มีดปักหลัง “เฮ้ง สุชาติ” สายป้อมยึดแปดริ้ว เบียด ส.ส.ต้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536387

ขุนน้ำหมึก

16 พ.ย. 2565

มีดปักหลัง “เฮ้ง สุชาติ” สายป้อมยึดแปดริ้ว เบียด ส.ส.ต้อย

แปดริ้ววงแตก “เฮ้ง สุชาติ” เจอจอมเก๋าแยกวงขึ้นตรงลุงป้อม หลังได้กลิ่นมังกรน้ำเค็ม จะไปกับลุงตู่ จับตากลุ่ม ส.ส.ต้อย-ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อาจไปอยู่ค่าย รทสช.

มีอาการปวดหลัง “เฮ้ง สุชาติ” เจอจอมเก๋าแยกวงขึ้นตรงลุงป้อม คงต้องหอบหิ้วเพื่อนรัก ส.ส.ต้อย ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ไปอยู่พรรคใหม่ 

“เฮ้ง สุชาติ” แผ่บารมีจากเมืองชลยึดแปดริ้ว พอได้กลิ่นมังกรน้ำเค็มจะไปกับลุงตู่ สายลุงป้อม ก็เตรียมก่อการยึดคืนพื้นที่ ส.ส. 4 เขต  

วันที่ 16 พ.ย.2565 สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน พานักข่าวชมศูนย์บริการนวดแผนไทย ในงานประชุมเอเปก 2022 ระหว่างทดลองนวด คอ บ่า ไหล่ และตอกเส้น เสี่ยเฮ้งพูดหยอกล้อกับนักข่าว่า “ผมเป็นคนชอบนวด นวดบ่อย โดยเฉพาะนวดคอ บ่า ไหล่..แต่ที่หลังแข็ง ไม่ใช่ปวดอะไรมากนัก แต่เพราะโดนแทงบ่อยๆ มีมีดอยู่ข้างหลัง”

เสี่ยเฮ้งทิ้งไว้เป็นปริศนา จนกลายเป็นพาดหัวข่าวออนไลน์ ทำให้นักข่าวนึกถึงสถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีข่าวว่า เสี่ยเฮ้งกำลังจะถูกบีบให้ตามลุงตู่ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ

บังเอิญวันเดียวกัน มีกระแสข่าวจากฉะเชิงเทรา เกี่ยวกับพรรค พปชร.สายแปดริ้ว ส่อเค้าแยกวงเป็น 2 ก๊กคือ อิทธิ ศิริลัทยากร อดีต รมช.คมนาคม บิดาของ อรรถกร ศิริลัทยากร ส.ส.บัญชีรายซื่อ เลือกอยู่ข้างลุงป้อม ไม่เอากลุ่มเสี่ยเฮ้ง

ขณะที่ ต้อย แปดริ้ว หรือ ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 ยังเลือกข้างลุงตู่ และพร้อมเดินเคียงข้างไปกับเสี่ยเฮ้ง

ส่วน สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 ชัดเจนแล้วว่า ย้ายไปพรรคเพื่อไทย 100% โดยการประสานงานของมดดำ ลูกชายสุดที่รัก

 ส.ส.ต้อย แปดริ้ว หรือชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ต้อย แปดริ้ว หรือชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์

เดิมที พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มอบให้เสี่ยเฮ้ง ร่วมกับชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ดูแลพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา มีการจัดวางผู้สมัคร ส.ส.ครบทั้ง 4 เขต แยกเป็นสายเสี่ยเฮ้ง 3 คน(เขต 1 ,เขต 3 และเขต 4) และสายเสี่ยอิทธิ 1 คน (เขต 2) 

เสี่ยเฮ้ง ส่งเด็กในคาถา มติชน ชูทับทิม(อาร์ม แปดริ้ว) เจ้าของบริษัท ไก่เทพฟาร์ม จำกัด ลง ส.ส.เขต 1 และยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ นายก อบต.บางน้ำผึ้ง ลง ส.ส.เขต 4 

ว่ากันว่า ชัยวัฒน์ยอมขึ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ หลีกให้อรรถกร ศิริลัทยากร ลง ส.ส.เขต 2 และวางตัว ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ ประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา ลง ส.ส.เขต 3 แทนสุชาติ ตันเจริญ

‘แปดริ้วโฉมใหม่’

หาก “เฮ้ง สุชาติ” ต้องไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ กลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่ ของ นายกไก่ หรือ กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ก็ต้องตามไปด้วย

ตอนเลือกตั้งนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา เสี่ยเฮ้ง ,ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ,สุชาติ ตันเจริญ และอิทธิ ศิริลัทธยากร อดีต รมช.คมนาคม รวมใจเป็นหนึ่งเดียว หนุน กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ได้เป็นนายก อบจ.อีกสมัย

กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ เล่นการเมืองท้องถิ่นมานาน จึงผลักดันลูกชาย-ชัยวัฒน์ ลงสนาม ส.ส. และได้เป็นผู้แทนฯสมัยแรก สมใจนายกไก่ 

ภายในพรรค พปชร. เป็นที่รู้กันว่า ต้อย-ชัยวัฒน์ ลูกนายกไก่ อยู่ในกลุ่มมังกรน้ำเค็ม ฉะนั้น สองสหายเฮ้ง บ้านใหม่-ต้อย แปดริ้ว คงต้องไปอยู่ รทสช.ด้วยกัน

‘จอมเก๋าพนมสารคาม’

“เฮ้ง สุชาติ” ก็รู้ดีว่า การเมืองไม่มีแท้ และศัตรูถาวร หาก อิทธิ ศิริลัทธยากร อดีต ส.ส.จะเลือกอยู่บ้านป่ารอยต่อฯ

ถ้าสังเกตดี ๆ ในระยะหลัง อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลูกชายของ อิทธิ จะได้รับการโปรโมตจากลุงป้อมให้ทำงานสำคัญในพรรค พปชร.

เสี่ยอิทธิ เป็นนักการท้องถิ่นใน อ.พนมสารคาม และเป็น ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคชาติพัฒนา 4 สมัยติดต่อกัน ก่อนจะย้ายมาอยู่ค่ายทักษิณ ตั้งแต่ปี 2548

สมัยที่แล้ว สุชาติ ตันเจริญ ชวนอิทธิ ให้มาอยู่พรรค พปชร. โดยส่งลูกชายขึ้นบัญชีรายชื่อ และตัวเสี่ยอิทธิเองก็ช่วยหาเสียงให้สุชาติ และชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์

เลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าไม่มีตระกูลเป้าเปี่ยมทรัพย์ เสี่ยอิทธิ คงจะส่งลูกชาย อรรถกร ลง ส.ส.เขต 2 (อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.บางคล้า อ.คลองเขื่อน อ.ราชสาส์น) แข่งกับต้อย แปดริ้ว สายเสี่ยเฮ้ง

ด้วยความเคลื่อนไหวของกลุ่มไม่เอาเฮ้ง ในพื้นที่แปดริ้ว และชลบุรี จึงทำให้สุชาติ ชมกลิ่น จึงหลุดถ้อยวลีถูกแทงข้างหลัง ให้นักข่าวหูผึ่ง 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ      โดย … ขุนน้ำหมึก 

ส่องตัวตึง “เจี๊ยบ นครปฐม” กองหน้าทะลุเพดาน ชักธงรบขวาจัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536363

ขุนน้ำหมึก

16 พ.ย. 2565

ส่องตัวตึง “เจี๊ยบ นครปฐม” กองหน้าทะลุเพดาน ชักธงรบขวาจัด

ตัวตึงค่ายสีส้ม “เจี๊ยบ นครปฐม” ซ้ายสุดขั้ว ฟาดองคาพยพอนุรักษ์นิยม ไม่ไปต่อ ส.ส.สมัยหน้า รอวันฟ้าสีทอง ส่องปูมชีวิตลูกสาวกำนันคนดัง แห่งเมืองเจดีย์ใหญ่

ตัวตึงค่ายสีส้ม “เจี๊ยบ นครปฐม” ไม่ก้มหัวต่อเผด็จการ ฟาดทุกองคาพยพขั้วอนุรักษ์นิยม รอคอยวันฟ้าสีทองผ่องอำไพ 

ปูมชีวิต “เจี๊ยบ นครปฐม” ลูกสาวกำนันคนดัง ตระกูลโชคปมิตต์กุล แนบแน่นกับเสี่ยอ้อน-ไชยา สะสมทรัพย์ มายาวนาน ต่างฝ่ายต่างพึ่งพาอาศัยกัน 

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2565 เจี๊ยบ นครปฐม หรือ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เดินทางมามอบตัวตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในคดีหมิ่นประมาทนายกรัฐมนตรีด้วยการโฆษณา ที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง

หลังจบสิ้นกระบวนการ เจี๊ยบก็ให้สัมภาษณ์สื่อตามปกติ แต่ระหว่างนั้น เธอปฏิเสธไม่ให้นักข่าวทีวีช่องหนึ่งเข้ามาในวงสัมภาษณ์ ซึ่งกรณีดังกล่าวได้ก่อให้เกิดวิวาทะผ่านสื่อโซเชียลของ 2 ปีกความคิด เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา

จะว่าไปแล้ว ชื่อเจี๊ยบ นครปฐม หรือเจี๊ยบ ก้าวไกล ในโซเชียล ก็มีทั้งบวก ทั้งลบ ทั้งเชียร์ ทั้งแช่ง เพราะเธอเป็นคนแรง และมีจุดยืนชัดเจน

ถ้าเป็นยุคหลัง 14 ตุลา เจี๊ยบจัดอยู่ในกลุ่มซ้ายจัด และมีลักษณะวีรชนเอกชน แต่คนประเภทนี้ จะเป็นพวกที่ต่อสู้กับกลุ่มขวาจัด ชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน 

เจี๊ยบ นครปฐม เคยให้สัมภาษณ์สื่อว่า ไม่นึกไม่ฝันจะได้เป็น ส.ส. ตอนแรกก็แค่อยากสนับสนุนธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล เดินตามฝันปั้นพรรคอนาคตใหม่

กลางปี 2564 เจี๊ยบเคยตอบแฟนคลับในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า สมัยหน้าจะไม่ลงสมัคร ส.ส. แต่ก็ไม่ทิ้งพรรคก้าวไกลไปไหน

กระทั่งเดือน ส.ค.2565 อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล จึงยืนยันเรื่องการยุติบทบาท ส.ส. โดยจะทำงานให้พรรคก้าวไกล เพื่อทำให้การเมืองในระบอบรัฐสภาเดินคู่ขนานไปกับการเมืองภาคประชาชน
 

‘ลูกสาวกำนันคนดัง’

“เจี๊ยบ นครปฐม” เติบโตมาในครอบครัวกำนันคนดัง แห่งยุทธจักรเมืองเจดียใหญ่ รักและเคารพเสี่ยอ้อน-ไชยา สะสมทรัพย์ เสมือนญาติสนิทคนหนึ่ง


คนแถวนครปฐม จะรู้จักกำนันหัวโต หรือสัมพันธ์ โชคปมิตต์กุล อดีตกำนันตำบลนครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม เป็นอย่างดี กำนันหัวโต ประกอบธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน หรือปั๊มพีที สวนตะไคร้ 

40 ปีที่แล้ว กำนันสัมพันธ์ ทำธุรกิจวิ่งรถโดยสาร บขส. สายใต้ (กรุงเทพ-หาดใหญ่ และกรุงเทพ-ภูเก็ต) เช่นเดียวกับตระกูลสะสมทรัพย์ ที่ผูกขาดสัมปทานวิ่งรถโดยสาร สายกรุงเทพ-นครปฐม 

หลังอมรัตน์  โชคปมิตต์กุล จบบัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ไปช่วยครอบครัวทำธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน

สมัยรัฐบาลทักษิณ ตระกูลสะสมทรัพย์ เข้ามาสังกัดพรรคไทยรักไทย กำนันหัวโตก็มาช่วยเสี่ยอ้อน ไชยา สะสมทรัพย์ หาเสียงเลือกตั้ง เพราะชื่นชอบทักษิณ

กระทั่ง เกิดรัฐประหาร 2549 ตระกูลสะสมทรัพย์ ก็ยังเลือกข้างทักษิณ โดยส่งทายาท และนอมินีลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ยกเว้นสมัยที่แล้ว มีข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ ทำให้ตระกูลสะสมทรัพย์ ต้องไปอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา


‘แดงนครปฐม’

ช่วงแดงทั้งแผ่นดิน “เจี๊ยบ นครปฐม” เริ่มเข้ามาร่วมชุมนุมกับ นปช. และสนใจการเมืองท้องถนนมากขึ้น 

ช่วงปี 2554 – 2556 เจี๊ยบได้เข้าไปชุมนุมกับกลุ่มแดงอิสระ หรือแดงตาสว่าง นำโดยสุรชัย แซ่ด่าน ซึ่งแนวคิดแนวทางของแดงตาสว่างกลุ่มนี้ ไม่ต่างจากข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯของกลุ่มราษฎรในวันนี้

 สมัยที่เจี๊ยบ เป็นแฟนคลับกลุ่มแดงสยาม ของสุรชัย แซ่ด่าน ปี 2556สมัยที่เจี๊ยบ เป็นแฟนคลับกลุ่มแดงสยาม ของสุรชัย แซ่ด่าน ปี 2556

ต้นปี 2557 ขณะที่ กปปส.ปิดกรุงเทพฯ เจี๊ยบกับกำนันหัวโต ได้เคลื่อนไหวในนามกลุ่มสันติภาพ นครปฐม ต่อต้านการชุมนุมของ กปปส. เรียกร้องให้กองทัพถอนกองกำลังทหารออกจากพื้นที่สาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล  

เมื่อเกิดขบวนการต้าน คสช. เจี๊ยบและสามี ได้เข้าร่วมกิจกรรมของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ จึงสนิทสนมกับรังสิมันต์ โรม และเพื่อนๆ บรรดานักศึกษาหัวก้าวหน้า รุ่นเดียวกับโรม จึงเรียก แม่เจี๊ยบ กันทุกคน

นับจากวันที่ได้เป็น ส.ส. เจี๊ยบ นครปฐม ก็เป็นเสาหลักให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เคลื่อนไหวชูคำขวัญปฏิรูปสถาบันฯ บนท้องถนน 

ไม่แปลกที่ เจี๊ยบ นครปฐม จะประกาศยุติบทบาท ส.ส. เพื่อให้เวลากับการขับเคลื่อนงานการเมืองภาคประชาชนอย่างเต็มที่

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก   

ปมร้อน เจ้าอาวาสใหม่ “วัดสระเกศ” ถูกร้อง เข้าข่ายทำลายโบราณสถาน เข้าทางใคร?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/536310

เปรียญ12

16 พ.ย. 2565

ปมร้อน เจ้าอาวาสใหม่ "วัดสระเกศ" ถูกร้อง เข้าข่ายทำลายโบราณสถาน เข้าทางใคร?

การปรับปรุงภูมิทัศน์ วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร โดยพระธรรมโพธิมงคล (สมควร) เจ้าอาวาส องค์ใหม่ กลายเป็นเรื่องฮือฮา เมื่อมีการร้องเรียนถึงกรมศิลปากร ว่าอาจจะทำลายโบราณสถาน

แต่ผู้ใกล้ชิดว่า การรื้อการซ่อมสร้างใน “วัดสระเกศ”ของพระธรรมโพธิมงคล(สมควร) เจัาอาวาสใหม่  เข้าทางกลุ่มอำนาจเก่าให้มีช่องแสดงบทบาท 
กลุ่มอำนาจเก่า ตอนนี้ไม่อะไรเหลือ นอกจากความชอกช้ำ นับแต่อดีต พระพรหมสิทธิ และพระที่สนิทไว้วางใจล้วนแต่เป็นพระราชาคณะ ได้ถูกการเมืองโค่น หลุดหมดทุกตำแหน่ง รวมทั้งสถานะความเป็นพระภิกษุ และสมณฐานันดร  ถึงแม้ภายหลังศาลจะตัดสินว่าบรรดาสงฆ์ที่ถูกกล่าวโทษนั้นสืบแล้ว พบแต่ทำคุณให้พระศาสนาไม่พบความผิด แต่ไม่สามารถเอาคืนฐานะเดิมได้
ขณะผู้ที่กล่าวโทษ พระสงฆ์ทั้งหลาย ก็ไม่สำนึกว่าทำผิด
จะขอขมา ขออภัยก็ไม่มี

ไม่ใช่แต่เท่านั้น พระเทพรัตนมุนี รักษาการเจ้าอาวาส วัดสระเกศ ก็ถูกร้องขอให้สละตำแหน่ง ทั้งรักษาการเจ้าอาวาส และรักษาการเจ้าคณะภาค 12 แม้ว่าภายหลัง มส.จะมอบที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12 ให้เพื่อปลอบใจก็ตาม

แท้จริงตำแหน่งที่ปรึกษาของสงฆ์ “คือบาตรที่ไม่มีข้าวสุก” ไม่มีความหมาย ไม่เหมือนที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่มีทุกอย่างรวมทั้งเงินเดือน
อย่างไรก็ตาม การรื้อ การสร้าง ในวัดสระเกศ หลายท่านเป็นห่วงว่าจะซ้ำรอย วัดกัลยาณมิตร ที่อดีตอธิบดีกรมศิลป์ คนหนึ่งนำสือมวลชนไปดูการรื้อสิ่งปลูกสร้างใหม่ ที่สร้างบนที่ที่เป็นโบราณสถาน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมศิลป์
เรื่องนี้เป็นคดีความ ถึงโรงถึงศาลหลายคดี
ส่วนกรณีวัดสระเกศราชวรมหาวิหารนั้น เจ้าหน้าที่กรมศิลป์ไปดู ก็พบตามที่ร้องเรียน และกำลังดูว่ามีสิ่งใดเสียหายบ้าง 
เรืองนี้ถือว่า ขั้วอำนาจเก่ายังมีอิทธิพลอยู่ แม้จะถูกกดไว้ก็ตาม
เรื่องที่ผู้เขียนเป็นห่วง คือ ความสามัคคีของสงฆ์ ระหว่างขั้วอำนาจเก่า และขั้วอำนาจใหม่ (คณะของเจ้าอาวาสใหม่) และผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างวัด และบริษัทรับเหมาก่อสร้าง

เตื่องขุมอำนาจเก่านั้น พูดได้ว่าคณะสงฆ์ที่เคยอยู่และมีอำนาจทางปกครองมาก่อน เช่นอดีต รักษาการเจ้าอาวาส ก็หมดอำนาจ มิใยต้องกล่าวถึงเจ้าคุณอีกหลายรูปก็หมดอำนาจไปด้วย
เรื่องแบบนี้กลายเป็นความกดดัน และหนามยอกอก

หากเจ้าอาวาสใหม่ ไม่เฉลี่ยอำนาจ และสุขทุกข์ให้เท่าเทียม ปมปัญหานี้จะขยายตัวต่อไป เพราะที่เห็นตอนนี้ ก็แค่แหย่ๆ เท่านั้น
 

ผู้ใกล้ชิดเล่าว่า การที่พระผู้ใหญ่ ขอให้ “พระธรรมโพธิมงคล” มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ นั้น โดยมีเป้าหมาย คือสลายขั้วอำนาจเดิม แต่จะทำได้แค่ไหน ต้องคอยติดตาม เพราะแค่ขยับการสร้างใหม่แทนของเก่าก็เป็นปมปัญหาแล้วส่วน “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ก็น่ามอง เพราะบริษัทรับเหมา ก็ดี ไวยาวัจกร ก็ดี และเจ้าอาวาส ใกล้ชิดกันขนาดไหน เราบอกไม่ได้ เป็นหน้าทึ่เจ้าอาวาสใหม่ต้องเฉลย


เรื่องนี้เกิดในปัจจุบัน แต่เมื่อมองไกลไปถึงการเลือกตั้งทั่วไปปีหน้า แม้ มส.ห้ามไม่ให้พระยุ่งกับการเมือง แต่ถ้า “พรรคเพื่อไทย” ชนะแบบแลนด์สไลด์ และมีส่วนในการจัดตั้งรัฐบาลตามที่พยากรณ์กันไว้ การเมืองอาจมายุ่งกับพระก็ได้ แล้วอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อ “ขั้วอำนาจเก่า” มีความใกล้ชิดกับ “ผู้นำเสื้อแดง” อย่างเหนียวแน่น 
มหกรรม วัดสระเกศ น่าดูนะครับ

เรื่อง : เปรียญ12

3 เก้าอี้ ส.ส พัทลุง ร้อน หลายพรรคการเมือง รุมชิงพื้นที่ “เลือกตั้ง”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/536323

นายหัวไทร

16 พ.ย. 2565

3 เก้าอี้ ส.ส พัทลุง ร้อน หลายพรรคการเมือง รุมชิงพื้นที่ "เลือกตั้ง"

จังหวัดเล็ก แต่สนามแข่งขันเดือดแน่ หลังจากหลายพรรคการเมือง มุ่งชิงเก้าอี้ ส.ส. 3 เขตเลือกตั้ง จังหวัด “พัทลุง”

พรรคประชาธิปัตย์เตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุงทั้ง 3 เขต

-เขต 1 สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต จาก สายบ้านใหญ่ ส.ส.ประชาธิปัตย์

-เขต 2 ดร.ปิยะกาญจน์ สุพรรณชนะบุรี ลูกสาวคนเก่งของ สานันท์ สุพรรณชนะบุรี อดีต ส.ส.สองสมัย และอดีตนายกฯอบจ.สองสมัย

-เขต 3 นริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.5 สมัยของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคมีมติให้เป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย แทนนิพนธ์ บุญญามณี

ป้ายหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ จ. พัทลุง ป้ายหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ จ. พัทลุง

กล่าวสำหรับสนามเลือกตั้งพัทลุงแล้วจะเป็นการห่ำหั่นกันอย่างเข้มข้นจากหลายพรรคการเมือง เจ้าของพื้นที่เดิม ภูมิใจไทย 2 ที่นั่ง แต่กำลังโดนดำเนินคดีฐานเสียบบัตรแทนกัน จึงต้องหาคนใหม่มาลงแทน ซึ่งได้ตัวครบหมดแล้ว และจะสู้เต็มที่สูบทั้งสามเขตเลือกตั้ง

ตามด้วยพรรคประชาธิปัตย์ คราวที่แล้วเหลือให้นริศ ขำนุรักษ์ ไว้ที่นั่งเดียวในเขต 3 ประชาธิปัตย์ก็คาดหวังเต็มที่ว่าจะยึดที่นั่งกลับคืนมา โดยเฉพาะเลือดใหม่อย่าง ดร.ปิยะกาญจน์ ควรจะมีเวทีแจ้งเกิดทางการเมือง โดยมีพ่อเป็นลมใต้ปีก อย่างน้อย 4 อำเภอในเขต 2 ที่สานันท์ไม่เคยแพ้

พรรคสร้างอนาคตไทย ที่มีนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่อยู่ ก็หวังว่าจะปักธงให้สร้างอนาคตไทยได้ ไม่ว่าจะเป็นเขต 1 หรือเขต 2

พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็คึกคักมากขึ้นกับกระแสลุงตู่จะย้ายมาร่วมด้วย และตั้งเป้าปักธงให้รวมไทยสร้างชาติที่พัทลุงให้ได้ โดยมีบ้านใหญ่อย่าง“วิสุทธิ์ ธรรมเพชร” และกรรมการบริหารพรรคคุมพื้นที่อยู่

สนามเลือกตั้งในจังหวัดเล็กๆแค่ 3 ที่นั่ง แต่สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งกับการระเบิดศึกชิงเก้าอี้ ส.ส. ของอย่างน้อยก็ 4 พรรคหลัก ยังไม่นับรวมพรรคพลังประชารัฐ พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย และอีกหลายพรรคที่จะลงไปแบ่งคะแนนกัน

กล่าวสำหรับพรรคภูมิใจไทย คงจะสู้เต็มพิกัด เพราะเป็นบ้านของ ดร.นาที รัฐกิจประการ หัวเรือใหญ่ของภูมิใจไทย และมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ สามี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ด้วย และช่วงหลังจะเป็นรัฐมนตรีสายภูมิใจไทย ลงพื้นที่พัทลุง พร้อมโครงการต่างๆ ถี่ยิบเลย

ประชาธิปัตย์ก็คงจะไม่ยอมอะไรง่ายๆ ต้องรักษาเก้าอี้นริศไว้ให้ได้ ยิ่งถ้านริศได้เป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ก็จะยิ่งสร้างความคึกคักให้ประชาธิปัตย์มากขึ้น และจะช่วยสร้างกระแสต่อไปให้เขต 1 และเขต 2 ด้วย เวลานี้จึงรอเวลาว่า เมื่อไหร่ลุงตู่จะปรับ ครม.เท่านั้นเอง หลังประชุมเอเปก ลุงตู่จะปรับทัพรับมือเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าปรับ ครม.นริศก็จะได้นั่งเป็นรัฐมนตรี 4-5 เดือนก็ยังดี

ส่วนรวมไทยสร้างชาติ และสร้างอนาคตไทย เป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่มีคนเก่าเข้าไปขับเคลื่อนหวังแจ้งเกิด ปักหมุดให้กับพรรคเช่นกัน

มนต์คาถา “เนวิน” บ้านใหญ่ พท.เชียงราย ทิ้งทักษิณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536291

ขุนน้ำหมึก

15 พ.ย. 2565

มนต์คาถา “เนวิน” บ้านใหญ่ พท.เชียงราย ทิ้งทักษิณ

พลังดูดมาแรง “เนวิน” เบรกเชียงรายแลนด์สไลด์ ดับฝันทักษิณ ดึงตระกูลวันไชยธนวงศ์ เสริมทัพภูมิใจไทย สมัยหน้าไม่หวั่นกระแสอุ๊งอิ๊ง เพราะบ้านใหญ่คุม อบจ.

ลบรอยแผลเก่า “เนวิน” เบรกเชียงรายแลนด์สไลด์ ดับฝันทักษิณ ดึงตระกูลวันไชยธนวงศ์ เสริมทัพ 2 ส.ส.ฝากเลี้ยงในก้าวไกล 

บ้านใหญ่วันไชยธนวงค์ เคยร่วมรบกับ “เนวิน” ช่วงปี 2554 แต่พ่ายกระแสทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ สมัยหน้าไม่หวั่นอุ๊งอิ๊ง เพราะคุม อบจ.เชียงราย 

การเลือกตั้งปี 2554 เนวิน ชิดชอบ เคยนำทัพภูมิใจไทย แตะมือ 2 ตระกูลดังคือ จงสุทธนามณี และวันไชยธนวงศ์ ลุยสมรภูมิเชียงราย แต่พ่ายแพ้ยับเยิน

ตัดฉากมาปีนี้ พรรคภูมิใจไทย เตรียมเปิดตัว ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นตัวแทนตระกูลบ้านใหญ่ อ.เทิง และ อ.พญาเม็งราย ที่จะเข้ามาลุยศึกเลือกตั้งสมัยหน้า

วันที่ 14 พ.ย.2565 ส.ส.โอ หรือ รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย เขต 4 ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว คล้ายเป็นแถลงการณ์ส่วนตัวว่า “เพียงแค่รู้จัก แล้วจะรักรังสรรค์ทุกอย่างมีที่มาและที่ไป ทุกอย่างผมตั้งใจทำเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนครับ…#พูดแล้วทำ..”

แม้ ส.ส.โอ จะไม่ยอมบอกว่า จะย้ายไปอยู่พรรคใด แต่การที่ติดแฮชแท็ก #พูดแล้วทำ ก็บอกชัดว่า พรรคภูมิใจไทย

ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็เท่ากับว่า พรรคเสี่ยหนู มี ส.ส.เชียงราย ฝากเลี้ยงไว้ในก้าวไกล 2 คนคือ เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย เขต 1 และพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย เขต 6 รวมถึง รังสรรค์ ส.ส.ค่ายเพื่อไทย

 ส.ส.โอ รังสรรค์ เลือกทางเดินสายใหม่ #พูดแล้วทำ ส.ส.โอ รังสรรค์ เลือกทางเดินสายใหม่ #พูดแล้วทำ

ย้อนไปเมื่อวันที่ 7 ส.ค.2565 อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร นำแกนนำเพื่อไทย ไปจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS เชียงราย เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย 8 เขต จากทั้ง 9 เขต

เขต 1 ร.ต.อ.ธนรัช จงสุทธานามณี, เขต 2 วิกรม เตชะธีราวัฒน์ ,เขต 3 วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ,เขต 4 รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์, เขต 5 พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ,เขต 6 อิทธิเดช แก้วหลวง ,เขต 7 ละออง ติยะไพรัช และเขต 8 ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ทักษิณรู้สึกภูมิใจมากที่ได้ 4 ตระกูลการเมืองใหญ่คือ ติยะไพรัช, เตชะธีราวัฒน์, วันไชยธนวงศ์ และจงสุทธานามณี เข้ามาอยู่ใต้ร่มธงครอบครัวเพื่อไทย

แล้วครูใหญ่เนวิน ก็ดับฝันคนแดนไกล ด้วยการดึง ส.ส.บ้านใหญ่ “วันไชยธนวงศ์” เข้ามาร่วมงานกับภูมิใจไทย 

‘ส.ส.คนติดดิน’

“เนวิน” คงต้องการลบคำปรามาสของนายใหญ่ ที่ประเมินว่า ภูมิใจไทยเจาะภาคเหนือตอนบนไม่ได้ จึงลงแรงดึงตระกูลวันไชยธนวงศ์ มาสานฝันรอบใหม่

รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ มีศักดิ์เป็นหลานของ สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.ส.เชียงราย เป็น ส.ส.เชียงราย สมัยแรก ในสังกัดพรรคพลังประชาชน 

การเลือกตั้งปี 2554 ตระกูลวันไชยธนวงศ์ ต้องมาแข่งขันกันเองในเขต 4 (อ.เทิง อ.พญาเม็งราย อ.ป่าแดด) ระหว่างรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ พรรคเพื่อไทย กับ สุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ลูกชายสมบูรณ์ พรรคภูมิใจไทย ผลปรากฏว่า รังสรรค์ชนะขาด

สมัยที่แล้ว รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ได้เป็น ส.ส.เชียงราย สมัยที่ 3 โดยไม่มีคู่แข่งจากตระกูลเดียวกัน 

‘โค่นทักษิณ-เจ๊แดง’

ลำพัง ส.ส.รังสรรค์คนเดียว คงไม่ทำให้ “เนวิน” มั่นใจว่าจะหักด่านทักษิณได้ แต่การได้ทีมงานนายก อบจ.เชียงราย มาเป็นกองหนุน ก็การันตีว่า ตอกเสาเข็มได้แน่

สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.ส.เชียงราย 6 สมัย เป็น ส.ส.สมัยแรกในนามพรรครวมไทย ของพ่อเลี้ยงณรงค์ ก่อนจะย้ายไปอยู่พรรคความหวังใหม่ และพรรคไทยรักไทย ก่อนจะวางมือ ส่งไม้ต่อให้หลานชาย-รังสรรค์ 

ทายาทของสมบูรณ์ ประกอบด้วย สุธีระพงศ์ วันไชยธนวงศ์ ประธานสภา อบจ.เชียงราย , นิมิต วันไชยธนวงศ์ อดีตผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี, อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย และ อัครเดช วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.แม่ฮ่องสอน

นอกจากนี้ สมบูรณ์ มีศักดิ์เป็นอาของ อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.ส.แม่ฮ่องสอน และรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย 

ปลายปี 2562 สมบูรณ์ พร้อมลูกชายและลูกสาว ไปพบทักษิณที่ฮ่องกง และเปิดการเจรจาขอส่งลูกสาว ลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย ในนามเพื่อไทย แต่ทักษิณแบ่งรับแบ่งสู้

ภายหลัง พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนแผนส่ง วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ลูกสะใภ้สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย โดยการสนับสนุนของ ยงยุทธ ติยะไพรัช และเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ 

ฝ่าย สจ.นก-อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ที่เสนอตัวลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย ขอใช้สิทธิ์ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ขอใช้โลโก้พรรค ทางแกนนำพรรคก็ไม่ยอม ฝ่าย สจ.นก จึงฮึดสู้ด้วยแบรนด์บ้านใหญ่ “วันไชยธนวงศ์” 

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย วิสาระดี มีคะแนนเป็นรอง สจ.นก คนแดนไกลจึงเขียนจดหมายถึงชาวเชียงราย โดยวันปราศรัยใหญ่ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นไปอ่านจดหมายทักษิณฉบับนั้น ที่ขอให้คนเชียงรายเทคะแนนให้วิสาระดี

ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย สะเทือนถึงดูไบ เมื่อ สจ.นก- อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้ 239,622 คะแนน ชนะ วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ที่ได้ 211,956 คะแนน

การเลือกตั้ง ส.ส.เชียงราย สมัยหน้า ก็จะกลายเป็นสงครามความแค้นระหว่างทักษิณ กับเนวิน ภาค 2 โดยมีตระกูลวันไชยธนวงศ์ ยืนสู้กระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก  

ไม่ลับลวง “บิ๊กแจ๊ส” หักพี่ใหญ่ภักดีพี่แม้ว ไร้ดีลป่ารอยต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536256

ขุนน้ำหมึก

15 พ.ย. 2565

ไม่ลับลวง “บิ๊กแจ๊ส” หักพี่ใหญ่ภักดีพี่แม้ว ไร้ดีลป่ารอยต่อ

ไม่ลับลวงพราง “บิ๊กแจ๊ส” ตัดขาดพี่ใหญ่ เสวก ประเสริฐสุข กลุ่มคนรักปทุม รักมั่นพี่ทักษิณ ไม่มีดีลบ้านป่ารอยต่อฯ จับตาศึกชิง ส.ส.ปทุมธานี 4 พรรคใหญ่สู้กันเดือดแน่

ไม่ลับลวงพราง “บิ๊กแจ๊ส” ตัดขาดพี่ใหญ่ เสวก ประเสริฐสุข อดีตหัวหน้ากลุ่มคนรักปทุม ปักหลักสู้เพื่อทักษิณ ไม่มีดีลบ้านป่ารอยต่อฯ

หนึ่งปีผ่านไป “บิ๊กแจ๊ส” ผงาด จัดทัพใหม่ ไม่พึ่งขาใหญ่สามโคก กลุ่มคนรักปทุมวงแตก จับตาศึกชิง ส.ส.ปทุมธานี 4 พรรคใหญ่สู้กันเดือดแน่

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี แถลงชัดไม่ได้สนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี พรรคพลังประชารัฐ ทั้ง 7 คน

“ผมก็รู้จักและเคยทำงานด้วยกันมา ผมยืนยันชัดเจนว่าทั้ง 7 ท่านที่ไปลงพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เคยหารือผมก่อน วันนี้ผมขอให้สื่อมวลชนที่พยายามโยงว่าผมมีส่วนอยู่เบื้องหลังทั้ง 7 ท่านที่ไปลงพรรคพลังประชารัฐ”

ก่อนหน้านี้ บิ๊กแจ๊ส คำรณวิทย์ ได้ออกมาแสดงจุดยืนอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย และ บิ๊กแจ๊สจะร่วมกับคนเสื้อแดงลำลูกกา จัดงานอวยพรวันเกิดทักษิณในทุกปี
 

ถ้อยแถลงของนายก อบจ.ปทุมธานี สะท้อนสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างบิ๊กแจ๊ส กับพี่ใหญ่-เสวก ประเสริฐสุข ขาดสะบั้นโดยพลัน 

สามปีก่อน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จับมือเสวก ประเสริฐสุข อดีตนายก อบต.เชียงรากใหญ่ ก่อตั้งกลุ่มคนรักปทุม ลุยสนามเลือกตั้งท้องถิ่น แล้ววันหนึ่ง เสวก-หัวหน้ากลุ่มคนรักปทุม ก็โบกมือบิ๊กแจ๊ส ท่ามกลางคำถามตามมามากมาย

‘กระชับอำนาจ’

ดังที่รู้กัน “บิ๊กแจ๊ส” โค่นชาญ พวงเพ็ชร อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี สำเร็จอย่างงดงาม เพราะการดึงพันธมิตรจากหลายกลุ่มมาสนับสนุนตัวเอง ทั้งเสื้อแดงเพื่อไทย, เสื้อส้มก้าวไกล และกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น

นายกใหญ่ หรือ เสวก ประเสริฐสุข  อดีตนายก อบต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก  เป็นคนแรก ๆ     ที่ชักชวนบิ๊กแจ๊ส มาก่อตั้งกลุ่มคนรักปทุม เพื่อลุยศึกเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี และ ส.อบจ. 36 เขต

หลังเข้ารับตำแหน่งนายก อบจ.ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ แต่งตั้งเสวก เป็นรองนายก อบจ.คนที่ 1 ,เวนิต วัฒนธำรงค์ อดีตปลัด อบจ.ปทุมฯ รองนายก อบจ.คนที่ 2 และพัชร์อริญ หลีนวรัตน์ รองนายก อบจ.คนที่ 3

ต่อมา บิ๊กแจ๊ส ได้มีคำสั่งปลดเวนิต วัฒนธำรงค์ ออกจากตำแหน่ง และตั้ง สิระพงษ์ สิริโพธินันท์ เป็น รองนายก อบจ.ปทุมธานี แทน 

สิระพงษ์ สิริโพธินันท์ หรือ โต นวนคร เป็นผู้ก่อการกลุ่มอนาคตใหม่ปทุมธานี และปลุกปั้น อนาวิล รัตนสถาพร เป็น ส.ส.ปทุมธานี พรรคอนาคตใหม่ ก่อนที่อนาวิลแปรพักตร์ไปอยู่พรรคภูมิไทย

ช่วงบิ๊กแจ๊ส สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี โต นวนคร ได้ระดมพลคนสีส้มแถวคลองหลวงช่วยหาเสียงให้ทีมคนรักปทุมอย่างเต็มที่

ต้นปี 2564 โต นวนคร ลงสมัครชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง อ.คลองหลวง แต่พ่ายแพ้ บิ๊กแจ๊สจึงตั้งเป็นรองนายก อบจ.

นอกจากนี้ บิ๊กแจ๊ส ยังตั้งลูกสาว รุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ เป็นเลขานุการนายก อบจ.ปทุมธานี แทนปรีชา ชื่นชนกพิบูล อดีตทีมยุทธศาสตร์กลุ่มคนรักปทุม สายพี่ใหญ่-เสวก
 

‘บ้านใหญ่สามโคก’

เสวก ประเสริฐสุข เปิดบ้านโต้ “บิ๊กแจ๊ส” ไม่เคยอ้างชื่อนายก อบจ.ปทุมธานี ไปหาเสียง และย้ำว่าตนเอง ยึดคติว่า ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน 

วันที่ 14 พ.ย.2565 พี่ใหญ่หรือนายกใหญ่ เปิดบ้านประเสริฐสุข ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี พลังประชารัฐ ทั้ง 7 เขต ได้แก่ เสวก ประเสริฐสุข เขต 1,คิว อรุโณรส เขต 2 ,ยุทธวัฒน์ หาญเกียรติกล้า เขต 3,เกียรติศักดิ์ ส่องแสง เขต 4 ,ปรีชา ชื่นชนกพิบูล เขต 5,วิรัช พยุงวงษ์ เขต 6 และกฤษณา วงศ์คำ เขต 7

 เสวก ประเสริฐสุข หัวหน้าทีม พปชร.ปทุมธานี เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 7 เขตเสวก ประเสริฐสุข หัวหน้าทีม พปชร.ปทุมธานี เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 7 เขต

เสวก เปิดใจว่า การตัดสินใจเลือกสังกัดพรรค พปชร. ทีมงานเป็นผู้ตัดสินใจเอง ไม่เคยมีการอ้างถึงบุคคลใด ๆ  และไม่เคยเอาชื่อนายกฯแจ๊ส ไปหาเสียงหรือแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ 

“ผมรู้สึกน้อยใจในคำว่าพี่น้อง แต่เราจะไม่ตอบโต้ใด ๆ ทั้งสิ้น และขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลย วันนี้ ฟ้ามีตา ใครทำอะไรก็จะได้อย่างนั้น ทุกอย่างทำอะไร ย่อมรู้อยู่แก่ใจ” 

การเปิดตัวทีมพี่ใหญ่สามโคก ทำให้สนามเลือกตั้ง ส.ส.ปทุมธานี ดุเดือดแน่ เพราะจะเป็นการชิงชัยของ 4 พรรคใหญ่คือ เพื่อไทย ก้าวไกล ภูมิใจไทย และพลังประชารัฐ ที่มีเก้าอี้ ส.ส. 7 ที่นั่งเป็นเดิมพัน

คอลัมน์  … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก 

ไร้เงาเฮ้ง “สมศักดิ์” ดันสามมิตรเมืองชล จับมือลูกกำนันเป๊าะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536192

ขุนน้ำหมึก

14 พ.ย. 2565

ไร้เงาเฮ้ง "สมศักดิ์" ดันสามมิตรเมืองชล จับมือลูกกำนันเป๊าะ

จับตา “สมศักดิ์” กระชับพื้นที่ ดัน สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ซุ้มสามมิตรเมืองชล คุมทัพพลังประชารัฐ โซนบูรพา ผนึกบ้านใหญ่คุณปลื้ม จัดทัพ ส.ส.ชลบุรี แทนกลุ่มเสี่ยเฮ้ง

สายลมบูรพาเปลี่ยนทิศ “สมศักดิ์” เตรียมกระชับพื้นที่ สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ สายตรงสามมิตร พร้อมร่วมมือบ้านใหญ่คุณปลื้ม หาก พปชร.ไร้เงาเสี่ยเฮ้ง

“สมศักดิ์” นำไพร่พล 12 ชีวิต ปักหลักอยู่บ้านป่ารอยต่อฯ แถมยังสยายปีกดูแลภาคใต้ ดึง ส.ส.ใต้ มากกว่า 7 คน ไม่ให้ทิ้งลุงป้อม

มาถึงชั่วโมงนี้ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะแกนนำกลุ่มสามมิตร มีแนวโน้มจะพา ส.ส.ในเครือข่ายปักหลักอยู่พรรคพลังประชารัฐ ไม่ตามลุงตู่ไปพรรคใหม่ หรือรีเทิร์นเพื่อไทย

ขุมกำลังของสมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่ได้มีแค่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางหากแต่ยังมีอยู่ จ.ชลบุรี โดยการนำของ สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี 

ดังที่รู้กัน ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มบ้านใหญ่แสนสุข(สนธยา คุณปลื้ม) ,กลุ่มบ้านใหม่ชลบุรี(สุชาติ ชมกลิ่น) และกลุ่มสามมิตรเมืองชล(สรวุฒิ เนื่องจำนงค์) 

นับแต่ สุชาติ ชมกลิ่น ได้รับตำแหน่ง รมว.แรงงาน และรับบท ผอ.พรรคพลังประชารัฐ ก็ได้สถาปนากลุ่มบ้านใหม่ชลบุรี เบ่งบารมีทั่วเมืองชล รวมไปถึงพื้นที่ฉะเชิงเทรา,ระยอง และจันทบุรี  

ระยะหลัง เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ถูกมองว่าฝักใฝ่ก๊วน เสธ.ทำเนียบของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และตกเป็นข่าวว่า จะย้ายไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงห่างเหินจากบ้านป่ารอยต่อฯ

ตรงกันข้ามกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน และ ส.ส.ในกลุ่มสามมิตร กลับได้รับความไว้วางใจจากลุงป้อมมากขึ้น

ยกตัวอย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ได้เซ็นตั้ง 10 อรหันต์เป็นคณะกรรมการขับเคลื่อน 3 พันธกิจของพรรค และหนึ่งในนั้นคือ สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

ส.ส.นิ่ม สุรสิทธิ์ ก็อยู่ในกลุ่มสามมิตรเมืองชล ที่จับมือ ส.ส.ต้น สรวุฒิ ร่วมกันทำงานในพื้นที่มาโดยตลอด 

‘สามมิตรเมืองชล’

กลุ่มสามมิตรเมืองชล เดินแนวทางแบบ “สมศักดิ์” ไม่ขัดแย้งกับใคร ในช่วงที่กลุ่มเสี่ยเฮ้ง งัดข้อกลุ่มลูกกำนันเป๊าะ จนแยกทางกันเดิน

สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ทายาทคหบดีชื่อดังแห่ง อ.บ้านบึง ได้รับการชักชวนจากสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน ให้มาร่วมงานในกลุ่มสามมิตร ก่อนที่ ส.ส.ต้น จะลาออกจากพรรค ปชป. มาลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 4 ในนาม พปชร.

หลังเข้าสภาฯ สรวุฒิ จับมือผู้กองเบิร์ด- ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 2 เป็นพันธมิตรในนามยังเติร์กชลบุรี

ร.อ.จองชัย ลูกชายกำนันบั๊ก-กำพล วงศ์ทรายทอง นายกเทศมนตรีตำบลบางทราย อ.เมืองชลบุรี ลงสมัคร ส.ส.สมัยแรก ก็โกยแต้มเข้าป้าย 

ส.ส.ต้น และ ส.ส.เบิร์ด ยังได้ผู้อาวุโส ส.ส.นิ่ม-สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นที่ปรึกษา จนกลายมาเป็นกลุ่มสามมิตรเมืองชล

กลุ่ม ส.ส.ต้น มีความใกล้ชิดกับสนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา ,วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี และอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม 
 

 กลุ่มสามมิตรเมืองชล ส.ส.เบิร์ด ,ส.ส.ต้น และ ส.ส.นิ่ม กลุ่มสามมิตรเมืองชล ส.ส.เบิร์ด ,ส.ส.ต้น และ ส.ส.นิ่ม

‘พลังบ้านใหญ่’

ถ้าวันข้างหน้า เสี่ยเฮ้งนำกลุ่มมังกรน้ำเค็มออกจาก พปชร. ตามลุงตู่ไปอยู่พรรคใหม่ “สมศักดิ์” คงดัน ส.ส.ต้น – สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เข้ามาเป็นแม่ทัพบูรพาแทน

สำหรับบ้านใหญ่เมืองชลบุรี ยังสงบนิ่ง หลังมีข่าวลือว่า จะย้ายไปอยู่พรรคโน้นพรรคนี้ รวมถึงข่าวลือว่า จะตั้งพรรคพลังบูรพา ขึ้นมารองรับการเลือกตั้งสมัยหน้า

ที่น่าสนใจ ในวาระครบรอบ 11 ปี พรรคพลังชล เมื่อ 4 พ.ค.2565 ปรากฏว่า สนธยา คุณปลื้ม ,วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี พร้อม ส.อบจ.ชลบุรี กลุ่มเรารักชลบุรี มาร่วมงานกันพร้อมหน้า โดยทุกวันนี้ พรรคพลังชล มี เชาวน์ มณีวงษ์ หัวหน้าพรรค 

กรณีซุ้มบ้านใหญ่ชลบุรี ของทายาทกำนันเป๊าะ จะขยับออกจาก พปชร.ไปอยู่พรรคอื่น ก็เพราะขัดแย้งกับเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน 

พักหลัง สังเกตเห็น ส.ส.ต้น และ ส.ส.นิ่ม กลุ่มสามมิตรเมืองชล กับ สนธยา-วิทยา คุณปลื้ม ร่วมงานบุญประเพณีใน จ.ชลบุรี บ่อยครั้งขึ้น

เมื่อมีกระแสข่าวเสี่ยเฮ้ง จะโบกมือลาลุงป้อม ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ทำให้คนในพื้นที่มองว่า บ้านใหญ่แสนสุข อาจจะอยู่กับพรรค พปชร.ต่อไป

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ      โดย … ขุนน้ำหมึก

เข้าค่ายบุรีรัมย์ “ปารีณา” ปั้นพี่ชาย กู้ศักดิ์ศรีไกรคุปต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536155

ขุนน้ำหมึก

14 พ.ย. 2565

เข้าค่ายบุรีรัมย์ “ปารีณา” ปั้นพี่ชาย กู้ศักดิ์ศรีไกรคุปต์

กลับมาแล้ว “ปารีณา” พาพี่ชาย สีหเดช ไกรคุปต์ เดินสายหาเสียง โบกมือลาบ้านลุงป้อม ซบบ้านลุงเนวิน ตั้งเป้าทวงแชมป์คืน ดันตัวแทนตระกูลไกรคุปต์ เข้าสภาฯให้ได้

กลับมาแล้ว “ปารีณา” พาพี่ชาย สีหเดช ไกรคุปต์ หาเสียงตามสไตล์คนติดดิน เตรียมขึ้นป้ายพรรคใหม่ ส่งสัญญาณลาบ้านลุงป้อม ซบบ้านลุงเนวิน

ศึกศักดิ์ศรี “ปารีณา” หมายมั่นปั้นมือจะดันตัวแทนตระกูลไกรคุปต์ เข้าสภาฯให้ได้ หลังอกหักตอนเลือกตั้งซ่อม ลุงป้อมไม่ส่งพี่ชายลงสนาม   

ไม่ได้หายไปไหน ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี มีภารกิจพาพี่ชาย สีหเดช ไกรคุปต์ ไปงานแต่งงาน งานศพ งานขึ้นบ้านใหม่ งานกฐิน ฯลฯ ในพื้นที่ อ.โพธาราม และ อ.จอมบึง

วันก่อน ปารีณา ไกรคุปต์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “..ภารกิจปารีณาและพี่ชาย 5 งานค่ะ #สีหเดช ไกรคุปต์ #พี่ชายปารีณา ร่วมงานแต่งอาร์มรูปหล่อ หรือ อบต.โก๊ะ สมาชิกอบต.บ้านสันดอน อดีตวิศวกรฟาร์มไก่ซ่อมไฟให้ปารีณามาเกือบ 10 ปี”

บังเอิญในงานแต่งงานวันนั้น ปารีณา ได้พบสรอรรถ กลิ่นประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ปารีณาไปงานแข่งเรือในพื้นที่ของ นภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา(พิพัฒน์ รัชกิจประการ) 

ทั้งสรอรรถ และเสี่ยนภินทร เป็นแม่ทัพใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน ในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งสมัยหน้า สนามราชบุรี ต้องตอกเสาเข็มให้ได้มากกว่า 2 ที่นั่ง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย.2565 มีข่าวแจกจากพรรคภูมิใจไทย ระบุชื่อ ส.ส.พลังประชารัฐ สายเมืองหลวง 3 – 4 คน จะย้ายมาค่ายสีน้ำเงิน ก็พ่วงด้วยชื่อ สีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชายปารีณา จะลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี ในเสื้อสีน้ำเงิน

แถวเมืองโพธารามรับรู้กันมาระยะหนึ่งแล้วว่า เอ๋ ปารีณา คงจะลาลุงป้อมลุงตู่ไปอยู่ค่ายใหม่ของลุงเนวิน เพราะอนาคตของตระกูลไกรคุปต์ 

 สีหเดช ไกรคุปต์ ออกงานร่วมน้องสาว-ปารีณา เจอสรอรรถ กลิ่นประทุมสีหเดช ไกรคุปต์ ออกงานร่วมน้องสาว-ปารีณา เจอสรอรรถ กลิ่นประทุม

ย้อนไปเมื่อต้นเดือน เม.ย.2565 หลังศาลฎีกาพิพากษาให้ปารีณา ไกรคุปต์ พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 10 ปี ก็มีข่าวว่า ตระกูลไกรคุปต์ จะส่งพี่ชายของปารีณา คือ สีหเดช ไกรคุปต์ นายก อบต.บางโตนด ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3


นาทีสุดท้าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ตัดสินใจไม่ส่งคนของพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี จึงทำให้ สจ.เส็ง-ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ พรรคประชาธิปัตย์ ลอยลำเข้าป้ายสบายๆ

‘เดิมพันสุดท้าย”

ศึกเลือกตั้งสมัยหน้า “ปารีณา” มีเดิมพันสูง เพราะต้องเจอคู่แค้นเก่า สจ.เส็ง ชัยทิพย์ หากพี่ชายพบความปราชัย เท่ากับปิดฉากตระกูลไกรคุปต์ในสนามการเมืองราชบุรี

การที่ตระกูลไกรคุปต์ เลือกพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายอะไร เพราะเอ๋ ปารีณา สนิทสนมกับเสี่ยนภินทร ศรีสรรพางค์ เจ้าของตลาดสดศรีเมือง ราชบุรี มานานแล้ว

เลือกตั้งปี 2562 เสี่ยนภินทร ย้ายจากเพื่อไทยมาสังกัดภูมิใจไทย โดยร่วมมือกับสรอรรถ จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี แต่เข้าป้ายได้แค่คนเดียวคือ บุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี เขต 5 เสี่ยนภินทรเลยชวดเป็นรัฐมนตรี ต้องไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีท่องเที่ยวฯแทน

สมัยหน้า ถ้าตระกูลไกรคุปต์ ย้ายมาอยู่ค่ายภูมิใจไทย โอกาสที่จะเพิ่ม ส.ส.ราชบุรี จากเดิม 1 ที่นั่ง เป็น 2 ที่นั่ง ก็มีความเป็นไปได้สูง

ทวี ไกรคุปต์ ปั้นลูกสาว-ปารีณา เป็น ส.ส.ราชบุรี เขต 3 (อ.จอมบึง และ อ.โพธาราม) มา 4 สมัยติดต่อกัน โดยใส่เสื้อพรรคไทยรักไทย ,พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังประชารัฐ

เลือกตั้งปี 2562 ปารีณา ขี่กระแสลุงตู่ ได้ 46,409 คะแนน ส่วนคู่ปรับ สจ.เล็ง-ชัยทิพย์ พรรค ปชป.ได้ 29,423 คะแนน

‘สลายสามมิตร’

สมัยที่ “ปารีณา” ยังอยู่กับลุงป้อม ก็แยกตัวเป็นเอกเทศ เพราะ ส.ส.ราชบุรี ค่าย พปชร. 3 คน มี 2 คนสังกัดกลุ่มสามมิตร ได้แก่บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.เขต 2 และกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.เขต 1 

ดังที่รู้กัน ปารีณาไม่ลงรอยกับบุญยิ่ง นิติกาญจนา ภรรยากำนันตุ้ย-วิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี ถึงขั้นเปิดศึกวิวาทะผ่านเฟซบุ๊กมาแล้ว

มีรายงานข่าวว่า สรอรรถ กลิ่นประทุม พยายามดึง กุลวลี นพอมรบดี ลูกสาว มานิต นพอมรบดี อดีต ส.ส.ราชบุรี ให้ย้ายมาภูมิใจไทย 


หากค่ายเนวิน ได้ทั้งตระกูลนพอมรบดี และตระกูลไกรคุปต์ โอกาสที่จะได้ ส.ส.ราชบุรี สมัยหน้า 3 ที่นั่งก็มีสูง 
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก  

70 ปี พรรคประชาธิปัตย์ ยังล้มลุก คลุกคลาน ทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kom-daily/536114

14 พ.ย. 2565

70 ปี พรรคประชาธิปัตย์ ยังล้มลุก คลุกคลาน ทางการเมือง

ส.ส. ย้ายพรรคยังเป็นปัญหาหลักของประชาธิปัตย์ นับจากปี2495 กำลังเผชิญวิกฤติศรัทธา หรือถึงเวลาต้องถ่ายเลือด

5มิถุนายน 2562   ก่อนการประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี เพียง 1ชั่วโมง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เขาทำหน้าที่ต่อเนื่องมา 27 ปี หลังจากพรรคต้นสังกัดมีมติสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

อภิสิทธิ์อ้างสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชนทำให้ไม่สามารถ เดินเช้าไปยกมือสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมติพรรคได้ นี่นับได้ว่าเป็นปฐมบท เป็นเลือดหยดใหญ่ที่ไหลออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถูกมองว่า ตระบัดสัตย์ทางการเมือง หลังการเลือกตั้ง

นับจากนั้นเป็นต้นมา พรรคประชาธิปัตย์ ก็มีข่าวว่ากำลังอยู่ในภาวะ ปลายปี เดียวกัน วันที่ 9 ธันวาคม  พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองหัวหน้าพรรค ก็ลาออกไปรับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 สภาผู้แทนราษฎร 

จนกระทั่งมาถึงคิวของ กรณ์ จาติกวนิช ที่หันหลังให้พรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ในวันที่ 15 มกราคม 2563

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค กรณ์ จาติกวณิชภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค กรณ์ จาติกวณิช

กรณ์ เป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรคหลัง อภิสิทธิ์ ลาออก
แต่เมื่อ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.ภาคใต้ ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถาวร เสนเนียม, นิพนธ์ บุญญามณี และเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ถูกมองว่าสนิทกับจุรินทร์ ได้เป็นรัฐมนตรี
ประกอบกับการเลือกตั้งที่พรรคประชาธิปัตย์สูญพันธุ์  ไปจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฐานเสียงของเขา กรณ์ จึงก้าวออกมาพร้อมกับอรรถวิชญ์ สุวรรณภักดี 

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค ไตรรงค์ สุวรรณคีรี

ผู้ทรงอิทธิพล และถือเป็นคนการเมืองเก่าแก่ของพรรค ประชาธิปัตย์  ที่เรียกเสียงฮือฮา จากการประกาศลาออก
หลังอยู่ร่วมชายคามานานถึง 36 ปี อย่าง ไตรรงค์ สุวรรณคีรีซึ่งหมายเหตุการลาออกไว้อย่างน่าสนใจว่า”ยังคงเป็นมิตรที่ดีของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เฉพาะที่เป็นคนดีอยู่เหมือนเดิม”

นอกจากรุ่นใหญ่ยังมีรุ่นกลางเก่ากลางใหม่  ย้ายออกไปจำนวน
ไม่น้อย ล่าสุดคือตระกูลเสนพงศ์ โบกมือลาพรรคประชาธิปัตย์ หลังไม่มีรายชื่อเป็นผู้สมัครฯจังหวัดนครศรีธรรมราช  นอกจาก ส.ส.แนน ที่แต่งตัวรอไปพรรคภูมิใจไทย ยังมีอัลวาร์ สาและ จองถนนสู่พรรคพลังประชารัฐไว้ เรียบร้อยแล้ว  และยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่า จะมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เดินออกจากชายคา แม่พระธรณีบีบมวยผม เพิ่มขึ้นหรือไม่



ก่อนหน้านี้ เมธี  ลาบานูน คือคนรุ่นใหม่ ที่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกในฐานะคนรุ่นใหม่ที่มี่ชื่อเสียง เปิดตัวอย่างฮือฮา ก่อนเงียบหาย  ปลุกกระแสเลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับได้ในห้วงระยะเวลาไม่นานนัก แต่หลังจากนั้น  เลือดประชาธิปัตย์ก็ไหลไม่หยุด   จนแกนนำพรรค ต้องฉายหนังเก่า ใครที่ไปจากเรา จบไม่สวยสักราย  แต่นั่น ก็ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของ ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู   รังสิมา รอดรัศมี   สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล  หรือแม้แต่ บุตรสาว ของชุมพล กาญจนะ ขาใหญ่แห่งสุราษฎร์ธานี 



นับจากการก่อตั้งพรรคเมื่อปี 2495 พรรคประชาธิปัตย์ เคยมีส.ส.น้อยที่สุด 31ที่นั่ง จากการเลือกตั้ง เมื่อปี 2500 มากที่สุด 165 ที่นั่ง จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2550

การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนในปีหน้า จะเป็นบทพิสูจน์ว่า พรรคการเมืองที่มีอายุยืนนานของไทย จะสอบผ่าน Disrubtion ทางการเมืองอีกครั้งหรือไม่ 

ประชาธิปัตย์เคยเผชิญเหตุการณ์กลุ่ม 10 มกรา พลพรรคยกพลลาออก เพราะไม่พอใจ การบริหารงานภายในของพรรค  ล่วงเลยมา 34 ปี เรื่องทำนองเดียวกันนี้ ก็อุบัติขึ้นใหม่และยังไม่มีใคร  ห้ามเลือด

“ปมร้อน” สั่นสะเทือน “กรมปทุมวัน” ศาลปกครองกลาง เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งตำรวจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/song-tum-ruat/536116

หนึ่งตะวัน พันดาว

14 พ.ย. 2565

"ปมร้อน" สั่นสะเทือน "กรมปทุมวัน" ศาลปกครองกลาง เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งตำรวจ

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

ทุ่มกำลัง..เต็มอัตราศึก “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ยุค..พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบหมายรับบทบาท “หัวเรือใหญ่” ดูแลความปลอดภัย “การประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก” ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย.2565 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย..OO

มอบหมาย..“4 ทหารเสือ” ร่วมขับเคลื่อนภารกิจ วางตัว “เสือตัวที่ 1” พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน เป็นแม่งานหลัก ขับเคลื่อนภาพรวมการรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร “เสือตัวที่ 2”พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ ดูแลการข่าวและการชุมนุม “เสือตัวที่ 3”พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รับผิดชอบงานสืบสวน “เสือตัวที่ 4”พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม ไร้เหตุด่วน-เหตุร้าย บทพิสูจน์“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” แสดงศักยภาพตำรวจไทยสู่สายตาชาวโลก กับภารกิจดูแลความปลอดภัยผู้นำนานาประเทศ ยุค..“ผบ.ตร.คนที่ 13”….OO

การบ้านข้อใหญ่..“ปมร้อน” สั่นสะเทือน “กรมปทุมวัน” พลัน..ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอน “ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี” เกี่ยวกับการ“แต่งตั้งโยกย้าย” ข้าราชการตำรวจปี 2565 ตามมติของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เมื่อวันที่ 29 ส.ค.65 ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุมฯ..OO

ข้อมูล..ระบุ “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” หลัง พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 ยื่นฟ้องศาล ตัวเองอยู่ในหลักเกณฑ์ และองค์ประกอบในการคัดเลือก ที่สูงกว่าข้าราชการตำรวจที่ได้รับการ“เลื่อนตำแหน่ง”สูงขึ้น อย่างน้อยจำนวน 2 คน งานนี้ท่าทาง จะยุ่ง“อีนุงตุงนัง”เสียแล้ว ..ต้องจับตาดูผู้เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร ไม่ให้กระทบ“บัญชีแต่งตั้ง”ที่ได้รับโปรดเกล้าฯไปหมดแล้ว ขอเตือนกันไว้สักนิด ระวังจะสะดุดกันเป็นเหมือน“โดมิโน”..OO

สดๆร้อนๆ..ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี “แจงสี่เบี้ย”รัฐบาลจะยื่นอุทธรณ์ ประเด็นที่ศาลปกครองสงสัย คือ การแก้คำสั่งนายกฯ เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของรักษาราชการแทน ภายหลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานการประชุม “ก.ตร.” โดยยืนยันเหตุที่ออกคำสั่งเพื่อเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องการ“แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ” และเรื่องแต่งตั้งตำรวจจบไปแล้ว..OO

สอดรับกับ.. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ออกมาย้ำ “ทุกอย่างยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังไม่มีการให้ทุเลาคำสั่ง”  สรุปง่ายๆ ทุกตำแหน่งที่แต่งตั้งไปแล้ว ยังทำงานได้เหมือนเดิม ณ นาทีนี้ เข้าใจตรงกันนะขอรับ..OO

ไม่รอด.. พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ เสียงแข็งยืนยัน “กระต่ายขาเดียว” ปัดข่าวปล้นบ่อนปากน้ำ จนเปิดฉากยิงปะทะระหว่างนักเลงคุมบ่อนกับคนร้าย “บาดเจ็บ-ล้มตาย” ไม่จริ้งไม่จริง ท่ามกลาง..เสียงวิพากษ์วิจารณ์บนโลกโซเชียล..สนุกปาก “โกหกมดเท็จ”..OO

ไม่นิ่งดูดาย..พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ส่งทีมงานแสวงหาความจริง ออกโรงเฉลยคำตอบเรื่องจริงทั้งน้าน เล่นเอา “ผู้รับผิดชอบ” หน้าชาไปตามๆกัน ไม่รอช้า พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า ผบก.ภ.จสมุทรปราการ สะบัดปากกา “เด้ง 4 เสือโรงพักเมืองปากน้ำ” ไล่ตั้งแต่ พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก. พ.ต.ท.นาคพันธ์ โพธา รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ยอดรัก กิตติลัภนะรัตน์ สว.สส. พ.ต.ท.วรสุวัฒน์ ทวีรัชตโภคิน สว.(สอบสวน) ปฏิบัติหน้าที่ สวป.เข้ากรุ “ศปก.บก.ภ.จ.สมุทรปราการ” เสียงเล่า-เสียงลือ โผทัพ “นายพันสีกากี”รอบนี้..กระเด็นกระดอน รอดยาก..OO

สร้างขวัญกำลังใจ.. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.มอบหมาย พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัยรอง ผบช.ก.ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานย่อย ด้านการถ่ายโอนกำลังพล “กองบังคับการตำรวจรถไฟ” (บก.รฟ.) ภายหลัง “พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่” มีผลบังคับ ยุบหน่วยงาน ภายใน 1 ปี..OO

เดินหน้า..ขับเคลื่อนคณะทำงาน ถ่ายโอนกำลังพลหาตำแหน่งรองรับ “โครงสร้างใหม่”สร้างความมั่นใจ “ผู้ใต้บังคับบัญชา” จัดตำแหน่งรองรับเพียงพอทุกนาย ที่มีความประสงค์ดำรงตำแหน่งในหน่วยงาน “สอบสวนกลาง” แถม..เปิดช่อง “ผู้ใต้บังคับบัญชา” มีความประสงค์ไปตำแหน่ง“ตามภูมิลำเนา”ในสังกัดกองบัญชาการอื่นๆ ยินดีจะประสานไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดสรรตำแหน่งให้สอดคล้องกับความประสงค์ให้มากที่สุด “ไม่ปล่อยลอยแพ เดียวดาย” นี่..คือ..“คำมั่นสัญญา”..OO

ไม่ปล่อยคนชั่วลอยนวล.. พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 มอบหมาย พล.ต.ต.วันชัย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 คุมทีมคลี่คลายปมสังหาร นายสมพร สินทอง เสี่ยรับเหมาก่อสร้าง โดนมือปืนลั่นไกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ในพื้นที่ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี..OO

บัญชาการ.. พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 ผนึกกำลัง พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ระดม “นักสืบ-มือปราบ”แกะรอยสางคดี ดึง พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม รอง ผบก.ภ.จว.ระนอง เสริมทัพไล่ล่ามือสังหาร “ชื่อชั้น-ฝีไม้ลายมือ”..อีกไม่นานได้ยลโฉม “มือปืน-คนสั่งการ”..OO

น่าสงสัย.. สถานบันเทิง ชื่อคล้าย“พระจันทร์เต็มดวง” ย่านตลาดบางใหญ่ จ.นนทบุรี ปล่อยปละละเลย “กลุ่มวัยรุ่น” มั่วสุมดื่มกิน เลยเถิดเรื่องยาเสพติด ไม่เกรง“หน้าอินทร์-หน้าพรหม” ซ้ำร้านปิดแล้ว ยังมีร้านเครือข่าย เปิดรอต่อด้านหน้า มั่วสุมได้เกือบ“ยันหว่าง” ชาวบ้านรู้ข้อมูลดี แต่เหตุใดตำรวจ“โรงพักบางใหญ่”มองไม่เห็น สงสัยมี“ม่านสีเทา”บดบังตาหรือป่าว พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 วานตรวจสอบที..00

สูญเสีย…คุณแม่สมจิตต์ คล้ายคลึง มารดา พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง อดีต รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ถึงแก่ด้วยโรคชรา ศพตั้งบำเพ็ญกุศลศาลา 5 วัดตรีทศเทพวรวิหาร เขตพระนคร ถึงวันที่ 17 พ.ย.65 ก่อนทำพิธีบรรจุเก็บศพในคืนวันเดียว..OO

ร่วมอาลัย.. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.สูญเสีย คุณพ่อจำเนียร ชูวงศ์ ตั้งศพสวดพระอภิธรรม ณ ศาลา 6 (ศาลากระจก) วัดชัยมงคล อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ถึงวันที่ 15 พ.ย.นี้ แล้วทำพิธีบรรจุเก็บศพเช่นกัน..OO

กราบขอบคุณ.. ครอบครัว “บุญเสริม” ฝากขอบพระคุณ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีต รมช.มหาดไทย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.น. พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ทท.3 และแขกผู้มีเกียรติที่ร่วมไว้อาลัย คุณแม่ทองคำ บุญเสริม มารดา พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ บุญเสริม รอง ผกก.สส.สภ.นาหว้า จ.นครพนม อย่างล้นหลาม..OO

บอกกล่าวเล่าสิบ..“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เปิดรับสมัครบุคคลภายนอกฯ บรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.)  พ.ศ.2565 จำนวน 5,200 อัตรา คุณสมบัติเพศชาย วุฒิการศึกษา ม.6/ปวช. หรือเทียบเท่า อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 27 ปีบริบูรณ์ ส่วนสูงไม่น้อยกว่า 160 เซนติเมตร และรอบอกไม่น้อยกว่า 77 เซนติเมตร และคุณสมบัติอื่นๆ ตามที่กำหนด ผู้สนใจสมัครทางเว็บไซต์ ระหว่างวันที่ 25 พ.ย.-19 ธ.ค.นี้..OO..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว