แพ้แล้วแพ้อีก “ธนาธร” ลุยต่อ เดิมพันชิงนายก อบต. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482777

แพ้แล้วแพ้อีก “ธนาธร” ลุยต่อ เดิมพันชิงนายก อบต.

09 ก.ย. 2564

10 ปีที่รอคอย “ธนาธร” ลุยสนามนายก อบต. สรุปบทเรียนแพ้แล้วแพ้อีก ก้าวหน้าหวังปลุกรากหญ้าเป็นฐานเสียงก้าวไกล คอลัมน์ท่องยุทธภาพ โดยขุนน้ำหมึก

ปี่กลองท้องถิ่นดังขึ้นอีกแล้ว “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ประกาศส่งผู้สมัครนายก อบต.ทั่วประเทศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศึกท้องถิ่นที่ผ่านมา นายก อบจ.พ่ายหมดรูป นายกเทศบาลฯ ก็แพ้ส่วนใหญ่ “ธนาธร” ไม่ถอดใจ เดินหน้าปฏิรูปการเมืองท้องถิ่น

“ธนาธร” หวังต่อยอดจากชัยชนะเล็กๆ ของ 12 นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล ไปสู่นายก อบต. และตั้งเป้าขยายฐานคณะก้าวหน้า ระดับรากหญ้า

หลังรอคอยกันมาเกือบ 10 ปี ในที่สุด คณะรัฐมนตรี เห็นชอบจัดการเลือกตั้ง “นายก อบต.” 5,300 แห่ง ซึ่งคาดว่า กกต.จะกำหนดวันเลือกตั้ง ในช่วงปลายปีนี้

ดังนั้น “ธนาธร” จึงประกาศรับสมัครผู้อาสาลงสมัครนายก อบต. ในนามคณะก้าวหน้าระหว่างวันที่ 6-12 ก.ย.2564 “เป็นนายก อบต.ก้าวหน้า ไม่ต้องเก่งที่สุด ไม่ต้องดีที่สุด ขอเพียงตั้งใจให้เต็มที่ที่สุด”

‘เทศบาลก็แพ้’

คณะก้าวหน้าของ “ธนาธร” บอบช้ำจากสมรภูมิเลือกตั้งนายก อบจ.ช่วงปลายปี 2563 โดยผู้สมัครนายก อบจ.ของคณะก้าวหน้า 42 จังหวัด แพ้เรียบ

ปลายเดือน มี.ค.2564 มีการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับเทศบาล มีทั้งหมด 2,472 แห่ง แบ่งเป็นเทศบาลนคร 30 แห่ง ,เทศบาลเมือง 195 แห่ง และเทศบาลตำบล 2,247 แห่ง

คณะก้าวหน้าของ “ธนาธร” ส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรีนคร 11 แห่ง, นายกเทศมนตรีเมือง 25 แห่ง และนายกเทศมนตรีตำบล 69 แห่ง ผลปรากฏว่า ได้รับชัยชนะระดับนายกเทศมนตรีตำบล ประมาณ 12 แห่งเท่านั้นเอง

จริงๆแล้ว สนามเทศบาลนคร พิสูจน์ให้เห็นกระแสความนิยมในตัวธนาธรได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นเขตเมืองใหญ่ มีฐานเสียงคนชั้นกลาง คนรุ่นใหม่ แต่คณะก้าวหน้าพ่ายหมด

สำหรับสนามนายกเทศมนตรีตำบล ก็มีขนาดเท่ากับนายก อบต. ปรากฏว่า ผู้สมัครในนามคณะก้าวหน้า ได้รับเลือกตั้งเพราะฐานคะแนนส่วนตัว มากกว่าคะแนนนิยมของธนาธร

ยกตัวอย่าง ประจิณ สีทิม นายกเทศมนตรีตำบลนาป่าแซง อ.ปทุมราชวงษา ซึ่งประจิณ เคยเป็น ส.ท. และเป็นหัวคะแนนของ ชัยศรี กีฬา อดีต ส.ส.อำนาจเจริญ หรือสมพงษ์ วีรชาติวัฒนา นายกเทศมนตรีด่านสำโรง ก็เป็นพี่ชายของสรชา วีรชาติวัฒนา อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาธิปัตย์

การเมืองท้องถิ่นยังผูกโยงกับระบบอุปถัมภ์ท้องถิ่น และสายสัมพันธ์เครือญาติ ยิ่งสนามเล็ก ยิ่งพึ่งพาเครือญาติสูง

‘ท้าพิสูจน์ อบต.ราชาเทวะ’

ตอนหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. “ธนาธร” และคณะก้าวหน้า พยายามนำกระแสการเมืองระดับชาติลงไปในการหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ความเป็นจริง การเลือกตั้งนายก อบจ. ไม่ได้ทำให้กระแสก้าวหน้านั้นครอบคลุมทั้งจังหวัด

การเลือกตั้งนายก อบต. ที่จะมาถึง หาก “ธนาธร” ต้องการพิสูจน์กระแสความนิยมของคณะก้าวหน้า ก็ควรจะส่งผู้สมัครนายก อบต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

เชื่อว่า สนามเลือกตั้งนายก อบต.ราชาเทวะ จะถูกจับตามองจากสื่อทุกสำนัก อันเนื่องมาจากโครงการเสาไฟฟ้ารูปกินรี ที่มีราคาแพงเวอร์

ทรงชัย นกขมิ้น ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.ราชาเทวะ ติดต่อกันมาหลายสมัย และด้วยความเป็นผู้นำท้องถิ่น ที่มีฐานเสียงเป็นเครือญาติชาวมอญ และอยู่ใต้ร่มเงาบ้านใหญ่ “อัศวเหม”

หากคณะก้าวหน้า ส่งผู้สมัครนายก อบต.ราชาเทวะ ก็จะเป็นการต่อสู้ระหว่างการเมืองเก่ากับการเมืองใหม่ และเป็นการพิสูจน์ว่า สายสัมพันธ์เครือญาติ กับกระแสนิยมของธนาธร ใครจะเป็นฝ่ายชนะ

ผลการเลือกตั้งนายก อบต.ที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ พอจะบอกอนาคตพรรคก้าวไกลในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าก้าวหน้าพ่ายเรียบ ก็เท่ากับก้าวไกลไม่มีฐานเสียงรากหญ้า และสู้พรรคเพื่อทักษิณไม่ได้

“ปฏิรูปตำรวจ” ไปก็ไร้ผล หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก แนะฟันเสือตัวใหญ่กว่าจบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482541

“ปฏิรูปตำรวจ” ไปก็ไร้ผล หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก แนะฟันเสือตัวใหญ่กว่าจบ

09 ก.ย. 2564

“ปฏิรูปตำรวจ” วิกฤติศรัทธาที่ต้องแก้ไข หลังเจอพายุถล่มเป็นระลอก คลุมถุงดำฆ่า-บุกเดี่ยวชิงทอง-ดองคดี5ทรชน-ตรวจค้นอมเงิน-หลับเพลินไม่รับแจ้งความ เลิกใช้มุกเก่าเด้ง 5 เสือ เรื่องเงียบกลับมาใหม่ แนะฟันเสือตัวใหญ่ที่สุด

-เรียกว่าฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาเต็ม ๆ สำหรับวงการสีกากี ไล่มาเป็นระลอกตั้งแต่คลุมถุงดำฆ่า-บุกเดี่ยวชิงทอง-ดองคดี5ทรชน-ตรวจค้นอมเงิน-หลับเพลินไม่รับแจ้งความ…ศรัทธาที่ประชาชนมีต่อภาพลักษณ์ตำรวจตอนนี้บอกตรง ๆ สาหัสมาก ๆ “บิ๊กตำรวจ”อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กอย่านิ่งเฉยต้องรีบแก้ไขวิกฤติศรัทธานี้อย่างเร่งด่วน!!ย้ำว่าตำรวจดี ๆ ทำงานเพื่อประชาชนยังมีอยู่…อยู่ที่เราจะเจอหรือป่าว!! ส่วนพวกนอกรีตทำผิดก็ว่ากันไปเป็นรายบุคคลไม่ควรไปเหมารวมองค์กร…แปลกไม่ค่อยชอบตำรวจ แต่ทำไมเวลารับสมัครสอบเข้าบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจถึงได้แห่กันไปสมัครกันเต็มไปหมด!!!

-บางคนบอกว่ามันผิดที่ระบบ ต้องมีการ ปฏิรูปตำรวจ เพราะมีการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับวงการสีกากีเต็ม ๆ ไม่ว่ากรณีโยกย้าย-ขึ้นตำแหน่ง โรงพักเกรดเอตำรวจที่ได้ดีหนีไม่พ้นพวกเด็กรับใช้นักการเมืองข้ามหัว-ข้ามรุ่นเจริญก้าวหน้าเติบโตเร็วกว่าตำรวจที่ทำงานตามหน้าที่…บอกตรง ๆ นะมันมีมาทุกยุคทุกสมัยแล้วครับท่าน ที่สำคัญไม่ใช่วงการตำรวจอย่างเดียวแทบทุกแห่ง-ทุกองค์กรก็เป็นแบบนี้ มันคือวัฒนธรรมผิดเพี้ยนที่ฝักรากเกาะกินประเทศนี้มานานแล้ว อยู่ที่ว่าหน่วยงานหรือองค์กรไหนจะมีมากหรือน้อยเท่านั้นเอง!!!

เจตจำนงสุจริตในการบริหารงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติเจตจำนงสุจริตในการบริหารงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ"ปฏิรูปตำรวจ" ไปก็ไร้ผล หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก แนะฟันเสือตัวใหญ่กว่าจบ“ปฏิรูปตำรวจ” ไปก็ไร้ผล หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก แนะฟันเสือตัวใหญ่กว่าจบ

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • จากผู้ร้าย กลายเป็นฮีโร่ ? “ผู้กำกับโจ้” พลิกเกมสู้ https://www.komchadluek.net/scoop/480775
  • “บิ๊กหิน” จี้สอบ “ชุดฉก.ชัยภูมิบุกจับ “ยาเสพติด” ทำเงินเจ้าบ้านหาย 3 หมื่น https://www.komchadluek.net/news/482306
  • ด่วน “จี้ชิงทรัพย์ร้านทอง” เยาวราชที่ปากช่อง เจ้าของร้านถูกยิงสาหัส https://www.komchadluek.net/news/481512

-ถามว่าแล้วจะปล่อยไปแบบนี้เหรอ…ก็อยากตอบกลับไปว่าแล้วจะแก้กันไหมล่ะ!!ความคิดเห็นส่วนตัว “เหยี่ยวขาว”มองว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นสาเหตุหนึ่งมาจากการปล่อยปะละเลยของผู้บังคับบัญชา บางกรณีผู้บังคับบัญชามีส่วนได้(ส่วนเสียไม่มี)กับการที่ลูกน้องกระทำความผิดประพฤติมิชอบ…ขอยกเคสหนึ่งหากจำกันได้ กรณีตำรวจก่อเหตุฆ่าตัวตาย ไม่ว่าจะเครียดเรื่องงาน หรือเรื่องอะไรก็ตาม!! ซึ่งเกิดเหตุตำรวจฆ่าตัวตายถี่มากกระทั่ง ผบ.ตร.มีคำสั่งชัดเจนว่า หากเกิดกรณีดังกล่าวผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบมีบทลงโทษฐานปล่อยปะละเลย…ปรากฏว่าภาพแห่งความสูญเสียค่อย ๆ ลดลงทันที ทั้งนี้ต้องดูองค์ประกอบของความผิดที่เกิดขึ้นด้วยว่า ผู้บังคับบัญชาระดับไหนควรมีความผิดสถานใด!!!

"ปฏิรูปตำรวจ" ไปก็ไร้ผล หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก แนะฟันเสือตัวใหญ่กว่าจบ“ปฏิรูปตำรวจ” ไปก็ไร้ผล หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก แนะฟันเสือตัวใหญ่กว่าจบ"ปฏิรูปตำรวจ" ไปก็ไร้ผล หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก แนะฟันเสือตัวใหญ่กว่าจบ“ปฏิรูปตำรวจ” ไปก็ไร้ผล หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก แนะฟันเสือตัวใหญ่กว่าจบ

-เป็นวิธีง่าย ๆ ทำได้ทุกองค์กร-ทุกหน่วยงานแต่ต้องทำจริง!! ฟันตัวใหญ่เพื่อรักษาระบบ-หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิกไม่ต้องเสียเวลาเสียเงินเสียทองไปนั่งปฏิรูปให้ยุ่งยาก… ไม่มีใครในโลกจะนิ่งเฉยอยู่ได้หรอกเมื่อรู้ว่าอันตรายที่จะมีผลต่อความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงานจะมาถึงตัวเพราะจัดการสั่งลูกน้องให้ประพฤติตามกรอบไม่ได้…ลูกน้องฆ่าตัวตาย ลูกน้องทำคนตาย ลูกน้องทุจริตในหน้าที่อย่าเด้งแค่ 5 เสือ เรื่องเงียบก็กลับมาใหม่(ชาวบ้านเขารู้ทัน) เด้งเสือที่ตัวใหญ่กว่าแบบถาวรสิรับรองได้ผล…ที่สำคัญอยากให้ย้อนกลับไปดูการแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่ประจำปี เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

โดยเฉพาะตำแหน่ง “ผกก” เปรียบเป็นเหมือนผู้นำที่ใกล้ชิดลูกน้องมากสุด ได้ ผกก.ดี-ครบเครื่อง ความสามารถ ประสบการณ์ +อาวุโสจะมีผลต่อองค์กรแน่นอน “เหยี่ยวขาว”ลองมองเล่นๆ พอเกิดคดี “ผู้กำกับโจ้”  เรียกว่าแทบจะส่องไปยังเก้าอี้ ผกก.โรงพัก เกรดเอทำเลทองทุก บช.ยังมี ผกก.ที่อ่อนประสบการณ์ อยู่มากน้อยเพียงใด? คำตอบที่ได้น่าจะมีอีกเยอะ!!!

"ปฏิรูปตำรวจ" ไปก็ไร้ผล หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก แนะฟันเสือตัวใหญ่กว่าจบ“ปฏิรูปตำรวจ” ไปก็ไร้ผล หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก แนะฟันเสือตัวใหญ่กว่าจบ

-ทำไมถึงบอกว่าอย่ามองข้าม เดี๋ยวนี้แทบจะทุก บช.ทั่วประเทศ เก้าอี้ ผกก. โรงพักเกรดเอ ไม่ว่าจะเป็น นครบาล-ภูธร หรือ ตาม บช.ต่างๆ หายากจริง ๆ นาน ๆจะโผล่ ให้เห็นพวกคุณสมบัติครบเครื่อง ความสามารถ-อาวุโส เป็นเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการสีกากี นายตำรวจน้ำดี(ไม่มีตั๋ว)นาย ๆ มองไม่ค่อยเห็น มองเห็นแต่บรรดานักวิ่ง…ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีจัดการเสือตัวใหญ่อาจทำได้ยาก หากผู้มีอำนาจสูงสุดยึดติดพวกพ้องทุกอย่างก็จะลงเอยเหมือนเดิม แต่ด้วยสปิริตหากฟันตัวบิ๊ก ๆ จนหมดแล้ว!!ถ้ายังแก้ไขปัญหาไม่ได้…ผู้นำสูงสุดต้องกลับมามองตัวเอง!! ลาออกคือคำตอบสุดท้าย!!!

เรื่อง…เหยี่ยวขาว

มิสเตอร์ดีล “บิ๊กป้อม” สัญญานชัด บัตร 2 ใบ เอื้อปรองดอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482708

มิสเตอร์ดีล “บิ๊กป้อม” สัญญานชัด บัตร 2 ใบ เอื้อปรองดอง

08 ก.ย. 2564

ลุ้นแก้รัฐธรรมนูญ “บิ๊กป้อม” ส่งสัญญาณรับระบบบัตร 2 ใบ เกมมิสเตอร์ดีล ปรองดองหลังเลือกตั้งครั้งหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สัญญาณจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผ่าน ส.ว.คนใกล้ชิด ชัดเจนว่า ร่างแก้ไขรัฐธรมนูญ ที่จะลงมติวาระ 3 ในวันศุกร์ที่ 10 ก.ย.2564 ต้อง “ผ่าน”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตรงกันข้าม ที่ประชุม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กลับให้ฟรีโหวต ทั้งที่ “บิ๊กป้อม” หัวหน้าพรรค เป็นตัวตั้งตัวตีในการเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับระบบเลือกตั้ง

84 ส.ว.จะเป็นเสียงชี้ขาดในวาระ 3 ซึ่งก็มีข่าวว่า “บิ๊กป้อม” ส่งสัญญาณผ่าน ส.ว.กลุ่มใหญ่ให้ช่วยโหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

วันที่ 8 ก.ย.2564 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า แนวทางปฏิบัติของพรรค คือเห็นไปในทิศทางเดียวกันและสนับสนุนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ซึ่งเป็นแนวทางที่ “บิ๊กป้อม” สนับสนุน

ขณะที่ วิรัช รัตนเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคไม่ได้มีมติให้โหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.แต่ละคน

“วิรัช” อ้างว่า มี ส.ส.พลังประชารัฐ จำนวนหนึ่ง ไม่เห็นด้วยการเสนอแก้ไขให้มี ส.ส. เขต 400 คน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน โดยใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

‘ป้อมกับทักษิณ’

จะว่าไปแล้ว ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะผ่านวาระ 3 หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับ “2 ป.” คือ “บิ๊กป้อม” กับ “บิ๊กตู่” เพราะต่างก็มีอิทธิพลต่อ ส.ว.250 คน

ส.ว.บางคนอาจจะมองว่า “บัตร 2 ใบ” แบบรัฐธรรมนูญ 2540 จะทำให้เผด็จการรัฐสภากลับมา และพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่ได้ประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

หลายคนอาจลืมว่า “บิ๊กป้อม” ได้ชื่อว่าเป็น “Mr.ดีล” เพราะเคยทำงานร่วมกับนักการเมือง ทั้งในยุครัฐบาลทักษิณ และรัฐบาลอภิสิทธิ์

ก่อนวันเกิดครบรอบ 72 ปี “ทักษิณ ชินวัตร” ให้สัมภาษณ์สดผ่านเพจ The room 44 ตอนหนึ่งบอกว่า “ใครที่เดินเข้ามาในชีวิตผมจำได้หมด ตอนนี้ก็จำได้เยอะเลย 3 ป.นี่จำได้แม่นเลย เพราะมีความเกี่ยวพันกับทั้ง 3 ป. เลย”

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2564 “ทักษิณ” เคยพูดถึงการแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ทบ. ว่า “มันเป็นความดูโหงวเฮ้งไม่เป็น หากฝึกดูโหงวเฮ้งหน่อย วันนั้นก็คงไม่ตั้ง..”

จริงๆแล้ว ตัวละครสำคัญที่ช่วยให้บิ๊กป้อมเป็น ผบ.ทบ. ก็คือ “บิ๊กกี่” พล.อ.นพดล อินทปัญญา เพื่อนรักร่วมรุ่น ตท.6 ของบิ๊กป้อม โดยทั้งคู่เป็นน้องรักของ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร

เมื่อ “บิ๊กเหวียง” พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ขึ้นเป็นรัฐมนตรีกลาโหม รัฐบาลทักษิณ พล.อ.นพดล ถูกแต่งตั้งเป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหม และบิ๊กเหวียง ยังผลักดันให้ “บิ๊กป้อม” เป็นผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร

“บิ๊กกี่” มีคอนเนคชั่นการเมืองที่ไม่ธรรมดา และเป็นคนใจถึง พึ่งพาได้ ขอมาจัดให้ โดยทุกวันนี้ “บิ๊กกี่” ยังเป็น ส.ว. โดยทำหน้าที่ดูแล ส.ว.กลุ่มใหญ่ที่เรียกกันว่า ส.ว.สายเพื่อนป้อม

‘ป้อมกับจันทร์ส่องหล้า’

ในแวดวงนักข่าวสายทหาร เมื่อปี 2547-2548 ต่างทราบดีว่า “บิ๊กป้อม” ขยับเข้าสู่ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ. ในยุคที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็น ผบ.ทบ. โดยลึกๆแล้ว “บิ๊กป้อม” ก็มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ “คุณหญิงอ้อ” คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร

แม้ “ทักษิณ” จะเคยเล่าว่า บิ๊กป้อมเทียวมาพบที่ทำเนียบรัฐบาล และมาเกาะขอบโต๊ะ ขอเป็น ผบ.ทบ. แต่เรื่องที่ทักษิณไม่ได้เล่าคือ สายสัมพันธ์ของบิ๊กป้อมกับคุณหญิงอ้อ

แถมยังมีเรื่องเล่าว่า คุณหญิงอ้อ มีความพยายามจะเป็นแม่สื่อแม่ชักหาคู่ให้ พล.อ.ประวิตร แต่ไม่สำเร็จ

ดังนั้น ฉายา “มิสเตอร์ดีล” ของ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ล่องลอยมากับสายลม และบทบาทมิสเตอร์ดีล จึงทำให้ “บิ๊กป๊อก” ในตำแหน่ง ผบ.ทบ. อยู่รอดปลอดภัยในสมัยรัฐบาลสมัคร และ “บิ๊กตู่” เป็น ผบ.ทบ. สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์อย่างราบรื่น

ส.ว.หลายคนจึงเชื่อว่า “บิ๊กป้อม” ให้แก้ระบบเลือกตั้งเป็นบัตร 2 ใบ ไม่ใช่เพื่อพรรคพลังประชารัฐ หากแต่เป็นเรื่องของ “มิสเตอร์ดีล” ซึ่งจะดีลกับใคร ดีลอย่างไร หลังยุบสภาก็รู้กันเองแหละ

“ธรรมนัส” ไม่จ๋อย ผนึกชาดา เพื่อนตายสหายศึก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482673

“ธรรมนัส” ไม่จ๋อย ผนึกชาดา เพื่อนตายสหายศึก

08 ก.ย. 2564

ร้าวลึก 2 ป.เมิน “ธรรมนัส” พึ่งคนในยุทธจักร ผนึกชาดา ขาใหญ่อุทัยธานี ไม่มีเหงาบนถนนสายเลือกตั้ง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พาดหัวข่าว นสพ.หัวสี เช้าวันที่ 8 ก.ย.2564 อย่างน้อย 2 ฉบับ ใช้คำพาดหัวว่า “ธรรมนัสจ๋อย” สะท้อนภาพวงในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันอังคารที่ผ่านมา
 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง


สื่อทุกสำนักวิเคราะห์ตรงกันว่า ความขัดแย้งระหว่าง “2 ป.” กับ ธรรมนัส ไม่จบแค่การจัดฉากขอโทษขอโพยที่บ้านป่ารอยต่อฯ ตอนบ่ายแก่ๆ วันที่ 3 ก.ย.2564

แม้ “ป.ป้อม” จะออกมาการันตีไม่มีการปรับ ครม. เก้าอี้ รมช.เกษตรฯของ “ธรรมนัส” ยังมั่นคง ก็ยากที่จะมีคนเชื่อ เพราะภาษากายของ “2 ป.” ต่อผู้กองเมืองพะเยานั้น แรงเกินบรรยาย

นอกจากนี้ กรณีธรรมนัสเอฟเฟกต์ ได้ทำให้ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” ส.ส.อุทัยธานี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ประยุทธ์ ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว เมื่อเช้าวันที่ 7 ก.ย.2564

“สิ่งที่ท่านนายกฯ ประยุทธ์ ต้องรู้ คือท่านขาดจิตวิทยามวลชน ท่านไม่ออกมาเยี่ยมพี่น้องประชาชนใน กทม. ตามชุมชนต่างๆ…ผู้นำไม่ใช่อยู่กับบ้าน ไม่สมกับเป็นชายชาติทหาร ต้องออกดูปัญหาออกมารับรู้เพื่อเห็นสภาพความเป็นจริง” ชาดาวิพากษ์ความล้มเหลวในการแก้วิกฤตโควิดของ พล.อ.ประยุทธ์

คนในยุทธจักรรู้ดีว่า “ธรรมนัส” กับ “ชาดา” เป็นเพื่อนตายสหายศึก ทั้งคู่รู้จักมักคุ้นกันมานานปี ในทางการเมืองนั้นอยู่คนละพรรค แต่ก็ “พวก” เดียวกัน

รูปธรรมแห่งการยึด อบจ.นครสวรรค์ เมื่อปลายปีที่แล้ว อธิบายความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของผู้ชาย 3 คนคือ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” , “ชาดา ไทยเศรษฐ์” และ “ยงยุทธ ติยะไพรัช”

‘ฉลามดำน้ำจืด’

ช่วงกลางปี 2563 หิมาลัย ผิวพรรณ เพื่อนร่วมรุ่น ตท.25 ของ “ธรรมนัส” ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ได้ไปเคลื่อนไหวทำกิจกรรมการเมืองในพื้นที่นครสวรรค์ ร่วมกับ สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ

เวลานั้น คนปากน้ำโพรู้ดีว่า “หิมาลัย” กำลังโปรโมต พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ประธาน กลุ่มนครสวรรค์บ้านเรา กรุยทางสู่การเลือกตั้งนายก อบจ.นครสวรรค์

เดือน ต.ค.2563 พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ เปิดตัวกลุ่มนครสวรรค์บ้านเรา และเสนอตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นครสวรรค์ ซึ่งทีมงานของสมศักดิ์ ล้วนเป็นเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ จิตรา หมีทอง ประธานสภา อบจ.นครสวรรค์, มารุต ศรีผึ้ง นายก อบต.สาย ลำโพง อ.ท่าตะโก และ ไชยรัตน์ บัวเทศ หัวหน้าสาขาพรรคภูมิใจไทย จ.นครสวรรค์

สื่อท้องถิ่นปากน้ำโพ พาดหัวข่าว “ฉลามดำจับมือชาดา-ธรรมนัส ยึด อบจ.นครสวรรค์” ซึ่งคนปากน้ำโพรู้จัก “สมศักดิ์” ในนามมือปราบฉลามดำมาก่อน

“พล.ต.ท.สมศักดิ์” เป็นชาวเชียงใหม่โดยกำเนิด ลาออกจากราชการตำรวจมาเป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สายตรงคนดูไบ หลังเลือกตั้ง 2562 มือปราบฉลามดำ จับมือยงยุทธ ติยะไพรัช เคลื่อนไหวการเมืองในนามกลุ่มพลเมืองร่วมใจ

นี่คือภาพสะท้อน “ลูกข้าวนึ่งคอนเนกชั่น” ระหว่าง “ธรรมนัส” เมืองพะเยา กับ “ยงยุทธ” เมืองเชียงราย

‘สี่แคว-สะแกกรัง’

เลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่แล้ว “ชาดา” ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รับผิดชอบสนามเลือกตั้งภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง โดยเน้นหนักที่อุทัยธานี และนครสวรรค์

“ชาดา” ตั้งเป้าเจาะเมืองสี่แคว 2 เขต แต่ก็ได้มาแค่เขตเดียวคือ มานพ ศรีผึ้ง ส.ส.นครสวรรค์ เขต 4 ซึ่งมานพเป็นอดีตนายก อบจ.นครสวรรค์ ส่วนเขต 2 พ่ายความเก๋าของวีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ

ล่าสุด “ชาดา” คว้าตัว พีระเดช ศิริวันสานท์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ มาอยู่ในสังกัดภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว สมัยหน้า ชาดาตั้งเป้าดันพีระเดช เป็น ส.ส.นครสวรรค์ เขต 5 ให้ได้

หลังบรรยิน ตั้งภากรณ์ เจอวิบากต้องนอนคุก ส่งผลให้ค่ายเพื่อไทยนครสวรรค์ ไร้หัว ฉะนั้น ทายาท เกียรติชูศักดิ์ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 5 และ พ.ต.ท.นุกูล แสงศิริ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ เขต 4 พรรคเพื่อไทย ตกที่นั่งลำบาก

ยิ่งมือปราบฉลามดำ หันมาจับมือ “ธรรมนัส” และ “ชาดา” ก็เหมือนลอยแพคนเพื่อไทยปากน้ำโพ

2 ส.ส.ใต้หายไป “ภูมิใจไทย” สะท้านนาที สะเทือนค่ายเนวิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482514

2 ส.ส.ใต้หายไป “ภูมิใจไทย” สะท้านนาที สะเทือนค่ายเนวิน

07 ก.ย. 2564

เสียบบัตรแทนกัน 2 ส.ส.พัทลุง “ภูมิใจไทย” หยุดปฏิบัติหน้าที่ นาทีเหนื่อยแน่สมัยหน้า สะเทือนยุทธศาสตร์ยึดด้ามขวานของเนวิน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แม้ “นาที รัชกิจประการ” แม่ทัพใหญ่ภาคใต้ของ “ภูมิใจไทย” จะทำใจไว้ล่วงหน้าเกี่ยวกับคดีเสียบบัตรแทนกันที่ 2 ส.ส.พัทลุง จะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ แต่ในทางการเมือง พรรคคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ย่อมได้แต้ม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ศาลฎีกา” สั่ง ส.ส.”ภูมิใจไทย” หยุดปฏิบัติหน้าที่ปมเสียบบัตรเเทนกัน

ป.ป.ช.ฟัน 4 ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ภท. 3 ราย – พปชร. 1 ราย

ลุ้นหยุดปฏิบัติหน้าที่ ..”ป.ป.ช.”ส่งสำนวน ส.ส. พปชร.’ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์’ “คดีเสียบบัตรแทนกัน” ถึงศาลฎีกาแล้ว

ดังที่รู้กัน “นาที” เป็นสายตรงของ “เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่ของ ส.ส.ภูมิใจไทย ซึ่งเนวิน-นาที ได้ใช้เวลาหลายปี และทุ่มเทสรรพกำลังในการเบียดยึดพื้นที่ ส.ส.ภาคใต้ จากแชมป์เก่า

เฉพาะสนามพัทลุง “ภูมิใจไทย” ปักธงสีน้ำเงิน ได้ถึง 2 เขต สร้างปรากฏการณ์ล้มเสาไฟฟ้าสะเทือนแผ่นดินใต้มาแล้ว แต่ ส.ส.หน้าใหม่ ก็พลาดเกมในสภา กรณีเสียบบัตรแทนกัน ทำให้เสียแต้มให้พรรคเก่าแก่

สืบเนื่องจาก วันที่ 7 ก.ย.2564 นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุงหลายสมัย และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า มีคำสั่งให้ ฉลอง เทอดวีระพงศ์ และภูมิศิษฎ์ คงมี ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย หยุดการปฏิบัติหน้าที่แล้ว

“ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีหมายเลขดำ ที่คมจ.3/2564 มีคำสั่งให้นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และนายภูมิศิษฎ์ คงมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคภูมิใจไทย หยุดการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 235 วรรค สาม (กรณีเสียบบัตรแทนกัน)”

กรณีดังกล่าว เกิดจาก ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล 4 ราย แบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทย 3 ราย ฉลอง เทอดวีระพงศ์ ,ภูมิศิษฏ์ คงมี และนาที รัชกิจประการ (อดีต ส.ส.) และพรรคพลังประชารัฐ 1 ราย ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรณีถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท

‘ล้มเสาไฟฟ้า’

ผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 “นิพิฏฐ์” อดีต ส.ส.พัทลุง ในฐานะแม่ทัพใต้ของ ปชป. ถึงกับช็อก เมื่อ “ภูมิใจไทย” เบียดแทรกเข้ามาได้ 2 เขต

เขตเลือกตั้งที่ 1 “ไข่ดำ” ภูมิศิษฏ์ คงมี อดีต ส.อบจ.เขต อ.เขาชัยสน และอดีตรองนายก อบจ.พัทลุง ชนะสุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.หลายสมัย

เขตเลือกตั้งที่ 2 ฉลอง เทอดวีระพงศ์ อดีตปลัดจังหวัดพัทลุง ชนะนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ โดยมีคะแนนทิ้งห่างกันถึง 2 หมื่นคะแนน

นี่คือผลงานชิ้นโบแดงของ “เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ แม่ทัพใหญ่ภาคใต้ของค่ายบุรีรัมย์ และปิดตำนานเสาไฟฟ้าพัทลุง

ภาพรวมการเลือกตั้งปี 2562 พรรคภูมิใจไทยได้ ส.ส.เขต 8 คนจากภาคใต้ ประกอบด้วย ภูมิศิษฏ์ คงมี ส.ส.พัทลุง เขต 1, ฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2, สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่, คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ส.ส.ระนอง, ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา เขต 7, พิบูลย์ รัชกิจประการ ส.ส.สตูล เขต 1, วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล, อับดุลอาซิม อาบู ส.ส.ปัตตานี เขต 2

เวลานี้ “นาที” ได้เตรียมขยายฐานหวังปักธง “ภูมิใจไทย” ในสนามเลือกตั้งนครศรีธรรมราช และเพิ่มเก้าอี้ ส.ส.ในสนามสงขลา

‘วิบากเจ๊เปี๊ยะ’

ก่อนจะเป็นแม่ทัพใต้ “ภูมิใจไทย” พิพัฒน์-นาที รัชกิจประการ ได้ร่วมมือกับ “เนวิน” สมัยสังกัดไทยรักไทย บุกตลาดการเมือง 3 จังหวัดชายแดนใต้

ปี 2551 เนวิน เป็นแม่ทัพพรรคพลังประชาชน นาทีเป็นเลขานุการประธานรัฐสภา (ชัย ชิดชอบ) เมื่อเนวิน สร้างพรรคภูมิใจไทย ก็มอบให้ “พิพัฒน์-นาที” เป็นแม่ทัพใหญ่ วางยุทธศาสตร์ยึดภาคใต้ให้ได้

หลังเลือกตั้ง 2562 นาทีเกือบได้เป็นรัฐมนตรี แต่เจอกรรมเก่าเรื่องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน เลยต้องเปลี่ยนตัวให้สามี พิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬาแทน ซึ่งกรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ส่งผลให้นาทีหลุดจากตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อกลางปีที่แล้ว

ต้นปี 2564 ครม.มีมติแต่งตั้ง นาที รัชกิจประการ เป็นประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (อนุทิน ชาญวีรกูล) และมีข้อน่าสังเกตว่า การแต่งตั้งนาที เป็นประธานที่ปรึกษารองนายกฯ มีขึ้นหลังศึกเลือกตั้งนายก อบจ.พัทลุง ซึ่งปรากฏว่า ทีมภูมิใจไทยแพ้ทีมตระกูล “ธรรมเพชร”

ความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งนายก อบจ.พัทลุง สร้างความผิดหวังให้แก่เจ๊เปี๊ยะเป็นอย่างมาก และการสูญเสีย 2 ส.ส.พัทลุง ทำให้พรรคภูมิใจไทย เสียแต้มทางการเมืองไปพอสมควร

การเลือกตั้งสมัยหน้า ภูมิใจไทยต้องเจอคู่ปรับ ปชป. ซึ่งวันนี้ กระแสภูมิใจไทยไม่หวือหวา แถมติดลบเรื่องโควิดระบาด และวัคซีนคุณภาพต่ำ เป็นเรื่องท้าทายแม่ทัพใหญ่อย่างนาทีเป็นอย่างมาก

แก้ รธน.บัตร 2 ใบ “ทักษิณ” กลับบ้าน 3ป.ไปต่อยาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482441

แก้ รธน.บัตร 2 ใบ “ทักษิณ” กลับบ้าน 3ป.ไปต่อยาก

07 ก.ย. 2564

ผ่านแก้รัฐธรรมนูญ “ทักษิณ” ฝันหวานอีกรอบ สูตรบัตร 2 ใบ แลนด์สไลด์เขี่ย 3ป. พ้นสนามการเมือง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ผ่านศึกซักฟอก ก็ถึงคิวโหวตวาระสาม ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงมีเสียงต้าน “ทักษิณ” ดังมาจากนักการเมืองซีก กปปส. โดยมองว่า ระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 จะก่อให้เกิดเผด็จการรัฐสภา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เพื่อไทยปราบ “งูเห่า” โฟกัส 2 ส.ส. รอลงดาบ

ยกสุดท้าย 3ป. อยู่หรือไป เจอด่านอันตราย

กลับกว๊านพะเยา “ธรรมนัส” ถอยในรุก ตัวละครลับหนุนหลัง

ส.ว.หลายคน เริ่มตั้งคำถามว่า เหตุใด “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จึงไปร่วมมือกับพรรคของ “ทักษิณ” แก้ระบบเลือกตั้ง

“ทักษิณ” ได้ประโยชน์แต่ฝ่ายเดียวหรือ ขณะที่ “บิ๊กป้อม” พร้อมแกนนำพลังประชารัฐ มั่นใจว่า เลือกตั้งสมัยหน้า จะได้ ส.ส.จำนวนมาก ถ้าใช้ระบบเลือกตั้งแบบเก่า พลังประชารัฐจะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียวเหมือนพรรคเพื่อไทย

มีรายงานข่าวว่า “บิ๊กป้อม” ได้ส่งสัญญาณไปถึง ส.ว.บางกลุ่ม ให้โหวตผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม วันศุกร์ที่ 10 ก.ย.2564 ที่ประชุมร่วมรัฐสภา จะมีการประชุมเพื่อลงมติ ให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่มีการแก้ไขเรื่องการเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง ส.ส.

การประชุมครั้งนี้ เป็นการโหวตวาระสาม ซึ่งจะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา จะต้องได้เสียงเห็นชอบจากสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เกินกึ่งหนึ่งขึ้นไป และต้องมี ส.ว.ลงมติเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือไม่น้อยกว่า 84 เสียง

สาระสำคัญของระบบเลือกตั้ง จะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เลือก ส.ส.เขต 400 คน เลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อ 100 คน จากเดิมที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือกคน-เลือกพรรค แบ่ง ส.ส.เขต 350 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน

‘เผด็จการรัฐสภา’

ชัยชนะในการเลือกตั้ง 6 ก.พ.2548 พรรคไทยรักไทย ได้ ส.ส.เขต 310 คน จาก 400 เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 67 คน จาก 100 คน จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว จึงเป็นที่มาของวาทกรรมเผด็จการรัฐสภา และกระแสต้านระบอบทักษิณ

หลังรัฐประหาร 2549 ทีมร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ตามรัฐธรรมนูญ 2540 เอื้อต่อ “ทักษิณ” จึงร่างกติกาเลือกตั้งใหม่ในรัฐธรรมนูญ 2550 แก้ระบบเลือกตั้ง เป็นระบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ หรือพวงใหญ่ ส่วนระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน แบ่งเป็น 8 เขตเลือกตั้ง และเขตหนึ่งมี 10 รายชื่อ

