ขยี้ ป.นอกไส้ “ประวิตร” บ้านใหญ่มาเต็ม ป.ป๊อด เสริมงานลับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539371

ขุนน้ำหมึก

22 ธ.ค. 2565

ขยี้ ป.นอกไส้ “ประวิตร” บ้านใหญ่มาเต็ม ป.ป๊อด เสริมงานลับ

“ประวิตร” โชว์ขุมกำลังขยี้พรรค ป.น้องนอกไส้ จนมีอาการละล้าละลัง เทียบฟอร์มพรรค ป.พี่ใหญ่ เหนือกว่าเห็นๆ แถมได้น้องในไส้ ป.ป๊อด เสริมทีมเจรจาหลังม่าน

มาฟอร์มใหญ่ “ประวิตร” จัดทัพ “พปชร.” ยุคใหม่ โชว์ขุมกำลังข่ม รทสช. ฝ่าย ป.น้องเล็ก ยังมีอาการละล้าละลัง กลัวแพ้ ป.พี่ใหญ่

แม่ทัพบ้านใหญ่พร้อมรบ “ประวิตร” ฝันนั่งเก้านายกฯ คนที่ 30 เมื่อได้ ป.ป๊อด น้องในไส้ มาเติมเต็มความฝัน หลังตัดใจแยกทางน้องนอกไส้

สวนกระแสลูกพรรคเกินหนึ่งโหล ไหลไปพรรคภูมิใจไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มอบให้ วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค จัดทัพจัดแถวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ พร้อมอ้าแขนรับ ส.ส.ต่างพรรคที่ย้ายมาพึ่งใบบุญลุงป้อม

พล.อ.ประวิตร ยังเตรียมเปิดประชุมใหญ่ ในวันที่ 14 ม.ค.2566 เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)ชุดใหม่ เหมือนพรรคเพื่อไทยคือ ไม่เอา ส.ส.เขต เป็น กก.บห. เพื่อเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองในสนามเลือกตั้ง แล้วมาพัวพันถึงพรรค นอกจากนี้ พรรค พปชร. เตรียมจัดงานระดมทุนในวันที่ 25 ม.ค.2566 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

วิรัช บอกว่า ต้นปีหน้า พรรค พปชร.จะเปิดตัวให้ครบ 400 เขต และมั่นใจว่า “พวกเราทุกคนจะใช้ใจบันดาลแรง ให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ คนที่ 30 ให้ได้”

เมื่อ พปชร.ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะเห็นบทบาทแม่ทัพหลังม่านของ ป.ป๊อด-พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และน้องชายสุดรักของ พล.อ.ประวิตร มากขึ้น

ว่ากันว่า พล.อ.ประวิตร อาจมอบให้ ป.ป๊อด น้องรักรับผิดชอบสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ เคียงคู่ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

‘ทีมธรรมนัสคืนรัง’

“ประวิตร” ไม่แคร์ ส.ส.กทม. และ ส.ส.ภาคกลาง ได้ย้ายไปซบค่ายเสี่ยหนู เพราะจะมี 11 ส.ส.จากพรรคธรรมนัส ทยอยคืนรังบ้านป่ารอยต่อฯ

ล่าสุด วันที่ 21 ธ.ค.2565 สันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อีกล็อตใหญ่ จำนวน 55 คน

ในกลุ่มผู้สมัคร ส.ส.เหล่านี้ มี จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคเศรษฐกิจไทย พร้อมกับ ปกรณ์ จีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นตัวแทนของปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน พรรคเศรษฐกิจไทย รวมอยู่ด้วย

ส่วน บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ลาออกจาก ส.ส. กลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.อีกครั้ง

เมื่อพลิกดูรายชื่อว่าผู้ที่ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง และเชียงใหม่ ล้วนแต่เป็นคนที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยวางตัวให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย มาก่อน

คาดหมายว่า ก่อนยุบสภาฯ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ที่เหลืออยู่ ก็จะทยอยมาเปิดตัวในสีเสื้อพรรค พปชร.

 ลุงป้อม มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลุงป้อม มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

‘ซุ้มบ้านใหญ่พร้อมรบ’

สิ่งที่ “ประวิตร” มั่นใจว่า จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 เพราะขุมกำลัง ส.ส.บ้านใหญ่ยังอยู่ครบ และโอกาสที่จะได้ ส.ส.มากถึง 100 ที่นั่ง ก็มีความเป็นไปได้

ซุ้มบ้านรัตนเศรษฐ ของ วิรัช รัตนเศรษฐ ก็น่าจะได้ ส.ส.โคราช ประมาณ 7- 8 ที่นั่ง เพราะสนามนี้ใหญ่ มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง

ซุ้มเพชรบูรณ์บ้านเรา สันติ พร้อมพัฒน์ และอัครเดช ทองใจสด นายก อบจ.เพชรบูรณ์ 5 สมัย คงกวาดยกจังหวัด 6 ที่นั่ง 

ซุ้มสามมิตร” นำโดย สมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มีกำลัง ส.ส.เขตเหลืออยู่ไม่ถึง 8 คน แต่ก็เป็น ส.ส.เกรดเอ

ซุ้มกำแพงเพชร โดย วราเทพ รัตนากร มี ส.ส. 4 คน และซุ้มปากน้ำโพ มี 3 วีรกร คำประกอบ, ภิญโญ นิโรจน์ และนิโรจน์ สุนทรเลขา ก็น่าจะรักษาเก้าอี้ไว้ได้

ซุ้มปากน้ำ มี ส.ส. 6 คน สมัยหน้าต้องลุ้นเหนื่อย เพราะกระแสอุ๊งอิ๊งมาแรง โอกาสที่บ้านใหญ่อัศวเหม จะพ่ายกระแสพรรคเพื่อไทย เหมือนปี 2554 ก็มีความเป็นไปได้

ส่วนซุ้มเล็กซุ้มน้อย อย่างสระแก้ว ,สิงห์บุรี และนนทบุรี พรรคลุงป้อมก็น่าจะเบียดเอาชนะเพื่อไทยได้ 

เหนืออื่นใด การกลับมาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะทำให้ พปชร.มี ส.ส.ในภาคเหนือเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโซนภาคเหนือตอนล่าง 4-5 จังหวัด

ขณะที่พรรค รทสช.ยังไม่เป็นโล้เป็นพาย แถมมีความขัดแย้งกันเองระหว่างซุ้ม กปปส. กับซุ้มเสี่ยเฮ้ง ด้านพรรค พปชร. กลับรุดหน้าไปไกล และมีความหวังที่จะเป็นพรรคต้นขั้วจัดตั้งรัฐบาล
    

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก 

ผ่า งบกองทัพ กับคำถาม ทำไม “เรือหลวงสุโขทัย” จม เสื้อชูชีพ ไม่พอ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/539395

22 ธ.ค. 2565

ผ่า งบกองทัพ กับคำถาม ทำไม "เรือหลวงสุโขทัย" จม เสื้อชูชีพ ไม่พอ?

ถอดบทเรียน “เรือหลวงสุโขทัย” เสื้อชูชีพ ไม่พอ? นำมาสู่การตั้งคำถาม งบกองทัพ ปีละกว่า 40,000 ล้าน ทำไมจึงจัดซื้อ เรือดำน้ำ จากจีนได้

“อาหารไม่พอ มันก็ยังอดได้เนอะท่านเนอะ แต่ความปลอดภัยกลางทะเล ชูชีพไม่พอ จะให้ผู้ปกครองมีความหวังสักเท่าไร” เสียงสะท้อนจากแม่ ที่รอคอยความหวังว่า ลูกชายที่สูญหายอยู่กลางทะเล จากโศกนาฎกรรม “เรือหลวงสุโขทัย” อับปาง กลางทะเลอ่าวไทย จะกลับขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย ภายหลังฟังการแถลงจาก ผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอกเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ที่ยอมรับว่า เสื้อชูชีพมีไม่พอ แต่อย่ามองว่า คนไม่มีชูชีพจะสูญเสียชีวิตทั้งหมด

ประเด็นคำถามเรื่องเสื้อชูชีพ กับคำแถลงของ ผู้บัญชาการทหารเรือ ถูกพูดถึงบนโลกโซเชียลทันที จน #กองทัพเรือ และ #ที่เกี่ยวข้องกับ เรือหลวงสุโขทัย ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ติดต่อกัน

ทหารเรือรายหนึ่ง สะท้อนว่า อันที่จริงแล้ว แพชูชีพภายในเรือหลวงสุโขทัย “ไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ทั้งหมด” และมีข้อมูลว่า สภาพเสื้อชูชีพบนเรืออื่น ๆ ของกองทัพเรือจำนวนไม่น้อย อยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน รวมทั้งทหารเกณฑ์บางส่วน ว่ายน้ำไม่เป็น

เสื้อชูชีพแม้จะไม่ทำให้รอดชีวิตแต่มีแล้วปลอดภัยสูงกว่า

รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระบุว่า ถ้ามีชูชีพ จะลอยตัว และมีโอกาสรอดชีวิตได้สูงเกิน 54 ชั่วโมง แต่ถ้าไม่มีชูชีพ จะลอยตัวได้ประมาณ 2 ชั่วโมง และ 17 ชั่วโมง ในกรณีร่างกายฟิตมาก ๆ หากเสียพลังงานในการพยุงตัว อาจอยู่ได้แค่ 2 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น การมีเสื้อชูชีพ ความปลอดภัยสูงกว่า ไม่มีเสื้อชูชีพมาก

เหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปางเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปาง

ทำไมเสื้อชูชีพไม่พอ

ผู้บัญชาการกองทัพเรือ ชี้แจงว่า เรือรบปกติจะมีเสื้อชูชีพอยู่เป็นของประจำกำลังพล กับเสื้อชูชีพสำรอง เพื่อที่จะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย และโยนเสื้อชูชีพให้กับผู้ประสบภัย นอกจากนี้ เรือรบยังมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่น ๆ อาทิ แพชูชีพ ห่วงยาง หรือลูกยางกันกระแทกที่ติดอยู่กับเรือเล็กของเรือ

เรือหลวงสุโขทัยทราบปัญหานี้ดี เพราะว่ามีเสื้อชูชีพไม่เพียงพอกับกำลังพลที่มาเพิ่มเติมจำนวน 30 คน ก็ได้พยายามที่จะนำอุปกรณ์ และสิ่งที่สามารถช่วยชีวิตได้ มาให้กำลังพลที่ไม่มีเสื้อชูชีพ

ผ่างบประมาณกองทัพเรือ 

งบประมาณปี 2565 ของกองทัพเรือ ตามเอกสารรายงานการวิเคราะห์งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของรัฐสภา ชี้ว่า กองทัพเรือได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น 41,307 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20.32% ของกระทรวงกลาโหม 

เอกสารบันทึกข้อความรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จนถึงสิ้นไตรมาสที่ 2 (31 มี.ค. 2565) ลงนามโดย พล.ร.ท.ณพ พรรณเชษฐ์ ปลัดบัญชีทหารเรือ (ปช.ทร.) ทำการแทน ผบ.ทร. พบว่า งบประมาณหลังโอนเปลี่ยนแปลงแล้ว รวมทั้งสิ้น 32,443 ล้านบาท โดยรวมการใช้จ่ายงบประมาณไปแล้ว 20,904 ล้านบาท หรือ 64.43% ของงบประมาณ โดยแบ่งรายจ่ายเป็นแผนงานต่าง ๆ คือ บุคลากรภาครัฐ แผนงานพื้นฐาน แผนงานยุทธศาสตร์ และแผนงานบูรณาการ

ส่วนในปีงบประมาณปี 2566 กองทัพเรือ ได้รับงบประมาณจำนวน 40,322 ล้านบาท แต่ที่น่าจับตา และเป็นที่เรียกร้องของสาธารณชนอยู่เสมอคืองบซื้ออาวุธ ซึ่งในปี 2566 แต่ละเหล่าทัพจะมีงบเสริมสร้างยุทโธปกรณ์ ดังนี้

  • กองทัพบก 5.1 พันล้านบาท
  • กองทัพเรือ 3.5 พันล้านบาท
  • กองทัพอากาศ 3.3 พันล้านบาท

เรือหลวงสุโขทัยเรือหลวงสุโขทัย

เรือดำน้ำจำเป็นหรือไม่

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ติดตามการใช้งบประมาณของกองทัพ ในฐานะกรรมาธิการทหาร เคยระบุว่า หลายปีที่ผ่านมา ในการจัดทำงบประมาณ กองทัพเรือจัดสรรงบจำนวนมาก เพื่อจัดซื้อเรือดำน้ำ , โครงการต่าง ๆ ที่สนับสนุนเรือดำน้ำ และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ จนต้องลดงบประมาณในส่วนอื่น ๆ ลง
 

นอกจากนี้ ในส่วนของงบประมาณซ่อมบำรุง และส่งกำลังบำรุง พบว่า การเบิกจ่ายล่าช้า ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ ทั้งปีงบประมาณ 2563-2564 แต่กลับมีการโอนเปลี่ยนแปลงงบ ไปซื้อยุทโธปกรณ์อื่นที่ไม่ได้ของบผ่านสภาฯ เช่น ยานเกราะสะเทินน้ำสะเทินบก, ยานเกราะ 4 ล้อ เป็นต้น


เรือหลวงสุโขทัยอับปางเรือหลวงสุโขทัยอับปาง

นอกจากประเด็นเรื่องเสื้อชูชีพแล้ว สังคมยังตั้งคำถามถึงพฤติการณ์การอับปางของเรือหลวงสุโขทัย ที่อาจเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบของกองทัพหรือไม่ ขนาดเพียงเสื้อชูชีพ ยังมีไม่พอ แล้วงบประมาณในการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ จะเพียงพออย่างไร โดยเฉพาะหากเรือดำน้ำ เข้าประจำการ สมดังหมาย

สุดท้าย บทเรียนครั้งนี้ เป็นเพราะกองทัพเรือ บกพร่อง ที่ดูแลรักษาเรือ และกำลังพลไม่ดีพอ หรือ งบไม่ถึงกันแน่

ปั้น ส.ส.เสาเข็ม “อนุทิน” โหน “พุทธิพงษ์” ลุย กทม.เสี่ยงดวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539313

ขุนน้ำหมึก

22 ธ.ค. 2565

ปั้น ส.ส.เสาเข็ม “อนุทิน” โหน “พุทธิพงษ์” ลุย กทม.เสี่ยงดวง

สนามนี้ไม่หมู “อนุทิน” หวังพึ่ง “พุทธิพงษ์” พาอดีต ส.ส.สายตู่-ป้อม เสี่ยงดวงกลางเมืองหลวง แอบฝันปั้น ส.ส.เสาเข็ม ตีฝ่าพายุแลนด์สไลด์ ทั้งเพื่อไทย-ก้าวไกล

ตอกเสาเข็ม “อนุทิน” หวังพึ่ง “พุทธิพงษ์” พา ส.ส.สายตู่-ป้อม ปักธงเมืองหลวง เสี่ยงดวงกลางสังเวียน เพราะพรรคไร้กระแส

สมรภูมิ กทม.ไม่หมู “อนุทิน” แอบฝัน “พุทธิพงษ์” จะลบคำปรามาส ฝ่ากระแสอุ๊งอิ๊ง ชิงที่นั่ง ส.ส.ได้บางเขต บางพื้นที่

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดูจะมั่นใจมากขึ้น สำหรับความหวังในการปักธงสีน้ำเงิน ในสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร หลังจากมี ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ทยอยลาออกมากรอกใบสมัครเข้าพรรคเพิ่มขึ้น

ผู้อยู่เบื้องหลังในการเจรจาดึงตัว ส.ส.เหล่านั้นคือ เสี่ยบี-พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดีอีเอส ว่าที่แม่ทัพเมืองหลวงของพรรคสีน้ำเงิน  

ล่าสุด วันที่ 21 ธ.ค.2565 กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา และ ภาดาท์ วรกานนท์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ได้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยก่อนหน้านั้น ก็มี 3 ส.ส.กทม. อย่าง จักรพันธ์ พรนิมิตร, กษิดิ์เดช ชุติมันต์ และพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ได้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคไปแล้ว

รวมแล้ว ส.ส.กทม.พรรคลุงป้อม ที่ย้ายมาพรรคเสี่ยหนู 5 คน ส่วนจากพรรคเพื่อไทย มี 1 คนคือ ส.ส.อ๊อด-ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ (เขตห้วยขวาง-ดินแดง)

จริง ๆ แล้ว พรรคภูมิใจไทย มี ส.ส.กทม.อยู่แล้ว 2 คนคือ ร.ต.ต.มณฑล โพธิ์คาย (เขตสวนหลวง) และโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี (เขตจอมทอง) ทั้งคู่เป็น ส.ส.สมัยแรก สังกัดพรรคอนาคตใหม่ ภายหลัง มีการยุบพรรคอนาคตใหม่ พวกเขาจึงเลือกมาอยู่พรรค ภท. ไม่ไปพรรคก้าวไกล

 ส.ส.กรณิศ หนึ่งความหวังในการปั้น ส.ส.เสาเข็ม ของเสี่ยหนูส.ส.กรณิศ หนึ่งความหวังในการปั้น ส.ส.เสาเข็ม ของเสี่ยหนู


‘พลังป้อมแตก’

ภูมิใจไทยของ “อนุทิน” มีภาพลักษณ์เป็นพรรคบ้านใหญ่ พรรคทุนท้องถิ่น ซึ่งความล้มเหลวในสนาม กทม. เมื่อการเลือกตั้งปี 2554 และปี 2562 ก็ให้คำตอบชัดว่า พรรคเสี่ยหนู ไม่ถูกจริตคนเมืองหลวง

บังเอิญว่า มีขุมกำลังจากพรรค พปชร.ย้ายเข้ามาอยู่พรรค ภท. เสี่ยหนูจึงแอบหวังว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคจะได้ ส.ส.กทม. 


สมัยที่แล้ว พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส. 12 ที่นั่ง หลัง 2 ส.ส.อย่าง ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ (เขตบางซื่อ) และสิระ เจนจาคะ (เขตหลักสี่-จตุจักร) เจออุบัติเหตุการเมืองต้องพ้น ส.ส. จึงเหลืออยู่ 10 คน โดย ส.ส.ทั้งหมดนี้ จะไม่มีใครอยู่พรรค พปชร.อีกต่อไป 

อย่างตอนนี้ 5 คน ประกอบด้วย พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ (เขตปทุมวัน-บางรัก),กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา (เขตคลองเตย), ภาดาท์ วรกานนท์ (เขตพญาไท), กษิดิ์เดช ชุติมันต์ (เขตลาดพร้าว) และจักรพันธ์ พรนิมิตร (เขตบางพลัด) ที่เลือกไปพรรคภูมิใจไทย

มีข่าวว่า ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ (เขตบางกะปิ) และ ประสิทธิ์ มะหะหมัด (เขตสะพานสูง) จะไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ 

ศิริพงษ์ รัสมี (เขตหนองจอก) เตรียมย้ายไปสังกัดพรรค ปชป. และกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ (เขตพระนคร) ไปพรรคเพื่อไทย ส่วน ชาญวิทย์ วิภูศิริ (เขตมีนบุรี) มีข่าวว่าจะเว้นวรรค

‘เสี่ยงดวงในกรุง’

“อนุทิน” และ “พุทธิพงษ์” น่าจะสังเวียนเลือกตั้งกรุงเทพฯ เป็นสนามที่คาดเดาผลได้ยากเสมอ เพราะคนกรุงเทพฯ ไม่มีความจงรักภักดีต่อพรรคใดพรรคหนึ่งชัดเจน 

กระแสคือปัจจัยหลักในชัยชนะ หากช่วงเวลานั้น พรรคใดสร้างกระแสได้ ก็ชนะได้ในทุกเขต โดยผู้เลือกไม่สนใจว่า จะเป็นอดีต ส.ส. หรือคนหน้าใหม่ 

ตัวอย่างการเลือกตั้ง ส.ส.กทม. ในอดีต ปี 2522 พรรคประชากรไทย คว้าชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ อีก 2 สมัยถัดมา คน กทม.ก็ทิ้งพรรคประชากรไทย 

เช่นเดียวกับปี 2535 พรรคพลังธรรม สร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ แต่ปี 2539 คนเมืองหลวงก็หันหลังให้พรรคพลังธรรม 

ปี 2562 พรรค พปชร.ปั่นกระแสความสงบจบที่ลุงตู่ จนพลิกเกมเอาชนะพรรค ปชป.ไปได้ ที่เต็มไปด้วยอดีต ส.ส.หลายสมัย แต่วันนี้ ส.ส.กทม. ทิ้งลุงป้อมไปอยู่พรรคอื่นหมดเลย

การเลือกตั้งสมัยที่ผ่านมา ภูมิใจไทย ได้มอบให้ ศุภมาศ อิศรภักดี เป็นผู้ดูแลสนาม กทม. และได้มีการคัดเลือกอดีต ส.ก.ที่มีชื่อเสียงอย่าง ปราณี เชื้อเกตุ เขตบางเขน, พงศ์ไพศาล มะลูลีม เขตมีนบุรี ,สายรุ้ง ปิ่นโมรา เขตธนบุรี และไสว โชติกะสุภา เขตราษฎร์บูรณะ มาลงสนาม ผลปรากฏว่า พ่ายแพ้ยับเยิน

ดังนั้น สูตรปั้น ส.ส.เสาเข็ม ที่ย้ายมาจากหลายพรรค จะต้านกระแสพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ได้หรือไม่ เป็นเรื่องต้องรอการพิสูจน์
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก

ยึดพลังป้อม “ธรรมนัส” จัดทัพ “วิรัช” ปั้นดีลข้ามขั้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539297

ขุนน้ำหมึก

21 ธ.ค. 2565

ยึดพลังป้อม “ธรรมนัส” จัดทัพ “วิรัช” ปั้นดีลข้ามขั้ว

จับตาเกมอำนาจ “ธรรมนัส” จับคู่ “วิรัช” ประสานนอก-ใน วางเครือข่ายลุยเลือกตั้ง หวังเป็นซุ้มใหญ่ ยึด พปชร. เปิดดีลข้ามพรรค ข้ามประเทศ ปั้นลุงป้อมเป็นนายกฯ

เกมดีลข้ามขั้ว “ธรรมนัส” จับคู่ “วิรัช” ประสานนอก-ใน วางเครือข่ายลุยเลือกตั้ง หวังเป็นซุ้มใหญ่ใน พปชร. ต่อสายข้ามพรรคได้

ในยามที่ไม่ต้องอุ้ม ป.น้องเล็ก ป.ป้อมก็ใช้บริการ “ธรรมนัส” บวก “วิรัช” ได้เต็มที่ เชื่อมั่นในฝีมือ จะโกย ส.ส.ได้ตามเป้า

ย่างก้าวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ถือว่าเหนือชั้น และมาได้ถูกที่ถูกเวลา เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กำลังต้องการตีโต้กระแสข่าว ส.ส.ถูกดูดไป 13-14 คน 

ทำไม ร.อ.ธรรมนัส จึงเลือกพื้นที่ จ.นครราชสีมา เปิดตัวในรอบนี้ โดยมีคิวลุยเขตเทศบาลเมืองนครราชสีมา และฐานที่มั่นสภาประชาชน 4 ภาค อ.สูงเนิน เพราะเมืองย่าโม เป็นฐานที่มั่นของตระกูลรัตนเศรษฐ 

จุดที่ผู้กองธรรมนัสลงไปพบชาวบ้าน ได้มี 2 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยคือ เกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 และทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา เขต 8 ตามประกบไปทั้ง 2 เวที 

จริง ๆ แล้ว เกษม ศุภรานนท์ และทัศนาพร เกษเมธีการุณ เป็น ส.ส.ในสังกัดบ้านรัตนเศรษฐ ของเสี่ยยักษ์-วิรัช รัตนเศรษฐ โดยช่วงที่ ร.อ.ธรรมนัส ขอแยกตัวออกจากพลังประชารัฐ ไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย เสี่ยยักษ์ก็ส่ง ส.ส. 2 คนนี้ไปอยู่พรรคผู้กอง

ในชั่วโมงนี้ วิรัชกลายเป็นเงาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะขึ้นเหนือ ล่องใต้ ไปอีสาน วิรัชจะร่วมคณะลุงป้อมลงพื้นที่ไปด้วยทุกครั้ง

ภาพเสี่ยยักษ์หรือเสี่ยปาน แนบชิดกับลุงบ้านป่ารอยต่อฯ สร้างความอิจฉาตาร้อนให้แก่บางซุ้มบางมุ้งที่เข้าไม่ค่อยถึงลุงป้อม

ดังนั้น ภายในพรรค พปชร. จึงมีกระแสข่าวกดดันให้ วิรัช รัตนเศรษฐ ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ หากวิรัชตัดลาออก ก็สามารถเลื่อนผู้สมัคร ส.ส.ในลำดับถัดไปขึ้นมาทำหน้าที่แทน เพื่อเติม 1 เสียงให้ฝั่งรัฐบาล ประคับประคองไม่ให้เกิดสภาล่

ลึก ๆ แล้ว นี่เกมประลองกำลัง เพราะซุ้มบ้านใหญ่เริ่มระแวงเสี่ยปาน ที่พยายามล้อบบี้ลุงป้อมให้เปิดประตูรับ ร.อ.ธรรมนัส กลับคืนบ้านป่ารอยต่อฯ

‘ขุนกระบี่คู่ใจป้อม’

ปลายปี 2564 “ธรรมนัส” จับมือ “วิรัช” เดินเกมกวาดต้อน ส.ส.ให้ไปเดินตามลุงป้อม ยามที่ลงพื้นที่ เพื่อโชว์ให้สื่อเห็นว่า ส.ส.พลังประชารัฐส่วนใหญ่ เลือกลุงป้อมเทลุงตู่

ถ้าจำกันได้ ร.อ.ธรรมนัส กับเสี่ยเฮ้ง สุชาติ เปิดศึกทั้งใต้ดินบนดิน จนพรรคแทบแตก โดยฝ่ายธรรมนัสเดินหน้าขับลุงตู่พ้น พปชร. ขณะที่ฝ่ายเสี่ยเฮ้งก็เป็นองครักษ์พิทักษ์ลุงตู่ โดยมีซุ้มสามมิตร และซุ้มเพชรบูรณ์ เป็นแนวร่วม

ในที่สุด พล.อ.ประวิตรแก้ปัญหาความขัดแย้ง โดยแยกฝ่ายผู้กองธรรมนัสออกไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย วิรัชจึงส่งน้องภรรยา และ ส.ส.เกษม ไปอยู่กับผู้กอง

ทั้ง ร.อ.ธรรมนัส และวิรัช เชื่อว่า การชูลุงตู่ในการเลือกตั้งสมัยหน้า จะไม่ช่วยให้พรรค พปชร.ประสบชัยชนะ เพราะกระแสความนิยมลุงตู่ลดลงอย่างรวดเร็ว
 


ตรงกันข้าม การปั้นลุงป้อม ในฐานผู้อาสามาแก้ปัญหาที่ดิน และน้ำของประชาขนในภาคชนบท น่าจะได้เก็บแต้ม ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ ส่วน ส.ส.เขต ก็เน้นกลุ่ม ส.ส.บ้านใหญ่ 

เสี่ยยักษ์ มีประสบการณ์โชกโชนในสมรภูมิเลือกตั้ง ทั้งเคยสู้พายุทักษิณ และเคยเข้าไปสวามิภักดิ์คนแดนไกล จึงมั่นใจว่า ลุงป้อมปั้นให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ด้วยคณิตศาสตร์การเมืองแบบพิเศษ

‘บ้านใหญ่โคราช’

สมัยหน้า สนามนครราชสีมา มี ส.ส.เพิ่มจาก 14 คน เป็น 16 คน “วิรัช” จึงน่าจะผนึกกำลัง “ธรรมนัส” ยึดเก้าอี้ ส.ส.มาให้ได้มากที่สุด

เฉพาะครอบครัวรัตนเศรษฐ หลังจากเสี่ยปานหรือวิรัช พร้อมคู่ชีวิต ทัศนียา และทัศนาพร น้องภรรยา เจอวิบากคดีฟุตซอล ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จึงวางแผนส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นต่อไป 

 อรัชมน ลูกสะใภ้เสี่ยวิรัช ลงพื้นที่ อ.ห้วยแถลง แนะนำตัวกับชาวบ้านอรัชมน ลูกสะใภ้เสี่ยวิรัช ลงพื้นที่ อ.ห้วยแถลง แนะนำตัวกับชาวบ้าน

ล่าสุด เสี่ยวิรัช ได้วางตัวลูก ๆ ลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา ดังนี้เขต 4 ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ,เขต 7 อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ,เขต 8 ตติรัฐ รัตนเศรษฐ ลงสมัครแทนมารดา-ทัศนียา และเขต 9  อรัชมน รัตนเศรษฐ ภรรยา รมช.อธิรัฐ ลงสมัครแทนทัศนาพร เกษเมธีการุณ

หลังเลือกตั้งครั้งหน้า ซุ้มวิรัชบวกซุ้มธรรมนัส มี ส.ส.อยู่ในมือมากกว่า 30 คน ก็เท่ากับยึดพรรคพลังประชารัฐเบ็ดเสร็จ  
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

ศึกเมืองกาญจน์ “ประวิตร” ผนึกบ้านใหญ่ “ซ้อเจน” ลับลวงพราง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539232

ขุนน้ำหมึก

21 ธ.ค. 2565

ศึกเมืองกาญจน์ “ประวิตร” ผนึกบ้านใหญ่ “ซ้อเจน” ลับลวงพราง

สางแค้นเมืองกาญจน์ “ประวิตร” จัดทัพเลือดใหม่ ใต้ร่มเงาบ้านใหญ่ชายแดนตะวันตก ดับเครื่องชน 3 ส.ส.แปรพักตร์ ส่วน “ซ้อเจน ศรีสมร” ยังลับลวงพราง

เอาคืนเมืองกาญจน์ “ประวิตร” จัดทัพใหม่ พปชร. ชน 3 อดีต ส.ส.แปรพักตร์ จับตา “ซ้อเจน” ร่วมงานบ้านป่ารอยต่อฯ

“ซ้อเจน” ตกเป็นข่าวจะอำลา ปชป. ท่ามกลางข่าวลือซบเพื่อไทย และภูมิใจไทย ก่อนจะมาโผล่ที่พรรคของ “ประวิตร” 

หลังจาก 3 ส.ส.กาญจนบุรี ทิ้งพรรคพลังประชารัฐ ไปรายงานตัวที่พรรคภูมิใจไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็เดินหน้าหาทีมใหม่ โดยมีข่าวว่า ซ้อเจน-ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะมาร่วมงานด้วย

มีรายงานข่าวในพื้นเมืองกาญจน์ว่า ซ้อเจน-ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมคณะนักการเมืองท้องถิ่น จ.กาญจนบุรี เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. เพื่อพูดคุยเรื่องการทำงานการเมืองในพื้นที่


จริง ๆ แล้ว นับแต่มีข่าว ส.ส.กาญจนบุรี พลังประชารัฐ จะย้ายไปภูมิใจไทย ทางทีมงานบ้านป่ารอยต่อฯ ก็ได้หาทีมผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี ชุดใหม่ แต่ทุกอย่างยังปิดเป็นความลับ รอคัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส.ได้ครบแล้ว จึงจะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่

ดังที่ทราบกัน ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ 3 คน คือ พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ,ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ และอัฎฐพล โพธิพิพิธ ได้ลาออกจาก ส.ส. และไปเปิดตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2565

เดิมที กำนันฉอย-สมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 2 ก็จะย้ายไปสังกัดค่ายเสี่ยหนูด้วย แต่กำนันฉอย กลับเปลี่ยนใจไม่ไปกับเพื่อน ส.ส.บ้านเดียวกัน

‘เลือดใหม่พลังป้อม’

หายปวดใจลูกพรรคทิ้ง “ประวิตร” ใจฟู เมื่อได้ทีมนักการเมืองท้องถิ่นเมืองกาญจน์เข้ามาร่วมงานกับพรรค พปชร. จับตา “ซ้อเจน” ร่วมทีมบ้านป่ารอยต่อฯ

สำหรับ ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตกเป็นข่าวเรื่องการย้ายพรรค มาตั้งแต่ต้นปีนี้ ตอนแรก มีข่าวว่า ซ้อเจน ศรีสมร จะย้ายไปพรรคภูมิใจไทย เพราะมีภาพซ้อเจนไปขึ้นเวทีร่วมกับอนุทิน ชาญวีรกูล ในงานกัญชาเพื่อการแพทย์

ครั้นถึงช่วงกลางปี ก็มีข่าวลือซ้อเจน จะไปสังกัดพรรคเพื่อไทย จนกระทั่ง ส.ส.กาญจนบุรี พรรค พปชร. เริ่มชัดเจนว่า จะยกจังหวัดไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ก็มีข่าวว่า ซ้อเจนกับสามี-รังสรรค์ ได้เจรจากับแกนนำพรรค พปชร.

เบื้องต้น ทีม พปชร.เมืองกาญจน์ชุดใหม่ ได้วางตัวผู้สมัคร ส.ส. 2 คนแรก คือ เขต 1 (อ.เมืองกาญจนบุรี) นพดล สงวนพันธ์ อดีตรองนายก อบจ.กาญจนบุรี เป็นน้องชาย ประสาน สงวนพันธ์ นายก อบต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี

เขต 5 (อ.ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ อ.สังขละบุรี) ประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ ที่ใกล้ชิด รังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ อดีตนายก อบจ.กาญจนบุรี และเคยเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลเมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด สมัยที่ลูกชายเสี่ยรังสรรค์ เป็นประธานสโมสร

ส่วนที่เหลืออีก 3 เขต ยังอยู่ในการสรรหาตัวผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งคาดว่า ต้นปีหน้า น่าจะได้ครบทั้ง 5 เขต

 รังสรรค์-ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ยังเล่นเกมลับลวงพรางรังสรรค์-ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ยังเล่นเกมลับลวงพราง

‘ซ้อเจนตัวจริง’

จนถึงชั่วโมงนี้ “ซ้อเจน” ยังลับลวงพราง ไม่เปิดหน้ากับพรรคใหม่ คงต้องรอความพร้อมของผู้สมัคร ส.ส. และเป็นการให้เกียรติพรรคเก่า 

ซ้อเจน ศรีสมร เป็นคนนครศรีธรรมราช ได้มาแต่งงานกับ รังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ลูกชายเสี่ยฮุก-สุนทร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ พ่อค้าไม้ชายแดนไทย-พม่า แห่งสังขละบุรี 

เส้นทางการเมืองของซ้อเจน เริ่มจากเป็น ส.อบจ.กาญจนบุรี เขต อ.สังขละบุรี และได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลวังกะ อ.สังขละบุรี ปี 2550-2554

การเลือกตั้ง ส.ส.กาญจนบุรี ปี 2554 ซ้อเจนลงสนามการเมืองระดับชาติครั้งแรก ในสีเสื้อ ปชป. โดยการนำของกำนันเซี้ย และได้เป็น ส.ส.สมัยแรก 

เลือกตั้งปี 2562 ซ้อเจนลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. และจัดทีมลงสมัคร ส.ส.เขต แต่เจอกระแสลุงตู่ ผสมกับตระกูลโพธิพิพิธ ย้ายไปพลังประชารัฐ ทีม ปชป.จึงพ่ายทุกเขต

สมัยหน้า ซ้อเจน ศรีสมร จะสวมเสื้อ พปชร.จริงหรือไม่ ก็ต้องรออีกสักพัก จึงจะมีความชัดเจน แต่ที่แน่ๆ ลุงป้อมสบายใจขึ้นกว่าเก่าเยอะ

