คือ ประการที่หนึ่งต้องเป็นพาณิชย์ที่นำเทคโนโลยีและข้อมูลทันสมัยมาใช้เพื่อทำการตลาดอย่างแม่นยำจากทุกมุมโลกจากทุกข้อมูล จากทุกแหล่งมาบูรณาการและมากลั่นกรองเป็นข้อมูลที่จะนำไปสู่การดำเนินการทางการตลาดที่ถูกต้องชัดเจน
    

          พาณิชย์ทันสมัยประการที่สองก็คือกระทรวงพาณิชย์ต้องสร้างทีมเซลล์แมนจังหวัดและทีมเซลล์แมนประเทศทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม มีศักยภาพและมีประสิทธิภาพให้ได้ เซลล์แมนจังหวัดไม่ใช่แค่พาณิชย์จังหวัดคนเดียวแล้วตั้งตัวเองเป็นเซลล์แมนจังหวัดแต่เซลล์ในจังหวัดต้องประกอบด้วย พาณิชย์จังหวัด ภาคเอกชน ภาคการผลิตและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันทำงานเซลล์ทีมเซลล์แมนจังหวัด เพื่อทำหน้าที่ทางการตลาดภายใต้หลักพาณิชย์ทันสมัย ทีมเซลล์แมนประเทศต้องประกอบ ด้วยพาณิชย์และภาคเอกชน ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมทั้ง ผู้นำเข้าในตลาดประเทศนั้น มารวมตัวกันเป็นทีมเซลล์แมนประเทศ จึงจะเป็นพาณิชย์ทันสมัย 
    

          ประการที่สาม จะต้องมีการขยายตลาดการค้าออนไลน์ซึ่งถือว่าเป็นระบบการค้าแบบที่เรายังไม่นำมาใช้อย่างแพร่หลายจริงจัง ต่อไปจะเป็น New Normal ตัวจริงของตลาดโลกขึ้นมา เพราะเมื่อคนนับหนึ่งจากการระบบใช้ ecommerce การใช้การค้าออนไลน์ต่อไป ก็คงจะชินกับระบบนี้และสะดวกคล่องตัวโดยไม่ต้องเดินทางไปพบตัวเอง แค่ซื้อบนจอรวมทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่อไป เราต้องเดินไปสู่การใช้ Blockchain ในการเจรจาติดต่อกัน การขายและการลงทุนอนาคต ประการที่สี่ก็จะต้องเน้นในการสร้างโมเดลการค้ารูปแบบใหม่ๆให้เกิดขึ้นเพิ่มเติม เช่นในอนาคตอาจจะต้องนำทั้งหมด drop off ศูนย์รวม ศูนย์กระจายสินค้ามาใช้มากขึ้นรวมทั้งการเชื่อมระบบทั้งออฟไลน์และออนไลน์เข้ามาไว้ด้วยกัน โดยไม่แยกส่วนก็จะเป็นโมเดลทางการตลาดรูปแบบใหม่ที่ช่วยกันสองกระทรวงพัฒนาร่วมกัน
    

          และประการสุดท้ายนิยามของพาณิชย์ทันสมัย ก็คือเราจะต้องสามารถเดินหน้าไปสู่การสร้างความเชื่อมั่น และส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่นในสินค้าไทยโดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตรที่เราจับมือกับกระทรวงเกษตรให้ขึ้นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นด้วยกันสร้างแบรนด์ จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา หรือการสร้าง Trust Mark ให้เกิดขึ้นกับตลาดโลกทั้งโลกนี่คือนิยามของคำว่าพาณิชย์ทันสมัย
    

          สำหรับช่องทางการตลาดที่จะนำสินค้าเกษตรไปขายให้กับผู้ซื้อหรือผู้บริโภคเราจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ตลาดในประเทศกับตลาดต่างประเทศตลาดในประเทศ ที่ว่าก็จะทีมเซลล์แมนจังหวัดเป็นกลไกสำคัญตลาดต่างประเทศก็จะมีทีมเซลล์แมนประเทศ ในการที่จะไปทำตลาดในต่างประเทศของโลก ส่วนช่องทางการตลาดเราได้คุยกันระหว่างสองกระทรวงและได้ข้อสรุปร่วมกันว่าอย่างน้อย 4 ช่องทางการตลาด
    

          ช่องทางตลาดที่หนึ่งคือตลาดออฟไลน์ซึ่งถือว่าเป็นตลาดดั้งเดิมในตลาดรูปแบบเดิมที่เราได้ใช้มาในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ก็ยังสามารถพัฒนารูปแบบไปได้อีกเยอะ ไม่จำเป็นต้องอยู่รูปแบบเดิม เพื่อนำไปสู่พาณิชย์ทันสมัย ประกอบด้วยโมเดิร์นเทรด สมาร์ทโชวห่วย ที่ผมมีนโยบายยกระดับโชวห่วยขึ้น เป็นสมาร์ทโชวห่วย มีการใช้เทคโนโลยีรูปแบบการบริหารจัดการเข้ามาช่วยภายใต้การดูแลของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร้านธงฟ้าก็ยังถือเป็นช่องทางตลาดออฟไลน์ของเราอีกช่องทางหนึ่ง โมบายมาร์เก็ตที่ผมจะเป็นตลาดชั่วคราวที่ไม่จำเป็นต้องไปสร้างอาคารขนาดใหญ่ ก็คือตลาดชั่วคราว ตลาดเฉพาะกิจที่ต้องทำงานเชิงรุกของทีมเซลล์แมนจังหวัดในการเป็นช่องทางระบายสินค้าทางการเกษตร เช่น ต้องสนองความต้องการตลาด และระบายสินค้าเกษตรต้องทำที่หนึ่งสัปดาห์จบ ถ้าสินค้าหมด นี่ก็คือทิศทางของตลาดออฟไลน์ที่เรียกว่าโมบายมาร์เก็ต รถพุ่มพวงก็จะเป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถสนองต่อความต้องการของตลาดออฟไลน์ได้ คาราวานสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ตลาดต่างๆไม่ว่าจะเป็นตลาดกลาง ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดต้องชม เป็นต้น นี่คือตลาดออฟไลน์
    

          ตลาดที่สอง ก็คือตลาดออนไลน์ ทวีความสำคัญยิ่งขึ้นตลาดออนไลน์นั้นจะต้องมีแพลตฟอร์มทั้งในประเทศและแพลตฟอร์มต่างประเทศ และแพลตฟอร์มกลางเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ที่เราจะต้องสร้างให้เกิดขึ้นและเป็นช่องทางระบายสินค้าเกษตรต่อไปอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ สามการทำคอนแทรคฟาร์มมิ่ง ซึ่งขณะนี้พระราชบัญญัติเกษตรพันธสัญญามีผลบังคับใช้แล้ว จะช่วยให้เกษตรกรผู้ผลิตมีหลักประกันว่า ถ้าลงนามในเกษตรพันธสัญญาแล้วเขามีหลักประกันเรื่องราคารับซื้อ ปริมาณการรับซื้อ โดยผู้ซื้อผู้บริโภคหรือจะนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของ value chain ในภาคการผลิตสินค้าต่อเนื่องอย่างไร และจะเป็นสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรให้ความสำคัญร่วมกันมากขึ้นเพื่อสร้างหลักประกันทั้งผู้ซื้อและผู้ประกอบการ ช่องทางสุดท้ายสี่คือการนำ counter trade มาใช้โดยการสร้างเวทีจับคู่การค้าการผลิตมาพบกันให้มากขึ้นในรูปของการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าหรือรูปแบบใดก็สุดแล้วแต่ ตามความเหมาะสมของแต่ละกรณีทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ นี่คือวิสัยทัศน์ เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด สร้างโอกาสไทยทุกคน
    

          ” วันนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นของวิสัยทัศน์เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด สร้างโอกาสไทยทุกคน ถัดจากนี้ไปทั้งสองกระทรวงและบุคลากรทั้งสองกระทรวงยังมีภารกิจที่จะต้องนำวิสัยทัศน์นี้ และหลักคิดนี้ไปสู่ภาคปฏิบัติให้เกิดขึ้นให้ได้เพื่อเกษตรกร เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ รวมทั้งสร้างเศรษฐกิจระดับกลางของผู้ประกอบการและระดับรวมในฐานะผู้ส่งออกนำรายได้เข้าสู่ประเทศและสร้างความหวังให้กับประเทศของเราต่อไป ผมคิดว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่รายละเอียดสุดท้ายเพราะนี่คือการเริ่มต้นเฉพาะความคิดของกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตรคิดว่าภาคส่วนอื่นๆควรจะเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยแสดงความคิดเห็นช่วยสะท้อนมุมมองของภาคอื่นๆซึ่งกระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ยินดีรับฟังและจะนำไปปรับต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติให้ได้จริงให้ได้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเป้าหมายการปรับปรุงถ้าจำเป็นต้องเกิดขึ้น ” นายจุรินทร์ กล่าววิสัยทัศน์
    

          ทางด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน  รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้า “เกษตรทันสมัย” “เกษตรปลอดภัย ” ทำเกษตรในรูปแบบสมัยใหม่ นำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้เพื่อทำการผลิตอย่างแม่นยำ ผลิตสินค้ามูลค่าสูง มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และตรวจสอบย้อนกลับได้ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต โดยเน้นรูปแบบของเกษตรสมัยใหม่ ทั้งเกษตรรวมกลุ่ม เกษตรนวัตกรรม เกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป เกษตรเทคโนโลยี และเกษตรพอเพียง โดยมีกลุ่มสินค้า ประกอบด้วย พืช ปศุสัตว์ ประมง แปรรูป และเกษตรบริการ โดยเกษตรทันสมัย จะต้องมี คุณภาพสินค้าทั้ง 1.สินค้าทั่วไป 2.สินค้ามาตรฐาน  (GAP GMP ฮาลาล ฯลฯ) 3. สินค้าพรีเมียม (GI ออร์แกนิค นวัตกรรม ฯลฯ)
    

          “เราส่งเสริม Smart farmer and young smart farmer เพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีเกษตรจากรูปแบบเดิม ถ้าเราผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพต่ำ เราจะไม่สามารถก้าวผ่านความเป็นประเทศยากจนได้ หากเกษตรกรอยู่ดีกินดี เราจะสามารถพูดได้เต็มปากว่าเราเป็นประเทศพัฒนาแล้ว การเกษตรเกี่ยวกับคนไทยทั้ง 70 ล้านคน และโควิด-19 ทำให้วิถีการเกษตรเปลี่ยนไป กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่นำเงินเข้าประเทศ ภาคเกษตรจะต้องเข้าสู่เกษตรปลอดภัย ซึ่งคือเกษตรกรต้องปลอดภัยด้วย ผู้ผลิต ผู้บริโภคต้องปลอดภัยด้วย เราได้เริ่มทำมาแล้วหนึ่งปี ซึ่งจะได้ย่างก้าวไปสู่เกษตรอินทรีย์ ทุกฝ่ายต้องทำงานอย่างระบบ หากเกษตรกรได้ทราบข่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ จะร่วมกับ กระทรวงเกษตร เขาจะรู้สึกว่าเขามีอนาคตแล้ว เขาจะไม่ถูกทิ้ง เพราะภาครัฐจะหาเงินเพิ่มในกระเป๋าเขา แต่เราต้องเริ่มเดินไปพร้อมๆกัน ” นายเฉลิมชัย กล่าว 
    

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรได้เริ่มการค้าออนไลน์ มีการทำ MOU กับ Lazada ,Grab ,Shopee แต่ออฟไลน์ก็มีความสำคัญ ได้ทำ MOU กับเทสโก้ โลตัส และแม็คโคร เพื่อนำสินค้าเกษตรคุณภาพสู่มือผู้บริโภค ยอมรับว่ากระทรวงเกษตรฯไม่ได้เป็นมืออาชีพด้านการขาย แต่การได้กระทรวงพาณิชย์มาช่วยวันนี้จะช่วยได้อีกมาก วันนี้พาณิชย์จะจับมือกับเกษตรพาเกษตรกรก้าวผ่านความยากจนไปได้ ความร่วมมือในวันนี้เป็นจุดเปลี่ยนของประเทศ และภาคเกษตรเป็นความความหวัง ในยุคโควิด-19 ฉะนั้น วันนี้เราต้องทำให้ดีที่สุดร่วมกัน

พาณิชย์-เกษตร"เดินหน้ายุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต
พาณิชย์-เกษตร"เดินหน้ายุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต
พาณิชย์-เกษตร"เดินหน้ายุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต
พาณิชย์-เกษตร"เดินหน้ายุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต
พาณิชย์-เกษตร"เดินหน้ายุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต
พาณิชย์-เกษตร"เดินหน้ายุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต
พาณิชย์-เกษตร"เดินหน้ายุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต
พาณิชย์-เกษตร"เดินหน้ายุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต


 

กรมส่งเสริมสหกรณ์ฯจับมือเอกชนปลูกข้าวโพดหวาน สร้างรายได้ให้สมาชิกฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/432719?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_agricultural

กรมส่งเสริมสหกรณ์ฯจับมือเอกชนปลูกข้าวโพดหวาน สร้างรายได้ให้สมาชิกฯ

กรมส่งเสริมสหกรณ์ฯจับมือเอกชนปลูกข้าวโพดหวาน สร้างรายได้ให้สมาชิกฯ

กรมส่งเสริมสหกรณ์ชวนสมาชิกสหกรณ์ปลูกพืชเศรษฐกิจ สร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้จับมือเอกชนแจกพันธุ์ข้าวโพดหวาน ทดลองปลูก 73 วัน รายได้เฉียดหมื่นต่อไร่

กรมส่งเสริมสหกรณ์ จับมือเอกชนรายใหญ่ หาช่องสร้างรายได้ช่วง”โควิด 19″ ให้สมาชิกสหกรณ์ ประเดิมทดลองปลูกข้าวโพดหวานพืชใช้น้ำน้อย 73 วัน สร้างรายได้เฉียดหมื่นบาทต่อไร่ เริ่มทดลองปลูกระยะแรก 350  ราย ระบุหากเกษตรกรพอใจจะเดินหน้าหนุนเป็นอาชีพหลัก เผยตลาดทั้งในและต่างประเทศยังต้องการอีกมาก
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งและการแพร่ระบาดของ         โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของสมาชิกเกษตรกร  กรมฯจึงมีนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชเพิ่มรายได้แก่สมาชิกสหกรณ์ในระยะสั้น เบื้องต้นร่วมกับบริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด โครงการปลูกข้าวโพดหวาน (Sweet Corn) เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกสหกรณ์ โดยทางบริษัทจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวาน 350 กิโลกรัม สำหรับแจกจ่ายให้กับสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 350 ราย พื้นที่ 350 ไร่ ใน 32 จังหวัด ทดลองปลูกรายละไม่เกิน 1 ไร่ พร้อมทั้งบริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปให้ความรู้ถึงวิธีการปลูกที่ถูกต้องและระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิตข้าวโพดที่มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด หากสมาชิกสหกรณ์ชุดแรกที่ปลูกข้าวโพดแล้วมีรายได้ดี และต้องการทำเป็นอาชีพหลัก ทางกรมฯจะขยายผลเพื่อดำเนินโครงการนี้ในระยะที่ 2 ต่อไป

กรมส่งเสริมสหกรณ์ฯจับมือเอกชนปลูกข้าวโพดหวาน สร้างรายได้ให้สมาชิกฯ

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กรมฯได้จัดสรรเงินทุนหมุนเวียนจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์และกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ให้เกษตรกรกู้ยืมรายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท นำไปสร้างแหล่งน้ำในไร่นาเพื่อทำเกษตรในฤดูแล้ง ขณะนี้มีเกษตรกร     ขุดบ่อบาดาลและสระน้ำแล้วกว่า 19,000 ราย และบางรายได้ปรับเปลี่ยนจากทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาปลูกพืชผสมผสาน ขณะที่เกษตรกรบางรายปลูกผักสวนครัวยังทำรายได้ไม่เป็นกอบเป็นกำ กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงมองหาพืชทางเลือกที่จะช่วยเกษตรกร เช่น ข้าวโพดหวาน ซึ่งมีตัวอย่างจากสหกรณ์ในจังหวัดบุรีรัมย์ได้เริ่มทำกันเอง และทำให้สมาชิกมีรายได้เป็นเงินก้อน ก็เห็นว่าน่าจะให้เกษตรกรที่กู้เงินไปสร้างแหล่งน้ำนี้ ทดลองปลูกและจำหน่าย ซึ่งนอกจากข้าวโพดหวานแล้ว กรมฯได้มองพืชเศรษฐกิจตัวอื่นที่จะสร้างรายได้ทำนองเดียวกัน เช่น พริกซอส หรือพืชอื่น ๆ ที่มีตลาดรองรับ “

                    กรมส่งเสริมสหกรณ์ฯจับมือเอกชนปลูกข้าวโพดหวาน สร้างรายได้ให้สมาชิกฯ  เบื้องต้น จากการสำรวจมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 206 แห่ง สมาชิก  5,012 ราย      พื้นที่ 5,943 ไร่ ใน 42 จังหวัด ซึ่งตัวแทนสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดอุทัยธานี พิจิตร และบุรีรัมย์ ได้เดินทางมารับ  มอบเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานจากบริษัท แปซิฟิคฯ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้สมาชิกที่อยู่ในโครงการนำร่องทดลองปลูก การดำเนินโครงการระยะแรก ทางเอกชนจะเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำและวางแผนการผลิตร่วมกับสหกรณ์ หากในอนาคตต้องการทำเป็นอาชีพหลัก กรมฯจะหารือเพื่อพัฒนาความร่วมมือระหว่างสหกรณ์กลุ่มเกษตรกร         กับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจข้าวโพดหวาน เช่น บริษัทเมล็ดพันธุ์ หรือบริษัทแปรรูปข้าวโพดหวาน เพื่อทำธุรกิจร่วมกัน พร้อมทั้งสนับสนุนให้สหกรณ์เข้ามาช่วยรวบรวมผลผลิตของสมาชิกเพื่อเสริมสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรในอนาคตต่อไป

              กรมส่งเสริมสหกรณ์ฯจับมือเอกชนปลูกข้าวโพดหวาน สร้างรายได้ให้สมาชิกฯ  ด้านนายยงค์ยุทธ ปานสูง  กรรมการบริหารบริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด  กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ยินดีร่วมมือ      กับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งข้าวโพดหวานถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวที่ตลาดต้องการมากแต่ผลิตได้ไม่เพียงพอเพราะวัตถุดิบในประเทศยังน้อย ไทยเป็นประเทศส่งออกข้าวโพดหวานเป็นอันดับหนึ่ง มูลค่าการส่งออกปี 2562 ประมาณ 7 พันล้านบาท ซึ่งในช่วงโควิด – 19 ระบาด พบว่า มียอดความต้องการซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ  30% ของยอดส่งออก แบ่งเป็นข้าวโพดกระป๋อง  5,600  ล้านบาท แช่เยือกแข็ง  800  ล้านบาท  โดยการปลูกข้าวโพดหวานในประเทศไทยจะมีสองแบบ คือ ปลูกเพื่อเป็นฝักสดบริโภค ในประเทศและส่งออกประมาณ  40 % และอุตสาหกรรมแปรรูปเป็นข้าวโพดกระป๋องและแช่เยือกแข็ง  60%  โดยตลาดส่งออกสำคัญ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้  ไต้หวัน มาเลเซียและสหภาพยุโรป
ทั้งนี้บริษัทพร้อมเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้เกษตรกรทดลองปลูกข้าวโพดหวานก่อนในระยะแรกที่ผ่านมาเกษตรกรที่สนใจเข้าโครงการปลูกข้าวโพดหวาน ทางบริษัทจะทำข้อตกลงเป็นเกษตรพันธะสัญญา กำหนดราคารับซื้อหน้าฟาร์มตามราคาที่ตกลงกัน แต่จะไม่ต่ำกว่าราคาตลาด โดยข้าวโพดหวานจะมีระยะเวลาการปลูกจนเก็บเกี่ยวประมาณ 73 วันให้ผลผลิต 2-3 ไร่ สร้างกำไรเฉลี่ยไร่ละ 9,100 บาท/รอบการผลิตโดยราคา ณ ปัจจุบัน ที่หน้าฟาร์มรับซื้อที่ 6-8 บาทต่อกิโลกรัมขณะที่ต้นทุนการผลิตตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว ประมาณ 3,500 บาท/ไร่

เกษตร 19-28 พฤษภาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural?utm_source=menu_header&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3_%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99_%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87

เกษตร 8-14 พฤษภาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Hello world!

เกษตร 2-7 พฤษภาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Hello world!

เกษตร 29 เมษายน 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Hello world!

เกษตร 27 เมษายน 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Hello world!

เกษตร 22 เมษายน 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Hello world!

เกษตร 16-20 เมษายน 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Hello world!