พูดตรงๆ กติกานี้ถูกออกแบบมาเพื่อเอาชนะฝ่ายทักษิณ ผลเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชน หรือพรรคไทยรักไทยเดิม ชนะเลือกตั้งได้ ส.ส.เขต 199 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 34 คน รวม 233 ที่นั่ง ได้จัดตั้งรัฐบาลอีกเช่นเคย

หลังเกิดรัฐบาลพลิกขั้ว มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 โดย “บิ๊กป้อม” ,สุเทพ เทือกสุบรรณ และเนวิน ชิดชอบ เห็นชอบให้กลับไปใช้กติกา “เขตเดียวเบอร์เดียว” มี ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน

ผลการเลือกตั้ง 2554 พรรคเพื่อไทยหรือพรรคพลังประชาชนเดิม ก็ชนะเลือกตั้งอีก ได้ ส.ส.เขต 204 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 61 คน รวม 265 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย พ่ายแพ้กระแสยิ่งลักษณ์

‘ทักษิณคัมแบ็ก’

หลังรัฐประหาร 2557 กลุ่มอำนาจ 3 ป. ลากยาวมากว่า 3 ปี จึงร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบระบบเลือกตั้งใหม่ โดยใช้บัตรใบเดียว แบ่งเป็น ส.ส.เขต 350 คน (เขตเดียว คนเดียว) ระบบบัญชีรายชื่อ 150 คน โดยคิดคะแนนรวมทั้งประเทศ มาหารเพื่อจะได้จำนวน ส.ส.ที่พึงมี ซึ่งถ้า ส.ส. เขตเกิน ส.ส.ที่พึงมีก็จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

“ทักษิณ” จึงแก้เกม “แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย” โดยวางให้พรรคเพื่อไทย กับพรรคไทยรักษาชาติ ลงสนามแบ่งพื้นที่กันเล่น แต่โชคร้าย พรรคไทยรักษาชาติ ถูกยุบ

พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งอันดับ 1 ได้ ส.ส.เขต เกิน ส.ส.ที่พึงมี จึงไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ได้อันดับ 2 เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล โดย “บิ๊กป้อม” ได้ประสานกับพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ไว้ล่วงหน้าแล้ว

สิ่งที่ฝ่าย “3 ป.” คาดคิดไม่ถึงคือ พรรคอนาคตใหม่ ได้คะแนนรวมถึง 6 ล้าน 3 แสนเสียง คิดเป็น ส.ส.ได้ถึง 81 ที่นั่ง ซึ่งต่อมา พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ และตัดสิทธิกรรมการบริหาร พรรคเป็นเวลาถึง 10 ปี แถมเกิดงูเห่า ส.ส.กลุ่มหนึ่งไหลไปอยู่พรรคอื่น ทำให้พรรคก้าวไกลหรือพรรคอนาคตใหม่เดิม มี ส.ส. 53 คน

พูดง่ายๆว่า พรรคก้าวไกล(อนาคตใหม่เดิม) ได้ประโยชน์จากระบบเลือกตั้งบัตรเดียวมากที่สุด จึงขวางการแก้รัฐธรรมนูญกลับไปเป็นบัตร 2 ใบ เพราะกติกาบัตร 2 ใบ จะทำให้พรรคก้าวไกลกลายเป็นขนาดเล็กไปทันที

พรรคพลังประชารัฐ ในสภาพแตกร้าวทั่วทั้งพรรค “บิ๊กป้อม” ก็แทบจะเอาไม่อยู่ คุมไม่ได้ หากลงสนามเลือกตั้ง ด้วยกติกาตามรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่มีทางสู้พรรคของ “ทักษิณ” ได้เลย

เพื่อไทยปราบ “งูเห่า” โฟกัส 2 ส.ส. รอลงดาบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482324

เพื่อไทยปราบ “งูเห่า” โฟกัส 2 ส.ส. รอลงดาบ

06 ก.ย. 2564

ซักฟอกไม่จบ เพื่อไทยปราบ “งูเห่า” ไล่สอบทีละคน โฟกัส 2 ส.ส.เจ้าประจำ หวังเชือดโชว์คนแดนไกล คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ปฏิบัติไล่ล่า “งูเห่า” ของคณะกรรมบริหารพรรคเพื่อไทย ได้ลงมือทำอย่างเร่งด่วน เพราะพฤติการณ์ของ ส.ส.บางคน มีกระทำการสวนมติพรรค ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับกว๊านพะเยา “ธรรมนัส” ถอยในรุก ตัวละครลับหนุนหลัง

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง อนุพงศ์-ธรรมนัส คู่ชิงเก้าอี้ มท.1

“ร้อยเอกธรรมนัส”ดวงดีขึ้นแท่นรับวันเกิด กันยานี้รับตำแหน่งใหม่

จะว่าไปแล้ว ส.ส.เพื่อไทย 7 คน จะสรุปว่า “งูเห่า” ทั้งหมดก็คงไม่ได้ เพราะ ส.ส.บางคนติดวิด บางคนป่วยฉับพลันทันที และบางคนมีปัญหาทางเทคนิคการกดบัตร

ประเมินแล้ว น่าจะมี ส.ส.เข้าข่าย “งูเห่า” ไม่เกิน 3 คน เพราะมีการแสดงออกที่ชัดเจนในกรณีการลงมติ ในหลายๆ ครั้งก่อนหน้านั้น มิใช่แค่โหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เท่านั้น

คณะกรรมการวินัยและจริยธรรมพรรคเพื่อไทย ได้ดำเนินการตรวจสอบ 7 ส.ส.ที่ฝ่าฝืนมติพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยจะเปิดโอกาสให้ ส.ส.กลุ่มดังกล่าวเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงภายในวันที่ 10 ก.ย.2564

จากการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก ติดโควิด-19 ได้แจ้งล่วงหน้าว่าเข้าประชุมไม่ได้ ส่วน ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี ชี้แจงว่า กดบัตรแต่ไฟไม่ขึ้น ซึ่งอ้างมีพยานเห็นเหตุการณ์ พอรับฟังได้

ส่วน นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ ยื่นเอกสารชี้แจงว่า ป่วยกระทันพัน และธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ ได้เตรียมเข้าชี้แจงในวันที่ 7 ก.ย.2564

ด้าน ชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี ได้ชี้แจงลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า มีอาการป่วย ไม่สามารถเข้าร่วมโหวตได้ แต่เลขาธิการพรรคเพื่อไทย มิได้พูดถึงเลย เช่นเดียวกับ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ และ พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี

‘พรรคไม่เห็นหัว’

ดาวสภาที่เรียกตัวว่า ส.ส.เอลวิส ได้ปฏิเสธว่า ตัวเองไม่ใช่ “งูเห่า” แต่ขอใช้เอกสิทธิ์ ส.ส. ซึ่งศรัณย์วุฒิ ส.ส.เมืองพระยาพิชัยดาบหัก โหวตไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แต่งดออกเสียง 5 รัฐมนตรี

ระหว่างศึกซักฟอกหนนี้ “ศรัณย์วุฒิ” ได้แถลงข่าวว่า พรรคเพื่อไทย ไม่ให้ความเป็นธรรม ตัดเขาออกจากการเป็นผู้อภิปรายไม่ไว้ใจ

อุตรดิตถ์ มี ส.ส. 2 คน พรรคเพื่อไทยทั้งคู่คือ เขต 1 กนก ลิ้มตระกูล เขต 2 ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ซึ่งการเลือกตั้งปี 2562 ค่ายเพื่อไทย มีอดีต ส.ส. 4 คน ได้แก่ กฤษณา สีหลักษณ์, กนก ลิ้มตระกูล, ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และทนุศักดิ์ เล็กอุทัย แต่เขตเลือกตั้งลดจาก 3 เขต เหลือ 2 เขต

กฤษณา ย้ายไปลงบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ และทนุศักดิ์ ลงบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แต่พลาดเป็น ส.ส.ทั้งคู่

ตอนนี้ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีตรัฐมนตรีช่วยคลัง และ กฤษณา สีหลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แพคคู่ออกเดินหาเสียงร่วมกัน เหมือนประกาศล่วงหน้าว่า การเลือกตั้งครั้งใหม่ พวกเขาขอจองเก้าอี้ ส.ส.เขต

ด้วยเหตุนี้ ส.ส.เอลวิสเมืองไทย รู้สึกไม่พอใจ เหมือนถูกเบียดขับ จึงแสดงอภินิหารในพรรคหลายครั้ง

‘สายผู้กอง’

ต้นปี 2564 สิรินทร รามสูต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ต้องออกมาแถลงข่าวกรณีไปพบนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เพราะเป็นรัฐมนตรีที่ดูแลจังหวัดน่าน แต่สื่อหลายสำนักบอกว่า ส.ส.น่าน จะเปลี่ยนขั้ว

ในวันดังกล่าว ส.ส.สิรินทร เดินทางไปกับ พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี จึงตกเป็นข่าว “งูเห่า” จะย้ายขั้วเหมือนกัน แต่ “พรพิมล” ไม่ได้ออกมาแถลงข่าวแต่อย่างใด

มีข้อน่าสังเกตว่า วันที่สิรินทรแถลงข่าว มี 2 ส.ส.เพื่อไทยคือ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยาและละออง ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย น้องสาวยงยุทธ ติยะไพรัช ร่วมแถลงข่าวด้วย

แหล่งข่าวในแวดวงการเมืองปทุมธานีเปิดเผยว่า ส.ส.พรพิมล สาวลำปางโดยกำเนิด มีความใกล้ชิดกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มานานแล้ว ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อ ก.พ.2562 พรพิมล ได้โหวตไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส  ส.ส.พรพิมล จึงไม่เคยออกมาแถลงข่าวตอบโต้หรือชี้แจง กรณีถูกมองว่าเป็น “งูเห่า” เลยแม้แต่ครั้งเดียว  

กลับกว๊านพะเยา “ธรรมนัส” ถอยในรุก ตัวละครลับหนุนหลัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482284

กลับกว๊านพะเยา “ธรรมนัส” ถอยในรุก ตัวละครลับหนุนหลัง

06 ก.ย. 2564

จับตาเกมเช็กบิล “ธรรมนัส” เดินเกมถอย กลับกว๊านพะเยา พึ่งมิตรสหายสายเหนือ หวังรุกบนกระดานเลือกตั้งสมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

มีคำถามเยอะ หลังศึกภายในพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเดินต่ออย่างไร แต่มีสุ้มเสียงจากนักการเมืองแถวอีสาน สายตรง “ธรรมนัส” กระซิบว่า “คงกลับไปเริ่มต้นที่เมืองพะเยา”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำคมที่ว่า “เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิตไม่คิดได้อย่างไร” ซึ่งบนกระดานหมากรุกการเมือง “ธรรมนัส” คือหมากในกระดาน จะเป็นขุน เรือ เบี้ย ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในเวลานั้น

อย่างไรก็ตาม “ธรรมนัส” เป็นนักเลือกตั้งสายพันธุ์เก่า ที่ยึดหลัก “พวก” มาก่อน “พรรค” เนื่องจากเขาเติบโตมาบนถนนสายวัฒนธรรมอุปถัมภ์ ตั้งแต่ยุค “พี่แอ๊ว” “พี่ไอซ์” และ “พี่ทักษิณ”

ชั่วโมงนี้ ส.ส.พะเยาคนนี้ อาจต้องรุกถอยหลัง ลดแรงเสียดทาน แต่ก็ยังมีเพื่อน ส.ส.มากหน้า ทั้งในพลังประชารัฐ, พรรคขนาดเล็ก และพรรคฝั่งฝ่ายค้าน

‘พรรคเสมอภาค’

ก่อนจะเล่นการเมือง “ธรรมนัส” กลับบ้านเกิดเมืองพะเยา พร้อมกับมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าช่วยเหลือประชาชนคนยากไร้ รวมถึงสนับสนุนสโมสรฟุตบอลพะเยา เอฟซี

เวลานั้น ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน สมัยรัฐบาลทักษิณ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคเสมอภาค ก็คือต้นแบบทางการเมืองของธรรมนัสคนหนึ่ง

“พี่ต้อยคือต้นแบบคนทำงานการเมืองเพื่อบ้านเกิด เห็นผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ท่านเป็นนักประสานและเข้าได้กับทุกกลุ่ม ปรับตัวกับสถานการณ์ได้ดี ให้คำแนะนำคำสอนที่มีประโยชน์แก่นักการเมืองรุ่นหลัง” ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์สื่อช่วงปลายปี 2561

ดังที่ทราบเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา “ธรรมนัส” เป็นแม่ทัพพลังประชารัฐสายเหนือ ส่วน “ต้อย ลดาวัลลิ์” ยังอยู่ค่ายเพื่อไทย ดูแลหาเสียงใน จ.พะเยา

“ท่านผู้กองฯ กับพี่ต้อย เรานับถือกันมาตลอดเวลา ทราบมาตลอดว่าท่านผู้กองฯ ให้เกียรติและกล่าวถึงพี่ต้อยในทางที่เป็นกัลยาณมิตรทั้งต่อหน้าและลับหลัง” ลดาวัลลิ์ กล่าวถึงผู้กองเมืองพะเยา

ต้นปี 2563 “ลดาวัลลิ์” สาวไทลื้อ อ.เชียงคำ ลาออกจากพรรคเพื่อไทย มาก่อตั้ง “พรรคเสมอภาค” จึงมีคำถามจากนักข่าวว่า พรรคนี้เกี่ยวพันกับผู้กองธรรมนัสหรือไม่ ซึ่งลดาวัลลิ์ ก็ปฏิเสธ และบอกเป็นการตัดสินใจและดำเนินการด้วยตัวเอง

‘พรรคเพื่อชาติ’

การลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และ 5 รัฐมนตรี ในครั้งนี้ พรรคเพื่อชาติ ได้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ โดย ส.ส. 5 คน มี สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพียงคนเดียว ที่โหวตไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีครบทั้งหกคน ส่วนอีก 4 ส.ส.เพื่อชาติ โหวตไม่ไว้วางใจนายกฯ แต่รัฐมนตรีคนอื่น ใช้การงดออกเสียงแทน

ความต่างระหว่าง “สงคราม” กับ 4 ส.ส. น่าจะมาจากช่วงเดือน เม.ย.2564 มีการปรับโครงสร้างพรรค โดยบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ได้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งบุศริณธญ์ เป็นพี่สาวของยงยุทธ ติยะไพรัช

สรุปว่า พรรคเพื่อชาติ ย้ายจากอิมพีเรียล สำโรง ไปอยู่ที่ อ.เมืองเชียงราย เรียบร้อยตระกูลติยะไพรัช ซึ่งปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ลูกสาวของยงยุทธ ก็เป็น 1 ใน 5 ส.ส.เพื่อชาติ

ด้วยเหตุนี้ ครั้งที่มีการซักฟอกรัฐมนตรีเมื่อ ก.พ.2564 จะมี ส.ส.พรรคเพื่อชาติ 3 คน ไว้วางใจธรรมนัส และอีก 2 คน งดออกเสียง

ปลายปี 2563 “ธรรมนัส” ส่งเพื่อนรัก หิมาลัย ผิวพรรณ ไปช่วย พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.นครสวรรค์ จนชนะเลือกตั้ง

ก่อนจะมาเป็นนายก อบจ.นครสวรรค์ “สมศักดิ์” ได้ทำกิจกรรมการเมืองกับยงยุทธ ติยะไพรัช ในนามกลุ่มพลเมืองร่วมใจ

ดังนั้น บนถนนการเมืองสายเชียงราย-พะเยา “ธรรมนัส” ยังมีมิตรสหายร่วมทุกข์ร่วมสุข วันนี้ อาจต้องถอย เพื่อรอการรุกบนกระดานในอนาคต

เสร็จศึก “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” พลังประชารัฐ-เพื่อไทย ใครจะจบก่อนกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482220

เสร็จศึก “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” พลังประชารัฐ-เพื่อไทย ใครจะจบก่อนกัน

06 ก.ย. 2564

ผลสะเทือนหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อไทย-พลังประชารัฐ ยังต้องตามมาจัดการคลื่นใต้น้ำ ลดแรงกระเพื่อมทางการเมือง

เสร็จศึก "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" พลังประชารัฐ-เพื่อไทย ใครจะจบก่อนกันเสร็จศึก “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” พลังประชารัฐ-เพื่อไทย ใครจะจบก่อนกัน

พรรคเพื่อไทย จะกล้าขับงูเห่า ออกจากพรรคตามคำขู่หรือไม่ หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งก่อนหน้า มีสส.โหวตสวนมติพรรคในการอภิปรายสองราย รอบนี้เพิ่มขึ้นมาอีก5 รวมเป็น7คน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ส.ส.ทั้ง7รายได้ท้าทาย กฏเหล็ก จริยธรรมอย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆทั้งสิ้น

เสร็จศึก "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" พลังประชารัฐ-เพื่อไทย ใครจะจบก่อนกันเสร็จศึก “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” พลังประชารัฐ-เพื่อไทย ใครจะจบก่อนกัน

มีคำถามว่าทำไม ส.ส. เหล่านี้จึงกล้า มีคำตอบว่าเป็นเขาเป็นเจ้าของพื้นที่  มีความเข้มแข็ง มีแสงในตัว เป็นประการที่1  มีญาติอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลได้อาศัยข้าว อาศัยน้ำ และได้รับคำสัญญาว่าจะให้ลงเลือกตั้งสมัยหน้า เป็นการที่สอง  ประเภทสุดท้ายอาจจำแนกได้เป็นพวกอาศัยท้องเขามาเกิด ไม่สนวัฎสงสารจะได้เข้ามาเป็นส.ส.อีกครั้งหรือไม่ เป็นประการสุดท้าย   ประเภทหลังนี้อาจระบุได้ว่ามีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นจากพรรคก้าวไกล ที่เคยขับส.ส.พ้นพรรคไปเติมเสียงให้รัฐบาลมาแล้วสิบคน มาคราวนี้วิธีดองเค็ม ปล่อยตัวรับใช้นาย ด้อยค่าตัวเอง จนเป็นที่น่าเอน็จอนาจใจกลางสภา  รอวัดผลจากการเลือกตั้งครั้งหน้า จะได้พิสูจน์ว่าเลือดจะข้นกว่าน้ำ

หลังศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราจะเห็นความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน ขณะที่ฝ่ายค้านหาวิธีกำจัดกาฝาก ปรับปรุงฐานรากให้แข็งแรง รัฐบาลก็เร่งอุดรูรั่วรอยร้าว ประเดิมจากการประชุมคณะรัฐมนตรี แบบเต็มคณะ หลังผ่อนคลายมาตรการมีผลงานรอการตีปี๊บ ไม่ว่าจะเป็นการชดเชยรายได้ผู้ประกันตน  คืนเงินค่าเทอม และจะทะยอยตามมาด้วยมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ไม่จำเป็นต้องรีบปรับโครงสร้าง ไม่จำเป็นต้องรีบตีปลาหน้าไซ โหวตรัฐธรรมนูญวาระสามผ่านค่อยว่ากันใหม่ แต่อย่าลืมเรื่องที่สัญญาไว้ มีคนจำได้ ไม่ลืม

เสร็จศึก "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" พลังประชารัฐ-เพื่อไทย ใครจะจบก่อนกันเสร็จศึก “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” พลังประชารัฐ-เพื่อไทย ใครจะจบก่อนกัน

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง อนุพงศ์-ธรรมนัส คู่ชิงเก้าอี้ มท.1 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/482158

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวง อนุพงศ์-ธรรมนัส คู่ชิงเก้าอี้ มท.1

06 ก.ย. 2564

เสร็จศึกซักฟอกไม่ไว้วางใจรัฐบาลลุงตู่ “ซินแสเข่ง” วิเคราะห์เกิดศึกชิงเก้าอี้ มท.1 วัดดวง ปรับครม. อนาคตดวงใครโดดเด่น ระหว่าง อนุพงศ์_ธรรมนัส งานนี้ บิ๊กป้อม ทำใจลำบาก รักพี่เสียดายน้อง

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย วิเคราะห์เจาะลึกวิกฤติ รัฐบาลลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ถึงความเปลี่ยนแปลงหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านไป ในการปรับคณะรัฐมนตรี และจับตา ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ มท.1 อาจมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายสลับสับตำแหน่งสำคัญ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา เกิดวันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม 2492 พื้นฐานดวงอาจมีเหตุขัดใจบ้างกับผู้นำ ความคิดอ่านสวนทางกัน และรอบอายุปีนี้ ตกดวงเข้าเคราะห์ ถึงเดือนมีนา 65 อาจมีเรื่องให้หงุดหงิด ไม่สบายใจ และไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง ทั้งที่ดวงชะตาตกดวงมีผู้ใหญ่อุปภัมถ์ แต่ในดวงชะตาตนเอง กับมีอุปสรรคอาจเจอเหตุกับเรื่องเบียดเบียนให้เดือดเนื้อร้อนใจ

ส่วนที่มาแรงแซงโค้ง และมีโอกาศขึ้นแถวหน้าอนาคตไกลเหมือนจังหวะ และโอกาศส่ง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เกิดวันพุธที่ 18 สิงหาคม 2508 ซึ่งเมื่อผูกดวงกันแล้ว เป็นดาวคู่มิตรสมพงษ์ด้วยกันทั้งคู่ ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ บิ๊กป้อม และ บิ๊กป๊อก 

แต่ดวงที่ แข็งแกร่งแซงโค้งเป็นราศีดาวพุธของ  ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการ พปชร.และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ จึงทำให้ตกดวงอิทธิฤทธิ์เสริมดวง เสริมดวงชะตาได้ดวงเสริมราศีที่ถือเป็นตัวแทน ด้วยมันสมอง ปฏิภาณไหวพริบ ตวามเฉลี่ยวฉลาด มีดวงผู้นำ ใจใหญ่ ไม่ยอมคน ถือเป็นดาวอิทธิพล ส่งผลให้ได้รับการสนับสนุน ตำแหน่งหน้าที่การงาน ได้สำเร็จ

แต่ต้องระวังจุดอับดวงเป็นอุปสรรค หากกระทำการสร้างความสับสนหรือเอาเรื่องราว มาทำร้ายจิตใจตนเองให้เป็นอุปสรรค จะทำให้ไม่ประสพความสำเร็จในหน้าที่การเมือง เหมือนถึงจุดทางตันเหมือนคุณหญิงหน่อยที่ไปไม่ถึงดวงดาว

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมถึงการวิเคราะห์ดวงคู่สมพงษ์ ร้อยเอกธรรมนัส ซึ่งสามารถร่วมงานแก้ไข เพราะเป็นดาวคู่มิตร เมื่อผูกดวงแล้วเป็นเสมือนเก้าอี้สามขา ที่จะเสริมดวงรัฐบาล ลุงตู่ และบิ๊กป้อม ให้มีความมั่นคงมากขึ้นในการบริหารงาน หากได้แก้จุดอุปสรรคในดวงชะตา ที่ทำให้เป็นอุปสรรคทางการเมือง หรือสร้างศัตรู รู้จักถอยหลังบ้าง

ระวังรอบปี 65 ตกดวงศัตรูจากผู้ไม่หวังดี ยุแหย่สร้างความขัดแย้ง อิจฉาริษยา ที่จะสร้างความสับสนไม่ไว้วางใจ แตกแยกให้เกิดขึ้น ทำอะไรต้องฟังหูไว้หู