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก

ลอยแพ “มิ่งขวัญ” แผนลับลวง คนหลังม่าน ป.ที่ 4

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539188

ขุนน้ำหมึก

20 ธ.ค. 2565

ลอยแพ “มิ่งขวัญ” แผนลับลวง คนหลังม่าน ป.ที่ 4

คนอื่นไม่รู้ ป้อมรู้ “มิ่งขวัญ” โชว์แคนดิเดตนายกฯ แค่แผนลับลวงพราง เขี่ยประยุทธ์ พ้น พปชร. ลุงมิ่งไม่โดดเดี่ยว เพราะมี ป.ที่ 4 คนเดินเกมหลังม่าน เป็นกองหนุน

สัญญาณแปลกๆ “มิ่งขวัญ” เจอแรงต้านจากแกนนำขาใหญ่ พปชร. ส่อชวดแคนดิเดตนายกฯ ลุงป้อมปิดปากเงียบ 

มีเสียงกระชิบจากบ้านป่ารอยต่อฯ “มิ่งขวัญ” ตัวละครลับลวงพราง รับบทผู้ประกาศขับ พล.อ.ประยุทธ์ พ้น พปชร. ตามสคริปต์ ป.ที่ 4 

กรณี มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เปิดตัวซบพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2565 โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรค ได้ต้อนรับอย่างอบอุ่น  

มิ่งขวัญ พูดชัดถึงเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าร่วมพรรค พปชร. ว่า “พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้อยู่ในพรรคนี้แล้ว และท่านก็ไม่เคยอยู่ แต่ท่านเป็นแคนดิเดตนายกฯ ท่านก็ไปอยู่พรรคอื่นอยู่แล้ว”

สิ่งที่ทำให้แกนนำพรรค พปชร.ประหลาดใจ คาดไม่ถึงจะได้ยินประโยคนี้ “พล.อ.ประวิตร จึงบอกผมว่า ให้มิ่งขวัญเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ ขอบคุณครับ นี่คือสิ่งที่ท่านได้พูดกับผมไว้”

ล่าสุด ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. แถลงว่า พรรค พปชร. จะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพียงคนเดียวเท่านั้น 

เหตุผลที่เสนอเพียงชื่อเดียว เพราะ พล.อ.ประวิตร เป็นเสาหลักและเป็นศูนย์กลางของคนในพรรค จึงเหมาะสมที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ 

หลังจากนั้น แกนนำพรรค พปชร. อีกหลายคน ก็ออกมาส่งเสียงว่า ลุงป้อมคือแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียว ส่วนกรณีมิ่งขวัญนั้น เป็นการคิดเองพูดเอง ไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการบริหารพรรค  
 

 ควันหลงจากกรณีมิ่งขวัญ ยังไม่จบ ประเด็นแคนดิเดตนายกฯควันหลงจากกรณีมิ่งขวัญ ยังไม่จบ ประเด็นแคนดิเดตนายกฯ

‘ลับลวงพราง’

อีกด้านหนึ่ง กรณี “มิ่งขวัญ” เสนอตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรค พปชร.คนอื่นๆอาจไม่รู้ แต่ พล.อ.ประวิตร รู้ดี และต้องการสื่อสารไปถึงใครบางคน

นับแต่การดึง มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เข้าพรรค พปชร. ก็เท่ากับว่า พรรค พปชร.ได้สลัด พล.อ.ประยุทธ์ พ้นไปจากพรรคอย่างเป็นทางการ

ลองย้อนไปฟังถ้อยแถลงของ พล.อ.ประวิตร ในวันต้อนรับมิ่งขวัญเข้าพรรค โดยตอนหนึ่ง นักข่าวถามว่า พล.อ. ประยุทธ์ ยังอยู่และจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคหรือไม่ 

ลุงป้อมตอบชัดว่า “พล.อ.ประยุทธ์ ไปแล้ว คุณมิ่งขวัญก็บอกว่าออกไปแล้ว” ซึ่งวันนั้น มิ่งขวัญพูดว่า “พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้อยู่ในพรรคนี้แล้ว” และตัวเขาจึงได้เข้ามา ไม่ใช่เรื่องการตระบัดสัตย์แต่อย่างใด

ดังนั้น มิ่งขวัญหลุดโผแหกคิวเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ก็อาจเป็นกระบวนการลับลวงพรางของ ป.ป้อม โดยมีเป้าหลักอยู่ที่น้องเล็ก-ป.ประยุทธ์

‘สาย ป.ป๊อด’

“มิ่งขวัญ” เข้ามาพรรคลุงป้อมได้อย่างไร และเพียงแค่แถลงข่าววันแรก ก็แสดงความมั่นอกมั่นใจแบบเกินเบอร์ จนแกนนำพรรคขาใหญ่หมั่นไส้

บุคคลที่ทำให้ มิ่งขวัญ ทิ้งพรรคโอกาสไทย เข้ามาซบอกลุงป้อมคือ พล.ต.ต.จตุรงค์ ภุมรินทร์ อดีตรองจเรตำรวจ หรือที่รู้จักกันในนาม รองตุ๊ สายตรง ป.ป๊อด หรือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชายลุงป้อม


ยุคสมัยหนึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ นั่งเก้าอี้ ผบ.ตร. ได้เลือก พล.ต.ต.จตุรงค์ มานั่งเก้าอี้ ผบก.สท. คุมงาน กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มาเล่นการเมือง พล.ต.ต.จตุรงค์ จึงเข้ามาช่วยงานหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในสภาฯ

ช่วงที่มิ่งขวัญยังเป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ก็ได้พบปะพูดคุยกับรองตุ๊ ที่มาช่วยงานหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และพักหลัง สองคนนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย

พล.ต.ต.จตุรงค์ ได้พามิ่งขวัญ ไปพบ ป.ป๊อด ขายฝันเรื่องรีแบรนด์พลังประชารัฐยุคลุงป้อม ใจบันดาลแรง จนทำให้ ป.ป๊อด หรือ ป.ที่ 4 ปิ๊งไอเดียพามิ่งขวัญเข้าพรรค

หลังจากนั้น ป.ป๊อด เปิดเจรจากับพี่ชาย ป.ป้อม จนได้ข้อยุติว่า ต้องนำมิ่งขวัญเข้ามาสร้างจุดขายให้พรรค พปชร. เพราะพรรคขาดมือเศรษฐกิจ

ดังนั้น แกนนำ พปชร.บางคนที่ออกมาแถลงข่าว ชูลุงป้อม ไม่เอาลุงมิ่งขวัญ ก็ให้ระวัง ป.ป๊อด เอาไว้ เนื่องจากเป็นคนเดินเกมหลังม่าน และมีจุดยืน ไม่เอาประยุทธ์

คนอย่างมิ่งขวัญคงไม่ถูกลอยแพ และไม่ถอดใจทิ้ง พปชร.ไปง่ายๆ เนื่องจากมีกองหนุนไม่ธรรมดาที่ชื่อ ป.ป๊อด
    
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก 

ซื้อใจบ้านใหญ่ “ประยุทธ์” ดันโปลิตบูโร 7 อรหันต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539135

ขุนน้ำหมึก

19 ธ.ค. 2565

ซื้อใจบ้านใหญ่ “ประยุทธ์” ดันโปลิตบูโร 7 อรหันต์

ลุ้นปลายกุมภาฯ “ประยุทธ์” เปิดตัวกับพรรคใหม่ แผนแรก ตั้งพีระพันธุ์ เป็น “นายกฯน้อย” แผนสองปั้นซุปเปอร์บอร์ดหรือโปลิตบูโร ซื้อใจ ส.ส.บ้านใหญ่ ให้มีที่อยู่-ที่ยืน

ดึงเช็งถึงปลายกุมภาฯ “ประยุทธ์” เปิดตัวนั่งหัวโต๊ะโปลิตบูโรพรรคใหม่ เลยตั้งพีระพันธุ์ เป็น “นายกฯน้อย” การันตีว่าลุยแน่

“ประยุทธ์” ทำลับๆล่อๆ ทำเอา ส.ส.บ้านใหญ่ไม่มั่นใจ แถมการจัดการบ้านหลังใหม่ยังไม่เสร็จ ต้องรอแผนซุปเปอร์บอร์ดหรือโปลิตบูโรให้เป็นรูปเป็นร่างเสียก่อน

จังหวะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา วางตัว พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ให้นั่งตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี น่าจะเป็นการส่งสัญญาณว่าจะไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ชัดเจนที่สุด

8 ปีที่ผ่านมา นับแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จากยุคแต่งตั้งถึงเลือกตั้ง มีเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่เปรียบเป็น “นายกฯน้อย” มาแล้ว 2 คน

เลขาธิการนายกรัฐมนตรี คนแรกคือ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เตรียมทหาร รุ่นที่ 12 (ตท.12) เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารของพล.อ.ประยุทธ์ ส่วนคนที่ 2 ดิสทัต โหตระกิตย์ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำหรับพีระพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ถือว่าเป็นนักการเมืองอาชีพไม่ใช่ข้าราชการประจำเหมือนสองคนแรก เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยน พล.อ.ประยุทธ์จะต้องเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มตัว

เหนืออื่นใด “2 เสธ.ทำเนียบ” อย่าง เสธ.มิตต์-พล.ท.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ และ เสธ.เก๋-พล.ท.ณัฐวุฒิ ภาสุวณิชยพงศ์ ก็ถูกเรียกเล่น ๆ ว่า นายกฯน้อย มานานแล้ว 

ดูเหมือนว่า สุชาติ ชมกลิ่น หัวหน้าซุ้มมังกรน้ำเค็ม จะสนิทกับกลุ่ม เสธ.ทำเนียบ และฝากความหวังในการจัดกระบวนทัพพรรคใหม่ไว้กับทีมลุงตู่

 ลุ้นปลาย ก.พ.2566 พล.อ.ประยุทธ์ นั่งหัวโต๊ะซุปเปอร์บอร์ด ลุ้นปลาย ก.พ.2566 พล.อ.ประยุทธ์ นั่งหัวโต๊ะซุปเปอร์บอร์ด

‘บ้านใหญ่แน่วิ’

การไม่มีปฏิสัมพันธ์กับ ส.ส.มาก่อน กลายเป็นจุดอ่อนของ “ประยุทธ์” เนื่องจากมีพี่ใหญ่เป็นคนดูแล ส.ส.พลังประชารัฐ

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินหน้าต่อในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ต้องพบปะนักการเมืองเป็นการส่วนตัว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่คนที่จะเข้าร่วมงานการเมืองด้วย โดยเฉพาะ ส.ส.ปัจจุบัน 


แม้จะมีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้อนุญาตให้ ส.ส.จากหลายพรรคการเมืองได้เข้าไปพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว แต่ก็มีกระแสข่าวจาก ส.ส.บ้านใหญ่บางก๊กบางก๊วน ยังขาดความมั่นใจในความชัดเจนของลุงตู่

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดทีม เสธ.ทำเนียบ เปิดเผยว่า ช่วงแรก ๆ ที่มีการเจรจากันระหว่างทีมก่อการพรรค รทสช. กับตัวแทนบ้านใหญ่สายลุง ไม่ลงตัวเรื่องการบริหารจัดการในบ้านหลังใหม่

อย่างที่รู้กัน คณะก่อการตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ มาจากอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อย่างพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ,เอกนัฎ พร้อมพันธุ์ และวิทยา แก้วภราดัย มีวัฒนธรรมการเมืองต่างจากกลุ่ม ส.ส.บ้านใหญ่ ที่มาจากพรรค พปชร.

ดูเหมือนการเจรจาล้มเหลวในยกแรก ส่งผลให้แกนนำปีกบ้านใหญ่อย่างสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เกิดอาการเครียด กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาจากเบลเยี่ยม จึงได้มีการพูดคุยกันเรื่องที่อยู่-ที่ยืนของลุงตู่ในพรรค รทสช.อย่างจริงจัง

‘กรมการเมืองแบบตู่’

ประเด็นการตั้ง 7 อรหันต์ซุปเปอร์บอร์ดในพรรคใหม่ ทีมงาน เสธ.ทำเนียบของ “ประยุทธ์” ได้เคยเสนอมาแล้ว แต่ฝั่งผู้ก่อการพรรค รทสช.ไม่สุกงอม กลัวถูกลดทอนอำนาจ

ผู้ที่เสนอแผนซุปเปอร์บอร์ดของพรรคลุงตู่ ก็เอามาจากรูปแบบองค์กรจัดตั้งของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่มีโปลิตบูโรหรือกรมการเมือง 7 คน เป็นกลุ่มผู้นำอำนาจสูงสุดของประเทศ 

สำหรับโปลิตบูโรแบบ รทสช. หรือซุปเปอร์บอร์ดนั้น เป็นหาที่ทางให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีตำแหน่งในพรรคโดยพฤตินัย และตัวแทนบ้านใหญ่ก็ได้มีที่ยืน 

เบื้องต้น พรรครวมไทยสร้างชาติ จะมีกรรมการบริหารพรรค และจะมีซูเปอร์บอร์ด ควบคุมการดำเนินการของพรรคอีกชั้นหนึ่ง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะนั่งเป็นประธานคณะซุปเปอร์บอร์ด ร่วมกับแกนนำพรรค รทสช.คนอื่นๆ

เฉพาะหน้า ซุปเปอร์บอร์ดหรือกรมการเมือง ต้องมาพิจารณาเรื่องผู้สมัคร ส.ส.ในแต่ละเขตทั่วประเทศ เพราะตอนนี้ มีผู้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.จำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่ผู้สมัคร ส.ส.เกรดเอ 

ส.ส.บ้านใหญ่จากหลายพรรคการเมือง ที่ยังเฝ้ารอดูอยู่ ไม่ใช่แค่รอการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น หากแต่รวมถึงอยากเห็นหน้าตาบ้านใหม่ และพวกเขาจะมีที่อยู่-ที่ยืน

หากแผนโปลิตบูโร หรือกรมการเมืองฉบับลุงตู่ ไม่เกิดขึ้นจริง ก็เชื่อได้เลยว่า ไม่มี ส.ส.บ้านใหญ่กลุ่มใด จะตบเท้าเข้ามาอยู่พรรคนี้แน่นอน
    

คอลัมน์ …  ท่องยุทธภพ            โดย … ขุนน้ำหมึก

รีเทิร์น “ธรรมนัส” งัดกลยุทธ์ 2 ขา ปั้นป้อมสู่ทำเนียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539117

ขุนน้ำหมึก

19 ธ.ค. 2565

รีเทิร์น “ธรรมนัส” งัดกลยุทธ์ 2 ขา ปั้นป้อมสู่ทำเนียบ

จอมยุทธ์พเนจร “ธรรมนัส” เดินเกม 2 ขา พรรค พปชร. คู่ขนานงานแนวร่วม ปั้นลุงป้อม ขวัญใจคนรากหญ้า เก็บแต้ม ส.ส.บัญชีรายชื่อ สู่เป้าหมายนายกรัฐมนตรี

กลับมาแล้ว “ธรรมนัส” คนโปรดของ พล.อ.ประวิตร วางยุทธศาสตร์ 2 ขา งานมวลชนแนวร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ สู้ศึกเลือกตั้ง

กลยุทธ์ “ธรรมนัส” จะปั้นแบรนด์ลุงป้อม ขวัญใจคนรากหญ้า ทั้งคนจนเมือง และเกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกิน เพื่อเก็บแต้ม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร.

เงียบหายไปนาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เพิ่งไปโผล่ที่เมืองย่าโม เข้าพบปะชาวบ้านในพื้นที่เขต 1 ของ เกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเศรษฐกิจไทย

ที่ฮือฮาและมีนัยยะทางการเมืองคือ ร.อ.ธรรมนัส เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสามัญประจำปี ของ สภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค วันที่ 18 ธ.ค.2565 ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา 

ร.อ.ธรรมนัสไปร่วมงานในฐานะตัวแทน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยเจ้าภาพผู้จัดอีเวนท์การเมืองภาคประชาชนคือ ประพาส โงกสูงเนิน ประธานสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน 

ในงานนี้ มี ส.ส.ในเครือข่ายผู้กองธรรมนัสเข้าร่วมงานด้วย ได้แก่ เกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา, ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา และสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ 

 ประพาส โงกสูงเนิน และสุรทิน พิจารณ์ ขุนพลคู่ใจ ร.อ.ธรรมนัสประพาส โงกสูงเนิน และสุรทิน พิจารณ์ ขุนพลคู่ใจ ร.อ.ธรรมนัส

ท่ามกลางสมาชิกสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) นับหมื่นคน ร.อ.ธรรมนัส ประกาศบนเวทีว่า พล.อ.ประวิตร ฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนทุกคน  ซึ่งรองนายกฯ ประวิตรได้ติดตามเร่งรัดการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน หนี้สิน แหล่งน้ำ และการพัฒนาอาชีพภาคเกษตรให้แก่กลุ่มเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง 

พลันที่เห็นภาพ ร.อ.ธรรมนัส กับกลุ่มเกษตรกร จึงมีคนตั้งคำถามว่า นี่คือบทบาทใหม่ ภารกิจใหม่ของ ร.อ.ธรรมนัส หรือไม่ 

สอดรับกับเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2565 ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า จะมี ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ย้ายเข้ามาร่วมงานกับพรรค พปชร.ในเร็ววันนี้


เมื่อนักข่าวถามถึง ร.อ.ธรรมนัส ก็ได้รับคำตอบจากรองหัวหน้าพรรค พปชร.ว่า “ท่านคงไม่มาพรรค พปชร.แล้ว เพราะท่านมีแนวทางทำงานของท่านเอง คงไม่มาแน่นอนแล้ว”

‘รีเทิร์นพรรคพลังป้อม’

“ธรรมนัส” ส่ง 2 ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย นำร่องคืนรังพรรคพลังประชารัฐ ส่วน ส.ส.เขตอีก 11 คน จะตามมาภายหลัง

ไม่เหนือความคาดหมาย กรณี บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ และ พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนง ได้ลาออกจาก ส.ส. เพื่อมาเปิดตัวกับพรรค พปชร. ในวันที่ 20 ธ.ค.2565 

บุญสิงห์ ให้สัมภาษณ์ว่า ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย 11 คน จะมาร่วมงานกับพรรค พปชร. แต่ยังรอสถานการณ์ทางการเมืองก่อน โดยมี 3 แนวทางปฏิบัติคือ ลาออกจาก ส.ส. ,ยุบพรรค และรอให้มีการยุบสภาแล้ว ค่อยไปสมัครสังกัดพรรค พปชร.

