ตรังไม่จบ “โกเล้ง-สาธร” ศึกในอก ปชป. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453085

ตรังไม่จบ “โกเล้ง-สาธร” ศึกในอก ปชป.

ตรังไม่จบ "โกเล้ง-สาธร" ศึกในอก ปชป.

24 ธันวาคม 2563 – 15:34 น.

หลัง “กิจ หลีกภัย” วางมือ 2 บ้านใหญ่ค่าย ปชป.ตรัง แข่งกันเอง เกมจบแต่กองหนุนไม่ยอมจบ

++
ค่ำคืนนับคะแนนผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ทั่วประเทศ กำลังดำเนินไปอย่างเคร่งเครียด ปรากฏว่า ที่เมืองตรังมีการชุมนุมปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานหน้าที่ของ กกต.

อ่านข่าว…  “แม้ว” หนาว พท.ร่วงระนาว

อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ตรังอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ หัวหน้าทีมกิจปวงชน 

ได้ 162,419 คะแนน ชนะ สาธร วงศ์หนองเตย หัวหน้าทีมตรังพัฒนาที่ได้ 116,366 คะแนน    

เป็นผลคะแนนที่น่าสนใจมาก เนื่องจากสมัยที่แล้ว กิจ หลีกภัย หัวหน้ากลุ่มกิจปวงชน คนเดิม ลงสนามแบบไร้คู่ต่อกรที่แข็งแกร่ง จึงทำคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งไม่เห็นฝุ่นชนะ ต่างสมัยนี้ ที่คน ปชป.ต้องแข่งกันเอง มีผลแพ้ชนะกันไม่ขาด    

แถมเกมจบแล้ว ผู้เล่นอีกฝ่ายยังไม่จบ มีการร้องเรียนให้นับคะแนนใหม่

ตรังไม่จบ "โกเล้ง-สาธร" ศึกในอก ปชป.

โกเล้ง ขอบคุณชาวตรัง

++
บารมีชวน
++
ในสายตระกูล “หลีกภัย” มีเล่นการเมืองอยู่ 2 คนคือ ชวน หลีกภัย และกิจ หลีกภัย    

คนทั้งประเทศ อาจไม่คุ้นชื่อ กิจ หลีกภัย พี่ชายชวน ที่ประสบความสำเร็จในการเมืองท้องถิ่น โดยลงเล่นการเมืองท้องถิ่นมาแต่ปี 2543 ในนาม “กลุ่มกิจปวงชน” และเป็นนายก อบจ.ตรัง 4 สมัย    

ชวน หลีกภัย เหมือนเป็นลมใต้ปีกของกิจ หลีกภัย แต่กองหนุนที่สำคัญของกลุ่มกิจปวงชนคือตระกูล “โล่สถาพรพิพิธ”      

คนเมืองตรังทราบดี ตระกูลโล่สถาพรพิพิธ กลุ่มทุนท้องถิ่น อ.ย่านตาขาว คือบ้านใหญ่ ที่โอบอุ้มกิจ หลีกภัย และกลุ่มกิจปวงชน มาแต่นั่งเก้าอี้นายก อบจ.ตรัง สมัยแรก     

เมื่อ “กิจ” วางมือ จึงมีการเปิดตัว “โกเล้ง” บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ พี่ชาย “โกหนอ” สมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ เป็นหัวหน้ากลุ่มกิจปวงชนคนใหม่ และฟอร์มทีมลงสมัครนายก อบจ.ตรัง    

คล้อยหลัง  “โกหนอ” เปิดตัว “โกเล้ง” ฝ่าย “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ส.ส.ตรัง ให้สัมภาษณ์สื่อทันทีว่า กิจปวงชน ไม่ใช่ ปชป.  

ตรังไม่จบ "โกเล้ง-สาธร" ศึกในอก ปชป.

สาธร วงศ์หนองเตย ยังไม่จบ

++
วงศ์หนองเตยสู้
++
แม้จะมีข่าวลือกระฉ่อนว่า “โกหนอ” นัดเจรจากับสาทิตย์ จนได้ข้อยุติว่า ฝ่ายสาทิตย์จะได้ตำแหน่งรองนายกฯ แลกกับไม่ส่งผู้สมัครแข่งชิงเก้าอี้นายก อบจ. แต่ปลายเดือน ต.ค.2563 “สาธร วงศ์หนองเตย” เปิดตัวลงสมัครชิงเก้าอี้นายก อบจ.ตรัง     

“สาธร” เคยเป็นแกนนำ กปปส.เมืองตรัง และปัจจุบัน สาธรทำหน้าที่ผู้ช่วยดำเนินงาน ส.ส.สาทิตย์ วงศ์หนองเตย    

หาเสียงนายก อบจ.ช่วงแรกๆ สภากาแฟเมืองตรัง เชื่อว่า บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ คงชนะใสๆ และประเมินว่า ทางฟาก “วงศ์หนองเตย” คงสู้ไม่เต็มร้อย    

เมื่อเห็นผลคะแนน 162,419 กับ 116,366 ที่ชนะแพ้กันแค่ 4 หมื่นเศษ สาวุฒิ วงศ์หนองเตย น้องชาย สาธร วงศ์หนองเตย หัวหน้า ได้เข้าร้องเรียน กกต.ตรัง ขอให้ยุติการประกาศผลคะแนน และให้ตรวจสอบนับคะแนนใหม่     

ต้องติดตามศึกสายเลือด ปชป.เมืองตรังกันต่อไป จะจบกันแบบไหน?

“ไม่โยนบาป คาดโทษแรงงานข้ามชาติ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453088

“ไม่โยนบาป คาดโทษแรงงานข้ามชาติ”

"ไม่โยนบาป คาดโทษแรงงานข้ามชาติ"

24 ธันวาคม 2563 – 15:31 น.

คณะทำงานพัฒนาฯ แรงงานข้ามชาติ ทำจดหมายเปิดผนึกถึงสื่อมวลชน “ไม่โยนบาป คาดโทษแรงงานข้ามชาติ ใช้ปัญญาฝ่าวิกฤติร่วมกัน” การแก้ปัญหาด้วยการชี้เป้าอย่างเดียวนั้นรังแต่ไม่สำเร็จแต่ยังปล่อยให้บางหน่วยงานมีอำนาจมากยิ่งขึ้นในการกดทับปัญหาแรงงานที่ซับซ้อนขึ้นไปอีก

จดหมายเปิดผนึกถึงสื่อมวลชน
“ไม่โยนบาป คาดโทษแรงงานข้ามชาติ ใช้ปัญญาฝ่าวิกฤติร่วมกัน”
24 ธันวาคม 2563

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2563 ที่พบกรณีแม่ค้ากุ้งวัย 67 ปี ที่ตลาดกุ้ง ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ติดเชื้อโรคโควิด-19 และหลังจากนั้นมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนและขยายวงอย่างรวดเร็วไปในจังหวัดต่างๆ 

จนกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศว่าเป็นการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ในประเทศไทย 

ซึ่งขณะนี้มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย โดยพบว่ากลุ่มแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่าในตลาดกุ้งและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่ที่สุดในการระบาดระลอกใหม่นี้ ซึ่งส่งผลกระทบวงกว้าง ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม

อย่างไรก็ตามภายใต้สถานการณ์ความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆในการแก้ไขปัญหาฝ่าวิกฤตร่วมกันในครั้งนี้ กลับพบว่า ได้มีการโยนบาปคาดโทษกลุ่มแรงงานข้ามชาติในฐานะผู้ร้าย จำเลย กระทั่งตัวปัญหา 

และนำมาสู่การเรียกร้องจากประชาชนไทยบางกลุ่มให้รัฐบาลไทยจัดการส่งตัวกลับประเทศ เพราะสร้างความเดือดร้อนและเห็นควรให้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด

คณะทำงานพัฒนาและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสุขภาวะของแรงงานข้ามชาติที่ยังมิได้รับการคุ้มครอง 12 องค์กร เป็นการรวมตัวของภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ประชาสังคม และวิชาการ มาตั้งแต่ปี 2562 เพื่อทำงานร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกระทรวงแรงงาน ในการผลักดันให้เกิดการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการจ้างงาน ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ทำงานในบ้านโดยมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วยและงานภาคเกษตรกรรมที่ไม่ได้ทำงานตลอดทั้งปี ให้ได้รับความคุ้มครองในการจ้างงานและเข้าถึงการให้บริการสุขภาพอย่างเป็นธรรม 

เห็นว่า  

1) แรงงานข้ามชาติและประชาชนไทยต่างก็เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างก็เป็นเหยื่อของเชื้อโรคด้วยกันทั้งสิ้น ไม่มีแรงงานข้ามชาติคนใดอยากติดโควิด ป่วย หรือเสียชีวิตซึ่งไม่แตกต่างจากคนไทยคนอื่นๆ 

ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่างานที่แรงงานข้ามชาติทำอยู่ เป็นงานที่คนไทยไม่ทำแล้ว เฉกเช่นงานแกะกุ้งในพื้นที่สกปรก เฉอะแฉะ ผิดหลักอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ท่ามกลางค่าแรงขั้นต่ำและคุณภาพชีวิตต่ำ จนนำมาสู่การติดเชื้อและไม่สามารถควบคุมโรคได้ 

2) แม้มีแนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเรื่องการเสนอให้มีการตั้งนิคมอุตสาหกรรมแรงงานราชทัณฑ์ในจังหวัดสมุทรสาคร ที่จะนำผู้ต้องขังใกล้พ้นโทษไปทำงานในอุตสาหกรรมประมงทะเลต่อเนื่องดังกล่าวกลับยิ่งเป็นการทำให้ประเทศไทยถูกตั้งคำถามจากประชาคมโลกมากขึ้น เนื่องจากตอนนี้ในประเทศต่างๆมีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่
สายพานการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆคาบเกี่ยวกับการบังคับละเมิดสิทธิแรงงานและการค้ามนุษย์ 

3) ด่านชายแดนมีการปิดทางการมากว่า 10 เดือนแล้ว แต่กลับพบว่ามีการลักลอบข้ามพรมแดนมาอย่างต่อเนื่อง 

ดังที่ปรากฏว่าสายพันธุ์ไวรัสที่ระบาดในพื้นที่มหาชัย เป็นสายพันธุ์เดียวกับที่พบในกลุ่มแรงงานที่ข้ามมาจากโรงแรม 1G1 อำเภอท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 1.5 กิโลเมตรเท่านั้น 

นี้อาจแปลว่ามีแรงงานที่ติดเชื้อจากฝั่งพม่าเข้ามาที่ประเทศไทย และเดินทางต่อมาทำงานที่ตลาดกุ้ง ภายใต้การเป็นแรงงานที่ไม่ถูกกฎหมายและตกหล่นจากการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการต่างๆตามที่กฎหมายไทยกำหนดไว้ 

ผ่านการหลบซ่อนและเอื้ออำนวยจากสถานประกอบการ นายจ้าง นายหน้า และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การเพ่งโทษ ชี้นิ้ว หาคนผิด หาแพะ โยนบาป หรือสร้างข่าวใดๆให้ร้ายกัน มิอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ดีขึ้น

คณะทำงานจึงมีข้อเสนอ ดังนี้

1) ขอให้หน่วยงานสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยสร้างความมั่นใจให้กับแรงงานข้ามชาติที่ทำงานในประเทศไทย ไม่ว่าจะถูกหรือไม่ถูกกฎหมาย เพื่อให้เข้าถึงบริการสุขภาพตั้งแต่ขั้นตอนคัดกรองโรค รักษา เยียวยา ฟื้นฟู การนำแนวคิดความมั่นคงมาใช้เพื่อการจับกุมปราบปรามส่งกลับ ยิ่งผลักใสให้แรงงานข้ามชาติหลบซ่อนไม่ปรากฏตัว และทำให้การควบคุมสถานการณ์โควิดเป็นไปยากยิ่งขึ้น การคลี่คลายวิกฤติครั้งนี้มิสามารถอาศัยบทบาทของการควบคุมอย่างเดียว แต่จักต้องเป็นบทบาทประสานความร่วมมือกันแทน 

การแก้ปัญหาด้วยการชี้เป้าอย่างเดียวนั้นรังแต่ไม่สำเร็จ แต่ยังปล่อยให้หน่วยงานบางหน่วยงานยิ่งมีอำนาจมากยิ่งขึ้น ในการกดทับปัญหาแรงงานที่ซับซ้อนอยู่แล้วให้ซ่อนเงื่อนเพิ่มเข้าไป

2) ขอให้หน่วยงานความมั่นคงออกแนวปฏิบัติที่ชัดเจนต่อการผ่อนผันให้แรงงานที่ไม่ถูกกฎหมายได้มีโอกาสปรากฎตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองโรค ภายใต้ความร่วมมือในการทำงานกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคมที่พร้อมเป็นหุ้นส่วนรัฐในการทำงานอย่างยิ่งยวด 

ขณะเดียวกันขอให้ภาครัฐซึ่งปัจจุบันมีคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธานกรรมการ เป็นกลไกการทำงานบูรณาการเรื่องแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย ออกแนวนโยบายเพื่อนำแรงงานข้ามชาติกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่ระบบการจดทะเบียน การประกันสุขภาพ และการจ้างงานที่เป็นทางการต่อไป

3) ภายใต้ที่ยังคงมีการลักลอบข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง รัฐไทยจำเป็นต้องมีมาตรการเอาจริงเอาจังต่อการแสวงหาประโยชน์ข้ามพรมแดนและมีบทลงโทษที่ชัดเจนกับผู้เกี่ยวข้องต่อขบวนการดังกล่าว โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังชายแดน เพื่อมิให้เกิดวงจรเคลื่อนย้ายแรงงานและเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ต่อไป

4) สำหรับกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ไม่ถูกกฎหมายและตกหล่นจากระบบบริการสุขภาพ ไม่ว่าจะระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือระบบประกันสังคม รวมถึงตกหล่นจากระบบกองทุนต่างๆที่ภาครัฐดำเนินการอยู่ 

เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและไม่ติดกับดักช่องว่างทางกฎหมายที่มีอยู่ ขอให้ภาครัฐนำงบประมาณส่วนกลางมาใช้ในการจัดการเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ครั้งนี้เป็นการเบื้องต้นก่อน และหลังจากนั้นขอให้มีการจัดเวทีปรึกษาหารือเพื่อดำเนินการจัดการเข้าสู่ระบบต่อไป

5) ขอให้กระทรวงแรงงานมีมาตรการเยียวยากลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากสถานการณ์โควิด ทั้งที่อยู่ในระบบประกันสังคมและนอกระบบประกันสังคม 

ไม่ว่าจะเป็นการถูกสั่งให้กักตัว ถูกสั่งห้ามทำงาน ถูกให้ออกจากงาน หรือกระทั่งเกิดความหวาดกลัวแล้วหลบหนีออกจากที่ทำงานหรือที่พักอาศัย 

เพื่อเป็นหลักประกันให้แรงงานเกิดความมั่นคงในการทำงานในประเทศไทย และนายจ้างยังคงมีลูกจ้างทำงานต่อภายหลังสถานการณ์คลี่คลายขึ้น

รายชื่อคณะทำงานพัฒนาและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสุขภาวะของแรงงานข้ามชาติที่ยังมิได้รับการคุ้มครอง 12 องค์กร และผู้ประสานงานแต่ละองค์กร  

1) คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทรงพันธ์ ตันตระกูล)

2) สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ดร.กฤษฎิ์ กาญจนกิตติ)  

3) สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (นางสิริวัน ร่มฉัตรทอง) 
 
4) สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย  (นายมนัส โกศล)

5) เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (นายมนัส โกศล) 

6) สมาพันธ์ศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบแห่งประเทศไทย (นางสุจิน รุ่งสว่าง)

7) มูลนิธิเพื่อนหญิง (นายบัณฑิต แป้นวิเศษ)

8) มูลนิธิร่วมมิตรไทย-พม่า (นายเมี่ยน เวย์)

9) หน่วยงานพัฒนาและบริการสังคม สภาคริสตจักรในประเทศไทย (นางสาวขวัญจิตร คำแสน , นายประสิทธิ์ ธงทัศวรรธนะ)

10) มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (นางศุกาญจน์ตา สุขไผ่ตา)

11) มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ (นายสุชาติ ตระกูลหูทิพย์)

12) มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย (นางสาววาสนา ลำดี)

13) คณะทำงานที่เป็นนักกฎหมายและนักวิชาการอิสระ (นายบัณฑิตย์ ธนชัยเศรษฐวุฒิ ,นางสาวบุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์)

ผ่ามหาชัย “แรงงานพม่า” กับโควิดอินเดีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453040

ผ่ามหาชัย “แรงงานพม่า” กับโควิดอินเดีย

ผ่ามหาชัย "แรงงานพม่า" กับโควิดอินเดีย

24 ธันวาคม 2563 – 11:14 น.

สแกนพื้นที่มหาชัย ทำความรู้จัก “แรงงานเมียนมา” ที่ไม่ใช่มีแค่คนพม่า  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
โควิดระลอกใหม่ มีจุดเริ่มต้นที่ตลาดกุ้งมหาชัย จ.สมุทรสาคร และกระจายไปหลายจังหวัด     

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2563 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงผลการตรวจสอบรหัสสายพันธุ์ของเชื้อโควิด-19 ที่ระบาดในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ว่า เป็นสายพันธุ์ GH เหมือนกับที่พบในสถานบันเทิง 1G1 ในเมืองท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งสายพันธุ์นี้ มีต้นกำเนิดหรือวิวัฒนาการมาจากอินเดีย ระบาดเข้ามาทางรัฐยะไข่ แล้วแพร่กระจายไปทั่วพม่า 

ผ่ามหาชัย "แรงงานพม่า" กับโควิดอินเดีย

ทุกวันนี้ ในประเทศเมียนมา มียอดสะสมผู้ติดเชื้อโควิดทะลุกว่า 1 แสนคนแล้ว จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน เฉลี่ยวันละพันคน ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์    

คำว่า ชาวพม่าหรือชาวเมียนมานั้น หมายถึง 135 ชาติพันธุ์ที่อยู่ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตั้งแต่พม่า,มอญ,กะเหรี่ยง,ยะไข่,ไทใหญ่ ไปจนถึงมุสลิมโรฮิงญา

++
เมียนมามหาชัย
++
ผลแห่งสงครามยืดเยื้อ ระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ ส่งผลให้เกิดความยากจนแทบทุกพื้นที่ กลายเป็นปัจจัยผลักดันชาวพม่ากว่าล้านคนให้เดินทางมาสู่ประเทศไทยไม่ขาดสาย     

ไทยกับเมียนมา มีพรมแดนติดต่อกัน ตั้งแต่เหนือจรดใต้เป็นระยะทางมากกว่า 2,500 กิโลเมตร ทำให้ชาวพม่าเดินทางเข้ามาได้สะดวก ทั้งช่องทางถูกกฎหมาย และช่องทางธรรมชาติ(ผิดกฎหมาย)     

พูดถึงชุมชนตลาดกุ้งมหาชัย จ.สมุทรสาคร มีสื่อไทยและสื่อนอก ได้เข้ามาถ่ายทอดภาพชีวิตแรงงานพม่าอยู่บ่อยครั้ง ภาพอาคารพาณิชย์สภาพทรุดโทรมสูง 4-5 ชั้นเรียงรายกันกว่า 30 คูหา เราเห็นจนเจนตา 

ผ่ามหาชัย "แรงงานพม่า" กับโควิดอินเดีย

++
เมียนมาทาวน์
++
จากงานวิชาการเรื่อง “การศึกษาแรงงานย้ายถิ่นของแรงงานเมียนมา กรณีศึกษาชุมชนมหาชัยนิเวศน์ จ.สมุทรสาคร” ของ ชยพล กล่ำปลี ทำให้เราทราบว่า แรงงานพม่าที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่สมุทรสาคร มีทั้งชาติพันธุ์พม่า, มอญ, กะเหรี่ยง, ยะไข่ และไทใหญ่

เมืองต้นทางที่พวกเขาเดินทางมามหาชัยนั้น ได้แก่เขตตะนาว
ศรี,รัฐมอญ, รัฐกะเหรี่ยง, เขตพะโค, เขตย่างกุ้ง, เมืองเนปิดอว์,เขตมาเกว, เขตอิระวดี, รัฐฉาน, รัฐยะไข่ ,เขตสะกาย และเขตมัณฑเลย์    

การย้ายถิ่นเข้าสู่ จ.สมุทรสาคร พบว่า แรงงานพม่าเดินทางผ่านแนวชายแดนใน 4 จังหวัด
1.อ.แม่สอด จ.ตาก แรงงานมาจากรัฐมอญมากที่สุด รองลงไป รัฐกะเหรี่ยง เขตพะโค เขตตะนาวศรี ฯลฯ
2.อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี แรงงานมาจากเขตตะนาว
ศรีมากที่สุด รองลงไปคือรัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญ 
    
3.จ.ระนอง เดินทางมาจากเขตตะนาวศรีมากที่สุด รองลงมาคือรัฐมอญ เขตอิระวดี รัฐยะไข่ เขตพะโค 
4.อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่วนใหญ่มาจากรัฐฉาน    

จากการศึกษากรณีมหาชัยนั้น ทำให้เรารู้ว่า คำว่า แรงงานพม่านั้น มีหลากหลายชาติพันธุ์ และไม่ได้เพิ่งย้ายถิ่นเข้ามาไทยเมื่อไม่กี่วันมานี้ หากแต่เข้ามานานกว่า 3 ทศวรรษแล้ว 

ส้มนนท์ห้าว รุกเทศบาลนนท์ ชน ‘สมนึก’ แชมป์ 8 สมัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส้มนนท์ห้าว รุกเทศบาลนนท์ ชน ‘สมนึก’ แชมป์ 8 สมัย (komchadluek.net)

ส้มนนท์ห้าว รุกเทศบาลนนท์ ชน ‘สมนึก’ แชมป์ 8 สมัย

ส้มนนท์ห้าว รุกเทศบาลนนท์ ชน 'สมนึก' แชมป์ 8 สมัย

23 ธันวาคม 2563 – 17:23 น.

เริ่มแล้ว ก้าวหน้าเมืองนนท์ ลุยเทศบาลนครนนท์ ท้ารบ “สมนึก” นายกเล็ก 8 สมัย

++
    มิทันที่ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. แอดมินเพจคณะก้าวหน้า นนทบุรี ได้ประกาศเชิญชวนบุคคลที่ยึดมั่นในประชาธิปไตย พร้อมลงมือเปลี่ยนแปลงเทศบาล และ อบต. ได้ติดต่อมาร่วมงานกับคณะก้าวหน้า

จ.นนทบุรี มีเทศบาลขนาดใหญ่ 2 แห่งคือ เทศบาลนครนนทบุรี และเทศบาลนครปากเกร็ด ซึ่งเป็นสนามเลือกตั้งท้องถิ่นที่มีคนสนใจจำนวนมาก
    ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี  พ.ต.อ.ธงชัย  เย็นประเสริฐ กลุ่มผึ้งหลวง ได้ 193,992 คะแนน ตามมาด้วย ไพบูลย์  กิจวรวุฒิ คณะก้าวหน้า137,222 คะแนน และฉลอง  เรี่ยวแรง กลุ่มพลังนนท์ได้ 66,900 คะแนน
    แม้แชมป์เก่า พ.ต.อ.ธงชัย จะชนะตามความคาดหมาย แต่คะแนนของไพบูลย์นั้นถือว่า เป็นสัญญาณบวกของคณะก้าวหน้า แถมได้ ส.อบจ.มา 3 คน ในเขต อ.บางกรวย อ.บางใหญ่ และ อ.ปากเกร็ด

ส้มนนท์ห้าว รุกเทศบาลนนท์ ชน 'สมนึก' แชมป์ 8 สมัย

กัาวหน้าเมืองนนท์ เดินหน้าต่อ

    “เมล็ดพันธุ์แห่งการเปลี่ยนแปลงได้ถูกหว่านลงไปในจังหวัดนนทบุรี เพื่อต่อสู้กับการเมืองระบบอุปถัมภ์”
    นี่คือความฮึกเหิมของคณะก้าวหน้า นนทบุรี 

++
แชมป์เก่าหนาวมั้ย
++
    เฉพาะเทศบาลนครนนท์ จะเป็นสนามการต่อสู้ที่ดุเดือดในอนาคต เพราะ “สมนึก ธนเดชากุล” เป็นนายกฯ มาแล้ว 8 สมัย
    คนเมืองนนท์ จะคุ้นกับชื่อ “สมนึก” และกลุ่มพลังหนุ่ม มายาวนาน และในศึกเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี สมนึกก็สนับสนุนกลุ่มผึ้งหลวง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ มาทุกสมัย

ส้มนนท์ห้าว รุกเทศบาลนนท์ ชน 'สมนึก' แชมป์ 8 สมัย

นายกเล็ก 8 สมัย

    เส้นทางการเมืองของสมนึก เริ่มจากอำลาชีวิตข้าราชการกรมชลประทาน ปี 2517 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนนทบุรี ในนามกลุ่มพลังหนุ่ม
    ปี 2527 ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองนนทบุรี เป็นสมัยแรก, และได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นสมัยที่ 8 (ตั้งแต่ 1 เมษายน 2555)
    ในเวทีการเมืองระดับชาติ ทราบกันดีว่า สมนึกยืนอยู่ฝ่ายเพื่อไทย และคนเสื้อแดง การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่แล้ว สมนึกรู้สึกผิดหวังที่นิทัศน์ ศรีนนท์ อดีต ส.ส.นนทบุรี พ่าย เจริญ เรี่ยวแรง ภรรยา ฉลอง ที่เขต 1 นนทบุรี

ล้มช้าง “พินิจ” “แว่นฟ้า” คุณนาย มท.3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ล้มช้าง “พินิจ” “แว่นฟ้า” คุณนาย มท.3 (komchadluek.net)

ล้มช้าง “พินิจ” “แว่นฟ้า” คุณนาย มท.3

ล้มช้าง "พินิจ" "แว่นฟ้า" คุณนาย มท.3

23 ธันวาคม 2563 – 15:00 น.

ควันหลง อบจ.บึงกาฬ “แว่นฟ้า” ยาใจ มท.3 ล้มแชมป์เก่า “กำนันนิพนธ์” คนสนิทพินิจ จารุสมบัติ

++
นครนาคา..บึงกาฬ ที่โด่งดังด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอย่างหินสามวาฬ และถ้ำนาคา เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในท้องถิ่น เมื่อผลการเลือกตั้งนายก อบจ.บึงกาฬ หักปากกาเซียน

อ่านข่าว…   อีสานสุดปัง “คุณนายรัฐมนตรี” ลงสนาม อบจ.

ล้มช้าง "พินิจ" "แว่นฟ้า" คุณนาย มท.3

คุณนายแว่นฟ้า ขอบคุณชาวบึงกาฬ    

กกต.บึงกาฬ แจ้งผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ แว่นฟ้า ทองศรี กลุ่มนครนาคา ได้ 105,478 คะแนน ,ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น คณะก้าวหน้า ได้ 34,917 คะแนน ,นิพนธ์ คนขยัน อดีตนายก อบจ.บึงกาฬ ได้ 26,274 คะแนน และอภิเดช รักษาโสม พรรคเพื่อไทย ได้ 15,001 คะแนน    

ชัยชนะของ แว่นฟ้า ทองศรี ภรรยาของ “มท.3” ทรงศรี ทองศรี รมช.มหาดไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย     

พรรคภูมิใจไทย หวังจะปักธง ส.ส.ในบึงกาฬ มาตั้งการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2554 จนถึงปี 2562  “แว่นฟ้า” ก็ยังเอาชนะแชมป์เก่า-เพื่อไทย ไม่ได้

++
ลูกนาคา
++
เหตุใด “แว่นฟ้า” ภรรยาของทรงศักดิ์ ทองศรี นักการเมืองคนดังเมืองบุรีรัมย์ จึงมาสมัคร ส.ส.ที่บึงกาฬ     

แฟนเพลงเพื่อชีวิตคงรู้จัก “สีเผือก คนด่านเกวียน” ที่มีจริงว่า อิศรา อนันตทัศน์ หรือสำรอง อนันตทัศน์ ชาว อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ (สมัยโน้น อ.บึงกาฬ ยังขึ้นกับ จ.หนองคาย) เมื่อเข้าเรียนประถมศึกษา จึงได้ย้ายมาเรียนหนังสือต่อที่นครราชสีมา    

แว่นฟ้าก็คือ น้องสาวของสีเผือก คนด่านเกวียน ลูกหลานชาวบึงกาฬโดยกำเนิด    

ล้มช้าง "พินิจ" "แว่นฟ้า" คุณนาย มท.3

รักกันมา 35 ปี แว่นฟ้ากับเสี่ยป้อม รมช.มหาดไทย

ต้นปี 2554 “เสี่ยป้อม” ทรงศักดิ์ ทองศรี ได้มาบัญชาการสร้างศูนย์อบรมพัฒนาบุคลากรทางการเมือง ในรีสอร์ตของภรรยา-แว่นฟ้า ที่ อ.เมืองบึงกาฬ    

เวลานั้น เสี่ยป้อม สวมหัวโขน รมช.คมนาคม ได้จัดอีเวนท์เปิดตัว “แว่นฟ้า” ทั้งจัดมวยชิงแชมป์โลก ,ฟรีคอนเสิร์ตลูกทุ่ง และจำหน่ายสินค้าโอทอป     

กลางปีเดียวกัน พรรคภูมิใจไทย ส่งแว่นฟ้าลงสนาม ส.ส.เขต 1 บึงกาฬ แต่ต้านกระแสเสื้อแดงแห่ยิ่งลักษณ์ไม่ไหว แว่นฟ้าพ่ายยับ    

เลือกตั้งปี 2562 แว่นฟ้าลงสนามเขต 1 บึงกาฬอีกครั้ง พ่ายแชมป์เก่า-เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ พรรคเพื่อไทย แต่คะแนนดีขึ้นกว่าครั้งแรก    

เมื่อปี่กลองการเมืองท้องถิ่นดังขึ้น แว่นฟ้าขอสู้อีกยก ตอนแรกจะใช้ชื่อพรรค แต่เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งผู้สมัครนายก อบจ.สายสีน้ำเงิน ห้ามใช้ชื่อพรรค เกรงผิดกฎหมายเลือกตั้ง    

แว่นฟ้าจึงใช้ชื่อกลุ่มนครนาคา ลงแข่งกับ นิพนธ์ คนขยัน อดีตนายก อบจ.บึงกาฬ กลุ่มไทบึงกาฬ อภิเดช รักษาโสม ลูกเขยของเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ส.ส.บึงกาฬ เและ ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น จากคณะก้าวหน้า   

ล้มช้าง "พินิจ" "แว่นฟ้า" คุณนาย มท.3

ป้ายฉลอง 9 ปี จ.บึงกาฬ เมื่อกลางปีนี้

++
วังพญานาค
++
การเลือกตั้ง 22 มี.ค.2535 พินิจ จารุสมบัติ หอบกระเป๋าจาก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ไปปักหลักที่ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย จนได้เป็น ส.ส.หนองคาย ติดต่อกันมาหลายสมัย กระทั่ง อ.บึงกาฬ ยกฐานะเป็นจังหวัด    

เลือกตั้ง 2550 และ 2554 เสี่ยพินิจไม่ได้ลงสมัคร ส.ส. แต่ก็ให้การสนับสนุนอดีต ส.ส.หนองคาย สายวังพญานาค ในนามพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน    

หากบุรีรัมย์ คือ “เนวินบุรี” บึงกาฬก็คือ “พินิจนคร” เช่นกัน เพราะ “นิพนธ์ คนขยัน” นายก อบจ.บึงกาฬ คนแรก และคนปัจจุบัน  เป็นมือขวาของเขา     

วันนี้ “เสี่ยป้อม” ได้ทำให้บึงกาฬ เป็นเมืองบริวารของเนวินบุรีไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อคุณนาย มท.3 กำลังขึ้นเป็นนายก อบจ.บึงกาฬคนที่ 2 

มหาชัยดราม่า “วีระศักดิ์” ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

มหาชัยดราม่า “วีระศักดิ์” ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ (komchadluek.net)

มหาชัยดราม่า “วีระศักดิ์” ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ

มหาชัยดราม่า "วีระศักดิ์" ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ

23 ธันวาคม 2563 – 12:05 น.

โควิดรอบใหม่ ทำให้มหาชัยเป็นแดนสนธยา มาทำความรู้จัก “วีระศักดิ์” ผู้ว่าฯ คนอ่างทอง แต่เลือดสุพรรณ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
คืนวันที่ 22 ธ.ค.2563 เฟซบุ๊กส่วนตัวของวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้โพสต์ว่า “ยังแปลกใจ ที่จู่ๆมาให้กำลังใจผมกัน ผมคงผิดจริงๆ กำลังหาทางเยียวยาอยู่ครับ”    

พร้อมกับแชร์ข่าวของ Voice TV “ผมยอมรับผิดพลาดไม่ดูภาพรวม” -“ผู้ว่าฯ เองก็ผิด”

มหาชัยดราม่า "วีระศักดิ์" ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ

ผู้ว่าฯ ปู กำลังสู้การเมืองเรื่องโควิด

ข่าวที่ว่านี้ มีการอ้างจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดถึงการระบาดของโควิด-19 ครั้งใหม่ เราจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ยอมรับว่า ผิดพลาดที่ไม่ได้ดูในภาพรวมให้ดีเท่าที่ควร แต่ขณะเดียวกันทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ผิดด้วยที่ปล่อยให้แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาจนเกิดการระบาดขึ้น เรื่องนี้จะนำไปเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้จังหวัดอื่นเกิดการระบาดเช่นนี้ขึ้นอีก    

ย้อนไปเมื่อคืนวันที่ 19 ธ.ค.2563 คนไทยทั้งประเทศ รู้จัก วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร มากขึ้น เมื่อผู้ว่าฯ ออกมาแถลงข่าวพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 516 ราย พร้อมห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด     

เมื่อเข้าไปดูเฟซบุ๊ค “ผู้ว่าฯ ปู” วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี วันที่ 17 ธ.ค.2563 ได้โพสต์ว่า “COVID-19 มาแน่ ขอเพียงแต่เราต้องไม่ตระหนก ไม่ประมาท..” โดยผู้ว่าฯ ร้องขอให้ประชาชนสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย

มหาชัยดราม่า "วีระศักดิ์" ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ

สมัยโควิดรอบแรก ผู้ว่าฯ ปู และภรรยา เย็บหน้ากากผ้าให้พระภิกษุ

++
โตที่สุพรรณ
++
ตอนที่ผู้ว่าฯ วีระศักดิ์ ย้ายจากศรีสะเกษมาสมุทรสาคร ปรากฏว่า มีคนการเมืองสุพรรณบุรีไปต้อนรับอย่างอบอุ่น เนื่องจากนักปกครองสไตล์ลูกทุ่งผู้นี้ รับราชการอยู่ในเมืองสุพรรณมายาวนาน    

ผู้ว่าฯ ปู หรือ วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี เกิดที่บ้านหัวตะพาน ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง แต่มาเติบโตบนเส้นทางชีวิตราชการมหาดไทย ที่ จ.สุพรรณบุรี    

เริ่มจากเป็นนายอำเภอเดิมบางนางบวช ปี 2546 แล้วก็ไปอยู่ อ.ศรีประจันต์ อ.เมืองสุพรรณบุรี ขยับขึ้นปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี  และรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี      

1 ต.ค.2559 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร อีกสองปีถัดมา ย้ายไปเป็น ผวจ.ศรีสะเกษ ก่อนจะมาเป็น ผวจ.สมุทรสาคร เมื่อปลายปี 2562     

สมัยที่ผู้ว่าฯ ปู อยู่เมืองพิจิตร มีผลงานเด่นอย่างหนึ่งคือ การผลักดันให้จัดสร้าง “พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์”  ต.ป่ามะคาบ อ.เมืองพิจิตร สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพไทย-เวียดนาม แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ประวัติท้องถิ่นสู่ประวัติสากล  

มหาชัยดราม่า "วีระศักดิ์" ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ

ผู้ว่าฯ ปู ตอนที่ย้ายจากศรีสะเกษมาสมุทรสาคร

++
คนรักหงส์แดง
++
ผู้ว่าฯ ปู มีคติประจำใจว่า “ให้หยุดคิดหยุดฝัน ไม่มีทาง” ไม่ว่าจะย้ายไปรับราชการที่จังหวัดใด ก็ไม่หยุดฝัน    

เมื่อย้ายไปเป็น ผวจ.ศรีสะเกษ ใหม่ๆ ผู้ว่าฯ ปู ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในท้องถิ่นว่า “สไตล์การทำงานของผม คือจริงจังในหน้าที่การงาน..ผมค่อนข้างจะผิดหวัง หมายถึงที่ผ่านมานะ พอเราเป็นนายอำเภอเราก็อยากจะทำโน่นทำนี่ให้ชาวบ้าน พอเสนอไปก็ติดขัดเรื่องงบประมาณ แต่ไม่ใช่ข้อติดขัดนะ ถ้าคุณตั้งใจในการทำงานจริงๆ เช่นของบประมาณไป 10 ครั้งได้แค่ครั้งเดียวคือโอกาสได้น้อยมาก แล้วถ้าอยากได้ 10 ครั้งทำไมไม่ขอไป 100 ครั้ง เพราะฉะนั้นต้องเอาความขยันเข้าแลก เมื่อผมมาเป็นผู้ว่าฯ ก็รับภาระหมดเลยนะเรื่องงบประมาณ ไม่ให้นายอำเภอเข้ามายุ่งเกี่ยว เพื่อให้เขามีใจในการทำงานอย่างเต็มที่”    

โดยส่วนตัว ผู้ว่าฯ ปู ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล ได้ชื่อว่าเป็นประธานชมรมคนรักลิเวอร์พูล ถึงขั้นจัดเลี้ยงฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งประวัติศาสตร์ของทีมหงส์แดงมาแล้ว

ส่อง 4 สนาม “หน่อย” หาเสียง พท. พ่ายเรียบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่อง 4 สนาม “หน่อย” หาเสียง พท.พ่ายเรียบ (komchadluek.net)

ส่อง 4 สนาม “หน่อย” หาเสียง พท.พ่ายเรียบ

ส่อง 4 สนาม "หน่อย" หาเสียง พท.พ่ายเรียบ

22 ธันวาคม 2563 – 14:46 น.

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ “เจ๊หน่อย” ไปอีสาน หาเสียงนายก อบจ. 4 สนาม ผลเพื่อไทยแพ้ราบคาบ

++
ควันหลังจากการเลือกตั้งนายก อบจ.ที่ผ่านมา ยังมีเรื่องหนึ่งที่คอการเมืองในภาคอีสานโจษขานไม่จบสิ้น     

กรณี “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ วิ่งรอกเดินสายช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครนายก อบจ. สังกัดพรรคเพื่อไทย 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ จ.หนองบัวลำภู, จ.ร้อยเอ็ด ,จ.กาฬสินธุ์ และ จ.นครพนม

อ่านข่าว…  “แม้ว” หนาว พท.ร่วงระนาว

อ่านข่าว…  สร้างรังใหม่ “หน่อย”  ไปต่อ ช่วย “พวก” ทิ้งพรรค 

ทีมงานคุณหญิงสุดารัตน์ แจกข่าวว่า แม้ตัวคุณหญิงจะได้ลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคไปแล้ว แต่ผู้สมัครนายก อบจ.หลายจังหวัด ก็วิ่งหาคุณหญิงหน่อยไปช่วยหาเสียง เนื่องจากยี่ห้อคุณหญิงหน่อย ยังเรียกเรตติ้งจากชาวอีสานได้     

เริ่มจากไปช่วย “สมชอบ นิติพจน์” ผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม พรรคเพื่อไทย และ “วิชัย สามิตร” ผู้สมัครนายก อบจ.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย      

ก่อนจะไปช่วย “มังกร ยนต์ตระกูล” ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด กลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ด และ “เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล” ผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย    

เหมือนมีคนเขียนบท ปรากฏว่า ผู้สมัครนายก อบจ. 4 คน ที่คุณหญิงหน่อยไปช่วยหาเสียงนั้น พ่ายเรียบทั้ง 4 จังหวัด

ส่อง 4 สนาม "หน่อย" หาเสียง พท.พ่ายเรียบ

ไปร้อยเอ็ด

++
ร้อยเอ็ด
++
ผลเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เอกภาพ พลซื่อ ได้ 221,751  คะแนน ชนะมังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่ได้ 215,694 คะแนน

“มังกร” ลงสนามในกลุ่มร้อยเอ็ดเพื่อไทย และพี่เขย-เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ได้เคลียร์ผู้ใหญ่ในพรรค จนได้ใช้โลโก้พรรคเพื่อไทย

เศกสิทธิ์ยังติดต่อให้ “คุณหญิงสุดารัตน์” มาช่วยหาเสียง เพื่อยืนยันความเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ถึง 2 รอบ

นอกจากนั้น พงษ์เทพ เทพกาญจนา ,ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และจาตุรนต์ ฉายแสง ยังมาช่วยหาเสียงอีก แต่ก็พ่ายคู่แค้นเจ้าเก่าตระกูล “พลซื่อ”

ส่วนเอกภาพได้รับชัยชนะ เพราะร่วมมือกับตระกูล “จุรีมาศ” จัดทัพยึด อบจ.ร้อยเอ็ด

ส่อง 4 สนาม "หน่อย" หาเสียง พท.พ่ายเรียบ

ไปหาเสียงนครพนม

++
นครพนม
++
ผลเลือกตั้งนายก อบจ.นครพนม ศุภพานี โพธิ์สุ กลุ่มนครพนมร่วมใจ ได้ 161,933 คะแนน ชนะ สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม ที่ได้ 110,596 คะแนน พรรคเพื่อไทย    

สมชอบ ย้ายมาสังกัดเพื่อไทยก่อนวันสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้กี่วัน จึงขอให้ “คุณหญิงสุดารัตน์” มาเดินหาเสียงให้เป็นคนแรก และช่วงโค้งสุดท้าย คุณหญิงมาขึ้นเวทีปราศรัยหลายอำเภอ    

สุดท้าย “สมชอบ” ก็พ่าย “ขวัญ” ลูกสาว “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ กระแสพรรคเพื่อไทย กระแสสุดารัตน์ ไม่ช่วยสมชอบให้สมหวัง

ส่อง 4 สนาม "หน่อย" หาเสียง พท.พ่ายเรียบ

ไปหาเสียงหนองบัวลำภู

++
หนองบัวลำภู
++
ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งนายก อบจ.หนองบัวลำภู วุฒิพงษ์ ศิริสถิตย์ กลุ่มรักหนองบัว ได้ 95,899 คะแนน ชนะ วิชัย สามิตร พรรคเพื่อไทย ได้ 49,151 คะแนน    

คุณหญิงสุดารัตน์ ตั้งใจมาหาเสียงช่วยวิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู ถึงสองครั้ง ด้วยความสนิทสนมกับพิษณุ หัตถสงเคราะห์ อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นกุนซือทีม ส.ส.วิชัย    

การเดินทางมาหาเสียงที่หนองบัวลำภูของคุณหญิงหน่อย ค่อนข้างเอิกเกริก ราวกับการเสียงเลือกตั้ง ส.ส.    

ส่วนผู้ชนะอย่าง “ดร.บุ๋ม” วุฒิพงษ์ ศิริสถิต ได้รับการสนับสนุนจาก นพ.ศราวุธ สันตินันตรักษ์ อดีตนายก อบจ.หนองบัวลำภู 3 สมัย 

ส่อง 4 สนาม "หน่อย" หาเสียง พท.พ่ายเรียบ

ไปหาเสียงกาฬสินธุ์

++
กาฬสินธุ์
++ 
ผลคะแนนนายก อบจ.กาฬสินธุ์ อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า ชานุวัฒน์ วรามิตร กลุ่มกาฬสินธุ์ต้องดีกว่านี้ ได้ 230,475 คะแนน ชนะ เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล พรรคเพื่อไทย ที่ได้ 198,430 คะแนน    

“ไข่มุก” เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล เป็นลูกสาว ยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ที่มี ส.ส.เมืองน้ำดำ พรรคเพื่อไทยหนุนมาทุกสมัย    

คุณหญิงหน่อยมาช่วยหาเสียงให้เฉลิมขวัญ 2 รอบ โดยอ้างว่า รู้จักกับยงยุทธ หล่อตระกูล มานานแล้ว     

ส่วนชานุวัฒน์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ทายาทชะม้อย วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาสินธุ์ ได้รับการสนับสนุนจากอดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย ,พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์

“ทอน” รู้ยัง รวมดาว “บ้านใหญ่” ประชาธิปไตยกินได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ทอน” รู้ยัง รวมดาว “บ้านใหญ่” ประชาธิปไตยกินได้ (komchadluek.net)

“ทอน” รู้ยัง รวมดาว “บ้านใหญ่” ประชาธิปไตยกินได้

"ทอน" รู้ยัง รวมดาว "บ้านใหญ่" ประชาธิปไตยกินได้

22 ธันวาคม 2563 – 12:47 น.

ผลเลือกตั้งท้องถิ่น สะท้อนประชาธิปไตยกินได้ ระบอบอุปถัมภ์ฝังลึก เขย่ายังไงก็ไม่ล้ม  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
หลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ จากสนามเลือกตั้งนายก อบจ. 76 จังหวัด ก็ชัดเจนว่า ผู้ได้รับชัยชนะส่วนใหญ่คือ อดีตนายก อบจ. หรือ “คนหน้าใหม่” ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นเจ้าเดิม    

ด้านหนึ่ง แคมเปญ “เขย่าบ้านใหญ่” ของคณะก้าวหน้า ทำให้มีการตื่นตัวและปรับตัวของตัวแทน “บ้านใหญ่” ในสนามเลือกตั้ง

อ่านข่าว… มากันครบ “บ้านใหญ่” ไม่ตายทายท้า “ธนาธร”

"ทอน" รู้ยัง รวมดาว "บ้านใหญ่" ประชาธิปไตยกินได้

ปลัดแต อุดม ไกรวัตนุสสรณ์

ที่เห็นชัดที่สุดคือ ทีมงานบ้านใหญ่ ไม่ได้ยึดการหาเสียงแบบออฟไลน์อย่างเดียว หากแต่งัดกลยุทธ์การหาเสียงออนไลน์มาใช้อย่างจริงจัง    

การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2562 “บ้านใหญ่” อาจรับมือไม่ทันกับการหาเสียงรูปแบบใหม่ของพรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) แต่การเลือกตั้งท้องถิ่นเที่ยวนี้ ทีมงานนักการเมืองรุ่นเก๋าทำงานอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ จึงเอาชนะกระแสคนรุ่นใหม่ได้    

วัฒนธรรมการเมืองอุปถัมภ์ยังฝังลึก ทัศนคติของประชาชนไม่เปลี่ยน ส.อบจ. และนายก อบจ.คือผู้รับใช้ไหว้วานได้ง่าย จึงเลือก “คนใกล้ตัว” เข้าถึง พึ่งได้ในทุกเรื่อง    

นี่คือประชาธิปไตยกินได้ ที่บรรดาเอ็นจีโอระดับตัวพ่อเคยนิยามไว้

"ทอน" รู้ยัง รวมดาว "บ้านใหญ่" ประชาธิปไตยกินได้

นายกช้าง-ปิยะ ปิตุเตชะ

++
บ้านใหญ่ผงาด
++ 
การเลือกตั้งท้องถิ่นที่สมุทรสาคร ดำเนินไปท่ามกลางกระแสข่าวโควิด และผลการเลือกตั้งนายก อบจ. อาจทำให้กองเชียร์ม็อบราษฎรช็อกเล็กๆ    

เมื่อ “ปลัดแต” อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ กลุ่มคนทำงาน ได้131,537 คะแนน ทิ้งห่างอวยชัย จาตุรพันธ์ คณะก้าวหน้า ที่ได้ 26,463 คะแนน     

เมื่อการเลือกตั้ง ส.ส. ช่วงต้นปีที่แล้ว พรรคอนาคตใหม่ สร้างเซอร์ไพรส์ ได้ 2 ที่นั่ง และบ้านใหญ่มหาชัย (ตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์”) ในสีเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา พ่ายเรียบทั้ง 3 เขต     

"ทอน" รู้ยัง รวมดาว "บ้านใหญ่" ประชาธิปไตยกินได้

ซ้อสมทรง-สมทรง พันธุ์เจริญวรกุล

ติดกับเมืองมหาชัย สนามเลือกตั้งนครปฐม มีผลการเลือกตั้งคล้ายกัน ตอนเลือกตั้ง ส.ส. คนของบ้านใหญ่สะสมทรัพย์ พ่าย 3 เขต ส่วนพรรคอนาคตใหม่มาแรง ได้ 2 ที่นั่ง    

ผลเลือกตั้งนายก อบจ.นครปฐม เหมือนหนังคนละม้วนจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ได้ 285,051 คะแนน ส่วนคณะก้าวหน้า- ชัชวาล นันทะสาร ได้แค่ 74,868 คะแนน     

ที่ระยอง บ้านใหญ่บ้านค่าย “นายกช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ อดีตนายก อบจ.ระยอง ได้ 158,413 คะแนน ทิ้งห่างคณะก้าวหน้า- สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ได้ 61,583 คะแนน     

บ้านใหญ่อ่างทอง “กำนันตี๋” สุรเชษ นิ่มกุล อดีตนายก อบจ.อ่างทอง ได้ 81,734 คะแนน ชนะโยธิน เปาอินทร์ คณะก้าวหน้า ได้ 45,637 คะแนน     

สนามอยุธยา บ้านใหญ่วังน้อย “ซ้อสมทรง” สมทรง พันธ์เจริญวรกุล อดีตนายก อบจ.อยุธยา ได้ 251,939 คะแนน ส่วนวัสพงษ์ วิทูรเมธา คณะก้าวหน้าได้ 90,739 คะแนน     

"ทอน" รู้ยัง รวมดาว "บ้านใหญ่" ประชาธิปไตยกินได้

ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร

ละแวกลุ่มเจ้าพระยาป่าสัก ทั้งสระบุรี ลพบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี ปรากฏว่า “บ้านใหญ่” คว้าชัยชนะได้ทุกจังหวัด    

ลามไปถึงบ้านใหญ่ฝั่งตะวันตก ราชบุรี, กาญจนบุรีและ สมุทรสงคราม บ้านใหญ่ฝั่งตะวันออก ชลบุรี,จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และปราจีนบุรี 

++
บ้านใหญ่ภาคเหนือ
++
เมืองลำปาง มี 2 บ้านใหญ่คือ ลำปางเหนือมี “บ้านสวน” ของ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ลำปางใต้ มี “บ้านดอยเงิน” ของพินิจ จันทรสุรินทร์ 

กลางปีนี้ มีข่าว “เจ้าพ่อดอยเงิน” พินิจ จะลงสมัครนายก อบจ.ลำปาง แต่ถึงเวลาจริง กลับหายหน้าหายตาไปเฉย เหมือนตอนเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง    

"ทอน" รู้ยัง รวมดาว "บ้านใหญ่" ประชาธิปไตยกินได้

อนุวัธ วงศ์วรรณ

ส่วน “ป๋าโรจน์” ประมุขบ้านสวน หนุนสุนี สมมี เป็นนายก อบจ.เมืองรถม้า 2 สมัย แต่หนนี้ ดันลูกสาว “หวาน” ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร ลงสนาม ได้ 220,284  คะแนน    

ส่วนคู่กัดเจ้าเก่า ดาชัย เอกปฐพี ได้ 43,874  คะแนน เพราะไม่มีพี่เลี้ยงหนุน    

ติดกับลำปาง สนามเมืองแพร่ บ้านใหญ่วงศ์วรรณ ยังแกร่ง อนุวัธ วงศ์วรรณ อดีตนายก อบจ.แพร่ ได้ 140,133 คะแนน ส่วน ”โกลี่” สุภวัฒน์ ศุภศิริ คณะก้าวหน้าได้ 48,571 คะแนน     

ภาคเหนือตอนล่าง ปรากฏว่า นายก อบจ.คนเก่าซุ้มเก่า คว้าชัยได้เกือบทุกสนาม ยกเว้นพิจิตร ที่เปลี่ยนจากซุ้ม เสธ.หนั่น กลับ มาที่บ้านใหญ่ภัทรประสิทธิ์

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ รัฐแก้ทั้งปัญหาโรคระบาด การเมืองรุมเร้าต่อเนื่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ รัฐแก้ทั้งปัญหาโรคระบาด การเมืองรุมเร้าต่อเนื่อง (komchadluek.net)

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ รัฐแก้ทั้งปัญหาโรคระบาด การเมืองรุมเร้าต่อเนื่อง 

"ซินแสเข่ง" ผ่าดวงวิกฤติ  รัฐแก้ทั้งปัญหาโรคระบาด การเมืองรุมเร้าต่อเนื่อง 

22 ธันวาคม 2563 – 08:29 น.

ซินแสเข่ง   สรุปบทวิเคราะห์ดวงปีว่า ปี2564  จะเป็นปีแห่งความเจ้าทุกข์  ถ้าคนไทยในประเทศรู้จักปรับ เชื่อว่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่ อย่างชัดเจนที่สุด

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  จุดเริ่มวัน นี้ดาวมฤตยูทับดวงเมือง  เตือนภัยหนักสุดปี  2564  หลังจากปีผ่านมาเจอปีหนูเชื้อโรคระบาดมาแล้วทั้งโลก  มาปีนี้  2564  เจอวัวเชื้อโรคต่อ  ปีฉลูทองเพราะดวงตกโรคระบาด  อย่างที่คาดคิดตามราศีดวงปี พศ. แทนคนไทยจะได้มีสุข  กลับทุกข์หนัก  วานนี้เป็นวันเปลี่ยนดวงเป็นรอยต่อของดวงจากปีชง  ปีมะเมีย  ต่อ  ปีมะแมหนัก  ปะทะ  ดาวมฤตยู  เชื้อโรครุกลามไทยและได้ทั้งโลก  งานนี้ลากยาวหนัก ถึงเมษานี้แน่นอน

นายชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง หรือ ซินแสเข่ง หมอดูเข็มทิศทองคำ และผอ.สถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย   วิเคราะห์ถึง ปีใหม่  2564  ที่คนไทย  เตรียมทุกข์หนักค้างปี   ทั้งปัญหาภาวะบ้านเมืองขัดแย้งไม่จบสิ้น  ทั้งปัญหาการเมืองคุกกรุ่นตลอดเตรียมผลาญต่อ  ปี 2564   ปีฉลู  ธาตุทอง ที่คนไทยที่คาดหวัง  เตรียมฉลอง  แต่ต้องผิดหวัง  เพราะราศีดาวจรเคียงคู่ดาวพระเคราะห์  ระวังเหตุขัดแย้งรุนแรงในช่วงต้นปี สร้างทุกข์หนักทั้งแผ่นดิน   รัฐบาลต้องแก้ทั้งปัญหาโรคระบาดที่เตรียมกระจายไม่หยุดหย่อน   การเมืองรุมเร้าต่อเนื่อง  สถานการณ์ความขัดแย้งของเยาวชนปลดแอก และคณะราษฏร   สู่สภาวะบ้านเมืองสงบไม่ได้  ความสุขก็ไม่เกิด  บ้านเมืองทุกข์หนัก  เจอปีฉลูขี้โรค   ปีแห่งเจ้าทุกข์   ความทุกข์จากโรคระบาดที่จะเริ่มขึ้นรับปีใหม่ของโควิด 20  ที่มีผลอย่างต่อเนื่องและรุนแรงกว่าเดิม  แต่ก็เชื่อว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเชื่อว่ารัฐบาลสามารถเอาอยู่            

ซินแสเข่งวิเคราะห์เพิ่มเติม ถึงดวงเมืองรับปีใหม่ว่า  เมื่อดาวมฤตยูโคจรทับดวงเมือง  ดาวจรตกดาวพระเคราะห์ที่ถูกเปลี่ยนเส้นทางที่จะทำให้เกิดความวิบัติเกิดขึ้น  เตือนผู้ก่อเหตุรุนแรงให้ระวังดวงตกชะตาขาด   ตามดวงเมืองที่ถูกตั้งไว้เมื่อ วันที่ 21  เมษายน  2325  ที่จะย่างสู่ปีที่  240   และโรคร้ายก็ตกอยู่ในปี  ในรอบ  60  ปี  ของโหราศาสตร์  ที่จะต้องระวังภัยพิบัติปีแห่งโรคร้ายอย่างต่อเนื่อง          

ซินแสเข่ง   สรุปบทวิเคราะห์ดวงปีว่า ปี2564  จะเป็นปีแห่งความเจ้าทุกข์  ถ้าคนไทยในประเทศรู้จักปรับ เชื่อว่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่ อย่างชัดเจนที่สุด ไม่ใช่จะปล่อยทุกอย่างไปตามดวง  เมื่อบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรก็ปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้นความเจริญรุ่งเรืองความสุขความสำเร็จก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

เบื้องลึก ‘สจ.นก’ ล้มช้าง เยาวภา-ยงยุทธ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เบื้องลึก ‘สจ.นก’ ล้มช้าง เยาวภา-ยงยุทธ (komchadluek.net)

เบื้องลึก ‘สจ.นก’ ล้มช้าง เยาวภา-ยงยุทธ

เบื้องลึก 'สจ.นก' ล้มช้าง เยาวภา-ยงยุทธ

21 ธันวาคม 2563 – 19:20 น.

เชียงรายพลิกล็อก “สจ.นก” โค่น “ยิ้ม” สะใภ้หัวหน้าพรรคเพื่อไทย สะเทือนพันธมิตร “ย-ย”

คู่เอกของภาคเหนือ ไม่ได้มีเพียงสนามเชียงใหม่เท่านั้น สนามเลือกตั้งเชียงราย ก็สู้กันดุเดือด คะแนนพลิกไปพลิกมา สุดท้ายตระกูล “วันไชยธนวงศ์” ก็คว้าชัยไปได้

อ่านข่าว : “แม้ว” หนาว พท.ร่วงระนาว

ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ “สจ.นก” อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้ 239,622 คะแนน ชนะ วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย ที่ได้ 211,956 คะแนน

ย้อนไปเมื่อปี 2562 คู่นี้ได้ต่อสู้กันเพื่อชิงการเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย ลงสนามนายก อบจ.เชียงราย

เบื้องลึก 'สจ.นก' ล้มช้าง เยาวภา-ยงยุทธ

ยกแรก “ยิ้ม” วิสาระดี ชนะ เมื่อสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แถลงเปิดตัววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย เพียงคนเดียว

แม้ฝ่าย “สจ.นก” จะอ้างว่า เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย จะขอใช้เพียงโลโก้พรรคก็ไม่ได้รับอนุญาต

จากกรณีดังกล่าว ทำให้ สามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย ลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะไม่พอใจเรื่องการส่งผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย

นับจากนั้นมา สามารถ ได้เคลื่อนไหวหนุน “สจ.นก” พร้อมกับเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นในเขต อ.เมืองเชียงราย

++

พันธมิตร “ย-ย”

++

ดังที่รู้กัน ตระกูล “ติยะไพรัช” จับมือ วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย หนุน “ยิ้ม” วิสาระดี ลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย ในนามเพื่อไทย

ยงยุทธ ติยะไพรัช จึงตั้ง “วิสาระดี” เป็นผู้อำนวยการสโมสรฟุตบอลสิงห์เชียงราย เป็นการปูทางหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น

ลึกไปกว่า คนเพื่อไทยเชียงรายทราบดีว่า “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้ให้การสนับสนุนวิสาระดี สะใภ้หัวหน้าสมพงษ์เช่นกัน

ยงยุทธจึงเชื่อมสนามเชียงรายกับเชียงใหม่ ด้วยกลยุทธ์ลูกหนังนำการเมือง

บวกกับทักษิณ ชินวัตร แสดงตัวให้การหนุนช่วยวิสาระดี เต็มกำลัง จึงได้เห็นทัพใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ไปเปิดปราศรัยหาเสียงในเชียงราย

++

ทีม สจ.นก

++

ต้นเดือน ธ.ค.2562 สุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ อดีต สจ.เชียงราย พร้อมบิดา สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ พร้อมพี่สาว “สจ.นก” ไปพบทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง เพื่อเคลียร์เรื่องการลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากคนแดนไกล

ตระกูลวันไชยธนวงศ์ จึงหยัดยืนบนลำแข้งตัวเอง โดยใช้ชื่อทีม “สจ.นก” ไม่ต้องอิงพรรคเพื่อไทย

สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.ส.เชียงราย มาแต่ปี 2535/2 สังกัดพรรคชาติพัฒนา ก่อนจะย้ายมาสังกัดไทยรักไทย ส่วนลูกชายลูกสาวคือ “สจ.เล็ก” สุธีระพงศ์ วันไชยธนวงศ์ และ “สจ.นก” อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาหลายสมัยแล้ว

คนแดนไกล ทั้งนายใหญ่และเจ๊ใหญ่ อาจรู้สึกไม่พอใจที่ลูกๆของสมบูรณ์ เคยลงสมัคร ส.ส.เชียงราย เมื่อปี 2554 สังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่สอบตก

หลังเลือกตั้งครั้งนั้น ลูกๆของสมบูรณ์ ก็กลับมาสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย

ส่วน รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย มีศักดิ์เป็นหลานของสมบูรณ์

เบื้องลึก 'สจ.นก' ล้มช้าง เยาวภา-ยงยุทธ

ตระกูล “วันไชยธนวงศ์” ได้เปรียบพันธมิตร “เยาวภา-ยงยุทธ” ตรงที่อดีต ส.อบจ.เชียงราย ส่วนใหญ่เลือกอยู่กับฝ่าย สจ.นก

เหนืออื่นใด ตระกูล “โพธสุธน” ที่ลงหลักปักฐานทำธุรกิจและวางเครือข่ายการเมืองแถวชายแดนไทย-เมียนมา ได้หนุนช่วย สจ.นก เต็มที่

ทั้งหมดนี้ เป็นปัจจัยที่ทำให้ สจ.นก เอาชนะวิสาระดี สะใภ้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปได้