โจทย์หิน “อนุมัติ อาหมัด” แม่ทัพ พปชร. ล้มค่ายเดชอิศม์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498395

24 ธ.ค. 2564 |21:04 น.

โจทย์หิน "อนุมัติ อาหมัด" แม่ทัพ พปชร. ล้มค่ายเดชอิศม์

วิเคราะห์สมรภูมิสงขลา เดิมพันแรกของ “อนุมัติ อาหมัด” แม่ทัพปักษ์ใต้ค่ายบิ๊กป้อม หอบลูกเศรษฐีเมืองสะเดาลงสนาม เจอคนกันเอง เดชอิศม์ ขาวทอง รู้มือรู้ไม้กันมาก่อน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เปิดตัว “อนุมัติ อาหมัด” คนชักนำ อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ เข้าสู่พรรคพลังประชารัฐ และปูทางหาเสียงมานานแรมเดือน

นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ใจถึง “อนุมัติ อาหมัด” เพิ่งลาออกจาก ส.ว. เพื่อภารกิจลุยสนามเลือกตั้งให้พลังประชารัฐ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และสงขลา

เลือกตั้งซ่อมสงขลา เขต 6 “อนุมัติ อาหมัด” รับบทแม่ทัพภาคสนาม ส่วน สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน เป็นแม่ทัพใหญ่ที่ลุงป้อมส่งมาทดสอบฝีมือ

เมื่อวันเปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา ที่ศาลาประชาคม อ.สะเดา จ.สงขลา มีผู้สมัครจาก 4 พรรคการเมือง พร้อมกองเชียร์สุดคึกคักยิ่ง เฉพาะ อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ จากพรรคพลังประชารัฐนั้น เดินทางมาพร้อม อนุมัติ อาหมัด อดีต ส.ว.คนดังแห่งปลายด้ามขวาน

สองเดือนก่อน ทันทีที่ อนุมัติ อาหมัด ลาออกจาก ส.ว.แบบเงียบๆ ก็ไปปรากฏตัวต้อนรับคณะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ท่าเรือปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา อันเป็นฐานธุรกิจท่าเรือน้ำลึกของอดีต ส.ว.คนนี้

ฐานธุรกิจของอดีต ส.ว.อนุมัติ จะอยู่ในพื้นที่ อ.สะเดา และ อ.เทพา จึงรู้จักมักคุ้นกับอนันต์ พฤกษานุศักดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสะเดา บิดาของอนุกูล พฤกษานุศักดิ์

‘คนสะเดา’

“อนุมัติ อาหมัด” มุสลิมปาทาน เติบโตจาก อ.สะเดา จ.สงขลา เริ่มต้นธุรกิจด้วยทำการค้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์เพื่อการส่งออก จึงมั่นอกมั่นใจว่า เลือกตั้งซ่อมเที่ยวนี้ คนเขต 6 จะเลือกคนพื้นที่เป็น ส.ส.

เขต 6 ประกอบด้วย อ.สะเดา(ยกเว้น 2 ตำบล), อ.คลองหอยโข่ง และ อ.หาดใหญ่ (เฉพาะบางตำบล) เป็นเขตที่ ถาวร เสนเนียม ครองแชมป์มาหลายสมัย แต่ถาวร ก็ไม่ใช่คนพื้นเพแถวนี้

สำหรับโบ๊ต หรืออนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ลูกชายของอนันต์ พฤกษานุศักดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสะเดานั้นทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีความประสงค์จะลงเล่นการเมืองมานานแล้ว จึงเสนอตัวต่อพรรคพลังประชารัฐ ผ่านอนุมัติ อาหมัด

การหาเสียงครั้งนี้ อนุกูล จึงชูสโลแกนคนบ้านเรา คนพื้นที่ เพราะคู่แข่งคนสำคัญคือ คุณนายน้ำหอม สุภาพร กำเนิดผล ภรรยาเดชอิศม์ ขาวทอง ไม่ใช่คนที่เกิดในพื้นที่เขต 6

‘โจทย์ยากของแม่ทัพ’

ดังที่ทราบ “อนุมัติ อาหมัด” เป็นแม่ทัพภาคสนาม ส่วน สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงานในฐานะรองหัวหน้าพรรค เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา เขต 6 ไม่ใช่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค

อนุมัติ อาหมัด ลงพื้นที่หาเสียงแถว อ.คลองหอยโข่งอนุมัติ อาหมัด ลงพื้นที่หาเสียงแถว อ.คลองหอยโข่ง

แม้ระยะหลัง ร.อ.ธรรมนัส จะลงมาคลุกคลีในพื้นที่ภาคใต้ แต่ศึกเลือกตั้งหนนี้ ผู้กองธรรมนัสเป็นเพื่อนรักของเดชอิศม์ ขาวทอง จึงขอหลบไปอยู่ข้างหลัง ปล่อยให้อนุมัติ อาหมัด ลุยหาเสียงในพื้นที่แทน

ถ้ายังจำกันได้ เลือกตั้งสมัยที่แล้ว พล.อ.ประวิตร ได้มอบหมายให้ อนุมัติ อาหมัด เป็นแม่ทัพใหญ่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสบความสำเร็จได้ 3 เก้าอี้ ส.ส. จึงได้รับแต่งตั้งเป็น ส.ว.

การตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง ส.ว.เพื่อมาลุยการเมืองให้บิ๊กป้อม สำหรับอนุมัติ อาหมัด ย่อมเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีเดิมพันสูง

ความจริงแล้ว สมัยเลือกตั้ง ส.ว.ปี 2557 อนุมัติ อาหมัด ได้รับเลือกเป็น ส.ว.สงขลา ด้วยคะแนน 133,459 คะแนน ก็ได้รับการช่วยเหลือจากนักการเมืองฝั่งประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นสุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา และ เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา (สมัยที่ยังเป็นนายกชาย ผู้กว้างขวางแห่งสงขลา)

ฉะนั้น สภาน้ำชาปักษ์ใต้วิเคราะห์สนามเลือกตั้งเขต 6 ฝ่าย ปชป.เป็นต่อ พปชร. เนื่องจากชื่อชั้นแม่ทัพนั้น ค่อนข้างข่มรัศมีกันอยู่ เป็นโจทย์หินของอนุมัติ อาหมัด ที่ต้องทุ่มเกินร้อยเพื่อลุ้นชัยชนะ

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “สิระ” เดือนมีนาคมปี 65 ชีวิตพลิกผันดีขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498362

24 ธ.ค. 2564 |18:47 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "สิระ" เดือนมีนาคมปี 65 ชีวิตพลิกผันดีขึ้น

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดรับปีใหม่ “สิระ” ถูกปลดพ้น ส.ส. ก่อนพ้นวาระรอบอายุเข้าเคราะห์ แต่ปี65เดือนมีนาคมชีวิตพลิกผันดีขึ้น แนะเปลี่ยนชื่อคำว่า “สิระ” ที่เป็นอุปสรรค มีแต่ทะเลาะเบาะแว้ง ขัดแย้ง ควรรู้จักการปล่อยวางอุปสรรคจะหมดไป

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิเคราะห์เจาะลึกศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก สิระ เจนจาคะ ส.ส. กรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคพลังประชารัฐ วัย 58 ปี

“สิระ” เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2507 ปีเถาะ ธาตุน้ำ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดทั้งที่เหลืออีกไม่กี่วันปัญหาจะผ่านพ้นวิกฤติชีวิตแล้ว 

กลับถูกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้ “สิระ” พ้นจากตำแหน่งสมาชิกภาพ ส.ส. ปลดฟ้าผ่ากลางอากาศ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 ตกยามขัดแย้งเป็นศัตรู ต้องคดีความให้รุนแรง และเดือนปะทะเบียดเบียนให้ได้รับความเดือดร้อน รอบอายุเข้าเคราะห์ ทำให้ได้รับในเหตุคำพิพากษาให้ได้รับความเดือดร้อนในตำแหน่งหน้าที่การงานเกิดขึ้น 

ในดวงชะตานั้น “สิระ” เป็นคนใจอ่อนใจดี มีครูบาอาจารย์อยู่ในตนเอง มีความพยายามมีความตั้งใจที่ยากจะทำอะไรให้สำเร็จก็จะตั้งเป้าหมายตนเองเอาไว้ เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทาง

แต่ด้วยความใจร้อน และมุทะลุ ไม่ยอมคนทั้งที่เป็นคนใจดี กลายเป็นเรื่องเบียดเบียนตนเองให้เดือดเนื้อร้อนใจ กับเรื่องไม่เป็นเรื่องเอามาเป็นเรื่องให้ตัวเองเดือดร้อน 

เป็นคนที่รู้จักปรับตนเองได้ทุกสถานการณ์ แต่รอบอายุเข้าเคราะห์ตลอดปีที่ผ่านมามีแต่เรื่องทะเบาะเบาะแว้ง ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง

ปี 2565 หลังเดือนมีนาคม จะมีชีวิตเปลี่ยนแปลงที่ดี และที่สำคัญที่สุด ชื่อ “สิระ” ความหมายของทักษาโบราณ เป็นอุปสรรค อัปมงคลเป็นศัตรู หากจะแก้เปลี่ยนเพิ่มอำนาจ และบารมี ที่ใกล้เคียง คือ “จิระ” ชีวิตจะเปลี่ยนและมีโอกาศรับตำแหน่งต่อไปในอนาคตแน่นอน

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติม ถึงดวงชะตาของ “คุณสิระ” นอกจากจะเป็นคนดื้อเงียบแล้ว มีเจ้าทุกข์ชอบช่วยเหลือคนอื่น ยังเป็นบุคคลที่สามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่นได้

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "สิระ" เดือนมีนาคมปี 65 ชีวิตพลิกผันดีขึ้น

“คุณสิระ” เป็นคนที่มีครูบาอาจารย์อยู่ในตนเอง มีเรื่องของบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องที่จะต้องทำงานสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่จะต้องร่วมงานกัน แต่ต้องไม่ใจร้อนและต้องรู้จัก การปล่อยวาง บ้าง อย่าเอาเรื่องคนอื่นเข้ามาในชีวิตให้ตนเองต้องเดือดร้อน 

“และปีนี้รอบอายุคุณสิระเข้าเคราะห์อีกเพียงเดือนเดียวจะพ้นเคราะห์หลุดจากดวงที่ถูกจองจำ แต่ถ้าได้เปลี่ยนชื่อเหมือนเกิดใหม่ แต่ต้องรู้จักปล่อยวาง ที่ทำให้มีเรื่องให้ได้รับความเดือดร้อน”ซินแสเข่ง กล่าว

มวยแทน “สันติ พร้อมพัฒน์” ลุยชุมพร เผชิญดีลลับลูกหมี-ลูกช้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498368

24 ธ.ค. 2564 |17:58 น.

มวยแทน "สันติ พร้อมพัฒน์" ลุยชุมพร เผชิญดีลลับลูกหมี-ลูกช้าง

ดีลลับดีลลวง “สันติ พร้อมพัฒน์” บุกชุมพรในฐานะมวยแทน สู้ไปจูบปากกันไป ผู้กองธรรมนัสหลบฉาก หวั่นกระทบสัญญาใจ พล.อ.ประวิตรกับตระกูลจุลใส คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

บ้านใหญ่เมืองมะขามหวาน “สันติ พร้อมพัฒน์” ล่องใต้เป็นแม่ทัพเลือกตั้งซ่อมชุมพรแบบไม่ทันตั้งตัว เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐกลับมติส่งผู้สมัคร ส.ส.ลุยสนามเขต 1

เหมือนเป็นมวยแทน “สันติ พร้อมพัฒน์” ก็รู้เบื้องลึกสัญญาใจที่ชุมพร ระหว่างลุงป้อมกับพี่น้องตระกูลจุลใส แต่ก็ต้องลุยหาเสียงรักษาพื้นที่

พูดถึงฝีไม้ลายมือ “สันติ พร้อมพัฒน์” ไม่เป็นรองใคร แต่ศึกชุมพรเที่ยวนี้ มีลับลมคมในเยอะ คงต้องเล่นไปตามบทที่ลุงป้อมเขียนสคริปต์ไว้

อาการชักเข้าชักออกของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เรื่องการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อมใน จ.ชุมพร มีให้เห็นเป็นระยะๆ ตั้งแต่เลื่อนการลงมติของกรรมการบริหารพรรค ไปจนถึงมติประหลาดๆ ส่งแค่สนามสงขลา ไม่ส่งชุมพร

พลันที่มีปฏิกิริยาจาก ชวลิต อาจหาญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 สมัยที่แล้ว ถึงขั้นประกาศลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ จุดประกายให้สมาชิกพลังประชารัฐก่อหวอดแอนตี้พรรคผ่านโซเชียล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค เห็นท่าไม่ดี จึงส่งซิกให้ พล.อ.ประวิตร เรียกประชุมด่วน

ในที่สุด คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ มีมติเป็นเอกฉันท์ ส่งชวลิต อาจหาญเป็นผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อม จ.ชุมพร โดยให้ สันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดชุมพร

“สันติ พร้อมพัฒน์” รวมถึงแกนนำพลังประชารัฐ ก็รู้ดีว่า มีสัญญาใจระหว่างตระกูลจุลใส กับลุงป้อม แต่สภาพแวดล้อมบีบให้พรรคต้องลงสนาม เสี่ยใหญ่เมืองมะขามหวานก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

‘แผนธรรมนัส’

จริงๆแล้ว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นพี่เลี้ยงชวลิต อาจหาญ ไม่ใช่ “สันติ พร้อมพัฒน์” ดังที่รู้กัน การเลือกตั้งปี 2562 พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแม่ทัพเลือกตั้งชุมพรทั้ง 3 เขต หลังเกิดความขัดแย้งในพลังประชารัฐ พล.อ.กลชัย ก็ถอนตัวออกมา เหมือนกับ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล

ว่ากันว่า อดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ เขต 2 และเขต 3 ได้ลาออกจากพลังประชารัฐตาม เสธ.แอ๊ด เหลือ ทนายแดง คนเดียว ที่ยังยืนหยัดอยู่กับพรรคเดิม

ทนายแดง หรือชวลิต อาจหาญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 จึงวิ่งหา ร.อ.ธรรมนัส พร้อมอาสาลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม กรณีที่ชุมพล จุลใส ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

ชวลิต อาจหาญ มีอาชีพทนายความ เคยเป็น ส.อบจ.ชุมพร และนายก อบต.วิสัยใต้ อ.สวี ก่อนจะเข้าสู่การเมืองระดับชาติ และทนายแดงได้เปิดตัวหาเสียงอีกครั้ง ตั้งแต่ทราบว่า ชุมพล จุลใส ต้องคำพิพากษาจำคุกในคดี กปปส. เมื่อเดือน มี.ค.2564

เกมเปลี่ยนกระทันหัน หลัง พล.อ.ประวิตร และผู้กองธรรมนัส ปิดดีลกับ สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พี่ชายของลูกหมี จึงเป็นที่มาของรายการอิหลักอิเหลื่อเรื่องส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงสนามเลือกซ่อม

ลูกหมี ประกบ พล.อ.ประวิตร วันที่เดินทางมา อ.สวี จ.ชุมพร เมื่อช่วงน้ำท่วมลูกหมี ประกบ พล.อ.ประวิตร วันที่เดินทางมา อ.สวี จ.ชุมพร เมื่อช่วงน้ำท่วม

‘อนาคตชุมพร’

ไฟต์บังคับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รับปากจะลงไปหาเสียงช่วย “สันติ พร้อมพัฒน์” และชวลิต อาจหาญ ที่ชุมพร แต่การเลือกตั้งซ่อมกับการเลือกทั่วไปสมัยหน้า ก็จะเป็นหนังคนละม้วนกัน

จะสวมเสื้อพรรคไหน เป็นเรื่องของอนาคต วันนี้ ลูกช้างและลูกหมี ได้ถักทอเครือข่ายไปทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ผ่านการเคลื่อนไหวของ อบจ.ชุมพร ที่บริหารโดยกลุ่มพลังชุมพร

เขต 1 อ.เมือง และอำเภอสวี (ยกเว้น ต.เขาทะลุ และ ต.เขาค่าย) เป็นฐานเดิมของชุมพล จุลใส ก็ต้องร่วมใจตระกูลจุลใสและมากอำไพ ส่งอิสรพงษ์ มากอำไพ เข้าสภาฯให้ได้

ลูกหมี ชุมพล จุลใส เป็นคนบ้านนาสัก อ.สวี แต่มาเป็นลูกเขยคนดังแห่ง ต.ท่ายาง อ.เมืองชุมพร ทุกวันนี้ ได้สร้างบ้านสร้างสำนักงานอยู่ที่ท่ายาง และอิสรพงษ์ก็เป็นญาติฝ่ายภรรยา

เขต 2 อ.ท่าแซะ, อ.ปะทิว และอ.เมือง(บางตำบล) เป็นฐานเสียงของ สราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร พรรค ปชป. และเสธ.แอ๊ด พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ ส.ว.คนดัง

สมบูรณ์ หนูนวล อดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ เขต 2 มือขวาของ เสธ.แอ๊ด ได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเลือกตั้งนายก อบต.ที่ผ่านมา ลูกช้างได้สนับสนุนทีมนายก อบต.ในเขต อ.ท่าแซะ และ อ.ปะทิว ปรากฏว่า ทีม อบต.ของลูกช้างล้มแชมป์เก่าไปได้หลายตำบล ซึ่งเป็นการปูทางสร้างฐานสมัยหน้า

เขต 3 อ.หลังสวน อ.ละแม อ.พะโต๊ะ อ.ทุ่งตะโก และอ.สวี (บางตำบล) ฐานที่มั่นของลูกช้าง สุพล จุลใส และได้ต้อนรับคณะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อย่างเอิกเกริกมาแล้วเมื่อเร็วๆนี้

สัญญาใจระหว่างบิ๊กป้อมกับตระกูลจุลใส เป็นเรื่องของอนาคต แต่สำหรับวันนี้ ลูกช้างและลูกหมี ก็ต้องทำศึกเลือกตั้งซ่อมให้ชนะไว้ก่อน นี่คือเดิมพันแรกในวันที่ลูกหมี ไม่มีตำแหน่ง ส.ส.ชุมพร

“เลือกตั้งซ่อมชุมพร” พลังประชารัฐ ชักเข้า-ชักออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498341

24 ธ.ค. 2564 |15:21 น.

"เลือกตั้งซ่อมชุมพร" พลังประชารัฐ ชักเข้า-ชักออก

ประชุม3ครั้ง กรรมการบริหารพลังประชารัฐ แค่ตัดสินใจส่งผู้สมัคร “เลือกตั้งซ่อมชุมพร” สะบัดหนาว สะบัดร้อนไปทั้งพรรค

"เลือกตั้งซ่อมชุมพร" พลังประชารัฐ ชักเข้า-ชักออก

ดูเหมือนเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่าจะให้ความสำคัญกับเสียงเรียกร้องของสมาชิกพรรคในพื้นที่จังหวัดชุมพร จนนำมาสู่การตัดสินใจส่งชวลิต อาจหาญ ลงสู้ศึกเลือกตั้งเขต1 อีกครั้ง หลังจากถูกตัดหางมาก่อนหน้านี้   
การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคครั้งที่2 ที่รัฐสภามีมติส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมเขต 6สงขลาไม่ส่งเลือกตั้งซ่อมเขต 1 ชุมพรได้รับการอธิบายจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเกิดจากการพูดคุยกับ ชุมพล จุลใส อดีต สส.ที่ถูกสอยจะย้ายมาอยู่พลังประชารัฐในครั้งหน้า แต่ว่ามีข้อมูลใหม่ทำให้ต้องตัดสินใจทบทวนว่าเขาจะมาตามคำสัญญาหรือไม่ เพราะตระกูลจุลใส แนบชิดอยู่กับเลขาฯกปปส. และการไม่ส่งผู้สมัครที่มีคะแนนเกือบชนะลงแข่งขันเหมือนทิ้งโอกาสครั้งสำคัญในการแย่งชิงพื้นที่จากเจ้าถิ่น

"เลือกตั้งซ่อมชุมพร" พลังประชารัฐ ชักเข้า-ชักออก

ส่วนการเปิดตัวผู้อำนวยการเลือกตั้ง ทั้งที่ชุมพรและสงขลา ถูกตั้งข้อสังเกตว่าพลังประชารัฐส่งสุชาติ ชมกลิ่น และ สันติ พร้อมพัฒน์ ไปฆ่า ในพื้นที่ ที่ใครๆก็ดูออกว่าไม่มีทางชนะ เรื่องนี้ได้รับคำอธิบายว่าการมอบหมายในลักษณะนี้ เป็นเรื่องปกติที่เคยเกิดขึ้นจากการเลือกตั้งซ่อมหลายๆครั้งที่ผ่านมา  หากใครยังจำได้ว่าการลงพื้นที่ ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี      
ก่อนหน้านี้ทั้งสุชาติ และ สันติ ร่วมอยู่ในบรรดา รัฐมนตรี ที่ไปคอยให้การต้อนรับเกือบทุกพื้นที่เป็นแก๊งค์ 6 รัฐมนตรี ที่พลเอกประยุทธ์ เรียกเข้าพบในห้วงแห่งการรบช่วงชิงการนำ แย่งชิงอำนาจภายในพรรคพลังประชารัฐ เมื่อเดือนตุลา ก่อการรัฐประหารหัวหน้าพรรคแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในการล็อบบี้กรรมการบริหาร ซึ่งเป็นสูตรในการจัดการแก๊งค์สี่กุมารก่อนหน้านี้

กำหนดการรับสมัคร เลือกตั้งซ่อมสงขลา ชุมพร สิ้นสุดวันที่ 27 ธันวาคมนี้ ยังไม่รู้ว่าจะมีประชุมกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐครั้งที่สี่หรือไม่  การประชุมสามครั้งที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่ากำลังมีปัญหาอย่างหนักเรื่องเอกภาพภายในพรรค  ยังไม่ต้องพูดถึงปัญหาการส่งผู้สมัครเลือกซ่อม ส.ส.กทม.เขตหลักสี่  เพราะจนป่านนี้ ก็ยังไม่มีการตัดสินใจจะส่งผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคพลังประชารัฐหรือไม่

ส่องสามสนามเลือกตั้งซ่อมส.ส. เวทีใดเเข่งเดือด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498224

24 ธ.ค. 2564 |03:15 น.

ส่องสามสนามเลือกตั้งซ่อมส.ส.  เวทีใดเเข่งเดือด

นี่คือศึกศักดิ์ศรีของพรรครัฐบาล-พรรคฝ่ายค้าน-พรรคน้องใหม่ที่ต้องเก็บแต้มและเช็กเรตติ้งขั้นต้นก่อนที่ไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีการเลือกตั้งใหญ่ ติดตามจากเจาะประเด็นร้อน โดย เมฆาในวายุ

กลางเดือนจนถึงปลายเดือนมกราคมปีหน้าจะมีการเลือกตั้งซ่อมส.ส. ทำให้หลายพรรคต้องเปิดยุทธศาสตร์ปักธงชนิดยอมกันไม่ได้  ทั้งการเตรียมเลือกตั้งซ่อมส.ส.สามเขต คือชุมพร เขต1หย่อนบัตรเลือกส.ส.แทน “ชุมพล จุลใส” ,สงขลา เขต 6 ลงคะแนนเลือกผู้แทนฯหลังไม่มี “ถาวร เสนเนียม” ( สองเขตนี้หย่อนบัตร 16 ม.ค.2565) กทม.เขต9ที่ต้องเลือกตั้งซ่อมแทน”สิระ เจนจาคะ” จากพปชร.นั้น(เขตนี้น่าจะหย่อนบัตรช่วงปลายเดือนม.ค.-ต้นเดือนก.พ.2565)  ศึกนี้คือศึกศักดิ์ศรีของพรรครัฐบาล-พรรคฝ่ายค้าน-พรรคน้องใหม่ที่ต้องเก็บแต้มและเช็กเรตติ้งขั้นต้นก่อนที่ไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีการเลือกตั้งใหญ่ 

พื้นที่”ชุมพร”นั้นแน่นอนตอนนี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ประชันกับพรรค พปชร.ที่เพิ่งมีมติกลับลำเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ให้ส่งนายชวลิต อาจหาญ หรือทนายแดง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 ซึ่งในการเลือกตั้ง 24มี.ค.2562  ได้คะแนนเป็นอันดับ 2 รองจากชุมพล จุลใส หรือ ลูกหมี ที่ครั้งนั้นสังกัดค่ายประชาธิปัตย์ แต่เมื่อถูกตัดสิทธิทางการเมือง ปชป.จึงส่ง อิสระพงษ์ มากอำไพ มาเป็นมวยแทน พร้อมเผชิญกับคู่แข่งขันจาก พรรคกล้าและก้าวไกล อีกด้วย  

เขตนี้มองแล้ว”อิสระพงษ์  มากอำไพ” มวยแทนอดีตส.ส.ลูกหมี จากปชป.น่าจะเบียดเข้าวิน แม้แกนนำปชป.อาจช่วยไม่เต็มสูบแต่เชื่อว่าตระกูลจุลใสไม่ปล่อยให้คนอื่นมาคว้าพุงปลาไปกินเป็นแน่แท้และอาจเป็นไปได้ที่การช่วยเหลือแบบใต้ดินจากพปชร.จะส่งไปให้ตระกูลจุลใสในคราวนี้เพื่อเคลียร์รันเวย์ในการย้ายขั้วคราวหน้าเพราะ อิสระพงษ์จะเป็นหนึ่งในทีมงาน”ลูกช้าง-ลูกหมี”ที่จะมาแตะมือพปชร.ตามสัญญาใจที่ให้ไว้กับพลเอกประวิตร

พื้นที่ชุมพร เขต 1 จึงเป็นอะไรที่มีความสลับซับซ้อนกันอยู่ระหว่างเครือข่ายเจ้าของพื้นที่เดิมที่ว่ากันว่าจะย้ายไปอยู่กับพลังประชารัฐ ในขณะที่พลังประชารัฐก็ยับยั้งใบลาออกของชวลิต อาจหาญ หรือ ทนายแดง ในตอนต้นพร้อมกับมาเปลี่ยนใจกระทันหันส่งลงชิงชัย

ส่วน”สงขลา”นั้น พรรคกล้า-พรรคสีฟ้า-พรรคสีส้มเวอร์ชั่นสอง รวมทั้งพปชร.ส่งคนลงแข่งขัน โดยตัวเต็งน่าจะอยู่ที่พลังประชารัฐประชันปชป. โดยพรรคสีฟ้าส่ง”สุภาพร กำเนิดผล” รองนายกอบจ.สงขลา ชนกับ “อนุกูล พฤกษาอนุศักดิ์” สวมเสื้อพรรคพปชร. แต่พรรคแกนนำเรือเหล็กเปลี่ยนผอ.เลือกตั้งซ่อมจากเดิมที่”ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า” เลขาธิการพรรครับเหมาดูแลการเลือกตั้งซ่อมมาหลายครั้ง แต่งวดนี้พ่อบ้านพปชร.ส่งไม้ให้”สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงานและคีย์แมนพรรคคนละสายกับผู้กองคนดังไปรับผิดชอบ เพราะทราบดีว่าผู้กองคนดังใกล้ชิด”เดชอิศว์ ขาวทอง” ส.ส.สงขลา พรรคปชป.ที่ตอนนี้เป็นรองหัวหน้าพรรคคุมภาคใต้ไปแล้ว  คงไม่อยากปะทะกันเอง และบนเกมการเมืองภายในพปชร.ยามนี้ก็ยิ่งลึกกว่าลึกเพราะเสี่ยเฮ้งขึ้นตรงกับ”ลุงตู่” แต่พ่อบ้านพปชร.อยู่สาย”ลุงป้อม” ดังนั้นหาก”เสี่ยเฮ้ง”ปักธงไม่ได้(พปชร.มีส.ส.สงขลาสี่คน) ก็จะกลายเป็นตราบาปไป และเขตนี้น่าจะฟัดกันสนุกระหว่าง พปชร.-ปชป.และการวัดบารมีของเสี่ยเฮ้ง-ผู้กองคนดัง

ขณะที่”กทม.”นั้น หลัง”สิระ” พ้นหน้าที่ส.ส.จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และส่อแววโดนตัดสิทธิทางการเมืองและมีคดีตามมาอีก ตอนนี้พบว่าค่ายพลังประชารัฐจะโยก”สรัลรัศมิ์  เจนจาคะ”มาเสียบแทน  อย่างไรก็ตามน่าจะประชันกับ”สุรชาติ เทียนทอง” อดีตส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย รวมทั้ง”พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ” จากปชป. เพราะสองคนนี้เคยแพ้สิระในงวดที่แล้ว และเมืองหลวงนั้นจะมีเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในช่วงกลางปีหน้าด้วย  

สนามนี้คือดัชนีชี้วัดคะแนนนิยมในขั้นต้นของการเลือกตั้งส.ส.งวดหน้า ดังนั้นสามพรรคข้างต้นน่าจะมีชื่อว่าที่ผู้สมัครส.ส.ไม่พ้นสามคนนี้และรอดูว่าพรรคกล้า-พรรคก้าวไกล-พรรคไทยสร้างไทยจะส่งคนแข่งขันหรือไม่ (พรรคไทยสร้างไทยน่าจะหลีกในพื้นที่นี้เพราะสุรชาติเคยเป็นร่วมทำงานกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในช่วงที่คุณหญิงหน่อยเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย)

สนามเลือกตั้งซ่อมผู้แทนฯทั้งสามเขตนั้น หากให้ฟันธงแล้วพบว่าสงขลา-กทม.น่าจะสู้กันเดือด….ส่วนชุมพรนั้นชิลล์ๆกันไป

หล่อเลือกได้ “วิฑูรย์ นามบุตร” รอปิดดีล 3 พรรค ขอเจรจาโทนี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498215

23 ธ.ค. 2564 |18:22 น.

หล่อเลือกได้ "วิฑูรย์ นามบุตร" รอปิดดีล 3 พรรค ขอเจรจาโทนี่

เปิดหมดเปลือก “วิฑูรย์ นามบุตร” เล่าเบื้องหลังเปิดดีล 3 พรรค ยังไม่มีข้อสรุป ต้นปีหน้า เจรจากับโทนี่ ขอคำตอบชัดๆ ก่อนตัดสินใจยกตระกูลซบเพื่อไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

มีคำตอบชัดเจนจากปาก “วิฑูรย์ นามบุตร” เรื่องเปิดดีลพรรคการเมือง สำหรับสู้ศึกเลือกตั้งสมัยหน้า ชั่วโมงนี้มีอยู่ 3 พรรคเป็นทางเลือก

เงื่อนไขของ “วิฑูรย์ นามบุตร” แค่ 2 ข้อ ตัวเขาเองขออยู่บัญชีปาร์ตี้ลิสต์ลำดับต้นๆ และวุฒิพงษ์ นามบุตร ลง ส.ส.เขต พรรคไหนโอเค ก็ยินดีร่วมงานด้วย


เหตุที่ “วิฑูรย์ นามบุตร” ต่อรองได้ เพราะมีฐานคะแนนอยู่ในมือ 3 หมื่นแต้ม พรรคไหนได้ตระกูลนามบุตร การันตี ส.ส.เขต 1 ที่นั่ง พ่วง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์


หลังจากตกเป็นข่าวปิดดีลกับพรรคเพื่อไทย “วิฑูรย์ นามบุตร” อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป.ปิดดีลกับพรรคเพื่อไทยไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2564 วิฑูรย์ ได้เปิดปากพูดกับ สุชัย เจริญมุขยนันท เลขาธิการมูลนิธิสื่อสร้างสุข และผู้อำนวยการทีวีชุมชนอุบลราชธานี ซึ่งมีการสัมภาษณ์สดผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Ubon Connect อุบลคอนเนก

นับว่าเป็นครั้งแรกที่ วิฑูรย์ นามบุตร บอกเล่าเกี่ยวกับการตัดสินใจจะเลือกพรรคสังกัดใหม่ หลังยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ปชป.เมื่อต้นปี 2564

สำหรับหลานชาย วุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี เขต 2 (เขื่องในและม่วงสามสิบ) ได้บอกกับแกนนำพรรค ปชป.ว่า ตนเองยังทำกิจกรรมร่วมกับพรรคอยู่ตามปกติ

‘3 พรรคตัวเลือก’

หลังแถลงข่าวลาออกจาก ปชป.ก็มีข่าวจากในพื้นที่ว่า “วิฑูรย์ นามบุตร” จะไปอยู่พรรคภูมิใจไทย เพราะได้พูดจาปราศรัยกับชาวบ้านใน อ.เขื่องใน ไว้แล้ว

ในการพูดคุยกับสุชัย เจริญมุขยนันท นักข่าวอาวุโสเมือง อุบลฯ วันนั้น วิฑูรย์เล่าว่า ได้เสนอเงื่อนไขกับค่ายภูมิใจไทย ตนขออยู่บัญชีรายชื่อลำดับไม่เกิน 10 แต่แกนนำพรรคตอบมาว่า เป็นเรื่องยากมาก จึงล้มดีลไป

ต่อมา วิฑูรย์ได้เจรจากับรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคนหนึ่ง ก็เสนอเงื่อนไขเดียวกันนี้ ทางแกนนำพรรคคนนั้น ก็บอกว่า น่าจะการันตีบัญชีรายชื่อในลำดับที่ได้เป็น ส.ส.แน่ แต่ตัวเขาก็ไม่ได้เจอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงยังเปิดดีลกันต่อไป

กรณีพรรคเพื่อไทย วิฑูรย์ได้ไปเจอกับเกรียง กัลป์ตินันท์ แม่ทัพใหญ่ภาคอีสานที่บ้านพักด้วยตัวเอง เกรียงยินดีต้อนรับตระกูลนามบุตร และรับข้อเสนอเรื่องบัญชีปาร์ตี้ลิสต์อันดับที่ได้เป็น ส.ส.แน่นอน (คาดว่า เพื่อไทยจะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ประมาณ 40 คน)

วันนั้น เกรียงยังต่อสายหาโทนี่ วู้ดซั่ม ที่อยู่นครดูไบให้พูดคุยกับวิฑูรย์โดยตรง ซึ่งโทนี่ก็รับปากจะดูแลเรื่องข้อเสนอให้ แต่เพื่อความมั่นใจ วิฑูรย์บอกต้นปี 2565 จะไปเที่ยวงานงานเอ็กซ์โป 2020 ที่ดูไบ ก็จะขอพบโทนี่เพื่อเจรจาเรื่องนี้ให้จบ

วิฑูรย์ นามบุตร ให้สัมภาษณ์ทีมงานอุบลคอนเนก วิฑูรย์ นามบุตร ให้สัมภาษณ์ทีมงานอุบลคอนเนกโดยส่วนตัว วิฑูรย์เป็นเพื่อนรักกับกานต์ กัลป์ตินันท์ นายก อบจ.อุบลฯ น้องชายของเกรียง กัลป์ตินันท์ โดยการเลือกตั้งนายก อบจ.ปีที่แล้ว วิฑูรย์ก็ช่วยเสี่ยกานต์ และให้หลานชาย อภิรักษ์ นามบุตร ไปเป็นรองนายก อบจ.อุบลฯ

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ วิฑูรย์เองก็ไม่ได้ปิดทาง แม้จะลาออกจากพรรคไปแล้ว แต่ก็กลับได้ หากได้มีการเจรจากันใหม่ในเงื่อนไขที่เขาเสนอไว้ข้างต้น

‘ที่มั่นเขื่องใน’

เหตุที่ “วิฑูรย์ นามบุตร” กล้าต่อรองกับพรรคใหญ่ๆ ก็เนื่องจากมีฐานคะแนนเสียงอยู่ในมือ 3 หมื่นแต้มจาก อ.เขื่องใน นี่แหละเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้วิฑูรย์ เป็น ส.ส.อุบลฯ 6 สมัย ไม่เคยสอบตก ก่อนจะส่งต่อให้หลานชายลงสมัคร ส.ส.เขตแทนเขา

วิฑูรย์ เกิดในตระกูลนามบุตร ที่มีวงศาคณญาติทั่ว อ.เขื่องใน หลังเรียนจบนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ก็ยึดอาชีพทนายความที่บ้านเกิด ช่วยเหลือชาวบ้านต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม กลายเป็นทนายหนุ่มนักสู้ ขวัญใจไทบ้าน

ปี 2528 วิฑูรย์ได้รับเลือกเป็น สจ.อุบลฯ และเป็น สจ.ติดต่อกันมา 2 สมัย ก่อนจะเข้าสู่สังเวียนเลือกตั้ง ส.ส.ในสีเสื้อ ปชป. ด้วยฐานเสียง อ.เขื่องใจ ลงสนามหนแรกก็ได้เป็น ส.ส.ทันที

เลือกตั้งปี 2548 พายุทักษิณแลนด์สไลด์กวาดเก้าอี้ ส.ส.ทั่วภาคอีสาน แต่วิฑูรย์ นามบุตร ยังยืนหยัดอยู่ได้ ไม่แพ้กระแสทักษิณ เพราะฐานเสียงอันมั่นคง อ.เขื่องใน

วิฑูรย์จึงกล้าการันตีว่า หากพรรคใดเลือกตระกูลนามบุตร ไปสู้ศึกเลือกตั้ง ก็จะได้ ส.ส.เขต 1 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน

ถึงตอนนี้ 3 พรรคคือ เพื่อไทย,พลังประชารัฐ และประชาธิปัตย์ ก็ยังไม่ปิดดีลกับตระกูลนามบุตร อาจจะต้องรอวิฑูรย์บินข้ามฟ้าไปพบโทนี่ ที่ดูไบเสียก่อน จึงได้คำตอบสุดท้าย

ผลจาก “ศาลรัฐธรรมนูญ” บิ๊กคลีนนิ่งปีหน้า ส.ส.ในสภา อาจหายไปอีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498190

23 ธ.ค. 2564

|15:23 น.

ส.ส.เกือบสิบราย มีคิวขึ้นเขียงปีหน้า ผลจากคำสั่ง “ศาลรัฐธรรมนูญ” วานนี้ ส่งผลบิ๊กคลีนนิ่ง2565 อาจหายจากสภาไปอีก

คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ทำให้ สิระ เจนจาคะ ถูกตัดสิทธิ์อาจติดคุกและถูกริบเงินที่เคยได้รับจากสภาผู้แทนราษฎรคืนเท่านั้น  แต่ในทางการเมืองยังมีผลสะเทือนไปถึงหัวหน้าพรรคและพรรคการเมืองต้นสังกัดด้วย  พลิกไปดูพ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 กำหนดให้หัวหน้าพรรคการเมืองเป็นผู้ที่ออกหนังสือรับรองผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นเท็จ ให้มีโทษทางอาญาและอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นระยเวลา5 ปี ตามมาตรา 104 เพราะไม่ ควบคุมและกํากับดูแลมิให้สมาชิกหรือผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองกระทําการในลักษณะที่อาจทําให้การเลือกตั้งหรือการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ตามมาตรา 22 วรรคสี่ ด้วย   กรณีสิระ หัวหน้าพรรคที่ได้รับผลกระทบคืออุตตม สาวนายน ผู้กลับมาเคลื่อนไหวเพื่ออนาคตประเทศไทยในนามสี่กุมาร กำลังได้รับการพิสูจน์ว่าจะมีอนาคตหรือไม่

ผลจาก "ศาลรัฐธรรมนูญ" บิ๊กคลีนนิ่งปีหน้า ส.ส.ในสภา อาจหายไปอีก

2564 เป็นปีที่ศาลรัฐธรรมนูญ ออกโรงไล่บี้ เอาสส.ที่ขาดคุณสมบัติออกจากสภา ในปีหน้าถึงคราวของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติแสดงบ้าง  โดยมีเรื่องที่ค้างอยู่ในการพิจารณาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองส.ส.เกือบ10 รายมีคิวขึ้นเขียง  ประเดิมต้นปี ด้วย ฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง,ภูมิศิษฏ์ คงมี ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย และนางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเดียวกันถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นผู้ร้อง ในข้อกล่าวหาฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเสียบบัตรแทนกันในการโหวตลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563นัดตรวจพยานหลักฐานคดีนี้ วันที่ 10 มี.ค. 2565

ผลจาก "ศาลรัฐธรรมนูญ" บิ๊กคลีนนิ่งปีหน้า ส.ส.ในสภา อาจหายไปอีก

ถัดมาวันที่ 7 เม.ย.65 เวลา  ถึงคิวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรีพรรคพลังประชารัฐ ศาลนัดฟังคำพิพากษาเป็นสำนวนแรกของ ส.ส. ในการกระทำผิดฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หากมีความผิดจะถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกิน10 ปีจากกรณีบุกรุก สปก.

ส่วนนายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีตประธานวิปรัฐบาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กับพวก รวม 87 คน ถูกอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542กรณีทุจริตสนามฟุตซอลโรงเรียนในจังหวัดนครราชสีมา โดยศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 64 ทำให้นายวิรัช , นางทัศนียา รัตนเศรษฐ และนางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ซึ่งมีตำแหน่งเป็น ส.ส. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่  นัดไต่สวนพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 14 มิ.ย. เวลา 09.30 น. ทั้งหมดนี้เป็นกำหนดการบิ๊กคลีนนิ่งสภาปี2565 ที่จะถึงนี้

ศึกหลักสี่ “สิระ เจนจาคะ” อุ้มมาดามหลี ชนลูกเจ้าพ่อวังน้ำเย็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498163

23 ธ.ค. 2564 |14:09 น.

ศึกหลักสี่ "สิระ เจนจาคะ" อุ้มมาดามหลี ชนลูกเจ้าพ่อวังน้ำเย็น

ตรวจแนวรบหลักสี่ มาดามหลีภรรยา “สิระ เจนจาคะ” เหนื่อยแน่ สุรชาติ เทียนทอง ทายาทป๋าเหนาะเตรียมทำศึกล้างตา หยั่งกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ แถมได้คู่หูการุณ โหสกุล มาช่วยอีกแรง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สะเทือนพลังประชารัฐ “สิระ เจนจาคะ” พ้น ส.ส.กระทันหัน สนามเลือกตั้งซ่อม เขตหลักสี่จะกลายเป็นสนามทดสอบกระแสความนิยมของลุงตู่และพรรคลุงป้อม

ประเมินว่า “สิระ เจนจาคะ” คงส่งตัวแทน สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ รักษาพื้นที่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มีการเปิดตัวจะไปลงเขตดอนเมืองชนการุณ โหสกุล

ศึกหลักสี่หนนี้ “สิระ เจนจาคะ” คงเหนื่อย เพราะคู่แข่งสุรชาติ เทียนทอง ผนึกคู่หูข้ามเขต การุณ โหสกุล เอาคืนแน่

อันเนื่องมาจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ สิระ เจนจาคะ สิ้นสมาชิกสภาพ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 9 และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่แทนตำแหน่งที่ว่างลง ทำให้สมรภูมิเลือกตั้งกรุงเทพฯ มาเร็วกว่าที่คิด

พรรคเพื่อไทยชิงเปิดตัวก่อนเพื่อน เมื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ประกาศส่ง สุรชาติ เทียนทอง อดีตส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เจ้าของพื้นที่เดิมลงสนาม

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ก็น่าจะส่ง มาดามหลี สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ภรรยาของสิระ เจนจาคะ เป็นตัวแทนพรรคลงสู้รักษาพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้ สิระเพิ่งแถลงข่าวจะส่งภรรยาลงสมัคร ส.ส.เขตดอนเมือง ในการเลือกตั้งสมัยหน้า


‘ศึกศักดิ์ศรี’

กระแสความสงบจบที่ลุงตู่ช่วยให้ “สิระ เจนจาคะ” พลิกเอาชนะแชมป์เก่า สุรชาติ เทียนทอง ชนิดต้องลุ้นนับคะแนนจนกระดานสุดท้าย

ย้อนไปดูผลเลือกตั้ง 2562 เขต 9 หลักสี่ และเขตจตุจักร เฉพาะแขวงลาดยาว เสนานิคม จันทรเกษม สิระ เจนจาคะ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 34,907 คะแนน เฉือนชนะสุรชาติ เทียนทอง ที่ได้ 32,115 คะแนน

ที่ตามมาลำดับ 3 กฤษณุชา สรรเสริญ พรรคอนาคตใหม่ 25,735 คะแนน และลำดับที่ 4 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ 16,255 คะแนน

เมื่อเลือกตั้งปี 2554 สิระ เจนจาคะ ลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกที่เขตหลักสี่ ในนามพรรครักษ์สันติ ได้มาแค่ 2,437 คะแนน แต่เลือกตั้งหนที่แล้ว สิระสวมเสื้อพลังประชารัฐ อาศัยกระแสลุงตู่ปาดหน้าค่ายเพื่อไทยเข้าป้าย

ดังที่ทราบกัน บทบาทของสิระในสภาฯ ก็มีสีสันและโลดโผนพอประมาณ ส่วนในพื้นที่เขตหลักสี่ก็ทำงานต่อเนื่อง พร้อมกับวางแผนส่งภรรยา สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ลงสมัคร ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง สมัยหน้า

มาดามหลี สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ได้ทำงานมวลชนในพื้นที่หลักสี่ และข้ามไปทางฝั่งดอนเมืองมานานแล้ว ในฐานะประธาน กตตร.สน.ทุ่งสองห้อง และประธานศูนย์ประสานงานมาดามหลี เพื่อเด็กและสตรี เธอจึงมีความพร้อมที่จะลุยสนามเลือกตั้ง

มิทันเลือกตั้งทั่วไปจะมาถึง มาดามหลีก็ต้องลงสนามเลือกตั้งซ่อม แทนสามี สิระ เจนจาคะ ที่เจออุบัติเหตุทางการเมือง

‘เพื่อนเก่ง ดอนเมือง’

ในสมรภูมิหลักสี่ “สิระ เจนจาคะ” สู้กับ สุรชาติ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย มา 2 รอบแล้ว ซึ่งรอบที่ 3การเลือกตั้งซ่อมที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า ต้องแข่งกับสุรชาติอีกครั้ง


สุรชาติ เทียนทอง ทายาทของเสนาะ เทียนทอง ที่กระโจนสู่สนามเลือกตั้งครั้งแรก เนื่องจากเสนาะ แยกวงออกมาจากทักษิณ และตั้งพรรคประชาราช เมื่อปี 2550

ตอนนั้น การเลือกตั้งแบบพวงใหญ่ สุรชาติสมัคร ส.ส.กทม. โดยเลือกเขต 4 (บางซื่อ,หลักสี่,จตุจักร และพญาไท) แต่พ่ายแพ้ เพราะชื่อพรรคประชาราช ไม่ขายสำหรับคนเมืองหลวง


เลือกตั้งปี 2554 เสนาะ เทียนทอง หอบลูกหอบหลานกลับพรรคเพื่อไทย สุรชาติ จึงสวมเสื้อเพื่อไทย ลงสนามเขตหลักสี่ สามารถเอาชนะสกลธี ภัททิยกุล พรรคประชาธิปัตย์ และศุภมาศ อิศรภักดี พรรคภูมิใจไทย ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

พ.ศ.โน้น สิระสวมเสื้อพรรครักษ์สันติ ยังโนเนม จึงพ่ายไปแบบไม่ได้ลุ้น หลังจากนั้น สิระได้เข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส. จึงมีชื่อเสียงมากขึ้น และได้รับเลือกตั้งครั้งที่แล้ว

สำหรับทายาทป๋าเหนาะ ตั้งแต่เป็น ส.ส.สมัยที่แล้ว สุรชาติ เทียนทอง จับคู่การุณ โหสกุล ทำงานการเมืองช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด แม้แต่ช่วงหลัง ไม่ได้เป็น ส.ส. สุรชาติก็ยังเกาะติดพื้นที่หลักสี่ ไม่ได้หายหน้าไปไหน

ในวันที่ลุงตู่ขาลง กระแสโทนี่และเพื่อไทยกำลังกลับมา สุรชาติ เทียนทอง ย่อมได้รับการจับตามองว่าเป็นเต็งหนึ่ง และมีแต้มต่อภรรยาของสิระ เจนจาคะ

อาฟเตอร์ช็อก “สิระ” เจอดาบสอง ลุ้นกกต.ฟ้องศาลฎีกาฯต้องควัก 5 ล้านบาทคืนสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498036

23 ธ.ค. 2564 |01:19 น.

“สิระ” อ่วม เจอดาบสอง ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ “สิระ” ไม่ได้เป็น ส.ส. มาตั้งแต่วันเลือกตั้งต้องคืนผลประโยชน์ที่เคยได้รับทั้งหมด กกต.เตรียมชงเรื่องฟ้องศาลฏีกาฯ เปิดบทลงโทษตาม รธน. ตัดสิทธิ- ติดคุก- เรียกเงินคืน

อาฟเตอร์ช็อก "สิระ" เจอดาบสอง ลุ้นกกต.ฟ้องศาลฎีกาฯต้องควัก 5 ล้านบาทคืนสภา

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม.พรรคพลังประชารัฐ พ้นสภาพ ส.ส. ตั้งแต่วันเลือกตั้ง 24 มี.ค. 62 เพราะขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น ขั้นตอนต่อไป กกต.ต้องฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อเรียกคืนเงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาระหว่างดำรงตำแหน่ง คำนวณคร่าวๆราว 5  ล้านบาท นอกเหนือจากโทษจำคุก1-10 ปี ปรับ20,000-200,000บาทและตัดสิทธิ์การเมือง 20 ปี 

อาฟเตอร์ช็อก "สิระ" เจอดาบสอง ลุ้นกกต.ฟ้องศาลฎีกาฯต้องควัก 5 ล้านบาทคืนสภา

หากย้อนวีรกรรม สิระ เจนจาคะ หลังได้รับเลือกตั้งปี 2562 ช่วงที่พรรคพลังประชารัฐจะเปลี่ยนโครงสร้างเอาตัวจริงลงสนามแทน สี่กุมาร เปิดฉากด้วยการออกมาไล่สนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์ ออกจากตำแหน่งเลขาฯเพราะไม่พอใจ การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ในพรรคอีกหนึ่งเดือนถัดมา เขาไปวางอำนาจบาตรใหญ่ใส่ตำรวจสถานีภูธรกะรน ขณะไปตรวจการสร้างคอนมิเนียมแห่งหนึ่ง โวยวายว่าไม่ออกมาต้อนรับดูแล และในเดือนพฤศจิกา ก็อาสาเข้าไปเป็นกรรมาธิการ ปปช.แทนไพบูลย์ นิติตะวัน เพื่อสกัดกั้นการทำหน้าที่ ของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส มีผลงานการตรวจสอบบ้านพักรุกริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งต่อมาศาลพิพากษายกฟ้องคดีหมิ่นประมาท

เดือนมีนาคมปีถัดมา ก็ไปมีเรื่องกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า จากข่าวคนใกล้ชิดพัวพันการกักตุนหน้ากากอนามัย ช่วงโควิดระบาดหนักและมีข้อความตอบโต้กับ ไผ่ ลิกส์ คนสนิทของผู้กองธรรมนัส กรณีจี้ให้ลาออกจากส.ส.  นอกจากนี้ยังมีกรณีฟ้องหมิ่นประมาท กับ รศ.ดร.วีระชัย พุทธิวงศ์  หรืออาจารย์อ๊อดคนดังแห่ง ม.เกษตรศาสตร์ที่กล่าวหาว่าเขาแจกหน้ากากอนามัยที่มีสารก่อมะเร็ง และหันกลับมาขับไล่ สนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์ พ้นตำแหน่งเลขาธิการพรรคอีกครั้ง ในเดือนพฤษภา 


พฤติกรรมที่ชวนทะเลาะไปทั่วเรื่อยมา ทำให้เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 มีส.ส.หนึ่งในสิบเข้าชื่อเสนอถอดถอนสิระออกจากส.ส.เพื่อไทยสายสีแดงสองคน ถอนรายชื่อทำให้ต้องมีการเข้าชื่อใหม่  เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2564 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยื่นคำร้องใหม่ ต่อ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง โดยมีส.ส.ลงชื่อทั้งหมด 145 คน มากกว่าเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญมาตรา82 วรรค 1กำหนดไว้ 

22 มกราคม2564  ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวว่าได้ลงนามในหนังสือเรื่อง การเข้าชื่อเสนอคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพสภาผู้แทนราษฎรของ สิระ เจนจาคะ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ สิ้นสุดลงหรือไม่แล้ว กระทั่งมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นตำแหน่ง ตามวรรคสองของมาตราเดียวกันเมื่อเวลา15.00 น.ที่ผ่านมา  ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งเขตหลักสี่ใหม่ โดยการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา สิระ ชนะ สุรชาติ เทียนทอง จากพรรคเพื่อไทย เพียงพันกว่าคะแนนเท่านั้น
ขั้นตอนจากนี้ไป 
 

ลูกสาวสามมิตร “สุชาดา แทนทรัพย์” สวมเสื้อ ภท. รอพ่อค่าย พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498053

22 ธ.ค. 2564 |18:33 น.

ลูกสาวสามมิตร "สุชาดา แทนทรัพย์" สวมเสื้อ ภท. รอพ่อค่าย พปชร.

การเมืองลับลวงพราง ดาวรุ่งภูมิใจไทย “สุชาดา แทนทรัพย์” ลูกสาวสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ ซุ้มสามมิตร สะท้อนภาพขัดแย้งใน พปชร. ลูกสาวนำร่อง รอพ่อตามไปทีหลัง คอลัมน์ท่องยุทธ โดยขุนน้ำหมึก

การเมืองฉบับลับลวงพราง “สุชาดา แทนทรัพย์” ลูกสาวสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ ซุ้มสามมิตร ปูทางสู่ถนนเลือกตั้งในนามภูมิใจไทย

บ้านใหญ่ชายขอบชัยภูมิ “สุชาดา แทนทรัพย์” กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง ขณะที่บิดากำลังเผชิญปัญหาความขัดแย้งใน พปชร. ซุ้มสามมิตรจะไปทางไหน

กรณี “สุชาดา แทนทรัพย์” กับสัมฤทธิ์ ไม่ต่างจากพิทักษ์ชน ช่างเหลากับเอกราช พ่อลูกอยู่คนละพรรค แต่ลับๆไม่มีใครรู้สถานะแท้จริง

ควันหลงจากการประชุมใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยที่นครราชสีมา เมื่อทายาท ส.ส.พลังประชารัฐ 2 คน ปรากฏตัวอยู่อยู่ในที่ประชุมภูมิใจไทยคือ พิทักษ์ชน ช่างเหลา ลูกชายของเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และสุชาดา แทนทรัพย์ ลูกสาวของสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ

ที่ตลกร้าย สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ กับเอกราช ช่างเหลา เคยมีวิวาทะกันต่อหน้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐ ถึงขั้นเอกราชฟ้องว่า สัมฤทธิ์ส่งลูกสาวไปสังกัดภูมิใจไทย แต่มาวันนี้ ลูกชายเอกราชก็ไปอยู่ค่ายเนวินเหมือนกัน

กรณีของ สุชาดา แทนทรัพย์ สวมเสื้อสีน้ำเงิน ทำให้เกิดข่าวลือในแวดวงคนการเมืองชัยภูมิว่า สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ เตรียมตัวจะย้ายไปภูมิใจไทยสมัยหน้า พร้อมกับ ส.ส.ชัยภูมิอีกคนหนึ่ง

‘สาวชัยภูมิ’

จริงๆแล้ว “สุชาดา แทนทรัพย์” หรือไอเดียร์ ก้าวเข้าสู่ถนนการเมืองครั้งแรก สังกัดกลุ่ม New Dem พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตอนนั้น เธอเป็นข่าวโด่งดังในสื่อออนไลน์ เนื่องจาก สุชาดา เคยเป็นเด็กในค่ายเอ-ศุภชัย ที่เคยผ่านงานละครเรื่องอรุณสวัสดิ์ ช่อง MONO 29 และละครเรื่องเพลิงดาว ทางช่อง PPTV

สุดาชาสำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคอินเตอร์ ซึ่งคนในโลกโซเชียลไม่ค่อยทราบว่า เธอเป็นลูกสาวนักการเมืองท้องถิ่น

ช่วงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 สุชาดา เดินหาเสียงช่วยพรรค ปชป. ร่วมกับสมาชิกกลุ่ม New Dem ส่วนบิดา สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเทพสถิต สวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ หาเสียงอยู่แถวเขต 3 ชัยภูมิ

จบเลือกตั้ง กลุ่ม New Dem ถอนตัวจาก ปชป. เธอก็ออกตามมาด้วย กระทั่ง สัมฤทธิ์ พาลูกสาวไปฝากทำงานกับสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีอุตสาหกรรม ดำรงตำแหน่งโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม

สุชาดาทำงานเป็นโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรมประมาณปีเศษ ก็ตัดสินใจลาออก โดยอ้างว่าอยากไปทำงานการเมืองในพื้นที่ กระทั่งเดือน ต.ค.2564 สุชาดาได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ พรรคภูมิใจไทย

‘อนาคตซุ้มสามมิตร’

เลือกตั้งสมัยหน้า สนามชัยภูมิจะมี ส.ส.เพิ่ม 1 คน “สุชาดา แทนทรัพย์” จึงถูกจับตามองว่า เธอน่าจะได้ลง ส.ส.เขต แถวชายขอบชัยภูมิ ส่วนบิดา สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ จะยังอยู่พลังประชารัฐหรือไม่ ก็ต้องรอดูสัญญาณจากซุ้มสามมิตร

สุชาดา แทนทรัพย์ ลูกสาวสัมฤทธิ์ ส.ส.ชัยภูมิสุชาดา แทนทรัพย์ ลูกสาวสัมฤทธิ์ ส.ส.ชัยภูมิ

ปี 2561 สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำสามมิตร เดินทางมาพบกับ วุฒิชัย สงวนวงศ์ชัย อดีต ส.ส.ชัยภูมิ และอดีต รมช.อุตสาหกรรม เพื่อชักชวนไปทำงานการเมืองร่วมกัน แต่วุฒิชัยไม่ลงเล่นเอง โดยสนับสนุนสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ และเชิงชาย ชาลีรินทร์ ให้ลงสมัคร ส.ส.ในนามพลังประชารัฐ

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ชัยภูมิ พลังประชารัฐ ได้ ส.ส. 2 คน คือ เชิงชาย ชาลีรินทร์ อดีต ส.อบจ.ชัยภูมิ เขต อ.จัตุรัส และสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเทพสถิต และอดีตนายก อบต.ห้วยยายจิ๋ว อ.เทพสถิต

สุริยะได้ปั้นสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ให้เป็นแกนหลักของสามมิตรชัยภูมิ และเคยได้รับตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

ชั่วโมงนี้ ซุ้มสามมิตรมีปัญหาขัดแย้งกับกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จนยากที่จะอยู่พรรคเดียวกันได้ จึงมีข่าวลืออยู่เป็นระยะๆว่า สัมฤทธิ์กับเชิงชาย เตรียมจะย้ายไปสังกัดภูมิใจไทย

การปรากฏตัวของ สุชาดา แทนทรัพย์ ในที่ประชุมใหญ่พรรคภูมิใจไทย เหมือนบอกทิศทางการเมืองในอนาคตของ 2 ส.ส.พลังประชารัฐ ซุ้มสามมิตร