ช่วงก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้พยายามเจรจากับคนแดนไกลขอนำทีม ส.ส.เศรษฐกิจไทย ไปเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย แต่เจอแรงต้านจากแกนนำในพรรคบางกลุ่ม จึงต้องถอยออกมา

จังหวะที่มีเรื่องราวคดีทุนจีนสีเทา ร.อ.ธรรมนัส ได้เดินทางไปพักผ่อนในต่างประเทศ จึงมีเสียงเล่าลือมากมาย จนเจ้าตัวต้องออกมาชี้แจงแถลงไขว่า ไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่ไปพักผ่อน และไม่ได้เกี่ยวกับกลุ่มนายทุนชาวจีน 

‘จอมยุทธ์เกษตรกร’

ในยามนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. มีมือทำงานการเมืองที่ไว้ใจได้ 2 คนคือ “ธรรมนัส” และวิรัช รัตนเศรษฐ แต่ผู้กองคนดัง คงยากที่จะกลับเข้ามามีบทบาทในพรรค เพราะมีโจทย์เก่าอยู่ใน พปชร.หลายคน

ดังนั้น ร.อ.ธรรมนัส คงมาช่วยงานลุงป้อม ทำงานมวลชน ปูทางสร้างฐานในกลุ่มเกษตรกร และคนจนเมือง 

สำหรับสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค เปรียบเสมือนกองกำลังมวลชนของ ร.อ.ธรรมนัส

สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม เป็นผู้ที่ชักนำ ประพาส โงกสูงเนิน จอมยุทธ์เกษตรกร ให้มารู้จัก ร.อ.ธรรมนัส 


ช่วงที่ ร.อ.ธรรมนัส เป็น รมช.เกษตรฯ ยามใดก็ตามที่มีภารกิจลงพื้นที่ภาคอีสาน ก็จะเห็น สุรทิน พิจารณ์ และประพาส โงกสูงเนิน ประกบธรรมนัส ดุจเงาตามตัว

จอมยุทธ์อีกรายหนึ่งที่มาช่วยงานมวลชนผู้กองเมืองพะเยา ก็หนีไม่พ้นคนนี้ สยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ในฐานะโฆษก พอช. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

สยาม นนท์คำจันทร์ ได้ชื่อว่าเป็นนักประสานสิบทิศ และเข้ามาช่วยงานผู้กองธรรมนัส ผ่าน เสธ.คนดังแห่งเชียงใหม่

จับตา ร.อ.ธรรมนัส ในบทบาทแม่ทัพหลังม่าน ที่จะเดินเกมใต้ดิน-บนดิน เพื่อเป้าหมายปั้นลุงป้อมให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนต่อไป

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก

แลนด์สไลด์จุดติด “อุ๊งอิ๊ง” เขย่า “ศรีสะเกษ” บ้านใหญ่ขาสั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539061

ขุนน้ำหมึก

18 ธ.ค. 2565

แลนด์สไลด์จุดติด “อุ๊งอิ๊ง” เขย่า “ศรีสะเกษ” บ้านใหญ่ขาสั่น

“อุ๊งอิ๊ง” กระแสมาดีเกินคาด สะเทือนบ้านใหญ่ “ศรีสะเกษ” สายเพื่อนเนวิน ปรับแผนส่งตัวจริงลงสนาม ส.ส.จอมเก๋างัดกลยุทธ์ขายแบรนด์ตระกูลเก่าแก่ แทนแบรนด์ ภท.

เพื่อไทยแลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง” กระแสมาดีเกินคาด สะเทือนบ้านใหญ่ “ศรีสะเกษ” สายภูมิใจไทย ปรับแผนส่งตัวจริงเสียงจริงลงสนาม

ผลพวง “อุ๊งอิ๊ง” ไล่หนูตีงูเห่า บ้านใหญ่ “ศรีสะเกษ” ออกอาการยึกยัก ไม่ทิ้ง ส.ส. งัดกลยุทธ์ขายแบรนด์ตระกูลเก่าแก่ แทนขายชื่อแบรนด์สีน้ำเงิน 

ยุทธการไล่หนูตีงูเห่า นำโดยอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ส่งผลสะเทือนทั่วศรีสะเกษ แบรนด์ลูกสาวนายใหญ่ขายได้ และกระแสอุ๊งอิ๊งจะแรงขึ้นเรื่อยๆ อาจอยู่ในระดับเดียวกับยิ่งลักษณ์เมื่อปี 2554

ก่อนถึงงานอีเวนท์โชว์ตัว ส.ส. 34 คน ที่พรรคภูมิใจไทย มีข่าว ส.ส.ศรีสะเกษ 2 คนคือ นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และผ่องศรี แซ่จึง ไม่ลาออกจาก ส.ส. โดยอ้างว่า มีตัวแทนลง ส.ส.เขต จึงไม่จำเป็นต้องลาออกช่วงนี้

หมอจาตุรงค์ อ้างว่า ได้ส่งภรรยา-อุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ลงสมัคร ส.ส.แทน และผ่องศรี ก็มีสามี-ปวีณ แซ่จึง เป็นตัวแทนในสนามเลือกตั้ง

เกิดอะไรขึ้นกับ “บ้านใหญ่ศรีสะเกษ” ที่เปิดตัวครึกโครม พร้อมสวมเสื้อภูมิใจไทย ชนเพื่อไทยแลนด์สไลด์ 

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว ค่ายเนวิน เจาะสนามศรีสะเกษ ได้ 2 เขตคือเขต 1  สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และเขต 7 อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ 

ดังนั้น เนวินจึงคิดการใหญ่ รวบรวม 3 ตระกูลใหญ่คือ อังคสกุลเกียรติ, ไตรสรณกุล และแซ่จึง มาผนึกกำลังกันใต้ร่มธงสีน้ำเงิน

การตัดสินใจของ ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ หลายสมัย และตระกูลไตรสรณกุล ทำให้พรรคภูมิใจไทย มีความหวังในการเพิ่ม ส.ส.ศรีสะเกษ จาก 2 ที่นั่งเป็น 6-7 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งครั้งหน้า


ปวีณ-ผ่องศรี แซ่จึง เดิมพันสุดท้ายในชีวิตการเมืองปวีณ-ผ่องศรี แซ่จึง เดิมพันสุดท้ายในชีวิตการเมือง

‘นายใหญ่ตีงูเห่า’

ข่าวการแยกตัวของบ้านใหญ่ “ศรีสะเกษ” ทำให้ทักษิณ ชินวัตร ส่งลูกสาว “อุ๊ง อิ๊ง” ไปจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย 3 อำเภอ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2565

ทั้งเวทีที่ อ.อุทุมพรพิสัย, อ.ราษีไศล และอ.ขุนหาญ มีเอฟซีชินวัตร คนเสื้อแดงเข้าร่วมจำนวนมาก และได้เสียงตอบรับดี 

พรรคเพื่อไทย ได้วางตัวผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ ครบทั้ง 9 เขต ประกอบด้วยเขต 1 ธเนศ เครือรัตน์ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ , เขต 2 สุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ส.ส.ศรีสะเกษ ,เขต 3 วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ส.ส.ศรีสะเกษ 

เขต 4 นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ , เขต 5 อมรเทพ สมหมาย อดีตส.ส.ศรีสะเกษ , เขต 6 วีระพล จิตสัมฤทธิ์ ส.ส.ศรีสะเกษ

เขต 7 วิลดา อินฉัตร ทายาทตระกูลอินฉัตร ,เขต 8 ประวิทย์ จารุรัชกูล นักการเมืองท้องถิ่น และเขต 9 นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร เจ้าของโรงเรียนเอกชน

เพียงแค่อุ๊งอิ๊งมาสัญจร 3 อำเภอ ยังสร้างกระแสได้ดีขนาดนี้ ถ้าช่วงเลือกตั้ง มีการหาเสียงเต็มรูปแบบ ทีมเพื่อไทยก็คาดหวังว่า ศรีสะเกษแลนด์สไลด์ มีความเป็นได้
 

‘เปลี่ยนแผน’
    

“ศรีสะเกษ” อยู่ในความสนใจของคอการเมือง เมื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ไปเปิดตัว ส.ส.บ้านใหญ่ตระกูลแซ่จึง และไตรสรณกุล เข้าร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย

เดิมที 2 ส.ส.เพื่อไทยคือ ธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 และนพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 4 เปิดตัวทายาทลงสนามแทนในสมัยหน้า

เขต 4 (อ.กันทรลักษณ์) หมอจาตุรงค์ จะส่งลูกสาว เจน-จิณณพัต เพ็งนรพัฒน์ ลงสนาม ก็ต้องเปลี่ยนเป็น อุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ

   อุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ลุยแทนลูกสาวอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ลุยแทนลูกสาว

อุดมลักษณ์ เป็นน้องสาวของวิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ และการเลือกตั้งปี 2554 อุดมลักษณ์ ฝ่าพายุยิ่งลักษณ์เข้าสภาฯ ในสีเสื้อภูมิใจไทย ด้วยอาศัยฐานเสียงตระกูลไตรสรณกุล

ครั้งหน้า อุดมลักษณ์ต้องเจอคู่ปรับเก่า นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย จึงประมาทไม่ได้

ส่วนเขต 5 (อ.ขุนหาญ) ธีระ ไตรสรณกุล จะส่งลูกสาว อีฟ-จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ลงสนามแข่งกับ อมรเทพ สมหมาย อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นธีระ ต้องลงสนามเอง

กระแสอุ๊งอิ๊งจุดติดในสมรภูมิศรีสะเกษ เป็นโจทย์ใหญ่ของภูมิใจไทยที่วาดฝันจะชนะยกจังหวัด ขนาดผู้แทนฯ จอมเก๋าอย่าง ปวีณ แซ่จึง บ้านใหญ่ราษีไศล ยังออกอาการหวั่นไหว 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก 

เสริมเสาเข็ม “เนวิน” ชนเด็ก “ทักษิณ” ยึดอุบลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538995

ขุนน้ำหมึก

18 ธ.ค. 2565

เสริมเสาเข็ม “เนวิน” ชนเด็ก “ทักษิณ” ยึดอุบลฯ

ผ่าสังเวียนอุบลฯ “เนวิน” ได้ทีมสุพล ฟองงาม เสริมทัพตระกูลสมชัย และโควสุรัตน์ สู้ทีมเกรียง-กุ่ย เด็กในคาถา“ทักษิณ” ภูมิใจไทยตั้งเป้าปักธง 4 เขต เบรกแลนด์สไลด์

ลาเฮียกวงซบ “เนวิน” ทีมสุพล ฟองงาม เสริมทัพบ้านใหญ่ 2 ตระกูลดัง สู้ทีมเกรียง-กุ่ย ค่าย “ทักษิณ” ชิงเมืองอุบลฯ

“เนวิน” ขยายฐานอีสานใต้ ตามเส้นทางยุทธศาสตร์หมายเลข 24 จากโคราช ,บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ผ่านไปแล้ว อีเวนท์ตลาดนัด ส.ส.ของครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ในกลุ่มนักการเมืองต่างพรรคประมาณ 40 คน ก็มีทีมงาน สุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสาน พรรคสร้างอนาคตไทย ไปถ่ายรูปร่วมเฟรมกับเสี่ยหนู-เสี่ยโอ๋ด้วย

วันนั้น สุพล ฟองงาม ส่งลูกสาวคนสวย แมงปอ-โยธากาญจน์ ฟองงาม ไปสวมเสื้อภูมิใจไทย พร้อมกับตวงทิพย์ จินตะเวช ลูกสาว ตุ่น จินตะเวช อดีต ส.ส.อุบลฯ และสุทธิชัย จรูญเนตร อดีต ส.ส.อุบลฯ

เมื่อต้นเดือน พ.ย.2565 สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยกคณะชุดใหม่ไปไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี พรรคสร้างอนาคตไทย แต่มาวันนี้ โยธากาญจน์-ตวงทิพย์-สุทธิชัย 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุบลฯ กลับไปโผล่ที่พรรคภูมิใจไทย

พลันที่ทีมภูมิใจไทย อุบลฯ ได้ทีมสุพล ฟองงาม มาเสริมทัพ ก็จะผงาดเป็นคู่ชิงที่สมน้ำสมเนื้อกับพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของเสี่ยเบี้ยว-เกรียง กัลป์ตินันท์ 

สมรภูมิเมืองพระวอ-พระตา สมัยที่แล้ว มี ส.ส.10 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย ได้มา 7 ที่นั่ง ,พรรค ปชป. 2 ที่นั่ง และพรรคพลังประชารัฐ 1 ที่นั่ง   

สมัยหน้า อุบลฯ มี ส.ส.เพิ่มจาก 10 คนเป็น 11 คน จะมีหลายพรรคเข้ามาชิงชัย แต่คู่เอกก็คือค่ายเพื่อแม้ว ปะทะค่ายเพื่อนเนวิน

‘ทีมเบี้ยว-กุ่ย’

หนที่แล้ว ค่าย “เนวิน” ได้ทีมงานของ จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีต ส.ส.นครราชสีมา สายเสี่ยแป้งมัน-วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.อุบลฯ 4 เขต แถว อ.น้ำยืน ,อ.บุณฑริก และ อ.ศรีเมืองใหม่  แต่ทีมแป้งมันพ่ายยับ

ปัจจุบัน  จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ได้แยกวงไปตั้งพรรคเพื่อไทรวมพลัง โดยให้หลานชาย วสวรรธน์ พวงพรศรี เป็นหัวหน้าพรรค และเตรียมส่งผู้สมัคร ส.ส.อุบลฯ 2 เขต สมัยหน้า

ส่วนเสี่ยเบี้ยว-เกรียง กัลป์ตินันท์ แม่ทัพใหญ่อีสานใต้ จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี ทั้ง 11 คน 11 เขต ประกอบด้วย วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลฯ (อ.เมืองอุบลฯ) , ณรงค์ชัย วีระกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.(อ.เขื่องใน) , กิตติ์ธัญญา วาจาดี ส.ส.อุบลฯ (อ.วารินชำราบ)

เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ส.ส.อุบลฯ (อ.เดชอุดม), รัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ส.ส.อุบลฯ (อ.ตระการพืชผล), ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ ลูกสาว พิสิษฐ์ สันตพันธุ์ อดีต ส.ส.อุบลฯ (อ.เขมราฐ) 


สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ลูกสาวชูวิทย์ กุ่ย (อ.ศรีเมืองใหม่), เอกพล ญาวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. (อ.พิบูลมังสารหาร) ,ประภูศักดิ์ จินตะเวช ส.ส.อุบลฯ (อ.บุณฑริก) , สมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลฯ (อ.น้ำยืน) และชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลฯ (อ.ม่วงสามสิบ)

ศึกนี้มีเก้าอี้รัฐมนตรีเป็นเดิมพัน สำหรับเสี่ยเบี้ยว และเสี่ยกุ่ย เพราะอยู่กับทักษิณมานานกว่า 20 ปี ยังไม่มีวาสนาได้เป็นเสนาบดีสักครั้ง

‘เพื่อนเนวิน’

เดิมที่ค่าย “เนวิน” ในเมืองดอกบัว มีตัวยืนระดับเสาเข็มอยู่ 2 คนคือ แนน-บุณย์ธิดา สมชัย อดีต ส.ส.อุบลฯ เขต 8 ลูกสาว พ่อใหญ่อิสสระ สมชัย และธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ อดีต ส.ส.อุบลฯ เขต 6 ตัวแทนบ้านใหญ่ ส.เขมราฐ 

อีกรายก็คือ สมบัติ รัตโน อดีต ส.ส.เสื้อแดงเมืองอุบลฯ ที่อำลาพรรคเพื่อไทยไปซบพรรคภูมิใจไทย ซึ่งสมบัติเคยเป็น ส.ส.อุบลฯ ในนามพรรคไทยรักไทย ,พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย


เมื่อทีมสุพล ฟองงาม มาเสริมทัพ ก็จะได้ผู้สมัคร ส.ส.ระดับเสาเข็มอย่าง สุทธิชัย จรูญเนตร อดีต ส.ส.อุบลฯ พ่วงด้วยตี๋เล็ก-เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.อุบลฯ

ส่วนแมงปอ-โยธากาญจน์ ฟองงาม ลูกสาวสุพล ฟองงาม ก็อาจต้องลุ้นเหนื่อย เช่นเดียวกับตวงทิพย์ จินตะเวช ลูกสาว ตุ่น จินตะเวช อดีต ส.ส.ผูกขาด เขต อ.เดชอุดม

 โยธากาญจน์ ฟองงาม ลูกสาวสุพล ฟองงาม เปิดตัวที่พรรคภูมิใจไทย พร้อมตวงทิพย์ จินตะเวช โยธากาญจน์ ฟองงาม ลูกสาวสุพล ฟองงาม เปิดตัวที่พรรคภูมิใจไทย พร้อมตวงทิพย์ จินตะเวช

ดังนั้น ทีมเพื่อนเนวินในสนามอุบลฯ เที่ยวนี้ จึงดูดีมีราคา สู้กับทีมเพื่อแม้วแบบได้ลุ้นและมีโอกาสปักธงสีน้ำเงินในเมืองพระวอ-พระตา ไม่ต่ำกว่า 4 เขต

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก