สงครามยังไม่จบ “ป.ประยุทธ์” อย่าเพิ่งนับศพ 2 รมช. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483273

สงครามยังไม่จบ “ป.ประยุทธ์” อย่าเพิ่งนับศพ 2 รมช.

12 ก.ย. 2564

การที่ “ป.ประยุทธ์” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจ นายกฯ ปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ออกจากตำแหน่งรมช.เป็นการใช้อำนาจที่ไม่เกิดประโยชน์อะไร กลับกันรังแต่จะมีโทษทางการเมืองที่จะติดตามมา

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่าพลันที่ ร.อ.ธรรมนัส รับทราบ เจ้าตัวได้ประกาศเดินคนละทางกับพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย่าลืมว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้เป็นแค่รมช.เกษตรฯเท่านั้น แต่ยังมีสถานะเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาลและเป็นพรรคการเมืองที่สนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ไปหักหลังด้วยการปลด ร.อ.ธรรมนัส เพื่อแก้แค้นที่ ร.อ.ธรรมนัส กับพวกวางแผนล้มพล.อ.ประยุทธ์ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจสำเร็จก็ตาม แต่มันทำให้เกิดรอยร้าวขึ้นระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ กับพล.อ.ประวิตร ด้วย

อย่าลืมเช่นเดียวกันว่า ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรคพปชร. ที่มีพล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค เสมือนเป็นมือขวา ส่วน นฤมล เป็นเหรัญญิกพรรค เสมือนเป็นมือซ้าย

นฤมล ภิญโญสินวัฒน์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

การที่ น้องป.ประยุทธ์ มาตัดแขนซ้าย แขนขวา ของ พี่ป.ป้อม นั้น นักเลงเขาไม่ทำกัน นี่ย่อมจะสร้างรอยร้าวให้เกิดอย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อเกมแก้แค้นและหักหลังเดินมาถึงจุด ที่ร่วมทางกันไม่ได้ ระหว่างพรรคพลังประชารัฐและรัฐบาล ถามว่าสถานะของรัฐบาลที่ต้องพึงพาอาศัยเสียงสนับสนุนจากพปชร.จะเป็นเช่นใด

พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะสะใจที่ได้แก้แค้นร.อ.ธรรมนัส แต่หาลืมไปว่า ในฐานะของรัฐบาลจะต้องใช้เสียงส.ส.ในการสนับสนุน ไม่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ต้องลงมติ หรือการลงมติในกฎหมายที่สำคัญของรัฐบาล อาทิกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน

ภาพของความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล ปรากฎจากคำให้สัมภาษณ์ของ จุรินทร์ ลักษณวิศิฎฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่คร่ำหวอดกับการเมืองมานานว่า เมื่อพปชร.ไม่มีความเป็นเอกภาพ ย่อมกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาลแน่นอน

แน่นอนว่ารัฐบาลกำลังจะเสนอ พ.ร.ก.กู้เงินอีก1ล้านล้าน ในครม.ไม่มีปัญหาอนุมัติได้เลยมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ แต่พ.ร.ก.จะต้องเสนอเข้าสภาให้ส.ส.ให้ความเห็นชอบภายใน1 เดือน ตรงนี้แหละจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะรัฐบาลต้องการเสียงสนับสนุน

พล.อ.ประยุทธ์ หรือกุนซืออย่าง เสธ.ก. เสธ.ม. หรือเสธ.อ. อย่ามองแค่ว่าใช้เงินซื้อเอาก็ผ่านได้ เหมือนใช้เงินตอนไม่ไว้วางใจ  จริงอยู่ ส.ส.หิวกล้วย แต่การจ่ายเงินไปแล้วอาจไม่ได้คะแนนเสียงตามมา เหมือนคะแนนไม่ไว้วางใจนายกฯที่ผ่านมา

พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐพล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

วันนี้สงครามยังไม่จบ เพราะจะมีเอฟเฟคจากกรณีปลด2 รมช.ตามมาแน่นอน ที่สภา ส.ส.ขาดประชุม สภาล่ม ขณะที่ในพรรคพปชร.ไม่เป็นเอกภาพแตกไปคนละทาง ครั้นจะหวัง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะหวัง สุชาติ ชมกลิ่น หรือชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ นั้น จะหวังได้แค่ไหนเพราะ สุริยะ ก็ยังแค้นพล.อ.ประยุทธ์ เรื่องเก้าอี้พลังงานอยู่

สุดท้ายเมื่อรัฐบาลทำงานไม่ได้ เพราะไม่มีเสียงส.ส.ในสภาฯคอยสนับสนุน และพล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่กล้าเสนอกฎหมายการเงินเข้าสภาฯ เพราะกลัวถูกคว่ำ การบริหารงานก็ไปต่อไม่ได้ สุดท้ายไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยุบสภาเลือกตั้งใหม่

ส่องซุ้ม “ธรรมนัส” ลูกน้องหายเพียบ แต่เพื่อนตายยังอยู่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483189

ส่องซุ้ม “ธรรมนัส” ลูกน้องหายเพียบ แต่เพื่อนตายยังอยู่

11 ก.ย. 2564

ตามไปดูซุ้ม “ธรรมนัส” หัวโขนหลุด ลูกน้องหาย แต่เพื่อนตายยังอยู่ ไปไหนไปด้วยกัน ตั้งพรรคใหม่ ไม่เอา 2ป. คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ยังมีผู้สนใจใครรู้เยอะ ว่านับจากนี้ “ธรรมนัส” จะก้าวไปหนทางไหน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค่ำวันที่ 10 ก.ย.2564 “ธรรมนัส” สื่อสารกับประชาชนเป็นครั้งแรก หลังถูกปลดจากตำแหน่ง โดยโพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ขอบคุณทุกกำลังใจ และจะทำงานเพื่อพี่น้องต่อไป

ท่ามกลางข่าวรอยปริร้าวของ “3ป.” จังหวะก้าวต่อไปของ “ธรรมนัส” เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก จะตั้งพรรคใหม่ หรือยังซุ่มเงียบอยู่ รอวันเปิดตัวหลังยุบสภา

อีกด้านหนึ่ง ส.ส.พลังประชารัฐ ในซุ้มผู้กองธรรมนัส มีคนสนใจไถ่ถามว่า จะเหลืออยู่กี่คน หลังลูกพี่ไร้หัวโขน แต่ “เสี่ยปั้น” ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก เขต 3 ได้แชร์โพสต์ของธรรมนัส พร้อมอัพสเตตัสว่า “พร้อมยืนอยู่ข้าง…นาย เสมอ”

“เสี่ยปั้น” น่าจะเป็น ส.ส.ในซุ้มผู้กองคนแรก ที่ประกาศยืนเคียงข้าง “นาย” (ธรรมนัส) ส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่มีท่าทีที่ชัดเจนต่อสาธารณะ

‘เช็กชื่อซุ้มผู้กอง’

เท่าที่มีการตรวจสอบ ส.ส.พลังประชารัฐ ซุ้มธรรมนัส ที่ยังยืนอยู่เคียงข้างในชั่วโมงนี้ มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 คนคือ เอกราช ช่างเหลา และบุญสิงห์ วรินทรลักษณ์

ส่วน ส.ส. 6 คน ได้แก่ จีรเดช ศรีวิลาศ ส.ส.พะเยา เขต 2, ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1,ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก เขต 1, ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก เขต 3, วัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง เขต 4 และวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2

ก่อนหน้านั้น ส.ส.ซุ้มผู้กอง พลังประชารัฐ มีทั้ง ส.ส.ภาคเหนือ ,ภาคกลาง, ภาคอีสาน, ภาคใต้ และกรุงเทพฯ ประมาณ 40 ชีวิต แต่หลังแตกหัก “ป.ประยุทธ์” ลูกน้องผู้กองหายไปเยอะ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เปรียบเสมือนเงาตามตัว “ธรรมนัส” คือ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ซึ่งไผ่ เป็นลูกชายของเรืองวิทย์ ลิกค์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร หลายสมัย

ดังที่ทราบกัน ส.ส.กำแพงเพชร แบ่งเป็น 2 ขั้วคือ ขั้วเรืองวิทย์ ลิกค์ กับ ขั้ววราเทพ รัตนากร ฉะนั้น ไผ่ ลิกค์ จึงแยกตัวไปเป็นขุนพลของธรรมนัส ส่วน ส.ส.กลุ่มวราเทพ สังกัดกลุ่มสามมิตร

“เสี่ยปั้น” ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก อดีตรองนายก อบจ.ตาก ลูกชายจำเนียร บูลย์ประมุข อดีตกำนันตำบลแม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก

ส่วน ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก เขต 1 เป็นทายาทของ ณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ นายก อบจ.ตาก 2 สมัย ผู้ที่ได้ฉายาว่า ประมุขบ้านใหญ่เมืองตาก

ทั้งภาคภูมิและธนัสถ์ เคยลงสมัคร ส.ส.ตาก พรรคเพื่อไทย เมื่อเลือกตั้ง 2557 แต่ครั้งนั้น ศาลชี้เลือกตั้งโมฆะ ต่อมา เลือกตั้ง 2562 “ธรรมนัส” ชวนกลุ่มบ้านใหญ่เมืองตาก ลงสนามในสีเสื้อพลังประชารัฐ

เชื่อว่า ตระกูล “ลิกค์” และบ้านใหญ่เมืองตาก คงจะอยู่เคียงข้างผู้กอง ไม่ว่าจะไปสังกัดพรรคใด หรือตั้งพรรคเอง

‘ที่มั่นพะเยา’

หลายคนอาจสงสัยว่า “ธรรมนัส” ไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ แล้ว จะส่งผลต่อพื้นที่การเมืองใน จ.พะเยา มากน้อยแค่ไหน

จะว่าไปแล้ว คู่แข่งของธรรมนัส ก็มีแต่ค่ายเพื่อไทย และตระกูลตันบรรจง ส่วน ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ หรือชื่อใหม่ รฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาคนั้น น่าจะเป็นพันธมิตรของผู้กองมากกว่า

ย้อนไปดูวันที่ “ธรรมนัส” หวนคืนบ้านเกิดลุยการเมือง ก็พบว่า เพื่อไทยและเสื้อแดงเต็มพื้นที่ โดยเฉพาะอิทธิพลบารมีของตระกูล “ตันบรรจง”

ปี 2555 ธรรมนัสเริ่มต้นที่การเมืองท้องถิ่น โดยสนับสนุน “เสี่ยอิ๊ด” วรวิทย์ บุรณศิริ ชิงเก้าอี้นายก อบจ.พะเยา สามารถล้มไพรัตน์ ตันบรรจง แชมป์เก่า 4 สมัยได้สำเร็จ

กลางปี 2556 ธรรมนัส หนุน จุฬาสินี โรจนคุณกำจร ยึดเก้าอี้นายกเทศมนตรีเมืองพะเยาและตัวเขาเป็นประธานที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองพะเยา

ปลายปี 2556 อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ยุบสภา ธรรมนัสจึงฟอร์มทีมผู้สมัคร ส.ส. ครบ 3 เขต ในนามพรรคชาติไทยพัฒนา ตามคำชักชวนของ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา สมัยโน้น

ต่อมา เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ชักชวนธรรมนัส ให้ไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แต่การเลือกตั้งปี 2557 เป็นโมฆะ เขาจึงชวดได้เป็น ส.ส.

เลือกตั้งปี 2562 ธรรมนัส แม่ทัพพลังประชารัฐ ยึด ส.ส.พะเยา 2 เขต เหลือพื้นที่เขต 2 ให้ “เสี่ยมี่” วิสุทธิ์ ไชยณรุณ แชมป์เก่า ค่ายเพื่อไทย

ที่แน่ๆ การเลือกตั้งสมัยหน้า ธรรมนัสไม่เอา ป.ประยุทธ์ และย้ายมาอยู่ฝ่ายเดียวกับพรรคเพื่อไทย จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะยึดเก้าอี้ ส.ส.เมืองพะเยาไว้ได้อีกสมัย

อย่าประมาท “3ป” สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นความจริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483121

อย่าประมาท “3ป” สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นความจริง

11 ก.ย. 2564

ความสัมพันธ์ “3ป” ไม่ธรรมดา มองด้วยตาเปล่า ยังสรุปไม่ได้ ที่ผ่านมาทุกความเคลื่อนไหว สุดท้าย เลือดข้นกว่าน้ำ

อย่าประมาท "3ป" สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นความจริงอย่าประมาท “3ป” สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นความจริง

ไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษาพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี คาดการว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ กำลังเผชิญมรสุมใหญ่ หลังรัฐสภาโหวตสนับสนุนการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มติสนับสนุน472 คะแนน มีเสียงสว.อยู่149 คน เกิดขึ้นหลังพลเอกประยุทธ์ปลดรัฐมนตรี ผู้ใกล้ชิด พลเอกประวิตรสองราย  ในขณะที่สว.อีกเกือบร้อยงดออกเสียง  
มตินี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อแผนตั้งพรรคใหม่ของพลอ.อนุพงษ์เพื่อสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ แทน พปชร. ส่วนพรรคเล็กพรรคน้อย และพรรคที่จัดตั้งขึ้นใหม่หลายพรรคในช่วงที่ผ่านมา คงเหมือนนกที่ต้องหาคาคบใหม่เพื่อร่วมรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง2ใบ เป็นประโยชน์ต่อพรรคใหญ่คือ พท,พปชร. ทำให้เห็นภาพของรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง ว่ามีพรรคอะไรบ้าง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไพศาล ตั้งคำถามว่ามีใครทำให้ สว.พลิกโผ   ใครคนนั้น มีบทบาทกำหนดให้ใครเป็นนายกหลังเลือกตั้งด้วยหรือไม่  เป็นคนเดียวกับที่พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องแจ้งเรื่องการปลด2รัฐมนตรีให้ทราบหรือเปล่า

หลังปรับเลขาฯและเหรัญญิกฯพ้นเก้าอี้รัฐมนตรี มีข่าวว่า ภายในพรรคพลังประชารัฐจัดสรรกำลังกันใหม่ กลุ่มส.ส.ภาคใต้จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานไว้ดูแลกันในพื้นที่  มุ้งเก่ามีเจ้ากระทรวงเป็นแกนนำจะรับผิดชอบกันไปตามสัดส่วนสมาชิก กลุ่มใหญ่อย่างสามมิตรแกนนำ1คนอาจต้องรับดูแลสมาชิกหลาย10ราย ส่วนกลุ่มเล็กๆก็ว่ากันไปประมาณ10 รายในแต่ละสังกัด และนี่จะทำให้มีการต่อรองจากกลุ่มก๊วนต่างๆอย่างหนักตามมา

หากยังจำกันได้ ก่อนหน้านี้ พลเอกประยุทธ์ เคยพูดเสมอว่า จะอยู่ครบวาระจะไม่ยุบสภา  แต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่า พลเอกประยุทธ์ อยู่ในสถานะขาลอย ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับ ส.ส.พลังประชารัฐ   ในเมื่อพลเอกประยุทธ์ ตัดแขนตัดขาของพี่ใหญ่  ถ้าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ปาหี่ ก็ไม่มีเหตุผลอะไร ที่พี่ใหญ่ต้องเกรงใจพลเอกประยุทธ์ แต่ความหนียวแน่นของ พี่น้องสามป. ต้องยอมรับว่าก็มีให้เห็น มาเป็นระยะกรณีพลตำรวจโท สุรเชษฐ หักพาล เป็นตัวอย่าง ถูกเขี่ยพ้นเส้นทาง ว่าที่ผบ.ตร. ก็กลับมาเข้าไลน์มีลุ้นในตำแหน่งได้ ด้วยอิทธิฤทธิ์ 3ป.และ ต้องไม่ลืมว่า พล.อ.ประวิตร มีจุดเชื่อมต่อกับหลายพรรคการเมือง

พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ

ทางสายใหม่ “ธรรมนัส” ตอกเสาเข็ม พรรคอีสานล้านนา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483060

ทางสายใหม่ “ธรรมนัส” ตอกเสาเข็ม พรรคอีสานล้านนา

10 ก.ย. 2564

แค้นนี้ต้องชำระ “ธรรมนัส” เดินทางสายใหม่ ตั้งพรรคอีสานล้านนา ตั้งเป้า 30 ที่นั่ง รอร่วมรัฐบาลสมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หลังถูกปลดจากตำแหน่ง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ บอกกับนักข่าวว่า ขอเลือกตั้งทางเดินของตัวเอง อาจชื่อพรรคคนพะเยา หรือพรรคอีสานล้านนา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไม “ธรรมนัส” หลุดปากคำว่า “อีสานล้านนา” ซึ่งชื่อนี้ เป็นยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของธรรมนัส ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ มาก่อนแล้ว

ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐ จึงเลือกประชุมใหญ่ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2564 และเป็นวันที่ “ธรรมนัส” ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรค

อย่าลืมว่า “ธรรมนัส” มีเพื่อนตายสหายศึกชื่อ “เอกราช ช่างเหลา” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ภาคอีสานตอนบน

ช่วงกลางเดือน ก.ค.2564 “เอกราช” เปิดบ้านที่ขอนแก่น แถลงข่าว เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปรับตำแหน่งให้ “ธรรมนัส” เป็นรัฐมนตรีว่าการ เนื่องจากธรรมนัส เป็นคนทำงานทุ่มเท ทำงานเพื่อพรรคมาโดยตลอด

ก่อนหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจประมาณ 2 สัปดาห์ กลุ่ม ส.ส.เครือข่ายเพื่อนเอกราช ได้พูดจากันในสภากาแฟว่า หลังจบศึกซักฟอก มีการปรับ ครม. “ธรรมนัส” ได้เป็น มท.1 แน่นอน

พลันที่มีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง “ประยุทธ์” แตกหัก “ธรรมนัส” สมาชิกเครือข่ายเพื่อนเอกราช กระซิบว่า “นายให้คนที่พะเยา จดทะเบียนพรรคการเมืองไว้แล้ว นายจะทำพรรคขนาด 30 ที่นั่ง”

วันที่ 10 ก.ย.2564 “ธรรมนัส” ไม่เข้าประชุมร่วมรัฐสภา เช่นเดียวกับมือขวา “เอกราช” และมือซ้าย “ไผ่ ลิกค์” ส.ส.กำแพงเพชร

‘จงอางอีสาน’

ในแวดวงคนการเมืองอีสาน ไม่ค่อยเชื่อฝีมือ เอกราช ช่างเหลา มากนัก เนื่องจากช่วงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พรรคพลังประชารัฐ มอบให้เอกราช ดูแลพื้นที่อีสานกลาง และอีสานเหนือบางจังหวัด ได้แก่ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม ,กาฬสินธุ์, อุดรธานี, หนองคาย และบึงกาฬ

ปรากฏว่า ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ สอบตกแบบไม่ได้ลุ้น และได้ ส.ส.มาแค่คนเดียวคือวัฒนา ช่างเหลา ลูกชายของเอกราช ที่เขต 2 ขอนแก่น

เอกราชเลียนแบบเนวิน ใช้ลูกหนังนำการเมือง ปั้นลูกชาย “วัฒนา” ผ่านการกีฬา เริ่มจากซื้อทีมปากช่อง ยูไนเต็ด จากกลุ่มการเมืองโคราช เปลี่ยนชื่อเป็น “ขอนแก่น ยูไนเต็ด” โดยตั้งฉายาทีมว่า จงอางผยอง และทีมขอนแก่นยูไนเต็ด ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในไทยลีก 1

“ธรรมนัส” รู้จุดอ่อนเอกราช จึงพยายามวางเครือข่ายงานมวลชน ผ่านมือทำงานมวลชนคนหนึ่ง ประสานกับสมัชชาเกษตรกรอีสาน, สมัชชาเกษตรกร 4 ภาค, สมัชชาคนจน ฯลฯ

การจะเอาชนะพรรคเพื่อไทยในอีสาน จะต้องทำงานหนักกว่าเดิม “ธรรมนัส” รู้ดี จึงเดินแนวทางพรรคมวลชนมากขึ้น แต่เกิดความขัดแย้งในพลังประชารัฐ จึงต้องแยกตัวออกมา

ดังนั้น พรรคการเมืองของธรรมนัสที่จะตั้งขึ้นใหม่ คงต้องยึด “พะเยาโมเดล” มาเป็นต้นแบบที่จะทะลุทะลวงพื้นที่อีสาน อาจจะเริ่มที่ขอนแก่น และชัยภูมิ

‘ธรรมนัส-เอกราช’

“ธรรมนัส” คนเมืองพะเยา โคจรมากับ “เอกราช” ครูเมืองขอนแก่น เมื่อ 14-15 ปีที่แล้ว โดยการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ร่วมกัน

เอกราชเคยเป็นครูในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น และเติบโตบนเส้นทางสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น สิบกว่าปีที่แล้ว เอกราชมีฐานะการเงินเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้ทำโครงการบ้านจัดสรร ภายใต้ชื่อบริษัท หนึ่งนคร จำกัด

ต่อมา เอกราชได้รู้จัก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยลงขันทำธุรกิจซื้อขายที่ดินผืนใหญ่ย่านรังสิต-ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

บนเส้นทางการเมือง เอกราช เคยอยู่เบื้องหลังผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อแผ่นดิน สมัยปี 2550 และพรรคภูมิใจไทย ปี 2554 และหลังรัฐประหาร 2557 เอกราชได้รับเลือกเป็นสมาชิก สปช. ท่ามกลางความประหลาดใจของ กปปส.ขอนแก่น

“ธรรมนัส” ได้อาศัยความเป็นอดีตนายทหาร ตท.รุ่น 25 ช่วยผลักดันให้เอกราช มีตำแหน่ง สปช. ทั้งที่สมัยเสื้อแดงยึดกรุงเทพฯ เอกราชเคยถูก ศอฉ.เรียกพบ เพราะสงสัยว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงเสื้อแดง แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายทักษิณ

นับจากวันนี้เป็นต้นไป เอกราช จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างพรรคขนาด 30 ที่นั่ง ภายใต้การนำของ “ธรรมนัส” ตามยุทธศาสตร์การเมืองอีสานล้านนา

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง สองพระนักเทศน์ ทำดีกลับเป็นผลร้าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483045

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง สองพระนักเทศน์ ทำดีกลับเป็นผลร้าย

10 ก.ย. 2564

พระมหาสมปอง พระมหาไพรวัลย์ สองพระนักเทศน์ คู่หูคู่ฮา คู่ดวงสมพงศ์ “ซินแสเข่ง” ผ่าดวง เจอปีชงปะทะ ความคิดสวนทาง ตกเหตุขัดแย้งเป็นศัตรู ทำดีกลับเป็นผลร้าย เตือนดวงตกให้ระวัง ไม่ทำ ไม่สร้างปัญหาเอง เพราะตกปีปะทะอัปมงคลอุปสรรค กระแสตีกลับต้องชี้แจง

นายชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง หรือ “ซินแสเข่ง” ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย ได้วิเคราะห์เจาะลึกผ่า “ดวง” ของพระสองนักเทศน์ชื่อดัง ถึงดวงชะตาปีปะทะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระมหาไพรวัลย์ วรวัลโณ และพระมหาสมปอง ตาลปุตโต นักเทศน์ชื่อดังสวนกระแส ถูกจับตาไม่สำรวม เปิดเพจไลน์สดดังกระหึ่มชั่วข้ามคืน

“ทำดีไม่ขึ้นกระแสตีกลับว่าสมควรหรือไม่ คนดูวิจารณ์หนัก ว่าผิดหรือถูก กับพระมหาไพรวัลย์ และพระมหาสมปอง รอบปีที่ผ่านมา 2563 และ 2564 ตกดวงชะตาขัดแย้ง ทำอะไรก็สับสน กลายเป็นสร้างศัตรู สร้างความไม่ไว้วางใจ แตกแยกวุ่นวาย ด้วยกันทั้งคู่” ซินแสเข่ง กล่าว

ปีที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในช่วงระหว่างมรสุมชีวิต ตั้งใจทำดีแต่เป็นผลเสียตอบกลับ โรมรัน สาดซัดไม่สมหวัง ให้ร้ายป้ายสี ไม่หวังดี 

ทั้งที่พระสมปอง ในดวงเกิด 3 พฤศจิก่ยน 2521 อายุ 42/43 ปี ชะตานั้นเข้าเคราะห์ ปีให้ร้าย มีความเป็นพระอยู่ในตัว กล้าได้กล้าเสีย ดื้อรั้นอยากรู้ อยากเห็น เอาความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง มีชีวิตที่ต้องเหน็ดเหนื่อยด้วยตนเอง เป็นคนที่ทะเยอทะยานไม่นิ่งอยู่กับที่ 

พระมหาสมปอง ตาลปุตโต  พระนักเทศน์ชื่อดังพระมหาสมปอง ตาลปุตโต พระนักเทศน์ชื่อดัง

“สองปีนี้ท่านก็ขอให้ใจเย็น หลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง ผ่านปีนี้ไปแล้วท่านก็จะดีกว่า ทำอะไรเหมือนทำร้ายตนเอง เพราะยังไงในดวงชะตาท่านก็เป็นพระตลอดชีวิต” ซินแสเข่ง วิเคราะห์ดวงชะตาพระมหาสมปอง

ส่วนดวงชะตาของ ท่านมหาไพรวัลย์ วรวัลโณ เกิดปี 2534 อายุ 30 / 31 ปี ได้บวชเป็นพระ และใช้เส้นทางนี้ได้ศึกษาพระธรรมจนมีตำแหน่งเป็น ท่านมหาด้วยวัยแค่ 30 เท่านั้น ถือว่าเป็นวาสนา และมีชื่อเสียงในการวิจารณ์วิพากษ์วิจารณ์การเมือง เรื่องต่างๆ ทางรายการทีวี จนติดอันดับพระดัง

 ลักษณะโหงวเฮ้ง และปีเกิด ท่านเป็นบุคคลที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น มีเสน่ห์ในการใช้เสียงเป็นสื่อ สามารถโน้มน้าวให้คนอื่นคล้อยตามได้ ในเวลาที่พูดเทศน์ บุคลิคอารมณ์ เรียนรู้อะไรเร็วกล้าแสดงออก มีดวงตาที่บ่งบอกเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย

พระมหาไพรวัลย์ วรวัลโณ พระมหาไพรวัลย์ วรวัลโณ

“ในช่วงรอบปีนี้และปีที่ผ่านมาเป็นช่วงจังหวะที่มีผลให้ร้ายต่อดวงชะตา ตกดวงขัดแย้งที่ควรหลีกเลี่ยง ที่จะก่อให้เกิดความเป็นศัตรูให้กับตนเอง สร้างความสับสนเป็นมรสุม ชีวิตท่านจะเปลี่ยนแปลงได้ใน ปี 2566 ปีเสริมดวงชะตาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด” ซินแสเข่ง วิเคราะห์ดวงชะตาพระมหาไฟรวัลย์

แผนดับสูญ “ก้าวไกล” ส.ว.สาย 3ป. โหวตผ่านบัตร 2 ใบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482988

แผนดับสูญ “ก้าวไกล” ส.ว.สาย 3ป. โหวตผ่านบัตร 2 ใบ

10 ก.ย. 2564

ส.ว.เครือข่าย 3ป. รวมหัวสกัด “ก้าวไกล” โหวตผ่านแก้รัฐธรรมนูญแบบปี 2540 เอื้อเพื่อไทย แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ก่อนโหวตร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงจุดยืน “งดออกเสียง” และประกาศว่า “ก้าวไกล” พร้อมที่จะสู้ในทุกกติกา ในทุกสนาม ในทุกเมื่อ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลพรรค “ก้าวไกล” ค้านแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง จากบัตรใบเดียวเป็น “บัตร 2 ใบ” มาแต่แรก จนมีวิวาทะกับแกนนำพรรคเพื่อไทยบางคน

แม้ช่วงพิจารณาชั้นกรรมาธิการ 2 “ก้าวไกล” พยายามเสนอบัตร 2 ใบ ส.ส.เขต 350 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน แต่คิดคำนวณ ส.ส.แบบเยอรมัน แต่ก็ถูกตีตกไป เสียงกรรมาธิการส่วนใหญ่เลือกตั้งแบบรัฐธรรมนูญ 2540

การลงมติวาระ 3 สะดุดเล็กน้อย เมื่อ ส.ว.บางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวค้านกติกาบัตร 2 ใบ กลัวเผด็จการรัฐสภา จะกลับมา บวกกับปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ทำให้เกิดกระแสข่าว ส.ว.จะโหวตคว่ำวาระ 3

ว่ากันว่า ช่วงเช้าวันที่ 10 ก.ย.2564 ที่อาคารรัฐสภา แกนนำ ส.ว.สายบิ๊กตู่ ได้ประชุมปรึกษาหารือกัน ก่อนจะเคาะให้ลงมติ “เห็นชอบ” ตามกลุ่ม ส.ว.สายบิ๊กป้อม

เหตุผลหลักที่ ส.ว.ส่วนใหญ่เห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องระบบเลือกตั้ง เพราะไม่ต้องการเห็น “ส.ส.ปัดเศษ” และความวุ่นวายของพรรคเล็ก รวมถึงสกัดการเติบโตของพรรคสีส้ม

ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกล เครือข่าย 3 ป. เชื่อว่า ก้าวไกลเป็นอุปสรรคต่อระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ส่วนเพื่อไทยนั้น มีช่องทางสื่อสารถึงกันได้

‘ตัดตอนค่ายสีส้ม’

แกนนำพรรค “ก้าวไกล” รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า พลังประชารัฐ กับเพื่อไทย เห็นดีเห็นงามในการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 คือใช้บัตร 2 ใบ (เลือกคนและเลือกพรรค) ส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน เป็นการตัดตอนเครือข่าย “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 โดยกติกาบัตรใบเดียว ระบบจัดสรรปันส่วนผสม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว พรรคเพื่อไทย ได้ 7,920,630 เสียง ส.ส.เขต 136 คน แต่ไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว

ขณะที่พรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) ได้ 6,265,950 เสียง ส.ส.เขต 30 คนและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คน

นี่คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทย มองว่า กติกาบัตรใบเดียว ใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสมนั้น เอื้อต่อพรรคก้าวไกล ที่ไม่ชำนาญ “ส.ส.เขต” แต่อาศัยเก็บแต้มจากทุกเขตเลือกตั้ง ก็ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

สมัยที่ใช้รัฐธรรมนูญ 2540 บัตร 2 ใบ (เลือกคนและเลือกพรรค) ผลการเลือกตั้ง 6 ม.ค.2544 พรรคไทยรักไทย ได้ ส.ส.เขต 200 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 48 คน รวม 248 คน

เลือกตั้ง 6 ก.พ.2548 พรรคไทยรักไทย ได้ ส.ส.เขต 310 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 67 คน รวม 377 คน เป็นรัฐบาลพรรคเดียว

พรรคเพื่อไทยจึงดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบบเลือกตั้ง และเป็นความบังเอิญที่พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ เห็นดีด้วย

สรุปว่า นักเลือกตั้งเก๋าเกม ต่างมีศัตรูร่วมคือพรรคก้าวไกล ที่มี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวแถว และธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รับบทกองเชียร์ขอบสนาม

‘ทักษิณฝันหวาน’

ด้านหนึ่ง ทักษิณ ชินวัตร และเพื่อไทย ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า “ก้าวไกล” คือคู่แข่งที่จะแบ่งแต้มในฝ่ายประชาธิปไตย

ดังนั้น ระบบเลือกตั้งแบบรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นเรื่องที่เพื่อไทยชำนาญมากที่สุด ดังที่ “ทักษิณ” เคยพูดไว้ในคลับเฮาส์

“เรื่องเลือกตั้งก็มีระบบเขต 400 เขต ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน ไปถึงก็โหวต 2 ใบ ใบหนึ่งเลือกคน อีกใบเลือกพรรค ก็เอาใบของคนมาตัดสินเขตนั้นเลย พรรคก็เอามาดู กกต.กลาง ว่าใครได้เท่าไร ข้อดี ประชาชนได้เลือกทั้งพรรคทั้งคน ประชาชนตัดสินได้เองว่าจะเลือกพรรคอะไร ส.ส. คนไหน ซึ่งผมไม่ค่อยมีปัญหา แบบปี 2540 ชัด ประชาชนชิน”

มิหนำซ้ำ ทักษิณยังวิจารณ์ข้อเสนอ “ก้าวไกล” ที่ให้ใช้บัตร 2 ใบแต่คิดคะแนนแบบเยอรมันว่า “อย่างที่ก้าวไกลบอกว่า 2 บัตรแบบเยอรมนีนั้น ผมไม่ชำนาญเลยไม่รู้ เพราะผมเองเป็นผลผลิตของปี 2540”

“ก้าวไกล” กลายเป็นก้างขวางคอทักษิณ และเพื่อไทย เพราะมีฐานคะแนนตลาดเดียวกันคือ ฝ่ายประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ

สำหรับเครือข่าย “3ป.” ก็มองว่า ก้าวไกลเป็นศัตรูหมายเลข 1 แต่เพื่อไทยนั้น มีจุดเชื่อมต่อที่จะพูดคุยกันได้ ไม่ใช่เรื่องยาก

“โหวตวาระ3” หักปากกาเซียน แก้ไข รธน. เลือกตั้งบัตร2ใบผ่านฉลุย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482987

“โหวตวาระ3” หักปากกาเซียน แก้ไข รธน. เลือกตั้งบัตร2ใบผ่านฉลุย

10 ก.ย. 2564

รัฐสภา “โหวตวาระ3” หักปากกาเซียน แก้ไขรธน. เลือกตั้งบัตร2ใบ ผ่านฉลุย พรรคพลังประชารัฐพรุ้มลุยทุกสนามเลือกตั้ง

"โหวตวาระ3" หักปากกาเซียน แก้ไข รธน. เลือกตั้งบัตร2ใบผ่านฉลุย“โหวตวาระ3” หักปากกาเซียน แก้ไข รธน. เลือกตั้งบัตร2ใบผ่านฉลุย

ผลการลงมติ ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในที่ประชุมรัฐสภาวาระ3 ผลปรากฏออกมาแบบหักปากกาเซียน  หากไม่มีใครยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ การเลือกตั้งครั้งจะเป็นการเลือกตั้งบัตร2ใบ คล้ายปี 2540  มีคำถามว่าทำไมผลออกมาเช่นนี้ มีคำตอบว่า ระยะเวลาที่เหลือกว่าหนึ่ง ก่อนรัฐบาลหมดวาระ เพียงพอจะจัดวางความได้เปรียบทางการเมือง  โดยมีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปลายปีนี้  เป็นเข็มทิศกำหนดนโยบาย 
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ธรรมนัส” ผู้มากบารมี สู่ตำแหน่งรัฐมนตรี ก่อนปิดฉาก2ปี เสนาบดี สีเทา

ลุ้นวินาทีสุดท้าย “โหวตวาระ3” แก้รัฐธรรมนูญ ตามใบสั่ง

ด่วนรัฐสภาผ่านฉลุย”ร่างรัฐธรรมนูญฯแก้ไขเพิ่มเติม” บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

ระบบจัดสรรปันส่วนผสมจากการเลือกตั้งเดือนมีนาคม ทำให้พรรคพลังประชารัฐได้จัดสรรเก้าอี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 18 คน ส่วนส.ส.เขตได้ 97 เขตเลือกตั้งว่ากันว่ามาจากพลังดูดและนักการเมืองท้องถิ่น ที่ได้รับการเกื้อหนุนจากนโยบายของรัฐบาลคสช.   ประกอบกับการเลือกตั้งบัตร2ใบ มีจำนวนสส.เขตเพิ่มขึ้นเป็น 400 เขต นี่เป็นเหตุผลที่ตอบคำถามได้ว่า พลังประชารัฐ ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนจึงเห็นดีเห็นงามกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

สำหรับพรรคเพื่อไทย ไม่เคยปราชัย ไม่ว่าจะบัตรกี่ใบก็ตาม จะมีคำถามก็เพียงแต่ว่า 
องคาภยพ ที่แยกออกมา จะจัดสรรปันส่วนกันอย่างไร ทั้งไทยสร้างไทย และพรรคน้องใหม่ของจาตุรน ฉายแสง เพิ่มส่วนแบ่งอย่างพรรคก้าวไกล ส.ส.บัญชีรายชื่อ50 ราย การันตีความนิยมนโยบายของพรรค แต่ที่บักโกรกสุดๆ น่าจะหนีไม่พ้นพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.เขตก็ยากจะฟื้นศรัทธา บัญชีรายชื่อยิ่งออกทะเล จากนโยบายที่เป๋ไปเป๋มา และยังมีพรรคกล้าเป็นไผ่แตกกอ นอกจากต้องแข่งกับพลังประชารัฐและภูมิใจไทย  พื้นที่ปักษ์ใต้ ก็น่าเป็นห่วง
 

"โหวตวาระ3" หักปากกาเซียน แก้ไข รธน. เลือกตั้งบัตร2ใบผ่านฉลุย“โหวตวาระ3” หักปากกาเซียน แก้ไข รธน. เลือกตั้งบัตร2ใบผ่านฉลุย

การเลือกตั้งในปี62 พลเอกประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ถูกฝ่ายค้านมองว่า มาจากกติกา ที่เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจ คสช.การยอมแก้ไขระบบเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบ  ต้องการลบข้อครหาของเพื่อไทยอาจเป็นเหตุผลประการหนึ่ง   ถามว่าทำไมจึงกล้าตอบได้ว่า   นอกจากมีเวลา พรรคพลังประชารัฐยังมีมือของวุฒิสภา  มากกว่าพรรคการเมืองอื่น

เลือกบัตร 2 ใบ “ประชาธิปัตย์” จุดแข็งชวน-จุรินทร์ มั่นใจกลับมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482907

เลือกบัตร 2 ใบ “ประชาธิปัตย์” จุดแข็งชวน-จุรินทร์ มั่นใจกลับมา

10 ก.ย. 2564

โหวตแก้รัฐธรรมนูญ “ประชาธิปัตย์” เชื่อบัตร 2 ใบ นำพรรคกลับมา ชูจุดแข็งชวน-จุรินทร์ ฟื้นศรัทธาภาคใต้ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ทำไปทำมา พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ ที่เห็นพ้องต้องกันเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ก็จะเหลือแค่ “ประชาธิปัตย์” และ “เพื่อไทย” ที่ยืนหยัดโหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองเชียร์ กปปส. อาจตั้งคำถามกับ “ประชาธิปัตย์” ว่า ทำไมสนับสนุนระบบเลือกตั้งแบบปี 2540 ที่ก่อให้เกิด “เผด็จการรัฐสภา”

วันที่ 9 ก.ย.2564 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยืนยันว่า “การแก้ไขรัฐธรรมนูญเที่ยวนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องของการที่จะใส่พานไปให้กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพราะถ้าดูประโยชน์ของพรรคการเมือง มันก็มีได้มีเสียกันทุกพรรค”

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ส.ส. 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน จะนำไปสู่ความเข้มแข็งของประชาธิปไตยระยะยาว ไม่ใช่ดูประโยชน์ส่วนพรรค

ลึกๆแล้ว แกนนำ ปชป. ไล่มาตั้งระดับชวน หลีกภัย จนมาถึงคณะกรรมการบริหารพรรค มองว่า ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม สูตรมีชัย ฤชุพันธ์ ทำให้มี “ส.ส.ปัดเศษ” ไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน

‘เสียงที่หายไป’

ถ้าย้อนดูการเลือกตั้งทั่วไปในรอบ 14-15 ปีที่ผ่านมา พบว่า พฤติกรรมของผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ได้แบ่งเป็น 2 ขั้ว 2 พรรค ระหว่างเครือข่ายทักษิณ กับ “ประชาธิปัตย์”

เลือกตั้ง 6 ก.พ.2548 ตามกติกาบัตร 2 ใบ เขตเดียวเบอร์เดียว พรรคไทยรักไทย ได้ 18,993,073 คะแนน และพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 7,210,742 คะแนน

เลือกตั้ง 23 ธ.ค.2550 เปลี่ยนกติกาใช้บัตร 2 ใบ แต่เลือกตั้งพวงใหญ่ผสมบัญชีรายชื่อแบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ได้ 12,338,903 คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 34 คน และพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 12,148,504 คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 33 คน

เลือกตั้ง 3 ก.ค.2554 แก้กติกาเล็กน้อย ใช้บัตร 2 ใบ เขตเดียวเบอร์และบัญชีรายชื่อทั้งประเทศ พรรคเพื่อไทย ได้ 15,744,190 คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 61 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 11,433,501 คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 44 คน

ดังนั้น การเลือกตั้งทั่วไปในสถานการณ์การเมืองอันร้อนแรง ประชาชนแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว ตามกติกาบัตร 2 ใบ “ประชาธิปัตย์” จะได้ป็อปปูลาร์โหวตอยู่ประมาณ 11-12 ล้านเสียง

เลือกตั้ง 24 มี.ค.2564 กติกาสุดพิสดาร ใช้บัตรใบเดียว เขตเดียวเบอร์เดียว แต่การนับคะแนนบัญชีรายชื่อใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม

ผลคะแนนเลือกตั้งโดยรวม พรรคเพื่อไทย 7,881,006 คะแนน ,พรรคพลังประชารัฐ 8,441,274 คะแนน, พรรคอนาคตใหม่ 6,330,617 คะแนน และพรรคประชาธิปัตย์ 3,959,358 คะแนน

ปี 2554 ปชป.ได้ 11 ล้านเสียง แต่ปี 2562 ลดลงเหลือ 3 ล้านเสียง ก็มีสาเหตุมาจากยุทธวิธีการหาเสียงที่ผิดพลาด ทำให้มวลชนที่ไม่เอาระบอบทักษิณ เทคะแนนไปให้พลังประชารัฐ ทั้งในกรุงเทพฯ ภาคกลาง และภาคใต้

ดังนั้น หากกลับมาใช้กติกาบัตร 2 ใบ แยกเลือกพรรค เลือกคน ก็จะทำให้ ปชป. มีโอกาสกลับมาได้ในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า ถึงไม่ใช่พรรคอันดับ 1 แต่ก็ไม่หลุดอยู่อันดับ 4 เหมือนสมัยที่แล้ว

‘2 ใบกลับมา’

“ประชาธิปัตย์” รู้ดีว่า สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน กระแส “ประยุทธ์” ไม่ได้แรงเหมือนปี 2562 บวกกับความผิดพลาดในการแก้ไขปัญหาโควิด ทำให้คะแนนนิยมของประยุทธ์ลดลงฮวบฮาบ

ตัวอย่างภาคใต้ เลือกตั้งปี 2554 ปชป.ได้ ส.ส.เขต 50 คน จากทั้งหมด 53 คน แต่เลือกตั้งปี 2562 ปชป.เสียที่นั่งไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง ได้ ส.ส.เขต 22 คน จาก 50 คน

ความปราชัยครั้งที่แล้ว อาจเกิดจากความผิดพลาดในคำขวัญทางยุทธวิธี หากมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ ใช้จุดแข็งความเป็น “ประชาธิปัตย์” สถาบันพรรคการเมือง และ “ชวน หลีกภัย” นักการเมืองผู้ยึดอุดมการณ์ประชาธิปไตย ก็เชื่อว่าน่าจะเรียกคืนศรัทธากลับมาได้

สำหรับภาคกลาง(รวมตะวันออกและตะวันตก) ปี 2554 ปชป.ได้ 37 คน จากทั้งหมด 127 คน มาเลือกตั้งปี 2562 ปชป.ได้เพียง 15 คน จากทั้งหมด 121 คน เนื่องจากเลือกตั้งหนที่แล้ว กระแสลุงตู่-ธนาธร มาแรงในภาคกลาง ทำให้อดีต ส.ส.ค่าย ปชป.สอบตกแบบไม่น่าเชื่อ รวมถึงกรุงเทพมหานคร

ดังนั้น การได้กลับไปใช้กติกาบัตร 2 ใบ “ประชาธิปัตย์” ก็มั่นใจว่าจะกลับมา และไม่ได้แค่ 3 ล้านเสียงเหมือนปี 2562 แน่นอน

เบื้องลึก “บิ๊กตู่” เขี่ยทิ้งสองกบฏ “ธรรมนัส – นฤมล” เชือดคาเก้าอี้รัฐมนตรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482843

เบื้องลึก “บิ๊กตู่” เขี่ยทิ้งสองกบฏ “ธรรมนัส – นฤมล” เชือดคาเก้าอี้รัฐมนตรี

09 ก.ย. 2564

เบื้องลึก หักเหลี่ยมเฉือนคม สยบคลื่นใต้น้ำ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เขี่ยทิ้งสองกบฏ “ธรรมนัส – นฤมล” ออกจากตำแหน่ง รมต.

“บิ๊กตู่” ออกมาให้สัมภาษณ์แล้ว ถึงปมเขี่ยทิ้ง “ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์”  รมช.แรงงาน  พ้นจากเก้าอี้รัฐมนตรี 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 

ปฏิบัติการ “หักเหลี่ยมเฉือนคม” ทางการเมือง ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่  7 ก.ย.64  ที่ผ่านมา ตกเป็นที่จับตามองของสื่อมวลชน ถึงท่าทีระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ มองหน้ากันติดหรือไม่ 

อันเป็นผลพวงจากการก่อพายุอารมณ์โถมเข้าใส่รัฐบาล ในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากมี กลุ่มคน “คิดการใหญ่” หมายโค่นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

หนึ่งใน “กลุ่มคิดการใหญ่”  หวยดันมาออกมาที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์และแกนนำพรรคอีกสองสามคนนั่นเอง 

ท่าทีแรกปรากฎหลังประชุมครม. “ร.อ.ธรรมนัส” ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อ “บอกไม่พูดมากเจ็บคอ”

แต่ข้อเท็จจริงแล้ว “ร.อ.ธรรมนัส” ได้ตระเตรียมพิมพ์จดหมาย “จะ” ขอลาออกจากตำแหน่ง รมช. ยื่นให้กับนายกรัฐมนตรี  ด้วยความหวังว่า นายกฯ อาจแบ่งใจด้วยการฉีกหนังสือลาออกจากตำแหน่งของเขาก็ได้  

ในที่สุดค่ำคืนของวันที่ 7 ก.ย.64  สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ภายใต้การทำหน้าที่ของ “ธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส”  เลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อนที่จะถูกมติ ครม.ให้ไปทำหน้าที่ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และให้ ณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแทน 

ประกาศราชกิจจานุเบกษาให้ธรรมนัส และนฤมลพ้นตำแหน่งประกาศราชกิจจานุเบกษาให้ธรรมนัส และนฤมลพ้นตำแหน่ง

เป็นการทำหน้าที่เลขาธิการ ครม.ของ ธีระพงษ์ ด้วยการรับหนังสือจากนายกรัฐมนตรี ให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์  และ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากตำแหน่ง รมช. แรงงาน เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยทันที 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ความปรากฏชัดช่วงบ่ายของวันที่ 9 ก.ย. เมื่อราชกิจจานุเบกษาประกาศให้สองรัฐมนตรีช่วย พ้นจากตำแหน่ง

น่าสนใจกว่านั้น กับการออกมาเปิดเผยของวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี   นอกจากระบุความหมายการพ้นตำแหน่งของสองรมช. เป็นไปตามรธน.มาตรา 171 คือ”การปลดออกจากตำแหน่ง”  ยังมีอีกปมคือ มีผลตั้งแต่ตีหนึ่งของวันที่ 8 ก.ย. 

“เนื่องจากในตัวพระบรมราชโองการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 บัญญัติไว้ว่าพระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคําแนะนํา ส่วนวันที่มีผลบังคับจริงคือวันที่ระบุในพระบรมราชโองการ  นั่นหมายถึง ตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 ก.ย. 2564”  มือกฎหมายรัฐบาลกล่าวไว้เมื่อวันที่ 9 ก.ย.64 

รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์

รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์

หมายความว่า ปฏิบัติการ “บิ๊กตู่เชือดสองรมช.” ได้ดำเนินการชนิดชนเร็วเคลมเร็ว ให้เสร็จสิ้นหลังประชุมครม.จนกระทั่งราชกิจจานุเบกษาออกประกาศอย่างเป็นทางการลงวันที่ 9 กันยายน   

จึงไม่แปลกที่ รอ.ธรรมนัส ตัดสินใจออกมาแถลงถึงการยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งที่รัฐสภาทันที ประหนึ่งเปิดหน้าชน พล.อ.ประยุทธ์ อย่างเต็มตัว

เบื้องลึก "บิ๊กตู่" เขี่ยทิ้งสองกบฏ "ธรรมนัส - นฤมล" เชือดคาเก้าอี้รัฐมนตรีเบื้องลึก “บิ๊กตู่” เขี่ยทิ้งสองกบฏ “ธรรมนัส – นฤมล” เชือดคาเก้าอี้รัฐมนตรี

แม้จดหมายลาออกพบการเรียงพิมพ์ที่มีจุดผิดพลาดหลายประการ โดยเฉพาะการลงวันที่หนังสือเป็นวันที่ 8 กันยายน เท่ากับเป็นการตอกย้ำว่าสายเกินการณ์ ไม่ทันปฏิบัติการ”เชือดคาเก้าอี้” ของคนบนตึกไทยคู่ฟ้า ที่ดำเนินเรื่องมาตลอดค่ำคืนวันที่ 7  กันยายน 

“ผมเดินไปในทิศทางเดียวกันไม่ได้ ที่จริงแล้วก่อนที่จะลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการหารือกับรองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าจะลาออกแต่หัวหน้าพรรคห้ามไว้” 

นี่เป็นการให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งของ “ร.อ.ธรรมนัส” ที่ได้กลายเป็นอดีตรัฐมนตรี ภายหลังสื่อมวลชนที่รัฐสภาถามว่า เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะทำงานกับนายกรัฐมนตรีไม่ได้แล้วหรือไม่ 

“ผมเดินไปในทิศทางเดียวไม่ได้” นับเป็นประโยคชัดเจนชนิดขีดเส้นใต้ตัวหนา ไม่ต้องบอกว่า “ธรรมนัส” พาดพิงไปถึงใครและจากนี้ ท่าทีระหว่างร.อ.ธรรมนัสกับพล.อ.ประยุทธ์ และกับ พรรคประชารัฐ(พปชร.) จะเป็นไปในทิศทางใด 

เพราะคำตอบเดียวคือ “มันไปด้วยกันไม่ได้แล้ว”

อย่างที่ทราบกันมาโดยตลอด ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาการฝีหนองภายในพรรคเริ่มบวมเป่ง จนลามมาถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจปรากฎกระแสข่าว “คลื่นใต้น้ำ” ก่อตัวใหญ่ขึ้นมาเป็นระยะๆ  และภายในคลื่นมี ผู้คิดก่อการ หมายซัดเก้าอี้นายกฯให้ล้มครืนในจังหวะการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั่นเอง  

ภายหลัง “ร.อ.ธรรมนัส” เปิดหน้าไพ่อย่างเต็มตัว  ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แถลงลาออกจากรมช.เกษตรและสหกรณ์ จะมีการปรับครม.หรือไม่ว่า  ยืนยันว่า เมื่อรมต.ลาออกแล้วจะปรับ ครม.หรือไม่ต้องรอดูก่อน ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของพรรค แต่ปฏิเสธจะตอบว่าจะมีรัฐมนตรีคนอื่นลาออกตามหรือไม่

แปลความไม่ต้องซับซ้อน เมื่อปฏิบัติการ “เขี่ยทิ้ง” ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นหมายรวมถึงการใช้โอกาสนี้ ปราบพยศ  นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อีกหนึ่งรายที่อยู่ในกลุ่มผู้ก่อการใหญ่ให้พ้นตำแหน่ง รมช.แรงงาน 

“บิ๊กตู่”  ต้องการส่งสัญญาณให้กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ที่ไม่ต่างกับความพยายามคิดการ เป็น “กบฎพรรค” ต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม พร้อมกับ เปิดโอกาสให้กลุ่มก๊วนระนาบสองในพรรคขึ้นแท่นสู่ตำแหน่ง รมต.กับเขาบ้าง    

“แก้รัฐธรรมนูญ” สุดท้ายอาจจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482786

“แก้รัฐธรรมนูญ” สุดท้ายอาจจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ

09 ก.ย. 2564

โหวตวาระ3 “แก้รัฐธรรมนูญ” วันพรุ่ง่นี้ มีลุ้น จบที่ศาลรัฐธรรมนูญ หลังมีสัญญาณ แก้ไปก็ไม่สอดรับกับทิศทาง ที่วางไว้

"แก้รัฐธรรมนูญ" สุดท้ายอาจจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ“แก้รัฐธรรมนูญ” สุดท้ายอาจจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ

ท่าทีของ สมาชิกวุฒิสภา  ซึ่งพลิกกลับจากก่อนหน้า ทำให้หลายคนมองว่าเป็นสัญญาณของการคว่ำร่างแก้รัฐธรรมนูญวาระ3 ซึ่งต้องอาศัย เสียงสว.สนับสนุนไม่น้อยกว่า84เสียง  เช่นเดียวกับวาระแรก  สอดรับกับ สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง  ฟันธงยังไงก็ไม่ผ่าน  เพราะรัฐบาลไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง  ที่ไม่ตรงกับแนวทางจัดการอำนาจในอนาคต
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลุ้นวินาทีสุดท้าย “โหวตวาระ3” แก้รัฐธรรมนูญ ตามใบสั่ง
“7 พรรคเล็ก” แถลงจุดยืนโหวตคว่ำวาระ 3 ร่างแก้ไข รธน.

ทนายความยื่น ป.ป.ช.ฟัน “กมธ.”แก้ร่างแก้ไข รธน. เลยเถิด ตามอำเภอใจ

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญวิเคราะห์ การพิจารณาวาระ3 ร่างแก้รัฐธรรมนูญในที่ประชุมรัฐสภาวันพรุ่งนี้ ว่า  มีทางออก2ทางคือสว.ร่วมลงมติ ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญกำหนด คือ น้อยกว่า 84 คน หรือ ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ ในขั้นตอนสุดท้าย หลังผ่านวาระ3 ก่อนนำร่างแก้ไขฯขึ้นทูลเกล้าฯ 

"แก้รัฐธรรมนูญ" สุดท้ายอาจจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ“แก้รัฐธรรมนูญ” สุดท้ายอาจจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ


วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ล่าสุด ท่าทีของสมาชิกวุฒิสภาบางส่วน ทำให้เห็นได้ว่ามีการส่งสัญญาณมาจากทางฝ่ายการเมือง ซึ่งเชื่อว่ายังไม่จบแค่นี้ ต้องลุ้นกันวินาทีสุดท้าย  การเปลี่ยนท่าทีของสมาชิกวุฒิสภา ในการลงมติร่างแก้รัฐธรรมนูญก็ไม่มีปัญหา เพราะมีประชาชนเป็นหลังพิง จุดพลุว่าประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการแก้รัฐธรรมนูญ

หากยังจำกันได้  ช่วงที่มีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 ก่อนจะสรุปเป็นร่างแก้ไขรายมาตรา สมาชิกรัฐสภา เคยเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า รัฐสภามีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่  มีคำตอบว่าทำได้แต่ต้องได้รับฉันทามติจากประชาชนและต้องทำประชามติอีกหน เมื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่แล้วเสร็จ นั่นเป็นกระบวนการยับยั้งข้อเสนอตั้งสสร.ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างได้ผลมาแล้ว

"แก้รัฐธรรมนูญ" สุดท้ายอาจจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ“แก้รัฐธรรมนูญ” สุดท้ายอาจจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