“ธิดา” ฟันธง นปช.จบ “แดง” ไม่จบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453455

“ธิดา” ฟันธง นปช.จบ “แดง” ไม่จบ

"ธิดา" ฟันธง นปช.จบ "แดง" ไม่จบ

28 ธันวาคม 2563 – 11:39 น.

นปช.เหลือแต่ซาก แกนนำแยกวง “ธิดา” มั่นใจคนเสื้อแดงยังอยู่

ไม่เหนือความคาดหมาย เมื่อ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ไลฟ์เฟซบุ๊คเตรียมหารือเพื่อนพ้องน้องพี่ ขอปิดฉาก นปช. เหลือไว้ให้เป็นตำนานการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย 13 ปีที่แล้ว กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ได้จัดแถลงข่าวเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น “แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” (นปช.) มี วีระกานต์ มุกสิกพงศ์ เป็นประธาน นปช.คนแรก 

วันที่ 9 ก.ค.2552 วีระกานต์ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำอีกหลายคน แถลงข่าวเปลี่ยนชื่อจากแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ เป็น “แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน” เพื่อการดำเนินงานและการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกภาพ

จากนั้น นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ได้จัดการชุมนุมใหญ่ 2 ปีซ้อน (ปี 2552-2553) หลังรัฐประหาร 2557 แกนนำ นปช. ต้องเผชิญคดีความมากมาย ขบวนการคนเสื้อแดงอยู่ในภาวะสงบนิ่ง และถดถอย 

ดังที่ทราบกัน แกนนำ นปช. 2 สายคือ สายจตุพร กับสายณัฐวุฒิ แยกกันไปสร้างรวงรังใหม่ มินับแกนนำย่อยในหัวเมือง ต่างก็ไม่ขึ้นต่อส่วนกลางมานานแล้ว แกนนำแดงภูธร ลงสมัคร ส.ส. ในสังกัดพรรคเพื่อชาติก็แพ้ ลงสมัครนายก อบจ.บางแห่ง ก็พ่าย สะท้อนภาวะขาลงของ นปช.อย่างเห็นได้ชัด

ไม่ต้องมี นปช.

วันที่ 17 ธ.ค.2563 ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช. ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ UDD news เกี่ยวกับองค์กร นปช. ในสถานการณ์ปัจจุบัน “องค์กร นปช. ไม่ได้มีการประชุม ไม่ได้มีกิจกรรมในการต่อสู้มานับสองปีกว่าแล้ว ในความเป็นจริงก็เป็นการลดระดับของการต่อสู้ไป”

ด้วยเหตุนี้ มวลชนคนเสื้อแดงจึงมีความคิดหลากหลาย บางกลุ่มเสนอเปลี่ยนประธานบ้าง หรือเปลี่ยนแกนนำทั้งหมด หรือมีแกนนำใหม่ หรือบางส่วนก็อาจจะคิดว่าไม่ต้องมีแล้ว เพราะตอนนี้มีการนำใหม่โดยเยาวชน 

“ตัวดิฉันเองมาถึงวันนี้ คงไม่ใช่ตัวเอกแห่งการนำพาประชาชน แต่ก็อยู่บนถนนที่ทอดยาวไปสู่อนาคต ดิฉันหวังให้ประชาชนและคนรุ่นใหม่ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของเราและคนยุคก่อน”
 นับแต่มีม็อบราษฎร “ธิดา” มักแสดงความคิดเห็นอยู่บ่อยครั้งว่า คลื่นลูกใหม่มาแทนคลื่นลูกเก่าแล้ว นปช.ควรสนับสนุนแกนนำเยาวชนคนรุ่นใหม่

ธิดายืนยันว่า นปช.ได้สร้างคนเสื้อแดงที่ไม่ยึดติดกับบุคคล เขามีความคิดของเขาเอง นปช.จะอยู่หรือไม่อยู่ไม่เป็นไร แต่คนเสื้อแดงและคนรักประชาธิปไตยยังอยู่ครบถ้วนทั้งหมด

ฉะนั้น ไม่มี นปช. ไม่มีจตุพร ไม่มีณัฐวุฒิ ไม่มีธิดา ไม่มีเหวง คนเสื้อแดงก็ยังดำรงอยู่

สแกนระยอง ‘ปิตุเตชะ’ กลางวิกฤตโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453373

สแกนระยอง ‘ปิตุเตชะ’ กลางวิกฤตโควิด

สแกนระยอง 'ปิตุเตชะ' กลางวิกฤตโควิด

27 ธันวาคม 2563 – 13:07 น.

โควิดระยอง รอบใหม่ ส่งผลให้ “สาธิต ปิตุเตชะ” เตรียมเขียนจดหมายเปิดผนึก เปิดเผยเรื่องบ่อน 

 กรณีโควิดระยองรอบใหม่ มีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะแหล่งที่มาคือ บ่อนการพนัน ทำให้การสืบค้นผู้ติดเชื้อค่อนข้างยาก
  เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2563 สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่ จ.ระยอง ว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นล็อกดาวน์ทั้งจังหวัด มีเพียงคำสั่งปิดสถานที่กลุ่มเสี่ยงที่มีการแออัดของคน 
   สำหรับกรณี “บ่อนพนัน” สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กว่า “บ่อน(ระยอง) หรือทุกที่ เป็น รมต ก็ใช่ว่าจะสั่งให้หยุดได้ และสั่งไปแล้ว ก็เห็นยังมีอยู่ ติดตาม “จดหมายเปิดผนึก” เรื่องบ่อน ในระยองได้ เร็วๆนี้” 
    “หมอตี๋” สาธิต ชวนให้คนทั้งประเทศรออ่านจดหมายเปิดผนึกว่าด้วยเรื่องบ่อนพนันในเมืองระยอง 
   ++

 บ่อนระยอง
++
    ระหว่างที่รออ่านจดหมายของรัฐมนตรี ลองไปย้อนดูข่าวจับบ่อนพนันที่ระยอง
    เดือน มิ.ย.2563 ชาวบ้านในมาบตาพุด จ.ระยอง ร้องเรียนว่ามีบ่อนพนันชื่อ “บ่อน RJ” มาเปิดใกล้ชุมชนและห้างสรรพสินค้า ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองร่วมกับดีเอสไอ เปิดปฏิบัติการทลายบ่อนกลางเมือง พบว่าเป็นโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางชุมชน 
    เจ้าหน้าที่จับนักพนันได้ 118 คน พร้อมของกลางเป็นอุปกรณ์การพนันหลายชนิดที่มีสัญลักษณ์อักษรภาษาอังกฤษ RJ ติดอยู่
    การจับบ่อนครั้งนั้น นำไปสู่คำสั่งย้าย 6 นายตำรวจ สภ.มาบตาพุด แต่ต่อมาก็มีคำสั่งให้กลับมาประจำตำแหน่งเดิม เพราะผลการสอบสวนระบุว่า นายตำรวจทั้ง 6 ไม่มีส่วนรู้เห็นและไม่ได้บกพร่องต่อหน้าที่
    จากบ่อนมาบตาพุด ก็มีบ่อนอีกแห่งเกิดขึ้นใน อ.เมืองระยอง ซึ่งเป็นแหล่งแพร่โควิดรอบใหม่ในระยอง  
++
ปิตุเตชะแห่งระยอง
++
    เหตุที่ สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และ ส.ส.ระยอง ต้องออกมาพูดถึง “บ่อน” กลางเมืองระยอง เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่คนสนใจทั้งประเทศ
    เหนืออื่นใด ตระกูล “ปิตุเตชะ” นั้น มากบารมีทางการเมืองทั่วจังหวัด เป็นทั้งนายก อบจ. และ ส.ส.ระยอง จะไม่มีข้อมูลเรื่องบ่อนพนันอยู่ในมือเชียวหรือ?
    เมื่อไม่กี่วันมานี้ มีผลเลือกตั้งนายก อบจ.ระยอง อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า ปิยะ ปิตุเตชะ ได้ 202,232 คะแนน เอาชนะ สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ที่ได้ 79,830 คะแนน จากคณะก้าวหน้า
    “นายกช้าง” ปิยะ  ปิตุเตชะ เป็นพี่ใหญ่ของตระกูลปิตุเตชะ และเป็นนายก อบจ.ระยอง มาแล้ว 3 สมัย
    การมีบ่อนพนันอยู่กลางเมือง ไม่ใช่แค่เขย่าวงการตำรวจ และฝ่ายปกครอง นักการเมืองระดับรัฐมนตรีอย่าง รมช.สาธิต ก็อยู่นิ่งเฉยไม่ได้
    มิหนำซ้ำ บ่อนพนันยังเป็นคลัสเตอร์ 1 ใน 3 ที่แพร่เชื้อโควิดอยู่ในเวลานี้

โควิดการเมืองจาก มหาชัย ถึง “บ่อนระยอง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453364

โควิดการเมืองจาก มหาชัย ถึง “บ่อนระยอง”

โควิดการเมืองจาก มหาชัย ถึง "บ่อนระยอง"

27 ธันวาคม 2563 – 11:53 น.

ม็อบพักรบชั่วคราว เมื่อโควิดวนมารอบใหม่ แกนนำราษฎรเริ่มขยับ จากมหาชัยถึงระยอง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

 “โควิด-19” รอบใหม่ในชั่วโมงนี้ มีการพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนถึง 3 จุดคือ ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร ,ปาร์ตี้บิ๊กไบค์ จ.กระบี่ และบ่อนพนัน จ.ระยอง
  รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ประกาศล็อกดาวน์ทั้งประเทศ แต่ก็เลือกที่จะใช้วิธีคุมพื้นที่แทน และมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 
  เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2563 มีการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีกครั้ง แม้ว่าฝั่งรัฐบาลว่า “ไม่มีนัยการเมือง” และใช้ พ.ร.ก. “สกัดโรค ไม่ใช่สกัดม็อบ”  

 อย่างไรก็ตามช่วงนี้แกนนำคณะราษฎรและองค์กรพันธมิตร ประกาศพักการชุมนุม รอหลังปีใหม่ จะกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง 
  แม้ไม่มีกิจกรรมของคณะราษฎร แต่คนกรุงเทพฯ ก็พบเห็นป้าย “ยกเลิก ม.112” ติดตามสถานที่สาธารณะทั่วกรุงเทพฯ
  ล่าสุด เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี แนวร่วมคณะราษฎร ได้โพสต์ป้ายปริศนาโผล่ด้านหน้ากระทรวงสาธารณสุข โดยมีข้อความว่า “covid มาอีกรอบ แต่ประยุทธ์ยังอยู่” , “คุมเชื้อให้ดีเหมือนคุณม็อบ” , “ปัญหาที่ใหญ่กว่าโควิดคือประยุทธ์” และ “หนูการ์ดตก” 
++
โตโต้ขายกุ้ง
++
    เช้าวันที่ 26 ธ.ค.2563 ที่บริเวณหน้าประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ปิยรัฐ จงเทพ ผู้นำการ์ดกลุ่มวีโว ได้มาจัดกิจกรรมขายกุ้ง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร 
    “โตโต้ ปิยรัฐ” บอกว่า พ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อน และไม่รู้จะนำกุ้งไปขายที่ไหน เนื่องจากตลาดกลางค้ากุ้งถูกสั่งปิดตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ระบาดของรัฐบาล 
    หากย้อนเข้าไปอ่านหน้าเฟซบุ๊ก โตโต้ ปิยรัฐ – Piyarat Chongthep จะเห็นว่า หัวหน้าการ์ดวีโว่ ได้วิจารณ์ความหละหลวมของฝ่ายความมั่นคง ที่ปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างชาติอย่างผิดกฎหมายทางช่องทางธรรมชาติ 
    ในมุมของนักการเมืองฝ่ายค้าน และแกนนำราษฎร สมุทรสาคร หรือตลาดกุ้ง มหาชัย แค่ปลายทางของขบวนการแรงงานเถื่อน และต้นทางก็คือฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลชายแดน
    โตโต้ ยืนยันว่า กิจกรรมขายกุ้งช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้า จะดำเนินต่อไป ให้รอติดตามจากเพจกลุ่มวีโว่
++
ไมค์กับโควิดระยอง
++
    หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 27 ราย โดยมาจากบ่อนพนันแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ระยอง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้สั่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดในพื้นที่ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
    กลางปีที่ผ่านมา ระยองเคยเผชิญวิกฤตโควิดมาครั้งหนึ่งแล้ว จากกรณีทหารต่างชาติ และครั้งนั้น หลายคนคงจำบทบาทของ ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ประธานไมค์” ที่ออกมาเคลื่อนไหวประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเดินทางไปตรวจราชการที่ระยอง
    วันนี้ ระยองเผชิญวิกฤตโควิดรอบใหม่ ภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำราษฎร ได้โพสต์ภาพตลาดสตาร์ไนท์บาซ่าร์ อ.เมืองระยอง ที่เงียบเหงา
    นอกจากนี้ “ไมค์” ยังใช้ทวิตเตอร์ Mike-Panupong วิจารณ์กรณีบ่อนกับโควิด “ส.ส.ระยอง ทั้ง 4 เขตก็เงียบกริบ ปัญหาไม่เคยพูดในสภาเลย บ่อนพนัน น้ำประปา มลพิษอุตสาหกรรม ถมทะเล เวนคืนที่ดิน..”
    หรือข้อความว่า “ประเด็นโควิดที่ระยองว่าตื่นเต้นแล้ว แต่ที่ตื่นเต้นกว่าคือบ่อนกลางเมืองระยองที่เป็นแหล่งแพร่ระบาดของโรคจะถูกจัดการอย่างไร..”
    คาดว่า ในเร็ววันนี้ ประธานไมค์ คงมีกิจกรรมเบิ้มๆ กรณีบ่อนกลางเมืองระยอง

โควิดมหาชัย ท้าทาย ‘ทีมเฮียม้อ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453279

โควิดมหาชัย ท้าทาย ‘ทีมเฮียม้อ’

 โควิดมหาชัย ท้าทาย 'ทีมเฮียม้อ'

26 ธันวาคม 2563 – 12:14 น.

