พิธาไม่ขลัง “ธนาธร” โดนทิ้ง ทีมท้องถิ่นก้าวหน้า ซบค่ายแม้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535690

ขุนน้ำหมึก

08 พ.ย. 2565

พิธาไม่ขลัง “ธนาธร” โดนทิ้ง ทีมท้องถิ่นก้าวหน้า ซบค่ายแม้ว

เสื้อสีส้มไม่ขลัง “ธนาธร” โดนเท อดีตผู้สมัครนายก อบจ.คณะก้าวหน้าไม่ไปต่อกับพิธา หันไปสวมเสื้อสีแดง โหนกระแสทักษิณ บางคนไปไทยสร้างไทย และภูมิใจไทย

ค่ายสีส้มเซ็ง “ธนาธร” เจออดีตผู้สมัครนายก อบจ.คณะก้าวหน้า ไม่ไปต่อกับพรรคก้าวไกล หันไปซบเพื่อไทย ไทยสร้างไทย และภูมิใจไทย 

“ธนาธร” ทุ่มเทเยอะในศึก อบจ. หวังเห็นท้องถิ่นก้าวหน้า แต่พ่ายกลุ่มบ้านใหญ่ทุกสนาม แถมอดีตผู้สมัครนายก อบจ.ชิ่งไปอยู่ค่ายอื่น

ปลายปี 2563 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ทุ่มสรรพกำลังลุยศึกนายก อบจ.ทั่วประเทศ โดยส่งผู้สมัครนายก อบจ.เกือบ 40 จังหวัด แต่พ่ายแพ้ทุกสนาม สร้างความผิดหวังให้แก่ธนาธร

แม้ธนาธร จะบอกว่า คณะก้าวหน้ากับพรรคก้าวไกล ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ในความเป็นจริง ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ทั้งก้าวหน้าก้าวไกล ก็เป็นคนกลุ่มเดียวกัน 

เมื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เริ่มเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ ปรากฏว่า มีอดีตผู้สมัครนายก อบจ.ของคณะก้าวหน้า ไม่กี่คนที่ตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.ในเสื้อสีส้ม

การเลือกตั้งนายก อบจ.ในภาคอีสาน สมัยที่แล้ว ธนาธรคาดหวังสูง ผลออกมาแพ้หมด แต่มาถึงชั่วโมงนี้ อดีตนายกผู้สมัครนายก อบจ.ในภาคอีสาน หลายรายถอดเสื้อสีส้มพาเหรดไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย ,พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย 

‘เทสีส้มสวมสีแดง’

“ธนาธร” มีบทเรียนงูเห่าสีส้มจากพรรคอนาคตใหม่ ตอนที่มาลุยศึก อบจ.ก็เข้มงวดในการคัดตัวผู้สมัครนายก อบจ. แต่คล้อยหลังไปเพียงปีเศษ ก็มีคนโบกมือลาค่ายสีส้ม

สถาพร ว่องสันธพงษ์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด คณะก้าวหน้า สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และเสนอตัวลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 1 แต่ต้องชิงดำกับ วราวงษ์ พันธุ์ศิลา อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ที่สอบตกสมัยที่แล้ว

ทางแกนนำเพื่อไทย ยังไม่มีมติว่าจะส่งสถาพร หรือวราวงษ์ ลงสนาม ต่างฝ่ายต่างก็วิ่งหานายใหญ่ดูไบ

ณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม คณะก้าวหน้า อาศัยพี่ชายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ์ อดีต ส.ส.นครพนม พาเข้าเพื่อไทย และเสนอตัวลงสมัคร ส.ส.นครพนม เขต 4 แต่เขตนี้ แกนนำเพื่อไทยก็ยังไม่มติว่าจะส่งใคร เพราะมีผู้เสนอตัว 3 คน ได้ข่าวว่าวิ่งกันฝุ่นตลบ 

มานพ แสงดำ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.สุรินทร์ คณะก้าวหน้า ก็ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และเสนอตัวลง ส.ส.สุรินทร์ เขต 1 แกนนำเพื่อไทยยังไม่เคาะว่า จะเลือกใคร ระหว่างมานพ แสงดำ กับอนันต์ ปาลีคุปต์ 

‘ซบคุณหญิงหน่อย’

นักการเมืองค่าย “ธนาธร” โยกไปสังกัดเพื่อไทย และไทยสร้างไทยพอเข้าใจได้ แต่บางคนเลือกไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย 

ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น อดีตผู้สมัครนายก อบจ.บึงกาฬ คณะก้าวหน้า หลังพ่ายแพ้ขอกลับบ้านเกิด-อุดรธานี อำลาค่ายธนาธร ไปสังกัดพรรคไทยสร้างไทย ลงสมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 2 

ฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี คณะก้าวหน้า ก็เลือกสวมเสื้อพรรคไทยสร้างไทย ลงสมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 7 (อ.หนองวัวซอ, อ.กุดจับ)


เชษฐา ไชยสัตย์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.อุบลราชธานี คณะก้าวหน้า เลือกไปช่วยงานคุณหญิงสุดารัตน์ พรรคไทยสร้างไทย โดยตัวเขาจะลงสมัคร ส.ส.อุบลฯ ในเขต อ.เขื่องใน และ อ.เมืองอุบลฯ(บางตำบล)

ที่น่าสนใจ กฤศภณ หล้าวงศา อดีตผู้สมัครนายก อบจ.หนองคาย คณะก้าวหน้า เมื่อเสร็จศึก อบจ. ก็โดดไปสวมเสื้อสีน้ำเงิน และเดินหาเสียงในพื้นที่หนองคาย เขต 3 

ภาพในอดีต ธนาธร หาเสียงช่วย กฤศภณ หล้าวงศา สมัยสมัครนายก อบจ.หนองคาย  ปัจจุบัน กฤศภณ สังกัดภูมิใจไทย ภาพในอดีต ธนาธร หาเสียงช่วย กฤศภณ หล้าวงศา สมัยสมัครนายก อบจ.หนองคาย ปัจจุบัน กฤศภณ สังกัดภูมิใจไทย

สัปดาห์ที่แล้ว อนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย ทั้ง 3 เขต ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็คาดหวังในตัว กฤศภณ หล้าวงศา ที่มีต้นทุนมาจากเลือกตั้งนายก อบจ.หนองคาย

มีข้อสังเกตอดีตผู้สมัครนายก อบจ.ค่ายสีส้มส่วนใหญ่ จะย้ายไปอยู่พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ยกเว้นที่หนองคาย พลิกขั้วไปอยู่ฝั่งรัฐบาล 

อย่างไรก็ตาม อดีตนายก อบจ.คณะก้าวหน้า ในภาคอีสาน 3 คน ก็ได้เปิดตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคก้าวไกล 
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก

“ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย” ขัดขาหรือขัดแย้ง ไม่มีใครเกรงใจใคร ใครคือ ตาอยู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/535680

นายหัวไทร

08 พ.ย. 2565

"ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย” ขัดขาหรือขัดแย้ง ไม่มีใครเกรงใจใคร ใครคือ ตาอยู่

“ในสนามเลือกตั้งก็ไม่ต้องเกรงใจกัน” วาทะกรรมทางการเมืองที่หลุดออกมาจากปากของ “อนุทิน ชาญวีระกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

พรรค “ภูมิใจไทย” ที่กำลังส่งทหารราบบุกเข้าโจมตีฐานที่มั่นของ พรรค “ประชาธิปัตย์” อย่างหนักหน่วง ซึ่งประชาธิปัตย์มีฐานะเป็นเจ้าถิ่น เคยมี ส.ส.ในทุกจังหวัดของภาคใต้ ภาคใต้อันเป็นเมืองหลวงของประชาธิปัตย์ เลือกตั้งครั้งปี 2562 ถือว่า ภูมิใจไทย ประสบความสำเร็จ ยึดระนอง ยึดกระบี่ ยึดพัทลุง ยึดสตูล ยึดสงขลาได้ ถือว่าไม่ธรรมดา สร้างแรงฮึดให้พลพรรคภูมิใจไทยได้ไม่น้อย ถึงขั้นประกาศศักดาจะยึดฝั่งอันดามันทั้งหมด 6 จังหวัด

ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคการเมืองที่จะประกาศยึดโน้นนี้นั้นได้ เลือกตั้งครั้งหน้าก็ไม่แปลกกับความพยายามในการรุกคืบมานครศรีธรรมราช และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยนครศรีธรรมราชส่ง “อารี ไกรนรา” ส.ส.เพื่อชาติ อดีตหัวหน้าการ์ด นปช.ลงไปทำพื้นที่ เราจึงเห็นอารีลงไป “นครศรีธรรมราช” ถี่ยิบทุกศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ พร้อมกำหนดการแน่นเอี๊ยด

เมื่อ ภูมิใจไทย รุกหนักในภาคใต้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะตีความได้ว่าเปิดศึกกับประชาธิปัตย์ เมื่อ “อนุทิน ชาญวีระกูล” ลั่นกลองรบ ประกาศจะยึดฝั่งอันดามัน ไม่เว้นแม้กระทั่งพังงา ถิ่นของ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฝีปากอย่างคนประชาธิปัตย์จะกลัวเสียที่ไหนละ ยิ่งภูมิใจไทยกำลังเผชิญปัญหา พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่ประชาธิปัตย์ออกโรงต้าน “ไม่เอากัญชาเสรี เอากัญชาทางการแพทย์” แปลความได้ว่าตั้งป้อมค่ายรบกับภูมิใจไทย 
โดยประชาธิปัตย์ก็จะมีจุรินทร์เป็นตัวชูโรงต้าน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง และมีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ร่วมเปิดวิวาทะด้วย ส่วนภูมิใจไทยนอกจากอนุทินแล้วก็จะมี “ศุภชัย ใจสมุทร” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมขย่มประชาธิปัตย์ แต่เมื่อเทียบชั้นแล้ว “จุรินทร์” ยังมีสำบัดสำนวนเหนือกว่า “อนุทิน” เช่นเดียวกันความอ่อนช้อยสำนวนของสาทิตย์ ยังอยู่เหนือความโฉ่งฉ่างของศุภชัย

ยิ่ง “ภูมิใจไทย” โดยคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิป) มีมติฟรีโหวตสำหรับ พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ยิ่งสร้างความหวาดเสียว เสียวสันหลังให้ภูมิใจไทยยิ่ง โดยเฉพาะการจะปล่อยให้ ส.ส.อภิปรายเต็มที่ก่อนลงมติ ทำให้ภูมิใจไทยต้องรีบออกตัวว่า พ.ร.บ.กัญชา กัญชา ได้ผ่านมือภูมิใจไทยไปแล้ว เป็นเรื่องของสภา และวิปรัฐบาล อันเป็นการออกตัวให้ห่างจาก พ.ร.บ.กัญชา กัญชง นั้นเอง ผลักให้เป็นเรื่องของสภา

ศึกสองพรรคร่วมรัฐบาลยังจะเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าในสนามเลือกตั้ง หรือสนามสภา ยังมี พ.ร.บ.เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ค้างอยู่ในสภาอีก 1 ฉบับ ซึ่ง “พรรคภูมิใจไทย” และ “ประชาธิปัตย์” เห็นต่างกันเช่นกัน ภูมิใจไทยเสนอให้ปลอดดอกเบี้ย แต่ประชาธิปัตย์ยังให้คิดดอกเบี้ย เพียงแต่ลดเปอร์เซ็นต์ดอกเบี้ยลงมา งานนี้พลังประชารัฐ ซึ่งเป็นอีกพรรคที่มี ส.ส.ในภาคใต้ถึง 14-15 คน กำลังนั่งอยู่บนภูดูเสือกัดกัน นั่งรอดูท่าที พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะเดินหน้าต่อ หรือจะพอแค่นี้ ถ้าเดินหน้าต่อ จะต่อในฐานะพรรคไหน “พลังประชารัฐ” หรือ “รวมไทยสร้างชาติ”
“ลุงตู่อยู่ไหน เราอยู่นั้น” สะท้อนว่า ลุงตู่ไปพรรคไหน ส.ส.ใต้ของพลังประชารัฐจะพาเหรตกันไปพรรคนั้น

ประชาธิปัตย์ ถ้าตัดปัญหาภายในออกไป ตัดวงศาคณาญาติออกไป จริงจังจริงใจมากขึ้น ไม่เอาแต่พูด ลงมือทำ “ทำได้จริง ทำได้ไว” พรรคก็จะมีความแข็งแกร่ง พร้อมต่อกรกับทุกพรรค แต่ถ้ายังจะเดินหน้าถูลู่ถูกังกันไปแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็ไม่ง่ายกับเป้าหมาย 35-40 ที่นั่ง

ไม่ง่ายเพราะจะถูกภูมิใจไทยเจาะในบางจังหวัด จะถูกพลังประชารัฐขยายฐานออกไปอีก และจะมีรวมไทยสร้างชาติเข้ามาแจมอีก

เวลาที่เหลืออยู่ไม่กี่วันก่อนถึงวันหย่อนบัตร เราจะยังได้ยินได้ฟัง “วาทะกรรมทางการเมือง” อีกมากขุดออกมาสัปประยุทธ์กันของนักการเมือง เราประชาชนผู้เป็นเจ้าของสิทธิ์ก็รับฟังข้อมูลทุกฝ่ายประมวลคิด แล้วตัดสินใจก่อนเดินเข้าสู่คูหากาให้ใคร
เรื่อง : นายหัวไทร

จับตา! “ตำรวจ” เดินหน้า ทลาย “กลุ่มทุนจีน” ธุรกิจสีเทา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หนึ่งตะวัน พันดาว

08 พ.ย. 2565

จับตา! "ตำรวจ" เดินหน้า ทลาย "กลุ่มทุนจีน" ธุรกิจสีเทา

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

เริ่มสัปดาห์ใหม่…ใกล้การ“ประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ แม่ทัพสีกากี บัญชาการ “3 ทหารเสือ” พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ ,พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ,พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ระดม“กวาดล้างอาชญากรรม” สร้างความเชื่อมั่นกับนานาชาติและประชาชน ก่อนการ “ประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค”..00

ปูพรม…ตรวจค้นพื้นที่ทั่วประเทศ จับกุมบุคคลตามหมายจับ“คดีค้างเก่า” 9,465 หมาย ผู้ต้องหารวม 9,255 คน ,“คดียาเสพติด” ผู้ต้องหารวม 43,027 คน และ“คดีอาวุธปืน” 10,432 คดี ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ถือเป็นการป้องปรามเหตุร้าย “สร้างภาพลักษณ์องค์กร” สู่ “สายตาประชาคมโลก”..00

พร้อมสั่งการ…กำหนดเขตพื้นที่“ห้ามบินอากาศยาน” โดยเฉพาะอากาศยานไร้คนขับ“โดรน” และอากาศยาน ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้บิน ในพื้นที่ กทม. ตั้งแต่วันที่ 16-21 พฤศจิกายน 2565 เนื่องจากเป็น“จุดสูงข่ม” (No fly zone) หากฝ่าฝืนดำเนินคดีทันที..00 

ของร้อน…นาทีนี้ สังคมจับจ้อง “กลุ่มทุนจีน” เข้ามาทำ “ธุรกิจสีเทา” ในเมืองไทย ภายหลัง “ฝ่ายปกครอง” แท็กทีม “ตำรวจ” บุกทลาย “คลับวันพัทยา” ก่อนกระชากหน้ากาก “นายทุนจีน” พัวพันยาเสพติด เข้ามาทำธุรกิจสถานบันเทิง เข้าข่าย “ฟอกเงิน” กอบโกยเงินตราคนไทย..00
 

ไม่ทันไร…พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.ควงแขน พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 บุกทลาย“จินหลิงผับ” ย่านยานนาวา พบนักท่องเที่ยวชาวจีน มั่วสุม“ปาร์ตี้ยาเค”จำนวนกว่า 200 คน ที่สำคัญ..“สถานบันเทิง”แห่งนี้ ยังมีการเปิดเมมเบอร์ยาเสพติด “หากเสพไม่หมด สามารถฝากไว้ก่อน” แล้วมาเที่ยวคราวหน้าค่อยเบิกใหม่ “ครบวงจร”จริงๆ..00

ต่อเนื่อง“จอมแฉ”ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตเจ้าพ่ออ่างทองคำ ออกมาแฉ“กลุ่มทุนจีน” เข้ามาทำ “ธุรกิจสีเทา” ก่อนส่งข้อมูลเชิงลึก ให้กับ “บิ๊กต่อ”พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล และ “บิ๊กโจ๊ก”พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล “2 รอง ผบ.ตร.” แคนดิเดท “ผู้นำหน่วย”ในอนาคต เดินหน้าบุกทลายเครือข่าย“กลุ่มทุนจีน”อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่า “ผลงานเข้าตากรรมการ”อย่างจัง..00

ย้อนศร“รองต่อ”สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล เข้าแจ้งความตำรวจ “ทวนเข็มนาฬิกา” ระบุ โรงแรมดัง ย่านสุขุมวิท ของ “จอมแฉ”ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มีการรับจัดปาร์ตี้น่าสงสัย พร้อมเผยคลิปเด็ด“กลุ่มวัยรุ่น” เข้าห้องน้ำรวมกันหลายคนในห้องเดียว ขณะเดียวกัน “จอมแฉ” สวนกลับ “พี่รับงานใครมาหรือเปล่า” ขออุทานเบาๆ..“อุ๊ย!!!”..00

มวยถูกคู่…ควันหลงหลังปะทะคารม“เรียกน้ำย่อย” ให้“คอข่าว”ได้ยลกัน เปรียบเสมือน“มวยคู่เอก” น้ำหนัก ส่วนสูง ชั้นเชิง และประสบการณ์ “พอฟัดพอเหวี่ยง” ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ เหตุการณ์ดังกล่าว เสมือน“มวยยกแรก” ฉะนั้นต้องจับตามองห้ามกระพริบ ตอนนี้รอเพียง ลั่นระฆัง“เริ่มยกที่สอง”..00  

โทษหนัก…พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม.ฐานะ “โฆษก ตร.” ประกาศเตือน “ห้ามยิงปืนขึ้นฟ้า”ประกาศศักดา โดยเฉพาะคืน“วันเพ็ญเดือนสิบสอง” โทษหนัก จำคุกไม่เกิน 10 ปี ย้ำ เป็นค่านิยมผิดๆ อย่าหาทำโดยเด็ดขาด เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน..00

ฮือฮา…เอกสารหลุด นายตำรวจยศ “พ.ต.อ.” ลาออกจากชีวิตราชการ ให้เหตุผล “แสวงหามรรคผล”ตามรอยพระพุทธเจ้า ล่าสุด พ.ต.อ.มนตรี ชัยงามเมือง ผกก.กองงานสอบสวน สภ.เมืองแพร่ เปิดใจ “พอแล้วทางโลก มุ่งหน้าสู่ทางธรรม”…อนุโมทนา สาธุ..00  

ร้องทุกข์…ชาวบ้านร้องเรียนมา ด่านจราจร“สิบสามห้างบางลำพู” ขยันขันแข็ง ปฏิบัติหน้าที่“กวดขันวินัยจราจร”อย่างดีเยี่ยม แต่ผู้ใช้รถใช้ถนน ฝากบอกว่า“ควรให้เกียรติ”ประชาชนด้วย โดยเฉพาะการเรียกตัวปัสสาวะ เพื่อหา“สารเสพติด” ควรว่าตามข้อเท็จจริง อย่าคะยั้นคะยอ หรือมองว่าเขา“เสพยาเสพติด” มา หาก“ตำรวจ”อยากได้รับเกียรติ ก็ควรให้เกียรติ“ประชาชน”ด้วย..00  

สู่สรวงสวรรค์…ครอบครัว“วโรดมสถาน” ขอกราบขอบคุณ นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ,พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ,พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผช.ผบ.ตร. ,พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ อดีต รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงศ์สมาน รอง ผบช.ภ.1 ,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ,พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 ,นายอุโฆษ ขุนเดชสัมฤทธิ์ เจ้าของนามปากกา“นายดาบเคน” แห่ง นสพ.ไทยรัฐ ,นายสุรสีห์ แห่งศรีสุวรรณ เลขานุการ ประจำกรรมาธิการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ,นายจุลณี ตั๊นเจริญ ผู้บริหารโรงแรมพาราดิโซ่ นครสวรรค์ ,นายธนิตย์ ลี้ชัยศิริมงคล ประธานบริษัทซิงแสงนภา จำกัด ที่เข้าร่วมงานศพ นายชัยรัตน์ วโรดมสถาน หรือ “เลื่อน” อดีตผู้สื่อข่าวและคอลัมน์นิสต์ นสพ.สยามรัฐ..00

บรรทัดนี้…ขอเรียนเชิญเพื่อนสนิทมิตรสหาย ร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ คุณแม่ทองคำ บุญเสริม อายุ 86 ปี มารดา พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ บุญเสริม “นรต.49” รอง ผกก.สส.สภ.นาหว้า จ.นครพนม ณ วัดสายไหม คลอง 3 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ในวันที่ 7-11 พ.ย.65 เวลา 18.30 น. พระราชทานเพลิง ในวันที่ 12 พ.ย.65 เวลา 4 โมงเย็น..00..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว

กระทงแยกทาง “เฮ้ง สุชาติ” ไม่ทิ้งลุงตู่ ผู้กองคืนรังลุงป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535658

ขุนน้ำหมึก

08 พ.ย. 2565

กระทงแยกทาง “เฮ้ง สุชาติ” ไม่ทิ้งลุงตู่ ผู้กองคืนรังลุงป้อม

กระทงแยกทาง “เฮ้ง สุชาติ” เจอขาใหญ่ตีปลาหน้าไซ จะตามลุงตู่ไป รทสช. ลุงป้อมเตรียมต้อนรับทีม ร.อ.ธรรมนัสคืนรัง พปชร. ส่องซุ้มเสี่ยเฮ้ง-ผู้กอง ใครเหนือกว่าใคร

กระทงแยกทาง “เฮ้ง สุชาติ” เจอเกมตีปลาหน้าไซ จะตามลุงตู่ไป รทสช. เพราะบ้านป่ารอยต่อ เตรียมต้อนรับทีมผู้กองธรรมนัส

รู้กันดีว่า “เฮ้ง สุชาติ” บ้านใหม่ชลบุรี กับ ร.อ.ธรรมนัส เหมือนขมิ้นกับปูน ฝ่ายแรกใกล้ชิดลุงตู่ ส่วนฝ่ายหลังนั้นเป็นคนโปรดลุงป้อม 

พลันที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เอ่ยปากไม่ห้าม ส.ส.ที่จะตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็มีใครบางคนปล่อยข่าววีไอพีชื่อ ฮ. จะออกจาก พปชร. ไปอยู่ รทสช.แน่ๆ

นักการเมืองอักษรย่อว่า ฮ. จะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ ส.ส.ชลบุรี 

สองเดือนก่อน มีข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะกลับพลังประชารัฐ นักข่าวถามแกนนำ พปชร.หลายคน ก็ไม่ได้คำตอบใดๆ แต่เสี่ยเฮ้งบอกว่า ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ในพรรค แถมหยอดว่า “ผมว่ามันคงยากละมั้ง”

สมัยที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค พปชร. ก็มีการงัดข้อกับเสี่ยเฮ้ง สุชาติ อยู่บ่อยๆ กระทั่ง ผู้กองธรรมนัสต้องแยกตัวออกไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย

มีข้อสังเกตว่า ช่วงหลัง ๆ พล.อ.ประวิตร ไปราชการในต่างจังหวัด จะไม่มีเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น ตามประกบเหมือนเก่า ตรงกันข้าม วิรัช รัตนเศรษฐ กลับเสมือนเงาลุงป้อม ไปไหนก็มีวิรัชไปด้วยทุกงาน 

 สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จะประกบ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่บ่อยครั้ง สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จะประกบ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่บ่อยครั้ง

บ้านใหม่เมืองชล’

ทำไม “เฮ้ง สุชาติ” จึงมีระยะห่างกับลุงป้อม บ้านป่ารอยต่อ ต้องเข้าไปสแกนพื้นที่ชลบุรี ภายนอกดูคล้ายเสี่ยเฮ้งจะเป็นแม่ทัพใหญ่ แต่ลึก ๆ พปชร.เมืองน้ำเค็ม แยกออกเป็น 3 ก๊ก

ก๊กมังกรน้ำเค็ม หรือซุ้มบ้านใหม่เมืองชล มี ส.ส. 2 คนคือ สุชาติ ชมกลิ่น เขต 1 (อ.เมืองชลบุรี)เหมือนเดิม และรณเทพ อนุวัฒน์ เขต 4 (อ.พนัสนิคม) 

ก๊กสามมิตร สายไร่อ้อย มี ส.ส. 2 คนคือ สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เขต 5 (อ.บ้านบึง) และ ร.อ.จองชัย วงษ์ทรายทอง เขต 2 (อ.เมืองชลบุรี) บวกกับ ส.ส.นิ่ม-สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ก๊กพลังบ้านใหญ่ หรือซุ้มบ้านใหญ่แสนสุข ไม่มี ส.ส.ในมือ แต่มี อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เป็นกรรมการบริหารพรรค พปชร. 

ส่วน สะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี เขต 8 ที่ย้ายจาก พปชร. ไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย ไม่ได้อยู่ก๊กไหนในเมืองชล และเตรียมกลับไปหาลุงป้อมสมัยหน้า

สมัยหน้า ส.ส.ชลบุรี เพิ่มเป็น 10 เขต 10 คน พรรคพลังประชารัฐ ได้เปิดตัวไปแล้ว 9 เขตคือ สุชาติ ชมกลิ่น เขต 1, ร.อ.จองชัย วงษ์ทรายทอง เขต 2 ,สุรพงษ์ นำชัยรุจิพงษ์ เขต 3 , รณเทพอนุวัฒน์ เขต 4 ,สรวุฒิ เนื่องจำนงค์  เขต 5 ,สมเจตน์ เกตุวัตถา เขต 6 ,รุ่งเพชร แจ่มเจริญเขต 7 , มานพ ประกอบธรรม เขต 8 และอิทธิพล คุณปลื้ม เขต 9 

ในนี้ มีผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ 4 คนที่อยู่ในซุ้มมังกรน้ำเค็ม ได้แก่ สุรพงษ์ นำชัยรุจิพงษ์ ,สมเจตน์ เกตุวัตถา,รุ่งเพชร แจ่มเจริญ และมานพ ประกอบธรรม 

ถ้าเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ตามลุงตู่ไปอยู่ รทสช. ก็คงเป็นเรื่องของ ส.ส.ต้น สุรวุฒิ สายสามมิตรกับบ้านใหญ่แสนสุข สนธยา คุณปลื้ม จะจัดทัพเมืองชลใหม่

‘ซุ้มผู้กองเมืองพะเยา’

หากหลังประชุมเอเปค “เฮ้ง สุชาติ” ต้องอพยพไปอยู่กับลุงตู่ ทีม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็คงเดินสวนเข้ามาบ้านป่ารอยต่อฯ

ปัจจุบัน กองกำลังธรรมนัส ที่เป็น ส.ส.อยู่จำนวน 13 คน แต่เป็น ส.ส.เกรดเอ ที่คาดว่า จะได้กลับเข้าสภาฯ มีอยู่ 8 คน ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา , จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา ,ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ,ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก ,ปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน ,จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร ,สมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น และ ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา (สมัยหน้าจะส่งลูกสาว ลงสนามแทน)

ที่สำคัญ ลุงป้อมและวิรัช รัตนเศรษฐ อยากได้ตัวผู้กองธรรมนัส มาบัญชาการรบในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคกลาง เพราะเชื่อมั่นในฝีมือธรรมนัสมากที่สุด
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

จะไปก็ไปให้พ้น “ประวิตร” ยึด พปชร. บีบตู่ไปอยู่ รทสช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535582

ขุนน้ำหมึก

07 พ.ย. 2565

จะไปก็ไปให้พ้น “ประวิตร” ยึด พปชร. บีบตู่ไปอยู่ รทสช.

แยกทางเพราะห่างเหิน “ประวิตร” ยึด พปชร. ทำใจประยุทธ์ ไปสร้าง รทสช. ไม่ห้าม ส.ส.ที่จะตามไป ซูเปอร์โพลชี้ 2 ป.แตกแยกเป็น 2 พรรค พท.แลนด์สไลด์โดยแท้จริง

แยกทางเพราะห่างเหิน “ประวิตร” ไม่ห้าม พล.อ.ประยุทธ์ หากตัดสินใจจะไปพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมถึง ส.ส.ที่จะตามไปด้วย

“ประวิตร” มีบริวารเยอะ แถมเป็นปรปักษ์กับ พล.อ.ประยุทธ์ จึงอยู่ด้วยกันยากส่วน ผอ.ซูเปอร์โพลชี้ 2 ป.แยกทางกันวันใด จะส่งผลให้เพื่อไทยแลนด์สไลด์ 

วันที่ 7 พ.ย.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปักหลักตอบโต้กับนักข่าว กรณีอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรค พปชร.

ลุงป้อมยืนยันว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับลุงตู่ เกี่ยวกับการจะเข้าเป็นสมาชิกพรรค พปชร. เมื่อนักข่าวถามนำว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ขน ส.ส.พลังประชารัฐ ไปอยู่รวมไทยสร้างชาติ ลุงป้อมตอบเสียงแข็ง ๆ ว่า “ไปเลย ไปไหนก็ไป  ผมไม่ว่าอะไร ใครอยากไปไหนเป็นเรื่องของตัวบุคคล”

เมื่อนักข่าวถามย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไป ก็ไม่ห้ามใช่หรือไม่ ลุงป้อมตอบชัดว่า “ไม่ห้าม ผมไม่ห้ามใครทั้งนั้น”

ได้ฟังลุงป้อมตอบเรื่องอนาคตลุงตู่ ทำให้นึกถึงเพลงลูกทุ่งชื่อ “ไปให้พ้น” ร้องโดย ศรคีรี ศรีประจวบ เมื่อ 40 ปีที่แล้ว เนื้อท่อนแรกขึ้นต้นว่า “จะไปก็ไป เมื่อไปแล้วไปให้พ้น อยู่ไปทุกข์ใจท่วมท้น รักคนไหนกันแล้วมันสุขใจ ฉันพร้อมเสมอ ยอมให้เธอนั้นมีรักใหม่…”

จะว่าไปแล้ว นักวิเคราะห์การเมืองหลายสำนักต่างคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ในท้ายที่สุด ลุงป้อมกับลุงตู่ก็อยู่ด้วยกันยาก และการเมืองเชิงอำนาจ ไม่มีพี่ไม่มีน้อง 

สำหรับ นพดล กรรณิการ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้แถลงผลสำรวจ เรื่องเพื่อไทยแลนด์สไลด์ และตั้งข้อสังเกตว่า ถ้า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐส่วนหนึ่งตาม พล.อ.ประยุทธ์ ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ จะทำให้ขั้วรัฐบาลปัจจุบันอ่อนแอ ไม่ต่างจากกรณีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่คู่แข่งชัชชาติ แตกแยกและไร้พลังสู้รบ

“..จะเห็นภาพเพื่อไทยแลนสไลด์เกิดขึ้นแท้จริง เหมือนชัยชนะที่ชัชชาติทำได้มาแล้ว” นพดล กล่าว

‘พรรคพลังตู่’

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว “ประวิตร” คุมเสบียงอยู่หลังม่าน ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวชูโรงเรียกคะแนนจากกลุ่มอนุรักษ์นิยม 

ดังที่รู้กัน พรรค พปชร. ได้ ส.ส.จำนวนมากใน กทม. , ภาคกลาง และภาคใต้ เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 เพราะสโลแกน เลือกความสงบจบที่ลุงตู่ 

มองในการตลาดการเมือง ลุงตู่คือตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์นิยม หรือมวลชนที่มีจุดยืนตรงข้ามพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล(พรรคอนาคตใหม่)

ผลการสำรวจของนิด้าโพล ในภาคอีสาน ,ภาคใต้ ,ภาคเหนือ และ กทม. ได้พิสูจน์แล้วว่า ลุงตู่มีฐานเสียงที่ชัดเจน หลายภาคอาจตกเป็นรองอุ๊งอิ๊ง และพิธา แต่คะแนนนิยมก็เฉลี่ยร้อยละ 10 ขึ้นไป ยกเว้นภาคใต้ ทะลุร้อยละ 23

ในแวดวงการเมืองต่างรับรู้กันว่า พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีจุดยืนพิทักษ์ 3 สถาบันหลักคือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จึงเหมาะสมกับลุงตู่ด้วยประการทั้งปวง

‘พรรคพลังลุงป้อม’

แม้ทีมวอร์รูมบ้านป่ารอยต่อฯ พยายามปรับภาพลักษณ์ “ประวิตร” ให้เป็นลุงใหญ่ใจดี แต่โดยภาพรวมเรตติ้งลุงป้อมก็ยังไม่ขยับ

  พล.อ.ประวิตร มีบุคลิกกลมกลืนกับนักเลือกตั้งมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร มีบุคลิกกลมกลืนกับนักเลือกตั้งมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์

คนข้างกายลุงป้อมมองว่า ลุงตู่คะแนนนิยมตก ขืนเอาชื่อลุงตู่ไปหาเสียงก็มีแต่จะสอบตก นักเลือกตั้งอยู่ในบ้านป่ารอยต่อฯ มั่นใจว่า กลยุทธ์ ส.ส.บ้านใหญ่ จะใช้ได้ผล อย่างเช่นภาคอีสาน วิรัช รัตนเศรษฐ แม่ทัพใหญ่โคราช น่าจะนำ ส.ส.เข้าสภาฯ ได้เกิน 6 คน

สันติ พร้อมพัฒน์ ก็น่าจะกวาด ส.ส.เพชรบูรณ์ได้ทั้งจังหวัด รวมถึงซุ้มสามมิตร ของสมศักดิ์ เทพสุทิน, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และอนุชา นาคาศัย ก็คงจะได้มากกว่า 15 คน

ถ้าได้ ร.อ.ธรรมนัส กลับมาเป็นมือทำงานของลุงป้อม ก็เชื่อว่า พปชร.น่าจะได้ส.ส.ประมาณ 40-50 คน เอาไว้ไปเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคของทักษิณ ตามข่าวที่เขาร่ำลือกันมา

อย่างไรก็ตาม จับสัญญาณจาก 2 ป. พอประเมินได้ว่า หลังประชุมเอเปค ทิศทางการเมืองของลุงป้อมกับลุงตู่จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ    โดย … ขุนน้ำหมึก

ชักธงรบ “ทักษิณ” แดงเก่าตอกเสาเข็ม ดับฝันเสี่ยกุ่ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535557

ขุนน้ำหมึก

07 พ.ย. 2565

ชักธงรบ “ทักษิณ” แดงเก่าตอกเสาเข็ม ดับฝันเสี่ยกุ่ย

อุบลบ่แลนด์สไลด์ โจทย์ยากของ “ทักษิณ” แดงชักธงรบ บวกอดีต ส.ส.เสื้อแดง รุมกินโต๊ะเสี่ยกุ่ย ชูวิทย์ ที่ย้ายข้ามเขต เพิ่มเก้าอี้ ส.ส.ในมือ 2 ที่นั่ง หวังจะเป็นรัฐมนตรี

อุบลบ่แลนด์สไลด์ “ทักษิณ” ฝากความหวังไว้กับเสี่ยเกรียง เสี่ยกุ่ย สมัยหน้าสนามเมืองดอกบัว ต้องชนะยกจังหวัด 11 ที่นั่ง

โจทย์ยากของ “ทักษิณ” ในสนามอุบลราชธานี เจอแดงชักธงรบ บวกอดีต ส.ส.เสื้อแดง รุมกินโต๊ะเสี่ยกุ่ย ที่ย้ายข้ามเขต หวังเพิ่มเก้าอี้ ส.ส.ขอเป็นรัฐมนตรี

เมื่อครั้งที่เสี่ยเกรียง เสี่ยกุ่ยไปพบ ทักษิณ ชินวัตร ที่สิงคโปร์ ได้รับปากกับนายใหญ่สมัยหน้า เพื่อไทยต้องแลนด์สไลด์ในสนามอุบลราชธานี

ปี 2548 กระแสทักษิณมาแรงสุดๆ ภาคอีสานกวาดเกือบยกภาค แต่อุบลฯ ไทยรักไทยก็เสียให้ ปชป. 2 ที่นั่ง เช่นเดียวกับปี 2554 นารียิ่งลักษณ์ฟีเวอร์ สนามอุบลฯก็ไม่ชนะยกจังหวัด

สมัยที่แล้ว อุบลฯ มี ส.ส.10 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย ก็ได้มา 7 ที่นั่ง ถูกพรรค ปชป.แย่งไป 2 ที่นั่ง และพรรคพลังประชารัฐ 1 ที่นั่ง    

เสี่ยเบี้ยว-เกรียง กัลป์ตินันท์ และเสี่ยกุ่ย-ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เป็น ส.ส.อุบลราช ธานีรุ่นเดียวกัน อยู่กับทักษิณมาแต่ปี 2554 ไม่มีบุญวาสนาได้เป็นรัฐมนตรีเสียที

สำหรับการเลือกตั้งสมัยหน้า อุบลราชธานี มี ส.ส.เพิ่มจาก 10 คนเป็น 11 คน เสี่ยเกรียง และเสี่ยกุ่ย ก็รับปากทักษิณจะนำทัพยึดเก้าอี้ ส.ส.ทั้ง 11 ที่นั่ง เพื่อทั้งคู่จะได้มีโอกาสเป็นรัฐมนตรีสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ประเด็นที่คนอุบลฯ กำลังเฝ้าจับตามองคือ เสี่ยกุ่ย ชูวิทย์ วางตัวลูกสาว สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ลงสมัคร ส.ส.เขต 7 เขตเดิมของตัวเอง แล้วตัวเองก็ย้ายไปลงสมัคร ส.ส.เขตใหม่ โซน อ.ม่วงสามสิบ อ.ดอนมดแดง และ อ.ตาลสุม 

เสี่ยกุ่ยต้องการได้โควตา ส.ส.เพิ่มเป็น 2 ที่นั่ง เพื่อการันตีเก้าอี้รัฐมนตรีสมัยหน้า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

‘แดงหักแดง’

ภาพรวมของการเมืองอุบลฯ กระแส “ทักษิณ” ยังเหนือกว่าลุงตู่ ลุงป้อม เสี่ยหนู เฮียกวง และคุณหญิงหน่อย แต่เฉพาะเขตใหม่ ที่เสี่ยกุ่ยจะไปลงสนามนั้น กลายเป็นศึกแดงชนแดง

เมื่อสมบัติ รัตโน อดีต ส.ส.เสื้อแดงเมืองอุบลฯ อำลาพรรคเพื่อไทยไปซบพรรคภูมิใจไทย โดยอยู่ในการดูแลของเจ๊รวย เลขานุการ รมว.คมนาคม (ศักดิ์สยาม ชิดชอบ)

สมบัติ รัตโน เป็น สจ.เขต อ.ดอนมดแดง มาหลายสมัย ก่อนจะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคไทยรักไทย ,พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้เป็น ส.ส.อยู่ 3 สมัย

ช่วงแดงทั้งแผ่นดิน สมบัติ ร่วมกับดีเจสาวฝั่งโขง แกนนำแดงอุบลฯ เคลื่อนไหวปลุกระดมคนเสื้อแดงขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่เลือกตั้งปี 2554 สมบัติ พ่ายคู่แข่งจาก ปชป.

เลือกตั้งครั้งที่แล้ว จ.อุบลฯ ลดจาก 11 เขตเหลือ 10 เขต เกรียงจึงขอร้องให้สมบัติเสียสละ เพราะพื้นที่ทับซ้อนกัน เปิดทางให้เสี่ยกุยลงสนาม แต่พอจะเลือกตั้งครั้งใหม่ มีการเพิ่มเป็น 11 เขต เสี่ยกุ่ยไม่ยอมถอย ด้วยเหตุนี้ สมบัติจึงเลือกตั้งสังกัดค่ายสีน้ำเงิน 

 สมบัติ รัตโน พร้อมลุยตอกเสาเข็ม ส.ส.อุบลฯ สมบัติ รัตโน พร้อมลุยตอกเสาเข็ม ส.ส.อุบลฯ

‘ชักธงรบคืนชีพ’

เพื่อไทยอุบลฯ ยังหวังขายแบรนด์ “ทักษิณ” ปลุกพลังคนเสื้อแดงอีกครั้ง แต่ ดีเจต้อย ชักธงรบ หรือพิเชษฐ์ ทาบุดดา อดีตแกนนำกลุ่มแดงชักธงรบ ที่โด่งดังในปี 2553 กลับยืนอยู่ตรงข้ามเสี่ยเกรียง เสี่ยกุ่ย

ขณะนี้ ดีเจต้อย กำลังเคลื่อนไหวพบปะคนเสื้อแดงใน อ.ตาลสุม อ.ดอนมดแดง และ อ.ม่วงสามสิบ ที่เป็นเขตใหม่ โดยมีเสี่ยกุ่ย และสมบัติ รัตโน เป็นตัวยืนจะลงสนามต่อสู้กันเอง 

นัยว่า ดีเจต้อย ชักธงรบ ตั้งเป้ารวมพลคนเสื้อแดงมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทรวมพลัง ที่มีหัวหน้าพรรคชื่อกังฟู หรือ วสวรรธน์ พวงพรศรี โดยกังฟู เป็นหลานชายของ ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา ภรรยา วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม

ทั้งสมบัติ รัตโน และดีเจต้อย แดงชักธงรบ อาจทำให้ความฝันที่จะเป็นรัฐมนตรีของเสี่ยกุ่ย หลุดลอยไป หากสอบตกในสนามอุบลฯ สมัยหน้า

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

หัวใจสั่น “สายัณห์” ไม่รู้ บิ๊กตู่ สังกัด พปชร.หรือไม่ ลุ้นอยู่หรือย้ายพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/535553

นายหัวไทร

07 พ.ย. 2565

หัวใจสั่น "สายัณห์" ไม่รู้ บิ๊กตู่ สังกัด พปชร.หรือไม่ ลุ้นอยู่หรือย้ายพรรค

สายัณห์ ยุติธรรม ยังไม่มั่นใจ “บิ๊กตู่” อยู่ พปชร.หรือไม่ สวนกระแสย้ายพรรค นายกตู่อยู่ไหนผมอยู่นั้น หลังเข้าสังเกตุการณ์พรรคอื่น

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีเวลาอยู่สั้นๆแวะไปเยี่ยม “สายัณห์ ยุติธรรม” ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นบ้านหลังเล็กๆ อยู่ริมน้ำที่ อ.ท่าศาลา ซึ่งข้างบ้านก็ทำเป็นธุรกิจร้านอาหารไม่ใหญ่โตมากนัก แต่อาหารอร่อย
นายกตู่อยู่ไหนผมอยู่นั้น” เป็นคำตอบของสายัณห์ หลังมีข่าวลือว่าจะย้ายพรรค และสายัณห์เคยดอดไปสังเกตการณ์ประชุมของ พรรครวมไทยสร้างชาติ ทำให้เกิดข่าวลือว่า สายัณห์จะย้ายพรรค 
คำว่า นายกฯตู่อยู่ไหนผมอยู่นั้น ถ้านายกฯตู่เลือก พรรครวมไทยสร้างชาติ สายัณห์ก็ย้ายพรรคตามข่าวลือ แต่ถ้าลุงตู่เลือกพรรคพลังประชารัฐ สายัณห์ก็ยังอยู่ที่เดิม และเวลานี้ยังไม่ขัดว่า ลุงตู่เลือกพรรคไหน
      สายัณห์ สร้างบ้านหลังเล็กๆอยู่ริมคลองกับที่ดินหลายไร่ แต่ดูแล้วสายัณห์มีความสุขอยู่กับบ้านหลังเล็กๆริมน้ำ ที่อุดมสมบูรณ์ กับภรรยาคู่ชีวิต ส่วนลูกๆเรียนจบ ทำงานกันหมดแล้ว
      สายัณห์พาเดินดูบ้านหลังเล็กๆที่มีห้องนอนห้องเดียว ห้องน้ำในตัว ในห้องนอนก็เป็นห้องแต่งตัวด้วย เสาร์-อาทิตย์ ไม่มีประชุมสภา สายัณห์ก็จะกลับบ้านริมน้ำที่ท่าศาลา สายัณห์ดูเหมือนจะภูมิใจกับต้นไม้ข้างบ้านที่ลงมือปลูกด้วยตัวเอง เช่น ต้นขนุน ต้นมะพร้าว ไม้ดอกไม้ประดับแซมอยู่ด้วย

ตื่นเช้ามาของวันหยุด สายัณห์ก็จะตระเวนกินกาแฟสองสามร้าน ก่อนจะกลับมาที่บ้านซึ่งเปิดเป็นร้านอาหารด้วย นัดเพื่อนสนิทมานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยน รับฟังปัญหา พร้อมประสานการแก้ไข ถ้ามีงานก่อนเที่ยง เช่น ทอดกฐิน ก็จะออกไปร่วมงานบุญกับชาวบ้าน หรืออาจจะเป็นงานบุญอย่างอื่น ช่วงเย็นก็จะไปงานศพบ้าง งานแต่งบ้าง
สะพานจันทร์โอชา” คือเรื่องที่สายัณห์ภูมิใจมากที่สุดกับการทำหน้าที่ ส.ส.4 ปี
สะพานจันทร์โอชา เป็นข้อเสนอของสายัณห์ให้สร้างสะพานเชื่อมระหว่าง อ.ขนอม ของจังหวัดนครศรีธรรมราชกับเกาะสมุยของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สายัณห์ทัวร์ลงกับข้อเสนอสร้างสะพานจันทร์โอชา ซึ่งเริ่มจะเป็นจริง กระทรวงคมนาคมทำเอ็มโอยูกับสามหน่วยงาน เดินหน้าออกแบบสะพานจันทร์โอชาแล้ว คือกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยกรมทางหลวงจะรับผิดชอบสร้างถนนเขื่อมกับสะพานฝั่ง อ.ขนอม กรมทางหลวงชนบทจะสร้างถนนเขื่อมกับสะพานฝั่งเกาะสมัย และการทางพิเศษจะสร้างในส่วนของตัวสะพาน ซึ่งน่าจะใช้งบประมาณปี 2577

ทัวร์ลงสายัณห์ หลังเสนอสร้างสะพานเชื่อมสมัย-ขนอม พร้อมตั้งชื่อ “สะพานจันทร์โอชา” 
“มันเป็นหลักการตลาดทางการเมือง แค่แป๊บเดียวคนรู้จักสะพานจันทร์โอชาแล้ว ส่วนชื่อจริงๆอาจจะขอพระราชทานชื่ออีกทีว่าจะใข้ชื่ออะไร” เป็นไหวพริบ ปฏิภาณของสายัณห์ 

สภาชุดนี้เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือน ไม่มีใครรู้ว่าสภาจะอยู่จนครบวาระหรือจะมีการยุบสภาหรือไม่ แม้สายัณห์จะไม่บอก แต่ฟังน้ำเสียงจับใจความได้ว่าเลือกตั้งครั้งหน้าสายัณห์น่าจะย้ายเขต ไปลงเขตโซนชานเมือง เช่น อ.พระพรหม แต่ก็มี อ.ท่าศาลา บางตำบล ส่วนเขตเดิม สายัณห์เปิดทางให้น้องชาย “อำนวย ยุติธรรม” ลงสมัครแทน

สายัณห์ ยุติธรรม สส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร.สายัณห์ ยุติธรรม สส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร.
 

ก่อนมาเล่นการเมืองสนามใหญ่ สายัณห์อยู่กับสนามเล็ก ระดับท้องถิ่นมาร่วม 20 ปี กับการเป็นสมาชิกสภาจังหวัด เคยเป็นประธานสภาจังหวัด เคยเป็นเลขานุการ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ผู้กลับคืนสู่ธรรมชาติแล้ว
เป้าหมายต่อไปของสายัณห์นอกจากลงสมัครรับเลือกตั้งต่อแล้ว ยังต้องการสานภารกิจที่คั่งค้างให้แล้วเสร็จ รวมถึงการคาดหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้รับการพิจารณาจากผู้ใหญ่ในพรรคให้เป็นรัฐมนตรีทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร
เรื่อง : นายหัวไทร

ชินวัตรอุปถัมถ์ “อุ๊งอิ๊ง” ว่าที่นายกคนเมือง เจอส้มสายแข็ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535518

07 พ.ย. 2565

ชินวัตรอุปถัมถ์ "อุ๊งอิ๊ง" ว่าที่นายกคนเมือง เจอส้มสายแข็ง

คนที่ใช่ “อุ๊งอิ๊ง” แชมป์ภาคเหนือ นับแต่ทักษิณเป็นนายกฯ คนเมืองเทใจให้พรรคเดียว สมัยหน้า จับตาพิธาและก้าวไกล การเมืองล้านนาอาจเปลี่ยนจากชินวัตรอุปถัมภ์

ไม่แปลกใจ “อุ๊งอิ๊ง” เป็นคนที่ใช่ของคนเหนือ เพราะนับแต่ ทักษิณ เป็นนายกฯ คนเมืองก็เทใจให้พรรคเดียวคือ พรรคของตระกูลชินวัตร ไม่ปันใจให้พรรคอื่น

สมัยหน้า “อุ๊งอิ๊ง” เครือข่ายเพื่อไทย เจอคู่แข่งที่น่ากลัวคือ พิธา และมิตรสหายพรรคก้าวไกล จับตาการเมืองล้านนา อาจเปลี่ยนจากชินวัตรอุปถัมภ์

ผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องคนที่ใช่ พรรคที่ชอบของคนเหนือ พบว่า คนที่ใช่อันดับ 1 ร้อยละ 31.70 แพทองธาร ชินวัตร และอันดับ 2 ร้อยละ 15.00 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส่วนพรรคที่ชอบ ก็คือพรรคเพื่อไทย ตามมาด้วยพรรคก้าวไกล

ถ้าจำกันได้ การเลือกตั้งปี 2544 ทักษิณ ชินวัตร นำทัพพรรคไทยรักไทย ลงสู้ศึกเลือกตั้ง และชูคำขวัญเฉพาะภาคเหนือ “เลือกไทยรักไทย ได้นายกคนเมือง” ผลเลือกตั้งครั้งนั้น พรรคไทยรักไทย กวาดเก้าอี้ ส.ส.ภาคเหนือมาได้กว่าร้อยละ 80 เหลือให้พรรค ปชป.ได้เก้าอี้ ส.ส.แถวภาคเหนือตอนล่างบ้าง

หลังจากนั้น ไม่ว่าพรรคของทักษิณ จะใช้ชื่อพลังประชาชน และเพื่อไทย ก็เป็นแชมป์ภาคเหนือมาทุกครั้ง ยกเว้นสมัยหน้า พรรคก้าวไกล ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงพรรคเพื่อไทยอย่างสมน้ำสมเนื้อ

ตระกูลชินวัตร ทำสถิติเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 คนคือ ทักษิณ ชินวัตร ,สมชาย วงศ์สวัสดิ์(เขยชินวัตร) และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คนเมืองก็ยังฝันที่จะเห็นชินวัตรรุ่น 3 อย่างอุ๊งอิ๊ง เป็นนายกฯหญิงคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

  • ‘ตำนานนายกคนเมือง’

“อุ๊งอิ๊ง” จะได้เป็นนายกคนเมืองหรือไม่ ก็ต้องรอไฟเขียวจากคุณหญิงพจมาน แต่เฉพาะหน้าในบทบาทหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ก็ปลุกกระแสนายกคนเมืองได้

คุณหญิงพจมาน และอุ๊งอิ๊ง ในกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยที่เชียงใหม่คุณหญิงพจมาน และอุ๊งอิ๊ง ในกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยที่เชียงใหม่

หากพลิกหน้าประวัติศาสตร์การเมือง ณรงค์ วงศ์วรรณ นักการเมืองจากเวียงพ่อเลี้ยงเมืองแพร่ เกือบสร้างตำนานนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่เป็นคนเมือง

การเลือกตั้ง 2531 พ่อเลี้ยงณรงค์ ปลุกกระแสพรรคเลือกรวมไทย ได้ นายกคนเมือง ปรากฏพรรครวมไทย กวาด ส.ส.ในสนามภาคเหนือ ได้ 18-19 ที่นั่ง แต่ก็โชคร้ายตกเป็นฝ่ายค้านอีก

ก่อนชีวิตการเมืองจะพลิกผันหลังรัฐประหาร 2534 ล้อบบี้ยิสต์การเมืองสายทหารอากาศ มาชวนพ่อเลี้ยงณรงค์ไปตั้งพรรคสามัคคีธรรม พรรคของ รสช. และอุบัติเหตุการเมืองปี 2535 ทำให้พ่อเลี้ยงณรงค์ ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

ตอนที่ทักษิณ ชินวัตร ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ก็ได้เข้าเยี่ยมคารวะพ่อเลี้ยงณรงค์ ขอความรู้เรื่องการเมืองไทย และได้สานต่อความฝันนายกคนเมือง ของพ่อเลี้ยงเมืองแพร่ได้สำเร็จ

  • ‘เชียงใหม่-เชียงราย’

การเลือกตั้งสมัยหน้าในสนามภาคเหนือ “อุ๊งอิ๊ง” อาจปลุกกระแสเพื่อไทยได้ไม่แรงเท่ากับนารีขี่ม้าขาว-ยิ่งลักษณ์ เพราะมีคู่แข่งอย่างพรรคก้าวไกล

ถ้าพิจารณาจากนิด้าโพล ทั้งในภาคอีสานและภาคเหนือ ชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 ด้วยคะแนนนิยมที่น่าสนใจ

ปรากฏการณ์พรรคอนาคตใหม่ ในปี 2562 เฉพาะสนามเชียงใหม่ และเชียงราย ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่เกจิการเมืองเป็นอย่างมาก

ลองมาดูผลคะแนนรวมในสนามเชียงใหม่ 9 เขตเลือกตั้ง เพื่อไทย ได้ 381,292 คะแนน ตามมาด้วยพรรคอนาคตใหม่ ได้ 254,09 คะแนน ซึ่งพรรคสีส้ม ส่งผู้สมัครไม่มีชื่อเสียงลงสนาม แต่ได้คะแนนรวมขนาดนี้ ถือว่า เกินเป้าหมาย

ส่วนสนามเชียงราย 7 เขตเลือกตั้ง เพื่อไทย ได้ 282,544 คะแนน และพรรคอนาคตใหม่ ได้ 165,192 คะแนน แถมได้ ส.ส.เขต 2 คน

การที่ผู้สมัคร ส.ส.อนาคตใหม่ เอาชนะอดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้ที่เขต 1 และเขต 6 ทำเอากองเชียร์คนเสื้อแดงถึงกับช็อก


พลันที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ กองเชียร์สีส้มกลับผิดหวัง เมื่อ 2 ส.ส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่ อย่าง น.พ.เอกภพ เพียรพิเศษ และพีรเดช คำสมุทร ย้ายไปซบพรรคภูมิใจไทย

ในการเลือกตั้งสมัยหน้า พรรคก้าวไกล ได้จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้งสนามเชียงใหม่และเชียงรายไว้เรียบร้อยแล้ว ด้วยการนำเสนอนโยบายที่โดดเด่น กองเชียร์สีส้มเชื่อว่า ต้องได้ ส.ส.เขต ในภาคเหนือตอนบนอย่างแน่นอน

ตู่แยกทาง “ประวิตร” กำเนิด 3 ป. ยุคบ้านจันทร์บ้านป่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535507

06 พ.ย. 2565

ตู่แยกทาง "ประวิตร" กำเนิด 3 ป. ยุคบ้านจันทร์บ้านป่า

ภาคใหม่ 3 ป. “ประวิตร” เดินหน้าพลังประชารัฐ รอเปิดตัว ป.แป๊ะ แคนดิเดตนายกฯ เสริมทัพด้วยทีม ป.ป๊อด พี่น้องบูรพาพยัคฆ์ ได้เวลาแยกย้าย ลุงตู่ไปอยู่บ้านหลังใหม่

ภาคใหม่ 3 ป. ประวิตร” เดินหน้าขับเคลื่อนพลังประชารัฐ รอเปิดตัว ป.แป๊ะ แคนดิเดตนายกฯ เสริมทัพด้วยทีมน้องรัก ป.ป๊อด

พี่น้องได้เวลาแยกย้าย ป.ประยุทธ์ จะอำลา “ประวิตร” ไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่ชื่อรวมไทยสร้างชาติ ยกเว้นมีข้อมูลพิเศษ อาจต้องมีภารกิจร่วมกันต่อไป

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปทอดกฐินที่วัดโฆสมังคลาราม บ้านโคกสว่าง ต.โคกสว่าง อ.ปลาปาก จ.นครพนม ซึ่งเป็นวัดที่บิ๊กป้อมไปทอดกฐินติดต่อกันมาเป็นปีที่ 8 แล้ว

งานกฐินเที่ยวนี้ บิ๊กป้อมควงวิรัช รัตนเศรษฐ และสันติ พร้อมพัฒน์ ร่วมคณะไปด้วย เฉพาะวิรัช ดูจะเป็นขุนพลคู่ใจลุงบ้านป่ารอยต่อไปเสียแล้ว

ท่ามกลางความอึมครึมของ 2 ป.คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ ก็มีเกจิการเมืองปล่อยของ บอกว่า หลังประชุมเอเปค พล.อ.ประยุทธ์ จะไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ก็ได้เวลาเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคือ พล.อ.ประวิตร และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เดินหน้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่

จะว่าไปแล้ว แนววิเคราะห์แบบนี้ ส.ส.ในค่าย พปชร. ก็รับรู้กันมาระดับหนึ่งแล้ว จึงมีข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ 13 ส.ส.เศรษฐกิจไทยจะหวนกลับบ้านป่ารอยต่อ

หากสถานการณ์ภายในพรรค พปชร.เป็นไปตามรูปการวิเคราะห์ข้างต้นนี้ ก็จะเกิดพี่น้อง 3 ป.ภาคใหม่คือ ป.ป้อม, ป.แป๊ะ และ ป.ป๊อด ตัวละครหลังม่านที่ใครก็รู้ดีว่ามีบทบาทสำคัญต่ออนาคต พปชร.

  •  
  • ‘ป.แป๊ะรอแต่งตัว’

“ประวิตร” เป็นคนรักน้อง เพราะปั้นกันมาแต่อยู่ พล.ร.2 รอ. จึงไม่เอ่ยปากเรื่องแคนดิเดตนายกฯ กับ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ความอดทนรอเวลาให้น้องเล็กตัดสินใจเอง

พล.อ.ประวิตร ไปทอดกฐินที่นครพนม เมื่อ 5 พ.ย.65พล.อ.ประวิตร ไปทอดกฐินที่นครพนม เมื่อ 5 พ.ย.65

ชื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ตกเป็นข่าวว่า จะเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ มานานหลายเดือนแล้ว

พล.อ.ประวิตร ส่ง ป.แป๊ะ เข้าไปเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.หนองคาย และ จ.หนองบัวลำภู ตั้งแต่ปลายปี 2564 ร่วมคัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส.หลายจังหวัด แต่ช่วงหลัง ป.แป๊ะกลับโลว์โปรไฟล์ เหมือนจะรอจังหวะเวลาเปิดตัวปลายปีนี้

ความเคลื่อนไหวของ ป.แป๊ะ ในอีสาน คงรู้ถึงหูคนดูไบ ทักษิณ ชินวัตร จึงพูดในแคร์ทอล์คว่า ป.ที่ 4 อดีตนายตำรวจจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พปชร. แทน พล.อ.ประยุทธ์

วันที่ พล.อ.ประวิตร เดินทางไปร่วมงานอีเวนท์พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน ร้านอาหารใน จ.หนองบัวลำภู ด้วยลุคใหม่ ใส่กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ มีผ้าขาวม้าคาดเอว ก็เป็นการครีเอทของ ป.แป๊ะ หนึ่งในวอร์รูมบ้านป่ารอยต่อฯ วางแผนสร้างภาพลักษณ์ลุงป้อมให้ดูปราดเปรียว และใกล้ชิดประชาชน

  • ‘ป.ป๊อด-คนหลังม่าน’

ป.ประยุทธ์ เป็นน้องรักสายบูรพาพยัคฆ์ของ “ประวิตร” แต่ ป.ป๊อด เป็นน้องรักร่วมสายโลหิต ฉะนั้น เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ

ในวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น มีบริวารใกล้ชิดมากหน้า ก็ย่อมมีระยะห่างจาก พล.อ.ประวิตร และมาถึงวันนี้ ความแตกต่างทางความคิดของ 2 ป. ปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ

ที่เห็นชัดที่สุดคือ กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เป็นคู่ปรปักษ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ พล.อ.ประวิตร กลับโอบอุ้มมาตลอด เพราะเป็นมือทำงานที่ไว้ใจมากคนหนึ่ง

ดังนั้น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องแท้ๆ จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในบ้านป่ารอยต่อฯ พร้อมกับกระแสข่าวธรรมนัสรีเทิร์น

ว่ากันว่า บทบาทหลังม่านนั้นนั้น ป.ป๊อด ถือว่า ล้ำลึกเกินคาดเดา สมกับบุคลิกเป็นคนเงียบขรึม มีคอนเนกชั่นนั้นกว้างขวางไม่แพ้พี่ชาย

ยามใดที่มีการพูดถึงดีลลับ ระหว่างบ้านป่ารอยต่อ กับบ้านจันทร์ส่องหล้า ก็ต้องนึกถึงชื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท เพราะทราบดีว่า ป.ป๊อด มีความใกล้ชิดกับทักษิณ ในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องเตรียมทหาร สายตำรวจ

กรณีของ ป.ป๊อด จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของ ป.ป้อม ผู้มากด้วยคอนเนกชั่น และสามารถเชื่อมต่อกับทุกขั้วการเมือง

เอาผิด “พระภิกษุสามเณร” ต้องพำนักอาศัยแค่วัด ยกระดับวงการศาสนา โทษานุโทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/535435

เปรียญ12

06 พ.ย. 2565

เอาผิด  "พระภิกษุสามเณร" ต้องพำนักอาศัยแค่วัด ยกระดับวงการศาสนา โทษานุโทษ

นับว่าเป็นคำสั่งครั้งที่ 3 มติมหาเถรสมาคม ให้เจ้าคณะปกครองกวดขัน ห้ามพระภิกษุสามเณรเข้าไปพำนักอาศัย หรือดำเนินการใด ๆสถานที่ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด

เรื่องนี้ ดูแล้วไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร เพราะพระภิกษุนั้น เมื่อได้รับการอุปสมบทแล้ว พระอุปัชฌาย์ จะต้องบอกนิสัย หรือปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิตมี  4 อย่าง คือเที่ยวบิณฑบาตร 1 ห่มผ้าบังสุกุล(รวมผ้าที่เป็นอติเรกลาภ) 1 อยู่โคนต้นไม้ (รุกขมูล และที่อยู่ที่เป็นอติเรกลาภ) 1 และฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า (รวมทั้งเภสัชที่เป็นอติเรกลาภ) 1
เรียกสั้นๆ ว่า จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานเภสัช
เมื่อนิสสัย 4 บอกให้อยู่ตามโคนต้นไม้ได้ แต่ มส.กลับมีคำสั่งไม่ให้ภิกษุ สามเณรพักในที่ที่ไม่ใช่วัด

เรื่องอย่างนี้ ต้องมีเฉลย ผมจึงกราบเรียนถามกรรมการมหาเถรสมาคมท่านหนึ่ง ท่านให้ความเห็น แต่ไม่อนุญาตให้ออกชื่อ
ท่านบอกว่า เท่าที่ทราบเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ คำสั่งมีมาก่อนอย่างน้อย 2 ฉบับ แต่พฤติกรรมของ ภิกษุสามเณร บางรูป บางกลุ่มไม่เปลี่ยน เช่นไปพักอาศัยในที่ไม่เหมาะสม ด้วยหวังจะได้อติเรกลาภเกินวินัย หรือกฏข้อบังคับกำหนด ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย และเอือมระอาแก่ผู้พบเห็น ทำให้เกิดเสื่อมศรัทธา หรือทำลายพุทธศาสนาโดยไม่รู้ตัว จึงต้องนำประกาศและคำสั่งอันเป็นของเก่ามาปัดฝุ่น
คำสั่งห้ามฉบับแรก เป็นประกาศของสังฆนายก พ.ศ. 2505 เมื่อคณะสงฆ์ยังปกครองตาม พ.ร.บ.สงฆ์ 2484

คำสั่งมีเนื้อหาว่า ห้ามภิกษุสงฆ์ สามเณร เข้าไปเกี่ยวข้องกับวัด หรือสำนักสงฆ์ ที่สร้างไม่ถูกต้อง ทั้งนี้เพราะมีพระภิกษุไปสร้างวัดในที่ของตนบ้าง ในที่สาธารณะบ้าง โดยไม่ถูกต้องตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ เป็นการละเมิด กฎหมายบ้านเมือง และ พ.ร.บ.สงฆ์ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่พระราชอาณาจักรและคณะสงฆ์ จึงประกาศห้ามไม่ให้ไปเกี่ยวข้องทั้งจัดการ หรือเป็นที่ปรึกษา หรือเข้าไปพำนักพักแรมที่นั่น
ให้พระคณาธิการ หรือผู้ปกครองท้องถิ่นนั้น เข้าไปจัดการ แล้วรายงานถึงกรรมการสงฆ์อำเภอ
หากยังฝ่าฝืนให้ลงโทษตามควรแก่กรณี
หากเอาไม่อยู่ต้องขออารักจากส่วนราชการแล้วให้รายงานถึงสังมนตรีว่าการองค์การปกครอง


 ต่อมา เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2521 มหาเถรสมาคม มีคำสั่งห้ามภิกษุ สามเณร เที่ยวเตร็ดเตร่และพักแรมตามบ้านเรือน
 คำสั่งนี้ออกตาม พรบ.สงฆ์ 2505 มีใจความว่า ห้ามภิกษุสามเณร เตร็ดเตร่ไปในที่ต่างๆ โดยไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และห้ามค้างแรมตามบ้านเรือนติดต่อกันเกินสมควร โดยไม่จำเป็น

ถ้าฝ่าฝืน ให้ตรวจดู ถ้าผู้ที่ถือหนังสือสุทธิถูกต้อง ให้เจ้าคณะอำเภอ หรือเจ้าคณะท้องถิ่นแนะนำให้ภิกษุ สามเณรนั้นกลับสู่สำนักเดิม
ส่วนผู้ที่ถือสุทธิปลอมให้จับสึก ส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย จากนั้นรายงานให้ มส. ทราบ

ส่วนพระสังฆาธิการละเลย ในกรณีดังกล่าวให้ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ คือต้องถูกลงโทษ ตามโทษานุโทษ
ผู้เขียนก็หวังว่า เมื่อคำสั่ง หรือประกาศ ถูกปัดฝุ่นแล้ว การพระพุทธศาสนาคงสะอาดขึ้น

มติมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสามเณรเข้าไปพำนักอาศัยมติมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสามเณรเข้าไปพำนักอาศัย

เรื่อง : เปรียญ12