ศึกวังนาคี “อนุทิน” ดับฝันลุงป้อม บอมบ์ฐานเพื่อแม้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535412

ขุนน้ำหมึก

05 พ.ย. 2565

ศึกวังนาคี “อนุทิน” ดับฝันลุงป้อม บอมบ์ฐานเพื่อแม้ว

บุกเมืองบั้งไฟพญานาค “อนุทิน” ดับฝันลุงป้อม บอมบ์ค่ายแม้ว เปิดตัวสายแข็งแห่งโพนพิสัย ปั้นนาคีรูท เส้นทางการเมืองหนองคาย-บึงกาฬ ตามรอยศรัทธาพญานาค

บุกเมืองบั้งไฟพญานาค “อนุทิน” ดับฝันลุงป้อม เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.สายแข็งแห่งโพนพิสัย ดูดเด็กธนาธร ซบค่ายสีน้ำเงิน

“อนุทิน” มอบทรงศักดิ์ ทองศรี ปั้นนาคีรูท เส้นทางการเมือง ตามรอยศรัทธาพญานาค จากอุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ ตอกเสาเข็มอีสานเหนือ

สุดสัปดาห์นี้(4 พ.ย.65) อนุทิน ชาญวีรกุูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยึดลานนาคาเบิกฟ้า ริมน้ำโขง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 เขต จ.หนองคาย ประกอบด้วย เขต 1 เสถียร ผาณิบุศย์ อดีตรองนายก อบต.ค่ายบกหวาน ,เขต 2 ทพญ.จิดาภา สุนทรธนากุล ภรรยานายกเทศมนตรีตำบลโพนพิสัย และเขต 3 กฤษภณ หล้าวงศา อดีตผู้สมัครนายก อบจ.หนองคาย คณะก้าวหน้า 

แม่ใหญ่ค่ายสีน้ำเงินที่รับผิดชอบเมืองหนองคายคือ ทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค และ รมช.มหาดไทย และ นพ.มารุต มัสยวาณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ

หลายคนอาจลืมไปแล้วว่า นพ.มารุต มัสยวาณิช ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ว.หนองคาย ปี 2549 โดยการสนับสนุนของ พินิจ จารุสมบัติ เจ้าพ่อวังพญานาค 

เลือกตั้งปี 2550 หมอมารุต สวมเสื้อเพื่อแผ่นดิน สมัคร ส.ส.หนองคาย แต่สอบตก หลังจากนั้น หมอมารุตย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อปี 2562

“นาคีรูท” หมายถึงการพัฒนาเส้นทางการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวตามรอยศรัทธาพญานาค หนองคาย-อุดรธานี-บึงกาฬ ซึ่งพรรคภูมิใจไทย ได้มอบให้ ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย รับผิดชอบโครงการนี้ และเป็นพื้นที่เป้าหมายในการตอกเสาเข็มทางการเมืองด้วย

‘ศึกโพนพิสัย’

“อนุทิน” เลือก อ.โพนพิสัย เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เพราะค่ายสีน้ำเงินคาดหวังสูง ที่จะเจาะไข่แดงเพื่อไทยได้ แม้จะมีพรรคลุงป้อม ลงสนามแข่งด้วย

หมอมิลค์ หรือ ทันตแพทย์หญิง จิดาภา สุนทรธนากุล ผอ.โรงพยาบาลพิสัยเวช อ.โพนพิสัย เพิ่งเปิดตัวลงสนาม ส.ส.เขต 2 ก่อนหน้านั้น หมอมิลค์ ได้ร่วมทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวตามแผนนาคีรูทมาระยะหนึ่งแล้ว

ทพญ.จิดาภา เป็นภรรยา นพ.สรร สุนทรธนากุล นายกเทศมนตรีตำบลโพนพิสัย และเมื่อเลือกตั้งปี 2562 หมอสรร ลงสมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 2 ในสีเสื้อพรรคเสรีรวมไทย แต่พ่าย ชนก จันทาทอง พรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม หมอสรรได้ 13,738 คะแนน ไว้เป็นต้นทุนการเมืองสำหรับหมอมิลค์ ภรรยาที่จะลงสนามสมัยหน้า    

  หมอมิลค์ สายแข็งแห่ง อ.โพนพิสัย ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย ภูมิใจไทย หมอมิลค์ สายแข็งแห่ง อ.โพนพิสัย ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย ภูมิใจไทย

ส่วนหนองคาย เขต 3 กฤษภณ หล้าวงศา อดีต ผอ.โรงเรียนอนุบาลหนองคายลงสมัครนายก อบจ.หนองคาย ในนามคณะก้าวหน้า ตอนนั้น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาช่วยหาเสียง ก็ได้ 50,333 คะแนน ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

หลังแพ้เลือกตั้งท้องถิ่น กฤษภณ หล้าวงศา ก็สวมเสื้อภูมิใจไทย ลงพื้นที่เขต 3 ปูทางหาเสียงมาได้แรมปีแล้ว โดยไม่สนใจจะไปต่อกับพรรคก้าวไกล

‘ดับฝันลุงป้อม’

เลือกตั้ง ส.ส.หนองคายครั้งต่อไป ผู้สมัคร ส.ส. 3 เขตในสังกัดพรรคของ “อนุทิน” กลายเป็นตัวตัดแต้มพรรคพลังประชารัฐไปโดยปริยาย

ถ้าจำกันได้ ต้นเดือน ส.ค.2565 พล.อ.ประวิตร ยกทัพมาเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย 3 เขตคือเขต 1 กระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ ,เขต 2 ปภาสิริ ศรีตะบุตร และเขต 3 ศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ

ทีมพลังประชารัฐหนองคายนั้น ลุงป้อมมอบให้ ยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย ดูแลพื้นที่ โดยวาดฝันจะชนะยกเขต

ส่วนแชมป์หนองคาย พรรคเพื่อไทย ส.ส. 3 คน ยังอยู่ครบ ประกอบด้วยเขต 1 กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ,เขต 2 ชนก จันทาทอง และเขต 3 เอกธนัช อินทร์รอด

ว่ากันตามจริง ลำพังสู้กันระหว่าง พท.กับ พปชร. เด็กลุงป้อมก็เป็นรองเด็กทักษิณอยู่แล้ว พลันที่เสี่ยหนูยกทัพใหญ่มาเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ก็ทำให้ฝันลุงป้อมสลายไปโดยพลัน

ยกตัวอย่างเขต 2 (อ.โพนพิสัย) กลายเป็นศึกสามสาวสามเส้า ระหว่าง ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย เพื่อไทย ลูกสาวประสิทธิ์ จันทาทอง อดีต ส.ส.หนองคายหลายสมัย ,ปภาสิริ ศรีตะบุตร พลังประชารัฐ คนในตระกูลศรีตะบุตร และ หมอมิลค์ ภูมิใจไทย ยาใจหมอสรร นายกเล็กโพนพิสัย

ทั้งสามสาวแห่ง อ.โพนพิสัย ต่างก็มีแบ็คดี สวมสีเสื้อพรรคใหญ่ ไม่ต่างจากศึกชิงวังพญานาคี สะเทือนเลื่อนลั่นลำน้ำโขงแน่ 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ      โดย … ขุนน้ำหมึก 

มิตรแท้ผู้นำลาว “จ้าวเหว่ย” ส.ส.ไทยตบเท้าคารวะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535336

ขุนน้ำหมึก

04 พ.ย. 2565

มิตรแท้ผู้นำลาว “จ้าวเหว่ย” ส.ส.ไทยตบเท้าคารวะ

บารมีเบ่งบานสองฝั่งโขง “จ้าวเหว่ย” ไม่ธรรมดา ลาวประดับเหรียญชัย เพื่อนสนิทอดีตรองนายกฯลาว ส.ส.ไทยเบอร์ต้นๆของสภาฯ ตบเท้าคารวะมังกรจีนในลาว

ใหญ่คับสองฝั่งโขง “จ้าวเหว่ย” ไม่ธรรมดา ลาวประดับเหรียญชัย หนุนปราบปรามยาเสพติด เพื่อนสนิทอดีตรองนายกฯลาว 

นักการเมืองไทยตบเท้าคารวะ “จ้าวเหว่ย” ในฐานะประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ที่นำรายได้ส่งมอบให้รัฐบาลลาวมากที่สุด 

ชื่อ จ้าว เหว่ย ตกเป็นข่าวใหญ่ในฝั่งไทย เมื่ออดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาแฉมาเฟียจีน 5 กลุ่ม แล้วโยงไปที่อาณาจักรคิงส์โรมัน ฝั่ง สปป.ลาว และยกให้จ้าว เหว่ย เป็นซีอีโอขบวนการทุนสีเทาจีนในไทย 

สำหรับทางฝั่ง สปป.ลาว จ้าว เหว่ย คือนักธุรกิจชาวจีน ที่ทุ่มเม็ดเงินมหาศาลพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำในทั่วทุกด้าน พร้อมกับให้ความร่วมมือแขวงบ่อแก้วอย่างดียิ่ง

วันที่ 1 ต.ค.2565 ท่านบัวคง นามมะวง เจ้าแขวงบ่อแก้ว และ พ.อ.บุนมี พามีไซ หัวหน้ากองบัญชาการทหารแขวงบ่อแก้ว ได้จัดพิธีประดับเหรียญชัยวีรอาจหาญ ชั้น 2 ให้แก่ จ้าว เหว่ย 

เหรียญชัยวีรอาจหาญนั้น ทางการลาวจะมอบให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อระลึกถึงคุณงามความดี ความองอาจ กล้าหาญที่บุคคลนั้นได้สร้างให้แก่ประเทศลาว

ที่ผ่านมา  จ้าว เหว่ย ได้เอาใจใส่ในการปฏิบัติตามแนวนโยบายของพรรค ประชาชนปฏิวัติลาว ในด้านการป้องกันชาติ ป้องกันความสงบ สนับสนุนการแก้ไขปัญหายาเสพติด และอื่นๆ ทั้งที่อยู่ภายใน-ภายนอกเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ

ปี 2565 เป็นปีที่ครบรอบ 15 ปี เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ได้มีแขกพิเศษเดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำมาเยือนอาณาจักรจ้าว เหว่ย ไม่ขาดสาย

ผู้นำระดับสูงของลาวอย่าง ท่านบุนทอง จิดมะนี รองประธานประเทศ สปป.ลาว และท่านสินละวง คุดไพทูน ประธานแนวลาวสร้างชาติ ก็มาเยือนอาณาจักรจ้าวเหว่ย

นอกจากนั้น คณะ ส.ส.ไทยจำนวนหนึ่ง ก็ได้เดินทางไปประชุมแลกเปลี่ยนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เยี่ยมชมโรงงานอุตสาหกรรม ,โครงการเกษตรแผนใหม่ และสนามบินแห่งใหม่ที่สร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

‘ไม่ได้มีแค่กาสิโน’

ช่วงโควิดระบาด 2 ปี “จ้าว เหว่ย” ได้เดินทางไปยังแขวงเชียงขวาง และแขวงหัวพัน เพื่อดูลู่ทางการลงทุนใหม่ ๆ   ตามคำเชิญของรัฐบาลลาวทั่ว สปป.ลาว มีเขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่หลายแห่ง แต่ที่ประสบความสำเร็จนำรายได้เข้าสู่รัฐมากที่สุดคือ เขตเศรษฐกิจพิเศษของจ้าว เหว่ย

เป้าหมายหลักของจ้าว เหว่ยคือ พัฒนาสามเหลี่ยมทองคำเป็นเมืองใหญ่ที่ทันสมัย และเป็นเมืองท่องเที่ยวสากล

“ในปี 2565 โครงการก่อสร้างพื้นฐานต่างๆ และการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ยังมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่น การสร้างสนามบินนานาชาติบ่อแก้ว, โรงแรม 5 ดาว, อ่างเก็บน้ำประปา, ถนนเชื่อมสนามบิน, สนามกอล์ฟ และโครงการอื่นๆ ที่จะลงมือก่อสร้างตามลำดับ..” จ้าว เหว่ย แถลงในวาระครบรอบ 15 ปี

‘เสี่ยวฮักสหายแพง’

“จ้าว เหว่ย” เป็นนักธุรกิจชาวจีนที่ผู้นำพรรคและรัฐ แห่ง สปป.ลาว ให้การยอมรับ และถือเป็นต้นแบบของเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ในบรรดาผู้นำลาว จ้าว เหว่ย สนิทสนมกับท่านสมสะหวาด เล้งสะหวัด มากที่สุด ถึงขั้นเป็นเสี่ยวฮักสหายแพง 

ปัจจุบัน ท่านสมสะหวาด เล้งสะหวัด เป็นที่ปรึกษาศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว และเดินทางมาเยี่ยมยามจ้าว เหว่ย อยู่เรื่อย ๆ 

  จ้าว เหว่ย และสมสะหวาด เล้งสะหวัด อดีตรองนายกฯลาว จ้าว เหว่ย และสมสะหวาด เล้งสะหวัด อดีตรองนายกฯลาว

ที่สำคัญ ท่านสมสะหวาด พูดภาษาจีนได้คล่อง เพราะมีเชื้อสายจีน จึงมีความผูกพันกับจ้าว เหว่ย ที่มีพื้นเพเป็นคนในมณฑลเฮยหลงเจียง 

ครอบครัวท่านสมสะหวาด เล้งสะหวัด มีถิ่นฐานบ้านเกิดอยู่ที่เมืองเหวิน ซาง มณฑลไห่หนาน(ไหหลำ) และได้อพยพมาทำมาค้าขายอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง ตั้งแต่สมัยฝรั่งเศสปกครองลาว

ท่านสมหวาด เรียนหนังสือที่เมืองหลวงพระบาง เมื่ออายุได้ 16 ปี ได้เข้าร่วมการปฏิวัติลาว และได้เป็นสมาชิกพรรคประชาชนปฏิวัติลาว เมื่อปี 2509

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง และสถาปนา สปป.ลาว ท่านสมสะหวาดเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ 15 ปี และเป็นรองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ อีกหลายสิบปี

ปี 2549 สมัชชาพรรคฯ ได้เลือกท่านสมสะหวาด เป็นกรมการเมืองสูงสุดประจำพรรค และเป็นคนลาวเชื้อสายจีนคนแรก ที่ได้รับตำแหน่งสูงสุดในพรรคประชาชนปฏิวัติลาว

สมัยที่ท่านสมสะหวาด เป็นรองนายกฯ ได้ผลักดันให้รัฐบาลลาวอนุญาตให้สัมปทานโครงการเขตเศรษฐกิจเฉพาะสามเหลี่ยมทองคำ แก่จ้าว เหว่ย แห่งกลุ่มดอกงิ้วคำ 

ด้วยเหตุนี้ ทุกครั้งที่มาเยือนสามเหลี่ยมทองคำ จ้าว เหว่ย จะขอบคุณท่านสมสะหวาด ที่ช่วยดูแลและผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ จนเติบโตอย่างรวดเร็ว

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก 

สุดท้ายจะออกทางไหน ปมร้อน “ขายที่ดิน” ให้ต่างด้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/535303

นายหัวไทร

04 พ.ย. 2565

สุดท้ายจะออกทางไหน ปมร้อน "ขายที่ดิน" ให้ต่างด้าว

กระแสต้านรอบทิศ รัฐบาลทบทวนแนวคิดขายที่ดินให้ “ต่างด้าว” แม้จะเป็นกฎหมายเก่า เอามาปัดฝุ่นใหม่ แต่ก็มีการแก้ไข ให้ถือครองกรรมสิทธิ์ได้ง่ายขึ้น

เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกรณีที่รัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวงที่อนุญาตให้คนต่างด้าวซื้อที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ได้ ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดมากมาย แต่มีคนบางกลุ่มออกมาต่อว่า วิจารณ์รัฐบาลว่าเป็นการขายชาติ

เรื่องนี้มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งประกาศใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยบัญญัติไว้ในมาตรา ๘๖ ว่า คนต่างด้าวจะได้มาซึ่งท่ีดินก็โดย อาศัยบทสนธิสัญญาซึ่งบัญญัติให้มีกรรมสิทธิ์ใน อสังหาริมทรัพย์ได้และอยู่ในบังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ด้วย

ตามบทบัญญัติดังกล่าวการให้คนต่างด้าวมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้เป็นตามสนธิสัญญา คือพลเมืองของประเทศที่มีสนธิสัญญาต่อกันให้พลเมืองถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินในประเทศที่มีสนธิสัญญาต่อกันได้ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินเรื่องให้คนต่างด้วยถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน  โดยมีการบัญญัติเพิ่มไว้ในมาตรา ๙๖ ทวิ โดยมาตรา ๙๖ ทวิ บัญญัติว่า บทบัญญัติว่าด้วยคนต่างด้าว จะได้มาซึ่งที่ดินโดยอาศัยบทสนธิสัญญาตามมาตรา ๘๖ วรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับกับคนต่างด้าวซึ่งได้นําเงินมาลงทุนตามจํานวนที่กําหนดในกฎกระทรวงซึ่งต้องไม่ตํ่ากว่าสี่สิบล้านบาท โดยให้ได้มาซึ่งท่ีดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ไม่เกินหนึ่งไร่และต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี

 การได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าวตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง โดยในกฎกระทรวงอย่างน้อย ต้องมีสาระสําคัญ ดังต่อไปนี้

…..(๑) ประเภทของธุรกิจที่คนต่างด้าวลงทุน ซึ่งต้องเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ หรือเป็นกิจการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ประกาศให้เป็นกิจการที่สามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนได้

…..(๒) ระยะเวลาการดํารงการลงทุนต้องไม่น้อยกว่าสามปี

…..(๓) บริเวณที่ดินที่อนุญาตให้คนต่างด้าวได้มา ต้องอยู่ภายในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กําหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง

…..ในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ รัฐบาลที่มีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ออกกฎกระทรวง เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การได้มาของคนต่างด้าวตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๖ ทวิ และยังคงใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันซึ่งคนต่างด้าวก็สามารถถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้อยู่แล้ว

…..ตามกฎหมายมาตรา ๙๖ ทวิ และกฎกระทรวงที่ออกในปี ๒๕๔๕ มีหลักเกณฑ์สำคัญคือคนต่างด้าวต้องนำเงินมาลงทุนไม่น้อยกว่า ๔๐ ล้านบาท ก็อนุญาตให้ซื้อที่ดินเพื่ออยู่อาศัยได้ไม่เกิน ๑ ไร่ และมีเงื่อนไขอื่นๆ อีก

…..สรุปว่าการให้คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้มีมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ ต่อมามีการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินในปี ๒๕๔๒ และได้ออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขต่างๆ ในปี ๒๕๔๕ ปัจจุบันคนต่างด้าวจึงถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยไม่เกิน ๑ ไร่ ได้อยู่แล้วโดยรัฐบาลปัจจุบันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย

รัฐบาลปัจจุบันเพียงต้องการแก้ไขปรับปรุงกฎกระทรวงปี ๒๕๔๕ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการที่จะให้คนต่างด้าวมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือซื้อที่ดินเพื่ออยู่อาศัยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันเพื่อประเทศชาติจะได้ประโยชน์ให้มากที่สุดเท่านั้น แต่ก็ต้องให้เป็นไปตามที่มาตรา ๙๖ ทวิ กำหนดไว้จะผิดไปจากนี้ไม่ได้ และยังอยู่ในระหว่างดำเนินการแก้ไข โดยร่างกฎกระทรวงได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ส่งให้คณะกรรมการกฤษฏีกาพิจารณา ยังมีการปรับปรุงแก้ไขได้ ยังไม่ได้ประกาศใช้เลย

ถ้ารัฐบาลปัจจุบันเพียงแต่ต้องการจะแก้ไขกฎกระทรวงที่มีอยู่แล้วและต้องเป็นไปตามที่มาตรา ๙๖ ทวิ กำหนดไว้ ถูกประนามว่าเป็นการขายชาติ

รัฐบาลที่ประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดินในปี ๒๔๙๗ รัฐบาลที่แก้ไขประมวลกฎหมายที่ดินโดยการเพิ่มมาตรา ๙๖ ทวิ ในปี ๒๕๔๒ และรัฐบาลที่ออกกฎกระทรวงในปี ๒๕๔๕ ไม่ต้องถูกประนามว่าเป็นการขายชาติยิ่งกว่ารัฐบาลปัจจุบันหรือ ?

กลุ่มคนที่ออกมาด่ารัฐบาลว่า การให้คนต่างด้าวซื้อที่ดินเป็นการขายชาติ ควรต้องศึกษาหาความรู้บ้างว่าเรื่องนี้มีความเป็นมาอย่างไร จะได้ไม่สื่อสารออกไปในทางที่ผิด บิดเบือน ใส่ร้ายคนอื่นให้ได้รับความเสียหาย

สรุปย่อๆเงื่อนไขให้ต่างด้าวซื้อที่ดิน

-เปิดให้ซื้อที่ดินเป็นที่อยู่อาศัยแต่ห้ามขาย ซื้อได้แค่คนละไม่เกิน 1 ไร่ (ภายใน 5 ปีที่เปิดโครงการ)

ถ้ามีการแบ่งขายหรือขายก็จะถูกระงับทันที (ตามสัญญา)

 -สามารถโอนให้ลูกหลานได้ แต่ลูกหลานก็ยังห้ามขายอยู่ดี

-เงื่อนไขคือ ต้องมีเงินมาลงทุนในไทยไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท / คน และต้องลงทุนติดต่อกัน 3 ปี (ลงทุนค้างเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 3 ปี)

กลุ่มคนที่จะซื้อได้มี 4 กลุ่มคือ

-กลุ่มที่ 1 กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งร่ำรวยสูง

-กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้เกษียณอายุมาจากต่างประเทศ (รวย)

-กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มผู้ที่ต้องการทำงานในประเทศไทย (รวย)

-และกลุ่มที่ 4 คือกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (ฝทั้ง 4 กลุ่มนี้ ต้องเอาเงินมาลงทุนในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท / คน ….

และต้องคงลงทุนค้างไว้อย่างน้อย 3 ปี จะลงทุนแค่ปีเดียวแล้วถอนก็ไม่ได้

นอกจากนี้ยังมีกฎหมายอีกเยอะแยะที่เป็นสัญญาก่อนจะซื้อ ไม่ใช่นายหมูนายแมวจะซื้อได้ง่ายๆนะ

“นับแต่ปี 2545 ถึงปัจจุบันมีคนต่างด้าวใช้สิทธิตามกฎกระทรวงฉบับปี 2545 ไป 11 ราย ปัจจุบันขายต่อ 1 ราย และ 1 ราย แปลงสัญชาติเป็นไทยไปแล้ว คงเหลือ 8 ราย”

นิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในฐานะเคยกำกับดูแลกรมที่ดิน

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า รัฐบาลจะเดินหน้าต่อ หรือกลับมาทบทวนกับกระแสต้านเปิดทางให้ต่างด้าวถือครองที่ดิน

สัญญาณชัด “ธรรมนัส” เลือกแล้ว ส.ส.ไผ่ ฝันแลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535292

ขุนน้ำหมึก

04 พ.ย. 2565

สัญญาณชัด “ธรรมนัส” เลือกแล้ว ส.ส.ไผ่ ฝันแลนด์สไลด์

รอคำตอบจาก “ธรรมนัส” คนใกล้ชิด ไผ่ ลิกค์ บอกผู้กองไปต่างประเทศ ไม่เกินเดือนธันวารู้ชัด หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต ผู้กองไม่อยู่ มีข่าวใหญ่ตำรวจค้นบ้านอดีตรัฐมนตรี

รอคำตอบจาก “ธรรมนัส” คนใกล้ชิด ไผ่ ลิกค์ บอกผู้กองไปต่างประเทศ ไม่เกินเดือนธันวา รู้แน่ชัด 13 ส.ส.เศรษฐกิจไทย เลือกทางสายไหน

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต “ธรรมนัส” ไม่อยู่ในเมืองไทย ในวันที่ตำรวจลุยกวาดล้างทุนจีนสีเทา และเข้าตรวจค้นบ้านอดีตรัฐมนตรี 

มีคำยืนยันแล้ว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางไปต่างประเทศจริง จากการให้สัมภาษณ์สื่อบางสำนักของ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย

บังเอิญช่วง ร.อ.ธรรมนัส ไม่อยู่ในเมืองไทย สองนายตำรวจใหญ่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เปิดปฏิบัติตรวจค้นสถานบันเทิง ผับ บาร์ บ้านพัก อาคาร ที่พัก และบริษัทของนายทุน และนอมินีชาวต่างชาติ รวม 42 จุด ทั่วประเทศ

ในเป้าหมายดังกล่าวข้างต้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ได้เข้าค้นอาคารของอดีตรัฐมนตรีคนหนึ่ง ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ถึงอย่างไรก็ต้องไล่ดูเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงทั้งหมด 

นักข่าวพยายามจะเค้นถามเอากับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ว่าอดีตรัฐมนตรีเป็นใคร นายตำรวจใหญ่ไม่ตอบ แต่คนทั้งประเทศก็พอเดาออก

วกกลับมาที่ ร.อ.ธรรมนัส ไปต่างประเทศนั้น ส.ส.ไผ่ ลิกค์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อบางสำนักว่า ไปเรื่องอะไร ไปพบใคร ตนเองไม่ทราบ ซึ่งคิดว่าอีกไม่นานจะมีคำตอบว่าพวกเขาจะไปสังกัดพรรคไหน

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2565 ไผ่ ลิกค์ พูดในรายการ TalkingThailand ทางช่องวอยซ์ทีวี เกี่ยวกับอนาคตของ 13 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยว่า ไปไหนก็ไปด้วยกันหมด และจับน้ำเสียงได้ว่า ไผ่เลือกกลับพรรคเพื่อไทย

หากผู้กองธรรมนัสจำต้องหวนคืนบ้านป่ารอยต่อฯ ไผ่ ลิกค์ก็น่าจะเลือกไปต่อกับเพื่อไทย เพราะการชูทายาททักษิณหาเสียงได้ง่ายกว่า

‘เลือดแท้เพื่อแม้ว’

ไผ่ ลิกค์ กับ “ธรรมนัส” ทิ้งเพื่อไทยมาอยู่พลังประชารัฐ ด้วยเงื่อนไขพิเศษของผู้กุมอำนาจ คสช.เมื่อ 3 ปีที่แล้ว และมาถึงวันนี้ สหายผู้กองกับ พล.อ.ประยุทธ์ ขัดแย้งแตกหัก ไม่สามารถอยู่ร่วมชายคาเดียวกันได้ จึงเกิดพรรคเศรษฐกิจไทย

ปี 2544 เรืองวิทย์ ลิกค์ ย้ายจากพรรคความหวังใหม่ มาสังกัดพรรคไทยรักไทย ตามคำเชิญชวนของทักษิณ ซึ่งบ้านใหญ่เมืองกำแพงเพชรก็อยู่ใต้ร่มธงชินวัตร จนส่งไม้ต่อให้ลูกชาย ไผ่ ลิกค์ เป็น ส.ส.สมัยแรก ในสีเสื้อเพื่อไทย

สมัยที่แล้ว ไผ่ ลิกค์ ต้องใช้เวลาพูดคุยกับชาวบ้าน เพื่ออธิบายเหตุผลการย้ายจากเพื่อไทยมาอยู่กับค่าย 3 ป. เนื่องจากคนเสื้อแดงกำแพงเพชร รู้สึกเหมือนถูกหักหลัง

มิหนำซ้ำ ช่วงต้นปี 2561 ไผ่ ลิกค์ ก็เดินทางไปกราบทักษิณและยิ่งลักษณ์ที่สิงคโปร์ ฉะนั้น การพลิกเกมย้ายข้าง จึงเจอปฏิกิริยาคนเสื้อแดงชากังราวโต้กลับรุนแรงเหมือนกัน

เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส ตัดสินใจไม่เดินต่อในสีเสื้อเศรษฐกิจไทย ไผ่ ลิกค์ ก็นึกถึงการกลับบ้านเก่า-เพื่อไทย มากกว่าที่จะไปอยู่พรรคอื่น หรือการย้อนกลับไปพลังประชารัฐ
 

‘ทีมผู้กองขยับยาก’
 

วันนี้ “ธรรมนัส” จะขยับไปไหน ไม่ได้มีเพียง ส.ส.พะเยา 2 คน หากแต่มี ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อีกจำนวนหนึ่ง จะเข้าพรรคไหน ก็ต้องเคลียร์พื้นที่กันเหนื่อย


ไผ่ ลิกค์ บอกกับนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า พวกเขาไม่ได้มีแค่ ส.ส. 13 คน หากแต่มีนักการ เมืองท้องถิ่นอีกเกือบ 20 คน ที่พร้อมจะลงสนาม และผ่านการทำโพลมาแล้วว่า ชนะแน่ในเขตนั้น 

  แปลกๆ พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร สายธรรมนัส สวมเสื้อตราไก่ ลุงป้อม ออกงานแปลกๆ พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร สายธรรมนัส สวมเสื้อตราไก่ ลุงป้อม ออกงาน

ดังนั้น การที่ทีมผู้กองธรรมนัส จะเคลื่อนไปอยู่พรรคใด ก็ต้องมีการเจรจาเรื่องกองกำลังนักเลือกตั้ง 20-30 คน ที่จะตามไปอยู่พรรคนั้นด้วย

จริง ๆ แล้ว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังเป็นความหวังของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่จะดึงตัวกลับมาช่วยงานพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งวิรัช รัตนเศรษฐ ขุนพลข้างกายลุงป้อม ก็เฝ้ารอผู้กองคืนรังอยู่

พล.อ.ประวิตร มีความไว้เนื้อเชื่อใจ วิรัช – ธรรมนัส ว่าจะนำทัพ พปชร.ลุยศึกเลือกตั้งสมัยหน้าได้อย่างมีประสิทธิผล     

สำหรับไผ่ ลิกค์ และ ส.ส.เศรษฐกิจไทยอีกหลายคน คงคิดต่างจากผู้กอง และอยากเดินหน้าไปกับเพื่อไทย มากกว่าจะกลับ พปชร. 
     
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก 

ขายยาก “เศรษฐา ทวีสิน” พ่อใหญ่แม่ใหญ่อีสาน ฮักอุ๊งอิ๊งเลือดแท้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535225

ขุนน้ำหมึก

03 พ.ย. 2565

ขายยาก “เศรษฐา ทวีสิน” พ่อใหญ่แม่ใหญ่อีสาน ฮักอุ๊งอิ๊งเลือดแท้

มาแน่เบอร์หนึ่ง “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เสียงหนุนเพียบ ส.ส.อีสานกังวล ไม่ใช่ยี่ห้อชินวัตร ชาวบ้านไม่ตอบรับ เหมือนปี 2550 เมินสมัครรักทักษิณ

มาแน่เบอร์หนึ่ง “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เสียงหนุนเพียบ แต่ ส.ส.อีสาน กังวลหากไม่ใช่ยี่ห้อชินวัตร ชาวบ้านจะไม่ตอบรับเท่าที่ควร

คนนอกชินวัตร “เศรษฐา ทวีสิน” คงต้องพ่วงอุ๊งอิ๊ง ลูกสาวนายห้าง เหมือนเลือกตั้งปี 2550 ขายทักษิณลูกเดียว ไม่ต้องสนใจสมัคร สุนทรเวช

พักนี้ออกเดินสายพบสื่อถี่ขึ้น สำหรับ เศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่ตกเป็นข่าวหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย 

จับสัญญาณจากแกนนำหลังม่าน ไม่ว่าจะเป็น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, เยาวภา วงศ์สวัสดิ์, คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และทักษิณ ชินวัตร ต่างเปิดไฟเขียวพร้อมกัน 

แน่นอน เศรษฐา ทวีสิน มีภาพลักษณ์นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และมีแนวคิดการเมืองสอดรับกับคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่คนหัวอนุรักษ์นิยม

มีหลายคนเปรียบเทียบ เศรษฐา ทวีสิน กับ สมัคร สุนทรเวช ทั้งคู่ต่างก็เป็นคนนอกของตระกูลชินวัตร และไม่เคยร่วมหัวจมท้ายกับทักษิณในทางการเมือง

ดังนั้น ส.ส.อีสานจำนวนหนึ่ง จึงรู้สึกกังวล หากพรรคเพื่อไทย ดันเศรษฐา ทวีสิน ขึ้นเบอร์หนึ่ง แคนดิเดตนายกฯในภาคอีสาน เพราะคนรากหญ้ายังติดแบรนด์เดิมคือ ทักษิณ และเครือญาติ

‘ตีตลาดอีสาน’

“เศรษฐา ทวีสิน” มีบุคลิกแบบนักธุรกิจเพียว ๆ ดูไร้เสน่ห์ทางการเมือง เมื่อเปรียบเทียบกับคุณหญิงสุดารัตน์ ที่เป็นคนนอกเหมือนกัน แต่คุณหญิงหน่อยยังมีคนอีสานนิยมชมชอบอยู่ไม่น้อย

ปรากฏการณ์อุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ ในการเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.ร้อยเอ็ด รวมถึงการเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.กาฬสินธุ์ สะท้อนว่า ทักษิณยังไม่เสื่อมมนต์ขลัง

จากการที่อุ๊งอิ๊งเดินสายปราศรัยที่ร้อยเอ็ด ได้ปลุกกระแสคนเสื้อแดงขึ้นมาโดยพลัน คนสูงอายุรู้สึกชื่นชมลูกสาวทักษิณเป็นพิเศษ


ย้อนไปดูการเลือกตั้งทั่วไปปี 2550 พรรคพลังประชาชน ได้ 233 ที่นั่ง แยกเป็น ส.ส.เขต 199 ที่นั่ง และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 34 ที่นั่ง

ส.ส.ส่วนใหญ่มาจากภาคอีสาน อันเป็นผลงานของ เนวิน ชิดชอบ(สมัยเป็นแม่ทัพพลังประชารัฐ) ที่ออกแบบขบวนการคนรักทักษิณ (ตอนนั้นยังไม่มีเสื้อแดง)   เคลื่อนไหวจัดชุมนุมย่อย และแจกแผ่นซีดีกลอนลำคิดฮอดทักษิณ ขับลำโดยบรมครูหมอลำกลอน ชาวบ้านได้ฟัง น้ำตาไหล อยากให้อดีตนายกฯทักษิณกลับบ้าน

คนอีสานไม่ได้สนใจ สมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนในเวลานั้น พวกเขาเข้าคูหา กาเลือกพลังประชาชน ด้วยความรักและคิดถึงทักษิณ

จุดนี้เองที่ ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย รู้สึกเป็นห่วง หากทราบว่า เศรษฐา เป็นว่าที่นายกฯตัวจริง ไม่ใช่อุ๊งอิ๊ง แล้วชาวบ้านจะไม่เลือกเพื่อไทย

พ่อใหญ่แม่ใหญ่อีสาน ฮักลูกสาวทักษิณมาก

‘ไม่เล่นเกมเสี่ยง’

ว่ากันว่า ทักษิณพจมาน เลือก “เศรษฐา ทวีสิน” เป็นแคนดิเดตนายกฯเบอร์หนึ่ง เพราะไม่ต้องการให้ลูกสาวคนเล็ก ไปเล่นเกมเสี่ยง


ในวันที่ทักษิณเปิดบ้านพักที่นครดูไบ ให้ทีมงานยูทูบฟาโรส เข้าไปสัมภาษณ์หลายเรื่อง อย่างเช่นการเลี้ยงดูลูกๆ “..แม่เขาเลี้ยงลูกดี แม่เป็นคนดูแลลูก รักกัน 3 คน รักกันมาก ไม่เคยอิจฉาเลย วันหนึ่งซื้อเพชรมา 2 เม็ด อิ๊งค์มาหาผมบ่อย ก็ถามเขาเรื่องเพชร เขาตอบว่า เม็ดใหญ่ต้องให้พี่เอม เขารักกัน เสียสละให้กันและกัน”

ทักษิณยังอธิบายบุคลิกของลูกแต่ละคนว่า “..อิ๊งค์ หน้าพ่อจริง แต่นิสัยแม่ เป็นคนที่นิ่ง เด็ดขาด ดุเหมือนแม่ แรงมาก็แรงไป”

สังเกตได้ว่า ทักษิณเข้าใจว่า ลูกสาวคนเล็กมีความชอบเรื่องการเมือง และจะทำงานการเมืองได้ดี แต่ก็ยังหวั่นใจในเกมการเมือง เพราะบ่อยครั้ง นักการเมืองต้องเผชิญเกมแรง ด้วยภูมิคุ้มกันมีน้อย อาจต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับพ่อและอา

มิต้องพูดเรื่องคุณหญิงพจมาน ที่เปิดทางให้อุ๊งอิ๊งเล่นการการเมืองอย่างมีข้อจำกัด ไม่อยากให้ลูกสาวเล่นเกมเสี่ยงเกินไป จึงอนุญาตให้แค่รับบทหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

ชื่อเศรษฐา จึงถูกดันขึ้นมาอยู่แถวหน้า แต่จะขายหรือไม่ โดยเฉพาะภาคอีสาน ก็รอให้ถึงวันที่ออกเดินสายไปทั่วประเทศ จึงวัดกระความนิยมได้
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ       โดย … ขุนน้ำหมึก

เย้ยฟ้าท้ามะกัน “จ้าว เหว่ย” มังกรสีเทา เจ้าผู้ครองสามเหลี่ยมทองคำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535148

ขุนน้ำหมึก

02 พ.ย. 2565

เย้ยฟ้าท้ามะกัน “จ้าว เหว่ย” มังกรสีเทา เจ้าผู้ครองสามเหลี่ยมทองคำ

ชูวิทย์เป็นใคร “จ้าว เหว่ย” มังกรลุ่มน้ำโขง เจ้าผู้ครองสามเหลี่ยมทองคำ ท้ารบสหรัฐฯ ที่คว่ำบาตรกาสิโนคิงส์โรมัน เตรียมเปิดใช้สนามบินนานาชาติ ทุนสีเทาทะยานฟ้า

มาทำความรู้จัก “จ้าว เหว่ย” ประธานเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ ผู้กล้าท้ารบกับสหรัฐฯ ที่คว่ำบาตรกาสิโนคิงส์โรมัน ในอีกมุมหนึ่ง เขาคือนักธุรกิจใหญ่ ใจบุญสุนทาน

ชูวิทย์คือใคร “จ้าวเหว่ย” ไม่สนใจ เพราะอาณาจักรสามเหลี่ยมทองคำเติบใหญ่ขยายตัว กำลังจะเปิดใช้สนามบินนานาชาติ ประชันสนามบินแม่ฟ้าหลวง

สืบเนื่องจากกรณีทุนจีนสีเทา ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาแฉ 5 กลุ่มมาเฟียจีนโดยเชื่อมโยงไปที่ จ้าว เหว่ย เจ้าของกาสิโนคิงส์โรมัน สามเหลี่ยมทองคำ 

จริง ๆ แล้ว คนไทยรู้จักชื่อเสียงจ้าว เหว่ย มานานแล้ว ภาพอาคารกาสิโนโสคิงส์โรมัน โดดเด่นอยู่บนเกาะดอนซาว ตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

ต้นปี 2561 มีข่าวใหญ่เรื่องสหรัฐฯ คว่ำบาตรกิจการที่เกี่ยวข้องกับจ้าวเหว่ย ผู้เป็นเจ้าของกิจการคิงส์ โรมัน กาสิโนสถานบันเทิงและบ่อนพนันในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว

วันที่ 3 ก.พ.2561 จ้าวเหว่ย เปิดแถลงข่าวตอบโต้สหรัฐอย่างแข็งกร้าว! สรุปใจความได้ว่า “การคว่ำบาตรฝ่ายเดียวต่อประเทศอื่น ก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่มีเหตุผล และไร้สาระ…เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่รัฐบาลลาวอนุมัติให้มีการจัดตั้งขึ้น โดยมีรัฐบาลกลาง องค์กรปกครองท้องถิ่น ของ สปป.ลาว เป็นผู้คุ้มครอง”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime หรือ UNODC ) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติที่ประสานงานกิจกรรมควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ ได้เตือนว่า การเติบโตอย่างไม่มีการควบคุมของวงล้อมธุรกิจ และกาสิโน ใน สปป.ลาว กำลังเปิดทางเลือกใหม่ในการฟอกเงินและการค้ายาเสพติด

สำนักงาน UNODC รู้สึกเป็นกังวลกับการเติบใหญ่ของเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ที่ดำเนินโดยจ้าวเหว่ย ซึ่งเป็นเจ้าของกาสิโนคิงส์โรมัน

‘จ้าวเหว่ยคือใคร’

20 กว่าปีที่แล้ว “จ้าว เหว่ย” เปิดกาสิโนอยู่เมืองลา เขตปกครองพิเศษชนชาติไต รัฐฉาน เมียนมา โดยการสนับสนุนของจาย ลืน ผู้นำกองกำลังเมืองลา

จายลืน เป็นผู้นำกองทัพกู้ชาติเมืองไต ปีกหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์พม่า ได้เจรจาสงบศึกกับรัฐบาลทหารพม่า และขอตั้งเขตปกครองพิเศษในรัฐฉาน ติดชายแดนจีนด้านมณฑลยูนนาน

จากนั้น จายลืนได้เปิดโอกาสให้กลุ่มทุนจีนเข้ามาเปิดกาสิโน ซึ่งจ้าวเหว่ย มีประสบการณ์การทำกาสิโนมาจากมาเก๊า ได้เข้ามาเปิดกาสิโนในเมืองลา จนได้ฉายา ราชากาสิโนเมืองลา

ต่อมา รัฐบาลยูนนาน เข้มงวดการเข้า-ออกด่านพรมแดนจีน-เมียนมา เพื่อกวาดล้างแก๊งอาชญากรรมในหัวเมืองรอยต่อสองชาติ กาสิโนของจ้าว เหว่ย ต้องปิดตัวลง เพราะไม่มีคนมาเล่นการพนัน ส่งผลให้ จ้าวเหว่ยเคลื่อนทุนกาสิโน มายังเมืองลาว

ปี 2550 จ้าว เหว่ย โผล่ที่สามเหลี่ยมทองคำ เมื่อ สปป.ลาว อนุญาตให้สัมปทานโครงการเขตเศรษฐกิจเฉพาะสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่ บ้านต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ตรงข้ามกับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และ จ.ท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน 

รัฐบาลลาวอนุญาตให้กลุ่มดอกงิ้วคำ ได้สิทธิเช่าที่ดินเกาะดอนซาว เมืองต้นผึ้งริมแม่น้ำโขง แขวงบ่อแก้ว จำนวน 827 เฮกตาร์ (5,169 ไร่) เป็นเวลา 99 ปี เพื่อสร้างแหล่งบันเทิงครบวงจร


ปลายปี 2552 เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีทั้งโรงแรม ,รีสอร์ท, ร้านสินค้าปลอดภาษี,สถานบันเทิง และอาคารพาณิชย์  แต่ที่คนรู้จักมากที่สุดคือ กาสิโนคิงส์โรมัน

ปี 2557 รัฐบาลลาวลงนามในสัญญาสัมปทานฉบับปรับปรุงว่าด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ จึงได้มีการขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ มีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ,อุตสาหกรรม และธุรกิจการเกษตร
 

 จ้าว เหว่ย เพิ่งได้รับเหรียญตราจากกองทัพประชาชนลาว ในฐานะผู้สนับสนุนทหารแขวงบ่อแก้ว จ้าว เหว่ย เพิ่งได้รับเหรียญตราจากกองทัพประชาชนลาว ในฐานะผู้สนับสนุนทหารแขวงบ่อแก้ว

‘มังกรทะยานฟ้า’


ช่วงสถานการณ์โควิดระบาด 2 ปี “จ้าว เหว่ย” ได้ซุ่มสร้างสนามบินนานาชาติบ่อแก้ว ซึ่งเป็นความฝันของจ้าว เหว่ย มาตั้งแต่ปีแรก ๆ ที่ได้รับสัมปทานพัฒนาสามเหลี่ยมทองคำ ปี 2550

สนามบินนานาชาติบ่อแก้ว เป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเปิดประตูสู่สากลของเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ

กลางปี 2563 รัฐบาลลาวอนุมัติให้กลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ ก่อสร้างสนามบินขึ้นในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ มูลค่าการก่อสร้าง 150 ล้านดอลลาร์ เป็นสนามบินขนาดรันเวย์ยาว 2,500 เมตร กว้าง 60 เมตร สามารถรองรับเครื่องบินโบอิ้ง 737-900ER และเครื่องบินพาณิชย์อื่นๆ 

จ้าว เหว่ย มีแผนการเปิดใช้สนามบินแห่งนี้ในช่วงต้นปี 2565 โดยฝ่ายความมั่นคงจากสหรัฐฯ เฝ้าจับตามองด้วยความระทึกใจ เพราะ จ้าว เหว่ย มังกรลุ่มน้ำโขง จะทะยานฟ้า ด้วยสนามบินมาตรฐาน บนแผ่นดินสามเหลี่ยมทองคำ
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

กบดาน “ธรรมนัส” เลือกทางสายดูไบ ในพายุการเมืองร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535138

ขุนน้ำหมึก

02 พ.ย. 2565

กบดาน “ธรรมนัส” เลือกทางสายดูไบ ในพายุการเมืองร้อน

หลบพายุการเมืองร้อนๆ “ธรรมนัส” บินไปดูไบหรือไม่ ท่ามกลางความไม่ชัดเจน จะลงเอยที่เพื่อไทยหรือถอยกลับ พปชร. ส่วนลูกพรรคแถวโคราช แบไต๋ไปค่ายทักษิณแน่ๆ

เจอสื่อหัวเห็ดปูดข่าว “ธรรมนัส” บินไปดูไบ ท่ามกลางความไม่ชัดเจนเรื่องบ้านหลังใหม่ จะลงเอยที่เพื่อไทย หรือถอยกลับบ้านป่ารอยต่อฯ

“ธรรมนัส” กบดานเงียบ แต่ลูกพรรคกลับทำปืนลั่น แบไต๋ไปเพื่อไทยแน่ ทั้งหลุดไปคุยกับนักข่าว และกรณีแปะชื่อพรรคที่พวงหรีดงานศพ

ค่ำ ๆ วันที่ 31 ต.ค.2565 แอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ มาร์แชลล์ นักข่าวสายฮาร์ดคอร์ได้โพสต์ภาพของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กำลังคุยโทรศัพท์ พร้อมระข้อความบางส่วนว่า ร.อ.ธรรมนัส บินจากกรุงเทพไปยังดูไบ บนเที่ยวบินเอมิเรตส์ EK375 (สายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์ใช้รหัส EK)

มีเซเลบปีกก้าวหน้าแชร์โพสต์นี้ และวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไปจริงหรือไม่ ไปหาใคร ซึ่งใคร ๆ ก็ทราบดีว่า อดีตนายกรัฐมนตรีไทย พำนักอยู่ในนครดูไบถึง 2 คน

หลังมีข่าวดังกล่าวในโซเชียล ก็ไม่มีคำชี้แจงใด ๆ ออกจากปาก ร.อ.ธรรมนัส และคนใกล้ชิด ซึ่งการเดินทางไปต่างประเทศ เป็นเรื่องปกติของผู้กองคนดัง เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่าน ร.อ.ธรรมนัส และภรรยาก็ไปพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์

เกจิการเมืองบางสำนักวิเคราะห์ ร.อ.ธรรมนัส หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย กบดานเงียบอยู่ในเวลานี้ อาจไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศตามที่มีคนปล่อยข่าว และผู้กองน่าจะอยู่ในเมืองไทย เก็บตัวเงียบเพื่อหลบพายุการเมืองที่กำลังพัดแรง

พายุการเมืองที่ว่านั้นคืออะไร ก็ลองติดตามความเคลื่อนไหวของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ที่สอดประสานกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ราวกับทำงานทีมเดียวกัน

สำหรับผู้กองธรรมนัส ไม่ใช่มือใหม่ทางการเมือง ย่อมรู้ทิศทางลม และรู้ว่าจะเดินหน้าไปพรรคเพื่อไทยก็ไม่สะดวกนัก ครั้นจะถอยหลังกลับพลังประชารัฐ ก็เจอเกมตามล้างตามเช็ด

‘หนทางวิบาก’

ว่ากันตามจริง “ธรรมนัส” รู้อยู่เต็มอก 14 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ก็อยากย้ายไปพรรคเพื่อไทย เพราะในพื้นที่อีสานและเหนือ จะหาเสียงง่ายกว่าอยู่พรรค พปชร.

อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้ ในโซเชียลได้มีการแชร์ภาพพวงหรีดในงานศพที่วัดแห่งหนึ่ง โดยป้ายหน้าพวงหรีดเขียนชื่อ “ส.ส.เกษม ศุภรานนท์ พรรคเพื่อไทย นครราชสีมา เขต1” เรียกเสียงฮือฮาให้แก่คนโคราช เนื่องจาก ส.ส.เกษม ยังสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย

ก่อนหน้านี้ ส.ส.เกษม ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ นสพ.โคราชคนอีสาน เกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองว่า “..อาจจะไปจอดที่พรรคพลังประชารัฐ หรือพรรคเพื่อไทย” แต่การที่จะกลับพรรค พปชร.คงยาก “…เพื่อนๆไม่อยากให้กลับไป”

จับน้ำเสียงการให้สัมภาษณ์ของ เกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเศรษฐกิจไทยนั้น อยากไปอยู่เพื่อไทย หรืออาจรู้ข้อมูลวงในว่า ผู้ใหญ่ได้เจรจากันใกล้จบแล้ว 

 ส.ส.เกษม ลูกพรรคธรรมนัส ปูดอนาคตไปเพื่อไทย ส.ส.เกษม ลูกพรรคธรรมนัส ปูดอนาคตไปเพื่อไทย

เหมือนกรณี พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร พรรคเศรษฐกิจไทย ไปพูดกับนักข่าวท้องถิ่นว่า ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแน่นอน รอแค่ขั้นตอนเอกสารเท่านั้น

ตอนนั้น ร.อ.ธรรมนัส ต้องรีบออกมาปฏิเสธข่าวเรื่องการเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย “..ส.ส.ของพรรคเศรษฐกิจไทยทั้งหมด จะตัดสินใจอนาคตทางการเมืองอย่างไร เรายังไม่ได้คิด เพราะยังมีเวลาอีกพอประมาณ”

‘น้องรักทักษิณ’

ในสถานการณ์ที่รอความชัดเจน เพียงแต่มีใครบางคนโพสต์ภาพ “ธรรมนัส” จะบินไปดูไบ ก็ทำเอาผู้คนจับโยงไปถึงคนแดนไกลทันที

ดังที่รู้มา ทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซัม ได้พูดถึง ร.อ.ธรรมนัส ด้วยความชื่นชมหลายครั้งในรายการแคร์ทอล์ค ผ่านแอพพลิเคชั่นคลับเฮาส์

“ผมไม่ใช่ศัตรู ร.อ.ธรรมนัส เพราะ ร.อ.ธรรมนัส เป็นรุ่นน้องเยอะเลย เคยอยู่พรรคเพื่อไทย เป็นคนเหนือด้วยรู้จักกันดี”   ทักษิณกล่าวเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ตอนนั้น ผู้กองธรรมนัส กำลังมีปัญหากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทักษิณนั้นเป็นเตรียมทหารรุ่น 10 ส่วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เตรียมทหารรุ่น 25 ห่างกันหลายสิบรุ่น ช่วงทักษิณตั้งพรรคไทยรักไทย ธรรมนัสเดินตาม เสธ.ไอซ์- พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต เพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 ของทักษิณ เข้ามาช่วยงานในรัฐบาลทักษิณ

โอกาสที่ ร.อ.ธรรมนัส และพลพรรคจะตบเท้าเข้าสู่พรรคเพื่อไทย มีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะสายสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้องเตรียมทหาร แถมเจ๊แดง ก็รู้จักฝีไม้ลายมือผู้กองเป็นอย่างดี

คอลัมน์  … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

พ่อมั่นใจ “อุ๊งอิ๊ง” ควงพี่ชาย “โอ๊ค” คุมทัพสู้ศึกสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/535026

ขุนน้ำหมึก

01 พ.ย. 2565

พ่อมั่นใจ “อุ๊งอิ๊ง” ควงพี่ชาย “โอ๊ค” คุมทัพสู้ศึกสุดท้าย

จัดทัพเพื่อไทย “อุ๊งอิ๊ง” ควงพี่ชาย “โอ๊ค” ประจำการศูนย์บัญชาการรบ สู่เป้าหมายแลนด์สไลด์ เชื่อมีบารมีคุมทัพนักเลือกตั้งลุยศึกครั้งสุดท้าย ภารกิจพาพ่อกลับบ้าน

จัดทัพเพื่อไทย “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ควงพี่ชาย “โอ๊ค” พานทองแท้ ประจำการศูนย์บัญชาการรบ สู่เป้าหมายแลนด์สไลด์

ทักษิณเชื่อมือ “โอ๊ค” มีประสบการณ์การเมืองมากพอจะช่วยน้องสาว “อุ๊งอิ๊ง” คุมทัพนักเลือกตั้ง ลุยศึกครั้งสุดท้ายพาพ่อกลับบ้าน
  

วันที่ 1 พ.ย.2565 พรรคเพื่อไทย แถลงซ้ำอีกครั้งว่าการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สอดรับการตีปี๊ปเรื่องยุบสภาฯ 24 ธ.ค.2565ก่อนหน้านี้ 

ตัวละครหลัก ๆ ในศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง เพื่อไทย ก็หนีไม่พ้นสองพี่น้องตระกูลชินวัตร “พานทองแท้-แพทองธาร” ในฐานะที่ปรึกษา

ส่วนแม่บ้านตัวจริงก็คือ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง และพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ที่ปรึกษา

‘พี่ดูแลน้องสาว’

ศึกเลือกตั้งครั้งใหม่ จะเป็นครั้งแรกที่สองศรีพี่น้อง “อุ๊งอิ๊ง” และพี่ชาย “โอ๊ค” จะได้เข้ามาอยู่ในวอร์รูมพรรคเพื่อไทย 

ทำไมทักษิณส่งโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร เข้ามาช่วยน้องสาว ต้องไปอ่านหนัง สืออัตชีวประวัติ Thaksin Shinawatra Theory and Thought ซึ่งในบทที่ด้วยการเลี้ยงดูลูกทั้ง 3 คนคือ โอ๊ค เอม และอุ๊งอิ๊ง

ทักษิณยอมรับว่า อุ๊งอิ๊งซึมซับเรื่องการเมืองจากพ่อมากที่สุด แต่ประสบการณ์การเมืองอาจยังน้อยไป

“…อิ๊งค์เขาเข้าประชุมการเมือง โอ๊คก็เข้าไปนั่งอยู่ด้วย คอยดูน้อง เพราะประ สบความเข้าใจการเมือง โอ๊คจะมีมากกว่าน้อง แต่น้องจะเข้าใจลึกอีกแบบ เพราะอิ๊งค์ อยู่กับผมตั้งแต่เด็กไง..” ทักษิณยกตัวอย่างการทำงานของสองพี่น้องในพรรคเพื่อไทย

ทักษิณยอมรับว่า โอ๊คเรียนรู้การเมืองจากตัวเขาไปเยอะ แต่โอ๊คมีความเป็นศิลปินมากเกินไป เพราะคนจะเล่นการเมืองต้องจริงจังมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ทักษิณมั่นใจในตัวลูกสาว เพราะอุ๊งอิ๊งได้ดีเอ็นการเมืองจากพ่อส่วนคุณหญิงพจมาน คือความเข้มแข็ง ความเป็นผู้นำ และความกล้าตัดสินใจ

“การเมืองมันเต็มไปด้วยคนที่มีอีโก้คนละแบบมารวมกัน เหมือนมีมือแซกโซโฟน มือกลอง มือทรัมเป็ต อะไรต่างๆมารวมกัน โดยให้เขาเล่นเพลงเดียวกันให้ได้ เพราะต่างคนต่างเข้าไปในฮออล์ คนนั้นก็เป่า คนนี้ก็ตี จะทำยังไงให้เขาเล่นเพลงเดียวกัน แล้ว conduct ให้มันมี harmony ด้วยกัน กลมกลืนกัน อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็น art and science ในตัวที่ต้อง handle” 

 สามพี่น้อง โอ๊ค เอม และอิ๊ง เตรียมลุยศึกเลือกตั้งสมัยหน้า สามพี่น้อง โอ๊ค เอม และอิ๊ง เตรียมลุยศึกเลือกตั้งสมัยหน้า

‘เจ๊แดงมาแล้ว’

แม้ทักษิณจะส่งทายาท “อุ๊งอิ๊ง” และ “โอ๊ค” เข้าไปลุยงานการเมืองเต็มตัว แต่เครือญาติชินวัตรเจ้าประจำ ก็ยังเป็นผู้เล่นหลังม่านพรรคเพื่อไทยเหมือนทุกครั้ง

หากพิจารณารายชื่อผู้บริหารศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะกลุ่มงานบริหารพื้นที่ภาคเหนือ ก็จะเห็นเงาเจ้าแม่วังบัวบานทาบทับอยู่

ส่วนผู้รับผิดชอบภาคเหนือ ประกอบด้วย สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, กฤษณา สีหลักษณ์ อดีต ส.ส.อุตรดิตถ์ และวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา

ถ้ายังจำกันได้ ปลายปี 2561 สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคเพื่อธรรม อันเป็นพรรคที่มีเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ บัญชาเกมอยู่หลังม่าน ตามแผนแตกแบงก์พันของทักษิณ 

ดังนั้น สมพงษ์ก็คือเจ๊แดงนั่นเอง และการปรากฏตัวของเจ๊แดง เคียงข้างสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในงานครอบครัวเพื่อไทยที่เชียงใหม่ ก็ชัดเจนว่า เจ้าแม่วังบัวบานกลับมาแล้ว

หลายเดือนก่อน พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือตอนบน  8 จังหวัดไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ภาคเหนือตอนล่าง ยังไม่ลงตัว 

จริง ๆ แล้ว เพื่อไทยยังขาดแม่ทัพเหนือตอนล่าง เจ๊แดงจึงให้คนสนิทอย่าง กฤษณา สีหลักษณ์ อดีต ส.ส.อุตรดิตถ์ 4 สมัย เป็นคนดูแลชั่วคราว เพื่อรอการเข้ามาเสริมทัพของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และทีม ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย

กรณี ร.อ.ธรรมนัสจะคืนรังเพื่อไทย ได้มีเสียงทักท้วงจากมาดามนครบาล เพราะกังวลคะแนนนิยมเพื่อไทยในเมืองหลวงจะร่วงติดดิน แต่ดูเหมือนเจ๊แดง ก็ยังเดินหน้าดึงตัวผู้กองและสหายเข้าเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยใน พ.ศ.ปัจจุบัน ยังสลัดไม่พ้นภาพพรรคครอบครัวชินวัตร สมัยหน้าก็จะมีทั้งอุ๊งอิ๊ง-โอ๊ค แถมด้วยเจ๊แดง เจ้าแม่วังบัวบานเจ้าเก่า 
    
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ       โดย … ขุนน้ำหมึก 

ส่องซอด “สมคิด” ดูดเด็กบ้านริมน้ำ “สุชาติ” ยึดอีสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534983

ขุนน้ำหมึก

01 พ.ย. 2565

ส่องซอด “สมคิด” ดูดเด็กบ้านริมน้ำ “สุชาติ” ยึดอีสาน

ไผเป็นไผ “สมคิด” บุกอุบลฯ พบขุมกำลังสร้างอนาคตไทยโซนอีสานเหนือ เป็นเด็กบ้านริมน้ำ สุชาติ ตันเจริญ ที่โบกมือลาลุงตู่ลุงป้อม หันมาชูพ่อใหญ่กวงเป็นนายกฯ

ไผเป็นไผ “สมคิด” เคลื่อนทัพบุกอุบลฯ พบขุมกำลัง “สุชาติ” สายอีสาน หันมาซบสร้างอนาคตไทย มั่นใจการนำของพ่อใหญ่กวง

นักการเมืองท้องถิ่นสายสุชาติ โบกมือลาลุงตู่ลุงป้อม หันมาชู “สมคิด” นายกฯสร้างอนาคตคนอีสาน พร้อมชนเพื่อไทย สกัดแลนด์สไลด์

ภาษาอีสานวันละคำ ส่องซอด หมายถึงมองทะลุทะลวง ซึ่งคนอีสานกำลังเฝ้ามองย่างก้าวของจอมยุทธ์กวง หรือพ่อใหญ่กวง-สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) ที่จะเคลื่อนทัพไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วันที่ 5 พ.ย.2565

มีข้อน่าสังเกต บรรดาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อีสานในหลายจังหวัดของพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ล้วนเป็นนักการเมืองท้องถิ่น สังกัดกลุ่มบ้านริมน้ำของ สุชาติ ตันเจริญ 

ชั่วโมงนี้ สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ และรองประธานสภาฯ ตกเป็นข่าวว่า จะย้ายพรรค แต่ไม่ได้ยินจากปากพ่อมดดำเลยสักครั้งว่า อนาคตทางการเมืองจะเดินต่อไปอย่างไร

ตรงกันข้ามกับอดีตผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ ในสังกัดบ้านริมน้ำ ได้ตัดสินใจเปิดตัวกับพรรคการเมืองใหม่ไปแล้ว มีทั้งพรรคสร้างอนาคตไทย และพรรคภูมิใจไทย  

ต้นปี 2565 อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย , สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และสุพล ฟองงาม เดินสายเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อีสานหลายจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครือข่ายอดีตนายก อบจ. ในสังกัดซุ้มสุชาติ ตันเจริญ

  ได้เวลาจอมยุทธ์กวง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เดินสายอีสานได้เวลาจอมยุทธ์กวง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เดินสายอีสาน

‘ขุนพลอีสานเหนือ’

อันที่จริง “สมคิด” กับ สุชาติ ตันเจริญ ก็รู้จักมักคุ้นกันดี โดยระยะหลัง ทั้งคู่ต่างก็มีบทบาทในสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน องค์กรที่คลาคล่ำไปด้วยนักการทหาร นักการเมือง และนักธุรกิจ

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว สุชาติ ตันเจริญ พาพลพรรคบ้านริมน้ำ เข้ามาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ มีทั้งอดีต ส.ส.สายอีสาน และนักการเมืองท้องถิ่น

เฉพาะกลุ่มอดีตนายก อบจ.อีสาน สายพ่อมดดำ ยกกันมาเป็นทีม และรับบทพี่เลี้ยงผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ได้แก่ ชัยมงคล ไชยรบ อดีตนายก อบจ.สกลนคร, สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม, ยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย, ศราวุธ สันตินันตรักษ์ อดีตนายก อบจ.หนองบัวลำภู, มลัยรัก ทองผา อดีตนายก อบจ.มุกดาหาร (ภรรยาของวิริยะ ทองผา) และ สถิรพร นาคสุข อดีตนายก อบจ.ยโสธร

วันนี้ นักการเมืองท้องถิ่นสายพ่อมดดำ ต่างแยกย้ายกันไปตามวิถีคนการเมืองแต่หลายคนได้เลือกตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคสร้างอนาคตไทย 

ที่เปิดตัวไปแล้วคือ ชัยมงคล ไชยรบ อดีตนายก อบจ.สกลนคร จะลงสมัคร ส.ส.สกลนคร เขต 4 และ วิริยะ ทองผา สามีมลัยรัก ทองผา อดีตนายก อบจ.มุกดาหาร จะลงสมัคร ส.ส.มุกดาหาร เขต 1

ปลายปี 2563 ชัยมงคล และวิริยะ ลงสมัครนายก อบจ. แต่พ่ายคู่แข่งด้วยคะแนนหลักร้อยเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ ทั้งคู่จึงตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.เป็นครั้งแรกในนามพรรค สอท.

‘จับตายโสธร’

พลพรรคของ “สมคิด” ในภาคอีสาน มีตัวยืนอยู่ที่ สุพล ฟองงาม ขาใหญ่เมืองอุบลฯ แต่สนามยโสธร ก็น่าจับตามองความเคลื่อนไหวของนักการเมืองท้องถิ่นสายพ่อมดดำ

เป็นที่ทราบกันดีว่า สองอดีต ส.ส.ยโสธร อย่างพิกิฏ ศรีชนะ และรณฤทธิชัย คานเขต อยู่ในเครือข่ายบ้านริมน้ำ มาแต่สมัยสุชาติ ตันเจริญ สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน เช่นเดียวกับ เวียง วรเชษฐ์ ส.ส.ร้อยเอ็ด

สมัยที่แล้ว อดีต ส.ส.สายพ่อมดดำกลุ่มนี้ ลงสนามในนามพลังประชารัฐ แต่สอบตก และในวันนี้ พิกิฏ ศรีชนะ และเวียง วรเชษฐ์ ย้ายไปภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว 

ส่วน เสี่ยป้อม-สถิรพร นาคสุข อดีตนายก อบจ.ยโสธร สายพ่อมดดำ ยังไม่ขยับเปิดหน้าจะสนับสนุนพรรคใด และคาดว่า เสี่ยป้อมคงถูกหลายพรรครุมจีบ เพราะฐานการเมืองท้องถิ่นแน่นมาก

ปัจจุบัน เสี่ยป้อม มีลูกชาย 3 คน เป็น ส.อบจ.ยโสธร เขต อ.เมืองยโสธร และลูกชายอีกคนหนึ่งคือ ณัฐพล นาคสุข เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองยโสธร

เกจิการเมืองบอกให้รอดูวันที่ 5 พ.ย.นี้ เสี่ยป้อมจะไปโผล่ต้อนรับสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย ที่อุบลราชธานีหรือไม่ 
    
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก 

ศึกขวา-ซ้าย “ประยุทธ์” ปะทะพิธา กลางสมรภูมิเมืองหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534919

ขุนน้ำหมึก

31 ต.ค. 2565

ศึกขวา-ซ้าย “ประยุทธ์” ปะทะพิธา กลางสมรภูมิเมืองหลวง

ศึกอุดมการณ์ขวา-ซ้าย “ประยุทธ์” เปรียบเทียบพิธา ก้าวไกล นิด้าโพลวัดกระแสคน กทม. ฉายภาพ 2 ขั้วความคิด สะท้อนการต่อสู้ของฝ่ายจารีตนิยมกับฝ่ายก้าวหน้า

ศึกอุดมการณ์ “ประยุทธ์” ยังได้รับความนิยมในเมืองหลวง รองจากพิธา ก้าวไกล เหนือกว่าอุ๊งอิ๊ง เพื่อไทย สะท้อนโหวตเตอร์ 2 ขั้วความคิดการเมือง 

เปรียบเทียบคะแนนนิยม “ประยุทธ์” กับพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในนิด้าโพล ไม่ต่างจากการต่อสู้ของฝ่ายจารีตกับฝ่ายก้าวหน้า 

เกจิการเมืองบางสำนักฟันธง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หมดสภาพ ไม่อาจเป็นตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์นิยมได้อีกแล้ว 

อันเนื่องจากผลการสำรวจคนเมืองหลวงของนิด้าโพล ว่าด้วยหัวข้อคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ช่วงเดือน ต.ค.2565 ปรากฏว่า คนกรุงเทพฯ ร้อยละ 20.40 เลือก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล , ร้อยละ 15.20 เลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และร้อยละ 14.10 เลือก แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

นิด้าโพลครั้งล่าสุด ทำให้นึกผลการเลือกตั้ง ส.ส.กรุงเทพมหานคร ปี 2562 ที่หลายคนตกใจ ไม่นึกว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะสูญพันธุ์ในสนาม กทม. ตรงข้ามพรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส. 12 คน และคะแนนรวมทุกเขตได้ 791,893 คะแนน

ขณะที่พรรคฝ่ายประชาธิปไตย พรรคอนาคตใหม่ ได้ ส.ส. 9 คน (804,272 คะแนน)และพรรคเพื่อไทย ได้ ส.ส. 9 คน (604,699 คะแนน)

ดังที่รู้กัน กระแสความสงบจบที่ลุงตู่ ทำให้ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ พรรค พปชร.ได้เป็น ส.ส. 12 คน เช่นเดียวกัน กระแสธนาธร ก็ส่งผลให้พรรคอนาคต ได้ ส.ส. 9 คน

ชั่วโมงนี้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินหน้าเสนอนโยบายชุดแรกของพรรคที่เรียกว่า ไทยก้าวหน้า ว่าด้วยเรื่องการปฏิรูปกองทัพ, ปฏิรูปศาล และแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 116

ภาพสะท้อนนิด้าโพล จึงบ่งบอกว่า สังคมไทยยังมีความขัดแย้งทางการเมือง 2 ขั้วความคิด โดย พล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์นิยม และพิธา เป็นสัญ ลักษณ์ของกลุ่มหัวก้าวหน้า

  พิธา เปิดนโยบายพร้อมชน สะท้อนความคิดฝ่ายก้าวหน้า พิธา เปิดนโยบายพร้อมชน สะท้อนความคิดฝ่ายก้าวหน้า

‘2 ขั้วเหลือง-แดง’

จริง ๆ แล้ว “ประยุทธ์” ก็คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำพรรค ปชป.ในการเลือกตั้งปี 2550 และปี 2554 ซึ่งเวลานั้น มีการแบ่งขั้วการเมืองเป็นเสื้อเหลือง-เสื้อแดง

นับแต่เกิดรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ทำให้มีขบวนการคนรักทักษิณ เผชิญหน้ากับคนเสื้อเหลือง ที่เคลื่อนไหวชุมนุมต้านระบอบทักษิณ

การเลือกตั้งปี 2550 พรรคพลังประชาชน ก็เป็นตัวแทนของขั้วทักษิณ และพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ฝ่ายตรงข้ามคนรักทักษิณ ผลการเลือกตั้งเฉพาะสนามกรุงเทพฯ พรรค ปชป. ได้ ส.ส. 27 คน และพรรคพลังประชาชน ได้ 9 คน

การเลือกตั้งปี 2554 ก็ยังเป็นการต่อสู้ 2 สี 2 ขั้ว ผ่านพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนขั้วความคิด เฉพาะสนาม กทม. พรรค ปชป.ได้ ส.ส. 23 คน และพรรคเพื่อไทย ได้ 10 คน

‘อนุรักษ์นิยมไม่ยอมแพ้’

สาเหตุที่ “ประยุทธ์” มาฉกเอาคะแนนของพรรค ปชป. ในเมืองหลวงไปเทให้ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ก็มาจากความผิดพลาดทางกลยุทธ์หาเสียงของพรรค ปชป. โดยการนำของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 


ต้องยอมรับว่าเลือกตั้ง 2550 และ 2554 พรรค ปชป.ออกแคมเปญต้านระบอบทักษิณ จนส่งผลให้กระแสพรรค ปชป.ดียิ่ง ในภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคใต้

มาถึงการเลือกตั้ง 2562 อภิสิทธิ์ และแกนนำ ปชป. ประเมินกระแสคนรักลุงตู่ต่ำไป จึงเสนอคำขวัญคัดค้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. เมื่อ พปชร. เสนอคำขวัญทางยุทธวิธี เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่ ผู้ที่เคยเทคะแนนให้ ปชป. ก็เปลี่ยนใจไปเลือก พปชร.ทันที

ส่วนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า พรรค พปชร.ในเมืองหลวง คะแนนนิยมร่วงจนน่าใจหาย สวนทางกับกระแสความนิยมลุงตู่  

แม้แกนนำ พปชร.บางกลุ่ม จะพยายามปรับลุคลุงป้อม ให้มีความใกล้ชิดติดดิน ออกไปพบชาวกรุงเทพฯมากขึ้น อย่างวันก่อน ลุงป้อมนุ่งยีนส์ สวมผ้าใบไปกินก๋วยเตี๋ยว แถววัดไทร เขตจอมทอง แต่ภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประวิตร ที่มีคนแวดล้อมเหมือนแมวหลายสี ทำให้ชาว กทม.ไม่ปลื้มเท่ากับลุงตู่

สรุปว่า สมรภูมิเลือกตั้งเมืองหลวงสมัยหน้า ก็จะเป็นการต่อสู้ของพรรคการเมือง 2 ขั้วคือ ขั้วความคิดอนุรักษ์นิยม กับขั้วความคิดก้าวหน้า หรือปีกขวากับปีกซ้าย  
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ    โดย … ขุนน้ำหมึก