ดับฝันธรรมนัส “อนุทิน” ดูดบ้านใหญ่เมืองตาก ตอกเสาเข็มชายแดน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534885

ขุนน้ำหมึก

31 ต.ค. 2565

ดับฝันธรรมนัส “อนุทิน” ดูดบ้านใหญ่เมืองตาก ตอกเสาเข็มชายแดน

ลุยชายแดนไทย-พม่า “อนุทิน” เปิดตัวเด็กเก่าเพื่อไทย ชน ส.ส.สายผู้กองธรรมนัส บ้านใหญ่เมืองตาก ตระกูลทวีเกื้อกูลกิจ ซบภูมิใจไทย การันตี ส.ส.เกินครึ่งจังหวัด

ลุยชายแดนไทย-พม่า “อนุทิน” เปิดตัวเด็กเก่าเพื่อไทย หลังมีข่าวธรรมนัสซบค่ายแม้ว มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อน เด็กผู้กองจองลง ส.ส.เขต 

บ้านใหญ่เมืองตาก ตระกูลทวีเกื้อกูลกิจ รับบทแม่ทัพของ “อนุทิน” การันตีเก้าอี้ ส.ส.เกินครึ่งจังหวัด 

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ลงพื้นที่พบปะ อสม. ที่สำนักงานเทศบาลตำบลแม่ระมาด ต.แม่ระมาด อ.แม่ระมาด จ.ตาก โดยมี ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก ,ฑีฆะพล ทวีเกื้อกูลกิจ รองนายก อบจ.ตาก และชัยณรงค์ มะเดชะ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข นำขบวนประชาชนมาต้อนรับ

จะว่าไปแล้ว เสี่ยหนูไป อ.แม่ระมาด เที่ยวนี้ ก็คือการไปเปิดตัว ชัยณรงค์ มะเดชะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ตาก เขต 3 พรรคเพื่อไทย สมัยที่แล้ว ซึ่งเพิ่งย้ายเข้ามาซบภูมิใจไทย เมื่อกลางเดือน ต.ค.นี้


เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะยกทีม ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย มาสังกัดพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งสมัยหน้า จึงทำให้ ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก เขต 3 สายตรงธรรมนัส เป็นตัวยืน และมีข่าวว่า ผู้ใหญ่เพื่อไทยบางคนกระซิบให้ชัยณรงค์ มะเดชะ หลีกทางไปลงสมัคร ส.ส.อีกเขตหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้ นายกฯอาร์ต-ชัยณรงค์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่ระมาด ตัดสินใจลาออกจากเพื่อไทย และฝากขอโทษเสี่ยอ้วน ภูมิธรรม เวชยชัย ผู้ชักนำให้เข้ามาอยู่เพื่อไทย 

กลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา อนุทินแต่งตั้งนายกฯอาร์ต เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานพื้นที่ปูทางสู่สนามเลือกตั้ง

ผลการเลือกตั้งปี  2562 เฉพาะ จ.ตาก เขต 3 (อ.แม่ระมาด และอ.ท่าสองยาง) ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ได้ 20,784 คะแนน เฉือนชนะชัยณรงค์ มะเดชะ ที่ได้ 19,244 คะแนน ส่วนเสี่ยเดี๊ยพ-ธนิตพล ไชยนันทน์ อดีต ส.ส.ตาก สอบตกชนิดช็อคแฟนคลับ ปชป.  

‘พื้นที่ทับซ้อนชายแดน’

“อนุทิน” มั่นใจเลือกตั้งครั้งต่อไป สนามเมืองตาก ภูมิใจไทยปักธงสีน้ำเงินได้แน่อย่างต่ำ 3 เขต 3 คน ซึ่งสมัยหน้า จ.ตาก จะมี ส.ส.เพิ่มจาก 3 คน เป็น 4 คน

เดิมที ส.ส.ตาก พรรคพลังประชารัฐ 2 คน สังกัดซุ้ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คือเสี่ยเฟิร์ส-ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ เขต 1 และ เสี่ยปั้น-ภาคภูมิ บูลย์ประมุข เขต 3 

ต่อมา ธรรมนัสแยกตัวออกมาตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย เสี่ยเฟิร์สกับเสี่ยปั้น ก็ออกจากพรรค พปชร.ตามมาอยู่พรรคใหม่ด้วย

เมื่อวันเกิดเนวิน ชิดชอบ เสี่ยเฟิร์ส ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ไปโผล่อวยพรวันเกิดครูใหญ่ค่ายสีน้ำเงินที่บุรีรัมย์ ก็เป็นการยืนยันว่า เสี่ยเฟิร์สทิ้ง ร.อ.ธรรมนัส ไปซบเสี่ยหนูแน่นอนแล้ว

ส่วนเสี่ยปั้น-ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ยังปักหลักอยู่กับผู้กองธรรมนัส ซึ่งตระกูลบูลย์ประมุข เป็นบ้านใหญ่ อ.แม่ระมาด มีญาติพี่น้องเป็นผู้นำท้องถิ่นกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน , นายก อบต., นายกเทศมนตรี และ ส.อบจ.

ดังนั้น เสี่ยปั้น-ภาคภูมิ บูลย์ประมุข จึงต้องชนกับคู่ปรับเก่านายกฯอาร์ต-ชัยณรงค์ มะเดชะ ที่สวมเสื้อตัวใหม่-พรรคภูมิใจไทย 

ส.ส.เฟิร์ส และเอิร์ท ทายาทบ้านใหญ่เมืองตาก ในสีเสื้อภูมิใจไทย ส.ส.เฟิร์ส และเอิร์ท ทายาทบ้านใหญ่เมืองตาก ในสีเสื้อภูมิใจไทย

‘บ้านใหญ่เมืองตาก’

ภูมิใจไทยผงาดเหนือตอนล่าง หลัง “อนุทิน” ได้บ้านใหญ่เมืองตาก นำโดย ณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ นายก อบจ.ตากและประธานกลุ่มพัฒนาตาก 9 อำเภอ มานำทัพเลือกตั้งสมัยหน้า ตามยุทธศาสตร์ตอกเสาเข็ม 

สมัยที่แล้ว เสี่ยณัฐวุฒิ จัดส่งผู้สมัคร ส.ส. 3 คน ในสีเสื้อพลังประชารัฐ ได้แก่เสี่ยเฟิร์ส-ธนัสถ์ ลูกชายคนโต เขต 1 , เสี่ยเอิร์ธ-ฑีฆะพล ลูกชายคนเล็ก เขต 2 และภาคภูมิ บูลย์ประมุข เขต 3 ปรากฏว่า พรรค พปชร.ได้ 2 ที่นั่ง

สมัยหน้า เสี่ยณัฐวุฒิ ก็จะรับบทแม่ทัพตาก ค่ายเสี่ยหนู ก็คงจะวางตัว ส.ส.เฟิร์ส- ธนัสถ์, เอิร์ธ-ฑีฆะพล รองนายก อบจ.ตาก และชัยณรงค์ มะเดชะ เป็นตัวยืน และรอเปิดตัวคนที่ 4 ในเร็ววันนี้

ที่แน่ ๆ ผู้กองธรรมนัส ไม่ว่าจะสวมเสื้อเพื่อไทย หรือจะกลับมาอยู่ พปชร. ก็ไม่ง่ายเสียแล้วที่คิดจะยึดสมรภูมิชายแดนไทย-พม่า

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก 

เร่งขจัด”สีกากีนอกแถว” จัดระเบียบองค์กร ปัดกวาดขยะใต้พรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/song-tum-ruat/534843

หนึ่งตะวัน พันดาว

31 ต.ค. 2565

เร่งขจัด"สีกากีนอกแถว"  จัดระเบียบองค์กร ปัดกวาดขยะใต้พรม

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ..ยุค พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ คุมบังเหียน “แม่ทัพใหญ่สีกากี” ขับเคลื่อน “องค์กร-หน่วยงาน” ดูแลทุกข์สุข “ชาวบ้าน-ร้านตลาด” ไม่ทันไร เกิดเรื่องราวคดีความ ถาโถมองค์กรมากมาย..OO

ไล่ตั้งแต่..ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ อดีตตำรวจ สภ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู สติแตกก่อเหตุโศกนากรรมสังหารหมู่ “เด็กน้อย”ไร้เดียงสา ภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู..OO

หนำซ้ำ..คลุ้มคลั่งไล่ฆ่า “ชาวบ้าน-ผู้บริสุทธิ์” อย่างโหดเหี้ยมดับสยอง 36 ศพ สังเวยความบ้าคลั่งจากพิษความเครียดและยาเสพติด จุดประกาย “ผู้เกี่ยวข้อง”ตื่นตัวกวาดล้าง “ยาเสพติด-อาวุธปืน” ต้นตอ..อาชญากรรมอันดับต้นๆ..OO

คล้อยหลัง..เพียงไม่กี่วัน ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ผบ.หมู่ ป.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ก่อ“วีรกรรมฉาว” ขโมยอาวุธปืนหลวงกว่า 150 กระบอก นำไป “ขาย-จำนำ” ใช้หนี้พนัน จนผู้บังคับบัญชาจนเซ้นให้ออกราชการ สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้า..00 

ผสมโรง..เหตุการณ์ จ.ส.ต.ชุติพนธ์ นาคแก้ว ชุดปฏิบัติการพิเศษเมืองตรัง ก่อเหตุยิงคู่อริเสียชีวิตกลางผับ ท่ามกลางสายตานักเที่ยวนับร้อย ด้วยน้ำมือ “สีกากีนอกแถว”ทำลายภาพลักษณ์องค์กร ย่อยยับป่นปี้..OO
 

อุดช่องโหว่..“แม่ทัพใหญ่สีกากี” ขันน็อต “ผู้บัญชาการ-ผู้การจังหวัด-ภูธร-นครบาล” ลงแส้ “หัวหน้าโรงพัก-มือปราบ-นักสืบ” จัดระเบียบสังคม ปัดกวาดขยะใต้พรมบ้านตัวเอง อาญาสิทธิ์ ท้องที่ไหน หย่อนยานปล่อยปละละเลย หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ ไล่ตั้งแต่  “หัวหน้าโรงพัก-ผู้การ-ผู้บัญชาการ” ฐานไม่ใส่ดูแล..OO

แถม..บัญชาการ “4 รอง ผบ.ตร.” รับบทบาท “หัวเรือใหญ่”ขับเคลื่อนกลไกหน่วยงาน ไล่ตั้งแต่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ทำหน้าที่ “หัวหมู่ทะลวงฟัน” สะสางคลี่คลายคดีความ พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน คุมเข้มกวาดล้าง “ยาบ้า-ยานรก” ยึดทรัพย์เครือข่ายฯ พล.ต.อ.ต่อศักด์ สุขวิมล คุมเข้ม “สถานบันเทิง” ปลอด “ยาเสพติด-อาวุธปืน” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ สร้างขวัญกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชาดูแลสวัสดิการ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ สอดส่องพฤติกรรม“ตำรวจนอกแถว” นิ้วไหนร้ายตัดทิ้ง “กอบกู้ภาพลักษณ์” ศรัทธาประชาชน..OO

ผลพ่วง..พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.นำทีม เปิดปฎิบัติการทลายปาร์ตี้ยานรก ภายในสถานบันเทิง “จินหลิง”ย่านสาทร ท้องที่ สน.ยานนาวา เจอนักเที่ยวชาวจีนกว่า 200 ชีวิต มั่วสุมเสพยา เจอยาเสพติดเกลื่อนพื้น ไม่รู้..เล็ดรอดสายตา “ตำรวจท้องที่” ได้ยังไง..OO

เปิดแผล..ความหย่อนยาน “ผู้รับผิดชอบ” ดาบแรก พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 ลงดาบเด้ง พ.ต.อ.ธนโชติ ฤกษ์ดี ผกก.สน.ยานนาวา เข้ากรุ ศปก.บก.น.6 รอผลสอบ จับตา “ดาบสอง” ใครจะติดร่างแหต้องมลทินรายต่อไป..OO

กัดไม่ปล่อย..พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.นำข้อมูล ประสาน พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส.“ขุดราก-ถอนโคน” แก๊งค้ายาเสพติด ล็อกตัว นายออง เชา เซียง-นายโล จิน อัง “2 เอเย่นต์ชาวสิงคโปร์” ปล่อยยานรกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามสถานบันเทิง หยุดยั้ง“แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ” ได้เปราะหนึ่ง..OO
 

ขานรับนโยบาย..พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำคณะพบปะหารือ พลตำรวจจัตวา วิน หน่าย เลขาธิการร่วมคณะกรรมการร่วม คณะกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติด และผู้บัญชาการสำนักปราบปรามยาเสพติด ประเทศเมียนมา “ถกปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน” ตัดวงจรยานรกทะลักเข้าไทย..OO

โดดเด่น..“ตำรวจไซเบอร์” ยุค พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้นำหน่วย ได้ พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท.เสริมทัพ เดินหน้า กวาดล้าง“วายร้ายบนโลกโซเชียล” สร้างผลงานเป็นกอบเป็นกำ สดๆร้อนๆ เปิดปฎิบีติการ “เด็ดปีกมังกร”จับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์..OO

ขยายผล..ลากคอเอาผิด พ.ต.ต.กรรณบวร บุญเกิด สวป.สภ.อ่าวน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใช้รหัสของตัวเอง“ล้วงข้อมูลทะเบียนราษฎร์” รวมหัว เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ นำขายบรรดาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ต้มตุ๋นเหยื่อคนไทยด้วยกัน” งามไส้ “ข้าราชการไทยแลนด์”..OO

ไม่รอดสันดอน..พลัน กลุ่มนักพนันร้อง “เพจสายไหมต้องรอด” แฉพฤติกรรม “นักเลงคุมบ่อนพนัน” ย่านนวลจันทน์ เอาถุงดำคลุมหัว อุ้มทำร้ายร่างกาย รีดเงิน 5 ล้านบาท ยุค พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.ประกาศก้อง..ยุคนี้..“ต้องไม่มีบ่อน” พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 ไม่รอช้า ลงดาบเด้ง พ.ต.อ.ศรีสันต์ เฟื่องสังข์ ผกก.สน.โคกคราม เข้ากรุ ศปก.บก.น.2 รอผลสอบข้อเท็จริง..OO

ปรับทัพ..“กระบอกเสียงสีกากี” พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม.รับบท “โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”คนใหม่ ทำการบ้านพักใหญ่เพื่อคัดทีมงาน ตัดสินใจเปลี่ยนตัว “2 รองโฆษกฯ” จาก พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.สอท.กับ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท..OO

ดึงตัว..พ.ต.ท.ธเทพ ไชยชาญบุตร รอง ผกก.ฝอ8 บก.อก บช.ก.กับ พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณ ปัญญา อาจารย์(สบ 2) กลุ่มงานคณาจารย์คณะสังคมศาสตร์ รร.นรต.ดีกรีด็อกเตอร์ เสริมทัพ ลุยงานประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ “องค์กรสีกากี” ยุค..“สังคมโลกโซเชียล” มาแรง..OO

อาลัยผู้วายชนม์..เชิญร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ นายชัยรัตน์(เลื่อน) วโรดมสถาน อดีตผู้สื่อข่าวและคอลัมน์นิสต์ หนังสือพิมพ์สยามรัฐ พิธีรดน้ำศพเวลา 17.00 น.วันที่ 31 ต.ค.65 สวดพระอภิธรรม เวลา 18.30 ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-4 พ.ย.65 พิธีฌาปนกิจศพ วันที่ 5 พ.ย.65 ณ วัดม่วง ย่านบางแค ซอยเพชรเกษม 63..00..สวัสดี

หนึ่งตะวันพันดาว

ดีลป่ารอยต่อ “พจมาน” ฉุดเรตติ้ง “อุ๊งอิ๊ง” ร่วง พ่ายพิธา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534826

30 ต.ค. 2565

ดีลป่ารอยต่อ "พจมาน" ฉุดเรตติ้ง "อุ๊งอิ๊ง" ร่วง พ่ายพิธา

จันทร์ส่องป่ารอยต่อ “พจมาน” คอนเนกชั่น เขย่าคะแนนนิยม “อุ๊งอิ๊ง” ร่วงพ่ายพิธา เหตุคนรุ่นใหม่ระแวงดีลเพื่อไทย-พปชร. เชื่อคุณหญิงอ้อเกี้ยเซี้ยช่วยทักษิณกลับบ้าน

แสงจันทร์อาบป่ารอยต่อ “พจมาน” คอนเนกชั่น เขย่าคะแนนนิยม “อุ๊งอิ๊ง” ร่วงพ่ายพิธา ก้าวไกล

คนรุ่นใหม่ระแวงดีลข้ามขั้ว “พจมาน” เชื่อมบ้านป่ารอยต่อ ทิ้ง “อุ๊งอิ๊ง” เทใจให้ก้าวไกล พรรคการเมือง ที่มีจุดยืนพร้อมชนฝ่ายอนุรักษ์นิยม

เช้ามืดวันที่ 30 ต.ค.2565 คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ พร้อมลูกสาว พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และลูกเขย ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ในนามมูลนิธิไทยคม เข้าร่วมกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 8 เฉลิมพระเกียรติ ที่ท้องสนามหลวง

ไม่บ่อยครั้งที่คุณหญิงพจมาน จะเข้าร่วมทำกิจกรรมทำนองนี้ เนื่องจากมูลนิธิไทยคม เป็นแม่งานใหญ่ จึงต้องมาเดินเพื่อการกุศลแต่เช้าตรู่

วันเดียวกัน นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคน กทม. จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนกรุงเทพฯ จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 20.40 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) ,อันดับ 2 ร้อยละ 15.20 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และอันดับ 3 ร้อยละ 14.10 แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย)

ส่วนพรรคที่ชอบ คนกรุงเทพฯ ร้อยละ 28.50 เลือกพรรคเพื่อไทย และร้อยละ 26.45 เลือกพรรคก้าวไกล

แม้ว่า เครือข่ายชินวัตร จะเปิดเกมรุกการตลาดการเมืองสร้างภาพลักษณ์ผู้นำหลังม่าน ทักษิณ ชินวัตร และทายาททางการเมือง อุ๊งอิ๊ง อย่างเช่นการเปิดตัวหนังสือ Thaksin Shinawatra Theory and Thought ขายดิบขายดี และการขายไอเดีย ฝัน ปัง ดัง รวย : 1 ครอบครัว 1 Soft Power แต่คะแนนนิยมของอุ๊งอิ๊ง แพทองธารกลับแพ้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

สาเหตุที่คะแนนนิยมอุ๊งอิ๊งร่วง คงมาจากกระแสข่าวพรรคเพื่อไทย จะจับมือพรรคพลังประชารัฐ จัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งสมัยหน้า

เหนืออื่นใด บทบาทของคุณหญิงพจมาน ที่มีต่อสามี ทักษิณ ชินวัตร และแกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นข้อมูลที่มีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ทำให้คนรุ่นใหม่ เริ่มระแวงจุดยืนของเพื่อไทย ในประเด็นการจับขั้วกับพรรคพลังประชารัฐตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้งสมัยหน้า

  • ‘มูลนิธิสีน้ำเงิน’

“พจมาน” ไม่ปรากฏตัวในการทำกิจกรรมทางสังคมบ่อยนัก เช่นเดียวกับเรื่องการเมือง ที่พยายามหลีกเลี่ยง ยกเว้นกรณีไปให้กำลังใจลูกสาวคนเล็กที่เชียงใหม่

ยกเว้นวันที่ 30 ต.ค.2565 คุณหญิงพจมาน ,พินทองทา และณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ในฐานะตัวแทนจากมูลนิธิไทยคม ได้เข้าร่วมกิจกรรมเดิน วิ่ง แสงนำใจไทยทั้งชาติ ครั้งที่ 8 ที่จัดโดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

คุณหญิงพจมาน ร่วมกิจกรรมเดิน วิ่งการกุศลในฐานะตัวแทนมูลนิธิไทยคมคุณหญิงพจมาน ร่วมกิจกรรมเดิน วิ่งการกุศลในฐานะตัวแทนมูลนิธิไทยคม

ปัจจุบัน บรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายของคุณหญิงพจมาน เป็นประธานกรรมการมูลนิธิไทยคม และพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ เป็นกรรมการและเลขานุการมูลนิธิ

ปี 2562 มูลนิธิไทยคม ได้แจ้งเปลี่ยนโลโก้ตัวหนังสือชื่อมูลนิธิเป็นสีน้ำเงินล้วน ให้เป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมต่อกัน

  • ‘แม่รักลูกมาก’

ทักษิณก็เคยพูดว่า อุ๊งอิ๊งจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทยได้หรือไม่ ก็ต้องเอาชนะใจแม่ “พจมาน” ให้ได้เสียก่อน

ถ้าอ่านหนังสือ Thaksin Shinawatra Theory and Thought ภาค Thaksin & Family ที่มีบทสัมภาษณ์คุณหญิงพจมาน ซึ่งเป็นการให้สัมภาษณ์เดี่ยวครั้งแรก ก็จะทราบว่า คุณหญิงจันทร์ส่องหล้ารักลูกสาวมากน้อยแค่ไหน

วันที่อุ๊งอิ๊ง ตัดสินใจเข้าสู่การเมือง ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย คุณหญิงอ้อพูดว่า “ลูกก็มาบอกว่ามีความตั้งใจ พอเห็นความตั้งใจของลูกเลยแล้วแต่ลูก เพราะลูกโตแล้ว เราต้องเคารพในการตัดสินใจและไม่อยากให้ลูกกดดัน ก็คอยสนับสนุนให้กำลังใจเขาห่างๆ”

คุณหญิงอ้ออนุญาตให้ลูกสาวเล่นการเมือง แต่ก็มีข้อจำกัดว่า ต้องเล่นระดับไหน เพราะการเมืองเป็นเรื่องเกมอำนาจ

เนื่องจากคุณหญิงอ้อมีบทเรียนมาแล้ว ดังที่เธอพูดถึงนาทีที่ทราบข่าวว่า สามี-ทักษิณ ถูกรัฐประหาร 19 กันยา “..รับมือด้วยความนิ่ง และดูความปลอดภัยของลูกๆเป็นหลักในตอนนั้น”

นี่คือมาดนิ่งของนางพญาจันทร์ส่องหล้า ที่รู้ว่า หนทางข้างหน้าจะเป็นเยี่ยงไร หากปล่อยให้ลูกสาวเป็นนายกฯ เหมือนน้องสาวสามีเมื่อปี 2554

อาวุธลับลุงตู่ “ไตรรงค์” สู่รวมไทยสร้างชาติ แยกขาดลุงป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534813

30 ต.ค. 2565

อาวุธลับลุงตู่ "ไตรรงค์" สู่รวมไทยสร้างชาติ แยกขาดลุงป้อม

มองไกลไปข้างหน้า “ไตรรงค์” ชักธงผืนใหม่ จับสัญญาณ พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือก พรรครวมไทยสร้างชาติ เหมือนฉายหนังม้วนเก่าพรรค ปชป.-พรรคประชาชน ปี 2531

มองไกลไปข้างหน้า “ไตรรงค์” ชักธงผืนใหม่ จับสัญญาณ พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกทางสายไหน พรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่

ศึกสายเลือด “ไตรรงค์” ผนึกพีระพันธุ์ ปั้นพรรคใหม่ เหมือนฉายหนังม้วนเก่าประชาธิปัตย์-ประชาชน ในสมรภูมิเลือกตั้งปี 2531


นักวิเคราะห์การเมืองฟันธงว่า เส้นทางของ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี จะไปบรรจบกับพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ อย่างไม่ต้องสงสัย

นักวิเคราะห์การเมืองพยากรณ์ว่า หลังประชุมเอเปค น่าจะมีความชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ

ฟังจาก นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เล่าว่า เมื่อครั้งไปเยี่ยมไตรรงค์ที่บ้านพัก ก็ได้ทราบว่ามีผู้ใหญ่ในรัฐบาล

หลังจากนี้ น่าจับตามองว่า ไตรรงค์ สุวรรณคีรี นักการเมืองผู้มากประสบการณ์ คงจะได้เข้าไปทำงานร่วมกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อย่างเป็นทางการหรือไม่

จริงๆแล้ว ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ได้โพสต์เฟซบุ๊คหลายครั้งหลายหน แสดงออกถึงความชื่นชอบในตัว พล.อ.ประยุทธ์ เพราะมีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยโกงไม่เคยกิน เหมือนอดีตนายกฯ หลายคนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้

  • ‘กองหนุนลุงตู่’

การจากลา ปชป.ของ “ไตรรงค์” ไม่ได้มีความขัดแย้งกับแกนนำพรรค ปชป.ชุดปัจจุบัน และยังคงเป็นมิตรที่ดีของสมาชิกพรรค ปชป.ทุกคน

“ผมว่าการลาออกในครั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการประสานกับพรรคการเมืองอื่นๆ จะได้มีพลังและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการเคลื่อนไหวแบบเงียบๆ เพื่อจะได้ตะล่อมให้บ้านเมืองเดินหน้าไปในทิศทางที่ผมเห็นว่าน่าจะปลอดภัยที่สุด”

ไตรรงค์ สุวรรณคีรี สวมเสื่อสีฟ้า เป็นครั้งสุดท้ายไตรรงค์ สุวรรณคีรี สวมเสื่อสีฟ้า เป็นครั้งสุดท้าย

ไตรรงค์ ได้แจ้งให้จุรินทร์-นิพนธ์ ทราบล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่ที่ทั้งสองมาเยี่ยมตัวเขาที่บ้านพัก หลังการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสงขลา และชุมพร

ถ้ายังจำกันได้ บนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรค ปชป.เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2565 ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ตั้งใจช่วยลูกหมี-ชุมพล จุลใส ในการต่อสู้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมัยที่เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

“ผมเชื่อว่าลุงตู่ไม่โกง แต่ถ้าการเลือกตั้งใหม่แล้ว คนทางดูไบกลับเข้ามา ก็เกิดปัญหาอีก..” ไตรรงค์บอกกับคนชุมพรในวันนั้น

“ส่วนตัวผิดหวังกับลุงป้อมที่เป็นผู้ใหญ่มาเล่นการเมือง เพราะคนที่เป็นรัฐบุรุษต้องมองการณ์ไกล ต้องเห็นผลประโยชน์ของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของพรรค หากลุงป้อมต้องการช่วยชาติบ้านเมืองต้องสำรวจตัวเองว่า เล่นการเมืองเพื่ออะไร..” ไตรรงค์วิพากษ์ลุงป้อม และผู้กองธรรมนัสอย่างรุนแรง

  • ‘หนังม้วนเก่า’

หากการเลือกตั้งสมัยหน้า “ไตรรงค์” ผนึก พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นำทัพพรรครวมไทยสร้างชาติ สู่สมรภูมิเลือกตั้ง ก็ทำให้หลายคนนึกถึงภาพเก่าๆ วันที่พรรค ปชป.ต้องต่อสู้กับพรรคประชาชน


พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็มีลักษณะคล้ายพรรคประชาชนในอดีต เพราะเป็นพรรคที่มีอดีต ส.ส.ปชป.หลายรุ่นไปรวมตัวกันทำงานการเมือง ที่มีพื้นที่เป้าหมายอยู่ในภาคใต้เหมือนกัน

พรรคประชาชน กำเนิดจากกลุ่ม 10 มกรา นำโดย เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ อดีตเลขาธิการพรรค ปชป. และวีระ มุสิกพงศ์ เลขาธิการพรรค ปชป.ในเวลานั้น โดย ส.ส.กลุ่ม 10 มกรา ได้ยกทีมลาออกจาก ปชป.เมื่อปี 2530

การเลือกตั้งปี 2531 ในสมรภูมิปักษ์ใต้ จึงเป็นการต่อสู้กันระหว่างพรรค ปชป. ที่มี พิชัย รัตตกุล หัวหน้าพรรค และชวน หลีกภัย แม่ทัพสะตอสามัคคี กับพรรคประชาชน นำโดยเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ และวีระ มุสิกพงศ์

มี ส.ส.ปชป.หลายจังหวัดในภาคใต้ รวมถึง ส.ส.กลุ่มวาดะห์ที่เคยสังกัด ปชป. ก็แยกตัวออกไปสังกัดพรรคประชาชน

ผลการเลือกตั้งปี 2531 พรรคประชาชนประสบความล้มเหลวในภาคใต้ เพราะคนปักษ์ใต้ส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นและศรัทธา ปชป.

สำหรับบริบทการเมือง พ.ศ.ปัจจุบัน แตกต่างจากเมื่อปี 2531 ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ยังขายได้ในปักษ์ใต้ แถมคู่แข่ง ปชป.ก็มีหลายพรรค ฉะนั้น พรรครวมไทยสร้างชาติ อาจไม่ได้มีชะตากรรมเหมือนพรรคประชาชนก็เป็นได้

คิดจะปลดล็อค “สุราเสรี” ต้องหาวิธีแก้ไขให้รัดกุม หวั่นซ้ำรอย กัญชาเสรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kom-daily/534807

30 ต.ค. 2565

คิดจะปลดล็อค "สุราเสรี" ต้องหาวิธีแก้ไขให้รัดกุม หวั่นซ้ำรอย กัญชาเสรี

บรรยากาศก่อนสู่โหมดเลือกตั้ง กับนโยบายเพื่อสร้างความนิยมของพรรคการเมือง หวังผูกใจคนฐานราก ร่างกฎหมายสุราพื้นบ้าน หรือ ร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า เพื่อนำไปสู่การปลดล็อค “สุราเสรี” อย่าลืมคุณภาพเด็กและเยาวชนจะเป็นอย่างไร?

จาก “กัญชาเสรี” มาสู่ “สุราเสรี” ในสังคมไทยชวนให้ครุ่นคิดว่าแนวทางการทำมาหาเลี้ยงชีพ ต้องมีของมึนเมาเจือปนหรืออย่างไร แต่ละพรรคการเมือง มีนโยบายเพื่อสร้างความนิยมในแต่ละด้าน เพื่อผูกใจคนฐานราก ที่ถกเถียงกันอยู่ปัจจุบันว่า “ร่างกฎหมายสุราพื้นบ้าน“ หรือบางพรรคการเมืองเรียกว่า ”ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า“ควรไปต่อ?

กรณี “กัญชา” เห็นชัดเจนว่าหากทำเพื่อการแพทย์คนทั่วไปก็ส่งเสริมและสนับสนุน แต่ที่ผ่านมา กลับกลายเป็น “กัญชาเสรีอย่างไร้ขอบเขต” โดยไม่มีกฎหมายควบคุมที่ชัดเจน แค่ทำไปก่อนเอาใจไปก่อน คุณภาพชีวิตของคน จะเป็นอย่างไรอีกเรื่อง

แล้วก็มา “สุราเสรี” โดยรวมถือว่าเป็นการส่งเสริมให้ “ชาวบ้าน” ได้ใช้ภูมิปัญญาที่มีอยู่ใน “ชุมชน” ได้มีอาชีพสร้างรายได้ และไม่ผูกขาดการผลิตสุราที่มีนายทุนใหญ่เพียงแค่ 2 รายในประเทศ 

เหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอ ฝ่ายเห็นด้วยก็บอก “เป็นการทลายกำแพงผูกขาด” ชาวบ้านมีรายได้จากการผลิตเองใช้เอง ดื่มเอง และขายเองได้ 
 

ฝ่ายที่ยังไม่เห็นด้วย มองประเด็น “สุราเสรี” นี้ว่าการผลิตของชาวบ้าน ควรทำได้แต่ต้องมีการกำกับดูแลเรื่องคุณภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่กระทบต่อผู้บริโภค ดังจะเห็นอยู่เนือง ๆ ชาวบ้านต้มเหล้าเถื่อนดื่ม สุดท้ายถึงแก่ชีวิต ซึ่งสิ่งนี้ต้องคำนึง มิฉะนั้นก็ไม่แตกต่างจากกัญชา ซื้อง่าย ปลูกง่าย เสพง่าย คุณภาพเด็กและเยาวชนจะเป็นอย่างไร?

มาถึง “สุรา” ต้องยอมรับว่าคนไทยดื่มกันมาก แต่ต้องยอมรับต่อไปว่าเขาดื่มเพราะมั่นใจในคุณภาพ มีการควบคุม จึงไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่หาก “ต้มเสรี” ไร้การควบคุม อยากกินก็ต้มกินนึกภาพชุมชนนั้นไม่ออกจริง ๆ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง?

คิดจะ “ปลดล็อคสุราให้เสรี” ต้องหาวิธีแก้ไขให้รัดกุมไว้ด้วย อย่าทำแบบ “กัญชาเสรี” อีกเลย

บทวิเคราะห์โดย ธีรพล ขุนเมือง

ทักษิณ ชินวัตร อาจจะโดนคดีฆาตกรรม หลังแหย่รังแตน ฟ้อง “ชวน หลีกภัย”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/534671

นายหัวไทร

29 ต.ค. 2565

ทักษิณ ชินวัตร อาจจะโดนคดีฆาตกรรม หลังแหย่รังแตน ฟ้อง “ชวน หลีกภัย”

เกือบ 20ปี ความรุนแรง จากเหตุการณ์ ความไม่สงบภาคใต้ กำลังจะถูกฉายซ้ำในศาล จากคดีความระหว่างชวน หลีกภัย กับ “ทักษิณ ชินวัตร”

ก่อนหมดอายุความเพียง 3 วัน “ชวน หลีกภัย” ประธานรัฐสภา ได้เรียกทนายความมาคุยเพื่อหาคือกับอัยการถึงการเข้ามอบตัวสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม หลังถูก ทักษิณ ชินวัตร  ฟ้องกรณีชวนบรรยายเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ ทั้งเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะ และเหตุการณ์ที่โรงพักตากใบ อันเป็นช่วงที่ทักษิณมีอำนาจอยู่ และนำมาสู่ความรุนแรงมาจนถึงปัจจุบัน

ชวนประสงค์ให้ศาลวินิจฉัยความถูกผิด และนำข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไปเปิดเผยในชั้นศาล และบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์กับวาทะกรรม “โจรกระจอก” จนทักษิณต้องออกมาขอโทษชาวใต้ แต่ไม่วายแกว่งปากโยนความผิดไปให้ทหาร พุ่งตรงไปยังทหารฝ่ายตรงข้ามที่จ้องทำลาย โดยเอ่ยชื่อถึงผู้บัญชาการทหารบกในสมัยนั้น คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่า ทหารมีอำนาจเต็มในการแก้ไขสถานการณ์ คนเป็นนายกรัฐมนตรีคงไม่อาจทราบรายละเอียดทั้งหมด และคงไม่สั่งการในรายละเอียดของการปฏิบัติ

น่าสนใจยิ่งว่า เมื่อคดีของชวนกับทักษิณจบลงในชั้นศาลแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป แต่อย่างน้อยที่สุดข้อมูลของฝ่ายชวน และเป็นข้อมูลจำนวนมากจะถูกตีแผ่ในชั้นศาลอย่างหมดเปลือก นี้คือปรากฏการณ์ “แหย่รังแตน” ของทักษิณ สุดท้ายก็จะโดนแตนต่อยตาบวมแน่นอน หรืออาจจะพูดได้ว่า แกว่งเท้าหาเสี้ยน” ก็จะโดนเสี้ยนตำเท้าเป็นแน่แท้

ถาวร เสนเนียม โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า “ผมขอชื่นชมในการตัดสินใจของนายชวน หลีกภัย กรณีที่ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2555 ท่านได้บรรยายให้ความรู้แก่ผู้ฟังในโรงเรียนการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงรัฐบาลยุคระบอบทักษิณมีอำนาจว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น นำไปสู่เหตุการณ์บานปลายที่รุนแรงจนถึงขณะนี้

จากวันนั้นถึงวันนี้ผมนายถาวร เสนเนียม ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมทั้งประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐ และนักบวช รวมถึงพระสงฆ์ 5,000 กว่าคน และบาดเจ็บอีก 9,000 กว่าคน ถือเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงในยุคระบบทักษิณมีอำนาจ

ขอย้อนไปเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2544 เกิดเหตุวางระเบิดที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเรียกประชุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามถึงสาเหตุว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบในขณะนั้นรายงานว่า สาเหตุเกิดจากโจรก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน ซึ่งมีประมาณ 50 – 60 คน รัฐบาลจึงสั่งให้จัดการกวาดล้างให้หมดภายในเวลา 5 – 6 เดือน

ข้อสั่งการดังกล่าวนี้นำไปสู่การอุ้มฆ่า อุ้มหาย เป็นระยะ ๆ ส่งผลให้นโยบายในยุคของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ภายใต้แนวทาง เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ถูกทำลายลง และได้เกิดเหตุรุนแรงกลับคืนขึ้นมาอีกใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ถูกลอบฆ่าเป็นการแก้แค้น เพื่อเอาอาวุธปืนไปใช้ในการก่อความรุนแรงและได้เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนขึ้น เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 ที่ค่ายปิเหล็ง จ.นราธิวาส (ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์)

นอกจากนั้นศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ซึ่งเป็นหน่วยราชการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหา ด้วยวิธีการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ก็ถูกยกเลิก ในยุครัฐบาลทักษิณ

ในปี 2547 ได้เกิดเหตุการณ์ตากใบและมัสยิดกรือเซะขึ้น เป็นเหตุการณ์ความรุนแรงที่ทุกคนทราบดี ต่อมาในปี 2552 ผมเข้าไปทำหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ดูแลรับผิดชอบการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

รัฐบาลในขณะนั้นได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และได้ยกร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 ขึ้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นเรื่องการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา 

นับถึงปัจจุบันนี้ประเทศไทยได้ใช้เงินในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแล้วหลายแสนล้านบาท กำลังพลตำรวจ ทหาร อส. ประชาชน พระสงฆ์ นักบวช เสียชีวิตไปแล้ว 5,000 กว่าคน และบาดเจ็บอีก 9,000 กว่าคน แต่สถานการณ์ก็ยังไม่กลับเป็นปกติเหมือนปี 2524 – 2543

ทั้งนี้เพราะความผิดพลาดอันเกิดจากนายทักษิณ ชินวัตรได้ใช้นโยบาย Iron Fist (กำปั้นเหล็ก) ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร ได้สารภาพไว้ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ประเทศสิงคโปร์

การที่นายชวน หลีกภัย ถูกฟ้องในครั้งนี้ ผมขอตั้งข้อสังเกตไปถึงพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการว่าท่านได้ใช้หลักดุลพินิจ (Opportunity Principle ) ในการพิจารณาสั่งฟ้องนายชวน หลีกภัย ดี รอบคอบ ถูกต้อง แล้วหรือยัง หรือท่านเป็นเพียงบุรุษไปรษณีย์ช่วยชี้แจงด้วย

ในโอกาสการค้นหาความจริงในศาลครั้งนี้ นายชวน หลีกภัย จะได้มีโอกาสพูดความจริง แสดงเหตุผลบนพื้นฐานของความหวังดีต่อบ้านเมือง หรือเป็นการใส่ความนายทักษิณ ชินวัตร ผมมั่นใจว่าจะเป็นโอกาสของคนไทยทุกคน ที่จะได้ทราบความจริงในบรรยากาศของการพิสูจน์ความจริงกันในศาลครั้งนี้ และขอชื่นชมนายชวน หลีกภัย อีกครั้งหนึ่งที่ได้ให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรม โดยการเดินไปขึ้นศาลอย่างสง่าผ่าเผย สมเป็นยอดชายนักสู้

แต่น่าเป็นห่วงว่าเมื่อจบคดีนี้แล้ว นายทักษิณ ชินวัตร จะถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรมเพิ่มขึ้นอีกกี่คดีหรือไม่อย่างไร ขอให้ทุกคนติดตามอย่ากะพริบตา

ขบวนการในชั้นศาลคงต้องใช้เวลาไม่น้อยในการรวบรวมเอกสาร หลักฐาน คลิปวีดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พยานบุคคล เพื่อนำมาเบิกความ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าทักษิณในฐานะโจทก์ จะแก้ต่างต่อศาลอย่างไร ในเมื่อตัวเขาเอง หลังหลบหนีคดีความในคดีทุจริตอยู่ต่างประเทศ ซึ่งแม้จะมีประเด็นชี้แจงแต่ก็ไม่อาจมาเบิกความในฐานะพยานโจทก์ได้ด้วยตัวเอง

แต่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทักษิณได้ยอมรับแล้วอย่างน้อย 2-3 ครั้ง และล่าสุดได้กล่าวคำ “ขอโทษ”ต่อพี่น้องชาวใต้อีกครั้ง อันเป็นการยอมรับผิด

คำขอโทษคือคำรับสารภาพ อันอาจนำมาสู่การฟ้องร้องในคดีฆาตกรรมต่อไปในอนาคต

ปทุมลับลวงพราง “คำรณวิทย์” ไฟเขียวมือขวา ซบบ้านป่ารอยต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534640

ขุนน้ำหมึก

28 ต.ค. 2565

ปทุมลับลวงพราง “คำรณวิทย์” ไฟเขียวมือขวา ซบบ้านป่ารอยต่อ

สายตรงดูไบแปลกๆ “คำรณวิทย์” ปล่อยมือขวาซุกปีก พล.อ.ประวิตร หลังเด็กแจ๊ส เบียด ส.ส.เจ้าถิ่นลงสนามปทุมธานีไม่ได้ ท่ามกลางข่าวลือ แจ๊สเปิดดีลลุงป่ารอยต่อ

สายตรงดูไบแปลกๆ “คำรณวิทย์” ไฟเขียวมือขวาซบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หลังเด็กบิ๊กแจ๊สเบียด ส.ส.เพื่อไทย ลงสนามปทุมธานี ไม่ได้
 
 

“คำรณวิทย์” พยายามจัดทัพ ส.ส.ปทุมธานี ในสีเสื้อเพื่อไทย แต่ ส.ส.เจ้าถิ่น ไม่ถอย คนในสังกัดเลยไปอยู่ พปชร. ท่ามกลางข่าวลือ แจ๊สซบลุงป่ารอยต่อฯ

ช่วงน้ำท่วมปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก.อบจ.ปทุมธานี ได้ต้อนรับคณะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาติดตามสถานการณ์น้ำ แถวประตูระบายน้ำรังสิต

อีกด้านหนึ่ง ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยมี เสวก ประเสริฐสุข อดีตรองนายก อบจ.ปทุมธานี ให้การต้อนรับพาไปให้กำลังใจชาวบ้าน

เสวก ประเสริฐสุข เพิ่งยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรองนายก พร้อมกับลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไปเปิดตัวกับพรรคพลังประชารัฐ ที่บ้านป่ารอยต่อฯ มีการถ่ายภาพคู่กับลุงป้อมเรียบร้อย

ว่ากันว่า บิ๊กแจ๊ส ตั้งใจจะส่ง เสวก หรือนายกฯใหญ่ ลงสมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 2 ในนามเพื่อไทย แต่ปรากฏว่า ศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี เขต 2 เพื่อไทย ก็อยู่ในสายแข็ง คนของบิ๊กแจ๊สเลยต้องไปอยู่กับลุงป้อม

เช่นเดียวกับเขต 4 ปทุมธานี เกียรติศักดิ์ ส่องแสง อดีต ส.ส.ปทุมธานี และที่ปรึกษาพิเศษบิ๊กแจ๊ส ก็อยากลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อเพื่อไทย แต่ ชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.เขต 4 เพื่อไทย ไม่ยอมถอย เกียรติศักดิ์จึงไปซบพรรค พปชร.

กรณี เสวก ประเสริฐสุข และเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ย้ายจากเพื่อไทยไปพลังประชารัฐ ทำให้สภากาแฟเมืองปทุมธานี เมาท์มอยกันว่า นายกฯแจ๊ส จะไปอยู่กับลุงบ้านป่ารอยต่อฯ แถมคนดูไบก็อาจรู้เห็นเป็นใจ

 ชัยวุฒิ และเสวก มือขวาคำรณวิทย์ ที่ลาเพื่อไทยไปซบ พปชร.ชัยวุฒิ และเสวก มือขวาคำรณวิทย์ ที่ลาเพื่อไทยไปซบ พปชร.

‘คนดังสามโคก’

สมัยที่ “คำรณวิทย์” ตั้งกลุ่มคนรักปทุม เปิดตัวลงสมัครนายก อบจ.ปทุมธานี ก็ได้นายกฯใหญ่ หรือ เสวก ประเสริฐสุข อดีต นายก อบต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคกเป็นแรงสนับสนุนในทุกด้าน และดึงบิ๊กแจ๊สให้ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น

ระหว่างหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี บิ๊กแจ๊ส ก็จะแนะนำตัว เสวก ประเสริฐสุข ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 2 ให้กับชาวบ้านแถว อ.เมืองปทุมธานี และ อ.สามโคก

หลังได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ก็แต่งตั้งเสวก เป็นรองนายก อบจ.ปทุมธานี แต่เมื่อต้นเดือน ต.ค.2565 เสวก ได้ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯ อบจ.

ลึก ๆ เสวกมีความตั้งใจจะลงสมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 2 ในนามพรรคเพื่อไทย และบิ๊กแจ๊สก็พยายามช่วยผลักดัน แต่ฝั่งศุภชัย นพขำ ส.ส.ปทุมธานี เขต 2 ก็วิ่งทางสายเจ๊แดง จึงยันกับบิ๊กแจ๊ส จนได้ลงสนามป้องกันแชมป์

คนแถวปทุมธานี ตระกูลของศุภชัย นพขำ กับ พล.ต.อ.คำรณวิทย์ แม้จะอยู่ในค่ายเพื่อไทยเหมือนกัน แต่ก็อยู่คนละสาย 
 

‘สายเจ๊แดง’

ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา “คำรณวิทย์” แอบดีใจเมื่อมีข่าว ส.ส.เต๋า-ศุภชัย นพขำ ไปถ่ายรูปคู่เนวิน ชิดชอบ ที่บุรีรัมย์ เลยตกเป็นข่าวจะย้ายพรรค แต่ภายหลัง ส.ส.เต๋า ออกมาแถลงข่าวเรื่องที่จะหนีไปภูมิใจไทย ไม่เป็นความจริง 

ศุภชัย เป็นลูกชายนายกฯแป๊ะ หรือ สายัณ นพขำ นายกเทศมนตรี ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี ซึ่งมีความใกล้ชิดกับเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ 

ปี 2550 สายัณ นพขำ ส่งน้องชาย สุทิน นพขำ ลงสมัคร ส.ส.ปทุมธานี ในนามพรรคพลังประชาชน ก่อนจะย้ายมาพรรคเพื่อไทย 

ปี 2562 ศุภชัย นพขำ ลงสนาม ส.ส. แทนสุทิน ที่หันไปนั่งเก้าอี้รองนายก เทศมนตรี ต.บ้านกลาง อาศัยความเป็นปลัดหนุ่มรูปหล่อฉายา ราชสีห์เมืองปทุม ศุภชัยจึงโกยคะแนนทิ้งคู่แข่งขาดลอย

นัยว่า สมัยที่บิ๊กแจ๊สลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.ปทุมธานี ในนามกลุ่มคนรักปทุม ปรากฏว่า ได้รับแรงใจจาก 2 ส.ส.ปทุมฯ พรรคเดียวกันคือ ศุภชัย นพขำ และชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ 

ด้วยเหตุนี้ การเลือกตั้งสมัยหน้าที่สนามปทุมธานี ก็จะมีศึกซ้อนศึก ทีมบิ๊กแจ๊สในสีเสื้อลุงป้อม ก็จะท้าชน ส.ส.เพื่อไทยอย่างน้อย 2 เขต ชนิดใครดีใครอยู่
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

ศึกบึงกาฬ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ปะทะทีมแว่นฟ้า ค่ายครูใหญ่เนวิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534616

ขุนน้ำหมึก

28 ต.ค. 2565

ศึกบึงกาฬ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ปะทะทีมแว่นฟ้า ค่ายครูใหญ่เนวิน

ฝ่าสมรภูมิบึงกาฬ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ปะทะ แว่นฟ้า ทองศรี ยาใจรัฐมนตรีคนภูมิใจไทย ผู้คว่ำเพื่อไทยคว้านายก อบจ. ครูใหญ่เนวินส่ง รมช.ทรงศักดิ์ ปักหลักตอกเสา เข็ม

ท้าทายแลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ฝ่าสมรภูมิบึงกาฬ ปะทะ แว่นฟ้า ทองศรี ยาใจรัฐมนตรีค่ายภูมิใจไทย ผู้คว่ำคนเพื่อไทยคว้าเก้าอี้นายก อบจ.บึงกาฬ 

ยี่ห้อ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” จะขลังเหมือนยิ่งลักษณ์หรือไม่ เมื่อครูใหญ่เนวิน ส่ง ทรงศักดิ์ ทองศรี มท.3 มาปักหลักสร้างฐานเสียง หวังตอกเสาเข็ม ส.ส.บึงกาฬให้ได้

บึงกาฬ จังหวัดที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ ผ่านการเลือกตั้ง ส.ส.มาแล้ว 2 ครั้งคือ ปี 2554 และปี 2562 ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทย ทำสถิติชนะยกจังหวัดติดต่อกัน

สำหรับสมัยหน้า อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ยังมีแต้มต่อเหนือทุกพรรคการเมืองในสนามเลือกตั้งนครนาคา..บึงกาฬ

ที่น่าจับตา การลงหลักปักฐานของพรรคภูมิใจไทยใน จ.บึงกาฬ กลายเป็นสิ่งท้าทายแลนด์สไลด์เพื่อไทย โดยเฉพาะผลงานการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) กำลังถูกโจษขานทั้งสองฝั่งโขง

ปัจจุบัน ส.ส.บึงกาฬ 2 คนคือ เขต 1 เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ และเขต 2 ไตรรงค์ ติธรรม ทั้งคู่เป็น ส.ส.สมัยแรกในสีเสื้อพรรคพลังประชาชน เอาชนะคนของ พินิจ จารุสมบัติ อดีตแกนนำกลุ่มวังพญานาค ด้วยกระแสทักษิณ

นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา บึงกาฬ ไม่ใช่ฐานที่มั่นการเมืองของเสี่ยพินิจอีกต่อไป และการเลือกตั้งสมัยหน้า จะเป็นสงครามตัวแทนระหว่างทักษิณ-อุ๊งอิ๊ง กับครูใหญ่เนวิน

‘บุรีรัมย์โมเดล’

“อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ขวัญใจคนอีสาน ผู้สืบทอดมรดกการเมืองทักษิณ อาจต้องออกแรงเหนื่อยขึ้น หากจะให้คนเพื่อไทยเอาชนะคนภูมิใจไทย ในสมรภูมิบึงกาฬครั้งหน้า 

แว่นฟ้า ทองศรี ภรรยาของ ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย พยายามปักธงภูมิใจไทยมา 2 ครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ผลการเลือกตั้งปี 2554 บึงกาฬ เขต 1 เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ พรรคเพื่อไทย ได้ 51,465 คะแนน ,สงกรานต์ คำพิไสย์ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ได้ 33,453 คะแนน และแว่นฟ้า ทองศรี พรรคภูมิใจไทย ได้ 13,524 คะแนน

การเลือกตั้งปี 2562 บึงกาฬ เขต 1 เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ได้ 36,117 คะแนนและแว่นฟ้า ทองศรี ได้ 30,926 คะแนน

พิจารณาคะแนนของแว่นฟ้า ปี 2562 ถือว่ามีพัฒนาการดีขึ้นกว่าสมัยแรก จึงทำให้ค่ายภูมิใจไทย ตัดสินใจแว่นฟ้า ลงสมัครนายก อบจ.บึงกาฬ 

แว่นฟ้า สวมเสื้อกลุ่มนครนาคา คว้าชัยตามคาด ได้ 105,478 คะแนน ส่วนนิพนธ์ คนขยัน อดีตนายก อบจ.บึงกาฬ สายเสี่ยพินิจ ได้ 26,274 คะแนน และอภิเดช รักษาโสม ตัวแทนพรรคเพื่อไทย ได้ 15,001 คะแนน

การเข้ายึดเก้าอี้นายก อบจ.บึงกาฬของ แว่นฟ้า ทองศรี ก็คือชัยชนะของทรงศักดิ์ ทองศรี และครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ

 ทรงศักดิ์-แว่นฟ้า ทองศรี แม่ทัพภูมิใจไทย บึงกาฬทรงศักดิ์-แว่นฟ้า ทองศรี แม่ทัพภูมิใจไทย บึงกาฬ

‘แดงปะทะน้ำเงิน’

กระแส “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” มาแรง ทำให้มีผู้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.เป็นจำนวนมาก เนื่องจากสมัยหน้า บึงกาฬจะมี ส.ส.เพิ่มขึ้นจาก 2 คน เป็น 3 คน 

ล่าสุด ค่ายเพื่อไทย บึงกาฬ น่าจะลงตัวแล้วคือ เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ส.ส.บึงกาฬ ,ภัทรพร ราชป้องขันธ์ ลูกสาว ส.ส.เชิดพงศ์ และไตรรงค์ ติธรรม ส.ส.บึงกาฬ

ส่วนค่ายภูมิใจไทย ทรงศักดิ์ ทองศรี ตั้งเป้า ส.ส.บึงกาฬ โดยขอจองเก้าอี้ ส.ส. 2 ที่นั่งจาก 3 ที่นั่ง และขึ้นป้ายเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.บึงกาฬ ได้แก่ สยาม เพ็งทอง เลขานุการนายก อบจ.บึงกาฬ, กันยา อนันตทัศน์ รองนายก อบจ.บึงกาฬ และสุวรรณา กุมภิโร นายกเทศมนตรีตำบลป่งไฮ อ.เซกา

ตัวเต็งของค่ายสีน้ำเงินคือ สยาม เพ็งทอง ทายาทเจ้าของร้านขายทองในบึงกาฬ และแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ ภูมิใจเสนอเป็นอย่างมาก

ต้นทุนแสนคะแนนจากศึกนายก อบจ.บึงกาฬ ทำให้ค่ายสีน้ำเงิน มีความมั่นใจอย่างมากว่า จะปักธง ส.ส.เขตที่นครนาคาได้สำเร็จ 
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ    โดย … ขุนน้ำหมึก

ลากยาว “ประยุทธ์” ปราบมาเฟียการเมือง เมินเสียพี่เสียน้อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534528

ขุนน้ำหมึก

27 ต.ค. 2565

ลากยาว “ประยุทธ์” ปราบมาเฟียการเมือง เมินเสียพี่เสียน้อง

ลากยาว “ประยุทธ์” ไฟเขียวบิ๊กโจ๊กปราบมาเฟียจีนในเมืองหลวง ตัดท่อน้ำเลี้ยงนักการเมืองขาใหญ่ ลุงตู่ยอมรับใจร้อน สไตล์พร้อมชน ยอมเสียพี่เสียน้อง ก็ยอมแลก

ลากยาว “ประยุทธ์” มองข้ามการเมือง โชว์ผลงานส่งท้าย ไฟเขียวบิ๊กโจ๊กปราบมาเฟียจีนในเมืองหลวง กระทบท่อน้ำเลี้ยงนักการเมืองขาใหญ่

“ประยุทธ์” ยอมรับคนใจร้อน สไตล์พร้อมชนทุกปัญหา เสียเพื่อน เสียพี่ เสียมิตร แต่ก็ยอมแลก เพื่อประเทศชาติเดินหน้าต่อไป

เก็บตกจากปาฐกถาพิเศษของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในหัวข้อ Accelerating Thailand (พลิกโฉมประเทศไทย) ตอนหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงบุคลิกและสไตล์การทำงานของตัวเอง

“เมื่อผมทำงานในสไตล์นี้ ท่านอาจสงสัยว่าทำไมบางทีผมใจร้อนเกินไป หรือบางทีใจเย็นเกินไป เพราะผมพยายามผสมผสานความแข็งกร้าว เพื่อที่จะให้งานเดินหน้า กับความยืดหยุ่น..บางครั้งความแข็งกร้าวของผม ทำให้ผมต้องเสียเพื่อน แต่มันเป็นสิ่งที่ผมต้องยอมแลก เพื่อจะทำสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับประเทศ ให้เกิดขึ้นจริงให้ได้”
 


แม้จะมีเสียงวิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ในเชิงลบมากมาย แต่จุดแข็งอย่างหนึ่งที่ทุกฝ่ายยอมรับคือ ไม่โกง ไม่มีข้อกังขาในเรื่องสีเทา ๆ ต่างจากคนใกล้ชิดบางคนบางกลุ่ม ที่ถูกมองว่า มีบริวารเป็นกลุ่มคนสีเทา 

ช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมปริปากพูดเรื่องการเมือง แม้นักข่าวจะตามตื๊อคอยถามเรื่องการสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และแนวคิดหมดที่ลุงตู่ สู่ลุงป้อม ของ ส.ส.ภาคใต้ แต่นายกฯประยุทธ์ก็นิ่งและเดินหนีไป

ดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่สนใจความไม่ชัดเจนในทิศทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะประเด็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค
 

มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้คิดแบบคนในบ้านป่ารอยต่อฯ ยิ่งเห็นพรรคเพื่อไทย ออกมาแบไต๋เปิดประตูอ้าซ่าพร้อมผสมพันธุ์ทุกพรรค ยกเว้นพรรคก้าวไกล ก็ยิ่งวางกลยุทธ์ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลากยาวจนครบวาระของรัฐบาลเดือน มี.ค.2565

ระหว่างนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะมุ่งไปที่การจัดการประชุมเอเปค , เร่งเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม และปราบปรามขบวนการยาเสพติด

ที่สะเทือนเลื่อนลั่นในชั่วโมง กรณีตำรวจกำลังจัดการมาเฟียจีนในเมืองหลวง ทั้งแก๊งอาหมิงและอาห่าว ซึ่งคนในยุทธจักรสีเทาต่างรู้ดีว่า มาเฟียจีนปีกกล้าขาแข็งเพราะมีนักการเมืองระดับชาติคนดังหนุนหลังอยู่

‘ปราบนักการเมืองขาใหญ่’

“ประยุทธ์” กำลังฝากความหวังไว้กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการปราบปรามมาเฟียจีนที่เปิดสถานบันเทิงมั่วสุมยาเสพติดในประเทศไทย

หลังตำรวจบุกเข้าจับกุมนักท่องเที่ยวชาวจีนในผับแห่งหนึ่ง ย่านถนนเจริญราษฎร์ เขตยานนาวา โดยก่อนหน้านี้ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้ออกมาชี้เป้าผับปาร์ตี้ยานักท่องเที่ยวจีน ในพื้นที่รัชดาภิเษก,สุทธิสาร,ห้วยขวาง,พระราม 2 และพัทยา 

ชูวิทย์เรียกว่า ผับศูนย์เหรียญ ที่คนจีนเป็นเจ้าของ มีทั้งยาเสพติด และการพนัน ซึ่งขบวนการเหล่านี้ มีนักการเมืองใหญ่ให้ความคุ้มครอง 

เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2565 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ บนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรายงานความคืบหน้าคดีหญิงชาวจีนไปเที่ยวในผับชื่อดัง ย่านถนนรัชดาภิเษก แล้วเสียชีวิตปริศนา เมื่อกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

คดีหญิงชาวจีนเสียชีวิตนั้นเกี่ยวกับยาเสพติดในผับมาเฟียจีน ที่มีลักษณะคล้ายกับผับที่ยานนาวา นัยว่าผับทั้งสองแห่งนี้ เป็นของอาหมิงและอาห่าว 

‘แนวร่วมค่ายสีน้ำเงิน’

ในมุมการเมือง “ประยุทธ์” จะไม่ให้คำตอบเรื่องว่า จะอยู่พรรคพลังประชารัฐ หรือไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ

กรณีพรรครวมไทยสร้างชาติ คงได้ ส.ส.ไม่เกิน 25 เสียง ย่อมไม่สามารถเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ ฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ คงจะไม่ไปสังกัดพรรคนี้แน่ แต่จะอยู่พรรคพลังประชารัฐหรือไม่ คงลากยาวจนถึงใกล้เลือกตั้ง จึงให้คำตอบแก่ พล.อ.ประวิตร

หลายคนก็ทราบดีว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังทอดไมตรีมายังพรรคภูมิใจไทย ด้วยการสนับสนุนแผนงานต่างๆของรัฐมนตรีภูมิใจไทย ที่นำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรียกตัวอย่างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จากสงขลาเชื่อมพัทลุง และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตาน้อย-เกาะลันตา จ.กระบี่

 ความสัมพันธ์ของอนุทิน กับ พล.อ.ประยุทธ์นั้นล้ำลึก ความสัมพันธ์ของอนุทิน กับ พล.อ.ประยุทธ์นั้นล้ำลึก

แม้คนในบ้านป่ารอยต่อ จะพยายามกรอกหูลุงป้อม นายกฯประยุทธ์เรตติ้งตกควรถูกเขี่ยออกจากกระดานการเมืองอย่างถาวร แต่ฝั่งลุงตู่ก็ไม่แคร์ เพราะอาจไปจับมือกับค่ายบุรีรัมย์ เป็นนายกคนละครึ่งก็เป็นได้ 
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ       โดย … ขุนน้ำหมึก 

แพ้ซ้ำซาก “ทักษิณ” พา “อุ๊งอิ๊ง” เข้าสู่กับดักการเมืองไฟใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534507

ขุนน้ำหมึก

27 ต.ค. 2565

แพ้ซ้ำซาก “ทักษิณ” พา “อุ๊งอิ๊ง” เข้าสู่กับดักการเมืองไฟใต้

ปากพาจน “ทักษิณ” เหตุรุนแรงกรือเซะ-ตากใบ ส่งผลให้เพื่อไทยสูญพันธุ์ที่ชายแดนใต้ สะกิดแผลตากใบกระทบ “อุ๊งอิ๊ง” เข้าทางพรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติอาจเหนื่อยขึ้น

ปากพาจน “ทักษิณ” ไม่สรุปบทเรียน เหตุกรือเซะ-ตากใบ ส่งผลให้เพื่อไทยสูญพันธุ์ที่ชายแดนใต้ สะเทือน “อุ๊งอิ๊ง” จะพ่ายซ้ำในปลายด้ามขวาน

“ทักษิณ” สะกิดแผลตากใบเที่ยวนี้ เข้าทางพรรคก้าวไกลเต็ม ๆ แต่พรรคประชาชาติอาจเหนื่อยขึ้น ที่ต้องเคลียร์ปมสัมพันธ์พรรคอุ๊งอิ๊ง

ทีมกุนซือจันทร์ส่องหล้าอาจรับรู้ได้ว่า เกมนี้พลาดไปแล้ว เมื่อ ทักษิณ ชินวัตร ต้องแสดงความคิดเห็นในวาระ 18 ปี เหตุการณ์ตากใบ ผ่านรายการแคร์คลับเฮาส์ เมื่อค่ำวันอังคารที่ 25 ต.ค.2565

“ผมถือว่า ถึงแม้ผมไม่ได้สังการ แต่ในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ผมต้องขอโทษ ขออภัย แก่บรรดาญาติพี่น้องของผู้ที่สูญเสีย และผู้ที่ได้รับความเสียหายในครั้งนั้นด้วย เพราะจริงๆที่เกิดเหตุการณ์ครั้งนั้น ถือเป็นความผิดพลาดอย่างแรงของการลำเลียงผู้ต้องหาแบบนั้น”

ทักษิณพูดเยอะในเหตุการณ์ตากใบ แถมยังมีข้อมูลใหม่เรื่องแผนล้มตัวเองโดยฝ่ายทหารที่เริ่มจากการสลายการชุมนุมที่ตากใบ เพื่อดิสเครดิตรัฐบาลไทยรักไทย

ต่างจากเมื่อเดือน ก.พ.2564 ในรายการแคร์คลับเฮาส์ มีคนถามเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน ในพื้นที่มัสยิดกรือเซะ และที่โรงพักตากใบ จ.ปัตตานี ทักษิณตอบเพียงสั้นๆว่า “รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนนั้นอยู่ในการควบคุมทหาร ผมก็ได้รับรายงาน ก็เสียใจ จำไม่ค่อยได้ เสียใจ”

จากที่ทักษิณเคยพูดว่า “จำไม่ค่อยได้” มาถึงปีนี้ เล่าเป็นฉาก ๆ โยนให้ไปหาคำตอบจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แถมฟาดขบวนการบีอาร์เอ็นแบบไม่ให้ค่า

‘บทเรียนสูญพันธุ์’

“ทักษิณ” เคยพูดในคลับเฮาส์เมื่อไม่นานมานี้ว่า สนาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้เป็นเรื่องของพรรคประชาชาติ เพราะรู้ดีว่า แบรนด์เพื่อไทย แบรนด์ทักษิณขายไม่ได้ 

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยยุคอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ได้จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี ,ยะลา และนราธิวาส ไปบ้างแล้ว 


20 กว่าปีที่แล้ว กลุ่มวาดะห์มีบทบาทสูงในการเมืองชายแดนใต้ และในการเลือกตั้งปี 2548 วันมูหะมัดนอร์ มะทา และกลุ่มวาดะห์ ย้ายจากพรรคความหวังใหม่ มาสังกัดพรรคไทยรักไทย และนำทีมลงสมัคร ส.ส. ชูธงทักษิณหาเสียง 

ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น พรรคไทยรักไทยในชายแดนใต้ สอบตกหมด สาเหตุแห่งความปราชัยของเพื่อไทย ก็มาจากเหตุการณ์ปล้นปืน,สลายการชุมนุมที่กรือเซะ และโศกนาฎกรรมที่ตากใบ  

หลังจากนั้น วันมูหะมัดนอร์ มะทา กับกลุ่มวาดะห์ ที่มีอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ เป็นแกนนำ ได้แยกทางกันเดิน วันนอร์ยังภักดีอยู่กับทักษิณ ส่วนอารีเพ็ญ ไปร่วมงานกับพรรคมาตุภูมิ 

เลือกตั้งปี 2554 พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์อีกครั้งภายใต้การนำของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่วันนอร์ และเพื่อไทย ในสนาม 3 จังหวัดแดนใต้ ก็สอบตกทุกเขตอีกครั้ง

  พรรคเพื่อไทย ยังหวังปักธงที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พรรคเพื่อไทย ยังหวังปักธงที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

‘เปลี่ยนสีเสื้อ’

การเลือกตั้งปี 2562 “ทักษิณ” ไฟเขียวให้วันนอร์ แยกออกจากพรรคเพื่อไทย ไปร่วมก่อตั้งพรรคประชาชาติ และประสบความสำเร็จ ได้ ส.ส.เขต 6 ที่นั่ง ในปลายด้ามขวาน 

พรรคประชาชาติ มี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นแกนหลักได้ขับเคลื่อนพรรคให้หลุดพ้นคำว่า พรรคมุสลิม และกลุ่มวาดะห์ 

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมัยที่ทำหน้าที่เลขาธิการ ศอ.บต.ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีผลงานมากมาย ทั้งปรับอัตราเงินเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ,จ่ายย้อนหลังทุกกรณีตั้งแต่ปี 2547 ที่ไฟใต้เริ่มปะทุ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือพี่น้อง 3 จังหวัดที่หนีความยากจนและความรุนแรงไปทำงานที่มาเลเซียจำนวนนับแสนคน 

จากคำพูดของทักษิณ ที่ดูเหมือนจะด้อยค่าขบวนการบีอาร์เอ็น และพาดพิงกลุ่มต้มยำกุ้งในมาเลย์ อาจทำให้แกนนำพรรคประชาชาติ ต้องทำงานหนักขึ้น

อีกด้านหนึ่ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคก้าวไกล ในพื้นที่ชายแดนใต้ กำลังเคลื่อนไหวประเด็นค้นหาผู้กระทำความผิดในกรณีตากใบ และต้องการนำตัวบุคคลเหล่านั้นขึ้นสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศ 

จริง ๆ แล้ว พรรคก้าวไกลก็เป็นพรรคคู่แข่งกับพรรคประชาชาติโดยตรง เพราะมีฐานเสียงกลุ่มก้อนเดียวกัน และศึกเลือกตั้งหนหน้า ประชาชาติ อาจเจอข้อหาพรรคอำพรางของทักษิณอย่างเลี่ยงไม่ได้
    

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก