เลือดไหล “ประวิตร” บ้านใหม่ไป รทสช. บ้านใหญ่จ่อไป ภท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536103

13 พ.ย. 2565

เลือดไหล “ประวิตร” บ้านใหม่ไป รทสช. บ้านใหญ่จ่อไป ภท.

“ประวิตร” ระดมพลโชว์พลัง ส.ส.พปชร. โต้กระแสข่าวเลือดจะไหล ข่าวลือเสี่ยเฮ้ง บ้านใหม่เมืองชลบุรี จะไปตามลุงตู่ ส่วนบ้านใหญ่ปากน้ำ อาจจะไปค่ายบุรีรัมย์

ใจบันดาลแรง “ประวิตร” ระดมพลโชว์พลัง ส.ส.พปชร. โต้กระแสข่าวเลือดจะไหลไป รทสช. สำรวจพบแกนนำมุ้งใหญ่หายหัว

“ประวิตร” รอวัดใจบ้านใหม่เมืองชลบุรี และบ้านใหญ่ปากน้ำ มีข่าวลือเสี่ยเฮ้ง จะตามลุงตู่ไปอยู่พรรคใหม่ เสี่ยเอ๋หอบ ส.ส.ไปบุรีรัมย์

ท่ามกลางข่าวกระแสข่าว 2 ป.ไม่ไปต่อด้วยกัน พรรคพลังประชารัฐ ส่อเค้าแพแตกแยกย้าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค จึงกิจกรรมสัมมนา “พลังประชารัฐ พลังคนสร้างชาติ..เพราะมีคุณ จึงมีพรรค” ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ 

สันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พยายามระดม ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เข้าร่วมงานจำนวนกว่า 80 คน แต่ก็มี ส.ส.มาร่วมงานหนาตา ไม่ทำให้ลุงป้อมรู้สึกโหวงเหวงในหัวใจ

ว่ากันตามจริง พลังประชารัฐ มีขุมกำลัง ส.ส.กทม. และภาคใต้ อยู่ 25 คน แต่ก็มีจุดอ่อน ตรงที่ได้เป็น ส.ส.เพราะกระแสความสงบจบที่ลุงตู่

ปัจจุบัน ส.ส.เมืองหลวง 11 คน มีสภาพเบี้ยหัวแตก ไม่มีคนดูแลโดยตรง จึงตกเป็นข่าวว่าจะย้ายไปรวมไทยสร้างชาติ,เพื่อไทย และภูมิใจไทย

ส่วน ส.ส.ปักษ์ใต้ 14 คน กลายเป็นแบ่งกันคนละครึ่ง ปรากฏว่า 7 ส.ส.สายนครศรีธรรมราช รวมภูเก็ต จะตามลุงตู่ไปพรรคใหม่ ส่วนอีก 7 ส.ส.สายชายแดนใต้ ตรัง และสงขลา ยังจะอยู่กับลุงป้อม

กลุ่มโคราช ของวิรัช รัตนเศรษฐ ประกาศชัดว่า อยู่เคียงข้าง “ลุงป้อม” ล้านเปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับกลุ่มเพชรบูรณ์ ที่พักหลัง สันติไปไหนมาไหนกับลุงป้อมอยู่บ่อยๆ

กลุ่มสามมิตร นำโดย สมศักดิ์ เทพสุทิน มีกำลัง ส.ส. 12 คน ก็ยังไม่เคาะ เหมือนกับกลุ่มวราเทพ รัตนากร และกลุ่มหิมาลัย ผิวพรรณ

ที่น่าสนใจมากที่สุดคือ สองกลุ่มที่เป็นคู่ปรปักษ์กัน อย่างกลุ่มบ้านใหม่ชลบุรี และกลุ่มปากน้ำ เกิดมีข่าวว่า จะทิ้งลุงป้อมอยู่พรรคใหม่ทั้งคู่

“อนาคตเสี่ยเฮ้ง”

วงในบ้านป่ารอยต่อฯเปิดเผยว่า ระยะหลัง “ประวิตร” ไม่ค่อยจะป้อนงานให้ สุชาติ ชมกลิ่น เนื่องจากประมุขบ้านป่ารอยต่อฯ ระแวงว่าเสี่ยเฮ้งจะไปเป็นแกนนำคนสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ

สุชาติ ชมกลิ่น ในฐานะแกนนำกลุ่มบ้านใหม่ชลบุรี มีขุมกำลัง ส.ส.ในพื้นที่ชลบุรี, ระยอง และจันทบุรี อาทิ รณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี เขต 3 , ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 ,สมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง เขต 4 และพ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี เขต 1

นอกจากนี้ เสี่ยเฮ้งจับมือกับทายาทกำนันเซี้ย อย่าง ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 และอัฏฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี เขต 5 รวมถึง ส.ส.เพชรบุรี 3 คน ในสายชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี 

สายลุงป้อมทราบว่า เสี่ยเฮ้งขัดแย้งกับกลุ่มบ้านใหญ่แสนสุข-ลูกกำนันเป๊าะ จึงดึงสนธยา คุณปลื้ม มาจัดทีม ส.ส.ชลบุรี หากเสี่ยเฮ้งยกทีมไปอยู่กับพรรคใหม่

อีกทางหนึ่ง ลุงป้อมได้ติดต่อนายกช้าง-ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง เพื่อเจรจาดึงน้องชาย สาธิต ปิตุเตชะ ออกจาก ปชป. มาเป็นแม่ทัพภาคตะวันออก

‘ปากน้ำไปบุรีรัมย์’

หากกลุ่มเสี่ยเฮ้งทิ้งไป “ประวิตร” คงไม่กังวลเท่ากับกลุ่มปากน้ำ จะเคลื่อนพลไปสังฆกรรมกับพรรคภูมิใจไทย

ชั่วโมงนี้ เสี่ยเอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ยังปิดปากเงียบ ไม่เอ่ยถึงอนาคตของกลุ่มปากน้ำ ที่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ส.ส.เขต รวม 6 คน อยู่ในซุ้ม

แม้ กรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ จะบอกกับนักข่าวว่า กลุ่มปากน้ำจะไม่ทิ้ง พปชร. แต่ก็แบ่งรับแบ่งสู้ว่า “แล้วแต่ลูกพี่ ลูกพี่เอ๋ (ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม) พูดกันชัดๆ ไม่รู้จะโกหกไปทําไม เราไม่มีลูกเล่น”

“ลูกพี่เอ๋” จะตัดสินใจอย่างไร คงมีคำตอบในเร็ววันนี้ อย่าลืมว่า เสี่ยเอ๋สนิทสนมกับเนวิน ชิดชอบ เกือบยกพลปากน้ำไปบุรีรัมย์ ตั้งแต่สมัยที่แล้ว บังเอิญมีบางเรื่องที่ทำให้ต้องเปลี่ยนใจใหม่ในนาทีสุดท้าย

กลุ่มบ้านใหญ่ม้าทองคำหรือบ้านใหญ่ปากน้ำ ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง และมีศักดิ์ศรีของ “ตระกูลอัศวเหม” การที่จะเอาเรื่องคดีความมาล่ามโซ่ ก็คงรั้งกันไว้ไม่อยู่ หากถึงเวลาต้องตัดสินใจเดินหน้าต่อไป

ฟ้าเปิด 3 ต. “ประยุทธ์” ไตรรงค์-พีระพันธุ์ ปั้น รทสช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536097

13 พ.ย. 2565

ฟ้าเปิด 3 ต. "ประยุทธ์" ไตรรงค์-พีระพันธุ์ ปั้น รทสช.

จับตา 2 ป.แยกทาง “ประยุทธ์” ส่งสัญญานชัด ตั้งไตรรงค์ กุนซือคู่พีระพันธุ์ ครบเครื่องเรื่องบู๊-บุ๋น ปั้นรวมไทยสร้างชาติ รอเวลาฟ้าเปิด ขั้วการเมือง 3 ต.แทน 3 ป.

สร้างดาวกันคนละดวง “ประยุทธ์” ส่งสัญญานชัด ตั้ง “ไตรรงค์” เป็นกุนซือ จับคู่ “พีระพันธุ์” หัวหน้าพรรค รทสช. รอเวลาฟ้าเปิด ขั้วการเมือง 3 ต.

ยังมีเวลาตัดสินใจ “ประยุทธ์” อาจลอยตัว รอเทียบเชิญ หนุน ไตรรงค์-พีระพันธุ์ เดินหน้าพรรคเลือดสีน้ำเงินแท้ ลุยศึกเลือกตั้งสมัยหน้า

ทุกย่างก้าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นับจากวันนี้ไป แยกไม่ออกจากการขับเคลื่อนของพรรครวมไทยสร้างชาติ 

ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้ง ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เสริมทัพ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค คงจะคิดเป็นอื่นไม่ได้ หากไม่ใช่เป็นการเตรียมการสำหรับพรรคการเมืองใหม่ 

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจเดินหน้าเต็มตัวกับพรรค รทสช. พรรคใหม่นี้จะกลายเป็นเรือธงของกลุ่มอนุรักษ์นิยม โดยมี ต.ตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ยอดมือกฎหมาย และ ต.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี นักเศรษฐศาสตร์ นักปราศรัยที่เจนจัด และนักเลือกตั้งที่ถนัดทั้ง บู๊-บุ๋น ขนาบข้างซ้ายขวา คงเป็นภาพที่กองเชียร์ลุงตู่อยากเห็น

อย่างไรก็ตาม ทั้ง ต.ตู่ , ต.ตุ๋ย และ ต.ไตรรงค์ จะได้ลงเรือลำเดียวกันหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังการประชุมเอเปก

“อดีตโฆษกสามสี”

“ประยุทธ์” เลือก ไตรรงค์ สุวรรณคีรี มาเป็นกุนซือ เพราะเชื่อมั่นในประสบการณ์การเมือง ตลอดระยะเวลา 38 ปี ที่เป็นสมาชิกพรรค ปชป. ไตรรงค์ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.สงขลา 6 สมัย, ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4 สมัย ,รัฐมนตรี 4 กระทรวง(มหาดไทย,คลัง, อุตสาหกรรม และแรงงาน) และรองนายกรัฐมนตรี

ช่วงหลัง ไตรรงค์มีปัญหาสุขภาพ จึงถอนตัวไม่ลงสมัคร ส.ส. แต่ก็ยังนั่งเป็นที่ปรึกษาพรรค ปชป. เมื่อกลางปี 2562 มีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ไตรรงค์ ได้เสนอชื่อ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคด้วย แต่สุดท้ายก็พ่าย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์

ไตรรงค์ ชื่นชอบ พีระพันธุ์ ในบทบาทของคนการเมืองที่มีอุดมการณ์เทิดทูนสถาบันฯ หรือเลือดสีน้ำเงินแท้ ขณที่ ชวน หลีกภัย ให้การสนับสนุนจุรินทร์

หลายคนอาจไม่ทราบว่า ไตรรงค์ สมัยที่อาจารย์สอนหนังสือที่ ม.ธรรมศาสตร์ เคยเป็นนักแต่งตั้งมาก่อนที่จะได้รับเลือกเป็น ส.ส.สงขลา ปี 2529 

ปี 2523 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้ตั้ง ไตรรงค์ เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และเป็นสมาชิกวุฒิสภา หลังจากนั้น ก็ตั้งเป็นโฆษกรัฐบาล จนได้ฉายา “โฆษกสามสี” กระบอกเสียงคู่ใจป๋าเปรม

ไตรรงค์ จึงชื่นชมและศรัทธาในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นนายทหารผู้ปกป้องสถาบัน และซื่อสัตย์สุจริต เหมือน พล.อ.เปรม 

“เสือซุ่มมังกรซ่อน”

นับแต่ “ประยุทธ์” ตั้ง ต.ตุ๋ย-พีระพันธุ์ เป็นที่ปรึกษานายกฯ หลังลาออกจาก ปชป. ก็มีข่าวความเคลื่อนไหวเรื่อง ต.ตุ๋ย กับการตั้งพรรคใหม่มาโดยตลอด 

ถ้ายังจำกันได้ วันที่ 11 มิ.ย.2563 ส.ส.ปชป. 5 คน พ่วงด้วยอดีต ส.ส.เดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงกับ พีระพันธุ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล 


5 ส.ส.ที่ว่านั้น ประกอบด้วย รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม , กันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา, พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช,ชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร (เวลานั้น ยังไม่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง) และบุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี ส่วนคนที่ 6 คือ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม.

ตอนนั้น ก็มีข่าวว่า ส.ส.กลุ่มนี้ เตรียมจะลาออกจาก ปชป. ไปก่อการตั้งพรรคใหม่กับบิ๊กตุ๋ย ซึ่งทุกคนได้ปฏิเสธข่าวดังกล่าว

2 ปีผ่านไป ขิง-เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามมาด้วย พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช ลาออกจาก ปชป.มาอยู่พรรค รทสช.

รังสิมา รอดรัศมี ก็มีข่าวจะทิ้ง ปชป.มาอยู่ รทสช. ส่วนแนน- บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี จะไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ยกเว้น ส.ส.มด กันตวรรณ ยังอยู่พรรคเดิม

สำหรับ ลูกหมี-ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง จึงรับบทแม่ทัพหลังม่าน ให้ ต.ตุ๋ย โดยดึงพรรคพวกสาย อบจ.อย่าง พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี และวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง มาจัดทัพผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้

ยกเรื่องนี้มาเล่าซ้ำ ก็เพื่อจะบอกว่า การเตรียมการก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น ได้ใช้เวลามากกว่า 2 ปี จึงไม่น่าจะหวังแค่เป็นพรรคเฉพาะกิจเท่านั้น

โปรดเกล้าฯ ตั้ง พระพรหมโมลี เป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ พร้อมสังฆาธิการอื่นอีก 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/536072

เปรียญ12

13 พ.ย. 2565

โปรดเกล้าฯ ตั้ง พระพรหมโมลี เป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ พร้อมสังฆาธิการอื่นอีก 2

ที่ประชุม มหาเถรสมาคม เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2565 ที่ประชุมรับทราบพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดให้แต่งตั้งเจ้าอาวาส พระอารามหลวง 3 รูป และเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี 1รูป

ตามที่สมเด็จพระสังฆราช ประธาน มส.ทรงมีพระลิขิตถึงราชเลขานุการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ เพื่อขอพระราชดำริในการแต่งตั้งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง และเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2541แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 พ ศ.2563 และแก้ไขเพิ่มเติม โดย พ.ร.บ.สงฆ์ (ฉบับที่4) 2561 เมื่อมีพระราชดำริประการใด ให้ มส. ดำเนินการตามพระราชดำรินั้น

 บัดนี้ ราชเลขานุการในพระองค์ ได้มีหนังสือลงวันที่ 15 ตค. 2565 กราบทูลสมเด็จพระสังฆราช ว่าได้นำความกราบบังคมทูล พระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้แต่งตั้งพระสังฆาธิการ ดังนี้

1) พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) รักษาการเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ พระอารมหลวง

2) พระครูธรรมโสภิต (เสน่ห์ สิเนหธมฺโม) รักษาการเจ้าอาวาสวัดนิมมานนรดี ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดนิมมานนรดี

3) พระสุธีรัตนาภรณ์ (สมเจตต์ อธิจิตฺโต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวราราม รักษาการเจ้าอาวาสวัดเศวตรฉัตร ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเศวตรฉัตร

และ 4) พระราชธรรมเมธี(วิสูติ ปญฺญาทีโป) เจ้าอาวาสวัดโค้งสนามเป้า เป็นเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี

สำหรับพระพรหมโมลี (สุชาติ) นั้น มส.มีมติให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เมื่อการประชุม วันที่ 11 กรกฎาคม 2565

พระพรหมโมลี ชื่อเดิมสุชาติ นามสกุล สอดสี เกิด 23 ตุลคม 2497 ทึ่บ้านบางงาม อ.ศรีปรัจันต์ จ.สุพรรณบุรีอุปสมบท ณวัดพระศรีรัตนราม ในฐานะ นาคหลวง เพราะสอบ ป.ธ 9 ได้เมื่อเป็นสามเณร 

ปีนั้นมีสามเณรสอบ ป.ธฺ 9 ได้ ล้วนเป็นนาคหลวง รุ่นเดียวกันอีก 2 รูป คือ พระพรหมบัณฑิต (ประยูร) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส และ กรรมการ มส.และพระพรหมกวี (พงศ์สันต์ ) เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร และกรรมการ มส.

น่าสังเกตว่าทั้ง 3 รูป ที่เป็นนาคหลวง พ.ศ. 2519 นั้น เป็นเจ้าอาวาส พระอารามหลวง ย่าน ธนบุรี และเป็นกรรมการ มส. และเป็นเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัตร ทุกรูป

ขอจงเจริญในพระพุทธศาสนา ยิ่งๆ ขึ้นไปเทอญ 

ประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒๗/๒๕๖๕ประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒๗/๒๕๖๕ประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒๗/๒๕๖๕ประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒๗/๒๕๖๕

เงาลุงป้อม “วิรัช” ชีวิตนี้เลือกแล้ว จำได้มั้ยพรรคมหาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535956

11 พ.ย. 2565

เงาลุงป้อม "วิรัช" ชีวิตนี้เลือกแล้ว จำได้มั้ยพรรคมหาชน

พลังป้อมปึ้ก “วิรัช” โชว์ลีลากวีหวาน ชาตินี้รักใครไม่ได้อีกแล้ว เสมือนเงา พล.อ.ประวิตร วีรกรรมจำไม่ลืม วิรัชพาภรรยาฝ่าพายุทักษิณ แต่หักมุมแหกค่าย เสธ.หนั่น

พลังป้อมปึ้ก “วิรัช” โชว์ลีลากวีหวาน ชาตินี้รักใครไม่ได้อีกแล้ว นอกจาก พล.อ.ประวิตร ชั่วโมงนี้ เสี่ยปานเมืองโคราช เสมือนเงาป้อม

วีรกรรมจำไม่ลืม “วิรัช” พาภรรยาฝ่าพายุแลนด์สไลด์ ปี 2548 แต่หักมุมพา ส.ส.ในสังกัด แหกค่าย เสธ.หนั่น ไปหนุนทักษิณ

งานแสดงพลัง ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส.ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จบลงไปด้วยความชื่นมื่น

ภายในงานนี้ วิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พปชร. ได้โชว์ความเป็นคนสนิทลุงป้อมชัดเจน ดูเหมือนวิรัช จะต้องการสื่อสารไปยัง ส.ส.บางกลุ่มที่มีจิตใจฝักใฝ่ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์

“อยากรู้ไหมว่า 8 ห้องหัวใจมีใครบ้าง ถ้าผ่าออกมาจะเห็นเลยว่า หัวใจมีแต่ พล.อ.ประวิตร” เสี่ยวิรัช บอกกับนักข่าว และย้ำว่า “ในใจมีแต่ พล.อ.ประวิตร ชาตินี้ไม่คิดเป็นลูกน้องใคร”

มิหนำซ้ำ วิรัชยังแต่งกลอนปากเปล่า “ชาตินี้รักใครไม่ได้แล้ว ไม่ผ่องแผ้วมืดมิดไม่คิดหนี ทั้งชีวิตต้องคอยและชีวี พร้อมยอมพลีให้ลุงป้อมตลอดไป”

หลายคนอาจสงสัยว่า วิรัช รัตนเศรษฐ ซึ่งถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.กรณีคดีฟุตซอล แต่ทำไม เขาจึงมีบทบาทสำคัญในพรรคพลังประชารัฐ ขนาด สันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค ยังไม่ได้รับความไว้วางใจจากลุงป้อมเท่ากับวิรัช

ย้อนไปเมื่อปี 2561 นักเลือกตั้งระดับเจ้ายุทธจักร หลั่งไหลไปแสดงตัวเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โดยวิรัช รัตนเศรษฐ ได้ต่อสายต่อตรงถึงลุงป้อม ไม่ผ่านนายหน้าการเมืองกลุ่มใด

  • ‘บ้านใหญ่โคราช’

จอมเก๋าโคราช “วิรัช” อยู่ในแวดวงการเมืองมานาน และเคยสังกัดหลายพรรค แต่การเข้ามาอยู่พลังประชารัฐ วิรัชยกมากันเป็นครอบครัวใหญ่

วิรัช สวมเสื้อตราไก่ แสดงสัญลักษณ์สังกัดลุงป้อมวิรัช สวมเสื้อตราไก่ แสดงสัญลักษณ์สังกัดลุงป้อม

เสี่ยปาน-วิรัช รัตนเศรษฐ  เป็นบุตรของไพบูลย์ รัตนเศรษฐ แห่งบริษัทนครราชสีมาทำไม้ โดยเสี่ยไพบูลย์ ได้ร่วมก่อตั้งพรรคชาติไทย กระทั่งเลือกตั้ง 2529 วิรัช ทายาทนครราชสีมาทำไม้ จึงลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรก โดยมี กร ทัพพะรังสี เป็นพี่เลี้ยง

หลังได้เป็น ส.ส.สมัยแรก วิรัชเป็น ส.ส.นครราชสีมาหลายสมัย ปักหลักอยู่กับพรรคชาติไทยหลายสมัย ก่อนจะย้ายไปพรรคมหาชน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคเพื่อไทย

เสี่ยปานเป็นผู้แทนฯ ประเภทดาวฤกษ์ สร้างเครือข่ายฐานคะแนนไว้แน่นในพื้นที่ ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว วิรัช พาภรรยา ลูก และน้องสาว มาลงสมัคร ส.ส.ทั้งบัญชีรายชื่อ และ ส.ส.เขต รวม 7 คน แยกเป็นบัญชีรายชื่อ 3 คน ส.ส.เขต 4 คน ปรากฏว่า ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน และ ส.ส.นครราชสีมา 4 คน

สมัยหน้า วิรัชได้วางตัวผู้สมัคร ส.ส.แทนตัวเขา และภรรยา-ทัศนียา รัตนเศรษฐ โดยจะส่งลูกชายและลูกสะใภ้ ลงสนาม ส.ส.นครราชสีมาไว้เรียบร้อยแล้ว

  • ‘บทเรียนมหาชน’

บทเรียนการเมืองในอดีต “วิรัช” เคยประสบความพ่ายแพ้ในสนามโคราช เมื่อปี 2544 ในสีเสื้อชาติไทย เนื่องจากกระแสทักษิณ และพรรคไทยรักไทยมาแรง

การเลือกตั้งปี 2548 เสี่ยวิรัช ได้ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ปั้นพรรคมหาชน โดยวิรัชเป็นรองหัวหน้าพรรค และรับผิดชอบเป็นแม่ทัพภาคอีสาน

ระหว่างการหาเสียง พรรคมหาชนวางตัวเป็นคู่ปรปักษ์กับพรรคไทยรักไทย โดยหัวหน้าพรรคเอนก ได้ประกาศจุดยืนต่อต้านระบอบทักษิณชัดเจน

ผลเลือกตั้งสมัยนั้น มีปรากฎการณ์ไทยรักไทยแลนด์สไลด์ พรรคมหาชนพ่ายแพ้ยับเยิน ได้ ส.ส.เขต 2 คน และไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว ทั้ง พล.ต.สนั่น และเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ก็ไม่ได้เป็น ส.ส.

ส.ส.พรรคมหาชน 2 คนคือ ทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา และ ตุ่น จินตะเวช ส.ส.อุบลราชธานี ซึ่งเวลาต่อมา วิรัชได้ประกาศให้ ส.ส.ทั้งสอง ดำเนินการทางการเมืองเป็นอิสระ และหันไปสนันสนุนพรรคไทยรักไทย กรณีดังกล่าว ทาง พล.ต.สนั่น ก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้

อีกหลายปีต่อมา พล.ต.สนั่น และลูกชาย ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ และสมาชิกพรรคมหาชน ได้เดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทย

ส่วนเสี่ยวิรัช พาครอบครัวไปสังกัดพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาในการเลือกตั้งปี 2550 และย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทย ปี 2554

นี่คือวิถีการเมืองแบบเสี่ยปาน บ้านใหญ่รัตนเศรษฐ แห่งนครราชสีมา ซึ่งในการเลือกตั้งสมัยหน้า วิรัชจะมีบทบาทสำคัญยิ่งในพรรคพลังประชารัฐ

แค้นนี้ไม่ลืม “จุรีพร สินธุไพร” ดันลูกชายชนจิราพร ศึกสายเลือดสินธุไพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535943

11 พ.ย. 2565

แค้นนี้ไม่ลืม "จุรีพร สินธุไพร" ดันลูกชายชนจิราพร ศึกสายเลือดสินธุไพร

ศึกสายเลือด “จุรีพร สินธุไพร” ส่งลูกชายลง ส.ส.ร้อยเอ็ด ชนจิราพร ค่ายเพื่อแม้ว อดีตแกนนำแดงพัทยา หวนคืนรังลุงป้อม ขอทำศึกล้างตาพี่สะใภ้กับหลานสาว

ศึกสายเลือดภาค 2 “จุรีพร สินธุไพร” ส่งลูกชายลง ส.ส.ร้อยเอ็ด ชนหลานสาว จิราพร ค่ายเพื่อไทย เขตบ้านเกิดพนมไพร ไม่กลัวอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์

พ่ายศึก อบจ. แต่ไม่ขอยอมแพ้ “จุรีพร สินธุไพร” หวนคืนรังลุงป้อม ทำศึกล้างตา เพราะเที่ยวที่แล้ว พี่สะใภ้กับหลานสาวขึ้นเวทีถล่มหนักควันหลังจากพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 4 ภาค ใน 21 จังหวัด รวม 50 คน แบ่งเป็น ส.ส.เดิม 10 คน และผู้สมัครใหม่ 40 คน ซึ่งปรากฏว่า จ.ร้อยเอ็ด เขต 5 มีชื่อ ธนชัย สินธุไพร ลูกชายจุรีพร สินธุไพร

จุรีพร สินธุไพร อดีตผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เพิ่งหายเหนื่อยจากศึกท้องถิ่น ก็หอบหิ้วลูกชายไปพบปะประชาชนในพื้นที่ อ.พนมไพร และ อ.อาจสามารถ เป็นการส่งสัญญาณว่า เลือกตั้ง ส.ส.ร้อยเอ็ด สมัยหน้า ขอฝากลูกชายด้วย

สำหรับเขต 5 ประกอบด้วย อ.พนมไพร ,อ.อาจสามารถ และ อ.ธวัชบุรี ซึ่งเป็นฐานเสียงดั้งเดิมของตระกูล “สินธุไพร” และในปัจจุบัน จิราพร สินธุไพร ลูกสาว นิสิต สินธุไพร เป็น ส.ส.เขตนี้

สมัยหน้า ร้อยเอ็ด เขต 5 จะเป็นการต่อสู้ระหว่าง ส.ส.น้ำ-จิราพร สินธุไพร เพื่อไทย และธนชัย สินธุไพร พลังประชารัฐ พูดตามภาษาชาวบ้านก็ว่า พี่กับน้องสู้กัน

  • ‘แค้นนี้ไม่มีลืม’

จุรีพร สินธุไพร” ทุ่มลุยหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ชนิดนักการเมืองใหญ่บางคน ยังอดทึ่งไม่ได้ กับลีลาใจถึงพึ่งได้ แม้จะพ่ายแต่ก็ได้มา 126,565 คะแนน เป็นทุนเดินการเมืองต่อไป

จุรีพร พาลูกชาย ออกพบชาวบ้านในเขต 5 ร้อยเอ็ดจุรีพร พาลูกชาย ออกพบชาวบ้านในเขต 5 ร้อยเอ็ด
 

ในสายตระกูลสินธุไพร จุรีพร ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ทั้งโรงแรมในพัทยา และร้านอาหารตำนานคนอีสาน 4 สาขา (พัทยา,กรุงเทพฯ, ร้อยเอ็ด และยโสธร)

ขณะที่พี่ชาย นิสิต สินธุไพร รับข้าราชการครู ก่อนจะลาออกมาสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด โดยมีน้องสาว จุรีพร เป็นท่อน้ำเลี้ยง

นอกจากนี้ จุรีพรยังภรรยาของ พ.ต.อ.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้เปรียบเสมือนลมใต้ปีกของเธอ ในการก้าวเดินไปบนถนนการเมือง

ปี 2562 จุรีพรลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ทำเอาคนเสื้อแดงไม่พอใจ โกรธแค้น แต่ช่วงที่เธอลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ก็ได้เคลียร์ตัวเองกับคนเสื้อแดงไประดับหนึ่ง

จะว่าไปแล้ว ช่วงแรกๆของการหาเสียง มีกระแสตอบจุรีพร ค่อนข้างดี และอาจจะเป็นกลยุทธ์ที่เน้นความเป็นคนในตระกูล “สินธุไพร”

โค้งสุดท้าย เลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เอมอร สินธุไพร ภรรยานิสิต และลูกสาว เบียร์-ชญาภา สินธุไพร เดินสายขึ้นเวทีประกาศ “สินธุไพร” ของแท้ต้องอยู่เพื่อไทย ทำเอาจุรีพร เสียงหายไปทันที

  • ‘ขอดับดาวเพื่อไทย’

ศึกเลือกตั้ง ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นโจทย์ยากของ “จุรีพร สินธุไพร” เพราะปรากฏการณ์ร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์ในการเลือกตั้งนายก อบจ. สะท้อนว่า ความนิยมในตัวทักษิณ ชินวัตร ยังไม่เสื่อมคลาย

ปัจจุบัน ส.ส.น้ำ จิราพร เป็น ส.ส.ดาวจรัสแสง เป็นเน็ตไอดอลเพื่อไทย และน้องสาว ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ก็มีเอฟซีเยอะไม่แพ้กัน

นับแต่ปี 2544 นิสิต สินธุไพร ลงสนามเขต อ.พนมไพร และ อ.อาจสามารถ ในสีเสื้อไทยรักไทย ก็โกยแต้มได้เป็น ส.ส.ทุกสมัย

ปี 2552 นิสิตถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ในคดียุบพรรคพลังประชาชน จึงส่งภรรยา เอมอร ลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5 ในปี 2554 สังกัดเพื่อไทย และผลเลือกตั้ง เอมอรชนะคู่แข่งขาดลอย ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

ปี 2562 เอมอรหลีกทางให้ลูกสาว จิราพร ลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5 ปรากฏว่า จิราพร ได้ 58,842 คะแนน ทิ้งห่างผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่ได้แค่ 11,172 คะแนน

ดังนั้น จุรีพร จะต้องทำงานในพื้นที่อย่างหนัก หากต้องการให้ลูกชาย ธนชัย สินธุไพร ได้รับชัยชนะ และคาดว่า ศึกสายเลือดสินธุไพร ภาค 2 น่าจะดูเดือดไม่แพ้ศึกนายก อบจ.ร้อยเอ็ด

แม่กลองเปลี่ยน “รังสิมา” แบรนด์เก่าขายยาก ฐานเสียงแตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535862

ขุนน้ำหมึก

10 พ.ย. 2565

แม่กลองเปลี่ยน “รังสิมา” แบรนด์เก่าขายยาก ฐานเสียงแตก

ศึกแม่กลองเปลี่ยน “รังสิมา” ผูกขาด ส.ส.มา 20 ปี เจอคนรุ่นใหม่ไล่บี้ หนี ปชป. จ่อซบ รทสช. สมัยที่แล้ว คะแนนหาย 4 หมื่น ฐานเสียงเดิมแตก ก้าวไกล-เพื่อไทยมาแรง

อกสาวแม่กลองหวั่นไหว “รังสิมา” เจอก้าวไกลไล่บี้ หนี ปชป. จ่อซบรวมไทยสร้างชาติ สมัยที่แล้ว เจ๊โอ๋แพ้พรรคที่ชูลุงตู่ แค่ 4 พันแต้ม

สมัยหน้า “รังสิมา” รู้ตัวดีว่า ฐานเสียงเดิมมีปัญหาแตกคอกัน สมัยเลือกตั้งท้องถิ่น บวกกับคนหน้าใหม่ ทั้งเสื้อสีส้ม และเสื้อสีแดง มาแรง จึงกลัวร่วง

ในที่สุด รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม 5 สมัย ยอมเปิดใจว่า สมัยหน้ากลัวสอบตก และมีแผนจะย้ายพรรคจาก ปชป. ไปอยู่พรรคอื่น แม้เจ๊โอ๋ รังสิมา ไม่บอก คนก็รู้ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ

“ดิฉันลงเลือกตั้งมา 6 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หวั่นไหวที่สุด กลัวจะสอบตก” รังสิมาเปิดปากกับนักข่าว และแจ้งว่า กำลังให้คนทำโพลว่าควรไปอยู่พรรคไหน

“เลือกตั้งคราวที่แล้วเกือบไม่รอด ต้องเปลี่ยนป้ายหาเสียง เอารูปพยาบาลมาติด เพลงประจำพรรคก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นเพลงตัวเอง ต้องพูดเองทั้งหมดจนรอดมาได้”

เจ๊โอ๋ยอมรับตรงๆว่า แบรนด์ ปชป.ขายไม่ได้ โค้งสุดท้ายต้องหันมาขายตัวเอง ขายภาพพยาบาลสาว ที่คุ้นตาชาวบ้านร้านถิ่น ตรงข้ามผู้สมัคร ส.ส.หญิงคู่แข่ง ขายลุงตู่เกือบเอาชนะเธอได้

แม้เจ๊โอ๋ จะเป็นผู้ชนะในปี 2562 แต่คะแนนก็หายไป 4 หมื่นแต้ม เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2554 แถมคนหน้าใหม่โนเนม จากค่ายสีส้ม ได้เกือบ 2 หมื่นแต้ม จึงทำให้เจ๊โอ๋กลัวสอบตกมากที่สุดในสมัยหน้า

‘สาวพยาบาลแม่กลอง’

“รังสิมา” เป็นชาวแม่กลองโดยกำเนิด ครอบครัวมีอาชีพทำสวนและค้าขาย สมัยเรียนหนังสือ เจ๊โอ๋ใช้วิธีสอบชิงทุนเพื่อให้ได้เรียนหนังสือต่อ หลังจากเรียนจบ มศ. 3 ก็ได้สอบเข้าเรียนพยาบาลที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เรียนได้เพียง 1 ปี ก็มีโอกาสได้รับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยพยาบาล

กระทั่งเรียนภาคค่ำ จบ มศ. 5 ก็สอบชิงทุนไปเรียนคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่อีก 2 ปี จนจบวิชาชีพพยาบาล ก็กลับมาทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลอัมพวา จ.สมุทรสงคราม


การเลือกตั้งปี 2539 รังสิมา ลาออกจากพยาบาล มาสมัคร ส.ส.ในนามพรรค ประชาธิปัตย์ แต่แพ้ ร.ต.นุกูล ธนิกุล อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคความหวังใหม่ ไปเพียง 1,800 คะแนน

ปี 2544 รังสิมา ในสีเสื้อ ปชป. ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมุทรสงคราม สมัยแรก และได้รับชัยชนะติดต่อกันมาอีก 4 สมัย 

ปี 2562 ผลการเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรสงคราม สร้างความตื่นตาตื่นใจให้คนแม่กลอง เมื่อรังสิมา ได้ 26,718 คะแนน เอาชนะ สุกานดา ปานะสุทธะ พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ 21,868 คะแนน ซึ่งผลคะแนนห่างกันแค่ 4 พันแต้ม

เปรียบกับการเลือกตั้งปี 2554 รังสิมา ได้ 67,719 คะแนน ส่วน สุกานดา ปานะสุทธะ คนเดิมได้ 28,870 คะแนน ซึ่งตอนนั้น สุกานดา สวมเสื้อพรรคเพื่อไทย

คะแนนของรังสิมา หายไปไหน และที่แน่ๆ  แกนนำเสื้อแดงแม่กลอง สวมเสื้อพรรคอนาคตใหม่ ได้ 17,268 คะแนน ทำเอาเจ๊โอ๋ตกใจมาก เพราะค่ายสีส้มแทบไม่ได้ติดป้ายหาเสียง

 สมัยหน้า ต้องลุ้นรังสิมา กับแบรนด์พยาบาล คนแม่กลอง จะยังเลือกหรือไม่ สมัยหน้า ต้องลุ้นรังสิมา กับแบรนด์พยาบาล คนแม่กลอง จะยังเลือกหรือไม่

‘ฐานเสียงแตก’

ช่วงเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรสงคราม “รังสิมา” แยกทางกับ พิสิฐ เสือสมิง อดีตนายก อบจ.สมุทรสงคราม ไปหนุน สุกานดา ปานะสุทธะ ลงสมัครชิงเก้าอี้นายก อบจ.สมุทรสงคราม

ผลปรากฏว่า สุกานดา ได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.สมุทรสงคราม และรังสิมา ส่งน้องชายบำเพ็ญ รอดรัศมี ไปเป็นรองนายก อบจ.

กลางปีนี้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สุกานดา ปลดบำเพ็ญ รอดรัศมี น้องชายรังสิมา พ้นจากตำแหน่งรองนายก อบจ. จึงมีเสียงร่ำลือกันว่า สุกานดาจะเอาคืนเจ๊โอ๋ ในศึกเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า

การเปิดตัวของ สจ.รัก-ณิชาภา โกวิทานนท์ ในสีเสื้อเพื่อไทย ก็ไม่ธรรมดา เพราะ สจ.รัก เคยอยู่กับรังสิมา สมัยที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น

ส่วนพรรคก้าวไกล ก็ซุ่มทำงานในพื้นที่ พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.คนรุ่นใหม่ หวังเปลี่ยนแม่กลองให้ได้ ซึ่งค่ายสีส้มมีคะแนนพรรคตุนไว้แล้วเกือบ 2 หมื่นแต้ม

เกือบ 2 ทศวรรษ สนามแม่กลองถูกผูกขาดโดยพยาบาลสาวชื่อ รังสิมา รอดูผลการเลือกตั้งสมัยหน้า คนแม่กลองจะเปลี่ยนหรือจะยังเลือกเจ๊โอ๋ เหมือนเดิมต่อไป
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก 

พลิกขั้วเมืองกาญจน์ “ซ้อเจน ศรีสมร” สะใภ้เสี่ยฮุก ซุกปีกคนดูไบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535853

ขุนน้ำหมึก

10 พ.ย. 2565

พลิกขั้วเมืองกาญจน์ “ซ้อเจน ศรีสมร” สะใภ้เสี่ยฮุก ซุกปีกคนดูไบ

ศึกเมืองกาญจน์ “ซ้อเจน ศรีสมร” ลูกสะใภ้เสี่ยฮุก พลิกขั้ว 360 องศา ซบค่ายเพื่อไทย เหตุเสี่ยสรรค์พ่ายศึก อบจ.เล่นเกมใหม่ พาซ้อเจนหวนลง ส.ส.เขตชายแดนตะวันตก

สงครามชายแดน “ซ้อเจน ศรีสมร” หวานใจเสี่ยสรรค์ ลูกสะใภ้เสี่ยฮุก พลิกขั้วเตรียมซบค่ายเพื่อไทย สมัยหน้า ชนคนกันเองในสีเสื้อ พปชร. และ ภท.

เหตุเสี่ยสรรค์พ่ายศึก อบจ. “ซ้อเจน ศรีสมร” ต้องเล่นเกมใหม่ หวนคืนลง ส.ส.สุดเขตชายแดนตะวันตก ที่มั่นเก่าเสี่ยฮุก

ตกอยู่ในกระแสข่าวพรรคสีฟ้าเลือดไหลอีกครั้ง สำหรับ ซ้อเจน- ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. ซึ่งมีข่าวมาก่อนหน้านี้ว่า ซ้อเจนเตรียมย้ายไปซบพรรคเพื่อไทย

ครั้งนั้น ซ้อเจน ศรีสมร ให้สัมภาษณ์ว่า มีหลายพรรคมาชวนให้ลง ส.ส.กาญจบุรี เขต 5 รวมถึงเพื่อไทย แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะย้ายไปอยู่พรรคใด ตอนนี้ยังอยู่พรรค ปชป.

ถ้าส่องดูแฟนเพจเฟซบุ๊ก ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ก็จะมีภาพความเคลื่อนไหวของซ้อเจน ในพื้นที่เขต 5 อ.สังขละบุรี ,อ.ไทรโยค และ อ.ทองผาภูมิ ซึ่งมีข้อน่าสังเกตว่า ซ้อเจนติดแฮชแท็ก #สสเจน #ห่วงใยไม่ทิ้งกัน #CaringLikeFamily ไม่มีชื่อพรรคประชาธิปัตย์

คอการเมืองชายแดนพม่าเชื่อว่า สาเหตุที่ซ้อเจน อาจมีปมจากปัญหาภายในพรรค เนื่องจากซ้อเจนนั้นเป็นสายตรงอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ลงรอยกับผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบัน
 

อีกด้านหนึ่ง น่าจะมาจากกรณีเสี่ยสรรค์-รังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ลูกชายเสี่ยฮุก ผู้ยิ่งใหญ่ชายแดนพม่า พ่ายเลือกตั้งนายก อบจ.กาญจนบุรี เมื่อปี 2563

ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.กาญจนบุรี ปรากฏว่า ทีมหมอหนุ่ย-สุรพงษ์ ปิยะโชติ ชนะเสี่ยสรรค์ อดีตนายก อบจ.เมืองกาญจน์ หลายสมัย ด้วยคะแนนทิ้งห่างกว่า 3 หมื่นคะแนน แถมทีมหมอหนุ่ย ยังได้ ส.อบจ. 24 คน จากทั้งหมด 30 คน

ดังนั้น เสี่ยสรรค์จึงต้องหาที่ยืนทางการเมืองในชายแดนตะวันตก และวางแผนให้ซ้อเจน ลงสมัคร ส.ส.เขตเดิม(เขต 5) และคงประเมินจากเลือกตั้งหนที่แล้ว ว่า แบรนด์เสื้อสีฟ้า ขายยากในหัวเมืองประจิมทิศ

ทำไมต้องเป็นเพื่อไทย เนื่องจากว่า เพื่อไทยเมืองกาญจน์ ยังขาดแม่ทัพใหญ่ ดังที่รู้กัน กลุ่ม อดีต ส.ส.เมืองกาญจน์ เพื่อไทย ได้ย้ายไปอยู่พลังประชารัฐ จึงเป็นโอกาสของเสี่ยสรรค์ ที่จะปั้นทีมใหม่ยึดพื้นที่เมืองกาญจน์

‘สะใภ้เสี่ยฮุก’

“ซ้อเจน ศรีสมร” เป็นคนนครศรีธรรมราช แต่มาเป็นลูกสะใภ้เสี่ยฮุก-สุนทร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ พ่อค้าไม้ชายแดนไทย-พม่า ผู้กว้างขวางแห่งสังขละบุรี 

ดังนั้น ซ้อเจนจึงเริ่มเข้าสู่ถนนการเมืองท้องถิ่น ใต้เงาสามีคือ เสี่ยสรรค์ ที่เป็นนายก อบจ.กาญจนบุรี โดยซ้อเจน เป็น ส.อบจ.กาญจนบุรี เขต อ.สังขละบุรี และได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลวังกะ อ.สังขละบุรี ปี 2550-2554

เลือกตั้ง ส.ส.กาญจนบุรี ปี 2554 ศรีสมรลงสนามการเมืองระดับชาติครั้งแรก ในสีเสื้อ ปชป. ซึ่งเวลานั้น กำนันเซี้ย ประชา โพธิพิพิธ เป็นผู้นำทัพ ปชป.เมืองกาญจน์

เวลานั้น ซ้อเจนแข่งกับนายอำเภอกู้-วิฑิต มาไพศาลสิน พรรคเพื่อไทย ที่เขต 5 ด้วยพลานุภาพของเสี่ยสรรค์ ลูกเสี่ยฮุก บวกกำนันเซี้ย ซ้อเจนจึงเอาชนะนายอำเภอกู้ไปได้

เลือกตั้งปี 2562 ซ้อเจนลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. และจัดทีมลงสมัคร ส.ส.เขต แต่เจอกระแสลุงตู่ ผสมกับตระกูลโพธิพิพิธ ย้ายไปพลังประชารัฐ ทีม ปชป.จึงพ่ายทุกเขต

  ซ้อเจน ศรีสมร กลับถิ่นเก่า อ.สังขละบุรี ซ้อเจน ศรีสมร กลับถิ่นเก่า อ.สังขละบุรี

‘ศึกชายแดนตะวันตก’

เดิมทีหัวหน้าจุรินทร์ ยกทีมไปเปิดตัว “ซ้อเจน ศรีสมร” และทีม ปชป.เมืองกาญจน์ โดยวางตัวไว้ 3 เขตคือเขต 1 ซ้อเจน-ศรีสมร ,เขต 2 แมน-ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร และเขต 3 กำนันบอย-ปารเมศ โพธารากุล 

ภายหลัง กำนันบอยขอลาออกจาก ปชป.ไปสังกัดภูมิใจไทย ผนึกกำลังกับยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ส.ส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ส่วนซ้อเจน ก็รอแค่ชูเสื้อเพื่อไทย

ส่วนทายาทกำนันเซี้ย ทั้งธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ และอัฎฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี พลังประชารัฐ ต้องรอปมปัญหา 2 ป.ว่าจะเอากันอย่างไร ถึงจะรู้ชัดว่าสองพี่น้องจะสวมเสื้อสีอะไร

ที่แน่ ๆ สมัยหน้า ซ้อเจนชนกับคนกันเองอย่างอัฎฐพล โพธิพิพิธ ที่สมรภูมิชายแดนไทย-พม่าอย่างแน่นอน
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ     โดย … ขุนน้ำหมึก 

ผ่าขุมกำลัง “ประยุทธ์” ปักษ์ใต้บวกซุ้มบ้านใหญ่ ได้เกิน 25 ที่นั่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535775

ขุนน้ำหมึก

09 พ.ย. 2565

ผ่าขุมกำลัง “ประยุทธ์” ปักษ์ใต้บวกซุ้มบ้านใหญ่ ได้เกิน 25 ที่นั่ง

เส้นทางพรรคฝ่ายขวา “ประยุทธ์” ปั้น รทสช. ถ้าอยากได้เกิน 25 ที่นั่ง ต้องพึ่งนักเลือกตั้ง ฐานแน่นจาก พปชร. ซุ้มเฮ้ง ซุ้มสามมิตรจะมาหรือไม่ เพื่อลบภาพพรรคปักษ์ใต้

จับตา “ประยุทธ์” ปั้นรวมไทยสร้างชาติ ต้องอาศัยกองกำลังนักเลือกตั้งค่ายพลังประชารัฐ ซุ้มมังกรเฮ้ง ซุ้มสามมิตร และซุ้มหิมาลัย จะมาตามนัดหรือไม่  

คนแดนไกลหยาม “ประยุทธ์” นำทัพ รทสช.ลงสนาม ได้ ส.ส.ไม่ถึง 25 ที่นั่ง เกจิการเมืองชี้ พรรคลุงตู่อยากโต ต้องพึ่งขุนพลเจนสนาม อย่าหลงคารมพวกหน้าจอ

วันที่ 9 พ.ย.2565 นักข่าวยังเฝ้าเค้นหาคำตอบจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีที่มีข่าวว่า จะแยกทางกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ตอบสั้นๆว่า “เป็นเรื่องกระแสข่าวนะจ๊ะ” 

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ได้แต่งตั้ง ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งไตรรงค์ ได้ลาออกจาก ปชป. และมีข่าวว่า จะมาร่วมงานกับ พีระพันธ์ สาลีรีฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ก่อนจะเคลื่อนพลไปสู่พรรครวมไทยสร้างชาติ 

ด้านทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม ได้กล่าวผ่านรายการแคร์ทอล์คเกี่ยวกับอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า “.. หากย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ผมไม่มั่นใจ เพราะเป็นพรรคใหม่ จะสร้างแบรนด์ไม่ทัน อาจได้ไม่ถึง 25 เก้าอี้ ผมไม่ได้ดูถูกใคร แต่ย้ำว่า 25 เก้าอี้ไม่ง่าย โดยเฉพาะพรรคใหม่”

 ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เสริมทัพลุงตู่ ก่อนเคลื่อนไปรวมไทยสร้างชาติ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เสริมทัพลุงตู่ ก่อนเคลื่อนไปรวมไทยสร้างชาติ

‘ผ่าขุมกำลังลุงตู่’

ถ้าเป็นไปตามการคาดการณ์ “ประยุทธ์” ไปนำทัพรวมไทยสร้างชาติ ก็ต้องดึง ส.ส.จากพลังประชารัฐ ไปเสริมทัพกลุ่มนักการเมืองปักษ์ใต้ สายอดีต กปปส.

เท่าที่มีการจับกระแสความเคลื่อนไหวของ ส.ส.พลังประชารัฐ ก็มีอยู่ 3 – 4 ซุ้มที่มีความใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ 

ซุ้มสามมิตร นำโดยสมศักดิ์ เทพสุทิน, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และอนุชา นาคาศัย ถูกมองว่า เลือกข้างลุงตู่ แต่ด้วยความเก๋าของสมศักดิ์ คงไม่ตัดสินใจง่าย ๆ นาทีสุดท้าย อาจจะเลือกอยู่พรรค พปชร.ต่อไปก็เป็นได้

ซุ้มมังกรน้ำเค็ม ของ สุชาติ ชมกลิ่น อาจเป็นกลุ่มแรกๆ ที่จะเข้าไปรวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเสี่ยเฮ้ง มี ส.ส.อยู่ในมือประมาณ 10 คน กระจายอยู่ในชลบุรี, ฉะเชิงเทรา ,ระยอง, จันทบุรี, เพชรบุรี และกาญจนบุรี

ซุ้มเมืองสิงห์ โดย ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ที่มีข่าวว่าอาจเลือกอยู่กับลุงป้อม แต่มารดา ส.ส.ชัยวุฒิ เป็นแม่ยกลุงตู่ สำหรับ ส.ส.ซุ้มนี้ มีอยู่ไม่กี่คน

ซุ้มหิมาลัย ผิวพรรณ ที่มี ส.ส.นครสวรรค์ ,พิษณุโลก และพิจิตร 3 คน อยู่ในซุ้ม เดิมทีคนเข้าใจว่า ยืนข้างลุงตู่ แต่พักหลัง หิมาลัยกลายเป็นเงาของลุงป้อม

สำหรับ ส.ส.กทม. พลังประชารัฐ ที่เหลืออยู่ 11 คน ก็อยู่ในสภาพเบี้ยหัวแตก และบางกลุ่มเตรียมย้ายไปสังกัดภูมิใจไทย
 

‘จุดแข็งปักษ์ใต้’

คะแนนนิยมของ “ประยุทธ์” นำโด่งในภาคใต้ จากผลสำรวจของนิด้าโพล ถ้าลุงตู่ยอมมาเป็นรับบทประธาน พรรค รทสช. โอกาสที่จะได้ ส.ส.เป็นกอบเป็นกำ

เบื้องต้นรวมไทยสร้างชาติ มีจุดแข็งอยู่ที่กลุ่มบ้านใหญ่ ทั้งลูกหมี-ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร ,กำนันศักดิ์-พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี และวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง 

สมทบด้วย ส.ส. และอดีต ส.ส.พรรค ปชป. อย่างเช่นวิทยา แก้วภราดัย และล่าสุด พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 8 จะลาออกไปซบพรรค รทสช.

เมื่อได้ลุงตู่มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ย่อมจะส่งผลสะเทือนไปทั่งภาคใต้ และอาจทำให้พลังประชารัฐ ไม่ได้ ส.ส.ปักษ์ใต้ แม้แต่คนเดียว

ดังที่ทราบกัน  ส.ส.พลังประชารัฐ ภาคใต้ 14 คน (ปัจจุบันเหลืออยู่ 13 คน) เป็นคนหน้าใหม่ ขี่กระแสลุงตู่เข้าสภาฯ ถ้าลุงตู่ย้ายออกจาก พปชร. พวกเขาส่วนหนึ่งประกาศแล้ว จะตามไปอยู่ รสทช.ด้วย

การเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ชุมพร และ จ.สงขลา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แบรนด์ลุงป้อมขายไม่ได้ สำหรับคนใต้ ยังรักและศรัทธาในตัวลุงตู่

เกจิการเมืองวิเคราะห์ว่า หากรวมไทยสร้างชาติไม่อยากเป็นแค่พรรคปักษ์ใต้ ก็จะต้องหาแม่ทัพระดับเกรดเอ ในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง มาเสริมทัพอย่างเร่งด่วน หากต้องการได้ ส.ส.มากกว่า 25 ที่นั่ง  
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก 

ลุยถึงวันคลอด “อุ๊งอิ๊ง” แคนดิเดตนายกฯ “เศรษฐา”ขยับเบอร์หนึ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535752

ขุนน้ำหมึก

09 พ.ย. 2565

ลุยถึงวันคลอด “อุ๊งอิ๊ง” แคนดิเดตนายกฯ “เศรษฐา”ขยับเบอร์หนึ่ง

สัญญาณจากดูไบ “อุ๊งอิ๊ง” ประกาศอุ้มท้องลูกชายคนที่ 2 ลุยศึกเลือกตั้งจนถึงวันคลอด จับตาแผนถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ ดัน “เศรษฐา”ขึ้นเบอร์หนึ่ง นายกฯตัวจริง

สู้ไม่ถอย “อุ๊งอิ๊ง” ประกาศอุ้มท้องลูกชายคนที่ 2 ลุยศึกเลือกตั้ง ทักษิณอ้อนมีหลาน 7 คนแล้ว ขอกลับไทยมาเลี้ยงหลาน

ปฏิกิริยาหลัง “อุ๊งอิ๊ง” แจ้งข่าวดี เอฟซีเพื่อไทยตั้งคำถาม เป็นแผนถอนตัวแคนดิเดตนายกฯหรือไม่ เศรษฐา ทวีสิน ยันมีท้องมีลูก ก็เป็นนายกฯได้

คืนวันลอยกระทง ทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซั่ม ก็มาพบแฟน ๆ ผ่านรายการแคร์ทอล์ค ทางแอพพลิเคชั่นคลับเฮาส์

ช่วงต้นรายการ ทักษิณได้แจ้งข่าวดีข่าวด่วนว่า อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้พาหลาน(ธิธาร) มาเยี่ยมที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ไม่ได้เอาหลานมา 1 คน โดยมีอีก 1 คนอยู่ในท้องของอุ๊งอิ๊ง เป็นลูกชายและจะคลอดในช่วงเดือน พ.ค.2566

“ผมจะบอกว่ากำลังจะมีหลานคนที่ 7 คนที่ไม่ชอบหน้าผม ไม่สงสารผมเหรอ อยากไปเลี้ยงหลานแล้ว หลานกำลังจะ 7 คนแล้ว” ทักษิณส่งอ้อนเอฟซีมาจากดูไบ

ปฏิกิริยาในโซเชียล หลังทราบข่าวหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยกำลังตั้งครรภ์ ลูกคนที่สอง ก็มีความเห็นหลากหลาย บางคนกังวลเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หรือบางเสียงสะท้อนว่า เป็นแผนการถอนตัวจากแคนดิเดตนายกฯหรือไม่

ทักษิณ และครอบครัวอุ๊งอิ๊งที่บ้านพักในดูไบทักษิณ และครอบครัวอุ๊งอิ๊งที่บ้านพักในดูไบ

‘เดินหน้าหาเสียง’

มีข้อสังเกตจากนิด้าโพล ที่สำรวจคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ พบว่า “อุ๊งอิ๊ง” มีคะแนนนิยมผกผันกับพรรคเพื่อไทย โดยเรตติ้งอุ๊งอิ๊ง ต่ำกว่าเรตติ้งพรรค ต่างพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่มีคะแนนนิยมเท่ากับพรรคก้าวไกล

หลังทักษิณแจ้งข่าวลูกสาวตั้งครรภ์กลางวงคลับเฮาส์ อุ๊งอิ๊ง- แพทองธาร ชินวัตร ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @ingshin พร้อมภาพถ่ายร่วมกับสามี ลูกสาวคนโต โดยมีทักษิณ ร่วมแสดงความยินดี ว่า “วันนี้คุณพ่อ(ทักษิณ) พูดในคลับเฮาส์ถึงข่าวดีอีกครั้งของบ้านเรา  เลยขอถือโอกาสนี้แจ้งข่าวกับทุกคน ธิธารจะเป็นพี่แล้วค่ะ”

“ตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้ เพราะมีภารกิจที่ต้องทำ ทั้งการเป็นคุณแม่ที่แข็งแรง และเป็นคนทำงานกับประชาชนที่รักอย่างดีและเต็มที่ที่สุด ไม่ต้องห่วงค่ะ แม่ๆรู้ดี เราทำงานได้จนถึงวันเดินไปคลอดแหละเนาะ กำลังใจให้กันด้วยเด้อ”

เหตุที่อุ๊งอิ๊ง ต้องรีบชี้แจงด่วน เพราะทันทีที่เอฟซีชินวัตร รู้ข่าวจากทักษิณก็มีคำถามมากมาย เกี่ยวกับเรื่องบทบาทหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

เศรษฐา ทวีสิน ผู้ตกเป็นข่าวว่า จะเป็นแคนดิเดตนายกฯคนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ได้รีทวิตข่าวอุ๊งอิ๊งเรื่องตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 แล้วแสดงความเห็นว่า @Thavisin “นายกชาติอื่นก็เคยท้องและทำงานให้เห็นมาแล้ว” , @Thavisin “ท้องก็เป็นได้สบายมากครับ” และ @Thavisin “นายกชาติอื่นก็เคยท้องและทำงานให้เห็นมาแล้ว” 

‘ตัวจริงเสียงจริง’

ทักษิณก็เคยพูดเปรยๆว่า “อุ๊งอิ๊ง” ยังไม่ถึงขั้นแคนดิเดตนายกฯ เพราะคุณหญิงพจมาน ยังไม่อนุญาต เพราะห่วงลูกสาวมาก ขอแค่เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

ว่ากันว่า ตัวจริงเสียงจริงที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยคือ เศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เริ่มเปิดตัวกับสื่อมวลชนถี่ขึ้น 

ประเมินจากวิธีคิดวิธีการทำงานในอาณาจักรแสนศิริ เศรษฐาเป็นนักบริหารที่มีสไตล์คล้ายทักษิณ บรรดาวงศาคณาญาติชินวัตร จึงเห็นว่า น่าจะตอบโจทย์ผู้นำประเทศยุคหลังโควิด ที่ประชาชนต้องการเห็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการเพิ่มรายได้ในกระเป๋าชาวบ้าน 

เมื่อไม่นานมานี้ สุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ร่ายยาวเปรียบ เทียบเศรษฐา ทวีสิน กับทักษิณ ชินวัตร ที่มีความเหมือนกันอยู่ 6 ประการ คือเป็นนักธุรกิจที่มีความรู้และประสบการณ์ในการบริหารงาน เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ 

มีความมุ่งมั่นและตั้งใจเข้ามาทำงานทางการเมือง มองปัญหาของคนจนเป็นหลัก และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับทักษิณ

เศรษฐาและทักษิณ ต่างเดินเข้าสู่เก้าอี้นายกฯ ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจเหมือนกัน โดยเศรษฐา มีอายุ 59 ปี ส่วนทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ตอนอายุ 52 ปี

ระดับรองหัวหน้าพรรคทั้งชง ทั้งปั้นขนาดนี้ ก็หนีไม่พ้นชื่อ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ เบอร์หนึ่ง ค่ายเพื่อไทยอย่างแน่นอน
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก

พระเจ้าอโศกมหาราช ต้นแบบไหว้สังเวชนียสถาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/535683

เปรียญ12

08 พ.ย. 2565

พระเจ้าอโศกมหาราช ต้นแบบไหว้สังเวชนียสถาน

ประเทศอินเดีย เปิดรับนักท่องเที่ยว และคณะธรรมจาริก เพื่อเยี่ยมเยียนสังเวชนียสถาน 4 แห่งแล้ว หลังจากปิดมา  2-3 ปี เพราะการระบาดโควิด 19

ชาวพุทธมุ่งไปบูชา สังเวชนียสถาน 4 แห่ง ได้แก่ 1. ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ พุทธคยา ที่ที่ตรัสรู้
2. พาราณสี ที่แสดงปฐมเทศนา 3. กุสินารา ที่เสด็จสู่นิพพาน และ 4. ลุมพินี ที่ประสูติ (ในประเทศเนปาล)
การที่ต้องไปทั้ง 4 แห่งเพราะ “พระพุทธองค์” ตรัสแก่ “พระอานนท์” พุทธอนุชา ว่า พุทธบริษัทต้องไปบูชา สังเวชนียสถานที่ 4 แห่ง นี้ เมื่อละโลกนี้ย่อมขึ้นสวรรค์

พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ (ดร.อนิลมาน ธมฺมสากิโย) นักปราชญ์ชาวพุทธ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพุทธโลก (ม.พ.ล.) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร
เคยกล่าวว่า ถ้าไปสังเวชนียสถาน แล้วจิตใจไม่ได้น้อมไปในการทำบุญ หรือสงเคราะห์ ย่อมไม่ได้บุญ แต่ได้บาปแทน เพราะบางคน บางคณะไปแบบละไม่ได้ ต้องกินอาหารที่ถูกปาก อาหารอินเดียกินไม่ได้ (อาหารอินเดียส่วนมากเป็นมังสะวิรัติ )แต่คนไทยขาดประเภทเนื้อไม่ได้ อย่างน้อยต้องมีปลา หรือไก่ย่าง หรือแกงไก่ ส่วนที่พักต้องเป็นโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ซึ่งบริษัททัวร์ต้องจัดเอาใจ เช่นต้องมีน้ำพริกติดไปด้วย หาที่พักให้ตามที่ลูกทัวร์ต้องการ
 การจะให้ได้บุญ สมเจตนารมณ์ในการจาริกแสวงบุญ ต้องทำตามที่พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงวางแบบไว้แล้ว

ผมขออ้างเรื่องจารึกพระเจ้าอโศกมหาราชที่ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) รวบรวมไว้
  ชาวพุทธ และนักประวัติศาสตร์ ทั่วโลก ไม่มีใครที่ไม่รู้จักพระเจ้าอโศกมหาราช ที่ปกครอง ชมพูทวีป 42 ปี หรือพ.ศ. 218 ถึง พ.ศ.260  ซึ่งพระพรหมคุณาภรณ์ หรือสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตฺโต ว่า ทรงใช้หลักรัฐศาสตร์ธรรมาธิปไตยปกครองประเทศ จนเป็นปึกแผ่นทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภก ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา และทรงเป็นอัครมหาบุรุษในประวัติศาสตร์โลก
ที่ผมจะพูดถึงพระเกียรติคุณของพระเจ้าอโศกมหาชในวันนี้ คือ ทรงเป็นต้นแบบธรรมยาตรา ในการเสด็จไปบูชาสังเวชนียสถาน โดยเฉพาะ ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ.พุทธคยา

เมื่อพระเจ้าอโศก เสด็จพุทธคยา มีพระราชกรณียกิจ ตามที่พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ยุตฺโต) อ้างข้อความในจารึกศิลา ฉบับที่ 8  ว่า ตลอดเวลายาวนานที่ล่วงไปแล้ว พระเจ้าอยู่หัวทั้งหลายได้เสด็จไปในการวิหารยาตรา (การท่องเที่ยวหาความสำราญ) ในการเสด็จวิหารยาตรานั้น มีการฆ่าสัตว์และหาความสนุกอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน  
(ส่วน) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปริยทรรศี (พระเจ้าอโศกมหาราช) ผู้เป็นที่รักแห่งทวยเทพ เมื่ออภิเษกได้แล้ว 10 พรรษา ได้เสด็จไปสู่สัมโพธิ (โพธิคยา-สถานที่ตรัสรู้) จากเหตุการณ์ครังนั้น จึงเกิดมี “ธรรมยาตรา” (การท่องเที่ยวโดยทางธรรม) นี้ขึ้น

ในการธรรมยาตรานั้น ย่อมมีกิจดังต่อไปนี้คือ การเยี่ยมเยียนสมณ ชี พราหมณ์ และการถวายทานแด่ท่านเหล่านั้น
การเยี่ยมเยียนท่านผู้เฒ่า ผู้สูงอายุ และการพระราชทานเงิน เพื่อ(ช่วยเหลือ) ท่านเหล่านั้น

การเยี่ยมเยียนราษฎรในชนบท การสั่งสอนธรรมและซักถามปัญหาธรรม แก่กัน
ความพึงพอใจ อันเกิดจากการกระทำเช่นนั้น ย่อมมีเป็นอันมาก นับเป็นโชคลาภของสมเด็จพระอยู่หัวปริยทรรศี อีกอย่างหนึ่งที่เดียว

้สังเวชนียสถาน้สังเวชนียสถาน้สังเวชนียสถาน้สังเวชนียสถาน้สังเวชนียสถาน้สังเวชนียสถานพระเจ้าอโศกมหาราช ต้นแบบไหว้สังเวชนียสถาน

นี่คือต้นแบบธรรมยาตรา ดังนั้นเมื่อเราไปสังเวชนียสถาน หรือสถานที่เกี่ยวข้องกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระคันธกุฎี จงทำจิตใจให้สงบ รำลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ ด้วยความเคารพ
 อดีต ศ.เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต เล่าในคำบรรยายพระไตรปิฎกว่า ถ้าไปแล้ว หาแต่ความสนุก คุยเดอรตี้โจ๊ก และไม่สำรวม ไม่เคารพสถานที่เหล่านั้น  ขอแนะนำให้อยู่บ้าน ได้บุญกว่าครับ
 คุณผู้อ่านคิดอย่างไรครับ
เรื่อง : เปรียญ12