‘หน่อย’ ไทยสร้างไทยไม่พ้นเงาทักษิณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453822

‘หน่อย’ ไทยสร้างไทยไม่พ้นเงาทักษิณ

'หน่อย' ไทยสร้างไทยไม่พ้นเงาทักษิณ

1 มกราคม 2564 – 11:39 น.

รับศักราชใหม่ คุณหญิงหน่อยระดมพล “ขุนพลอีสาน” ปั้นพรรคไทยสร้างไทย คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    ไม่ใช่ปีแรกที่ อีสานโพล (E-Saan Poll) ให้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นนักการเมืองผู้บริหารภาครัฐแห่งปี ด้วยผลสำรวจคะแนนนิยม เหนือธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
    ถ้าย้อนไปดูอีสานโพล โดย ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น ที่ทำการสำรวจเกี่ยวกับคะแนนนิยมนักการเมือง “คุณหญิงหน่อย” ก็มาอันดับ 1 ทุกครั้ง
    จริงๆแล้ว ความนิยมในตัวคุณหญิงหน่อย ย่อมแยกไม่ออกจากความรักความศรัทธาที่คนอีสานมีต่อทักษิณ ชินวัตร 
    มีหรือนักการเมืองจอมเก๋าอย่าง พงศกร อรรณนพพร อดีต ส.ส.ขอนแก่น และ ต่อพงษ์ ไชยสาส์น อดีต ส.ส.อุดรธานี จะไม่รู้ พวกเขาจึงตัดสินใจลาออกจากเพื่อไทย เพื่อมาสร้างพรรคใหม่ร่วมกับคุณหญิงหน่อย  

++
แม่ทัพอีสาน
++
    หลายคนอาจแปลกใจ เมื่อเห็นชื่อ พงศกร อรรณนพพร ทิ้งเพื่อไทย ทิ้งสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ไปตั้งพรรคไทยสร้างไทย ร่วมกับคุณหญิงหน่อย

'หน่อย' ไทยสร้างไทยไม่พ้นเงาทักษิณ

                    พงศกร อรรณนพพร 

    เนื่องจาก “พงศกร” คือ เลขาธิการพรรคเพื่อธรรม ที่มีสมพงษ์ เป็นหัวหน้าพรรค ก่อนจะมีคำสั่งยิงตรงมาจากดูไบให้สมพงษ์ และพงศกร ถอยกลับมาเพื่อไทย 
    ช่วงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น ปลายปี 2562 พงศกร ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อม ได้ทำงานเคียงข้างคุณหญิงหน่อย แม้จะพ่ายแพ้ แต่พงศกรก็เป็นโต้โผจัดงานเลี้ยงปลอบใจเพื่อน ส.ส.ที่บ้านคุณหญิงหน่อย ย่านลาดปลาเค้า
    นี่คงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พงศกร เลือกทางเดินสายใหม่

'หน่อย' ไทยสร้างไทยไม่พ้นเงาทักษิณ

                  คุณหญิงหน่อย และพงศกร

++
ลูกอีดี้จวบ
++
    อีกรายหนึ่งที่มีการพูดถึงว่า จะมาเป็นขุนพลอีสานให้พรรคใหม่ของคุณหญิงสุดารัตน์คือ สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม 
    ปลายปีที่แล้ว มีการปรับทัพเพื่อไทย ส.ส.อีสานกลุ่มหนึ่งพยายามดันสุทินขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค แต่ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา สายตรง “เฮียเพ้ง” ก็แซงเข้าป้ายไปเรียบร้อยโรงเรียนคุณหญิงอ้อ
    ก่อนวันสิ้นปี ต่อพงษ์ ไชยสาส์น อดีต รมช.สาธารณสุข บุตรชายของประจวบ ไชยสาส์น ได้ยื่นใบลาออกจากเพื่อไทย ถ้ายังจำกันได้ ปี 2561 ต่อพงษ์ออกแรงหนุนคุณหญิงหน่อยเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยอ้างเสียงสนับสนุนจากอดีต ส.ส.อีสาน

'หน่อย' ไทยสร้างไทยไม่พ้นเงาทักษิณ

           ต่อพงษ์ ไชยสาส์น 

    ผลเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ตัวแทนพรรคเพื่อไทย วิเชียร ขาวขำ ได้ 325,933 คะแนน เป็นนายก อบจ.ต่ออีกสมัย แต่คนหน้าใหม่ ฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ คณะก้าวหน้า ได้เกือบ 2 แสนคะแนน ทำให้นักการเมืองค่ายเพื่อไทย อุดรธานี ต้องคิดหนัก
    “ต่อพงษ์” อดีต ส.ส.อุดรธานี คงมองเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในอนาคต จึงเลือกไปตายดาบหน้ากับคุณหญิงหน่อย

ปีที่บอบช้ำ กรรม ‘ธนาธร’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453759

ปีที่บอบช้ำ กรรม ‘ธนาธร’

ปีที่บอบช้ำ กรรม 'ธนาธร'

31 ธันวาคม 2563 – 16:00 น.

ปี 2563 เป็นปีวิบากของ “ธนาธร” นับแต่ยุบพรรคอนาคตใหม่ จนถึงการปราชัยในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น

++
    ความปราชัยของคณะก้าวหน้า ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น 42 จังหวัด น่าจะเป็นความผิดหวังส่งท้ายปี 2563 ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” 
    การเลือกตั้ง ส.ส. 24 มี.ค.2562 กับการเลือกตั้งนายก อบจ. 20 ธ.ค.2563 ต่างกันแค่ปีเดียว แต่ผลลัพธ์ต่างกัน
    นับแต่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ได้ก่อกำเนิดพรรคก้าวไกล ที่มารองรับ ส.ส.ที่เหลือของอนาคตใหม่ และทำหน้าที่ในสภาผู้แทนฯ โดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถือธงนำ 
    ส่วนนอกสภา “ธนาธร” และสหาย (อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่) ขับเคลื่อนคณะก้าวหน้า สู่สมรภูมิการเมืองท้องถิ่น

++
ยุบอนาคตใหม่
++
    วันที่ 21 ก.พ.2563 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 จากการกู้เงินจำนวน 191.2 ล้านบาท จากธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค
    พรรคอนาคตใหม่ ได้รับการรับรองจาก กกต. เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2561 รวมแล้วพรรคอนาคตใหม่ มีชีวิตอยู่ 507 วัน 1 ปี 4 เดือน 18 วัน
    วันที่ 26 ต.ค.2563 ประชุม กกต. มีมติให้สำนักงาน กกต.แจ้งความดำเนินคดีอาญากับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ 15 คน ปมเงินกู้ เงิน 191.2 ล้าน

++
คณะก้าวหน้าจบเห่
++
    ก่อนจะถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. วันที่ 30 พ.ย.2563 ที่ประชุมใหญ่ กกต. มีมติสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน
กรณีการเคลื่อนไหวของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และ พรรณิการ์ วานิช ในนามคณะก้าวหน้า ที่ส่งและช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครลงรับเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. ว่าเข้าลักษณะเป็นพรรคการเมือง ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 111 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่กำหนดว่าผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่มีลักษณะคล้ายกับพรรคการเมือง อาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งอาจต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี 
    เมื่อทราบผลเลือกตั้งท้องถิ่น “ธนาธร” พยายามปลุกปลอบใจเพื่อนพ้องว่า ถึงจะไม่ได้นายก อบจ.แม้แต่จังหวัดเดียว แต่คะแนนรวมทั้งประเทศ ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก(เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562)

++
วิบากครอบครัว
++
    ปลายปีนี้ จู่ๆ มีมือดี ขุดคดีเก่าของสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายธนาธร ในขณะที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด 
    คดีดังกล่าว เป็นเรื่องทุจริตของอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อเดิม) ในกรณีเช่าที่ดินระยะยาว บริเวณองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ย่านชิดลม-เพลินจิต ที่กำลังจะหมดสัญญาในปี 2565 
    โดยสำนักอัยการสูงสุดแถลงว่า สกุลธรยังไม่ใช่ผู้ต้องหาคดีสินบนเจ้าหน้าที่ทรัพย์สินฯ จึงไม่ได้สั่งฟ้อง
    หลังจากนั้น มีผู้เข้าร้องกองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินการสอบสวนคดีการทุจริตเรียกรับสินบนภายในสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ที่มีสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายธนาธร ตกเป็นผู้เสียหาย จากการถูกปลอมแปลงเอกสาร
    วันที่ 30 ธ.ค.2563 อดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ เข้าร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส. เพื่อให้ดำเนินคดีต่อสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาธนาธร หลังตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกที่ดินใน จ.ราชบุรี
    คดีนี้ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้แจ้งร้องทุกข์ให้กรมป่าไม้ดำเนินการตรวจสอบที่ดินจำนวน 77 แปลงเนื้อที่รวมทั้งหมดกว่า 3,098 ไร่เศษของมารดาธนาธร
    จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพบว่าที่ดินส่วนหนึ่งประมาณ 2 พันไร่ของสมพรนั้น เป็นพื้นที่ป่าสงวนและเขตหวงห้าม 
    สรุปว่า ปี 2563 เป็นปีที่ธนาธร บอบช้ำและเจ็บช้ำที่สุด มิเพียงแต่พ่ายแพ้ทางการเมือง หากแต่ครอบครัวก็พลอยเดือดร้อนตามไปด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ บุคคลการเมืองแห่งปี 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453732

พล.อ.ประยุทธ์ บุคคลการเมืองแห่งปี 2563

พล.อ.ประยุทธ์ บุคคลการเมืองแห่งปี 2563

31 ธันวาคม 2563 – 12:17 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นบุคคลที่อยู่ในข่าวสม่ำเสมอและเป็นอีกปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ เผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งด้านการบริหารประเทศในภาวะโควิดระบาดและด้านการเมืองที่มีการชุมนุมเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก จึงเหมาะเป็น”บุคคลการเมืองแห่งปี”ในทัศนะของทีมงาน”คมชัดลึก”

ทุกๆปีช่วงใกล้วันสิ้นปี สื่อระดับโลกหรือสื่อในประเทศจะเปิดเผยรายชื่อการจัดอันดับบุคคลแห่งปี รวมถึงบุคคลการเมืองแห่งปี 
การเมืองไทยในช่วงปี 2563 เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในและนอกสภา โดยเฉพาะปรากฏการณ์ “ม็อบราษฎร” การชุมนุมทางการเมืองรูปแบบใหม่
 เหตุการณ์ต่างๆ จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีตัว”บุคคล”ที่เป็นผู้กระทำ ซึ่งมีบทบาท มีศักยภาพในการสร้างสีสัน สร้างความสั่นสะเทือนให้เกิดขึ้นกับการเมืองไทย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเหมาะแก่การเป็น “บุคคลการเมืองแห่งปี” ในทัศนะของทีมงาน “คมชัดลึก” 
 

สืบเนื่องจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นบุคคลที่อยู่ในข่าวสม่ำเสมอ และเป็นอีกปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ เผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งด้านการบริหารประเทศในภาวะโควิดระบาด และด้านการเมือง ที่มีการชุมนุมเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก 
  “คมชัดลึก” ได้ประมวลเหตุการณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเผชิญศึกในศึกนอก ทั้งสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ทั้งฝ่าวิกฤตไปได้แบบเหลือเชื่อ
    1.การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ช่วงวันที่ 24-27 ก.พ.2563 ซึ่งเป็นครั้งแรกของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องเผชิญกับการตรวจสอบในระบบรัฐสภา ผ่านการใช้เวลา 4 วัน 3 คืน อภิปรายไม่วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีรวม 6 คน ก็ได้รับความวางใจจากสมาชิกสภาฯ 
    2.การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขอบเขตทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อ 26 มี.ค.2563 ป้องกันและระงับยับยั้งการระบาดของโควิด-19 แต่การล็อกดาวน์ประเทศก็ฉุดเศรษฐกิจไทยให้แย่ลง 
  อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยก็ได้รับชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าไทยคุมโควิด-19 ได้ดี จนยกย่องให้เป็นต้นแบบของนานาประเทศ
  3.การชุมนุมของเยาวชน นักศึกษา และประชาชน หลายระลอกตลอดทั้งปี นับแต่ช่วงปลายเดือน ก.พ.2563 นักเรียน นักศึกษาได้ร่วมกันจัดกิจกรรมแฟลชม็อบทั่วประเทศ สืบเนื่องจากการยุบพรรคอนาคตใหม่ เว้นช่วงการระบาดของโควิด-19 จนมาถึงเดือน ก.ค.2563 กิจกรรมแฟลชม็อบกลับมาอีก และมีการยกระดับเป็นการชุมนุมใหญ่ เรียกร้อง 3 ข้อ คือ นายกรัฐมนตรีลาออก ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และปฏิรูปสถาบันฯ
  ปลายปี 2563 การชุมนุมขับไล่นายกฯ ประยุทธ์ ของเยาวชนคนรุ่นใหม่แผ่วลง เพราะติดกับดัก “ข้อเสนอทะลุเพดาน” แนวร่วมลดลง และมีแรงต้านจากพลังจารีต
  4.การตรวจสอบของศาลรัฐธรรมนูญ ในรอบปีนี้ มีคดีความเกี่ยวกับพล.อ.ประยุทธ์ ถูกนำสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 3 กรณี 
  กรณีพักบ้านหลวง กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ พักอาศัยในบ้านพักของข้าราชการทหารทั้งที่เกษียณอายุมาแล้ว 6 ปี ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคดีชี้ว่า“ไม่ผิด” ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อ
-กรณีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ ที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง เพราะไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรใด แต่เป็นการกระทำทางการเมืองของคณะรัฐมนตรี เฉพาะกับพระมหากษัตริย์
-กรณี 7 พรรคฝ่ายค้านยื่นพิจารณาคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องห้ามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะมีตำแหน่งหัวหน้า คสช.ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐค้ำคอหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หัวหน้า คสช.คือ รัฏฐาธิปัตย์ ตามผลสืบเนื่องจากการยึดอำนาจ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของหน่วยงานใด  

 แม้ว่าปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะฟันฝ่าวิกฤตที่รายล้อมไปได้ แต่โจทย์ใหญ่ที่รอคอยในปี 2564 คือ โควิด-19 ระบาดระลอกที่ 2 รวมถึงเศรษฐกิจในปีหน้า ก็ยังถดถอยต่อเนื่อง 
 เหนืออื่นใด การชุมนุมของนักเรียน นักศึกษาในปีหน้า ยังจะเป็นเงื่อนไขที่นำสังคมไทยไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกหนักกว่าปีนี้ 
 ดังนั้น ย่างก้าวของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาล จะก้าวสู่ความยุ่งยากมากขึ้นกว่าเดิม และหวาดเสียวทั้งปี 

ย้อนรอย “โควิด” ในไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453679

ย้อนรอย”โควิด”ในไทย

ย้อนรอย"โควิด"ในไทย

30 ธันวาคม 2563 – 16:57 น.

ช่วง1 ปีที่ผ่านมาคนไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด19 ทุกมาตรการที่ทางศบค.ออกมาใช้เพื่อเฝ้าระวังป้องกันทำให้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ทุกคนเรียนรู้และได้บทเรียนกับเหตุการณ์ครั้งนี้แล้วคนไทยจะอยู่กับเชื้อโควิด19 อย่างไรในวันที่”วัคซีน”ยังมาไม่ถึง

ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงปลายปี62 ต่อเนื่องต้นปี 63 คนไทยเริ่มรับรู้ข่าวเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน 

  31 มกราคม 63 ประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรก เป็นคนขับแท็กซี่ คาดว่าได้รับเชื้อจากผู้โดยสารชาวจีน ทำให้กระทรวงสาธารณสุขประกาศยกระดับมาตรการเฝ้าระวังกลุ่มผู้ที่ทำงานกับนักท่องเที่ยวต่างชาติทันที  โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่ระบาด เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากที่สุด ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด19   

  กระทั่งเดือนมีนาคม ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลายประเทศเริ่มใช้ยาแรงออกมาตรการล็อคดาวน์ห้ามเดินทางเข้าออกประเทศ เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาด แต่สถานการณ์กลับไม่ดีขึ้น ตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นต่อเนื่้องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง   

 ขณะที่ประเทศไทยเริ่มมีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน โดยเฉพาะกรณีสถานบันเทิงย่านทองหล่อ ทำให้มีผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เป็นคนทำงานในสถานบันเทิง คนเที่ยว รวมไปถึงคนในครอบครัวซึ่งเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดรวมทั้งหมด 57 คนในสัปดาห์เดียว 

 และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น 6 มีนาคม 63 คนไทยต้องเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้ายอีกครั้งเมื่อเกิดการแพร่เชื้อเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ในสนามมวยลุมพินี ที่มีคนอยู่ในสนามขณะนั้น 4,000 – 5,000 คน
 เหตุการณ์นั้นทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียงสัปดาห์เดียวเพิ่มกว่า 100 คนต่อวัน จนกลายเป็น Super Spreader ไปทั่วประเทศ

 บทเรียนครั้งนั้น ศบค.ต้องเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการป้องกันด้วยการใช้ยาแรง

 26 มีนาคม 2563  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 

 3 เมษายน 63 ประกาศล็อกดาวน์ รวมทั้งใช้มาตรการ  Work From Home  จนสามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อ

 กระทั่งพฤษภาคม ประเทศไทย ยืนยันไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มอีกเลยเป็นเวลา100 วันติดต่อกันทำให้สถานการณ์โควิด19ในประเทศ เริ่มผ่อนคลายมากขึ้นเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว กิจการร้านค้าต่าง ๆ เริ่มกลับมาเปิดได้อีกครั้ง ประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ 

 กระทั่งคนไทยต้องกลับมาตื่นกลัวกับการแพร่ระบาดเชื้อโควิด19 ระลอกใหม่อีกครั้ง จนสร้างแรงกระเพื่อมมากกว่ารอบแรก เพราะเกิดในช่วงที่สถานการณ์ที่เริ่มกลับเข้าทิศทางที่ดีขึ้น
  เริ่มจากการลักลอบเข้าเมืองของคนไทยที่ไปทำงานในสถานบันเทิงใน จ.ท่าขี้เหล็กของเมียนมา และติดเชื้อกลับเข้ามา ทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีกกว่า 40 ราย กระจายไป 7 จังหวัด 

 และครั้งหลังที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พบการระบาดกลุ่มก้อนใหญ่ที่สุดที่มาจากแรงงานชาวเมียนมาในตลาดกลางกุ้งใน ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาครทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทะลุกว่า 1 พันคนไปแล้ว และยังเชื่อมโยงผู้ติดเชื้ออื่นอีกกว่า 31จังหวัด ซึ่งสถานการณ์ที่ไม่ปกติดังกล่าวทำให้บรรยากาศในประเทศไทยกลับมาเหมือนกับช่วงการระบาดระลอกแรกอีกครั้ง 

 ขณะนี้ ศบค. ได้กำหนดพื้นที่ควบคุม 4 โซน จากเสี่ยงสูงไปจนถึงเสี่ยงต่ำ แบ่งโซนพื้นที่ควบคุมโรคตามสถานการณ์ พร้อมกับย้ำว่ามาตรการนี้ไม่ใช่การ”ล็อกดาวน์” แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของคนไทยดีขึ้น   
  นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงว่า แนวโน้มการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่  การระบาดเป็น ดังนี้ 
  – ถ้าไม่ทำอะไรเลย และถึงวันที่ 14 ม.ค. 64 จะมีผู้ป่วยต่อวัน 18,000 คน และจะเริ่มต้นจากเพิ่มขึ้นวันละ 1,000-2,000 คน และจะมากขึ้นเรื่อยๆ 
  -หากมีมาตรการกลางๆ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ คาดว่า จะมีผู้ป่วยรายใหม่ 4,000 คนต่อวัน เรียกว่าสะสมไม่นานก็จะหลักหมื่นภายในไม่กี่วัน 
  – ถ้าร่วมมือกัน ใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ จะน้อยกว่า 1,000 คนต่อวัน 
  -การมีคนป่วยเพิ่มหลักพัน หลักหมื่นต่อวัน  ถือว่าหนักมาก และหนักกว่ารอบแรก

  ทว่าคำถามที่ทุกคนอยากรู้มากที่สุดตอนนี้คือ การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 มันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่

  ปีหน้าปี 2564 จะต้องเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายไปกว่านี้อีกหรือไม่

   บทเรียนที่คนไทยได้เรียนรู้ จะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อโควิด19 ต่อไปอย่างไร ในยามที่ “วัคซีน” ยังมาไม่ถึง 

ปู่ท้องถิ่น ‘วิเชียร’ ผูกขาด อบจ.ตราด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453669

ปู่ท้องถิ่น’วิเชียร’ ผูกขาด อบจ.ตราด

ปู่ท้องถิ่น'วิเชียร' ผูกขาด อบจ.ตราด

30 ธันวาคม 2563 – 15:20 น.

ทำไมชัยชนะ “ปู่วิเชียร” นายก อบจ.ตราด จึงนับรวมคะแนนจาก “คนรักธนาธร”

++
    ส่งท้ายปลายปี ด้วยการเก็บตกเลือกตั้งนายก อบจ.ทั่วไทย ที่น่าพูดถึงคือ ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ตราด 
    “วิเชียร ทรัพย์เจริญ” วัย 73 ปี คว้าชัยได้นั่งเก้าอี้นายก อบจ.ตราด สมัยที่ 5 ไปตามความคาดหมาย มีคะแนนทิ้งห่างคู่แข่ง
    สำหรับนายกฯ วิเชียร ควรบันทึกไว้ในตำนานการเมืองท้องถิ่น เพราะเขาเป็นนายกเทศมนตรีเมืองตราด มาแต่วัยหนุ่ม เป็นนายกเล็กอยู่หลายสมัย ก่อนจะขยับมาลงสมัครนายก อบจ.ตราด  
    สมควรที่จะเรียกว่า “ปู่ท้องถิ่น” เนื่องนายกฯ วิเชียร อยู่ในแวดวงการเมืองท้องถิ่นมายาวนานกว่า 40 ปีแล้ว

ปู่ท้องถิ่น'วิเชียร' ผูกขาด อบจ.ตราด

            วิเชียร ทรัพย์เจริญ 

++
ลูกเมืองตราด
++
    กลุ่มลูกเมืองตราด มีจุดกำเนิดจาก เจียร จินตกานนท์ นายก อบจ.ตราด คนแรก
    ปี 2540 มีการยกฐานะองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ให้นายกอบจ. มาจากการเลือกของสมาชิก อบจ. ดังนั้น ส.อบจ.ตราด จึงเลือก เจียร จินตกานนท์ เป็นนายก อบจ.ตราด และวิเชียร ทรัพย์เจริญ นั่งประธานสภา อบจ.ตราด
    หลังจากนั้น เจียร จินตกานนท์ มีปัญหาด้านสุขภาพ จึงขอลาออก และสมาชิกได้เลือกวิเชียร นายก อบจ.ตราด 
    ต่อมา มีการเลือกตั้งนายก อบจ.โดยตรงจากประชาชนอีก 3 ครั้ง วิเชียร ทรัพย์เจริญ ชนะคู่แข่งตลอด 

ปู่ท้องถิ่น'วิเชียร' ผูกขาด อบจ.ตราด

            นายก อบจ. 5 สมัย

++
ปชป.คู่แข่งตลอดกาล
++
    กว่า 20 ปีมานี้ สมรภูมิ อบจ.ตราด เป็นการต่อสู้ระหว่างกลุ่มของธีระ สลักเพชร อดีต ส.ส.ตราด พรรคประชาธิปัตย์ กับกลุ่มลูกเมืองตราด ที่มี วิเชียร ทรัพย์เจริญ เป็นหัวหน้ากลุ่ม
    มิเพียงสู้กันในสนามท้องถิ่น หากแต่ยังต่อสู้กันในสมรภูมิเลือกตั้งผู้แทนฯ วิเชียร ทรัพย์เจริญ ในฐานะหัวหน้ากลุ่มลูกเมืองตราด ประกาศสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย แต่คนที่วิเชียรหนุน ก็พ่ายธีระ สลักเพชร มาโดยตลอด
    ยกเว้นการเลือกตั้งปี 2562 นายกฯวิเชียร หนุน ทินวัฒน์ เจียมอุย อดีตกำนัน ต.แสนตุ้ง ลงสมัคร ส.ส. พรรคไทยรักษาชาติ แต่เมื่อพรรค ทษช.ถูกยุบ หวยเลยมาออกที่พรรคอนาคตใหม่
    ผลเลือกตั้งหนนั้น ศักดินัย นุ่มหนู พรรคอนาคตใหม่ ชนะธีระ สลักเพชร อดีต ส.ส.ตราด 5 สมัย โดยมีคะแนนทิ้งห่างกันแค่ 6 พันคะแนน
    หลังเลือกตั้ง นายกฯ วิเชียร จัดเสวนาเกี่ยวกับเรื่องอนาคตชาวประมง ได้เชิญ “ธนาธร-ปิยบุตร” มาพูดที่เมืองตราด 

ปู่ท้องถิ่น'วิเชียร' ผูกขาด อบจ.ตราด

           วันที่ธนาธร ยกขบวนไปเมืองตราด 

    พูดง่ายๆ นายกฯวิเชียร เป็นแนวร่วมกับพรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล จึงมีคนพูดทำนองว่า ชัยชนะของนายกฯ วิเชียร ในสนาม อบจ. ก็เก็บเกี่ยวคะแนนจากกลุ่ม “คนรักธนาธร” ไปด้วย 

‘ประธานไมค์’ ชื่อนี้ได้แต่ใดมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453651

‘ประธานไมค์’ชื่อนี้ได้แต่ใดมา

 'ประธานไมค์'ชื่อนี้ได้แต่ใดมา

30 ธันวาคม 2563 – 12:10 น.

ย้อนรอยชีวิต “ภาณุพงศ์” เยาวชนจิตอาสา และที่มาของชื่อ “ประธานไมค์” คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    คลิปแม่ค้าคนหนึ่งออกมาต่อว่าต่อขานแกนนำราษฎร กลายเป็นไวรัล มีคนแชร์ไปมากมาย 
    เหตุเกิดวันที่ 29 ธ.ค.2563 ที่หน้าโรงพยาบาลระยอง เมื่อ ภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำคณะราษฎร นำพวงหรีดสีฟ้า-ขาว พร้อมข้อความ “ไว้อาลัยแด่นายก โง่” มารอมอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ปรากฏว่า มีแม่ค้ารายหนึ่งขับมอเตอร์ไซค์มาจอดขวาง แล้วก็ด่าลูกเดียว
    ย้อนไปเมื่อเดือน ก.ค.2563 ภาณุพงศ์ หรือ “ไมค์ ระยอง” และเพื่อน ชูป้ายประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ติดตามเรื่องโควิดระบาดที่ระยอง 
    เหตุการณ์วันนั้น ทำให้ “ไมค์” เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ ถัดจากนั้น ไมค์และเพื่อนนักกิจกรรมในนามเยาวชนปลดแอก ได้นัดชุมนุมไล่ประยุทธ์ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
    สำหรับคนระยองส่วนหนึ่ง รู้จักเขามานานหลายปีในฐานะ “ประธานไมค์” ผู้นำเยาวชนจิตอาสา

 'ประธานไมค์'ชื่อนี้ได้แต่ใดมา

             สมัยเป็นประธานไมค์

++
เยาวชนต้นแบบ
++ 
    ภาณุพงศ์ จาดนอก บันทึกชีวิตส่วนตัวไว้ในเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า “ผมเกิดและเติบโตจากหมู่บ้านเล็กๆ ในชานเมืองจังหวัดระยอง มีพ่อแม่ทำอาชีพรับจ้าง ฐานะยากจน เข้าเรียนและจบ ม.ต้นที่โรงเรียนวัดแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน จากนั้นศึกษาต่อ ม.ปลาย ที่โรงเรียนประจำอำเภอ หลังจาก จบ ม.ปลาย ก็แยกจากครอบครัวมาอยู่คนเดียว ก่อนที่จะเข้าเรียนต่อมหาลัยโดนการทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียน”
    ด้วยความเป็นคนชอบทำกิจกรรมในโรงเรียน และทำกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ไมค์จึงได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสภาเด็กและเยาวชนระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ในการทำหน้าที่เพื่อสังคม ตาม พรบ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ 
    นอกจากนั้น ไมค์ยังได้รับรางวัลบุคคลต้นแบบด้านความพากเพียรและอดทนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง
    จากนักกิจกรรมสายสังคม ไมค์ได้เข้าสู่จุดเปลี่ยนของชีวิต เมื่อเขาได้รู้จักกับนักจัดตั้งปีกซ้ายในระยอง

 'ประธานไมค์'ชื่อนี้ได้แต่ใดมา

                    ภารกิจประธานไมค์

++
ประธานไมค์
++
    หลังจากไมค์เป็นประธานสภาเด็กและเยาวชนฯ อยู่ที่ อบต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง มาระยะหนึ่ง จึงได้ลาออกมาจัดตั้งกลุ่ม YoungLeaders Thailand
    ตอนนี้แหละที่เยาวชนระยองส่วนหนึ่ง เรียกเขาว่า “ประธานไมค์” 


 'ประธานไมค์'ชื่อนี้ได้แต่ใดมา

 กิจกรรมสายเยาวชน 

    กลุ่ม Youngleaders Thailand มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนระยองในด้านต่างๆ อาทิเช่น ด้านสวัสดิการสังคม ด้านที่อยู่อาศัย ด้านการศึกษา ด้านดนตรี ด้านกีฬา ด้านสิ่งแวดล้อม และอีกหลายๆด้าน
    ระหว่างนี้ ไมค์เริ่มเคลื่อนไหวการเมือง ในนามกลุ่มเยาวชนภาคตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย จับประเด็นเรื่องอีอีซี กระทั่งเกิดเหตุวันเฉลิม ถูกอุ้มหายในกัมพูชา เขาจึงกระโจนเข้าสู่การเมืองท้องถนนเต็มตัว 
    มาถึงวันนี้ ประธานไมค์ห่างจาก Youngleaders Thailand มาไกลแล้ว และแนวคิดทะลุเพดานของเขา จึงทำให้มีคนออกมาต่อต้านดังเช่นกรณีของป้าระยอง 

ตรวจแถว แดง 7 ก๊ก ยุคม็อบราษฎร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453592

ตรวจแถว แดง 7 ก๊ก ยุคม็อบราษฎร

 ตรวจแถว แดง 7 ก๊ก  ยุคม็อบราษฎร

29 ธันวาคม 2563 – 16:08 น.

นปช. จะยุบหรือไม่ยุบ คนเสื้อแดงไม่สนใจ เดินหน้าร่วมชุมนุมเคียงข้างเยาวชน-นักศึกษา

++
    พลันที่ “จตุพร พรหมพันธุ์” จุดพลุเสนอยุบองค์กร นปช. “ก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. สายคนแดนไกล ก็ออกมาขวางทันที
    “การต่อสู้ของ นปช.เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระดับสากล แล้วจะมาชวนยุบทิ้งนั้น ผมยอมรับว่างง ทำไมถึงต้องเลือกหนทางนี้”
    “ก่อแก้ว” ยังแนะนำจตุพรว่า หากรู้สึกเหนื่อย แบกต่อไม่ไหว ก็หยุด ไม่ต้องฝืน ปล่อยให้แกนนำคนอื่นๆ ทำหน้าที่ต่อไป หรือเชิญชวนคนรุ่นใหม่ที่มีไฟ มาสานงานขับเคลื่อน นปช.ให้บรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ต่อไป

 ตรวจแถว แดง 7 ก๊ก  ยุคม็อบราษฎร

                    นปช.ในวันที่อ่อนล้า 

    ในวันที่ “ม็อบราษฎร” ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ เปิดแนวรบขั้นสูงสุด ขบวนการคนเสื้อแดง กลายเป็นองค์กรตกยุคตกสมัย
    อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของ นปช. 2 ปีก 2 ก๊วน คือ นปช.สายจตุพร กับ นปช.สายนายใหญ่ ก็ยังมีคนเสื้อแดงอีก 5 กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวคู่ขนานไปกับม็อบราษฎร 
    กลุ่มคนเสื้อแดงที่แสดงพลังเคียงข้างม็อบเด็กนั้น ได้ภาพเชิงสัญลักษณ์ แต่ในแง่ของ “จำนวน” ยังถือว่า เล็กน้อยมาก ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับยุค นปช.แดงทั้งแผ่นดิน

++
แดงก้าวหน้า
++
    กลุ่มแดงก้าวหน้า63 เริ่มปรากฏในขบวนราษฎร ตั้งแต่การชุมนุมใหญ่ วันที่ 14 ต.ค.2563 โดยมี ภานุพงษ์ มุกดารา เป็นประธาน
    กลุ่มนี้แตกหน่อมาจากกลุ่มคนเสื้อแดงไม่เอาเผด็จการ (แดงเมืองหลวง, แดงพัทยา และแดงอีสาน) ที่มีแกนนำอย่าง ศรีธนญชัย ไฮเทค, แป๊ะ บางสนาน ฯลฯ

 ตรวจแถว แดง 7 ก๊ก  ยุคม็อบราษฎร

                     กลุ่มแดงก้าวหน้า 

 ตรวจแถว แดง 7 ก๊ก  ยุคม็อบราษฎร

                     กลุ่มแดงก้าวหน้า 

++
ไก่บิ๊กแมน
++
    “ไก่ บิ๊กแมน” ธนพล ธนเดชพรเลิศ คนเสื้อแดงในนามกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย ทำกิจกรรมไล่ประยุทธ์ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาแรมปี
    จริงๆแล้ว กลุ่มของไก่ บิ๊กแมน เป็นคนเสื้อแดงที่เข้าร่วมกับนักศึกษามาแต่ “ม็อบคนอยากเลือกตั้ง” ปี 2561

 ตรวจแถว แดง 7 ก๊ก  ยุคม็อบราษฎร

                ไก่ บิ๊กแมน เคียงข้างม็อบเด็ก

++
ฟอร์ดเส้นทางสีแดง
++
    ชื่อของ อนุรักษ์ เจนตวนิชย์   หรือ “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” เคลื่อนไหวร่วมกับขบวนการนักศึกษาต้าน คสช.มาแต่ปี 2558 แต่กลุ่มก้อนของฟอร์ด ก็ไม่เกิน 100 คน 
    ตอนหลัง ฟอร์ดพยายามก่อตั้งพรรคการเมืองของคนเสื้อแดง แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ   
++
การ์ดเสื้อแดง
++
    “สมบัติ ทองย้อย” อดีตการ์ด นปช. ได้ปรากฏตัวในม็อบคนอยากเลือกตั้ง เมื่อต้นปี 2561 รับบทบาทผู้พิทักษ์แกนนำอย่าง รังสิมันต์ โรม , “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และ อานนท์ นำภา 
    ครั้นมีการชุมนุมของคณะราษฎรในปีนี้ สมบัติเจ้าเก่า จึงระดมการ์ดเสื้อแดงมาช่วยกันทำงานปกป้องม็อบเด็ก

++
แดงลำลูกกา
++
    ในอดีต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เป็นศูนย์กลาง “วิทยุเสื้อแดง” ที่มีโกตี๋ เป็นหัวหอก ภายใต้การดูแลของ “นายตำรวจใหญ่”
    ปลายปี 2561 สมชาติ นาคบรรจง อดีตเจ้าของสถานีวิทยุเรดสกิล คลื่น 96.35 คลื่นผู้กล้าประชาธิปไตย รวบรวมอดีตแกนนำวิทยุเสื้อแดงอย่าง จุติพงษ์ พุ่มมูล, ศรรัก ทองชัย และเล็ก บ้านดอน เปิดตัว “ชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย” อาคารชั่วคราวชั้น 2 ตลาดมหาลาภ ถนนตัดใหม่ลำลูกกา คลองสี่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
    ภารกิจเฉพาะหน้าของแดงลำลูกกา คือ หาเสียงช่วย “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง จนชนะเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี

++
แดงเชียงใหม่

++
    “ดาบชิต” หรือ ด.ต.พิชิต ตามูล แกนนำ นปช.แดงเชียงใหม่ ได้เคลื่อนไหวสนับสนุนเยาวชนคนรุ่นใหม่ มาแต่ม็อบคนอยากเลือกตั้ง จนมาถึงม็อบราษฎร 

++
แดงพะเยา
++
    แกนนำแดงภูธร ศิริวัฒน์ จุปะมัดถา ผู้ประสานงาน นปช.พะเยา ช่วงม็อบราษฎร มีการแสดงความเห็นผ่านสื่อบ่อย แต่ก็ไม่ค่อยมีกำลังพลมากนัก
    “ศิริวัฒน์”อยู่ในเครือข่าย นปช. 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งมี ปัณณวัฒน์ นาคมูล แกนนำ นปช.อุตรดิตถ์ เป็นประธาน

บ่อนโควิด ‘คนการเมือง’ ระยอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453556

บ่อนโควิด’คนการเมือง’ ระยอง

บ่อนโควิด'คนการเมือง' ระยอง

29 ธันวาคม 2563 – 11:50 น.

ทำไม “หมอตี๋” ลุยบ่อนโควิด ส่อง “นักการเมืองระยองฮิ” จากอดีตถึงปัจจุบัน มีคำตอบ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    นับแต่มีข่าวบ่อนพนันกลางเมืองระยอง เป็นต้นตอของการแพร่เชื้อโควิดรอบใหม่ “สาธิต ปิตุเตชะ” รมช.สาธารณสุข และ ส.ส.ระยอง เขต 1 ได้ออกมาชี้เป้าเรื่อง “บ่อน” ผ่านจดหมายเปิดผนึก และการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อหลายสำนัก
    4 ทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อเอ่ยถึงการเมืองในระยอง ต้องพูดถึง “เสริมศักดิ์ การุญ” อดีต ส.ส.ระยอง 7 สมัย หลายพรรคการเมือง และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง 
    ปี 2544 เสริมศักดิ์ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และผลักดันลูกชาย ร.ต.กฤษฎา การุญ ลงสมัคร ส.ส.ระยอง เขต 2 แทน
    หลังจากนั้น ตระกูล “การุญ” ก็หายไปจากสมรภูมิการเมืองระยอง เมื่อตระกูล “ปิตุเตชะ” และพรรคประชาธิปัตย์ขี่กระแสคนเสื้อเหลือง ยึดพื้นที่มาแต่การเลือกตั้งปี 2550
    ปี 2561 เสริมศักดิ์ การุญ โผล่ที่พรรคภูมิใจไทย โดยได้รับการติดต่อจากสรอรรถ กลิ่นประทุม และสุนทร วิลาวัลย์ ให้มาช่วยจัดทีมผู้สมัคร ส.ส.ระยอง
    ผลเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง ภูมิใจไทยก็เก็บแต้มได้ไม่มาก และไม่มีข่าวคราวจากเสริมศักดิ์ การุญ
    กระทั่ง สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนฯ ให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับ “หนุ่มระยอง” ที่เข้ามาสภาฯ และพาดพิงชื่อเสริมศักดิ์ การุญ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2563

++
ปิตุเตชะหลายสี
++
    “ตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ เป็นลูกชายของสาคร ปิตุเตชะ อดีตกำนัน ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง แต่ก็เริ่มเล่นการเมืองท้องถิ่นที่ อ.เมืองระยอง ไม่ใช่ อ.บ้านค่าย 
    ปี 2538 “ช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ พี่ชายคนโต ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ระยอง พรรคชาติพัฒนา สาธิตได้เป็นรองประธานสภาจังหวัดระยอง 
    ปี 2544 สาธิตลงสมัคร ส.ส. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งแรกที่เขต 1 เอาชนะ ยงยศ อรุณเวสสะเศรษฐ อดีต ส.ส.ระยอง พรรคไทยรักไทย แบบพลิกความคาดหมาย
    ส่วน “ปิยะ” ย้ายจากพรรคชาติพัฒนา มาอยู่พรรคชาติไทย ได้เป็น ส.ส.ระยอง เขต 3 ก่อนจะวางมือไปสมัครนายก อบจ.ระยอง

บ่อนโควิด'คนการเมือง' ระยอง

                   ปิยะ ปิตุเตชะ พี่ใหญ่และนายก อบจ.ระยอง อีกสมัย

    ปี 2548 สาธิตกลับมาแพ้คู่ปรับเก่า-ยงยศ แต่ “ทุ่น” ธารา ปิตุเตชะ ได้เป็น ส.ส.ระยอง เขต 3 พรรคไทยรักไทย โดยใช้ฐานคะแนนพี่ชาย “ปิยะ”
    ในปีนั้น ส.ส.ระยอง ทั้ง 4 เขต ตกเป็นของพรรคไทยรักไทย แต่ปี 2550 สาธิตและธารา ลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อ ปชป. และได้รับชัยชนะยกจังหวัด
    หลังชัยชนะของ ปชป. สาธิตกลายเป็นผู้นำ ปชป.สายภาคตะวันออกไปโดยพลัน

บ่อนโควิด'คนการเมือง' ระยอง

               สาธิต ปิตุเตชะ แม่ทัพ ปชป.ภาคกลาง 

++
หมอใจบุญ
++
    กรณีโควิดที่ระยอง รอบใหม่ นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง เขต 2 พรรค ปชป. ได้ออกมาแถลงข่าวเปิดโปงเรื่องบ่อนทันที โดยเรียกร้องให้ “3 ป.” จัดการปราบปรามบ่อนอย่างเด็ดขาด
    นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรก ปี 2548 พ่าย ร.ต.กฤษฎา การุญ ลูกชาย เสริมศักดิ์ การุญ แบบฉิวเฉียด แต่ปี 2550 นพ.บัญญัติ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยแรก
    ฐานเสียงของ นพ.บัญญัติ อยู่ที่ อ.แกลง เพราะเคยเป็นหมอประจำโรงพยาบาลแกลง จ.ระยอง และเคยได้รับสมญานามจากชาว อ.แกลง ว่า หมอใจบุญ รักษาคนยากจนฟรีมาตลอด
    ผู้ที่ชักชวนหมอบัญญัติ มาเล่นการเมืองคือ สาธิต ปิตุเตชะ การออกมาเคลื่อนไหวเรื่องบ่อน โดยโยนเผือกร้อนไปที่ “3 ป.” จึงไม่ธรรมดา

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงทางตันประเทศ ปี 64 ฉลูทอง “นายกฯ” รับศึกหนัก ยิ่งทำยิ่งเจ็บ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453543

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงทางตันประเทศ ปี 64 ฉลูทอง “นายกฯ” รับศึกหนัก ยิ่งทำยิ่งเจ็บ

 "ซินแสเข่ง" ผ่าดวงทางตันประเทศ ปี 64 ฉลูทอง "นายกฯ" รับศึกหนัก ยิ่งทำยิ่งเจ็บ

29 ธันวาคม 2563 – 09:54 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงทางตันประเทศ ปี 64 “นายกฯ” รับศึกหนัก รับปีใหม่ “ฉลูทอง” ยิ่งทำยิ่งเจ็บ ดวงตกริษยา “ม็อบราษฏร” รอรับอนิสงค์อาถรรพ์ วิบากกรรมกันถ้วนหน้า

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงทางตันประเทศ ปี  64  นายกฯรับศึกหนัก  รับปีใหม่  ฉลูทอง ยิ่งทำยิ่งเจ็บ  ดวงตกอิจฉาริษยา   ไม่ประสงค์ดี  ดาวพระเคราะห์จร  ทับดวงเมือง  ดาวราหูขัดแย้ง  365  ต้องฝ่ามรสุมรอบ  2  ต่อปี  65  อยู่ยาว  ดวงเมืองประเทศหาตัวแทนนายกฯ ยาก  กลุ่มม็อบราษฏร  รอรับอนิสงค์อาถรรพ์  วิบากกรรม  ผลที่ก่อ  คดี  112  กันถ้วนหน้า  

“ซินแสเข่ง”   อาจารย์ชนม์ทรรศน์   ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ   สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ดวง ประเทศไทย ยุคปี 64 นายกฯ ประยุทธ์  จันทร์โอชา เตรียมรับศึกรอบ   2 ตกดวงขัดแย้ง  ศัตรูอิจฉาริษยา  ทำคุณไม่ขึ้นทำดีกลับเป็นผลร้าย  ศัตรูสร้างความไม่ไว้วางใจ  จฉาริษยาที่จะต้องประคองตัวเอง ให้ผ่าน ในรอบปีนี้  เป็นมรสุมหนัก รอบ 2 อย่างต่อเนื่อง ดวงเมือง มีผลกระทบ ดาวมฤตยู ทับดวงเมืองปีที่ 2  ตกทูตมรณะ โรคภัยไข้เจ็บระบาดหนัก  ปัญหาความขัดแย้ง จากกลุ่มก่อเหตุ ไม่หวังดีต่อประเทศ รุนแรงต่อเนื่อง จากกลุ่มราษฎร และผู้ที่หวังล้ม สถาบัน ตลอดจนถึง กลุ่มพรรคการเมือง ฝ่ายค้าน ที่ยังคง ก่อความขัดแย้ง ในสภา อย่างต่อเนื่อง  แต่ฝ่ายค้านต้านไม่สำเร็จ  ส่งผลให้ รัฐบาล มีความมั่นคง ต่อไป จนถึงปี 2565   ยืนหยัดอยู่ได้ยาวหลังผ่านมรสุมรอบสอง โดยการนำของนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์  จันทร์โอชา 

“ซินแสเข่ง” กล่าวถึง   ดาวพระเคราะห์ และดาวราหู   ที่เป็นอริกับดวงเมืองส่งผลกลับก่อเหตุอาเพศ ปัญหาความขัดแย้ง   ของศัตรูบ้านเมือง จากกลุ่มไม่ประสงค์ดี หรือเยาวชนปลดแอก กลุ่มคณะราษฎร ที่หวังล้มรัฐบาล  ล้มสถาบันฯ   เพราะเหตุ ตกดาวพระเคราะห์ ก่อหตุให้เกิดคดีความ ในรอบปี 2564  ที่จะทำให้ คนไทยทั้งแผ่นดิน  ตกเหตุความทุกข์ จากการกระทำ ของบุคคลเหล่านี้ทำให้ ประเทศไทย หาความความสุขไม่ได้ เพราะการสร้างปัญหาความวุ่นวายให้เกิดขึ้น  แต่ความแกร่งของดวงเมืองและดวงกษัตริย์มั่นคง ที่ทำให้ผู้ก่อความไม่สงบ สู้อย่างไรก็ไม่ชนะ

แกะรอย ‘หนุ่มระยอง’ นั่งอนุ กมธ.บ่อนออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453490

แกะรอย’หนุ่มระยอง’นั่งอนุ กมธ.บ่อนออนไลน์

แกะรอย'หนุ่มระยอง'นั่งอนุ กมธ.บ่อนออนไลน์

28 ธันวาคม 2563 – 15:37 น.

เปิดโฉม อนุ กมธ.บ่อนออนไลน์ ร่วมวง “หนุ่มระยอง” ในวันที่โควิดระบาด

ข่าวการแพร่เชื้อโควิดจากบ่อนพนันกลางเมืองระยอง สร้างผลสะเทือนหนักหนากว่ากรณีตลาดกุ้งมหาชัย เพราะนักพนันจำนวนหนึ่งยังไม่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ในการตรวจหาเชื้อโควิด

วันที่ 28 ธ.ค.2563 กรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้ามารัฐสภา เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2563 เพื่อประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคาสิโนออนไลน์ ส่งผลให้รัฐสภาได้คัดกรองกลุ่มเสี่ยง 22 คน ส่ง รพ.เกษมราษฎร์ เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด 

ที่น่าสนใจ ชายคนคนดังกล่าว เดินทางมาจาก จ.ระยอง และมีประวัติสัมผัสกับญาติที่ติดเชื้อโควิด

แกะรอยหนุ่มระยอง

วินท์ สุธีรชัย ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานอนุ กมธ.บ่อนออนไลน์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ตัวเขาได้โทรศัพท์คุยกับ “หนุ่มระยอง” วัย 26 ปีแล้ว ข้อมูลเบื้องต้นว่า วันที่ 20 ธ.ค.2563 ออกจากบ้านไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายก อบจ.ระยอง ที่หน่วยเลือกตั้งวัดเนินพระ วันที่ 21 ธ.ค.เดินมาประชุมที่รัฐสภา 

วันที่ 23 ธ.ค. ไปพบญาติที่ตอนหลังพบว่า ติดเชื้อโควิด วันที่ 24 ธ.ค. ตัวเขาถูกเชิญไปตรวจหาเชื้อ โดยผลตรวจ Swab Test ในเบื้องต้นออกมาก้ำกึ่ง ทางสาธารณสุข จ.ระยอง จึงส่งผลไปตรวจในแล็บใหญ่ที่ชลบุรี เพื่อตรวจสอบแบบละเอียดอีกครั้งหนึ่ง 

มีรายงานข่าวอีกกระแสหนึ่ง หนุ่มระยองคนนี้ กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการแยกมากักตัวที่ รพ.ในกรุงเทพฯ

แกะรอย'หนุ่มระยอง'นั่งอนุ กมธ.บ่อนออนไลน์

โฉมหน้ากรรมาธิการฯ

หลายคนอยากทราบว่า “คณะอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคาสิโนออนไลน์ที่มาจากต่างประเทศ” มีใครบ้าง จากการตรวจสอบเวบไซต์รัฐสภา ก็พบว่า มีคนดังจากหลายวงการเข้าร่วมเป็นอนุ กมธ.บ่อนออนไลน์

รายนามคณะอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคาสิโนออนไลน์ที่มาจากต่างประเทศ มีดังนี้
 วินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประธานอนุกรรมาธิการ ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รองประธาน คนที่หนึ่ง จักรพล  ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย รองประธาน คนที่สอง พรชัย  ปานศรีแก้ว รองประธาน คนที่สาม

สำหรับอนุกรรมการ ประกอบด้วย สะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ, ปอยหลวง  โคนทรงแสน, พจนารถ  ห่วงสกุล ,ภัทร  ภมรมนตรี และ พ.อ.ธนกฤต  นพคุณวิจัย ส่วน พ.ต.ต.จิรายุ  กีรติยุตอมรกุล เลขานุการ

อนึ่ง วินท์ สุธีรชัย ก่อนเข้าสู่วงการเมือง เขาอยู่ในอุตสาหกรรมเหล็ก เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ จำกัด

สื่อหลายสำนักเปิดเผยว่า หนุ่มระยอง วัย 26 ปี เป็นลูกชายของ “หลงจู๊” คนดังเมืองระยอง ซึ่งมีความสนิทสนมกับอนุ กมธ.บ่อนไลน์บางคน จึงถูกเชิญมาให้ข้อมูลการพนันออนไลน์