ภารกิจแรกของ “ปลัดแต” ว่าที่นายก อบจ.สมุทรสาคร ต้องฝ่ามรสุมโควิดรอบใหม่ให้ได้

++
    สมุทรสาคร กลายเป็นพื้นที่สีแดงสำหรับการระบาดรอบใหม่ของโควิด-19 และช่วงวันเลือกตั้งนายก อบจ. ก็ดำเนินไป ท่ามกลางข่าวโควิดจากตลาดกุ้งมหาชัยแพร่สะพัดไปทั่วประเทศ
    เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2563 แฟนเพจเฟซบุ๊คฅนทำงาน ได้อัพสเตตัส #เราจะสู้ไปด้วยกันครับ และก่อนหน้านั้น มีภาพของอุดม (ปลัดแต) ไกรวัตนุสสรณ์ พร้อมสมาชิกทีมฅนทำงาน มอบคลอรีนน้ำฆ่าเชื้อ และหน้ากากอนามัย ให้กับ อ.กระทุ่มแบน อ.บ้านแพ้ว และอ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อนำไปใช้ในภารกิจป้องกันโรคโควิค-19 
    ทีมฅนทำงาน เป็นชื่อกลุ่มการเมืองท้องถิ่นของตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์” ซึ่งได้ส่ง “ปลัดแต” อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.สมุทรสาคร และได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น

 โควิดมหาชัย ท้าทาย 'ทีมเฮียม้อ'

                    ทีมปลัดแต 

++
ทีมเฮียม้อ
++
    กว่า 3 ทศวรรษมาแล้ว การต่อสู้ทางการเมืองในสมุทรสาคร เป็นการขับเคี่ยวกันของ 3 ตระกูลดังคือ ก๊กผล, ทับสุวรรณ และไกรวัตนุสสรณ์ 
    สำหรับการเมืองท้องถิ่น คนในตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์” เป็นนายก อบจ.สมุทรสาคร ติดต่อกันมา 3 คนแล้ว เริ่มจาก “ตุ่น” อุดร ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ล่วงลับ , “เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ และ “ปลัดแต” ที่เพิ่งได้รับชัยชนะ
    “เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ ทำธุรกิจประมง มีห้องเย็นชื่อ บริษัท มณฑลชัยห้องเย็น จำกัด ก้าวเข้าสู่การเมืองระดับชาติในนามพรรคความหวังใหม่ 
    การผงาดขึ้นเป็น ส.ส.สมุทรสาคร และรัฐมนตรี ทำให้ตระกูลการเมืองดั้งเดิมอย่าง “ทับสุวรรณ” และ “ก๊กผล” ต้องปรับตัว
    ตระกูล “ทับสุวรรณ” จะผูกพันอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ล่าสุด ย้ายไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย ส่วน “ก๊กผล” พะยี่ห้อกิจสังคม มาหลายสิบปี ก่อนจะย้ายมาพรรคไทยรักไทย เมื่อสิ้นเจี่ย ก๊กผล ก็ไม่มีใครสานต่อ

++
ปลัดแต
++
    ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรสาคร อย่างไม่เป็นทางการ อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ ได้ 131,537 คะแนน ตามมาด้วย อวยชัย จาตุรพันธ์ คณะก้าวหน้า ได้ 26,463 คะแนน และเชาวรินทร์ ชาญสายชล เพื่อไทย ได้ 22,307 คะแนน
    ปลัดแตชนะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ผลคะแนนของ “ทีมเฮียม้อ” ทิ้งห่างคณะก้าวหน้าหลายเท่าตัว เป็นเรื่องที่ผิดคาดของคอการเมือง

 โควิดมหาชัย ท้าทาย 'ทีมเฮียม้อ'

            อุดม ว่าที่นายก อบจ.สมุทรสาคร 

    เนื่องจากการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ สร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ ได้ 2 ที่นั่ง และทีมเฮียม้อในสีเสื้อชาติไทยพัฒนา พ่ายยับ
    ฐานเสียงอนาคตใหม่(ก้าวไกล) กับคณะก้าวหน้า ก็ฐานเดียวกัน แต่ผ่านไปแค่ปีเศษ คะแนนของกลุ่มธนาธรทั้งจังหวัด หดหายไปเกินครึ่ง
    สำหรับประวัติ อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ วัย 53 ปี บุตรชาย “เฮียม้อ” อดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร และน้องชายของอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร ที่เสียชีวิตขณะดำรงตำแหน่ง     
    “อุดม” เคยเป็นอดีตปลัดอำเภอ อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยเป็น ส.ส.สมุทรสาคร 4 สมัย ในปี 2538, 2539, 2544 สังกัดพรรคความหวังใหม่ และปี 2548 สังกัดพรรคไทยรักไทย ก่อนถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ในคดียุบพรรคไทยรักไทย 
    สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เคยได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (วิเชษฐ์ เกษมทองศรี) 
    อาฟเตอร์ช็อกเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 สะเทือนทีมเฮียม้อมาแล้ว แต่มาเจอโควิดรอบนี้ ดูจะท้าทายปลัดแต่ยิ่งกว่า 


 โควิดมหาชัย ท้าทาย 'ทีมเฮียม้อ'

บทเรียน พท. ‘ขวัญ’ ลูกสหายแสง พวกมาก่อนพรรค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453270

บทเรียน พท.’ขวัญ’ ลูกสหายแสง พวกมาก่อนพรรค

 บทเรียน พท.'ขวัญ' ลูกสหายแสง พวกมาก่อนพรรค

26 ธันวาคม 2563 – 10:26 น.

สนามนครพนม บทเรียนเจ็บแสบเพื่อไทย “ครูแก้ว” เอาพวก ชนะฝ่ายที่ชูพรรค คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย ยังไม่จบ หลังทราบผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ทั่วประเทศ เมื่อ การุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กกรณี พิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แชร์คอลัมน์เกี่ยวกับการแพ้เลือกตั้งนายก อบจ.ในจังหวัดที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลงไปช่วยหาเสียง  
    “เก่ง การุณ” วิจารณ์พิชัยว่า ไม่เป็นสุภาพบุรุษ ทำตัวไม่เหมาะสมกับเป็นผู้ใหญ่ในพรรค
    ตามมาด้วย ชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในสนามการต่อสู้ควรรักษาน้ำใจซึ่งกันและกัน เพราะนครพนมก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่ส่งนายก อบจ.ในนามพรรคเพื่อไทย และผู้สมัครนายก อบจ.ไม่ได้รับเลือกตั้ง
    “ชวลิต” ขอขอบคุณผู้บริหารพรรค ที่ส่งทีมปราศรัยชุดใหญ่ ประกอบด้วยอดิศร เพียงเกษ ,อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด และ ดร.อรุณี กาสยานนท์ ไปปราศรัยทุกเขต
    ขณะที่การหาเสียงในนครพนม สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม พยายามชูแบรนด์พรรคเพื่อไทย ตรงกันข้ามกับคู่แข่งอย่าง “ขวัญ” ศุภพานี โพธิ์สุ จะปราศรัยทุกเวทีว่า “ไม่มีพรรค มีแต่พวก ทำงานร่วมกัน..เพราะเรื่องของท้องถิ่นไม่เกี่ยวกับพรรค”

++
พวกมาก่อนพรรค
++
    ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.นครพนม อย่างไม่เป็นทางการ ศุภพานี โพธิ์สุ ทีมนครพนมร่วมใจ ได้ 161,962คะแนน  ล้มแชมป์เก่า 2 สมัย สมชอบ นิติพจน์ ผู้สมัคร ที่ได้คะแนน 110,580 คะแนน  ทิ้งห่างกัน 5,1382 คะแนน 

 บทเรียน พท.'ขวัญ' ลูกสหายแสง พวกมาก่อนพรรค

                ทีมนครพนมร่วมใจ ได้บริหาร อบจ.นครพนม 

    “ขวัญ” ลูกสาวคนโต วัย 36 ปี ของ “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ หนุ่มศรีสงคราม กับพูนสุข โพธิ์สุ สาวนาแก สำหรับชื่อ “ศุภพานี” นั้นนำเอาชื่อพ่อแม่ “ศุภ+พูน” มาตั้ง
    ครูแก้วหรือสหายแสง รองประธานสภาผู้แทนฯ พาลูกสาวคนนี้เข้าสู่วงการเมืองมานานแล้ว โดยเป็นผู้ช่วย ส.ส. และสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ขวัญได้เป็นเลขานุการ รมว.มหาดไทย (ชวรัตน์ ชาญวีรกูล)
    ช่วงก่อน กกต.จะออกระเบียบห้าม ส.ส. หรือข้าราชการการเมืองไปช่วยหาเสียงในการเลือกตั้งท้องถิ่น ครูแก้วได้เปิดตัวทีมนายก อบจ.นครพนม ตั้งแต่เดือน ก.ย.2563 โดยวางตัวลูกสาวเป็นนายก อบจ. พร้อมกับดึง 2 อดีต ส.ส.นครพนมคือ นพ.อลงกต มณีกาศ และ ชูกัน กุลวงษา เป็นรองนายก อบจ.

 บทเรียน พท.'ขวัญ' ลูกสหายแสง พวกมาก่อนพรรค

               ครูแก้ว พาลูกสาวไปเปิดตัว ช่วงก่อน กกต.ออกกฎเหล็ก 

    ทั้ง นพ.อลงกต และชูกัน เคยสวมเสื้อพลังประชารัฐ ลงสนามเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว แต่สอบตก

++
สิงห์เหนือเสือใต้
++
    เหนืออื่นใด ศุภชัย โพธิ์สุ กับไพจิต ศรีวรขาน สนิทสนมกันมายาวนาน ตั้งแต่สมัยพรรคความหวังใหม่ พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน ทุกวันนี้ แม้จะอยู่คนละพรรค แต่ก็พวกเดียวกัน 
    เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2563 “สิงห์เหนือ” ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม เขต 1 ค่ายภูมิใจไทย กับ “เสือใต้” ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต 3 ค่ายเพื่อไทย เจอกันในงานทอดกฐินสามัคคี วัดดอนสวรรค์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ไพจิตได้ประกาศต่อหน้าชาวบ้านว่า ขอสนับสนุน ศุภพานี โพธิ์สุ  
    ย้อนไปเมื่อปี 2555 “ครูแก้ว” สิงห์เหนือ “ไพจิต” เสือใต้ ได้หนุน สมชอบ นิติพจน์ เป็นนายก อบจ.นครพนม โดยมีการแต่งนั้นภรรยาของทั้งคู่ เป็นรองนายก อบจ.
    นี่เป็นหนังตัวอย่างการเมืองท้องถิ่นแบบไทยๆ เรื่อง “ไม่มีพรรคมีแต่พวก” 

พลิกปูมเส้นทางชีวิตผู้ว่าฯปู “วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี” แม่ทัพหน้าปราบโควิด-19 เมืองมหาชัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453226

พลิกปูมเส้นทางชีวิตผู้ว่าฯปู “วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี” แม่ทัพหน้าปราบโควิด-19 เมืองมหาชัย 

พลิกปูมเส้นทางชีวิตผู้ว่าฯปู "วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี" แม่ทัพหน้าปราบโควิด-19 เมืองมหาชัย 

25 ธันวาคม 2563 – 16:49 น.

“คนไม่ทำงานเท่านั้นที่ไม่ผิด” น่าจะเป็นคำเปรียบเปรยได้ดีสำหรับผู้ว่าฯปู “วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี” ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครชั่วโมงนี้ที่โดนรุมถล่มในที่ประชุม ครม. แต่”โควิด-19 “ถือเป็นยาแรงที่สร้างความแกร่งให้กับผู้ว่าฯเมืองมหาชัยคนนี้

 “คนไม่ทำงานเท่านั้นที่ไม่ผิด” น่าจะเป็นคำเปรียบเปรยได้ดีสำหรับผู้ว่าฯปู “วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี” ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครช่วงโมงนี้ที่โดนรุมถล่มในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา พร้อมคำแถลงการณ์จากนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ที่ว่า “ผู้ว่าฯปล่อยให้มีการแพร่ระบาดเช่นนี้ได้ยังไง ผมผิดที่ไม่ได้ดูนโยบายในภาพรวม”
  แต่หากใครติดตามข่าวการทำงานของ”พ่อเมือง”ท่านนี้ก็คงจะเห็นในทันทีที่ทราบข่าวว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ตลาดกลางค้ากุ้ง ผู้ว่าฯสั่งก็ระดมทุกหน่วยงานปฎิบัติแบบสายฟ้าแลบ พร้อมออกมาตรการต่าง ๆ อย่างเข้มงวดในทันที
  แม้จะเหนื่อยหนักขนาดไหนก็ไม่หวั่น ยังยิ้มสู้ เห็นได้จากการแถลงข่าว วันแรก ๆ ของการระบาดโควิด-19 มีนักข่าวโยนคำถามถึงผู้ว่าฯสมุทรสาคร”วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี”ในระหว่างการแถลงข่าวความคืบหน้าว่า
  “รู้สึกผู้ว่าฯ อารมณ์ดีเป็นพิเศษ”
  ซึ่งคำตอบที่ได้รับกลับสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ได้รับฟังไม่น้อย
   “อยากจะบอกเหลือเกินว่า คนเป็นผู้ว่าฯ ก็เหมือนกับเป็นแม่ทัพ ออกรบทัพจับศึก จะร้องไห้ให้ไพร่พลเห็นได้อย่างไร แม้หัวใจจะร้องไห้ ด้วยความสงสารคนสมุทรสาครมาหลายครั้งหลายหน มีเรื่องราวอีกมากมายที่อยากพูดแต่ไม่ได้พูด โดยเฉพาะคนที่ปล่อยให้ COVID-19 เข้ามาในใจกลางเมืองสมุทรสาครเหนื่อยและลำบากแค่ไหน แต่ยังไหวครับ” 

พลิกปูมเส้นทางชีวิตผู้ว่าฯปู "วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี" แม่ทัพหน้าปราบโควิด-19 เมืองมหาชัย 

                                             นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าฯสมุทรสาคร

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี หรือคนสมุทรสาคร เรียกกันติดปาก”ผู้ว่าฯปู”  หากย้อนดูประวัติการทำงานต้องบอกว่า”ลูกสิงห์ทอง”คนนี้ถือว่าไม่ธรรมดาผ่านงานผู้ว่าฯมาหลายจังหวัด ผ่านประสบการณ์ บู๊-บุ๋น มาอย่างโชกโชน ทุกคนยอมรับในฝีไม้ลายมือการบริหารของนักปกครองอาชีพ 

 

พลิกปูมเส้นทางชีวิตผู้ว่าฯปู "วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี" แม่ทัพหน้าปราบโควิด-19 เมืองมหาชัย 


  วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี  เป็นคนอ่างทองโดยกำเนิด เกิดที่อ.วิเศษไชยชาญ ในครอบครัวคหบดี หลังจบป.ตรีรัฐศาสตร์จากรามคำแหง ก็คว้าป.โทด้านบริหารจากม.บูรพา หน้าที่การงานเริ่มไต่เต้าจากปลัดอำเภอสู่ผู้ว่าฯใช้เวลากว่า 30 ปี โดยชีวิตราชการส่วนใหญ่วนเวียนอยู่ในจ.สุพรรณบุรี
 เขาเป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาบึงฉลากตามบัญชาของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ เมื่อครั้งรั้งตำแหน่งนายอำเภอเดิมบางฯ โดยเริ่มจากการพัฒนาพื้นที่เสื่อมโทรม จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจ.สุพรรณบุรีในทุกวันนี้ 
  เมื่อครั้งย้ายมาเป็นนายอำเภอศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรีก็สร้างผลงานไม่น้อยหน้า แต่ความฮือฮาคือ การมีแนวคิดสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน โดยการนำผักตบชวาที่ทุกคนมองว่าเป็นพืชขยะไร้ค่ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จนมีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ

พลิกปูมเส้นทางชีวิตผู้ว่าฯปู "วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี" แม่ทัพหน้าปราบโควิด-19 เมืองมหาชัย 

        ครั้นย้ายมาเป็นนายอำเภอแม่วงค์ จ.นครสวรรค์ก็ยังรังสรรค์ผลงานที่เข้าตา ด้วยการแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำของชาวบ้านและผู้มีอิทธิพลเป็นผลสำเร็จ เนื่องว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของอ.แม่วงค์อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ 
  การก้าวผ่านนายอำเภอมาสู่ตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี เหมือนได้กลับมาบ้านเก่า ครั้งหนึ่งผู้ว่าฯปูเคยปรารภกับ”ทีมข่าวคมชัดลึก”ว่า
      ”สุพรรณก็เหมือนบ้านหลังที่สอง มาสุพรรณเหมือนได้กลับมาบ้านอีกครั้งจะต้องดูแลคนสุพรรณให้ดีที่สุด” 
       จากปลัดจังหวัดสู่รองผู้ว่าฯ ก่อนก้าวมารั้งตำแหน่งผู้ว่าฯอย่างเต็มตัวครั้งแรกที่จ.พิจิตร
      ผลงานที่โดดเด่นของพ่อเมืองที่นี่  ได้พัฒนาจ.พิจิตรจากเมืองผ่านให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญอันโดดเด่นของเหนือตอนล่างในที่สุด  เพราะทันทีที่รับตำแหน่งผู้ว่าฯเมืองชาละวัน งานแรกที่จับกลายเป็นหินคือการพัฒนาพื้นที่รอบบึงสีไฟ เพราะเป็นแหล่งรวมของปัญหาที่หมักหมมมาอย่างยาวนาน ถูกบุกรุกของชาวบ้านและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีผู้ว่าฯคนไหน กล้าแตะ 
     แต่ “วีระศักดิ์” คนนี้กลับเดินหน้าพัฒนาอย่างชนิดที่ว่าไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม หลังได้รับไฟเขียวจากผู้บังคับบัญชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่สั่งการลงมา พร้อมจัดสรรงบประมาณลงมาอย่างเต็มสูบ ส่วนแนวทางการพัฒนา เขานำประสบการณ์จากความสำเร็จ ถอดบทเรียนการพัฒนาบึงฉวาก เฉลิมพระเกียรติมาพัฒนาพื้นที่บึงสีไฟให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของคนพิจิตร
  จากบึงสีไฟต่อยอดมาพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวสายธรรมะ เนื่องจากพิจิตรเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยวัดวาอาราม มีเกจิอาจารย์มีชื่อดังมากมาย  ทั้งยังมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง ทำให้มีการต่อเชื่อมเส้นทางประวัติศาสตร์และวัดวาอารามด้วยเส้นทางท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ จึงทำให้เมืองรองการท่องเที่ยว อย่างพิจิตรเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ 
    ไปอยู่ที่ไหนก็มีแต่คนรัก จึงไม่แปลก เมื่อมีคำสั่งย้ายมารั้งตำแหน่งผ้ว่าฯศรีสะเกษ ชาวพิจิตรต่างแห่กันไปส่งอย่างอุ่นหนาฝาคั่งถึงหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษเลยทีเดียว   
  “ก่อนมารับตำแหน่งผู้ว่าฯที่นี่ ผมได้ทำการบ้านมาก่อนแล้ว 1 เดือนเต็ม เมื่อมาถึงก็เริ่มทำงานได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เวลาศึกษาเรียนรู้งานใหม่ เพราะฉะนั้นผมมาเป็นผู้ว่าฯก่อนคำสั่งออก 1 เดือน”ผู้ว่าฯปูเปรยกับทีมข่าวคมชัดลึก เมื่อครั้งมารับตำแหน่งผู้ว่าฯศรีสะเกษใหม่ ๆ 
 จากพิจิตรมาศรีสะเกษ เมืองชายแดน ปัญหาจึงต่างจากเดิมอย่าลิบลับ ส่วนใหญ่เป็นปัญหาระหว่างประเทศ เพราะมีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน  จึงมีการกระทบกระทั่งกันบ่อย แต่ด้วยความเป็นนักบริหารมือประสานสิบทิศ ปัญหาส่วนใหญ่จึงจบลงที่ระดับจังหวัด   แต่ที่ดังเป็นพลุแตกคือการสร้างสตอรี่ทุเรียนภูเขาไฟ พร้อมเนรมิตเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร จนทำให้ศรีสะเกษเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งผลิตทุเรียนพันธุ์ดี สามารถสร้างอาชีพและรายได้กับชาวศรีสะเกษอย่างเป็นกอบเป็นกำ
     2 ปีกว่าของพ่อเมืองศรีสะเกษ ก่อนย้ายมารับตำแหน่งผู้ว่าฯสมุทรสาคร รู้ว่าเป็นงานหนักงานหิน เพราะสภาพพื้นที่เศรษฐกิจ สังคมไม่เหมือนที่ผ่านมา เคยมีอดีตผู้ว่าฯท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า
      “ใครมาเป็นผู้ว่ามหาชัยเหมือนควบตำแหน่งปลัดกระทรวงฯ เพราะเป็นจังหวัดแหล่งรวมของทุกปัญหา ผ่านมหาชัยไปอยู่จังหวัดไหนก็ได้สบายมาก”
       ยามปกติ สมุทรสาครก็หนักอึ้งอยู่แล้ว ยิ่งยามไม่ปกติจากสถานการณ์โควิด-19 เข้ามาก็ยิ่งสาหัสสากรรจ์เข้าไปอีก  โชคร้ายในความโชคดีที่ผู้ว่าฯคนนี้มีชาวมหาชัยเป็นเกราะกำบัง หลังได้เห็นการทำงานแบบถึงลูกถึงคนมาระยะหนึ่ง มีบู้บุ๋นยืดหยุ่นตามสถานการณ์ตามหลักของนักปกครอง
      ”  โควิด-19 “ถือเป็นยาแรงที่สร้างความแกร่งให้กับผู้ว่าฯเมืองมหาชัยคนนี้ที่ชื่อ”วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงสี”

ศึกตาสว่าง ‘จตุพร-สุนัย’ แดงเส้นขนาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453210

ศึกตาสว่าง’จตุพร-สุนัย’แดงเส้นขนาน

ศึกตาสว่าง'จตุพร-สุนัย'แดงเส้นขนาน

25 ธันวาคม 2563 – 13:55 น.

มองให้ลึก ศึกข้ามทวีป “จตุพร-สุนัย” การต่อสู้ของ นปช. กับแดงตาสว่าง

++
    เลือกตั้งจบ แต่กองเชียร์ไม่จบ ต่างฝ่ายต่างเปิดศึกวิวาทะข้ามทวีป หลังความปราชัยของฝ่ายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ที่สนาม อบจ.เชียงใหม่ “สุนัย จุลพงศธร” ได้ทีขยี้แผล “จตุพร พรหมพันธุ์” 
    ด้าน “จตุพร” ไม่ยอมนิ่ง เปิดฉากตอบโต้ “สุนัย” ว่า “พอเสร็จเลือกตั้ง ผมยอมรับความพ่ายแพ้ แต่คุณกลับมากระทืบโชว์”
    ดูเหมือนจตุพร จะไม่ยอมลดราวาศอกกรณีที่สุนัย พยายามชี้เป้าว่า เขาไปรับใช้อำมาตย์ รับใช้เผด็จการ
    เนื่องจากทั้งคู่ต่างมีสื่ออยู่ในมือ จตุพรใช้ช่องพีซทีวี เป็นกระบอกเสียง ส่วนสุนัย อาศัยช่องยูทูบที่มีแฟนคลับติดตามจำนวนมาก ทั้งคู่เลยไม่มีใครยอมใคร
    หากผู้ที่เคยติดตามขบวนการเสื้อแดงมาแต่ปี 2552 จะทราบดีว่า จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กับ สุนัย จุลพงศธร อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น มีความขัดแย้งกันมาโดยตลอด
    สุนัยสังกัดในกลุ่มแดงตาสว่าง หรือแดงเวทีเล็ก ส่วนจตุพรนั้น คุมทัพ นปช. เป็นแดงเวทีใหญ่ 2 กลุ่มนี้เดินคนละแนวทาง

ศึกตาสว่าง'จตุพร-สุนัย'แดงเส้นขนาน

++
แดงเส้นขนาน
++
    จริงๆ แล้ว การต่อสู้ทางวาทกรรม “สู้จริงหรือไม่?” เคยเกิดขึ้นมาแล้ว สมัยแดงทั้งแผ่นดิน เมื่อมีวิวาทะเรื่องแนวทางต่อสู้ระหว่าง “นปช.” กับ “แดงอิสระ” หรือปีกซ้ายของขบวนการเสื้อแดง โดยแกนนำปีกนี้ได้แก่“สุรชัย แซ่ด่าน” และ “สมยศ พฤกษาเกษมสุข”
    ปี 2552 สุรชัย แซ่ด่าน, สุนัย จุลพงศธร และ สมยศ พฤกษาเกษมสุข เดินสายทำกิจกรรม “ตาสว่างทั้งแผ่นดิน” เปิดเวทีอภิปรายเรียกร้องให้แก้ไข ม.112 เรียกตัวเองว่า “กลุ่ม 3 ส.ตาสว่าง”
    ฉะนั้น พวกเขา จะวิจารณ์ว่า “สามเกลอ นปช.” แดงเวทีใหญ่ เป็นพวกสู้ไม่ถึงที่สุด “สู้ไป กราบไป”
    ปี 2556 สุนัย จุลพงศธร สนับสนุนกลุ่มแดงอิสระ นำโดยไม้หนึ่ง ก.กุนที และกลุ่มแดงเวทีเล็ก รวบรวมรายชื่อยื่นร่างแก้ไข ม.112 ต่อพรรคเพื่อไทย แต่ปรากฏว่า แกนนำเพื่อไทยสั่งให้ตีตกร่างแก้ไข ม.112 ของคนเสื้อแดงสายตาสว่าง
    แม้สุนัยจะเห็นด้วย แต่ก็ทัดทานเสียงข้างมากของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ 

ศึกตาสว่าง'จตุพร-สุนัย'แดงเส้นขนาน

    ช่วงหมู่บ้านเสื้อแดงคึกคัก สุนัย จุลพงศธร ในฐานะประธานกรรมาธิการการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎร ยังเดินสายไปเป็นประธานในการมอบป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย ให้แก่ตัวแทนจากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ 
    ก่อนรัฐประหาร 2557 สุนัยได้รวบรวมกลุ่มแดงตาสว่าง จัดตั้งสหพันธ์อีสานล้านนาปกป้องประชาธิปไตย ชูธงต้านกลุ่มอำมาตย์ และไม่เห็นด้วยกับแนวทาง นปช.
    กล่าวโดยสรุป สุนัย มีแนวคิดแนวทาง “ตาสว่าง” ที่ไม่ต่างจากข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ ของคณะราษฎรมาแต่แรก ตรงข้ามกับ นปช.ที่ประกาศชัดว่า ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรย์ ทรงเป็นประมุข

ลูกแม่สมพร ‘ธนาธร-สกุลธร’ วิบากธุรกิจการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453181

ลูกแม่สมพร’ธนาธร-สกุลธร’วิบากธุรกิจการเมือง

 ลูกแม่สมพร'ธนาธร-สกุลธร'วิบากธุรกิจการเมือง

25 ธันวาคม 2563 – 10:28 น.

สองศรีพี่น้อง “ธนาธร-สกุลธร” เผชิญวิบากชีวิต ทั้งปีนี้และปีหน้า คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ช่วงปลายปี 2563 ชื่อสองพี่น้อง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ยังไม่หายไปจากวงจรข่าว
    สำหรับธนาธรนั้น นับแต่มีม็อบราษฎร จนมาถึงการเลือกตั้งนายก อบจ. ตกเป็นข่าวเบื้องหน้าเบื้องหลังมาตลอด ส่วนสกุลธรเพิ่งโผล่เข้ามาในช่วงหลัง อันเนื่องจากคดีความเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
    กระทั่งเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือยอชท์ ที่ภูเก็ต ก็ยังมีชื่อของสองพี่น้อง “จึงรุ่งเรืองกิจ” เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

++
อาณาจักรเจ๊สมพร
++
    “ถ้าไม่มีคุณพัฒนา ก็คงไม่มีไทยซัมมิทกรุ๊ปเช่นทุกวันนี้”สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ พูดกับสื่อไว้หลายปีแล้ว
    ปี 2520 พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ จึงแยกตัวออกจากร้านซ่อมเบาะแถวสาธุประดิษฐ์ มาซื้อที่ดินบนถนนบางนาตราด กม.16 และเปิดบริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด รับผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ 
    ปี 2547 หลังสามี-พัฒนา เสียชีวิต “สมพร” จึงปรับทัพใหม่ โดยลูกสาวคนโต “ชนาพรรณ” เข้ามาดูแลด้านการเงินทั้งหมด พร้อมกับนั่งเก้าอี้รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด 
    ส่วนลูกชาย “ธนาธร” ดูเรื่องงานด้านการตลาด และขยายธุรกิจในต่างประเทศ ,“รุจิรพรรณ” และ “สกุลธร” ก็ได้เข้ามาช่วงงานดูแลบริษัทในเครือ ส่วน “บดินทร์ธร” ลูกคนสุดท้อง ในเวลานั้นยังเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
    ปี 2561 ธนาธร อำลาอาณาจักรไทยซัมมิทไปเล่นการเมือง สมพร จึงจัดทัพใหม่ งานที่เคยอยู่ในมือธนาธร มอบหมายให้ “สกุลธร” บุตรชายคนรองเข้ามารับไม้ต่อ ทั้งด้านการบริหาร การตลาดและการต่างประเทศ 

 ลูกแม่สมพร'ธนาธร-สกุลธร'วิบากธุรกิจการเมือง

             ธนาธร ปีหน้ายังลุยการเมืองท้องถิ่น

    ชนาพรรณ ทำหน้าที่แทนแม่สมพรเกือบทุกตำแหน่ง ทั้งงานบริหารบุคคล จัดซื้อ-จัดจ้าง และทำโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ในกิจการต่างประเทศ ที่ไทยซัมมิทกระจายอยู่ ทั้งในจีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, อเมริกา และเวียดนาม 
    ส่วน รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รั้งเก้าอี้ประธานกรรมการบริหาร พัฒนา กอล์ฟคลับ แอนด์ รีสอร์ท และ บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

 ลูกแม่สมพร'ธนาธร-สกุลธร'วิบากธุรกิจการเมือง

             ครอบครัว “จึงรุ่งเรืองกิจ” 

++
แม่ทัพอสังหาฯ
++
    สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นลูกคนที่ 4 ของพัฒนา-สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ช่วงปี 2555 แม่สมพรตั้งให้เป็นรองประธานกรรมการบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ดูแลธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือไทยซัมมิท ด้วยทุนจดทะเบียน 900 ล้านบาท 

 ลูกแม่สมพร'ธนาธร-สกุลธร'วิบากธุรกิจการเมือง

              สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ

    เนื่องจากสมพรเป็นนักสะสมที่ดิน จึงกว้านซื้อที่ดินแถวย่านบางนา และสมุทรปราการ 
    ปัจจุบัน บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด มี บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายคนเล็กเข้าบริหารงานอยู่ 
    ส่วนสกุลธร เป็นรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยซัมมิท ออโต พาร์ท อินดัสตรี จำกัด รวมถึงมีชื่อเป็นกรรมการเครือไทยซัมมิท 49 บริษัท 
    ปีหน้า ชื่อสกุลธร ยังจะถูกจับจ้องจากสื่อต่อไป เพราะวิบากชีวิตยังไม่จบสิ้น เช่นเดียวกับพี่ชาย-ธนาธร

สมุทรสาคร วิบากกรรมโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ปัญหาที่รอทางออก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453154

สมุทรสาคร วิบากกรรมโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ปัญหาที่รอทางออก

สมุทรสาคร วิบากกรรมโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ปัญหาที่รอทางออก

24 ธันวาคม 2563 – 22:47 น.

สมุทรสาคร วิบากกรรมโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ปัญหาที่รอทางออก เมื่อมีแรงต้านจากชาวบ้านในพื้นที่ เมื่อเค้าลางของโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ยังไม่อาจเป็นรูปเป็นร่างหรือมองเห็นทางออกได้นั้น สิ่งที่เราต้องเผชิญอาจเป็นวิบากกรรม ที่ต่อเนื่องยาวนานมากกว่าที่ควรจะเป็น

วันที่ 24 ธ.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ขนาด 500 เตียง ของจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เริ่มส่อเค้าลางมีปัญหาเนื่องจากมีแรงต้านจากชาวบ้านในพื้นที่ คอยกดดันไม่ให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งที่ผ่านมาทางจังหวัดได้มีการเจรจาขอเช่าที่สวนน้ำพันท้ายนรสิงห์ เพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแต่ได้ถูกชาวบ้านในพื้นที่ต่อต้าน จนต้องเปิดการเจราจาถึง 2 ครั้ง แม้ครั้งที่ 2 จะมีเค้าลางของความสำเร็จเมื่อชาวบ้านมีความเข้าใจมากขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถไปต่อได้เมื่อเจ้าของสวนน้ำตัดสินใจไม่ยอมให้เช่าพื้นที่ 

หลังผิดหวังจากสวนน้ำพันท้ายนรสิงห์ จังหวัดสมุทรสาครก็ได้หันกลับมามองพื้นที่ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติแห่งชาติ วิทยาเขตสมุทรสาคร ด้วยความที่เป็นส่วนราชการเหมือนกัน และมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอ รวมทั้งมีระบบสารณูปโภคพร้อมรองรับการเข้าพักอาศัยของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาทำความสะอาดสถานที่ เพื่อเตรียมขนอุปกรณ์เตียงสนามเข้าดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 เค้าลางแห่งความขัดแย้งและต่อต้านก็เริ่มปะทุขึ้น เมื่อมีชาวบ้านบางคนเกิดความสงสัย เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาทำความสะอาด จึงได้มีการส่งต่อข้อมูลให้กับคนในชุมชนรอบๆมหาวิยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสมุทรสาคร ซึ่งมีชุมชนโกรกกราก ชุมชนวัดตึก และชุมชนบางหญ้าแพรก 

จากนั้นคนนับร้อยคนจึงได้กรูกันเข้ามาที่บริเวณประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยฯ เพื่อพิสูจน์ข้อมูลที่พวกเขารู้มา และเมื่อพบรถบรรทุกของทหารพร้อมทราบความจริง ว่าเป็นรถขนอุปกรณ์จัดตั้งโรงพยาบาลสนามจะเข้ามาดำเนินการ ชาวบ้านทั้งหมดจึงได้ช่วยกันคัดค้านและกดดันให้รถบรรทุกของทหารออกนอกพื้นที่ จนพลขับและเจ้าหน้าที่ทหารต้องนำรถบรรทุกทั้งหมดประมาณ 8 คัน ออกมาตั้งหลักที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย แม้ในระหว่างการต่อต้านของชาวบ้าน จะมีปลัดจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมข้าราชการฝ่านปกครอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาช่วยเจรจา 

  แม้จะดำเนินการไม่สำเร็จแต่จังหวัดสมุทรสาคร ก็ไม่ได้ละความพยายาม โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่ชุมชนรอบๆมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสมุทรสาคร พร้อมเชิญชาวบ้านในชุมชนเข้ามาร่วมรับฟังคำชี้แจง จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ถึงมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 หากมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมาดูแลยังโรงพยาบาลสนาม แต่ไม่สามารถโน้มน้าวให้ชาวบ้านยอมรับและยินยอมได้ 

 นับตั้งแต่การประกาศล๊อกดาวน์จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.63 สิ่งสำคัญที่จังหวัดสมุทรสาครพยายามทำควบคู่ไปกับมาตรการตรวจค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก คือการจัดตั้งโรงพยายาลสนามแห่งที่ 2 ให้สำเร็จ เพราะการมีโรงพยาบาลสนามที่เพียงพอรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 คือการป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อออกไปปะปน กับผู้ที่ไม่ติดเชื้อในสังคม ซึ่งเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อได้ดีที่สุด เนื่องจากผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจังหวัดสมุทรสาคร จะปล่อยให้ผู้ป่วยเหล่านี้ไปกักตัวเองอยู่ที่บ้าน เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง โอกาสที่เชื้อโควิด-19 จะแพร่กระจายออกไปนั้นคงมีความเป็นไปมากยิ่งขึ้น และสิ่งที่ทุกคนยอมอดทนเหนื่อยมาอย่างต่อเนื่องคงสูญเปล่า 

แต่เมื่อเค้าลางของโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ยังไม่อาจเป็นรูปเป็นร่างได้หรือมองเห็นทางออกได้นั้น สิ่งที่เราต้องเผชิญอาจจะเป็นวิบากกรรม ที่ต่อเนื่องยาวนานมากกว่าที่ควรจะเป็น 

สมุทรสาคร- จำรัส โกยอารี – ณรงค์ฤทธ์ มากคง 

แชมป์ 7 สมัย ‘โกหงวน’ ที่สุดนายก อบจ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453111

แชมป์ 7 สมัย’โกหงวน’ ที่สุดนายก อบจ.

แชมป์ 7 สมัย'โกหงวน' ที่สุดนายก อบจ.

24 ธันวาคม 2563 – 17:16 น.

ส่องอันดามัน สัมผัส “โกหงวน” แชมป์นายก อบจ. 7 สมัย คนแรก และคนเดียวของประเทศไทย

++
    เก็บตกเลือกตั้งนายก อบจ.ปี 2563 มีเรื่องที่น่าพูดถึงคือ นักการเมืองท้องถิ่นที่สร้างสถิติแชมป์ 7 สมัย “สมศักดิ์ กิตติธรกุล” วัย 74 ปี 
    การเลือกตั้งหนนี้ “โกหงวน” สมศักดิ์ กิตติธรกุล นำทีมกลุ่มรักกระบี่ ลงสมัครรับเลือกตั้งครบทั้ง 24 เขต โดยตำแหน่งนายก อบจ.
กระบี่ ไม่มีคู่แข่ง 
    ผลการนับคะแนน “โกหงวน” ได้ 162,356 คะแนน ครองตำแหน่งนายก อบจ.กระบี่ สมัยที่ 7 

แชมป์ 7 สมัย'โกหงวน' ที่สุดนายก อบจ.

                โกหงวน ทุบสถิติ 7 สมัย

++
ราชาอันดามัน
++
    “โกหงวน” เป็นบุตรของซิ้น กิตติธรกุล อดีตกำนัน ต.อ่าวนาง และอดีตประธานสภาจังหวัดกระบี่ 5 สมัย 
    เมื่อเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนอำนวยศิลป์พระนคร โกหงวนเดินทางไปเรียนต่อระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยเซาท์อีสเทิรนหลุยเซียน่า สหรัฐอเมริกา 
    หลังเรียนจบกลับมา โกหงวนได้เป็นผู้ริเริ่มบุกเบิกการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ โดยสร้างโรงแรมพีพีไอซ์แลนด์ คาบาน่า ที่เกาะพีพี ปี 2522 พร้อมทั้งได้ก่อตั้งสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.กระบี่ และเป็นนายกสมาคมคนแรก ขณะเดียวกันก็ได้ดำเนินกิจการสวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน ควบคู่กันไป
    ปี 2538  โกหงวน ลงเล่นการเมืองท้องถิ่นตามรอยบิดา ได้รับเลือกเป็นประธานสภาจังหวัดกระบี่ 2 สมัย

++
ยึด อบจ.กระบี่
++
    เมื่อ พรบ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 มีผลบังคับใช้มีสาระสำคัญคือ ให้เปลี่ยนจากสภาจังหวัดมาเป็นสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด พร้อมทั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการจัดประชุมเพื่อเลือกสมาชิกสภาจังหวัดคนใดคนหนึ่ง ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
    ผลปรากฏว่า โกหงวน-สมศักดิ์ กิตติธรกุล สมาชิกสภาจังหวัดกระบี่ เขต อ.เมือง ได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.กระบี่ เป็นคนแรก 

แชมป์ 7 สมัย'โกหงวน' ที่สุดนายก อบจ.

                ลงสมัครคนเดียว ก็ต้องหาเสียง 

    จากวันนั้นเป็นต้นมา โกหงวนได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.กระบี่ มาทุกสมัย
    โกหงวน ยังมีน้องชายชื่อ “โกฉวน” สมเกียรติ กิตติธรกุล ประธานสโมสรฟุตบอลกระบี่ เอฟซี ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเกาะพีพี 
    ตระกูล “กิตติธรกุล” มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับเนวิน ชิดชอบ มาแต่สมัยพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน
    ปัจจบัน  “โกสุทธิ์” สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง น้องเขย “โกหงวน” สมศักดิ์ กิตติธรกุล เป็น ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย