เดิมพันบ้านใหญ่ “สนธยา” เลือกลุงป้อม หรือรีเทิร์น พท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536760

ขุนน้ำหมึก

21 พ.ย. 2565

เดิมพันบ้านใหญ่ “สนธยา” เลือกลุงป้อม หรือรีเทิร์น พท.

ชายฝั่งบูรพาอุ๊งอิ๊งมาแรง “สนธยา” เจอคนปูดข่าวบ้านใหญ่จะส่งเด็กในซุ้มสวมเสื้อ พท. ลูกกำนันเป๊าะบนทางแพร่ง อยู่กับลุงป้อม ปั้นพรรคใหม่ และไปค่ายคนแดนไกล

จับตาบ้านใหญ่ชลบุรี “สนธยา” หลังนิด้าโพลชี้อุ๊งอิ๊งมาแรงในภาคตะวันออก มีคนปูดข่าวบ้านใหญ่ จะส่งเด็กในสังกัดสวมเสื้อ พท.ลงสนามชลบุรี

ทายาทกำนันเป๊าะ “สนธยา” มีทางเลือกไม่มาก หากอยู่ พปชร.แล้วต้องเจอเฮ้ง ก็กลับพลังชล หรือจะไปเพื่อไทย

ช่วงเดือน พ.ย.2565 สนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา ในนามบ้านใหญ่ ได้ร่วมงานกฐิน งานวัดในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี ต่อเนื่อง ทำให้คนน้ำเค็มจับตามองว่า บ้านใหญ่แสนสุข จะขยับหมากการเมืองอะไรหรือไม่

ดังที่รู้กัน เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2565 นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจเรื่องคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนภาคตะวันออก สำรวจระหว่างวันที่ 7-10 พ.ย.2565 จากประชาชนในภาคตะวันออก ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, นครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว

ปรากฏว่า คนที่ชอบจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี อันดับ 1 ร้อยละ 25.09 แพทองธาร ชินวัตร และพรรคที่ใช่จะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต อันดับ 1 ร้อยละ 33.68 พรรคเพื่อไทย 

นิด้าโพลภาคตะวันออก อาจมีคนแย้งว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2550 และปี 2554 คนส่วนใหญ่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ แต่เลือกตั้งปี 2562 ก็มีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในหัวเมืองบูรพา ความปราชัยของคนบ้านใหญ่ในสนามชลบุรี 3 เขต กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของตระกูลคุณปลื้ม

บวกกับการเติบใหญ่ของซุ้มบ้านใหม่ ที่มี เสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น เป็นผู้นำ จึงมีข่าวลือเรื่องทายาทกำนันเป๊าะ จะรีเทิร์นค่ายคนแดนไกล เหมือนเลือกตั้งปี 2548 

‘ดับเครื่องชนเฮ้ง’

ที่แน่ๆ “สนธยา” ไม่ยอมให้ซุ้มมังกรน้ำเค็มเติบโตมากไปกว่านี้ จึงต้องเตรียมการส่งผู้สมัคร ส.ส.ในสีเสื้อบ้านใหญ่ชนเสี่ยเฮ้ง

มีข่าวลอยมาจากฝั่งบ้านใหญ่แสนสุขตั้งแต่ต้นปีนี้ว่า “สท.เหี่ยว” ภาสกร หอมหวล อดีตคนสนิทกำนันเป๊าะ และมือทำงานของ สนธยา คุณปลื้ม เตรียมจะส่งลูกสาว สุภีพันธ์ หอมหวล ส.อบจ.ชลบุรี เขต 8 (อ.เมืองชลบุรี) ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 1 เดินหน้าชนเสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น 

20 ปีที่แล้ว ในยุทธจักรหัวเมืองบูรพา ไม่มีใครไม่รู้จัก ภาสกร หอมหวล สมาชิกสภาเทศบาลตำบลแสนสุข หรือที่ชาวยุทธ์เรียกว่า “สท.เหี่ยว” มือขวากำนันเป๊าะ

หลังสิ้นกำนันเป๊าะ สท.เหี่ยว ยังเป็นกำลังหลักในทางการเมืองให้ สนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา และวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี 

ทุกวันนี้ สท.เหี่ยว เดินสายรวบรวมนักการเมืองท้องถิ่นพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง วัดบารมีกันอีกครั้งระหว่างบ้านใหญ่(กำนันเป๊าะ) กับบ้านใหญ่(เฮ้ง)

  สองพี่น้องสนธยา-วิทยา ตระกูล “คุณปลื้ม” บนทางแพร่ง สองพี่น้องสนธยา-วิทยา ตระกูล “คุณปลื้ม” บนทางแพร่ง

‘ทางแพร่งบ้านใหญ่’

“สนธยา” ยังจำวันนั้นได้ กำนันเป๊าะพาลูกๆไปซบพรรคไทยรักไทย ตามคำเชิญชวนของทักษิณ ชินวัตร ทำให้การเลือกตั้งปี 2548 ซุ้มบ้านใหญ่ชนะยกจังหวัด

หลังรัฐประหารปี 2549 มีรัฐธรรมนูญใหม่ ตามมาด้วยการเลือกตั้งทั่วไป ทายาทกำนันเป๊าะหวนคืนพรรคชาติไทย สอบตกยกจังหวัด เพราะอยู่หว่างเขาควาย ขั้วทักษิณ-ขั้วพันธมิตรเสื้อเหลือง

ปี 2554 สนธยา คุณปลื้ม ปั้นพรรคพลังชล สร้างแบรนด์ท้องถิ่น ส.ส.ซุ้มบ้านใหญ่ จึงกลับคืนสู่สภาฯ และได้เข้าร่วมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยส่ง สุกุมล คุณปลื้ม เป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรม

ปัจจุบัน นับแต่มีกลุ่มบ้านใหม่พลังเฮ้ง ทำให้ดุลการเมืองในชลบุรี บ้านใหญ่ไม่ได้เป็นศูนย์รวมชาวยุทธจักรเมืองชล และสายหัวเมืองตะวันออก เหมือนสมัยกำนันเป๊าะ 

ดังนั้น สนธยา บ้านใหญ่แสนสุขมี 3 ทางเลือก คือ 1.อยู่กับลุงป้อม โดยจับมือกลุ่มสามมิตรชลบุรี สรวุฒิ เนื่องจำนง ส.ส.ชลบุรี เขต 4  ,ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 2 และ สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรณีที่เสี่ยเฮ้งย้ายตามลุงตู่ไปอยู่พรรค พปชร.

2.ไปอยู่ค่ายทักษิณ โดยส่งเด็กบ้านใหญ่สวมเสื้อเพื่อไทย ลงสมัคร ส.ส. ส่วนทายาทกำนันเป๊าะเว้นวรรคชั่วคราว กรณีที่เสี่ยเฮ้งยังอยู่พรรค พปชร.

3.ใช้บริการพรรคพลังชล ลงสู้ศึก หรืออาจอัพเกรดเป็นพรรคพลังบูรพา เพื่อหลุดจากวังวนความขัดแย้ง ไม่เอาตู่-ไม่เอาทักษิณ  

คาดว่า ก่อนสิ้นปี 2565 จะมีความชัดเจนจากซุ้มบ้านใหญ่เมืองชล และการตัดสินใจลงสนามครั้งหน้าในเสื้อสีไหน ล้วนมีอนาคตบ้านใหญ่เป็นเดิมพัน

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ     โดย  … ขุนน้ำหมึก 

นัยยะแอบแฝงทางการเมือง? บทบาทสำคัญ “ที่ปรึกษา ผบ.ตร.”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/song-tum-ruat/536742

หนึ่งตะวัน พันดาว

21 พ.ย. 2565

นัยยะแอบแฝงทางการเมือง? บทบาทสำคัญ "ที่ปรึกษา ผบ.ตร."

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

สวยหรู..งานประชุมสุดยอดผู้นำ“เอเปค2022” ปิดฉากอย่างสวยหรูงดงาม นานาประเทศต่างชื่นชม“ประเทศไทย” ในฐานะเจ้าภาพ จัดงานได้ยิ่งใหญ่อลังการ“ดาวล้านดวง” ท่ามกลางรอยยิ้ม “ท่านผู้นำ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ในฐานะ“หัวเรือใหญ่” การดูแลความสงบเรียบร้อย..00

รอยด่าง..ย้อยมุมความสวยงาม ผู้ชุมนุม“กลุ่มราษฎรหยุด APEC2022” ปะทะตำรวจ คฝ.บริเวณถนนดินสอ เป็นเหตุให้“ตำรวจ” ได้รับบาดเจ็บถึง 14 นาย ขณะที่ผู้ชุมนุมก็ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน ไม่เว้นกระทั่ง“สื่อมวลชน” ที่โดนลูกหลงบาดเจ็บตามๆกัน เหตุรุนแรงทั้งหมด อยู่ท่ามกลางสายตานานาประเทศ จากเสียงชื่นชม กลายเป็น“รอยด่างพร้อย”..00

ปฐมบทความรุนแรง..เริ่มจาก ผู้ชุมนุม“กลุ่มราษฎรหยุดAPEC2022” เริ่มเคลื่อนขบวนออกจากลานคนเมือง เพื่อมุ่งหน้าไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อยื่น 3 ข้อเรียกร้องด้านทรัพยากร ให้กับ“ผู้นำรัฐบาล”และ“ผู้นำเอเปค”จากทุกประเทศ สวนทางเจ้าหน้าที่ตั้งแถวป้องกันเหตุ ร้องขอให้กลับไปยังพื้นที่การชุมนุม ก่อนเกิดการ“ปะทะเดือด”..00

บทสรุป..พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก กอ.การประชุมเอเปค ระบุ เหตุปะทะเป็นไปตามหลักสากล เริ่มจากเบาไปหาหนัก ส่วนการใช้“กระสุนยาง” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตามประกาศ สนร.นั้น เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์เพื่อการป้องกันตนเอง และเพื่อจะจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้า ที่ต่อสู้ขัดขวาง และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ทั้งหมดเป็นไปตามหลักกฎหมาย ตามยุทธวิธี เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย..00 

ปิดท้าย..พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.แถลง“ประชุมเอเปค”ใช้ตำรวจดูแล 35,000 นาย รับแจ้งเหตุจากสายด่วน 1599 จำนวน 22 สาย ส่วนใหญ่เป็นเบาะแส“วัตถุต้องสงสัย” ส่วนการแจ้งสายด่วน 191 มีการแจ้งมา 34 สาย รวมทั้งหมดเป็น 59 สาย ผู้ชุมนุมถูกจับกุม 25 ราย ได้รับการบาดเจ็บ 13 ราย..00

เปิดตัวกุนซือ..พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ลงนามในคำสั่ง“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ที่ 527/2565 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 แต่งตั้งอดีตนายตำรวจคนดัง 8 นาย เป็น “ที่ปรึกษา ผบ.ตร.” ประกอบด้วย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ,พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ,พล.ต.อ.ชยพล ฉัตรชัยเดช ,พล.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม ,พล.ต.อ.อิทธิพล พิริยะภิญโญ ,พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์ ,พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ และ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร..00

น่าจับตา..พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล  “นรต.35” อดีตนายตำรวจมือสอบสวนคนดัง ซึ่งมีบทบาทโดดเด่นบนหน้าสื่อ ในยุค “3 ป.”มาโดยตลอด  เทียบเคียงคู่กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เรียกได้ว่า เป็น 1 ใน 3 นายตำรวจ“ลูกรัก”บูรพาพยัคฆ์ ที่สำคัญ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยังเป็นผู้คุมสำนวนสอบสวนในคดีดังต่างๆอีกมากมาย..00 

บทบาทใหม่..การวางตัว พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล นั่ง“ที่ปรึกษา ผบ.ตร.” เหมือนมี“นัยยะแอบแฝง”ทางการเมือง เนื่องจากใกล้จะมีการเลือกตั้งในช่วงกลางปี 2566 หรือ อาจจะพลิกผันถึงขั้น“ยุบสภา” ซึ่งจะทำให้มีการเลือกตั้งเร็วยิ่งขึ้น จึงเชื่อว่า“ผู้มีอำนาจ”เชื่อมั่นในความสามารถ เรื่องการจัดวางกำลังตำรวจ และดูแลความสงบเรียบร้อย..00

ไม่ธรรมดา..พล.ต.อ.อิทธิพล พิริยะภิญโญ “นรต.36” ผงาดนั่ง“ที่ปรึกษา ผบ.ตร.” อีกแล้วครับทั่น..ถ้าจำไม่ผิด เคยนั่งตำแหน่งนี้มาแล้ว ในยุค พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เพื่อนร่วมรุ่น “นรต.36” ครั้งเป็น“แม่ทัพสีกากี” โดยรับผิดชอบข้อมูลการข่าว งวดนี้ไม่พลาดตำแหน่งคุ้นเคย เรียกได้ว่า“ไม่ธรรมดา” สงสัยจริงๆมีของดีอะไร..00
 

ไม่จบง่ายๆ..เหตุปะทะคารมระหว่าง “จอมแฉ”ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง กับ “รองต่อ”สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล ท่าทางจะเป็น..“หนังม้วนยาว” เมื่อทั้ง 2 ฝ่าย งัดข้อมูลเด็ด“สาวไส้”ซึ่งกันและกัน ล่าสุด “จอมแฉ”โชว์ภาพเครื่องบินส่วนตัวของ“ตู้ห่าว” 5 เสือมาเฟีย“ทุนจีนสีเทา” โดยระบุใช้เครื่องบินลำนี้ หลบหนีออกนอกประเทศ..00

ว่อนเน็ต..ภาพเครื่องบิน“ตู้ห่าว” จอดซ่อมบำรุงอยู่ใน“โรงเก็บอากาศยาน” ท่าอากาศยานหัวหิน ถูกแชร์ต่อในโลกโซเชียล “กองทัพอากาศ” ตรวจสอบข้อมูลพบมีการขอนุญาตถูกต้อง จากศิษย์การบินพลเรือนชื่อ “โอ๋” สมาชิกรุ่นที่ 69 โดยมีนักบินชื่อ “โต้ง” เป็นผู้ขับ..00

โปรไฟล์หรู..ชื่อชั้นของ “โต้ง” คนขับเครื่องบิน“ตู้ห่าว” ไม่ธรรมดา..จบโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 22 หรือ “ตท.22” เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับ “ผู้นำ 3 เหล่าทัพ” พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผบ.ทอ. ,พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร.และ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.ซ้ำยังเคยเป็นนักบิน“กองทัพอากาศฝูงบิน 601” ก่อนจะออกจากราชการไปอยู่สายการบินพาณิชย์ งานนี้..แนะนำ “ห้ามกระพริบตา”..00

โชว์ผลงาน..พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.ควงแขน พ.ต.อ.สุรพงษ์ พุฒขาว ผกก.สน.ประเวศ และ พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.บก.น.4 แกะรอยจับกุม “แก๊งไรเดอร์หนุ่ม” จัดฉากปล้นทรัพย์ผู้โดยสาร ตรวจสอบพบประวัติอาชญากรรมโชกโชน “ปิดฉาก”ไปอีก 1 คดีเด็ด ไม่เสียแรง พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.ไว้วางใจ..00

คิ๊กออฟ..“ฟุตบอลโลก2022”เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ “แม่ทัพสีกากี” บัญชาการ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.ตั้ง“ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอล” มีระดับ ผบช.หรือ รอง ผบช.เป็น หัวหน้าศูนย์ฯ เพื่อควบคุมสั่งการให้เกิดผลปฏิบัติเป็นรูปธรรม พร้อมสั่งการให้ “ศูนย์ PCT” และ “บช.สอท.” ตรวจสอบและเฝ้าระวัง“การพนันออนไลน์” จากการแข่งขัน“ฟุตบอลโลก2022”..00 

บอกกล่าวเล่าสิบ..“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เปิดรับสมัครบุคคลภายนอกฯ บรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.)  พ.ศ.2565 จำนวน 5,200 อัตรา คุณสมบัติเพศชาย วุฒิการศึกษา ม.6/ปวช. หรือเทียบเท่า อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 27 ปีบริบูรณ์ ส่วนสูงไม่น้อยกว่า 160 เซนติเมตร และรอบอกไม่น้อยกว่า 77 เซนติเมตร และคุณสมบัติอื่นๆ ตามที่กำหนด ผู้สนใจสมัครทางเว็บไซต์ ระหว่างวันที่ 25 พ.ย.-19 ธ.ค.นี้..OO..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว

ทหารราบ รบจนตัวตาย นายกฯ ไม่มีนิยามยุบสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kom-daily/536727

21 พ.ย. 2565

ทหารราบ รบจนตัวตาย นายกฯ ไม่มีนิยามยุบสภา

พล.อ.ประยทธ์ ไม่ยุบสภา หลังประชุมเอเปค ยังไม่มีปัจจัย สุกงอมเพียงพอ ใครที่รอ ก็รอต่อไป ปีหน้าได้เลือกตั้งแน่

ทิศทางการเมืองไทยเริ่มตั้งแต่วันที่ 22พฤศจิกายน มีปมท้าทายความสัมพันธุ์ พรรคร่วมรัฐบาล เริ่มจากการประชุม  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เพื่อพิจารณายกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับปลดกัญชาเสรีเพื่อปิดสภาวะสุญญากาศกัญชาเสรีทันทีในระหว่างรอการพิจารณากฎหมายกัญชาในวาระ 2-3  



ท่าทีพรรคร่วมรัฐบาลต่อการพิจารณาร่างกฎหมายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย เปลี่ยนไปจากขั้นหลักการชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ  ทำให้หลายฝ่ายหมายมั่นว่ารัฐบาลจะล่มสลายก่อนวาระ อาจมีการยุบสภา หลังประชุมเอเปค

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค ไทยคู่ฟ้าภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค ไทยคู่ฟ้า

ย้อนดูประวัติการยุบสภา 13ครั้ง ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง  ของไทย  พบว่ามีการยุบสภาที่เกิดจากความขัดแย้งภายในรัฐบาล 4ครั้ง คือรัฐบาลหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช เมื่อปี 2519 รัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เมื่อปี 2523  รัฐบาล ชวน หลีกภัย ปี2538 และรัฐบาลบรรหาร ศิลปะอาชา ปี 2539 



เหตุผลในการยุบสภา  ไม่ได้มีบทบัญญัติไว้ชัดเจน แต่ให้เป็นไปตามประเพณีการปกครองตลอดจนสภาวการณ์ของประเทศในขณะนั้น เช่น เกิดความขัดแย้งรุนแรงในรัฐสภาหรือระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ใช้เป็นเครื่องมือในการชิงความได้เปรียบทางการเมือง ขณะที่รัฐบาลมีคะแนนนิยมสูง  หรือสภาวการณ์ต่าง ๆ สุกงอมพอสมควรที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนครบอายุสภาได้   ซึ่งไม่มีข้อไหน เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค อนุทิน ชาญวีรกูลภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค อนุทิน ชาญวีรกูล

พรรคร่วมรัฐบาล ยังมีผลประโยชน์ร่วม ต้องประสาน เพื่อให้ผ่านการใช้งบประมาณ ให้นานที่สุด เพราะหากมีการยุบสภา  รัฐบาลรักษาการ จะใช้งบประมาณได้อย่างจำกัด    คะแนนนิยมก็ยังไม่มากพอที่จะการันตี การเลือกตั้งครั้งหน้า  ขณะที่กฎหมายเลือกตั้ง ก็ยังต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปลายเดือนนี้

หลังศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชัด ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญได้อีกเพียงสองปีกว่า ก็ชัดเจนว่า พลเอก ประยุทธ์ เหลือเวทีในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แค่ในสมัยนี้เท่านั้น การเลือกตั้งครั้งหน้า ยังไม่แน่ว่าจะถูกเสนอชื่อกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่ เป็นเหตุผลประการหนึ่ง ที่ทำให้การตัดสินใจยุบสภา  ต้องไตร่ตรองมากกว่า ปกติ



อย่าลืมว่า พลเอก ประยุทธ์ เป็นทหารราบ นิยามของทหารราบคือ  ‘รบจนตัวตาย ‘  พลเอก ประยุทธ์ จึงจะยังคงอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป จนกว่าจะครบวาระ  เป็นพยากรณ์ของ ธนพร ศรียากูล นายกสมาคมรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

ศึกล้างตา “เจ๊เปี๊ยะ” ปะทะ “ธรรมเพชร” เกมสองรุมหนึ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536634

ขุนน้ำหมึก

19 พ.ย. 2565

ศึกล้างตา “เจ๊เปี๊ยะ” ปะทะ “ธรรมเพชร” เกมสองรุมหนึ่ง

สมรภูมิพัทลุงเดือด “เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ ปะทะบ้านใหญ่ “ธรรมเพชร” ที่เปิดเกมถอนแค้นภูมิใจไทย ส่งตัวแทนลงสมัคร 2 พรรค ทั้ง ปชป.-รวมไทยสร้างชาติ

สมรภูมิพัทลุงเดือด “เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ ปะทะบ้านใหญ่ “ธรรมเพชร” สมัยหน้า กลายเป็นศึกล้างตา 2 ตระกูลดัง 

“เจ๊เปี๊ยะ” ผู้สร้างตำนานล้มเสาไฟฟ้า เจอศึกใหญ่ ตระกูลธรรมเพชร ขอถอนแค้นภูมิใจไทย ส่งตัวแทนลงสมัคร 2 พรรค (ปชป.-รวมไทยสร้างชาติ)

เวทีเลือกตั้ง ส.ส.พัทลุง สมัยหน้า จะเป็นสนามที่มีการต่อสู้อย่างเข้มข้นของ 3 พรรคใหญ่คือ ภูมิใจไทยประชาธิปัตย์ และรวมไทยสร้างชาติ

แม่ทัพใหญ่ค่ายภูมิใจไทย นาที รัชกิจประการ ได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง ทั้ง 3 เขตไปแล้ว ประกอบด้วย  เขต 1 ภุชงค์ วรศรี อดีตผู้สมัครนายก อบจ.พัทลุง, เขต 2  วรุท เทอดวีระพงศ์ ลูกชาย ฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง และเขต 3 ประเทือง(ป.ไท) มนตรี พี่ชายเจ๊เปี๊ยะ

ส่วนค่ายใหม่ที่ได้เป็น วิสุทธิ์ ธรรมเพชร คนบ้านใหญ่พัทลุงเป็นแม่ทัพใหญ่ ก็มีการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พัทลุงอย่างเป็นทางการ

วันที่ 19 พ.ย.2565 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค เดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ต.เขาเจียก อ.เมือง จ.พัทลุง นี่คือหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของพรรค นอก เหนือจากชุมพร ,สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช 

เบื้องต้น วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง ในฐานะกรรมการบริหารพรรค รทสช. ได้เปิดตัวลูกชาย นิติศักดิ์ ธรรมเพชร เป็นผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง เขต 2

ส่วนเขต 3 ปรัชญา นวลเปียน ท้องถิ่นจังหวัดพัทลุง และเขต 1 ยังสรรหาตัวผู้สมัคร ส.ส.อยู่ รอเปิดตัวพร้อมกันอีกครั้ง 

  นิติศักดิ์ ธรรมเพชร ลูกชายวิสุทธิ์ ความหวังของรวมไทยสร้างชาติ พัทลุงนิติศักดิ์ ธรรมเพชร ลูกชายวิสุทธิ์ ความหวังของรวมไทยสร้างชาติ พัทลุง

‘บ้านใหญ่ธรรมเพชร’

“เจ๊เปี๊ยะ” เคยเป็นพันธมิตรกับวิสุทธิ์ ธรรมเพชร สู้ศึกเลือกตั้งนายก อบจ. แต่ภายหลัง ทั้งคู่กลายเป็นปรปักษ์ที่ห้ำหั่นกัน ทั้งเวทีการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น

ตระกูลธรรมเพชร นำโดย สุพัฒน์ ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง พรรค ปชป. รุ่นเดียวกับนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เครือข่ายฐานเสียงของสุพัฒน์คือ กลุ่มเครือญาติ, กลุ่มครู, กำนันผู้ใหญ่บ้าน และนักการเมืองท้องถิ่น

ปี 2550 สุพัฒน์ ส่งไม้ต่อให้ลูกสาว สุพัชรี ธรรมเพชร ลงสนาม ส.ส.แทนเขา และวางแผนดันน้องชาย วิสุทธิ์ ธรรมเพชร เป็นนายก อบจ.พัทลุง

ปี 2555 สุพัฒน์ ธรรมเพชร จับมือเจ๊เปี๊ยะ นาที รัชกิจประการ ส่ง วิสุทธิ์ ธรรมเพชร ชิงเก้าอี้นายก อบจ.พัทลุง โดยมีคู่แข่ง โอภาส รองเงิน อดีต ส.ส.พัทลุง ที่มี นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ และนริศ ขำนุรักษ์ สนับสนุน ปรากฏว่า วิสุทธิ์ ชนะโอภาส รองเงิน 

เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 เจ๊เปี๊ยะรับบทแม่ทัพภูมิใจไทย จึงทำให้ตระกูลรัชกิจประการ กับธรรมเพชร เป็นคู่ปรปักษ์ทางการเมือง โดยยกแรก เจ๊เปี๊ยะชนะพรรค ปชป. คว้า ส.ส.ป้ายแดง เข้าสภา 2 คน

ปลายปี 2563 เลือกตั้งนายก อบจ.พัทลุง เจ๊เปี๊ยะ ส่ง ภุชงค์ วรศรี ลงชนแชมป์เก่า วิสุทธิ์ ธรรมเพชร แต่วิสุทธิ์ชนะด้วยคะแนนทิ้งห่างกว่า 4 หมื่นคะแนน

‘พิสูจน์บารมีเจ๊เปี๊ยะ’

สมัยหน้า “เจ๊เปี๊ยะ” หวังทำล้างตาศึกนายก อบจ. แต่ก็เจอคนในตระกูลธรรมเพชร ที่ลงสนามในนาม 2 พรรคคือ เขต 1 สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง ยังสวมเสื้อพรรค ปชป. และเขต 2 นิติศักดิ์ ธรรมเพชร ลูกชายวิสุทธิ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ

เจ๊เปี๊ยะ นาที รัชกิจประการ เป็นชาวเมืองลุงโดยสายเลือด นามสกุลเดิมคือ มนตรี เกิดและโตที่บ้านปากพล ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง

หลังจบปริญญาตรี สาขาครุศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษโทนาฏศิลป์ ที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทาในปี 2527 จบแล้วไปทำงานโรงแรม เซลส์ขายรถ 

ปี 2531 เจ๊เปี๊ยะไปเรียนปริญญาโทบริหารธุรกิจที่ Somerset University อังกฤษ พร้อมกับเปิดร้านอาหารไทยชื่อว่า บูรพา ในเมืองคริสตัลพาเลซ เมนูยอดฮิตคือ ผัดไทยเจ๊เปี๊ยะ

จุดเปลี่ยนในชีวิตสาวพัทลุง ก็คือการแต่งงานกับโกเกี๊ยะ-พิพัฒน์ รัชกิจประการ ทายาทโกเล็ก แห่งบริษัท ภาคใต้เชื้อเพลิง จำกัด ผู้คุมกองเรือประมงในน่านน้ำอันดามัน 

บังเอิญโกเล็ก (พ่อของโกเกี๊ยะ) เป็นญาติกับวัฒนา อัศวเหม จึงทำให้โกเกี๊ยะเข้ามาเล่นการเมืองในนามพรรคราษฎร ก่อนจะไปทำงานการเมืองกับเนวิน ชิดชอบ สมัยพรรคพลังประชาชน พร้อมส่งเจ๊เปี๊ยะไปเป็นเลขานุการประธานรัฐสภา (ชัย ชิดชอบ)

เมื่อเนวิน แยกตัวออกจากทักษิณมาตั้งพรรคภูมิใจไทย โกเกี๊ยะ-เจ๊เปี๊ยะ จึงรับบทแม่ทัพภาคใต้ และสร้างผลงานโค่นเสาไฟฟ้า ปชป. จนดังกระหึ่มไปทั้งประเทศ

เจ๊เปี๊ยะมีเดิมพัน ต้องดันพี่ชายเป็น ส.ส.พัทลุง เขต 3 เช่นเดียวกัน วิสุทธิ์ ธรรมเพชร ก็ลุ้นลูกชายเป็น ส.ส.พัทลุง เขต 2 เพราะเป็นเดิมพันบ้านใหญ่

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก

ระแวงตู่ “เนวิน” มวลชนสายเขียว ขวางแผนดับกัญชาเสรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536611

ขุนน้ำหมึก

19 พ.ย. 2565

ระแวงตู่ “เนวิน” มวลชนสายเขียว ขวางแผนดับกัญชาเสรี

เดิมพันสูง “เนวิน” ผู้จุดพลุพรรคผ่อน Party Party มวลชนกัญชาเคลื่อนทัพขวางการนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด ระแวงลุงตู่ไฟเขียว ป.ป.ส.พลิกเกม เข้าทางทุนใหญ่

เดิมพันสูง “เนวิน” ผู้จุดพลุพรรคผ่อน Party Party ถักทอเครือข่ายสายเขียวทั่วไทย มวลชนกัญชา จึงเคลื่อนทัพขวางนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด

“เนวิน” ต้นคิดกัญชาเสรี ส่งต่อภูมิใจไทย ขายฝันได้เป็นรัฐบาล ปลดล็อกกัญชาสำเร็จ แต่สะดุดปมขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล ลามไปถึงมือกฎหมายข้างกายลุงตู่

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เนวิน ชิดชอบ ประธานบริษัทบุรีรัมย์ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด ได้จุดพลุเรื่องกัญชาเสรี ผ่านสื่อออนไลน์ โดยยึดรูปแบบแคลิฟอร์เนียโมเดล เป็นการเปิดเสรี ใครจะปลูกกัญชา ใครจะค้ากัญชา แปรรูปกัญชา ก็ไปยื่นขออนุญาตจากรัฐ

จากวันนั้นมาถึงวันนี้ เรื่องกัญชาเสรีก็มาไกลกว่าที่คิด ถึงขั้นปลดล็อกกัญชาพ้นยาเสพติด และมีร่างพระราชบัญญัติกัญชากัญชง กำลังรอพิจารณาวาระ 2 อยู่ในสภาฯ

ระหว่างการรอกฎหมายกัญชากัญชงฉบับแรก ก็มีปัญหาความขัดแย้งในสังคม และในพรรคร่วมรัฐบาล ถึงขั้นพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็นปรปักษ์ในสนามเลือกตั้ง

วันที่ 10 พ.ย.2565 นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา และนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน  ยื่นฟ้องอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีสาธารณสุข และ ป.ป.ส. ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลมีคําสั่งให้เพิกถอนประกาศกระทรวงสาธารณสุข 8 ก.พ.2565 ให้กัญชาจัดเป็นยาเสพติด

วันที่ 12 พ.ย.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ลงนามในประกาศ สธ. เรื่องสมุนไพรควบคุม(กัญชา) ฉบับใหม่ ควบคุมช่อดอกกัญชา ห้ามขายกัญชาให้นักเรียนนักศึกษา ห้ามขายออนไลน์ และห้ามโฆษณาทุกกรณี 
 

บังเอิญว่า ในที่ประชุม ครม.เมื่อ 15 พ.ย.นี้ รองนายกฯ อนุทิน ไปราชการต่างประเทศ มีรัฐมนตรีหลายคนซักถามเรื่องประกาศ สธ.เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ตามมาด้วย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้นำมอบหมายให้คณะกรรมการ ป.ป.ส.พิจารณาประกาศ สธ. พร้อมเสนอความเห็น

ประเด็นรองนายกฯ วิษณุ เทกแอ็กชั่นเรื่องประกาศ สธ.ฉบับใหม่ ถูกขยายกลายเป็นขบวนการล้มกัญชาเสรี และจะนำกัญชากลับเป็นยาเสพติดอีกครั้ง

ว่ากันว่า อุณหภูมิการเมืองในบ้านใหญ่บุรีรัมย์ทะลุองศาเดือด จึงมีการขับเคลื่อนมวลชนกัญชา ถึงขั้นเสนอให้พรรคภูมิใจไทย ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล

‘มวลชนกัญชา’

กลยุทธ์ของ “เนวิน” ที่เจาะเข้าไปหากลุ่มกัญชาเพื่อการแพทย์ และช่วยเหลือเรื่องการถูกจับกุมกรณีน้ำมันกัญชา ตั้งแต่ปี 2560 ถือว่าได้ใจสายเขียวไปเต็มๆ

พลันที่มีกระแสข่าวจะดึงกัญชาเข้าสู่โหมดยาเสพติด “เครือข่ายประชาชนเพื่อการมีกฎหมายควบคุมกัญชาในประเทศไทย” จึงมีนัดหมายรวมพลทวงคืนกัญชาจากยาเสพติด ที่หน้าสำนักงาน กพร. ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 22 พ.ย.2565

มวลชนกัญชายื่นข้อเสนอเดียวคือ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะต้องไม่นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ในทางตรงกันข้ามต้องเร่งผลักดันให้ พ.ร.บ.กัญชาบังคับใช้

พลพรรคสายเขียว มองว่า การเดินเกมของนักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ที่คัดค้านร่างกฎหมายกัญชา เพราะกลัวจะเสียเปรียบคู่แข่งขันอย่างพรรคภูมิใจไทย จึงต้องเดินเกมเตะตัดขา 

‘พรรคกัญชา’

ช่วงหาเสียงปี 2562 “เนวิน” ได้ตั้งพรรคผ่อน Party Party ที่มีโลโก้เป็นรูปวงกลมล้อมใบกัญชา 7 แฉก ขายแนวคิดกัญชาเสรี โดยยึดรูปแบบแคลิฟอร์เนีย

“คืออย่างนี้นะ พรรคผ่อน ทำเรื่องนี้มาก่อนพรรคภูมิใจไทย ถ้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันจะทำอย่างนี้ ผมก็ต้องเชียร์พรรคภูมิใจไทย” เนวินบอกกับนักข่าว 

  เนวิน และอนุทิน มีเดิมพันสูงกับกัญชาเสรี เนวิน และอนุทิน มีเดิมพันสูงกับกัญชาเสรี

ก่อนวันเลือกตั้ง 22 มี.ค.2562 เนวิน ชิดชอบ เปิดการแถลงข่าวการจัดกิจกรรมกัญชาพันธุ์บุรีรัมย์ เพื่อการแพทย์ ครั้งแรกในประเทศไทย 

หลังเลือกตั้ง สายเขียวคนกัญชาหลั่งไหลไปร่วมงานพันธุ์บุรีรัมย์ วันที่ 19-21 เม.ย.2562 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

“ผมต้องการเห็นกัญชานี้มันเสรี แล้วเป็นสมบัติของคนไทยทุกคน” เนวินลั่นคำในวันนั้น หากว่า พวกเราเลือกภูมิใจไทยเข้าสภาฯ ไปแล้ว ไม่เดินหน้านโยบายกัญชาเสรี ตัวเขาจะออกมาไล่เอง

มาถึงชั่วโมงนี้ รัฐบาลประยุทธ์ กำลังเล่นเกมตุกติก จะดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด มวลชนกัญชาจึงเคลื่อนทัพประชิดทำเนียบรัฐบาล

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ      โดย … ขุนน้ำหมึก

“หลวงปู่สงัด” สมเด็จบ้านนอก องค์ที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ไม่มีตำแหน่ง มส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/536563

เปรียญ12

19 พ.ย. 2565

"หลวงปู่สงัด" สมเด็จบ้านนอก องค์ที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ไม่มีตำแหน่ง มส.

มารู้จัก หลวงปู่สงัด เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง หลังได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ขึ้นเป็น “สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์” นับได้ว่าเป็น “สมเด็จในภูมิภาค” หรือบ้านนอก รูปแรกนับตั้งแต่รัชกาลที่ 5 และเป็นรูปที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เมื่อการปกครองคณะสงฆ์ไทย ตาม พรบ.สงฆ์ ร.ศ. 121 พ.ศ. 2484 และ 2505 ให้มีศูนย์กลางบริหารอยู่ในกรุงเทพมหานครนั้น ทำให้คณะสงฆ์ไทย ตาม พรบ.สงฆ์ หรือบ้านนอกที่มีศักยภาพ ถูกมองข้าม จึงไม่ได้เลื่อนสมณศักดิ์ให้สูงสมกับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งไม่ได้เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ทั้งๆ ที่ มส.มอบตำแหน่งใหญ่ให้เหมือนให้ทำแต่งาน แต่ไม่เพิ่มอิสริยยศ หรือที่นั่งใน มส.ให้เทียบกับเจ้าคณะใหญ่อื่นๆอีก 3 รูป บวกกับเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุตไม่ได้ ที่แต่ละท่านเป็นสมเด็จพระราชาคณะ

และ มส. อาทิ. สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นเจ้าคณะใหญ่ หนตะวันออก, สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เป็นเจ้าคณะใหญ่หนกลาง, พระพรหมโมลี รักษาการเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ, สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต  ล้วนมีที่นั่งใน มส.

พระเถระที่อาภัพนี้ได้แก่ พระพรหมจริยาจารย์(สงัด) เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง ที่ มส.ตั้งให้เป็น “เจ้าคณะใหญ่หนใต้” เมื่อ  พ.ศ.2550  มีตำแหน่งใหญ่ อิสริยยศเป็นแค่เจ้าคณะรอง และไม่มีที่นั่งใน มส.
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ โปรดให้สถาปนาสมเด็จพระราชาคณะ 2 รูป เจ้าคณะรอง 4 รูป และให้เลื่อน และตั้งพระราชาคณะชั้นธรรม 7 รูป ชั้นเทพ 8 รูป ชั้นราช 14 รูป ชั้นสามัญ 30 รูป

ซึ่งสมเด็จพระราชาคณะ 1  ใน 2 รูปนั้น โปรดให้สถาปนา พระพรหมจริยาจารย์ (สงัด) เจ้าอาวาส วัดกะพังสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ขึ้นเป็นสมเด็จ มีราชทินนาม จารึกในสุพรรณบัฏ ว่า “สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์”  จึงเป็น “สมเด็จในภูมิภาค” หรือบ้านนอก รูปแรก นับตั้งแต่รัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา

 "สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์"  เจ้าอาวาส วัดกะพังสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง“สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์” เจ้าอาวาส วัดกะพังสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง "สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์"  สมเด็จในภูมิภาครูปแรก นับตั้งแต่รัชกาลที่ 5 “สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์” สมเด็จในภูมิภาครูปแรก นับตั้งแต่รัชกาลที่ 5

สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ นามเดิม สงัด ปญฺญาวุโธ วุฒิป.ธ. 7 เชี่ยวชาญระบบบัญชีมาก   เกิดเมื่อ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2471 อายุ 94 ปี
ส่วนจะมีที่นั่งในมหาเถรสมาคม หรือไม่นั้น ตาม พ.ร.บ 2505 แก้ไขใหม่ ใหัเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย  อย่างไรก็ตาม ในอดีตสมัยรัชกาลที่ 5 เคยมีการสถาปนาพระราชาคณะชั้นธรรม และเจ้าอาวาสวัดในภูมิภาคขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ 1 รูป  

ราชทินนาม จารึกในสุพรรณบัฏ ว่า "สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์" ราชทินนาม จารึกในสุพรรณบัฏ ว่า “สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์”

 วัดกะพังสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดตรังวัดกะพังสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง


กล่าวคือ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 พระองค์โปรดให้สถาปนา พระธรรมราชานุวัตร (พุก) เจ้าอาวาส วัดศาลาปูน พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีราชทินนามว่า “สมเด็จพระพุฒาจารย์” นับว่าเป็น สมเด็จในภูมิภาคองค์แรก

หนังสือเรื่องตั้งพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ ในกรุงรัตนโกสินทร์ เล่าประวัติว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) เป็นคนนครไชยศรี เกิดในรัชกาลที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2337 มาอยู่กรุงเทพตั้งแต่เด็ก เมื่ออายุครบบวช ได้บวชพระที่วัดมหาธาตุ กรุงเทพ ในรัชกาลที่ 2 สอบได้เปรียญ 3 ประโยค ดำรงตำแหน่งเป็นฐานานุกรมของสมเด็จพระสังฆราช (ด่อน) วัดมหาธาตุ 
ต่อมาได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระญาณไตรโลก และเป็นเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ เมื่อสมเด็จพระสังฆราช (ด่อน) สิ้นพระชนม์

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) สมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก)

ในสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดให้เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ ที่ “พระธรรมราชานุวัตร” ตำแหน่งอธิบดีสงฆ์ 4 หัวเมือง และโปรดให้ไปครองวัดศาลาปูน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2394
“ถึงรัชกาลที่ 5  พ.ศ.2422 ทรงสถาปนาเป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์”                                                  ในพระบรมราชโองการที่สถาปนา สรรเสริญว่า พระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะใหญ่กรุงเก่า ประพฤติพรหมจรรย์ ตั้งแต่ปฐมวัย ถึงปัจฉิมวัย โดยอาการ สมจริยาเรียบร้อย ไม่มีอธิกรณ์ใด ให้ขุ่นเคืองในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และบริหารคณะสงฆ์เป็นที่ยำเกรงในแขวงกรุงเทพ ทวาราวดีศรีอยุธยาโบราณ สมควรเป็นพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ จึงโปรดสถาปนาเป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์

ท่านดำรงขันธ์ถึง พ.ศ. 2427 ได้ถึงแก่มรณภาพ สิริ อายุ 90 ปี และรัชกาลที่ 5 โปรดให้ออกเมรุ ณ วัดศาลาปูน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เรื่อง : เปรียญ12

กลัวหายยกซุ้ม “ประวิตร” บุกถิ่น “วราเทพ” สกัดรีเทิร์น พท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536551

ขุนน้ำหมึก

18 พ.ย. 2565

กลัวหายยกซุ้ม “ประวิตร” บุกถิ่น “วราเทพ” สกัดรีเทิร์น พท.

ลุยกำแพงเพชร “ประวิตร” ชิงมัดใจซุ้ม “วราเทพ” หวั่นไหลกลับเพื่อไทย เพราะเจ๊แดงเรียกระดมพลศิษย์เก่าวังบัวบาน ทีมธรรมนัส ไผ่ ลิกค์ จบดีล พท. เตรียมคืนรัง พปชร.

ลุยถิ่นชากังราว “ประวิตร” ชิงมัดใจซุ้ม “วราเทพ” ไม่ให้ไหลกลับเพื่อไทย ส่วน ไผ่ ลิกค์ ส่อเค้าจะคืนรัง พปชร.

“ประวิตร” รู้ดีซุ้มวราเทพ ลอยตัว รอการตัดสินใจนาทีสุดท้าย บ้านใหญ่วังบัวบาน ก็เรียกหา บ้านป่ารอยต่อก็อยากรั้งเอาไว้

วันจันทร์ที่ 21 พ.ย.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีคิวลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.กำแพงเพชร โดยพ่วง สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เจ้าเก่าตามไปด้วย

แน่นอน ลุงป้อมไปเหยียบกำแพงเพชร ก็ต้องไปพื้นที่ ส.ส.พลังประชารัฐ โดยจุดแรกคือ โรงเรียนปางศิลาทองศึกษา ต.โพธิ์ทอง อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร มอบนโยบายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ซึ่งเป็นพื้นที่ของ อนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร เขต 3

จุดที่สอง วัดวังไร่มณีราษฎร์ ต.ลานดอกไม้ อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร ติด ตามงานบริหารจัดการน้ำ อันเป็นพื้นที่ของ เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2

ทั้ง ส.ส.อำนวย และ ส.ส.เพชรภูมิ ล้วนอยู่ในซุ้มวราเทพ หรือกลุ่มกำแพงเพชรสามัคคี ที่อยู่คนละซุ้มกับไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1 พรรคเศรษฐกิจไทย

ซุ้มวราเทพ มี ส.ส.เขต 3 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ในระยะหลัง ส.ส.ซุ้มนี้มักจะเคลื่อนไหวทำกิจกรรมร่วมกับ ส.ส.นครสวรรค์ ซุ้มหิมาลัย ผิวพรรณ เนื่องจากมีเขตเลือกตั้งติดต่อกัน

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2565 ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้มีโอกาสเข้าพบบิ๊กป้อม เพื่อสอบถามเรื่องถ่ายทอดฟุตบอลโลก ซึ่งคอการเมืองมองว่า ไผ่เข้าบ้านป่ารอยต่อฯ ไม่ใช่เรื่องบอลโลก

คนในพรรค พปชร.ต่างก็รู้ว่า ไผ่ เป็นเด็กดีของลุงป้อม เพราะเขาเป็นมือขวา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ด้วยเหตุนี้ ลุงป้อมจึงไม่มีคิวลงพื้นที่ของ ส.ส.ไผ่  

‘บ้านใหญ่รัตนากร’

“ประวิตร” กับ วราเทพ รัตนากร มีระยะห่างกันพอสมควร เพราะตอนที่วราเทพยกทีมกำแพงเพชรเข้า พปชร.ปลายปี 2561 ก็เข้ามาทางสายสมศักดิ์ เทพสุทิน และสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 

เสี่ยต๋อง-วราเทพ รัตนากร เป็นลูกชายกำนันลิ้ม หรือสุวิทย์ รัตนากร อดีตกำนัน ต.ระหาน อ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร (แยกมาจาก อ.ขาณุวรลักษบุรี) มีพี่ชาย-สุนทร รัตนากร เป็นนายก อบจ.กำแพงเพชร 3 สมัย

กำนันลิ้ม เป็นผู้กว้างขวางในเขตรอยต่อ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร และ อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ มีธุรกิจค้าพืชไร่ และปั๊มน้ำมัน เมื่อวราเทพ เรียนจบปริญญาโทจากสหรัฐฯ ก็กลับเมืองไทย เพื่อลงสมัคร ส.ส.กำแพงเพชร ปี 2535

แรก ๆ วราเทพ เดินตามเรืองวิทย์ ลิกค์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร หลายสมัย เมื่อปีกกล้าขาแข็ง วราเทพก็ไปร่วมวง ส.ส.กลุ่ม 16 และเป็นมือทำงานให้เจ๊แดง เยาวภา สมัยพรรคไทยรักไทย

ระยะหลัง วราเทพ จับมือกับ สนั่น สบายเมือง อดีต ส.ส.กำแพงเพชร ที่มีฉายาว่า เจ้าพ่อคลองขลุง เพราะเป็นนายกสมาคมชาวไร่อ้อย เขต 6 และเป็น สจ.กำแพงเพชร เขต อ.คลองขลุง มายาวนานหลายสิบปี

ต่อมา สนั่น สบายเมือง วางมือทางการเมือง และส่งไม้ต่อให้ลูกเขย อนันต์ ผลอำนวย เป็น ส.ส.กำแพงเพชร ในปัจจุบัน

‘สองซุ้มชากังราว’

“ประวิตร” ก็รู้ว่า ส.ส.กำแพงเพชร มี 2 ซุ้ม คือ กำแพงเพชรสามัคคี(วราเทพ) กับกำแพงเพชรพัฒนา(เรืองวิทย์ ลิกค์) โดย ไผ่ ลิกค์ ลูกชายเรืองวิทย์ เลือกไปกับ ร.อ.ธรรมนัส ส่วนซุ้มวราเทพ อยู่ข้างซุ้มสามมิตร และซุ้มหิมาลัย 

ความบาดหมางระหว่าง 2 ซุ้ม มาจากการเลือกตั้งนายก อบจ.กำแพงเพชร โดยวราเทพ หนุนพี่ชาย สุนทร รัตนากร และเรืองวิทย์ ลิกค์ หนุนจุลพันธ์ ทับทิม อดีตนายก อบจ.กำแพงเพชร

ซุ้มวราเทพ มี ส.ส. 4 คน คือ เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.เขต 2, อนันต์ ผลอำนวย ส.ส.เขต 3 ,ปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.เขต 4 และสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ

วราเทพ ,อนันต์ ผลอำนวย และปริญญา ฤกษ์หร่าย วราเทพ ,อนันต์ ผลอำนวย และปริญญา ฤกษ์หร่าย

พักหลัง มีข่าวว่า ผู้ใหญ่บ้านจันทร์ส่องหล้า และเจ้าแม่วังบัวบาน เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อยากให้วราเทพ มาช่วยนำทัพเพื่อไทยเมืองชากังราว 

ว่ากันว่า ซุ้มวราเทพไปอยู่เพื่อไทย ก็หาเสียงง่าย งานเบา แต่หากยังอยู่ พปชร. คงต้องเหนื่อยหืดจับเหมือนสมัยที่แล้ว
    
    
    

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ      โดย … ขุนน้ำหมึก 

“อนุทิน” ตามกลิ่นกัญชาเมืองกาญจน์ สายเขียวค่ายลุงป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536532

ขุนน้ำหมึก

18 พ.ย. 2565

“อนุทิน” ตามกลิ่นกัญชาเมืองกาญจน์ สายเขียวค่ายลุงป้อม

การเมืองเรื่องกัญชา “อนุทิน” ซูฮกนิคมสายเขียวตะวันตก ซึ่งมี พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี พปชร.สนับสนุน จับตาสมัยหน้า ภท.เมืองกาญจน์เบ่งบานแน่

เมืองสายเขียว “อนุทิน” ยกนิ้วให้นิคมกัญชาตะวันตก พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ นำทีมส.ส.กาญจนบุรี พลังประชารัฐ สนับสนุน เบื้องลึกเบื้องหลังคืออะไร

“อนุทิน” เคยไปเจอวิสาหกิจสายเขียว 400 แห่งที่กาญจนบุรี รู้ตื่นตาตื่นใจ ซึ่งผู้บุกเบิกปลูกกัญชาคือ กลุ่ม พล.อ.สมชาย ค่ายลุงป้อม

ช่วงต้นเดือน มี.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข เดินทางไปเปิดประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์สัญจร จ.กาญจนบุรี จึงได้รู้จักเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนนิคมสมุนไพรสัมพันธ์ตะวันตก โดยอนุทินได้รับฟังข้อมูลแล้ว ถึงกับแสดงสีหน้าตกใจ และให้ความสนใจเครือข่ายวิสาหกิจแห่งนี้มาก 

จากวันนั้นถึงวันนี้ เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2565 พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้เป็นประธานพิธีเปิดงาน World Weed West เทศกาลดนตรีสายเขียว ที่วิสาหกิจชุมชนนิคมสมุนไพรสัมพันธ์ตะวันตก หมู่ 2 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี 

บังเอิญมี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 3 คน ไปร่วมงานดังกล่าว ข่าวกัญชาก็เลยกลายเป็นข่าวการเมือง อันประกอบด้วย อัฎฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 5 ,ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 , มณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท เขต 2 และนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ 
 

 พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี ผู้สนับสนุนนิคมกัญชาตะวันตก พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี ผู้สนับสนุนนิคมกัญชาตะวันตก

ถ้าจำกันได้ ในงานวันเกิดเนวิน ชิดชอบ ที่บุรีรัมย์ มณเฑียร-นันทนา ไม่ต่างจากผู้ประสานงานพา ส.ส.พปชร. 8-9 คน ไปอวยพรครูใหญ่ และสองพี่น้องย้ายไปภูมิใจไทยเป็นที่แน่นอนแล้ว

พลันที่มณเฑียร-นันทนา มาโผล่กลางดงกัญชาเมืองกาญจน์ ผู้คนในแวดวงการเมืองก็หูผึ่ง เพราะ ส.ส.ชายแดนตะวันตก กำลังฝุ่นตลบเรื่องย้ายพรรค

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว พรรคพลังประชารัฐ กวาดเก้าอี้ ส.ส.กาญจนบุรี 4 ที่นั่งคือ พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ,สมเกียรติ วอนเพียร ,ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ และอัฏฐพล โพธิพิพิธ 

ปลายปี 2564 พรรคพลังประชารัฐ ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี 2 คนคือ ปิยะ สาระศาลิน ส.อบจ.กาญจนบุรี ลงเขต 1 และพลอย ธนิกุล เลขานุการนายก อบจ.กาญจนบุรี ลงเขต 3

สภากาแฟริมแคว ก็ยังสงสัยว่า พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 พรรค พปชร. จะไปอยู่ไหน หรือขยับขึ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

‘สีน้ำเงินตะวันตก’

สมัยหน้า “อนุทิน” มั่นใจสนามเมืองกาญจน์ ภูมิใจไทยต้องมี ส.ส.มากกว่า 1 คน หลังจาก ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน คว้าชัยได้เป็น ส.ส.กาญจนบุรี เขต 3 (อ.ท่ามะกา และ อ.พนมทวน) 

เมื่อไม่นานมานี้ กำนันบอย-ปารเมศ โพธารากุล อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ได้ลาออกจากพรรค ปชป. ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยจะลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อหาเสียงช่วย ส.ส.ยศวัฒน์ 

ส่วน วรสุดา สุขารมณ์ ลูกสาว นพ.เดชา สุขารมณ์ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี 6 สมัย ได้เปิดตัวจะลงสมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หลังจากเมื่อปี 2554 เคยชิมลางมาหนหนึ่งแล้ว ในสีเสื้อพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ไม่ประสบความสำเร็จ

‘ลูกกำนันเซี้ยไปไหน’

ในวันที่ “อนุทิน” เดินทางมาเมืองกาญจน์ ช่วงเดือน มี.ค.2565 เพื่อร่วมงานมหกรรมกัญชา ก็ได้ถือโอกาสแนะนำตัว วรสุดา สุขารมณ์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 1 กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย แถมวันนั้น มี ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.มาร่วมงานด้วย

อนุทิน จึงได้แนะนำและแซวถึงชื่อ-นามสกุลของ ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ว่า “มีรัศมี มีฤกษ์ดี เป็นฤกษ์เศรษฐี  ต้องถือว่าเป็นมงคลนามเป็นอย่างยิ่ง วันนี้อยู่พรรค ปชป. วันหน้า…อย่าพูดไป ไม่รู้” 

ซ้อเจน-ศรีสมร ก็เป็นนักการเมืองคนดัง ที่ถูกจับจ้องว่า สมัยหน้าจะไปอยู่พรรคใด เพราะมีข่าวลือทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย 

สำหรับทายาทกำนันเซี้ย อย่าง ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 และ อัฎฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 5 ยังไม่แน่ชัดว่า จะอยู่พรรคพลังประชารัฐ ต่อไปหรือไม่

เนื่องจากธรรมวิชญ์-อัฎฐพล สังกัดกลุ่มเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น หากวันข้างหน้าเสี่ยเฮ้งย้ายตามลุงตู่ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ลูกกำนันเซี้ยจะตามไปด้วยหรือไม่ ก็ยังเป็นคำถาม

สรุปว่า ภูมิใจไทยเมืองกาญจน์เนื้อหอมเหมือนกลิ่นกัญชา นักเลือกตั้งสายพันธุ์ใจถึงพึ่งได้ ก็อยากย้ายไปร่วมงานกับครูใหญ่บุรีรัมย์
    
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

ลุยม็อบ “ลูกเกด ชลธิชา” ปูทางหาเสียง ฝันเป็น ส.ส.ปฏิวัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536475

ขุนน้ำหมึก

17 พ.ย. 2565

ลุยม็อบ “ลูกเกด ชลธิชา” ปูทางหาเสียง ฝันเป็น ส.ส.ปฏิวัติ

ราษฎรหยุดเอเปก “ลูกเกด ชลธิชา” ไม่รีรอหนุนมวลชน ก่อนจะลุยหาเสียง ตามรอยรังสิมันต์ โรม ตามล้างแค้นงูเห่าสีส้ม เขต 3 ปทุมธานี หวังจะเป็น ส.ส.แบบปฏิวัติ

ราษฎรหยุดเอเปค “ลูกเกด ชลธิชา” ไม่รีรอหนุนมวลชน พักหาเสียง ส.ส.ปทุมธานี ขณะที่ขั้วตรงข้าม ชี้เป้าผู้สมัคร ส.ส.ก้าวไกล หนุนม็อบป่วนประยุทธ์

“ลูกเกด ชลธิชา” เดินตามรอยสหายร่วมรบ รังสิมันต์ โรม ตามล้างแค้นงูเห่าสีส้ม หวังเข้าสภาฯ เป็น ส.ส.แบบปฏิวัติ  

วันที่ 17 พ.ย.2565 ลูกเกด หรือชลธิชา แจ้งเร็ว แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ปทุมธานี พรรคก้าวไกล ได้แชร์กราฟฟิกเชิญชวนผู้คนไปร่วมเดินขบวนแสดงพลังถึงผู้นำโลกว่า เอเปคต้องไม่ใช่เวทีฟอกตัวให้รัฐบาลเผด็จการ

ทันทีทันใด ขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้าม ได้ชี้เป้าผ่านสื่อโซเชียลว่า ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล หนุนม็อบป่วนเอเปค

ดังที่ทราบกัน ช่วงการประชุมเอเปค เครือข่ายนักศึกษา ประชาชน อาทิ กลุ่มวีโว่ , กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือ DRG , Supporter Thailand (SPT) , สหภาพคนทำงาน ฯลฯ ได้นัดหมายจัดกิจกรรม What happened in Thailand เพื่อเดินเท้าไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ลูกเกด ชลธิชา ตัวแทนกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย จึงร่วมคิดร่วมออกแบบการเคลื่อนไหวราษฎรหยุดเอเปก เหมือนหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา

หมวกอีกใบของลูกเกด ชลธิชา คือว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 พรรคก้าวไกล ซึ่งเธอคงคาดหวังอยากเป็น ส.ส.แบบปฏิวัติ ตามที่ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้ออกมาเรียกร้องว่า ประเทศไทยต้องมี ส.ส.แบบปฏิวัติ ให้มากกว่า ส.ส.แบบราชการ 

ทุกวันนี้ ในสภาฯ ส่วนใหญ่ มีแต่ ส.ส.แบบราชการ (Bureaucrat MP) คือ คนที่ได้เป็น ส.ส.แล้ว ก็อยากเป็นอีก ราวกับตำแหน่ง ส.ส. เป็นอาชีพหรือสมบัติของตระกูลตนเอง 

พรรคก้าวไกล ในยุคพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จึงคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ที่จุดยืนแจ่มชัด และตรงสเปค ส.ส.แบบปฏิวัติ 

‘ล้างแค้นงูเห่า’

ต้นปี 2565 “ลูกเกด ชลธิชา” เปิดตัวลงสมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 (อ.คลองหลวง) ซึ่งเธอเตรียมตัวจะลงสมัคร ส.ส.มาระยะหนึ่งแล้ว เพื่อจะเดินตายรอยเพื่อนร่วมอุดมการณ์อย่าง รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

 ลูกเกด ชลธิชา เดินเคาะประตูบ้าน ในเขต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ลูกเกด ชลธิชา เดินเคาะประตูบ้าน ในเขต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

หลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ อนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 พรรคอนาคตใหม่ ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย สร้างความเคียดแค้นให้แกนนำพรรคก้าวไกลเป็นอย่างมาก 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จึงส่งลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว ลงสนามเขต 3 ชนอนาวิล รัตนสถาพร เหมือนจะบอกว่า แค้นนี้ต้องชำระ

8 ปีที่แล้ว ลูกเกด-ชลธิชา แจ้งเร็ว ทำกิจกรรมในนามกลุ่มกราฟเสรีเพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และเป็นหนึ่งในผู้นำศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (ศนปท.) ออกมาคัดค้านเผด็จการ คสช.

ถัดมา ลูกเกดร่วมเคลื่อนไหวกับรังสิมันต์ โรม ในนามขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และพัฒนามาเป็นกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย 

ช่วงปี 2563 – 2564 กลุ่มเยาวชนปลดแอก ,กลุ่มราษฎร และกลุ่มอื่นๆ มีการชุมนุมบนท้องถนนต่อเนื่อง หลายคนอาจคุ้นตากับภาพลูกเกด ในฐานะทีมเจรจากับตำรวจ เพื่อเปิดพื้นที่การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยและการปฏิรูปสถาบันฯ
 

‘ปทุมธานีเปลี่ยน’

สมรภูมิเลือกตั้งปทุมธานี ไม่ง่ายสำหรับ “ลูกเกด ชลธิชา” แม้การเลือกตั้งปี 2562 จะมีสัญญาณการเปลี่ยนแปลง จากจำนวน ส.ส.เขต 6 คน พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส. 4 คน ,พรรคภูมิใจไทย 1 คน และพรรคอนาคตใหม่ 1 คน 

ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา พรรคการเมืองของทักษิณ ชินวัตร ยึดครองพื้นที่ปทุมธานีมาโดยตลอด 

เฉพาะปทุมธานี เขต 3 สมัยที่แล้ว อนาวิล รัตนสถาพร พรรคอนาคตใหม่ เฉือนชนะแชมป์เก่า สมศักดิ์ ใจแคล้ว พรรคเพื่อไทย แค่ 2 พันแต้ม แต่วันนี้ อนาวิล ย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย

ปีที่แล้ว สมศักดิ์ ใจแคล้ว เสียชีวิตกระทันหัน ด้านภรรยา อารีย์ ใจแคล้ว ส.อบจ.ปทุมธานี ประสงค์จะส่งลูกสาว พัชรี  ใจแคล้ว ลงชิงเก้าอี้ ส.ส.เขต 3 แทนบิดาแต่พรรคก็ยังไม่ตัดสินใจ นัยว่า มีผู้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.เขต 3 ในนามเพื่อไทย หลายคน

อย่างไรก็ตาม ลูกเกด ชลธิชา เจองานหนักแน่ ไม่เฉพาะอนาวิล ค่ายภูมิใจไทย ก็ยังมีพรรคเพื่อไทย ที่ได้กระแสอุ๊งอิ๊ง เป็นแต้มต่อคู่แข่ง
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

ไผ่แยกกอ “สาธิต” ปักหลัก ปชป. เสี่ยช้างเลือกพรรคบ้านใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536451

ขุนน้ำหมึก

17 พ.ย. 2565

ไผ่แยกกอ “สาธิต” ปักหลัก ปชป. เสี่ยช้างเลือกพรรคบ้านใหญ่

บ้านใหญ่ปิตุเตชะ “สาธิต” ไม่ทิ้ง ปชป. ส่วนพี่ชาย เสี่ยช้าง นายก อบจ.ระยอง อาจแยกทางไปจับมือทายาทกำนันเป๊าะ ปั้นพลังบูรพา หรือกลับไปพรรคชาติไทยพัฒนา

บ้านใหญ่ปิตุเตชะ “สาธิต” ปักหลัก ปชป. ไม่ไป ภท. แต่พี่ชาย เสี่ยช้าง นายก อบจ.ระยอง อาจแยกทางไปปั้นพรรคพลังบูรพา ร่วมกับทีมบ้านใหญ่ชลบุรี

สนามระยองสมัยหน้า 5 ที่นั่ง “สาธิต” เจอคู่แข่งมาแรง ทั้งเพื่อไทย และก้าวไกล แถมอาจต้องชนทีมเสี่ยช้าง ในสีเสื้อตัวใหม่

เป็นที่ชัดแล้ว สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงย้ำว่า ยังอยู่พรรค ปชป. ไม่คิดจะย้ายไปอยู่พรรคอื่น

ล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บอกกับนักข่าวว่า ไม่เคยคิดจีบสาธิต ปิตุเตชะ ให้ย้ายออกจาก ปชป.มาร่วมงานกับภูมิใจไทย 

อีกด้านหนึ่ง มีรายงานข่าวว่า สนธยา คุณปลื้ม แกนนำกลุ่มบ้านใหญ่แสนสุข จะยกระดับพรรคพลังชล ให้เป็นพรรคระดับภูมิภาค โดยเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคพลังบูรพา จึงมีการประสานกับ ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง ให้มาร่วมงานกัน

สาธิต ปิตุเตชะ ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ว่า ในอดีต ตนกับพี่ชาย (ปิยะ) ก็มีแนวทางการทำงานการเมืองต่างกัน หากพี่ชายจะเลือกไปอยู่พรรคใด ตัวเขาก็มิอาจก้าวล่วงในการตัดสินของพี่ชายได้

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ระยอง ปี 2562 พรรค ปชป. ได้ ส.ส. 3 คน และพรรค พปชร. ได้ 1 คนคือเขต 1 สาธิต ปิตุเตชะ (ปชป.), เขต 2 บัญญัติ เจตนจันทร์ (ปชป.), เขต 3 ธารา ปิตุเตชะ (ปชป.) และเขต 4 สมพงษ์ โสภณ (พปชร.)

สมัยหน้า จ.ระยอง จะมี ส.ส.เพิ่มจาก 4 คน เป็น 5 คน จึงทำให้หลายพรรคต่างจับจ้องที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส. มาเจาะฐานเสียง ปชป.
 

 นายกช้าง-ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง อาจแยกทางกับน้องชาย นายกช้าง-ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง อาจแยกทางกับน้องชาย

‘ซุ้มบ้านค่าย’

“สาธิต” เป็นลูกชายคนเล็กของกำนันสาคร ปิตุเตชะ ผู้กว้างขวางแห่ง ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

50 ปีที่แล้ว ในยุทธจักรไร่อ้อยภาคตะวันออก กำนันสาคร มีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้ประโยชน์ เนื่องจำนงค์ และประสงค์ เนื่องจำนงค์ ผู้ยิ่งใหญ่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

หมอตี๋-สาธิต ได้เล่าผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า กำนันสาครในวัยหนุ่ม รูปหล่อเนื้อหอม เป็นนักเลงไม่กลัวไคร เป็นผู้นำที่เด็ดขาด 

กำนันสาคร เสียชีวิตเมื่อปลายปี 2561 ทิ้งมรดกผู้นำกลุ่มบ้านค่ายให้ลูกชาย 4 คนคือ นายกช้าง-ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง, ส.จ.เปี๊ยก-เศรษฐา ปิตุเตชะ ประธานสภา อบจ. ระยอง (เสียชีวิตแล้ว) , เสี่ยทุ่น – ธารา ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง เขต 3  และหมอตี๋-สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข

ช่วงปี 2544 – 2548 จ.ระยอง ถือว่าเป็นฐานกำลังของทักษิณ เพราะได้ เสริมศักดิ์ การุญ อดีต ส.ส.ระยอง และยงยศ อรุณเวสสะเศรษฐ อดีต ส.ส.ระยอง (เสียชีวิตแล้ว) น้องชาย เจ้าแม่บ้านเพ-กิมห่อ ลี้เซ่งเฮง เป็นแม่ทัพ

นับแต่เกิดขบวนการคนเสื้อเหลือง ประกาศต่อต้านระบอบทักษิณ การเมืองระยองก็เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ เมื่อพรรค ปชป. และตระกูลปิตุเตชะ ก็ยึดครองเมืองระยอง มาตั้งแต่ปี 2550

‘พี่ใหญ่ระยอง’

พลิกแฟ้ม ส.ส.ระยอง “สาธิต” มีเส้นทางเดินต่างจากพี่ชาย เสี่ยช้าง-ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง โดยหมอตี๋ ปักหลักอยู่ ปชป. แต่เสี่ยช้าง ย้ายมาหลายพรรค

เสี่ยช้าง-ปิยะ เป็นพี่ใหญ่ของตระกูลปิตุเตชะ แห่ง อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ลงเล่นการเมืองท้องถิ่นปี 2528 ก่อนจะขยับเล่นการเมืองระดับชาติ เป็น ส.ส.ระยอง 3 สมัย(ชาติพัฒนา 2 สมัย และชาติไทย 1 สมัย)

ปี 2538 ปิยะได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ระยอง พรรคชาติพัฒนา เวลานั้น สาธิตได้เป็นรองประธานสภาจังหวัดระยอง 

ปี 2544 สาธิตลงสมัคร ส.ส.ระยอง เขต 1 สังกัดพรรค ปชป. ชนะ ยงยศ อรุณเวสสะเศรษฐ อดีต ส.ส.ระยอง พรรคไทยรักไทย ส่วนพี่ชาย-ปิยะ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ระยอง เขต 3 พรรคชาติไทย

ปี 2548 ปิยะหันไปเป็นนายก อบจ.ระยอง และหนุนน้องชาย ธารา ปิตุเตชะ สวมเสื้อพรรคไทยรักไทยลงสนามแทนตัวเอง และได้เป็น ส.ส.ระยอง เขต 3 

ส่วนสาธิต ยังสมัคร ส.ส.ระยอง เขต 1 พรรคเดิม แต่แพ้คู่ปรับเก่า-ยงยศ พรรคไทยรักไทย หลังรัฐประหาร 2549 สาธิตก็นำพรรค ปชป.ผงาด ชนะยกจังหวัดติดต่อกัน 2 สมัย

จากข้อมูลข้างต้น สะท้อนว่า ปิยะสาธิต สองพี่น้องตระกูลปิตุเตชะ มีความแตกต่างกัน คนหนึ่งมาแนวบ้านใหญ่ใจถึงพึ่งได้ อีกคนหนึ่งเลือกการเมืองสีขาว
    

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก