ออกนอก ปท.ครั้งแรกในรอบ 2 ปี “นายกฯ” ประชุม COP 26 หลังไทยปิดประเทศสู้โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490263

29 ต.ค. 2564 |08:00 น.

“นายกรัฐมนตรี” พล.อ. ประยุทธ์ จะเดินทางจากประเทศไทยช่วงค่ำวันที่ 31 ต.ค.ไปประชุมเวทีโลกระดับผู้นำ COP 26 ที่กลาสโกว์ สกอตแลนด์ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปีที่นายกฯเดินทางไป ตปท.หลังเกิดโควิด-19 พร้อมกับการเปิดประเทศ 1 พ.ย.นี้

ช่วงค่ำวันที่ 31 ต.ค.นี้ “นายกรัฐมนตรี”พร้อมคณะประกอบด้วย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเดินทางไปเมืองกลาสโกว์  สกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ (World Leaders Summit) ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change Conference of the Parties: UNFCCC COP) สมัยที่ 26 ระหว่างวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2564 

นำเสนอยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย

ในการประชุมระดับผู้นำCOP 26 ครั้งนี้ “นายกฯ”จะร่วมกล่าวสุนทรพจน์แสดงวิสัยทัศน์ของไทยต่อความท้าทายสำคัญของโลก เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย “นายกรัฐมนตรี”จะได้นำเสนอยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย (Long-Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy: LT-LEDS) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามพันธกรณีภายใต้ความตกลงปารีส และย้ำให้ประชาคมโลกทราบถึงเป้าหมายของไทย และการดำเนินการที่แข็งขันของไทยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา 

และเป็นโอกาสที่ “นายกรัฐมนตรี”จะได้แสดงบทบาทและความมุ่งมั่น ร่วมกับนานาประเทศในการตระหนักและการกำหนดนโยบายเพื่อลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหาใหญ่และส่งผลกระทบกับชีวิต และทรัพย์สินของทุกคนในโลก
 

การประชุม COP 26 ครั้งนี้จะมีประมุขและผู้นำรัฐบาลจากทั่วโลกมากกว่า 120 ประเทศ ตลอดจนผู้แทนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงรวมกว่า 25,000 คน เข้าร่วมการประชุมด้วย 

การเดินทางออกนอกประเทศของ “นายกรัฐมนตรี” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปีหลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งพบครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ในเดือนธันวาคมปี 2562 และเริ่มระบาดทั่วโลกรวมทั้งระบาดเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่มกราคม 2563  รัฐบาลจึงขอความร่วมมือให้งดการเดินทางไปร่วมประชุมต่าง ๆ ในต่างประเทศตั้งแต่กุมภาพันธ์ 63

“นายกฯ” พล.อ.ประยุทธ์ จะร่วมประชุม COP 26 ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-3 พ.ย.  โดยจะกลับมาเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 4 พ.ย.นี้ ซึ่งการประชุม ครม.ในสัปดาห์ดังกล่าวจะเลื่อนจากวันอังคารที่ 2 พ.ย. มาเป็นวันที่ 4 พ.ย.แทน

การเดินทางไปต่างประเทศในครั้งนี้ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรี”สอดรับกับการเปิดประเทศของไทย ที่จะให้ 46 ประเทศเสี่ยงต่ำ สามารถเดินทางเข้าไทยได้แบบไม่ต้องกักตัวที่จะเริ่มอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พ.ย.นี้ และจะมีการประชุมวางแผนรับมือการเปิดประเทศในวันนี้( 29 ต.ค. )  

“ธรรมนัส” กำลังตกอยู่ในสภาพ “เสือลำบาก” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490242

เมฆาในวายุ

29 ต.ค. 2564 |00:00 น.

การประชุมพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา แม้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ โดย “ร.อ.ธรรมนัส” ยังเป็นเลขาธิการพปชร.ต่อไป แต่ทว่า เก้าอี้เลขาพปชร.ใช่ว่าจะมั่นคงแข็งแรง คอลัมน์ เจาะประเด็นร้อน โดยเมฆาในวายุ

“บอกโลกว่าข้าตายยาก” 

น่าจะเหมาะสำหรับเกมพลิกไปพลิกมาหลายตลบกับ”เก้าอี้เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ”หลังมีกระแสข่าวหลายวันว่ากรรมการบริหารพรรคที่แตะมือกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมยื่นใบลาออกและจี้คนอื่นๆให้ไขก๊อกเพื่อโละ”ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าและคณะ”ให้หลุดขั้วอำนาจในพปชร.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

แปลว่าการที่ ร.อ.ธรรมนัส  วิ่งเข้าออกหลังบ้าน เพื่อพบ”พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรคให้รั้งบัลลังก์ของตัวเอง/ประสานรอยร้าวในวันวาน /จับมือทุกกลุ่มเดินหน้า/ สร้างภาพเป็นหนึ่งเดียว โดยลุงป้อมขันอาสาดูแลหลายสิ่งหลายอย่างแทนผู้กองตุ๋ยในสิ่งที่พลาดไป

เดาใจล่วงหน้าได้เลยว่า การที่”ลุงป้อม”ออกอาการแบบนี้ แน่นอนว่าขั้วที่ไม่พอใจ”ร.อ.ธรรมนัส” ยังมิอาจไม่ไว้วางใจ  แม้แต่”ลุงตู่”เองก็ตาม  เพราะงานนี้กาวตราช้างที่ว่าแน่ๆ ยังแพ้มือของ”ร.อ.ธรรมนัส” ที่ยกไหว้ขออภัยหลายชีวิตในพปชร.เพราะร.อ.ธรรมนัส เอ่ยปากทวงความดีความชอบจากการนำพาพปชร.มาถึงฝั่งและเคลียร์ใจกับ”ลุงตู่” ไปแล้ว บวกกับการเอ่ยปากของ”ลุงป้อม” ให้เลิกแล้วต่อกัน มันก็ยุติพายุในพปชร.ลงไปชั่วคราว

แต่หากแกนนำมุ้งใดในพรรคไม่จบ ลุงป้อม ขู่”เลิกเล่นการเมืองและลาออกจากหัวหน้าพรรค” 


ตรงนี้คือการสยบพายุการเมืองของพลเอกประวิตร

ชัยวัฒน์  ธนาคมานุสรณ์ รมว.กระทรวงดีอีเอสชัยวัฒน์ ธนาคมานุสรณ์ รมว.กระทรวงดีอีเอส
แต่การชิ่งไม่แถลงข่าวกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ของร.อ.ธรรมนัส  อ้างกลัวตกเครื่องบินและจะไปทำบุญที่จ.ร้อยเอ็ดไม่ทัน  โดย ร.อ.ธรรมนัส ปล่อยให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคขึ้นเวทีพร้อมนายสุชาติ ชมกลิ่น และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กรรมการบริหารพรรค แถลงข่าวสยบรอยร้าวนั้น 

ส่อให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลภายในพรรค!


อย่าลืมว่า กระแสข่าววันวานชัดแล้วว่า การเลื่อยขาเก้าอี้นายกฯและรมต.บางคนจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งล่าสุด จากฝีมือคนในบ้าน เป็นความจริง รวมทั้งการอมปัจจัยช่วงหาเสียงของขุนพลบางชีวิตในมุ้งร.อ.ธรรมนัส ที่ส.ส.หลายคนเคยนินทา ก็มีเค้าลางความจริง ไม่อย่างนั้น”ลุงป้อม”จะออกมาเอ่ยปากว่า  “อะไรที่ผ่านมาก็ขอให้ผ่านไป ขอให้รักกัน”

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

มองอีกมุมหนึ่ง เป็นไปได้หรือไม่ว่าตอนนี้”ลุงป้อม”กางปีกป้อง“เสือลำบาก” อย่าง”ร.อ.ธรรมนัส” ไม่ให้เจ็บไปกว่านี้ หลังโดนลูกปืนจากพรานใหญ่ที่ชื่อ”ลุงตู่”ซัดร่วงเก้าอี้รมต.ไปแล้ว และสั่งให้พรานที่เหลือแกะรอยจัดการ”เสือลำบาก” ชีวิตนี้ไม่ให้เลียแผลเพื่อรอเวลาเอาคืนแม้จะไม่สามารถจัดการได้ตามคำสั่งของพรานใหญ่ในยามนี้แต่วันข้างหน้าก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีจังหวะ

แต่มองอีกทางหนึ่ง “ลุงป้อม”ก็พอมีเหตุผล เพราะอย่างน้อยเก็บเสือลำบากไว้ข้างตัวดีกว่าปล่อยไปเพล่นพล่านแล้วตลบหลังในวันข้างหน้า

กระแสข่าวอีกสายหนึ่งที่อยู่นอกเหนือกระแสข่าวหลัก พบว่า ร.อ.ธรรมนัส มองเกมไว้แล้วว่า

1.วันนี้หากยังรั้งเก้าอี้พ่อบ้านพปชร.ไว้ได้ ก็จะสั่งสมบารมีช่วยชาวบ้านและส.ส.ที่ใกล้ชิดไปก่อน รวมทั้งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของตัวเองไม่ว่าจะลงสมัครในนามพปชร.หรือโควตาฝากเลี้ยงกับพรรคอื่น นัยว่าเก้าอี้ตัวนี้ยังมีราคาสำหรับชีวิตผู้กองตุ๋ย  เพื่อต่อรองการเมืองในวันหน้า โดยตอนนี้จะไปเพียงพื้นที่ของส.ส.และพื้นที่ของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่พอสนิทใจเท่านั้น

2. หาก ร.อ.ธรรมนัส ร่วงเก้าอี้ไปในวันข้างหน้า  ภาวะเจียมตัวและกบดานจะปรากฏ  โดยจะคงสถานะ”ผู้แทนราษฎร เขตหนึ่ง จ.พะเยา” เพียงตำแหน่งเดียวไปเรื่อยๆจนกว่ารัฐบาลจะหมดวาระ(ครบสี่ปี/ยุบสภาก่อนกำหนด/อุบัติเหตุการเมืองจากการโดนคว่ำกฎหมายหลักในรัฐสภา/รัฐบาลบริหารงานผิดพลาด)

คาดการณ์ล่วงหน้าได้เลยว่า เมื่อถึงวันนั้น ร.อ.ธรรมนัส สละ พชปร.แน่นอน

มีการยืนยันทางลับมาว่า ร.อ.ธรรมนัส เจรจากับพรรคเล็กๆและพรรคตั้งใหม่บางพรรคไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะมองแล้วว่าถึงอย่างไรก็ต้องไปอยู่ดี แม้วันนี้จะยังไม่เสียมวย แต่อยู่ไปก็ลำบาก เนื่องจากเก้าอี้เสนาบดีไม่มีแล้วเก้าอี้พ่อบ้านพรรคโดนครอบอีกชั้นด้วยตำแหน่งของพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน  ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรค  

3.บารมีเลขาธิการพรรคโดนย่อยสลายจากคำสั่งของ”ลุงป้อม”ที่บอกส.ส.ว่ามีอะไรให้มาบอก และเบิกปัจจัยการเมืองกับ”ลุงป้อม”โดยตรง เก้าอี้พ่อบ้านพรรคที่ร.อ.ธรรมนัส ยังครองในยามนี้เสมือนยักษ์ไม่มีกระบอง    

4. แกนนำหลายขั้วในพรรคไม่เอาด้วยแล้ว วันนี้ขั้วต่างๆ ยอมสยบเพราะคำขอจากปาก”ลุงป้อม” แต่ความในใจนั้น เดาใจเลยว่าไม่มีขั้วใดเชื่อใจร.อ.ธรรมนัสอีกแล้ว เว้นแต่ขั้วที่”ลุงป้อม”สั่งการได้โดยตรง

แม้จะตายยากและอยู่ในภาวะเสือลำบาก เชื่อเถอะว่าวันจากนี้พรานใหญ่ที่ชื่อ”ลุงตู่”คงไม่ปล่อยให้อาการแว้งกัดเกิดขึ้นอีกคราว ตอนนี้ต้องตามใจพี่ใหญ่ที่ชื่อ”ลุงป้อม”ไปก่อน

ฤกษ์งามยามดี ค่อยจัดการ

อีกครั้งของ”ทักษิณแฟมิลี่”ส่ง”แพทองธาร” ถือธงเพื่อไทย ฝ่าสมรภูมิการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490217

เมฆาในวายุ

29 ต.ค. 2564 |00:00 น.

การเปิดตัว”แพทองธาร” ลูกสาวคนเล็กมาร่วมถือธง”เพื่อไทย” และโกยแต้มคนรุ่นใหม่ หาใช่มุมบวกเสมอไป เพราะ “เกมเสี่ยงสูง ผลตอบแทนยิ่งสูง” /คอลัมน์ เจาะประเด็นร้อน โดยเมฆาในวายุ

ในที่สุดไพ่เด็ดในมือของ “ทักษิณ ชินวัตร” หรือ “โทนี่ วู้ดซัม” ก็โยนออกมาจาก “ชินวัตรแฟมิลี่”  ด้วยการตัดสินใจเลือก”แก้วตาดวงใจ” แพทองธาร หรือ”อุ๊งอิ๊ง” มาเป็นจุดขายใหม่ให้พรรคเพื่อไทย  

วันนี้(28 ต.ค.64 )  “แพทองธาร ชินวัตร” หรือ “อุ๊งอิ๊ง” บุตรสาว “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดตัวรับตำแหน่ง “ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย” ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค ที่จังหวัดขอนแก่น  โดยกลบข่าวการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ลงไปโดนพลันรวมทั้งยังกลบข่าวการเมืองอื่นๆให้ด้อยค่าไปหลายขีด

แพทองธาร  ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง บุตรสาวคนสุดท้องของทักษิณ ชินวัตร แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง บุตรสาวคนสุดท้องของทักษิณ ชินวัตร

ลีลาของลูกสาวคนเล็กวัยสามสิบห้าปีที่เป็นคุณแม่ไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ไม่ใช่ย่อยและคงทวีความน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆในการปรากฏตัวและการให้สัมภาษณ์

ใจความของอดีตนิสิตสิงห์ดำ จุฬาฯ ที่กล่าวไว้ในการประกาศตัวครั้งนี้นั้นคือ

“สัมผัสการเมืองมาตั้งแต่เด็ก ในวัย 8 ขวบ คุณพ่อดำรงตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ    อายุ 9 ขวบ คุณพ่อได้เป็นหัวหน้าพรรคพลังธรรม  อายุ 12 ปี คุณพ่อได้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย   มีโอกาสไปช่วยหาเสียงกับคุณพ่อทุกภาค และเคยติดตามคุณพ่อไปประชุมเอเปกที่ประเทศชิลี ที่มีโอกาสได้จับมือผู้นำทุกคน 

“ตลอดเวลาที่คุยกับคุณพ่อ เคยสงสัยว่าทำไมไม่เหน็ดเหนื่อย จนวันนี้มาเข้าใจแล้วว่าเวลาที่คุณพ่อไปพบประชาชนนั่นคือพลังใจที่แท้จริง เพราะได้ช่วยคนให้มีโอกาส”

อีกครั้งของ"ทักษิณแฟมิลี่"ส่ง"แพทองธาร"  ถือธงเพื่อไทย ฝ่าสมรภูมิการเมืองอีกครั้งของ”ทักษิณแฟมิลี่”ส่ง”แพทองธาร” ถือธงเพื่อไทย ฝ่าสมรภูมิการเมือง

“ถึงแม้ดิฉันเองจะจบคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ตอนปริญญาตรี ดิฉันก็ได้เลือกที่จะไปเรียนต่อปริญญาโทในสาขาการบริหารโรงแรม เพราะวางแผนว่าจะทำธุรกิจต่อจากที่บ้าน เพราะดิฉันจริงๆ แล้วไม่เคยคิด และทุกวันนี้ก็ยังไม่คิดที่จะเป็นนักการเมือง เพียงแต่ว่าอยากให้คนรุ่นใหม่ได้รับโอกาส เขาควรจะได้รับโอกาส เพราะทุกวันนี้ภายใต้วิกฤติการเมืองแบบนี้ ทำให้พวกเขามองไม่เห็นว่าอนาคตจะไปทางไหน และมีอะไรรอเขาอยู่ใน Future บ้าง ที่ค่อนข้างยาก ดิฉันคิดว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสเป็นพรรคการเมืองหลัก มีโอกาสเข้ามาแก้วิกฤติต่างๆ ของประเทศ ทั้งการเมือง สังคม และวิกฤติทางโอกาสคนรุ่นใหม่ ดิฉันจึงตอบรับมาเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ในด้านของการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม”

“แพทองธาร”  ระบุว่า จะใช้ประสบการณ์ในฐานะคน Gen Y ที่เพิ่งมีลูกเป็น Gen Alpha และยังคลุกคลีกับพ่อ Gen เบบี้บูมเมอร์ เพื่อพัฒนาโอกาสให้คนรุ่นใหม่มีโอกาส และทำความฝันของพวกเขาให้เป็นความจริงขึ้น

ด้วยความตั้งใจเข้ามาปฏิรูป 3 เรื่อง คือ การศึกษา เทคโนโลยี และการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์

แต่ใจความสุดสำคัญจากปากของลูกสาวคนเล็กของคนแดนไกลที่เรียกแต้มจากกองเชียร์ได้เป็นแน่แท้ คือ

อีกครั้งของ"ทักษิณแฟมิลี่"ส่ง"แพทองธาร"  ถือธงเพื่อไทย ฝ่าสมรภูมิการเมืองอีกครั้งของ”ทักษิณแฟมิลี่”ส่ง”แพทองธาร” ถือธงเพื่อไทย ฝ่าสมรภูมิการเมือง

 “ขอขอบคุณที่ให้โอกาสมาทำงานในฐานะที่ปรึกษาฯ และจะตั้งใจเต็มที่ แม้จะไม่ใช่นักการเมือง แต่ขอมุ่งมั่นในฐานะคนไทย ในฐานะลูกของพ่อ และย้ำว่า คุณพ่อไม่เคยลืมบุญคุณแผ่นดินไทย ไม่เคยลืมคนไทยที่ไม่เคยลืมท่าน และท่านก็ปรารถนาที่จะได้กลับมากราบแผ่นดินไทยอีกครั้ง กลับมากราบผู้มีพระคุณ”

ราคาที่ลูกสาวคนเล็กของคนแดนไกลเปิดในวันนี้ ยิ่งกว่าครั้งไหนๆในรอบยี่สิบปีเศษที่พรรคในข่ายของคนแดนไกลลงชิงชัยการเมือง

การที่โทนี่ วู้ดซัม เลือกเล่นเกมเสี่ยงสูงแบบนี้ แสดงว่า มั่นใจถึงขีดสุดถึงอย่างไรเสีย การเลือกตั้งงวดหน้า คะแนนจะไหลกลับมาที่พื้นที่แน่นอน คนการเมืองจากหลากพรรคน่าจะวิ่งกลับมาที่เพื่อไทยแบบไม่ต้องคิดเยอะ

“คนแดนไกล”วางหมากล่วงหน้าเป็นปีๆแบบนี้ พรรคอื่นๆน่าจะเหนื่อยใจ เพราะพื้นที่ข่าวจากนี้ไป  “อุ๋งอิ๋ง แพทองธาร” ติดอันดับต้นๆในทุกอิริยาบท

ฟันธงล่วงหน้าว่าลูกสาวคนเล็กของคนแดนไกลนั้นได้ลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อันดับหนึ่งในนามเพื่อไทยแน่นอน แม้วันนี้เจ้าตัวจะเล่นบทแบ่งรับแบ่งสู้ก็ตาม    

ย้อนกลับไป สมัยที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีชื่อในโผผู้สมัครส.ส.ช่วงแรก “นารีขี่ม้าขาว”ก็บอกกล่าวกับสังคมในทำนองนี้

แต่อย่าลืมว่าการเมืองไทยซับซ้อน แม้แต่ตัวนายใหญ่เองก็รู้ และเพิ่งกล่าวในเรื่องนี้ไปหมาดๆ แต่การเปิดตัวลูกสาวคนเล็กมาร่วมถือธงเพื่อไทย ด้วยความหวังโกยแต้มคนรุ่นใหม่ หาใช่มุมบวกเสมอไป เพราะ “เกมเสี่ยงสูง ผลตอบแทนยิ่งสูง” ซึ่งเป็นทฤษฎีที่”ทักษิณ”ครุ่นคิดเสมอยามเดินหมากการเมือง เพราะอาจจะเป็นมุมสะท้อนบางอย่างที่น่าจะมีผลเชิงลบในวันข้างหน้า

“อย่าลืมบาดแผลครั้งวันวานของ”ลูกสาวคนเล็ก” ด้วยการนำมาเชื่อมต่อการแสดงวิสัยทัศน์ 3 ประเด็นสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ ซึ่ง เจ้าตัวฝันและอยากทำให้สำเร็จ”

เปิดแฟ้มวีกรรมในห้วงเวลาที่ผ่านมาได้ถูกบันทึกไว้ว่า เส้นทางของ”อุ๋งอิ๋ง” เป็นอย่างไร…และวันนี้กับการอาสาขายฝันและทำให้มันเกิดขึ้นนั้น อาจไม่ใช่มุมบวกเสมอไป   

บางสิ่งบางอย่างที่คล้ายจะไร้ร่องรอย อาจจะปรากฏแบบมิคาดฝัน!!!

แต่ชั้นต้นนี้ แน่นอนว่าคนแดนไกลคงประเมินคดีความซึ่งคนในครอบครัวเผชิญอยู่ในวันวานและวันข้างหน้าไว้เป็นอย่างดีแล้ว

ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าวัดดวง ดันบุตรสาวคนสุดท้ายออกมาเป็นเครื่องมือในการลงทุนทางการเมือง

ทักษิณ เชื่อว่า หากไม่มีแต้มต่อทางการเมืองไว้ การเจรจาย่อมไม่มีทางเกิดขึ้น

ฉะนั้น การเปิดตัวลูกสาวคนเล็กแต่หัววันบนบางวรรคทองว่า “…ท่านปรารถนาที่จะได้กลับมากราบแผ่นดินไทยอีกครั้ง กลับมากราบผู้มีพระคุณ”

ตรงนี้หล่ะ คือช็อตเด็ดที่คนแดนไกลวางไว้ และยืนยันจากปากของลูกสาวคนเล็กกับเกมต่อรองทางการเมืองในวันข้างหน้า หากเพื่อไทยแลนด์สไลด์….

อุณหภูมิทางการเมืองร้อนแรงขึ้นทุกขณะ และอาจมีอะไร มากกว่า กลเกมการเมืองในวันข้างหน้านั้น…ก็เป็นได้

พี่เลี้ยงอุ๊งอิ๊ง “หมอเลี้ยบ” คนวงในบ้านจันทร์ส่องหล้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490221

28 ต.ค. 2564 |20:00 น.

รีโนเวทเพื่อไทย “หมอเลี้ยบ” คนตุลารุ่นเบบี้บูมเมอร์ พี่เลี้ยงอุ๊งอิ๊งคนเจนเอ็กซ์ สานฝันประมุขบ้านจันทร์ส่องหล้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ทันทีที่มีชื่อ “หมอเลี้ยบ” เป็นผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทยคนใหม่ หลายคนนึกเห็นใบหน้าของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เหมือนครั้งหนึ่ง สาโรจน์ หงษ์ชูเวช เป็น ผอ.พรรคเพื่อไทย

“หมอเลี้ยบ” คล้ายกับสาโรจน์ หงษ์ชูเวช ตรงที่คุณหญิงพจมานให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่ต่างกันที่บทบาทการทำงาน สาโรจน์คือ พ่อบ้านตัวจริง แต่หมอเลี้ยบเป็นนักบริหารจัดการที่เข้ากับคนได้ทุกกลุ่มทุกรุ่น

สำหรับเพื่อไทยยุคใหม่ ผู้อยู่เบื้องหลัง “หมอเลี้ยบ” คือ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ที่จะทำหน้าที่ใกล้เคียงกับสาโรจน์ หงส์ชูเวช

หลังการประชุมใหญ่ ได้เห็นโครงสร้างพรรคเพื่อไทย ที่มี ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรค และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย ส่วน ประเสริฐ จันทรรวงทอง ยังเป็นเลขาธิการพรรค

ทั้งหมดล้วนผ่านความเห็นชอบจากคนดูไบ และคุณหญิงแห่งจันทร์ส่องหล้า โดยมีเฮียเพ้งรับบทผู้กำกับหลังม่าน

ว่ากันว่า คุณหญิงพจมานมีความเอ็นดูหมอเลี้ยบมาแต่สมัยไทยรักไทย จึงได้ตำแหน่ง รมช.สาธารณสุข ในรัฐบาลทักษิณ ปี 2544 ทันที ขณะที่รุ่นพี่อย่างหมอมิ้ง เป็นเลขาธิการนายกฯ และอ้วน ภูมิธรรม เป็นเลขานุการ รมว.มหาดไทย

‘มือประสาน”

การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว “หมอเลี้ยบ” ได้เป็นแค่ผู้ชมนอกสนามเลือกตั้ง เนื่องจากถูกตัดสิทธิทางการเมือง และไปเผชิญวิบากกรรมในเรือนจำมาปีเศษ

ปี 2561 นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ได้ไปจัดรายการ “50 คำถาม กับ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี” ทางช่องพีซทีวี ที่ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว ที่มั่นของ นปช. หมอเลี้ยบจึงได้แลกเปลี่ยนความคิดการเมืองกับยงยุทธ ติยะไพรัช และจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ร้านกาแฟพีซ คอฟฟี่ แอนด์ไลบรารี่

เล่ากันว่า หมอเลี้ยบเป็นมือประสานกับบ้านจันทร์ส่องหล้า ช่วยให้ “ยงยุทธ-สงคราม-จตุพร” ได้ก่อร่างสร้างพรรคเพื่อชาติ ขึ้นมาในเบื้องต้น หลังจากนั้น หมอเลี้ยบก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไร

บังเอิญว่า สมัยอยู่ในเรือนจำ ตู่ จตุพร มีโอกาสพบ “หมอเลี้ยบ” และพูดคุยกันมากขึ้น พอพ้นจากเรือนจำ แกนนำ นปช.ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับหมอเลี้ยบ เป็นการภายในอย่างอบอุ่น เมื่อ 3 ปีก่อน

‘กำเนิดแคร์’

หลังเลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทย ตกอยู่ในสภาพพรรคไร้หัว มีความขัดแย้งระหองระแหง จึงทำให้คุณหญิงพจมาน ต้องยื่นมือเข้าจัดการแก้ไขปัญหา

กลางปีที่แล้ว จึงมีการเปิดตัวกลุ่มแคร์ คณะผู้ห่วงใยบ้านเมืองกลุ่มนี้ ที่ไม่ใช่พรรคการเมือง หากแต่เป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม แต่พอเผยรายชื่อแกนนำออกมา คนทั้งประเทศก็รู้ว่า นี่คือกระบวนท่าของประมุขจันทร์ส่องหล้า ที่จะเข้ามารีโนเวทพรรคเพื่อไทย

หมอเลี้ยบ  นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทยหมอเลี้ยบ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย

แกนนำกลุ่มแคร์ประกอบด้วย “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, “อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย, “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล

ปลายปี 2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประกาศลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคและลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย จึงมีการปรับโครงสร้างพรรค โดยมีแกนนำกลุ่มแคร์ ขยับเข้ามาทำงานในพรรคมากขึ้น อย่างเช่นเฮียเพ้ง

ช่วงเยาวชนคนรุ่นใหม่เคลื่อนไหวชุมนุมไล่รัฐบาลประยุทธ์ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี มีบทบาทในการนำกลุ่มแคร์ไปเชื่อมต่อกับกลุ่มเด็กๆ และเป็นที่มาของคลับเฮาส์ของพี่โทนี่

เมื่อสถานการณ์การเมืองเข้าสู่ช่วงขาลงของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนดูไบและประมุขจันทร์ส่องหล้า จึงขยับรีโนเวทพรรคเพื่อไทยครั้งใหญ่ เพื่อรองรับการเลือกตั้ง

คู่ต่อสู้หมายเลข 1 ของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐ หากแต่เป็นพรรคก้าวไกลดังนั้นโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย จึงเต็มไปด้วยคนหนุ่มสาว ส่วนผู้อาวุโสถูกโยกไปอยู่ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค

“หมอเลี้ยบ” จึงถูกดันขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการพรรค รองรับภารกิจนำพาคน Gen X อย่าง “อุ๊งอิ๊ง” ไปสู่เป้าหมายสูงสุดทางการเมืองในอนาคต

ยาสามัญประจำบ้านแห่งบ้านจันทร์ส่องหล้า ชื่อ “หมอเลี้ยบ” กำลังจะพิสูจน์ให้เห็นเขาเป็นคนเปิดกว้าง แม้จะเกิดยุคเบบี้บูมเมอร์ แต่เชื่อมต่อกับ Gen X Gen Y ได้

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ดวงเด่นหญิงแกร่งนำทัพเพื่อไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490187

28 ต.ค. 2564 |16:00 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ดวงเด่นหญิงแกร่งนำทัพเพื่อไทย แนะ “ทักษิณ” ปล่อยมือลูกสาวจะประสพสำเร็จสูง

บิ๊กเซอร์ไพรส์ เปิดตัว “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” บุตรสาวคนเล็กทักษิณ ชินวัตร รับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยท่ามกลางแฟนคลับกริ๊ดสนั่นเมืองหมอแคน ดินแดนข้าวเหนียวนึ่ง ล่าสุดซินแสเข่ง ผ่าดวง “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร มีดวงการเมืองพุ่ง

วันที่ 28 ตุลาคม 2564 ซินแสเข่ง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤตว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” บุตรสาวคนเล็กทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ซินแสเข่ง วิเคราะห์ในดวงชะตา “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” นั้นเป็นบุคคลที่ไม่ยอมคน เป็นคนดวงแข็ง เป็นคนที่รักครอบครัว ห่วงใยครอบครัว เรียนรู้อะไรได้เร็ว เป็นคนที่มี 2 อารมณ์อยู่ในตนเอง มีดวงงานราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง มีความเป็นผู้นำอยู่ในตนเอง


ซินแสเข่ง ผ่าดวง "อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร" ดวงเด่นหญิงแกร่งนำทัพเพื่อไทยซินแสเข่ง ผ่าดวง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ดวงเด่นหญิงแกร่งนำทัพเพื่อไทย

ซินแสเข่ง  ผ่าดวง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” หากเล่นการเมืองมีโอกาศประสพความสำเร็จสูง ในอนาคตข้างหน้ามีโอกาสเป็นผู้นำได้ แต่ต้องไม่สร้างความแตกแยกหรือคิดในสิ่งที่มีผลกระทบเกิดขึ้น ก่อให้เกิดความลังเลและไม่มั่นใจตนเองและดวงชะตาถือว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จในหน้าที่ตำแหน่งการงานที่สูง
   

ซินแสเข่ง วิเคราะห์เจาะลึกดวงชะตา “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” อีกว่า มีดวงผู้นำสูงและโดดเด่นมาก อนาคตหากคุณทักษิณ ชินวัตร คุณพ่อของ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ปล่อยมือลูกสาว ให้อิสระทางความคิดลูกสาวจะพบกับความสำเร็จสูง

อุ๊งอิ๊งมุ่งมั่น “แลนด์ไลด์” คุณพ่ออยากกลับบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490191

28 ต.ค. 2564 |16:00 น.

เพื่อไทย “แลนด์สไลด์” เปิดตัวอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เชื่อมเจนเนอเรชั่น เปิดใจ พ่ออยากกลับบ้านก้าวข้ามทุกความขัดแย้ง

อุ๊งอิ๊งมุ่งมั่น "แลนด์ไลด์" คุณพ่ออยากกลับบ้านอุ๊งอิ๊งมุ่งมั่น “แลนด์ไลด์” คุณพ่ออยากกลับบ้าน

นายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความฝันตลอดระยะเวลา 20 ปีบนเส้นทางการเมืองว่า ความฝันนัั้นมีอยู่ 2 แบบ หนึ่งคือฝันเพื่ออนาคตตัวเอง และสองคือฝันเพื่ออนาคตงดงามของเพื่อนมนุษย์ แต่ 20 ปีผ่านไป รัฐประหารสองครั้งทำให้ไม่สามารถผลักดันความฝัน สู่ความเป็นจริงได้ เพราะประเทศไม่ได้มีรัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตย  จึงต้องมาผลักดันความฝันใหม่ ด้วยการสร้างประชาธิปไตย ให้เกิดขึ้นให้ได้  

ส่วนที่กังวลกันว่า จะมีปัญหาในการเข้ามาดำรงตำแหน่งหรือไม่  หากพลิกกลับไปดูเงื่อนไข ก็มีข้อโต้แย้งจากฝั่งเพื่อไทยว่า ไม่ใช่การเข้ามาใช้สิทธิ์ทางการเมือง  เพราะก่อนหน้านี้ ก็เคยเป็นที่ปรึกษา อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ก็ไม่มีปัญหา 
 

อุ๊งอิ๊งมุ่งมั่น "แลนด์ไลด์" คุณพ่ออยากกลับบ้านอุ๊งอิ๊งมุ่งมั่น “แลนด์ไลด์” คุณพ่ออยากกลับบ้าน

ส่วนคนนี้ ถือเป็นบุคคลสำคัญ ที่เปิดตัวมาในฐานะ ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมของพรรคเพื่อไทย อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวอดีตนายกฯทักษิณ อาสามาเชื่อมต่อ ผู้คนในแต่ละยุคสมัย ก้าวข้ามความขัดแย้งเพื่อคนไทย   ยกตัวอย่างความสำเร็จของพ่อ ส่วนตัว แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แต่ก็จะผลักดันเต็มที่ เพราะมีประสบการณ์ อยู่ในยุครุ่งเรือง ของ ทักษิณ ชินวัตร ที่ยังปรารถนาอยากกลับมากราบผู้มีพระคุณ  

อุ๊งอิ๊ง เป็นบุตรสาวคนสุดท้องของนายทักษิณ ชินวัตร และ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ และมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย จบปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท International Hotel Management จาก Surrey University ประเทศอังกฤษ

การเปลี่ยนผ่านของพรรคเพื่อไทย ดูจากเวที แม้จะมีคนรุ่นใหม่ แต่ก็มีรากเหง้าของพรรคไทยรักไทยเป็นที่ตั้ง นอกจากเปิดตัวผู้อำนวยการพรรคในช่วงเช้า ยังมีทีมงานคุ้นหน้า ไม่ว่า จะเป็น ดนุพร ปุณกันฑ์  ณหทัย ทิวไผ่งาม หรือแม้แต่ พวงเพ็ชร ชุนละเอียด การเข้ามาของ อุ๊งอิ๊ง ทำให้กระแสข่าวว่าที่นายกฯของพรรคเพื่อไทย ได้รับความสนใจอีกหน ว่าอาจเป็นคนสายตรงจากตระกูลชินวัตรหรือไม่ 

อุ๊งอิ๊งมุ่งมั่น "แลนด์ไลด์" คุณพ่ออยากกลับบ้านอุ๊งอิ๊งมุ่งมั่น “แลนด์ไลด์” คุณพ่ออยากกลับบ้าน


หากยังจำกันได้ ก่อนการประชุมใหญ่คราวนี้ มีเสียงจาก คลับเฮ้าส์  แคร์ คิดเคลื่อนไทย โหมโรงการเลือกตั้งครั้งหน้าต้องชนะแบบแลนด์สไลด์ทำให้นึกถึงบรรยากาศเลือกตั้ง ครั้งที่2ของพรรคไทยรักไทย หากจะจินตนาการถึงชัยชนะหลัง
แลนด์สไลด์ก็มีการรัฐประหารในปี 49 เป็นคำตอบ
ยิ่งประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมฯพูดถึงความฝันของบิดา คำถามเรื่องแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทยภายใต้เงาจันทร์ส่องหล้า ก็ยิ่งถูกตั้งสงสัยว่าจะเป็นแลนด์สไลด์ เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน หรือ เพื่อใครบางคน ดั่งที่ใครหลายๆคน ตั้งคำถามไว้

พรรคชินวัตร “อุ๊งอิ๊ง” นารีขี่ม้าขาวภาค 2 ตามรอยปูแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490177

28 ต.ค. 2564 |15:00 น.

โหมโรงแลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง” ลุยสนามการเมือง ตามแผนนารีขี่ม้าขาวภาค 2 อาจไม่ประสบความสำเร็จเหมือนยิ่งลักษณ์ คนรุ่นใหม่ไม่เอาการเมืองวงศาคณาญาติ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เป็นไปตามความคาดหมาย “อุ๊งอิ๊ง” ลูกสาวคนเล็กของทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปเปิดตัว ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น

ก่อนหน้านี้ มีข่าวทักษิณจะส่ง “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร เข้าสู่ถนนการเมือง จึงมีทั้งเสียงตอบรับ และเสียงต่อต้านจากคนบางกลุ่ม

“อุ๊งอิ๊ง” อาจไม่ใช่ไพ่ใบสุดท้ายของทักษิณที่หงายโชว์ในตอนนี้ เพราะยังมีเวลาอยู่อีกนาน กว่าจะถึงวันยุบสภา

การประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ ยิ่งใหญ่อลังการ และมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ (ที่รู้ล่วงหน้า) ตั้งแต่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ,นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นผู้อำนวยการพรรค และ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม

ครั้งแรกบนเวทีการเมืองของอุ๊งอิ๊ง ได้เล่าเรื่องการคลุกคลีกับการเมืองมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ตอนนั้นบิดา-ทักษิณ เป็น รมว.ต่างประเทศ พอเข้าเรียนมัธยม ก็ตามบิดาไปหาเสียงทั่วไทยในนามพรรคไทยรักไทย

ตอนท้ายเหมือนพูดหาเสียงล่วงหน้า อุ๊งอิ๊งกล่าวว่า “ดิฉันจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ในฐานะที่ปรึกษาถึงแม้ไม่ใช่นักการเมือง..” และ “พ่อไม่เคยลืมพี่น้องคนไทยที่ไม่เคยลืมท่าน และท่านก็ปรารถนาอย่างมากที่จะได้มากราบแผ่นดินไทยอีกครั้ง กลับมากราบผู้มีพระคุณ”

สิ่งที่อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร พูดประโยคข้างต้นนี้ ต้องการสื่อไปถึงมวลชนคนรากหญ้าที่สนับสนุนทักษิณ มาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย

‘ไพ่ใบสุดท้าย’

แม้นักวิเคราะห์ข่าวหน้าจอทีวีหลายช่อง จะมองว่า “อุ๊งอิ๊ง” เป็นการหงายไพ่ใบสุดท้าย สำหรับสนามเลือกตั้งครั้งหน้า แต่เกจิการเมืองบางคนยังประเมินว่า ทักษิณอาจกบไต๋รอไม้เด็ด หงายไพ่ใบสุดท้ายของจริง

เมื่ออังคารที่ผ่าน ทักษิณโผล่คลับเฮาส์ตามปกติ ก็มีนักข่าวสำนักหนึ่งเรื่องจะส่งคนในครอบครัวชินวัตร ลงชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่ ทักษิณตอบ “เป็นคำถามที่ดี แต่ยังไม่มีคำตอบ มันซับซ้อนการเมืองไทย”

แสดงว่าทักษิณยังแบ่งรับแบ่งสู้ กรณีมีความจำเป็นต้องส่งคนในตระกูลชินวัตร เข้าสนามการเมือง เหมือนสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในคลับเฮาส์วันเดียวกัน ทักษิณยังเปิดเผยสเปกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในใจ ต้องมีคุณสมบัติ 7 ข้อคือ 1.มีหัวใจประชาธิปไตย รักประชาชน 2.ตามโลกให้ทัน 3.รู้จักกระจายอำนาจ 4.โลกทัศน์กว้างไกล 5.เป็นคน Gen X มีประสบการณ์เพียงพอ 6.ต้องเข้าใจเศรษฐกิจ 7.มีทักษะภาษาอังกฤษ

ทั้ง 7 ข้อนี้ “อุ๊งอิ๊ง” มีคุณสมบัติเกือบครบ โดยเฉพาะการเป็นคนเจนเอ็กซ์ แต่เรื่องประสบการณ์ อาจมีจุดอ่อน ด้วยเหตุนี้ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ยาสามัญประจำบ้านจันทร์ส่องหล้า จึงต้องเป็นผู้อำนวยการพรรค ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ “อุ๊งอิ๊ง” ในระยะนี้ไปก่อน

‘นารีขี่ม้าขาว’

พลันที่มีชื่อ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร จะเข้ามาเล่นการเมือง ทำให้หลายคนนึกถึงยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของทักษิณ ที่กระโจนเข้าสู่สนามเลือกตั้งปี 2554

ทักษิณดำเนินกลยุทธ์นารีขี่ม้าขาว ที่ใช้เวลาเพียง 49 วัน ก็สร้างกระแสยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์ ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยชนะถล่มทลาย และตั้งรัฐบาลพรรคเดียว

ถ้าทักษิณตัดสินใจส่ง “อุ๊งอิ๊ง” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อไทยสมัยหน้า ก็อาจเห็นกลยุทธ์นารีขี่ม้าขาว ภาค 2 แต่ผลลัพธ์จะเหมือนเดิมหรือไม่ ไม่มีใครฟันธงได้

10 ปีที่แล้ว เพื่อไทยสู้กับประชาธิปัตย์เป็นหลัก โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวสอดแทรก แต่วันนี้ เพื่อไทยมีคู่แข่งที่สำคัญอย่างก้าวไกล ไม่นับพรรคประชารัฐ และเครือข่าย ส.ว. 250 เสียง

พ.ศ.โน้น มีคนเสื้อแดงเป็นกองกำลังสนับสนุนเพื่อไทยที่ใหญ่โตมาก จนสร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ได้ แต่ พ.ศ.นี้ คนเสื้อแดงอ่อนล้า ตรงข้ามกับขบวนเยาวชนคนหนุ่มสาวเติบโตเร็วมาก และพวกเขาจะเลือกก้าวไกล

อารมณ์เอฟซีชินวัตร ที่ไม่พอใจวิธีคิดแบบทักษิณก็มีเยอะ อย่างจอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ ที่ลี้ภัยในสหรัฐอเมริกา ได้แสดงความไม่พอใจที่มีข่าวว่า ทักษิณจะส่งอุ๊งอิ๊งลงเล่นการเมือง

จอมโพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวว่า “…น่าจะถึงเวลาที่พรรคเพื่อไทย ควรจะเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่เป็น ‘พรรคพวกชินวัตร’ ไปเลย จะได้หมดเรื่อง หมดข้อกังขา กระจ่างแจ้งกันไปเลย”

เชื่อว่าคนแบบจอมจะอยู่เยอะ ที่เห็นว่าทักษิณยังสลัดผลประโยชน์ของตัวเองและครอบครัวไปไม่ได้ จึงวนเวียนอยู่กับลูกสาวและลูกเขย ที่นำมาถือธงนำเพื่อไทย

ดังนั้น แผนนารีขี่ม้าขาว ภาค 2 ของทักษิณ อาจสะดุด ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะบริบทสังคมการเมืองเปลี่ยนไปเยอะมาในช่วง 2-3 ปีนี้

ผ่าดวงวิกฤต “นพ.ชลน่าน” ผงาด ว่าที่ หน.พรรคเพื่อไทย ส่วนหมอเลี๊ยบ ผอ.พรรค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490043

28 ต.ค. 2564 |04:00 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤตเจาะลึก “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” มีดวงผู้นำ ผงาดว่าที่ “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” เตรียมแก้โลโก้สีแดงอาจเป็นอุปสรรคศัตรูผู้นำ ก่อให้เกิดขัดแย้งอัปมงคล “หมอเลี้ยบ” มีลุ้นรับตำแหน่ง “ผอ.พรรค”

“นพ.ชลน่าน” ถูกสปอตไลต์การเมืองฉายจับทันทีและมีลุ้นว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ในการประชุมพรรคเพื่อไทย ที่จังหวัดขอนแก่น วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม นี้ ล่าสุด “ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤตเจาะลึก ใครจะมาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย พบ “หมอชลน่าน” มีดวงผู้นำสูง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้วนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

ซินแสเข่ง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤตว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผ่าดวงผู้นำ แคนดิเดต “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” เกิดวันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 2504 อายุ 60 ปี ราศีดวงใจใหญ่ไม่ยอมคน มีดวงของการเป็นผู้นำ ดื้อรั้นอยากรู้อยากเห็น ใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง

ดวงชะตารอบปี 65 ไม่เสริมกิจการไม่เกื้อกูล ตกดวงศัตรูเบียดเบียน อาจตกดวงขัดแย้งนายใหญ ความคิดสวนทาง เป็นศัตรูพูดอย่าทำอย่าง สับสนไม่เข้าใจ ก่อให้เกิดความแตกแยกในอนาคตได้

 นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลีนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

ส่วนผู้อำนวยการพรรค นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ปีเสริมดวงชะตานายใหญ่ให้เกื้อกูล ส่งเสริม และสนับสนุน แต่ดวงชะตาตกราศีขัดแย้งตนเองความคิดลังเล ไม่เข้าใจสมองคิดอย่างใจคิดอีกอย่าง สร้างความลังเลให้กับตนเอง

ไม่ยอมคนใช้ความของตนเองเป็นที่ตั้ง ชอบเครียดมักจะคิดอะไรล่วงหน้าใจใหญ่ ปฏิบัติตนในเรื่องของศาสนาจะไปได้ดีมาก ปี 65 มีดวงเสริม

แต่ต้องระวังปี 66 จะมีเรื่องของอุปสรรค แตกแยกวุ่นวายสับสน ไม่สมหวังตกดวงขัดแย้งรุนแรง เพราะรอบอายุเข้าเคราะห์และปีปะทะ ทำให้ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมถึงโลโก้พรรคเพื่อไทย ที่มีการเปลี่ยนแปลง มีลักษณะเป็นวงกลม ถือว่าใช้กับพรรคที่มีอยู่ในกลุ่มคนหมู่มากดี แต่จากสีน้ำเงินแดง กลายเป็นสีแดงล้วนเตือนให้ระวังอัปมงคล

เพราะถ้าจะใช้สีที่เสริมต้องดูดวงผู้นำพรรค หากมีผลกระทบเกิดขึ้นจะก่อให้เกิดอุปสรรค แตกแยก เป็นศัตรู ขัดแย้งให้รุนแรงเกิดขึ้นได้

พลังภายในกดดัน “ธรรมนัส” ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจล่าสุดส่งสัญญาณ”อยู่หรือไป” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490045

เมฆาในวายุ

28 ต.ค. 2564 |01:00 น.

นัยว่าไฟเขียวจาก 2 ใน 3ป.ให้เช็กบิล”ธรรมนัส” กบฏบนเรือเหล็ก แต่สำหรับงานนี้ อาจไม่ง่าย เมื่อเช็คกำลังฟากฝ่ายหนุนลุงตู่ เทียบกับ การรวบรวมไพร่พลกก.บห.ฝ่าย”ธรรมนัส” แต่กับข้อความเปิดใจล่าสุดล้วนมีนัยยะ /เจาะประเด็นร้อน โดยเมฆาในวายุ

เริ่มชัดแล้วสำหรับกระแสข่าว 6 รมต.พรรคพลังประชารัฐเข้าพบ”สร.1″ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังประชุมครม.ครั้งล่าสุด จบลง ท่ามกลางกระแสข่าวกรรมการบริหารพรรคที่เป็นรมต.ทยอยลาออก เพื่อบีบ”อดีตรมต.แป้ง”  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้พ้นเก้าอี้เลขาธิการพรรคโดยพลัน

นัยว่าไฟเขียวจาก 2 ใน 3ป.ให้เช็กบิล”กบฏบนเรือเหล็กและสนิมใน พปชร.”ให้หลุดร่อนไป มิให้รำคาญสายตาและจิตใจ

โดยตอนนี้ “ใครเป็นใคร สังกัดปีกไหนในพปชร.”นั้น  “คมชัดลึก” เคาะชื่อกรรมการบริหารพรรคแต่ละคนได้ขั้นต้นแล้วว่า” ยืนอยู่ข้างใคร…”

แม้ก่อนหน้านี้จะมีการแบ่งรับ-แบ่งสู้เรื่องการขยับโครงสร้างภายในพรรคว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่  แต่กระแสข่าวที่ระบุกันหลากสื่อว่ากรรมการบริหารพรรคขั้วตรงข้าม”ร.อ.ธรรมนัส” ยื่นใบลาออกแล้วหลายคน แต่ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่พอจะล้างไพ่ได้หมดวง เพราะจากนั้นไม่นานมีการต่อสายตรงไปยังคนที่ยังแทงกั๊กแล้วว่า “ยุติการลงนามลาออกไว้สักครู่ แล้วมาคุยกันก่อน” นั้นเกิดขึ้นหลังจาก”ร.อ.ธรรมนัส”หลบไปเลียแผลใจที่เกาะสมุยในช่วงวันหยุดยาวและไปเช็กชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พร้อมกันในคราวเดียว

แต่เมื่อมีกระแสข่าวแบบนี้ปูดขึ้น ทำให้ “ร.อ.ธรรมนัส” ดอดเข้าพบ”ลุงป้อม” โดยพลันเพื่อเบรคพายุที่ปั่นขึ้นจากขั้วตรงข้ามในพรรคที่จะพัดตัวจนตกบัลลังก์

โดยตอนนี้ชัดแล้วเมื่อ”ร.อ.ธรรมนัส”  ลงนามในคำสั่งขอนัดประชุมกรรมการบริหารพรรควันที่ 28 ต.ค.นี้ เพื่อหารันเวย์ที่ดีที่สุด โดยพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคไฟเขียวแล้ว

แต่ การล้างไพ่ เปลี่ยนมือแจกไพ่ (เลขาธิการพรรค) นั้น อย่างไรเสียมันต้องเกิดขึ้นตามคำทำนายซึ่ง”เมฆาในวายุ” ฟันธงล่วงหน้าหลายคราวแล้ว

โดยคำยืนยันล่าสุด จากนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะกรรมการบริหารพรรค  ตอบคำถามถึงกระแสข่าวการลาออกของคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อเปิดทางในการปรับโครงสร้างว่า “ขณะนี้กำลังพูดคุยกันถึงการลาออก โดยวันที่ 28 ต.ค.นี้ จะคุยกันอีกครั้งอย่างเป็นทางการว่า จะปรับแก้อย่างไร ทุกคนต้องหาทางออกร่วมกัน  เหตุผลที่ต้องปรับโครงสร้าง เพราะรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐต้องเป็นเนื้อเดียวกัน เดินไปด้วยกัน หากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ไปทางเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ พรรคก็ทำงานยาก”

เมื่อถามว่า กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐที่จะลาออกขณะนี้เกินกึ่งหนึ่งหรือยัง นายชัยวุฒิ  กล่าวว่า “ยังไม่ถึง จริงๆ ยังไม่ถึงขั้นลาออก เป็นการพูดคุย ยังไม่มีการลาออก หากลาออกจะแถลงข่าว”

เมื่อถามว่า การจะปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้ เพราะมองว่าเลขาธิการพรรค มีปัญหาใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ ย้อนถามว่า “แล้วคุณคิดว่ามีปัญหาหรือไม่ ขอสื่อมวลชนดูกันเอง ว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง”

เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองว่า “ร.อ.ธรรมนัส” มีปัญหาหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “ผมคิดว่ามีนะ  ไม่เช่นนั้นไม่มีการพูดคุยกันเพื่อจะปรับโครงสร้างแต่ไม่ขอพูดในรายละเอียด เพราะเชื่อว่าประชาชนและสื่อมวลชนรู้อยู่แล้วว่าคืออะไร  ขอให้เดินไปข้างหน้า อย่าพูดถึงอดีต”


แปลว่า เก้าอี้พ่อบ้านพปชร.ต้องเปลี่ยนคนทำงานเป็นครั้งที่สี่(คนแรกคือนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ คนที่สองคือนายอนุชา นาคาศัย คนที่สามคือร.อ.ธรรมนัส )  


งานนี้”โทนี่ วู้ดซั่ม” ยังอดไม่ได้เพราะมีการพูดเรื่องนี้ในรายการ CareTalk x Care Clubhouse ในหัวข้อ วันนี้ประยุทธ์ พรุ่งนี้…ใคร” เหน็บแนมพปชร.แบบไม่ยั้งและคล้ายเปิดทางให้อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อันดับที่ 55 พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งปี 2557 รายนี้กลับชายคาโอเอไอ ทาวเวอร์ แม้วันวานคนในพท.จะจัดหนักช่วงที่ร.อ.ธรรมนัสได้เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ก็ตาม

ดังนั้นคำตอบที่ “โทนี่ วู้ดซั่ม” ระบุล่าสุดในเรื่องนี้นั้นคือ “สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำ เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าอยากอยู่นาน เมื่อจะเล่นงาน “ร.อ.ธรรมนัส”  ผมก็อยากจะบอกคนในพรรคว่า คิดว่าในพรรคพลังประชารัฐเหมือนประกอบกำลังคนจากหลายแหล่ง เรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัวมีสูง ก็อาจจะต่อสู้กัน งัดข้อกันดู แต่ในที่สุดน่าจะเอาไม่อยู่ เพราะ “ร.อ.ธรรมนัส” เป็นนักเลง พูดจาดีๆ น่าจะรู้เรื่อง 

แต่ถ้าเล่นกับเขาก็ไม่ยอม เรื่องไม่จบ ไม่ใช่ว่าจะลาออกแล้วตั้งกรรมการบริหารใหม่ เพราะเป็นพรรคที่ประกอบชั่วคราว คงไม่จบง่ายๆ ส่วนจะแตกหรือไม่นั้น เชื่อว่าคงอยู่กันแบบนี้ เหมือนผัวเมียพร้อมเลิก อยู่คนละห้อง แต่ยุทธศาสตร์มีไว้แล้ว คือซื้ออย่างเดียว การเมืองถ้ามีการใช้สตางค์ซื้อกันหนักๆ มันก็พัง ประชาชนรับเงิน 500 บาท อยู่ 4 ปีตกปีละ 100 บาท แต่ค่าครองชีพจากการเมืองเฮงซวยแพงกว่าที่รับไป ถึงได้บอกว่ารับเงินใครก็รับไปเถอะ แต่กากบาทเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งนั้น”


ถ้อยคำบางช่วงในวันนั้นที่”ร.อ.ธรรมนัส” ตอบกับสังคมคือ “ผมเคยสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อกับพรรคการเมืองหนึ่ง หากไม่มีการรัฐประหารครั้งที่แล้วก็คงได้เป็นส.ส.ทำไมถึงไม่มีปัญหา แต่ทำไมถึงมีปัญหาในครั้งนี้ และไม่ถูกโจมตีอะไรเลย”

แต่วันนี้รอยร้าวที่เกิดขึ้น “ร.อ.ธรรมนัส” คงต้องทบทวนตัวเองว่า 1.จะลุยไปตั้งพรรคอีสานล้านนา   2.กลับชายคาเก่าที่เคยร่วมงานกับนายทักษิณ  ชินวัตร ที่พรรคไทยรักไทยตั้งแต่ปี25423 จะทนทู่ซี้อยู่กับพปชร.(เพราะความจริงแล้วขยับลำบากจากคดีในวันวานที่ยังค้างคาในบางองค์กรอิสระ)ก็ต้องคิดกันต่อ

เพราะอย่าลืมว่า 1.เลือกตั้งครั้งหน้า จะใช้กติกาบัตรสองใบ มันเหนื่อยแน่หากต้องออกไปลุยตั้งพรรคใหม่ แต่มันคุ้มหากพอได้ผู้แทนฯสัก 5 คนขึ้นไปเพื่อมีแรงต่อรองกับขั้วตั้งรัฐบาล   2.แต่หากกลับรังเก่านั้น ถามใจตัวเองและคนในพท.สักนิดว่า”ทำใจและปั้นหน้าตอบสังคมได้หรือเปล่ากับเหตุวันวานที่พท.จัดเต็มอดีตรมต.แป้งไปแบบนั้น” 3.ทนอยู่กับพปชร.แต่โดนลดบทบาท กลายเป็นผู้แทนฯธรรมดาคนหนึ่ง เพราะขยับลำบาก ราคาทางการเมืองนั้นอยู่ที่การสร้างบารมี แต่วันนี้ผู้กองตุ๋ยโดนดิสเครดิตจากคนกันเองเยี่ยงนี้

อย่างไรก็ดี “ร.อ.ธรรมนัส” โพสต์ข้อความล่าสุดผ่านเพจส่วนตนเมื่อวันที่27 ต.ค.64  โดยเนื้อหาสื่อความหมายออกไปทำนองเหมือนยอมรับชะตากรรรมทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในเร็ววัน 

เนื้อความระบุว่า  ผมยืนยันกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่า ต่อให้ผมไม่มีตำแหน่งใดๆเลย  เหมือนก่อนเข้ามาในวงจรการเมือง เป็นเพียง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ผมก็จะอุทิศตนช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่เหมือนเดิมตามที่ผมได้ตั้งใจไว้ำไม่เปลี่ยนแปลง 

ผมเกิดมาจากครอบครัวชาวนา เป็นลูกชาวนาฐานะยากจน ต่อสู้ชีวิตมาจากจนถึงวันนี้ พอมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีไม่ขัดสน ผมเข้าใจดีครับว่า ความลำบากของคนยากจนนั้นเป็นอย่างไร ผมคิดถึงพี่น้องประชาชาชนเป็นที่ตั้งเสมอ ผมอาจจะไม่ใช่คนที่พูดเก่ง มีวาทศิลป์ แต่ขอให้ดูผลงาน ความทุ่มเท ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง และให้สิ่งนั้นเป็นคำพูดแทนตัวของผมครับ

ขอขอบพระคุณทุกกำลังใจจากทุกๆท่านในทุกๆช่องทางครับ 

พลังภายในกดดัน "ธรรมนัส" ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจล่าสุดส่งสัญญาณ"อยู่หรือไป"พลังภายในกดดัน “ธรรมนัส” ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจล่าสุดส่งสัญญาณ”อยู่หรือไป”

เมื่อพิจารณาจากข้อความเปิดใจล่าสุด ย่อมน่าจับตามองเส้นทางการเมืองของร.อ.ธรรมนัสจะเดินไปทางใดต่อไป ต้องจับตา 

ส.ส.พลังประชารัฐ สายร.อ.ธรรมนัส ตอนนี้มีกำลังพลดังนี้

ภาคเหนือ นายบุญสิงห์ วรินทรลักษณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, จีรเดช ศรีวิลาศ ส.ส.พะเยา เขต 2 ,นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1,นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก เขต 1, นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก เขต 3,นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง เขต 4 

ภาคอีสาน นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ,นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 ,นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น เขต 7,นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ เขต 2

พลังภายในกดดัน "ธรรมนัส" ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจล่าสุดส่งสัญญาณ"อยู่หรือไป"พลังภายในกดดัน “ธรรมนัส” ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจล่าสุดส่งสัญญาณ”อยู่หรือไป”
ภาคกลาง นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร เขต 3
 

ภาคใต้  นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 4 และกลุ่มของอดีตรมต.แป้งยังแตะมือกับปีกของ“นายวิรัช รัตนเศรษฐ “ไว้ด้วย

เปลี่ยนไป “ทักษิณ” ส่งสัญญาณบวกถึงสุเทพ-เนวิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490064

27 ต.ค. 2564 |20:00 น.

กลิ่นปรองดองโชยมา “ทักษิณ” หวังกลับบ้าน ส่งสัญญาณบวกถึงสุเทพ เทือกสุบรรณ และเนวิน ชิดชอบ การเมืองไม่ปกติ ทำให้เราห่างเหินกันไป คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

การเมืองไทยไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร “ทักษิณ” ฟื้นความหลังครั้งญาติดีกับสุเทพ เทือกสุบรรณ และเนวิน ชิดชอบ

กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ สุเทพเคยชวน “ทักษิณ” มาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ และกำนันชัย ชิดชอบ ฝากฝังเนวินให้มาทำงานกับหัวหน้าพรรคไทยรักไทยในตอนนั้น

“ทักษิณ” ยอมการเมืองสมัยนี้ เปลี่ยนไปเยอะ “การเมืองไม่สนุก คือไม่ได้ไปตามกติกา” จึงทำให้ต้องเหินห่างจากคนที่รักกันชอบพอกันอย่างสุเทพและเนวิน

ทักษิณ รำลึกความหวังทักษิณ รำลึกความหวัง

ทักษิณ ชินวัตร รู้ว่า วันที่ 28 ต.ค.2564 จะมีการประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อไทยที่ขอนแก่น จึงลีดหัวข้อ “วันนี้ประยุทธ์ พรุ่งนี้….ใคร” ในคลับเฮาส์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เนื่องจากเอฟซีเพื่อไทยก็อยากรู้ว่า ใครจะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทย

เอาเข้าจริง “ทักษิณ” ก็ได้แต่พูดกว้างๆ เหมือนสัปดาห์ก่อนว่า ผู้นำยุคใหม่ต้องเป็นคนเจนเอ็กซ์ เจนวาย เมื่อมีคนถามจี้จุดไปที่คนในตระกูลชินวัตร จะถูกเลือกเป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ ทักษิณก็ตอบสั้นๆว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้

ที่แน่ๆ กระแสข่าววงในที่มาแรง ฟังว่าเศรษฐา ทวีสิน อาจไม่ใช่คนในสเปกของคนดูไบ เพราะมีเงื่อนไขเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องความเป็นอิสระในการทำงาน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนติดตามทักษิณในคลับเฮาส์ มักจะรอฟังการตอบคำถามจากคนทางบ้าน ซึ่งทักษิณ ก็ตอบหมด เช่นกรณีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับสุเทพ และเนวิน

“การเมืองอยู่คนละฝั่ง ก็ต้องรบสู้กันไป ผมกับเขาก็ห่างเหิน..การเมืองไม่สนุก คือไม่ได้ไปตามกติกา” ตอนหนึ่งทักษิณพูดถึงสุเทพ และ “คุณเนวินมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง..ก็รู้จักกันแต่การเมืองก็ทำห่างเหิน”

‘เพื่อนเก่าชื่อสุเทพ’

“ทักษิณ” และสุเทพ เทือกสุบรรณ มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันมายาวนานมาก ปลายปี 2537 ในการปรับคณะรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย มีชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เป็น รมว.ต่างประเทศ โควตาพรรคพลังธรรม

นัยว่า ทักษิณ-สุเทพ สองหนุ่มใหญ่วัย 45 ปี(ตอนนั้น) นั่งเก้าอี้ติดกันในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดิน ทักษิณเป็น รมว.ต่างประเทศ ส่วนสุเทพ เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์

“สุเทพกับผมอายุเท่ากัน เขาแก่วันกว่าผม เคยรู้จักเป็นตอนเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ตอนนั้นแกเป็นรัฐมนตรีช่วยเกษตร ก็นั่งติดกัน ก็รู้จักกันตอนนั้น” ทักษิณเล่าในคลับเฮาส์

ปี 2541 สมัยรัฐชวน หลีกภัย(2) มีรายงานข่าวว่า สุเทพเอ่ยปากชวนทักษิณเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ทักษิณไม่ตอบตกลง เพราะกำลังวางแผนตั้งพรรคไทยรักไทย

“ตอนพ่อเขาเสียก็ไปงานศพ ตอนตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ก็ช่วย” หมายถึงตอนที่สุเทพก่อตั้งสหกรณ์โค-ออป ที่สุราษฏร์ธานี ทักษิณร่วมเป็นผู้ถือหุ้นด้วยจำนวนไม่น้อย

จุดเปลี่ยนที่ทำให้สองคนนี้ ต้องกลายเป็นคู่ปรปักษ์ น่าจะเป็นยุคสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งตอนนั้น ครอบครัวสุเทพเผชิญหน้ากับวิบากชีวิตหลายเรื่อง

‘ลูกชายเพื่อนพ่อ’

สำหรับตระกูลชิดชอบ-ชินวัตร “ทักษิณ” รำลึกความหลังสมัยสภาผู้แทนฯ ช่วงปี 2512-2514 เวลานั้น เลิศ ชินวัตร บิดาของทักษิณ เป็น ส.ส.เชียงใหม่ และชัย ชิดชอบ บิดาของเนวิน เป็น ส.ส.บุรีรัมย์ ทั้งคู่ต่างเป็น ส.ส.อิสระ จึงได้ร่วมงานกันในนามพรรค ส.ส.อิสระ

“ผมเรียกพ่อเนวินว่าอา รู้จักพ่อเนวินก่อนเจอเนวิน ตอนหลังมาก็ตอนที่อยู่ไทยรักไทย ก็สนิทกัน ขยันขันแข็ง” ทักษิณเล่าในคลับเฮาส์

หลังเลือกตั้งปี 2544 ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วน กำนันชัยและเนวิน ยังสังกัดพรรคชาติไทย ผ่านไปหลายปี กำนันชัยจึงเอ่ยปากกับทักษิณ “อาขอลูกชายไปทำงานกับท่านนายกฯด้วยนะ”

ดูเหมือนว่า วันนี้ทักษิณจะหายแค้นเคืองเนวินไปแล้ว อีกด้านหนึ่ง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ยังเคารพนับถือทักษิณเหมือนเดิม

ทักษิณพูดว่า “คุณเนวินมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง” แสดงว่าเขายอมรับในฝีไม้ลายมือของเนวินอยู่พอสมควร

เหตุที่ “ทักษิณ ชินวัตร” รำลึกความหลังด้วยท่าทีอันสุขุม ก็เพราะรู้ดีว่า การเมืองวันข้างหน้ายังหนีไม่พ้นการเมือง 2 ขั้ว และนี่เป็นอุปสรรคต่อแผนปรองดองของเขา

หากการปรองดองชาติเกิดขึ้นไม่ได้ โอกาสที่ทักษิณจะกลับบ้าน ก็คงยาก จึงอย่าได้แปลกใจที่เขามีท่าทีเปลี่ยนไปบ้าง