ไม่มาตามนัด “อนุทิน” วืดยึดเมืองกาญจน์ “อุ๊งอิ๊ง” มาแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538907

16 ธ.ค. 2565

ไม่มาตามนัด “อนุทิน” วืดยึดเมืองกาญจน์ “อุ๊งอิ๊ง” มาแรง

“อนุทิน” กุมขมับ กำนันฉอยไม่มาตามนัด กระทบแผนยึดเมืองกาญจน์ กระแส “อุ๊งอิ๊ง” มาแรง พลอย ธนิกุล ลูกสาวแคล้ว ส่อทิ้งลุงป้อมซบเพื่อไทย ส่วนซ้อเจอยังอุบไต๋

ชิงยึดเมืองกาญจน์ “อนุทิน” สู้กระแส “อุ๊งอิ๊ง” ที่แรงขึ้นทั่วชายแดนตะวันตก ลูกกำนันเซี้ยซบค่ายเนวิน ส่วนลูกสาวแคล้ว ส่อเค้าจะไปค่ายเพื่อแม้ว


“อนุทิน” กุมขมับ กำนันฉอยไม่มาตามนัด สะเทือนแผนยึดเมืองกาญจน์ เพื่อไทยรุกหนัก ส่วน ซ้อเจน-ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ยังไม่เปิดตัวกับพรรคไหน


เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หน้าบานเมื่อ 34 ส.ส.ตบเท้าเข้ามารายงานตัว มีบางจังหวัดที่ยังไม่ลงตัว และไม่มาตามนัด

เฉพาะ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ 4 คน มีข่าวตอนแรกว่า จะมายกจังหวัด ปรากฏว่า ไปลาออกจาก ส.ส. และมาปรากฏตัวที่พรรคภูมิใจไทย เพียง 3 คนคือ เขต 1 พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ,เขต 4 ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ และเขต 5 อัฎฐพล โพธิพิพิธ
 

ส่วนกำนันฉอย-สมเกียรติ วอนเพียร เขต 2 ยังกบดานอยู่ที่บ้านพักใน อ.ท่าม่วง และยังไม่ได้แสดงความจำนงว่าจะไปสังกัดพรรคไหน

โฉมหน้าทีม ส.ส.กาญจนบุรี 4 คน พรรค ภท. ขาดกำนันฉอย เพียงคนเดียว โฉมหน้าทีม ส.ส.กาญจนบุรี 4 คน พรรค ภท. ขาดกำนันฉอย เพียงคนเดียว


สถานการณ์การเมืองในหัวเมืองชายแดนตะวันตก พบว่า กระแสความนิยมในตัวอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ดีวันดีขึ้นเป็นลำดับ 


ด้าน “ซ้อเจน” ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีข่าวจะย้ายมาพรรคเพื่อไทย ก็ยังอุบเงียบ 


‘ท้าชนกระแสอุ๊งอิ๊ง’
สมรภูมิเมืองกาญจน์สมัยหน้า จึงเป็นการต่อสู้ระหว่างกลยุทธ์ตอกเสาเข็มของ “อนุทิน” กับกระแส “อุ๊งอิ๊ง” ส่วนลุงตู่-ลุงป้อม ความนิยมตกต่ำลงไปเยอะ


จากเดิมที่พรรคภูมิใจไทย มี ส.ส.กาญจบุรี 1 คนคือ เขต 3 ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมัยหน้าก็ถือว่า ได้ผู้สมัคร ส.ส.เกรดเอ ครบเครื่องเรื่องบู๊-บุ๋น

เขต 1 (อ.เมืองกาญจนบุรี) พรรค ภท.จะเลือกใคร พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี กับ วรสุดา สุขารมณ์ ลูกสาว นพ.เดชา สุขารมณ์ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี คงต้องวัดกันที่ผลการสำรวจความนิยมในพื้นที่


เขต 2 (อ.ท่าม่วง) ยังไม่มีตัวเลือกใหม่ คงต้องรอการตัดสินใจของ กำนันฉอย-สมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี 


เขต 3 (อ.ท่ามะกา) ส.ส.กุ๊ก-ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ลูกนายอำเภอกู้ วิฑิต มาไพศาลสิน โดยมีกำนันบอย-ปารเมศ โพธารากุล อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ที่ลาออกจากพรรค ปชป.มาเป็นกองหนุน 


เขต 4 (อ.บ่อพลอย) ผู้ใหญ่แหลม-ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ลูกชายคนโตของกำนันเซี้ย ยังรักษาที่มั่นของตระกูลโพธิพิพิธ 


เขต 5 (อ.ไทรโยค อ.สังขละบุรี) ส.ส.เมศ-อัฏฐพล โพธพิพิธ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ลูกชายกำนันเซี้ย ที่เพิ่งเป็น ส.ส.เขตนี้ สมัยแรก 


สำหรับพรรคเพื่อไทย ที่มีข่าวสะพัดว่า ซ้อเจน-ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ มาเป็นแม่ทัพ ก็ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างชัดเจน 


ส่วนการวางตัว ส.ส.เขตของพรรคเพื่อไทย มีดังนี้ เขต 1 “กอล์ฟ” อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ลูกชายนักธุรกิจใหญ่เมืองกาญจน์ ,เขต 2 ชูเกียรติ จีนาภักดิ์ ส.อบจ.กาญจนบุรี เขต อ.ท่าม่วง , เขต 4 ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และเขต 5 สจ.ไก่ พนม โพธิ์แก้ว ส.อบจ.กาญจนบุรี เขต อ.ไทรโยค


ส่วนเขต 3 ยังไม่เคาะ เพราะมีผู้เสนอตัวหลายคน รวมถึง พลอย ธนิกุล ลูกสาวเฮียแคล้ว


‘ทายาทแคล้ว’
ด้วยความแรงของ “อุ๊งอิ๊ง” ทำให้ทีม ส.ส.เก่าค่าย “อนุทิน” ก็ต้องปรับทัพจัดแถวหัวคะแนนใหม่ ส่วนพลังประชารัฐ ส่อเค้าสูญพันธุ์สมัยหน้า


ปลายปี 2564 หมอหนุ่ย-สุรพงษ์ ปิยะโชติ นายก อบจ.กาญจนบุรี วางตัว พลอย ธนิกุล ลูกสาวแคล้ว ธนิกุล และเลขานุการนายก อบจ.กาญจนบุรี ลงสมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 3 (อ.ท่ามะกา และ อ.พนมทวน) ในสีเสื้อพลังประชารัฐ 


มาถึงวันนี้ สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไปเร็วมาก มีกระแสข่าวว่า พลอย ธนิกุล อาจย้ายไปสวมเสื้อเพื่อไทย 


อย่างไรก็ตาม พลอย ธนิกุล อีกสถานะหนึ่งคือ ลูกเลี้ยงกำนันเซี้ย จะต้องอยู่กันคนละพรรคกับ ส.ส.แหลม-ส.ส.เมศ ลูกชายกำนันเซี้ยอย่างแน่นอน


คอลัมน์… ท่องยุทธภพ   โดย… ขุนน้ำหมึก 

สู้เพื่อรอด “สนธยา” โหนลูกสาว “ทักษิณ” ยึดที่มั่นอีอีซี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538882

16 ธ.ค. 2565

สู้เพื่อรอด “สนธยา” โหนลูกสาว “ทักษิณ” ยึดที่มั่นอีอีซี

รวมพลังทีมอีอีซีเพื่อไทย “สนธยา” รวมใจบ้านใหญ่ ระดมขุนพลเมืองชล ขี่กระแสลูกสาวทักษิณเข้าสภาฯ ศึกนี้แพ้ไม่ได้ จับมือกำนันมานิตย์ ปิดล้อมเสี่ยเฮ้ง 3 เขตชี้ขาด

พยัคฆ์บูรพาติดปีก “สนธยา” ระดมขุนพลเมืองชล ขี่กระแสลูกสาว “ทักษิณ” ศึกนี้แพ้ไม่ได้ ตั้งเป้ายึดสมรภูมิอีอีซี 3 จังหวัด(ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง)


สนามเมืองชล “สนธยา” จับมือกำนันมานิตย์ ปิดล้อมเสี่ยเฮ้ง ผนึกพันธมิตรอีอีซี พ่อมดดำ แปดริ้ว และนายกช้าง เมืองระยอง ปั่นแลนด์สไลด์เพื่อทักษิณ
    

บ้านใหญ่ชลบุรี รอเวลากลับมาผงาด หลังตัดสินใจเข้าไปอยู่ใต้ชายคาทักษิณ ชินวัตร โดยมี สนธยา คุณปลื้ม และ วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี เป็นเสาหลัก พร้อมกับแม่ทัพนายกอง ผู้ยังภักดีต่อกำนันเป๊าะ
 

มีรายงานข่าวจากชลบุรี ช่วงต้นสัปดาห์นี้ สนธยา คุณปลื้ม ในนามบ้านใหญ่แสนสุข ได้นัดประชุมนักการเมืองท้องถิ่น และหัวคะแนน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี ปี 2566

สนธยา ผนึกกำนันมานิตย์ จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย ปิดล้อมเสี่ยเฮ้งสนธยา ผนึกกำนันมานิตย์ จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย ปิดล้อมเสี่ยเฮ้ง


ในที่ประชุมวันดังกล่าว แป๊ะ-สนธยา ได้แนะนำ มานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี ที่จะมาร่วมงานกับบ้านใหญ่ ในสีเสื้อเพื่อไทยด้วยกัน โดยกำนันมานิตย์ จะรับผิดชอบพื้นที่ อ.เมืองชลบุรีบางส่วน และ อ.พานทอง 


ทายาทกำนันเป๊าะยังปลุกใจหัวคะแนนว่า ศึกครั้งนี้ชลบุรี บ้านใหญ่ต้องชนะยกจังหวัด แถมบ้านใหญ่เมืองชลยังมีพันธมิตรคือ พ่อมดดำ-สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และนายกช้าง-ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง ที่จะต่อสู้ในทีมเดียวกัน


สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เพื่อไทย สายบ้านใหญ่ ทั้ง 10 เขต คงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง จึงจะเปิดเผยชื่อได้อย่างเป็นทางการ 


‘โหนกระแสอุ๊งอิ๊ง’
ความพ่ายแพ้ในปี 2562 “สนธยา” ตระหนักดีว่า บริบทการเมืองในชลบุรีมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด คนรุ่นใหม่กลายเป็นตัวชี้ขาดผลการเลือกตั้ง


พลิกแฟ้มเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี สมัยที่แล้ว ปรากฏว่า ตัวแทนกลุ่มบ้านใหญ่ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ พ่ายแพ้ทั้ง 3 เขตประกอบด้วย เขต 5 พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา อดีต ส.ส.ชลบุรี ,เขต 6 อิทธิพล คุณปลื้ม อดีต ส.ส.ชลบุรี 2 สมัย และเขต 7 ปรเมศฐ์ งามพิเชษฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี 


ทั้ง 3 คนเป็นกำลังหลักของบ้านใหญ่ แม้จะไม่มี ส.ส.บ้านใหญ่ใน พปชร. ก็ยังโชคดีที่อิทธิพล ได้เป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรม ในโควตากลุ่มชลบุรี ตอนนั้น เสี่ยเฮ้งยังไม่แตกคอกับบ้านใหญ่ 
 

สาเหตุความปราชัยของกลุ่มบ้านใหญ่ประการหนึ่ง  น่าจะมาจากกระแสคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคอนาคตใหม่ บวกกับพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ ทำให้คนเสื้อแดงแถวพัทยา บางละมุง เทคะแนนเลือกอนาคตใหม่


แม้บ้านใหญ่ชลบุรี ยังรักษาเก้าอี้นายก อบจ.ชลบุรี และนายกเมืองพัทยาไว้ได้ แต่ในอนาคต สถานการณ์การเมืองเริ่มผันผวน เมื่อบ้านใหญ่ ไม่มี ส.ส.ชลบุรี อยู่ในซุ้มแม้แต่คนเดียว


การเลือกพรรคเพื่อไทย และหวังพึ่งกระแสอุ๊งอิ๊ง จึงเป็นคำตอบสุดท้าย ในการดำรงเผ่าพันธุ์การเมือง ในนามบ้านใหญ่ชลบุรีให้อยู่รอดต่อไปได้


‘พึ่งกำนันมานิตย์’
ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า “สนธยา” และทีมบ้านใหญ่ ต้องขับเคี่ยวกับทีมเสี่ยเฮ้ง จึงเปิดการเจรจากับพันธมิตรทางการเมือง โดยเฉพาะก๊กกำนันมานิตย์


จะว่าไปแล้ว มานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี สนิทสนมทั้งแป๊ะ สนธยา และเฮ้ง สุชาติ เมื่อจำเป็นต้องเลือก กำนันมานิตย์เลือกข้างลูกกำนันเป๊าะ


สำหรับเส้นทางการเมืองของ มานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีตกำนัน ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ชลบุรี ปี 2550 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์


สมัยที่แล้ว กำนันนิตย์ลาออกจากพรรค ปชป.ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย โดยเนวิน ชิดชอบ มอบให้จัดตัวผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ทั้ง 8 เขต


กำนันมานิตย์ ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 2  แพ้จองชัย วงศ์ทรายทอง พรรคพลังประชารัฐ หลังพ่ายศึกเลือกตั้ง กำนันมานิตย์ก็ลาออกจากภูมิใจไทย 


ว่ากันว่า สนธยาและวิทยา ตัวแทนบ้านใหญ่แสนสุข ได้มอบให้กำนันมานิตย์รับผิดชอบผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ เขต 2 , เขต 3 และเขต 4 เนื่องจากมีฐานเสียง ฐานคะแนนอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี(บางตำบล) และ อ.พานทอง


เบื้องต้น กำนันมานิตย์ จะส่ง ฉัตรชัย อั้งลิ้ม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านสวน ลงสมัครเขต 2 และเรือโท ธนวัฒน์ ภาวสุทธิ์ ลูกชายมานิตย์ ลงสมัครเขต 3 


ดังนั้น กำนันมานิตย์ จึงเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญของบ้านใหญ่เมืองชล ในการเอาชนะกลุ่มเสี่ยเฮ้ง เพราะศึกนี้ทายาทกำนันเป๊าะต้องการสั่งสอนใครบางคน


คอลัมน์…  ท่องยุทธภพ  โดย… ขุนน้ำหมึก 

อึมครึม “ประยุทธ์” เปลี่ยนใจ ลอยแพ “เฮ้ง-หิ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538811

15 ธ.ค. 2565

อึมครึม “ประยุทธ์” เปลี่ยนใจ ลอยแพ “เฮ้ง-หิ”

อึดอัดอึมครึม “ประยุทธ์” คิดไม่ตก จะไปต่อกับพรรคใหม่ หรือหวนคืนพรรคเก่า ทีมส่วนหน้า “เฮ้ง-หิ” เหมือนถูกลอยแพ บ้านใหญ่ไม่มาตามนัด บ้านเล็กหนีไปซบ ภท.

สถานการณ์อึมครึม “ประยุทธ์” ออกอาการคิดไม่ตก จะไปต่อกับพรรคใหม่ หรือหวนคืนพรรคเก่า ทีมส่วนหน้า “เฮ้ง-หิ” เหมือนถูกลอยแพ


บ้านใหญ่ไม่มาตามนัด บ้านเล็กก็หนีไปภูมิใจไทย “ประยุทธ์” ฝากผีฝากไข้ไว้กับ “เฮ้ง-หิ” มากกว่าอดีต ส.ส.แตกทัพจาก ปชป.


เวลาเดินไปอย่างรวดเร็ว การเมืองก็แปรเปลี่ยนรายวัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่เอ่ยปากชัดๆว่า จะไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ แถมมีข่าวลืออื้ออึงว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจหวนกลับพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ก็วางมือทางการเมืองไปเลย
 

ขณะที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ยังมั่นใจว่า พรรค รทสช.ไปต่อได้ และส่งสัญญาณ 24 ธ.ค.2565 จะมีข่าวใหญ่สะเทือนวงการเมือง


อันที่จริง ทีมงาน เสธ.ทำเนียบ ที่เป็นมือทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็คาดหวังที่จะเห็น ส.ส.ซุ้มบ้านใหญ่ พรรคพลังประชารัฐ อย่างเช่นกลุ่มสามมิตร และกลุ่มเพชรบูรณ์ ขยับตามเสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น ออกไปอยู่พรรคใหม่ 


เอาเข้าจริง กลุ่มบ้านใหญ่ก็ไม่กล้าตัดสินใจ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ ยังแสดงอาการละล้าละหลัง ไม่แสดงตัวชัดๆว่า จะไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ


ในพรรค พปชร. มี ส.ส.หน้าใหม่จำนวนมาก ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มการเมืองท้องถิ่น มีฐานเสียงเฉพาะตัว เรียกว่า บ้านเล็ก ซึ่ง ส.ส.ประเภทนี้ กลับเลือกที่จะไปอยู่ภูมิใจไทย มากกว่าจะไปกับลุงตู่


‘บ้านเล็กหนีเฮ้ง’
เสี่ยเฮ้ง เป็นคนแรกๆที่ประกาศเลือกข้าง “ประยุทธ์” ไปไหนไปด้วย ตามสไตล์นักเลงเมืองชล ตอนแรก เสี่ยเฮ้งก็หวังจะได้ ส.ส.บ้านเล็ก ในภาคกลางและภาคตะวันตก มาเป็นกำลังหลักของพรรคใหม่


ล่าสุด ส.ส.กลุ่มบ้านเล็ก ภาคตะวันตก 7 คน ประกอบด้วย ปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม ,กฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี ,สุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี ,สมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี  ,ธรรมวิชญ์  โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี ,อัฎฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี และ พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี ได้ยกพลไปอยู่ภูมิใจไทย
 

เป็นที่รู้กันดีว่า สุชาติ เคยดูแล ส.ส.เหล่านี้มาก่อน แต่ ส.ส.ซุ้มบ้านเล็ก จึงเลือกไปอยู่พรรคภูมิใจไทย เพราะมีคนดูแลชื่อ ชาดา ไทยเศรษฐ์ 


เสี่ยเฮ้ง จึงเหลือกำลัง ส.ส.ในมือแค่ 6-7 คน แถมสนามเลือกตั้งชลบุรี สมัยหน้าจะมีการแข่งขันกันสูง โอกาสแพ้-ชนะเท่าๆกัน เพราะกลุ่มบ้านใหญ่แสนสุข ย้ายไปซบเพื่อไทย 

หิมาลัย พร้อมทีม ส.ส. ที่จะเดินหน้าไปกับลุงตู่หิมาลัย พร้อมทีม ส.ส. ที่จะเดินหน้าไปกับลุงตู่


ด้วยเหตุนี้ จึงมีภาพสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ปรากฏในเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยเจ้าตัวเองก็บอกว่า พักผ่อนน้อย พักนี้มีเรื่องมีราวให้ต้องคิดเยอะ สุดท้ายร่างกายก็อ่อนเพลีย


‘ตัวละครลับ’
ในความสับสนเรื่องพรรค รทสช.วงแตก “ประยุทธ์” ถอยดีกว่า ก็มีข่าวแจกจาก เสธ.หิ อดีตนายทหารคนดังว่า อยู่เคียงข้างลุงตู่ ทหารเสือรุ่นพี่ 100%
    

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หิมาลัย ผิวพรรณ ได้นัดนักข่าวสายทหารพูดคุยกันประสาพี่น้องที่รู้จักกันมานาน เพื่อเปิดเผยเรื่องทิศทางการทำงานการเมืองในอนาคต


หิมาลัย บอกว่า ตัวเขาไปช่วยงานการเมืองที่พรรครวมไทยสร้างชาติแน่นอน แต่เป็นการไปช่วยส่วนตัวในฐานะกองเชียร์ และไม่ได้มีตำแหน่งในพรรค 


เหมือนที่ เสธ.หิ พูดมาหลายครั้ง เขามีหลักการทำงานส่วนตัวโดยหลัก 3 ประการคือ กตัญญู สัจจะ และการเมือง ในฐานะที่เคยเป็นรุ่นน้องทหารเสือ ร.21 รอ. กับ พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่ทิ้งให้รุ่นพี่ต้องเดินไปอย่างเดียวดาย


เสธ.หิ มี ส.ส.อยู่ในซุ้มบ้านเล็ก 3 คน และน่าจะเข้ามาเสริมทีมภาคเหนือตอนล่างและภาคอีสาน เพราะมีเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นอยู่ในมือ 


หากพรรค รทสช. ต้องการเป็นพรรคขนาด 30-40 ที่นั่ง จะหาคนแบบเสี่ยเฮ้ง และ เสธ.หิ มาเพิ่มอีก ไม่เช่นนั้นก็คงเอาตัวไม่รอด ได้ ส.ส.ไม่ถึง 25 ที่นั่ง


ตรงกันข้าม ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เปลี่ยนใจวางมือ ยุติการทำงานการเมือง ก็เท่ากับลอยแพ “เฮ้ง-หิ” ไปโดยปริยาย 

คอลัมน์…  ท่องยุทธภพ  โดย… ขุนน้ำหมึก 

เมินบุรีรัมย์ “หนานแมว” ส.ส. 4 เดือน โผล่เชียงราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538781

15 ธ.ค. 2565

เมินบุรีรัมย์ “หนานแมว” ส.ส. 4 เดือน โผล่เชียงราย

ไม่ย้ายขั้ว “หนานแมว” เดชทวี ศรีวิชัย ส.ส.ลำปาง มาแบบเซอร์ไพรส์ ก็ลาออกอย่างมีปริศนา จับตาอดีต ส.ส.ลำปาง ไม่ไปพรรคบุรีรัมย์ อาจโผล่ที่พรรคเชียงราย

มาแบบเซอร์ไพรส์ “หนานแมว” เดชทวี ศรีวิชัย ส.ส.ลำปาง ที่เป็นผู้แทนฯ เพียง 4 เดือนครึ่ง ก็ลาออกอย่างน่าประหลาดใจยิ่ง


“หนานแมว” รู้อยู่แก่ใจสมัยหน้า ไม่ได้ลง ส.ส.ลำปาง เขต 4 ในนามเสรีรวมไทย จับตาอดีต ส.ส.ลำปาง อาจไปโผล่ที่พรรคเชียงราย 


ท่ามกลางกระแสข่าว ส.ส.แห่ลาออกไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย เดชทวี ศรีวิชัย ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคเสรีรวมไทย ทำให้ต้องพ้นจาก ส.ส.ลำปาง ท่ามกลางข้อกังขาของผู้คน
 

เนื่องจาก เดชทวี ศรีวิชัย หรือหนานแมว เพิ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. วันที่ 1 ส.ค. 2565 และลาออกเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2565 รวมระยะเวลาการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ประมาณ 4 เดือนครึ่งเท่านั้น


นพ.เรวัต วิศรุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยกรณีที่ เดชทวี ศรีวิชัย ลาออกจากสมาชิกพรรคเสรีรวมไทย เพราะการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะส่ง ประยูร แก้วเดียว ลงสมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 4 ซึ่งเป็นเขตเดียวกันกับ ทำให้เดชทวีไม่มีที่ลงเลือกตั้ง จึงต้องลาออกไปหาพรรคใหม่

ประยูร แก้วเดียว จะลงสมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 4 สมัยหน้า แทนหนานแมวประยูร แก้วเดียว จะลงสมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 4 สมัยหน้า แทนหนานแมว


แหล่งข่าวในพรรคเสรีรวมไทย บอกว่า หนานแมวจะไม่ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่จะเลือกไปอยู่พรรคฝ่ายประชาธิปไตย อาจเป็นพรรคเล็ก 


มีความเป็นไปได้ที่หนานแมว จะไปสังกัดพรรคเพื่อชาติ ของยงยุทธ ติยะไพรัช ซึ่งในอดีตหนานแมว เคยเป็นคนเสื้อแดงลำปาง และรู้จักมักคุ้นกับยงยุทธเป็นอย่างดี


‘หนานแมวคนเมืองเถิน’
ชัยชนะของ “หนานแมว” เดชทวี ศรีวิชัย ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 4 ลำปาง  (อ.เกาะคา อ.สบปราบ อ.แม่พริก และอ.เถิน) ถือว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์หรือบางคนพูดว่า นี่คือเดชทวีแลนด์สไลด์ 


ช่วงหาเสียงเลือกตั้งซ่อม สื่อทุกสำนักฟันธงว่า วัฒนา สิทธิวัง อดีต ส.ส.ลำปาง พรรคเศรษฐกิจไทย จะได้รับชัยชนะ เพราะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคได้ลงมาบัญชาการด้วยตัวเอง
 

เดชทวี ศรีวิชัย อายุ 54 ปี ชาว อ.เถิน จ.ลำปาง หรือที่รู้จักในนาม หนานแมวคนเมืองเถิน เคยเป็น ส.อบจ.ลำปาง เขต อ.เถิน และยุคแดงทั้งแผ่นดิน หนานแมวก็เคยเข้าร่วมขบวนการคนเสื้อแดง


พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้เลือกหนานแมวเป็นตัวแทนพรรคลงเลือกตั้งแบบกระทันหัน แต่ผลเลือกตั้งกลับออกมาผิดคาด เดชทวี ศรีวิชัย ได้ 54,359 คะแนน ชนะวัฒนา สิทธิวัง ที่ได้ 30,218 คะแนน  


ความปราชัยของวัฒนา ส่งผลให้ ร.อ.ธรรมนัส ถึงกับเสียศูนย์ และยอมรับว่า พรรคเศรษฐกิจไทยจะเลือกข้างพี่น้อง 3 ป.ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว


หลังปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ได้ 4 เดือนกว่า เดชทวี ได้โพสต์ภาพตัวเขาเข้าไปกราบลาหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และเปิดความในใจว่า พรรคมีผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 4 ไว้แล้ว “…เมื่อครั้งเลือกตั้งซ่อม แต่ด้วยอุบัติเหตุไม่สามารถลงรับสมัครได้ จึงได้ให้ผมลงเป็นตัวสำรองไว้”


หลายคนเพิ่งทราบว่า หนานแมวลงสมัครเลือกตั้งซ่อมในฐานะตัวสำรอง “คราวนี้เลือกตั้งใหญ่ตัวกระผมนายเดชทวี ศรีวิชัย ต้องเคารพ มติพรรคที่ต้องส่งตัวหลักคนเดิมลงอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ ผมจึงต้องลาออกจากสมาชิกพรรค เพื่อหาสังกัดใหม่ให้ทำตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด”


‘บ้านคาวบอย’
สำหรับตัวจริงของเสรีรวมไทยที่จะลงสนามแทน “หนานแมว” คือ ประยูร แก้วเดียว หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทยภาคเหนือตอนบน และผู้ช่วย ส.ส. ของ พล.ต.ท วิศณุ ม่วงแพรสี รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย 


ประยูร แก้วเดียว นายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดนครลำปาง และเจ้าของร้านอาหารบ้านคาวบอย เคยลงสมัครนายก อบจ.ลำปาง ในนามกลุ่มอนาคตลำปาง แต่ได้แค่ 3 หมื่นคะแนน


เลือกตั้งสมัยหน้า ประยูร จะเป็นตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย ลงสนามเขต 4 ลำปาง ส่วนอดีต ส.ส.หนานแมว ก็น่าจะไปสังกัดพรรคเพื่อชาติ สานฝันยงยุทธ ติยะไพรัช

คอลัมน์… ท่องยุทธภพ   โดย… ขุนน้ำหมึก 

ลุ้นพระเถระรูปใดแทน พระเล็ก พระครูสุทธิญาณโสภณ ลาออกจากเจ้าคณะกาฬสินธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/538729

เปรียญ12

14 ธ.ค. 2565

ลุ้นพระเถระรูปใดแทน พระเล็ก พระครูสุทธิญาณโสภณ ลาออกจากเจ้าคณะกาฬสินธุ์

นับได้ว่าการยื่นหนังสือลาออกของ พระเล็ก หรือ พระครูสุทธิญาณโสภณ ทำให้วงการคณะสงฆ์ธรรมยุต คลายความอึดอัดที่มีมานานกว่า 1 ปี

มีข่าวที่เชื่อถือได้ ในวงการคณะสงฆ์ธรรมยุต จังหวัดกาฬสินธุ์ว่า พระครูสุทธิญาณโสภณ(เล็ก) ได้ยื่นหนังสือลาออก จากตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2565 แล้ว หลังจากถูกต่อต้านมานาน กว่าปี จากคณะสงฆ์และชาวพุทธจังหวัดกาฬสินธ์ุ ตั้งแต่มีข่าวว่า มหาเถรสมาคม ถอดถอนพระเทพสารเมธี ออกจากเจ้าคณะกาฬสินธ์ุ
เพื่อยืนยันว่าข่าวไม่เฟค จึงเผยแพร่ จดหมายพระครูสุทธิญาณโสภณ ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2565 มีเนื้อความว่า กราบเรียนพระเทพดิลก เจ้าคณะภาค 9 (ธรรมยุต) เรื่องขอลาออกจากตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ


รายละเอียด จดหมายลาออก ระบุว่า พระครูสุทธิญาณโสภณ วัดป่านาขาม ต.แก้งไก่ อ.สังคม จ.หนองคาย ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ(ธรรมยุต) ตามมติ มหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดและปฏิบัติหน้าที่โดยได้สนองงานคณะสงฆ์ และพระศาสนามาอย่างเต็มกำลังความสามารถ
บัดนี้กระผม มีความประสงค์ที่จะลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ(ธ) เพื่อปฏิบัติศาสนกิจด้านวิปัสนาธุระและเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ในด้านสาธารณสงเคราะห์ อันเป็นประโยชน์เกื้อกูลพระศาสนา ต่อไป

การลาออกของพระครูสุทธิญาณโสภณทำให้วงการคณะสงฆ์ธรรมยุตคลายความอึดอัดที่มีมานานกว่า 1 ปี นับแต่วันที่มหาเถรสมาคม ทำงานแบบฟ้าแลบ โดยถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป (ในส่วนมหานิกาย) ถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา (ในส่วนคณะสงฆ์ธรรมยุต) ถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ (ธรรมยุต) แล้วตั้งพระรูปอื่นขึ้นมาสวมตำแหน่งทันที
การถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 จังหวัด เมื่อ 30 กันยายน 2564 ขาดเหตุและผล จึงมีการเรียกร้องให้มส.แถลงให้ชาวบ้านทราบ

หนังสือลาออกหนังสือลาออก


แต่ไม่มีใครแถลง ชาวบ้านและคณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธ์ุ ไม่พอใจมาก ต่อต้านไม่ให้พระครูสุทธิญาณโสภณ เจ้าคณะจังหวัด (ใหม่)  มีวัดอยู่ในจังหวัดกาฬสินธ์ุ จึงเป็นเจ้าคณะจังหวัดที่เข้ามารับตำแหน่งไม่ได้
ดังนั้น ปฏิทินศาสนา ปี 2565 จึงระบุว่าพระครูสุทธิญาณโสภณ เป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ แต่ยังอยู่วัดบ้านนาขาม อ.สังคม จ. หนองคาย
การตั้งพระครู ขัดแย้งกับกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2506) ว่า เจ้าคณะจังหวัด ต้องมีพรรษาพ้น 10 มีสำนักอยู่ในเขตจังหวัดนั้น

พระครูสุทธิญาณโสภณ(เล็ก) พระครูสุทธิญาณโสภณ(เล็ก)

ท่านผู้อ่านที่ติดตามข่าวสารของพระสงฆ์และศาสนา  คงจำได้ว่า การแต่งตั้งพระครูสุทธิญาณโสภณ ข้ามห้วยจากเจ้าอาวาสวัดในเขตปกครองภาค 8 มาภาค 9 และข้ามจังหวัดจากหนองคาย มาเป็นใหญ่ในจังหวัดกาฬสินธ์ุ ทั้งๆ ที่ คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธ์ุ มีพระราชาคณะเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดอยู่ 1 รูปคือพระญาณรักขิต (แผน) วัดวีระวงศาวาส

การตั้งพระครู มาปกครองเจ้าคุณ ยังขัดกับกฎ มส. ฉบับที่ 24 ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 พ.ศ.2563 ว่า (4) การแต่งตั้งพระสังฆาธิการ กรณีครบวาระพร้อมกัน ให้ดำเนินการตามลำดับศักดิ์ของตำแหน่งพระสังฆาธิการ จากสูงลงมาต่ำ ความข้อนี้ไม่กระทบถึงการที่จะมีพระราชดำริเป็นประการอื่นในทุกกรณี
 จากนี้ต้องคอยติดตามว่า คณะธรรมยุตจะเสนอพระเถระรูปใด มาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ (ธรรมยุต) 
 รูปใหม่

เรื่อง : เปรียญ12

ไม่ทิ้ง พท. “บุญรื่น ศรีธเรศ” ลับลวงเสี่ยหมู สู้หรือถอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538744

14 ธ.ค. 2565

ไม่ทิ้ง พท. “บุญรื่น ศรีธเรศ” ลับลวงเสี่ยหมู สู้หรือถอย

กาฬสินธุ์แปลก ๆ “บุญรื่น ศรีธเรศ” ยันไม่ทิ้งเพื่อไทย มีข่าวลือ ส.ส.อาวุโสจะขอเว้นวรรค ส่งลูกไปลงเขตอื่น คู่ปรับเก่าป้าบุญรื่น เสี่ยหมู ค่ายบุรีรัมย์ ทุ่มเดิมพันสุดท้าย

กาฬสินธุ์ป่วน “บุญรื่น ศรีธเรศ” โต้ไม่ทิ้งคนดูไบ ท่ามกลางข่าวลือในพื้นที่ ส.ส.อาวุโสจะขอเว้นวรรค แถมเพื่อไทยยังไม่เคาะผู้สมัคร ส.ส.เมืองน้ำดำ


สมัยหน้า “บุญรื่น ศรีธเรศ” เจอคู่ปรับเก่า เสี่ยหมู สายตรงค่ายบุรีรัมย์ ที่ทุ่มสรรพกำลังเต็มที่ หวังเอาชนะป้าบุญรื่นให้ได้


ในกระแสข่าว ส.ส.เพื่อไทย 10 คน เตรียมจะไปโชว์ตัวที่พรรคภูมิใจไทย ปรากฏว่า มี ส.ส.เพื่อไทย 2 คนคือ บุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 และจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี เขต 5 ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวยืนยันว่า ไม่ย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยตามที่เป็นข่าว 
 

สาเหตุที่ ส.ส.บุญรื่น และจุฑาพัตธน์  ต้องรีบออกมาชี้แจงว่า ไม่ได้ย้ายพรรค เพราะมีบางสำนักข่าวไปรายงานว่า ส.ส.หญิงทั้งสองคนนี้จะไปอยู่พรรคภูมิใจไทย


ป้ารื่นหรือบุญรื่น กล่าวย้ำว่า ตนเป็น ส.ส.ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนมาถึงเพื่อไทย รวม 23 ปี ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน ไม่เคยสอบตก เป็น ส.ส.รวม 5 สมัย 


“ป้ารื่นไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนพรรคการเมืองเลย ป้าเกิดที่นี่ จะขอตายที่นี่ในทางการเมือง นี่คือปณิธาน ขอพูดครั้งสุดท้าย อย่าเชื่อข่าว ต้องเชื่อป้าเท่านั้น”


จะว่าไปแล้ว ข่าวเรื่องป้ารื่นจะย้ายพรรค ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ในเมืองน้ำดำกลับมีข่าวซุบซิบว่า สมัยหน้าป้ารื่น จะขอเว้นวรรค และจะสนับสนุนลูกชายให้ลงสมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 6 


ประกอบกับทางพรรคเพื่อไทย ยังไม่ยอมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ ทั้ง 6 เขต ทำให้มีบรรยากาศอึมครึม ข่าวลือจึงบังเกิด ทั้งจากฝ่ายเดียวกัน และฝ่ายตรงข้าม

‘หมดเสน่ห์แล้วหรือ’
“บุญรื่น ศรีธเรศ” หรือ ป้าบุญรื่น เป็นครูเก่า เข้าสู่วงการเมือง หลังจากสามี ครูสังข์ทอง ศรีธเรศ อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ เสียชีวิต ปี 2544 ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก สังกัดพรรคไทยรักไทย 


สนามเลือกตั้งเมืองน้ำดำ ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปี 2562 พรรคการเมืองของทักษิณ ชินวัตร ชนะเลือกตั้งแบบยกจังหวัดมาโดยตลอด


สมัยที่แล้ว เพื่อไทยก็ยกจังหวัด ส.ส.กาฬสินธุ์ 5 คน ได้แก่ บุญรื่น ศรีธเรศ ,วีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์,คมเดช ไชยศิวามงคล,พีระเพชร ศิริกุล และประเสริฐ บุญเรือง


จากผลเลือกตั้งเขต 1 (อ.เมืองกาฬสินธุ์) ป้าบุญรื่น ได้    37,532 คะแนน เอาชนะเสี่ยหมู-วิรัช พิมพะนิตย์ พรรคภูมิใจไทย ที่ได้ 32,275 คะแนน ด้วยช่องว่างคะแนนห่างกันแค่ 5 พันคะแนน จึงเกิดรายการเขย่าขวัญป้าบุญรื่น


คนเพื่อไทยบางกลุ่มก็บอกว่า ป้าบุญรื่นอายุเยอะ หมดแพชชั่นแล้วให้คนรุ่นใหม่ลงสนามแทนดีกว่า ด้วยเหตุนี้ จึงมีกระแสข่าวว่า ป้าจะวางมือ แต่ป้ากลับให้ลูกชาย ทินพล ศรีธเรศ ไปลงสมัคร ส.ส.เขต 6 


ป้าบุญรื่นจะเว้นเขต 1 ไว้ให้ใคร? เป็นคำถามที่ดังเซ็งแซ่ คล้ายจะบอกว่า ป้าบุญรื่น ต้องชัดเจนว่า จะเอายังไงกันแน่

สจ.หมู ขอเดิมพันสุดท้าย เอาชนะป้าบุญรื่นให้ได้ สจ.หมู ขอเดิมพันสุดท้าย เอาชนะป้าบุญรื่นให้ได้


‘เดิมพันสุดท้าย’
การเลือกตั้งครั้งหน้า จ.กาฬสินธุ์ มี ส.ส. 6 คน “บุญรื่น ศรีธเรศ” ก็พยายามดันลูกชายให้ลงสมัคร ส.ส.เขต 6 และตัวเองก็ยังไม่ชัดว่า จะลงสมัคร ส.ส.เขต 1 หรือไม่ 


สำหรับคู่ต่อสู้ของป้าบุญรื่น คือ สจ.หมู หรือ วิรัช พิมพะนิตย์ อดีต ส.อบจ.กาฬสินธุ์ เขต อ.เมือง และมีฉายาว่า สจ.หมู นักสู้ติดดิน 


ต้นปี 2557 เสี่ยหมูลงสมัคร ส.ว. มีพลังหนุนจาก ส.อบจ.กาฬสินธุ์ บางกลุ่มและ ส.ส.เพื่อไทยบางคน อาทิ ประเสริฐ บุญเรือง ทำให้วิรัชเอาชนะผู้สมัคร ส.ว.คู่แข่งจากพรรคเพื่อไทยไปได้  


หลังพ่ายแพ้เลือกตั้ง เสี่ยหมูได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีคมนาคม(ศักดิ์สยาม ชิดชอบ) จึงมีบทบาทในการพัฒนาบ้านเกิด-กาฬสินธุ์ และปูทางสร้างฐานเสียงให้กว้างขวาง


เสี่ยหมูมีพร้อมทรัพยากรสำหรับการเลือกตั้ง แต่จุดอ่อนคือ พรรคภูมิใจไทยไม่มีกระแส และคนเมืองน้ำดำยังฝังใจจำเรื่องคนทรยศนายใหญ่


อย่างไรก็ตาม เซียนการเมืองแถวเมืองน้ำดำ วิเคราะห์ตรงกันว่า หากกาฬสินธุ์จะไม่แลนด์สไลด์ ก็เพราะเขต 1 มีผู้สมัคร ส.ส.ชื่อ เสี่ยหมู ค่ายสีน้ำเงิน นี่แหละ 
     

คอลัมน์… ท่องยุทธภพ  โดย… ขุนน้ำหมึก 

เถระรูปใดจะเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 8 แห่งวัดบวรนิเวศฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/538682

เปรียญ12

13 ธ.ค. 2565

เถระรูปใดจะเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 8 แห่งวัดบวรนิเวศฯ

ขณะนี้ ผู้ที่สนใจเรื่องวัดวาอาราม กำลังจับตามองไปที่วัดบวรนิเวศวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก ว่าพระเถระรูปใดจะได้เป็นเจ้าอาวาส หลังจากสมเด็จพระวันรัต (จุนท์) อดีตเจ้าอาวาสมรณภาพ และออกเมรุ เมื่อ 1 ธันวาคม 2565

ปัจจุบัน พระธรรมวชิรญาณ(จิระพล อธิจิตฺโต) ในฐานะผู้ช่วยเจ้าอาวาส และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส หลังจากสมเด็จพระวันรัต(จุนท์ พรหมคุตฺโต) เจ้าอาวาส ลำดับที่ 7 อายุ 85 ปี มรณภาพเมื่อ 15 มีนาคม 2565
ผู้ที่ติดตามเรื่องวัด คาดการณ์ว่าคณะสงฆ์ธรรมยุต คงไม่ดองเค็ม ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศไว้นาน เหมือนที่เคยดองเค็ม ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม ที่อดีตสมเด็จพระวันรัต (จุนท์) รักษาการณ์แทนเจ้าอาวาสนานกว่า 10 ปี จนกระทั่งมรณภาพ เพราะวัดบวรนิเวศฯเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 9 และเป็นวัดที่กุลบุตร จากส่วนราชการและเอกชน เข้าอุปสมบทระยะสั้น 15 วันและ  1 เดือน ครั้งละหลาย ๆ รูปเป็นประจำ
แปลว่า คณะธรรมยุตอาจเสนอพระเถระในวัดบวรนิเวศรูปใด รูปหนึ่งให้มหาเถรสมาคมพิจารณา อนุมัติให้ขึ้นดำรงตำแหน่งสำคัญนี้ อย่างเงียบๆ ก็ได้


ถึงแม้ว่า มหาเถรสมาคมจะเห็นชอบตามที่คณะสงฆ์ธรรมยุตเสนอมาตามลำดับขั้นตอนแล้ว ก็ยังเป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวงไม่ได้ เพราะกฎมหาเถรสมาคมฉบับที 24 ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ  ได้แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ.2563 ว่าการแต่งตั้งพระสังฆาธิการให้ดำรงตำแหน่งทางปกครอง ตั้งแต่เจ้าคณะใหญ่จนถึงเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ให้สมเด็จพระสังฆราชในฐานะประธานมหาเถรสมาคม เสนอไปยังราชเลขานุการในพระองค์ เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณา ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เมื่อมีพระราชดำริประการใด ให้มหาเถรสมาคมมีมติ ให้มีพระบัญชาตั้ง หรือตราตั้ง แล้วแต่กรณี และให้เลขาธิการรายงานนายกรัฐมนตรี เพื่อทราบต่อไป

ในการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการนั้น ให้ดำเนินการตามกฏ มส. แต่ถ้ามีพระราชดำริประการใด ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้ง หรือถอดถอน ดำเนินการ อนุวัต ตามพระราชดำรินั้น


ส่วนรายนามพระเถระวัดบวรนิเวศวิหาร ที่มีโอกาสขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส  ที่ดำรงสมณศักดิ์ชั้นธรรม มี 3 รูป คือ 1.พระธรรมวชิรญาณ(จิรพล) 2.พระธรรมวิสุทธาจารย์(แสวง) และ 3.พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธ์(อนิลมาน)
พระราชาคณะชั้นเทพ มี 2 รูป คือ 1.พระเทพวชิรมุนี(มล.คิวปิค) และ 2.พระเทพวิสุทธิกวี(ถาวร) 
ใครเป็นใคร อีกไม่นาน สาธุชน และคณะศิษย์ คงได้อนุโมทนา
วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นวัดที่สำคัญมาก คือเป็นที่ประทับพระเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงผนวช ในอดีตพระราชวงศ์ชั้นสูง อุปสมบท หรือบรรพชา ได้ประทับที่วัดนี้ จนอาจเรียกว่าเป็นวัดประจำพระราชวงศ์ก็ได้

พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์(อนิล)พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์(อนิล)


วัดนี้ได้รับการสถาปนาในรัชกาลที่ 3 เจ้าอาวาสรูปแรก คือ พระวชิญาณภิกขุ หรือพระเจ้าฟ้ามงกุฏ เมื่อพระองค์ทรงลาสิกขา ขึ้นครองราชย์ เป็นพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เป็นวัด ที่มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นเจ้าอาวาสถึง 4 พระองค์ 
เป็นที่บัญชาการคณะสงฆ์ และคณะพระธรรมยุต เป็นที่ตั้งหน่วยงานปฏิรูปการศึกษาสงฆ์ ทั้งภาคธรรมและภาษาบาลี ที่เคยสอบปากเปล่ามาเป็นข้อเขียน

เป็นวัดที่มี 2 วัดรวมกัน คือพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ทรงให้ยุบวัดรังษีสุทธาวาส อันเป็นวัดมหานิกาย มารวมกับวัดบวรนิเวศวิหาร ส่วนที่เคยเป็นวัดรังษี ยังหลงเหลือถึงปัจจุบันคือ พระอุโบสถ ที่อยู่หน้าตึกมหามกุฏ และคณะเหลืองรังษี
 ที่มีแปลกกว่าวัดอื่น คือ มีพระประธาน 2 องค์ในพระอุโบสถ 1.หลวงพ่อโตหรือหลวงพ่อสุวรรณเขต ที่อัญเชิญมาจากวัดสระสะพาน จังหวัดเพชรบุรี และ 2.พระพุทธชินสีห์ ที่อัญเชิญจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก


ส่วนกุฏิที่ประทับเรียกว่าพระตำหนักนั้นมี 2 คือตำหนักจันท์ และตำหนักเพชร ปัจจุบันตำหนักเพชร เป็นที่ประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม
นี่คือความสำคัญของวัดที่ตั้งในย่านบางลำพู เขตพระนคร ด้านหน้าวัดคือถนนพระสุเมรุ

ตำหนักเพชร วัดบวรนิเวศราชวรวิหารตำหนักเพชร วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

พระประธาน 2 องค์ในพระอุโบสถ หลวงพ่อสุวรรณเขตและพระพุทธชินสีห์พระประธาน 2 องค์ในพระอุโบสถ หลวงพ่อสุวรรณเขตและพระพุทธชินสีห์

เรื่อง : เปรียญ12

กล้าท้าชน “ทักษิณ” บ้านใหญ่ “วันไชยธนวงศ์” ป่วน พท.เชียงราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538661

13 ธ.ค. 2565

กล้าท้าชน “ทักษิณ” บ้านใหญ่ “วันไชยธนวงศ์” ป่วน พท.เชียงราย

เล่นเกมเสี่ยงสวนกระแส “ทักษิณ” บ้านใหญ่ “วันไชยธนวงศ์” แห่งเชียงราย ขอวัดใจฐานเสียงอีกครั้ง หลังคว้าชัยยึดครองเก้าอี้นายก อบจ. แต่อาจลืมบทเรียนปี 2554

กล้าท้าทาย “ทักษิณ” บ้านใหญ่ “วันไชยธนวงศ์” แห่ง อ.เทิง จ.เชียงราย ขอวัดใจฐานเสียง เล่นเกมเสี่ยงสวนกระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์


บทเรียนปี 2554 “ทักษิณ” สั่งสอนบ้านใหญ่ “วันไชยธนวงศ์” ในสีเสื้อค่ายเนวิน แต่ปีนี้ไม่เหมือนปีนั้น บ้านใหญ่ อ.เทิง มีฐานท้องถิ่นเป็นที่มั่น


ในจำนวน 10 ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่จะมาเปิดตัวกับพรรคภูมิใจไทย มีชื่อ รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย รวมอยู่ด้วย สร้างความแปลกใจให้แฟนคลับเพื่อไทย เพราะไม่คิดว่า ส.ส.ภาคเหนือ จะกล้าทิ้ง ทักษิณ ชินวัตร ในนาทีนี้
 

วันที่ 7 ธ.ค.2565 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯแจ้งว่า รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงรายได้ลาออกเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลง 


วันที่ 26 พ.ย.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางมาเปิดหน่วยบริการฟอกเลือด ด้วยเครื่องไตเทียม ที่ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลเทิง อ.เทิง จ.เชียงราย


ในวันดังกล่าว นักการเมืองตระกูลวันไชยธนวงศ์ ได้มาต้อนรับรองนายกฯอนุทิน พร้อมหน้า  ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.โอ-รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย, นายกนก-อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย และประธานเล็ก-สุธีระพงศ์ วันไชยธนวงศ์ ประธานสภา อบจ.เชียงราย 

วันที่เสี่ยหนู แนะนำ ส.ส.รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ที่ อ.เทิง จ.เชียงราย วันที่เสี่ยหนู แนะนำ ส.ส.รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ที่ อ.เทิง จ.เชียงราย

‘บ้านใหญ่วันไชยธนวงศ์’
“ทักษิณ” มีความผูกพันกับตระกูล “วันไชยธนวงศ์” ตั้งแต่สมัย สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย 6 สมัย ย้ายจากพรรคความหวังใหม่ มาสังกัดพรรคไทยรักไทย 


เสี่ยโป้ย-สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ คือเสาหลักของบ้านใหญ่ อ.เทิง โดยเสี่ยโป้ย เป็น ส.ส.เชียงราย สมัยแรกปี 2531 ในนามพรรครวมไทย ของพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ ก่อนจะยุบรวมเป็นพรรคเอกภาพ 


จากนั้น เสี่ยโป้ยได้จับมือเสี่ยติ่ง-สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย ไปสังกัดพรรคชาติพัฒนา และพรรคความหวังใหม่ แล้วก็ตามเสี่ยติ่งมาอยู่พรรคไทยรักไทย


ตระกูลวันไชยธนวงศ์ มีฐานเสียงหลักอยู่ใน อ.เทิง, อ.พญาเม็งราย ,อ.เวียงชัย และ อ.ขุนตาล โดยการเลือกตั้งปี 2550 เสี่ยโป้ยให้หลานชาย-รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ลงสมัคร ส.ส.เชียงราย แทนตัวเอง ที่ขยับไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในสีเสื้อพรรคพลังประชาชน


การเลือกตั้งปี 2554 เนวิน ชิดชอบ เจรจาให้เสี่ยโป้ย จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย ในนามพรรคภูมิใจไทย เสี่ยโป้ยจึงส่งลูก ๆ คือ สุธีระพงศ์-อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ลงสมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 4 และเขต 5 


ส่วน รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ หลานชายเสี่ยโป้ย สังกัดพรรคเพื่อไทย ซึ่งผลการเลือกตั้งปีนั้น ทีมลูก ๆ เสี่ยโป้ยพ่ายยับ และรังสรรค์ ยังได้เป็น ส.ส.เชียงราย สมัยที่ 2


‘ที่มั่น อบจ.เชียงราย’
ต้นปี 2562 เสี่ยสมบูรณ์แห่งบ้านใหญ่ “วันไชยธนวงศ์” พาลูกชาย-ลูกสาว ย้ายกลับพรรคเพื่อไทย โดยไปพบ “ทักษิณ” ที่ฮ่องกง แจ้งเรื่องจะส่ง สจ.นก-อทิตาธร ลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย ในนามพรรคเพื่อไทย


ช่วงนั้น วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ก็จะส่งลูกสาว-วิสาระดี ลงชิงนายก อบจ.เหมือนกัน ทักษิณได้บอกเสี่ยโป้ยทำนองว่า แข่งกันเองไปเลย แพ้-ชนะ ก็เพื่อไทยเหมือนกัน


เมื่อสองฝ่ายลงสนามนายก อบจ.เชียงราย พรรคเพื่อไทยสั่งห้ามฝ่ายอทิตาธร ใช้โลโก้เพื่อไทย แถมทักษิณยังเชียร์วิสาระดี  ถึงขั้นเขียนจดหมายถึงคนเชียงรายให้เลือกลูกสะใภ้สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ 


ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า  สจ.นก – อทิตาธร  วันไชยธนวงศ์  ชนะ วิสาระดี  เตชะธีราวัฒน์ ค่ายเพื่อไทย แบบว่าหักปากกาเซียน


ดังนั้น บ้านใหญ่วันไชยธนวงศ์ จึงยึด อบจ.เชียงราย เป็นฐานการเมืองท้องถิ่น โดยมีทายาทของเสี่ยโป้ยเข้ามาช่วยกันทำงานท้องถิ่น 


ทายาทเสี่ยโป้ย ประกอบด้วย สุธีระพงศ์ วันไชยธนวงศ์ ประธานสภา อบจ.เชียงราย , นิมิต วันไชยธนวงศ์ อดีตผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี, อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย และ อัครเดช วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.แม่ฮ่องสอน


หาก รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย หลานชายเสี่ยโป้ย ไม่มีกองหนุนที่ชื่อ อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ก็คงไม่กล้าหักทักษิณ ย้ายมาสังกัดค่ายเนวินอย่างแน่นอน


คอลัมน์…  ท่องยุทธภพ   โดย…  ขุนน้ำหมึก 

แบกลุงป้อม “อันวาร์” ชนสายแข็ง ปชป.-ภท. ชิง “ปัตตานี”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538637

13 ธ.ค. 2565

แบกลุงป้อม “อันวาร์” ชนสายแข็ง ปชป.-ภท. ชิง “ปัตตานี”

เกมเสี่ยง “อันวาร์” แบกลุงป้อม ลุยสมรภูมิ “ปัตตานี” ชนสายแข็ง กำนันสนิท ค่าย ปชป. และเพชรดาว ทายาทเด่น โต๊ะมีนา มิหนำซ้ำ แฟนคลับคนรุ่นใหม่ไม่สนับสนุน

ศึกนี้เหนื่อยแน่ “อันวาร์” แบกลุงป้อม ลุยสมรภูมิ “ปัตตานี” ชนสายแข็ง กำนันสนิท ค่าย ปชป. ตามมาด้วยเพชรดาว ทายาทเด่น โต๊ะมีนา


เดิมพัน “อันวาร์” ที่ต้องสูญเสียฐานแฟนคลับ ปชป. และคนรุ่นใหม่ แถมค่าย พปชร.ในวันที่ 2 ป.แตก ไม่ขลังเหมือนปี 2562 


หลังจัดกิจกรรมเคลียร์ใจฐานเสียงเรื่องย้ายพรรคเรียบร้อย อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ก็มาชูเสื้อพรรคพลังประชารัฐ พร้อมเพื่อนอดีต ส.ส.ปลายด้ามขวาน 2-3 คน 
 

พรรคพลังประชารัฐ ในวันที่ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงต่างจากการเลือกตั้งปี 2562 อนาคตของ อันวาร์ สาและ ในสมรภูมิปัตตานี จึงน่าติดตามยิ่ง


ปัตตานี เขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย อ.เมืองปัตตานี และ อ.ยะหริ่ง (เฉพาะ ต.บางปู ต.แหลมโพธิ์ ต.ตะโล๊ะกาโปร์ ต.ยามู ต.ราตาปันยัง ต.ตาแกะ ต.ปิยามุมัง และ ต.ปุลากง)

อันวาร์ ในวันที่นัดชุมนุมกลุ่มผู้สนับสนุน เคลียร์ใจเรื่องย้ายพรรคอันวาร์ ในวันที่นัดชุมนุมกลุ่มผู้สนับสนุน เคลียร์ใจเรื่องย้ายพรรค

นับแต่มีการเลือกตั้งแบบเขตเดียว เบอร์เดียว ในปี 2544 จนถึงปี 2562 ปัตตานี เขต 1 เป็นฐานที่มั่นของพรรค ปชป. จากยุค วัยโรจน์ พิพิธภักดี จนมาถึงอันวาร์ สาและ เป็น ส.ส.อีก 4 สมัย


เมื่ออันวาร์ ส่งสัญญาณชัดว่าไปอยู่พรรคอื่นแน่ พรรค ปชป. ก็เปิดตัวกำนันสนิท นาแว อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี พรรคชาติไทยพัฒนา ลงสนามแทนทันที


ส่วนพรรคภูมิใจไทย  ก็ตัดสินใจส่ง  พญ.เพชรดาว  โต๊ะมีนา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงสนาม ส.ส.เขต 1 ปัตตานี แม้จะกระแสต้านกัญชาเสรี  ซึ่งขัดกับหลักอิสลาม  แต่ด้วยความเป็นลูกสาว เด่น โต๊ะมีนา อดีต ส.ส. และ ส.ว.ปัตตานี ย่อมไม่ใช่ดาวเคราะห์อย่างแน่นอน 


ไม่นับผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคประชาชาติ และพรรคก้าวไกล  ที่ได้ฐานเสียงคนรุ่นใหม่ในเมืองปัตตานี  และกลุ่มที่ต้านระบอบ 3 ป. ล้วนแต่เป็นพรรคที่ตัดแต้มอันวาร์ สาและ ทั้งนั้น

‘ทางเลือกบ้านใหญ่’
สภาน้ำชาปัตตานีมองว่า ส่วนตัว “อันวาร์” อาจถูกจริตกับพรรคประชาชาติ  จึงไปเดินตาม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อยู่พักหนึ่ง เหตุที่ต้องเข้าบ้านป่ารอยต่อฯ เพราะกลุ่มเครือญาติอันวาร์ ประสงค์จะให้สังกัดพรรคที่มีโอกาสเป็นรัฐบาลมากกว่า


ย้อนไปเมื่อการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2548 วัยโรจน์ พิพิธภักดี อดีต ส.ส.ปัตตานี 4สมัย พรรค ปชป. ตัดสินใจย้ายไปสังกัดพรรคไทยรักไทย เพราะอยากเป็นฝ่ายรัฐบาล 


ส่วนพรรค ปชป. ก็ได้คัดเลือกหนุ่มหน้าตาดี อันวาร์ สาและ ลงสนามแทนวัยโรจน์ ซึ่งอันวาร์ เป็นคนหน้าใหม่ ไร้ประสบการณ์ทางการเมือง แต่ได้แรงหนุนจากบิดา เอกชัย สาและ อดีตกำนัน ต.สะบารัง และเครือญาติที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น


ดังที่ทราบกัน  ครอบครัวอันวาร์  เป็นผู้นำท้องถิ่น และทำธุรกิจรับเหมาถมที่ดิน-ก่อสร้าง  กำนันเอกชัยก็เคยเป็นหัวคะแนนของพรรคความหวังใหม่


ในที่สุด  อันวาร์ก็โค่นนักการเมืองอาวุโส  สายเจ้าเมืองปัตตานี  ได้เป็น ส.ส.ปัตตานี สมัยแรก ซึ่งเบื้องลึกชัยชนะของอันวาร์  ก็มาจากกระแสคนปัตตานีไม่เอาทักษิณ และแผลกรือเซะ-ตากใบ ยังสด ๆ อยู่ 


‘พื้นที่ ปชป.’
ถ้าพลิกแฟ้มเลือกตั้งปลายด้ามขวาน “อันวาร์” ก็น่าจะรู้ว่า พื้นที่เขต 1 (อ.เมือง) ใน 3 จังหวัดคือ ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส เป็นชุมชนเมือง ที่มีประชากรไทยพุทธและคนจีน อาศัยอยู่ร่วมกับชาวมุสลิม ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของพรรค ปชป.


เอาเฉพาะการเลือกแบบแบ่งเขต ตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา ผู้สมัคร ส.ส.พรรค ปชป.ชนะในเขตเลือกตั้งที่ 1 มาโดยตลอด ยกเว้นการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว 


อย่างที่รู้กัน กระแสลุงตู่มาแรง ทำให้พรรคพลังประชารัฐ ได้ 2 ที่นั่งในเขตเมืองคือ วัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส และอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา


ส่วนเขต 1 ปัตตานี สมัยที่แล้ว อันวาร์ ในสีเสื้อ ปชป.ยังเอาตัวรอดได้ แต่ก็เจอคู่แข่งจากหลายพรรคแชร์แต้มไปเยอะ จากปี 2554 อันวาร์เคยได้ 28,733 คะแนน ก็เหลือ 19,883 คะแนน 


ส่วน สนิท นาแว อดีตนายก อบต.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เป็นนักการเมืองสไตล์ลูกทุ่งติดดิน ใจถึงพึ่งได้ ก่อนจะมาสวมเสื้อพรรค ปชป. เคยลงสมัคร ส.ส.ปัตตานี เขต 1 ในนามพรรคมาตุภูมิ และพรรคชาติไทยพัฒนา 


พูดง่าย ๆ กำนันสนิทมีต้นทุนอยู่ประมาณ 13,000-16,000 แต้ม ที่เหลือก็ต้องลุ้นจากคะแนนพรรค ปชป. ฉะนั้น โอกาสที่สนิทจะดับฝันอันวาร์ก็มีสูง


คอลัมน์…  ท่องยุทธภพ   โดย…  ขุนน้ำหมึก 

37 ส.ส.ซบ “อนุทิน” ล้วงลึกไส้ใน ไผเป็นไผ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538573

12 ธ.ค. 2565

37 ส.ส.ซบ “อนุทิน” ล้วงลึกไส้ใน ไผเป็นไผ

ไผเป็นไผ 37 ส.ส.ซุ้มแตก “อนุทิน” รับลูกครูใหญ่ “เนวิน” จัดอีเวนท์เปิดตัว ส.ส.ย้ายพรรค เมื่อส่องลึกถึงพื้นที่ พบ ส.ส.เกรดเอมีน้อย ส่วนใหญ่เกรดบีเกรดซี เสี่ยงสอบตก

โชว์พลังดูด “อนุทิน” รับลูกครูใหญ่ “เนวิน” จัดอีเวนท์เปิดตัว ส.ส.ย้ายพรรค-ย้ายขั้ว 37 คน เมื่อส่องไส้ใน พบมากกว่าครึ่งจัดอยู่ในเกรดบีเกรดซี


“อนุทิน” ต้องการความชัดเจน 37 ส.ส.โชว์ใบลาออก ส่งผลให้เสียงในสภาฯ หายไป ก็เหมือนกดดันลุงตู่ให้ยุบสภาไปโดยปริยาย

โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงว่า วันที่ 16 ธ.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรค จะเป็นประธานเปิดที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ภายหลังปรับปรุงครั้งใหญ่ พร้อมเปิดตัว ส.ส.ที่จะย้ายเข้ามาร่วมงานทางการเมืองจำนวนหนึ่ง แสดงพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง 2566 โดยจะมีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน บริเวณลานด้านที่ทำการหน้าพรรค ย่านสามแยกเกษตรฯ ถ.พหลโยธิน

อาคารพรรคภูมิใจไทย ที่มีการรีโนเวทรองรับ ส.ส.ย้ายพรรค 37 คนอาคารพรรคภูมิใจไทย ที่มีการรีโนเวทรองรับ ส.ส.ย้ายพรรค 37 คน


สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการปล่อยข่าว 40 ส.ส.จะลาออก กดดันลุงตู่ยุบสภาฯ แต่เมื่อเช็กข่าวที่ไปที่มาแล้ว เป็นการอีเวนท์การเมืองของพรรคภูมิใจไทย ซึ่ง ส.ส.จำนวน 37 คน ไปยื่นใบลาออกจากพรรคเดิม เตรียมเปิดตัวกับพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ


จริง ๆ แล้ว ส.ส.ที่มีรายชื่อโผล่ทุกสื่อออนไลน์ ก็เป็น ส.ส.ชุดเดียวกับที่ไปอวยพรวันเกิดครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ ที่ จ.บุรีรัมย์ 


คาดว่า ครูใหญ่เนวินคงไม่อยากให้ ส.ส.เหล่านั้น ยื้อเวลาการเป็น ส.ส.ออกไปอีก จึงต้องจัดอีเวนท์เปิดตัว พร้อมโชว์ใบลาออกจากพรรคเดิม  
 

‘เปิดหน้าเกรดเอ’
“อนุทิน” รวมถึงครูใหญ่เนวิน ผู้มากประสบการณ์ ก็คงรู้ดีว่า 37 ส.ส. มีหลายเกรด โดยกลุ่ม ส.ส.พรรษาแรก ไม่ใช่บ้านใหญ่ เสี่ยงสอบตกสูง


ส.ส.เกรดเอ ที่ย้ายมาจากพรรคเพื่อไทย มีประมาณ 7 คน จากทั้งหมด 10 คน


กลุ่ม ส.ส.ศรีสะเกษ ได้แก่ จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ,ธีระ ไตรสรณกุล และ ผ่องศรี แซ่จึง ที่สมัยหน้าให้สามี ปวีณ แซ่จึง ลงสนามแทน


กลุ่มบ้านใหญ่วันไชยธนวงศ์ รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย .กลุ่มบ้านใหญ่บางระกำ นิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก ,กลุ่มบ้านใหญ่วังน้อย นพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา และกลุ่มบ้านใหญ่เฮียอ๋า  วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 


ส่วนที่ย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ 14 คน มีเกรดเอ 6 คน นอกนั้น เป็น ส.ส.นกแล ได้มาเพราะกระแสลุงตู่ ทั้งในกรุงเทพฯ และภาคกลาง


กลุ่มบ้านใหญ่เมืองกาญจน์ ได้แก่ สมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี ,ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี ,อัฎฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี และ พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี


กลุ่มบ้านใหญ่หันคา มณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท พ่วงน้องสาว นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ และกลุ่มบ้านใหญ่เทพสถิต สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ


ส.ส. 3 คน ที่ย้ายมาจากพรรคเศรษฐกิจไทย จัดอยู่ในกลุ่มเกรดเอ ได้แก่ ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก ,ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี และณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์


รายเดียวที่ย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์คือ แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พ่อใหญ่อิสสระ สมชัย การันตีว่าจะได้เป็น ส.ส.อีกสมัย


‘กลุ่มเกรดบีเกรดซี’
“อนุทิน” รู้อยู่แก่ใจว่า ส.ส.หลายคนที่แหกคอกมายกมือให้ฝั่งรัฐบาล ไม่ใช่ผู้สมัคร ส.ส.สมัยหน้าในระดับเกรดเอ แต่ก็ต้องเอาอุ้มรัฐบาลลุงตู่ให้เดินต่อไปได้


2 ส.ส.เพื่อไทยจากอีสานอย่าง สุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา และจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี ก็อาจพ่ายกระแสอุ๊งอิ๊ง เช่นเดียวกับ ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. เขตห้วยขวาง ยากจะสู้กระแสเพื่อไทยและก้าวไกล


ส่วน 5 ส.ส.ที่มาจากพรรคก้าวไกล ทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โอกาสกลับเข้าสภาฯ มีแค่ 40%


3 ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ อย่าง จักรพันธ์ พรนิมิตร, กษิดิ์เดช ชุติมันต์ และพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ไม่มีกระแสลุงตู่ ก็จบเกม 


สำหรับ ส.ส.พปชร.สมัยแรก อย่าง ปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม ,กฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี ,สุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี ,อนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก และประทวน สุทธิอํานวยเดช ส.ส.ลพบุรี หนที่แล้วได้เป็น ส.ส.กระแสลุงตู่ช่วยอุ้ม สมัยหน้า โอกาสสอบตกสูง ทำนองเดียวกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มาจากพรรคเล็ก 5-6 คน คงสอบไม่ผ่าน


ประเมินเบื้องต้น ส.ส.ที่ย้ายมาจาก 9 พรรค 37 คน มีโอกาสได้กลับสภาฯ ในสีเสื้อภูมิใจไทย แค่ 23-24 คนเท่านั้น
 

คอลัมน์…ท่องยุทธภพ   โดย…ขุนน้ำหมึก